‘บิ๊กตู่’เฝ้าฯรับเสด็จสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงานแสดงผลงานเทคโนโลยี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244603

'บิ๊กตู่'เฝ้าฯรับเสด็จสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงานแสดงผลงานเทคโนโลยี

‘บิ๊กตู่’เฝ้าฯรับเสด็จสมเด็จพระเทพฯ ทรงเปิดงานแสดงผลงานเทคโนโลยี

วันจันทร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.44 น.

4 พ.ย. 59 เวลา 9.30 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.) เฝ้าฯรับเสด็จและกราบบังคมทูลรายงานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในการเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดงาน “ITU Telecom World 2016” ณ ห้องรอยัล จูบิลี่ บอลรูม  อาคารชาเลนเจอร์ ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุม อิมแพ็ค เมืองทองธานี โดยงาน ITU Telecom World เป็นการจัดแสดงนิทรรศการผลงานและการประชุมเชิงวิชาการด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารที่ทันสมัยระดับโลกที่จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยมีผู้ผลิตชั้นนำและผู้นำด้านเทคโนโลยีของประเทศต่างๆ นำผลงาน นวัตกรรม และเทคโนโลยีต่างๆ มาร่วมจัดแสดง

โดยในปีนี้ ไทยร่วมกับสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ เป็นเจ้าภาพจัดงาน ITU Telecom World 2016 ระหว่างวันที่ 14-17 พ.ย. 2559 ภายใต้หัวข้อ “Collaborating in the digital economy” และไทยมีกำหนดจะจัดศาลาไทย (Thai Pavilion) เพื่อจัดแสดงและเผยแพร่ผลงานด้านโทรคมนาคมและเทคโนโลยีสารสนเทศของส่วนราชการ รัฐวิสาหกิจ และ SMEs ของไทยด้วย

ทั้งนี้ในอดีต ไทยเคยได้รับเลือกจาก ITU ให้เป็นเจ้าภาพจัดงาน ITU Telecom Asia 2008 และ ITU Telecom World 2013 ซึ่งมีผู้เข้าร่วมงานทั้งสิ้น 6 พันคน ในจำนวนนี้มีผู้แทนระดับรัฐมนตรีกว่า 80 คน สำหรับปีนี้ คาดว่าจะมีผู้เข้าร่วมงานมากกว่า 25,000 คน เนื่องจากมีการปรับลดกฎเกณฑ์ และค่าใช้จ่ายในการร่วมงาน มีผู้นำประเทศและผู้นำรัฐบาลที่จะเข้าร่วมงานฯ จำนวน 3 คน ได้แก่ 1) มกุฏราชกุมารแห่งราชอาณาจักรตองกา 2) นายซาวีเยร์ เบตแตล (Xavier Bettel) นายกรัฐมนตรีราชรัฐลักเซมเบิร์ก 3) ฯพณฯ ท่าน ชาร์ล็อต ซัลไว ทาบิมัสมัส (Hon. Charlot Salwai Tabimasmas) นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐวานูอาตู

โอกาสนี้ นายกรัฐมนตรี กราบบังคมทูลรายงานสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี โดยมีสาระสำคัญดังนี้ นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยคณะผู้บริหารกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม คณะผู้บริหารคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ คณะผู้บริหารสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศ คณะกรรมการแห่งชาติเพื่อเตรียมการจัดงาน ITU Telecom World 2016 และคณะอนุกรรมการต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ตลอดจนบรรดาผู้เฝ้าทูลละอองพระบาท ณ ที่นี้ ต่างปลาบปลื้มและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นที่สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินมาทรงเป็นประธานในพิธีเปิดงาน ITU Telecom World 2016 ในวันนี้

งาน ITU Telecom World นับเป็นงานระดับโลกที่ทำหน้าที่เป็นเวทีสำหรับภาคอุตสาหกรรมเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารหรือไอซีที โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนที่เกี่ยวข้องได้พบปะเพื่อแสดงผลงานนวัตกรรม รวมทั้งแลกเปลี่ยนความรู้ การสร้างหุ้นส่วน และการสร้างเครือข่าย ตามวัตถุประสงค์การขับเคลื่อนการพัฒนาด้านต่างๆ ด้วยการใช้นวัตกรรมไอซีที การที่ประเทศไทยมีความพร้อมในด้านการเป็นศูนย์กลางการบินในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ การเป็นศูนย์กลางการจัดประชุมของภูมิภาค รวมถึงความพร้อมด้านการคมนาคมขนส่งและสถานที่รองรับผู้เข้าร่วมงาน/ทั้งด้านที่พักและสถานที่ท่องเที่ยววัฒนธรรมประเพณีอันเป็นเอกลักษณ์ของชาติ บุคลากรและหน่วยงานที่มีความชำนาญด้านเทคโนโลยี ประกอบกับผลสำเร็จในการเป็นเจ้าภาพจัดงาน ITU Telecom Asia 2008 เมื่อปี พ.ศ. 2551 และ ITU Telecom World 2013 เมื่อปี พ.ศ. 2556 ทำให้ ITU พิจารณาคัดเลือกประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดงาน ITU Telecom World 2016 ระหว่างวันที่ 14 – 17 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559

งาน ITU Telecom World 2016 นี้ รัฐบาลไทยและ ITU ได้ให้ความสำคัญกับการมีส่วนร่วมของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม และกลุ่มผู้ประกอบการตั้งต้น หรือกลุ่ม start-up จึงมีการจัดสรรพื้นที่เพื่อร่วมจัดนิทรรศการและแสดงผลงานนวัตกรรม ตลอดจนการแนะนำโครงการและการหาช่องทางในการลงทุน รวมถึงมีการอภิปรายเกี่ยวกับโอกาสและความท้าทายที่ต้องเผชิญในช่วงที่เทคโนโลยีมีความก้าวหน้าและเปลี่ยนแปลงด้วย โดยภายในงานประกอบไปด้วยการประชุมเชิงวิชาการและการจัดนิทรรศการ โดยในส่วนของการประชุมเชิงวิชาการจัดขึ้นภายใต้หัวข้อ “Collaborating in the Digital Economy” หรือ “รวมพลังเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจดิจิทัล” ซึ่งจะเป็นเวทีระหว่างประเทศในการอภิปรายร่วมกับผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมดิจิทัล ที่จะสร้างโอกาสและการพัฒนาอย่างยั่งยืนในยุคดิจิทัล ซึ่งในการจัดงานครั้งนี้คาดว่ามีผู้เข้าร่วมงานไม่น้อยกว่า 25,000 คน ประกอบด้วยผู้นำรัฐบาล รัฐมนตรี และผู้แทนระดับสูงจากประเทศสมาชิกของ ITU ผู้แทนจากหน่วยงานกำกับดูแล ผู้ประกอบการ และประชาชนทั่วไปจากทั่วทุกภูมิภาคของโลกประมาณ 120 ประเทศ

นอกจากนี้ ยังมีการจัดนิทรรศการ โดยเป็นการจัดแสดงผลงานนวัตกรรมทางเทคโนโลยีของบริษัทต่างๆ ทั่วโลก มีการจัดแสดงศาลาประจำชาติของประเทศต่างๆ จำนวน18 ประเทศ สำหรับศาลาประเทศไทยจะประกอบไปด้วย 3 ส่วนหลัก ดังนี้ 1.ส่วนของพระราชดำริในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และพระบรมวงศานุวงศ์ โดยนำเสนอพระราชดำริและพระราชกรณียกิจ รวมทั้งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริเกี่ยวกับการนำเทคโนโลยีสารสนเทศมาใช้ประโยชน์ในด้านต่างๆ 2.ส่วนของการแสดงผลงานด้านเทคโนโลยีดิจิทัลของหน่วยภาครัฐและรัฐวิสาหกิจ และ 3.ส่วนของการแสดงผลงานนวัตกรรมของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs)

จากนั้นพลอากาศเอก ประจิน จั่นตอง รองนายกรัฐมนตรี และรักษาราชการแทนรัฐมนตรีว่าการกระทรวงดิจิทัลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม และพลอากาศเอก ธเรศ ปุณศรี ประธานกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ ทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายของที่ระลึก และ นายฮูลิน ซาว เลขาธิการสหภาพโทรคมนาคมระหว่างประเทศเป็นผู้ถวายรายงานเกี่ยวกับความเป็นมาของการจัดงาน Telecom World 2016

สมเด็จพระบรมฯทรงห่วงใยปชช. พระราชทานอาหาร-น้ำดื่ม3มื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244599

สมเด็จพระบรมฯทรงห่วงใยปชช. พระราชทานอาหาร-น้ำดื่ม3มื้อ

สมเด็จพระบรมฯทรงห่วงใยปชช. พระราชทานอาหาร-น้ำดื่ม3มื้อ

วันจันทร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.28 น.

14 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงาน ที่เต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวงฝั่งทิศใต้ ตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์ พระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาแสดงความอาลัย จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำอาหาร ขนม ผลไม้ ของว่าง และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน

สำหรับเมนูอาหารพระราชทานแจกจ่ายประชาชนประจำวันที่ 14 พ.ย.ประกอบด้วยมื้อเช้าเวลา 07.00 น. โจ๊กหมูใส่ไข่ 1,000 ถ้วย นมหนองโพ 2,000 กล่อง มื้อกลางวัน 11.00 น.สปาเก็ตตี้ 2,000 ชุด สลัดโรล 1,000 กล่อง ทอดมันปลาทะเล 100 กิโลกรัม นมสด-โยเกิร์ตพาสเจอร์ไรส์ 1,000 ขวด ลูกอม 1,300 ถุง ขนมบัวหิมะ 500 กล่อง มื้อบ่ายเวลา 16.00 น. ขนมไทย 1,000 กล่อง เฉาก๊วยชากังราว 1,000 ชุด ขนมพายไก่ และพัฟผักโขมแยมโรล 1,000 ชุด  มื้อเย็นเวลา 18.00 น. ข้าวกระเพราหมูไข่ดาว 1,500 จาน ข้าวกระเพราไก่ไข่ดาว 500 จาน แพนงหมูไข่ดาว 1,500 จาน ขณะเดียวกันมีน้ำดื่มสมุนไพร 500 ลิตร และน้ำดื่มจิตรลดาให้บริการประชาชนตลอดทั้งวัน

ส่วนเต็นท์ 11 ฝั่งทิศเหนือของท้องสนามหลวง เยื้องโรงแรมรัตนโกสินทร์ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณอัครราชกุมารี พร้อมด้วย พระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ และ พระเจ้าหลานเธอ อทิตยาทรกิติคุณ ทรงห่วงใยในพสกนิกรที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงทรงมีรับสั่งให้พระราชทานเลี้ยงอาหารกล่องวันละหนึ่งมื้อ (มื้อเที่ยง) และน้ำดื่มให้แก่ประชาชน พร้อมด้วยหน่วยแพทย์-พยาบาล จากโรงพยาบาลจุฬาภรณ์มาให้บริการจำนวน 12 คนและจากโรงพยาบาลวิชัยยุทธ ซึ่งแบ่งออกเป็นสองผลัด รวมจำนวน 11 คน พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่จิตอาสาใช้เวลานอกจากการทำงานมาร่วมให้บริการประชาชนอีกจำนวนหนึ่ง โดยให้การดูแลรักษาตรวจโรคเบื้องต้น รวมถึงการปฐมพยาบาลอุบัติเหตุเล็กน้อย เปิดให้บริการทุกวัน จันทร์ – อาทิตย์ ระหว่างเวลา 10.00-19.00 น. ต่อเนื่องจนครบ 100 วัน

สำหรับเมนูอาหารพระราชทานวันนี้ กระเพาะปลา จำนวน 500 ถ้วย พร้อมน้ำดื่มบริการตลอดทั้งวัน โดยวันนี้ถือเป็นวันแรกของอาหารพระราชทานที่แจกเป็นอาหารปรุงสดใหม่ จากเดิมที่เป็นอาหารกล่อง เพราะต้องการให้ประชาชนรับประทานอาหารที่สดใหม่พร้อมรับประทานได้ทันที

การนี้ฟ้าหญิงจุฬาภรณ์ ทรงมีรับสั่งกับเจ้าหน้าที่หน่วยแพทย์พระราชทานว่า นอกจากจะให้การช่วยเหลือประชาชนที่ป่วยหนักแล้ว ต้องให้การช่วยเหลือประชาชนที่เจ็บป่วยเล็กน้อยด้วย ต้องดูแลประชาชนที่มาสักการะพระบรมศพให้ดีที่สุด

ขณะที่เต็นท์ 25 ท้องสนามหลวงโซนทิศใต้ ซุ้ม “๙ในดวงใจ” ซึ่งมีภาคประชาชนได้รวมตัวกันนำอาหาร น้ำดื่มและผลไม้มาแจกจ่ายประชาชนที่เดินทางมาร่วมกราบสักการะพระบรมศพด้วย โดยในวันนี้ได้จัดทำข้าวยำ และแจกผลไม้ ลองกอง จำนวน 500 กิโลกรัม ระหว่างรอคิวมีการสอนอาชีพ ที่ใช้เวลาไม่มาก เพื่อนำไปดัดแปลงเป็นอาชีพเสริมได้ เช่น วิธีทำขนมช่อม่วงใส้ไก่ ขนมบัวหิมะ

ชวนชาวเน็ตตั้งปณิธาน’เดินตามรอยพ่อ’ แชร์9คำสอนเป็นคำสัญญาดำเนินชีวิต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244593

ชวนชาวเน็ตตั้งปณิธาน'เดินตามรอยพ่อ' แชร์9คำสอนเป็นคำสัญญาดำเนินชีวิต

ชวนชาวเน็ตตั้งปณิธาน’เดินตามรอยพ่อ’ แชร์9คำสอนเป็นคำสัญญาดำเนินชีวิต

วันจันทร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 12.04 น.

14 พ.ย.59 จากความสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ของพสกนิกรชาวไทย อันนำมาซึ่งความโศกเศร้าไปทั่วสารทิศ แต่ในขณะเดียวกันคนไทยทุกภาคส่วนก็ต่างเชิญชวนให้ร่วมกันเสดงความอาลัยในหลากหลายกิจกรรม เรื่องหนึ่งที่ทั้งภาครัฐ เอกชน และประชาชนเองให้ความสำคัญเป็นอย่างมาก ก็คือการสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและดำเนินตามรอยพระยุคลบาท พระบรมราโชวาท และพระราชดำรัสตลอดระยะเวลา 70 ปีแห่งการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งได้กลายเป็นคำสอนที่หลายคนใช้เป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต หรือเรียกกันอย่างติดปากว่า “คำสอนของพ่อ”

ล่าสุด ผู้คนในโลกออนไลน์กำลังให้ความสนใจกับการตั้งปณิธานความดีตาม “๙ คำสอนพ่อ” ที่เผยแพร่ผ่านแฟนเพจเฟซบุ๊ค TeapotHappySociety และ MagnoliaKidsClub ซึ่งความน่าสนใจของเพจดังกล่าว นอกจากผู้ใช้เฟซบุ๊คจะได้อ่านและร่วมรำลึกถึงคำสอนของพ่อแล้ว ยังสามารถเลือกเผยแพร่ผ่านการแชร์ ตั้งเป็นรูปปก หรือรูปประจำตัว ทั้ง ๙ คำสอนบนไทม์ไลน์ส่วนตัวเพื่อให้เพื่อนหรือผู้ที่ติดตามได้ศึกษาและยึดถือปฏิบัติในการดำเนินชีวิตนับจากนี้อีกด้วย

สำหรับ 9 คำสอนจากพระราชดำรัสและพระบรมราโชวาทที่ถูกนำมาเผยแพร่และให้ชาวเน็ตได้ร่วมตั้งเป็นปณิธานทำตามคำพ่อ ได้แก่ เรื่องของ “ความพอดี” “ความซื่อสัตย์สุจริต” “ความเพียร” “อ่อนโยน แต่ไม่อ่อนแอ” “หนังสือเป็นออมสิน” “พูดจริง ทำจริง” “เป็นผู้รับและผู้ให้” “ความรู้ตน” และ “การเอาชนะใจตน”

พสกนิกรเนืองแน่น! ถวายสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244589

พสกนิกรเนืองแน่น! ถวายสักการะพระบรมศพ

พสกนิกรเนืองแน่น! ถวายสักการะพระบรมศพ

วันจันทร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 10.20 น.

14 พ.ย.59 สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 05.00 น.โดยมีประชาชนเดินทางมาจากทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด มาเข้าแถวรอเพื่อให้ได้มีโอกาสเข้ากราบสักการะพระบรมศพพ่อหลวงของปวงชน ด้วยความอาลัยยิ่งและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่ทรงเหน็ดเหนื่อยเพื่อปวงชนชาวไทยเสมอมา

ด้าน นางขวัญฤดี วงค์สุบรรณ อายุ 51 ปี ชาว อ.พุนพิน จ.สุราษฎร์ธานี พร้อมด้วยสมาชิกองค์กรพัฒนาสตรีและผู้สูงอายุ กล่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เคยเสด็จฯ ไปทรงเปิดเขื่อนรัชชประภา และโรงไฟฟ้าพลังน้ำ เมื่อวันที่ 30 ก.ย.2530 ดีใจมากที่พระองค์ท่านเสด็จไปช่วยเหลือราษฎร์ เพราะน้ำคือชีวิตของทุกคน ถือเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ซึ่งที่ผ่านมาชาวสุราษฎร์ธานีได้ร่วมใจกันจัดกิจกรรมเพื่อพ่อมาโดยตลอด ไม่ว่าจะเป็นโครงการต่อเนื่องของพระองค์ หรือในโอกาสวันพ่อ รวมถึงได้เตรียมจัดกิจกรรมวันที่ 5 ธ.ค.นี้ ถึงแม้วันนี้พระองค์ท่านเสด็จสวรรคตแล้ว พวกเรารู้สึกเสียใจมากที่สุดของที่สุด โดยพวกเราก็จะน้อมนำหลักคำสอนของพระองค์มาปฏิบัติ ทั้งหลักเศรษฐกิจพอเพียง การทำความดีรู้รักสามัคคีเพื่อพ่อ

ขณะที่ นางยุพิน สูตรใจ อายุ 47 ปี ชาว ต.คลองไผ่ อ.สีคิ้ว จ.นครราชสีมา กล่าวว่า ตนเดินทางมาทำงานเป็นพนักงานในบริษัทเอกชนย่านรังสิต กทม.กว่า 20 ปีแล้ว ยังไม่เคยรับเสด็จฯ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เลยแม้แต่ครั้งเดียว ก็รู้สึกน้อยใจที่ไม่เคยได้เห็นพระองค์เลย เพราะต้องทำแต่งาน ได้เห็นแต่ในรูปและในทีวี เห็นแต่พระองค์ท่านไปเยี่ยมราษฎร์ในถิ่นทุรกันดาร ยิ่งเวลาเห็นท่านปาดเหงื่อแล้วตนจะน้ำตาไหลทุกครั้ง รู้สึกปลาบปลื้มใจที่พระองค์ท่านช่วยเหลือราษฎร์ในทุกๆ เรื่อง ไม่อยากให้พระองค์ท่านจากพวกเราไปไหน ยิ่งได้เข้ามากราบพระองค์ที่ในพระบรมมหาราชวังยิ่งรู้สึกอบอุ่นเหมือนว่าพระองค์ยังอยู่กับประชาชน

ทั้งนี้ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เช้าวันเดียวกันนี้ สำนักพระราชวังได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ของวันที่ 13 พ.ย.หลังจากที่สำนักพระราชวังปิดให้ประชาชนเข้ากราบสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เมื่อเวลา 21.00 น.โดยมีประชาชนที่ได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพ จำนวน 33,928 คน รวม 16 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค. – 13 พ.ย.59 มีจำนวนรวมทั้งสิ้น 470,319 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล เป็นเงิน 2,238,997.25 บาท รวม 16 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 31,491,776.25 บาท

ขณะที่นักท่องเที่ยงต่างชาติจากรัฐเวอร์จิเนีย ประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ่งมาพักอาศัยและท่องเที่ยวอยู่ที่เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนคนไทย โดยหลังจากทราบข่าวว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต จึงพร้อมใจกันมากราบสักการะพระบรมศพ ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยได้เตรียมตัวในเรื่องของการแต่งกายให้สุภาพเรียบร้อย และเดินทางมาถึงตั้งแต่ตี 4

โดย มร.เอเดรียน ลอว์ วัย 77 ปี อาจารย์มหาวิทยาลัยมิสซูรี แคนซัสซิตี้ อาจารย์ผู้เชี่ยวชาญเรื่องดินจากสหรัฐอเมริกา กล่าวว่า แม้มาเมืองไทยเป็นครั้งแรก แต่ได้รับรู้เรื่องราวของพระองค์ท่านจากหนังสือพิมพ์มาบ้าง ครั้งนี้ได้มาเที่ยวเมืองไทย ได้เรียนรู้ประวัติและการทรงงานของพระองค์ท่าน ทราบว่าท่านทรงทำเพื่อประชาชนชาวไทยมากมาย โดยเฉพาะเรื่องดินที่ทรงศึกษาค้นคว้า แก้ปัญหาให้ชาวบ้านสามารถทำเกษตรกรรมได้ อีกทั้งยังทรงสามารถถ่ายทอดสอนให้ชาวบ้านปลูกพืชผักเลี้ยงชีพด้วยตัวเอง พระองค์ทรงศึกษามากกว่าที่พวกเรานักวิทยาศาสตร์ในสหรัฐอเมริกาค้นคว้าในห้องทดลองเสียอีก

ด้าน นางจูลี แอน โบเอ็ม วัย 80 ปี เผยว่า รู้สึกดีใจที่เห็นคนไทยรักกัน แม้ตอนเช้าต้องเข้าแถวต่อคิวยาว แต่ด้วยความตั้งใจที่อยากจะมากราบสักการะพระบรมศพ ทำให้ได้เห็นการรวมเป็นหนึ่งเดียวและความช่วยเหลือซึ่งกันและกันของคนไทย ระหว่างทางก็มีแจกน้ำ ทิชชู่ และขนม อีกด้วย

น.ส.อแมนด้า โบเอ็ม วัย 44 ปี เผยว่า ชอบเดินทางท่องเที่ยวยังสถานที่ต่างๆ และเมื่อ 4 ปีที่แล้ว ได้มาท่องเที่ยวในเมืองไทย พร้อมได้ชมความงามของพระบรมมหาราชวัง ทำให้ได้เห็นและทราบประวัติของพระองค์แบบคร่าวๆ จากนั้นได้ศึกษาเพิ่มเติมจากการอ่านในหนังสือและอินเทอร์เน็ต ยิ่งทำให้เห็นว่าพระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่แตกต่างจากพระมหากษัตริย์องค์อื่นใดในโลกนี้ เพราะทรงเสียสละเวลาและทรงงานต่างๆ นานัปการ นอกจากนี้ ยังรู้สึกปลื้มใจที่ได้รับเสด็จฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระองค์ทรงแย้มพระสรวล และโบกพระหัตถ์ให้แก่ประชาชน เพื่อนชาวไทยบอกว่าเป็นความโชคดีของเรา เพราะแม้แต่คนไทยบางคนยังไม่ได้ใกล้ชิดอย่างนี้

นายคลิฟ เช้ง วัย 54 ปี กล่าวว่า ส่วนตัวตอนที่มาเมืองไทยครั้งแรก ภรรยาซึ่งเป็นคนไทยได้พาตนไปเที่ยวพระตำหนักดอยตุง จ.เชียงราย ดูโครงการต่างๆ ที่พระองค์ทรงพัตนาทำให้ชาวเขามีชีวิตความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น อยู่ดีกินดีด้วยเกษตรกรรม มีอาหาร มีน้ำกินน้ำใช้ อย่างยั่งยืน และมีความพอเพียง จำได้ว่าตอนนั้นพอรู้ว่าทั้งหมดที่เห็นนั้นมาจากพระมหากษัตริย์ ก็รู้สึกประทับใจ และสนใจในพระองค์มาก พอเห็นนิทรรศการพระราชประวัติของในหลวงรัชกาลที่ 9 ก็ยืนอ่านอยู่ประมาณ 2 ชั่วโมง มีข้อมูลที่ทำให้ตื้นตันใจ คือ ที่แท้จริงแล้วพระองค์ท่านมีพระเนตรแค่ 1 ข้าง ทรงทำงานเพื่อผู้คนทั้งประเทศด้วยพระเนตรข้างเดียว คงต้องเหนื่อยมากๆ ลำพังตัวเองทำงานด้วยตา 2 ข้าง ยังรู้สึกเหนื่อยมากๆ แต่งานของพระองค์หนักกว่าหลายเท่า ยังทำต่อเนื่องด้วยความขยัน ไม่ย้อท้อ

ร่ำไห้ทั้งแผ่นดิน! ภาพยนตร์’เพลงสรรเสริญพระบารมี’ ฉบับท่านมุ้ย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244588

ร่ำไห้ทั้งแผ่นดิน! ภาพยนตร์'เพลงสรรเสริญพระบารมี' ฉบับท่านมุ้ย

ร่ำไห้ทั้งแผ่นดิน! ภาพยนตร์’เพลงสรรเสริญพระบารมี’ ฉบับท่านมุ้ย

วันจันทร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 10.06 น.

14 พ.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แชนแนลยูทูป “Thai PBS News” ได้เผยแพร่ “ภาพยนต์เพลงสรรเสริญพระบารมี” ซึ่งจัดทำโดย หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ความยาว 9.02 นาที โดยเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่ประชาชนจากทั่วประเทศ มารวมตัวกันที่มณฑลพิธีท้องสนามหลวง เพื่อร่วมกันร้องเพลง “สรรเสริญพระบารมี” เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อวันที่ 22 ต.ค. 59 โดยเป็นการร้องเพลงร่วมกันวงออเคสต้า Siam Philharmonic Orchestra โดยมี อ.สมเถา สุจริตกุล เป็นวาทยกร

ทั้งนี้ ภาพยนตร์เพลงสรรเสริญพระบารมี จะมีการนำไปฉายในโรงภาพยนตร์ทั่วประเทศ และสถานีโทรทัศน์ช่องต่างๆ

ก่อนหน้านี้ หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับภาพยนตร์ชุดนี้ ระบุว่า มิวสิควิดีโอนี้ไม่ใช่เพียงตนทำเพียงคนเดียว แต่ประชาชนคนไทยกว่า 3 แสนคนร่วมกันทำ จึงถือเป็นผลงานที่ยิ่งใหญ่ชิ้นหนึ่ง และสำหรับมิวสิควิดีโอนี้ ในช่วงแรกจะมีการพูดถึงพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจะมีความยาวรวม 10 นาที

สุดงดงาม! ‘แอ๊ด คาราบาว’ ร่วมกับชาวสุโขทัยจุดตะคัน 9,999 ดวงน้อมอาลัยพ่อหลวง (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244586

สุดงดงาม! 'แอ๊ด คาราบาว' ร่วมกับชาวสุโขทัยจุดตะคัน 9,999 ดวงน้อมอาลัยพ่อหลวง (ชมคลิป)

สุดงดงาม! ‘แอ๊ด คาราบาว’ ร่วมกับชาวสุโขทัยจุดตะคัน 9,999 ดวงน้อมอาลัยพ่อหลวง (ชมคลิป)

วันจันทร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 09.58 น.

14 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พล.ต.ทรงวุฒิ  จิตตานนท์ ผู้บัญชาการกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดสุโขทัย ได้เป็นประธานพิธีจุดตะคันเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในงานลอยกระทงเผาเทียนเล่นไฟ จุดตะคันหลอมดวงใจน้อมอาลัยพระภูมิพล ในช่วงค่ำที่ผ่านมา ณ บริเวณหน้าวัดมหาธาตุ อุทยานประวัติศาสตร์สุโขทัย ซึ่งจัดขึ้นระหว่างวันที่ 10-14 พฤศจิกายน

โดยในช่วงค่ำคืนที่ผ่านมา (13 พ.ย.) มีนายยืนยง  โอภากุล หรือ แอ๊ด คาราบาว มาร่วมจุดตะคัน 9,999 ดวง เป็นรูปเลข ๙ ลายสือไท พร้อมขับร้องบทเพลงในหลวงของแผ่นดิน , ของขวัญจากก้อนดิน , ต้นไม้ของพ่อ , พระราชาผู้ทรงธรรม , ผู้ปิดทองหลังพระ , พ่อภูมิพล และเพลงสรรเสริญพระบารมี ร่วมกับประชาชนชาวสุโขทัย และนักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย-ต่างชาติที่มาร่วมงานกันกว่า 12,000 คน อีกด้วย

กรมพลศึกษาใจดีให้โหลดนวัตกรรมฟรี คลิปวีดีโอผลงานสิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยมปี’59

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244494

x

กรมพลศึกษาใจดีให้โหลดนวัตกรรมฟรี คลิปวีดีโอผลงานสิ่งประดิษฐ์ยอดเยี่ยมปี’59

วันจันทร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
นายวินิตย์ จันทร์มนตรี รักษาการผู้อำนวยการสำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา กรมพลศึกษา เปิดเผยว่า สำนักวิทยาศาสตร์การกีฬา เตรียมจัดทำคลิปวีดีโอผลงานสิ่งประดิษฐ์ที่ได้รับรางวัลจากการประกวดนวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ประจำปี 2559 “Sport Science Innovative Contest 2016” จำนวน 5 ตอน 5 ผลงาน ได้แก่ 1.เครื่องมือวัดและวิเคราะห์การเหยียดข้อเข่าและการบริหารหน้าท้อง 2.ชุด V Exercise 3.อุปกรณ์กายบริหาร 4 in 1 4.เครื่องวัดความอ่อนตัวด้านข้าง และ 5.อุปกรณ์สำหรับฝึกซ้อมการสกัดกั้นหรือการบล็อก (Blocking) ของกีฬาวอลเล่ย์บอล เพื่อเป็นการเผยแพร่ผลงานสิ่งประดิษฐ์นวัตกรรมด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา ที่มีความโดดเด่นและน่าสนใจ ทั้งยังส่งเสริมให้เกิดการศึกษาเรียนรู้เกี่ยวกับด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา สร้างโอกาสในการ
เข้าถึงข้อมูลด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา และสร้างแรงจูงใจในการประดิษฐ์ผลงานเข้าร่วมการประกวดในปีถัดไป และหากเสร็จเรียบร้อยแล้ว กรมพลศึกษาจะเปิดให้กับเด็ก เยาวชน และประชาชนทั่วไป โหลดได้ฟรีเร็วๆ นี้

‘ดาว์พงษ์’นำนศ.อาชีวะ ปฏิญาณตน ประกาศเลิกใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244493

x

‘ดาว์พงษ์’นำนศ.อาชีวะ ปฏิญาณตน ประกาศเลิกใช้ความรุนแรงแก้ไขปัญหา

วันจันทร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

พลเอกดาว์พงษ์ รัตนสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ ได้เป็นประธานจัดกิจกรรม “999,999 คน ปฏิญาณตนเพื่อพ่อ อาชีวะสมานฉันท์” โดยสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ได้นำผู้แทนนักศึกษาอาชีวะทั้งภาครัฐและเอกชนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร (กทม.) และปริมณฑล ปฏิญาณตนทำความดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในขณะเดียวกันสถานศึกษาอาชีวศึกษา จำนวน 914 แห่ง จำนวน 999,999 คน ทั่วประเทศได้ร่วมปฏิญาณตนในเวลาเดียวกันด้วย

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวในระหว่างการเปิดกิจกรรมช่วงหนึ่งว่า กิจกรรมการปฏิญาณตนอาชีวะสมานฉันท์ครั้งนี้มีจุดประสงค์เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ และแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึง
เชิญชวนเด็กอาชีวะร่วมใจทำความดีถวายในหลวงรัชกาลที่ 9 โดยร่วมกันปฏิญาณตนว่า ต่อไปจะไม่ใช้ความรุนแรงในการแก้ปัญหา
เนื่องจากเด็กอาชีวะทุกคนเป็นคนไทยที่รักในหลวง และอยากทำความดีถวายพระองค์ท่าน ซึ่งนอกจากจะปฏิญาณตนแล้วจะร่วมกันสร้างสังคมไทยให้มีความสุข มีความรักใคร่ ปรองดอง สมานฉันท์ เป็นการสร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่และสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้ชาวอาชีวศึกษาด้วย โดยได้มอบหมายให้สถานศึกษาอาชีวศึกษาทุกแห่ง ดำเนินการจัดกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ ถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยนำความรู้ ความสามารถเชิงช่างและสาขาวิชาชีพของนักศึกษาในแต่ละสาขาออกปฏิบัติงานจริงในรูปแบบกิจกรรม จิตอาสาเพื่อสังคม ออกพื้นที่ให้บริการชุมชนในรูปแบบ Fix it center หรือศูนย์ซ่อมสร้างเพื่อชุมชน ซ่อมแซมเครื่องใช้ไฟฟ้าในครัวเรือน ซ่อมแซมรถจักรยานยนต์เครื่องจักรกลทางการเกษตรให้บริการย้อมผ้า ทำริบบิ้น และเครื่องทองน้อยแจกให้บริการตัดผมฟรี เดินสายไฟฟ้า ทาสีให้วัด หรือสถานที่ๆ เป็นจุดศูนย์รวมต่างๆ ดูแลด้านการเกษตร แจกกล้าไม้ ทำอีเอ็มและปุ๋ยอินทรีย์ให้เกษตรกร และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการได้กล่าวให้โอวาทนักศึกษาอาชีวะทั่วประเทศ เพื่อให้ดำรงตนเป็นคนดี มีคุณธรรม ใช้วิชาชีพให้เกิดประโยชน์ แก่สังคมประเทศชาติตลอดไป

วธ.ร่วม 5 ศาสนา รวบรวมพระราชกรณียกิจ พร้อมจัดพิมพ์หนังสือบันทึกเป็นจดหมายเหตุ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244496

วธ.ร่วม 5 ศาสนา รวบรวมพระราชกรณียกิจ พร้อมจัดพิมพ์หนังสือบันทึกเป็นจดหมายเหตุ

วธ.ร่วม 5 ศาสนา รวบรวมพระราชกรณียกิจ พร้อมจัดพิมพ์หนังสือบันทึกเป็นจดหมายเหตุ

วันจันทร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม(รมว.วธ) กล่าวภายหลังประชุมศาสนิกสัมพันธ์ว่า ได้หารือกัผู้นำ 5 ศาสนา ได้แก่ พุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์-ฮินดู และซิกข์เกี่ยวกับแผนดำเนินงานการจัดพิธีทางศาสนาของแต่ละศาสนาเพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยพระองค์ทรงดำรงอยู่ในฐานะทรงเป็นพุทธมามกะและทรงเป็นอัครศาสนูปถัมภก ทรงให้การอุปถัมภ์สนับสนุนทุกศาสนาอย่างเสมอภาคเท่าเทียมกัน ประชาชนมีสิทธิเสรีภาพในการนับถือศาสนา ทำให้คนไทยอยู่ร่วมกันอย่างสงบสุข ดังนั้นกระทรวงวัฒนธรรม จึงได้หารือกับผู้แทนทั้ง 5 ศาสนา เพื่อให้ช่วยกันรวบรวมภาพเหตุการณ์ พระบรมราโชวาท และพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดการประชุมและปฏิบัติพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับศาสนาต่างๆ เช่น งานเมาลิดส่วนกลางของศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ทรงมีพระราชดำรัสในโอกาสที่สมเด็จพระสันตะปาปา จอห์น ปอล ที่ 2 เข้าเฝ้าฯในโอกาสที่เสด็จเยือนประเทศเมื่อปี 2527 ศาสนาซิกข์ทรงมีพระราชดำรัสในโอกาสเสด็จฯไปทรงเป็นองค์ประธานงานฉลองครบรอบ 500 ปี แห่งศาสนาซิกข์ เมื่อปี 2512 เพื่อรวบรวมจัดพิมพ์เป็นหนังสือและบันทึกเป็นจดหมายเหตุ

นายวีระ กล่าวด้วยว่า ผู้นำทั้ง 5 ศาสนายินดีให้ความร่วมมือเต็มที่ และขอความร่วมมือผู้นำแต่ละศาสนาหาแนวทางสืบทอดพระบรมราโชวาทและพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการอุปถัมภ์ศาสนาต่างๆไปยังศาสนิกชนเพื่อน้อมนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต นอกจากนี้ได้ขอความร่วมมือให้ผู้นำแต่ละศาสนาแจ้งการจัดพิธีทางศาสนา เพื่อน้อมรำลึกใน
พระมหากรุณาธิคุณและแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยให้แจ้งมายังกรมการศาสนาเพื่อจัดส่งเจ้าหน้าที่สำนักจดหมายเหตุแห่งชาติลงพื้นที่บันทึกภาพเหตุการณ์ เพื่อนำมาเป็นส่วนหนึ่งของจดหมายเหตุ ทั้งนี้ ผู้นำ 5 ศาสนา ได้แจ้งต่อที่ประชุมว่า แต่ละศาสนามีแผนจัดพิธีทางศาสนา เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณและแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างต่อเนื่อง

ติงมติ ทปอ.เปิดให้เคลียริ่งเฮ้าส์ 2 รอบ ส่งผลกระทบมหาวิทยาลัยเฉพาะทาง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/244495

ติงมติ ทปอ.เปิดให้เคลียริ่งเฮ้าส์ 2 รอบ ส่งผลกระทบมหาวิทยาลัยเฉพาะทาง

วันจันทร์ ที่ 14 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ตามที่ที่ประชุมอธิการบดีแห่งประเทศไทย (ทปอ.) มีมติให้มีการคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาต่อระดับอุดมศึกษาโดยใช้ข้อสอบกลาง แบบวัดความถนัดทั่วไปหรือ GAT แบบวัดความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือ PAT และเปิดให้มีการเคลียริ่งเฮ้าส์ 2 ครั้งและหากมหาวิทยาลัยยังไม่สามารถคัดเลือกเด็กได้ตามจำนวนที่ต้องการ จึงให้รับตรงเพื่อคัดเลือกเด็กได้เองแต่ต้องไม่มีการจัดสอบใหม่ โดยจะเริ่มดำเนินการในปีการศึกษา 2561 นั้น รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.)ธัญบุรี กล่าวว่า เท่าที่ได้ติดตามเรื่องดังกล่าว ตนเห็นว่าไม่น่าจะถูกต้องนักเพราะการสอบตรงมหาวิทยาลัยจะสามารถดำเนินการได้เองทุกขั้นตอน สามารถคัดเลือกนักศึกษาตามคุณสมบัติและตามมาตรฐานของมหาวิทยาลัยนั้นๆ ได้หากไม่ให้มีการจัดสอบตรงในมหาวิทยาลัยเฉพาะทาง อาจไม่ได้นักศึกษาที่ตรงความต้องการ แม้จะมีข้อเสนอให้ร่วมออกข้อสอบ PAT แต่ในขั้นตอนการ
ดำเนินการ มหาวิทยาลัยเก่าจะมีการคัดรายวิชาวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ ภาษาอังกฤษ ซึ่งมีการกำหนดมาตรฐานของตนเอง หากต่ำกว่าที่กำหนดจะไม่ได้รับการคัดเลือก เท่ากับเป็นการคัดเลือกนักเรียนที่มีผลการเรียนดีออกไปก่อนแล้วและนักเรียนที่ไม่ผ่านการคัดเลือกจากระบบเคลียริ่งก็จะมาอยู่ในระบบรับตรงและจะมาอยู่ที่มหาวิทยาลัยเฉพาะทาง โดยในความเป็นจริงมหาวิทยาลัยเฉพาะทางก็ต้องการนักเรียนสายวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่มีคุณภาพ เพื่อพัฒนากำลังคนและสร้างมาตรฐานให้กับประเทศเช่นกัน

อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวอีกว่า ตนอยากเสนอแนะให้การยื่นรับตรงหลังการเคลียริ่งเฮ้าส์ 2 รอบ เป็นการสอบตรงแทน โดยเฉพาะในมหาวิทยาลัยเฉพาะทาง หรืออาจเปิดโอกาสให้มหาวิทยาลัยเฉพาะทาง จัดการสอบพร้อมกับมหาวิทยาลัยในสายวิชาการ เพราะมหาวิทยาลัยทั้งสองแบบ มีเกณฑ์การรับนักศึกษาที่ไม่เหมือนกัน แต่หากเป็นการสอบรวมกันเข้าใจว่าเด็กบางคนยังยึดติดในชื่อของมหาวิทยาลัย เมื่อมีโอกาสเขาก็ต้องเลือกในมหาวิทยาลัยดั่งเดิมก่อน แต่หากจัดให้มีการสอบแบบที่ตนเสนอ เด็กก็จะได้ตัดสินใจเลยว่าจะเลือกเรียนในสายปฏิบัติ หรือสายวิชาการ และเป็นการแก้ปัญหานักเรียนวิ่งรอกสอบ อย่างไรก็ตามตนเห็นว่ามติ ทปอ.ดังกล่าวเป็นการแก้ปัญหาให้กับมหาวิทยาลัยในกลุ่ม ทปอ.เองแต่ไม่ใช่การสร้างความเข้มแข็งให้กับมหาวิทยาลัยเฉพาะทาง ซึ่งในต่างประเทศการพัฒนาการศึกษาจะมีการพัฒนาควบคู่กันไปทั้งสายวิชาการและสายอาชีพ