ยอดเหยื่อไฟไหม้โกดังจัดงานปาร์ตี้พุ่ง 30 ศพ สูญหายอีกหลายคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ธ.ค. 2559 01:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/802101

 

จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ในงานปาร์ตี้ที๋โกดังเก่าในเมืองโอ๊กแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนียเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมาเพิ่มเป็น 30 รายแล้ว แต่ปฏิบัติการค้นหายังไม่เสร็จสิ้นและยังมีผู้สูญหายอีกจำนวนหนึ่ง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุเพลิงไหม้ในงานปาร์ตี้ซึ่งจัดขึ้นที่ชั้น 2 ของโกดัง 2 ชั้นในเมืองโอ๊กแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ที่ถูกดัดแปลงเป็นสตูดิโอและที่พักของศิลปินเมื่อคืนวันศุกร์ที่ผ่านมา เพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 30 รายแล้ว แต่เจ้าหน้าที่ระบุว่า พวกเขาตรวจค้นภายในอาคารได้เพียง 20% เท่านั้น และยังมีผู้สูญหายอีกจำนวนหนึ่ง

ในช่วงเวลาเกิดเหตุกำลังมีงานปาร์ตี้คอนเสิร์ตของวง ‘โกลเดน ดอนนา’ และศิลปินคนอื่นๆ โดยมีคนอยู่ภายในราว 50-100 คน ก่อนเกิดไฟไหม้รุนแรงในช่วงก่อนเที่ยงคืนวันศุกร์ ทำให้หลังคาพังถล่มลงมาบนชั้นสอง และพื้นบางส่วนของชั้นสองก็พังถล่มลงมาบนชั้นล่าง หน่วยดับเพลิงต้องใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ และเพิ่งสามารถเริ่มการค้นหาได้เมื่อช่วงบ่ายวันเสาร์ตามเวลาท้องถิ่น

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่ของสหรัฐฯ กำลังตรวจสอบอาคารหลังนี้ว่ามีการละเมิดมาตรฐานความปลอดภัยหรือไม่ เนื่องจากโกดังไม่มีระบบสปริงเกอร์ดับเพลิง และหน่วยดับเพลิงไม่ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้เมื่อพวกเขาเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุด้วย

อนึ่ง โกดังแห่งนี้รู้จักกันในชื่อ ‘โกสต์ ชิพ’ หรือ เรือผี ถูกดัดแปลงเป็นสตูดิโอและที่อยู่ของศิลปิน ทำให้ภายในอาคารเต็มไปด้วยเครื่องเรือน, หุ่นแสดงแบบ และสิ่งของอื่นๆ เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยดับเพลิง นอกจากนี้ สำนักงานการวางแผนอาคารของเมืองโอ๊กแลนด์ ยังเผยด้วยว่า เมื่อเดือนก่อนพวกเขาได้สืบสวนเกี่ยวกับโกดังแห่งนี้ หลังจากได้รับการร้องเรียนจากผู้อยู่อาศัยใกล้เคียง ในเรื่องขยะและผู้ที่อาศัยอยู่ภายใน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ไฟไหม้งานปาร์ตี้ที่สตูดิโอในแคลิฟอร์เนีย ยอดเหยื่ออาจถึง 40 ราย

 

หนุ่มฟินแลนด์ใช้ไรเฟิลยิงดับสยอง 2 นักข่าว-นักการเมืองท้องถิ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ธ.ค. 2559 23:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/802076

 

หนุ่มฟินแลนด์ก่อเหตุใช้ปืนไรเฟิลยิงนักการเมืองท้องถิ่นและนักข่าวอีก 2 คนจนเสียชีวิตที่หน้าร้านอาหารในเมืองทางตะวันออกเฉียงใต้ ถือเป็นหนึ่งในเหตุฆาตกรรมด้วยอาวุธปืนซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนักในประเทศนี้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนยิงนักการเมืองหญิงท้องถิ่นของเมือง อิมาตรา ทางตะวันออกเฉียงใต้ของประเทศฟินแลนด์ จนเสียชีวิตที่หน้าร้านอาหารแห่งหนึ่ง พร้อมกับนักข่าวหญิงอีก 2 คน เมื่อช่วงเช้ามืดวันอาทิตย์ที่ 4 ธ.ค. โดยชายวัย 23 ปีซึ่งมีประวัติก่ออาชญากรรมถูกจับกุมตัวในฐานะผู้ต้องสงสัย

ตำรวจเผยด้วยว่า ผู้ต้องสงสัยวัย 23 ปี ใช้ปืนไรเฟิลล่าสัตว์เป็นอาวุธ เขาเดินทางมาถึงที่เกิดเหตุด้วยรถยนต์ของตัวเองและยิงปืนเข้าใส่นางตีนา วิเลน-ยัปปิเนน ประธานสภาเมืองอิมาตรา แะลนักข่าวหญิงอีก 2 คนในขณะที่พวกเธอเดินออกจากร้านอาหาร ประมาณ 4-5 นัด กระสุนถูกเหยื่อบริเวณศีรษะและลำตัวจนเสียชีวิต ก่อนจะไปนั่งรอในรถจนตำรวจมาถึง และตามตำรวจไปอย่างเงียบๆ และไม่ขัดขืน

ด้านนาย ซาคุ เตียลิเนน หัวหน้าทีมสืบสวนระบุว่า ผู้ต้องสงสัยมีประวัติอาชญากรรมหลายอย่างรวมทั้งการใช้ความรุนแรงและลักขโมย แต่นายเตียลิเนนไม่เปิดเผยชื่อและข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับผู้ต้องสงสัยรายนี้ เขาบอกด้วยว่า ตำรวจไม่พบข้อบ่งชี้ว่าเหตการณ์นี้มีแรงจูงใจทางการเมือง และผู้ต้องสงสัยกับเหยื่อไม่รู้จักกันเป็นการส่วนตัว นอกจากนี้ หลักฐานทุกอย่างที่พบจนถึงตอนนี้บ่งชี้ว่า คนร้ายก่อเหตุโดยไม่เลือกหน้า

ทั้งนี้ ประเทศฟินแลนด์มีประชากรประมาณ 5.4 ล้านคน และนิยมการล่าสัตว์อย่างมาก มีประชาชนกว่า 650,000 ที่มีใบอนุญาตพกปืนอย่างถูกต้องตามกฎหมาย มากเป็นอันดับต้นๆ ของโลก อย่างไรก็ตาม คดีฆาตกรรมด้วยอาวุธปืนกลับเกิดขึ้นน้อยมาก และหลังจากเกิดเหตุกราดยิงในโรงเรียนเมื่อเกือบ 10 ปีก่อน กฏหมายเกี่ยวกับอาวุธปืนในฟินแลนด์ก็ถูกปรับให้เข้มงวดขึ้นอีก

 

เศร้า นร.แลกเปลี่ยน หนุ่มไทยวัย 16 ตกรถไฟดับสลด ที่รัสเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ธ.ค. 2559 16:11

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/801867

 

(ภาพประกอบ)

เกิดเหตุสุดสะเทือนใจ พบศพนักเรียนแลกเปลี่ยน หนุ่มไทยวัย 16 บนรางรถไฟใกล้สถานีรถไฟเมืองยานาอูล สาธารณรัฐบัชคอร์โตสถาน  ในรัสเซีย ตร.ในพื้นที่คาดนักเรียนไทยเคราะห์ร้าย ร่วงตกลงมาจากขบวนรถไฟจนโดนรถไฟทับดับสลด

เมื่อ 4 พ.ย. เว็บไซต์ Bashiinform รายงาน เกิดเหตุสลด พบร่างนักเรียนชายชาวไทยวัย 16 ปี เสียชีวิตบนรางรถไฟ ใกล้สถานีรถไฟเมืองยานาอูล สาธารณรัฐบัชคอร์โตสถาน ประเทศรัสเซีย เมื่อวันที่ 1 ธ.ค.ที่ผ่านมา หลังจากนักเรียนไทยผู้นี้ได้เดินทางมากับรถไฟขบวนหนึ่ง ที่กำลังแล่นมายังรัฐบัสคอร์โตสถาน ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงมอสโก เมืองหลวงรัสเซียไปทางตะวันออกประมาณ 1,200 กิโลเมตร

ตามรายงานของคณะกรรมการสืบสวน สังกัดกองสืบสวนคดีอาชญากรรมของรัสเซีย ระบุว่า นักเรียนไทยรายนี้ เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยน และเป็นหนึ่งในกลุ่มคน 12 คนซึ่งเดินทางมากับทริปนี้ ที่มายังเมืองเยคาเตรินเบิร์ก เมืองใหญ่อันดับ 4 ของประเทศรัสเซีย และจะกลับไปยังเมืองอีเชียฟ สาธารณรัฐอุตมูร์เทียร์ ซึ่งติดกับทางเหนือขอสาธารณรัฐบัชคอร์โตสถาน

จากการตรวจสอบสภาพศพของเจ้าหน้าที่ตำรวจรัสเซียในพื้นที่ ไม่พบว่านักเรียนแลกเปลี่ยนชาวไทยรายนี้ โดนทำร้ายร่างกายแต่อย่างใด อีกทั้งเงิน และทรัพย์สินที่ติดตัวมายังอยู่ในบริเวณที่นั่งของเขา โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจรัสเซีย คาดว่านักเรียนเคราะห์ร้ายชาวไทยผู้นี้ อาจร่วงตกจากรถไฟบริเวณทางเดินเชื่อมระหว่างโบกี้ก็เป็นได้

 

ประมวลภาพ ชาวบราซิลหลายหมื่นเศร้า ร่วมอาลัยทีมบอลเครื่องบินตก กลับบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ธ.ค. 2559 13:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/801697

 

ชาวบราซิลหลายหมื่นคนที่เมืองชาเปโค กกลั้นน้ำตาไม่อยู่ ขณะมารอรับและร่วมในพิธีไว้อาลัยแด่เหล่านักฟุตบอลและเจ้าหน้าที่ของทีม ชาเปโคเอนเซ หลังประสบเหตุเครื่องบินตกที่โคลอมเบีย ดับสลด 71 ศพ

เมื่อ 4 ธ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ชาวบราซิลหลายหมื่นคนสุดเศร้า มารอรับและร่วมในพิธีไว้อาลัยอย่างเป็นทางการแด่เหล่านักฟุตบอล โค้ช และเจ้าหน้าที่ของทีมชาเปโคเอนเซ ซึ่งเสียชีวิตจากโศกนาฏกรรมเครื่องบินโดยสารของสายการบินลาเมีย แอร์ไลน์ส เที่ยวบิน LMI 2399 ซึ่งเป็นเที่ยวบินแบบเช่าเหมาลำ ประสบเหตุตกบริเวณภูเขา ใกล้เมืองเมดิยิน ทางตอนกลางของประเทศโคลอมเบีย เมื่อคืนวันที่ 28 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 71 ศพ จากจำนวนผู้โดยสารและลูกเรือ 77 ราย ขณะกำลังเดินทางไปแข่งขันรอบชิงชนะเลิศนัดแรก ในศึกโคปาซูดาอเมริกานา



ท่ามกลางสายฝนที่ตกโปรยปราย ชาวบราซิลพากันหลั่งน้ำตาด้วยโศกเศร้า ขณะเครื่องบินลำเลียงของกองทัพอากาศได้นำร่างของผู้เสียชีวิตที่ถูกบรรจุอยู่ในโลงศพเดินทางมาถึงเมืองชาเปโค ซึ่งเป็นเมืองเกษตรกรรมทางภาคใต้ของบราซิล เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น จากนั้นขบวนรถได้นำโลงศพไปยังสนามกีฬา‘อาเรียนา คอนดา สเตเดียม‘ในเมืองชาเปโค  ซึ่งจะมีพิธีไว้อาลัยขณะที่มีผู้คนจำนวนมากได้มาร่วมในพิธี และมีบางคนถึงมาเฝ้ารอนอนค้างคืนที่สนามฟุตบอลเพื่อรอรับนักเตะในดวงใจของพวกเขา.







อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ทำไมน้ำมันหมด? สุดเครียด คำต่อคำ นักบินเที่ยวบินมรณะ ก่อนตกโคลอมเบีย

 

พระวัดป่าชิคาโก คนไทยในอิลลินอยส์ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ธ.ค. 2559 09:56

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/801551

 

ภาพข่าวโดยพระครูปลัดกิตติ กิตติโสภโน เจ้าสำนักวัดใหม่อินเดียนาพุทธาราม รัฐอินดีแอนา

วัดป่าชิคาโก พร้อมพระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนคนไทยในรัฐอิลลินอยส์ ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เมื่อ 4 ธ.ค.59 ผู้สื่อข่าวไทยรัฐรายงานว่า พระครูสังฆรักษ์ศุภฤกษ์ ฐานิสสโร วัดป่าชิคาโก พร้อมพระสงฆ์ และพุทธศาสนิกชนคนไทยในรัฐอิลลินอยส์ และคณะแพทย์วัดใหม่ฯ รัฐอินดีแอนา ประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ร่วมพิธีบำเพ็ญกุศลปัญญาสมวาร 50 วัน น้อมเกล้าน้อมกระหม่อมถวายพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ วัดป่าชิคาโก รัฐอิลลินอยส์ เมื่อวันที่ 3 ธ.ค. (ตามเวลาท้องถิ่น)



ในพิธี ซึ่งมีนางฆฏนาวดี กัลยาณมิตร รองกงสุลใหญ่ ณ นครชิคาโก เป็นประธาน พระสงฆ์ได้สวดพระพุทธมนต์ธรรมนิยาม และพิธีทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ 7 รูป เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่เสด็จสวรรคตเมื่อวันที่ 13 ตุลาคม ที่ผ่านมา.



 

น้ำหอมชาแนล N°5 อาจหยุดผลิต เพราะการสร้างทางรถไฟ TGV ผ่านทุ่งดอกไม้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ธ.ค. 2559 08:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/801497

 

(ภาพจาก © Chanel)

น้ำหอมชาแนล N°5 ที่มีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลก อาจต้องหยุดผลิต เพราะการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง TGV สายใหม่ของฝรั่งเศส ผ่านแถบโปรวองซ์ จะผ่านทุ่งดอกไม้ ที่ปลูกไว้ใช้สำหรับผลิตน้ำหอมรุ่นนี้

เมื่อ 4 ธันวาคม 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานว่า นำ้หอมที่มีชื่อเสียงที่สุดของฝรั่งเศสผลิตโดย โกโก้ ชาแนล และแอร์เนสต์ โบซ์ ซึ่งเริ่มการผลิตมาตั้งแต่ปี 1921 กำลังอยู่ระหว่างก้าวย่างที่อาจจะต้องสะดุดหยุดลงเสียแล้ว เพราะมีการก่อสร้างทางรถไฟความเร็วสูง TGV สายใหม่ผ่านแถบโปรวองซ์ ถ้าโครงการดังกล่าวยืนยันตามที่กำหนดว่า จะมีรางรถไฟผ่านทุ่งกว้างที่ชาแนลได้มีการปลูกดอกไม้แปลงใหญ่ขนาด 12 เฮกตาร์ สำหรับใช้ในการผลิตน้ำหอมเป็นการเฉพาะ

สำหรับ น้ำหอมชาแนลหนึ่งขวดขนาด 30 มิลลิลิตร ต้องใช้ดอกมะลิจำนวน 1,000 ดอก และดอกกุหลาบเดือนพฤษภาคม 12 ดอกที่ปลูกในพื้นที่บริเวณนี้ บริษัทชาแนลได้ออกแถลงการณ์ระบุว่า จะย้ายออกจากเมืองกราซ หากโครงการรถไฟความเร็วสูง TGV เป็นจริง “การก่อสร้างรางรถไฟบนสะพานลอยและการวิ่งผ่านของรถไฟความเร็วสูง TGV เป็นประจำผ่านข้ามทุ่งปลูกดอกไม้ อาจเป็นเงื่อนไขบังคับให้ชาแนลต้องยกเลิกการสนับสนุนธุรกิจในบริเวณพื้นที่ดังกล่าวโดยสิ้นเชิง” ชาแนล ออกแถลงการณ์

ทั้งนี้ น้ำหอมยี่ห้อชาแนล หมายเลข 5 (Chanel N°5) ซึ่งมีชื่อเสียงโด่งดังทั่วโลกหวั่นเกรงว่ากลิ่นน้ำหอมที่ผลิตใหม่จะมีกลิ่นเปลี่ยนไปหากย้ายแหล่งผลิต ทำให้อาจจะต้องยุติการผลิตโดยเด็ดขาด.

 

ไฟไหม้งานปาร์ตี้ที่สตูดิโอในแคลิฟอร์เนีย ยอดเหยื่ออาจถึง 40 ราย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ธ.ค. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/801441

 

เกิดเหตุไฟไหม้ที่โกดังซึ่งดัดแปลงเป็นสตูดิโอในรัฐแคลิฟอร์เนีย ขณะที่กำลังมีการจัดงานปาร์ตี้ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 9 ราย แต่จำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจสูงกว่านี้มาก…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุไฟไหม้รุนแรงที่โกดัง 2 ชั้น ซึ่งดัดแปลงเป็นสตูดิโอและที่อยู่ของศิลปินหลายคน ในเขตฟรุตเวล เมืองโอ๊กแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย ขณะกำลังมีการจัดงานรื่นเริงบนชั้น 2 เมื่อคืนวันศุกร์ตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 9 ราย อย่างไรก็ตาม เจ้าหน้าที่เชื่อว่าจำนวนผู้เสียชีวิตที่แท้จริงอาจมีมากถึง 40 ราย เนื่องจากยังมีผู้สูญหายอีกหลายสิบคน

โกดังแห่งนี้กำลังจัดงานคอนเสิร์ตของวง ‘โกลเดน ดอนนา’ วงดนตรีแนวอิเล็กทรอนิก กับการแสดงของศิลปินคนอื่นๆ ซึ่งทางผู้จัดงานประกาศผ่านเฟซบุ๊กในช่วงเช้าวันเกิดเหตุ โดยตามการเปิดเผยของตำรวจ ไฟเริ่มลุกไหม้ในเวลา 23:30น. วันศุกร์ ตามเวลาท้องถิ่น

ด้านน.ส. เทเรซา เดลอค-รีด หัวหน้าสำนักงานดับเพลิงเมืองโอ๊กแลนด์ กล่าวว่า ขณะเกิดเหตุเชื่อว่ามีคนอยู่ในอาคารประมาณ 50-100 คน โดยอาคารไม่มีระบบสปริงเกอร์ดับเพลิง และเจ้าหน้าที่ดับเพลิงไม่ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนไฟไหม้ เมื่อพวกเขาเดินทางถึงที่เกิดเหตุ

น.ส. เดลอค-รีด เผยอีกว่า เนื่องจากอาคารถูกดัดแปลงเป็นสตูดิโอและที่อยู่ของศิลปิน ทำให้ภายในอาคารเต็มไปด้วยเครื่องเรือน, หุ่นแสดงแบบ และสิ่งของอื่นๆ เป็นอุปสรรคในการปฏิบัติหน้าที่ของหน่วยดับเพลิง นอกจากนี้ ทางออกจากชั้น 2 ก็มีเพียงทางเดียวคืนบันไดที่ทำอย่างแผ่นไม้พาเลต

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ดับเพลิงใช้เวลาหลายชั่วโมงกว่าจะควบคุมเพลิงเอาไว้ได้ และต้องรอจนถึงช่วงบ่ายวันเสาร์ จึงจะสามารถเริ่มปฏิบัติการเก็บกู้ได้ โดยตอนนี้พวกเขายังไม่ทราบสาเหตุที่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ แต่เชื่อว่าไม่ใช้การวางเพลิง โดยตอนนี้พวกเขากำลังสืบสวนว่ามีการละเมิดกฎการก่อสร้างในอาคารหลังนี้หรือไม่

 

บินตำรวจอินโดฯ ระเบิดตกทะเล คาดดับยกลำ 12 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ธ.ค. 2559 04:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/801381

 

เครื่องบินใบพัดของตำรวจอินโดนีเซียตกทะเลเมื่อวันเสาร์ พร้อมผู้โดยสารอย่างน้อย 12 คน ล่าสุดมีรายงานการพบซากเครื่องบินแล้ว และเชื่อว่าคนบนเครื่องเสียชีวิตทั้งหมด…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เครื่องบินใบพัด 2 เครื่องยนต์รุ่น เอ็ม-28 สกายทรักค์ ของตำรวจอินโดนีเซีย ซึ่งบรรทุกคนบนเครื่องอย่างน้อย 12 คน ตกทะเลนอกชายฝั่งเกาะบาตัม ในหมู่เกาะเรียว หลังจากหายไปจากจอเรดาร์ขณะเดินทางกลับประเทศจากสิงคโปร์เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ธ.ค. ที่ผ่านมา

เครื่องบินลำนี้กำลังขนส่งเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่ซ่อมบำรุง โดยเดินทางออกจากเมืองปันกัล ปีนัง ในประเทศสิงคโปร์เมื่อเวลาประมาณ 10:24น. แต่ขาดการติดต่อกับหอบังคับการบินสิงคโปร์ในเวลาประมาณ 11:22น. ขณะเดินทางสู่เกาะบาตัมได้ครึ่งทาง

หลังเกิดเหตุ สิงคโปร์ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์และเรือออกปฏิบัติการค้นหาและกู้ภัย ส่วนกองทัพเรืออินโดนีเซียส่งเรือออกร่วมการค้นหา 5 ลำ ก่อนจะมีรายงานว่า ชาวประมงพบเศษซากเครื่องบินลำนี้แล้ว พร้อมกับศพผู้เสียชีวิต โดยไม่มีรายงานพบผู้รอดชีวิต

ด้านพลเรือเอก เอส. อิราวัน ผู้บัญชาการฐานทัพเรือ เมืองตันจุง ปีนัง เมืองเอกของจังหวัดเรียว เปิดเผยว่า ก่อนที่เครื่องบินลำนี้จะตก ชาวบ้านท้องถิ่นได้ยิงเสียงระเบิดดังสนั่นด้วย

 

ใกล้แพ้? กบฏซีเรียเสียพื้นที่ในเมืองอเลปโปให้ทัพรบ.แล้วเกือบ 2 ใน 3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ธ.ค. 2559 02:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/801372

 

กองกำลังฝ่ายกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรีย เสียพื้นที่ที่พวกเขาครอบครองในเมืองอเลปโปไปกว่า 2 ใน 3 ส่วนแล้ว หลังจากกองทัพรัฐบาลระดมกำลังโจมตีอย่างหนักตลอดหลายสัปดาห์ที่ผ่านมาเพื่อยึดคืนเมืองยุทธศาสตร์แห่งนี้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กองทัพรัฐบาลซีเรียสามารถยึดเขตในพื้นที่ทางตะวันออกของเมืองอเลปโป ซึ่งถูกควบคุมโดยกลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาลได้เพิ่มอีก 1 เขตแล้ว ทำให้ฝ่ายกบฏเสียดินแดนที่พวกเขาครอบครองในเมืองแห่งนี้ไปแล้วเกือบ 2 ใน 3 ส่วน หลังจากฝ่ายรัฐบาลเริ่มการโจมตีอีกครั้งในช่วงกลางเดือนพ.ย.

กลุ่มสังเกิดการเพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (เอสโอเอชอาร์) ซึ่งมีสำนักงานในสหราชอาณาจักร รายงานว่า เขต ทาริก อัล-บาบ ถูกกองทัพรัฐบาลตีแตกเมื่อวันศุกร์ที่ผ่านมา หลังจากถูกฝ่ายกบฏยึดครองมานานกว่า 4 ปี เปิดเส้นทางเชื่อมต่อระหว่างพื้นที่เมืองอเลปโปที่ฝ่ายรัฐบาลครอบครองกับสนามบินในเมืองอเลปโป โดยการปะทะกันที่เขตที่ทำให้นักรบของทั้ง 2 ฝ่ายเสียชีวิต 10 ราย

ขณะที่นาง ลีเซ โดเซต หัวหน้าทีมข่าวระหว่างประเทศของสำนักข่าวบีบีซี ซึ่งอยู่ในพื้นที่ทางตะวันตกของเมืองอเลปโป ระบุว่า การเสียเขต ทาริก อัล-บาบ หมายความว่า พื้นที่มากกว่า 60% ในเมืองอเลปโปที่ฝ่ายกบฏเคยควบคุม ตกไปอยู่ในมือของกองทัพฝ่ายรัฐบาลแล้ว และการต่อสู้ในพื้นที่ทางตะวันตกของอเลปโปดำเนินต่อเนื่องตลอดคืนวันศุกร์

ทั้งนี้ เมืองอเลปโป ซึ่งเคยเป็นศูนย์กลางอุตสาหกรรมและการค้าแห่งนี้ถูกแบ่งแยกเป็น 2 ส่วนตั้งแต่ปี 2012 โดยรัฐบาลครองพื้นที่ทางตะวันตก ส่วนกบฏควบคุมพื้นที่ทางตะวันออก อย่างไรก็ตาม กองทัพรัฐบาลสามารถยึดพื้นที่คืนจากฝ่ายกบฏได้อย่างรวดเร็ว นับตั้งแต่พวกเขาเริ่มการโจมตีทางอากาศอีกครั้งเมื่อวันที่ 15 พ.ย. หลังหยุดโจมตีทางอากาศในเมืองแห่งนี้ตามมาตรการของของรัสเซียนาน 3 สัปดาห์

ข่าวการยึดคืนพื้นที่เมืองอเลปโปของรัฐบาลซีเรียเกิดขึ้นพร้อมกับข่าวที่ว่า ชาวเมืองอเลปโปจำนวนนับหมื่นคนต้องอพยพหลบหนีความรุนแรง จนนาย สตีเฟน โอไบรอัน รองเลขาธิการสหประชาชาติฝ่ายกิจการเพื่อมนุษยธรรมและผู้ประสานงานด้านการบรรเทาทุกข์ฉุกเฉิน ต้องออกมาเตือนว่า เมืองแห่งนี้อจาจกลาบเป็นสุสานขนาดใหญ่

ด้านรัสเซีย ซึ่งสนับสนุนประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด แห่งซีเรีย ระบุว่า พวกเขาพร้อมที่จะเจรจาเพื่อเปิดเส้นทางปลอดภัยเพื่อส่งความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

 

สลด! ระเบิดที่เหมืองถ่านหินจีนดับ 17 ติดใต้ดินอีก 10 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 4 ธ.ค. 2559 01:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/801351

 

เกิดเหตุระเบิดที่เหมืองถ่านหินในเมืองทางเหนือของประเทศจีน ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้ว 17 ราย ขณะที่ยังมีคนงานติดอยู่ใต้ดินอีกกว่า 10 คน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันเสาร์ที่ 3 ธ.ค. เกิดเหตุระเบิดที่เหมืองถ่านหินในเมืองฉีเฟิ่ง ภายในเขตปกครองตนเองมองโกเลียใน ทางเหนือของประเทศจีน เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิตถึง 17 ราย แต่ยังมีคนงานติดอยู่ใต้ดินอีก 10 คน ขณะที่ยังไม่ทราบสาเหตุของการระเบิด

ตามการเปิดเผยของรัฐบาลเมืองฉีเฟิ่ง เหตุระเบิดเกิดขึ้นในขณะที่คนงาน 31 คนกำลังทำงานอยู่ใต้ดินในเหมืองถ่านหินของบริษัท ‘เปาหม่า ไมนิง’ ทำให้มีผู้เสียชีวิตทันที 17 ราย ก่อนที่หน่วยกู้ภัยจะสามารถช่วยเหลือคนงานออกมาได้ 4 คน และขณะนี้เจ้าหน้าที่กำลังตามหาคนงานอีก 10 คนที่เหลือที่ยังติดอยู่ใต้ดิน

ทั้งนี้ เหตุระเบิดที่เหมืองถ่านหินครั้งล่าสุดนี้ เกิดขึ้นเพียงไม่กี่ชั่วโมง หลังมีการยืนยันว่าคนงานเหมือง 21 คนเสียชีวิตแล้ว หลังจากติดอยู่ใต้เหมืองถ่านหินที่เปิดโดยไม่ได้รับอนุญาตในมณฑล เฮยหลงเจียง ทางตะวันออกเฉียงเหนือของประเทศนาน 4 วัน