ผู้กำกับ-นักแสดง ‘พรจากฟ้า’ รวมตัวสร้างสุขวันแถลงข่าว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/246375

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ภาพยนตร์ “พรจากฟ้า” ภาพยนตร์รักแห่งปี ที่จะมอบ “ดนตรี” ให้เป็นของขวัญแด่คนไทยทุกคน ในวันที่ 1 ธันวาคมนี้ จัดงานแถลงข่าวไปเมื่อวานก่อน โดย “จีดีเอช” ร่วมกับ“สิงห์ คอร์เปอเรชั่น” จับมือกันสร้างสรรค์…พิธีกรสุดฮอต โอปอล์-ปาณิสราอารยะสกุล รับหน้าที่พูดคุยกับ 4 ผู้กำกับ เก้ง-จิระ มะลิกุล,ต้น-นิธิวัฒน์ ธราธร, หมู-ชยนพ บุญประกอบ, ปิง-เกรียงไกร วชิรธรรมพร และโปรดิวเซอร์สาวมากความสามารถ วรรณฤดีพงษ์สิทธิศักดิ์ ถึงที่มาของโปรเจกท์หนังเรื่องนี้ ซึ่งสร้างขึ้นเพื่อตามรอยพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในการที่จะมอบของขวัญให้ผู้คนด้วยบทเพลง โดยภาพยนตร์เรื่องนี้มีการนำเนื้อร้องในบทเพลงพระราชนิพนธ์มาตีความ ผ่านมุมมองของ 4 ผู้กำกับที่รักดนตรี และ 3 คู่นักแสดง เต๋อ-ฉันทวิชช์ ธนะเสวี และ หนูนา-หนึ่งธิดา โสภณ, ซันนี่สุวรรณเมธานนท์ และ มิว-นิษฐา จิรยั่งยืน, นาย-ณภัทร เสียงสมบุญและ วี-วิโอเลต วอเทียร์

จากนั้นเหล่าผู้กำกับและนักแสดง ได้เตรียมโชว์สุดพิเศษเพื่อมอบให้เป็นของขวัญแก่ผู้ชม นั่นคือดนตรีจากบทเพลงพระราชนิพนธ์ “ยามเย็น” ซึ่งเป็นหนึ่งในเพลงพระราชนิพนธ์ที่อยู่ในภาพยนตร์ “พรจากฟ้า” เรียกเสียงปรบมือจากผู้ชมได้อย่างกึกก้อง ปิดท้ายด้วย 2 ผู้บริหาร คุณจินา โอสถศิลป์ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท จีดีเอช ห้าห้าเก้า จำกัด และ คุณณัฐวรรณทีปสุวรรณ ผู้อำนวยการสำนักประชาสัมพันธ์และสื่อสารองค์กร บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่ จำกัด มาร่วมพูดคุยถึงการทำโปรเจกท์หนังเรื่องนี้ร่วมกัน และกล่าวขอบคุณโรงภาพยนตร์ทุกเครือทั่วประเทศที่ลดราคาบัตรชมภาพยนตร์ลงเหลือ 99 บาท เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล

 

‘School Tales เรื่องผีมีอยู่ว่า..’หนังผีที่มีมากกว่าความหลอน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/246363

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นอกจาก “School Tales เรื่องผีมีอยู่ว่า…” จะเป็นภาพยนตร์วัยรุ่นที่เล่นกับจินตนาการความกลัวกับเรื่องเล่าที่อาจจะไม่เหลือร่องรอยของความเป็นจริงแล้ว ภาพยนตร์เรื่องนี้ยังมีเส้นเรื่องราวความรักของเหล่าผองเพื่อน ในกลุ่มวงโยธวาทิตมีเพื่อนรักอยู่ด้วยกันทั้งหมด 3 คู่ ที่เป็นเพื่อนซี้แบบตัวติดกัน

ไม่ว่าจะเป็น “สอง กับ พีท” (โทรุ โทรึ ทากิซาว่า และ บอส-นวไพบูลย์ สุขวุฒินานนท์, “เน็ต กับ ท็อป” (ข้าวปั้น-ธีธัช รัตนศรีทัย และ ยูโร-ธนเศรษฐ์ สุริยะพรชัยกุล,“เมย์ และ ครีม” (พิม-ลัทธ์กมล ปิ่นโรจน์กีรติ (สังกัดช่อง 3)และ จิ๊บ-วริษฐา วชิรวงศ์ รวมไปถึง ปัน (พรีม-รณิดาเตชสิทธิ์) กับเพื่อนผู้แสนลึกลับของเธอด้วย แต่ความรักของผองเพื่อนท่ามกลางจินตนาการที่น่าผวา มันกลับทำให้ความสัมพันธ์ของพวกเขาแย่ลง เขาโกรธกัน เกลียดกัน เลยเถิดไปจนถึงทำร้ายร่างกายกัน ทั้งที่ความจริงแล้ว ความรักและสามัคคีของพวกเขาเท่านั้นจึงจะทำให้พวกเขาเอาชีวิตรอดมาได้แล้วพวกเขาจะรอดจากเรื่องเล่าชวนผวาที่คอยตามล่าพวกเขาได้หรือไม่ ติดตามผลงานเรื่องเยี่ยมของ ภาส พัฒนกำจร ผู้กำกับฝีมือในที่เคยฝากผลงาน รักจัดหนัก ให้ได้ชื่น

‘ปริศนา’คืนจอ สารคดีแอนิเมชั่น ย้อนรอยวรรณกรรม ชุด 2480

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/246376

วันเสาร์ ที่ 26 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

หลังจาก สถานีโทรทัศน์ PPTV HD 36 นำละครน้ำดีอย่างเรื่อง “ตามรอยพ่อ” มาออกอากาศ เพื่อส่งมอบสิ่งที่ดีและสร้างแรงบันดาลใจในการใช้ชีวิตอย่างพอเพียง ตามแนวพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 แล้ว ล่าสุดขอส่งละครคุณภาพจากบทประพันธ์สุดอมตะอย่าง “ปริศนา” ลงจออีกครั้ง มุ่งนำเสนอวิถีชีวิตของผู้คนในยุคปลายรัชกาลที่ 8 และต้นรัชกาลที่ 9พร้อมสารคดีที่จัดทำขึ้นพิเศษประกอบในช่วงท้ายละคร เพื่อให้ผู้ชมเข้าใจถึงบริบทสังคมไทย ในยุคสมัยก่อนปี พ.ศ.2500 ซึ่งจะออกอากาศ ทุกวันเสาร์–อาทิตย์ เวลา 13.30-15.00 น. เริ่มตอนแรก 27 พฤศจิกายนนี้

สำหรับ “ปริศนา” เป็นละครรักสุดคลาสสิกที่แฟนๆ คุ้นเคยกันอย่างดี จากบทประพันธ์ของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิภาวดีรังสิต (ว. ณ ประมวญมารค) เรื่องราวความรักระหว่าง ท่านชายผู้สูงศักดิ์ กับ หญิงสาวนักเรียนนอกสวย เก่ง ฉลาด แต่มีปริศนาในชาติกำเนิด ซึ่งปริศนาในเวอร์ชั่นนี้ผลิตและกำกับการแสดงโดย หม่อมราชวงศ์ศรีคำรุ้ง ยุคล รัตตกุล โดยได้พระเอกฝีมือดีอย่าง หนุ่ม-ศรราม เทพพิทักษ์ มารับบท “ท่านชายพจน์” และนักแสดงน้องใหม่ เฟ-สุษมา กิติยากร ณ อยุธยา รับบท “ปริศนา” ร่วมด้วยนักแสดงมากความสามารถอีกมากมาย

โดยการนำละคร “ปริศนา” กลับมาออกอากาศในครั้งนี้ ยังมีความพิเศษกว่าเดิม เพราะนอกจากผู้ชมจะได้รับชมละครที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานแล้วยังพ่วงสารคดีพิเศษตอนท้ายละคร “ย้อนรอยวรรณกรรม ชุด 2480” นำเสนอสภาพสังคมไทยวิถีชีวิตของผู้คน เกร็ดที่น่าสนใจต่างๆ ที่เกิดขึ้นในทศวรรษ 2480 ซึ่งเป็นช่วงเวลาเดียวกับเหตุการณ์ในละครปริศนา ด้วยการสรรค์สร้างตัวการ์ตูนแอนิเมชั่น 3D มาดำเนินรายการในสารคดีชุดพิเศษนี้ด้วย โดยจะปรากฏตัวอยู่ในสถานที่ต่าง ๆ ตามเนื้อเรื่องเพื่อสร้างสีสันและความสนุกในการรับชมอีกด้วย

 

ไหม้บาร์ผีย่าง9ศพ ยอดตายอาจพุ่งกว่า40 กลางเมืองโอ๊คแลนด์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 ธ.ค. 2559 07:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/802262

 

เพลิงนรกโหมไหม้สตูดิโอเก็บงานศิลปะ ที่แอบดัดแปลงเป็นบาร์จัดปาร์ตี้ คลอกเหยื่อดับสยองอย่างน้อย 9 ศพ โดยพระเพลิงโหมกระหน่ำขณะผู้คนร่วมร้อยกำลังสนุกสนานอยู่ภายในบาร์ ไฟเผาจนเพดานอาคารพังถล่มลงมา ขณะที่ตำรวจประเมินยอดผู้เสียชีวิตอาจมากถึง 40 ศพ เผยอาคารที่เกิดเหตุโดนร้องเรียนนับครั้งไม่ถ้วนก่อนจะเกิดเหตุสลดใจดังกล่าว

โศกนาฏกรรมเหตุเพลิงไหม้คลอกเหยื่อตายทั้งเป็นในสถานบันเทิงรายนี้ เปิดเผยเมื่อวันที่ 4 ธ.ค. โดยสำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเพลิงลุกไหม้ ภายในโกดังเก็บของที่แอบเปิดเป็นสถานที่จัดแสดงคอนเสิร์ตและจัดงานปาร์ตี้แห่งหนึ่ง ในเมืองโอ๊คแลนด์ รัฐแคลิฟอร์เนีย สหรัฐอเมริกา น.ส.เทเรซา เดโลชรีด หัวหน้าหน่วยดับเพลิงเมืองโอ๊คแลนด์ กล่าวว่า เหตุสยองขวัญดังกล่าวเกิดเมื่อเวลา 23.30 น. คืนวันที่ 2 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ เจ้าหน้าที่ตรวจสอบ พบสภาพที่เกิดเหตุเป็นอาคารสูง 2 ชั้น ชาวบ้านในชุมชนรู้จักกันในนาม “ตึกเรือผีโอ๊คแลนด์” ถูกใช้เป็นสถานที่จัดงานปาร์ตี้บนชั้น 2 บ่อยครั้ง ขณะที่บริเวณชั้น 1 ถูกใช้เป็นที่เก็บงานศิลปะอย่างหุ่นแสดงแบบแฟชั่น เฟอร์นิเจอร์ เปียโนเก่า ผ้าม่าน ไปจนถึงวัสดุต่างๆ ขณะที่บันไดขึ้นไปชั้น 2 ก็ทำจากพาเลทไม้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบต้นเพลิง แต่จากการเปิดเผยของพยานที่เกิดเหตุระบุว่า มาจากบริเวณด้านหลังของตึก ขณะที่การตรวจสอบเพิ่มเติมไม่พบหลักฐานใดๆที่บ่งชี้ว่าเป็นเหตุวางเพลิง นอกจากนี้ ปฏิบัติการเข้าตรวจสอบภายในอาคารยังเป็นไปอย่างล่าช้า เนื่องจากเปลวเพลิงที่โหมรุนแรง ทำให้เพดานอาคารพังถล่มลงมา ประกอบกับวัสดุศิลปะจำนวนมากภายในชั้น 1 ได้ทำให้ภายในอาคารเหมือนกับเขาวงกต ต่อมาเจ้าหน้าที่ดับเพลิงเปิดเผยว่า พบศพผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 9 ศพ และอาจเพิ่มขึ้น เพราะพยานระบุว่าในงานปาร์ตี้ชั้น 2 มีคนมาร่วมสังสรรค์ประมาณ 50 ถึง 100 คน

ส.ต.อ.เรย์ เคลลี นายอำเภอเขตอาลาเมดา ในเมืองโอ๊คแลนด์ กล่าวว่า ทางการได้รับรายงานผู้สูญหายจากเหตุการณ์ดังกล่าวอย่างน้อย 24 คน จึงได้ประเมินยอดเสียชีวิตไว้มากถึง 40 ศพ และผู้มาร่วมงานปาร์ตี้ส่วนใหญ่เชื่อว่าเป็นวัยรุ่นช่วงอายุ 20-30 ปี บางส่วนเป็นชาวต่างชาติ อย่างไรก็ตาม การค้นหาร่างเหยื่อผู้เสียชีวิตอาจต้องใช้เวลาอย่างน้อย 48 ชั่วโมง หรือ 2 วัน เพราะภายในอาคารเต็มไปด้วยซากปรักหักพัง

หนังสือพิมพ์ลอสแอนเจลิส ไทมส์ รายงานอ้างการเปิดเผยของพยานที่รอดชีวิตจากไฟไหม้สยองขวัญครั้งนี้ โดยกลุ่มเด็กวัยรุ่นอายุ 17 และ 18 ปี ไม่เปิดเผยชื่อ ระบุว่าในคืนเกิดเหตุระหว่างการแสดงคอนเสิร์ตของวงโกลเดน ดอนนา จู่ๆก็มีควันดำลอยคละคลุ้งจนมองอะไรไม่เห็น แต่ที่ออกมาได้เพราะมีเสียงคนตะโกนนำทางให้ออกจากสถานที่แห่งนี้มาจากด้านนอก

ขณะที่นายเซือง ลี นักข่าวอิสระระบุว่า มาร่วมฟังเพลงกับเพื่อนอีก 2 คน เมื่อเวลาประมาณ 23.00 น. บนสถานที่จัดงานชั้น 2 แต่มานึกได้ว่าลืมซื้อเหล้ามาจึงพากันออกไป แต่พอกลับมาก็ต้องช็อกสุดขีดเมื่อเห็นเปลวเพลิงพวยพุ่งออกมาจากหน้าต่างชั้น 2 ขณะที่หน้าต่างชั้น 1 เต็มไปด้วยควันดำ นาทีนั้นได้นึกถึงคนที่มาร่วมปาร์ตี้ราว 60-70 คน ที่อยู่บนชั้น 2 จะหนีออกมาอย่างไร เพราะมีทางออกมีแค่บันไดลงมาชั้น 1 ไม่มีทางหนีไฟอื่นๆ ส่วนนายบ็อบ มูล ช่างถ่ายรูปที่อาศัยอยู่ในอาคารเกิดเหตุกล่าวอย่างเศร้าโศกว่า พยายามจะช่วยเพื่อนที่ติดอยู่ข้างในแต่ไม่สำเร็จ เพราะถังดับเพลิงไม่ทำงาน และไฟลุกไหม้แรงมากจนรู้สึกเหมือนผิวหนังตนถูกฉีก

ต่อมาเทศบาลเมืองโอ๊คแลนด์ ชี้แจงว่า อาคารที่เกิดเหตุสยองครั้งนี้ ถูกขึ้นทะเบียนไว้สำหรับเป็นโกดังเก็บของ แต่ถูกร้องเรียนอย่างน้อย 3 ครั้งในปีนี้ ว่าอาคารถูกใช้เป็นที่เก็บขยะ และยังมีการตกแต่งเพิ่มเติมไว้สำหรับอยู่อาศัย อย่างไรก็ตาม ทางการอยู่ระหว่างสอบสวนถึงข้อร้องเรียนดังกล่าว แต่ยอมรับว่า พบหลักฐานว่าอาคารเริ่มมีสภาพทรุดโทรม ส่วนเรื่องการจัดงานคอนเสิร์ตในอาคารต้องขออนุญาต ทางเทศบาลก็ไม่ได้ออกใบอนุญาตให้ผู้จัดงานแต่อย่างใด

วันเดียวกัน หนังสือพิมพ์ลอสแอนเจลิส ไทมส์ ได้ติดต่อไปยัง น.ส.เอวา นึก วัย 36 ปี บุตรสาวเจ้าของตึก ได้รับการชี้แจงว่าครอบครัวปล่อยตึกให้เช่าทำเป็นพื้นที่สตูดิโอเก็บงานศิลปะ ด้านผู้เช่าก็ยืนยันหลายครั้งว่า ไม่ได้ทำเป็นที่พักอยู่อาศัย ทำให้รู้สึกเสียใจมากกับเหตุการณ์ครั้งนี้ กระนั้น ชาวบ้านในชุมชนยืนยันว่ามีกลุ่มศิลปินพักอาศัยอยู่ในอาคารดังกล่าวด้วย

 

นร.ไทยทุนเอเอฟเอส ตกรถไฟตายที่รัสเซีย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 ธ.ค. 2559 07:37

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/802252

 

นักเรียนไทยโครงการแลกเปลี่ยน AFS เสียชีวิตปริศนาคารางรถไฟที่รัสเซีย หลังเดินทางไปเข้าค่าย เลขาธิการ กช. กำชับทุกสถานศึกษาเพิ่มทักษะความรู้ในการใช้ชีวิตให้เข้มข้นมากขึ้น พร้อมมอบผู้บริหารโรงเรียนเร่งตรวจสอบการตาย และให้ความช่วยเหลือต่อไป

นักเรียนไทยในโครงการแลกเปลี่ยน “AFS” เคราะห์ร้ายไปเสียชีวิตในต่างแดนครั้งนี้ เปิดเผยจากเว็บไซต์ day.org.ru ของรัสเซีย ซึ่งมีรายงานเมื่อวันที่ 3 ธ.ค.ว่า มีเจ้าหน้าที่พบศพเด็กหนุ่มวัย 16 ปี นักเรียนแลกเปลี่ยนจากประเทศไทย เสียชีวิต อยู่ที่รางรถไฟใกล้สถานียานวลเมื่อเวลา 04.10 น. ตามเวลาท้องถิ่น วันที่ 1 ธันวาคม จากข้อมูลเบื้องต้น ทราบว่า เด็กหนุ่มผู้เคราะห์ร้ายเดินทางมากับคณะรวม 12 คน ซึ่งมีผู้ใหญ่รวมอยู่ด้วย จากค่ายภาษาที่เมืองเยคาเตรินเบิร์ก เพื่อเดินทางต่อไปยังเมืองอิเชฟสก์ ในการพบศพบรรดาสิ่งของมีค่าและเอกสารยังอยู่ครบถ้วน โดยสาเหตุการเสียชีวิตยังอยู่ระหว่างการสอบสวนของตำรวจ

ผู้สื่อข่าวสอบถามเรื่องดังกล่าวไปยังนายกฤษชัย อรุณรัตน์ เลขาธิการคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน (กช.) ได้รับการยืนยันว่า นักเรียนที่เสียชีวิตคนดังกล่าว เป็นนักเรียนแลกเปลี่ยนของ มูลนิธิการศึกษาและวัฒนธรรมสัมพันธ์ไทย-นานาชาติ หรือ “AFS ประเทศไทย” ของโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ที่เดินทางไปเรียนรู้ด้านภาษาและแลกเปลี่ยนวัฒนธรรมที่ประเทศรัสเซีย ประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตหลังเดินทางกลับจากค่ายภาษา ที่เมืองเยคาเตรินเบิร์ก ผู้บริหารโรงเรียนอยู่ระหว่างการตรวจสอบถึงสาเหตุการเสียชีวิตว่าเกิดจากอะไร เพื่อจะได้นำศพกลับมาประเทศไทยและให้ความช่วยเหลือ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นถือเป็นเรื่องที่น่าเศร้าใจอย่างยิ่ง จะแจ้งไปยังทุกโรงเรียนในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน ให้พิจารณาและเพิ่มความระมัดระวังก่อนที่จะส่งนักเรียนเดินทางไปเรียนรู้และฝึกประสบการณ์ในต่างประเทศในทุกๆ โครงการ ทั้งนี้ หากเป็นไปได้ควรฝึกทักษะและเตรียม ความพร้อมให้กับนักเรียนก่อนเดินทางอย่างเข้มข้นก่อนในทุกๆ ด้าน

ขณะเดียวกัน ในไลน์กลุ่มของผู้ปกครองนักเรียน โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย ได้มีการส่งต่อ ข้อมูลและกล่าวถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า นักเรียนที่ไปประสบอุบัติเหตุเสียชีวิตที่ประเทศรัสเซีย ชื่อ นายชญานนท์ พูลสิริสิน เรียนอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ห้อง 42 ผู้ปกครองที่เข้ามาแสดงความคิดเห็นในกรุ๊ปไลน์ ต่างแสดงความเสียใจกับผู้ปกครองของนายชญานนท์ ขณะที่บางรายเรียกร้องว่า แม้โครงการนี้จะเป็นโครงการที่ดีและมีประโยชน์ แต่ อยากให้เพิ่มความเข้มข้นในเรื่องของความปลอดภัยให้กับเด็กๆที่เดินทางไปด้วย

นายศุภกิจ จิตคล่องทรัพย์ ผอ.โรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย กล่าวว่า AFS ได้แจ้งให้โรงเรียนและผู้ปกครองนายชญานนท์ ทราบว่า นายชญานนท์ ได้เกิดอุบัติเหตุตกรถไฟเสียชีวิต ที่เมืองยานาอูล ประเทศรัสเซีย แต่ยังไม่ทราบว่าสาเหตุเกิดจากอะไร AFS ประเทศไทยและผู้ปกครองของนายชญานนท์ อยู่ระหว่างเดินทางไปประเทศรัสเซีย เพื่อขอทราบรายละเอียด โรงเรียนคงต้องรอความชัดเจนจาก AFS และผู้ปกครองของนายชญานนท์ก่อน เหตุที่โรงเรียนไม่ได้ร่วมเดินทางไปกับผู้ปกครองนายชญานนท์เนื่องจาก AFS ต้องการรับผิดชอบเรื่องนี้เอง เพราะเป็นกิจกรรมที่นักเรียนทำร่วมกับเอเอฟเอสโดยตรง หลังจากทราบความชัดเจนแล้ว โรงเรียนจะพิจารณาว่าจะช่วยเหลือผู้ปกครองของนายชญานนท์ อย่างไรได้บ้าง เพราะแม้จะเป็นกิจกรรมที่เด็กไปทำร่วมกับเอเอฟเอสโดยตรง แต่นายชญานนท์ก็เป็นลูกศิษย์ของโรงเรียน

 

‘นาจิบ’ นำประท้วงจี้เมียนมายุติฆ่าโรฮีนจา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 ธ.ค. 2559 06:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/802181

 

นายกรัฐมนตรี นาจิบ ราซัค แห่งมาเลเซีย นำผู้ชุมนุมราว 5,000 คน ที่สนามกีฬากรุงกัวลาลัมเปอร์ เมื่อ 4 ธ.ค. ประท้วงในสิ่งที่นาจิบเรียกว่า “ฆ่าล้างเผ่าพันธุ์” ชาวมุสลิมโรฮีนจาในเมียนมา โดยเรียกร้องประชาคมโลก ประเทศเพื่อนบ้าน รวมถึงองค์กรความร่วมมืออิสลาม (OIC) เพิ่มแรงกดดันเพื่อให้เมียนมาหยุดใช้วิธีการรุนแรงกวาดล้างชาวโรฮีนจา

นาจิบยังกล่าวถึงนางอองซาน ซูจี ผู้นำโดยพฤตินัยของเมียนมาว่ามีรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพไว้ใช้ทำอะไร และอยากจะบอกว่าพอคือพอ เราต้องปกป้องชาวมุสลิมและศาสนาอิสลาม แต่นักวิเคราะห์มองว่าเรื่องชาวโรฮีนจาเป็นม่านควันที่สะดวกสบายปกป้องนาจิบ ที่กำลังฝ่าฟันข้อกล่าวหายักยอกเงินกองทุน “1เอ็มดีบี” จึงมองหาเรื่องที่ทำให้ตนดูดี ซึ่งหากรัฐบาลใส่ใจชาวโรฮีนจาจริงก็ควรกลับไปตรวจสอบสภาพความเป็นอยู่ชาวโรฮีนจาในประเทศ

อนึ่ง หลังกลุ่มติดอาวุธซึ่งรัฐบาลพม่าชี้ว่าเป็นมุสลิมโรฮีนจาบุกโจมตีด่านตำรวจในยะไข่เมื่อต้นเดือน ต.ค. ตำรวจเสียชีวิต 9 นาย เมียนมาก็ระดมทหารเข้ากวาดล้าง จนมีผู้ลี้ภัยเข้าบังกลาเทศกว่า 10,000 คน ผู้ลี้ภัยกล่าวหาว่าทหารเมียนมาทั้งเข่นฆ่า ข่มขืน เผาบ้านเรือนพวกตน แต่รัฐบาลเมียนมาปฏิเสธ.

 

‘ทรัมป์’ ขู่ขึ้นภาษีการขาย 35% บ.เอกชนย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 ธ.ค. 2559 05:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/802176

 

เมื่อ 3 ธ.ค. ว่าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ ขู่บริษัทเอกชนที่มีแผนย้ายฐานการผลิตออกนอกประเทศ แต่ไม่รวมบริษัทเอกชนที่วางแผนโยกย้ายไว้แล้ว หลังเจรจาเกลี้ยกล่อมให้บริษัท แคเรียร์ ผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศ เปลี่ยนใจไม่ย้ายโรงงานที่มีลูกจ้างราว 1,100 ตำแหน่งที่รัฐอินเดียนาไปอยู่เม็กซิโก ด้วยข้อแลกเปลี่ยนมาตรการจูงใจด้านภาษีของรัฐเป็นเงิน 7 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 250 ล้านบาท) เป็นเวลา 10 ปี

ล่าสุดในวันที่ 4 ธ.ค. ทรัมป์ระบุว่า เขาจะขึ้นภาษีการขายในสหรัฐฯ 35% สำหรับบริษัทใดๆ ที่ไล่พนักงานชาวอเมริกันออก และย้ายฐานการผลิตไปต่างประเทศ “บริษัทเหล่านี้ควรได้รับคำเตือนล่วงหน้าว่าพวกเขากำลังจะทำเรื่องผิดพลาดราคาแพงมากๆ” ทรัมป์กล่าว

ด้านมหาวิทยาลัยหลายแห่งทั่วสหรัฐฯ เตรียมให้สถาบันตัวเองเป็น “สถานศึกษาหลบภัย” หรือ DREAMers หลังทรัมป์หาเสียงว่าจะยกเลิกคำสั่งของประธานาธิบดีบารัค โอบามา ที่จะให้สถานภาพชั่วคราวแก่นักศึกษาต่างด้าวเถื่อน ตามโครงการ “มาตรการผ่อนผันผู้เยาว์ผู้มาถึง” (DACA)

ส่วนนางจิลล์ สไตน์ ผู้นำพรรคกรีน เปลี่ยนยุทธศาสตร์ที่จะขอให้มีการนับคะแนนเลือกตั้งในรัฐเพนซิลเวเนียใหม่ โดยจะขอให้ศาลรัฐบาลกลางตัดสินแทนศาลของรัฐนี้ หลังไม่สามารถรับผิดชอบค่าใช้จ่ายในการนับคะแนนใหม่ถึง 1 ล้านดอลลาร์ได้ สไตน์ยังพยายามให้นับคะแนนใหม่ในรัฐมิชิแกนและวิสคอนซิน ซึ่งในทั้ง 3 รัฐ ทรัมป์ชนะนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งไปฉิวเฉียด.

 

ชาวคิวบาแห่ร่วมพิธีฝังอัฐิ ‘ฟิเดล คาสโตร’ ครั้งสุดท้าย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 5 ธ.ค. 2559 05:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/802172

 

เมื่อ 3 ธ.ค. นายราอูล คาสโตร ประธานาธิบดีแห่งคิวบา กล่าวสุนทรพจน์ด้วยการให้คำมั่นสัญญาว่าจะยึดถือแนวทางการปฏิรูปของฟิเดล คาสโตร ผู้เป็นพี่ชายที่ถึงแก่อสัญกรรมเมื่อ 25 พ.ย.ที่ผ่านมา ต่อหน้าประชาชนชาวคิวบาหลายหมื่นคน และผู้นำกลุ่มประเทศละตินอเมริกา พันธมิตรหัวเอียงซ้าย ทั้งประธานาธิบดี อีโว โมราเลส แห่งโคลอมเบีย ประธานาธิบดี ดาเนียล ออร์เตกา แห่งนิการากัว ประธานาธิบดีนิโคลัส มาดูโร แห่งเวเนซุเอลา และนายดิลมา รูสเซฟฟ์กับนางลูลา ดา ซิลวา อดีตประธานาธิบดีแห่งบราซิล ที่เมืองซานติอาโก เดอ คิวบา ชายฝั่งทะเลตะวันออกของประเทศ จุดหมายสุดท้ายที่ขบวนแห่โลงบรรจุอัฐิของฟิเดลมาถึง รวมระยะทางตลอด 4 วันทั่วประเทศ 900 กม. ก่อนนำไปฝังเป็นการภายในครอบครัวที่สุสานซานตา อิฟิเจเนีย ใกล้กับอนุสาวรีย์บรรจุศพของโฮเซ เต ซาน มาร์ติน อดีตวีรบุรุษผู้ปลดแอกแห่งศตวรรษที่ 19

นอกจากนี้ นายราอูลยังเผยว่า ก่อนพี่ชายเสียชีวิตได้ร้องขอไม่ให้สร้างอนุสาวรีย์หรือรูปปั้น แม้แต่ถนนหรืออาคารสิ่งปลูกสร้างก็ห้ามตั้งตามชื่อฟิเดล คาสโตร ตนจึงเตรียมยื่นญัตตินี้สำหรับการประชุมสมัชชาแห่งชาติครั้งหน้าเพื่อออกเป็นกฎหมาย รวมถึงประกาศลั่นจะก้าวลงจากตำแหน่งในปี 2561 จะปฏิรูปเศรษฐกิจประเทศให้ทันสมัยและฟื้นฟูความสัมพันธ์กับสหรัฐฯ ซึ่งนายจอร์เก ดัวนี ผู้อำนวยการประจำสถาบันวิจัยคิวบา ของมหาวิทยาลัยนานาชาติรัฐฟลอริดา ในสหรัฐฯ เผยว่า ในเมื่อไม่ต้องอยู่ใต้เงาของพี่ชายอีกต่อไป ราอูลอาจรู้สึกอิสระขึ้นที่จะปฏิรูปเศรษฐกิจให้ทันยุคทันสมัยตามที่ตั้งใจตั้งแต่เมื่อ 10 ปีที่แล้ว

ด้านนางเซโกลีน โรแยล รัฐมนตรีกระทรวงสิ่งแวดล้อมฝรั่งเศส ซึ่งเป็นตัวแทนรัฐบาลฝรั่งเศส มาร่วมพิธีไว้อาลัยฟิเดล ก็ออกมาปกป้องชื่อเสียงของฟิเดล เกี่ยวกับการละเมิดสิทธิมนุษยชนที่สหประชาชาติ (ยูเอ็น) และกลุ่มเห็นต่างประณาม โดยนางโรแยลเผยว่า คิวบามีเสรีภาพทางศาสนาและเสรีภาพความรู้สึกผิดชอบชั่วดี แต่มีข้อมูลที่ผิดมากมาย โดยเฉพาะเรื่องนักโทษทางการเมือง ทั้งที่ไม่มีและอยากให้แจงรายชื่อนักโทษการเมืองเหล่านั้น

ขณะเดียวกัน ทางการเวียดนามสั่งให้ตามสถานที่ราชการลดธงที่ผูกริบบิ้นสีดำลงครึ่งเสาและประกาศไว้ทุกข์ให้ฟิเดล 1 วัน เมื่อ 4 ธ.ค. พร้อมเรียกร้องให้งดกิจกรรมบันเทิง ท่ามกลางเสียงชื่นชมและไม่เห็นด้วยจากประชาชน เพราะเวียดนามมีความสัมพันธ์อันดีกับคิวบาตลอดมาหลังสหภาพโซเวียตล่มสลายและสิ้นสุดสงครามเย็น.

 

รัสเซียโจมตีทางอากาศถล่มหนักหลายจุดในจ.อิดลิบ ซีเรีย ดับ 46 ศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ธ.ค. 2559 04:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/802197

 

เครื่องบินรบซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นของรัสเซีย และรัฐบาลซีเรีย โจมตีทางอากาศในหลายพื้นที่ของจังหวัดอิดลิบ ทางเหนือของประเทศ ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วถึง 46 ราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานอ้างการเปิดเผยของกลุ่มสังเกตการณ์เพื่อมนุษยชนในซีเรีย (เอสโอเอชอาร์) ว่า เครื่องบินรบซึ่งต้องสงสัยว่าเป็นของรัสเซีย เปิดฉากโจมตีทางอากาศในหลายพื้นที่ของจังหวัดอิดลิบ ทางตะวันตกเฉียงเหนือของประเทศซีเรียเมื่อวันอาทิตย์ที่ 4 ธ.ค. ทำให้มีผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 46 ราย

เอสโอเอชอาร์ระบุว่า พื้นที่อย่างน้อย 3 จุดในจังหวัดอิดลิบถูกโจมตีเมื่อวันอาทิตย์ และผู้เสียชีวิตส่วนมากเป็นพลเรือน โดยพลเรือนอย่างน้อย 26 รายรวมทั้งเด็ก 3 คนถูกสังหารในเมืองคาฟร์ นาบาล และอีก 18 คนถูกสังหารที่เมืองมาเรต อัล-นูมาน

ขณะเดียวกัน พยานผู้เห็นเหตุการณ์บอกกับสำนักข่าวเอเอฟพีว่า การโจมตี 6 ครั้งถูกบ้านหลายหลัง และตลาดที่เต็มไปด้วยผู้คนในเมืองคาฟร์ นาบาล ส่วนที่เมืองมาเรต อัล-นูมาน ช่างภาพของเอเอฟพีพบเห็นชาวบ้านและหน่วยกู้ภัยจากกลุ่ม ‘หมวกนิรภัยขาว’ พยายามช่วยเหลือผู้รอดชีวิตที่ติดอยู่ใต้ซากปรักหักพังของตลาดสดที่ถูกโจมตี

เอสโอเอชอาร์ระบุด้วยว่า พวกเขายังได้รับรายงานว่า มีพลเรือนอีก 6 คนในจำนวนนี้เป็นเด็ก 4 คน ถูกสังหารในการโจมตีด้วยระเบิดถัง (barrel bomb) ของกองทัพรัฐบาลที่เมืองอัล-ทามานาห์ ทางใต้ของจังหวัดอิดลิบ

อนึ่ง ซีเรียกำลังเผชิญสงครามกลางเมืองมานานกว่า 5 ปีแล้ว โดยรัสเซียเริ่มการแทรกแซงทางทหารในซีเรียเพื่อสนับสนุนประธานาธิบดีบาชาร์ อัล-อัสซาด เมื่อเดือนก.ย.ปี 2015 ระบุว่าพวกเขาจะโจมตีผู้ก่อการร้าย ล่าสุดเมื่อเดือนพ.ย. นายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมแดนหมีขาวเผยว่า กองทัพรัสเซียจะเริ่มปฏิบัติการโจมตีครั้งใหญ่ในจังหวัดอิดลิบและจังหวัดฮอมส์

ทั้งนี้ พื้นที่ตอนเหนือของจังหวัดอิดลิบถูกควบคุมโดยพันธมิตรกลุ่มกบฏที่มีกำลังแข็งแกร่งชื่อว่า ‘กองทัพแห่งชัยชนะ’ (Army of Conquest) ขระที่พื้นที่ส่วนใหญ่ของจังหวัดฮอมส์ถูกควบคุมโดยกองทัพรัฐบาลซีเรีย แต่มีพื้นที่ส่วนเล็กๆ แถบชานเมืองที่ถูกยึดครองโดยกลุ่มกบฏหลายกลุ่ม

 

อิตาลีแห่โหวตประชามติรับร่างรธน. ชี้ชะตานายกฯ อยู่หรือไป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 5 ธ.ค. 2559 03:25

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/802136

 

นายมัตเตโอ เรนซี นายกรัฐมนตรีอิตาลี และภริยา หย่อนบัตรลงคะแนนเสียงประชามติ

ชาวอิตาลีออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญในวันอาทิตย์ โดยนายกรัฐมนตรี มัตเตโอ เรนซี ผู้ผลักดันการลงประชามติครั้งนี้ ประกาศว่าหากผลออกมาว่าไม่ยอมรับ เขาจะลาออกจากตำแหน่ง…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ชาวอิตาลีกำลังออกไปใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงประชามติรับร่างรัฐธรรมนูญที่ผ่านการแปรญัตติแล้ว โดยนายกรัฐมนตรี มัตเตโอ เรนซี ผู้เรียกร้องให้มีการลงประชามติครั้งนี้ ประกาศว่าหากผลลัพธ์ออกมาว่าประชาชนโหวตไม่ยอมรับ เขาจะยอมลาออกจากตำแหน่ง

การโหวตเริ่มต้นขึ้นในเวลา 7:00น. วันอาทิตย์ที่ 4 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น และจะสิ้นสุดลงในเวลา 23:00น. และคาดว่าผลการลงคะแนนจะออกมาในช่วงเช้าวันจันทร์ โดยร่างรัฐธรรมนูญใหม่จะมีการปฏิรูปโครงสร้างรัฐสภา โดยจะลงอำนาจของวุฒิสภาซึ่งปัจจุบันมีเท่ากับสภาผู้แทนราษฎรลง ด้วยการลดจำนวนสมาชิกลงจาก 315 คน เหลือเพียง 100 คน

นอกจากนี้ การปฏิรูปจะยังถอนสิทธิ์ในการโหวตไม่ไว้วางจากรัฐบาลออกจากวุฒิสภา, ยกเลิกการเลือกตั้งส.ว. แต่จะใช้การคัดเลือกสมาชิกจากนายกเทศมนตรีท้องถิ่น 21 คน, หัวหน้าสภาปกครองส่วนภูมิภาค 74 คน และสมาชิกที่เลือกโดยประธานาธิบดีอีก 5 คน

นายเรนซีระบุว่า การปฏิรูปนี้จะทำให้กระบวนการร่างกฎหมายที่ยุ่งยากมีความรวดเร็วยิ่งขึ้น ด้วยการยุติการผลักภาระไปมาระหว่างสภาสูงและสภาล่าง ซึ่งเกิดขึ้นมาตลอดหลายทศวรรษ ขณะที่ฝ่ายค้านแย้งว่าการปฏิรูปนี้จะทำให้อำนาจอยู่ในมือของนายกรัฐมนตรีมากเกินไป

อย่างไรก็ตาม ผลการสำรวจความคิดเห็นของประชาชนที่ออกในเดือนพ.ย.ชี้ว่า ฝ่ายที่เลือกโหวตไม่ยอมรับมีมากกว่าฝ่ายยอมรับราว 5% แต่มีชาวอิตาลีอีกจำนวนมากที่ระบุว่าพวกเขายังไม่ตัดสินใจ


นายเบปเป กริลโล หัวหน้าพรรคขบวนการ 5 ดาว ออกมาใช้สิทธิ์ลงคะแนนเสียงประชามติ

ทั้งนี้ฝ่ายรณรงค์โหวตไม่ยอมรับ นำโดยพรรคขบวนการ 5 ดาว ฝ่ายต่อต้านขั้วอำนาจเก่า (anti-establishment) ของนาย เบปเป กริลโล ผู้ต้องการจัดการลงประชามติเพื่อถามประชาชนว่า อิตาลีควรเป็นสมาชิกกลุ่มยูโรโซนต่อไปหรือไม่

การประชามติครั้งนี้เกิดขึ้นท่ามกลางการวิเคราะห์กันอย่างกว้างขวางว่า หากผลประชามติครั้งนี้ออกมาเป็นไม่ยอมรับ และนายเรนซีลาออก จะทำให้พรรคสายประชานิยมได้แรงสนับสนุนมากขึ้น จนกระแสเรียกร้องให้ออกจากสหภาพยุโรปเหมือนที่เกิดขึ้นในสหราชอาณาจักร รวมทั้งกระแสการต่อต้านผู้อพยพเหมือนในฝรั่งเศส ในอิตาลีรุนแรงขึ้น แ