จีนประท้วงมะกัน ฉุน ‘ทรัมป์’ ฝืนธรรมเนียม คุยโทรศัพท์กับผู้นำไต้หวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ธ.ค. 2559 23:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/801321

 

จีนยื่นหนังสือแสดงความไม่พอใจถึงสหรัฐฯ ต่อกรณีที่โดนัลด์ ทรัมป์ คุยโทรศัพท์กับผู้นำไต้หวันโดยตรง ซึ่งเป็นเรื่องผิดธรรมเนียม ที่สหรัฐฯ ปฏิบัติมานานหลายสิบปี…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า กระทรวงต่างประเทศของจีน ยื่นเรื่องหนังสือถึงสหรัฐอเมริกา เพื่อแสดงความไม่พอใจต่อกรณีที่นายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีสหรัฐฯ พูดคุยโทรศัพท์กับนางไช่ อิง-เหวิน ประธานาธิบดีไต้หวัน ซึ่งถือเป็นเรื่องผิดธรรมเนียมสำหรับสหรัฐฯ ที่ประกาศยอมรับหลักการ ‘จีนเดียว’ มาตลอด

กระทรวงต่างประเทศจีนเปิดเผยในวันเสาร์ที่ 3 ธ.ค. ว่า พวกเขาได้ยื่นหนังสือแสดงความไม่พอใจอย่างจริงจังถึงทีมงานของนายทรัมป์ โดยเรียกร้องให้ฝ่ายสหรัฐฯ ควบคุมดูแลในประเด็นที่เกี่ยวกับไต้หวันอย่างระมัดระวัง เพื่อหลีกเลี่ยงการรบกวนความสัมพันธ์ระหว่างจีนกับสหรัฐฯ โดยไม่จำเป็น

ทั้งนี้ ความเคลื่อนไหวล่าสุดของจีนเกิดขึ้นหลังจากนายทรัมป์คุยโทรศัพท์กับนางไช่เมื่อวันศุกร์ โดยไม่มีประธานาธิบดี หรือแม้แต่ว่าที่ประธานาธิบดีของสหรัฐฯ พูดคุยโดยตรงกับผู้นำไต้หวันมาหลายทศวรรษแล้ว นับตั้งแต่ประธานาธิบดี จิมมี คาร์เตอร์ เปลี่ยนนโยบาย ยอมรับไต้หวันเป็นส่วนหนึ่งของจีน และตัดสัมพันธ์ทางการทูตอย่างเป็นทางการเมื่อปี 1979 แต่สหรัฐฯ ยังถือเป็นพันธมิตรที่สำคัญที่สุดของไต้หวัน และขายยุทโธปกรณ์จำนวนมากให้ไต้หวัน

นายทรัมป์เปิดเผยเรื่องที่เขาคุยกับผู้นำไต้หวันผ่านข้อความบนเว็บไซต์ทวิตเตอร์เมื่อวันศุกร์ โดยระบุว่าว่า นางไช่ โทรศัพท์หาเขาเพื่อแสดงความยินดีที่เขาได้รับชัยชนะในการเลือกตั้งประธานาธิบดีขณะที่ทีมเปลี่ยนผ่านอำนาจของเขาระบุว่า ทั้งสองคนยังเน้นย้ำถึงความสัมพันธ์อันใกล้ชิดทางเศรษฐกิจ, การเมือง และความมั่นคงด้วย

ต่อมาหลังจากสื่อสำนักต่างๆ ออกมาชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยงที่การพูดคุยระหว่างนายทรัมป์กับนางไช่อาจทำให้จีนไม่พอใจ มหาเศรษฐีฝีปากกล้าผู้นี้ก็ทวีตข้อความใหม่ว่า “เป็นเรื่องน่าสนใจที่สหรัฐฯ ขายยุทโธปกรณ์มูลค่าหลายพันล้านดอลลาร์ให้ไต้หวันได้ แต่ผมกลับไม่ควรรับโทรศัพท์แสดงความยินดี (จากผู้นำไต้หวัน)”

อย่างไรก็ตาม ทำเนียบขาวสหรัฐฯ ออกมาระบุในเวลาต่อมาว่า การพูดคุยของนายทรัมป์ ไม่ได้เป็นการส่งสัญญาณถึงความเปลี่ยนแปลงใดๆ ในนโยบายของสหรัฐฯ ขณะที่สื่อสหรัฐฯ รายงานว่า ทำเนียบขาวรู้เรื่องการโทรศัพท์ครั้งนี้หลังจากที่มันเกิดขึ้นแล้ว ด้านโฆษกหญิงของนายทรัมป์ยืนยันว่า นายทรัมป์ตระหนักดีเกี่ยวนโยบายของสหรัฐฯ ที่มีต่อไต้หวัน

 

ศาลเบลเยียมสั่งปรับเงินสาวเสิร์ฟพิลึก เปิดก้นโชว์เรียกลูกค้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ธ.ค. 2559 22:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/801271

 

ศาลอาญาของเมืองนามูร์ พิพากษาปรับเงินสาวเสิร์ฟ บาร์ที่เมืองลาบรูแยร์ หลังเปิดก้นโชว์คนที่ผ่านไปมาหน้าร้าน จนถูกดำเนินคดีประพฤติบกพร่องต่อศีลธรรมในที่สาธารณะ โดยอัยการเสนอปรับเงิน 900 ยูโร แล้วจำหน่ายคดีออกจากสารบบ…

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานข่าว วานนี้ (2 ธ.ค.) ศาลอาญาของเมืองนามูร์สั่งจำหน่ายคดีออกสารบบ หลังมีคำพิพากษาในคดีที่อัยการยื่นฟ้องนางสาวนาเดีย วัย 24 ปี ในข้อหาความผิดต่อความประพฤติบกพร่องต่อศีลธรรมในที่สาธารณะ เนื่องจากเธอได้เปิดก้นผ่านกระจกหน้าบาร์ ที่เธอทำงานอยู่เมืองลาบรูแยร์ โชว์ท้าทายสายตาให้ผู้คนที่ผ่านไปมาดูอยู่เป็นประจำ

ทั้งนี้เหตุดังกล่าวเกิดตั้งแต่ปีที่แล้ว เมื่อสาวเสิร์ฟรายนี้ทำการเปิดก้นโชว์ทางหน้าต่างของบาร์ที่เธอทำงานให้คนที่ผ่านดู ทำให้คนขับรถยนต์ที่ขับผ่านวงเวียนบริเวณที่ตั้งของบาร์หลายคนเกิดอาการวอกแวกกับสิ่งที่พบเห็น

เจ้าหน้าที่ตำรวจได้เรียกตัวเธอมาตักเตือนหลายครั้ง เพื่อให้เธอเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมให้ถูกต้อง เหมาะสมตามครรลองของกฎหมาย แต่เธอก็มิได้สนใจไยดีแต่อย่างใด จึงถูกแจ้งข้อหาและถูกฟ้องศาล

ทางด้านอัยการพิจารณาเสนอให้เธอชำระค่าปรับเป็นเงินแทน เนื่องจากเห็นว่า คดีนี้เป็นเรื่องที่รกโรงรกศาล ยังมีอีกหลายเรื่องที่มีความสำคัญมากกว่านี้ แต่เธอก็ได้ปฏิเสธ โดยเธอได้เดินทางไปขึ้นศาลและขอต่อสู้คดีด้วยตนเองโดยไม่ใช้ทนายความ

ทั้งนี้ อัยการกำหนดค่าปรับเป็นเงิน 900 ยูโร จากการที่เธอไม่เคยมีประวัติต้องโทษมาก่อน จึงขอให้ศาลพิจารณายกประโยชน์ให้จำเลย พิพากษาโดยไม่ต้องมีประวัติคดีติดตัว ศาลพิจารณาแล้วตัดสินเห็นตามที่อัยการเสนอ.

 

ชาวเกาหลียังเหนียวแน่น ออกมาชุมนุมไล่ ‘ปาร์กกึนเฮ’ เป็นสัปดาห์ที่ 6

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ธ.ค. 2559 19:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/801232

 

ชาวเกาหลีใต้จำนวนมากออกมารวมตัวกันในกรุงโซลต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 6 ท่ามกลางอากาศที่หนาวเย็น เพื่อเรียกร้องให้ประธานาธิบดี ปาร์ค กึน เฮ ลาออกจากตำแหน่ง หลังฝ่ายค้านเดินหน้าล่ารายชื่อเพื่อนำเข้ากระบวนการถอดถอน…

ผู้ชุมนุมชาวเกาหลีใต้ออกมารวมตัวประท้วงขับไล่ประธานาธิบดี ปาร์ค กึน เฮ ในกรุงโซลต่อเนื่องเป็นสัปดาห์ที่ 6 แล้ว โดยความเคลื่อนไหวในวันนี้คึกคักมากขึ้น หลังฝ่ายค้านเดินหน้าล่ารายชื่อได้ครบ 171 รายชื่อเพื่อนำนางปาร์ค กึน เฮ เข้าสู่กระบวนการถอดถอนไม่กี่ชั่วโมงที่ผ่านมา โดยจะมีการนำเรื่องเข้าสภาเพื่อลงมติในวันศุกร์นี้





นักวิเคราะห์ต่างมองว่า ความเคลื่อนไหวในครั้งนี้ จะทำให้ปาร์ค กึน เฮ เป็นประธานาธิบดีคนแรกที่อยู่ไม่ครบวาระ 5 ปี เพียงแต่ยังไม่มีใครบอกได้ ว่าท้ายที่สุดแล้วเธอจะลาออกเองตามที่ได้กล่าวไว้ หรือพ้นจากตำแหน่งเพราะถูกถอดถอน



กระแสต่อต้านนางปาร์ค เกิดขึ้นจากเรื่องอื้อฉาวของนาง ชเว ซุน-ซิล เพื่อนสนิทของประธานาธิบดีปาร์ค ที่ถูกกล่าวหาว่าใช้ความสัมพันธ์ส่วนตัวใกล้ชิดกับผู้นำประเทศ ก้าวก่ายกิจการของรัฐ และเรียกเงินบริจาคหลายสิบล้านดอลลาร์จากธุรกิจยักษ์ใหญ่เข้ามูลนิธิ ที่เธอตั้งขึ้น ส่งผลให้คะแนนความนิยมในตัวประธานาธิบดีปาร์ค ดิ่งลงเหลือเพียงร้อยละ 4 และแม้เธอจะออกมากล่าวคำขอโทษถึง 2 ครั้ง และประกาศล่าสุดว่าจะลาออก แต่การชุมนุมยังคงเดินหน้าต่อไป เพื่อกดดันให้เธอลาออกจากตำแหน่งทันที.

 

ด่วน! บินเล็กอินโดฯ หายไปจากเรดาร์ที่เกาะบาตัม 16 ชีวิตไม่ทราบชะตากรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ธ.ค. 2559 17:20

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/801187

 

(ภาพจาก ภาพ KompasTV)

เจ้าหน้าที่ของอินโดนีเซีย ระบุ เกิดเหตุเครื่องบินเล็กแบบ เอ็ม-28 สกายทรัค ของตำรวจอินโดนีเซีย พร้อมผู้โดยสาร 16 คนหายจากจอเรดาร์ห่างจากชายฝั่งเมืองตันจุง ปีนัง ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ 40ไมล์ทะเล ยังไม่ทราบชะตากรรมคนบนเครื่อง…

ด่วน เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 3 ธ.ค.2559 สำนักข่าวต่างประเทศ รายงานอ้าง ตำรวจอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า เครื่องบินเล็กแบบ เอ็ม-28 สกายทรัค (PZL M28 Skytruck) เลขทะเบียน พี4201 ของกรมตำรวจอินโดนีเซีย ที่มีคนอยู่บนเครื่องบินประมาณ 16 คน ได้หายไปจากจอเรดาร์ ของศูนย์ควบคุมการบินสิงคโปร์ หรือ ซีเอเอเอส เมื่อเวลา 11.22 น. ตามเวลาท้องถิ่น หลังจากเครื่องบินลำนี้ออกจากสนามบินเมืองปังกัล ปีนัง ของอินโดนีเซียเมื่อเวลา 10.24 น.ตามเวลาท้องถิ่น และมีกำหนดต้องไปถึงสนามบินเมืองบาตัมตั้งแต่เมื่อเวลา 11.58 น.ที่ผ่านมา โดยจุดสุดท้ายที่เรดาร์ตรวจพบ คือ บริเวณห่างจากชายฝั่งเมืองตันจุง ปีนัง ไปทางตะวันออกเฉียงใต้ ประมาณ 40 ไมล์ทะเล


เครื่องบินเล็กแบบ เอ็ม-28 สกายทรัค

ด้านสื่อท้องถิ่นของอินโดนีเซีย ของคอมปาสทีวี รายงานเป็นข่าวด่วนเกาะติดปฏิบัติการของทีมกู้ภัยที่กำลังออกค้นหาเครื่องบินลำนี้ ซึ่งระบุว่ามีผู้โดยสารประมาณ 12-15 คน โดยมีการส่งเฮลิคอปเตอร์ซูเปอร์พูม่า พร้อมเครื่องบินแบบฟอคเคอร์ 50 ออกไปค้นหา พร้อมเรืออีก 2 ลำ


ด้านสถานีข่าวเดติคทีวี รายงานอ้างคำเปิดเผยของหัวหน้าสำนักงานตำรวจท้องถิ่นที่ระบุว่า พบข้อมูลบ่งชี้ว่าเครื่องบินลำนี้ประสบเหตุตกกลางทะเลนอกชายฝั่งเมืองคาบูปาเตน ลิงกา บริเวณหมู่เกาะเรียว

 

ยูโรโพล เตือน ไอซิส เตรียมวางแผนก่อการร้ายรูปแบบใหม่ในยุโรป

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ธ.ค. 2559 09:03

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/800712

 

ยูโรโพล เตือน ไอซิส เตรียมวางแผนก่อการร้ายรูปแบบใหม่ในยุโรป ชี้ หลายประเทศตกเป็นเป้าหมาย พร้อมระบุการก่อการร้ายโดยใช้รถยนต์เป็นเครื่องมือ มีความเป็นไปได้สูงมาก

บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานว่า สำนักงานตำรวจยุโรปหรือยูโรโพล ที่กรุงเฮก เนเธอร์แลนด์ ได้แถลงข่าวเมื่อวันศุกร์ที่ 2 ธันวาคมว่า กลุ่มผู้ก่อการร้ายรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส กำลังวางแผนก่อวินาศกรรมรูปแบบใหม่ในทวีปยุโรป เบลเยียมก็ตกเป็นหนึ่งในเป้าหมายด้วย ศูนย์ต่อต้านการก่อการร้ายของยูโรโพล สืบทราบว่า จากการพ่ายแพ้ของไอซิส ในซีเรียและอิรัก และการเพิ่มจำนวนนักรบมุสลิมหัวรุนแรงในหลายประเทศยุโรป ทำให้ความเสี่ยงของการก่อวินาศกรรมในยุโรปเพิ่มสูงขึ้นมาก

หน่วยข่าวกรองสืบทราบว่า มีนักรบไอซิส จำนวนกว่า 10 คน ที่อยู่ในยุโรปแล้ว โดยกลุ่มผู้ก่อการร้ายกำลังพัฒนารูปแบบเทคนิคการก่อการร้ายแบบใหม่ ในยุโรปตะวันตก ผู้เชี่ยวชาญของยูโรโพล ระบุ และฝรั่งเศสก็ตกเป็นเป้าหมายที่เป็นไปได้มากที่สุดอีกด้วย

เบลเยียม เนเธอร์แลนด์ สหราชอาณาจักร และเยอรมนี ก็ล้วนตกเป็นเป้าหมายของการก่อวินาศกรรม โดยมีการวางเครือข่าย เช่น หมาป่าเดี่ยวก่อวินาศกรรมโดยใช้วัตถุระเบิด อาวุธปืนกลอัตโนมัติ มีด ขวาน หรือรถยนต์ นอกจากนั้น ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้าย ระบุว่า การใช้รถยนต์เป็นเครื่องมือในการก่อการร้ายมีความเป็นไปได้สูงมาก

รายงานระบุว่า ผู้อพยพชาวซีเรีย ที่เดินทางเข้ามาในยุโรป มีโอกาสมากที่จะถูกชักชวนเข้าร่วมขบวนการ และเป็นไปได้ว่า มีนักรบมุสลิมหัวรุนแรงไอซิส แทรกอยู่ในหมู่ผู้อพยพอีกด้วย นอกจากนั้น กลุ่มผู้ก่อการร้ายยังฉวยโอกาสจากวิกฤติผู้ลี้ภัยในยุโรปในการกระตุ้นให้คนยุโรปต่อต้านผู้อพยพ เพื่อให้ง่ายต่อการชักจูงเข้าร่วมกลุ่มหัวรุนแรง

สำนักงานตำรวจยุโรปยังได้เน้นอีกว่า ผู้เชี่ยวชาญด้านการก่อการร้ายมีความกังวลต่อการที่ลิเบีย กลายมาเป็นฐานที่มั่นสำคัญของไอซิสรองจากซีเรียเป็น “ฐานที่มั่นแห่งใหม่ของไอเอสในการก่อเหตุโจมตียุโรปและอัฟริกาเหนือ” ในปี 2015 หน่วยงานด้านความมั่นคงยุโรป ได้ทำการจับกุมผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนร่วมกิจกรรมกับกลุ่มมุสลิมหัวรุนแรง จำนวน 667 คน

 

เบลเยียม เตรียมติดตั้ง กล้องตรวจจับจราจรรุ่นใหม่ ศักยภาพสูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 3 ธ.ค. 2559 07:38

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/800621

 

เรดาร์รุ่นใหม่ ตรวจจับคนขับรถยนต์ทำผิดกฎจราจรทุกรูปแบบ เบลเยียม เตรียมติดตั้ง ชี้ กล้องมีศักยภาพสูงกว่ากล้องตรวจจับทั่วๆ ไป เหตุสามารถตรวจจับพฤติกรรมคนขับรถได้

วันที่ 2 ธ.ค.2559 บุญธง ก่อมงคลกูล ผู้สื่อข่าวไทยรัฐประจำเบลเยียม รายงานว่า เบลเยียมเตรียมติดตั้งเรดาร์รุ่นใหม่ที่ทำได้มากกว่ามากมายหลายอย่างในการตรวจจับคนขับรถที่ทำผิดกฎจราจร อาทิ การแซงในเขตห้ามแซง การไม่ทิ้งระยะห่างคันหน้าตามกฎหมายกำหนด หรือการขับข้ามเส้นทึบ ฯลฯ กล้องเรดาร์ดั้งเดิมที่รู้จักกันดีนั้นใช้ได้เฉพาะการตรวจจับและถ่ายรูปรถที่ขับด้วยความเร็วเกินกำหนด หรือ รถผ่าไฟแดงเท่านั้น


บริษัทซาฟรอง (Safran) ของฝรั่งเศสได้ผลิตกล้องเรดาร์ระบบเมสตาร์ฟิวชั่นที่สามารถตรวจจับ “พฤติกรรมของคนขับรถ” ยี่ห้อ Morpho โดยมีบริษัท Sirien ตั้งอยู่ที่เมือง Brugelette เป็นผู้นำเข้าของเบลเยียม ราคาเครื่องละ 75,000 ยูโร ไม่รวมภาษีมูลค่าเพิ่ม (2,925,000 บาท) ซึ่งคาดว่า จะถอนทุนคืนได้ในระยะเวลาอันสั้น

กล้องเรดาร์ระบบเมสตาร์ฟิวชั่นสามารถตรวจจับรถยนต์ จำนวน 32 คัน ได้ในเวลาเดียวกันบนถนน ขนาด 8 เลนส์ และสามารถส่งวิดีโอการทำความผิดให้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ในทันที ตรวจจับได้ในระยะ 200 เมตร ก่อนถึงเสาตั้งกล้อง จำแนกความเร็วตามประเภทของรถว่า เป็นรถยนต์หรือรถบรรทุก สามารถตรวจจับรถที่เลี้ยวขณะที่อยู่ในช่องทางจราจรไปตรง หรือหยุดบริเวณสี่แยกเป็นบริเวณห้ามจอดติดกีดขวางการจราจร

ขณะนี้ยังไม่มีประเทศในยุโรปที่ทำการติดตั้งกล้องดังกล่าว เนื่องจากอยู่ในระหว่างการขอใบอนุญาตรับรองประสิทธิภาพของกล้องเรดาร์ หากทว่ามีการนำไปติดตั้งแล้วบนถนนในดูไบและคาซัคสถาน

 

จวก ครม.ทรัมป์มีแต่เศรษฐีผิดคำพูดมุ่งอุ้มรากหญ้า

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 ธ.ค. 2559 05:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/800562

 

การสรรหาคนมาร่วมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนที่ 45 ของสหรัฐฯ ปรากฏชัดเจนขึ้นอีกตำแหน่งแล้วเมื่อ 1 ธ.ค. เมื่อทรัมป์ตัดสินใจเลือก พล.อ.เจมส์ แมตทิส วัย 66 ปี ฉายา “หมาบ้า” (Mad Dog) อดีตผู้บัญชาการหน่วยนาวิกโยธินที่ผ่านมาทั้งสมรภูมิรบในอิรักและอัฟกานิสถาน เป็น รมว.กลาโหม

นายทรัมป์ ประกาศการเลือก พล.อ.แมตทิสเป็น รมว.กลาโหมที่รัฐโอไฮโอของสหรัฐฯระหว่างการเดินสายทั่วสหรัฐฯเพื่อขอบคุณผู้สนับสนุนหลังชนะเลือกตั้ง ระบุเป็นตัวเลือกและเหมาะสมมากที่สุด การเลือก พล.อ.แมตทิส ยังได้รับเสียงเชียร์จาก ส.ว.จอห์น แม็คเคน ประธานกรรมาธิการกิจการกองทัพของวุฒิสภาซึ่งจะเป็นฝ่ายพิจารณารับรองการแต่งตั้ง พล.อ.แมตทิสด้วย โดยแม็คเคนเผยว่าอเมริกาโชคดีที่ได้ พล.อ.แมตทิสกลับมาทำงานให้อีกครั้ง ชื่นชมเป็นหนึ่งในทหารที่ดีที่สุดในยุคของเขา เป็นผู้นำชั้นยอดเป็นแรงบันดาลใจของทหารที่อยู่ใต้บังคับบัญชาได้ดี

แต่การแต่งตั้ง พล.อ.แมตทิสยังต้องฝ่าด่านกฎหมายให้ได้ก่อน เนื่องจากเพิ่งเกษียณในปี 2556 ยังไม่ถึงเกณฑ์ขั้นต่ำพ้นหน้าที่ 7 ปีจึงมีคุณสมบัติดำรงตำแหน่ง รมว.กลาโหมได้ ซึ่งสภาคองเกรสที่พรรครีพับลิกันครองเสียงข้างมากจะต้องอนุมัติกฎหมายเปิดช่องให้ พล.อ.แมตทิสเข้ารับตำแหน่งได้ต่อไป

ขณะเดียวกัน ฝ่ายเดโมแครตรวมทั้งนายเบอร์นี แซนเดอร์ส ส.ว.รัฐเวอร์มองต์ ผู้สมัครเลือกตั้งขั้นต้นแต่แพ้ให้กับนางฮิลลารี คลินตัน ออกมาวิจารณ์การเลือกคนร่วม ครม.ของนายทรัมป์ว่ามีแต่มหาเศรษฐีคนร่ำรวย ขัดกับคำมั่นสัญญาช่วงหาเสียงเลือกตั้งที่จะยืนหยัดเพื่อชนชั้นทำงานที่ถูกละทิ้งโดยคนร่ำรวยชั้นสูง

ทั้งนี้ ผู้ที่นายทรัมป์เลือกมาร่วม ครม.ที่ร่ำรวยมากๆ ก็อย่างเช่น นางเบตซี เดอวอส ว่าที่ รมว.กระทรวงศึกษา เป็นลูกสะใภ้ตระกูลเดอวอส เจ้าของยักษ์ใหญ่ค้าปลีก “แอมเวย์” ซึ่งตระกูลนี้มีทรัพย์สินรวม 5,100 ล้านดอลลาร์ (ราว 178,500 ล้านบาท) นายวิลบูร์ รอสส์ ว่าที่ รมว.พานิชย์ เปิดบริษัทด้านการลงทุน มีทรัพย์สิน 2,500 ล้านดอลลาร์ หรือแม้แต่นายมิตต์ รอมนีย์ ที่มีข่าวว่าจะได้เป็น รมว.ต่างประเทศก็ร่ำรวยขั้นมหาเศรษฐีเช่นกัน ขณะที่ทีมผ่อนถ่ายอำนาจของนายทรัมป์ ระบุว่า เป็นการเลือกคนภายในที่เข้าใจระบบและเลือกคนนอกที่เป็นนักคิดชั้นเยี่ยมมาช่วยงาน.

 

โสมเหนือรุกซ้อมรบ โต้ยูเอ็นคว่ำบาตร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 ธ.ค. 2559 05:15

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/800557

 

เมื่อ 2 ธ.ค. นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนือ มีคำสั่งดำเนินการฝึกซ้อมรบตามแนวชายแดนขนาดใหญ่มุ่งเป้าโจมตีไปที่กรุงโซลของเกาหลีใต้และเมืองอื่นๆ หลังการลงประชามติของคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) เห็นชอบให้กำหนดบทลงโทษคว่ำบาตรชุดใหม่กับเกาหลีเหนือ จากการทดสอบยิงขีปนาวุธครั้งใหญ่สุดและครั้งที่ 5 เมื่อเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา โดยมุ่งตัดรายได้การส่งออกถ่านหินรายปีของเกาหลีเหนืออย่างน้อย 800 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (ราว 28,000 ล้านบาท) หรือร้อยละ 25 ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของเกาหลีเหนือ

ขณะเดียวกัน ทางการเกาหลีใต้แถลงถึงการขยายมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือตามมติของยูเอ็น โดยขึ้นบัญชีดำเจ้าหน้าที่อาวุโสของเกาหลีเหนือ รวมนายโช รยองแฮ กับนายฮวาง เปียงโซ สองคนสนิทของนายคิม ซึ่งนายฮวางถูกขึ้นบัญชีดำของสหรัฐฯ แล้ว อีกทั้งยังห้ามผู้เชี่ยวชาญด้านนิวเคลียร์และจรวดมิสไซร์ต่างชาติเข้าประเทศ หากเคยเดินทางไปเกาหลีเหนือ

นอกจากนี้ รัฐบาลญี่ปุ่นจะเพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือ ทั้งห้ามเรือทุกลำในเกาหลีเหนือเข้าและยึดทรัพย์สินทั้งกลุ่มบริษัทและรายบุคคลที่เกี่ยวข้องกับโครงการพัฒนานิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือเพิ่ม.

 

ประชุมหัวเมือง 85 ทั่วโลก หางบ 13 ล้านล้านสู้โลกร้อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 3 ธ.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/800552

 

เกิดเหตุแผ่นดินไหวขนาด 6.3 แมกนิจูด ทางตอนใต้ของเปรู เมื่อช่วงเย็น 17.40 น. ของวันที่ 1 ธ.ค. ตามเวลาท้องถิ่น จุดศูนย์กลางห่างจากเมืองลัมปา ซึ่งมีประชากรอาศัย 15,000 คน 58 กม. ลึกลงไป 30 กม. บ้านเรือนพังถล่มลงมา ระบบการสื่อสารล่ม แต่ไม่มีรายงานผู้เสียชีวิต นอกจากประชาชนวิ่งหนีแตกตื่นออกมาด้วยความตกใจ ส่วนไฟป่าที่ลุกลามทั่วอุทยานแห่งชาติเกรท สโมกี้ เมาเท่น ในรัฐเทนเนสซีของสหรัฐฯ ทำให้ผู้เสียชีวิตเพิ่มเป็น 10 ราย บาดเจ็บ 45 คน สิ่งปลูกสร้างกว่า 700 หลังถูกเผาวอด ถือเป็นความสูญเสียที่เกิดจากไฟป่าในรอบ 13 ปี

ขณะที่การประชุมกลุ่มซี 40 ของหัวเมืองใหญ่ 85 เมืองทั่วโลกที่กรุงเม็กซิโก ซิตี้ ในเม็กซิโก ต้องใช้เงินลงทุน 375,000 ล้านเหรียญสหรัฐฯ (กว่า 13 ล้านล้านบาท) สำหรับส่งเสริมคนเมืองขี่จักรยานและใช้พลังงานทดแทนเพื่อแก้ปัญหาโลกร้อน.

 

ไปไม่ถึง ISS! เสียดาย ยานลำเลียงรัสเซีย ระเบิดสนั่นในชั้นบรรยากาศโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 2 ธ.ค. 2559 18:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/800387

 

รัสเซีย สูญเสียยานลำเลียง ‘โปรเกรส MS-04’  ระเบิดตูมในชั้นบรรยากาศโลก ที่ระดับความสูงจากผิวโลก 190 กม.หลังถูกปล่อยขึ้นสู่ห้วงอวกาศ เพื่อนำเสบียง อาหาร เชื้อเพลิงฯ ไปให้แก่ 3 นักบินอวกาศที่สถานีอวกาศนานาชาติ

เมื่อ 2 ธ.ค.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน องค์การอวกาศสหพันธรัฐรัสเซีย หรือมีชื่อเรียกโดยทั่วไปว่า รอสโคมอส แถลงยืนยัน ต้องสูญเสีย ยานลำเลียง ‘โปรเกรส MS-04’ ซึ่งได้เกิดการระเบิด หลังถูกปล่อยขึ้นจากศูนย์ปล่อยยานอวกาศไบโคนูร์ คอสโมโดรม ในประเทศคาซัคสถาน เมื่อช่วงค่ำวันพฤหัสฯ ที่ 1 ธ.ค.ตามเวลาท้องถิ่น ขณะกำลังมุ่งหน้าเพื่อนำเสบียง น้ำหนักรวม 2.4 ตัน ประกอบด้วยเชื้อเพลิง อาหารและอุปกรณ์ทางวิทยาศาสตร์ไปให้แก่ 3 นักบินอวกาศบนสถานีอวกาศนานาชาติ (ไอเอสเอส)

รอสโคมอส ออกแถลงการณ์ว่า ยานลำเลียงโปรเกรส MS-04 ของรัสเซีย ได้ระเบิดในชั้นบรรยากาศโลก ที่ระดับความสูง 190 กิโลเมตรจากพื้นผิวโลก จากนั้น เศษซากของยานที่แตกกระจาย หลังระเบิด และโดนเผาไหม้ในชั้นบรรยากาศโลกได้ตกกระจัดกระจายบริเวณภูเขาและเขตพื้นที่ที่ไม่มีผู้คนอาศัยอยู่ในเขตไซบีเรีย โดยแถลงการณ์จากรอสโคมอส ยังระบุว่า ซากของยานลำเลียงได้ตกในสาธารณรัฐตูวา ซึ่งเป็นสาธารณรัฐปกครองตนเองของประเทศรัสเซีย ตั้งอยู่ในเขตสหพันธ์ไซบีเรีย ใกล้ชายแดนติดกับประเทศมองโกเลีย


จรวดโซยุซของรัสเซีย นำยานลำเลียง โปรเกรส MS-04 เพื่อไปยังสถานีอวกาศนานาชาติ

ข่าวแจ้งว่า ทั้งสำนักงานบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติของสหรัฐฯ (นาซา) และรอสโคมอส ของรัสเซียต้องสูญเสียยานลำเลียงเสบียงไปยังสถานีอวกาศไอเอสเอสทั้งคู่ และนาซาได้สูญเสียยานลำเลียงเมื่อปี 2557 ขณะที่เมื่อวันที่ 18 พ.ย. ยานอวกาศโซยุซ เอ็มเอส-03 ของรัสเซียได้นำ 3 นักบินอวกาศ ประกอบด้วย เพกกี วิทสัน ชาวอเมริกัน,โธมัส เปสเกต์ ชาวฝรั่งเศส และโอเลก โนวิตสกี ขึ้นไปยังสถานีอวกาศนานาชาติและจะปฏิบัติหน้าที่อยู่บนนั้นเป็นเวลา 6 เดือน.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ยานโซยุซรัสเซียฉลุย นำ 3 นักบินอวกาศจาก 3 ชาติ ขึ้นไปไอเอสเอส