ครู-นักเรียน’ราชบุรี’ร่วมใจแปรอักษร ‘พสกนิกร ท.4 รักในหลวงรัชกาลที่ 9’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243145

ครู-นักเรียน'ราชบุรี'ร่วมใจแปรอักษร 'พสกนิกร ท.4 รักในหลวงรัชกาลที่ 9'

ครู-นักเรียน’ราชบุรี’ร่วมใจแปรอักษร ‘พสกนิกร ท.4 รักในหลวงรัชกาลที่ 9’

วันศุกร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.44 น.

4 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะครูและนักเรียนโรงเรียนเทศบาล 4 (วัดมหาธาตุวรวิหาร) จังหวัดราชบุรี จำนวน 649 คน ร่วมกันแปรอักษรสัญลักษณ์ รูปหัวใจ เคียงคู่กับเลข 9 ไทย อยู่เหนือ อักษร ท.4 หมายถึง “พสกนิกร ชาวโรงเรียนเทศบาล 4 (วัดมหาธาตุวรวิหาร) รักในหลวงรัชกาลที่ 9” เพื่อน้อมรำลึกถึงในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ที่พระองค์ทรงมีต่อการศึกษาของเยาวชนไทย ที่สนามกีฬาโรงเรียนเทศบาล 4 (วัดมหาธาตุวรวิหาร) เขตเทศบาลเมืองราชบุรี ตำบลหน้าเมือง อำเภอเมือง จังหวัดราชบุรี

โดยภาพมุมสูงได้บันทึกภาพความงามเหนือบริเวณชุมชนวัดมหาธาตุ ซึ่งวัดมหาธาตุวรวิหารเป็นวัดพระอารามหลวง มีโบราณสถานที่สำคัญโดยเฉพาะพระปางสมัยทราวดี และเป็นวัดที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานผ้าพระกฐินเป็นประจำทุกปี โดยที่คณะครูและนักเรียนและพระภิกษุสงฆ์ภายในชุมชนวัดมหาธาตุวรวิหาร ได้ร่วมกันแสดงความอาลัยโดยการแปลอักษรเพื่อสื่อความหมายว่า “รักพ่อหลวง รัชกาลที่ 9”

โดยเมื่อเวลา 09.19 น. นางสุธิรัตน์  หงส์สวัสดิ์ รองผู้อำนวยการสถานศึกษา รักษาราชการแทนผู้อำนวยการสถานศึกษา นำครูและนักเรียนได้หมอบกราบถวายบังคม ต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 และนำกล่าวคำถวายความอาลัย ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณและพร้อมใจกันเปล่งเสียงร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีกันอย่างกึกก้องไปทั่วบริเวณและภายหลังสิ้นสุดเพลงสรรเสริญพระบารมี ครูและนักเรียนได้ยืนสงบนิ่งทำสมาธิเป็นเวลา 9 นาที และนั่งหมอบกราบถวายบังคมเพื่อแสดงความอาลัยต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ท่ามกลางบรรยากาศโศกเศร้าและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

ชาวชัยนาทรวมพลัง19,999คน แปรอักษรบอกรักพ่อถวายความอาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243138

ชาวชัยนาทรวมพลัง19,999คน  แปรอักษรบอกรักพ่อถวายความอาลัย

ชาวชัยนาทรวมพลัง19,999คน แปรอักษรบอกรักพ่อถวายความอาลัย

วันศุกร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.15 น.

4 พ.ย.59 ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท นำข้าราชการ ประชาชน แปรอักษรถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นการแสดงความสามัคคีของชาวชัยนาททั้งจังหวัดจำนวน 19,999 คน เพื่อบอกรักพ่อหลวงของแผ่นดิน

ที่ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ หน้าศาลากลางจังหวัดชัยนาท นายนิมิต วันไชยธนวงษ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาท นำข้าราชการ ประชาชน นักเรียน นักศึกษา จำนวน 19,999 คน ร่วมกันแปรอักษร เป็นข้อความ ชัยนาทรักพ่อโดยมีเลข 9 ไทย ในรูปหัวใจอยู่ระหว่างกลางข้อความ ซึ่งเป็นกิจกรรมที่จัดขึ้นเพื่อแสดงความรักสามัคคีและเพื่อถวายความอาลัย

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และร่วมส่งเสด็จสู่สวรรคาลัยโดยประชาชนทั้ง 19,999 คน เป็นอาสาสมัครจาก 8 อำเภอของ จ.ชัยนาท และมาจากหลากหลายอาชีพ ที่พร้อมใจกันมาเพื่อแสดงความรักและถวายความอาลัย ในพิธีผู้ว่าราชการจังหวัดชัยนาทนำประชาชนยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยเป็นเวลา 9 นาที จากนั้นได้ร่วมกันร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและพร้อมใจกันกราบถวายบังคมด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ โดยประชาชนที่มาร่วมแปรขบวนบอกว่าจะน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ เพื่อรำลึกถึงพระองค์ท่านตลอดไป

ฟังแล้วกินใจ!’อ.ถวัลย์ ดัชนี’ พูดถึง’ขันติ’ของ’ในหลวง’ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243131

ฟังแล้วกินใจ!'อ.ถวัลย์ ดัชนี' พูดถึง'ขันติ'ของ'ในหลวง' (ชมคลิป)

ฟังแล้วกินใจ!’อ.ถวัลย์ ดัชนี’ พูดถึง’ขันติ’ของ’ในหลวง’ (ชมคลิป)

วันศุกร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.27 น.

4 พ.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 2 พ.ย. 59 สมาชิกยูทูปชื่อ “apostrophefilms bangkok” ได้เผยแพร่คลิปเบื้องหลังการถ่ายทำรายการ “วาระประเทศไทย ปีที่ 2” ตอน “คนไทยระดับโลก : ถวัลย์ ดัชนี”  ซึ่งเป็นการสัมภาษณ์ อ.ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ (จิตรกรรม) ประจำปี พ.ศ. 2554 ผู้สร้างบ้านดำ จ.เชียงราย โดยได้กล่าวถึงความมีขันติของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ระบุว่า

“ผมเคยนั่งอยู่หลังในหลวงมาเป็นเวลา 5 ปี ในหลวงเนี่ยมาพระราชทานปริญญา ในหลวงเนี่ยมาแจกรางวัลศิลปกรรมแห่งชาติ ผมเคยเฝ้าแหนอย่างใกล้ชิดตลอดเวลา ผมเห็นว่าพระองค์เป็นคนเดียวเท่านั้นที่นั่งนิ่งอยู่ 3 ชั่วโมง ไม่เคยกระดิกกระเดี้ยวเนื้อตัวเลย เหมือนสุวรรณประติมาตั้งอยู่บนเรือทอง นิ่งสง่างาม ท่านจะไม่หลุกหลิก จะไม่ก้มลงไปกินน้ำ คุยกับพระราชบริภาร ท่านจะนั่งนิ่งสง่างามอยู่อย่างนั้น 3 ชั่วโมงถึงจะลุกไป

อันนั้นทำให้ผมเรียนรู้ว่า ขันติคืออะไร ขันติคือความอดทน ขณะเดียวกันผมรู้ว่าเสงี่ยมงามหรือโสรัจจะนั้นคืออะไร ไม่ใช่ขันติ นั่งหน้าบึ้ง แต่ขันติ นั่งอดทน เสงี่ยมงาม คือมีทั้งขันติ และมีทั้งโสรัจจะ มีทั้งหิริ มีทั้งโอตัปปะ คือมองเห็นความสง่างามในองค์มหาราช ซึ่งไม่ไหวหวั่น รู้ว่านั่ง นอน ยืน เดิน หายใจเข้าหายใจออก นั่นคือเริ่มต้นของสิ่งที่เราเรียกว่า กายานุปสสนาสติปฏฐาน เมื่อรู้กายานุปสสนาสติปฏฐาน รู้ว่านั่ง นอน ยืนเดิน หายใจ เมื่อนั้นจึงรู้ว่า เวทนานุปัสสนาสติปัฏฐานนั้นเป็นอย่างไร และจากเวทนาจะขึ้นสู่จิตตานุปัสนาสติปัฏฐาน แล้วจึงขึ้นไปสู่ธรรมานุปัสนาสติปัฏฐาน เรียกว่ามหาสติปัฏฐาน 4 ซึ่งองค์มหาราชท่านมีมหาสติปัฏฐาน 4 ครบถ้วนบริบูรณ์”

ขอบคุณ : apostrophefilms bangkok

พสกนิกรเนื่องแน่น! ถวายสักการะพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243123

พสกนิกรเนื่องแน่น! ถวายสักการะพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

พสกนิกรเนื่องแน่น! ถวายสักการะพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

วันศุกร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 10.10 น.

4 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับเป็นวันที่ 7 ที่มีพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ได้ตั้งแต่เวลา 08.00 – 21.00 น.ทุกวัน (ยกเว้นช่วงมีพระราชพิธีบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท)

โดยวันนี้ เมื่อเวลา 05.00 น.เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนที่เดินทางมารอเข้ากราบสักการะพระบรมศพ เข้าทางประตูวิเศษไชยศรี ตามปกติ กระทั่งเวลา 08.30 น.ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าชมความงดงามของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือวัดพระแก้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เปลี่ยนให้ประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะทางประตูมณีนพรัตน์ แล้วเดินตามทางพระระเบียงคด ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ผ่านประตูศรีรัตนศาสดาราม เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนอมรวิถี หน้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน แล้วเลี้ยวขวาตั้งแถวบนถนนอมรวิถี หน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เพื่อเข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สถานที่ประดิษฐานพระบรมศพ

ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง ได้นำภาพพระบรมโกศพระบรมศพ 4 สี ขนาด 5 คูณ 7 นิ้ว ซึ่งพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานแก่พสกนิกรทุกคน ที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพ เพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย

นางกันยากร สุขแก้ว พนักงานบริษัทเอกชน ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ซึ่งเดินทางมากราบสักการะพระบรมศพ พร้อมด้วย น.ส.ปัทมาวดี สุขใส พนักงานบริษัทเอกชน ต.รัษฎา อ.เมทอง จ.ภูเก็ต และ น.ส.ศุภรนัน สุขแก้ว ธุรกิจส่วนตัว ต.ควนรัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา

โดย นางกันยากร กล่าวว่า ตนอยากมาหลายวันแล้ว แต่พึ่งมีโอกาสในวันนี้ ก็รู้สึกเสียใจที่สุดในชีวิต ก็จะขอเป็นคนดีอุทิศตนเพื่อช่วยเหลือครองบครัวและสังคม เหมื่อนที่พระองค์ท่านทำไว้เป็นแบบอย่าง พระองค์ท่านเปรียบเสมือนหัวหน้าครอบครัว เป็นครู เป็นแบบอย่างที่ดีในทุกๆ ด้านให้กับคนไทย เป็นผู้ให้ชีวิต จึงปฏิญาณไว้ว่าจะเปลี่ยนชีวิต จะเป็นคนดี และทำดีให้มากขึ้นเรื่อยๆ เหมือนที่พระองค์ท่านสอนไว้ว่าต้องอดทน และเป็นคนดี

“ปีที่พระองค์ท่านฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ช่วงนั้นมาเรียนที่กรุงเทพฯ เคยได้เฝ้ารับเสด็จฯ ที่ลานพระบรมรูปทรงม้า รู้สึกดีใจและตื้นตันใจมากที่ได้เห็นพระองค์ท่าน แต่ความรู้สึกที่ได้มากราบถวายสักการะในครั้งนี้ มีความรู้สึกว่าสูญเสียมากที่สุดในชีวิต พระองค์ท่านเป็นพ่อที่ประเสริฐที่สุดในโลกนี้ ก็จะน้อมนำคำสอนของพระองค์ท่านไปปฏิบัติ และจะไม่ยุ่งเกี่ยวกับความขัดแย้งทางการเมือง และไม่อยากให้คนไทยแบ่งแยก ให้คิดว่าเราทุกคนเท่าเทียมกัน เพราะพวกเราเป็นลูกของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชด้วยกันทุกคน และขอขอบพระคุณที่พระองค์ให้ทุกอย่างกับพวกเราคนไทย ขอขอบพระคุณที่พระองค์สอนให้รู้จักหลักเศรษฐกิจพอเพียง สอนให้รู้จักอดทน รู้จักแบ่งปัน และสอนให้คนไทยรักกัน และให้เป็นแบบอย่างที่ดีของสังคม

“การสูญเสียครั้งนี้สอนให้รู้ว่า หากจะทำอะไรให้กับคนที่เรารักที่สุดก็อย่ารอ ไม่ว่ากับพ่อแม่ เพื่อนร่วมงาน และบ้านเมือง เพราะหากรอวันต่อไปเราอาจจะไม่ได้ทำ เหมือนอย่างที่เราอยากมาเห็นพระองค์ท่านตอนมีชีวิตอยู่ แต่ก็ไม่ได้มีโอกาสได้เห็น เราเห็นแต่ทางทีวี วันนี้จึงตั้งใจว่าจะต้องมาให้ได้ มาเห็นพระองค์ท่านเป็นครั้งสุดท้าย และพระองค์จะอยู่ในใจของพวกเราตลอดไป มีลูกมีหลานก็จะสอนให้ระลึกถึงพระคุณของพระองค์ท่านตลอดไป”

ขณะที่ นางจุฑารัตน์ สุเมขะโส อายุ 66 ปี ชาว ต.หนองขาหยั่ง อ.บางแขม จ.นครปฐม กล่าวว่า ตนเดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ เป็นครั้งที่ 2 โดยในวันนี้เดินทางมาพร้อมกับลูกชาย และสะใภ้ ซึ่งได้มีโอกาสเฝ้ารับเสด็จฯ ที่ อ.สุคิริน จ.นราธิวาส ซึ่งในช่วงนั้นพระองค์ท่านยังทรงแข็งแรง เห็นแล้วก็ปลื้มปีติมาก ต่างกับวันนี้ซึ่งความรู้สึกเหมือนสูญเสียสิ่งยึดเหนี่ยว ตอนท่านประชวรก็คิดว่ายังไงท่านก็ยังอยู่ ก็ได้มาลงนามถวายพระพร 2 ครั้ง แต่พอรู้ว่าท่านเสด็จสวรรคต ก็ร้องไห้เสียใจมากทำอะไรไม่ถูก พระองค์ท่านเป็นแบบอย่างที่ดีให้กับประชาชน ตนก็ได้น้อมนำหลักคำสอนของพระองค์มาสอนลูกๆ ให้มีความซื่อสัตย์ ไม่คดโกงไม่ยุ่งเกี่ยวกับการฉ้อฉล ขณะนี้ลูกๆ ทุกคนทำงานรับราชการ และบริษัทเอกชน คิดว่าที่ลูกๆ ได้ดี เพราะคำสอนของพระองค์ท่าน

สรุปยอดรวมประชาชน28,754คน เข้าถวายสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243114

สรุปยอดรวมประชาชน28,754คน เข้าถวายสักการะพระบรมศพ

สรุปยอดรวมประชาชน28,754คน เข้าถวายสักการะพระบรมศพ

วันศุกร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 08.37 น.

4 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (3 พ.ย.) เมื่อเวลา 21.00 น.สำนักพระราชวัง ยุติการให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยลเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง แต่ยังคงมีประชาชนรอเข้าถวายสักการะพระบรมศพ ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ เป็นจำนวนมาก แถวยาวล้นออกมาถึงกองทหารรักษาการณ์ หน้าประตูวิเศษไชยศรี เจ้าหน้าที่จึงได้ให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพจนครบทุกคน

กระทั่งเวลา 22.00 น.สำนักพระราชวัง ได้สรุปยอดรวมประชาชนที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพ ในวันที่ 3 พ.ย.มีจำนวนทั้งสิ้น 28,754 คน รวม 6 วัน มี 156,494 คน และมีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศล เป็นเงิน 1,798,218.50 บาท รวม 6 วัน เป็นเงินทั้งสิ้น 9,265,370 บาท

สจล.นำลาดกระบังโมเดลโชว์ที่ญี่ปุ่น แก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนและเชื่อมโยงกัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243022

x

สจล.นำลาดกระบังโมเดลโชว์ที่ญี่ปุ่น แก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนและเชื่อมโยงกัน

วันศุกร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

คณะวิศวกรรมศาสตร์ สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) นำ ลาดกระบังโมเดล ซึ่งเป็นการแก้ไขวิกฤติน้ำท่วมในพื้นที่ลาดกระบัง ไปเผยแพร่ในงาน จัดประชุมเทคโนโลยีวิศวกรรม : ICET 2016 ณ เมืองโทยามะ
ณ เมืองโทยามะ ประเทศญี่ปุ่น ซึ่งจัดขึ้นโดยสถาบันเทคโนโลยีแห่งชาติ โทยามะ ประเทศญี่ปุ่น โดยน้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในการแก้ปัญหาน้ำท่วมอย่างยั่งยืนและเชื่อมโยงกัน เริ่มต้นจากการพัฒนาภูมิปัญญาชาวบ้านผสานเทคโนโลยีสมัยใหม่ นำมาสร้างเป็นเครื่องมือในการเร่งความเร็วน้ำ ผลักดันใต้ผิวน้ำ ระดมเครื่องสูบน้ำ เพื่อไล่น้ำจากด้านเหนือของเขตลาดกระบังลงสู่ด้านใต้ให้เป็นระบบ เป็นแผนผลักดันน้ำโดยชุมชน โดยทางสจล. ยังได้นำนวัตกรรมมาใช้ประโยชน์ในวิกฤติอุทกภัยและการบริการชุมชน ได้แก่ เครื่องเตือนภัยน้ำท่วมผ่านระบบมือถือ (Smart Water Level Sensor System) ซึ่งเป็นระบบวัดน้ำที่ติดตั้งที่บ้านหรือในชุมชนเพื่อเฝ้าระวัง เมื่อน้ำท่วมสูงถึงระดับที่ตั้งไว้จะส่งสัญญาณเตือนเข้าสู่โทรศัพท์มือถือ, เครื่องผลิตน้ำโอโซน โดยโอโซนจะทำออกซิเดชั่นและรีดักชั่นสารประกอบที่เป็นพิษให้สลายโครงสร้าง ทำให้น้ำสะอาดและปราศจากเชื้อโรค, เป็ดน้อยเตือนภัย (Floodduck) เป็นเครื่องมือตรวจวัดกระแสไฟรั่ว เมื่อพบกระแสไฟฟ้ารั่ว จะส่งเสียงและมีไฟแดงขึ้นในตัว และสามารถรับกระแสไฟฟ้าได้ในรัศมี 1 ตารางเมตร และความลึก 50 เซนติเมตร มีดีไซน์น่ารักและใช้ง่ายสำหรับประชาชนทั่วไป, หมุดปักมวลน้ำฝังระบบ GIS

สามารถวัดระดับน้ำแนวตั้งโดยใช้แผงโซลาร์เซลล์ขนาดเล็ก ใช้งานได้บนมือถือระบบแอนดรอยด์ ทำให้ประชาชนได้รับทราบเหตุการณ์ของระดับน้ำได้อย่างสะดวกและทันท่วงที ทั้งนี้ ทางสจล. ยังให้คำปรึกษาแนะนำความปลอดภัยโดยเฉพาะเรื่องไฟฟ้าแก่ประชาชน โดยมีทีมงาน “หมอไฟ” ของนักศึกษาและคณาจารย์สจล. ที่ช่วยชุมชนในการตรวจสอบความปลอดภัยระบบไฟฟ้าเบื้องต้น เช็คเบรกเกอร์ ทดสอบปลั๊กไฟ และมีทีม “หมอบ้าน” ที่จะคอยให้คำแนะนำในเรื่องการดูแลซ่อมแซมบ้านหลังน้ำท่วมอีกด้วย ซึ่งในงานประชุม ICET 2016 มีนิทรรศการแสดงผลงานวิจัยทางวิชาการของทั้ง 2 สถาบัน จำนวนรวมกว่า 40 ผลงาน

สอศ.จับมือกับโตโยต้า มอเตอร์ พัฒนาคนอาชีวด้านตัวถังและสีรถยนต์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243021

x

สอศ.จับมือกับโตโยต้า มอเตอร์ พัฒนาคนอาชีวด้านตัวถังและสีรถยนต์

วันศุกร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.
นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยถึงโครงการร่วมพัฒนากำลังคนอาชีวศึกษาด้านเทคโนโลยีตัวถังและสีรถยนต์ ว่าโครงการนี้ เป็นความร่วมมือระหว่าง สำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา (สอศ.) ร่วมกับบริษัทโตโยต้า มอเตอร์ ประเทศไทย จำกัด โดยมีระยะเวลาของความร่วมมือ 5 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อผลิตบุคลากรด้านงานซ่อมตัวถังและสีรถยนต์ให้สอดคล้องกับความต้องการของสถานประกอบการ และพัฒนาปรับปรุงโครงการความร่วมมือทางวิชาการด้านงานซ่อมตัวถังและสีรถยนต์ ระยะที่ 4 ให้ต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพ ตลอดจนส่งเสริมสนับสนุนกิจกรรมรักษาสิ่งแวดล้อมให้เป็นส่วนหนึ่งของเรียนการสอนวิชาช่างตัวถังและช่างสีรถยนต์ โดยมีสถานศึกษาที่เข้าร่วมโครงการ จำนวน 10 แห่ง ได้แก่ วิทยาลัยสารพัดช่างนครหลวง วิทยาลัยสารพัดช่างราชบุรี วิทยาลัยสารพัดช่างเชียงใหม่ วิทยาลัยสารพัดช่างนครราชสีมา วิทยาลัยสารพัดช่างสงขลา วิทยาลัยสารพัดช่างกาฬสินธุ์ วิทยาลัยสารพัดช่างชลบุรี วิทยาลัยสารพัดช่างชุมพร วิทยาลัยสารพัดช่างสมุทรปราการ และวิทยาลัยสารพัดช่างอุบลราชธานี ทั้งนี้ บริษัทได้ให้การสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์และเครื่องมือที่ทันสมัย อาทิ เช่น ชิ้นส่วนตัวถังรถยนต์ เครื่องมือซ่อมตัวถังเบื้องต้น เครื่องขัดสีดับเบิลแอ๊กชั่น เครื่องเชื่อมวอชเชอร์ ตู้เครื่องมือ คู่มือซ่อม เป็นต้น และยังได้จัดฝึกอบรมและถ่ายทอดเทคโนโลยีการซ่อมตัวถังและสีรถยนต์ที่ทันสมัยให้แก่คณะครู อาจารย์ เพื่อที่จะได้นำไปสอนได้ตรงตามหลักสูตร ซึ่งทางบริษัทได้รับการสนับสนุนจากบริษัทสีที่อยู่ในโครงการความร่วมมือสนับสนุนผู้แทนจำหน่ายโตโยต้า เข้าร่วมสนับสนุนสีให้กับสถานศึกษาเพื่อนำไปใช้ในการสอนวิชาภาคปฏิบัติซ่อมสีรถยนต์อย่างต่อเนื่องมาโดยตลอดอีกด้วย

รัฐบาลยืดหยุ่นเวลา ปชช.เข้ากราบพระบรมศพ เน้นความสะดวก-เรียบร้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243106

รัฐบาลยืดหยุ่นเวลา ปชช.เข้ากราบพระบรมศพ เน้นความสะดวก-เรียบร้อย

รัฐบาลยืดหยุ่นเวลา ปชช.เข้ากราบพระบรมศพ เน้นความสะดวก-เรียบร้อย

วันศุกร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

รัฐบาลยืดหยุ่นเวลา

ปชช.เข้ากราบพระบรมศพ

เน้นความสะดวก-เรียบร้อย

กสท.เคาะเกณฑ์ออกอากาศ

ตามปกติ-แต่ต้องเหมาะสม

แนะ’โลโก้ขาวดำ’ถึง21ม.ค.

เมื่อเวลา 14.56 น. วันที่ 3 พฤศจิกายน พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ เสด็จทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

กลุ่มผู้พิการเข้ากราบพระบรมศพ

สำหรับบรรยากาศโดยรอบพระบรมมหาราชวังตลอดทั้งวัน ยังคงมีประชาชนจากทั่วสารทิศหลั่งไหลมารอเข้าแถวกราบถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายในพระบรมมหาราชวัง เป็นวันที่ 5 โดยวันนี้เริ่มเปิดให้กลุ่มแรกเข้าถวายสักการะตั้งแต่เวลา 05.00 น. กระทั่งเวลา 08.00 น. จึงเปิดให้ประชาชนเข้าทางประตูมณีนพรัตน์ ก่อนเดินตามทางระเบียงคด ผ่านพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เข้าสู่กำแพงแก้วของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยประชาชนหลายคนมารอตั้งแต่เวลา 03.00 น. โดยวันเดียวกันนี้ มีกลุ่มผู้พิการและผู้ด้อยโอกาส 140 คน จากโครงการสู้เพื่อวันใหม่l เดินทางมากราบถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระโกศพระบรมศพ ซึ่งกลุ่มจิตอาสาได้ช่วยดูแลเข็นรถเข็นให้ตลอดเส้นทาง

หญิงท้อง8เดือนอึดต่อแถว5ชม.

นางทิวาทิพย์และนาย เศวตชัย พึ่งบัว แพทย์และพยาบาลจากอ.บ้านโคก จ.อุตรดิตถ์ ซึ่งนางทิวาทิพย์กำลังตั้งครรภ์ 8 เดือนด้วยกล่าวว่า ออกจากบ้านตั้งแต่ 5 โมงเย็นวันที่ 2 พฤศจิกายน และมาถึงกรุงเทพฯประมาณตีหนึ่ง พักอยู่กับเพื่อนย่านบางขุนนนท์และเดินทางมาถึงสนามหลวงตอน 7 โมง ใช้เวลารอกว่า 5 ชั่วโมงจึงได้เข้าสักการะพระบรมศพ แม้ว่าภรรยาจะตั้งครรภ์ 8 เดือนใกล้คลอด แต่ตั้งใจแล้วว่าต้องมาให้ได้ โดยลากิจมา 4 วัน อย่างน้อยแม้ลูกของเราจะไม่ได้เกิดในแผ่นดินของรัชกาลที่ 9 แต่ก็จะสอนลูกได้ว่า ที่เรามีแผ่นดินอยู่มีบ้านเมืองที่ดีก็ด้วยพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เมื่อได้ขึ้นไปสักการะก็ได้อธิษฐานจิต ขอให้พระองค์เสด็จสู่สวรรคาลัย และกล่าวปฏิญาณว่าเราจะเป็นคนดี ตั้งใจทำงานให้ดีที่สุด

ลุงเอี่ยมตื้นตันได้กราบพระบรมศพ

ช่วงบ่ายวันเดียวกัน พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น.พร้อมเจ้าหน้าที่สำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พมจ.)จังหวัดนครปฐม พานายเอี่ยม คำภิรานนท์ อายุ 67 ปี อดีตขอทานเงินล้านซึ่งป่วยเป็นโปลิโอ อาศัยอยู่วัดไร่ขิง จ.นครปฐม เข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พล.ต.ท.ศานิตย์กล่าวว่า ทราบข่าวว่าลุงเอี่ยมเสียใจกินไม่ได้ นอนไม่หลับ ที่ทราบว่าพระองค์สวรรคต จึงสั่งให้พ.ต.อ.สามารถ พรหมชาติ ผกก.สน.ธรรมศาลา จ.นครปฐมร่วมกับพมจ.นครปฐมไปหาลุงเอี่ยม และแจ้งว่าจะพามาถวายสักการะพระบรมศพวันนี้ ลุงเอี่ยมดีใจมากจนนอนไม่หลับ

ขณะที่ลุงเอี่ยมกล่าวว่า เสียใจต่อการสวรรคตของในหลวง คิดถึงพระองค์มาก พอได้เข้าไปกราบพระบรมศพแล้วรู้สึกปลื้มใจ รักในหลวงมาก เพราะทำเพื่อคนไทยทุกคน วันนี้ได้รูปพระบรมโกศก็จะนำไปบูชา

กกต.แจกผัดไทยเสวย-ลองกอง

ส่วนโดยรอบสนามหลวง ยังคงมีจิตอาสามาแจกสิ่งของ อาหารและอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยที่เต็นท์คณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) นายบุญส่ง น้อยโสภณ กกต.ด้านกิจการสืบสวนสอบสวนและวินิจฉัย พร้อมเจ้าหน้าที่ร่วมแจกผัดไทย 1,500 ชุดและลองกอง 700 กิโลกรัม พุดดิ้ง สาหร่ายและน้ำดื่ม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

เร่งปรับพื้นที่สนามหลวงคืบ60%

อีกด้านหนึ่ง เจ้าหน้าที่จากสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร (กทม.)เร่งปรับพื้นที่สนามหลวง โดยนำหินคลุกมาถมฝั่งทิศเหนือ รองรับการบริหารจัดการพื้นที่สนามหลวงใหม่และจะใช้ฝั่งทิศใต้ใกล้พระบรมมหาราชวังในการสร้างพระเมรุมาศ

นายประสาร พิพัฒน์วรรัตน์ ผู้อำนวยการสำนักการโยธา กรุงเทพมหานคร (กทม.)ลงพื้นที่ตรวจความคืบหน้าการปรับปรุงพื้นที่สนามหลวง ก่อนเปิดเผยว่า วันนี้เป็นวันที่ 2 ของการเริ่มปรับปรุงพื้นที่ฝั่งทิศเหนือ เพื่อใช้เป็นจุดอำนวยความสะดวกประชาชนและรองรับเต็นท์หน่วยงานราชการ หรือจิตอาสา ให้มาอยู่จุดเดียวกัน การปรับปรุงพื้นที่ทั้งหมด 23,000 ตร.ม.เพื่อตั้งเต็นท์ 72 หลังรองรับประชาชนได้ 2 หมื่นคนจะแล้วเสร็จวันที่ 6 พฤศจิกายน ขณะนี้คืบหน้าไปแล้ว 60% จะมีปัญหาฝนตกทำให้งานช้าบ้าง แต่เจ้าหน้าที่ทำงาน 24 ชั่วโมงเพื่อให้เสร็จทันกำหนด

ปรับเวลาแจกอาหาร3ช่วงวันแรก

ในการแจกอาหารให้ประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมนั้น วันนี้เป็นวันแรกที่กทม. เริ่มจัดระเบียบการแจกอาหารมื้อหลัก โดยเเบ่งเป็น 3 รอบคือ รอบ 06.00-9.00 น. 11.00-14.00 น. 16.00-20.00 น. อย่างไรก็ตาม เวลา 10.00น.ซึ่งเป็นช่วงหยุดแจกอาหาร มีประชาชนจากต่างจังหวัดและกรุงเทพฯที่หิวและไม่ทราบข่าวการจัดระเบียบ มายืนรอหน้าเต๊นท์ เพื่อรอรับการแจกข้าวจำนวนมาก แต่เมื่อจิตอาสาแจ้งให้ทราบก็เข้าใจแต่ยังปักหลักยืนต่อคิวรอต่อไป ขณะที่จิตอาหารบางเต็นท์ได้นำอาหารว่าง อาทิ ปาท่องโก๋ นม น้ำเต้าหู้มาแจกให้รับประทานรองท้องไปก่อน

จัดโซนตั้งเต็นท์เสร็จอาทิตย์หน้า

ด้านนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีกล่าวถึงการบริหารจัดการพื้นที่สนามหลวงและการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะพระบรมศพว่า เจ้าหน้าที่กำลังปรับพื้นที่โซนเหนือ ด้านสะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า) โดยจะเทยาง แอสฟัลต์ติก คอนกรีตภายในวันที่ 6 พฤศจิกายน จากนั้นจะเริ่มนำเต็นท์มากางเป็นที่พักคอยของประชาชนที่มากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในวันที่ 7 พฤศจิกายน ก่อนที่จะประชาชนจะเคลื่อนแถวไปที่ถนนหน้าพระธาตุ เพื่อเข้าประตูวิเศษไชยศรี คาดว่าสัปดาห์หน้าจะสามารถตั้งเต็นท์ได้เรียบร้อยทั้งหมด ส่วนพื้นที่ที่จะใช้จัดทำพระเมรุมาศต้องรอหารือกับกระทรวงวัฒนธรรม ที่มีแผนและกรอบระยะเวลาแล้ว

ชี้ยืดหยุ่นเวลากราบพระบรมศพ

นายสุวพันธ์กล่าวต่อว่า เรามีแผนหลักและแผนต้องปรับปรุงรายสัปดาห์ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ ซึ่งสถานการณ์ตอนนี้เราใช้พื้นที่ด้านเหนือ บริเวณสะพานพระปิ่นเกล้า มากกว่าด้านใต้ บริเวณพระบรมมหาราชวัง แต่ภายในเวลา 2 เดือนข้างหน้าต้องปรับแผนใหม่ เพราะจะใช้พื้นที่ด้านใต้มากกว่า รวมถึงปรับการบริหารจัดการดูแลอาหารและเครื่องดื่ม การแพทย์ จุดดูแลของส่วนราชการต่างๆที่มี 17 จุด จะปรับเปลี่ยนเมื่อเต็นท์พักคอยในโซนเหนือเสร็จ โดยมอบให้กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) เป็นหน่วยหลักในการบริหารจัดการ

สำหรับแนวโน้มขยายเวลาให้ประชาชนเข้าถวายบังคมพระบรมศพจากเดิมปิดเวลา 21.00 น.นั้น นายสุวพันธุ์กล่าวว่า เวลาเปิด-ปิดยืดหยุ่นตามสภาพความพร้อม ปัจจุบันเจ้าหน้าที่ก็เปิดให้ประชาชนเข้าตั้งแต่เช้าตรู่ ดังนั้น ทุกอย่างอยู่บนหลักอะลุ่มอล่วย แต่สิ่งสำคัญที่ทุกหน่วยงานคำนึงถึงคือ ประชาชนต้องได้รับความสะดวกและเรียบร้อย

ปชช.ช่วยแพ็คข้าวถุงล้นทำเนียบฯ

ที่ทำเนียบรัฐบาล ข้าราชการ เจ้าหน้าที่สำนักปลัดสำนักนายกรัฐมนตรี (สปน.) ส่วนราชการ และจิตอาสา ทั้งนักเรียนนักศึกษา ประชาชนทั่วไป ช่วยกันบรรจุข้าวเปลือกพอเพียง เพื่อเป็นของที่ระลึกไว้แจกให้ผุ้ที่มาถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เพียงครึ่งวันเช้ามีประชาชน-จิตอาสาจำนวนมากมาร่วมกิจกรรมเต็มพื้นที่จนไม่สามารถรองรับได้ เจ้าหน้าที่ต้องขอร้องและประชาสัมพันธ์ว่า หากผู้ใดเดินทางมาร่วมกิจกรรมขอให้โทรศัพท์ลงมาแจ้งความจำนง และลงทะเบียนเพื่อจัดวันเวลาที่เหมาะสมก่อน สามารถโทรแจ้งได้ที่หมายเลข 02 283 4281 และ 02 283 4285 เพื่ออำนวยความสะดวกเรื่องสถาน

คุมสถานบันเทิงเปิดปิดตามกม.

นายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.)กล่าวถึงการอำนวยความสะดวกประชาชนในต่างจังหวัดๆละ 750 คนที่จะเดินทางมากราบถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า ได้ย้ำทุกจังหวัดกระจายประชาชนที่จะมาร่วมถวายสักการะพระบรมศพให้ครบทุกอำเภอ ตำบลและหมู่บ้าน รวมถึงการจัดยานพาหนะให้รถมีสภาพดี ป้องกันอุบัติเหตุ ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 14 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ซึ่งคณะรัฐมนตรี(ครม.) มีมติให้ออกทุกข์ จะเน้นย้ำผู้ว่าราชการจังหวัดควบคุมการเปิดปิดสถานบันเทิงให้เป็นไปตามกฎหมาย รวมทั้งงานประเพณีท้องถิ่นสามารถจัดได้ตามปกติ แต่ต้องดูแลให้เหมาะสม

ลงนามแสดงความอาลัย6.4ล.

ทั้งนี้ มท.สรุปผลการจัดกิจกรรมลงนามแสดงความอาลัยและการจัดกิจกรรมเถวายเป็นพระราชกุศลในส่วนต่างจังหวัด โดยมีประชาชนลงนามแสดงความอาลัยจนถึงวันที่ 2 พฤศจิกายน 227,802 คน มียอดสะสมการลงนามแสดงความอาลัยตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม 6,460,760 คน กิจกรรมน้อมรำลึกถึงพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยกิจกรรมสวดอภิธรรมมีผู้เข้าร่วม 254,990 คน ยอดผู้เข้าร่วมกิจกรรมสวดอภิธรรมตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม-2 พฤศจิกายนมีจำนวน 8,281,493 คน การทำบุญตักบาตรมีผู้เข้าร่วม 41,092 คน ยอดผู้เข้าร่วมกิจกรรมการทำบุญตักบาตรตั้งแต่วันที่ 14 ตุลาคม-2 พฤศจิกายน มีจำนวน 2,687,268 คน

กสท.แจงแนวทางออกอากาศ

ด้านสำนักงานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียง กิจการโทรทัศน์ และกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กสทช.) พ.อ.นที ศุกลรัตน์ ประธานคณะกรรมการกิจการกระจายเสียงและกิจการโทรทัศน์ (กสท.) กล่าวหลังเชิญผู้ประกอบการโทรทัศน์และวิทยุประชุมชี้แจงแนวทางออกอากาศหลังครบ30วันที่รัฐบาลกำหนดเป็นช่วงไว้ทุกข์กรณีพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จสวรรคตว่า แนวทางปฏิบัติประกอบด้วย กรณีถ่ายทอดสดให้ทุกสถานีเชื่อมโยงสัญญาณจากโทรทัศน์รวมการเฉพาะกิจแห่งประเทศไทย (ทรท.) เมื่อมีพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล กรณีมีพระบรมวงศานุวงศ์หรือกษัตริย์ประเทศต่างๆ มาร่วมในพระราชพิธีให้สลับสับเปลี่ยนกันเชื่อมโยงสัญญาณ กรณีรายการศาสตร์แห่งพระราชาสู่การพัฒนาที่ยั่งยืนให้ทุกสถานีเชื่อมโยงสัญญาณจากทรท.ทุกวันศุกร์

ย้ำเสนอรายการปกติต้องเหมาะสม

อย่างไรก็ตาม การออกอากาศของสถานีให้นำรายการปกติมาออกอากาศได้ แต่ให้คำนึงถึงความเหมาะสมของรายการ เพื่อปรับเปลี่ยนบรรยากาศความรู้สึกของประชาชนให้เป็นไปตามลำดับ เห็นควรให้กำหนดความเหมาะสม ดังนี้ ระหว่างวันที่ 13 -18 พฤศจิกายน ให้นำเข้ารายการที่มีระดับความเหมาะสมสำหรับปฐมวัย (ป) รายการสำหรับเด็ก (ด) รายการทั่วไป (ท)และรายการสำหรับผู้ชมที่มีอายุ 13 ปีขึ้นไป (น13) ไม่ควรมีเนื้อหาลักษณะตลก เฮฮา ความรุนแรง เรื่องทางเพศ การใช้ถ้อยคำหยาบคาย

ทั้งนี้ ระหว่างวันที่ 19 พฤศจิกายน-21 มกราคม 2560 ให้นำรายการที่มีระดับความเหมาะสมสำหรับปฐมวัย (ป) รายการสำหรับเด็ก (ด) รายการทั่วไป (ท)และรายการสำหรับผู้ชมที่มีอายุ 13 ปีขึ้นไป (น13) รายการที่เหมาะสมสำหรับผู้ชมที่อายุ 18 ปีขึ้นไป ไม่ควรมีเนื้อหารุนแรง เรื่องทางเพศการใช้ถ้อยคำหยาบคาย ทั้งนี้ รายการเฉพาะไม่เหมาะสำหรับเด็กและเยาวชน (ฉ)ให้ออกอากาศหลังวันที่ 21 มกราคม 2560

ใช้’โลโก้ขาว-ดำ’ถึง21มค.ปีหน้า

พ.อ.นทีกล่าวอีกว่า ส่วนการนำเสนอรายการที่เกี่ยวกับการระลึกถึงพระมหากรุณาที่คุณ การแสดงความอาลัย การเทิดพระเกียรติ ให้ผู้รับอนุญาตกำหนดเพิ่มเติมไว้ในผังรายการอย่างต่อเนื่องตลอดเวลาจนถึงวันที่ 21 มกราคม 2560 ทั้งนี้ ควรกำหนดช่วงเวลาที่เหมาะสมที่ประชาชนส่วนมากได้รับชม

สำหรับการแต่งกายของพิธีกร ผู้ดำเนินรายการ ผู้ประกาศ ให้อยู่ในโทนสีดำ ขาว (เน้นสีดำ) สุภาพ กรณีผู้ร่วมรายการขอให้พิจารณาตามความเหมาะสม การแสดงตราสัญญาลักษณ์ของสถานี ควรปรับโทนสีเป็นโทนขาว ดำ และให้อยู่ในตำแหน่งมุมล่างขวาของจอ จนถึงวันที่ 21 มกราคม 2560 การโฆษณา ให้ยึดถือปฏิบัติตามแนวทางเดียวกับระดับความเหมาะสมของเนื้อหารายการที่ออกอากาศได้แต่ละห้วงเวลา

ช้าง10เชือกเข้ากรุงกราบพระบรมศพ

ด้านนายสุจินต์ ไชยชุมศักดิ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดพระนครศรีอยุธยา ลงพื้นที่ติดตามความพร้อมของช้างแสนรู้งางามจำนวน 10 เชือก ที่เพนียดหลวงคล้องช้าง สถานที่ฝึกซ้อมช้างในการตั้งขบวนเดินแถว และการหมอบกราบ ซึ่งจังหวัดกำหนดนำช้าง 10 เชือก พร้อมคชอาภรณ์ชุดใหม่ เดินทางเข้ากรุงเทพฯในวันอังคารที่ 8 พฤศจิกายน เพื่อถวายสักการะเบื้องหน้าพระโกศ พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยขบวนช้าง 9 เชือกจัดแยกเป็นแถว และช้าง 1 เชือกนำขบวนอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์

นายลายทองเหรียญ มีพันธุ์ เจ้าของวังช้างอยุธยาแลเพนียด จ.พระนครศรีอยุธยากล่าวว่า พลายงางามทั้ง 10 เชือก เป็นช้างมงคล ทุกเชือกเคยถวายการแสดงหน้าพระที่นั่งหลายครั้ง ครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 25 พฤษภาคม 2555 พระองค์เสด็จฯทุ่งมะขามหย่อง ส่วนคนเลี้ยงช้างทุกคนต่างสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้น ทรงให้ความสำคัญในการอนุรักษ์ช้างไทย

ปทุมธานีจัดแปรอักษรยิ่งใหญ่

วันเดียวกัน หลายจังหวัดต่างรวมตัวแสดงพลังสามัคคี จงรักภักดีและร่วมแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลายรูปแบบ ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ อย่างที่สนามหน้าโรงเรียนสามโคก อ.สามโคก จ.ปทุมธานี นายสุรชัย ขันอาสา ผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี นำข้าราชการ เจ้าหน้าที่และประชาชนทุกหมู่เหล่าจำนวน 14,000 คนแปรอักษรเป็นข้อความว่า“ปทุมธานี รักพ่อ” มีการขับเสภาสดุดีพระเกียรติยศ ยืนไว้อาลัย 89 วินาที และร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและเพลงภูมิแผ่นดินนวมินทร์มหาราชา เพลงยามเย็น โดยมีวงโยธวาทิต 14 วงร่วมบรรเลง

ชัยนาทระดม1.9หมื่นคนแปรอักษร

เช่นเดียวกับ จ.ชัยนาทเตรียมความพร้อมแปรอักษรถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งจะจัดขึ้นวันที่ 4 พฤศจิกายน โดยเป็นการรวมความสามัคคีของชาวชัยนาท 19,999 คน ที่เป็นอาสาสมัครจาก 8 อำเภอของชัยนาทและมาจากหลากหลายสาขาอาชีพ

นร.กาฬสินธุ์-กระบี่แปรเลข9อาลัย

นอกจากนี้ คณะผู้บริหาร ครูนักเรียนนักศึกษาวิทยาลัยนาฏศิลป์กาฬสินธุ์ ร่วมประกอบพิธีลงนามถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ โดยร่วมลงนามแสดงความอาลัย ร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีอย่างกึกก้อง พร้อมขับร้องและนำวงโปงลาง บรรเลงกลอนลำแสดงความอาลัย “ร้อยดวงใจไทนาฏศิลป์” ซึ่งคณะครูและนักเรียนร่วมกันประพันธ์ขึ้นมา ก่อนจะได้แปรอักษรเลข 9 ไทย พร้อมอักษร วนศ.กส. อักษรย่อของวิทยาลัย เพื่อน้อมเกล้าฯแสดงความอาลัยต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมถึงรร.สังทองข์วิทยา จ.กระบี่นำคณะผู้บริหาร ครู นักเรียนและบุคคลากรโรงเรียนประมาณ 4,000 คน แปรเป็นรูปหัวใจ ล้อมเลข ๙ และชื่อของโรงเรียนสังข์ทองวิทยา นอกจากนี้ จะให้คณะครูนักเรียนไว้ทุกข์ตลอด 1 ปี

อุดรฯปั่นด้วยใจกราบพระบรมศพ

ชมรมจักรยานจังหวัดอุดรธานี 1997 นำโดย นายเลขา ทองธิราช รวม 9 คน ปั่นจักรยานเริ่มต้นจากตัวจังหวัดมุ่งหน้ากรุงเทพฯ เพื่อไปกราบสักการะพระบรมศพพ่อหลวงของชาวไทย รวมระยะทาง 570 กิโลเมตร ซึ่งจะใช้เวลาเดินทาง 5 วัน ถึงกรุงเทพฯประมาณวันที่ 8 พฤศจิกายน

มทบ24นำล้างตลาดทำดีถวายพ่อ

ขณะที่พล.ต.อำนวย จุลโนนยาง ผู้บัญชาการมณฑลทหารบกที่ 24 อุดรธานี นำชาวตลาดร่วมทำกิจกรรมทำดีเพื่อพ่อหลวง ทำความสะอาด ตลาดสด และรอบค่ายประจักษ์ศิลปาคม ทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

สตูล3ศาสนาร่วมใจประกอบพิธี

วันเดียวกัน ที่สำนักงานเทศบาลเมืองสตูล นายภัทรพนธ์ รัตนพิเชฏฐชัย ผู้ว่าราชการจังหวัดสตูล นำพสกนิกรทุกหมู่เหล่า พ่อค้า ประชาชนทั้ง 3 ศาสนา ประกอบพิธีกรรมตามหลักศาสนาพุทธ คริสต์ และอิสลาม เพื่อแสดง ความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยศาสนาพุทธ เริ่มพิธีตักบาตรพระสงฆ์ 89 รูป ศาสนาอิสลามเชิญโต๊ะอิหม่าม คอเต็บ บิหลั่น ประจำมัสยิด และนาซะทั้ง 9 แห่ง ทำพิธีขอดูอา ถวายพระพร ศาสนาคริสต์ บาทหลวงประจำโบสถ์คริสต์ ในเขตเทศบาล ประกอบพิธีอ่าน พระคัมภีร์ พระธรรม ถวายพระพร จากนั้นทุกศาสนาร่วมยืนถวายอาลัยพร้อมกัน 9 นาที

เมื่อเวลา 19.00 น.วันที่ 3 พฤศจิกายน สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง มีพระพิธีธรรม 8 รูปจากวัดประยุรวงศาวาสวรวิหาร และวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรม

ก่อนหน้านั้น เวลา 14.56 น. พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์  เสด็จฯทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยมีพระพิธีธรรมจากวัดอนงคารามวรวิหาร  และ วัดสระเกศราชวรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรม

ทั้งนี้ เวลา 07.00 น. พล.ต.หม่อมเจ้าจุลเจิม ยุคล  เสด็จทรงเป็นประธานบำเพ็ญพระกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดพระเชตุพนวิมลมังคลารามราชวรมหาวิหาร และวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหารที่สวดพระอภิธรรมศพ

จากนั้นเวลา 11.00 น. หม่อมเจ้าชาตรีเฉลิม ยุคล  เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมจากวัดอนงคารามวรวิหาร  และวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

ตามไปดูการศึกษานอกหลักสูตร : นักศึกษาบุกป่าชายเลน เรียนรู้ กม.สิ่งแวดล้อมจากสถานที่จริง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243023

ตามไปดูการศึกษานอกหลักสูตร : นักศึกษาบุกป่าชายเลน เรียนรู้ กม.สิ่งแวดล้อมจากสถานที่จริง

ตามไปดูการศึกษานอกหลักสูตร : นักศึกษาบุกป่าชายเลน เรียนรู้ กม.สิ่งแวดล้อมจากสถานที่จริง

วันศุกร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นักศึกษา ม.ราชภัฏสุราษฎร์ธานี กว่า 50 ชีวิต ลุยปลูกป่าชายเลน เพื่อเรียนรู้กฎหมายสิ่งแวดล้อม ในสถานที่จริง โดยแนวคิดสร้างสรรค์ในเรื่องของการเรียนรู้จาก อาจารย์ผู้สอนเผย ภายในห้องสี่เหลี่ยมอย่างเดียว มาเป็นการเข้าไปสัมผัสกับของจริง ซึ่งนอกจากจะได้เพิ่มประสบการณ์ชีวิตให้กับตนเองแล้ว ยังเป็นการได้รับความรู้ในด้านอื่นๆ ถึงสามด้านคือ ด้านวิชาการ ด้านการอนุรักษ์ธรรมชาติ และเป็นการถมช่องว่างระหว่างนักศึกษา-ประชาชนที่ยังมีมุมมองไม่ตรงกัน ซึ่งการจัดกิจกรรมของนักศึกษาดังกล่าวนี้ถือได้ว่า เป็นการยิงปืนนัดเดียวได้นกถึง 3 ตัว…สุดคุ้มจริงๆ

ผศ.จิตรดารมย์ รัตนวุฒิ คณบดีคณะนิติศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) เปิดเผยให้ทราบว่า นักศึกษาดังกล่าวนี้ กำลังเรียนอยู่ในรายวิชากฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม จำนวน 50 คน ที่ไปร่วมทำกิจกรรมด้วยกัน ณ พื้นที่ป่าชายเลน บ้านเฉงอะ หมู่ที่ 4 ตำบลตะเคียนทอง อำเภอกาญจนดิษฐ์ จังหวัดสุราษฎร์ธานี

ผลที่ได้รับจากการลงไปทำกิจกรรมในครั้งนี้ ทำให้เกิดผลใน 3 มิติด้วยกัน คือ 1.นักศึกษาได้เรียนรู้เนื้อหาของรายวิชาจากสถานที่จริง 2.นักศึกษาได้มีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ฟื้นฟูสิ่งแวดล้อมจริง ลงมือทำเองจริง ซึ่งเป็นสิ่งที่หาอ่านไม่ได้จากตำรา และ 3.นักศึกษาได้ลงไปคลุกคลีกับชาวบ้านและท้องถิ่น ทำให้เกิดสัมพันธภาพที่ดีและถมช่องว่างระหว่างนักศึกษากับประชาชน

นางสาวขวัญทยา บุญเชิด อาจารย์ผู้สอนรายวิชากฎหมายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อม กล่าวว่า ปัจจุบันป่าชายเลนถูกบุกรุกทำลายจนลดจำนวนลงอย่างรวดเร็ว ทั้งที่มีความสำคัญต่อระบบนิเวศน์มาก ที่เป็นทั้งแนวป้องกันทางธรรมชาติช่วยรักษาแนวชายฝั่งทะเลไม่ให้ถูกคลื่นลมกัดเซาะ เป็นทั้งแหล่งอาศัยของสัตว์น้ำและช่วยกรองมลพิษบริเวณชายฝั่ง ซึ่งจำเป็นต้องได้รับการฟื้นฟูอนุรักษ์โดยเร่งด่วน โดยการปรับปรุงพัฒนาการใช้ประโยชน์ให้เหมาะสมและสอดคล้องกับวิถีชีวิตของชาวบ้านและชุมชน โดยในส่วนของการจัดการเรียนการสอนนั้น ทุกวันนี้มันหมดยุคของการเรียนรู้เฉพาะในห้องเรียนสี่เหลี่ยมแคบๆ อย่างเดียวแล้ว ผู้สอนต้องเป็นคนนำเด็กก้าวออกไปสู่โลกกว้าง ต้องเปลี่ยนจินตนาการให้เป็นภาพจริง เด็กๆ ต้องได้สัมผัสเหตุการณ์และสถานที่จริง เพื่อที่พวกเขาจะได้เกิดประสบการณ์และเกิดการเรียนรู้ในมิติที่เป็นจริง เมื่อจบออกไปแล้วจะได้นำความรู้และประสบการณ์ไปใช้งานได้จริง

นายกิตติศักดิ์ เพชรรัตน์ นักศึกษาชั้นปีที่ 4 สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์ คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ กล่าวว่า การได้มาร่วมกิจกรรมในวันนี้ทำให้ตนและเพื่อนๆ ตระหนักว่า การอนุรักษ์ป่าชายเลนจะเกิดผลสำเร็จอย่างยั่งยืน ต้องอาศัยการมีส่วนร่วมของชุมชนที่เป็นผู้ใช้ประโยชน์จากป่าเหล่านั้นในชีวิตประจำวัน ต้องสร้างความรู้สึกรักหวงแหน ตนและเพื่อนๆ นักศึกษาซึ่งส่วนใหญ่ก็เป็นคนในท้องถิ่น เมื่อได้ลงมาทำกิจกรรมด้วยตนเองก็เกิดแรงจูงใจที่จะร่วมอนุรักษ์ และยังสามารถมีส่วนสำคัญในการทำให้พ่อแม่ผู้ปกครองและคนในชุมชนเข้าใจเรื่องสิ่งแวดล้อมมากขึ้นด้วย

พฤติกรรมของสังคมโลกในวันนี้ หากมองด้วยสายตาที่หวาดระแวง จะพบว่า ทุกสิ่งทุกอย่างที่บีบวงล้อมเข้ามาหาเรา ล้วนแล้วแต่แฝงไปด้วยเล่ห์เหลี่ยมและผลประโยชน์ของผู้ไม่หวังดีทั้งสิ้น การที่ได้เรียนรู้ด้วยตนเองจากประสบการณ์ และการร่วมกลุ่ม สร้างความสามัคคีให้เกิดขึ้นในชาติเป็นสิ่งที่คนในชาติพึงสังวรณ์กันไว้ให้มากที่สุด

ชนิตร  ภู่กาญจน์

‘ทูตสหรัฐฯ’ร่วมถวายความอาลัย ยันสานสัมพันธ์บนฐานที่’ในหลวง’ทำไว้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243042

'ทูตสหรัฐฯ'ร่วมถวายความอาลัย ยันสานสัมพันธ์บนฐานที่'ในหลวง'ทำไว้

‘ทูตสหรัฐฯ’ร่วมถวายความอาลัย ยันสานสัมพันธ์บนฐานที่’ในหลวง’ทำไว้

วันพฤหัสบดี ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 17.07 น.

3 พ.ย.59 เมื่อเวลา 13.30 น. ที่ห้องรับรอง ตึกบัญชาการ ทำเนียบรัฐบาล นายกลิน ทาวน์เซนด์ เดวีส์ เอกอัครราชทูตประเทศสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย เข้าเยี่ยมคารวะ ม.ล.ปนัดดา ดิศกุล รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี โดยภายหลังเข้าพบ ม.ล.ปนัดดา กล่าวว่า นายกลินได้มาเยี่ยมเยือนพร้อมแสดงความอาลัยร่วมกับประชาชนคนไทยอีกครั้งหนึ่งในยามที่คนไทยมีความเศร้าโศก ต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ถือเป็นความรักและความผูกพันที่มีกันมาของทั้ง 2 ประเทศ และที่สำคัญคือความผูกพันที่สหรัฐฯ มีต่อพระองค์ท่าน

ด้านนายกลิน กล่าวว่า ตนมาในนามรัฐบาลสหรัฐฯ และในนามส่วนตัวด้วย ต้องขอบคุณที่ต้อนรับอย่างดีในยามที่ประเทศไทยอยู่ในความยากลำบากเช่นนี้ ซึ่ง ม.ล.ปนัดดา ถือเป็นเจ้าหน้าที่ระดับสูงของรัฐบาลที่ช่วยอธิบายถึงความเป็นมาของประเทศไทยในช่วงแรกๆ ที่ตนมาประจำการที่นี่ จึงเกิดความรู้สึกว่าจะต้องมาแสดงความอาลัยให้ได้ก่อนที่จะหมดช่วงการแสดงความอาลัยภายใน 30 วัน

“สิ่งที่ดีที่สุดที่จะทำได้ในฐานะทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย คือการสร้างความสัมพันธ์และให้เกียรติแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระองค์ได้สร้างความสัมพันธ์ระหว่างไทยกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ มาแล้วถึง 12 คน ซึ่งเราจะสร้างความสัมพันธ์ต่อไปเพื่อเป็นเกียรติแด่พระองค์ท่านที่ได้ทำมาแล้ว บนพื้นฐานที่พระองค์ได้ทำไว้” เอกอัครราชทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย กล่าว