‘อภิสิทธิ์’ร่วม’มูลนิธิม.ร.ว.เสนีย์’ แจกอาหารให้ปชช.ที่รอถวายอาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242808

'อภิสิทธิ์'ร่วม'มูลนิธิม.ร.ว.เสนีย์' แจกอาหารให้ปชช.ที่รอถวายอาลัย

‘อภิสิทธิ์’ร่วม’มูลนิธิม.ร.ว.เสนีย์’ แจกอาหารให้ปชช.ที่รอถวายอาลัย

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.28 น.

2 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.00 น. ที่บริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสิน นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ พร้อมด้วย นายองอาจ คล้ามไพบูลย์ รองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ร่วมกับภาคีเครื่อข่ายภาคประชาชน ได้นำข้าวกล่องและนม จำนวน 1,000 ชุด มามอบกับประชาชนที่เดินมาถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ด้านหน้าบริเวณหน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์

โดยนายอภิสิทธิ์ กล่าวว่า ทางมูลนิธิได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 19 ตุลาคมที่ผ่านมา เพราะว่ามีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาเพื่อที่จะถวายสักการะและถวายความอาลัย ซึ่งทางมูลนิธิตั้งใจจะนำอาหารและเครื่องดื่มมามอบทุกวัน ซึ่งจากการที่มีจิตอาสาจากทั่วประเทศเดินทางมาร่วมกันนั้นเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความมีน้ำใจ และความเป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน

อีกทั้งตนได้ย้ำกับทางสมาชิกพรรคประชาธิปัตย์อยู่เสมอในเรื่องการนำปรัชญญาเรื่องความพอเพียง มาปรับในเรื่องของนโยบาย ถ้าเรานำปรัชญญาพอเพียงมาตรวจสอบนโยบายต่างๆ ให้มีความพอดี ให้มีเหตุมีผล อยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และตนอยากเห็นหน่วยงานและองค์กรต่างๆ น้อมนำเรื่องความพอเพียงไปปรับใช้

เมื่อตนกับคนไทยทุกคนที่เกิดในรัชสมัยรัชกาลที่ 9 ที่เห็นท่านทรงงานหนักทุกเรื่อง ตนว่าคนที่ทำหน้าที่นักการเมือง ข้าราชการต้องรู้หน้าที่ของตนเอง เราต้องน้อมรำลึกอยู่เสมอกับสิ่งที่พระองค์ทรงงานไว้เพื่อใครเพื่ออะไร เราต้องทำสิ่งที่พระองค์ประสงค์ให้เกิดขึ้นในบ้านเมืองนั้นเกิดขึ้นจริง

‘กอบกาญจน์’นำสื่อนอกทัวร์วัดพระแก้ว ทำความเข้าใจช่วงมีพระราชพิธี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242806

'กอบกาญจน์'นำสื่อนอกทัวร์วัดพระแก้ว ทำความเข้าใจช่วงมีพระราชพิธี

‘กอบกาญจน์’นำสื่อนอกทัวร์วัดพระแก้ว ทำความเข้าใจช่วงมีพระราชพิธี

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 13.21 น.
2 พ.ย. 59 เมื่อเวลา 11.00 น. นางกอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงท่องเที่ยวและกีฬา เดินทางมาพร้อมกับสื่อมวลชนจากประเทศออสเตรเลีย เพื่อถ่ายบรรยากาศภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม (วัดพระแก้ว) เพื่อทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวที่จะเดินทางมาเที่ยวในช่วงเวลาที่มีพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพ โดยนางกอบกาญจน์ เผยว่า หลังจากเปิดให้นักท่องเที่ยวเข้าชมวัดพระแก้วตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย. ที่ผ่านมา เชื่อว่านักท่องเที่ยวจะมีความเข้าใจและเริ่มเรียนรู้มากขึ้นเกี่ยวกับพระราชพิธี ส่วนหนึ่งเพราะภาครัฐได้แจ้งไปที่บริษัททัวร์ต่างๆ ให้ทำความเข้าใจกับนักท่องเที่ยวของตัวเองก่อน จากนี้ จึงน่าจะเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถึงนักท่องเที่ยวจะมาจำนวนมากแต่ก็ไม่ติดขัด
นางกอบกาญจน์ กล่าวถึงข้อความที่จะสื่อสารกับนักท่องเที่ยวว่า อันดับแรก คือ ตอนนี้ วัดพระแก้วและพระบรมมหาราชวัง เปิดให้บริการแก่นักท่องเที่ยวแล้ว จากนั้นก็จะอธิบายให้ฟังอีกว่า สถาบันพระมหากษัตริย์กับความเป็นชาติไทย และคนไทย มีความสัมพันธ์กันมากขนาดไหน ทำไมคนไทยถึงรักและผูกพันกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชขนาดนี้ ดังจะเห็นได้จากธงชาติไทย ประกอบด้วย ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 3 สีอยู่ในผ้าผืนเดียวกัน และสีน้ำเงินใหญ่ที่สุด เพราะนี่คือหัวใจของความเป็นไทย อีกสิ่งหนึ่งที่เห็นได้ชัดเจน คือ ภาพคนไทยจำนวนมากที่มาต่อแถวด้วยระยะเวลายาวนานเพื่อถวายสักการะพระบรมศพ นั่นแสดงให้เห็นว่าพระองค์ทรงเป็นที่รักของประชาชนชาวไทยอย่างแท้จริง ขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า ที่เรามีวัดพระแก้วมาถึงทุกวันนี้ก็เพราะเรามีสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งทำให้ประเทศไทยมีเสถียรภาพ ในทางกลับกันวัดพระแก้วเองก็ถือว่าเป็นที่สุดของคนไทย เป็นศูนย์รวมจิตใจของคนไทยนับถือศาสนาพุทธเช่นกัน เห็นได้จากพอเปิดวัดปุ๊บนักท่องเที่ยวก็มาทันที อย่างวันแรกได้รับรายงานว่ามีนักท่องเที่ยวเข้าชมมากถึง 7,000 คน

พอใจ’ตำรวจ’ปฏิบัติหน้าที่! ดูแลปชช.กราบสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242802

พอใจ'ตำรวจ'ปฏิบัติหน้าที่! ดูแลปชช.กราบสักการะพระบรมศพ

พอใจ’ตำรวจ’ปฏิบัติหน้าที่! ดูแลปชช.กราบสักการะพระบรมศพ

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.56 น.

2 พ.ย.59 ที่สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) พล.ต.ต.กฤษฎา สุรเชษฐพงษ์ รอง ผบช.สยศ.ตร.พร้อมด้วย พล.ต.ต.เล็ก สังข์ดิษฐ์ ผบก.วจ. , พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ ผกก.ตม.จว.พระนครศรีอยุธยา/รองโฆษก ตร.และ พ.ต.อ.คลัง เสถียรธนเศรษฐ์ ผกก.กลุ่มงานวิจัยและประเมินผล 2 วจ.ร่วมแถลงข่าว ผลการสำรวจความพึงพอใจของประชาชนต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจ ในพื้นที่บริเวณรอบนอกพระบรมมหาราชวัง

โดย พล.ต.ต.กฤษฎา กล่าวถึงผลสำรวจความพึงพอใจของประชาชนที่เดินทางเข้ามากราบสักการะและแสดงความอาลัยพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ต่อการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ตำรวจในการรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวกด้านจราจร และการให้บริการ ในพื้นที่บริเวณรอบนอกพระบรมมหาราชวัง ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 14 ต.ค.เป็นต้นมา โดยภาพรวมประชาชนมีความพึงพอใจอยู่ในระดับมากถึงมากที่สุด คิดเป็นร้อยละ 90.80 มีคะแนนความพึงพอใจเฉลี่ย 4.40 หรือคิดเป็นร้อยละ 88.00

ด้านความพึงพอใจในการปฏิบัติด้านการักษาความปลอดภัยที่มีการคัดกรองบุคคล ซึ่งมีความพึงพอใจมากถึงมากที่สุด ร้อยละ 90.20 ด้านการอำนวยความสะดวกการจราจรมีความพึงพอใจในการปฏิบัติหน้าที่ร้อยละ 82.30 ด้านการบริการประชาชนมีความพึงพอใจระดับมากถึงมากที่สุดร้อยละ 92.90 ที่ตำรวจใช้กิริยามารยาทสุภาพ เป็นมิตรกับประชาชน นอกจากนี้ ประชาชนยังต้องการให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องปรับปรุง เช่น เพิ่มจุดตรวจค้นอาวุธก่อนเข้าพื้นที่จัดงาน การประชาสัมพันธ์การป้องกันอาชญากรรมในบริเวณพื้นที่สนามหลวง การกวดขันการจัดระเบียบด้านจราจร และการเพิ่มกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจหญิงในการปฏิบัติหน้าที่ เป็นต้น

ทั้งนี้ พล.ต.ต.กฤษฎา กล่าวอีกว่า ประชาชนสามารถติดตามรายละเอียดแบะสอบถามเส้นทางการจราจรได้ที่สายด่วนจราจร 1197 หากพบบุคคลต้องสงสัย หรือต้องการขอความช่วยเหลือ สามารถแจ้งมายังสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ผ่านสายด่วน 191 และ 1599 ได้ตลอด 24 ชั่วโมง

สถานทูตสหรัฐฯในไทย แพร่สารคดีประวัติศาสตร์ ‘ในหลวง’เสด็จฯเยือนอเมริกาครั้งแรก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242799
สถานทูตสหรัฐฯในไทย แพร่สารคดีประวัติศาสตร์ 'ในหลวง'เสด็จฯเยือนอเมริกาครั้งแรก

สถานทูตสหรัฐฯในไทย แพร่สารคดีประวัติศาสตร์ ‘ในหลวง’เสด็จฯเยือนอเมริกาครั้งแรก

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.41 น.
2 พ.ย. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เพจเฟซบุ๊ก “U.S. Embassy Bangkok” ของสถานเอกอัคราชทูตสหรัฐอเมริกา ประจำประเทศไทย ได้เผยแพร่คลิปวิดีโอประวัติศาสตร์ เมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ เสด็จฯ เยือนประเทศสหรัฐอเมริกา จำนวน 2 ชุด ได้แก่ ชุดเฉลิมฉลองการเสด็จพระราชสมภพของพระปิยกษัตริย์แห่งราชอาณาจักรไทย และชุดรำลึกการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐอเมริกา ปี พ.ศ.2503 ทั้งนี้ เพื่อเป็นการรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

นอกจากนี้ สถานเอกอัคราชทูตสหรัฐฯ ยังได้เผยแพร่ภาพยนตร์สารคดีชุด “จาริกานุสร” ของหอภาพยนตร์ (องค์การมหาชน) ที่ได้บันทึกพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งเสด็จพระราชดำเนินเยือนสหรัฐฯ ซึ่งจัดทำขึ้นเมื่อปี พ.ศ.2514 โดยเทพพนมภายนตร์ และอำนวยการสร้างโดยสำนักข่าวสารอเมริกันกรุงเทพฯ หรือปัจจุบันคือฝ่ายสื่อมวลชนและวัฒนธรรม สถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย

ประชาชนทยอยเข้าแถว รอถวายสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242796

ประชาชนทยอยเข้าแถว รอถวายสักการะพระบรมศพ

ประชาชนทยอยเข้าแถว รอถวายสักการะพระบรมศพ

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.08 น.

2 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นับเป็นวันที่ 5 ที่มีพระราชทานพระบรมราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ได้ตั้งแต่เวลา 08.00-21.00 น. ทุกวัน (ยกเว้นช่วงมีพระราชพิธีบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท)

ในวันนี้ เวลา 05.00 น. เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนที่เดินทางมารอเข้ากราบสักการะพระบรมศพทางประตูวิเศษไชยศรี ตามปกติ กระทั่งเวลา 08.30 น. ได้เปิดให้นักท่องเที่ยวต่างชาติเข้าชมความงดงามของวัดพระศรีรัตนศาสดาราม หรือ วัดพระแก้ว เจ้าหน้าที่จึงได้เปลี่ยนให้ประชาชนที่เดินทางมากราบสักการะทางประตูมณีนพรัตน์ แล้วเดินตามทางพระระเบียงคด ภายในวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ผ่านประตูศรีรัตนศาสดาราม เลี้ยวซ้ายเข้าสู่ถนนอมรวิถี หน้าพระที่นั่งอมรินทรวินิจฉัยมไหยสูรยพิมาน แล้วเลี้ยวขวาตั้งแถวบนถนนอมรวิถี หน้าพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท เพื่อเข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สถานที่ประดิษฐานพระบรมศพ ทั้งนี้ สำนักพระราชวัง ได้นำภาพพระบรมโกศพระบรมศพสี่สี ขนาด 5 คูณ 7 นิ้ว ซึ่งพระกรุณาโปรดเกล้าพระราชทานแก่พสกนิกรทุกคนที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพเพื่อเก็บไว้เป็นที่ระลึกด้วย

ด้านนางสาวปวีณา สุภานิช อายุ 42 ปี ต.สองพี่น้อง อ.ท่าแซะ จ.ชุมพร กล่าวว่า เดินทางมาพร้อมกับเพื่อนบ้านจำนวนสองรถตู้ และเข้าจองคิวช่วง 04.00 น. จึงได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพเป็นคณะแรกๆ ว่ารู้สึกเสียใจมากที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสวรรคต ในฐานะประชาชนคนหนึ่งก็จะตั้งใจเป็นคนดี ทำแต่สิ่งดีๆและจะเดินตามรอยพระองค์โดยยึดหลักเศรษฐกิจพอเพียงปลูกผัก ผลไม้ ยางพารา ปาล์ม และจะรักสามัคคีกัน หากช่วยเหลือเพื่อนบ้านได้ก็จะทำเพื่อพระองค์ที่สถิตอยู่บนสวรรค์มองลงมาจะได้เห็นว่าประชาชนรักกัน

นางน้อยนารถ คงเทศ อายุ 81 ปี พักอยู่ในเขตบางเขน กทม. เดินทางมาพร้อมหลานสาวทั้ง 2 คน ที่เดินทางมาจากเมืองโตรอนโต้ ประเทศแคนนาดา กล่าวว่า รู้สึกดีใจที่ได้เดินทางเข้ากราบพระบรมศพ ถึงแม้ร่างกายจะไม่ค่อยแข็งแรงเดินไม่ค่อยไหวเพราะปวดเข่า ก่อนมาก็ไหว้พระภาวนาว่าขออย่าให้เป็นลมหรือไม่สบายเลย วันนี้เดินทางมาถึงตั้งแต่ตีสามเพื่อจะให้ได้เข้ากราบสักการะ

“ดีใจมากที่ได้มาเพราะไม่เคยรับเสด็จพระองค์ท่านเลยแม้แต่ครั้งเดียว ปกติเห็นในจอโทรทัศน์ ท่านทรงงานหนักและมีโครงการในพระราชดำริมากมาย วันนี้จึงรู้สึกตื้นตันใจอย่างบอกไม่ถูก ที่ได้เดินทางมากราบสักการะและหากมีโอกาสก็อยากจะมาอีก” นางน้อยนารถ กล่าว

ขณะที่ น.ส.รมยกร สวัสดิรักษา อายุ 25 ปี และ น.ส.พัชรณัฐ จารุจินดา อายุ 28 ปี 2 พนักงานสาว บริษัทเอกชน ลางานเดินทางจากที่พักย่านดินแดง มาเข้าแถวรอตั้งแต่ 06.00 น. กระทั่ง 09.00 น. จึงได้เข้ากราบสักการะพระบรมศพในพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กล่าวว่า รู้สึกทราบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณขององค์เหนือหัวที่มีต่อพสกนิกรชาวไทย ในทุกอย่าง ทั้งโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ “ฝนเทียม” ที่ช่วยบรรเทาความทุกข์ยากของเกษตรกรชาวไร่ชาวนาในยามที่ฝนแล้ง ถึงแม้ในช่วงที่พระองค์ทรงพระประชวรก็ยังทรงงานมาโดยตลอด และเสด็จฯทอดพระเนตรการดำเนินงานของโครงการ “ชั่งหัวมัน” จ.ประจวบคิรีขันธ์ ซึ่งในชีวิตนี้ถึงแม้ไม่เคยรับเสด็จฯ ถวายความจงรักภักดีในหลวงมาก่อน วันนี้จึงอยากเดินทางมาแสดงความอาลัยพระองค์เป็นครั้งสุดท้าย และหากมีโอกาสก็อยากมาถวายความอาลัยให้บ่อยครั้งที่สุดเท่าที่จะทำได้

“ก็จะขอน้อมนำแนวพระราขดำริเรื่องความพอเพียงมาใช้ สิ่งใดไม่จำเป็นก็จะพยายามตัดและใช้ของทุกอย่างให้คุ้มค่าที่สุด สุดท้ายคิดว่าพ่อคงอยากให้พวกเราช่วยกันขับเคลื่อนประเทศต่อไป สิ่งที่อยู่กับเราตอนนี้คือคำสอนของพ่อ ที่พวกเราระลึกถึงและเดินตามคำสอนของท่าน และพ่อก็จะสถิตย์อยู่ในใจเรานิรันดร์

‘กษัตริย์เลโซโท’เสด็จฯถวายราชสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242795

'กษัตริย์เลโซโท'เสด็จฯถวายราชสักการะพระบรมศพ

‘กษัตริย์เลโซโท’เสด็จฯถวายราชสักการะพระบรมศพ

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 11.07 น.

2 พ.ย.59 เมื่อเวลา 10.00 น.ที่ผ่านมา สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 แห่งเลโซโท เสด็จพระราชดำเนินมาทรงวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปทรงพระอักษรถวายความอาลัย พร้อมทั้งทรงลงพระปรมาภิไธย ณ อาคารสำนักราชเลขาธิการ ในพระบรมมหาราชวัง

ทั้งนี้ สมเด็จพระราชาธิบดีเลตซีที่ 3 เคยเสด็จพระราชดำเนินเยือนประเทศไทย อย่างเป็นทางการ ในระหว่างวันที่ 12-17 มิ.ย.2549 เพื่อทรงเข้าร่วมงานฉลองสิริราชสมบัติ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ครบ 60 ปี และเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมและทอดพระเนตรศูนย์ศึกษาการพัฒนาห้วยฮ่องไคร้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ จ.เชียงใหม่ เป็นการส่วนพระองค์

สำหรับ ราชอาณาจักรเลโซโท เป็นประเทศขนาดเล็กในทวีปแอฟริกา มีเมืองหลวงคือ มาเซรู เลโซโท และพรมแดนถูกล้อมด้วยประเทศแอฟริกาใต้ ประเทศเลโซโท มีรูปแบบการปกครองแบบราชาธิปไตยภายใต้รัฐธรรมนูญ และเป็นหนึ่งในประเทศในทวีปแอฟริกา ที่มีพระมหากษัตริย์เป็นประมุข เช่นเดียวกับประเทศโมร็อกโก และประเทศสวาซิแลนด์

 

สรุปยอดรวมประชาชน20,927คน เข้าถวายสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242784

สรุปยอดรวมประชาชน20,927คน เข้าถวายสักการะพระบรมศพ

สรุปยอดรวมประชาชน20,927คน เข้าถวายสักการะพระบรมศพ

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 08.26 น.

2 พ.ย.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วานนี้ (1 พ.ย.) เมื่อเวลา 21.00 น.สำนักพระราชวัง ยุติการให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยลเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยสรุปยอดรวมประชาชนที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพ จำนวนทั้งสิ้น 20,927 คน ยอดเงินทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อสมทบบำเพ็ญพระราชกุศล เป็นเงินทั้งสิ้น 1,638,517.25 บาท

ทั้งนี้ เมื่อรวมยอดประชาชนนับตั้งแต่การเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพ เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายความอาลัย ที่ศาลาสหทัยสมาคม ตั้งแต่วันที่ 15 ต.ค.ที่ผ่านมา มีประชาชนเดินทางเข้าร่วมทั้งสิ้น 579,013 คน ยอดเงินทูลเกล้าฯ ถวายเพื่อสมทบบำเพ็ญพระราชกุศล รวม 17,533,678.25  บาท

 

ประมวลเหตุการณ์งานพระบรมศพฯ กระทรวงวัฒนธรรมเป็นเจ้าภาพจัดทำสมุดภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242704

ประมวลเหตุการณ์งานพระบรมศพฯ กระทรวงวัฒนธรรมเป็นเจ้าภาพจัดทำสมุดภาพ

ประมวลเหตุการณ์งานพระบรมศพฯ กระทรวงวัฒนธรรมเป็นเจ้าภาพจัดทำสมุดภาพ

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

พลเอกธนะศักดิ์ ปฏิมาประกร รองนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่าที่ประชุมได้หารือและได้รับรายงานความคืบหน้าการเตรียมการและการดำเนินการเกี่ยวกับพระราชพิธีพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และสรุปผลการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารประจำกระทรวงวัฒนธรรม(IO.Culture) ซึ่งที่ประชุมได้รับรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับภารกิจของกระทรวงวัฒนธรรม(วธ.) ว่าได้รับมอบหมายให้จัดทำสมุดภาพ “ประมวลเหตุการณ์งานพระบรมศพฯ” เพื่อเสนอนายกรัฐมนตรี โดยใน 1 ชุด ประกอบด้วย 3 เล่ม ได้แก่ ประมวลเหตุการณ์ในส่วนกลาง ส่วนภูมิภาคทั้ง 76 จังหวัด และต่างประเทศ นอกจากนี้ได้มีการรายงานความคืบหน้าการรวบรวมผลงานด้านวรรณกรรม เพื่อเป็นข้อมูลทางประวัติศาสตร์ ซึ่งสำนักวรรณกรรมและประวัติศาสตร์ กรมศิลปากร ดำเนินการรวบรวมคำถวายความอาลัยของผู้นำประเทศต่างๆ บุคคลสำคัญ บทเพลง กวีนิพนธ์ ที่เกี่ยวเนื่องกับงานพระบรมศพ รวมทั้งมีการรวบรวมข้อมูลจัดทำคำราชาศัพท์ที่เกี่ยวข้องกับงานพระบรมศพ

พลเอกธนะศักดิ์ กล่าวต่อว่า กรมศิลปากรได้รายงานการดำเนินงานการจัดสร้างพระเมรุมาศ พร้อมสิ่งก่อสร้างประกอบส่วนการบูรณะปฏิสังขรณ์ราชรถ พระยานมาศ ขณะนี้ได้ตรวจสภาพการใช้งานของพระมหาพิชัยราชรถ พระเวชยานตราราชรถ ราชรถน้อย3 พระองค์ และพระยานมาศสามลำคาน 2 พระองค์ รวมทั้งพระที่นั่งราเชนทรยาน และพระวอสีวิกากาญจน์ เป็นต้น ซึ่งการดำเนินการในส่วนดังกล่าวมีความคืบหน้าไปมาก อย่างไรก็ตามได้รับรายงานว่าในส่วนการดำเนินงานจดบันทึกเหตุการณ์เพื่อจัดทำจดหมายเหตุพระราชพิธีพระบรมศพนั้น กรมศิลปากรได้จัดเจ้าหน้าที่ลงบันทึกเหตุการณ์สำคัญๆ ตั้งแต่วันที่ 13 ตุลาคม เป็นต้นไป รวมทั้งจัดเจ้าหน้าที่รวบรวมข้อมูลข่าวสารจากสื่อมวลชนทุกแขนง พร้อมทั้งได้ร่วมมือกับช่างภาพจิตอาสาจากชมรมต่างๆ เพื่อบันทึกภาพเหตุการณ์ประวัติศาสตร์ นำมาจัดทำจดหมายเหตุฯอย่างไรก็ตาม ที่ประชุมยังได้รายงานผลการดำเนินงานของศูนย์ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารประจำกระทรวงวัฒนธรรม(IO.Culture) ซึ่งศูนย์ดังกล่าวได้ดำเนินงานให้ข้อมูล ข่าวสาร คำปรึกษาแก่หน่วยงาน องค์กรต่างๆ รวมถึงประชาชน ซึ่งมีหน่วยงานและประชาชนได้สอบถามข้อมูลจากศูนย์ดังกล่าวเป็นจำนวนมาก และได้รับรายงานถึงจุดการให้บริการประชาชนในส่วนของ วธ. ซึ่งได้รับมอบหมายจากศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ให้จัดตั้งศูนย์บริการประชาชน ณ บริเวณกรมศิลปากร พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติพระนคร และโรงละครแห่งชาติ โดยร่วมมือกับกระทรวงอุตสาหกรรม กระทรวงแรงงาน และกระทรวงพาณิชย์ ซึ่งตั้งแต่เปิดให้บริการมีประชาชนที่มาร่วมพิธีถวายความอาลัยและร่วมกิจกรรมบริเวณท้องสนามหลวงเข้าใช้บริการจำนวนมาก

อาชีวะยึดแนวทางอริยสัจ 4 พัฒนาองค์กร ก้าวสู่ไทยแลนด์ 4.0 อย่างมีประสิทธิภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242703

z

นายสุเทพ ชิตยวงษ์ เลขาธิการคณะกรรมการการอาชีวศึกษา เปิดเผยแผนการจัดการศึกษาอาชีวะ ภายหลังเสร็จสิ้นการประชุม มอบนโยบายการจัดการอาชีวศึกษา ในงานประชุมสัมมนาผู้บริหารสถานศึกษาในสังกัดทั้งอาชีวศึกษาภาครัฐและเอกชน จำนวน 1,101 คนที่จังหวัดนครปฐม ว่า ได้มอบหมายให้สถานศึกษาในสังกัดช่วยกันคลี่ปมปัญหาในประเด็นต่างๆ ที่เกิดขึ้นในอาชีวศึกษา พร้อมทั้งให้ช่วยเติมเต็มเสนอแนะความต้องการ ปัญหาต่างๆ ให้ สอศ.ทราบ

นายสุเทพ ชิตยวงษ์ กล่าวต่อไปว่า สำหรับนโยบายหลักของอาชีวศึกษา ได้ยึดโยงมาจากยุทธศาสตร์กระทรวงศึกษาธิการ 2560 ใน 6 ด้านด้วยกัน คือ 1.การพัฒนาหลักสูตร ต้องพัฒนาให้หลักสูตรอาชีวะให้สอดคล้องกับนโยบายประเทศไทย 4.0 เน้นการคิดวิเคราะห์ และการสร้างคนให้มีคุณภาพพร้อมๆ กับมีคุณธรรม เพิ่มรูปแบบการเรียนทวิภาคีให้มากขึ้น 2.ผลิตพัฒนาครู อาจารย์และบุคลากรทางการศึกษา แก้ปัญหาการขาดแคลนครู เน้นระบบการแนะแนวให้เข้มข้น มีคุณภาพ มีระบบการช่วยเหลือเด็ก และต้องมีการพัฒนาครูฝึกในสถานประกอบการให้ช่วยดูแลนักศึกษาระบบทวิภาคีให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น 3.ผลิตและพัฒนากำลังคนให้สอดคล้องกับความต้องการในการพัฒนาประเทศโดยใช้งานวิจัยเป็นหลักในการจัดการ ต้องพยายามขจัดปัญหาการทะเลาะวิวาทให้หมดไปให้ได้ ทุกวิทยาลัยต้องช่วยกันสร้างอาชีวะให้มีความเป็นเลิศ และต้องจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม โดยนำนโยบายสานพลังประชารัฐมาใช้ให้เกิดประโยชน์ด้านข้อมูลข่าวสารต้องมีความพร้อมในการเข้าถึงและนำมาใช้ 4.ขยายโอกาสทางการศึกษาโดยให้ประชาชนทุกกลุ่มได้เข้าถึงบริการด้านการศึกษาวิชาชีพ นำนักเรียน นักศึกษาที่หลุดออกจากระบบให้กลับเข้ามาเรียนหรือมาอบรมวิชาชีพระยะสั้น เพื่อให้มีอาชีพติดตัวไม่เป็นภาระให้สังคม 5.ส่งเสริมและพัฒนาระบบเทคโนโลยีดิจิทัลเพื่อการศึกษา เพื่อสร้างมาตรฐานและสร้างความรวดเร็วในการเข้าถึงบริการด้านการศึกษา ต้องมีการเรียนโดยใช้การศึกษาทางไกลผ่านดาวเทียม 6.พัฒนาระบบบริหารจัดการส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดการศึกษา โดยยึด พ.ร.บ.การศึกษาชาติ เป็นหลัก และต้องสร้างให้เกิดค่านิยมอาชีวศึกษา และเพื่อให้เกิดผลในทางปฏิบัติ และมีตัวชี้วัดกำกับการทำงานจึงจะได้ นำแนวทางอริยสัจ 4 มาใช้คือหาปัญหาให้พบ แล้วหาสาเหตุของปัญหา แนวทางการแก้ปัญหา ผลสัมฤทธิ์จะนำมาเป็นตัวชี้วัด จนในที่สุดทำเป็นโรดแมบการทำงาน 3 เดือน 6 เดือน 1 ปี และสิ่งที่ขาดเสียมิได้คือผู้บริหารสถานศึกษาต้องช่วยกันดูแลรักษาวิทยาลัยให้ดี ดูแลครูและบุคลากรให้ดีและที่สำคัญต้องดูแลนักเรียน นักศึกษาให้ดีที่สุด เพราะจะเป็นพลังคุณภาพในการขับเคลื่อนระบบเศรษฐกิจของประเทศในอนาคต และขอให้ตระหนักว่าการบริหารงานที่มีคุณภาพ คือ การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประสิทธิภาพสูงสุด

โลกสดใส กายสุขสันต์ : สร้างอาสาป้องกันเตือนภัย ตามรอยพระราชา‘เศรษฐกิจพอเพียง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242705

โลกสดใส กายสุขสันต์ : สร้างอาสาป้องกันเตือนภัย ตามรอยพระราชา‘เศรษฐกิจพอเพียง’

โลกสดใส กายสุขสันต์ : สร้างอาสาป้องกันเตือนภัย ตามรอยพระราชา‘เศรษฐกิจพอเพียง’

วันพุธ ที่ 2 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จากวิกฤตการณ์น้ำท่วมใหญ่ปี 2553 และ 2554 เป็นปรากฏการณ์ที่บ่งบอกให้ทราบว่า ภัยพิบัติทางธรรมชาติในประเทศไทยมีแนวโน้มที่จะส่งผลกระทบอย่างรุนแรงและรวดเร็วมากขึ้น โดยที่ประชาชนไม่สามารถจัดการแก้ไขปัญหาเบื้องต้นเฉพาะหน้าได้ด้วยตนเอง ต้องรอความช่วยเหลือจากภาครัฐอันส่งผลให้เกิดความสูญเสียทั้งชีวิตและทรัพย์สินอย่างมหาศาลภายในระยะเวลาอันสั้น

ดร.วิวัฒน์ ศัลยกำธร ประธานสถาบันเศรษฐกิจพอเพียง ออกมาเตือนสติให้คนในสังคมตระหนักว่าจากวิกฤติต่างๆ ที่เกิดขึ้น คนไทยทุกคนจะต้องเตรียมความพร้อม เพื่อให้สามารถพึ่งตนเองเบื้องต้นให้ได้ในภาวะวิกฤติ ซึ่งวิธีการเตรียมพร้อมที่ง่ายและสะดวกรวดเร็วที่สุดคือการจัดตั้ง “อาสาป้องกันเตือนภัยในยามวิกฤติ” เอาไว้รองรับเมื่อเกิดภัยพิบัติขึ้นมา

แต่อาสาสมัครภาคประชาชนจะต้องมาจากคนที่มีพื้นฐานความรู้เกี่ยวกับเรื่องของภัยพิบัติทางธรรมชาติ ดังนั้นการพัฒนาศักยภาพบุคลากร จึงมีความจำเป็นต้องได้รับความรู้ทักษะ ความสามารถในการจัดการกับภาวะวิกฤติ ทั้งการป้องกัน การเตือนภัย ที่เป็นปัจจัยแรกที่จะต้องกระทำก่อน

“จึงเป็นการถึงเวลาแล้ว ที่พวกเราชาวไทยจะน้อมนำแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปฏิบัติบูชาในการฟื้นฟู ป้องกันและเตือนภัยชุมชนในภาวะวิกฤติ เพื่อป้องกันวิกฤติ มิให้เกิดขึ้นมา ภายใต้ โครงการพัฒนาศักยภาพผู้นำอาสาสมัครเพื่อการป้องกัน เตือนภัยและฟื้นฟูชุมชนในภาวะวิกฤติ (Crisis Management and Survival Camps : CMS) และเป็นโอกาสดีที่ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เห็นความสำคัญในเรื่องดังกล่าวและเข้ามาร่วมทำงานให้เกิดการขยายเครือข่ายการอบรมออกไปได้มากขึ้นอีก ซึ่งปัจจุบันมีผู้ผ่านการอบรมแล้วมากกว่า 500 คน” ดร.วิวัฒน์ กล่าว

ดร.วิวัฒน์ กล่าวให้ทราบต่อไปว่า โครงการดังกล่าวเป็นการฝึกอบรมผู้นำอาสาสมัครให้มีความพร้อมที่จะสามารถรับมือกับภาวะวิกฤติต่างๆ ได้ ไม่ว่าจะเป็นภัยพิบัติจากธรรมชาติ เช่น น้ำท่วม ภัยแล้ง หรือพายุ หรือแม้แต่สงคราม ซึ่งคนที่ผ่านการอบรม CMS จะสามารถเผชิญหน้ากับสถานการณ์ได้อย่างมีสติ และสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ โดยการอบรมจะใช้เวลาประมาณ 6 วัน ซึ่งเริ่มทำมาแล้วตั้งแต่เมื่อประมาณ 5 ปีที่ผ่านมา โดยผู้ที่ผ่านการอบรมจะมีความรู้เกี่ยวกับการเตือนภัย ทั้งในระดับวิชาการ และการเตือนภัยจากธรรมชาติ อาทิ รับรู้ได้ถึงพฤติกรรมของสัตว์ต่างๆ เช่น ปลา นก มีพฤติกรรมแบบนี้หมายถึงอะไร พร้อมกันนั้นยังได้สอนเรื่องความพอเพียง คือที่อยู่อาศัยที่มั่นคงปลอดภัยเป็นอย่างไร อาหาร อย่างไรถึงจะอุดมสมบูรณ์ การช่วยเหลือผู้อื่นโดยการสร้างเครือข่ายกันไว้ และเมื่อเกิดเหตุการณ์ภัยพิบัติจริงก็จะสามารถรับมือได้อย่างมีสติ และมีกิน มีใช้ สามารถช่วยเหลือผู้อื่นได้ และสุดท้ายคือการสอนการฟื้นฟูเมื่อผ่านเหตุการณ์วิกฤติ

“แนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ก็คือเมื่อเราพอมี พอกิน พอใช้แล้ว เหลือที่จะแบ่งปันเพื่อเป็นบุญและทานแก่ผู้อื่น ก็ต้องรู้จักเก็บเผื่อในยามฉุกเฉิน หรือนำมาออกขาย ดังนั้นเมื่อเกิดภาวะวิกฤติ เมื่อเรามีความพอเพียง มีการเตรียมความพร้อมก็จะไม่เดือดร้อน และยังสามารถช่วยเหลือคนอื่นได้ด้วย ยิ่งทุกคนหันมาประพฤติตามแนวทางนี้ก็จะไม่อดตาย และสามารถช่วยเหลือเอาตัวรอดกันได้ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ท่านพระราชทานแนวทางนี้เพื่อเป็นทางรอดให้แก่คนไทยไว้นานแล้ว แต่คนนำมาปฏิบัติยังน้อย โครงการ CMS จะเป็นการน้อมนำเอาแนวทางของพระองค์มาขยายต่อแก่ผู้คน” ดร.วิวัฒน์ กล่าว

สิ่งสำคัญในการช่วยเหลือผู้อื่นคือ การสร้างเครือข่ายเพราะเมื่อเกิดเหตุการณ์วิกฤติ ก็จะมีคนออกมาช่วยเหลือ ออกมาช่วยกัน แก้ปัญหา ซึ่งการอบรม CMS ก็เป็นการสร้างเครือข่ายทางหนึ่งในการที่ทุกคนมีแนวคิดเหมือนกันพร้อมที่จะออกมาช่วยเหลือเหมือนกันจึงถือได้ว่า เป็นโครงการหนึ่งในการน้อมนำพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาแก้ปัญหาได้อย่างเป็นรูปธรรม และสร้างความยั่งยืนให้กับคนไทยทั้งประเทศ