‘บิ๊กตู่’สั่งกอร.รส.วางแผนเชิงรุก ช่วงปชช.พิธีบำเพ็ญพระราชกุศล50วัน/100วัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242504

'บิ๊กตู่'สั่งกอร.รส.วางแผนเชิงรุก ช่วงปชช.พิธีบำเพ็ญพระราชกุศล50วัน/100วัน

‘บิ๊กตู่’สั่งกอร.รส.วางแผนเชิงรุก ช่วงปชช.พิธีบำเพ็ญพระราชกุศล50วัน/100วัน

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.09 น.

31ต.ค. 59 ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย(กอร.รส.) พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิต รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรองผู้อำนวยการกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยบริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง(กอร.รส.) กล่าวภายหลัง พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและคณะ เดินทางมาตรวจเยี่ยมการทำงานของ กอร.รส. ว่า นายกฯขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่ร่วมทำงานอย่างเต็มกำลังความสามารถโดยไม่มีความขัดแย้ง ทั้งทหาร ตำรวจ พลเรือน และจิตอาสา โดยเน้นย้ำในเรื่องการรักษาความปลอดภัย การอำนวยความสะดวก และการดูแลความสะอาด

ทั้งนี้นายกฯยังชื่นชมการทำงานของหน่วยแพทย์จากองค์กรต่างๆ จากกรณีมีประชาชน 3 ราย มีอาการเส้นเลือดในสมองแตก แต่ทีมแพทย์สามารถช่วยชีวิตได้อย่างทันท่วงทีจนทำให้อาการปลอดภัย และชื่นชมจิตอาสาที่เข้ามาช่วยอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน แต่อยากให้การแบ่งกลุ่มจิตอาสาให้ชัดเจนซึ่งทาง กอร.รส.ก็พยายามที่จะจัดระเบียบอยู่

นอกจากนี้นายกรัฐมนตรีได้สั่งการให้กอร.รส.เตรียมแผนรองรับเชิงรุกในช่วงพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศล 50 วัน และ 100 วัน รวมถึงเตรียมการสร้างพระเมรุมาศฝั่งทิศใต้ของสนามหลวง ซึ่งจะทยอยเคลื่อนย้ายเต็นท์ต่างๆมายังฝั่งทิศเหนือ หรือฝั่งถนนราชดำเนิน ขณะเดียวกันทางกรุงเทพมหานครก็จะติดตั้งเต็นท์ 30 กว่าหลัง เพื่อเป็นจุดพักคอยของประชาชนและจัดแสดงนิทรรศการพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวอีกว่า พล.อ.ประยุทธ์ เป็นห่วงประชาชนจากต่างจังหวัดที่ตกค้าง ไม่สามารถเข้าถวายสักการะพระบรมศพได้ภายในเวลาที่กำหนด โดยกำชับให้กรุงเทพมหานครจะดหาที่พักค้างคืนซึ่งขณะนี้ก็ทางกอร.รส.ได้ดำเนินการแล้ว นอกจากนี้ นายกรัฐมนตรียังเป็นห่วงเรื่องการแซงคิว หลังจากยกเลิกการแจกบัตรคิว เป็นใช้ระบบคิวกลุ่ม กลุ่มละ 70 คน  ซึ่งนายกฯเสนอให้มีหัวหน้ากลุ่ม โดยเสาร์-อาทิตย์จะใช้นักเรียนเตรียมทหาร นักศึกษาวิชาทหาร ส่วนวันราชการจะใช้จิตอาสา ทำหน้าที่ควบคุมดูแลความเรียบร้อยไม่ให้เกิดปัญหาแซงคิว

รองแม่ทัพภาคที่ 1 กล่าวอีกว่า ได้เน้นย้ำจิตอาสาที่มาทำหน้าที่ดูแลความเรียบร้อยประชาชนที่จะเข้าไปถวายสักการะ เบื้องหน้าพระโกศ พระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท. ภายในพระบรมมหาราชวัง ห้ามสกัดกั้นหรือดึงประชาชนที่แต่งกายไม่สุภาพออกจากแถว เพราะทางสำนักพระราชวังได้เตรียมชุดสุภาพไว้ให้ประชาชนเปลี่ยนอยู่แล้ว ขณะเดียวกันก็มีจิตอาสากลุ่มต่างๆนำเสื้อผ้า รองเท้ามาให้ยืมฟรี

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ เปิดเผยว่า ทางศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์หรือศตส. เห็นชอบแนวคิดการจองคิวเข้าถวายสักการะพระบรมศพทางออนไลน์โดยมอบหมายกระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคมและกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีไปศึกษาแนวทางการปฏิบัติเพื่อให้เกิดความเป็นธรรมกับคนที่เข้าไม่ถึงเทคโนโลยีเบื้องต้นอาจจะกำหนดสัดส่วนตัวเลขคนที่จะจองคิวออนไลน์กับคนที่เดินทางมาด้วยตัวเองให้เกิดความเหมาะสม

สำนักพระราชวังแจ้งเปลี่ยนเส้นทางเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242488

สำนักพระราชวังแจ้งเปลี่ยนเส้นทางเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ

สำนักพระราชวังแจ้งเปลี่ยนเส้นทางเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 14.22 น.

31 ต.ค.59 ศูนย์ข้อมูลข่าวสารงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รายงานว่า รัฐบาลโดยสำนักพระราชวัง แจ้งเปลี่ยนเส้นทางกราบถวายบังคมพระบรมศพ เบื้องหน้า พระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ดังนี้

วันที่ 1 พ.ย.2559 ให้ขบวนพสกนิกรซึ่งเดินทางจากท้องสนามหลวง เข้าในพระบรมมหาราชวังทางประตูมณีนพรัตน์ เลี้ยวขวาก่อนเลี้ยวซ้ายเข้าประตูวิหารยอด เข้าสู่ตัววัดพระศรีรัตนศาสดารามฝั่งทิศเหนือ เลี้ยวซ้ายเดินตามทางพระระเบียงคต วนรอบพระระเบียงคตไปทางประตูสนาม เข้าสู่ถนนอมรวิถี เดินผ่านหน้าพระนั่งจักรีมหาปราสาท เข้าสู่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

คสช.ขอประชาชน’สำรวม-เหมาะสม’ ขณะอยู่ใน’พระบรมมหาราชวัง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242481

คสช.ขอประชาชน'สำรวม-เหมาะสม' ขณะอยู่ใน'พระบรมมหาราชวัง'

คสช.ขอประชาชน’สำรวม-เหมาะสม’ ขณะอยู่ใน’พระบรมมหาราชวัง’

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 13.59 น.

31 ต.ค.59 พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เปิดเผยผลการประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) ว่า ได้มีการประสานเจ้าหน้าทีเพื่ออยากขอความร่วมมือให้ทุกหน่วยได้อะลุ้มอล่วย เกี่ยวกับเรื่องการแต่งกายของประชาชน โดยให้ความสำคัญในการพยายามดูแลตอบสนองประชาชนให้ได้สมหวังในเจตนา ที่ได้ตั้งใจมาแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพราะถึงอย่างไรก่อนเข้าไปยังพระบรมมหาราชวัง ทางสำนักพระราชวังได้เตรียมเสื้อผ้าคลุมทับเพื่อคอยอำนวยความสะดวกไว้ให้ด้วยเช่นกัน

สำหรับการจัดลำดับเข้ากราบสักการะนั้น เมื่อยอดประชาชนถึง 30,000 คนแล้ว จะมีการประกาศแจ้งให้ประชาชนในพื้นที่ทราบ แต่หากท่านใดที่มีความประสงค์จะคอยก็ยังสามารถกระทำได้ แต่ไม่การันตีความแน่นอนว่าจะได้เข้าสักการะพระบรมศพเหมือนกลุ่ม 30,000 คน อย่างไรก็ตาม อยากขอความร่วมมือประชาชน ในขณะอยู่ในพื้นที่ภายในของพระบรมมหาราชวัง อยากให้อยู่ในอาการที่ค่อนข้างสำรวมให้เหมาะสมกับบรรยากาศโดยรวม และเหมาะกับสภาพแวดล้อมของสถานที่

ปธ.กกต.นำลูกเสืออาสากกต. ร่วมแจกลองกองถวายอาลัย’ในหลวง ร.9′

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242476

ปธ.กกต.นำลูกเสืออาสากกต. ร่วมแจกลองกองถวายอาลัย'ในหลวง ร.9'

ปธ.กกต.นำลูกเสืออาสากกต. ร่วมแจกลองกองถวายอาลัย’ในหลวง ร.9′

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 13.41 น.

31 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บริเวณท้องสนามหลวง เต็นท์ที่ 32 ของ กกต.จิตอาสา เยื้องประตูทางเข้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ นายศุภชัย สมเจริญ ประธานกรรมการการเลือกตั้ง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่สำนักงาน กกต. ลูกเสืออาสา กกต. และตัวแทนนักเรียนจากโรงเรียนศึกษานารี จำนวน 80 คน ร่วมกันแจกลองกองตันหยงมัส ของดีจังหวัดนราธิวาส กว่า 1,000 กิโลกรัม ให้กับประชาชน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายในบริเวณโดยรอบท้องสนามหลวง

โดยนายศุภชัย กล่าวว่า วันนี้ตนและคณะนักเรียนศึกษานารี ที่เป็นลูกเสืออาสา กกต.ได้มาร่วมแพ็คลองกองตั้งแต่ช่วงเช้า เพื่อเตรียมแจกลองกองของกว่า 1,000 กก. ที่ กกต.ได้อุดหนุนพี่น้องชาวใต้ไว้ และนำมาแจกจ่ายให้แก่พี่น้องประชาชนที่เดินทางมายังบริเวณท้องสนามหลวง เพื่อถวายความอาลัยสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเต้นท์ กกต.จิตอาสานี้ จะแจกจ่ายกันเป็นเวลา 30 วัน นับตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.-19 พ.ย.นี้

อย่างไรก็ตาม สำหรับการปฏิบัติหน้าที่การงานที่ผ่านมา ตนได้น้อมนำพระราชดำรัสของพระองค์ท่านเป็นแนวทางปฏิบัติมาโดยตลอด พร้อมกันนี้จะน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงของพระองค์ท่านมาใช้กับชีวิตประจำวันด้วย

รับ’อาสาสมัคร’ประจำวันที่31ต.ค. บริการปชช.ถวายบังคมพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242460

รับ'อาสาสมัคร'ประจำวันที่31ต.ค. บริการปชช.ถวายบังคมพระบรมศพ

รับ’อาสาสมัคร’ประจำวันที่31ต.ค. บริการปชช.ถวายบังคมพระบรมศพ

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 09.32 น.

31 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในหน้าเพจเฟซบุ๊ก “Volunteers for Dad” (ศูนย์ประสานงานอาสาสมัคร) ได้โพสต์ข้อความระบุว่า สำหรับผู้ที่สนใจงานด้าน “อาสาสมัคร” วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม 2559 มีหน้าที่ ดังนี้

– อาสาประชาสัมพันธ์

– อาสาล่ามแปลภาษา

– อาสาจุดคัดกรองคน

– อาสาประจำรถ Shuttle Bus

– อาสาจัดการขยะ

– อาสาโรงครัว

– อาสาขนย้ายสิ่งของ

– อาสาพยาบาล

– อาสาประจำรถสุขา

– อาสาทำความสะอาด ศูนย์นเรนทร

– อาสาจักรยานลาดตระเวน

และอาสาฝ่ายต่างๆ ตามหน่วยงานที่ต้องการอาสาสมัคร

โดยผู้ที่สนใจจะเป็นอาสาสมัครสามารถดูรอบเวลาของแต่ละหน้าที่ได้ด้านล่าง

สอบถามเพิ่มเติม 095-479-7034 , 02-613-3908 หรือ volunteersfordad@gmail.com

 

พสกนิกรทั่วสารทิศ ทยอยเข้ากราบสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242459

พสกนิกรทั่วสารทิศ ทยอยเข้ากราบสักการะพระบรมศพ

พสกนิกรทั่วสารทิศ ทยอยเข้ากราบสักการะพระบรมศพ

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 09.13 น.

31 ต.ค.59 เมื่อเวลา 05.15 น. สำนักพระราชวัง เปิดให้ประชาชนที่รอคณะแรกได้ทยอยเข้าถวายสักการะพระบรมศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยนางกัลยา โชติยา อายุ 34 ปี ชาว ต.โนนเจริญ อ.บ้านกรวด จ.บุรีรัมย์ กล่าวภายหลังเข้าถวายสักการะด้วยความอาลัยยิ่ง ว่า ตนเดินทางพร้อมกับลูกสาว 2 คน จากบุรีรัมย์ตั้งแต่วันเสาร์ ที่ 29 ต.ค. แต่มาถึงสนามหลวงช่วง 21.30 น. ไม่ได้เข้าถวายสักการะ จึงไปพักบ้านน้องสาวที่ จ.พระนครศรีอยุทธยา วันนี้ (31 ต.ค.) เดินทางมากับลูกๆ น้องสาว และหลานมาถึงตอนตี 3 จึงได้เข้าถวายสักการะเป็นคณะแรกๆ ถือว่าโชคดีมากที่ได้มีโอกาส เมื่อ 4 ปีก่อนเคยรอเฝ้ารับเสด็จพระองค์ท่านตอนเสด็จฯ ทุ่งมะขามหย่อง ก็รอเกิน 10 ชั่วโมง พอได้เห็นพระองค์ท่านแล้วก็หายเหนื่อย ครั้งนี้ก็เหมือนกันถึงแม้จะรอนานแต่พอได้เข้ามากราบสักการะพระองค์ท่านแล้วก็รู้สึกหายเหนื่อยทันที ท่านเหนื่อยกว่าเราหลายร้อยเท่า ท่านทำเพื่อประชาชนมาโดยตลอด ก็จะสอนให้ลูกๆ เป็นคนดี มีความพอเพียง จะสอนให้ลูกรู้จักช่วยเหลือตนเอง มีน้อยใช้น้อย อย่าใช้จ่ายเกินตัวเพราะหากใช้จ่ายเกินตัวก็จะเป็นหนี้ อยากบอกพ่อหลวงว่ารักพระองค์ ไม่มีใครเหมือนพระองค์อีกแล้ว เกิดกี่ชาติก็จะขอเป็นข้ารองบาทของพระองค์

ขณะที่ นางสาวฐิติมา สอนชุม อายุ 40 ปี ชาว ต.หนองแวง อ.น้ำโสม จ.อุดรธานี อาชีพพนักงานโรงงานเอกชนย่านสมุทรปราการ กล่าวว่า ตนและเพื่อนอีก 2 คน ออกเดินทางจากสมุทรปราการ มาจองคิวช่วงตี 1 และได้เข้ากราบสักการะเป็นคณะที่ 3 ดีใจมากที่ชีวิตหนึ่งได้กราบพระองค์ท่านใกล้ๆ สักครั้ง ที่ผ่านมาถึงแม้จะไม่เคยรับเสด็จฯ เลยสักครั้งแต่ก็รักพระองค์ท่าน ทุกคนเสียใจในวันที่ทราบว่าพระองค์เสด็จสวรรคต ก็ขอให้พระองค์ท่านเสด็จสู่สรวงสวรรค์ พวกเราก็จะขอทำความดีตามรอยทีพระองค์สอน เพื่อให้มีสิ่งดีๆ เข้ามาในชีวิต

บัณฑิต มรภ.สงขลาหลงทางหลักสูตร โปรแกรมภาษาไทยถูกนำไปใช้ผิดประเภท

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242389

x

บัณฑิต มรภ.สงขลาหลงทางหลักสูตร โปรแกรมภาษาไทยถูกนำไปใช้ผิดประเภท

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น

นายกีรกิต จิตสมบูรณ์ อาจารย์โปรแกรมวิชาภาษาไทยคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฏสงขลา (มรภ.สงขลา) ผู้เสนอโครงการเปิดประตูสู่อาชีพ เปิดเผยว่าตามที่ได้มีการสำรวจความต้องการในการประกอบอาชีพหลังสำเร็จการศึกษาของนักศึกษาโปรแกรมวิชาภาษาไทย คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มรภ.สงขลา พบว่ามีนักศึกษาจำนวนมากกว่าร้อยละ 90 ต้องการประกอบอาชีพเป็นครูผู้สอน ซึ่งไม่ใช่อาชีพหลักที่หลักสูตรศิลปศาสตรบัณฑิต สาขาวิชาภาษาไทย ประสงค์จะให้ประกอบอาชีพในอนาคต เนื่องจากหลักสูตรไม่ได้ประสิทธิ์ประสาทวิชาในเนื้อหาเกี่ยวกับการสอน จึงทำให้นักศึกษาขาดความรู้และประสบการณ์ที่จะเป็นครูผู้สอน แต่หลักสูตรมุ่งหวังให้นักศึกษาประกอบอาชีพตามแนวทางของนักมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ อาทิ นักวิชาการทางภาษาและวรรณคดี นักสื่อสารมวลชน อาชีพเกี่ยวกับหนังสือ อาชีพเกี่ยวกับงานธุรการ เป็นต้น

นายกีรกิต กล่าวว่า สาเหตุที่นักศึกษาต้องการประกอบอาชีพครูผู้สอนภาษาไทยเป็นจำนวนมากนั้น เนื่องจากยังไม่เข้าใจและไม่ทราบขอบข่ายงานในศาสตร์แขนงนี้ ทางหลักสูตรจึงได้จัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการเปิดประตูสู่อาชีพให้แก่นักศึกษาโปรแกรมวิชาภาษาไทย จำนวน  215 คน โดยเชิญวิทยากรที่มีความเชี่ยวชาญในขอบข่ายงานข้างต้น ร่วมให้ความรู้และบอกเล่าประสบการณ์เพื่อเปิดมุมมองด้านอาชีพให้แก่นักศึกษา พร้อมทั้งฝึกปฏิบัติการ (Workshops) ใน 4 หัวข้อ คือ 1.ฉันคือเบอร์หนึ่งด้านงานธุรการ 2.สักวันฉันจะเป็นนักวิชาการ 3.จบ ศศ.บ. ภาษาไทย เชื่อไหมเป็นครูได้ และ 4.ฉันคือนักสื่อสารมวลชน นอกจากนั้น ทางคณะฯ ยังส่งเสริมให้นักศึกษาพัฒนาศักยภาพด้วยตนเอง กระตุ้นให้เกิดการเรียนรู้ทักษะใหม่ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการศึกษาและการประกอบอาชีพต่างๆ ในอนาคต

รายงานพิเศษ : การเรียนในหลักสูตรอินเตอร์ วันนี้‘ไม่หมู’เหมือน วันวาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242391

รายงานพิเศษ : การเรียนในหลักสูตรอินเตอร์ วันนี้‘ไม่หมู’เหมือน วันวาน

รายงานพิเศษ : การเรียนในหลักสูตรอินเตอร์ วันนี้‘ไม่หมู’เหมือน วันวาน

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

เป็นระยะเวลากว่า 7 เดือนแล้วที่ประเทศไทยเข้าสู่ประชาคมอาเซียน ซึ่งโอกาสอย่างหนึ่งของการเปิดประชาคมอาเซียนก็คือทำให้ผู้ที่มีอาชีพบางสาขา ได้แก่ แพทย์ พยาบาล ทันตแพทย์ วิศวกร สถาปนิก บัญชี การบริการ/การท่องเที่ยว และการสำรวจ สามารถย้ายไปทำงานในประเทศสมาชิกได้อย่างเสรี แต่ก็ไม่ใช่ว่าใครที่มีอาชีพดังกล่าวจะย้ายได้ตามต้องการ เพราะปัจจัยเอื้อไม่ได้มีเพียงความรู้ความเชี่ยวชาญในสาขาอาชีพเท่านั้น แต่คนคนนั้นยังต้องมีทักษะในการฟัง พูด อ่าน เขียน ภาษาอังกฤษได้อย่างคล่องแคล่วอีกด้วย

จากความสำคัญของการใช้ภาษาอังกฤษนี่เองที่ทำให้หลักสูตรอินเตอร์ในคณะต่างๆ ของมหาวิทยาลัยชั้นนำ ได้รับความนิยมและเป็นที่หมายปองของนักเรียนมากขึ้นทุกปี จากที่เมื่อก่อนเคยคิดว่าการสอบเข้าหลักสูตรอินเตอร์สามารถทำได้ง่ายๆ แต่จากนี้ไปจะไม่ใช่เรื่องง่ายอีกต่อไป เนื่องจากการแข่งขันสูงขึ้น

ในงานจัดกิจกรรม Inter Insight Forum ของโรงเรียนกวดวิชาออนดีมานด์ อินเตอร์ เพื่อชี้แนะให้นักเรียนที่มีความประสงค์จะเข้าเรียนในหลักสูตรอินเตอร์ของมหาวิทยาลัยต่างๆได้รับรู้ถึงความแตกต่างระหว่างการเตรียมตัวเข้าเรียนในหลักสูตรอินเตอร์ กับหลักสูตรของไทยว่า มีความเหมือนและไม่เหมือนกันอย่างไรบ้าง เพื่อจะได้เตรียมตัวให้พร้อมก่อนลงสนามสอบ นายภัทร์ ลิ้มปวงทิพย์อาจารย์จากโรงเรียนกวดวิชาออนดีมานด์ อินเตอร์ ได้ให้ข้อมูลว่า ปัจจุบันมหาวิทยาลัยหลายแห่งหันมาเปิดสอนหลักสูตรอินเตอร์มากขึ้น และยังมีคณะให้เลือกมากขึ้นด้วย จึงเป็นโอกาสของนักเรียนที่จะเลือกเรียนได้หลากหลาย ซึ่งปัจจุบันคณะอินเตอร์ยอดนิยมที่นักเรียนส่วนใหญ่ให้ความสนใจจะแบ่งออกเป็น 2 กลุ่ม โดยกลุ่มแรกเป็นวิชาของสายวิทย์ คณะที่ได้รับความนิยม คือ วิศวกรรมศาสตร์และแพทยศาสตร์ ส่วนกลุ่มที่สองเป็นสายศิลป์ คณะยอดนิยม ได้แก่ บริหารธุรกิจและเศรษฐศาสตร์,ออกแบบและศิลปกรรมศาสตร์, ศิลปศาสตร์, นิติศาสตร์และรัฐศาสตร์

อาจารย์ภัทร์ ลิ้มปวงทิพย์ ขยายความให้ทราบต่อไปว่า หากต้องการสอบเข้าหลักสูตรอินเตอร์ในกลุ่มวิชาของ สายวิทย์นอกจากจะต้องเตรียมตัวในส่วนของ SATหรือ CU-AAT แล้วจะต้องสอบ SAT Subject Test (Math Level II, Physics, Chemistry และ Biology) เพิ่มด้วย นอกจากนี้ การพิจารณาคะแนนของแต่ละคณะก็จะแตกต่างกันไป ยกตัวอย่างคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ จะแบ่งสัดส่วนคะแนนในการสอบเข้าเป็นคณิตศาสตร์ 30% อังกฤษ 20% ส่วนฟิสิกส์ เคมี และชีวะ เลือกสอบเพียง 2 วิชา รวมคะแนน 40% และ GPAX 10%

นอกจากการสอบ SAT Subject Test แล้ว ปัจจุบันสายวิทย์ยังมีการสอบที่เรียกว่า BMAT (BioMedical AdmissionsTest) ซึ่งเป็นการสอบแบบใหม่ที่เปิดโอกาสให้ผู้ที่ต้องการเข้าศึกษาคณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลรามาธิบดี มหาวิทยาลัยมหิดล หลักสูตรภาษาไทย แต่ใช้ภาษาอังกฤษในการสอบโดยจะมีการสอบทักษะการคิดวิเคราะห์และแก้ปัญหา ความรู้ด้านวิทยาศาสตร์กับคณิตศาสตร์ ข้อสอบมีทั้งปรนัยและอัตนัย จัดสอบเพียงปีละ 1 ครั้ง ซึ่งแนวข้อสอบก็จะแตกต่างไปจาก SAT Subject Test หากใครสนใจจะต้องศึกษาแนวข้อสอบและลองทำข้อสอบให้คุ้นเคย

ส่วนการสอบของ สายศิลป์ จะสอบเพียง 2 วิชา คือ คณิตศาสตร์และภาษาอังกฤษ เรียกว่าการสอบ SAT (Scholastic Assessment Tests)โดยข้อสอบทั้ง 2 วิชาจะคิดคะแนนไม่เท่ากันขึ้นอยู่กับคณะที่เลือกเรียน เช่น คณะเศรษฐศาสตร์หลักสูตรอินเตอร์ ใช้คะแนนวิชาคณิตศาสตร์ 40% อังกฤษ 35%และ GPAX 25% แต่มีบางกลุ่มวิชาที่ต้องสอบวิชาที่ 3 เพิ่ม เพื่อวัดความถนัดเฉพาะด้าน อาทิ กลุ่มวิชาออกแบบและศิลปกรรมศาสตร์

หัวใจสำคัญในการสอบเข้าเรียนในหลักสูตรอินเตอร์ อาจารย์ ภัทร์ ย้ำว่า เราจะสนใจเฉพาะวิชาภาษาอังกฤษอย่างเดียวไม่ได้ เพราะวิชาอื่น ก็สำคัญเช่นกัน จะเห็นได้ว่าหลายคณะกำหนดให้สัดส่วนคะแนนของวิชาอื่น เช่น คณิตศาสตร์ มากกว่าภาษาอังกฤษด้วย นอกจากนี้ผู้เข้าสอบจะต้องรู้ว่าคณะที่สนใจต้องสอบวิชาอะไรบ้าง และให้น้ำหนักกับวิชาใดมากวิชาใดน้อย หลังจากนั้นก็เริ่มอ่านหนังสือ โดยควรอ่านเนื้อหาทั้งหมดให้จบตั้งแต่ม.4 พอเข้าสู่ ม.5 ต้องฝึกทำโจทย์หลายๆ ครั้ง พร้อมจับเวลา และหากใครพร้อมก็เริ่มสอบ SAT ได้เลย เนื่องจากคะแนน SAT สามารถเก็บไว้ได้ถึง 2 ปี พอขึ้นม.6 ต้องพยายามสอบให้ได้มากที่สุด เพื่อมีโอกาสที่นำจุดอ่อนมาพัฒนาและทำคะแนนให้ดีขึ้นได้

เมื่อโลกมีการเชื่อมโยงกันมากขึ้นโอกาสของการติดต่อถึงกันก็ย่อมมากขึ้นทำให้การแข่งขันเพื่อช่วงชิงโอกาสย่อมมีความลำบากและละเอียดอ่อนมากขึ้น เยาวชนที่ต้องการสร้างอนาคตที่ดีในวันนี้จึงจำเป็นต้องเรียนรู้ถึงรายละเอียดให้มากขึ้น อย่างที่ปราชญ์โบราณบอกเอาไว้ว่า “รู้เขารู้เราย่อมมีชัยไปกว่าครึ่ง” นั่นเอง

ม.รามคำแหงจับมือ รร.เครือเซ็นทารา ผลิตบัณฑิตรองรับอุตสาหกรรมบริการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242387

x

วันจันทร์ ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ผู้ช่วยศาสตราจารย์วุฒิศักดิ์ ลาภเจริญทรัพย์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยรามคำแหง (มร.) เปิดเผยถึงความร่วมมือในการผลิตบัณฑิตรามคำแหง ร่วมกับโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ว่ามหาวิทยาลัยรามคำแหง เป็นมหาวิทยาลัยตลาดวิชา เน้นการเปิดโอกาสและสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาแก่คนไทยอย่างเท่าเทียมกันบนพื้นฐานของความสามารถของแต่ละคน และตอบสนองความต้องการด้านการศึกษาของท้องถิ่น ด้วยการจัดตั้งสาขาวิทยบริการเฉลิมพระเกียรติส่วนภูมิภาค จำนวน 23 จังหวัดทั่วประเทศ เพื่อช่วยให้เยาวชนที่อยู่ในท้องถิ่นได้เรียนใกล้บ้าน และสอบใกล้บ้านจนจบการศึกษา อีกทั้ง ยังได้ร่วมมือกับกระทรวงการต่างประเทศขยายการเรียนการสอนสู่ต่างประเทศ 32 ประเทศ และจัดให้มีศูนย์สอบ 41 แห่งทั่วโลก เพื่อเปิดโอกาสให้คนไทยในต่างแดนได้รับการศึกษาเช่นเดียวกับคนไทยในประเทศไทย ซึ่ง มร.ได้มีการพัฒนาการเรียนการสอนอย่างต่อเนื่องตลอดระยะเวลา 45 ปี โดยเฉพาะการเปิดคณะและสาขาวิชาใหม่ๆที่สอดคล้องกับความต้องการของสังคม ล่าสุด ได้เปิด คณะธุรกิจการบริการ เพื่อผลิตบุคลากรเข้าสู่ตลาดแรงงานด้านอุตสาหกรรมบริการ ทั้งการท่องเที่ยว การโรงแรม และโลจิสติกส์ซึ่งตลาดแรงงานด้านนี้ยังมีความต้องการบุคลากรที่มีคุณวุฒิและมีความรู้ความสามารถอีกจำนวนมาก

อธิการบดี มร. กล่าวต่อไปว่า ขณะนี้คณะธุรกิจการบริการได้รับนักศึกษารุ่นแรกในภาคเรียนที่ 1/2559 ณ สาขาวิทยบริการฯจังหวัดสุโขทัย และจะเปิดสอนอีกแห่งหนึ่ง ณ สาขาวิทยบริการฯจังหวัดพังงา เพื่อรองรับตลาดแรงงานที่มีความเติบโตและตามความต้องการของท้องถิ่น ทั้งนี้ การเรียนการสอนของคณะธุรกิจการบริการซึ่งคาดหวังให้ผู้เรียนเป็นบัณฑิตที่มีองค์ความรู้ด้านทฤษฎี
และที่สำคัญนักศึกษาควรมีโอกาสเรียนรู้ในภาคปฏิบัติงานเพื่อให้มีประสบการณ์ในวิชาชีพโดยตรงด้วย

เล็งให้ประชาชนจองคิว สักการะ’พระบรมศพ’ ผ่านระบบออนไลน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242447

เล็งให้ประชาชนจองคิว สักการะ'พระบรมศพ' ผ่านระบบออนไลน์

เล็งให้ประชาชนจองคิว สักการะ’พระบรมศพ’ ผ่านระบบออนไลน์

วันอาทิตย์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 20.19 น.

30 ต.ค. 59 พล.ต.ธรรมนูญ วิถี รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะรองผู้อำนวยการ กอร.รส. บริเวณโดยรอบพระบรมมหาราชวัง เปิดเผยว่า ในที่ประชุม กอร.รส. และกองอำนวยการกรุงเทพมหานคร ได้มีการรายงานปัญหาและข้อขัดข้องต่างๆ รวมถึงผลการปฏิบัติในการดูแลความเรียบร้อย การเข้าสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่าเมื่อวานนี้ 29 ต.ค. มีประชาชนเดินทางมาสักการะพระบรมศพ ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ประมาณ 29,000 คน ซึ่งกองอำนวยการฯ จะใช้ตัวเลขดังกล่าวเป็นมาตรฐานในการรองรับประชาชนที่จะเข้าไปสักการะพระบรมศพ โดยกำหนดไว้ที่ประมาณ 30,000 คนต่อวัน

พล.ต.ธรรมนูญ กล่าวต่อไปว่า ทั้งนี้ที่ประชุมได้หารือถึงแนวทางการจัดระเบียบเพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่พี่น้องประชาชน ซึ่งอาจจะใช้วิธีการจองคิวล่วงหน้า ผ่านทางระบบอิเล็กทรอนิกส์ เพื่อให้ทราบจำนวนที่แน่นอน นอกจากนี้ที่ประชุมยังได้เน้นย้ำเรื่องการแจกอาหาร การดูแลเด็กหาย เรื่องความสะอาด และความปลอดภัยของประชาชนด้วย