‘บิ๊กตู่’สั่งศตส.รวมเหตุการณ์ส่งรัฐ เพื่อบรรจุไว้ใน’หอจดหมายเหตุ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242335

'บิ๊กตู่'สั่งศตส.รวมเหตุการณ์ส่งรัฐ เพื่อบรรจุไว้ใน'หอจดหมายเหตุ'

‘บิ๊กตู่’สั่งศตส.รวมเหตุการณ์ส่งรัฐ เพื่อบรรจุไว้ใน’หอจดหมายเหตุ’

วันอาทิตย์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 13.15 น.

30 ต.ค.59 ที่ศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) ทำเนียบรัฐบาล นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการ ศตส.เป็นประธานการประชุมคณะกรรมการ ศตส.โดยมี พล.อ.วิลาศ อรุณศรี เลขาธิการนายกรัฐมนตรี และเจ้าหน้าที่หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมดร่วมประชุม

โดย นายสุวพันธุ์ กล่าวช่วงต้นการประชุมว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มีข้อสั่งการว่าการจัดกิจกรรมในขณะนี้มีส่วนของกรุงเทพมหานครและต่างจังหวัด เจ้าหน้าที่ต้องดูแลและช่วยเหลือประชาชน โดยนายกฯ สั่งการให้ ศตส.รวบรวมการดำเนินงานของทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดกิจกรรม ทั้งภาพถ่าย วีดีทัศน์ วีดีโอคลิป โดยกิจกรรมในประเทศทั้งในกรุงเทพและต่างจังหวัด มอบหมายให้กระทรวงมหาดไทยเป็นเจ้าภาพรวบรวมส่งให้ ศตส.ขณะที่ในต่างประเทศ มอบหมายให้กระทรวงการต่างประเทศรวบรวม ไม่ว่าจะเป็นการส่งพระราชสาส์น การจัดกิจกรรม รวมถึงการเดินทางมาของราชวงศ์ต่างประเทศและผู้นำ ตลอดจนการจัดกิจกรรมของคนไทยในประเทศนั้นๆ และสถานเอกอัครราชทูต และให้คณะทำงานของ ศตส.หารือกับกระทรวงวัฒนธรรมให้บรรจุไว้ในหอจดหมายเหตุแห่งชาติ เก็บรวบรวมโดยให้เตรียมการตั้งแต่ช่วงต้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้แจ้งให้ทราบว่า หลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร 50 วัน ถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อมพระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศล โดยผู้มีความประสงค์ขอเป็นเจ้าภาพได้ตั้งแต่วันที่ 1 พ.ย.59 – 28 ก.พ.60 โดยสามารถดาวน์โหลดขอร่วมเป็นเจ้าภาพได้ที่ www.brh.thaigov.net ตั้งแต่วันที่ 31 ต.ค.59 หรือขอหนังสือได้ที่ฝ่ายทะเบียนสำนักพระราชวัง สนามเสือป่า หรือส่งเอกสารได้ทางฝ่ายทะเบียนอาคาร 601 สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร หรือส่งเอกสารโทรสารหมายเลข 02-280-8708 หรือส่งเอกสารทางไปรษณีย์ที่เลขาธิการพระราชวัง สำนักพระราชวัง สนามเสือป่า กรุงเทพฯ 10300 หรืออีเมล์ brh@palaces.mail.go.th เมื่อส่งเอกสารมาแล้ว ทางสำนักพระราชวังจะมีหนังสือแจ้งให้ทราบต่อไป นอกจากนี้ ที่ประชุมเตรียมปรับแผนรองรับประชาชนที่คาดว่าจะเดินทางเข้ามาเป็นจำนวนมาก เบื้องต้นมีการยกเลิกบัตรคิว และเตรียมปรับแผนวันต่อวัน

นายกฯขอบคุณจนท.ทำงานหนัก ดูแลปชช.ถวายบังคมพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242332

นายกฯขอบคุณจนท.ทำงานหนัก ดูแลปชช.ถวายบังคมพระบรมศพ

นายกฯขอบคุณจนท.ทำงานหนัก ดูแลปชช.ถวายบังคมพระบรมศพ

วันอาทิตย์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 12.29 น.

30 ต.ค.59 พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ติดตามการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ทุกฝ่ายในการอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนจากทั่วประเทศ ที่เดินทางมากราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งมีจำนวนมากกว่าที่คาดการณ์ไว้ ทำให้ต้องมีการปรับแผนและใช้เวลามากขึ้น เพื่อให้ประชาชนได้เข้าไปยังพระบรมมหาราชวังอย่างครบถ้วนบริบูรณ์

ซึ่ง นายกฯ ฝากขอบคุณเจ้าหน้าที่ทุกคนทุกฝ่ายที่ร่วมแรงแข็งขันทำหน้าที่ของตนอย่างหนัก เพื่อดูแลพี่น้องประชาชนและถวายเป็นพระราชกุศล และยังรู้สึกตื้นตันใจที่ได้เห็นถึงความจงรักภักดีและความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ของคนไทยทั่วทุกสารทิศที่มีต่อองค์พระมหากษัตริย์ผู้ทรงเป็นที่รักยิ่งของพสกนิกร

นอกจากนี้ นายกฯ อยากเห็นความร่วมมือของประชาชนในการปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่ในทุกเรื่อง ทั้งการเข้าคิว การใช้รถสาธารณะ การแต่งกาย และกิริยามารยาท เพื่อให้เกิดความเรียบร้อยและสมพระเกียรติ พร้อมทั้งขอให้ทุกคนดูแลรักษาสุขภาพของตนให้ดี ไม่ให้เจ็บป่วย จากอากาศที่ร้อนอบอ้าวและฝนที่ตกลงมา นายกฯ ยังได้ฝากให้ข้อคิดแก่คนไทยทุกคนว่า ขอให้ทุกคนใช้เวลานี้เรียนรู้และเข้าใจซึ่งกันและกัน มีความเห็นอกเห็นใจกัน เพราะสิ่งเหล่านี้จะเป็นพื้นฐานสำคัญนำไปสู่การจัดระเบียบสังคม และการปฏิรูปประเทศให้สัมฤทธิผลตามเป้าหมายในโอกาสข้างหน้า

‘อดุลย์’ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจจนท. ให้บริการประชาชนท้องสนามหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242327

'อดุลย์'ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจจนท. ให้บริการประชาชนท้องสนามหลวง

‘อดุลย์’ตรวจเยี่ยมให้กำลังใจจนท. ให้บริการประชาชนท้องสนามหลวง

วันอาทิตย์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 10.54 น.

30 ต.ค.59 เมื่อเวลา 09.30 น. พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมและให้กำลังใจ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และอาสาสมัคร ที่ให้บริการแก่ประชาชนที่เดินทางมาสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระบรมมหาราชวัง

โดยมีการให้บริการต่างๆ เช่น บริการจัดทำป้ายข้อมูลเด็กคล้องข้อมือ (Wristband) ป้องกันเด็กพลัดหลง  บริการดูแลเด็กพลัดหลงก่อนส่งคืนผู้ปกครอง บริการรถเข็นนั่งสำหรับคนพิการและผู้สูงอายุ (วีลแชร์) บริการให้คำปรึกษาแนะนำปัญหาทางสังคม บริการแจกฟรีพร้อมสาธิตการทำ ยาดม ยาหม่อง ริบบิ้นดำ และบริการ ตัดผมฟรี เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังมีการรับเงินบริจาค จากบริษัทภาคเอกชน การมอบเสื้อเอี๊ยม พม. เพื่อพ่อหลวง ให้กับอาสาสมัครฯ เข็นรถวีลแชร์ และการมอบเสื้อผ้าย้อมสีดำสำหรับแจกจ่ายประชาชน ณ จุดบริการ  “พม. เพื่อพ่อหลวง” ในบริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร

พสกนิกรทั่วสารทิศเนืองแน่น สักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242322

พสกนิกรทั่วสารทิศเนืองแน่น สักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศ (ประมวลภาพ)

พสกนิกรทั่วสารทิศเนืองแน่น สักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศ (ประมวลภาพ)

วันอาทิตย์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 08.47 น.

30 ต.ค.59 ที่ประตูวิเศษชัยศรี พระบรมมหาราชวัง ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ประชาชนได้เดินทางมารอคิวเพื่อเข้าถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ซึ่งในวันนี้เป็นวันที่ 2 ที่สำนักพระราชวังเปิดให้เข้าสักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศ โดยมีประชาชนมารอเพื่อเข้าไปในพระบรมมหาราชวังอย่างล้นหลาม

สำหรับบรรยากาศที่ประตูวิเศษชัยศรี มีประชาชนมารอเพื่อเข้าสักการะพระบรมศพอย่างเนืองแน่น ซึ่งประชาชนได้ทยอยเข้าสักการะพระบรมศพเมื่อเวลาประมาณตี 05.00 น.

ด้าน นางฉลอง อยู่คงธรรม อายุ 81 ปี ชาวบ้านอำเภอบางเสาธง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเดินทางมายังพระบรมมหาราชวังเพียงลำพังโดยรถเมล์ บอกเล่าถึงความรู้สึกที่ได้เข้าไปสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชว่า ตนเดินทางมาเมื่อเวลาประมาณ 06.00 น. รู้สึกปลื้มใจมากจนน้ำตาแทบจะไหลที่ได้เข้าไปในพระบรมมหาราชวังเพื่อไปสักการะพระองค์ท่าน ทั้งนี้เมื่อก่อนตนเคยเป็นคณะกรรมการคัดเลือกพ่อดีเด่นและมายังสวนอัมพรทุกวันที่ 4 ธันวาคมของทุกปี เพื่อเป็นกรรมการคัดเลือกพ่อดีเด่น และเข้ารับเสด็จในหลวงรัชกาลที่ 9 อยู่บ่อยครั้ง

พระบรมฯโปรดเกล้า สำนักพระราชวังย้ำ แจ้งความจำนง1พย.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242317

พระบรมฯโปรดเกล้า  สำนักพระราชวังย้ำ  แจ้งความจำนง1พย.

พระบรมฯโปรดเกล้า สำนักพระราชวังย้ำ แจ้งความจำนง1พย.

วันอาทิตย์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

พระบรมฯโปรดเกล้า

สำนักพระราชวังย้ำ

แจ้งความจำนง1พย.

ปรับแผนรองรับปชช.

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม 2559 เวลา 10.00 น. สำนักพระราชวังแจ้งว่าหลังจากการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลปัญญาสมวาร (50 วัน) ถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช นั้น สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชานุญาตให้ราชสกุล องคมนตรี คณะรัฐมนตรี กระทรวง ทบวง กรม องค์กรอิสระ รัฐวิสาหกิจ และภาคเอกชน ร่วมเป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ เพื่อนน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และถวายเป็นพระราชกุศล

โดยผู้มีความประสงค์ขอเป็นเจ้าภาพร่วมบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช สามารถแสดงความจำนงขอเป็นเจ้าภาพได้ตั้งแต่ วันที่ 1 พฤศจิกายน 2559 ถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ 2560

ทั้งนี้ สามารถดาวน์โหลดตัวอย่างหนังสือการขอร่วมเป็นเจ้าภาพบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ที่ http://www.brh.thaigov.net ตั้งแต่วันที่ 31 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป หรือ ขอตัวอย่างหนังสือได้ที่ฝ่ายทะเบียน สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) และเมื่อเขียนหรือพิมพ์ครบถ้วนแล้ว สามารถส่งมาที่สำนักพระราชวังได้ 4 ช่องทาง คือ 1. ส่งเอกสารด้วยตนเอง ที่ฝ่ายทะเบียน อาคาร 601 สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร ,2. ส่งเอกสารทางโทรสาร หมายเลข 022808708 ,3.ส่งเอกสารทางไปรษณีย์ พร้อมจ่าหน้าซองถึง เรียน เลขาธิการพระราชวัง สำนักพระราชวัง (สนามเสือป่า) ถนนศรีอยุธยา แขวงดุสิต เขตดุสิต กรุงเทพฯ 10300 และ 4. ส่งทาง E-mail address:brh@palaces.mail.go.th โดยสแกนเป็นไฟล์ PDF

เมื่อผู้ขอได้ส่งเอกสารการจองเป็นเจ้าภาพร่วมในการบำเพ็ญกุศลถวายพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช แล้ว สำนักพระราชวังจะส่งหนังสือตอบรับ กำหนดวันและแจ้งรายละเอียดในการเป็นเจ้าภาพให้ทราบ ก่อนวันและเวลาที่ท่านเป็นเจ้าภาพ 15 วัน

ปรับแผนรองรับประชาชน

พล.ท.สรรเสริญ แก้วกำเนิด โฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า รัฐบาลได้กำหนดแนวทางรองรับประชาชนที่จะเดินทางไปถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.เป็นต้นไป โดยเน้นย้ำให้ทุกหน่วยงานดูแลประชาชนอย่างเต็มที่และพร้อมปรับแผนได้ทุกสถานการณ์ โดยเฉพาะในช่วง 2-3 วันแรก ที่คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางไปเป็นจำนวนมาก

“แผนหลักจะมีการแจกบัตรคิวแก่ประชาชนวันละ 10,000 ใบ ณ จุดรับบัตรบริเวณสนามหลวงด้านฝั่งศาลฎีกา โดยสีของบัตรจะเป็นสีตามวัน เพื่อความเรียบร้อยและป้องกันการปลอมแปลง แต่ขณะนี้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางไปยังพระบรมมหาราชวัง จึงทำให้เจ้าหน้าที่ต้องปรับแผนอำนวยความสะดวกประชาชนตามสถานการณ์ โดยอยากฝากไปถึงผู้ที่ยังไม่ได้เดินทางว่า ขอให้ประชาชนวางแผนการเดินทางไปในวันอื่น ๆ บ้าง ไม่จำเป็นต้องเร่งรีบเดินทางไปในช่วงแรก ให้ทยอยกันไป เพราะยังเปิดให้เข้าถวายสักการะอีกเป็นเวลานาน”

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า รัฐบาลขอความร่วมมือผู้ที่จะเดินทางไปหรือไปถึงแล้ว ให้ปฏิบัติตามคำแนะนำของเจ้าหน้าที่อย่างเคร่งครัด เช่น ไม่นำรถส่วนบุคคลเข้าไปในพื้นที่โดยรอบพระบรมมหาราชวัง ต้องแต่งกายสุภาพ สำรวมกิริยาวาจาให้เหมาะสม ส่วนการดูแลพี่น้องประชาชนนั้นจะยังคงเข้มข้นเช่นเดิม ทั้งเรื่องของอาหาร น้ำดื่ม สุขา การบริการทางการแพทย์ ซึ่งจะมีทีมอาสากู้ชีพเดินเท้าและโรงพยาบาลสนาม การป้องกันเด็กพลัดหลง และการจราจร

เปิด10จุดจอดรถรอบเมือง

“สำหรับผู้ที่ใช้รถส่วนบุคคล ขอความร่วมมือให้จอดรถในพื้นที่ 10 จุด คือ เมืองทองธานี เซ็นทรัลพระราม 2 เซ็นทรัลศาลายา เซ็นทรัลเวสต์เกต ลานพุทธมณฑลสาย 4 เมกะบางนา สโมสรตำรวจ แอร์พอร์ตลิงค์มักกะสัน ฟิวเจอร์พาร์ครังสิต สนามม้านางเลิ้ง และเดินทางต่อด้วยรถ Shuttle bus ของ ขสมก. รถไฟฟ้า หรือเรือ เป็นต้น”

พล.ท.สรรเสริญ กล่าวต่อว่า ทั้งนี้ รถ Shuttle bus ของ ขสมก. จะให้บริการรับส่งทั้งจากจุดจอดรถยนต์ทั้ง 10 จุดดังกล่าว รวมถึงท่าอากาศสุวรรณภูมิ ท่าอากาศยานดอนเมือง สถานีขนส่งหมอชิต สถานีขนส่งเอกมัย สถานีขนส่งสายใต้ใหม่สถานีรถไฟฟ้า MRT บางซื่อ สถานีรถไฟฟ้าบีทีเอสอนุสาวรีย์ชัยฯ สถานีรถไฟหัวลำโพง สถานีรถไฟวงเวียนใหญ่ ส่วนจุดจอดรับส่งของรถโดยสาร ขสมก และอื่น ๆ ที่ใกล้สนามหลวงจะมี 4 จุดหลัก คือ หน้ากองสลาก (เดิม) หน้า รร.รัตนโกสินทร์ หน้าหน่วยบัญชาการรักษาดินแดน และบริเวณใต้สะพานสมเด็จพระปิ่นเกล้า

สำหรับผู้ที่จะใช้บริการเรือด่วนเจ้าพระยา พล.ท.สรรเสริญ กล่าวว่า สามารถใช้เส้นทางท่าสาทร-ท่าช้าง ส่วนเรือโดยสารขนาด 200-400 คน ใช้บริการจากท่าสาทร – ท่าปิ่นเกล้า และท่าเขียวไข่กา-ท่าปิ่นเกล้า และเรือข้ามฟาก มีบริการจากท่าพระจันทร์ใต้ (มหาราชเหนือ)-ท่าพรานนก และท่าพระจันทร์ใต้ (มหาราชเหนือ)-ท่าวัดระฆัง โดยหากประชาชนมีข้อสงสัยเรื่องการเดินทางสามารถสอบถามได้ที่ ศูนย์ปลอดภัยคมนาคม โทร 1356 ตลอด 24 ชม.

แนะน้ำข้อควรปฎิบัติ

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ (ศตส.) เปิดเผยว่า ได้มีการเปลี่ยนแปลงจุดรับบัตรคิว โดยย้ายไปอยู่บริเวณสนามหลวงด้านตรงข้ามศาลฎีกา ใกล้กับถนนผ่านกลางสนามหลวง เพื่อรองรับประชาชนที่มีจำนวนมากให้ได้รับความสะดวกยิ่งขึ้น โดยจะมีป้ายเป็นบอลลูน เขียนว่า “จุดรับบัตรคิว” เพื่อให้ประชาชนเห็นได้สะดวก

นอกจากนี้ยังมีการเผยแพร่ ข้อควรปฏิบัติในการเข้ากราบสักการะพระบรมศพในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทด้วย คือ 1.เดินตรงจากประตูบนพระที่นั่งด้านมุขตะวันออกเข้าไปในพื้นที่กราบสักการะพระบรมศพ 2.เจ้าหน้าที่กรมวังจัดเรียงผู้เข้ากราบสักการะเป็นแถวหน้ากระดาน (แถวละ 4 ท่าน) ตรงไปยังหน้าพระบรมโกศ 3.ผู้เข้ากราบแถวแรกนั่งพับเพียบ ปลายเท้าหันไปทางขวา มือทั้งสองประสานไว้บนตัก 4.ผู้เข้ากราบแถวที่สอง สาม และแถวต่อ ๆ ไปตามลำดับ นั่งพับเพียบให้ตรงกับแถวแรก 5.เจ้าหน้าที่กรมวังเรียนเชิญทุกท่านกราบพระบรมศพพร้อมกัน 1 ครั้ง โดยทอดแขนทั้งสองออกไปให้ข้อศอกคร่อมที่หัวเข่า มือพนมกับพื้นไว้ ไม่แบมือแล้วน้อมศีรษะลงให้หน้าผากจรดที่นิ้วหัวแม่มือ 6.เงยหน้าขึ้นแล้วนั่งพักทอดสายตาไปข้างหน้าก่อนลุกขึ้นยืน 7.เจ้าหน้าที่กรมวังเชิญทุกท่านเดินลงจากพระที่นั่งทางด้านมุขเหนือ ซึ่งมีทางลงบันได 2 ช่องทาง 8.เมื่อลงจากพระที่นั่งแล้วให้เดินไปทางด้านซ้ายมือเพื่อไปสวมรองเท้าที่ถอดไว้ที่ริมกำแพงแก้วทิศตะวันตก 9.ออกทางประตูศรีสุนทร ผ่านประตูเทวาภิรมย์ ด้านถนนมหาราช ท่าราชวรดิษฐ์

ถวายสักการะหน้าพระบรมโกศ วันแรกแน่นขนัด น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242318

ถวายสักการะหน้าพระบรมโกศ วันแรกแน่นขนัด น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ถวายสักการะหน้าพระบรมโกศ วันแรกแน่นขนัด น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

วันอาทิตย์ ที่ 30 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ถวายสักการะหน้าพระบรมโกศ

วันแรกแน่นขนัด

น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ขอเป็นข้ารองบาททุกชาติไป

รอข้ามคืน/ปรับปรุงบัตรคิว

จัดช่องทางพิเศษผู้สูงอายุ

ตจว.ปฏิบัติธรรม/อุปสมบท

เมื่อวันที่ 29 ตุลาคม เวลา 07.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี เสด็จฯพร้อมคุณพลอยไพลิน เจนเซน พระธิดาองค์โตในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้าแด่พระภิกษุสงฆ์ ในการพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง

ซึ่งดำเนินเป็นวันที่16 โดยมีพระพิธีธรรม 8 รูปจาก วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร และ วัดบวรนิเวศราชวรวิหารที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 28 ตุลาคม จากนั้นถวายภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม ก่อนเสด็จกลับ

พสกนิกรแห่จองบัตรคิว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตามที่มีพระราชทานพระราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายหลังพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15วันได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม เป็นต้นไปเวลา08.00-21.00น.ทุกวันยกเว้นช่วงมีพระราชพิธีบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท)นั้น ตั้งแต่ช่วงเช้าได้มีประชาชนจำนวนมากเดินทางมาจากทั่วทุกสารทิศ เพื่อจองบัตรคิวในการเข้าสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้เป็นที่รักและศรัทธายิ่งของปวงชนชาวไทย บางคนเดินทางมาตั้งแต่เย็นวันที่ 28 ตุลาคม เพื่อหวังจะจองคิวเพื่อเข้าถวายสักการะเป็นคนแรกๆแม้ในค่ำคืนที่ผ่านมามีฝนตกลงมา เป็นระยะๆแต่ไม่เป็นอุปสรรคความศรัทธาอันแรงกล้าของปวงพสกนิกรชาวไทยที่มีต่อพ่อแห่งแผ่นดิน

บรรยากาศการสักการะพระบรมศพเป็นไปด้วยความเศร้าโศก ยังคงมีเสียงสะอื้นไห้ด้วยความอาลัยของพสกนิกร หลายคนถือภาพพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในพระอิริยาบถต่างๆกอดไว้แนบอก ตั้งจิตอฐิษฐานต่อหน้าดวงพระวิญญาณว่าหากเกิดชาติหน้า ขอได้เป็นข้ารองบาททุกชาติไป จนเวลา05.15 สำนักพระราชวังเปิดให้พสกนิกรเข้าถวายสักการะเนื่องจากมีประชาชนมารอจำนวนมาก

หลั่งไหลสักการะพระบรมโกศ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ส่วนบรรยากาศบริเวณรอบท้องสนามหลวงและพระะบรมมหาราชวัง มีประชาชนยังคงทยอยหลั่งไหลมาต่อเนื่อง มีประชาชนบางส่วนปักหลักค้างคืน หลังทราบว่ามีการย้ายจุดรับบัตรคิวเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้า พระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จากเดิมอยู่ตรงข้าม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ย้ายไปฝั่งตรงข้ามฝั่งศาลฎีกา

โดยเฉพาะ เป็นวันแรก ที่สำนักราชวัง เปิดให้ประชาชนเข้าไปสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จึงมีการรักษาความปลอดภัยและจัดระเบียบอย่างเข้มงวดจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ และทหาร อย่างเคร่งครัด เนื่องจากมีประชาชนเป็นจำนวนมากจนแถวยาวจนเกือบล้นท้องสนามหลวง ซึ่งประชาชนจะสามารถเข้าไปพระบรมมหาราชวังได้ครั้งละ 70 – 140 คน พร้อมทั้งได้มีการตรวจเครื่องแต่งกายบริเวณทางเข้าประตูวิเศษไชยศรี อย่างเคร่งครัด

รับมอบภาพพระบรมโกศ

ทั้งนี้ พสกนิกรทุกคนที่เข้าไปสักการะพระบรมโกศ จะได้รับรูปถ่าย พระบรมโกศพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อให้เก็บไว้เป็นที่ระลึกต่อไป ซึงเป็นภาพสี่สี ขนาด 5X7นิ้ว ด้านหลังของภาพจะพิมพ์ตัวหนังสือมีข้อความหมายกำหนดการพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิสพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง

ฝนตกไม่ท้อได้เข้าสักการะใกล้ๆ

โดยนายกล้า ลอดสันเที๊ย ชาวศรีราชา จ.ชลบุรี หนึ่งในกลุ่มแรกที่เข้าถวายสักการะพระบรมศพพูดเสียงสั่นเครือ พร้อมถือภาพฉายาลักษณ์และพระบรมโกศพระบรมศพว่าเดินทางมากับครอบครัว นั่งรอเต้นท์ตั้งแต่เวลา21.15น.คืนวันที่ 28 ตุลาคม แม้ฝนจะตกหนักก็ไม่ท้อ เพราะเป็นตั้งใจมาแสดงความอาลัยต่อพระองค์ท่านอยากมาร่วมส่งพระองค์สู่สวรรคาลัย เป็นครั้งสุดท้าย

นางประกอบ รักษาแก้ว อายุ 50 ปี ชาวเขาโร อ.ทุ่งสง จ.นครศรีธรรมราช กล่าวว่าเดินทางมาพร้อมชมรมลูกเสือชาวบ้าน 200 คน ตั้งใจมาถวายสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศโดยจะเป็นคนดีช่วยเหลือสังคมและน้อมนำหลักตามที่พระองค์สอนไว้

ขณะที่นางกมลวรรณ สุขเขียว อายุ 59 ปี ชาว อ.ศาลายาจ.นครปฐม ได้เข้าถวายสักการะหน้าพระบรมศพเป็นกลุ่มแรกกล่าวทั้งน้ำตาว่าได้เดินตั้งแต่17.00น.วันที่ 28 ตุลาคม ส่วนตัวได้มาลงนามถวายความอาลัยต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลที่ศาลาสหทัยฯ4 ครั้ง และตั้งใจจะเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศ แม้จะต้องรอนานขนาดไหน ต้องตากฝนตากแดด ก็ไม่ท้อ เพราะพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ทรงลำบากเพื่อประชาชนมากกว่าหลายพันเท่า ตอนที่ขึ้นไปกราบใกล้ๆพระบรมโกศรู้สึกใจหาย น้ำตาไหล

งดบัตรคิวหลังคนล้น/เปิดถึง3ทุ่ม

จากนั้นเวลา 07.30 พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ได้ประกาศแจ้งยกเลิกการแจกบัตรคิวไปก่อน เนื่องจากมีประชาชนเดินทางเป็นจำนวนมากแต่จะให้ประชาชนได้เข้าแถวบริเวณศาลฎีกาโดยทางเจ้าหน้าที่จะมีการจัดประชาชน เป็นกลุ่มๆ เพื่อที่จะทยอยเข้าไปในพื้นที่พระบรมมหาราชวัง ทางกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย(กอร.สร.)จะประเมินสถานการณ์เป็นระยะ โดยจะเปิดให้ประชาชนเข้าพระบรมมหาราชวังจนถึงเวลา21.00น.

เผยเลิกบัตรคิวปรับจนท.ดูแลแทน

ด้าน นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรีในฐานะเลขานุการศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์(ศตส.)กล่าวถึงการอำนวยความสะดวกให้ประชาชนเข้าไปถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมโกศว่าจะยึดหลักปฏิบัติของวันนี้ เป็นหลัก โดยจะไม่ใช้ระบบบัตรคิว แต่จะจัดคิวเป็นกลุ่มๆ แต่ละกลุ่มจะมีเจ้าหน้าที่และอาสาสมัครคอยช่วยเหลือดูแล คอยจัดระเบียบประชาชนให้ทยอยเข้าไปในพระบรมมหาราชวัง เป็นกลุ่มๆ เช่นกลุ่มผู้สูงอายุ กลุ่มผู้พิการ ทั้ง2กลุ่มนี้ เจ้าหน้าที่จะดูแลเป็นพิเศษ ส่วนการแต่งกายของกลุ่มพิเศษนี้ ขอให้เน้นสุภาพเรียบร้อยสุภาพสตรีสวมกระโปรง หรือผ้าซิ่น ส่วนสุภาพบุรุษสวมกางเกงขายาว ไม่ต้องไปแลกรองเท้า สำหรับในวันที่ 30 ตุลาคมนี้ อาจมีการปรับพื้นที่สนามหลวง ให้เหมาะสมในการรองรับประชาชนมากยิ่งขึ้น

เลิกบัตรคิวรายคน เป็นกลุ่ม70คน

ต่อมา เวลา 10.00 น.ที่เต้นกองอำนวยการร่วมกรุงเทพมหานคร พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 พล.ต.ต.วิชาญญ์วัชร์ บริรักษ์กุล ผู้บังคับการตำรวจนครบาล 1 พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน ที่ปรึกษาผู้ว่าฯกทม.ได้ประชุมวางวางแผนการจัดระเบียบความเรียบร้อยภายในสนามหลวง โดยพล.ต.พงษ์สวัสดิ์ แถลงว่าจุดรับบัตรคิวยังใช้จุดเดิม คือในสนามหลวง ตรงข้ามศาลฏีกา โดยได้เปลี่ยนจากแจกบัตรคิวเป็นรายบุคคล เป็นแบบคิวกลุ่ม เนืองจากสำนักพระราชวัง สามารถนำประชาชนเข้ากราบพระบรมศพได้คราวละ70คน เลยจัดเป็นกลุ่มละ70คน เข้าไปพักที่เต้นหน้ากรมศิลปากร ก่อนนำเข้าไปในพระบรมมหาราชวัง โดยคนที่มา จะต้องต่อแถวเข้าคิววนเวียนรอบสนามหลวงด้านทิศเหนือ

ห่วงสุขภาพจะตรวจจัดคิวพิเศษ

รองแม่ทัพภาคที่1 กล่าวอีกว่า เนื่องจากประชาชนมาจำนวนมาก ต้องใช้วิธีแบบคิวกลุ่ม จะสะดวกกว่า ซึ่งจากเดิมที่กำหนดเปิดให้เข้าสักการะ เวลา08.00น.แต่ทางสำนักพระราชวัง เปิดให้เข้า05.00น.คาดว่าจะทำให้จำนวนคนต้องมากขึ้นด้วยต้องขออภัยจริงๆ หากประชนมากมากเกินกว่าที่จะรับได้ เจ้าหน้าที่เตรียมการกันตั้งแต่เช้าพอๆกับประชาชนที่มารอกันตั้งแต่เช้าตรู่

สิ่งที่เป็นห่วงคือเรื่องสุขภาพของประชาชนหลังฝนตกสนามหลวงแฉะ คนสูงอายุที่มีโรคประจำตัว ที่ประชุม จึงต้องระดมจิตอาสา พยาบาล ทั้งทหารตำรวจช่วยคัดกรองคนที่สุขภาพไม่ดี หรือ มีอายุมากเข้าพบแพทย์ก่อนโดยจะขอให้เป็นคิวพิเศษนั่งรถวิวแชร์เข้าไปสักการะแยกต่างหาก จากคิวปกติกับคนที่ร่างกายแข็งแรง

สำนักพระราชวังผ่อนปรนสักการะ

ด้าน พล.ต.ท.อำนวย กล่าวถึงความกังวลใจเรื่องของการแต่งกายของประชาชนที่จะเข้ามากราบพระบรมศพว่าขอเรียนว่าไม่มีข้อบังคับ หรือ ระเบียบปฎิบัติ ทางสำนักพระราชวัง เปิดโอกาสให้ประชาชนทุกคนมีสิทธิเท่าเทียมกันที่ จะเข้าไปถวายสักการะ คนที่ทำนามาตลอดชีวิต ไม่เคยใส่รองเท้าก็สามารถเข้าไปถวายสักการะได้โดยที่ไม่ต้องสวมรองเท้า เมื่อคืนได้ตรวจตามเต้นท์ต่างๆ ชาวบ้านก็กังวลมากเรื่องนี้ ถ้าไม่มีชุดดำ ก็ต้องใส่สีคล้ำๆก็ได้ ส่วนผู้หญิง ที่ไม่ได้เตรียมกระโปรงมา ทางสำนักพระราชวังจัดเตรียมผ้าถุงไว้ให้แล้ว

จัดระเบียบ/เตรียมสร้างพระเมรุ

ในส่วนของการเตรียมพื้นที่สนามหลวงก่อสร้าพระเมรุมาศ พล.ต.ท.อำนวย กล่าวว่า กองทัพภาพที่ 1 เป็นเจ้าภาพหลัก ที่ประชุมมีแผนที่จะปรับเตรียมความพร้อมเคลียร์พื้นที่ รองรับการก่อสร้าง จะต้องใช้พื้นที่ 2 ใน 3 ของสนามหลวง ทำให้พื้นที่ในสนามหลวงจะต้องลดลง แผนในอนาคตที่ต้องปรับพื้นที่ที่รองรับประชาชนได้โดยเฉพาะประชาชนที่เข้ามากราบพระบรมศพเป็นหลัก และ ที่ประชุมมีมติชัดเจนว่าต้องจัดระเบียบใหม่ ด้วยการลดจุดบริการอาหาร ไม่ใช่จะให้บริการน้อยลง แต่จะเอาไปรวมไว้ที่เดียวกัน จัดคิวเข้ารับอาหาร การแจกจ่าย จะทำเป็นวงรอบตามเวลาเท่านั้นไม่ใช่เลี้ยง24ชั่วโมง จะเกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อยมากขึ้น เราจะทำให้ดีที่สุด

ผบ.ตรลงตรวจความเรียบร้อย

เวลา10.00น.พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ได้ลงพื้นที่ตรวจความเรียบร้อยบริเวณโดยพระบรมมหาราชวังว่ายังไม่มีรายงานถึงปัญหาใดเกิดขึ้นและด้านการรักษาความปลอดภัยเป็นไปอย่างเรียบร้อยตามแผนที่วางเอาไว้ คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางเข้ามาในพื้นที่มากขึ้นรวมถึงไม่ห่วงปัญหาการจราจรติดขัดและต้องประเมินแเตรียมความพร้อมตลอดทั้งวัน เนื่องจากจะปิดการจราจรตั้งแต่วันที่ 29-31 ตุลาคมนี้ พร้อมขอร้องให้ประชาชนไม่นำรถยนต์ส่วนตัวเข้าจอดในพื้นที่เพราะมีรถขนส่งมวลชนให้บริการฟรีในหลายเส้นทาง ส่วนการแจกบัตรคิวให้กับประชาชนในวันนี้ได้แจกไปหมดแล้ว โดยกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย(กอร.รส.) ได้มีการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนรับทราบตลอดเวลา

ปชช.รอเข้าสักการะแน่น

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่าในส่วนบรรยากาศรอบพื้นที่ ท้องสนามหลวง ตลอดทั้งวัน ยังมีประชาชนหลั่งไหลเข้ามาต่อแถวเพื่อเข้าถวายสักการะพระบรมศพฯอย่างเนื่องแน่นโดยกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.)ได้ปรับแผนจากการแจกบัตรคิว เป็นการต่อแถวเริ่มต้นตั้งแต่ฝั่งตรงข้ามศาลฎีกา ส่วนการเข้าไปด้านในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท เจ้าหน้าที่จะจัดให้ประชาชนเข้าชุดละ140 คน โดยเจ้าหน้าที่ ยืนยันว่า หากจุดใดพบการแซงคิว เจ้าหน้าที่ จะขออนุญาตดึงตัวออกเพื่อให้ไปต่อท้ายแถว เหมือนคนอื่นทันที ขณะที่ระหว่างการยืนรอแถวจะมีเจ้าหน้าที่คอยอำนวยความสะดวก เดินแจกน้ำดื่ม แอมโมเนีย ยาดม รวมถึงได้มีการจัดวางจุดบริการทางแพทย์ พร้อมให้ความช่วยเหลือประชาชนเป็นระยะ

มท.จัด 4จว.แรกเข้าสักการะ

จากนั้น เวลา12.30น.ประชาชนที่มาจากจังหวัด กำแพงเพชร กาญจนบุรี กาฬสิน และกระบี่ จังหวัดละ 750 คน โดยจะสลับหมุนเวียนกันไปจนครบทุกจังหวัด ตามที่ กระทรวงมหาดไทยจัดระบบให้ประชาชนในต่างจังหวัด ได้เดินทางเข้ามากราบสักการะพระบรมศพฯ ตั้งแต่วันที่29 ตุลาคม 2559ถึงวันที่ 20 มกราคม 2560 วมทั้งสิ้น84วันโดยจะเรียงลำดับจังหวัดจากตัวอักษร ภาษาไทย ก-ฮ

โดย นางแต๋ว ป้อมสุวรรณ ชาวกาญจบุรีเผยว่ารู้สึกดีใจมากๆที่ได้เข้าสักการะพระองค์ท่าน ทางญาติๆก็เป็นห่วง เพราะอายุมากแล้วเดินไม่ค่อยไหว อยากมาลูกหลานจึงให้มาและขอเป็นข้ารองพระบาททุกชาติไป ขณะที่ นายหัสนัย ขันโพธิ์ ชาวบ้านกำแพงเพชร กล่าวว่าเมื่อรู้ว่าจะมีการให้ประชาชนในแต่ละจังหวัดเข้ามากราบสักการะพระองค์ท่าน ได้รีบมาลงทะเบียน รู้สึกดีใจมากๆที่มีรถรับส่งประชาชนที่อยู่ห่างไกลให้ได้เข้ามาใกล้ๆพระองค์ท่าน เป็นครั้งแรกในชีวิตที่ได้มาอยู่ใกล้ๆพ่อหลวง

พระราชทานอาหาร4พันชุด

สำหรับเต็นท์หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯสยามมกุฎราชกุมาร ตั้งอยู่บริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งทิศใต้ ฝั่งตรงข้ามประตูมณีนพรัตน์พระบรมมหาราชวัง สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯได้พระราชทานอาหารผลไม้ ขนมหวาน น้ำดื่ม โดยทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ข้าราชบริพารในกองงานส่วนพระองค์ หน่วยทหารมหาดเล็กรักษาพระองค์นำมาแจกจ่ายประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพฯ

โดยเจ้าหน้าที่กองงานในพระองค์เผยว่าเนื่องจากเป็นวันแรกที่เปิดให้ประชาชนเข้าสักการะพระบรมศพคาดว่าประชาชนจะมีเป็นจำนวนมากจึงได้เพิ่มปริมาณอาหารให้มากขึ้นให้เพียงพอ โดยเพิ่มอาหารทุกมื้อ ตั้งแต่เช้า กลางวันและเย็น รอบละ4,000 ชุดแต่ละมื้อล้วนเป็นอาหารจากร้านเด็ดดังในกรุงเทพฯช่วงเช้าเป็นเส้นหมี่กระเพาะปลา มื้อกลางวัน ขนมจีบซาลาเปา ผัดไทยกุ้งสดแบคแคนยอน ส่วนอาหารว่าง ที่บริการ ในช่วงบ่ายยังคงเป็นขนมไทยหลากชนิดอีกเช่นเคย และมื้อเย็นเป็นข้าวราดพะแนงไก่-หมู แล้วข้าวผัดน้ำพริกลงเรือ

ทั้งนี้ ในวันที่ 30 ตุลาคม ได้เตรียมอาหารพระราชทานอีกจำนวนรอบละ 4,000ชุด อีกเช่นกัน ประกอบด้วยมื้อเช้า เป็นโจ๊กหมู-ตับ นมหนองโพ มื้อกลางวัน แกงส้ม ขนมจีบ ซาลาเปาและมื้อเย็นเป็นผัดไทย ไข่พะโล้ ไว้บริการประชาชนทุกคน

‘นันยาง’จัดรองเท้าพันคู่ให้ยืมใส่

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังรัฐบาลประกาศเรื่องการผ่อนปรนต่อระเบียบการแต่งกายเข้าถวายสักการะพระบรมศพฯเพื่อให้ประชาชนมั่นใจชุดแต่งกายที่เหมาะสม นายจักรพล จันทวิมล ทายาท รองเท้านันยาง บริษัท นันยางมาร์เก็ตติ้ง จำกัด ได้ตั้งจุดยืมรองเท้า หุ้มส้น นันยาง 1,000คู่ บริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งหน้าวัดมหาธาตุฯ เพื่อบริการประชาชนที่มาสักการระพระบรมศพฯ โดยทีมงานได้ตั้งจุดบริการ ใครต้องการยืมรองเท้าสามารถมาใช้บริการได้ที่เต็นท์นันยาง บริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งหน้าวัดมหาธาตุฯ ได้ตั้งแต่เวลา06.00-17.00น.โดยต้องขอความร่วมมือประชาชนที่ยืมรองเท้าไปแล้ว นำรองเท้ามาคืน เพื่อให้ผู้อื่นได้ยืมต่อไป ตลอดครึ่งวัน มีประชาชนที่ยืมรองเท้าไปได้นำกลับมาคืนทั้ง 100เปอร์เซ็นต์ ต้องบอกว่าคนไทยน่ารักมาก มั่นใจว่ารองเท้าที่เตียมมาจะพอให้บริการได้เป็นเดือน

จัดบริการให้ยืมชุดดำสุภาพ

ด้าน นายเฉลิมชนม์ น่าชม ตัวแทนอาสาสมัคร บริษัท 3.14 จำกัดร่วมกับ สน.ชนะสงคราม ให้บริการยืมชุดดำสุภาพเพื่อเข้าไปสักการะพระบรมศพฯบอกว่า เตรียมชุดมากว่า200 ชุด โดยแยกเป็นเสื้อของสุภาพสตรี กระโปรง กางเกงขายาวสำหรับสุภาพบุรุษ รองเท้าหุ้มส้นและเพิ่มผ้าถุงอีก 50ชุด เสื้อผ้าส่วนใหญ่ เน้นฟรีไซส์เพื่อสวมใส่ได้ทุกคน มีประชาชนใช้บริการประมาณ200คน และหลังใช้บริการ ทุกคนก็นำมาคืนยังซุ้มบริการเพื่อให้คนอื่นยืมต่อไป และจะเพิ่มจำนวนเสื้อผ้ามากขึ้น โดยคนที่มาจากต่างจังหวัดก็สามารถมาใช้บริการได้ โดยนำบัตรประชาชนมาลงทะเบียนพร้อมกรอกชื่อและเบอร์ศัทพ์ที่สามารถติดต่อได้

เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ดูแลประชาชน

น.ส.จิณณณ์ณิตา บุดดี มิสไทยแลด์ เวิล์ด 2016 น.ส.ธันยชนก มูลจินตา มิสไทยแลด์ เวิล์ด 2015 น.ส.กวิยณัฎฐ์ แฮร์มันน์ มิสไทยแลด์ เวิล์ด 2012น.ส.สิริรัตน์ เรืองศรี มิสไทยแลด์ เวิล์ด 2010 เดินทางมาร่วมเป็นจิตอาสาที่รถหน่วยเคลื่อนที่”เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน”ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยากสภากาชาดไทย จอดด้านหน้ากรมศิลปากรเพื่อแจกข้าวเหนียวไก่ทอดให้กับประชาชนที่เดินทางมาร่วมสักการะพระบรมศพ ซึ่วทางมูลนิธิเพื่อนพึ่งภาได้นำไก่สดมาทอด 1,500กิโลกรัม ข้าวเหนียว 750 กิโลกรัม เพิ่มปริมาณวันก่อน เนื่องจากมีประชาชนเดินทางมาเข้าถวายสักการะพระบรมศพเป็นจำนวนมาก พร้อมยังมีผัดหมี่เจ จากร้านนิตยาน้ำพริกเผาบางลพภู มาร่วมสททบด้วย

ศาลอาญาแจกอาหาร-น้ำดื่ม

นายสุภัทร์ สุทธิมนัส อธิบดีผู้พิพากษาศาลอาญา เปิดเผยว่า ศาลอาญา ได้จัดโครงการแจกอาหารน้ำดื่ม ผ้าเย็น ยาดม พัด ร่ม ให้กับประชาชนซึ่งเดินทางมาเคารพและแสดงความอาลัยพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมิทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจะเริ่มแจกอาหารหรือสิ่งของทุกวันเสาร์ – อาทิตย์ ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 5 พ.ย.นี้ เป็นต้นไปโดยเต็นท์แจกสิ่งของของศาลอาญา จะตั้งอยู่ในบริเวณท้องสนามหลวง ตรงข้ามประตูทางเข้าใหญ่ศาลฎีกาเยื้องไปทางวัดพระแก้ว

ทั้งนี้การแจกสิ่งของนั้น จะขึ้นอยู่กับความจำเป็นของผูู้มาเคารพไว้อาลัยพระบรมศพขณะนั้นว่าต้องการสิ่งใด ซึ่งเราจะสำรวจความต้องการเป็นคราวๆ ไปเพื่อให้สิ่งของที่แจกเกิดประโยชน์สูงสุดเพื่อน้อมเกล้าฯ ถวายเป็นพระราชกุศล

ทรงช่วยชาวดอยสะโงะเลิกฝิ่น

ด้านบรรกาศกาศในต่างจังหวัด ผู้สื่อข่าวรายงานจากเชียงรายว่า น.อ.ชลทัย รัตนเรือง ผบ.หน่วยเรือรักษาความสงบเรียบร้อยตามลำแม่น้ำโขง (นรข.) เขตเชียงราย นำเจ้าหน้าที่ร่วมกันพัฒนาศูนย์พัฒนาโครงการหลวงดอยสะโง๊ะ ต.ศรีดอนมูล อ.เชียงแสน จ.เชียงราย เพื่อสร้างความสามัคคีและร่วมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เมื่อครั้งทรงเสด็จฯ ไปเยี่ยมเยียนชาวบ้านดอยสะโง๊ะ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นกลุ่มชาติพันธุ์อาข่า เมื่อปี 2512

นายนิคม สะโงะ อายุ 72 ปี อดีตผู้ใหญ่บ้านดอยสะโงะ หนึ่งในพสกนิกรที่เฝ้ารับเสด็จฯ ในครั้งนั้น เปิดเผยว่า ในอดีต ดอยสะโง๊ะ ซึ่งตั้งอยู่ใกล้สามเหลี่ยมทองคำชายแดนไทย-ลาวและเมียนมา เป็นแหล่งยาเสพติดโดยเฉพาะฝิ่นซึ่งแม้แต่ตนก็ยังเสพฝิ่นอยู่ในขณะนั้น เพราะหาซื้อง่าย ราคาแค่ 2-3 บาท ส่วนพื้นที่ก็เป็นป่าดงดิบหนาทึบไม่มีการพัฒนาใดๆ ต่อมาในหลวงทรงเสด็จฯ มาเยือน ก็ได้พระราชทานเหรียญเพื่อให้ราษฎรได้มีสัญชาติไทยและยังพระราชทานสัตว์เลี้ยง เป็นกระบือ 5 ตัว และแกะ 5 ตัว จากนั้นดอยสะโงะก็มีการพัฒนาขึ้นเรื่อยๆ มีการส่งเสริมการเลี้ยงสัตว์ ปลูกพืช ฯลฯ จนชีวิตความเป็นอยู่ของชาวบ้านดีขึ้นเรื่อยๆ ไม่ต้องไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีก กระทั่งพัฒนาเป็นศูนย์พัฒนาโครงการหลวงจนถึงปัจจุบัน

ชาวเมืองกาญจน์ร่วมเดินเท้าเพิ่ม

ส่วนกรณี นายปัญญา ศรีทอง 59 ปี นายสมชาย ฉุนมี 56 ปี และ นายโมฮามัต อากบาร อายุ 31 ปี ชาวบ้าน ต.หินดาด อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ได้พร้อมใจกันเดินเท้าเพื่อไปถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง โดยออกเดินทางตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม ที่ผ่านมา โดยเมื่อ 29 ตุลาคม ทั้งสามคนได้เข้าสู่พื้นที่บ้านพุตะเคียน หมู่ 7 ต.ท่าเสา อ.ไทรโยค จ.กาญจนบุรี ซึ่งต้องถอดรองเท้าเดิน เพราะพื้นถนนค่อนข้างลื่นและแฉะ อย่างไรก็ตาม แม้จะเหนื่อย และปวดที่ข้อเท้า แต่ก็ไม่ท้อถอย จะมุ่งมั่นเดินไปให้ถึงจุดหมายให้ได้ นอกจากนี้ จะมีประชาชนชาวกาญจนบุรีอีกจำนวนหนึ่งจะร่วมเดินทางไปด้วย

ม.เฉลิมกาญจนาบวชถวายในหลวง

ที่ศาลากิตติสังฆการานุสรณ์ วัดบุญนารอบ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ดร.สุชีราภรณ์ ธุวานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา ได้นำผู้เข้าร่วมโครงการบรรพชา อุปสมบท และปฏิบัติธรรม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยก่อนเริ่มพิธีอุปสมบท บรรดาญาติผู้ที่เข้าอุปสมบทบรรพชาจำนวนกว่า 300 คน ร่วมกล่าวถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยเป็นเวลา 9 นาที ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้ ทั้งนี้ ผู้ที่เข้าบรรพชาเป็นพระภิกษุจะศึกษาปฏิบัติธรรม ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึง 6 พฤศจิกายน 2559 เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสู่สวรรคาลัย

ทำความสะอาดศาลากลางนครศรีฯ

ขณะเดียวกัน ที่ศาลากลางจังหวัดนครศรีธรรมราช ข้าราชการจากหลายหน่วยงาน ร่วมจัดกิจรรมโครงการประชารัฐรักสามัคคี ทำดีเพื่อพ่อ ด้วยจิตอาสาถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยร่วมกันเก็บกวาดขยะ สิ่งปฏิกูลต่างๆ ที่อยู่โดยรอบบริเวณภายนอกอาคารศาลากลางจังหวัด ท่ามกลางสายฝนที่ตกโปรยปรายตลอดเวลา นอกจากนี้ยังได้รับการสนับสนุนจากหน่วยงานภายนอกในการตัดแต่งกิ่งไม้ ต้นไม้ ตัดแต่งสวน สนามหญ้า ฉีดล้างท่อระบายน้ำ ถนน จัดระเบียบสายไฟฟ้า ทั้งนี้ ยังได้กำหนดให้หน่วยงานต่างๆ ได้จัดกิจกรรม 5 ส. พื้นที่ส่วนกลางภายในอาคารศาลากลางจังหวัด และพื้นที่ภายในสำนักงานต่างๆ ด้วย เพื่อความเป็นระเบียบเรียบร้อย และความสะอาดของบ้านเมือง

ก๋วยจั๊บร้านดังเปิดกินฟรีไม่อั้น

ที่ตลาดสดเทศบาลเมืองหลังสวน อ.หลังสวน จ.ชุมพร นายพงษ์ชัย รอดยอดสร้อย อายุ 60 ปี บ้านเลขที่ 4/3 ถ.เอเซีย 41 เขตเทศบาลเมืองหลังสวน ประธานชมรมรวมช่างหลังสวน ได้ร่วมกับ นางอำนวย แก้วประดิษฐ์ อายุ 64 ปี บ้านเลขที่ 30/4 ถ.เลียบทางรถไฟ เทศบาลเมืองหลังสวน เจ้าของร้าน“ป้านวยก๋วยจั๊บ” ในตลาดสดเทศบาลเมืองหลังสวน ซึ่งเป็นร้านก๋วยจั๊บชื่อดัง ของ อ.หลังสวน และ กลุ่มพ่อค้าแม่ค้าในตลาดสด จัดทำก๋วยจั๊บ แจก แก่ ชาวบ้าน โดยเปิดให้กินฟรี อย่างไม่อั้นจนกว่าจะหมดคนมากิน เพื่อเป็นการทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแก่พระองค์ที่ได้บำเพ็ญพระกรณียกิจแก่ประเทศชาติ และประชาชน อย่างหนักมาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ พร้อมกันนี้ได้ระบุว่า ถึงแม้พวกเราจะเป็นกลุ่มคนเล็กๆ ในตลาดสดหลังสวน แต่ จิตใจของพวกเรามีความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณตลอดมา

ชุดเก็บกู้ระเบิดนำปชช.ฝ่าฝนเก็บขยะ

ร.ต.ท.พลวัฒน์ เทพษร รอง หน.ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด นปพ.จ.นราธิวาส ได้นำกำลังพลและอาสาสมัครรักษาดินแดน อ.เมืองนราธิวาส และประชาชน จำนวนกว่า 50 คน ร่วมกันเก็บขยะมูลฝอยที่ถูกทิ้งระเกะระกะบริเวณริมไหล่ถนนสาย อ.เมืองนราธิวาส จรด ตำบลลำภู ซึ่งมีระยะทางยาวกว่า 5 กม. ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และเป็นสร้างจิตสำนึกให้กับประชาชนที่ขับรถผ่านไปมา ได้รู้จักทิ้งขยะให้เป็นที่เป็นทาง เนื่องจากถนนสายดังกล่าวเปรียบเสมือนประตูบ้านที่ผ่านเข้าเขตเทศบาลเมืองนราธิวาส ที่ประชาชนทุกคนต้องช่วยกันรักษาความสะอาด นอกจากนี้ ยังมีชาวบ้านที่ขี่รถจักรยานออกกำลังกายผ่านไปมาในช่วงเช้า รวมทั้งประชาชนที่ปลูกสร้างบ้านเรือนริมถนน ยังได้สละเวลาออกมาช่วยกันเก็บเศษขยะในครั้งนี้ด้วย

ม.เฉลิมกาญจนาบวชถวายในหลวง

สำหรับบรรยากาศในต่างจังหวัด   ที่ศาลากิตติสังฆการานุสรณ์ วัดบุญนารอบ ต.ในเมือง อ.เมือง จ.นครศรีธรรมราช ดร.สุชีราภรณ์ ธุวานนท์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเฉลิมกาญจนา ได้นำผู้เข้าร่วมโครงการบรรพชา อุปสมบท และปฏิบัติธรรม เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล น้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยก่อนเริ่มพิธีอุปสมบท บรรดาญาติผู้ที่เข้าอุปสมบทบรรพชาจำนวนกว่า 300 คน ร่วมกล่าวถวายความอาลัย พร้อมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี และยืนสงบนิ่งถวายความอาลัยเป็นเวลา 9 นาที โดยผู้ที่เข้าบรรพชาเป็นพระภิกษุจะศึกษาปฏิบัติธรรม ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึง 6 พฤศจิกายน  เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จสู่สวรรคาลัย

ทั้งนี้ ก่อนพิธีบรรพชาอุปสมบท ขบวนแห่นาคและญาติ รวมทั้งคณะอาจารย์ นักศึกษา ร่วมอัญเชิญพระบรมฉายาลักษณ์ พร้อมผ้าไตร เครื่องอัฐบริขาร เดินออกจากสนามหน้าเมืองมาที่วัดบุญนารอบ ระยะทางประมาณ 3 กม. ท่ามกลางสายฝนที่ตกลงอย่างหนัก

นักเรียนร่วมวาดภาพในหลวง999ภาพ

ที่หอประชุมเปรม 100 ปี มหาวชิราวุธ อ.เมือง จ.สงขลา ร.ร.มหาวชิราวุธ ได้จัดกิจกรรมเพื่อถวายความอาลัย และสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช อย่างต่อเนื่องเป็นเวลา 1 ปี โดยวันนี้เป็นกิจกรรมวาดภาพพ่อของแผ่นดิน 999 ภาพ “ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” เพื่อน้อมนำคำสอน เรื่องความสามัคคี และความเพียร มาจัดกิจกรรมผ่านการสร้างงานศิลปะ โดยให้นักเรียนทุกระดับชั้น ประมาณ 800 คน ได้ร่วมใจกันวาดภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 รวม 999 ภาพ แล้วนำมาประกอบเป็นพระบรมสาทิสลักษณ์ขนาด 13.4X 2.4 เมตร

ตลาดหาดใหญ่เลี้ยงอาหารฟรี

ส่วนที่ อ.หาดใหญ่ บรรดาพ่อค้าแม่ค้าเจ้าของร้านจำหน่ายอาหารในย่านตลาดหาดใหญ่ใน ได้ร่วมกันนำ ขนมจีน ก๋วยจั๊บ ผัดไทย ข้าวฟัดกะเพรา ส้มตำ ไอศครีม น้ำและขนม มาแจกให้กับประชาชนได้กินฟรีจนกว่าของจะหมด และได้รับความสนใจจากประชาชนในย่านชุมชนหาดใหญ่และผู้ที่ผ่านไปมาแวะรับบริการอาหารฟรีอย่างเนืองแน่น โดยกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าเปิดเผยว่า ต้องการที่จะทำดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระองค์ท่าน และภูมิใจที่ได้เป็นราษฎรในรัชกาลที่ 9

ประทับใจทรงงานไม่รู้จักเหนื่อย

ที่วัดชัยชนะสงคราม หมู่3 ต.ควนลัง อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา พระวิวัฒน์ วิวทฺฒโน รองเจ้าอาวาสวัดชัยชนะสงคราม หรือ ร.อ.วิวัฒน์ เรืองมณี อายุ 83 ปี อดีตนายอำเภอหลายแห่งในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้  และเคยถวายงานใกล้ชิดเบื้องพระยุคลบาท พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ยังคงเก็บภาพพระบรมฉายาลักษณ์ทั้งขณะที่เฝ้ารับเสด็จฯ และถวายงานอย่างใกล้ชิด ขณะลงพื้นที่ทรงงานตามถิ่นธุรกันดารในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งเห็นกับตาว่าพระองค์ท่านได้ทรงงานอย่างหนัก เหตุการณ์ที่ประทับใจมากที่สุดคือ พระองค์ท่านได้เสด็จฯ ขึ้นไปบนเขาสุคีริน เพื่อดูต้นน้ำ ความลาดชัน 45 องศา ความสูงประมาณ 400 เมตร ซึ่งหยาดพระเสโท ไหลเปื้อนพระพักตร์และไหลย้อยลงมาจนถึงปลายพระนาสิกและพระวรกาย แต่พระองค์ท่านก็ยังทรงงานต่อโดยไม่รู้จักเหนื่อย ซึ่งยังจดจำมาจนถึงทุกวันนี้

ร้านติ่มซำสตูลแจกเสื้อดำ500ตัว

ที่ จ.สตูล ผู้ประกอบการร้าน “โกอ้วนติ่มซำ สาขา1” เลขที่ 22/1 ถ.สถิตยุตธรรม ต.พิมาน อ.เมืองสตูล พร้อมด้วยเพื่อนพ้อง ระดมเงินจัดซื้อเสื้อยืดสีดำ จำนวน 500 ตัว สกรีนข้อความ “ฉันเกิดในรัชกาลที่ 9” แจกจ่ายให้กับประชาชน และผู้มีรายได้น้อย ในการใส่เสื้อดำ เพื่อร่วมถวายเป็นพระราชกุศล และถวายความไว้อาลัยแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชน พากันมายืนเข้าแถวที่หน้าร้าน โดยต่างรู้สึกดีใจ ที่มีผู้ประกอบการในสตูล ได้ทำกิจกรรมดีๆ ในช่วงนี้ เพื่อแบ่งเบาภาระในการจัดหาซื้อเสื้อดำ  เพื่อมาถวายความอาลัยในครั้งนี้

เลี้ยงก๋วยเตี๋ยวเด็กด้อยโอกาส

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเดชา สุขสามแก้ว เจ้าของสวนลุงติ๊ก, นายรอน สืบยิ้ม, นายจงรักษ์ กุลประเสริฐ สมาชิกสภาเทศบาลตำบลวังกะ อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี และ นายเจริญ ศรีเริ่มสกุล ผู้ใหญ่บ้านหมู่ 1 ต.หนองลู พร้อมกลุ่มเพื่อน ได้จัดกิจกรรมเลี้ยงก๋วยเตี๋ยว ให้แก่ลูกหลานชาวไทยเชื้อสายกะเหรี่ยงในพื้นที่ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศล และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยกิจกรรมจัดขึ้นที่บ้านเลขที่ 38/1 หมู่ 3 ต.หนองลู อ.สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ของนายสิริชัย สังขจรัส โดยมีเด็กๆ ในพื้นที่ มากินก๋วยเตี๋ยวและไอศครีมกันอย่างเอร็ดอร่อย สร้างความภูมิใจให้กับผู้ที่ได้ร่วมกันจัดกิจกรรมเป็นอย่างมาก

รถตู้บขส.อ่างทองรับ-ส่งฟรี1วัน

ขณะเดียวกัน ขนส่งจังหวัดอ่างทอง ร่วมกับผู้ประกอบการรถตู้ บขส.อ่างทอง จัดรถตู้วิ่งรับส่งประชาชนฟรี 1 วัน  ตั้งแต่เวลา 07.00 น. โดยออกเดินทางจาก บขส.อ่างทอง ไปต่อรถที่บริเวณ สถานีขนส่งใหม่หมอชิต  เพื่อให้ประชาชนเดินทางไปกราบสักการะ พระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระบรมหาราชวัง ที่กรุงเทพ ด้วยความสำนึก เพื่อทำความดีตอบแทนถวายแด่พระองค์ท่าน

ชาวบางใหญ่รวมพลังทำความดี

ที่โครงการบางใหญ่ซิตี้ หมู่ 6 ต.เสาธงหิน อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี พล.อ.สุริยฉัตร เผ่าบุญเสริม อดีตเจ้ากรมการเงินกระทรวงกลาโหม นายวิวัฒน์ อินทร์ไทยวงศ์ นายอำเภอบางใหญ่ ร่วมกับ พ.ต.อ.ยงยุทธ ภักดีมงคล ประธานสภาวัฒนธรรมไทยในสาธารณรัฐแห่งสหภาพเมียนมา, นายดำรงชัย ปานจุ้ยเจริญดี นายกสมาคมวิชาชีพผู้สื่อข่าวแห่งประเทศไทย และประชาชนชาวบางใหญ่ จัดกิจกรรมรวมพลังรวมใจน้อมถวายเป็นพระราชกุศล รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ถวายความอาลัยส่งเสด็จสู่สวรรคาลัย เริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม ถึง 2 พฤศจิกายน กิจกรรมประกอบไปด้วย การรับบริจาคเสื้อผ้าเพื่อนำมาย้อมสีดำไปแจกจ่ายให้ผู้ยากไร้ รับย้อมผ้าดำ ทำริบบิ้นดำแจกจ่าย บริการตัดผม และทำอาหารให้รับประทานฟรี สร้างความสุขให้กับผู้รับและผู้ให้ ขณะเดียวกัน ประชาชนที่มาร่วมงานต่างระบุว่า จะนำเอาแนวทางพระราชดำรัสมาเป็นแนวทางในการดำรงชีวิต โดยเฉพาะในเรื่องความรักความสามัคคีของคนในชาติ

ทีมกู้ภัยปลื้มใจได้ดูแลชาวทองผาภูมิเดินเท้า มุ่งหน้ากทม. ถวายสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242289

ทีมกู้ภัยปลื้มใจได้ดูแลชาวทองผาภูมิเดินเท้า มุ่งหน้ากทม. ถวายสักการะพระบรมศพ

ทีมกู้ภัยปลื้มใจได้ดูแลชาวทองผาภูมิเดินเท้า มุ่งหน้ากทม. ถวายสักการะพระบรมศพ

วันเสาร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 19.48 น.

29 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานความคืบหน้ากรณี นายปัญญา ศรีทอง อายุ 59 ปี นายสมชาย ฉุนมี  อายุ 56 ปี และ นายโมฮามัต อากบาร อายุ 31 ปี ชาวบ้านต.หินดาด อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ได้พร้อมใจกัน เดินเท้าจากตำบลหินดาดเพื่อไปถวายสักการะพระบรมศพ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

โดยชาวบ้านทั้ง 3 ราย ได้ออกเดินทางตั้งแต่เวลา 09.09 น. ของวันที่ 28 ต.ค.ที่ผ่านมา โดยตลอดการเดินทาง ได้มีเจ้าหน้าที่มูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี ทั้งชาย-หญิง จำนวน 13 คน คอยติดตามดูแลความปลอดภัยตลอดระยะเวลา

ล่าสุด เมื่อเวลา 17.20 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก ว่าที่ ร.ต.กรกช เคทอง อายุ 36 ปี เจ้าหน้าที่ธนาคาร ธกส.สาขาใหญ่ ฝ่ายการตลาดดิจิตอลกรรมการบริหารมูลนิธิกู้ภัยกาญจนบุรี และเป็น 1 ในจำนวนของมูลนิธิฯ ที่คอยช่วยเหลืออำนวยความสะดวกให้กับนายปัญญา นายสมชาย และ นายโมฮาหมัด ว่าระหว่างเดินทางได้มีประชาชนรวมทั้งแม่ค้าที่ขายผักผลไม้อยู่ริมทางเข้ามาให้กำลังใจพร้อมกับมอบน้ำดื่มเครื่องชูกำลังและเงินสดให้จำนวนหนึ่ง

โดยระหว่างเดินทางได้ประสบปัญหาเจอทั้งฝนและแสงแดดที่ร้อนโดยทั้งสามคนต่างก็รู้สึกปวดเมื่อยไปตามร่างกายโดยเฉพาะอาการปวดที่ข้อเท้า ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ทำการปฐมพยาบาลจนอาการดีขึ้นและจากการวัดความดัน ปรากฏว่า อาการปกติและสิ่งที่น่าภูมิใจคือมีเพื่อนบ้านของบุคคลทั้งสามมาสมทบเพื่อเดินเท้าไปถวายสักการะพระบรมศพ อีกจำนวน 3 คน คือ นางสมภาศ  เกิดแก้ว อายุ 40 ปี นางสี มาสุข อายุ 54 ปี และนางสมพร เกตุเอี่ยม อายุ41 ปี รวมมีเพื่อร่วมเดินทางทั้งหมด 6 คน

แต่อย่างไรก็ตาม คาดว่าประชาชนทั้ง 6 คน เดินเท้าไม่ถึงเขตอำเภอเมืองกาญจนบุรี เพราะจากสภาพร่างกายของ นายปัญญา และ นายสมชาย ที่มีอายุมากแล้วคงเดินต่อไปไม่ไหว ดังนั้นคงต้องไปพักค้างคืนด้วยการกางเต้นท์ที่บริเวณศาลาริมทางทางแยกวังโพธิ์ ต.วังโพธิ์ อ.ไทรโยค ที่อยู่ห่างจากตำบลหินดาดอำเภอทองผาภูมิ ต้นทางที่เดินมาประมาณ 80 กิโลเมตร ซึ่งเจ้าหน้าที่มูลนิธิหน่วยกู้ภัยกาญจนบุรี จะคอยดูแลจนกว่า ชาวบ้านทั้ง 6 คน จะสมหวังตามที่ได้ตั้งใจเอาไว้

ล่าสุดเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ ได้มาสมทบร่วมด้วยช่วยกันจำนวน  20 กว่าคน มีรถพยาบาล จำนวน 2 คัน รถกู้ภัย 5 คันและรถจักรยานยนต์กู้ภัย จำนวน 3 คัน โดยเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯทุกคนต่างมีความรู้สึกภูมิใจเป็นอย่างมากที่ได้มีโอกาสทำดีเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลต่อพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศด้วย

 

ผ่อนผัน!ไม่มีรองเท้าหุ้มส้น เข้าถวายสักการะพระบรมศพฯได้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242283

ผ่อนผัน!ไม่มีรองเท้าหุ้มส้น เข้าถวายสักการะพระบรมศพฯได้

ผ่อนผัน!ไม่มีรองเท้าหุ้มส้น เข้าถวายสักการะพระบรมศพฯได้

วันเสาร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 19.18 น.

29 ต.ค.59 พล.ต.ท.อำนวย นิ่มมะโน รองผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร กล่าวภายหลังการประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยโดยรอบบริเวณพระบรมมหาราชวัง ณ กองอำนวยการร่วมฯ มณฑลพิธีสนามหลวง ว่า เนื่องจากมีประชาชนบางส่วนมีความกังวลใจเกี่ยวกับการแต่งกายในการเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยเฉพาะประชาชนที่เดินทางมาจากต่างจังหวัด ซึ่งแต่ละคนมีสถานะและวิถีชีวิตที่แตกต่างกัน การแต่งกายจึงมีความแตกต่างกันไป อีกทั้งบางคนไม่เคยใส่รองเท้าหุ้มส้นมาตลอดชีวิต จึงเกิดความกังวลใจและต้องพยายามหารองเท้าหรือเครื่องแต่งกายที่ถูกต้อง

ทั้งนี้ เพื่อลดความกังวลใจของประชาชนทุกคนในเรื่องดังกล่าว สำนักพระราชวังมีความยินดีที่จะต้อนรับพสกนิกรของพระองค์ท่าน ซึ่งเดินทางมาสักการะพระบรมศพฯ ด้วยความจงรักภักดี โดยขอให้ประชาชนทั้งชายและหญิงแต่งกายสุภาพ ผู้หญิงสวมกระโปรง หากมีความจำเป็นไม่ได้ใส่กระโปรงมา สำนักพระราชวังได้เตรียมผ้าถุงไว้บริการด้านหน้าก่อนเข้าถวายสักการะพระบรมศพฯ

‘ในส่วนของรองเท้านั้น เนื่องจากในการเข้าสักการะพระบรมศพฯทุกคนต้องถอดรองเท้า ดังนั้นหากไม่มีรองเท้าหุ้มส้นก็สามารถเข้าถวายสักการะพระบรมศพฯได้ โดยสำนักพระราชวังจะเป็นผู้ดูแล นอกจากนี้ สำหรับประชาชนที่ไม่มีเสื้อสีดำก็สามารถสวมเสื้อผ้าที่มีโทนสีเข้มใกล้เคียงกับสีดำมาถวายสักการะได้’ รองผู้ว่าฯ กทม.กล่าว

รองผู้ว่าฯ กทม. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการอยู่ในพื้นที่สนามหลวงเมื่อคืนนี้ (28 ต.ค.59) ได้พบประชาชนที่แต่งกายไม่เหมาะสมมาถ่ายภาพ โดยใช้พระบรมมหาราชวังเป็นฉากหลัง และนำไปเผยแพร่ในระบบโซเชียลต่างๆ การกระทำดังกล่าวเป็นสิ่งที่ไม่เหมาะสมและไม่ควรกระทำ เนื่องจากพระบรมมหาราชวังถือเป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ ต้องให้ความเคารพ จึงขออย่าได้กระทำการเช่นนี้อีก

นอกจากนี้กรมศิลปากรได้เตรียมการจัดสร้างพระเมรุมาศ ซึ่งจะใช้พื้นที่อย่างน้อย 2 ใน 3 ของพื้นที่สนามหลวง โดยเฉพาะทางด้านทิศใต้ ดังนั้นจะเหลือพื้นที่ใช้สอยหรือบริหารจัดการเพื่อรองรับประชาชนที่จะมาถวายสักการะพระบรมศพฯ เพียง 1 ใน 3 ของพื้นที่สนามหลวงทั้งหมด จึงจำเป็นต้องมีการบริหารจัดการพื้นที่ใหม่เป็นรอบๆ ตามช่วงเวลาช่วงเช้า ช่วงกลาง และช่วงค่ำ โดยจะมีการกำหนดเวลาแจกจ่ายอาหารให้ประชาชนบริเวณสนามหลวงใหม่เพื่อให้สามารถบริหารจัดการ ควบคุมปริมาณอาหารให้พอดีกับประชาชน และลดปริมาณขยะ และงดแจกอาหารหลังเวลา 20.00 น.

เพราะจับใจ! ด.ญ.9ขวบขับร้อง ‘เพลงล้นเกล้าเผ่าไทย’ ถวายความอาลัยพ่อหลวง (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242274

เพราะจับใจ! ด.ญ.9ขวบขับร้อง 'เพลงล้นเกล้าเผ่าไทย' ถวายความอาลัยพ่อหลวง (ชมคลิป)

เพราะจับใจ! ด.ญ.9ขวบขับร้อง ‘เพลงล้นเกล้าเผ่าไทย’ ถวายความอาลัยพ่อหลวง (ชมคลิป)

วันเสาร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 17.48 น.

29 ต.ค.59 เป็นภาพและเสียงซึ่งแสดงความจงรักภักดีของพสกนิกรชาวจังหวัดเลย ที่มีโอกาสทำเพื่อพ่อหลวง ซึ่งพบว่าบนโลกออนไลน์ได้มีคลิปวีดีโอ เด็กอายุเพียง 9 ปี ได้ร้องบทเพลง ‘ล้นเกล้าเผ่าไทย’ ถวายต่อพระองค์ท่าน ซึ่งเป็นคลิปที่ถูกแชร์บนโลกออนไลน์อยู่ในขณะนี้

เด็กหญิงชุตินันต์  ศรีจำปา นักเรียน ชั้น ป.3 วัย 9 ขวบ โรงเรียนบ้านเพียซำพุวิทยา ต.นํ้าสวย อ.เมือง จ.เลย  โดยเด็กหญิงเผยว่า เพื่อต้องการแสดงความจงรักภักดีและแสดงสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน ซึ่งตนได้ขับร้องเพลง’ล้นเกล้าเผ่าไทย’ แทนนักเรียนทั้งโรงเรียนบ้านเพียซำพุวิทยา กว่า 134  คน เพื่อแสดงความจงรักภักดีเพื่อถวายความอาลัยต่อพ่อหลวง

นร.มหาวชิราวุธ’สงขลา’ รวมใจวาด999ภาพ แสดงความอาลัย’ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242266

นร.มหาวชิราวุธ'สงขลา' รวมใจวาด999ภาพ แสดงความอาลัย'ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์'

นร.มหาวชิราวุธ’สงขลา’ รวมใจวาด999ภาพ แสดงความอาลัย’ธ สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์’

วันเสาร์ ที่ 29 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 17.26 น.

29 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่หอประชุมเปรม 100 ปี มหาวชิราวุธ  อ.เมือง จ.สงขลา โรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา จัดกิจกรรมเพื่อถวายความอาลัยและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรเมนทรมหาภูมิพลอดุลเดช ที่มีต่อปวงชนชาวไทย อย่างหาที่สุดมิได้ โดยกำหนดให้มีกิจกรรมเพื่อถวายความอาลัยเป็นเวลา 1 ปี อย่างต่อเนื่อง

ในวันนี้เป็นกิจกรรมวาดภาพ พ่อของแผ่นดิน 999 ภาพ “ธ  สถิตในดวงใจไทยนิรันดร์” เพื่อน้อมนำคำสอน เรื่องความสามัคคีและความเพียร มาจัดกิจกรรมผ่านการสร้างงานศิลปะ โดยให้นักเรียนทุกระดับชั้น ประมาณ 800 คน ได้ร่วมแรงร่วมใจกันวาดภาพในหลวงรัชกาลที่ 9 รวม 999 ภาพ แล้วนำมาประกอบเป็นพระบรมสาทิสลักษณ์ขนาด 13.4 X 2.4 เมตร

ในขณะที่วาดภาพจะมีการบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์และเพลงเทิดพระเกียรติ ตลอดจนนิทรรศการที่ให้ความรู้ถึงพระมหากรุณาธิคุณอันล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดชมาแสดงด้วย นอกจากนี้ยังมีกิจกรรมร่วมถวายความอาลัยอีกมากมายที่ทางโรงเรียนมหาวชิราวุธ จังหวัดสงขลา จะได้จัดอย่างต่อเนื่องไปตลอดทั้งปี