“กรธ.” ตั้งทีมศึกษา เปลี่ยน สถานะ กกต.เป็นราชการ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248629

เปลี่ยนสถานะ กกต., กรธ., คมชัดลึก, ตั้ง, ทีม, ศึกษา, เปลี่ยน, สถานะ, กกต, เป็น, ราชการ, กรธ, ตั้งทีมศึกษา, กกตเป็นราชการ

การเมือง  : 11 พ.ย. 2559

“กรธ.” ตั้งทีมศึกษา เปลี่ยน สถานะ กกต.เป็นราชการ

แต่ กรธ. ยังห่วงเปลี่ยนสถานะ กกต. เป็นการลดความเป็นอิสระจากฝ่ายการเมือง

         11 พ.ย.59- นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยถึงความคืบหน้าการพิจารณาร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) โดยล่าสุดมีข้อเสนอของ กกต. ให้สำนักงาน กกต. มีสถานะเป็นราชการ จากเดิมที่เป็นหน่วยงานอิสระตามรัฐธรรมนูญ มีฐานะเป็นนิติบุคคลอยู่ภายใต้การกำกับของ กกต. ว่า ขณะนี้ทางคณะอนุกรรมการฯ เตรียมเชิญหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ คณะกรรมการข้าราชการพลเรือน (ก.พ.), คณะกรรมการพัฒนาระบบราชการ (ก.พ.ร.) รวมถึง กกต. ให้ข้อมูลที่เกี่ยวข้องเพื่อนำผลไปศึกษาถึงความเป็นไปได้ ข้อดี ข้อเสียของข้อเสนอดังกล่าวก่อนที่กรธ.จะบัญญัติกฎหมาย ทั้งนี้เหตุผลของผู้เสนอคือ ต้องการให้พนักงานกกต. ได้รับสิทธิ และสวัสดิการเหมือนข้าราชการ แต่ประเด็นที่กรธ.ต้องพิจารณาสำคัญ คือ ความเป็นอิสระในการทำหน้าที่ เพราะกกต.มีหน้าที่จัดการ และดูแลการเลือกตั้งนักการเมือง หากหน่วยงานมีสถานะเป็นราชการแล้ว อาจตกอยู่ภายใต้อาณัติขององค์กรฝ่ายบริหารหรือรัฐมนตรีได้ ดังนั้นสิ่งที่กรธ.ต้องคำนึงคือการไม่ขาดซึ่งความอิสระ และพนักงานกกต.หากไม่เป็นข้าราชการจะเป็นไปได้หรือไม่ที่จะได้สิทธิใกล้เคียงกับราชการ

นายมีชัย กล่าวด้วยว่า สำหรับประเด็นตรวจสอบการเลือกตั้ง ล่าสุด กรธ. มีข้อสรุปแล้ว คือ จะให้มีคณะผู้ตรวจการการเลือกตั้ง แทนกกต.จังหวัด โดยกำหนดให้มีคณะผู้ตรวจฯ จำนวน5- 8คน มาจากการคัดเลือกของกกต. ตามคุณสมบัติที่กฎหมายลูกกำหนดเพื่อทำหน้าที่ดูแลการจัดการเลือกตั้งของเจ้าหน้าที่กกต. และกระบวนการจัดการเลือกตั้งว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ จากนั้นให้รายงานต่อกกต. ทั้งนี้ผู้ตรวจการการเลือกตั้ง ไม่มีอำนาจสอบสวน เพราะการสอบสวนจะมีคณะทำงานอีกชุดที่กกต. แต่งตั้งเพื่อทำหน้าที่สืบสวนสอบสวน ร่วมกับสายสืบเลือกตั้ง ที่ประกอบด้วย นักศึกษา ทหาร ตำรวจในพื้นที่ ทั้งนี้ กรธ. พยายามให้เครื่องมือทำงานกับกกต. มากที่สุด เพื่อหวังให้กกต. ทำงานเชิงรุก ได้อย่างมีประสิทธิภาพ และจับได้ไล่ทัน

 

เตรียมตั้งหน่วยข่าวปราบขบวนการซื้อขายตำแหน่ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248623

ศุภชัย สมเจริญ, กกต., เตรียม, ตั้ง, หน่วย, ข่าว, ปราบ, ขบวน, การซื้อขาย, ตำแหน่ง

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 11 พ.ย. 2559

เตรียมตั้งหน่วยข่าวปราบขบวนการซื้อขายตำแหน่ง

ปธ.กกต.เผยเตรียมตั้งหน่วยข่าว ปราบขบวนการซื้อขายตำแหน่ง สอดรับแนวคิดกรธ.

          11 พ.ย. –  นายศุภชัย สมเจริญ ประธานคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) กล่าวถึงกรณีคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ(กรธ.) มีแนวคิดในการเพิ่มอำนาจ กกต.ในการตรวจสอบการซื้อขายตำแหน่งทางการเมืองนั้น ว่า การกำหนดโทษในการซื้อขายตำแหน่งในทางการเมือง ตำแหน่งในการบริหารราชการหรือตำแหน่งในหน่วยงานของรัฐ จะมีการเพิกถอนสิทธิสมัครรับเลือกตั้งหรือเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งนั้น ตนเห็นว่ามีความเหมาะสมแล้ว เมื่อมีการซื้อขายตำแหน่งต่าง ๆ ก็สมควรได้รับโทษอย่างรุนแรง ซึ่งจะไม่สามารถลงสมัครรับเลือกตั้งได้ตลอดชีวิต ถือเป็นโทษประหารชีวิตทางการเมือง แต่การซื้อขายตำแหน่งนั้นผู้ซื้อกับผู้ขายจะรู้กันอยู่แค่ 2 คน คนให้กับคนรับ คนอื่นก็จะไม่ทราบได้ ฉะนั้นเรื่องการหาหลักฐานจึงทำได้ยากมาก เพราะไม่มีพยานรู้เห็น แต่ถ้าจะเอาจริง ๆ ก็ตรวจสอบได้ ตรวจสอบทุกตำแหน่งเลยว่ามีการให้เงินจริงหรือไม่ เพราะที่ผ่านมาก็มีการพูดกัน แต่ไม่มีหลักฐานมาแสดง ได้แต่พูด ผู้ที่ถูกกล่าวถึงก็เสียหาย ซึ่งเป็นเรื่องที่ลำบาก

           ทั้งนี้กกต.เองก็ได้มีการพูดคุยเรื่องนี้อยู่ โดยจะมีการตั้งหน่วยข่าว เหมือนกับสำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ปปส.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) สำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) รวมทั้งพัฒนาพนักงานสืบสวนสอบสวนของ กกต.ให้ดีขึ้น

“กรธ” เล็งให้ “ป.ป.ช.” อยู่ต่อจนครบวาระใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก
http://www.komchadluek.net/news/politic/248610

คมชัดลึก, ป.ป.ช., วาระ, มีชัย ฤชุพันธุ์, กมธ., กรธ, เล็ง, ให้, ปปช, อยู่, ต่อ, ครบวาระ, ใหม่, เล็งให้, อยู่ต่อจนครบวาระใหม่, มีชัย

การเมือง  : 11 พ.ย. 2559

“กรธ” เล็งให้ “ป.ป.ช.” อยู่ต่อจนครบวาระใหม่

“มีชัย” แย้มกำลังศึกษาให้ ป.ป.ช. ชุดปัจจุบัน ดำรงตำแหน่งต่อเนื่อง ยกเหตุผลทำงานที่ต่อเนื่อง

                นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) เปิดเผยว่าขณะนี้ กรธ. อยู่ระหว่างพิจารณาเรื่องการดำรงตำแหน่งของกรรมการในองค์กรอิสระ ที่ต้องบัญญัติไว้ในร่างพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้อง โดยหลักการสำคัญต้องให้เป็นไปตามบทบัญญัติของร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ว่าด้วยคุณสมบัติของกรรมการองค์กรอิสระ  ทั้งนี้เมื่อรัฐธรรมนูญใหม่ประกาศใช้ กรรมการองค์กรอิสระคนใดที่ขาดคุณสมบัติต้องพ้นจากการดำรงตำแหน่งเป็นรายบุคคล ทั้งนี้ยืนยันว่ากรธ.จะไม่รีเซ็ทกรรมการองค์กรอิสระทั้งชุด  ส่วนกรณีของคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.)  ที่หลายฝ่ายมองว่าอาจมีปัญหาเรื่องคุณสมบัตินั้น ขณะนี้ กรธ.อยู่ระหว่างการพิจารณา ว่าจะสามารถผ่อนผันอะไรได้บ้าง เท่าที่ไม่ขัดกับรัฐธรรมนูญ เช่น เรื่องระยะเวลาอาจนับต่อเนื่องได้ หากกรรมการฯ ดำรงตำแหน่งมา2 ปี และทำงานเรื่องใดเรื่องหนึ่งมาแล้ว อาจอนุโลมให้ได้ แต่หากบุคคลใดที่ไม่เคยทำเรื่องใดมาก่อนอาจเป็นปัญหา อย่างไรก็ดีประเด็นดังกล่าวอยู่ระหว่างพิจารณายังไม่ได้ข้อสรุป เบื้องต้นคาดว่าจะได้ข้อสรุปประเด็นดังกล่าวภายในเดือนพฤศจิกายนนี้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าสำหรับวาระการดำรงตำแหน่งของ ป.ป.ช. นั้นตามรัฐธรรมนูญ พ.ศ2550 กำหนดให้มีวาระ 9 ปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและเป็นได้เพียงวาระเดียว แต่เมื่อกรธ. ได้ยกร่างรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ได้เปลี่ยนแปลงวาระดำรงตำแหน่งให้เหลือเพียง 7 ปีนับแต่วันที่พระมหากษัตริย์ทรงแต่งตั้งและเป็นได้เพียงวาระเดียว

นายกฯ เผย เตรียมรองรับนโยบายใหม่หลัง “ทรัมป์” นั่งปธน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248609

นายกฯ เผยเตรียมแผนรองรับนโยบายใหม่หลัง ทรัมป์ นั่งปธน.สหรัฐ ยัน ไม่ต้องไปตกใจ, นายกฯ , เผย, เตรียม, รองรับ, นโยบาย, ใหม่, หลัง, ทรัมป์, นั่ง, ปธน, นายกฯ เผย, นั่งปธน, นายกฯ

การเมือง  : 11 พ.ย. 2559

นายกฯ เผย เตรียมรองรับนโยบายใหม่หลัง “ทรัมป์” นั่งปธน.

“นายกฯ” เผยเตรียมแผนรองรับนโยบายใหม่หลัง “ทรัมป์” นั่งปธน.สหรัฐ ยัน ไม่ต้องไปตกใจ

          11 พ.ย.59-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์หลังตรวจเยี่ยมกระทรวงการคลัง ถึงการรับมือหลังการเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาหรือ ว่า เราเตรียมการมานานแล้ว และต้องไปดูว่าสิ่งที่ประธานาธิบดีคนใหม่ได้พูดถึงนโยบายไว้ซึ่งหลักๆ มี 4 ข้อ รวมถึงมีรายละเอียดปลีกย่อยพอสมควร เราก็เตรียมมาตรการรองรับสิ่งเหล่านี้อยู่ เพราะเราไปบังคับใครไม่ได้ถ้าเขาจะทำแบบนั้นเราจะทำอย่างไร แต่เราเองได้ตั้งหลักมานานพอสมควรแล้ว

เมื่อถามว่า มีการประเมินหรือไม่ว่าจะมีผลกระทบด้านใดกับไทย นายกฯกล่าวว่า ยังไม่มีตอนนี้ อย่าไปตกใจกับเขา ที่ผ่านมาเราไม่ได้ค้าขายกับเขาแค่ประเทศเดียว เราจะไปแยกตัวจากประเทศอื่นๆ ไม่ได้ เพราะโลกมีทั้งประเทศเล็กประเทศใหญ่ มีทั้งกลุ่มประเทศรัฐบาลเดินหน้าแบบนี้มาตลอด การเปิดตลาดการทำการค้าใหม่ๆ การเปิดการค้าแบบเป็นกลุ่มประเทศ การทำทวิภาคีมันอาจจะไม่คุ้มค่าซึ่งกันและกันเพราะต่างคนต่างประชากรน้อยทำให้กำลังซื้อน้อย หากต่างฝ่ายต่างไทยแลนด์บวกหนึ่ง ซึ่งทำเป็นกลุ่มประเทศเล็กๆบวกหนึ่งก็จะเพิ่มมูลค่าทั้งสองฝ่าย ฉะนั้นเราต้องดำเนินการให้สมดุลกับประเทศมหาอำนาจ กับประเทศเล็ก รวมถึงประเทศแถบแอฟริกาและหมู่เกาะเล็กๆ รัฐบาลทำแบบนี้มาตลอด 2 ปีอยู่แล้ว

“ผมคิดว่าเราอย่าไปกลัวเรา ต้องกล้าที่จะคิดและเตรียมการ ถ้ากลัวทุกอย่างเราก็แตกตื่นกันไปหมด หุ้นก็จะตก เราจะไปกลัวทำไม เราต้องดูว่าเขาจะทำตามนโยบายที่พูดได้หรือเปล่า มันก็ถือเป็นการเปลี่ยนแปลงของโลก ถือมันจำเป็น แต่ไม่อยากให้คนไทยเอาทุกอย่างจากภายนอกมาตัดสินใจภายใน เพราะมันจะลำบากไปกันไม่ได้ทั้งหมด เราต้องมองว่าวันนี้เราอยู่ตรงไหนของเขา ที่ผ่านมาทุกประเทศเป็นแบบเรามาทุกประเทศก่อนหน้าเรา แต่เขาเปลี่ยนไปแล้ว วันนี้เราอยู่ตรงไหนของเขา ถ้าเราเอากติกาข้างนอกเข้ามาเล่นตรงนี้เราก็จะสู้เขาไม่ได้ เพราะเราไม่เข้มแข็งพอ เราต้องแก้ไขของเราว่าตอนนี้เราอยู่ตรงไหนของเขา และเรารีบอัพเดตจะได้ต่อรองกันได้ ตอนนี้ทำตรงนี้อยู่ไปเพิ่มการรวมกลุ่มในประเทศก็เช่นเดียวกัน” พล.อ.ประยุทธ์ กล่าว.

 

นายกฯขอรอผลสอบค่าโง่ “เชฟรอน”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248606

นายกฯขอรอผลสอบค่าโง่เชฟรอน 3 พันล้านบาท หลังคลังตั้งกก.สอบ, นายกฯ, ผลสอบ, ค่า, โง่, เชฟรอน, นายกฯขอรอผลสอบค่าโง่

การเมือง  : 11 พ.ย. 2559

นายกฯขอรอผลสอบค่าโง่ “เชฟรอน”

นายกฯขอรอผลสอบค่าโง่“เชฟรอน” 3 พันล้านบาท หลังคลังตั้งกก.สอบ

          11 พ.ย.59-พล.อ.ประยุทธ์จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)กล่าวถึงกรณีกระทรวงการคลังการเรียกคืนภาษี 3 พันล้านบาทจากบริษัท เชฟรอน(ประเทศไทย)จำกัด ภายหลังจากสำนักงานคณะกรรมการกฤษฏีกาตีความน้ำมันสำเร็จรูปที่ส่งไปใช้ยังแท่นขุดเจาะของบริษัทเชฟรอนในพื้นที่ไหล่ทวีป ถือเป็นการส่งน้ำมันในราชอาณาจักร ต้องปฏิบัติพิธีการว่าด้วยการค้าชายฝั่ง ทำให้บริษัทเชฟรอน ต้องเสียภาษีว่า มีคุยอยู่แล้ว เพราะเป็นเรื่องที่อยู่ในสื่อต่างๆ และตนได้สอบถามรมว.คลัง บอกว่าคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นกำลังตรวจสอบในเรื่องนี้อยู่ แต่ยังไม่ส่งผลสอบมา เดี๋ยวค่อยว่ากัน เขาทำกันแล้ว ข้อสังคัญต้องเข้าใจว่า การดำเนินการตามกฎหมายใดก็ตาม ต้องมีหนังสือมาจากภายนอกว่าเรื่องอะไร วันนี้การตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้นมาก่อน นั้นแสดงถึงความตั้งใจ ซึ่งปลัดกระทรวงการคลังพร้อมชี้แจงทุกเรื่อง ทั้งนี้ เมื่อมีการตั้งคณะกรรมการสอบก็ต้องมีการชี้แจง เมื่อทักท้วงมาแล้วชี้แจงไป ว่าตามขั้นตอนกฎหมาย ไม่ใช่อยู่ดีๆใครมาตรวจสอบเองไม่ได้ จะมาร้องเรียนแล้วสอบเองไม่ได้ ประเทศวุ่นวายตาย.

 

“ประยุทธ์” เยี่ยม ก.คลัง ชมทุกคนทำหน้าที่ดีอยู่แล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248603

ประยุทธ์ ตรวจเยี่ยมก.คลัง ชมทุกคนทำหน้าที่ดีอยู่แล้ว เพียงต้องการให้ทุกอย่างเดินหน้าจัดสรรงบประมาณด้านฟังก์ชั่นตามนโยบาย รัฐบาล-คสช., ประยุทธ์, เยี่ยม, คลัง, ทุกคน, ทำหน้าที่, อยู่, แล้ว, กคลัง, รัฐบาล-คสช

การเมือง  : 11 พ.ย. 2559

“ประยุทธ์” เยี่ยม ก.คลัง ชมทุกคนทำหน้าที่ดีอยู่แล้ว

“ประยุทธ์” ตรวจเยี่ยมก.คลัง ชมทุกคนทำหน้าที่ดีอยู่แล้ว เพียงต้องการให้ทุกอย่างเดินหน้าจัดสรรงบประมาณด้านฟังก์ชั่นตามนโยบาย “รัฐบาล-คสช.”

          กระทรวงการคลัง – 11 พ.ย.59-พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้สัมภาษณ์ภายหลังตรวจเยี่ยมและมอบนโยบาย กระทรวงการคลัง ว่า เป็นการเดินทางมาตรวจเยี่ยม เช่นเดียวกับที่เคยไปตรงจเยี่ยมกระทรวงมหาดไทย โดยมาขอบคุณ และให้กำลังใจและทบทวนในเรื่องของยุทธศาสตร์ชาติ รวมทั้งเรื่องของวิสัยทัศน์ ซึ่งเป็นนโยบายของรัฐบาล และคสช. มาทบทวนในเรื่องของโรดแมป ติดตามการดำเนินการในด้านกฎหมายต่างๆ ที่ยังไม่เรียบร้อย ทางด้านการเงินการคลังว่าเดินไปถึงขั้นตอนไหนอย่างไร ยืนยันว่าการมาวันนี้ไม่ได้มาตำหนิติเตียนใครเลย ทุกคนต่างทำหน้าที่อย่างดีที่สุดแล้ว ท่ามกลางปัญหาความขัดแย้ง ความไม่เข้าใจในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งถือว่าวันนี้เดินหน้าไปได้มาก วันนี้ตนคิดว่าเราต้องเดินหน้าไปสู่การมีประชาธิปไตยที่สมบูรณ์ ซึ่งต้องเริ่มทำตรงนี้ให้เข้มแข็ง และต้องเริ่มต้นให้ได้ ในส่วนของงบประมาณตนได้ทำความเข้าใจว่า วันนี้สิ่งที่สำคัญที่สุดในการจัดสรรงบประมาณทางด้านฟังก์ชั่น จะต้องลดลง ทั้งเรื่องของค่าตอบแทน เงินเดือนต่าง ๆ รวมทั้งงบการก่อสร้างเล็กน้อยที่อยู่ในแผนการ เป็นงานตามภาระกิจหน้าที่ ในส่วนที่ 2 คืองบประมาณที่เชื่อมโยงกันหลายกระทรวง ทั้งการบริหารจัดการน้ำ การบริหารจัดการที่ดิน พลังงาน ทุกกระทรวงจะต้องทำงานร่วมกันตั้งแต่ต้น โดยหารือร่วมกัน และเสนอโครงการเข้ามา ซึ่งนโยบายสำคัญวันนี้คือการปฏิรูปประเทศ ซึ่งงบประมาณก็คงจะต้องเพิ่มมากขึ้น เพราะหมายรวมถึงงบลงทุนด้วย

“วันนี้งบประมาณในส่วนของค่าใช้จ่ายประจำของภาครัฐอยู่ที่ 2.1 ล้านล้านบาท เหลืออยู่ประมาณ 5 แสนล้านบาทที่จะนำมาทำในส่วนของงบลงทุน ซึ่งความจริงมีการไปลงทุนในงบด้านฟังก์ชั่นอยู่แล้ว ซึ่งในร่างพ.ร.บ.จัดสรรงบประมาณรายจ่ายประจำปีก็ได้มีการแบ่งหมวดหมู่ที่ชัดเจนอยู่แล้ว ซึ่งจะได้เกิดความชัดเจน และทุกอย่างยืนยันว่าถูกต้องตามกฎหมาย และขั้นตอน ต้องไม่มีการทาบทับ ไม่มีการใช้อำนาจในทางบริหาร ทุกอย่างเป็นไปตามขั้นตอน ระเบียบการใช้จ่ายงบประมาณทุกอย่าง ซึ่งจะได้ควบคุมง่าย โดยเฉพาะการป้องกันการทุจริตคอร์รัปชั่น จะต้องไม่เกิดขึ้นอีก

เมื่อถามว่าพอใจงานของกระทรวงการคลัง หรือไม่ นายกฯ กล่าวว่า กระทรวงการคลังทำงานสอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาล ขณะเดียวกันนโยบายคสช. ยุทธศาสตร์ ก็มีอยู่แล้ว ก็ทำในกรอบ เว้นแต่กระทรวงคัลงมีสิ่งริเริ่ม ก็เสนอขึ้นมา ตนก็จะใส่เติมเข้าไป เขาทำงานกันแบบนี้ เอากรอบบนลงมาแล้วมาตีแตกลงมาข้างล่าง ทั้งนี้หน่วยงานราชการได้เร่งรัดการเบิกจ่ายในส่วนไหนบ้าง นายกฯ กล่าวว่า รู้หรือไม่ว่ารัฐบาลนี้เข้ามาแล้วทำได้ดีกว่ารัฐบาลที่ผ่านมา ถ้ารู้แล้วก็จบ.

 

“ปู”ขายข้าวช่วยชาวนาเย็นนี้ ที่อิมพีเรียลสำโรง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/politic/248554

น้องไปป์, เตรียม, แพ็ค, อุดหนุน, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, ขาย, ข้าว, ช่วย, ชาวนา, เย็น, นี้, ที่, อิมพีเรียล, สำโรง, ที่อิมพีเรียลสำโรง , ยิ่งลักษณ์
น้องไปป์, เตรียม, แพ็ค, อุดหนุน, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, ขาย, ข้าว, ช่วย, ชาวนา, เย็น, นี้, ที่, อิมพีเรียล, สำโรง, ที่อิมพีเรียลสำโรง , ยิ่งลักษณ์
น้องไปป์, เตรียม, แพ็ค, อุดหนุน, ข่าวการเมือง, คมชัดลึก, ขาย, ข้าว, ช่วย, ชาวนา, เย็น, นี้, ที่, อิมพีเรียล, สำโรง, ที่อิมพีเรียลสำโรง , ยิ่งลักษณ์

การเมือง >ข่าวการเมือง  : 11 พ.ย. 2559

“ปู”ขายข้าวช่วยชาวนาเย็นนี้ ที่อิมพีเรียลสำโรง

“ยิ่งลักษณ์”เปิดขายข้าวช่วยชาวนาเย็นนี้ ที่ห้างอิมพีเรียลสำโรง

         น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยด.ช.ศุภเสกข์ อมรฉัตร บุตรชาย ได้เปิดบ้านพักในซอยโยธินพัฒนา 3 เมื่อวานนี้(10พ.ย.) เพื่อให้จิตอาสาและสมาชิกพรรคพรรคเพื่อไทย อาทิ นายภูมิธรรม เวชยชัย รักษาการเลขาธิการพรรค น.ส.ขัตติยา สวัสดิผล อดีตส.ส.เพื่อไทยและนายพลภูมิ วิภัติภูมิประเทศ อดีตส.ส.กทม. ชาวนาจ.ร้อยเอ็ด จ.สุรินทร์ จ.อำนาจเจริญ จ. อุบลราช ธานี และมหาสารคาม แพ็คข้าวหอมมะลิบรรจุถุง นอกจากนี้ยังมีลูกชาวนาจากโครงการลูกชาวนาช่วยพ่อแม่ขายข้าวร่วมด้วย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า น.ส.ยิ่งลักษณ์ยังได้โพสข้อความผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวว่า “ขอขอบคุณสำหรับจิตอาสาและชาวนาจาก จ.พิษณุโลก ที่ร่วมแรงร่วมใจมาช่วยในการบรรจุข้าวใส่ถุงเพื่อเตรียมขายร่วมกับชาวนาจาก จ.อุบลราชธานี อำนาจเจริญ มหาสารคาม ร้อยเอ็ด และสุรินทร์ ค่ะ ซึ่งจะทำให้ราคาข้าวที่ชาวนาขายเป็นราคาเดียวกับที่ขายในพื้นที่ต่างจังหวัด และในราคาที่ชาวนามีกำไรอยู่ได้ การช่วยชาวนาขายข้าวครั้งนี้ ดิฉันขออนุญาตไปจัดรอบนอกกรุงเทพฯ บ้างนะคะ เพราะคราวที่แล้วได้จัดในกรุงเทพฯ ไปแล้ว เพื่อเป็นการให้กำลังใจช่วยชาวนาขายข้าวสารหอมมะลิ กิโลกรัมละ 20 บาท ดิฉันจึงอยากขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนชาว จ.สมุทรปราการ และแฟนเพจมาร่วมกันซื้อข้าวจากชาวนาในวันศุกร์ที่ 11 พ.ย.59 เวลา 16.00 น. ที่หน้าห้างอิมพีเรียลเวิลด์สำโรง จ.สมุทรปราการ อย่าลืมไปช่วยกันอุดหนุนชาวนากันมากๆนะคะ แล้วพบกันค่ะ.”

 

น้ำหนักประชามติ ตัดสินทหาร-การเมือง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ทีมข่าวการเมือง 31 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/677031

 

จับกระแส “จุดยืน” รอประชาชนกาบัตร 7 สิงหา

นับถอยหลังอีกแค่ 7 วัน ก็จะถึงดีเดย์วันประชามติ 7 สิงหาคม

ภายใต้บรรยากาศที่เร้าสถานการณ์ กระตุ้นอารมณ์ตื่นเต้นไปกับคิวเดิมพันสำคัญ

ตามฉากดุดันแบบที่นายทหารพระธรรมนูญได้เข้าควบคุมตัว น.ส.ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่

พรรคเพื่อไทย คาสำนักงานตำรวจแห่งชาติ ในจังหวะที่เจ้าตัวเดินทางไปรอเข้าพบ “บิ๊กแป๊ะ” พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผบ.ตร.

เพื่อขอเคลียร์ความบริสุทธิ์ใจกรณีถูกโยงกับการแจกเอกสารบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ

โดยล็อกตัวไปสอบปากคำที่ค่ายทหาร มทบ.11 เป็นเวลา 7 วัน ตามคำสั่งหัวหน้า คสช. ฐานยุยงปลุกปั่นตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 116 ก่อนส่งให้พนักงาน สอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ไล่เลี่ยๆกันกับสถานการณ์อีกด้านที่จังหวัดเชียงใหม่ พล.ต.โกศล ประทุมชาติ ผบ.มทบ.33 ได้เชิญตัวเครือญาติในตระกูล “บูรณุปกรณ์” และบุคคลในเครือข่ายที่เกี่ยวข้องกับกรณีจดหมายบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญนับสิบคน เข้ารายงานตัวในค่ายทหาร

ไล่เบี้ยตามล็อกกันทั้งเครือข่าย

ในจังหวะต่อเนื่องกันเลยกับคำสั่งหัวหน้า คสช.ที่ 44/2559 ลงดาบให้นายบุญเลิศ บูรณุปกรณ์ นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ ระงับการปฏิบัติราชการหรือหน้าที่ชั่วคราว ข้อหามีส่วนเกี่ยวข้องกับการส่งจดหมายเผยแพร่บิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ

ฝ่ายความมั่นคงของ คสช.ไม่ยอมลดละ ภายหลังจากรายการโอละพ่อเด็ก 8 ขวบฉีกบัญชีรายชื่อที่จังหวัดกำแพงเพชร และคิวฮากลิ้งลิงแสมฉีกทำลายบัญชีรายชื่อที่จังหวัดพิจิตร

จัดคิวทุบโชว์ ปฏิบัติการเชือดไก่เซ่นเกมป่วนประชามติ

แน่นอน ตามปรากฏการณ์เหตุเกิดในพื้นที่จังหวัดเชียงใหม่ ลำพูน เชียงราย ฐานใหญ่ภาคเหนือของพรรค เพื่อไทย ประกอบกับตระกูล “บูรณุปกรณ์” ก็ใกล้ชิดกับคนตระกูลชินวัตร

มันจึงเชื่อมโยงไปถึง “นายใหญ่” อย่างมีนัยสำคัญ

แต่นั่นก็ยังได้แค่มโนสงสัย ไม่มีหลักฐานเอาผิดแบบคาหนังคาเขา

ต่างกันกับการเปิดหน้าเปิดตัวแถลงออกอากาศกันชัดๆ กับคิวที่นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ โชว์จุดยืน แสดงความชัดเจนในนามส่วนตัว

ประกาศ “โหวตโน” ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย”

ให้เหตุผล เพราะไม่ตอบโจทย์ปัญหาของประเทศและมีจุดอ่อนหลายเรื่อง พร้อมแนะนำข้ามช็อตให้ “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี หัวหน้า คสช. ใช้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 เป็นแบบ ในการยกร่างรัฐ-ธรรมนูญขึ้นมาเองหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” ไม่ผ่านประชามติ

ยี่ห้อ “อภิสิทธิ์” ชูธงโหวตคว่ำ

โดยรูปการณ์ก้ำกึ่ง ไม่ชัวร์ว่าเข้าข่ายการชี้นำหรือไม่ แต่ที่แน่ๆ โดยสถานภาพของนักการเมืองขวัญใจคนรุ่นใหม่ ที่มีแฟนคลับ กองเชียร์จำนวนมาก

เป็นไอดอลของผู้สนับสนุนพรรคประชาธิปัตย์ส่วนใหญ่

มันย่อมส่งผลสะเทือนต่อการเข็นร่างรัฐธรรมนูญฝ่าด่านประชามติอย่างปฏิเสธไม่ได้

เรื่องของเรื่อง ทั้งคิวแสดงจุดยืน “โหวตโน” ของนายอภิสิทธิ์ ที่มาในจังหวะไล่เลี่ยกับปฏิบัติการไล่ล็อกตระกูลนักการเมืองดังเชียงใหม่เบื้องหลังขบวนการเผยแพร่จดหมายบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ

คนละเรื่อง คนละสถานการณ์

แต่ที่ตรงกันก็คือเป็นเรื่องฝ่ายต้านร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” นั่นก็เลยทำให้สถานการณ์ประชามติอยู่ในโซนอันตราย

โอกาสพลิกคว่ำมากกว่าพลิกหงาย

ในสถานการณ์ที่เต็มไปด้วยเครื่องหมายคำถามแบบที่ว่า ถ้าร่างรัฐธรรมนูญไม่ผ่านประชามติ สถานการณ์จะเป็นอย่างไร ถ้าผ่านสถานการณ์จะเดินไปทางไหน หรือในมุมที่ผ่านแค่ร่างรัฐธรรมนูญแต่คำถามพ่วงไม่ผ่าน ตามรูปการณ์จะเป็นอย่างไร

แน่นอนทุกสถานการณ์ล้วนแต่แฝงไปด้วยเงื่อนไข

ถ้าประชามติผ่าน ประชาชนส่วนใหญ่เทเสียงรับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” ก็เป็นอะไรที่ฉลุย ทุกอย่างเดินหน้าต่อตามโปรแกรมโรดแม็ปไปสู่การเลือกตั้งในปลายปี 2560

ตามดีลที่ พล.อ.ประยุทธ์ประกาศพันธสัญญาไว้กับนานาชาติ

แต่ถ้าหากผลออกมาร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” โดนคว่ำ ไม่ผ่านด่านประชามติ ตามกระบวนการก็เป็นอำนาจของหัวหน้า คสช.จะทำการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาใหม่ เพื่อนำไปใช้ในการเลือกตั้ง

ซึ่งนั่นก็ยังกำหนดระยะเวลาที่ชัดเจนไม่ได้ และทำให้กรอบโรดแม็ปต้องยืดออกไป

เอาเป็นว่า โดยเงื่อนไขทางกฎหมายที่ไม่ได้ผูกมัดไว้ไม่ว่าประชามติจะผ่านหรือไม่ผ่าน ก็ไม่มีผลต่อการอยู่หรือไปของรัฐบาล คสช.ในห้วงโปรแกรมตามโรดแม็ปที่วางไว้

เพียงแต่เกมชิงกระแสอาจจะถูกกระแทกเรื่องของระดับความชอบธรรม

โยงไปถึงสถานการณ์การยอมรับจากประชาชน

อย่างไรก็ตาม ดูเหมือนจะวางเกมข้ามช็อตไปแล้ว ตั้งแต่ยังไม่รู้ผลประชามติ

แบบที่จับทางได้ ในมุมของนักเลือกตั้งอาชีพ อดีตนายกฯทักษิณ ชินวัตร มอบหมายงานการเมืองให้ “เจ๊หน่อย” คุณหญิงสุดารัตน์ เกยุราพันธุ์ แกนนำกลุ่ม กทม. คุมจังหวะในการเดินหมากคุมเชิงทีมงาน คสช.

และข่าวเชิงลึกยังว่ากันถึงขั้นส่งซิกให้น้องๆในตระกูลชินหยุดพฤติการณ์ล่อเป้าทหาร

เผื่อสำหรับรองรับดีลอำนาจรอบต่อไป

ขณะที่ฝ่ายประชาธิปัตย์ ก็เห็นได้ชัดๆตรงที่นายอภิสิทธิ์ แนะนำข้ามช็อตให้ พล.อ.ประยุทธ์ ใช้ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ 2550 เป็นแบบในการยกร่างรัฐธรรมนูญขึ้นมาเองหากร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” ไม่ผ่านประชามติ

ลุ้นให้ คสช.รวบรัดในการออกแบบกติกาใหม่

ทั้งยี่ห้อประชาธิปัตย์และเพื่อไทย นักการเมืองอาชีพมุ่งไปที่สนามเลือกตั้ง

เช่นเดียวกันในมุมของทหาร โดยเงื่อนไขไฟต์บังคับที่ พล.อ.ประยุทธ์ และทีมงาน คสช.ยังถอยไม่ได้ ภายใต้เงื่อนสถานการณ์ที่ต้องรับผิดชอบกับ “สภาพปัญหาที่แท้จริงของประเทศ”

ปฏิเสธไม่ออก กระโดดลงหลังเสือไม่ได้

ตามสถานการณ์ล้อไปกับกระแสการปรับคณะรัฐมนตรีหลังคิวประชามติ ในสภาพที่รัฐมนตรีท็อปบูตต่างคนต่างเกิดอาการเหนื่อยล้า หลังแบกอำนาจพิเศษหลังแอ่นมา 2 ปีกว่า

ทหารวางแผนล่วงหน้า เผื่อเกมที่ต้องลากยาวต่อไป

ในจังหวะเหมือน “ประชามติคั่นเวลา” ท็อปบูตและนักการเมืองเดินหมากข้ามช็อตไปแล้ว

ซึ่งนั่นก็ว่ากันไปในมุมของเกมอำนาจที่ต้องช่วงชิงกัน

แต่สิ่งสำคัญสุดก็คือประชาชนคนไทยทั้งประเทศจะให้คำตอบอย่างไรมากกว่า

โดยเฉพาะเมื่อผลของการประชามติในวันที่ 7 สิงหาคม มันแปลความหมายลึกๆได้ว่า ถ้าโหวตผ่านร่างรัฐธรรมนูญก็คือเห็นด้วยกับแนวทางการปฏิรูปของ คสช.

แต่ตรงกันข้าม ถ้าโหวตคว่ำก็หมายถึงรับไม่ได้กับกติกาประเทศที่ออกแบบโดยฝ่ายถืออำนาจพิเศษ

หรือแม้จำนวนคนไปใช้สิทธิก็มีความหมาย ถ้าจำนวนมากก็แปลความได้ว่า ประชาชนตื่นตัวกับการกำหนดทิศทางในอนาคตของประเทศ แต่ถ้าคนออกไปใช้สิทธิน้อยก็สะท้อนอาการเซ็ง

ไม่มีอารมณ์ร่วมกับบรรยากาศการเปลี่ยนผ่าน ไม่เอาทั้งนักการเมืองและทหาร

เป็นสัญญาณที่ส่งถึงนักอำนาจนิยมทุกฝ่าย

เหนืออื่นใด จากสถานการณ์ที่แฝงในคิวประชามติร่างรัฐธรรมนูญรอบนี้ มันได้เห็นกันชัดๆแล้ว

กับยุทธศาสตร์ที่ซ่อนไว้ของแต่ละกลุ่ม

ในส่วนของทหารนั้น แกะรอยตามพิมพ์เขียวอำนาจที่ซ่อนอยู่ในคำถามพ่วงประชามติ เบื้องต้นเลยในระยะเปลี่ยนผ่าน 5 ปี คสช.ต้องการคุมเกมอำนาจเหนือนักเลือกตั้ง โดยนายกรัฐมนตรีอยู่ในกำมือสมาชิกวุฒิสภาสรรหาหรือ “ส.ว.ลากตั้ง” ที่มาจาก คสช.

ผนวกกับแผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปีที่สภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) ได้เข็นไปรอไว้

ทหารวางหมากคุมเกมอำนาจประเทศไทยอีกยาว 5 ปีถึง 20 ปี

และแน่นอน นักการเมืองไม่มีทางยอมอยู่ใต้อุ้งบาทาท็อปบูต

จากปรากฏการณ์ “ปรองดองอัตโนมัติ” พรรคประชาธิปัตย์และพรรคเพื่อไทย ที่เป็นคู่กัดฟัดกันมา ถึงขั้นเปิดเกมหักดิบ ระดมม็อบมาโค่นล้ม แย่งชิงอำนาจกันจนบ้านเมืองเกิดวิกฤติติดล็อก

แทบไม่มีวันเผาผีกันได้

แต่ถึงวันนี้ อย่างที่เห็นคนของพรรคเพื่อไทยและพรรคประชาธิปัตย์สะท้อนเสียงตรงกัน แสดงท่าทีไม่เอาด้วยกับร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “มีชัย” ที่มัดแขนมัดขานักการเมือง

เวนคืนอำนาจ “นักเลือกตั้ง” ไปใส่พานให้ “นักลากตั้ง”

ตามรูปการณ์เดินมาถึง “ทางแยก” นักการเมืองกับทหารไปกันคนละเส้นทาง

ไม่มีการสลับฉาก ลับ ลวง พราง แอบถือหางเลือกข้างกันอย่างที่ผ่านๆมา

มันจึงถึงเวลาที่ประชาชนจะเทน้ำหนักไปฝั่งไหน เลือกให้ใครเป็นผู้นำพาประเทศไปสู่ปลายทาง

นักการเมือง หรือทหาร

การประชามติในวันที่ 7 สิงหาคมมีความหมายกับคนไทยในระดับที่พูดได้ว่า เป็นปรากฏการณ์ครั้งประวัติศาสตร์ในรอบ 84 ปีของการเปลี่ยนแปลงการปกครองประเทศไทยใน พ.ศ.2475

คำตอบจากการออกเสียงประชามติจึงมีน้ำหนักมากที่จะสื่อให้รู้ว่า คนไทยฟันธงเลือกแล้ว

“เลือกตั้ง” หรือ “รัฐประหาร”

หมดยุค “สลับฉาก” ทหารกับการเมือง.

“ทีมการเมือง”

 

ลุ้นกันที่ฐานกำลังจัดตั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ทีมข่าวการเมือง 30 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/676773

 

แนวร่วมทวีความเข้มข้นมากขึ้นทุกขณะ

จากปรากฏการณ์กระโดดเกาะขบวนรถไฟประชาธิปไตยเที่ยวสุดท้ายของ “เดอะมาร์ค” นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์

ได้เวลากระโดดออกจากหลังฉาก ประกาศเซย์โนร่างรัฐธรรมนูญของ นายมีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.)

และไม่รับคำถามพ่วงประชามติที่ให้ ส.ว.ร่วมโหวตเลือกนายกรัฐมนตรี

ทีมนักเลือกตั้งอาชีพเทแต้มไปทางเดียวกัน ขอเหยียบเบรกร่างรัฐธรรมนูญ

ทั้งอดีตแม่ทัพหญิงพรรคเพื่อไทย “ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร” อดีตนายกรัฐมนตรี จับมือ “แม่ทัพประชาธิปัตย์” ลงเรือลำเดียวกัน

ตรงตามคอนเซปต์ธรรมชาติการเมืองแบบไทยๆ แม้ต่างพรรค ต่างจุดยืน และต่างอุดมการณ์ แต่ถ้าถึงคราวผลประโยชน์ลงตัวเมื่อไร ก็สามารถจับมือเป็นพันธมิตรชั่วคราวได้

แต้มประชามติช่วงเข้าทางตรง ก่อนถึงจุดหมายสำคัญ วันที่ 7 ส.ค.นี้ เริ่มไหลไปทางเดียวกัน ฐานเสียงไม่รับร่างรัฐธรรมนูญเริ่มดีวันดีคืน ฉีกห่างจากเสียงรับร่าง

“คนหน้าหล่อ” ความหวังที่เหลืออยู่ของซีกอำนาจพิเศษ ที่จะใช้เป็นตัวจูงใจเหล่าสาวกประชาธิปัตย์ให้มาถ่วงดุลคะแนนฝ่ายตรงข้าม ดันตีตัวออกห่างในช่วงหัวเลี้ยวหัวต่อ

เหลือพึ่งได้แค่กองเชียร์ชาว กปปส. ที่ยังไม่รู้ว่า พลังเสียงยังแน่นปึ้กเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะถูกแชร์แต้มไปจากแฟนคลับของประชาธิปัตย์

บนรูปการณ์ที่ คสช.ก็พอตีโจทย์แตก ประเมินเกมออกว่า สถานการณ์ประชามติระยะหลังชักไม่เป็นใจกับฝ่ายอำนาจพิเศษอีกต่อไป

ไม้แข็งมาตรา 44 ที่งัดออกมาใช้ล่าสุด พักงาน “บุญเลิศ บูรณุปกรณ์” นายกองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่ และการจับกุม “หนูกุ้ง” ทัศนีย์ บูรณุปกรณ์ อดีต ส.ส.เชียงใหม่ ฐานต้องสงสัยอยู่เบื้องหลังแจกเอกสารบิดเบือนร่างรัฐธรรมนูญ

ทำได้แค่สยบแรงกระเพื่อมเป็นพักๆ แต่ไม่มีผลต่อการปั่นแต้มรับร่างรัฐธรรมนูญให้เพิ่มขึ้น

ไปๆมาๆยังสุ่มเสี่ยงเจอแรงกระเพื่อมจากเครือข่าย อปท.ที่แสดงความไม่พอใจการพักงานขาใหญ่เมืองเชียงใหม่ ที่สวมหมวกอีกใบเป็นนายกสมาคมองค์การบริหารส่วนจังหวัดแห่งประเทศไทย

หมิ่นเหม่เพิ่มแรงเสียดทาน ชวนทะเลาะกับบรรดาหัวคะแนนที่มีความใกล้ชิดกับชาวบ้าน ดูยังไงก็ไม่เป็นผลดีต่อ คสช.ในช่วงการทำประชามติแน่ๆ

สบจังหวะทีมงานนายใหญ่ใช้เป็นหัวเชื้อเรียกแขก กระหน่ำการใช้อำนาจคุกคามฝ่ายตรงข้าม

ยกเคส “คุณชายหมู” ม.ร.ว.สุขุมพันธุ์ บริพัตร ผู้ว่าฯ กทม. เปรียบเทียบให้เห็นความต่าง ทั้งที่มีเรื่องถูกกล่าวหามากมาย แต่ยังเกาะเก้าอี้ได้เหนียวหนึบ ไม่ถูกกระบองยักษ์ตีให้ระคายผิว

โหมกระแสเรื่องสองมาตรฐานมาดิสเครดิต คสช. พร้อมขอคะแนน เพิ่มยอดไลค์ให้ฝ่ายตัวเอง

แต้มประชามติชักแกว่ง ไม่ก้ำกึ่งสูสีเหมือนเก่า นักเลือกตั้งอาชีพ นักวิชาการ กลุ่มนักศึกษา ร่วมชักธงไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ รุมกินโต๊ะ คสช. และ กรธ.

แม้เสียงไม่รับร่างเริ่มพลิกกลับมาเป็นต่อ แต่ก็ไม่ได้การันตีว่า จะสามารถรักษาระยะห่างไปถึงวันที่ 7 ส.ค.

ตราบใดยังไม่ถึงเวลาปิดหีบ ก็ยังมีเวลาให้ฝ่ายอำนาจพิเศษปล่อยของ เสกคะแนนกลับมา

ยิ่งตามรูปการณ์บรรยากาศประชามติโค้งสุดท้ายที่ยังไม่คึกคัก สวนทางปรากฏการณ์ลงคะแนนโหวตครั้งสำคัญของประเทศ จนคาดการณ์กันว่า จะมีผู้ออกมาใช้สิทธิไม่มาก

อาจต้องไปลุ้นวัดดวงถึงฐานคะแนนจัดตั้งของแต่ละฝ่ายว่า ใครจะแน่นกว่ากัน

กลายเป็นไฟต์บังคับที่มีความสง่างามของ คสช.เป็นเดิมพันสำคัญ

หากฝ่ายอำนาจพิเศษพลาดท่าพ่ายเสียงโหวตขึ้นมา ซ้ำรอยที่เคยเสียหน้าตอนลงมติโหวตร่างรัฐธรรมนูญครั้งแรก ในชั้น สปช.ก่อนหน้านี้

ก็ต้องถูกทวงถามหาความชอบธรรมถึงการนั่งแท่นทำงานต่อไป

สุ่มเสี่ยงตกเป็นเป้าล่อ เปิดช่องให้เกิดแรงกระเพื่อม ไล่เขย่าศรัทธารัฐบาลท็อปบูต

ถึงเวลานั้น “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้า คสช. จะยังคอนโทรลสถานการณ์ไหวหรือไม่.

ทีมข่าวการเมือง

 

พลิกเกมกันหลายตลบ?

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ทีมข่าวการเมือง 29 ก.ค. 2559 05:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/675730

 

ถึงแม้จะคาดการณ์ก่อนหน้านี้กันมาแล้ว คิวแถลงจุดยืนของนายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่ประกาศมาก่อนหน้า

ร่างรัฐธรรมนูญมีข้อเสียมากกว่าข้อดี และรับไม่ได้กับคำถามพ่วง

แล้วบทสรุปที่แถลง “ไม่รับร่างรัฐธรรมนูญ-ไม่เอาคำถามพ่วง” ด้วยเหตุผล ร่างกฎกติกาที่ออกมา “ไม่ตอบโจทย์” ปัญหาประเทศ

แต่ตำรับ “อภิสิทธิ์” คิดมุกเล่นในมุมไม่ซ้ำ นอกจากชี้ว่าร่างรัฐธรรมนูญมีจุดอ่อนหมวดสิทธิเสรีภาพถดถอย การเพิ่มบทบาทอำนาจราชการ ส.ว.แต่งตั้งเพิ่มคู่ขัดแย้งในระบบการเมือง การแก้รัฐธรรมนูญยาก ขณะที่กลไกปราบปรามการทุจริตคอร์รัปชันขาดความเป็นอิสระและอ่อนแอลง

“การให้อำนาจประธานสภาฯ สังกัดพรรครัฐบาลใช้ดุลพินิจยื่นเรื่องร้องเรียนทุจริตต่อ ป.ป.ช. และการลดเงื่อนไขให้มีการอุทธรณ์ในคดีทุจริตของนักการเมืองได้ง่ายขึ้น โดยองค์คณะชุดใหม่แทน”

สวนทางที่ “ซือแป๋” แห่ง กรธ.เอ่ยอ้าง ร่างรัฐธรรมนูญฉบับ “ปราบโกง”

กระแทกเข้าจุดขายสำคัญกันเลย

แต่แน่นอน เพราะเป็นคิวใหญ่ของ “อภิสิทธิ์” ล่าสุดเลยถูกจับตา ทั้งลูกค่าย ปชป. ไปจนกระทั่ง สาวก กองเชียร์ ฐานเสียง จะเทตามหรือไม่ ถ้าเทตามกันเป็นกอบเป็นกำ ไปบวกรวมกับท่าทีฝ่ายต้านอย่างพรรคเพื่อไทย ประกาศไม่รับร่างรัฐธรรมนูญและคำถามพ่วงตั้งแต่แรก

ขั้วอำนาจพิเศษต้องระดมทีมแก้เกม ไม่ให้แผนสะดุด

ท่าทีของฝ่ายต่างๆ จึงน่าสนใจ ทั้ง “บิ๊กตู่” พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกฯ และหัวหน้า คสช. ถึงแม้จะทำทีเมิน “ไม่รับก็ไม่รับ” แต่อีกทางก็เบรกแรงๆ

“ต้องถามประชาชน ประชาชนเขาคิดเป็น”

สอดรับกับท่าทีของ “พี่ใหญ่ คสช.” อย่าง “บิ๊กป้อม” พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกฯและ รมว.กลาโหม ตอบสั้นๆเป็นเรื่อง “ตัวใครตัวมัน”

“เท่าที่ทราบเป็นเรื่องส่วนตัว จะเหมารวมเป็นเรื่องของกลุ่มและพรรคพวกไม่ได้”

สองพยัคฆ์ คสช.มั่นอกมั่นใจ แต้มไม่ไหลตาม “อภิสิทธิ์”

แล้วก็ล้อไปตามสถานการณ์จริง กับเดิมพันใหญ่คิวประชามติร่างรัฐธรรมนูญรอบนี้ ไม่ใช่แค่ “ออกทางไหนก็มีแต่ได้” เพราะผู้ถือดุลอำนาจก็ประเมินออก ถ้าผลประชามติ “พลิกหงาย” ก็เดินโรดแม็ปไหลลื่น

“อำนาจพิเศษ” จะเพิ่มความขลังหนักหน่วงกว่านี้

แต่ถ้าออกมาตรงกันข้าม “พลิกคว่ำ” ขึ้นมา ถึงอยู่ต่อแต่อะไรๆก็จะไม่เหมือนเดิม นอกจากร่างรัฐธรรมนูญในยุคอำนาจพิเศษต้องสะดุดซ้ำสองให้เสียแผน-เสียหน้าแล้ว

คิวนี้ยังมีเดิมพันใหญ่ ในการชิง “ความชอบธรรม”

และแน่นอนตามรูปการณ์ฉากที่เห็น โค้งสุดท้ายก่อน

จะถึงดีเดย์ประชามติ 7 ส.ค.นี้ ถึงจะปล่อยให้เกมไหลไปตามธรรมชาติ แต่อีกทาง ทั้งฝ่ายหนุน-ฝ่ายต้านก็ต้องออกแรงกระตุ้นกระแส

จับตาจะมีคิว “เสกแต้ม” ด้วยยุทธวิธีไหน

ในรูปการณ์ที่กลับตาลปัตร ในขณะที่ฝ่ายต้านร่างรัฐธรรมนูญระดมคนออกไปใช้สิทธิให้มาก แต่อีกทางการประชาสัมพันธ์ ปลุกกระแสประชามติของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องไม่คึกคักอย่างที่คาด

กับผลลัพธ์ที่สวนทางกัน ถ้ามีผู้ใช้สิทธิมาก ปั้น “แต้มคอนโทรล” ยาก

กระทั่งในคิว “ไม่รับร่าง” ของ “อภิสิทธิ์” ก็ยังมีคนมองไปอีกมุมชนิดวิเคราะห์ลึกไปสามสี่ชั้น

ถูกมองเป็นคิวเซตบทเล่นแบบ “วิน-วิน”

ทางหนึ่งได้โดดขึ้นรถไฟสายประชาธิปไตยทันเวลา ไม่เสีย หลักการและภาพลักษณ์ความเป็นพรรคการเมืองเก่าแก่ในระบอบประชาธิปไตย

อีกทางก็เอื้อต่อแผนสำรอง เข้าสูตรอำนาจพิเศษ “อยู่ยาว”

นอกจากถูกมองในปมกั๊ก ถึงแม้จะแถลงกันชัดๆแล้ว ก็ยังไม่วายสลัด “ภาพแฝง” ไม่ออก.

“ทีมข่าวการเมือง”