‘ม.ล.ภาสันต์’ ชวนบินหลบฝน ชิมของอร่อย ‘อิ๊งค์ อีท ออล อะราวด์ ปี 6 #อุบล’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/238809

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จัดทริปให้คนฟังได้ชิมของอร่อยตลอดทั้งปี สำหรับคลื่น “คูลฟาเรนไฮต์ 93” กับกิจกรรม “อิ๊งค์ อีท ออล อะราวด์” ปีนี้ก้าวสู่ปีที่ 6 แล้ว ด้วยคอนเซ็ปต์ “พาไปกินเดี๋ยวบินกลับ” เป็นการก้าวข้ามข้อจำกัดของระยะทางและเวลาทำให้ตลอดทั้งปีนี้ผู้โชคดีชาว “คูลฟาเรนไฮต์ 93” จะได้ไปชิมของอร่อยในจังหวัดและเส้นทางใหม่ๆที่ไม่จำกัดแค่ในกรุงเทพและจังหวัดใกล้เคียง ซึ่งสถานีต่อไป “ม.ล.ภาสันต์ สวัสดิวัตน์” และ “คูลเจไปป์-ปวร” จะพาบินลัดฟ้า พาไปชิมของอร่อยแห่งเมืองดอกบัวงาม อุบลราชธานี แวะกราบพระแก้วนิลกาฬหนึ่งในพระแก้วนพรัตน์คู่เมือง ในวันเสาร์ที่ 29 ตุลาคม นี้ “ม.ล.ภาสันต์” กล่าวเชิญชวนว่า

“ปลายเดือนตุลานี้ หลบฝนจากกทม.บินลัดฟ้าไปสัมผัสลมหนาวกับผมและทาง คลื่นคูลฟาเรนต์ไฮต์ 93 กับกิจกรรม “อิ๊งค์ อีท ออล อะราวด์ ปี 6 พาไปกินเดี๋ยวบินกลับ” ที่จัดกิจกรรมอิ่มบุญอิ่มท้องมาเสิร์ฟคุณผู้ฟังตลอดทั้งปี พร้อมอร่อยหลากหลายเมนูอันลือลั่นของจังหวัดอุบลราชธานี เริ่มต้นด้วยเมนูปากหม้อ ปากหม้อนิ่มไข่คู่ ปากหม้อกรอบใส่ไข่ดาว ที่ปากหม้อโรบ็อท อร่อยแบบแซ่บๆ ที่ร้านส้มตำพรทิพย์ ไก่ย่างวัดแจ้ง ลาบปลาคัง หมกไก่ ตับหวาน แวะกราบพระแก้วนิลกาฬหนึ่งในพระแก้วนพรัตน์คู่เมือง ณ วัดเลียบ อร่อยสไตล์เวียดนามที่ร้านอินโดจีน เนื้อย่างใบชะพลู เส้นหมี่หน้าหมูย่าง ขนมเบื้องญวน ข้าวเหนียวทอดส้มตำเวียดนาม แหนมเนือง บ่อบุ๋น บี่บุ๋น ต่อด้วยของหวานอร่อยกับเล็กนมสด ปังปิ้งมะพร้าวอ่อน ปังวิปครีม ไอติมหน้าสังขยา ขนมปังคลุกฝุ่น ก่อนกลับแวะซื้อของฝากที่ร้านหมูยอแม่ฮาย หมูทุบผัดเผ็ด หมูฝอย เรียกว่าทริปนี้คุณผู้ฟังได้อร่อยแบบครบสูตร สำหรับผู้ฟังที่อยากไปร่วมกิจกรรมติดตามฟังและร่วมสนุก กับเกมกติกาง่ายแสนง่ายที่ Facebook Fanpage/inkeatallaround สามารถร่วมสนุกได้ตั้งแต่วันที่วันนี้เป็นต้นไปครับ”

‘แอนนี่-ปริศนา’ อวดอกตูม!! การันตีสวยซิ่งตัวท็อปในนิตยสาร RUSH(รัช)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/238817

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ขึ้นชื่อเป็นสาวสวยนักบิดที่สวยที่สุดคนหนึ่งของวงการบิ๊กไบค์เมืองไทยก็ว่าได้ สำหรับแกนนำไบค์เกอร์สาวชื่อดัง “แอนนี่-ปริศนา ปัญญาศิรินุกูล” หลังจากโดนกระแสข่าวมือที่สามรักร้าว ระหว่าง “ปีเตอร์ คอร์ปไดเรลดัล” และ “พลอย-พลอยพรรณ ทวีรัตน์” ก็ยิ่งทำให้เธอถูกจับตาและพูดถึงเธอมากขึ้น ล่าสุดเธอพร้อมให้ทุกคนการันตีการเป็นสาวสวยสุดซี๊ดของเธอแล้ว ในนิตยสาร RUSH (รัช) ในเครือ โมโน กรุ๊ป ประจำเดือนตุลาคม 2559 นี้

“ดีใจค่ะ ที่ได้มาร่วมงานถ่ายปกให้กับ RUSH (รัช) เป็นครั้งแรก โดยส่วนตัวแอนเองแล้วก็แอบตื่นเต้น เพราะตัวเองก็เคยติดตามนิตยสาร RUSH (รัช) อยู่ ปกติแอนไม่ได้ทำตัวเซ็กซี่ตลอดนะคะ เพราะชีวิตจริงๆ แอนนี่จะแมนๆ ลุยๆ มากกว่า อย่างตอนนี้ก็ออกทริปต่างจังหวัดตลอด ในรายการท่องเที่ยวในรูปแบบไบค์เกอร์กึ่งเรียลิตี้ ในชื่อ Ride with me ขี่ตามฝัน ทาง ช่อง 8 ไปที่ไหน กิน นอน ยังไง ฯลฯ ติดตามกันได้นะคะ”

 

‘จอร์จ-ฐปนัท’ พร้อมแจ้งเกิดศิลปินเต็มตัวกับเพลงแรกในชีวิต ‘ยังรอ’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/238862

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ฐปนัท สัตยานุรักษ์ หรือ จอร์จ นักแสดงหนุ่มหน้าใหม่ดาวรุ่งจากกันตนา กับการรับบทบาทใหม่ในการเป็นศิลปินเต็มตัว หลังจากฝากผลงานการแสดงทางโทรทัศน์และภาพยนตร์ให้เราได้คุ้นหน้าคุ้นตากันมาบ้างแล้ว อาทิ ละครเวทีแม่เบี้ย The Art Erotic Musical, เทพบุตรสุดเวหา, เจ้านาง, คู่หูคู่เฮี้ยน 2 และอื่นๆ อีกมากมาย รวมไปถึงผลงานล่าสุดกับบทบาทพระเอกจากภาพยนตร์เรื่อง รัก หมัด สั่ง ด้วยความที่ จอร์จ เป็นคนชอบร้องเพลงมาตั้งแต่ยังเด็ก ผ่านการประกวดร้องเพลงมาหลายเวที บวกกับความสามารถในการเล่นดนตรี และการเก็บเกี่ยวประสบการณ์ชีวิตทั้งจากตัวเองและคนรอบข้างเอามาเขียนเป็นเพลง ทำให้วันนี้ จอร์จ
มีผลงานเพลงชิ้นแรกของตัวเองกับเพลง “ยังรอ” ซึ่งเพลงนี้ได้นักแต่งเพลงมากฝีมืออย่าง โต-นราธิป ปานแร่ (Producer และผู้แต่งคำร้องให้กับศิลปินมากมาย อาทิ ณัฐ ศักดาทร, บี้-สุกฤษฎิ์, หวิว–ณัฐพนธ์, กัน-นภัทร ฯลฯ) มาช่วยเรียบเรียงให้อีกด้วย โดย จอร์จ พูดถึงความรู้สึกของการทำงานเพลงนี้ว่า

“การร้องเพลงเป็นอีกหนึ่งสิ่งที่ผมชอบและอยากจะลองทำ ผมจึงได้แต่งเพลง “ยังรอ” ขึ้นมาเพื่อถ่ายทอดอารมณ์ของคนที่รอการกลับมาของคนรัก แม้ว่าตอนนี้อาจจะเลิกรากันหรือมีเหตุต้องแยกจากกันไป แต่ความรู้สึกรักนั้น ยังคงเหมือนเดิม ไม่เปลี่ยนแปลงและไม่ว่าเวลาจะนานแค่ไหน เค้าคนนั้นก็ยังจะรอเธออยู่ตรงนี้ที่เดิม ซึ่งเพลงนี้ผมตั้งใจทำเองตลอดทุกขั้นตอน ทั้งการเขียนเนื้อร้อง ทำนอง ไปจนถึงถ่ายทำและตัดต่อมิวสิกวีดีโอด้วยตัวเอง ผมเต็มที่กับงานเพลงนี้มาก อยากให้ทุกคนให้โอกาสผม ลองฟังกันดูนะครับ”ในส่วนของมิวสิกวีดีโอเพลงนี้ จอร์จ กำกับและนำแสดงเอง อีกทั้งยังได้ดาราสาว “แอล-กมลวรรณ” (ลูกสาวคนสวยของดารารุ่นใหญ่ กรุง ศรีวิไล) มาร่วมแสดงอีกด้วย เนื้อหาเล่าเรื่องราวของคนรักที่ต้องเลิกราด้วยเหตุผลของความไม่พร้อมของอีกฝ่าย ซึ่งเป็นปัญหาที่เกิดขึ้นจริงในสังคมปัจจุบัน ฝ่ายชายพยายามทำทุกอย่างเพื่อให้คนรักกลับมาเป็นอย่างเดิม สุดท้ายเรื่องราวจะจบลงเช่นไร ติดตามในมิวสิกวีดีโอเพลง ยังรอ ได้แล้วพร้อมกันทั่วประเทศ”

 

‘เอ-หลี่แช-ก้อน’ 3 ผู้ประกาศทุบสถิติ อ่านข่าวเช้า ยาวนานที่สุด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/238814

วันศุกร์ ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

จากการติดตามการรายงานข่าวเช้าปัจจุบันนี้ ปรากฏว่า “คุยข่าวเช้าช่อง 8” เป็นรายการข่าวที่มีการรายงานข่าวที่ยาวนานที่สุด โดยในวันจันทร์ถึงศุกร์ จะรายงานตั้งแต่ช่วงเวลา 05.00-09.00 น. ส่วนในวันเสาร์และอาทิตย์ จะเพิ่มขึ้นอีกครึ่งชั่วโมงคือ 05.00-09.30 น. โดยมี “เอ-ดนยกฤตย์ แดงหวานปีสีห์, หลี่แช-วิยดา พีรรัฐกุล และ ก้อย-บุญญิตา งามศัพพศิลป์” จะเป็น 3 ผู้ประกาศที่สร้างปรากฏการณ์อ่านข่าวที่ยาวสุด โดยเหมา 7 วันรวด จันทร์ถึงอาทิตย์ ลบสถิติผู้ประกาศข่าวที่อ่านข่าวยาวที่สุดเท่าที่เคยมีมา “เอ-ดนยกฤตย์” หนึ่งในทีมผู้ประกาศข่าวช่อง 8 กล่าวว่า

“ทุกวันนี้คนดูข่าวเยอะขึ้นมากข่าวสารบ้านเมืองไม่ว่าจะใกล้ไกลแค่ไหนหรือข่าวคราวความเคลื่อนไหวของต่างประเทศ เราสามารถนำมารายงานได้อย่างรวดเร็ว บางคนอาจจะคิดว่าระยะเวลา 4-4 ชั่วโมงครึ่งเป็นการดูข่าวที่นานมาก แต่จริงๆ แล้วคือข้อได้เปรียบของผู้ชมมากกว่า ที่จะสามารถเสพข่าวได้อย่างต่อเนื่อง ครบทุกช่วงข่าว ไม่ว่าจะเป็นข่าวในประเทศ ต่างประเทศ การเมือง อาชญากรรม ภูมิภาค โซเชียล เศรษฐกิจ กีฬา และบันเทิง แบบอัพเดท ในสไตล์ “เล่าง่าย ดูง่าย เข้าใจง่าย” มีทีมข่าวระดับมันสมอง ที่มีการปรับปรุงและพัฒนางานข่าวให้ดียิ่งขึ้นอยู่ตลอดเวลา ในฐานะที่ผมเป็นคนข่าวผมทราบดีว่าการทำงานข่าวจะหยุดนิ่งไม่ได้ เพราะเราได้นำเรื่องราวต่างๆ บนโลกใบนี้ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา มาคอยรายงานข่าวให้ฟัง ถึงแม้ว่าผม,หลี่แชและพี่ก้อย จะนั่งเก้าอี้อ่านข่าวนานก็จริง แต่ผมก็เชื่อทุกคนจะได้เสพย์ข่าวและสนุกไปกับเราครับ”

WHO ประกาศ ไวรัส ‘ซิกา’ ไม่เป็นภาวะฉุกเฉินระหว่างประเทศแล้ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 พ.ย. 2559 04:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/787461

 

องค์การอนามัยโลกประกาศเมื่อวันศุกร์ว่า ไวรัสซิกา ไม่ถือเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศแล้ว แต่ยังคงต้องใช้มาตรการที่เข้มข้นในการจัดการกับไวรัสชนิดนี้…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ดร.มาร์กาเร็ต ชาน ผู้อำนวยการองค์การอนามัยโลก (WHO) ประกาศในวันศุกร์ที่ 18 พ.ย. ว่า ไวรัสซิกา และภาวะแทรกซ้อนทางระบบประสาทที่เกี่ยวข้องกับเชื้อตัวนี้ ไม่ถือเป็นภาวะฉุกเฉินด้านสาธารณสุขระหว่างประเทศ (PHEIC) อีกต่อไป แต่ WHO ย้ำว่า พวกเขาจะยังคงทำงานเพื่อรับมือการระบาดต่อไป ด้วยโครงการที่ตรงไปตรงมา

คณะกรรมการฉุกเฉินโรคซิกา (ZMC) ของ WHO ระบุในแถลงการณ์ว่า พวกเขารู้สึกว่าไวรัสซิกาและผลที่ตามมาที่เกี่ยวข้องกับเชื้อตัวนี้ ยังคงเป็นความท้าทายต่อสาธารณสุขในระยะยาว และต้องการมาตรการอรับมืออย่างเข้มข้น แต่ไม่ถือเป็น PHEIC แล้ว “คณะกรรมการตกลงกันว่า ตอนนี้ไวรัสซิกาจะได้รับการจัดการภายในองค์การอนามัยโลก ในฐานะไวรัสโรคติดต่อที่สำคัญมากและภัยคุกคามอีกชนิดหนึ่ง” ดร.เดวิด เฮย์แมนน์ ประธาน ZMC กล่าว

ขณะที่ ดร.ปีเตอร์ ซาลามา ผู้อำนวยการบริหารของโครงการฉุกเฉินด้านสาธารณสุขของ WHO กล่าวในงานแถลงข่าวว่า “เราไม่ได้ลดระดับความสำคัญของไวรัสซิกา ด้วยการนำมันเข้าสู่โครงการทำงานระยะยาว แต่เรากำลังส่งข้อความว่า ซิกา จะยังคงอยู่ต่อไป”

ทั้งนี้ ดร.ชาน ยอมรับคำแนะนำจากคณะกรรมการ ZMC และประกาศยุติภาวะฉุกเฉินดังกล่าว อย่างไรก็ตาม พวกเขายังคงคำแนะนำต่างๆ รวมทั้งเรื่องที่ให้ประชาชนที่สัมผัสกับไวรัสซิกาใช้เครื่องป้องกันขณะมีเพศสัมพันธ์เป็นเวลา 6 เดือน เพื่อป้องกันการติดเชื้อผ่านการมีเพศสัมพันธ์ ส่วนศูนย์ควบคุมโรค (ซีดีซี) ของสหรัฐฯ ยังเตือนให้หญิงมีครรภ์หลีกเลี่ยงการเดินทางไปยังพื้นที่ที่มีเชื้อซิกาแพร่กระจาย

อนึ่ง ไวรัสซิกาเริ่มเป็นที่รู้จักทั่วโลกหลังจากมันแพร่กระจายอย่างหนักในอเมริกาใต้ โดยเฉพาะในประเทศบราซิลในปี 2015 ก่อนจะแพร่กระจายไปยังพื้นที่ทางต่างๆ ทั่วโลก ความน่ากลัวของไวรัสซิกาคือ มันมีโอกาสทำให้เด็กทารกในครรภ์มารดาเกิดโรคแทรกซ้อนทางประสาทคือภาวะศีรษะเล็ก และจนถึงตอนนี้มีทารกศีรษะเล็กเพราะไวรัสซิกาที่ได้รับการยืนยันแล้ว ประมาณ 23,000 ราย

 

กห.สหรัฐ ไฟเขียวขายเครื่องบินรบกว่าร้อยลำให้แก่กาตาร์และคูเวต

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 พ.ย. 2559 03:30

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/787441

 

ภาพจาก ทวิตเตอร์ @BoeingDefense

งานขายต้องมา กห.สหรัฐ อนุมัติให้ขายเครื่องบินขับไล่โจมตีแบบ F-15QA สไตร์คอีเกิ้ล แก่กาตาร์จำนวน 72 ลำ และ ขาย F/A-18E/F ซุปเปอร์ฮอร์เน็ตให้คูเวตอีก 40 ลำ เชื่อออเดอร์นี้จะช่วยยืดสายผลิต เอฟ/เอ-18 ของโบอิ้งไปถึงปี 2020…

เมื่อวันที่ 18 พ.ย.2559 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานความร่วมมือเพื่อความมั่นคงกลาโหมสหรัฐ (DSCA) ได้ประกาศว่า กำลังยื่นเรื่องต่อสภาคองเกรสให้พิจารณาการขายเครื่องบินขับไล่โจมตี F-15QA สไตร์คอีเกิ้ล แก่กาตาร์จำนวน 72 ลำ และเครื่องบินขับไล่โจมตีแบบ F/A-18E/F ซุปเปอร์ฮอร์เน็ต ให้คูเวตอีก 40 ลำและคาดว่าจะผ่านการพิจารณา


F/A-18E ซุปเปอร์ฮอร์เน็ต

การขายอาวุธให้กาตาร์และคูเวตในครั้งนี้จะช่วยรักษาสายการผลิตเครื่องบินขับไล่ F/A-18E/F ซุปเปอร์ฮอร์เน็ต และเครื่องบินสงครามอิเล็กทรอนิกส์ EA-18G โกรว์เลอร์ ที่โรงงานในเมืองเซนต์หลุยส์ รัฐมิซูรี่ ที่กำลังผลิตในอัตราขั้นต่ำ 2 ลำต่อเดือน โดยยอดการสั่งซื้อ 40 ลำของคูเวตในขณะนี้ ทำให้สายการผลิตยาวนานออกไปได้ ไปจนถึงช่วงกลางปี 2018 และเมื่อรวมกับยอดการสั่งซื้อของ ทร.สหรัฐ โบอิ้งจะสามารถยืดสายการผลิต ซุปเปอร์ฮอร์เน็ต ในอัตรา 2 ลำต่อเดือนไปได้ถึงปี 2020 ตามข้อมูลจากที่โบอิ้งแถลงเมื่อเดือน ก.ย.ปีนี้


ยอดการสั่งของคูเวตจะทำให้สายการผลิต F/A-18E/F ซุปเปอร์ฮอร์เน็ต ยาวไปจนถึงปี 2020

คูเวตต้องการเครื่องบินขับไล่ F/A-18E ซุปเปอร์ฮอร์เน็ต รุ่นที่นั่งเดียวจำนวน 32 ลำพร้อมเครื่องยนต์ F414-GE-400 และ F/A-18F ซุปเปอร์ฮอร์เน็ต รุ่น 2 ที่นั่ง จำนวน 8 ลำพร้อมเครื่องยนต์ F414-GE-400 ในแพ็คเกจยังรวมระบบเรดาร์ AESA แบบ Raytheon APG-79 จำนวน 41 ชุด และ ปืนแกตลิ่ง 20 มม.เพื่อติดบนเครื่องบิน รวมมูลค่าโครงการราว 10.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ


เอฟ-15 อี สไตร์คอีเกิล ที่จะขายให้กาตาร์ ในชื่อ เอฟ-15 QA

ขณะที่ กาตาร์ ยืนขอซื้อเครื่องบินขับไล่โจมตีแบบ F-15QA สไตร์คอีเกิ้ลจำนวน 72 ลำ พร้อมอุปกรณ์สนับสนุนภาคพื้นดิน ชิ้นส่วนอะไหล่ การฝึกอบรมเจ้าหน้าที่ และอาวุธ รวมมูลค่าโครงการถึง 21.1 พันล้านเหรียญสหรัฐ.

ที่มา

rt.com 

flightglobal

 

‘ทรัมป์’ เลือก ‘เจฟฟ์ เซสซันส์’ ส.ว.แอละแบมา เป็นว่าที่รมต.ยุติธรรม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 พ.ย. 2559 02:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/787432

 

โดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา เปิดเผยชื่อว่าที่สมาชิกคณะรัฐมนตรีและเจ้าหน้าที่รัฐบาลของเขาที่จะรับตำแหน่งในปีหน้าเพิ่มเติมอีกหลายตำแหน่งเมื่อวันศุกร์…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 18 พ.ย. โดนัลด์ ทรัมป์ เสนอชื่อนาย เจฟฟ์ เซสซันส์ วุฒิสมาชิกจากรัฐแอละแบมาวัย 69 ปี เป็นว่าที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม, นายไมค์ ปอมเปโอ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรจากรัฐแคนซัส อายุ 52 ปี เป็นว่าที่ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลาง (ซีไอเอ) และเลือกพลโทเกษียณอายุ ไมเคิล ฟลีนน์ วัย 57 ปี เป็นว่าที่ที่ปรึกษาด้านความมั่นคงแห่งชาติ

แถลงการณ์ของนายทรัมป์ระบุว่า นายเซสซันส์เป็นคนที่มีหัวทางกฎหมายในระดับโลก “เจฟฟ์ได้รับการยอมรับอย่างสูงจากนักวิชาการด้านกฎหมายและทุกคนที่รู้จักเขา” ขณะที่นายเซสซันส์แสดงความเห็นเกี่ยวกับเรื่องนี้ว่า เขาเฝ้ารอที่ะทำหน้าที่ของเขาในการอุทิศตัวให้กับความยุติธรรมและความเท่าเทียม


ไมค์ ปอมเปโอ, พลโท ไมเคิล ฟลีนน์ และ เจฟฟ์ เซสซันส์

ทั้งนี้ นายเซสซันส์ และพลโท ฟลีนน์ เป็นพันธมิตรใกล้ชิดของนายทรัมป์มาตั้งแต่ช่วงแรกของการหาเสียงเลือกตั้งประธานาธิบดี และมีแนวคิดตรงกันหลายอย่าง โดยนายเซสซันส์ต่อต้านการให้สัญชาติแก่คนต่างด้าวที่ลักลอบเข้าเมือง และสนใจแผนสร้างกำแพงกันชายแดนสหรัฐฯ และเม็กซิโก เพื่อป้องกันการลักลอบเข้าเมือง นายเซสซันส์ยังเคยได้รับการเสนอชื่อให้รับตำแหน่งรมต.ยุติธรรมมาแล้วในยุคของประธานาธิบดีโรนัลด์ เรแกน แต่ถูกต่อต้านเพราะเขาถูกกล่าวหาว่าแสดงความเห็นเหยียดเชื้อชาติ

ส่วนนายพลฟลินน์ เป็นผู้วิพากษ์วิจารณ์รัฐบาลของประธานาธิบดีบารัค โอบามา มาตลอดนับตั้งแต่เขาถูกถอดออกจากตำแหน่งผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองกลาโหมเมื่อปี 2014 เขาเห็นด้วยกับทรัมป์ เรื่องการเจรจาข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่านใหม่, เสริมความสัมพันธ์กับรัสเซียให้เข้มแข็ง และเพิ่มการโจมตีผู้ก่อการร้ายอิสลามหัวรุนแรงให้หนักหน่วงยิ่งขึ้น

ด้านนายปอมเปโอ เดิมเป็นผู้สนับสนุนนายมาร์โก รูบิโอ ผู้สมัครเป็นตัวแทนพรรครีพับลิกันลงเลือกตั้งประธานาธิบดีอีกคนที่พ่ายแพ้นายทรัมป์ในการหยั่งเสียง แต่หันมาสนับสนุนนายทรัมป์ หลังได้เขาได้เป็นตัวแทนพรรค โดยนายปอมเปโอเป็นอีกหนึ่งคนที่วิพากษ์วิจารณ์ประธานาธิบดีโอบามาในเรื่องข้อตกลงนิวเคลียร์อิหร่าน

โอบามาคุยเอเปกนัดสั่งลา กดดันจีนบีบโสมแดง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 19 พ.ย. 2559 01:45

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/787341

 

เมื่อ 17 พ.ย. นายจอห์น แคร์รี รมว.ต่างประเทศสหรัฐฯ เดินทางถึงกรุงลิมาของเปรูแล้วเพื่อร่วมประชุมกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปก) ระหว่างวันที่ 17-20 พ.ย. ซึ่งใน 2 วันสุดท้ายจะเป็นเวทีประชุมสุดยอดระดับผู้นำเอเปก ในฐานะหัวหอกผลักดันสู้โลกร้อนและความตกลงหุ้นส่วนยุทธศาสตร์เศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (ทีพีพี)

การร่วมประชุมเอเปกของแคร์รีและประธานาธิบดีบารัค โอบามาของสหรัฐฯ มีขึ้นขณะบทบาทของสหรัฐฯ ในสองเรื่องสำคัญดังกล่าวเริ่มไม่ชัดเจนหลังนายโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้แทนพรรครีพับลิกันวัย 70 ปี ซึ่งแสดงท่าทีชัดเจนไม่สานต่อนโยบายเก่าทั้งสองเรื่องของรัฐบาลนายโอบามา ชนะเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ด้านนางเมอร์เซเดส อะราออซ รองประธานาธิบดีคนที่ 2 ของเปรูและประธานกรรมาธิการเรื่องเอเปกของเปรู หวังว่าเวทีเอเปกจะสร้างประโยชน์ให้ทุกชุมชนโดยเฉพาะกลุ่มเอเปกในช่วงที่กระแสปกป้องการค้าและต่อต้านโลกาภิวัตน์กำลังเบ่งบานในปัจจุบัน

ด้านความคืบหน้าของนายโอบามา คาดว่าจะใช้การหารือครั้งสุดท้ายก่อนหมดวาระกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิงของจีนใน 19 พ.ย. กดดันจีนให้เพิ่มมาตรการคว่ำบาตรเกาหลีเหนือมากขึ้นเพื่อให้ยกเลิกโครงการนิวเคลียร์นอกเหนือจากพูดคุยเรื่องการจัดการดูแลบริษัทต่างๆของสหรัฐฯในจีนโดยเฉพาะบริษัทด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ.

 

สยอง! หนุ่มออสซี่จุดไฟเผาตัวเองในธนาคารเมลเบิร์น เจ็บ 26 คน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 19 พ.ย. 2559 00:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/787336

 

ชายคนหนึ่งก่อเหตุจุดไฟเผาตัวเองในธนาคารในเมืองเมลเบิร์นเมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 26 คน รวมผู้ก่อเหตุ และเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบมูลเหตุจูงใจ…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันศุกร์ที่ 18 พ.ย. ชายชาวออสเตรเลียคนหนึ่ง ก่อเหตุจุดไฟภายในธนาคารในเมืองเมลเบิร์น และจุดไฟเผาตัวเอง ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บ 26 คน โดยในจำนวนนี้ 6 คนมีอาการสาหัส ส่วนที่เหลือได้รับบาดเจ็บจากไฟไหม้และการสูดควันพิษเข้าไป

ตำรวจออสเตรเลียเปิดเผยว่า ผู้ต้องสงสัยเดินเข้าไปในสาขาของธนาคารคอมมอนเวลธ์ ในเขต สปริงเวล และใช้ของเหลวติดไฟในการจุดไฟ “ผู้ต้องสงสัยวัย 21 ปี มีเชื้อเพลิงบางอย่าง เขาเดินเข้าไปในธนาคารและจุดเชื้อเพลิงนั้นทำให้เกิดเพลิงไหม้ เขาใช้ไฟนั้นเผาตัวเอง” แจ็คกี้ ฟอยดา รักษาการสารวัตรจากสำนักงานตำรวจรัฐวิคตอเรีย บอกกับผู้สื่อข่าว

ตำรวจเผยด้วยว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นหนึ่งในผู้บาดเจ็บ 6 คนที่มีอาการสาหัส และกำลังรักษาตัวอยู่ในโรงพยาบาลภายใต้การคุ้มกันจากเจ้าหน้าที่อย่างใกล้ชิด และตอนนี้ยังเร็วเกิดไปที่จะบอกได้ว่าชายคนนี้มีแรงจูงใจอะไร

 

สลด! รถน้ำมันระเบิดในโมซัมบิก ดับ 73 ศพ เจ็บนับร้อย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 18 พ.ย. 2559 23:00

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/787266

 

เกิดเหตุรถบรรทุกน้ำมันระเบิดในจังหวัดทางเหนือของประเทศโมซัมบิก เมื่อวันพฤหัสบดี ทำให้มีผู้เสียชีวิตถึง 73 ราย และบาดเจ็บอีกเป็นจำนวนมาก โดยเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบสาเหตุการระเบิด…

สำนักข่าวต่างปะรเทศรายงานว่า เกิดเหตุรถบรรทุกน้ำมันระเบิดที่หมู่บ้าน กาฟิริซานเช ในจังหวัดเตเต ทางเหนือของประเทศโมซัมบิก ติดชายแดนประเทศมาลาวี เมื่อช่วงบ่ายวันพฤหัสบดีตามเวลาท้องถิ่น เป็นเหตุให้ไม่ผู้เสียชีวิตแล้วอย่างน้อย 73 ราย และมีผู้ได้รับบาดเจ็บอีก 110 คน โดยจนถึงตอนนี้ยังไม่ทราบสาเหตุ

หลังเกิดระเบิด รัฐบาลโมซัมบิกออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจต่อครอบครัวผู้เสียชีวิต และกำลังให้ความช่วยเหลือที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลือชีวิตและปลอบประโลมครอบครัวผู้สูญเสีย นอกจากนี้ รัฐมนตรี 3 คนจะเดินทางไปยังพื้นที่เกิดเหตุในวันศุกร์ เพื่อกำกับดูแลปฏิบัติกรช่วยเหลือ และสืบสวนสาเหตุการระเบิดด้วย

ทั้งนี้ ตำรวจยังไม่ทราบแน่ชัดว่าอะไรเป็นสาเหตุของการระเบิดครั้งนี้ โดยมีบางรายงานที่ไม่ได้รับการยืนยันระบุว่า รถบรรทุกน้ำมันคันนี้ประสบอุบัติเหตุเมื่อวันพุธ ทำให้ชาวบ้านแห่เข้ามาตักน้ำมันก่อนเกิดระเบิด บ้างว่าคนขับรถบรรทุกน้ำมันพยายามขายน้ำมันให้ชาวบ้านก่อนเกิดระเบิด, ถูกซุ่มโจมตี หรือเพราะฟ้าผ่า

อนึ่ง รัฐบาลโมซัมบิกเพิ่งขึ้นราคาน้ำมันเพื่อตอบรับการลดลงของค่าเงินของประเทศต่อค่าเงินดอลลาร์สหรัฐฯ โดยโมซัมบิกเป็นหนึ่งในประเทศที่ยากจนที่สุดในโลก โดยเกินครึ่งของประชากร 24 คนของประเทศมีฐานะยากจน