เดนเซล วอชิงตันเซ็ง เหยื่อข่าวปลอมในเฟซบุ๊ก แชร์ระเบิด เชียร์ ทรัมป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ย. 2559 14:41

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/784921

 

เดนเซล วอชิงตัน ดาราดังมะกัน เหยื่ออีกรายของมรสุมข่าวปลอมบนเฟซบุ๊ก ประกาศตนชัด เชียร์โดนัลด์ ทรัมป์ เป็นประธานาธิบดี จนถูกแชร์อย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์ เจ้าตัวมอบหมายพีอาร์แจงสื่อ บอกเป็นข่าวปลอม 100%

เมื่อ 16 พ.ย. สำนักข่าวบีบีซีรายงานถึง กระแสข่าวปลอมบนเฟซบุ๊ก โซเชียลมีเดียยักษ์ใหญ่บนโลกออนไลน์ กำลังเป็นปัญหาของทีมงานและผู้บริหารเฟซบุ๊ก หลังโดนร้องเรียนและถูกกล่าวหาว่า ข่าวปลอมบนเฟซบุ๊กได้เป็นส่วนหนึ่งที่ทำให้นายโดนัลด์ ทรัมป์ ตัวแทนจากพรรครีพับลิกัน ชนะเลือกตั้ง ได้เป็นประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ นั้น ปรากฏว่า เมื่อวันที่ 15 พ.ย.59 เดนเซล วอชิงตัน นักแสดงชายชื่อดังในสหรัฐฯ กลายเป็นคนดังล่าสุด ที่เจอข่าวปลอมบนเฟซบุ๊ก มีข้อความเขียนเชียร์สนับสนุนทรัมป์ และข่าวปลอมนี้ในเฟซบุ๊กของเดนเซล วอชิงตันโดนนำไปแชร์ต่ออย่างกว้างขวางบนโลกออนไลน์

บีบีซีแจ้งว่า เฉพาะหน้าเฟซบุ๊กเพจ American News ได้มีการแชร์ข่าวปลอมดังกล่าวบนเฟซบุ๊กของเดนเซล วอชิงตันไปแล้วกว่า 22,000 ครั้ง นับตั้งแต่วันจันทร์ที่ 14 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยข้อความบนเฟซฯ ของแดนเซล ได้เขียนเชียร์ทรัมป์ไว้ว่า ‘พวกเราจำเป็นต้องการงานที่มากขึ้น..มากขึ้น เขาได้จ้างพนักงานมากกว่าเดิมมาตลอด จ้างคนมากกว่าเดิม มากเกินกว่าที่ผมรู้มาในโลกนี้’ โดยข่าวปลอมบนเฟซฯของแดนเซล ดังกล่าวยังโจมตีประธานาธิบดีบารัค โอบามาด้วยว่า เป็นพวก ‘ต่อต้านคริสเตียน’


เดนเซล วอชิงตัน นักแสดงชายชื่อดังแห่งฮอลลีวูด

หลังจากแดนเซล วอชิงตัน โดนข่าวปลอมบนเฟซบุ๊กและถูกแชร์อย่างแพร่หลายนั้น นายอลัน ไนร็อบ ฝ่ายประชาสัมพันธ์ของดาราดังได้กล่าวกับบีบีซีว่า เนื้อหาในเฟซฯ ปลอม 100% แต่ก็มีผู้ใช้เฟซบุ๊กบางส่วนยังเชื่อว่า เป็นเรื่องจริง

ทั้งนี้ ข่าวปลอมบนเฟซบุ๊ก ซึ่งเป็นสื่อสัมคมออนไลน์ใหญ่สุดบนโลกโซเชียล ได้กลายเป็นประเด็นร้อนมาตั้งแต่ช่วงเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ จนทำให้แม้แต่ มาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก ผู้ก่อตั้งและซีอีโอคนดังของเฟซบุ๊กยังได้โพสต์ข้อความแสดงความกังวลในเรื่องนี้ เมื่อคืนวันเสาร์ที่ผ่านมา โดยมาร์ค ซัคเคอร์เบิร์ก บอกว่า มีข่าวเพียงน้อยมากที่เป็นข่าวปลอม แต่เรื่องเลวร้ายก็คือยากจะแยกแยะว่าข่าวใดเป็นข่าวจริงหรือข่าวปลอม ขณะที่มีข่าวจาก Buzzfeed news ออกมาด้วยว่า เฟซบุ๊กมีการตั้งทีมงานอย่างไม่เป็นทางการในการแก้ปัญหาจัดการกับข่าวปลอมบนเฟซฯ บนเฟซบุ๊กอยู่.

 

รัสเซียจัดเต็ม เรือAdmiral Kuznetsovเริ่มโจมตีไอซิส กบฏซีเรียครั้งแรกแล้ว (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ย. 2559 12:24

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/784737

 

เรือบรรทุกเครื่องบินลำมโหฬารของรัสเซีย แอดไมรอล คุซเนตซอฟ เริ่มปฏิบัติภารกิจส่งเครื่องบินรบโจมตีเป้าหมายกลุ่มไอซิสและกบฏต่อต้าน รบ.ในซีเรียแล้ว หลังเดินทางมาถึงสัปดาห์ก่อน รมว.กลาโหมรัสเซีย ยัน เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่กองทัพเรือรัสเซียเข้ามามีส่วนในสงครามกลางเมืองในซีเรีย

เมื่อ 16 พ.ย. 59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กองกำลังรัสเซียในซีเรีย เริ่มส่งเครื่องบินรบประจำเรือบรรทุกเครื่องบินลำยักษ์ ‘Admiral Kuznetsov’ (แอดไมรอล คุซเนตซอฟ) ปฏิบัติภารกิจบินโจมตีทางอากาศถล่มกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม หรือ ไอซิส แล้ว หลังจากกองทัพเรือรัสเซียได้สร้างความหวั่นวิตกให้แก่ชาติตะวันตกและชาวโลก โชว์แสนยานุภาพทางทหาร ส่งเรือบรรทุกเครื่องบินแอดไมรอล คุชเนตซอฟ พร้อมกองเรือรบ มาเสริมกำลังในทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อช่วงกลางเดือนตุลาคมที่ผ่านมา



เครื่องบินรบรัสเซียทะยานขึ้นจากเรือบรรทุกเครื่องบิน Admiral Kuznetsov เริ่มปฏิบัติภารกิจร่วมโจมตีในซีเรียครั้งแรกเมื่อ 15พ.ย.

นายเซอร์เก ชอยกู รมว.กลาโหมรัสเซีย ยืนยันเมื่อ 15 พ.ย.ว่า เรือบรรทุกเครื่องบิน แอดไมรัล คุซเนตซอฟ ได้เริ่มเข้าร่วมการปฏิบัติภารกิจสู้รบในซีเรียแล้ว หลังเดินทางมาถึงเมืองท่าชายฝั่งในซีเรียเมื่อสัปดาห์ก่อน โดย นายชอยกู เผยว่า เครื่องบินรบจากเรือบรรทุกเครื่องบิน แอดไมรัล คุซเนตซอฟ ได้เริ่มปฏิบัติการโจมตีทางอากาศครั้งใหญ่ มีเป้าหมายโจมตีกลุ่มไอซิส และกลุ่มกบฏต่อต้านรัฐบาลซีเรีย ‘แนวร่วมอัล นุสเราะ’ (al-Nusra Front) ในจังหวัดอิดลิบและ ฮอมส์ ของซีเรีย


เรือบรรทุกเครื่องบินลำยักษ์ของรัสเซีย แอดไมรอล คุซเนตซอฟ

รมว.กลาโหมรัสเซีย ยังกล่าวด้วยว่า นับเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่กองทัพเรือรัสเซียเข้ามามีส่วนร่วมในปฏิบัติการโจมตีทางอากาศในซีเรีย เมื่อเรือบรรทุกเครื่องบินแอดไมรอล คุซเนฟซอฟได้เริ่มส่งเครื่องบินรบไปร่วมโจมตีในซีเรียแล้ว โดยเครื่องบินรบของรัสเซีย Su-33 เริ่มจะปฏิบัติภารกิจทะยานขึ้นจากเรือแอดไมรอล คุซเนตซอฟในวันนี้ (15 พ.ย.) โดยมีเป้าหมายโจมตีคลังอาวุธและโรงงานผลิตอาวุธ ขณะที่นายชอยกูยังอ้างว่า กลุ่มไอซิสได้ใช้อาวุธเคมีโจมตีกองกำลังฝ่ายตรงข้ามในซีเรีย 2 หนแล้วในสัปดาห์นี้ ซึ่งการใช้อาวุธโจมตีเป้าหมายหนึ่ง ทำให้มีชาวซีเรีย 27 คน ได้รับสารพิษ ต้องถูกส่งตัวเข้าไปรักษาในโรงพยาบาล และมีผู้เสียชีวิต 3 ราย ส่วนอีกจุดหนึ่ง มีทหารของกองทัพซีเรียถูกส่งเข้าโรงพยาบาลถึง 30 นาย


เรือแอดไมรอล คุซเนตซอฟ ขณะแล่นมุ่งหน้ามายังทะเลเมดิเตอร์เรเนียน เมื่อกลางเดือนตุลาคม 2559

อ่านนข่าวที่เกี่ยวข้อง

รัสเซียฉุน ยกเลิกคำขอให้กองเรือรบจะไปซีเรีย แวะเติมน้ำมันที่ดินแดนของสเปน

ระทึก! เรือบรรทุกเครื่องบินลำมหึมา รัสเซีย ผ่านช่องแคบอังกฤษ ไปซีเรีย

 

‘ทรัมป์’ เล็งปฏิรูปนโยบายการค้าสหรัฐฯ ตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง ปธน.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ย. 2559 06:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/784472

 

บันทึกของทีมเปลี่ยนผ่านอำนาจบริหารประเทศของโดนัลด์ ทรัมป์ ชี้ว่า ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ รายนี้ ตั้งใจจะปฏิรูปนโยบายการค้าของสหรัฐฯ ตั้งแต่วันแรกที่รับตำแหน่ง…

สำนักข่าวซีเอ็นเอ็นรายงานเมื่อวันที่ 15 พ.ย. ว่า พวกเขาได้รับบันทึกที่เขียนโดยทีมเปลี่ยนผ่านอำนาจบริหารประเทศของโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ โดยบันทึกดังกล่าวระบุว่า ทรัมป์จะเริ่มการกระบวนการเปลี่ยนรูปแบบนโยบายการค้าขายของสหรัฐฯ ตั้งแต่วันแรกที่เขารับตำแหน่งในวันที่ 20 ม.ค. ปี 2017

บันทึกดังกล่าวระบุว่า เนื้อหาต่างๆ มีเป้าหมายเพื่อการหารือเท่านั้น อย่างไรก็ตาม มันเผยให้เห็นว่าทีมเปลี่ยนผ่านอำนาจบริหารประเทศของโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ร่างพิมพ์เขียวสำหรับรัฐบาลทรัมป์ โดยมีพื้นฐานจากการทำงานก่อนการเลือกตั้งและสัญญาต่างๆ ของทรัมป์ระหว่างที่เขาหาเสียง และรัฐบาลของทรัมป์จะยกเลิกนโยบายการค้าแบบถ้อยทีถ้อยอาศัยที่ใช้มานานหลายทศวรรษ และจะมีการเจรจาข้อตกลงใหม่ที่จะให้ประโยชน์แก่แรงงานและบริษัทอเมริกันก่อน

บันทึกนี้ยังเผยให้เห็นโครงร่างของนโยบายการค้าของนายทรัมป์ในช่วง 200 วันแรก ของวาระการดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสหรัฐฯ ของเขา ซึ่งประกอบด้วยหลักปฏิบัติ 5 ข้อ 1. คือ การเจรจาใหม่ หรือการถอนตัวออกจากความตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (นาฟตา) ตามสัญญาที่เขาให้ไว้หลายต่อหลายครั้งระหว่างการหาเสียง 2. คือ การหยุดข้อตกลงหุ้นส่วนทางเศรษฐกิจภาคพื้นแปซิฟิก (ทีพีพี) 3. คือการยุติการนำเข้าที่ไม่เป็นธรรม 4. คือ การยุติการค้าขายที่ไม่เป็นธรรม และ 5 คือ การทำข้อตกลงการค้าแบบทวิภาคี

นอกจากนี้ ยังมีเป้าหมายสุดท้าย เพื่อการสงวนและนำตำแหน่งการงานในภาคการผลิตกลับคืนมา ด้วยการลดภาษีธุรกิจและลดข้อบังคับทางธุรกิจ และเพิ่มความเข้มงวดด้านการใช้พลังงานในประเทศ

 

ต่อต้านทรัมป์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 พ.ย. 2559 06:01

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/784321

 

กลุ่มนักศึกษาปรบมือและชูมือเชียร์ ระหว่างรับฟังการปราศรัยต่อต้านนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐอเมริกา ที่มหาวิทยาลัยโทว์สัน เมืองโทว์สัน รัฐแมรีแลนด์ ขณะที่การชุมนุมประท้วงนายทรัมป์ยังมีต่อเนื่องในหลายเมืองทั่วประเทศ.

 

โอบามาแนะทรัมป์ให้ปรับท่าที ม็อบต้านขยายลาม นักเรียนม.ปลายแห่เข้าร่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 พ.ย. 2559 05:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/784371

 

“โดนัลด์ ทรัมป์” ว่าที่ผู้นำสหรัฐอเมริกา คนใหม่ ยังเจอประท้วงต่อต้านไม่เลิก ล่าสุดเหล่านักเรียน ม.ปลายในหลายรัฐโดดเรียนมาร่วมชุมนุมต่อต้านนโยบายสุดโต่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเนรเทศคนเข้าเมืองผิดกฎหมาย-จำคุกผู้อพยพที่มีประวัติอาชญากรรม ด้าน “ปูติน” ต่อสายคุย “ทรัมป์” เห็นชอบที่จะทำงานร่วมกันเพื่อมุ่งยกระดับความสัมพันธ์ของสองประเทศให้ดีขึ้น ขณะเดียวกัน เริ่มปั่นกระแสคนที่จะมาร่วมรัฐบาลทรัมป์ ในตำแหน่งสำคัญอย่าง รมว.ต่างประเทศ มีทั้ง “รูดอล์ฟ กุยเลียนี” อดีตนายกเทศมนตรีมหานครนิวยอร์ก ชิงกับ “จอห์น โบลตัน” อดีตทูตสหรัฐฯ ประจำยูเอ็น โดยมีชื่อ “ริชาร์ด เกรเนล” ติดโผมานั่งแทน

สำนักข่าวเอพี เอเอฟพีและรอยเตอร์รายงานเมื่อวันที่ 15 พ.ย.ว่า กระแสต่อต้านชัยชนะศึกเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาของนายโดนัลด์ ทรัมป์ มหาเศรษฐีฝีปากกล้าวัย 70 ปี แห่งพรรครีพับลิกันยังเกิดขึ้นต่อเนื่องล่วงเข้าสู่สัปดาห์ที่สองแล้วนับแต่รู้ผลเลือกตั้งเมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา โดยเมื่อวันที่ 14 พ.ย.ตามวันเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ได้มีกลุ่มนักเรียนระดับชั้นมัธยมปลายในหลายรัฐทั่วสหรัฐฯ รวมทั้ง แคลิฟอร์เนีย โคโลราโด และแมรีแลนด์ พากันผละการเรียนออกมาเดินขบวนชุมนุมต่อต้านนายทรัมป์ตามท้องถนน ทั้งตะโกนต่อต้านและชูป้ายประท้วง เพราะยังรู้สึกเป็นห่วงท่าทีและคำพูดของนายทรัมป์ที่แสดงออกในด้านลบต่อชนกลุ่มน้อยและผู้อพยพในสหรัฐฯ และเกรงว่าแนวนโยบายสุดโต่งต่างๆของ นายทรัมป์อาจสร้างผลกระทบกับชุมชนของพวกตน

โดยที่นครลอสแอนเจลิส รัฐแคลิฟอร์เนีย กลุ่มนักเรียนมัธยมมากกว่า 1,000 คน จากหลายโรงเรียน โดยเฉพาะในเขตที่มีชาวอเมริกันเชื้อสายฮิสแปนิก (ละตินอเมริกา) อาศัยอยู่หนาแน่น ร่วมใจกันผละชั้นเรียนออกมาเดินขบวนเพื่อแสดงพลังต่อต้านนโยบายของนายทรัมป์ บางคนชูป้ายคำว่า “เนรเทศนายทรัมป์” (Deport Trump) ส่วนคนอื่นๆก็มีทั้งโบกธงชาติเม็กซิโกและธงสัญลักษณ์ของกลุ่มคนรักเพศเดียวกัน แต่การชุมนุมประท้วงของ กลุ่มนักเรียนส่วนใหญ่เป็นไปโดยสงบ เช่นเดียวกับ การชุมนุมของนักเรียนมัธยมในเมืองโอ๊กแลนด์ รัฐเดียวกัน และเมืองอื่นๆ เช่น เมืองพอร์ตแลนด์ รัฐโอเรกอน ซีแอตเติล รัฐวอชิงตัน และซิลเวอร์สปริง รัฐแมรีแลนด์

การชุมนุมประท้วงของนักเรียนมีขึ้นขณะกระแสต่อต้านนายทรัมป์ยังไม่เหือดหาย และยังมีผู้คนออกมาชุมนุมประท้วงนายทรัมป์ไม่หยุดหย่อนในหลายรัฐ รวมทั้งที่รัฐวอชิงตันและเพนซิลวาเนีย แต่ไม่มีเหตุรุนแรงใดๆ ด้านกลุ่มนายกเทศมนตรีของเมืองใหญ่ๆ เช่น นครชิคาโก ลอสแอนเจลิสและซีแอตเติล ต่างแถลงท่าทียังต้อนรับผู้อพยพลี้ภัยเพื่อต่อต้านการแถลงของนายทรัมป์ที่เคยระบุว่า หลังขึ้นรับตำแหน่งผู้นำประเทศแล้วจะเนรเทศผู้อพยพเข้าเมืองผิดกฎหมายนับล้านคน หรือไม่ก็ให้จำคุกผู้อพยพ 3 ล้านคนที่มีประวัติก่ออาชญากรรม

วันเดียวกัน ประธานาธิบดีบารัค โอบามา เริ่มภารกิจเดินทางเยือนต่างประเทศครั้งสุดท้ายก่อน หมดวาระ 2 สมัย 8 ปี ในวันที่ 20 ม.ค.ปีหน้า โดยเริ่มที่การเยือนกรีซ ตามด้วยเยอรมนี และเปรู โดยนายโอบามาให้สัมภาษณ์ก่อนเดินทางด้วยว่า จะพยายามเรียกความเชื่อมั่นในกลุ่มพันธมิตรของสหรัฐฯว่า นายทรัมป์จะยึดมั่นในความสัมพันธ์ด้านยุทธศาสตร์หลักๆไว้คงเดิม รวมทั้งกับองค์กรป้องกันแอตแลนติกเหนือ (นาโต) ซึ่งช่วงหาเสียงนายทรัมป์ เคยพูดให้พันธมิตรนาโตเป็นกังวล โดยระบุว่าอาจไม่ยึดถือคำมั่นสัญญาว่าจะปกป้องชาตินาโตที่ถูกโจมตี ตามที่มีระบุในข้อตกลงก่อตั้งนาโต ซึ่งภายหลังนายทรัมป์ระบุว่า สหรัฐฯจะช่วยเฉพาะพันธมิตรที่ได้ทำตามเงื่อนไขที่ให้ไว้กับสหรัฐฯ นายโอบามาอ้างการยืนยันดังกล่าวของนายทรัมป์มีขึ้นช่วงพบหารือกันที่ทำเนียบขาวเมื่อวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา

นายโอบามายังระบุเชิงแนะนำนายทรัมป์ด้วยว่า เมื่อเริ่มงานในทำเนียบขาวแล้ว ทรัมป์ต้องปรับปรุงตัวและท่าทีใหม่ จะทำเหมือนตอนหาเสียงที่จะพูดจะทำอะไรตามต้องการไม่ได้อีกแล้วโดยเฉพาะเรื่องคำพูดต้องระวังให้ดี

สำหรับภารกิจในเปรู นายโอบามาจะเข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำกลุ่มความร่วมมือทางเศรษฐกิจเอเชีย-แปซิฟิก (เอเปค) และมีกำหนดหารือผู้นำหลายประเทศ รวมทั้งประธานาธิบดี สี จิ้นผิง ของจีน ที่นายทรัมป์เพิ่งโทรศัพท์หารือเมื่อวันก่อน

ขณะเดียวกัน ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียแถลงว่า ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ของรัสเซีย ได้หารือทางโทรศัพท์กับนายทรัมป์และเห็นชอบที่จะทำงานร่วมกันเพื่อมุ่งยกระดับความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ-รัสเซียให้ดีขึ้น ก่อนหน้านี้นายทรัมป์แสดงท่าทีชื่นชมผู้นำรัสเซียมาตลอด และยังเคยระบุว่านายปูตินเป็นผู้นำที่แข็งแกร่งกว่านายโอบามา
ส่วนการมองหาคนที่จะมาร่วมงานในคณะรัฐมนตรีของรัฐบาลชุดใหม่นั้น นายทรัมป์จะหารือกับนายไมค์ เพนซ์ ว่าที่รองประธานาธิบดี ผู้ดูแล กระบวนการส่งผ่านอำนาจของนายทรัมป์ ที่อาคารทรัมป์ ทาวเวอร์ ในมหานครนิวยอร์ก ในวันที่ 15 พ.ย.ตามวันเวลาท้องถิ่นสหรัฐฯ ซึ่งผู้ที่เป็นตัวเต็งดำรงตำแหน่งสำคัญอย่าง รมว.ต่างประเทศของสหรัฐฯ แหล่งข่าวที่ใกล้ชิดเรื่องนี้ระบุว่าน่าจะเป็นนายรูดอล์ฟ กุยเลียนี วัย 72 ปี อดีตนายกเทศมนตรีมหานครนิวยอร์ก ซึ่งเป็นทั้งเพื่อน ที่ปรึกษาและผู้สนับสนุนคนสำคัญของนายทรัมป์ช่วงหาเสียงเลือกตั้ง ส่วนผู้เป็นตัวเต็งอีกคนคือ นายจอห์น โบลตัน อดีตทูตสหรัฐฯประจำสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ยุคอดีตประธานาธิบดีจอร์จ ดับเบิลยู บุช

ขณะที่นายเจฟฟ์ เซสชั่นส์ วุฒิสมาชิกรัฐอลาบามา ผู้ที่น่าจะได้เป็น รมว.กลาโหมคนใหม่ สื่อรายงานว่าได้เดินทางเข้าตึกทรัมป์ ทาวเวอร์ เมื่อวันที่ 14 พ.ย. และยังมีข่าวด้วยว่า นายทรัมป์กำลังพิจารณาเลือกนายริชาร์ด เกรเนล ให้เป็นทูตสหรัฐฯประจำยูเอ็น ซึ่งหากข่าวนี้เป็นจริง นายเกรเนล ซึ่งปัจจุบันเป็นโฆษกของสหรัฐฯ ประจำยูเอ็น จะถือเป็นคนรักเพศเดียวกันที่เปิดเผยตัวคนแรก ที่ได้รับตำแหน่งด้านนโยบายต่างประเทศใหญ่เทียบเท่าระดับคณะรัฐมนตรี

 

ระทึก! มือปืนยิงดับ 1 ที่สนามบินโอกลาโฮมา ต้องระงับเที่ยวบิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ย. 2559 04:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/784451

 

เกิดเหตุยิงกันที่สนามบินหลักของเมืองโอกลาโฮมา ซิตี ของสหรัฐฯ เมื่อวันอังคาร โดยมีรายงานพบผู้ถูกยิงเสียชีวิต 1 ราย ขณะที่ทางสนามบินต้องระงับให้บริการเที่ยวบินชั่วคราว…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เกิดเหตุยิงกันที่สนามบินหลักของเมืองโอกลาโฮมา ซิตี เมืองเอกของรัฐโอกลาโฮมา เมื่อวันอังคารที่ 15 พ.ย. ตามเวลาท้องถิ่น ทำให้มีผู้ถูกยิงเสียชีวิต 1 ราย และส่งผลให้เจ้าหน้าที่ต้องระงับเที่ยวบิน ขณะที่ตำรวจระบุว่า อาจมีผู้ถูกยิงอีก 1 คนในเหตุการณ์นี้

ร้อยตำรวจเอก ปาโก บัลเดอร์รามา ตำรวจเมืองโอกลาโฮมา ซิตี เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เกิดเหตุยิงกันขึ้นที่ลานจอดรถของสนามบิน ‘วิลล์ โรเจอร์ส เวิลด์’ แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยข้อมูลใดๆ เกี่ยวกับผู้ถูกยิง หรืออะไรเป็นสาเหตุที่ทำให้เกิดเหตุยิงกันขึ้น “เราพบตัวผู้ถูกยิง 1 คน และกำลังตามหาผู้ถูกยิงอีกคนตามที่ได้รับรายงาน” ก่อนที่ในเวลาต่อมาตำรวจจะยืนยันว่า ผู้ที่ถูกยิงเสียชีวิตแล้ว

ขณะเดียวกัน สถานีโทรทัศน์ เคโอซีโอ รายงานภาพสถานการณ์สดแสดงให้เห็นเจ้าหน้าที่ตำรวจติดอาวุธไรเฟิลประมาณ 12 นาย เดินลาดตระเวนบนดาดฟ้าของอาคารจอดรถของสนามบิน วิลล์ โรเจอร์ส เวิลด์ ส่วนสำนักข่าว นิวส์ ไนน์ รายงานอ้างคำพูดของตำรวจนายหนึ่งว่า เจ้าหน้าที่กำลังตรวจค้นโรงรถแห่งนี้เพื่อหาตัวผู้ต้องสงสัย

ด้านเจ้าหน้าที่ของสนามบิน วิลล์ โรเจอร์ส เวิลด์ ประกาศผ่านเว็บไซต์ ทวิตเตอร์ ว่า เที่ยวบินขาออกและขาเข้าสู่สนามบินแห่งนี้ถูกระงับทั้งหมด จนกว่าจะมีความคืบหน้าเพิ่มเติม

 

ศาลอียิปต์กลับคำพิพากษา โทษประหารอดีตปธน.มอร์ซี ให้ไต่สวนใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ย. 2559 03:35

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/784431

 

ศาลอียิปต์กลับคำตัดสินที่ให้ประหารชีวิตนายโมฮัมเหม็ด มอร์ซี อดีตประธานาธิบดีของประเทศ จากความผิดฐานร่วมกับแหกคุก และให้ดำเนินการใต้สวนใหม่…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า ศาลอุทธรณ์สูงสุดของประเทศอียิปต์ กลับคำพิพากษาของศาลชั้นก่อนหน้านี้ ที่ตัดสินลงโทษประหารชีวิตนาย โมฮัมเหม็ด มอร์ซี อดีตประธานาธิบดีผู้ถูกทหารโค่นอำนาจเมื่อปี 2013ในข้อหาที่เกี่ยวกับการแหกคุกครั้งใหญ่ระหว่างการลุกฮือต่อต้านอดีตผู้นำเผด็จการ ฮอสนี มูบารัก ในปี 2011 และออกคำสั่งให้มีการไต่สวนใหม่

ศาลยังกลับคำตัดสินที่มีต่อ รวมทั้งแกนนำกลุ่มภราดรภาพมุสลิมอีก 5 คนที่ต้องโทษประหารชีวิตเหมือนนายมอร์ซี และสมาชิกกลุ่มภราดรภาพฯ ที่ถูกตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิตอีก 21 คนด้วย โดยยังไม่แน่ชัดว่า เหตุใดศาลจึงมีคำตัดสินเช่นนี้

ทั้งนี้ นายมอร์ซีและผู้ต้องหาอีกมากกว่า 100 คนถูกพิพากษาลงโทษประหารชีวิตเมื่อเดือนพ.ค. 2015 หลังจากถูกตัดสินว่ามีความผิดข้อหาสมรู้ร่วมคิดกับกองกำลังต่างชาติ คือกลุ่มฮามาสของปาเลสไตน์ และกลุ่มฮีซบอลเลาะห์จากเลบานอน เพื่อดำเนินการแหกคุกครั้งใหญ่ที่เรือนจำ วาดี นาทรอน ซึ่งเขาถูกส่งมาคุมขังในเดือนม.ค. 2011 ก่อนที่นักรบติดอาวุธไม่ทราบฝ่ายบุกโจมตีและปลดปล่อยนักโทษนับพันคน

นายมอร์ซี และผู้สนับสนุนเขาซึ่งรวมถึงนาย โมฮัมเหม็ด บาดี ผู้นำทางจิตวิญญาณของกลุ่มภราดรภาพมุสลิม ยังถูกตัดสินว่ามีความปิดในข้อหาฆาตกรรมและลักพาตัวผู้คุม, สร้างความเสียหายและจุดไฟเผาอาคารเรือนจำ รวมทั้งปล้นคลังอาวุธของเรือนจำด้วย

นอกจากนี้ นายมอร์ซียังถูกดำเนินคดีในข้อหาอื่นๆ โดยเขาถูกตัดสินลงโทษจำคุกตลอดชีวิตจากความผิดฐานสมรู้ร่วมคิดกับองค์กรต่างชาติเพื่อก่อการร้าย และถูกตัดสินจำคุกอีก 40 ปี ในข้อหาทำให้ข้อมูลลับและเอกสารที่มีข้อมูลอ่อนไหวรั่วไหลไปยังประเทศกาตาร์

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

ศาลอียิปต์ยืนโทษจำคุก 20 ปี อดีตปธน. ‘มอร์ซี’ คดีฆ่าผู้ชุมนุม

 

หวั่นไข้หวัดนก ‘H5N8’ ระบาดยุโรปช่วงคริสต์มาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 พ.ย. 2559 02:40

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/784252

 

ชาติยุโรปอยู่ระหว่างดำเนินมาตรการเฝ้าระวังการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ “เอช 5 เอ็น 8” ภายหลังจากมีรายงานพบการแพร่ระบาดของเชื้อในหลายประเทศตั้งแต่เยอรมนี สวิตเซอร์แลนด์ ออสเตรีย ฮังการี โปแลนด์ เนเธอร์แลนด์และโครเอเชีย ส่งผลให้รัฐบาลเดนมาร์กสั่งการถึงฟาร์มเลี้ยงสัตว์ปีกทั่วประเทศใช้ระบบปิดในการเลี้ยงปศุสัตว์ รวมถึงเฝ้าระวังติดตามการเคลื่อนไหวอพยพของนกป่าเพื่อความปลอดภัย โดยเมื่อช่วงสัปดาห์ที่แล้วทางการเดนมาร์กต้องทำลายไข่สัตว์ปีกนำเข้าจากเยอรมนีมากกว่า 250,000 ฟอง เพื่อความปลอดภัยจากไวรัส

ขณะเดียวกัน ทางการฝรั่งเศสห่วงกังวลสถานการณ์ระบาดของไข้หวัดนกระลอกใหม่ในยุโรปจะส่งผลกระทบถึงเมนูอาหารประเภทตับเป็ดหรือตับห่าน ซึ่งนิยมบริโภคกันในช่วงเวลาเทศกาลคริสต์มาสที่กำลังมาถึง โดยเฉพาะพื้นที่ภาคตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศ ซึ่งเป็นแหล่งผลิตตับเป็ด ตับห่านใหญ่ที่สุด เพราะอาจกระทบมูลค่าการค้ามากถึงกว่า 500 ล้านยูโร อย่างไรก็ตาม ฝรั่งเศสยังไม่พบการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนก แต่ต้องเพิ่มมาตรการเฝ้าระวังอย่างเข้มงวด

ส่วนที่เยอรมนีทางการสั่งฆ่าทำลายไก่มากกว่า 30,000 ตัว ในพื้นที่ฟาร์มทางภาคเหนือ หลังพบการแพร่ระบาดของเชื้อไข้หวัดนกสายพันธุ์ “เอช 5 เอ็น 8” แต่ยังไม่มีรายงานการติดเชื้อไวรัสดังกล่าวในมนุษย์.

 

WMO ชี้ โลกปี 59 ร้อนมากกว่าปีก่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐฉบับพิมพ์ 16 พ.ย. 2559 01:55

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/784246

 

องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก (WMO) เปิดเผยข้อมูลระบุชัดเจนอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกตลอดช่วงปี 2559 เพิ่มสูงที่สุดนับตั้งแต่ช่วงปี 2504-2533 โดยอุณหภูมิเพิ่มเฉลี่ย 0.77 องศาเซลเซียส เฉพาะเมื่อช่วงเดือน ก.ย.ที่ผ่านมา อุณหภูมิโลกเพิ่มสูงเฉลี่ย 0.88 องศาเซลเซียส และหากนับตั้งแต่ช่วงเดือน ม.ค.-ก.ย. พบว่าอุณหภูมิเพิ่มสูงเฉลี่ยถึง 1.2 องศาเซลเซียส ทำให้นักวิทยาศาสตร์เชื่อมั่น 90 เปอร์เซ็นต์ว่าสภาพอากาศโลกปีนี้เฉลี่ยอบอุ่นขึ้นกว่าช่วงปีที่แล้ว

นายเพตเตรี ทาอาลาส เลขาธิการใหญ่องค์การอุตุนิยมวิทยาโลก ระบุพื้นที่ทะเลอาร์กติกในรัสเซียอุณหภูมิเฉลี่ยในระยะยาวเพิ่มขึ้น 6-7 องศาเซลเซียส พื้นที่รัฐอลาสก้าและทางภาคเหนือกับตะวันตกแคนาดา อุณหภูมิเพิ่มเฉลี่ยอย่างน้อย 3 องศาเซลเซียส อัตราการละลายของน้ำแข็งทะเลอาร์กติกเพิ่มอย่างต่อเนื่อง เช่นเดียวกับน้ำแข็งในทะเลแถบกรีนแลนด์ก็เริ่มละลายมากขึ้นในช่วงปีนี้

ผู้เชี่ยวชาญระบุปรากฏการณ์ธรรมชาติเอลนิญโญเกี่ยวข้องกับสภาพอากาศโลกแปรปรวน แต่ปัจจัยเรื่องชั้นบรรยากาศโลกเปลี่ยนแปลง หรือไคลเมต เชนจ์ คือตัวการสำคัญทำให้เกิดความเปลี่ยนแปลงด้านสภาพอากาศอย่างรุนแรงเฉียบพลัน ความเปลี่ยนแปลงเหล่านี้คือหลักฐานชัดเจนว่าอุณหภูมิเฉลี่ยของโลกแต่ละปีสูงขึ้นเรื่อยๆ.

 

รบ.ซีเรียเริ่มโจมตีทางอากาศในอเลปโปรอบใหม่ หลังหยุดไป 3 สัปดาห์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 16 พ.ย. 2559 00:50

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/784386

 

กองทัพรัฐบาลซีเรียเปิดฉากโจมตีทางอากาศในเมืองอเลปโปอีกครั้งแล้ว หลังหยุดออกปฏิบัติการมานาน 3 สัปดาห์ ตามมาตรการหยุดโจมตีเพื่อมนุษยธรรมร่วมกับรัสเซีย เบื้องต้น มีรายงานพบผู้เสียชีวิต 5 ราย…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า อากาศยานรบของกองทัพรัฐบาลซีเรียเริ่มการโจมตีทางอากาศในเขตทางตะวันออกของเมืองอเลปโป ซึ่งถูกฝ่ายกบฏครอบครองอีกครั้งแล้ว โดยเป็นการโจมตีทางอากาศในพื้นที่ดังกล่าวเป็นครั้งแรก หลังหยุดไป 3 สัปดาห์ตั้งแต่กลางเดือน ต.ค. ตามมาตรการหยุดโจมตีเพื่อมนุษยธรรมร่วมกับรัสเซีย เพื่อให้พลเรือนและนักรบกบฏหนีออกจากเมือง

มาตรการหยุดโจมตีดังกล่าวของรัสเซียหมดลงในวันอังคาร (15 พ.ย.) โดยตามการเปิดเผยของกลุ่มสังเกตการณ์เพื่อสิทธิมนุษยชนในซีเรีย (เอสโอเอชอาร์) การโจมตีทางอากาศครั้งล่าสุดของกองทัพรัฐบาลซีเรียทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 5 ราย ขณะที่ชาวบ้านท้องถิ่นบอกกับสำนักข่าวรอยเตอร์สว่า เครื่องบินรบและเฮลิคอปเตอร์ทิ้งระเบิดในหลายเขต ทำให้บ้านของพวกเขาสั่นสะเทือน

ด้านนายเซอร์เก ชอยกู รัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหมรัสเซีย เข้าหารือกับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เพื่อรายงานเรื่องการเริ่มปฏิบัติการครั้งใหญ่ต่อต้านกลุ่มติดอาวุธรัฐอิสลาม (ไอซิส) และกองกำลัง จาบัต ฟาตีห์ อัล-ชาม หรือชื่อเดิมคือกลุ่ม อัล-นุสรา ฟรอนต์

นายชอยกูบอกอีกว่า เรือฟรีเกต ‘แอดไมรัล กริโกโรวิช’ ยิงจรวดร่อนไปยังเป้าหมายในจังหวัดอิดลิบและจังหวัดฮอมส์ โดยเครื่องบินขับไล่ประจำเรือบรรทุกเครื่องบินแบบ ซูฮอย ซู-33 แฟลงเกอร์-ดี จำนวนหลายลำที่อยู่บนเรือบรรทุกเครื่องบิน ‘แอดมิรัล คุซเนตซอฟ’ และระบบป้องกันขีปนาวุธเคลื่อนที่ในพื้นที่ชายฝั่ง มีส่วนร่วมในการโจมตีนี้ด้วย อย่างไรก็ตาม นายชอยกูไม่ได้พูดถึงเมืองอเลปโปแต่อย่างใด

ทั้งนี้ มาตรการหยุดโจมตีเพื่อมนุษยธรรมของรัสเซียและซีเรีย เกิดขึ้นหลังจากกองทัพรัฐบาลเริ่มโจมตีกลุ่มกบฏในเมืองอเลปโปอย่างหนักหน่วง เมื่อ 22 ก.ย. ทำให้มีผู้เสียชีวิตหลายร้อยคน จนนานาชาติต้องออกมาเรียกร้องให้รัสเซียและซีเรียหยุดโจมตี