รัสเซียตั้งข้อหารมต.เศรษฐกิจ เรียกรับสินบนก้อนโตจากบ.น้ำมันยักษ์ใหญ่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 พ.ย. 2559 23:10

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/784222

 

เจ้าหน้าที่สอบสวนรัสเซียจับกุมรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพัฒนาเศรษฐกิจ และตั้งข้อหาเรียกรับเงินสินบนจากบริษัทน้ำมันยักษ์ใหญ่ของประเทศ พร้อมข่มขู่จะเล่นงานหากไม่ยอมจ่ายเงิน…

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันอังคารที่ 15 พ.ย. เจ้าหน้าที่สืบสวนของประเทศรัสเซีย ตั้งข้อหานาย อเล็กเซ อุลยูคาเยฟ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเศรษฐกิจ ว่าเรียกรับเงินสินบนจำนวน 2 ล้านดอลลาร์สหรัฐฯ (ราว 70.8 ล้านบาท) จากบริษัท ‘รอสเนฟต์’ บริษัทผู้ผลิตนำ้มันรายใหญ่ที่สุดของประเทศ

อุลยูคาเยฟ นักวิชาการวัย 60 ปี ซึ่งรัฐมนตรีของกระทรวงที่ดูแลการขายทรัพย์สินของรัฐ ถูกควบคุมตัวเมื่อช่วงเช้ามืดวันอังคาร เป็นเจ้าหน้าที่ทางการรัสเซียระดับสูงที่สุดที่ถูกจับกุมระหว่างดำรงตำแหน่งนับตั้งแต่การล่มสลายของสหภาพโซเวียตในปีค.ศ. 1991 ซึ่งหากเจ้าหน้าที่พบว่าเขามีความผิดจริง เขาอาจต้องโทษจำคุกสูงสุดถึง 15 ปี รวมทั้งอาจถูกปรับเงินเป็นจำนวน 100 เท่าของเงินสินบนที่เขาเรียกด้วย


เจ้าหน้าที่พาตัวนายอุลยูคาเยฟไปขึ้นศาลในกรุงมอสโก

คณะกรรมาธิการสอบสวนของรัสเซีย หน่วยงานรัฐซึ่งมีหน้าที่สืบสวนคดีอาชญากรรมใหญ่ๆ ระบุว่า นายอุลยูคาเยฟ เรียกรับสินบนก้อนดังกล่าว เพื่อแลกกับการอนุมัติให้บริษัทรอสเนฟต์ สามารถซื้อหุ้นมูลค่า 5 พันล้านดอลลาร์สหรัฐฯ จากบริษัท แบชเนฟต์ ผู้ผลิตน้ำมันขนาดกลาง “อุลยูคาเยฟถูกจับคาหนังคาเขา คือในวินาทีที่เขารับเงินสินบน” นางสเวตลานา เพเทรนโก โฆษกคณะกรรมาธิการสอบสวนของรัสเซียกล่าว

ขณะที่แหล่งข่าวในหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายบอกกับสื่อรัสเซียว่า โทรศัพท์ของนายอุลยูคาเยฟถูกเจ้าหน้าที่ดักฟัง และการสื่อสารทางอิเล็กทรอนิกส์ของเขาถูกติดตามทั้งหมด ก่อนจะจัดฉากล่อให้นายอุลยูคาเยฟรับเงินสินบน เจ้าหน้าที่ระบุอีกว่า นายอุลยูคาเยฟข่มขู่จะใช้ตำแหน่งของเขาสร้างปัญหาให้บริษัท รอสเนฟต์ หากไม่จ่ายเงินสินบนให้เขา

 

ไม่จงรักภักดีจีน! ศาลสูงฮ่องกงตัดสิน 2 นักเคลื่อนไหวไม่มีสิทธิเป็นส.ส.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 พ.ย. 2559 19:04

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/784126

 

(ชูป้าย‘ฮ่องกงไม่ใช่จีน’ ในวันสาบานตนรับตำแหน่ง)

ศาลสูงฮ่องกงตัดสิน 2 นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง ไม่มีคุณสมบัติที่จะได้เป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติ ถึงแม้จะชนะเลือกตั้ง ได้เป็น ส.ส. แต่กลับไม่ยอมให้คำสัตย์ปฏิญาณ จะจงรักภักดีต่อจีน ระหว่างพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่ง

เมื่อ 15 พ.ย. สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน ศาลสูงในฮ่องกง ตัดสินให้ นายบักจิโอ เหลียง (สื่อบางสำนักใช้ชื่อว่า ซิกซ์ตัส เหลียง) และน.ส.เหยา ไหว ชิง สองนักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง สังกัดพรรค แรงบันดาลใจของเยาวชน ‘Younginspiration’ ซึ่งชนะการเลือกตั้ง ได้เป็น ส.ส.ใหม่ ไม่มีสิทธิหรือคุณสมบัติที่จะเข้าไปนั่งเป็นสมาชิกในสภานิติบัญญัติชุดใหม่ของฮ่องกง หลังจากทั้งสองปฏิเสธที่จะให้คำสัตย์ปฏิญาณว่าจะจงรักภักดีต่อประเทศจีน ในระหว่างพิธีสาบานตนเข้ารับตำแหน่งสมาชิกสภานิติบัญญัติเมื่อเดือนก่อน

บีบีซีแจ้งว่า เมื่อสัปดาห์ที่แล้ว รัฐบาลกรุงปักกิ่งได้ชิงตัดสินไปแล้วว่า ผู้ชนะเลือกตั้งได้เป็นส.ส. ซึ่งไม่ยอมสาบานตนเข้ารับตำแหน่งอย่างเหมาะสมไม่สามารถที่จะเป็นสมาชิกสภานิติบัญญัติในฮ่องกงได้ ซึ่งคำตัดสินดังกล่าวของจีน ส่งผลให้มีชาวฮ่องกงหลายพันคนออกมาประท้วง มองว่าเป็นการละเมิดเข้ามาแทรกแซงในกระบวนการพิจารณาคดีของศาลฮ่องกง


นายบักจิโอ เหลียง และน.ส.เหยา ไหว ชิง 2 นักเคลื่อนไหวเรียกร้องประชาธิปไตยในฮ่องกง

อย่างไรก็ตาม ก่อนหน้านี้ นายเหลียง กล่าวว่าเขา จะยื่นอุทธรณ์คำตัดสินของศาล พร้อมระบุว่า เรื่องนี้จะส่งผลกระทบต่อฮ่องกงไปอีกสิบๆ ปี และเขาจะปรึกษากับทนายความของเขาถึงความเป็นไปได้ในกระบวนการทางกฎหมายเพื่อต่อสู้ในคดีนี้ โดยนายเหลียงกล่าวว่าเขาไม่รู้สึกเสียใจต่อสิ่งที่ได้ทำลงไป

ทั้งนี้ ฮ่องกงถูกปกครองภายใต้นโยบาย ‘หนึ่งประเทศ, สองระบบ’ นับตั้งแต่กลับคืนจากอังกฤษมาสู่อ้อมอกจีนแผ่นดินใหญ่ตั้งแต่ปี 2540

 

สถานทูตสหรัฐฯ แจงหลักเกณฑ์ออกวีซ่าให้คนไทย ชี้ปี58อนุมัติเกือบ6หมื่นคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 พ.ย. 2559 17:22

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/784056

 

สถานทูตสหรัฐฯ ประจำประเทศไทย ชี้แจงหลักเกณฑ์การออกวีซ่าให้คนไทยเข้าประเทศสหรัฐฯ ระบุ เป็นการพิจารณาแบบเป็นรายๆ ไป และตรวจสอบคุณสมบัติของผู้ยื่นขอวีซ่าตามกฎหมายของสหรัฐฯ ชี้ปี 58 อนุมัติออกวีซ่าให้คนไทยเข้าสหรัฐฯ เกือบ 6 หมื่นราย

เมื่อ 15 พ.ย. 59 นางสาวเมลิสซา สวีนนีย์ โฆษกประจำสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐอเมริกาประจำประเทศไทย ได้ชี้แจงหลักเกณฑ์ในการออกวีซ่าของทางสถานเอกอัครราชทูตสหรัฐฯว่า  การออกวีซ่า นับเป็นการอำนวยความสะดวกในการเดินทางไปสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่าง ‘ประชาชนต่อประชาชน’ ภายใต้มิตรภาพที่ยาวนานระหว่างสหรัฐฯ กับราชอาณาจักรไทย

-สถานทูตสหรัฐฯ ได้อนุมัติวีซ่าให้แก่คนไทยที่จะเดินทางไปสหรัฐฯ ถึงเกือบ 60,000 คนในปี 2558

-การยื่นขอวีซ่า เป็นการพิจารณาแบบ เป็นรายๆ ไป หรือ case-by-case ภายใต้กฎหมาย คนเข้าเมืองและสัญชาติ รวมทั้งกฎหมายอื่นๆ ของสหรัฐฯ

-เมื่อบุคคลใดได้ยื่นเอกสารสำหรับขอวีซ่าเข้าสหรัฐฯแล้ว เจ้าหน้าที่สถานกงสุลจะเป็นผู้ตรวจสอบข้อเท็จจริงในเอกสารของบุคคลนั้น และตัดสินว่าบุคคลดังกล่าวมีสิทธิจะได้รับการอนุมัติวีซ่าหรือไม่บนหลักการของกฎหมายสหรัฐฯ โดยการยื่นขอวีซ่าจะถูกปฏิเสธ ถ้าผู้ยื่นขอวีซ่าถูกพบว่าไม่มีสิทธิผ่านการอนุมัติวีซ่าตามกฎหมายคนเข้าเมืองและสัญชาติของสหรัฐฯ

-การบันทึกในเรื่องวีซ่า ถือเป็นความลับ ภายใต้กฎหมายสหรัฐฯ มาตรา 222(f) ของกฎหมายคนเข้าเมือง และสัญชาติสหรัฐฯ (Immigration and Nationality Act) ซึ่งห้ามไม่ให้เปิดเผยรายละเอียดต่อบุคคลอื่น

นอกจากนั้น ทางสถานทูตสหรัฐฯประจำประเทศไทย ยังชี้แจงว่า สามารถอ่านข้อมูลเก่ียวกับกระบวนการอนุมัติวีซ่า และเหตุผลต่างๆในการปฏิเสธวีซ่าให้แก่ผู้มายื่นขอวีซ่าได้ที่ https://travel.state.gov/content/visas/en/general/denials.html  ขณะที่ ตามกฎหมายของสหรัฐฯโดยทั่วไปแล้ว ผู้มายื่นขอวีซ่าเข้าประเทศสหรัฐฯ จะถูกสัมภาษณ์โดยเจ้าหน้าที่สถานทูต หรือสถานกงสุลของสหรัฐฯ หลังจากนั้น การจะอนุมัติให้วีซ่า หรือปฏิเสธการออกวีซ่า ขึ้นอยู่กับมาตรฐานตามหลักการของกฎหมายสหรัฐฯ

 

ระทึก แผ่นดินไหวกีวี ทำเขื่อนกั้นแม่น้ำแตก เตือนปชช.รีบอพยพขึ้นที่สูง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 พ.ย. 2559 14:44

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/783846

 

(แม่น้ำแคลเรนซ์)

ชาวนิวซีแลนด์ตื่นตระหนก.. แผ่นดินไหวรุนแรงเขย่าเมืองไครสต์เชิร์ช บนเกาะใต้ ทำเขื่อนแห่งหนึ่งกั้นแม่น้ำแคลเรนซ์ เกิดปริแตก จนทางการต้องออกคำเตือนให้ประชาชนรีบอพยพขึ้นที่สูง เพราะน้ำมหาศาลจะไหลลงสู่เบื้องล่าง ขณะที่กองทัพแดนกีวีเร่งส่ง ฮ. และเรือมาอพยพประชาชนที่เมืองไคคอรา เสียหายหนักสุด

เมื่อ 15 พ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความคืบหน้าเกิดเหตุแผ่นดินไหวครั้งใหญ่เขย่าเกาะใต้ของประเทศนิวซีแลนด์ ความรุนแรงขนาด 7.8 เมื่อวันที่ 13 พ.ย.ที่ผ่านมา อีกทั้งยังทำให้เกิดคลื่นยักษ์ สึนามิสูง 2 เมตรซัดฝั่ง จากนั้น วันรุ่งขึ้น (14พ.ย.) ยังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง ขนาด 6.2 เขย่าซ้ำบริเวณเกิดแผ่นดินไหวใหญ่ และเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมาหลายร้อยหน โดยเหตุแผ่นดินไหวในนิวซีแลนด์ ทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 2 ราย และสร้างความเสียหายเป็นบริเวณกว้างนั้น

ซีเอ็นเอ็นรายงานว่า สำนักงานฉุกเฉินของทางการเขตมาร์ลโบโรห์ ซึ่งเป็นเขตพื้นที่อยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเกาะใต้ ได้ทวิตข้อความผ่านทางทวิตเตอร์ สื่อสังคมบนโลกออนไลน์ เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 14 พ.ย. แจ้งเตือนให้ประชาชนในเขตมาร์ลโบโรห์ ควรรีบอพยพไปอยู่ที่สูงโดยด่วน เนื่องจากเขื่อนแห่งหนึ่งที่กั้นแม่น้ำ แคลเรนซ์ ได้เกิดรอยแตกขึ้นจากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่ครั้งนี้ จนทำให้น้ำปริมาณมหาศาลกำลังไหลลงสู่เบื้องล่าง ขณะเดียวกัน ทางการเขตมาร์ลโบโรห์ยังยืนยันว่าทีมกู้ภัยได้พบ กลุ่มของนักพายเรือคายัคในแม่น้ำแคลเรนซ์แล้ว หลังก่อนหน้านี้กลัวว่าพวกเขาจะหลงอยู่ในแม่น้ำ


ทางการเขตมาร์ลโบโรห์ ทวิตข้อความเตือนประชาชนรีบอพยพขึ้นที่สูง เนื่องจากเขื่อนแห่งหนึ่งกั้นแม่น้ำแคลเรนซ์เกิดปริแตก จากเหตุแผ่นดินไหว

นายกรัฐมนตรีจอห์น คีย์ แห่งนิวซีแลนด์ (ขวา) ขึ้นเฮลิคอปเตอร์สำรวจความเสียหายจากเหตุแผ่นดินไหวใหญ่

ด้านทีมกู้ภัยของกองทัพนิวซีแลนด์ ได้ส่งเฮลิคอปเตอร์ 4 ลำและเรืออีก 2 ลำไปเร่งอพยพบรรดานักท่องเที่ยวและประชาขนในเมืองไคคอรา ซึ่งได้รับความเสียหายหนักสุดจากเหตุแผ่นดินไหวออกจากพื้นที่ โดยสาเหตุที่ต้องใช้เฮลิคอปเตอร์ในการอพยพผู้คนออกจากเมืองไคคอรา ซึ่งอยู่ทางตะวันออกเฉียงเหนือของเมืองไครสต์เชิร์ช เนื่องจากถนนที่จะมายังเมืองไคคอรานั้น ได้รับความเสียหาย และบางช่วงมีดินถล่มลงมาจากภูเขาปิดกั้นถนนจนรถยนต์ไม่สามารถสัญจรไปมาระหว่างไครสต์เชิร์ช และไคคอราได้ อีกทั้ง ขณะนี้ ยังคงเกิดอาฟเตอร์ช็อก แผ่นดินไหวต่อเนื่องเขย่าพื้นที่ใกล้ศูนย์กลางแผ่นดินไหวอยู่ ตลอดเส้นทางจากเมืองไคคอราขึ้นเหนือไปยังกรุงเวลลิงตัน


ดินถล่มลงมาจากภูเขาปิดกั้นถนน ระหว่างเมืองไครสต์เชิร์ชกับไคคอรา

อพยพประชาชนออกจากเมืองไคคอรา หลังเกิดแผ่นดินไหวรุนแรง และยังคงเกิดอาฟเตอร์ช็อกตามมา

ด้านนายกรัฐมนตรีจอห์น คีย์ของนิวซีแลนด์กล่าวว่า ภารกิจเบื้องต้นในขณะนี้ของทางการ คือการจัดหาสิ่งของบรรเทาทุกข์ไปยังเมืองไคคอรา ขณะที่ตำรวจเตือนว่า น้ำประปาและกระแสไฟฟ้าในเมืองไคคอรากำลังใกล้จะหมดลงแล้ว แต่ยังมีประชาชนหลายร้อยคนที่อพยพออกมาจากบ้านเรือนหนีภัยแผ่นดินไหว มาอยู่ที่ศูนย์พักพิงชั่วคราว ส่วนกรุงเวลลิงตัน เมืองหลวงของนิวซีแลนด์ ซึ่งตั้งอยู่บนเกาะเหนือ แต่มีระยะห่างจากเมืองไครสต์เชิร์ช และไคคอรา ศูนย์กลางแผ่นดินไหวคราวนี้ ไม่ไกลมากนัก ยังคงเผชิญกับสภาพอากาศแปรปรวน ทั้งฝนตกและน้ำท่วม เมื่อวันอังคารที่ 15 พ.ย.


วัว 3 ตัว ประสบภัยแผ่นดินไหวติดอยู่บนเนินดิน ใกล้เมืองไคคอรา เดชะบุญมีเกษตรกรไปช่วยพาพวกมันลงมาได้

วันเดียวกัน บีบีซี รายงาน มีวัว 3 ตัวต้องประสบภัยแผ่นดินไหวเช่นกัน เพราะพวกมันต้องติดอยู่บนเนินดินเล็กๆ หาทางลงไม่ได้ เนื่องจากพื้นดินข้างๆ บริเวณเชิงเขาได้พังถล่มจากเหตุแผ่นดินไหว เดชะบุญ มีคนบนเฮลิคอปเตอร์ถ่ายรูปวัวทั้ง 3 และนำมาเผยแพร่ทางยูทูบ บนออนไลน์ สร้างความวิตกให้แก่ผู้คนที่ได้ดูคลิปนี้ และต่อมา ได้มีเกษตรกรคนหนึ่งได้ไปช่วยวัวทั้ง 3 ลงมาได้แล้วอย่างปลอดภัย

 

เดินเกมเร็ว!ทรัมป์-ปูติน ต่อสายคุย จับมือปรับสัมพันธ์ ร่วมกันปราบไอซิส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

โดย ไทยรัฐออนไลน์ 15 พ.ย. 2559 11:39

อ่านข่าวต่อได้ที่: http://www.thairath.co.th/content/783706

 

โดนัลด์ ทรัมป์ และประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน ต่อสายโทรศัพท์คุยกันแล้ว เห็นพ้องควรปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซียให้กลับคืนสู่ภาวะปกติ รวมถึงความร่วมมือกันปราบปรามกลุ่มสุดโหด ไอซิส

เมื่อ 15 พ.ย.59 สำนักข่าวต่างประเทศรายงานความเคลื่อนไหวของนายโดนัลด์ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ได้มีการพูดคุยทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินแห่งรัสเซีย ผู้นำชาติมหาอำนาจอีกชาติหนึ่ง ซึ่งได้โทรศัพท์มาถึงทรัมป์ เพื่อพยายามปรับปรุงความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐฯ กับรัสเซียทันที หลังทรัมป์คว้าชัยเลือกตั้งประธานาธิบดีสหรัฐฯ เมื่อวันที่ 8 พ.ย.ที่ผ่านมา และก่อนหน้านี้ มีรายงาน ทรัมป์ ได้โทรศัพท์พูดคุยกับประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน ผู้นำชาติมหาอำนาจในเอเชียไปแล้ว

ทำเนียบวังเครมลิน ในกรุงมอสโก แถลงว่า ประธานาธิบดีปูตินและนาย ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีใหม่สหรัฐฯ จะพยายามปรับปรุงความสัมพันธ์ของสหรัฐฯ กับรัสเซียให้กลับคืนสู่ระดับปกติ โดยประธานาธิบดีปูตินยังมุ่งหวังให้ทรัมป์ประสบความสำเร็จในการดำเนินการตามแผนงานต่างๆของการเลือกตั้ง โดยทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซียเปิดเผยด้วยว่า ทรัมป์และปูตินยังได้หารือถึงสถานการณ์ในซีเรีย พร้อมกับเห็นพ้องตรงกันว่า ความสัมพันธ์ระหว่างรัสเซียกับสหรัฐฯ ในขณะนี้อยู่ในระดับที่ไม่น่าพอใจอย่างยิ่ง ทั้งที่ความจริง สหรัฐฯ และรัสเซียได้สถาปนาความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างกันมานานถึง 210 ปี ในปี 2560 ที่จะถึงนี้ ด้วยเหตุนี้จึงควรที่จะกระตุ้นให้กลับมาสู่หลักปฏิบัติ และความร่วมมือเพื่อสร้างประโยชน์ซึ่งกันและกัน


ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูตินของรัสเซีย

ทำเนียบประธานาธิบดีรัสเซีย แถลงด้วยว่า ทรัมป์และปูติน ตกลงที่จะคงการติดต่อกันผ่านทางโทรศัพท์ และเตรียมจะพบปะหารือกันในวันต่อๆ ไป อย่างไรก็ตาม บีบีซี รายงานว่า วังเครมลินไม่ได้แจ้งแน่ชัดว่าทรัมป์หรือประธานาธิบดีปูติน ใครเป็นผู้ต่อสายโทรศัพท์ไปคุยก่อนในครั้งนี้ แต่ด้านสำนักงานของทรัมป์ ระบุว่าทางวังเครมลินได้โทรศัพท์มาหาทรัมป์ และประเด็นที่พูดคุยกันมีหลายเรื่อง อาทิ ความท้าทาย และภัยคุกคามจากกลุ่มก่อการร้าย รวมถึงยุทธศาสตร์ด้านเศรษฐกิจ โดยทรัมป์ยังบอกกับปูตินว่า เขาต้องการที่จะมีความสัมพันธ์ที่แข็งแกร่งและยั่งยืนกับประเทศและประชาชนชาวรัสเซีย  ขณะที่เว็บไซต์ มิร์เรอร์ยังรายงานด้วยว่า ทรัมป์ และปูติน ประกาศที่จะร่วมมือกันปราบปรามกลุ่มติดอาวุธ รัฐอิสลาม หรือไอซิส พร้อมทั้งเห็นตรงกันว่าการหารือระหว่างสหรัฐฯกับรัสเซีย ควรอยู่บนพื้นฐานของการเคารพซึ่งกันและกัน รวมทั้งไม่แทรกแซงก้าวก่ายกิจการภายในของกันและกัน ด้วย

ทั้งนี้ ทรัมป์ ว่าที่ประธานาธิบดีคนใหม่ของสหรัฐฯ ได้แสดงความเป็นมิตรกับรัสเซียมาตั้งแต่ช่วงที่เขาหาเสียงแล้ว โดยสถานีโทรทัศน์ในรัสเซียได้กล่าวถึงชัยชนะของทรัมป์ในการเลือกตั้งเหนือนางฮิลลารี คลินตัน คู่แข่งจากพรรคเดโมแครตว่า ทรัมป์ คือ ‘คนของประชาชน’ อีกทั้งชาวรัสเซีย ส่วนใหญ่ยังมองทรัมป์ว่า เขาเป็นนักปฏิบัติ และเป็นนักธุรกิจที่รัสเซียสามารถทำธุรกิจร่วมด้วยได้.

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้อง

จ่าย1$ก็พอ! ทรัมป์ ลั่น ไม่รับเงินเดือน 4แสน$ หลังรับตำแหน่งปธน.ปีหน้า

ทรัมป์โชว์ทีเด็ด ต่อสายคุยผู้นำจีน-สี จิ้นผิง ประกาศขอเงินเดือน1เหรียญ

 

มั่นใจ‘นาแปลงใหญ่’ปีที่สองไปโลด : กรมข้าวชี้เกษตรกรเริ่มเชื่อมั่นผลงาน-เร่งผลักดันสร้างความเข้มแข็ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243062

วันศุกร์ ที่ 4 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นางจุลมณี ไพฑูรย์เจริญลาภ ผู้เชี่ยวชาญด้านการส่งเสริมการผลิตข้าว กรมการข้าว เปิดเผยว่า ผลจากการดำเนินการส่งเสริมการผลิตข้าวในรูปนาแปลงใหญ่ของกรมการข้าวในช่วงที่ผ่านมา ปัญหาหลักที่พบ คือ เกษตรกรยังไม่คุ้นเคยกับการรวมกลุ่ม รวมแปลง ในการทำนาในพื้นที่ขนาดใหญ่ ทำให้ขาดความเข้าใจและความเชื่อมั่น ส่งผลให้ประสิทธิภาพการบริหารจัดการของแต่ละกลุ่มมีความแตกต่างกันไป หากกลุ่มมีผู้นำดีและสมาชิกมีความเข้าใจ ก็จะมีความเข้มแข็งสามารถดำเนินกิจกรรมต่างๆไปได้ ทำให้เกิดประสิทธิภาพในการผลิต สามารถจัดเชื่อมโยงการผลิตและการตลาด โดยเฉพาะการดำเนินนโยบายตามแนวทางประชารัฐที่กระทรวงพาณิชย์เข้ามาช่วยดูแลด้านการตลาด ขณะที่กระทรวงเกษตรฯโดยกรมการข้าว ดูแลคุณภาพผลผลิตและต้นทุนที่เกษตรกรอยู่ได้

สำหรับกิจกรรมที่กรมการข้าวนำไปถ่ายทอดให้กับนาแปลงใหญ่นั้น ไม่ได้เป็นเรื่องยาก เกษตรกรสามารถทำได้ ที่สำคัญกิจกรรมเหล่านี้ล้วนสะท้อนปัญหาของเกษตรกรที่ต้องการอยากให้เกิดขึ้นอยู่แล้ว โดยเฉพาะองค์ความรู้การลดต้นทุนการผลิตด้วยการทำนาแบบประณีต โดยแนะนำให้ลดอัตราเมล็ดพันธุ์และปรับเปลี่ยนวิถีจากทำนาหว่านเป็นนาดำหรือนาหยอด ซึ่งองค์ความรู้และเทคโนโลยีที่กรมการข้าวได้นำไปถ่ายทอด สามารถนำไปใช้แล้วได้ผลแน่นอน เพราะผ่านการพิสูจน์จนเห็นผลมาอย่างชัดเจนแล้ว ฉะนั้นสิ่งที่ต้องดำเนินการอย่างเข้มข้น คือ ต้องทำให้เกษตรกรเห็นว่าใช้ได้จริง ผ่านกิจกรรมแปลงเรียนรู้ของกลุ่ม ซึ่งปีแรกเกษตรกรอาจมีท่าทีลังเล แต่เมื่อเห็นผลตอบแทนที่ดีสามารถลดต้นทุนและเพิ่มผลผลิต ปีที่สองก็จะมีสมาชิกทำตามเพิ่มขึ้นการขยายผลก็ทำได้ง่ายขึ้นด้วย

“ฝากถึงเกษตรกรที่อยากเข้าร่วมโครงการนาแปลงใหญ่ต้องเข้ามาร่วมแรงร่วมใจกันทำจริงๆ และต้องเปิดรับความรู้ใหม่ๆ ต้องพร้อมเป็นนักทดลองหรือนักวิจัยด้วยตนเอง เพราะคงไม่มีนักวิจัยที่จะสามารถบอกได้ว่าพื้นที่ทั่วประเทศตรงไหนดีต้องใช้เทคนิคไหนจึงจะเหมาะสมที่สุด เกษตรกรเท่านั้นที่จะเป็นคนรู้เองทดลองพิสูจน์ทราบด้วยตัวเองแล้วท่านก็จะมีความเข้าใจมากขึ้น  อยากจะฝากว่าเกษตรกรอย่าไปเชื่ออะไรง่ายเพราะปัญหาที่ผ่านมาใครบอกอะไรก็เชื่อเขาหมด อย่างถ้าตอนนี้นักวิชาการมาบอกอะไรให้รับฟังและลองทำดูท่านก็จะได้ทั้งองค์ความรู้ที่ถูกต้องและนำไปปฏิบัติได้อย่างเหมาะสมกับพื้นที่ของตนเอง อีกทั้งต้องรู้จักวางแผนการผลิต จดบันทึกต้นทุนกำไร จะได้รู้ว่าจะต้องเดินไปข้างหน้าอย่างไรให้เกิดความมั่นคง ส่วนเรื่องการเชื่อมโยงตลาด หรือ
ด้านอื่นก็จะมีหน่วยงานพันธมิตรที่พร้อมจะเข้ามาสนับสนุนให้ครบวงจร” นางจุลมณี กล่าว

‘ทรงติดตามปฏิบัติการตลอดเวลา…’ บางส่วนจากผู้ถวายงาน‘ฝนหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243048

วันพฤหัสบดี ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 17.49 น.

3 พ.ย.59 นายประเสริฐ โกศัลวิตร อดีตอธิบดีกรมหม่อนไหม และกรมการข้าว กล่าวกับ “สกู๊ปแนวหน้า” ว่า ถือเป็นโชคดีอย่างหนึ่งในชีวิตของตน ที่ครั้งหนึ่งเคยได้ถวายงานพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในส่วนของโครงการพระราชดำริ “ฝนหลวง” ซึ่งทำให้ตนเห็นว่าพระองค์ทรงห่วงใยพสกนิกร โดยเฉพาะเกษตรกรอย่างยิ่ง

นายประเสริฐ กล่าวอีกว่า ในแต่ละปฏิบัติการฝนหลวงนั้น พระองค์ท่านจะทรงศึกษาสภาพอากาศจากแผนที่ภาพถ่ายทางอากาศด้วยพระองค์เอง ครั้งหนึ่งเคยรับทราบจากสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ว่า ในช่วงที่เกิดวิกฤติภัยแล้ง พระองค์ท่านจะทรงประทับนั่งกับพื้นเพื่อทรงงาน โดยมีแผนที่สภาพทางอากาศวางกับพื้น ในช่วงที่เกิดภัยแล้งพระองค์ท่านจะทรงศึกษาสภาพภูมิอากาศที่จะมีการเปลี่ยนแปลงว่าในช่วงที่แล้งๆนั้น จะสามารถรีบทำฝนหลวงได้ภายในกี่วัน จากนั้นพระองค์ท่านจะรับสั่งผ่านลงมาให้พวกเราไปตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษฝนหลวงช่วยเหลือเกษตรกร

‘ครั้งหนึ่งผมเป็นหัวหน้าหน่วยปฏิบัติการพิเศษฝนหลวงไปตั้งหน่วยที่ จ.แพร่ เพื่อเติมน้ำลงเขื่อนสิริกิติ์ มีเหตุการณ์หนึ่งที่ผมจำได้แม่น ในการพิมพ์ถวายรายงานประจำวันนั้น ปรากฏว่าผมพิมพ์ผิด ระหว่างที่ส่งเข้าไปนั้นก็มีเรื่องที่ตอบกลับมาเดี๋ยวนั้นทันทีจาก VR009-กส.9 ซึ่งเป็นสัญญาณเรียกขานทางวิทยุประจำพระองค์ ว่าที่ผมพิมพ์ผิดไปนั้นคืออะไร แสดงให้เห็นว่าพระองค์ท่านทรงติดตามปฏิบัติการฝนหลวงตลอดเวลา เหตุผลหนึ่งที่ทรงห่วงใยในเรื่องของน้ำ เพราะเวลาเข้าเฝ้าฯทุกครั้งจะทรงรับฝั่งว่าน้ำมีความสำคัญมากต่อภาคการเกษตร’ นายประเสริฐ กล่าว 

นายประเสริฐ กล่าวต่อว่า อีกประสบการณ์ คือ เดือน มี.ค.2542 ช่วงนั้นเกิดวิกฤติภัยแล้ง พระองค์ทรงมีรับสั่งให้ตั้งหน่วยปฏิบัติการพิเศษฝนหลวงที่ จ.นครสวรรค์ ครั้งนั้นพระองค์ท่านจะรับสั่งเป็นแผนที่สภาพอากาศมาว่าวันนี้ให้ขึ้นทำงานบริเวณนี้ ใช้สารเคมีสูตรนี้ มีบางวันทรงให้ทดสอบบินตอนกลางคืนประมาณตี 2 -3 ให้ขึ้นบินโปรยสารเคมีเป็นสูตรเย็นเหนือบริเวณบึง หรือที่มีน้ำอยู่ เพื่อดึงความชื้นรอถึงเช้า เพื่อที่จะสามารถมีความชื้นทำฝนหลวงได้

นอกจากนี้ช่วงปี 2541-2542 ที่มีปัญหาภัยแล้ง ประกอบกับประเทศกำลังมีปัญหาด้านเศรษฐกิจ เกิดภาวะฟองสบู่แตก มีคนตกงานจำนวนมาก ในระหว่างที่ตนเปิดปฏิบัติการฝนหลวงนั้น พบว่ามีการปลูกข้าวในลุ่มน้ำเจ้าพระยามากจริงๆ มีครั้งหนึ่งตนขับรถผ่านเข้าไปดูในพื้นที่ ไปพบเกษตรกรก็ได้คุยกับเขา สิ่งหนึ่งที่ได้ยินแล้วแทบจะน้ำตาไหล คือ บางคนตกงานมา แล้วกลับบ้านมาปลูกข้าวก็ยังพอมีกิน เพราะเขาเชื่อมั่นในพระองค์ท่านว่าจะสามารถช่วยเขาได้

นั่นคือศรัทธาและความเชื่อมั่นของเกษตรกร และพสกนิกรชาวไทยที่มีต่อพระองค์ท่าน ในฐานะที่เคยถวายงานผมเห็นตลอดว่าพระองค์ท่านไม่เคยปล่อยปละละเลย หรือละเว้น ในการที่จะดูแลว่าจะทำอย่างไรให้น้ำมีพอใช้สำหรับการเกษตรและการอุปโภคบริโภค ไม่ใช่เกิดเหตุแล้วเพิ่งจะมารับสั่ง แต่ทุกอย่างพระองค์ท่านได้เตรียมอะไรไว้หมดแล้ว เตรียมไว้ล่วงหน้า และด้วยน้ำพระทัยที่แปรเปลี่ยนเป็นสายฝนที่โปรยปรายลงมา หลังทำฝนหลวงก็ช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับพื้นที่การเกษตรหลายพื้นที่

‘พวกผมในฐานะที่ทำงานฝนหลวง เชื่อมั่นในพระบารมี ส่วนตัวผมนั้นทุกครั้งที่ขึ้นบินทำงาน ผมจะยกมือไหว้ ขอพระบารมีของพระองค์ท่านคุ้มครองพวกเรา ตลอดระยะเวลาเป็น 10 ปี ที่ทำงานกันมาทุกคนก็ปลอดภัยดี ผมเชื่อมั่นต่อพระบารมี พระองค์เคยทรงมีรับสั่งว่าการที่เราตั้งใจดี ทำดี ผลจะออกมาดี ทำให้เกษตรกรในพื้นที่แห้งแล้งได้รับประโยชน์ ตามที่พระองค์ท่านทรงห่วงใยพสกนิกรของพระองค์เป็นอย่างมาก ตรงนี้คือสิ่งที่ผมและผู้ปฏิบัติงานฝนหลวงยึดมั่น’ นายประเสริฐ กล่าวทั้งน้ำตา

สศก.เสนอเวทีความมั่นคงอาหารโลก ยึดแนวทางพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/243047

วันพฤหัสบดี ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 17.36 น.

3 พ.ย.59 นายวินิต อธิสุข ผู้อำนวยการกองเศรษฐกิจการเกษตรระหว่างประเทศ สำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยถึงการร่วมประชุมคณะกรรมการความมั่นคงอาหารของโลก หรือ CFS (Committee on Food Security) ครั้งที่ 43 ณ กรุงโรม ประเทศอิตาลี เพื่อหารือเกี่ยวกับการพัฒนาเกษตรกรรมที่ยั่งยืนเพื่อความมั่นคงอาหารและโภชนาการ รวมถึงบทบาทของภาคปศุสัตว์ ในฐานะเป็นกลไกขับเคลื่อนที่ทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงที่สำคัญของเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมในระบบอาหารทั่วโลก ได้นำเสนอให้ที่ประชุมรับทราบถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีพระราชดำริในเรื่องแหล่งอาหารโปรตีนของคนไทยมาช้านาน โดยได้ทรงนำโคนมเข้ามาในประเทศไทยเมื่อกว่า 70 ปีที่แล้ว ตลอดจนยังได้พระราชทานส่งเสริมให้เกษตรกรเลี้ยงแหล่งอาหารโปรตีนที่หลากหลาย เช่น ปลานิล สุกร ไก่ เป็นต้น และยังทรงพระราชทานแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อการพัฒนาการเกษตรอย่างยั่งยืน สร้างภูมิคุ้มกันและความยืดหยุ่นให้แก่เกษตรกรไทย ภายใต้การเปลี่ยนแปลงในบริบทต่างๆ ตลอดจนเพื่อให้เกษตรกรรายย่อยมีความพร้อมในการเข้าสู่กลไกตลาด

นอกจากนั้น ยังได้เผยแพร่การดำเนินงานของไทยในส่วนที่เกี่ยวข้อง เช่น การดำเนินงานเรื่องเชื้อดื้อยาในสัตว์ การดำเนินงาน Agri – Map และการจัดงานตลาดดิจิตอลเพื่อเชื่อมโยงเกษตรกรรายย่อยเข้าสู่ตลาดสมัยใหม่

‘ฝนหลวง’เติมน้ำเขื่อนพ้นแล้ง ‘ฉัตรชัย’เร่งหน่วยงานช่วยพื้นที่น้ำท่วม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242988

วันพฤหัสบดี ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.55 น.

ฉัตรชัย ปลื้มฝนหลวงพระราชทาน ช่วยเหลือประชาชนได้แท้จริง ปฏิบัติการเติมน้ำเขื่อนอีสานเพิ่มขึ้นพ้นภัยแล้ง กำชับกรมชลฯ ร่องฝนลงภาคใต้ ระดมคลี่คลายน้ำท่วม อ.หัวหิน เร่งตั้งเครื่องสูบน้ำจุดท่วมประจำพื้นที่เศรษฐกิจ ประสาน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงทรัพย์ฯ เข้าช่วยเหลือประชาชนได้รับผลกระทบจากน้ำท่วม

3 พ.ย.59 พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รัฐมนตรีว่าการเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า ได้ติดตามสถานการณ์น้ำ ภาคเหนือไม่มีปัญหา ส่งผลให้พื้นที่น้ำท่วมกลับสู่ปกติ เช่น คลองโผงเผง อ.บางบาล ลดลงวันนี้ ยังมีน้ำท่วมที่ อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา เพราะมีน้ำจากแม่น้ำสะแกกรังเพิ่มลงมา ตนจึงสั่งการให้ลดการระบายเขื่อนพระรามหก ลงจาก 80 ลบ.ม.ต่อวินาที เหลือ 20 ลบ.ม.ต่อวินาที เพื่อลดประมาณสะสมในแม่น้ำเจ้าพระยา ทำให้น้ำท่วม อ.เสนา ลดระดับลงได้เร็วขึ้น

สำหรับสถานการณ์น้ำท่วมลุ่มน้ำเพชรบุรี จากฝนตกท้ายเขื่อนแก่งกระจาน ที่ยังรับน้ำได้อีกมาก แต่ฝนตกท้ายเขื่อนทำให้น้ำในอ่างเก็บน้ำห้วยประจันต์เต็มความจุ จนล้นมาที่เขื่อนเพชร ต้องเร่งระบายน้ำ 180 ลบ.ม.ต่อวินาที ไปจนอ่าวไทย โดยระยะทางผ่าน อ.เมือง อ.บ้านแหลม มีคันกั้นน้ำหมด แต่เกิดพังจึงท่วม ตนเข้าใจว่าช่วง 2 ปี ไม่มีฝน ขาดการดูแลปล่อยปละละเลย ทำให้คันเสียหาย ทั้งนี้ให้กรมชลฯ ติดตามสถานการณ์น้ำท่วม ที่หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับทางท้องถิ่นอย่างใกล้ชิด ที่ท่วมขังเป็นประจำให้เร่งติดตั้งเครื่องสูบน้ำ ช่วยพื้นที่เศรษฐกิจ โดยขณะนี้ร่องฝนลงภาคใต้ ให้กรมชลฯ ร่วมมือกับกระทรวงหมดไทย กระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อช่วยเหลือประชาชนในพื้นที่ได้รับผลกระทบจากน้ำท่วมทันที

สำหรับภัยแล้งพื้นที่อีสานใต้ เริ่มดีขึ้นโดยกรมฝนหลวงฯ ได้เพิ่มน้ำเขื่อนลำตะคอง เขื่อนลำพระเพลิง โดยมีระดับน้ำดีขึ้น ถือว่าได้น้อมนำแนวปฏิบัติเรื่องฝนหลวงพระราชทาน ตามโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ สามารถช่วยเหลือประชาชนแท้จริง ได้ดำเนินการฝนหลวงมาต่อเนื่องตั้งแต่เดือน ก.ย.จนถึงปัจจุบัน ตนกังวลเรื่องภัยแล้งตั้งแต่แรกจึงให้เริ่มทำฝนหลวงล่วงหน้าก่อน 1 เดือน ทำให้มีน้ำเพิ่มขึ้นได้ ถือเป็นผลงานน่าชื่นชมกรมฝนหลวงที่ปฏิบัติภาระกิจลุล่วงตามพระราชประสงค์ของในหลวง

ด้าน นายสุรสีห์ กิตติมณฑล อธิบดีกรมฝนหลวงและการบินเกษตร กล่าวว่า จากที่สภาพอ่างเก็บน้ำภาคอีสานตอนใต้ มีน้ำน้อย รมว.เกษตรฯ ได้สั่งการให้กรมฝนหลวงฯ ระดมเครื่องบิน 11 ลำ จาก 3 หน่วย เช่น นครราชสีมา ขอนแก่น บุรีรัมย์  ซึ่งเป็นแนวทางที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงพระราชทานไว้ในห้วงเกิดวิกฤติภัยแล้งปีที่ผ่านมา พระองค์ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ตั้งจุดฝนหลวงพิเศษ ระดมสรรพกำลังไปทำฝนเพิ่มน้ำให้ตรงจุด เพื่อแก้ไขการขาดแคลนน้ำให้กับราษฎร โดยกรมฝนหลวงฯ ได้น้อมนำมาปฏิบัติทุกขั้นตอน จึงทำให้การปฏิบัติการเติมน้ำเขื่อนประสบผลสำเร็จ เช่นเพิ่มน้ำ เขื่อนลำพระเพลิง ได้ 3 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนลำตะคอง 27 เปอร์เซ็นต์ แต่ยังมีน้ำน้อยกว่าปี 58 เขื่อนมูลบน 47 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนลำแซะ 32 เปอร์เซ็นต์  โดยมีน้ำสูงกว่าปี 58 รวมทั้งเพิ่มน้ำให้เขื่อนแก่งกระจาน 20 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนปราบุรี 29 เปอร์เซ็นต์ เขื่อนบางลาง 12 เปอร์เซ็นต์ อย่างไรก็ตาม จะปฏิบัติงานต่อเนื่องจนกว่าสภาพอากาศไม่เอื้อ แต่ในขณะนี้มีความชื้นสูงเกิน 70 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งยังเอื้อทำการฝนหลวง

ด้านนายสัญชัย เกตุวรชัย อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ปริมาณน้ำภาพรวมปีนี้มีประมาณ 49,191 ล้านลบ.ม.เป็นน้ำใช้การได้ 25,664 ล้านลบ.ม. คิดเป็น 54 เปอร์เซ็นต์ โดยมากกว่าปี 58 กว่า 9 พันล้านลบ.ม. ที่น้ำมีน้ำใช้การ 17,578 ล้านลบ.ม. หรือ 38 เปอร์เซ็นต์ โดยมีเขื่อนที่มีน้ำมากว่า 81 เปอร์เซ็นต์ มี 11 แห่ง และเขื่อนที่มีน้ำ 51-80 เปอร์เซ็นต์ 14 แห่ง ส่วนเขื่อนมีน้ำเกณฑ์พอใช้ 31-50 เปอร์เซ็นต์ 7 แห่ง และเขื่อนมีน้ำน้อย ต่ำกว่า 30 เปอร์เซ็นต์  2 แห่ง คือเขื่อนปราบุรี เขื่อนบางลาง สำหรับ 4 เขื่อนหลักลุ่มเจ้าพระยา เขื่อนภูมิพล สิริกิติ์ แควน้อย และเขื่อนป่าสักฯ มีน้ำใช้การ 9,704 ล้านลบ.ม. มากกว่าปี 58 ที่มีน้ำใช้การเพียง 4,247 ล้านลบ.ม. ปริมาณน้ำต่างกัน 5 พันกว่าล้านลบ.ม.

ส่วนสถานการณ์น้ำท่วมลุ่มเจ้าพระยา ยังมีน้ำท่วม อ.เสนา จ.พระนครศรีอยุธยา โดย พล.อ.ฉัตรชัย สาริกัลยะ รมว.เกษตรฯ สั่งให้ ลดการระบายน้ำจากท้ายเขื่อนพระรามหก จาก 80ลบ.ม.ต่อวินาที เหลือ 20 ลบ.ม. ต่อวินาที ทำให้ปริมาณน้ำไหลมารวมที่แม่น้ำเจ้าพระยา สะสมน้อยลง ส่งผลให้ อ.เสนา ระดับน้ำลดลงต่ำกว่าตลิ่งเร็วขึ้น

อธิบดีกรมชลประทาน กล่าวอีกว่า สถานการณ์น้ำท่วมพื้นที่ลุ่มน้ำเพชรบุรี ยังท่วม 2 อำเภอ อ.เมือง และ อ.บ้านแหลม เป็นบริเวณพื้นที่ท่วมท้ายเขื่อนแก่งกระจาน เพราะฝนตกท้ายเขื่อน มีปริมาณน้ำไหลลงที่ลุ่มน้ำเพชรบุรี ระบายผ่านเขื่อนเพชร ได้ควบคุม 200 ลบ.ม.ต่อวินาที ช่วงผ่านตัวเมืองมีคันกั้นน้ำทรุดตัวทำให้ไหลทะลักเข้า อ.เมือง มากขึ้น ขณะนี้ได้เร่งซ่อมจุดขาดแล้ว โดยเร่งผลักดันไหลลงทะเล ที่ อ.บ้านแหลม นำเครื่องผลักดันน้ำไปติดตั้ง 8 เครื่อง ทำให้ไหลลงทะเลเร็วยิ่งขึ้น ถ้าไม่มีฝนเพิ่มจะกลับสู่ปกติภายในวันพรุ่งนี้ นอกจากนี้ได้สั่งให้ชลประทานในพื้นที่ อ.หัวหิน จ.ประจวบคีรีขันธ์ ร่วมกับเทศบาลหัวหิน เนื่องมีฝนตกหนักต่อเนื่องเกิดน้ำท่วมขัง ให้ไปติดตั้งจุดเครื่องสูบน้ำในพื้นที่ท่วมขังเป็นประจำทุกจุดเพื่อช่วยสูบน้ำออกจากพื้นที่เศรษฐกิจแล้ว

 

กรมส่งเสริมสหกรณ์รับซื้อ’ข้าวหอมมะลิ’2แสนตัน แปรรูปขายราคาถูก!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/242985

วันพฤหัสบดี ที่ 3 พฤศจิกายน พ.ศ. 2559, 14.34 น.

3 พ.ย.59 นายวิณะโรจน์ ทรัพย์ส่งสุข อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวว่า ทุกสหกรณที่มีศักยภาพในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ และภาคเหนือ 47 แห่ง กำลังเร่งเดินหน้ารับซื้อและสีแปรรูปข้าวหอมมะลิบรรจุถุงจำหน่ายในราคาต่ำกว่าท้องตลาด โดยเข้าซื้อตามราคาจำนำยุ้งฉางของรัฐบาล และให้ทุกหน่วยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมนำไปจำหน่ายด้วยทั่วประเทศ เพื่อช่วยพยุงราคาข้าวไม่ให้ตกต่ำไปมากกว่านี้ โดยขณะนี้ข้าวหอมมะลิกำลังทยอยเข้าสต็อกของสหกรณ์ เบื้องต้นตั้งเป้า 2 แสนตัน หากสามารถจำหน่ายได้ดีจะเพิ่มปริมาณมากขึ้นและทำต่อเนื่อง รับซื้อข้าวเจ้ามาแปรรูป ซึ่งกำลังใกล้ฤดูที่กำลังจะออกมามากในเดือน ธ.ค.59 – ม.ค.60 ซึ่งมีปริมาณมากกว่าข้าวหอมมะลิ ซึ่งข้าวหอมมะลิจะมีปริมาณสูงสุดกลางเดือนนี้ และลดลงช่วงเดือน ธ.ค.

“ปริมาณข้าวหอมมะลิรับซื้อตามสต็อกที่ตั้งไว้ 2 แสนตัน ตอนนี้ข้าวหอมมะลิซึ่งเป็นข้าวใหม่กำลังทยอยเข้ามา ต้องมาปรังปรุงสภาพ ก่อนบรรจุถุง โดยวันที่ 5 พ.ย.นี้ จะเปิดตัวจำหน่ายล็อตแรกที่องค์การตลาดเพื่อการเกษตร (อตก.) และวันที่ 15 พ.ย.นี้ จะเปิดจุดจำหน่ายด้านหน้ากระทรวงเกษตรฯ ถนนราชดำเนินนอก เพื่อให้ประชาชนที่มาถวายสักการะพระบรมศพ อยากช่วยชาวนา และให้ประชาชนได้ซื้อข้าวถุงคุณภาพดีราคาถูกที่มาจากสหกรณ์ คาดว่าจะดึงราคาข้าวปรับตัวดีขึ้น ส่งผลให้ข้าวขาวราคาไม่ตกด้วย” อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าว