‘สำนักพระราชวัง’เปิดถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศ29ต.ค.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241523

'สำนักพระราชวัง'เปิดถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศ29ต.ค.

‘สำนักพระราชวัง’เปิดถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมโกศ29ต.ค.

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.49 น.

24 ต.ค.59 สำนักพระราชวัง แจ้งว่า สำนักพระราชวังได้รับพระราชานุญาต ในการเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดังนี้

1.ในวันที่ 28 ต.ค.59 สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายความอาลัย ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.30 น.อีกหนึ่งวัน

2.พระราชทานพระราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายหลังพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.59 เป็นต้นไป เวลา 08.00 – 21.00 น.ทุกวัน (ยกเว้นช่วงมีพระราชพิธีบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท)

การแต่งกาย โปรดแต่งกายสุภาพไว้ทุกข์สีดำ ชุดชาวเขาสำหรับชาวเขา ชุดลูกเสือสำหรับลูกเสือ ชุดนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ถูกต้องตามระเบียบของสถานศึกษานั้นๆ

สุภาพบุรุษ ขอความกรุณาสวมเสื้อมีปกสีดำ กางเกงขายาวสีดำ (งดเว้นกางเกงยีนส์) รองเท้าหุ้มส้นสีดำ

สุภาพสตรี ขอความกรุณาสวมชุดสุภาพที่ดำ มีแขน ไม่รัดรูป กระโปรงยาวคลุมเข่าหรือผ้าถุง (งดเว้นกระโปรงยีนส์) รองเท้าหุ้มส้นสีดำ

หมายเหตุ ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.59 เป็นต้นไป ไม่มีการลงนามถวายความอาลัย

‘พระองค์โสมฯ’เสด็จทอดไก่ครั้งที่3 ประทานประชาชนที่สนามหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241522

'พระองค์โสมฯ'เสด็จทอดไก่ครั้งที่3 ประทานประชาชนที่สนามหลวง

‘พระองค์โสมฯ’เสด็จทอดไก่ครั้งที่3 ประทานประชาชนที่สนามหลวง

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.44 น.

24 ต.ค.59 เวลา 13.57 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะอุปนายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก ทรงรถด้วยพระองค์เอง เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ พร้อม หม่อมหลวงสราลี กิติยากร มายังรถหน่วยเคลื่อนที่ “เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย ที่บริเวณด้านหน้าของกรมศิลปากร  การนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี เสด็จทรงทอดไก่หมักสูตรพิเศษของพระองค์เอง เป็นครั้งที่ 3 เพื่อจัดเป็นเมนูข้าวเหนียวไก่ทอด โดยมี ม.ล.สราลี มาร่วมแจกจ่ายข้าวเหนียวไก่ทอดให้กับประชาชนที่มาเข้าแถวรอรับประทานข้าวเหนียวไก่ทอดเป็นจำนวนมาก สร้างความปลื้มปิติให้กับประชาชนอย่างมาก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในระหว่างที่พระองค์โสมฯ ทรงทอดไก่  ทรงมีรับสั่งกับประชาชนที่นำเด็กมาด้วย ว่า  ดูแลลูกๆหลานๆดีๆนะ

ด้านนางสายสม วงศาสุลักษณ์ กรรมการมูลนิธิฯ  กล่าวว่า วันนี้ มูลนิธิฯ ได้เพิ่มไก่จาก1,000 กิโลกรัม เป็น 1,500 กิโลกรัม ส่วนข้าวเหนียว 500 กิโลกรัม โดยพระองค์ท่านทรงรับสั่งว่าให้แจกจ่ายให้เพียงพอกับประชาชนที่มาเข้าคิวรอรับไก่ทอด และให้เจ้าหน้าที่จัดน้ำดื่มมอบให้แก่ประชาชนอย่างทั่วถึงด้วย

นายธนาตย์ หวีวงมา อายุ 48 ปี ชาวบ้าน ต.นครไทย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ซึ่งเดินทางมาทำงานอยู่ที่ จ.ระยอง ได้พาครอบครัวมาร่วมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และได้มีโอกาสเข้ารับประทานข้าวเหนียวไก่ทอด ว่า  รู้สึกปลื้มใจมากที่ได้มีโอกาสรับประทานไก่ทอดจากฝีมือพระองค์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ

นางบุปผา อ่อนลา อายุ 42 ปี ชาวจังหวัดอุบลราชธานี เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และมาต่อแถวรับข้าวเหนียวไก่ทอดกับเพื่อน ๆ บอกความรู้สึกว่าดีใจและปลื้มปิติมาก ไม่เคยเฝ้าฯ รับเสด็จพระองค์โสมฯอย่างใกล้ชิดแบบนี้มาก่อน ซึ่งแม้อากาศจะร้อนอบอ้าวแต่ก็ทรงไม่ท้อ นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างยิ่ง

ส่วน น.ส.หทัยกาญจน์ อายุ 20 ปี ชาวกรุงเทพฯ ที่มาเป็นจิตอาสาเดินแจกน้ำดื่มและช่วยเก็บขยะรอบๆสนามหลวง บอกว่าเป็นครั้งแรกที่ได้รับอาหารประทานจากพระองค์โสมฯ รู้สึกปลาบปลื้มที่ได้รับประทานอาหารทรงปรุงจากพระองค์ มื้อนี้จึงเป็นมื้อที่อร่อยที่สุดของวันนี้เลยทีเดียว

‘นายกฯสปป.ลาว’วางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241504

'นายกฯสปป.ลาว'วางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ

‘นายกฯสปป.ลาว’วางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.41 น.

24 ต.ค.59 เมื่อเวลา 14.20 น.นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว และนางนาลี สีสุลิด ภริยา วางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ และลงนามถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และศาลาว่าการสำนักพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง

‘ปธน.สิงคโปร์’วางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241502

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.31 น.

24 ต.ค.59 เมื่อเวลา 13.45 น.นายโทนี่ ตัน เค็ง ยัม ประธานาธิบดีสิงคโปร์ และนางเมรี ตัน ภริยา วางพวงมาลาถวายสักการะพระบรมศพ และลงนามถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท และศาลาว่าการสำนักพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง

 

สมเด็จพระบรมฯทรงห่วงใยปชช. พระราชทานอาหาร-น้ำดื่ม3มื้อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241494

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 14.31 น.

24 ต.ค.59 สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ และลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้หน่วยทหารมหาดเล็กราชวัลลภรักษาพระองค์ฯ ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร นำอาหาร ขนม ผลไม้ และน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน โดยตั้งอยู่บริเวณทิศใต้ของท้องสนามหลวง ใกล้พระบรมมหาราชวัง

ทั้งนี้ สำหรับอาหารพระราชทาน มี 3 เวลา ประกอบด้วย อาหารเช้า เวลา 07.30 น.จำนวน 5,000 ชุด อาหารกลางวัน เวลา 11.30 น.จำนวน 5,000 ชุด และอาหารเย็น เวลา 15.30 น.จำนวน 5,000 ชุด

โดยเจ้าหน้าที่ทหารมหาดเล็กฯ นายหนึ่ง เปิดเผยว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร รับสั่งว่า พสกนิกรที่มาเป็นแขกของพระองค์ ฉะนั้นต้องทำให้พสกนิกรได้รับความสะดวกสบายที่สุด ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด จึงได้พระราชทานอาหาร โดยรับสั่งว่า ต้องดี ต้องอร่อย เมนูปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมแต่ละวัน เช่น ข้าวขาหมูตรอกซุง ข้าวแกงต่างๆ ก๋วยเตี๋ยว ซึ่งจะนำมาจากร้านที่มีชื่อเสียง 2 เจ้าๆ ละ 2,500 ชุด แจกร่วมไปกับน้ำดื่มและน้ำสมุนไพรที่เตรียมไว้ 500 ลิตร เช่น น้ำกระเจี๊ยบ เก็กฮวย พร้อมขนมจากร้านมีชื่อเสียง และขนมจากร้านค้าสวัสดิการข้าราชบริพารในพระองค์ เช่น ซาลาเปานพเก้า ตลอดจนผลไม้ต่างๆ นอกจากนี้ ยังจัดแพทย์อาสามาให้บริการพสกนิกรที่มาอีกด้วย

กอร.รส.มั่นใจดูแลปชช.ถวายอาลัย คาดรองรับได้1หมื่นคนต่อวัน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241490

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 14.07 น.

24 ต.ค.59 ที่กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย(กอร.รส.) พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะ ผู้ได้รับมอบหมายให้ดูแลความเรียบร้อยและการจราจรบริเวณรอบพระบรมหาราชวัง กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรองรับประชาชนที่จะเดินทางสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายใน พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ ว่า จากการประชุมร่วมกับสำนักพระราชวังแล้ว จะเปิดให้ประชาชนได้เข้าสักการะพระบรมศพ เป็นช่วงเวลาเนื่องจาก จะมีการประกอบพระราชพิธีควบคู่ไปด้วย ซึ่งทางกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย จะอำนวยความสะดวกให้มากที่สุด คาดว่า จะสามารถเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะพระบรมศพได้ประมาณ 1 หมื่นคนต่อวัน ซึ่งกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย จะพยายามจัดคิวให้เป็นระเบียบมากที่สุด และจะมีการประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อหาวิธีให้ประชาชนได้เข้าไปสักการะพระบรมศพให้ได้มากที่สุด

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวอีกว่า ส่วนสถานการณ์ภาพรวมโดยรอบพระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวงในช่วงวันหยุดเสาร์และอาทิตย์ที่ผ่านมา นั้น พบว่า ยังคงมีปัญหาเรื่องการจราจรที่คับคั่ง และประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก เกินข้อจำกัดที่เจ้าหน้าที่จะรับไหว แต่ทุกอย่าง ก็ได้รับการคลี่คลายอย่างรวดเร็วจากความร่วมมือของประชาชน ทั้งนี้ ส่วนตัวขอชื่นชมทีมแพทย์และจิตอาสาที่คอยช่วยเหลือประชาชนที่เป็นลมจำนวนมากได้ทันเวลา พร้อมขอฝากไปถึงผู้ปกครองที่นำบุตรหลานเดินทางมายังพื้นที่ท้องสนามหลวง ให้เขียนชื่อและนามสกุลติดไว้กับตัวเด็กเพื่อป้องกันการผลัดหลง รวมถึง ผู้สูงอายุควรเขียนชื่อโรคประจำตัวและนำยารักษาโรคติดตัวมาด้วยเพื่อให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวอีกว่า สำหรับการก่อสร้างสะพานเเบรี่ M2ทั้งสองสะพานนั้น  เป็นการแก้ไขปัญหาการจราจรที่คับคั่ง และไม่ต้องการให้ประชาชนลงไปเดินบนถนน ส่วนจะมีการก่อสร้างเพิ่มเติมหรือไม่ คงต้องดูจากจำนวนของประชาชนที่เดินทางมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งทาง กอร.รส. ก็พร้อมที่จะดำเนินการก่อสร้างในทันที ตลอด 24 ชั่วโมง

นอกจากนี้ความต้องการสิ่งของที่จะนำมาบริจาค นั้น สิ่งที่ต้องการในขณะนี้คือ อาหารแห้งที่สามารถเก็บรักษาไว้ได้นาน และของใช้ประเภทถุงขยะ เพื่อให้กลุ่มจิตอาสานำไปใช้เก็บขยะได้ต่อไป

พสกนิกรทยอยเข้าสนามหลวง เพื่อถวายสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241485

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 13.44 น.

24 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริเวณท้องสนามหลวงยังมีพสกนิกรทยอยเดินทางเข้ามาถวายความอาลัยพระบรมศพเป็นจำนวนมาก ซึ่งไม่ต่างจากวันหยุดในช่วงวันเสาร์ – อาทิตย์ที่ผ่านมา

ซึ่งบริเวณโดยรอบยังคงมีจิตอาสาจากหน่วยงานต่างๆ บริการรับ-ส่งฟรีมาประจำจุดให้บริการ เพื่ออำนวยความสะดวกตลอดทั้งวัน

 

ประชาชนหลั่งไหล!เข้าถวายสักการะพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241483

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 13.23 น.

24 ต.ค.59 ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงถวายความอาลัยพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยตั้งแต่เวลา 08.05 น.มีประชาชนจำนวนมากพาครอบครัวมาเข้าแถวรอ เพื่อเดินทางเข้าแสดงออกถึงความจงรักภักดีอย่างเนืองแน่น เนื่องจากเป็นวันหยุดชดเชย

น.ส.ยุวดี บุตรวงษ์ อายุ 39 ปี ข้าราชการครูวิทยาลัยเทคนิคนครนายก กล่าวว่า ในฐานะพสกนิกรไทยคนหนึ่งก็รู้สึกเศร้าเสียใจและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระองค์ทรงมีต่อประชาชนคนไทยทุกคน และในฐานะที่ตนเป็นครู ก็จะยึดมั่นในคำสอนที่ว่า ครูต้องสอนให้เด็กเป็นคนดี จึงได้น้อมนำคำสอนของพระองค์มาปฏิบัติ โดยจะอบรมสั่งสอนให้ลูกศิษย์มีความรู้และเป็นคนดีของประเทศชาติในอนาคตต่อไป และนำเรื่องการประหยัดใช้ของอย่างคุ้มค่า โดยดูจากพระราชจริยวัตรของพระองค์ ในการใช้ดินสอ ยาสีฟัน และรองเท้าให้คุ้มค่า ซึ่งก็เข้ากับหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รู้จักทำรายรับรายจ่าย ใช้เงินให้พอดีกับตัว ไม่ฟุ่มเฟือย ดูว่าตัวเองขาดหรือแค่อยากได้ นำของที่มีอยู่มาปรับใช้ใหม่

นางจุฑารัตน์ อุตรนาค อายุ 47 ปี ชาว ต.ขุนทะเล อ.ลานสกา จ.นครศรีธรรมราช พาแม่และครอบครัวเดินทางมาร่วมแสดงความอาลัย ด้วยความจงรักภักดีที่มีต่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่พระองค์ทำทุกอย่างเพื่อคนไทย โดยเฉพาะด้านการศึกษา ที่สามารถเป็นแรงบันดาลใจให้ตนได้เป็นอย่างดี ซึ่งขณะนี้ตนกำลังเรียนต่อปริญญาโท และทุกครั้งที่ตนไม่อยากเรียนก็จะนึกถึงพระองค์ท่าน ว่าหากเรามีความรู้ก็สามารถช่วยเหลือสังคมได้ส่วนหนึ่ง ก็เท่ากับได้ช่วยพระองค์ท่าน และได้น้อมนำคำสอนในเรื่องเศรษฐกิจพอเพียงมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน และที่ภูมิใจคือ การได้นำคำสอนของพระองค์ไปถ่ายทอดให้น้องๆ ที่มีรายได้น้อย สามารถอยู่ได้หากรู้จักพอเพียง และไม่ยึดวัตถุ เราก็สามารถอยู่ได้โดยไม่มีหนี้สิน ความรู้สึกขณะก็เสียใจ แต่รู้สึกว่าพระองค์ท่านยังอยู่ แต่อยู่บนสรวงสวรรค์กับพสกนิกรชาวไทยของพระองค์ และคอยปกป้องคุ้มครองบ้านเมืองให้ร่มเย็นเป็นสุขต่อไป

ทั้งนี้ ที่บริเวณประตูมณีนพรัตน์ นายธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ผู้บริหารโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา พร้อมด้วย นางชนัดดา จิราธิวัฒน์ , นายพชร จิราธิวัฒน์ ดารานักแสดง และครอบครัว เดินทางเข้าลงนามแสดงความอาลัย

โดย นางชนัดดา กล่าวว่า พวกเรารู้สึกผูกพันกับพระองค์ท่านมาก เพราะตลอด 70 ปี พระองค์ท่านทรงทำทุกอย่างเพื่อประชาชนคนไทย หากเราทำอะไร ช่วยเหลืออะไรได้ แม้เพียงเล็กน้อยก็อยากจะทำ และถือโอกาสดีที่มีเวลาว่างตรงกันทั้งครอบครัว จึงชวนกันมาแสดงความอาลัยแด่พระองค์ท่าน

นายพชร กล่าวว่า ได้มีโอกาสเข้ามาแสดงความอาลัยต่อหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง เป็นครั้งแรก พวกเราคนไทยต่างรู้สึกเสียใจ เจ็บปวดเหมือนกัน แต่ในฐานะคนไทย เราจะสานต่อพระราชปณิธานของท่านในเรื่องของความสามัคคี ที่ราต้องเรียนรู้ที่จะเสียสละส่วนตนเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม หากเราได้มากก็ช่วยเหลือผู้อื่นให้มาก โดยไม่เพียงแค่กำลังทรัพย์ แต่พละกำลังและพลังความคิดก็นำมาช่วยเหลือสังคมได้ด้วย ขณะที่โดยส่วนตัวในฐานะนักแสดง พระองค์ท่านเคยมีพระราชดำรัสถึงอาชีพของพวกเราว่า “เราเป็นนักแสดง สิ่งที่เราต้องทำคือต้องสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ของทุกคน” เช่น ทำหน้าที่โปรโมทวัฒนธรรมไทย สืบสานประเพณีไทยต่อไป อีกทั้งตอนนี้ได้ทำงานร่วมกับองค์การยูนิเซฟ ช่วยเหลือเด็กวัยรุ่นที่ยากจน แต่พลังการกระทำเพียงคนเดียวคงไม่พอ พวกเราทุกคนต้องช่วยและผลักดันกันต่อไป

 

ชาวจอมบึงปลื้มปิติ’ในหลวง’เสด็จฯราชบุรี ทรงลิขิตพระปรมาภิไทยย่อภปร.หน้าถ้ำ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241473

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 08.46 น.

ชาวจอมบึง จังหวัดราชบุรี เผยความประทับใจครั้งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร พร้อมชมความงามของถ้ำจอมพล และทรงลิขิตพระปรมาภิไธยย่อ ภ ป ร 1 มิ.ย.99 ไว้ที่หินหน้าปากถ้ำจอมพล สร้างความปลาบปลื้มปิติให้แก่พสกนิกรชาวอำเภอจอมบึงอย่างหาที่สุดมิได้

24 ต.ค.59 นายสมาน พรหมน้อย วัย 54 ปี ชาวบ้านหมู่ที่ 3 ตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี พาผู้สื่อข่าวชม พระปรมาภิไธยย่อ ภ ป ร 1 มิ.ย. 99 ที่บริเวณปากถ้ำของถ้ำจอมพล ซึ่งอยู่ภายในสวนรุกชาติจอมพล ตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง จังหวัดราชบุรี ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี และ สมเด็จพระบรมโอรสาธิราช เจ้าฟ้ามหาวชิราลงกรณ สยามมกุฎราชกุมาร เยี่ยมราษฎรที่รอรับเข้าเฝ้ารับเสด็จ ณ อำเภอจอมบึง เนื่องจากพระองค์ทรงห่วงใยในราษฎรหลังจากมีโรคไข้มาเลเรียระบาดหนักในอำเภอสวนผึ้งและอำเภอจอมบึง และอยู่ห่างไรจาก พร้อมทั้งทรงเสด็จพระราชดำเนินชมความงามภายในถ้ำจอมพลและสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ภายในถ้ำก่อนจะเสด็จพระราชดำเนินกลับ ระหว่างนั้นทรงพระราชทาน ลิขิตพระปรมาภิไธยย่อ ภ ป ร  1 มิ.ย. 99ไว้ที่บริเวณผนังของปากถ้ำ เพื่อเป็นอนุสรณ์ ของชาวอำภอจอมบึงที่พระองค์ทรงเสด็จ

ด้านนายสุรินทร์ เหลือลมัย วัย 79 ปี อดีตอาจารย์ใหญ่โรงเรียนอนุบาลจอมบึง และเป็นผู้ที่ประพันธ์ถึงประวัติความเป็นมาของอำเภอจอมบึง เปิดเผยว่า ถ้ำจอมพล ตั้งอยู่ที่ตำบลจอมบึง อำเภอจอมบึง อยู่ภายในบริเวณสวนรุกชาติจอมพล ติดกับมหาวิทยาลัยราชภัฎหมู่บ้านจอมบึง ห่างจากตัวเมืองราชบุรี ประมาณ 30 กิโลเมตร ถ้ำจอมพล เดิมมีชื่อว่า “ถ้ำมุจลินท์” จากหลักฐานจึงเป็นที่ชัดเจนว่าชื่อ “ถ้ำจอมพล” นั้น เป็นชื่อพระราชทาน จากหลักฐานในหนังสือราชกิจจานุเบกษา กรุงเทพมหานครในนามมหาราชวัง ร.ศ. 114 บันทึกประวัติไว้ว่า สมเด็จพระปิยมหาราช ร.5 ทรงเสด็จพระราชดำเนินประทับที่เขากลางเมืองเพื่อหยุดประทับเสวยเช้าที่เชิงเขา เสวยแล้วทรงพระราชดำเนินขึ้นประพาสบนเขาแล้วประทับที่ปากถ้ำ โดยทรงพระราชดำริที่จะให้มีสิ่งสำคัญเป็นเครื่องหมายที่ระลึกถึงการเสด็จพระราชดำเนินครั้งนี้ไว้สืบไปสิ้นกาลนาน จึงได้ทรงพระอักษรไว้ที่ปากถ้ำ คือ จ.ป.ร. เป็นอักษรพระปรมาภิไธย 114 หมายปีที่เสด็จประพาสและทรงพระอักษร และพระราชทานนามถ้ำว่า “ถ้ำจอมพล” โปรดเกล้าให้ช่างสลักศิลาตามอักษรแล้วทรงฉายพระรูปที่ปากถ้ำนั้น

นายสุรินทร์ เล่าถึงเหตุการณ์ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ทรงเสด็จประพาสถ้ำจอมพล ภายหลังจากทรงเยี่ยมราษฎรที่มารอเฝ้ารับเสด็จ เนื่องจากพระองค์ทรงทราบว่ามีการระบาดของโรคไข้มาเลเรีย ในขณะนั้นตนเองเป็นนักศึกษาของวิทยาลัยครูหมู่บ้านจอมบึง และอยู่ในเหตุการณ์ที่พระองค์ทรงเสด็จ และเป็นภาพความทรงจำของตนเองมาจนทุกวันนี้ โดยเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน พ.ศ.2499 พระองค์ทรงเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ สมเด็จพระราชชนนีศรีสังวาลย์ และมีพระราชโอรส ราชธิดา ตามเสด็จด้วย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงลิขิตจารึก พระปรมาภิไธยย่อ ภ ป ร  1 มิ.ย.99 ไว้ที่หินหน้าถ้ำจอมพล ด้วยพระองค์เองแล้วพระองค์พร้อมทั้งสมเด็จพระนางเจ้าฯ สมเด็จพระราชชนนี ฯ และทั้งราชโอรส ราชธิดา ทรงพระราชดำเนิน ทอดพระเนตรภายในถ้ำจอมพล และทรงประทับเสวยพระกระยาหารกลางวัน ณ บริเวณห้องโถงขนาดใหญ่กว่าส่วนอื่นในถ้ำคือบริเวณหน้าหินย้อย ชื่อ ผาวิจิตร มีการจัดบริเวณพื้นที่นี้ไว้อย่างสวยงาม เพื่อเป็นที่ประทับสำหรับการ รับเสด็จครั้งนี้โดยเฉพาะการใช้แสงไฟฟ้าประดับหินย้อยเป็นครั้งแรก หลังจากนั้นทรงปลูกต้นสัก กัลปพฤกษ์ และนนทรี ไว้เป็นที่ระลึกบริเวณหน้าถ้ำ ก่อนเสด็จกลับ

หลังจากที่ทราบข่าวการเสด็จสวรรคต ตนเองและครอบครัวรู้สึกโศกเศร้าเสียใจเป็นอย่างมาก และจะน้อมนำพระราชดำรัสมาปฏิบัติ หลังจากที่ตนเองเกษียณอายุราชการมากว่า 29 ปี แล้วก็ตาม แต่ตนเองก็ยังคงทำหน้าที่เป็นผู้ให้ความรู้ ประวัติศาสตร์ของอำเภอจอมบึงให้กับเยาวชน นักเรียนนักศึกษาที่ต้องการทราบถึงประวัติของอำเภอจอมบึงด้วย

 

มรส.กระตุ้น พนง.มหาวิทยาลัย พัฒนาตนเองเข้าสู่ตำแหน่งบริหาร

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241416

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

x

ดร.อเนก สุดจำนงค์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) เปิดเผยถึงแนวคิดในการสนับสนุนพัฒนาพนักงานมหาวิทยาลัย ว่า ระหว่างวันที่ 17-19 ตุลาคม 2559 กองการเจ้าหน้าที่ มรส.ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การวิเคราะห์ค่างานของบุคลากรสายสนับสนุน” ให้กับพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุนจำนวน 70 คน เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุนได้เข้าสู่ตำแหน่งสายงานวิชาชีพและตำแหน่งบริหาร โดยมหาวิทยาลัยพร้อมสนับสนุนบุคลากรสายสนับสนุนในการพัฒนาตนเองในทุกๆ ทาง รวมทั้งให้โอกาสอย่างเต็มที่ในการได้รับความก้าวหน้าตามสายงานทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับปฏิบัติการ ระดับชำนาญการ ระดับเชี่ยวชาญ หรือระดับเชี่ยวชาญพิเศษ รวมทั้งโอกาสการเข้าสู่ตำแหน่งประเภทผู้บริหาร แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ.อ.กำหนด กล่าวคือ บุคลากรต้องทำการวิเคราะห์ค่างาน ประเมินผลการปฏิบัติงานและจัดทำผลงานเพื่อเสนอขอกำหนดตำแหน่งที่สูงขึ้น

ดร.อเนก สุดจำนงค์ กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ให้บุคลากรคลำทางด้วยตนเอง จึงจัดสัมมนาในครั้งนี้ขึ้น โดยเชิญ รศ.สุรชัย ขวัญเมือง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารงานบุคคล ทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งกรรมการ ก.พ.อ. 2 วาระ และเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการออกแบบประกาศ ก.พ.อ. ปี พ.ศ. 2550 และ 2553 เมื่อบุคลากรเกิดความรู้ความเข้าใจแล้วก็สามารถดำเนินการจัดทำได้ด้วยตนเอง เพราะการพัฒนาตนเองต้องระเบิดจากข้างใน ไม่มีใครทำแทนใครได้ ต้องเริ่มต้นที่ตัวเองเท่านั้น

ดร.อเนก สุดจำนงค์ รองอธิการบดีฝ่ายบริหารทรัพยากรมนุษย์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี (มรส.) เปิดเผยถึงแนวคิดในการสนับสนุนพัฒนาพนักงานมหาวิทยาลัย ว่า ระหว่างวันที่ 17-19 ตุลาคม 2559 กองการเจ้าหน้าที่ มรส.ได้จัดอบรมเชิงปฏิบัติการเรื่อง “การวิเคราะห์ค่างานของบุคลากรสายสนับสนุน” ให้กับพนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุนจำนวน 70 คน เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานมหาวิทยาลัยสายสนับสนุนได้เข้าสู่ตำแหน่งสายงานวิชาชีพและตำแหน่งบริหาร โดยมหาวิทยาลัยพร้อมสนับสนุนบุคลากรสายสนับสนุนในการพัฒนาตนเองในทุกๆ ทาง รวมทั้งให้โอกาสอย่างเต็มที่ในการได้รับความก้าวหน้าตามสายงานทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับปฏิบัติการ ระดับชำนาญการ ระดับเชี่ยวชาญ หรือระดับเชี่ยวชาญพิเศษ รวมทั้งโอกาสการเข้าสู่ตำแหน่งประเภทผู้บริหาร แต่ต้องเป็นไปตามหลักเกณฑ์และวิธีการที่ ก.พ.อ.กำหนด กล่าวคือ บุคลากรต้องทำการวิเคราะห์ค่างาน ประเมินผลการปฏิบัติงานและจัดทำผลงานเพื่อเสนอขอกำหนดตำแหน่งที่สูงขึ้น

ดร.อเนก สุดจำนงค์ กล่าวต่อไปว่า อย่างไรก็ตาม มหาวิทยาลัยก็ไม่ได้ให้บุคลากรคลำทางด้วยตนเอง จึงจัดสัมมนาในครั้งนี้ขึ้น โดยเชิญ รศ.สุรชัย ขวัญเมือง ซึ่งเป็นผู้เชี่ยวชาญด้านการบริหารงานบุคคล ทั้งยังเคยดำรงตำแหน่งกรรมการ ก.พ.อ. 2 วาระ และเป็นผู้มีส่วนสำคัญในการออกแบบประกาศ ก.พ.อ. ปี พ.ศ. 2550 และ 2553 เมื่อบุคลากรเกิดความรู้ความเข้าใจแล้วก็สามารถดำเนินการจัดทำได้ด้วยตนเอง เพราะการพัฒนาตนเองต้องระเบิดจากข้างใน ไม่มีใครทำแทนใครได้ ต้องเริ่มต้นที่ตัวเองเท่านั้น