ชาวเมืองคอนปลาบปลื้ม’ในหลวง ร.9′ เสด็จพระราชดำเนินเยือนถึง16ครั้ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241607

ชาวเมืองคอนปลาบปลื้ม'ในหลวง ร.9' เสด็จพระราชดำเนินเยือนถึง16ครั้ง

ชาวเมืองคอนปลาบปลื้ม’ในหลวง ร.9′ เสด็จพระราชดำเนินเยือนถึง16ครั้ง

วันอังคาร ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 13.31 น.

25 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในโลกออนไลน์ เฟสบุ๊ค และไลน์ ได้มีการนำข้อมูลทั้งภาพนิ่ง และคลิป ของพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี ทรงเสด็จพระราชดำเนิน จ.นครศรีธรรมราช จำนวน 16 ครั้ง โดยมีผู้สนใจเข้าไปชมและแชร์ข้อมูลกันเป็นจำนวนมาก โดยพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชทรงเสด็จพระราชดำเนิน จ.นครศรีธรรมราช ครั้งแรก ในระหว่างวันที่ 13-16 มีนาคม 2502 เสด็จฯ อำเภอทุ่งสง / ประทับแรม ณ จวนผู้ว่าราชการจังหวัด / วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร / วางพวงมาลาอนุสาวรีย์วีรไทยและวางศิลาฤกษ์โรงพยาบาลค่ายวชิราวุธ / ศาลากลางจังหวัดและหอพระพุทธสิหิงค์ / เสด็จฯ น้ำตกพรหมโลก / เสด็จฯ อำเภอร่อนพิบูลย์

ครั้งที่ 2 เมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2507 เสด็จฯยกช่อฟ้าพระอุโบสถวัดวังตะวันตก / ทรงเวียนเทียนวันวิสาขบูชา วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร /เสด็จฯเยี่ยมสถานสงเคราะห์เด็กชายบ้านศรีธรรมราช ครั้งที่ 3 เมื่อวันที่ 3 กุมภาพันธ์ 2510 เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรที่ประสบอุทกภัยที่อำเภอทุ่งสง และอำเภอชะอวด ครั้งที่ 4 เมื่อวันที่ 25 กันยายน 2515 เสด็จฯ โรงงานปูนซิเมนต์ไทย ทุ่งสง / ทรงเปิดค่ายศรีนครินทร์ (ค่าย ตชด. ทุ่งสง) ครั้งที่ 5 เมื่อวันที่ 29 เมษายน 2516 เสด็จพระราชทานพระพุทธนวราชบพิตรประจำจังหวัดนครศรีธรรมราช และทรงเยี่ยมราษฎร ณ สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช

ครั้งที่ 6 ระหว่างวันที่ 26-29 สิงหาคม 2517 ทรงยกช่อฟ้าพระวิหารหลวง วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร / ทรงเปิดพิพิธภัณฑสถานนครศรีธรรมราช / ทรงเยี่ยมราษฎร ณ สนามกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช / เสด็จฯ น้ำตกโยง, วิทยาลัยเกษตรกรรมนครศรีธรรมราช ใสใหญ่, ค่ายศรีนครินทรา และโรงงานปูนซิเมนต์ไทย ทุ่งสง ครั้งที่ 7 เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2518 เสด็จฯ สักการะพระบรมธาตุเจดีย์ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร / เสด็จฯ เยี่ยมตำรวจตระเวนชายแดนที่ได้รับบาดเจ็บ ณ โรงพยาบาลจังหวัดนครศรีธรรมราช ครั้งที่ 8 เมื่อวันที่ 3 กันยายน 2518 เสด็จฯ เยี่ยมราษฎรที่โรงเรียนปากพนัง, สถานีตำรวจภูธรอำเภอปากพนัง, วัดนันทาราม ปากพนัง /เสด็จฯ ค่ายวชิราวุธ / กองบังคับการตำรวจภูธร เขต 8 ครั้งที่ 9 เมื่อวันที่ 11กันยายน 2518 เสด็จฯกองกำกับการตำรวจตระเวนชายแดน เขต 8 อำเภอทุ่งสง และค่ายวชิราวุธ อำเภอเมืองนครศรีธรรมราช

ครั้งที่ 10 เมื่อวันที่ 18 พฤษภาคม 2519 เสด็จฯ พระราชทานธงลูกเสือชาวบ้าน ณ สนามหน้าเมืองนครศรีธรรมราช ครั้งที่ 11 เมื่อวันที่ 20 กันยายน 2519 เสด็จฯ ประกอบพิธียกช่อฟ้าพระอุโบสถวัดยางค้อม กิ่งอำเภอพิปูน และประกอบพิธียกช่อฟ้าพระอุโบสถวัดมะนาวหวาน อำเภอฉวาง ครั้งที่ 12 เมื่อวันที่ 7 กันยายน 2520 เสด็จฯ เยี่ยมราษฎร และทหาร ณ หน่วยรบเฉพาะกิจนาวิกโยธิน ที่ 201 บ้านในถุ้ง อำเภอท่าศาลา และเสด็จฯ เยี่ยมราษฎร และทหาร ณ ฐานปฏิบัติการกองร้อยนาวิกโยธินที่ 3 บ้านปากลง อำเภอท่าศาลา (ขณะนั้น ) ครั้งที่ 13 ระหว่างวันที่ 11-12 กันยายน 2521 เสด็จฯ เยี่ยมราษฎร ณ โรงเรียนทุ่งใหญ่วิทยาคม และที่ว่าการอำเภอทุ่งใหญ่ / เสด็จฯพระราชทานธงลูกเสือชาวบ้าน ณ สนามกีฬาจังหวัดนครศรีธรรมราช ครั้งที่ 14 เมื่อวันที่ 14 กันยายน 2523 เสด็จฯ พระราชทานเพลิงศพพระรัตนธัชมุนี (แบน คณฺฐาภรโณ) ณ วัดพระมหาธาตุวรมหาวิหาร ครั้งที่ 15 เมื่อวันที่ 18 กันยายน 2523 เสด็จฯ เยี่ยมลูกเสือชาวบ้าน และราษฎร ณ บ้านสระบัว อำเภอทุ่งใหญ่ ครั้งสุดท้าย เมื่อวันที่ 30 กันยายน 2533 เสด็จฯ เปิดอาคารเรียนโรงเรียนราชประชานุเคราะห์ 19 ตำบลหนองหงส์ อำเภอทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า ซึ่งการเสด็จพระราชดำเนินจังหวัดนครศรีธรรมราช ทั้งหมดถูกบันทึกและจัดพิมพ์ในหนังสือ “ รอยพระบาทยาตรายังจารึก : ที่ระลึกงานฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี ของจังหวัดนครศรีธรรมราช” จัดพิมพ์เมื่อมิถุนายน2549และหน่วยงานต่าง ๆ ๆ ได้นำมาจัดนิทรรศการในโอกาสสำคัญของชาติอยู่เป็นประจำ

คสช.เตือนสาวชูป้ายกอดฟรี ชี้เจตนาดีแต่ผลลัพธ์ไม่เหมาะ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241598

คสช.เตือนสาวชูป้ายกอดฟรี ชี้เจตนาดีแต่ผลลัพธ์ไม่เหมาะ

คสช.เตือนสาวชูป้ายกอดฟรี ชี้เจตนาดีแต่ผลลัพธ์ไม่เหมาะ

วันอังคาร ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 11.01 น.

25 ต.ค. 59 ที่กองบัญชาการกองทัพบก พ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ( คสช.) กล่าวถึง ภาพหญิงถือป้ายประกาศกอดฟรีเพราะพ่ออยากให้เรารักกัน ว่า  การแสดงตัวเป็นจิตอาสาถือเป็นสิ่งที่ดี แต่การกระทำใดๆล่อแหลม มองได้หลายมุมขอให้ระมัดระวังในการแสดงออก ซึ่งมองว่าการจัดกิจกรรมดังกล่าวแม้จะมีเจตนาดี แต่ผลที่ออกมาอาจดูไม่เหมาะสม ทั้งเวลา สถานที่ อย่างไรก็ตามการกอดไม่ใช่การแสดงออกเรื่องความรักเสมอไป ความรักต้องเกิดขึ้นจากจิตใจของเราเอง หากเป็นผู้สูงวัย หรือ ผู้ชาย ถือป้ายที่มีข้อความในลักษณะดังกล่าว อาจจะมองไปอีกมุมหนึ่ง แต่พอเป็นผู้หญิงมาถือป้ายเช่นนั้น ก็จะกลายเป็นอีกมุมหนึ่ง

“การแสดงตัวเป็นจิตอาสา ถือเป็นเรื่องดี และมีกิจกรรมมากมายที่จะแสดงออก แต่อยากเตือนสติว่าการแสดงออกอะไรที่ล่อแหลม สุ่มเสี่ยงมองในทางที่ไม่ดี ก็ขอให้งดดำเนินการ ขอให้แสดงออกแจกอาหาร เก็บขยะรอบๆพื้นที่ แจกยาดม ยาหม่อง” พ.อ.ปิยพงศ์ กล่าว

ระลึกถึง’พ่อหลวง’ ครูชัยนาทผู้เดินตามแนวพระราชดำริ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241597

ระลึกถึง'พ่อหลวง' ครูชัยนาทผู้เดินตามแนวพระราชดำริ

ระลึกถึง’พ่อหลวง’ ครูชัยนาทผู้เดินตามแนวพระราชดำริ

วันอังคาร ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 10.56 น.

5 ต.ค.59 ครูท่านหนึ่งที่ จ.ชัยาท ได้เปิดให้ทีมข่าวของเราได้ชมของสะสมที่ระลึกถึง พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ผู้ทรงเป็นครูของแผ่นดิน จำนวนกว่า 1,000 ชิ้น ที่เก็บสะสมไว้ พร้อมทั้งได้เดินตามแนวพระราชดำริและนำไปถ่ายทอดสู่ลูกศิษย์ด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายสมศักดิ์  จิตรเอื้อตระกูล ผู้อำนวยการโรงเรียนอนุบาลชัยนาท ได้นำสิ่งของที่ระลึกต่างๆ ที่เกี่ยวกับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ที่ออกมาในวาระต่างๆที่เก็บสะสมไว้ ทั้งธนบัตรวาระพิเศษต่างๆ เหรียญกษาปณ์ที่ระลึกงานสำคัญ ดวงตราไปรษณียากรที่หายากอีกหลายรายการ

รวมทั้งหนังสือแบบป๊ปอัพ เพียงพ่อพอเพียง ที่ถือว่าเป็นสิ่งทรงคุณค่าอีกอย่างหนึ่งที่คุณครูสมศักดิ์ได้มอบให้เป็นมบัติของโรงเรียนซึ่งทั้งหมด รวมแล้วจำนวนกว่า 1,000 ชิ้น

โดยคุณครูสมศักดิ์ เปิดเผยว่า เริ่มเก็บสะสมสิ่งของที่ระลึกที่เกี่ยวกับ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช เมื่อหลายปีก่อนด้วยความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เพราะถือว่าพระองค์ทรงเป็นครูของแผ่นดิน ที่ทรงมอบแนวทางพระราชดำริในการพัฒนาการศึกษาของไทยไว้อย่างมากมาย ที่ตนเองได้น้อมนำใส่เกล้าใส่กระหม่อมมาใช้ในการพัฒนาโรงเรียน เพื่อสร้างอนาคตของชาติให้เติบโตเป็นประชาชนที่มีคุณภาพและคนดีช่วยกันพัฒนาประเทศชาติต่อไปในอนาคต และโดยเฉพาะอย่างยิ่งเรื่องของแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ตนเองได้นำมาสอดแทรกในการเรียนการสอน เพื่อให้นักเรียนได้ซึมซับ และเรียนรู้จากฐานจัดแสดงต่างๆในโรงเรียนเพื่อให้สามารถนำไปปรับใช้ในชีวิตได้ต่อไป ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้

 

พสกนิกรเนื่องแน่น!ถวายสักการะ-ลงนามถวายความอาลัย’ในหลวง’ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241596

พสกนิกรเนื่องแน่น!ถวายสักการะ-ลงนามถวายความอาลัย'ในหลวง' (ประมวลภาพ)

พสกนิกรเนื่องแน่น!ถวายสักการะ-ลงนามถวายความอาลัย’ในหลวง’ (ประมวลภาพ)

วันอังคาร ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 10.49 น.

25 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังได้เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงถวายความอาลัยพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่เวลา 08.00 น.โดยมีประชาชนจำนวนมากมาเข้าแถวรอภายในเต็นท์อย่างสงบเงียบ เพื่อรอเดินเข้าแสดงความอาลัยอย่างเนื่องแน่น

‘สตีเวน ซีกัล’เข้าพบ’นายกฯ’ ร่วมแสดงความอาลัย’ในหลวง’ร.9 (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241594

'สตีเวน ซีกัล'เข้าพบ'นายกฯ' ร่วมแสดงความอาลัย'ในหลวง'ร.9 (ประมวลภาพ)

‘สตีเวน ซีกัล’เข้าพบ’นายกฯ’ ร่วมแสดงความอาลัย’ในหลวง’ร.9 (ประมวลภาพ)

วันอังคาร ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 10.28 น.

25 ต.ค.59 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายสตีเวน ซีกัล นักแสดง และผู้ผลิตภาพยนตร์ เข้าเยี่ยมคารวะ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เนื่องในโอกาสที่มาร่วมแสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พร้อมกันนี้ยังได้มีการหารือเรื่องภาพยนตร์ที่จะเข้ามาผลิตในประเทศไทยในปี 60 เพื่อจะได้เผยแพร่พระมหากรุณาธิคุณในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่มีต่อประชาชนชาวไทยและประชาชนทั่วโลกได้รับทราบ

โดย นายสตีเวน ซีกัล ให้สัมภาษณ์ภายหลังการหารือ ว่า รู้สึกสูญเสียต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งพระองค์ถือเป็นพระราชาที่ยิ่งใหญ่ ทำคุณประโยชน์มากมาย และทั่วโลกได้ตระหนักถึง ทั้งนี้ ตนมีความรู้สึกผูกพันกับประเทศไทย ขณะเดียวกันปีหน้าตนจะสร้างภาพยนตร์แนวแอ็คชั่น ที่ผสมผสานวัฒนธรรมไทย เช่น มวยไทย รำไทย และทุกสิ่งที่เกี่ยวข้องกับประเทศไทย นอกจากนี้ ยังพูดคุยถึงความร่วมมือที่จะสามารถร่วมกับประเทศไทยด้วย

วังเลื่อนเปิดถวายบังคม พระบรมศพ เริ่ม29ตค.วันละ1หมื่นคน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241577

วังเลื่อนเปิดถวายบังคม  พระบรมศพ  เริ่ม29ตค.วันละ1หมื่นคน

วังเลื่อนเปิดถวายบังคม พระบรมศพ เริ่ม29ตค.วันละ1หมื่นคน

วันอังคาร ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

วังเลื่อนเปิดถวายบังคม

พระบรมศพ

เริ่ม29ตค.วันละ1หมื่นคน

พระบรมฯรับสั่งดูแลพสกนิกร

ทรงย้ำเป็นแขกของพระองค์

ประชาชนไว้อาลัยเนืองแน่น

ปักหลักต่อคิวยาวกว่า3กม.

เมื่อวันที่ 24 ตุลาคม 2559 เวลา 07.03 น. ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เสด็จ ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วย พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม ซึ่งดำเนินมาเป็นวันที่สิบเอ็ด จากนั้นทรงวางพวงมาลา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช ทรงกราบ ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนมวารเป็นพระพุทธรูปประทับยืนแบบสมภังค์ แสดงปางห้ามญาติหรืออภัยมุทราด้วยพระหัตถ์ขวาเพียงข้างเดียว ที่หน้าพระแท่นนพปฏลมหาเศวตฉัตร จากนั้นประเคนสำรับภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม 8 รูปจากวัดระฆังโฆสิตารามวรมหารวิหารและ วัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 23 ตุลาคม 2559 แล้วเสด็จกลับ

ต่อมา เวลา 11.00 น. ม.ร.ว.ดิศนัดดา ดิศกุล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมวัดบวรนิเวศวิหาร และจักวรรดิราชาวาส วรมหาวิหาร สวดพระอภิธรรม

พระเทพฯเสด็จบำเพ็ญพระราชกุศล

จากนั้นเวลา 19.00 น. สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พร้อมด้วย พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลีพระวรราชาทินัดดามาตุ พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าพัชรกิติยาภา พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริภาจุฑาภรณ์ เสด็จพระราชดำเนินยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง  ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช มีพระพิธีธรรมจากวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ และวัดราชสิทธารามราชวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรม

พระบรมฯเสด็จบำเพ็ญพระราชกุศล    

ต่อมา เวลา 21.00 น. สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วย  พระเจ้าหลานเธอพระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ มายังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง  เพื่อทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช

พระบรมฯพระราชทานให้ประชาชน

วันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ซึ่งทรงมีความห่วงใยพสกนิกรที่เดินทางมาถวายสักการะพระบรมศพ และลงนามแสดงความอาลัยถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง จึงทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้เจ้าหน้าที่กองงานในพระองค์ นำอาหารและน้ำดื่มพระราชทานมาแจกจ่ายให้ประชาชน โดยเจ้าหน้าที่ได้ตั้งโต๊ะบริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามประตูมณีรัตน์

โดยเจ้าหน้าที่แจ้งว่า อาหารพระราชทานมี 3 เวลา ประกอบด้วย อาหารเช้า เป็นข้าวเหนียวหมูทอด พร้อมนม มื้อกลางวันเป็นก๋วยเตี๋ยวไก่ต้มยำและข้าวหมูแดงหมูกรอบ มื้อเย็นเป็นแกงส้มและกระดูกหมูทอด ส่วนอาหารว่าง เป็นซาลาเปาและขนมไทย โดยจัดเตรียมไว้มื้อละ 5,000 ชุดหรือวันละ 15,000 ชุด

รับสั่งทุกคนเป็นแขกของพระองค์

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ทหารมหาดเล็กฯ คนหนึ่ง เปิดเผยว่า สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร ทรงรับสั่งว่า พสกนิกรที่มาเป็นแขกของพระองค์ ฉะนั้น ต้องทำให้พสกนิกรได้รับความสะดวกสบายที่สุด ได้รับสิ่งที่ดีที่สุด จึงได้พระราชทานอาหารโดยรับสั่งว่า ต้องดี ต้องอร่อย เมนูปรับเปลี่ยนตามความเหมาะสมแต่ละวัน เช่น ข้าวขาหมูตรอกซุง ข้าวแกงต่าง ๆ ก๋วยเตี๋ยว ซึ่งจะนำมาจากร้านที่มีชื่อเสียง 2 เจ้า ๆ ละ 2,500 ชุด แจกร่วมไปกับน้ำดื่มและน้ำสมุนไพรที่เตรียมไว้ 500 ลิตร เช่น น้ำเก๊กฮวย กระเจี๊ยบ พร้อมขนมจากร้านที่มีชื่อเสียง และขนมจากร้านสวัสดิการข้าราชบริพารในพระองค์ เช่น ซาลาเปานพเก้า ตลอดจนผลไม้ต่างๆ นอกจากนี้ ยังจัดแพทย์อาสามาให้บริการอีกด้วย

พสกนิกรต่อคิว3กม.ถวายอาลัย

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตั้งแต่ช่วงเช้าตรู่ ที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวัง ได้เปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงถวายความอาลัยพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ตั้งแต่ เวลา 08.05 น.โดยมีประชาชนจำนวนมากพาครอบครัวมาเข้าแถวรอเพื่อเดินทางเข้าแสดงออกถึงความจงรักภักดีอย่างเนืองแน่น แม้จะต้องเข้าแถวต่อคิวกันยาวกว่า 3 ก.ม. ก็ไม่มีใครยอมถอย

พระองค์โสมฯเสด็จทอดไก่ 

เมื่อเวลา 13.57 น. พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ในฐานะอุปนายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก ทรงรถด้วยพระองค์เอง เสด็จเป็นการส่วนพระองค์ พร้อม หม่อมหลวงสราลี กิติยากร มายังรถหน่วยเคลื่อนที่ “เพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ช่วยด้วยใจคนไทยไม่ทิ้งกัน” ของมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ)ยามยาก สภากาชาดไทย ที่บริเวณด้านหน้าของกรมศิลปากร  การนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี ทรงทอดไก่หมักสูตรพิเศษของพระองค์เอง เป็นครั้งที่ 3 เพื่อจัดเป็นเมนูข้าวเหนียวไก่ทอด โดยมี ม.ล.สราลี มาร่วมแจกจ่ายข้าวเหนียวไก่ทอดให้กับประชาชนที่มาเข้าแถวรอรับประทานกันเป็นจำนวนมาก สร้างความปลื้มปิติให้กับประชาชนอย่างมาก

ทรงประทานกำลังใจให้คนไทย

พระเจ้าวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงมีรับสั่งว่า ขอบใจคนไทยทุกคนที่มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความอาลัยถวายแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมทั้งทรงมีรับสั่งให้กำลังใจแก่กลุ่มจิตอาสาที่นำอาหาร น้ำ เครื่องดื่ม สิ่งต่างๆ มาบริการให้กับประชาชนบริเวณรอบๆ ท้องสนามหลวง และการที่พระองค์เสด็จฯ มาทอดไก่นั้น ก็เป็นเพียงส่วนเล็กๆ ที่อยากจะมอบให้กับประชาชนชาวไทยทุกคน นอกจากนี้ ยังประทานกำลังใจให้คนไทยทุกคนคลายจากเศร้าโศกต่อการสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ว่า ประชาชนคนไทยทุกคนต้องเข้มแข็ง และนำหลักธรรมมายึดปฏิบัติในการดำเนินชีวิต แล้วทุกอย่างจะผ่านพ้นไปด้วยดี

พสกนิกรเผยสุดปลาบปลื้ม

นายธนาตย์ หวีวงมา อายุ 48 ปี ชาวบ้าน ต.นครไทย อ.นครไทย จ.พิษณุโลก ซึ่งเดินทางมาทำงานอยู่ที่ จ.ระยอง ได้พาครอบครัวมาร่วมแสดงความอาลัย และได้มีโอกาสเข้ารับประทานข้าวเหนียวไก่ทอด ว่า  รู้สึกปลื้มใจมากที่ได้มีโอกาสรับประทานไก้ทอดจากฝีมือพระองค์ นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณ

นางบุปผา อ่อนลา อายุ 42 ปี ชาว จ.อุบลราชธานี ที่มาต่อแถวรับข้าวเหนียวไก่ทอดกับเพื่อนๆ บอกความรู้สึกว่าดีใจและปลื้มปิติมาก ไม่เคยเฝ้าฯ รับเสด็จพระองค์โสมฯอย่างใกล้ชิดแบบนี้มาก่อน ซึ่งแม้อากาศจะร้อนอบอ้าวแต่ก็ทรงไม่ท้อ นับเป็นพระกรุณาธิคุณอย่างยิ่ง

น.ส.หทัยกาญจน์ อายุ 20 ปี ชาวกรุงเทพฯ ที่มาเป็นจิตอาสาเดินแจกน้ำดื่มและช่วยเก็บขยะ บอกว่า รู้สึกปลาบปลื้มที่ได้รับประทานอาหารทรงปรุงจากพระองค์โสมฯ มื้อนี้จึงเป็นมื้อที่อร่อยที่สุด

“พีช พัชระ”ขอสานต่อพระราชปณิธาน

ที่บริเวณประตูมณีนพรัตน์ นายธีระยุทธ จิราธิวัฒน์ ผู้บริหารโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา นำขนมเพรสตี้และครัวซองต์มาแจกจ่ายให้ประชาชน ก่อนพาครอบครัวมาร่วมลงนามถวายความอาลัย โดย นายพชร จิราธิวัฒน์ หรือ พีช อายุ 23 ปี ดารานักแสดง เผยว่า พวกเราคนไทยต่างรู้สึกเสียใจ เจ็บปวดเหมือนกัน แต่ในฐานะคนไทยเราจะสานต่อพระราชปณิธานของพระองค์ท่านในเรื่องของความสามัคคี ที่ราต้องเรียนรู้ที่จะเสียสละส่วนตนเพื่อประโยชน์ของส่วนรวม หากเราได้มากก็ช่วยเหลือผู้อื่นให้มาก โดยไม่เพียงแค่กำลังทรัพย์ แต่พละกำลังและพลังความคิดก็นำมาช่วยเหลือสังคมได้ด้วย โดยส่วนตัวในฐานะนักแสดง พระองค์ท่านเคยมีพระราชดำรัสถึงอาชีพของพวกเราว่า “เราเป็นนักแสดง สิ่งที่เราต้องทำคือต้องสร้างสรรค์ เพื่อประโยชน์ของทุกคน”

ชาวกรุงประทับใจคำสอนในหลวง

น.ส.สายสุรีย์ จึงแย้มปิ่น ที่เดินทางมาจาก พระราม 4 กทม. พร้อมด้วย น.ส.สาธิตา สันติ วรวุฒิ ชาวประชาชื่น กทม. และ น.ส.กัลยา เข็มเพชร รัชดา กทม.เดินทางมาร่วมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช กล่าวตรงกันว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงมีพระปรีชาสามารถหาคนที่จะเสมอเหมือนได้ ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจมากมาย และทรงให้ความใกล้ชิดกับประชาชน สิ่งที่ประทับใจมากคือคำสอนที่ทรงสอนเรื่องความพอเพียง ความอดทน ความพยายาม ความเอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ที่พระองค์มีต่อปวงชนชาวไทย ทุกคำที่พระองค์ท่านตรัสไว้สามารถทำให้ประชาชนได้คิด นำไปปฏิบัติได้

จิตอาสาช่วยบริการประชาชน

ส่วนบริเวณเต๊นท์โดยรอบบริเวณสนามหลวง ก็ยังคงมีจิตอาสามากมาย ที่นำทั้งอาหาร เครื่องดื่ม และผลไม้ ยาดม มาแจกทั้งในบริเวณเต้นท์และเดินแจกบริเวณรอบๆ ท้องสนามหลวง และบริการนำถุงดำมาให้ทิ้งขณะ ซึ่งแม้จะมีอุปสรรคในการเดินทางมาบ้าง เพราะจิตอาสาบางรายเดินทางมาจากต่างจังหวัด แต่ก็ไม่ได้ทำให้เกิดความย่อท้อ เพราะตั้งใจมาทำความดีเพื่อพระองค์ท่าน นอกจากนี้ยังมีประชาชนอีกจำนวนไม่น้อยที่ได้วางดอกไม้แสดงความอาลัยบริเวณริมกำแพงพระบรมหาราชวัง ซึ่งดอกไม้ที่นำไปวางไว้นั้น ทางเจ้าหน้าที่ กทม. จะนำไปจัดวางตกแต่งอย่างสวยงามที่สวนสราญรมย์

ตำรวจดูแลความปลอดภัยเต็มที่

ด้านการดูแลความปลอดภัย เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำเครื่องสแกนวัตถุต้องสงสัย เพื่อตรวจจับสิ่งแปลกปลอม 8 จุดโดยรอบท้องสนามหลวง จุดละ 3-4 เครื่อง โดยประชาชนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี

พ.ต.ต.วันเผด็จ หงษ์ทอง สวป.สน.หัวหมาก ผู้รับผิดชอบจุดตรวจบริเวณหน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ เปิดเผยว่า แต่ละจุดจะมีเจ้าหน้าที่ 10-15 นาย คอยตรวจและอำนวยความสะดวกตลอด 24 ชม. ยังไม่พบสิ่งแปลกปลอมและอันตรายแต่อย่างใด อย่างไรก็ตาม เพื่อเป็นการป้องกันเหตุ ตำรวจนครบาลและภูธร จะทำหน้าที่ได้ดูแลประชาชนอย่างเต็มความสามารถ

ขณะที่ พล.ต.ต.สุรเชษฐ์ หักพาล รักษาราชการแทนผู้บังคับการสายตรวจและปฏิบัติการพิเศษ ได้ออกตรวจความเรียบร้อยตั้งแต่ก่อน 08.00 น. และได้เน้นย้ำถึงการทำงานร่วมกันระหว่างทหาร ตำรวจ และเทศกิจเพื่อรักษาความปลอดภัยตลอด 24 ชม. โดยจนถึงตอนนี้ยังไม่มีรายงานความผิดปกติแต่อย่างใด

ยอดลงนามทั่วประเทศร่วม3ล้านราย

ทั้งนี้ ในเวลา 16.00 น. สำนักพระราชวังปิดการสักการะพระบรมศพหน้าพระฉายาลักษณ์ และลงนามถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รวมจำนวนประชาชนที่มาลงนามถวายความอาลัย 46,051 ราย รวม 10 วัน 334,934 ราย มีประชาชนถวายเงินเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลทั้งสิ้น 1,182,595 บาท รวม 10 วัน เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 6,662,549.25 บาท

ขณะที่กระทรวงมหาดไทยได้สรุปยอดสะสมการลงนามแสดงความไว้อาลัย ของพสกนิกรทั่วประเทศ ตั้งแต่วันที่ 14-23 ตุลาคม จำนวนทั้งสิ้น 2,944,934 ราย

ผู้นำหลายประเทศร่วมถวายอาลัย

นอกจากนี้ ตลอดทั้งวัน ผู้นำประเทศและผู้นำองค์กรระหว่างประเทศ เดินทางมาวางพวงมาลาถวายราชสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง จากนั้น ลงนามถวายความอาลัย ณ ศาลาว่าการพระราชวัง ในพระบรมมหาราชวัง   ต่อเนื่องตามลำดับ เวลา 11.15 น. นายคริสโตเฟอร์ เจ. โลอิแอค อดีตประธานาธิบดีสาธารณรัฐหมู่เกาะมาร์แชล  เวลา 13.45น. นายโทนี่ ตัน เคง ยัม ประธานาธิบดีสาธารณรัฐสิงคโปร์ และนางเมรี ตัน ภริยา   เวลา 14.20น. นายทองลุน สีสุลิด นายกรัฐมนตรีสาธารณรัฐ ประชาธิปไตยประชาชนลาว และนางนาลี สีสุดลิด ภริยา รวมทั้งผู้แทนองค์กรระหว่างประเทศ อาทิ นายลี ซุงโฮ ประธานคณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติสาธารณรัฐเกาหลี นางลอเรนต์ เมลลัน รักษาการผู้แทนภูมิภาค สำนักงานข้าหลวงใหญ่เพื่อสิทธิมนุษยชนภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้

เตรียมปรับสถานที่รับของจิตอาสา

ด้าน พ.อ.วินธัย สุวารี โฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวถึงการปฏิบัติงานของกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) ว่า งานอำนวยความสะดวกในส่วนกระทรวงกลาโหมโดยกองทัพบก คือการจัดสร้างสะพานแบรี่แบบเอ็ม 2 เพื่อใช้เป็นเส้นทางสัญจรเสริมในการข้ามคลองหลอดบริเวณหลังกระทรวงกลาโหมได้สะดวกยิ่งขึ้น ซึ่งหลังจากทำเสร็จแล้วเมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะนี้ประชาชนสามารถใช้เพื่อเดินข้ามคลองหลอดเข้ามายังพื้นที่ท้องสนามหลวงได้แล้ว  ส่วนการบริหารจัดการอาหารและเครื่องดื่มที่ผู้มีจิตอาสานำมาสนับสนุน ในเบื้องต้นเพื่อความเหมาะสม กรุงเทพมหานคร(กทม.) อาจขอปรับไปใช้สถานที่ใดที่หนึ่งในบริเวณใกล้เคียงท้องสนามหลวง ซึ่งเบื้องต้นอาจเป็นที่ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนามม้านางเลิ้ง) เพื่อเป็นจุดนัดพบเริ่มต้นก่อนกระจายต่อเข้าในพื้นที่

เดิน-ปั่นจักรยานสักการะในหลวง  

ส่วนบรรยากาศความเคลื่อนไหวในจังหวัดต่างๆ ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเอกพล ตั๋น อายุ 39 ปี ชาว จ.ลำพูน เดินเท้าจาก จ.พิษณุโลก เพื่อสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ พระบรมมหาราชวัง ระยะทางกว่า 400 กม. ซึ่งขณะนี้เดินทางมาถึง จ.นครสวรรค์แล้ว

ขณะที่ นายศุภผล ลักษณะพันธ์ ชาวจ.ยะลา วัย 52 ปี ซึ่งเริ่มปั่นจักรยานออกจาก จ.ยะลา เมื่อช่วงเช้ามืดวันเดียวกัน เพื่อไปถวายสักการะพระบรมศพ ได้เดินทางถึงพื้นที่ อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา แล้ว และจะพักค้างคืนที่ อ.หาดใหญ่ ท่ามกลางแรงใจของประชาชนทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ

รวมพลังศิลปะวาดภาพ “ร.9”

ขณะเดียวกัน ที่ขัวศิลปะเชียงราย ต.บ้านดู่ อ.เมือง จ.เชียงราย ซึ่งเป็นศูนย์รวมศิลปินชาวเชียงราย ได้มีการจัดกิจกรรมรวมพลังศิลปินขัวศิลปะ “วาดภาพเพื่อพ่อ” เพื่อถวายพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดย อ.เฉลิมชัย โฆษิตพิพัฒน์ ศิลปินแห่งชาติ นำศิลปินภาคเหนือ ร่วมในการวาดภาพสดบนผืนผ้าใบขนาด กว้าง 2.50 เมตร ยาว 17 เมตร ทั้งนี้ ด.ช.นัทธกร ศรีพะลาน อายุ 6 ขวบ ศิลปินตัวน้อยที่ จ.อุดรธานี ได้วาดภาพพระบรมสาทิสลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชที่เสด็จพระราชกรณียกิจต่างๆ เพื่อร่วมถวายความอาลัย ขณะนี้วาดได้ 6 รูปแล้ว และจะวาดต่อไปเรื่อยๆ

กลุ่มบิ๊กไบค์เดินสายทำความดี

ขณะที่กลุ่มผู้รักการขับขี่รถจักรยานยนต์ขนาดใหญ่ (บิ๊กไบค์) กว่า 200 คัน เดินทางกว่า 600 กม. นำต้นผ้าป่าสามัคคีที่ทำขึ้นมาทอดถวาย และมอบให้กับ ร.ร.บ้านโดนออง และนำสิ่งของเครื่องเขียน อุปกรณ์การเรียน เสื้อผ้า รองเท้า และอื่นๆ มอบให้ด้วย เพื่อเป็นการทำความดีตามรอยพ่อ

เสี่ยร้านขายเสื้อสะสมปฏิทินในหลวง

นายสมเกียรติ บุญช่วย อดีตทหารรักษาพระองค์ ปัจจุบันเป็นเจ้าของร้านมะยม ขายเสื้อผ้าในตลาดเทศบาลเมืองตราด เปิดเผยถึงการเก็บสะสมปฏิทินที่มีรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จากห้างร้านต่างๆ นำมาแขวนไว้ในร้านกว่า 100 ชิ้น เพื่อแสดงความจงรักภักดี ว่าได้เก็บสะสมรูปในหลวงมาตลอด โดยเฉพาะในปีใหม่ธนาคารต่างๆ จะแจกปฏิทิน จนปัจจุบันมีปฏิทินกว่า 300 ชิ้น ที่เก็บสะสมไว้ และอยากจะฝากถึงเด็กรุ่นใหม่ทุกๆ คนให้ดูแบบอย่างในหลวงที่ท่านได้ทำไว้ ทั้งการอดทน ความพากเพียง ซึ่งพระองค์ท่านทรงงานหนักมาโดยตลอด ซึ่งเด็กรุ่นใหม่จะไม่ค่อยได้เห็นมากนัก

เลื่อนให้เข้าถวายสักการะ29ต.ค.

วันเดียวกัน เมื่อเวลา 16.00น. สำนักพระราชวังแจ้งว่า ได้รับพระราชานุญาต ในการเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ดังนี้ 1.ในวันที่ 28 ตุลาคม 2559 สำนักพระราชวังเปิดให้ประชาชนเข้าถวายสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามถวายความอาลัย ณ ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เวลา 08.00-16.30 น. อีกหนึ่งวัน

2.พระราชทานพระราชานุญาตให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายหลังพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป เวลา 08.00-21.00น.ทุกวัน (ยกว้นช่วงมีพระราชพิธีบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท)

ขอความร่วมมือแต่งกายสุภาพ

การแต่งกาย โปรดแต่งกายสุภาพไว้ทุกข์สีดำ ชุดชาวเขาสำหรับชาวเขา ชุดลูกเสือสำหรับลูกเสือ ชุดนักเรียน นิสิต นักศึกษาที่ถูกต้องตามระเบียบของสถานศึกษานั้นๆ สุภาพบุรุษ ขอความกรุณาสวมเสื้อมีปกสีดำ กางเกงขายาวสีดำ งดเว้นกางเกงยีนส์ รองเท้าหุ้มส้น สีดำ สุภาพสตรี ขอความกรุณาสวมชุดสุภาพที่ดำ มีแขน ไม่รัดรูป กระโปรงยาวคลุมเข่าหรือผ้าถุง งดเว้นกระโปรงยีนส์ รองเท้าหุ้มส้นสีดำ นอกจากนี้สำนักพระราชวังยังแจ้งว่า ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2559 เป็นต้นไป จะไม่มีการลงนามถวายความอาลัย

ให้เข้าถวายสักการะวันละหมื่นคน

น.ส.ตรีดวง อภัยวงศ์ ผู้ช่วยเลขานุการผู้ว่าฯ กทม. เปิดเผยว่า สำนักพระราชวังแจ้งว่า ในช่วงแรก จะเปิดให้ประชาชนเข้าถวายบังคมพระบรมศพ รอบละ 100 คน จำกัดจำนวน 10,000 คนต่อวัน จากที่รองรับได้ทั้งหมดเกือบ 40,000 คน เพื่อทดลองระบบการจัดการก่อนเปิดให้เข้าเต็มความจุ หลังจากระบบการจัดการลงตัวแล้ว สำหรับผู้ที่ไม่สะดวกเดินทางไปด้วยตัวเอง ทางกระทรวงมหาดไทยได้จัดรถรับส่งตามภูมิภาคต่างๆ  วันละไม่เกิน 5 จังหวัด นอกจากนี้ กทม.ได้จัดเต๊นท์เพิ่มเติม ภายในบริเวณท้องสนามหลวงอีก 21 เต๊นท์ รองรับประชาชนได้ 1,800 ที่นั่ง และมีเต๊นท์สำหรับคนชราและผู้พิการโดยเฉพาะอีก 1 เต๊นท์ ขณะที่รถสุขาเคลื่อนที่ จอดให้บริการรอบท้องสนามหลวงทั้งหมด 36 คัน พร้อมกันนี้ ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิด ไว้บริเวณรอบท้องสนามหลวงแล้ว หากประชาชนพบเห็นบุคคลน่าสงสัย หรือพบการเอารัดเอาเปรียบอย่างไม่เป็นธรรม สามารถแจ้งกองอำนวยการได้ที่ โทร. 09 6870 7242 หรือสายด่วน กทม. 1555

กอ.รส.พร้อมอำนวยความสะดวก

ขณะที่ พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลความเรียบร้อยและการจราจรโดยรอบพระบรมหาราชวัง กล่าวถึงการเตรียมความพร้อมรองรับประชาชนที่จะเดินทางสักการะพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ ภายในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาทในพระบรมมหาราชวัง ในวันที่ 29 ตุลาคมนี้ ว่า ทาง กอ.รส.จะอำนวยความสะดวกให้มากที่สุด ซึ่งคาดว่าจะสามารถเปิดให้ประชาชนเข้าสักการะพระบรมศพได้ประมาณ 1 หมื่นคนต่อวัน พร้อมทั้งจะพยายามจัดคิวให้เป็นระเบียบมากที่สุด และจะมีการประเมินสถานการณ์อย่างต่อเนื่อง เพื่อหาวิธีให้ประชาชนได้เข้าไปสักการะพระบรมศพให้ได้มากที่สุด

แนะเขียนโน๊ตติดตัวเด็ก-คนแก่

ส่วนสถานการณ์ภาพรวมโดยรอบพระบรมมหาราชวังและท้องสนามหลวงในช่วงวันหยุดเสาร์-อาทิตย์ที่ผ่านมา ยังคงมีปัญหาเรื่องการจราจรที่คับคั่ง ประชาชนเดินทางมาเป็นจำนวนมาก เกินข้อจำกัดที่เจ้าหน้าที่จะรับไหว แต่ทุกอย่างก็ได้รับการคลี่คลายอย่างรวดเร็ว เพราะความร่วมมือของประชาชน ส่วนตัวขอชื่นชมทีมแพทย์และจิตอาสาที่คอยช่วยเหลือประชาชนที่เป็นลมจำนวนมากได้ทันเวลา พร้อมกันนี้ ขอฝากไปถึงผู้ปกครองที่นำบุตรหลานเดินทางมายังท้องสนามหลวง ให้เขียนชื่อและนามสกุลติดไว้กับตัวเด็กเพื่อป้องกันการพลัดหลง รวมถึงผู้สูงอายุควรเขียนชื่อโรคประจำตัวและนำยารักษาโรคติดตัวมาด้วยเพื่อให้แพทย์สามารถวินิจฉัยโรคได้อย่างถูกต้อง สำหรับสะพานเบลีย์ จะมีการก่อสร้างเพิ่มเติมหรือไม่ คงต้องดูจากจำนวนของประชาชนที่เดินทางมาอย่างต่อเนื่อง

เตรียมประชุมรับคลื่นมหาชน28ตค.

นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกฯ ในฐานะเลขานุการ ศตส. ให้สัมภาษณ์ว่า ในส่วนของการอำนวยความสะดวกประชาชนที่มาเข้าถวายสักการะและแสดงความอาลัยพระบรมศพนั้น ทำได้รวดเร็วและเป็นระบบขึ้น ประชาชนสามารถเข้าไปเป็นจำนวนมากขึ้น เฉลี่ยวันละประมาณ 31,000 คน โดย กอร.รส. จะดูแลการปฏิบัติในภาพรวม ขณะนี้ ศตส. และทุกฝ่ายกำลังวางแผนการปฏิบัติสำหรับวันที่ 28 ตุลาคม เป็นต้นไป คาดว่าจะมีประชาชนเดินทางมาจำนวนมากทุกวัน จึงมีการประชุมร่วมกับสำนักพระราชวัง ในวันที่ 24 ตุลาคม และในวันที่ 26 ตุลาคม เวลา 9.00 น. ศตส.จะประชุมพิจารณาแผนและความพร้อม สำหรับการดูแลประชาชนจากต่างจังหวัด ได้จัดระบบนำประชาชนเข้ามาอีกทางหนึ่งเพื่อให้โอกาสผู้ที่ไม่สามารถเดินทางมาด้วยตนเองสามารถเดินทางมาได้  ทั้งนี้ ขอขอบคุณทุกฝ่าย รวมทั้งพี่น้องประชาชนที่ได้ช่วยกันและร่วมมือกันตลอดระยะเวลาที่ผ่านมา ก็ขอให้ช่วยกันรักษาความงดงามเช่นนี้ต่อไป

14องค์กรสื่อร่วมแสดงความอาลัย

วันเดียวกัน นายวันชัย วงศ์มีชัย นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า  14 องค์กรวิชาชีพสื่อ ได้ร่วมประชุมหารือ เตรียมจัดกิจกรรมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายใต้แนวคิด “พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 กับวงการสื่อมวลชน” เนื่องจากทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการสื่อมวลชนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ทำการของหลายองค์กรสื่อ สร้างขึ้นในที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถทรงวางศิลาฤกษ์ในวันพฤหัสบดีที่ 6 มีนาคม 2512 และเสด็จเปิดอาคารในวันเสาร์ที่ 26  มิถุนายน 2514 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการสื่อมวลชนหาที่สุดมิได้ อีกทั้งทรงมีพระราชดำรัสในวโรกาสต่างๆ ต่อสื่อมวลชนเสมอมา

เปิดลงนามถวายสักการะ29ต.ค.

ดังนั้น เพื่อแสดงความกตัญญูต่อพระองค์ท่าน 14 องค์กรวิชาชีพสื่อจึงร่วมกันกำหนดจัดกิจกรรม ภายใต้แนวคิด “พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 กับวงการสื่อมวลชน” ชื่องาน “รวมคนสื่อ แสดงความอาลัยพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9” โดยจะมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ตลอด 1 ปี อาทิ การจัดนิทรรศการภาพข่าว การจัดกิจกรรมบริจาคโลหิต การจัดพิมพ์หนังสือรวมบทกวีแสดงความอาลัย การจัดพิมพ์พระราชดำรัสที่เกี่ยวกับสื่อมวลชน เบื้องต้นจะเปิดให้ลงนามถวายสักการะตั้งแต่ 29 ตุลาคม ที่สมาคมนักข่าวฯ เป็นต้นไป

นายกฯปราศรัยวันสหประชาชาติ

พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวปราศรัยเนื่องในวันที่ 24 ตุลาคม ของทุกปี เป็นวันสหประชาชาติ โดยองค์การสหประชาชาติ (UN) มีวัตถุประสงค์ในการทำหน้าที่เป็นองค์การสากลระหว่างประเทศ ในการบรรเทาทุกข์และแก้ไขปัญหาของโลก จรรโลงสันติภาพและความมั่นคง ปกป้องและส่งเสริมสิทธิมนุษยชน รวมทั้งสร้างเสริมความเจริญรุ่งเรืองแก่มวลมนุษยชาติ ภายหลังจากที่สงครามโลกครั้งที่ 2 สิ้นสุดลง

นานาชาติยกย่องทรงเป็นผู้นำที่แท้จริง

พล.อ.ประยุทธ์ กล่าวว่า เมื่อปลายเดือนกันยายน ตนได้ไปร่วมประชุมสมัชชาสหประชาชาติ สมัยสามัญ ครั้งที่ 71 ณ นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ และได้กล่าวถึงการน้อมนำหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง มาประยุกต์ใช้กับการพัฒนาประเทศ อีกทั้งได้แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์ในการทำงานเพื่อบรรลุเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน ผ่านความร่วมมือทวิภาคีและไตรภาคี และการเชื่อมโยงหุ้นส่วนด้านการพัฒนาผ่านกรอบความร่วมมือภูมิภาคต่างๆ เช่น อาเซียน BRICS และ ACD และในการประชุมสมัชชาสหประชาชาติเมื่อวันที่ 13 ตุลาคมที่ผ่านมา ประธานสมัชชาสหประชาชาติได้กล่าวถวายคำไว้อาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช และที่ประชุมของประเทศสมาชิก 193 ประเทศได้ยืนสงบนิ่ง เพื่อถวายพระเกียรติด้วย นานาประเทศล้วนประจักษ์ในพระปรีชาสามารถในด้านการพัฒนา และมีอีกหลายประเทศที่กล่าวถวายการยกย่องว่า ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงเป็นผู้นำอย่างแท้จริง

ตัวแทนสหรัฐฯร่วมแสดงความอาลัย

 

ขณะที่กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ มีถ้อยแถลงผ่านเว็บไซต์ว่า นายแดเนียล อาร์. รัสเซลล์ ผู้ช่วย รมต.กระทรวงการต่างประเทศสหรัฐฯ ฝ่ายกิจการเอเชีย มีภารกิจเยือนประเทศฟิลิปปินส์ ระหว่างวันที่ 24-25 ตุลาคม จากนั้นในวันที่ 26 ตุลาคม จะเดินทางมายังประเทศไทย เพื่อแสดงความอาลัยต่อการเสด็จสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวในพระบรมโกศ รวมถึงเข้าพบเจ้าหน้าที่ฝ่ายไทยเพื่อหารือความสัมพันธ์ระดับทวิภาคี และประเด็นอื่นๆ ในภูมิภาค ก่อนจะเดินทางไปเยือนกัมพูชาต่อไป

81 เรื่องราวของ ‘ในหลวง’ ที่อาจยังไม่เคยรู้

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241511

81 เรื่องราวของ ‘ในหลวง’ ที่อาจยังไม่เคยรู้

81 เรื่องราวของ ‘ในหลวง’ ที่อาจยังไม่เคยรู้

วันอังคาร ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ตลอดเวลา 70 ปีที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือ “ในหลวง” ของปวงชนชาวไทยทรงครองสิริราชสมบัตินั้นพระองค์ทรงตรากตรำพระวรกาย ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเพื่อประโยชน์สุขแห่งพสกนิกรไทยกว่า 64 ล้านคนพระกรุณาธิคุณนี้ได้ประจักษ์ต่อทุกดวงใจมิเพียงแต่ชาวไทยเท่านั้น แม้แต่ชาวต่างชาติก็รู้จักในหลวงของเราว่า… ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงงานหนักที่สุดและเป็นที่รักยิ่งของปวงชนชาวไทยทุกคน ในฐานะคนไทยแล้ว คุณคิดว่า คุณรู้ทุกเรื่องที่เกี่ยวกับพระองค์ดีหรือยัง หากว่ายังลองเข้าไปอ่าน 81 เรื่องราวของในหลวง ซึ่งบางเรื่องคุณอาจจะยังไม่เคยรู้มาก่อนก็เป็นได้…

“เมื่อทรงพระเยาว์”

1.ทรงพระราชสมภพเวลา 08.45 น. (เวลาท้องถิ่น สหรัฐฯ)

2.นายแพทย์ผู้ถวายการคลอดชื่อ ดับลิว สจ๊วต วิตมอร์ มีน้ำหนักแรกประสูติ 6 ปอนด์

3.พระนาม “ภูมิพล” ได้รับพระราชทานจากพระบาทสมเด็จพระปกเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 7

4.พระยศเมื่อแรกประสูติ คือ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้า ภูมิพลอดุลยเดช

5.ทรงมีชื่อเล่นว่า “เล็ก” หรือ “พระองค์เล็ก”

6.เสด็จนิวัตสู่ประเทศไทยเป็นครั้งแรกเมื่อพระชนม์ 2 พรรษา พร้อมด้วยสมเด็จพระชนกและสมเด็จพระชนนี

7.ทรงเรียกสมเด็จพระราชชนนีหรือสมเด็จย่า อย่างสามัญชนว่า “แม่”

8.สมัยทรงพระเยาว์ ทรงได้ค่าขนม อาทิตย์ละครั้ง

9.แม้จะได้เงินค่าขนมทุกอาทิตย์ แต่ยังทรงรับจ้างเก็บผักผลไม้ไปขาย เมื่อได้เงินมาก็นำไปซื้อเมล็ดผักมาปลูกเพิ่ม

10.สมัยทรงพระเยาว์ทรงเลี้ยงสัตว์หลายชนิดทั้งสุนัข กระต่าย ไก่ นกขุนทอง ลิง แม้แต่งูก็เคยเลี้ยง ครั้งหนึ่งงูตายไปก็มีพิธีฝังศพอย่างใหญ่โต

11.สุนัขตัวแรกที่ทรงเลี้ยงสมัยทรงพระเยาว์เป็นสุนัขไทย ทรงตั้งชื่อให้ว่า “บ๊อบบี้”

12.ทรงฉลองพระเนตร(แว่นสายตา)ตั้งแต่พระชันษายังไม่เต็ม 10 ขวบ เพราะครูประจำชั้นสังเกตเห็นว่าเวลาจะทรงจดอะไรจากกระดานดำจะต้องลุกขึ้นบ่อยๆ

13.สมัยทรงพระเยาว์ทรงซนบ้าง หากสมเด็จย่าจะลงโทษ จะเจรจากันก่อนว่า โทษนี้ควรตีกี่ที ในหลวงจะทรงต่อรองว่าทีเดียว
ก็พอ

14.ระหว่างประทับอยู่สวิส จะทรงใช้ภาษาฝรั่งเศสกับสมเด็จพระเชษฐาและสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ แต่จะใช้ภาษาไทยกับสมเด็จย่าเสมอ

16.ในหลวงทรงเชี่ยวชาญในภาษาต่างประเทศหลายภาษาเช่น ภาษาฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมันและลาติน

15.ทรงได้รับการอบรมให้รู้จัก “การให้” โดยสมเด็จย่าจะทรงตั้งกระป๋องออมสินเรียกว่า “กระป๋องคนจน” หากทรงนำเงินไปทำกิจกรรมแล้วมีกำไร จะต้องถูก “เก็บภาษี” หยอดใส่กระปุกนี้ 10% ทุกสิ้นเดือนสมเด็จย่าจะเรียกประชุมเพื่อถามว่าจะเอาเงินในกระป๋องนี้ไปทำอะไร เช่น มอบให้โรงเรียนตาบอด มอบให้เด็กกำพร้า หรือทำกิจกรรมเพื่อคนยากจน

16.ครั้งหนึ่ง ในหลวงกราบทูลสมเด็จย่าว่าอยากได้รถจักรยาน เพราะเพื่อนคนอื่นๆเขามีจักรยานกัน สมเด็จย่าตอบว่า “ลูกอยากได้จักรยาน ลูกก็ต้องเก็บค่าขนมไว้สิ หยอดกระป๋องวันละเหรียญ ได้มาก ค่อยเอาไปซื้อจักรยาน”

17.กล้องถ่ายรูปกล้องแรกของในหลวง คือ Coconet Midget ทรงซื้อด้วยเงินสะสมส่วนพระองค์ เมื่อพระชนม์เพียง 8 พรรษา

18.ช่วงเกิดสงครามโลกครั้งที่ 2 ทรงปั่นจักรยานไปโรงเรียนแทนรถพระที่นั่ง

“ทรงศึกษาวิชาการต่างๆ”

19.ทรงเคยเป็นศิษย์เก่าโรงเรียนมาแตร์เดอี เพราะช่วงพระชนมายุ 5 พรรษา ทรงเคยเข้าเรียนที่โรงเรียนแห่งนี้ 1 ปี มีพระนามในใบลงทะเบียนว่า “H.H Bhummibol Mahidol” หมายเลขประจำตัว 449

20.ทรงเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยโลซานน์  แผนกวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์

21.หลังจากที่เสด็จขึ้นครองราชย์ พระองค์ได้เสด็จพระราชดำเนินไปยังประเทศสวิสอีกครั้งเพื่อทรงศึกษาวิชาใหม่ คือกฎหมายและการปกครอง เนื่องจากต้องรับพระราชภาระเป็นพระมหากษัตริย์ในด้านวิชาภูมิศาสตร์และประวัติศาสตร์ ทรงศึกษาเปรียบเทียบระหว่างประเทศไทยกับนานาประเทศ เกี่ยวกับพื้นฐานและวัฒนธรรมของแต่ละชาติ เพื่อเป็นแนวปรับปรุงแก้ไขประเทศไทยให้เจริญขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ ซึ่งพระองค์ทรงมีพระราชปรารภอยู่เสมอว่า ประเทศไทยของพระองค์ยังล้าหลังประเทศอื่นอยู่มาก ทั้งในด้านเศรษฐกิจ และการศึกษา ฯลฯ

22.ในหลวงทรงเชี่ยวชาญในภาษาต่างประเทศหลายภาษา เช่น ภาษาฝรั่งเศส อังกฤษ เยอรมันและลาติน

“พระอัจฉริยภาพ”

23.พระอัจฉริยภาพของในหลวง มีพื้นฐานมาจาก “การเล่น” สมัยทรงพระเยาว์ เพราะหากทรงอยากได้ของเล่นอะไร ต้องทรงเก็บสตางค์ซื้อเอง หรือ ทรงประดิษฐ์เอง ทรงเคยหุ้นค่าขนมกับสมเด็จพระเชษฐา เพื่อซื้อชิ้นส่วนวิทยุทีละชิ้นๆ แล้วทรงนำมาประกอบเองเป็นวิทยุ แล้วแบ่งกันฟัง

24.สมเด็จย่าทรงสอนให้ในหลวงรู้จักการใช้แผนที่และแผนภูมิประเทศของไทย โดยโปรดเกล้าฯให้โรงเรียนเพาะช่างทำแผนที่ประเทศไทยเป็นรูปตัวต่อ เลื่อยเป็นชิ้นสี่เหลี่ยมเล็กๆเพื่อให้ทรงเล่นเป็น จิ๊กซอว์

25.ในหลวงทรงเครื่องดนตรีได้หลายชนิด แต่โปรดแคลริเนท,แซกโซโฟนและทรัมเป็ตมากที่สุดแต่เครื่องดนตรีชิ้นแรก ที่ทรงหัดเล่น คือ หีบเพลง (แอกคอร์เดียน)

26.ทรงสนพระทัยดนตรีอย่างจริงจังราวพระชนม์ 14-15 พรรษาทรงซื้อแซกโซโฟนมือสองราคา 300 ฟรังก์มาทรงหัดเล่น โดยใช้เงินสะสมส่วนพระองค์ครึ่งหนึ่ง และอีกครึ่งหนึ่งสมเด็จย่าออกให้

27.ครูสอนดนตรีให้ในหลวง ชื่อ เวย์เบรชท์ เป็นชาว อัลซาส­­­

28.ทรงพระราชนิพนธ์เพลงครั้งแรก เมื่อพระชนมพรรษา18 พรรษา เพลงพระราชนิพนธ์แรกคือ “แสงเทียน” จนถึงปัจจุบันพระราชนิพนธ์เพลงไว้ทั้งหมด 48 เพลง

29.ทรงพระราชนิพนธ์เพลงได้ทุกแห่ง บางครั้งไม่จำเป็นต้องใช้เครื่องดนตรีช่วย อย่างครั้งหนึ่งทรงเกิดแรงบันดาลพระทัย ทรงฉวยซองจดหมายตีเส้น 5 เส้นแล้วเขียนโน้ตทำนองเพลงขึ้นเดี๋ยวนั้น กลายเป็นเพลง “เราสู้”

30.วันศุกร์ที่ 29 พฤศจิกายน 2506 เสด็จทรงปลูกต้นนนทรี 9 ต้นที่มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน พร้อมทั้งทรงดนตรีเป็นครั้งแรกร่วมกับวง “อ.ส.วันศุกร์” ซึ่งมีอาจารย์และศิษย์เก่า มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ร่วมด้วย คือ ศ.ดร.ระพี สาคริก และนายอวบ เหมะรัชตะ

31.ทรงมีพระอัจฉริยภาพทางด้านการช่าง ซึ่งโปรดหุ่นจำลองต่างๆ เช่น เรือใบเรือรบเป็นต้น ในคราวเสด็จนิวัตเมืองไทยตอนก่อนสงครามโลก ได้ทรงจำลองเรือรบหลวงศรีอยุธยาจนเป็นผลสำเร็จ ครั้นแล้วเจ้าพระยารามราฆพก็ได้ทูลขอพระราชทานไปสำหรับให้พ่อค้าประชาชนได้ประมูลราคากันเพื่อเก็บเงินบำรุงโรงพยาบาลปราบวัณโรค ทรงถ่ายรูปไว้แล้วพระราชทานให้ไปตามประสงค์ปรากฏว่า น.ส.เลอลักษณ์ เศรษฐบุตร ได้ประมูลซื้อไปเป็นเงินถึง 20,000 บาท อนึ่ง แม้แต่รูปเรือลำนั้นที่ทรงถ่ายโดยฝีพระหัตถ์นายสหัส มหาคุณ เป็นผู้ประมูลซื้อไปถึงรูปละ 3,000 บาท

32.นอกจากโปรดการถ่ายภาพแล้ว ยังสนพระทัยการถ่ายภาพยนตร์ด้วย ทรงเคยนำภาพยนตร์ส่วนพระองค์ออกฉาย เพื่อนำเงินรายได้มาสร้างอาคารสภากาชาดไทย ที่ รพ.จุฬาฯ โรงพยาบาลภูมิพล รวมทั้งใช้ในโครงการโรคโปลิโอและโรคเรื้อนด้วย

33.พระราชนิพนธ์เรื่อง “นายอินทร์” และ “ติโต” ทรงเขียนด้วยลายพระหัตถ์ แล้วให้เสมียนพิมพ์ แต่เรื่องพระมหาชนกทรงพิมพ์ลงในเครื่องคอมพิวเตอร์

34.ทรงเล่นกีฬาได้หลายชนิด แต่กีฬาที่โปรดเป็นพิเศษ ได้แก่ แบดมินตัน สกี และเรือใบ ทรงเคยได้เหรียญทองจากการแข่งขันเรือใบประเภทโอ.เค. ในกีฬาแหลมทอง (ต่อมาเปลี่ยนชื่อเป็น “กีฬาซีเกมส์”) ครั้งที่ 4 ปี 2510

35.ครั้งหนึ่งในหลวงทรงเรือใบออกจากฝั่งไปได้ไม่นานก็ทรงแล่นกลับฝั่งและตรัสกับผู้ที่คอยมาเฝ้าฯว่า เสด็จกลับเข้าฝั่งเพราะเรือแล่นไปโดนทุ่นเข้า ซึ่งในกติกาการแข่งเรือใบถือว่าฟาวล์ ทั้งๆ ที่ไม่มีใครเห็น แสดงให้เห็นว่าทรงยึดกติกามากแค่ไหน

36.ทรงเป็นพระมหากษัตริย์พระองค์แรกของโลกที่ได้รับสิทธิบัตรผลงานประดิษฐ์คิดค้นเครื่องกลเติมอากาศที่ผิวน้ำหมุนช้าแบบทุ่มลอย หรือ “กังหันชัยพัฒนา” เมื่อปี 2536

37.ทรงเป็นผู้ริเริ่มการพัฒนาเชื้อเพลิงน้ำมันจากวัสดุการเกษตรเพื่อใช้เป็นพลังงานทดแทน เช่น แก๊สโซฮอล์ และน้ำมันปาล์มบริสุทธิ์ ต่อเนื่องเป็นเวลากว่า 20 ปีแล้ว

38.องค์การสหประชาชาติ ได้ทูลเกล้าฯถวายรางวัลความสำเร็จสูงสุด ด้านการพัฒนามนุษย์ แด่ในหลวงเมื่อวันที่ 26 พฤษภาคม 2549เพื่อสดุดีพระเกียรติคุณพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาชีวิตความเป็นอยู่ของประชาชนชาวไทย โดยมี นายโคฟี อันนัน เลขาธิการสหประชาชาติ เดินทางมาทูลเกล้าฯถวายรางวัลด้วยตนเอง

“เรื่องส่วนพระองค์”

39.ทรงหมั้นกับ ม.ร.ว.สิริกิติ์ กิติยากร เมื่อวันที่ 19 กรกฎาคม 2492 ณ พระตำหนัก “วิลลาวัฒนา”  และจัดพระราชพิธีราชาภิเษกสมรส ณ วังสระปทุม เมื่อวันที่ 28 เมษายน 2493

40.ในพระราชพิธีอภิเษกสมรส ในหลวงพระราชทานของที่ระลึกแก่พระบรมวงศานุวงศ์และพระญาติ คือ หีบเงินขนาดเล็กมีพระปรมาภิไธยคู่ปรากฏบนหีบนั้น

41.หลังอภิเษกสมรส เสด็จฯ “ฮันนีมูน” ที่หัวหิน

42.ทรงประกอบพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเมื่อวันที่ 5 พฤษภาคม 2493 พระนามเต็มของในหลวงคือ… พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดีจักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร

43.พระราชทานพระปฐมบรมราชโองการเป็นสัจวาจาว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขของมหาชนชาวสยาม”

44.ทรงผนวช ณ พระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ในพระบรมมหาราชวัง เมื่อวันที่ 22 ตุลาคม 2499 และประทับจำพรรษา ณ วัดบวรนิเวศวิหาร เป็นเวลา 15 วัน

45.ระหว่างทรงผนวช พระอุปัชฌาย์และพระพี่เลี้ยง คือ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า(หม่อมราชวงศ์ชื่น  นพวงศ์ฉายา สุจิตฺโต ป.๗)
วัดบวรนิเวศวิหาร

46.ในหลวงไม่โปรดสวมเครื่องประดับ เช่น แหวน สร้อยคอของมีค่าต่างๆ ยกเว้น นาฬิกา

47.พระเกศาที่ทรงตัดแล้ว ส่วนหนึ่งเก็บไว้ที่ธงชัยเฉลิมพลเพื่อมอบแก่ทหาร อีกส่วนหนึ่งเก็บไว้สร้างวัตถุมงคล เพื่อมอบแก่ราษฎรที่ทำคุณงามความดีแก่ประเทศชาติ

48.หลอดยาสีพระทนต์ ทรงใช้จนแบนราบเรียบคล้ายแผ่นกระดาษ

“พระราชกรณียกิจ”

49.โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ จนถึงปัจจุบันมีจำนวนกว่า 3,000 โครงการ

50.ทุกครั้งที่เสด็จฯไปยังสถานที่ต่างๆ จะทรงมีสิ่งของประจำพระองค์อยู่ 3 สิ่งคือ แผนที่ซึ่งทรงทำขึ้นเอง (ตัดต่อเอง ปะกาวเอง) กล้องถ่ายรูป และดินสอที่มียางลบ

51.ในหลวงทรงงานด้วยพระองค์เองทุกอย่างแม้กระทั่งการโรเนียว กระดาษที่จะนำมาให้ข้อราชการที่เข้าเฝ้าฯถวายงาน

52.ครั้งหนึ่งเมื่อในหลวงเสด็จฯทรงเยี่ยมโครงการห้วยสัตว์ใหญ่เมื่อเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่งมาถึง ปรากฏว่าฝนตกลงมาอย่างหนักข้อราชการและราษฎรที่เข้าแถวเฝ้าฯรอรับเปียกฝนกันทุกคน เมื่อทรงเห็นดังนั้น จึงทรงมีรับสั่งให้องครักษ์เก็บร่ม แล้วทรงเยี่ยมข้าราชการและราษฎรทั้งกลางสายฝน

53. ทรงศึกษาลักษณะอากาศทุกวัน โดยใช้ข้อมูลที่กรมอุตุนิยมวิทยานำขึ้นทูลเกล้าฯร่วมกับข้อมูลจากต่างประเทศที่ทรงหาเอง เพื่อป้องกันภัยธรรมชาติที่อาจก่อความเสียหายแก่ประชาชน

54.โครงการส่วนพระองค์ สวนจิตรลดา เริ่มต้นขึ้นจากเงินส่วนพระองค์จำนวน 32,866.73 บาท ซึ่งได้จากการขายหนังสือดนตรีที่พระเจนดุริยางค์ จากการขายนมวัว ก็ค่อยๆ เติบโตเป็นโครงการพัฒนามาจนเป็นอย่างที่เห็นกันทุกวันนี้

55 เวลามีพระราชอาคันตุกะเสด็จมาเยี่ยมชมโครงการฯสวนจิตรลดา ในหลวงจะเสด็จลงมาอธิบายด้วยพระองค์เอง เนื่องจากทรงรู้ทุกรายละเอียด

56.ม.ร.ว.คึกฤทธิ์ ปราโมช กราบบังคมทูลถามว่า เคยทรงเหนื่อยทรงท้อบ้างหรือไม่ ในหลวงตอบว่า “ความจริงมันน่าท้อถอยอยู่หรอก บางเรื่องมันน่าท้อถอย แต่ว่าฉันท้อไม่ได้ เพราะเดิมพันของเรานั้นสูงเหลือเกิน เดิมพันของเรานั้นคือบ้านเมือง คือความสุขของคนไทยทั่วประเทศ”

57.ทรงนึกถึงแต่ประชาชน แม้กระทั่งวันที่พระองค์ทรงกำลังจะเข้าห้องผ่าตัดกระดูกสันหลังในอีก 5 ชั่วโมง (20 กรกฎาคม 2549) ยังทรงมีรับสั่งให้ข้าราชบริพารไปติดตั้งคอมพิวเตอร์เดินสายออนไลน์ไว้ เพราะกำลังมีพายุเข้าประเทศ พระองค์จะได้มอนิเตอร์ เผื่อน้ำท่วมจะได้ช่วยเหลือทัน

58.ตั้งแต่ปี2539 เป็นต้นมา พระราชทานแนวทางดำรงชีพแบบ “เศรษฐกิจพอเพียง” และ “ทฤษฎีใหม่” เพื่อให้ราษฎรได้พึ่งพาตนเองได้

“ของโปรด”

59.อาหารโปรด : โปรดผัดผักทุกชนิด เช่น ผัดคะน้าผัดถั่วงอก ผัดถั่วลันเตา

60.ทรงเสวย ข้าวกล้อง เป็นพระกระยาหารหลัก

61.ไม่เสวยปลานิล เพราะทรงเป็นผู้เลี้ยงปลานิลคนแรกในประเทศไทย โดยใช้สระว่ายน้ำในพระตำหนักสวนจิตรลดาเป็นบ่อเลี้ยง แล้วแจกจ่ายพันธุ์ไปให้กรมประมง

62.เครื่องดื่มโปรด : โปรดโอวัลตินเป็นพิเศษ เคยเสวย
วันหนึ่งหลายครั้ง

63.โปรดข่าวช่องฝรั่งเศส เพื่อทรงรับฟังข่าวสารจากทั่วโลก

64.ทรงฟัง จส.100 และเคยโทรศัพท์ไปรายงานสถานการณ์ต่างๆ ใน กทม.ไปที่ จส.100 ด้วย โดยใช้พระนามแฝง

65.ตอนเช้าเมื่อตื่นบรรทม ในหลวงจะเปิดดูหนังสือพิมพ์รายวันทั้งไทยและเทศทุกฉบับ และก่อนเข้านอนจะทรงอ่านนิตยสารไทมส์ นิวสวีก เอเชียวีก ฯลฯ ที่มีข่าวทั่วทุกมุมโลก

66.ร้านตัดเสื้อของในหลวง คือ ร้านยูไลย เจ้าของชื่อ ยูไลยลาภประเสริฐ ถวายงานตัดเสื้อในหลวงมาตั้งแต่ปี 2501 เมื่อนายยูไลยเสียชีวิต ก็มี ลูกชาย นายสมภพ ลาภประเสริฐ มาถวายงานต่อจนถึงปัจจุบัน

67.ห้องทรงงานของในหลวง อยู่ใกล้ห้องบรรทม บนชั้น 8 ของตำหนักจิตรลดาฯเป็นห้องเล็กๆ ขนาด 3×4 เมตร ภายในห้องมีวิทยุ โทรทัศน์ โทรศัพท์ โทรสาร คอมพิวเตอร์ เครื่องบันทึกเสียง เครื่องพยากรณ์ แผนที่ ฯลฯ

68.สุนัขทรงเลี้ยง นอกจากคุณทองแดง สุวรรณชาด สุนัขประจำรัชกาล ที่ปัจจุบันอยู่ที่พระราชวังไกลกังวล แล้ว ยังมีสุนัขทรงเลี้ยงอีก 33 ตัว

69.อาชีพของในหลวง เมื่อผู้แทนพระองค์ไปติดต่อเอกสารสำคัญใดๆ โปรดให้กรอกในช่อง อาชีพ ของพระองค์ว่า “ทำราชการ”

70.ในหลวงทรงพระเนตรเทียมข้างขวา เป็นผลจากอุบัติเหตุทางรถยนต์ที่เมืองโลซานน์ สวิตเซอร์แลนด์ รถพระที่นั่งชนกับรถบรรทุกอย่างแรง ทำให้เศษกระจกเข้าพระเนตรข้างขวา ตอนนั้นมีพระชนม์เพียง 20 พรรษา และทรงใช้พระเนตรข้างซ้ายข้างเดียวในการทำงานบำบัดทุกข์บำรุงสุขประชาชนชาวไทยมาตลอด

71.ครั้งหนึ่งหนังสือพิมพ์อเมริกันลงข่าวลือเกี่ยวกับในหลวงว่า แซกโซโฟนที่ทรงอยู่เป็นประจำนั้นเป็นแซกโซโฟนที่ทำด้วยทองคำเนื้อแท้บริสุทธิ์ ซึ่งได้มีพระราชดำรัสว่า “อันนี้ไม่จริงเลย สมมุติว่าจริงก็จะหนักมาก ยกไม่ไหวหรอก”

72.ปีหนึ่งๆ ในหลวงทรงเบิกดินสอแค่ 12 แท่ง ใช้เดือนละแท่ง จนกระทั่งกุด

73.หัวใจทรงเต้นไม่ปกติ ในหลวงเคยทรงพระประชวรหนักจนหัวใจเต้นไม่ปกติ เนื่องจากติดเชื้อไมโครพลาสมา ขณะเสด็จฯทรงเยี่ยมราษฎรที่อำเภอสะเมิงติดต่อกันหลายปี

74.รู้หรือไม่ว่า ในหลวงเป็นคนประดิษฐ์รูปแบบฟอนต์ภาษาในคอมพิวเตอร์ที่ใช้กันอยู่ทุกวันนี้อย่าง ฟอนต์จิตรลดา ฟอนต์ภูพิงค์

75.ในหลวงทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ครองราชย์นานที่สุดในโลก

76.ในงานเฉลิมฉลองครองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี มีพระราชวงศ์จากทั่วโลกเสด็จมาร่วมงาน 25 ราชวงศ์

77.ในนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เนื่องในโอกาสฉลองสิริราชสมบัติครบ 60 ปี จัดขึ้นที่อิมแพค มีประชาชนเข้าชมรวม 6 ล้านคน

78.ในหลวงเริ่มพระราชทานปริญญาบัตรครั้งแรกเมื่อปีพ.ศ.2493 จน 29 ปีต่อมาจึงมีผู้คำนวณว่าเสด็จพระราชทานปริญญาบัตร 490 ครั้งประทับครั้งละ 3 ชม. ทรงยื่นพระหัตถ์พระราชทาน 470,000 ครั้ง น้ำหนักปริญญาบัตรฉบับละ 3 ขีด รวมน้ำหนักทั้งหมด 141 ตัน

79.ดอกไม้ประจำพระองค์ คือ ดอกดาวเรือง

80.สีประจำพระองค์คือ สีเหลือง

81.ทรงมีรับสั่งกับข้าราชบริพารเสมอว่า การนั่งรถคนละคันเป็นการสิ้นเปลือง ให้นั่งรวมกัน ไม่โปรดให้มีขบวนรถยาวเหยียด

กระทรวงวัฒนธรรมเผยข้อแนะนำ การแสดงความเคารพพระบรมศพ (ชมคลิป)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241535

กระทรวงวัฒนธรรมเผยข้อแนะนำ การแสดงความเคารพพระบรมศพ (ชมคลิป)

กระทรวงวัฒนธรรมเผยข้อแนะนำ การแสดงความเคารพพระบรมศพ (ชมคลิป)

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 17.39 น.

24 ต.ค.59 ภายหลังจากที่สำนักพระราชวังแจ้งว่า ให้ประชาชนเข้าถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเบื้องหน้าพระบรมโกศ ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ได้ตั้งแต่วันที่ 29 ต.ค.59 เป็นต้นไป เวลา 08.00 – 21.00 น.ทุกวัน (ยกเว้นช่วงมีพระราชพิธีบนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท) นั้น กรมส่งเสริมวัฒนธรรม กระทรวงวัฒนธรรม จึงได้มีการเผยแพร่คลิปวีดีโอแนะนำประชาชน เพื่อนำไปปฏิบัติได้อย่างถูกต้อง

พฤหัสนี้พร้อมไหม?! ‘อ.สมเถา’ชวนคนโคราช ร้องเพลง’สรรเสริญพระบารมี’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241530

พฤหัสนี้พร้อมไหม?! 'อ.สมเถา'ชวนคนโคราช ร้องเพลง'สรรเสริญพระบารมี'

พฤหัสนี้พร้อมไหม?! ‘อ.สมเถา’ชวนคนโคราช ร้องเพลง’สรรเสริญพระบารมี’

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 17.09 น.

24 ต.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า อ.สมเถา สุจริตกุล วาทยากรชื่อดัง ผู้ควบคุมการบรรเลงเพลงสรรเสริญพระบารมี โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว “Somtow Sucharitkul” เชิญชวนประชาชนร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี เพื่อน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ในวันพฤหัสบดีที่ 27 ตุลาคมนี้ เวลา 17.00 น. ที่ลานย่าโม ถ.ราชดำเนิน ถ.ชุมพล และ.ถ.จอมพล จ.นครราชสีมา โดย อ.สมเถา และวงออร์เคสตรา Siam Philharmonic Orchestra จะเป็นผู้ควบคุมและบรรเลงเพลง เหมือนเมื่อวันเสาร์ที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา

นอกจากนี้ อ.สมเถา ยังระบุด้วยว่า หากประชาชนในจังหวัดต่างๆ มีความต้องการอยากร้องเพลงสรรเสริญพระบารมี พวกตนก็พร้อมที่จะเดินทางไปบรรเลงตามสถานที่นั้นๆ

 

14องค์กรสื่อเตรียมจัดกิจกรรม ‘รวมคนสื่อ แสดงความอาลัยพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241527

14องค์กรสื่อเตรียมจัดกิจกรรม 'รวมคนสื่อ แสดงความอาลัยพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9'

14องค์กรสื่อเตรียมจัดกิจกรรม ‘รวมคนสื่อ แสดงความอาลัยพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9’

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 17.03 น.

14 องค์กรสื่อเตรียมจัดกิจกรรม “รวมคนสื่อ แสดงความอาลัยพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9” 13 พ.ย.และต่อเนื่อง 1 ปี ภายใต้แนวคิด “พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 กับวงการสื่อมวลชน” เปิดให้สื่อมวลชนลงนามถวายสักการะ ตั้งแต่ 29 ต.ค.ที่สมาคมนักข่าวฯ

24 ต.ค.59 นายวันชัย วงศ์มีชัย นายกสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย เปิดเผยว่า วันนี้ 14 องค์กรวิชาชีพสื่อ ได้ร่วมประชุมหารือ เตรียมจัดกิจกรรมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายใต้แนวคิด “พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 กับวงการสื่อมวลชน”

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการสื่อมวลชนอย่างยิ่ง โดยเฉพาะอาคารสมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นที่ทำการของหลายองค์กรสื่อ สร้างขึ้นในที่ดินของสำนักงานทรัพย์สินส่วนพระมหากษัตริย์ โดยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ทรงวางศิลาฤกษ์ในวันพฤหัสบดีที่ 6 มี.ค.2512 และเสด็จเปิดอาคารในวันเสาร์ที่ 26 มิ.ย.2514 นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณต่อวงการสื่อมวลชนหาที่สุดมิได้ อีกทั้งทรงมีพระราชดำรัสในวโรกาสต่างๆ ต่อสื่อมวลชนเสมอมา

ดังนั้น เพื่อแสดงความกตัญญูต่อพระองค์ท่าน 14 องค์กรวิชาชีพสื่อจึงร่วมกันกำหนดจัดกิจกรรม ภายใต้แนวคิด “พระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 กับวงการสื่อมวลชน” ชื่องาน “รวมคนสื่อ แสดงความอาลัยพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9” โดยจะมีกิจกรรมอย่างต่อเนื่อง ตลอด 1 ปี อาทิ การจัดนิทรรศการภาพข่าว การจัดกิจกรรมบริจาคโลหิต การจัดพิมพ์หนังสือรวมบทกวีแสดงความอาลัย การจัดพิมพ์พระราชดำรัสที่เกี่ยวกับสื่อมวลชน โดยจะเปิดให้สื่อมวลชนร่วมลงนามแสดงความอาลัยที่สมาคมนักข่าวฯ ได้ตั้งแต่วันเสาร์ที่ 29 ต.ค.และจะจัดงานแสดงความอาลัยพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9 ในวันอาทิตย์ที่ 13 พ.ย.59 เวลา 17.00 น.ณ อาคารที่ทำการสมาคมฯ

รายชื่อเบื้องต้นองค์กรวิชาชีพสื่อที่ร่วมจัดกิจกรรม

1.สมาคมนักข่าวนักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย

2.มูลนิธิอิศรา อมันตกุล

3.สมาพันธ์นักหนังสือพิมพ์แห่งประเทศไทย (เครือข่าย 10 องค์กรสื่อ)

4.สภาการหนังสือพิมพ์แห่งชาติ

5.สภาวิชาชีพข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย

6.สมาคมนักข่าววิทยุและโทรทัศน์ไทย

7.สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย

8.สถาบันอิศรา

9.มูลนิธิพัฒนาสื่อมวลชนแห่งประเทศไทย

10.สมาคมผู้ผลิตข่าวออนไลน์

11.ชมรมนักข่าวสิ่งแวดล้อม

12.ชมรมนักข่าวสายเทคโนโลยีสารเทศ

13.สหภาพแรงงานกลางสื่อมวลชน

14.ชมรมเพื่อเพื่อน

สำหรับองค์กรสื่อที่มีความประสงค์เข้าร่วมกิจกรรมดังกล่าว สามารถติดต่อสอบถามได้ที่ โทร 02-668-9422