ปั้นเยาวชนหัวใจอนุรักษ์ ปีที่ 3 สร้างสรรค์โครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241656

x

ปั้นเยาวชนหัวใจอนุรักษ์ ปีที่ 3 สร้างสรรค์โครงการเพื่อสิ่งแวดล้อม

วันพุธ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ ปตท.สผ. สานต่อโครงการ PTTEP Teenergy ต่อเนื่องเป็นปีที่ 3เดินหน้าปลูกจิตสำนึกและสร้างกระบวนการมีส่วนร่วมให้เยาวชน ร่วมอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมผลักดันให้เกิดโครงการต่อยอดอย่างเป็นรูปธรรม โดยร่วมกับอุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม และมูลนิธิพิทักษ์อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ นำเยาวชนระดับมัธยมศึกษาตอนปลายที่ผ่านการคัดเลือกจาก

ทั่วประเทศ เข้าร่วมกิจกรรมค่ายภายใต้แนวคิด “หลงป่า” เพื่อเปิดประสบการณ์เรียนรู้คุณค่าของผืนป่ามรดกโลก ณ อุทยานแห่งชาติเขาใหญ่ จังหวัดนครราชสีมา ระหว่างวันที่ 20-22 ตุลาคม 2559 เพื่อสื่อถึงความสำคัญของระบบนิเวศน์ผืนป่ามรดกโลกเขาใหญ่ เปรียบเสมือนการพาเยาวชนไปสัมผัสความงดงามของผืนป่าจนเกิดความหลงรักในคุณค่าของธรรมชาติและพร้อมเป็นแนวร่วมในการอนุรักษ์ดูแล ปกป้องป่า โดยปีนี้ได้รับความสนใจจากเยาวชนทั่วประเทศสมัครเข้าร่วมโครงการเกินความคาดหมาย รวม 950 คน และคณะกรรมการได้คัดเลือกเยาวชน จากการเขียนบทความเรื่องบทความเกี่ยวกับ แรงบันดาลใจและแนวคิดในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติฯ จำนวน 100 คนมาร่วมค่าย PTTEP Teenergyเพื่อเรียนรู้แนวทางการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมจากนักอนุรักษ์ แนวหน้าของเมืองไทย

โลกสดใสกายสุขสันต์ :สสส.กับการสร้างการมีส่วนร่วม หนุนภาคประชาสังคมให้เข้มแข็ง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241659

โลกสดใสกายสุขสันต์ :สสส.กับการสร้างการมีส่วนร่วม  หนุนภาคประชาสังคมให้เข้มแข็ง

โลกสดใสกายสุขสันต์ :สสส.กับการสร้างการมีส่วนร่วม หนุนภาคประชาสังคมให้เข้มแข็ง

วันพุธ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ภาคประชาสังคม (Civil Society Organization – CSO)” ที่มีการรวมกลุ่มกันทำประโยชน์เพื่อสังคมหมายถึง บุคคล กลุ่ม หรือองค์กรที่ไม่ใช่ของรัฐ หรืออาจจะมีร่วมกันกับภาครัฐ ร่วมด้วยช่วยกันเพื่อ ให้เกิดการทำงานมีประสิทธิภาพมากขึ้น ปัจจุบันมีแนวโน้มว่าจะมีกลุ่มคน หรือองค์กรต่างๆ เพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ นับเป็นนิมิตหมายที่มองเห็นว่า ประชาสังคมไทยกำลังจะเกิดความเข้มแข็งมากขึ้น

คุณกาญจนา ภัทรโชค รองอธิบดีกรมองค์การระหว่างประเทศ กล่าวถึงบทบาทของภาคประชาสังคม ผ่านเวทีเสวนา เรื่อง “ประชาสังคมเข้มแข็ง สู่ประชาธิปไตยที่สมบูรณ์” ว่า การที่ภาคสังคมมีบทบาทต่อการขับเคลื่อนสังคมเป็นเพราะประเด็นหรือเรื่องราวที่ทำอยู่ในปัจจุบันเป็นเรื่องที่เชื่อมโยงกันจะอาศัยภาครัฐแก้ปัญหาฝ่ายเดียวก็ลำบาก จำเป็นต้องมีหลายฝ่ายทำงานร่วมกันซึ่งล้วนแต่มีเป้าหมายเดียวกันคือการพัฒนาอย่างยั่งยืนทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม แต่การพัฒนาเหล่านี้ต้องไม่ก่อให้เกิดความเหลื่อมล้ำในสังคม ซึ่งสหประชาชาติได้กำหนดว่าหากจะแก้ปัญหาสังคมควรแก้ที่ปัญหาความยากจน สำหรับประเทศไทยมีการแก้ปัญหาความยากจนเป็นจำนวนมากแต่กลับมีความเหลื่อมล้ำที่เพิ่มสูงขึ้น ซึ่งภาคประชาสังคมจะช่วยแก้ปัญหาเหล่านี้ได้เพราะทำงานใกล้ชิดกับชุมชน และเจอประเด็นปัญหาที่เกิดขึ้นในทุกๆ เรื่อง ตั้งแต่เรื่องแรงงาน สิ่งแวดล้อม และที่ดินทำกิน

ปัจจัยสำคัญอีกอย่างที่จะทำให้งานภาคประชาสังคมขยายตัวมากขึ้นคือ สื่อโซเชียลมีเดีย ที่จะทำให้บทบาทของภาคประชาสังคมออกสู่การรับรู้ของสังคมอันเป็นการ นำเสนอเรื่องราวต่างๆผ่านโซเชียลมีเดียให้มีการกระจายอย่างรวดเร็วและไร้ขีดจำกัด อีกทั้ง ยังมีส่วนทำให้งานของภาคประชาสังคมมีความคล่องตัวในการดำเนินงานสามารถเข้าถึงชุมชนได้อย่างรวดเร็ว

สำหรับในส่วนของการทำงานร่วมกันระหว่างภาคประชาสังคมกับภาครัฐยังต้องมีความมุ่งหมายที่เป็นไปในทิศทางเดียวกัน ต้องอย่าให้เกิดปัญหาในเรื่องขาดความไว้วางใจแก่กัน โดยเฉพาะประเด็นสิ่งแวดล้อม การมีเวทีให้ผู้แทนจากภาครัฐและภาคประชาสังคมได้แลกเปลี่ยนกันจึงเป็นวิธีทำให้ทั้งสองฝ่ายได้เรียนรู้กัน นอกจากนั้นภาคประชาสังคมยังต้องมีการพัฒนาตนเองและได้รับการสนับสนุนเพื่อให้การทำงานมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น เช่น ควรเป็นองค์กรที่นำเสนอเชิงนโยบายเพื่อขับเคลื่อนร่วมกัน และควรได้รับการสนับสนุนด้านองค์ความรู้ ทั้งภาษา การสื่อสาร การใช้โซเชียลมีเดียการพูดในที่สาธารณะ ทักษะการฟัง เป็นต้น

คุณชินชัย ชี้เจริญ ที่ปรึกษาวิชาการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ แนะถึงการส่งเสริมความเข้มแข็งและการทำงานของภาคประชาสังคมในประเทศไทยว่าการส่งเสริมการทำงานของภาคประชาสังคมให้เข้มแข็งควรได้รับการหนุนเสริมที่เป็นระบบ ซึ่งภาคประชาสังคมยังทำงานร่วมกับหลายภาคส่วน จึงควรมีการทำงานที่ชัดเจน คือ 1.การหนุนเสริมต้องมีความชัดเจนในการกำหนดของเขตการทำงาน เพราะแต่ละส่วนมีกฎหมายรองรับที่ต่างกันการเชื่อมโยงกำหนดขอบข่ายจึงเป็นสิ่งสำคัญ 2.บทบาทความรับผิดชอบของภาครัฐ ซึ่งภาคประชาสังคมจะต้องมีการกำหนดความรับผิดชอบพื้นฐานภาคของรัฐให้ทำงานได้อย่างเต็มที่ แต่หากรัฐไม่สามารถสนับสนุนด้านงบประมาณได้อย่างเต็มที่ก็ต้องอำนวยความสะดวกและสนับสนุนให้ภาคประชาสังคมทำงานอย่างเต็มที่ และ 3.การพัฒนาที่มีเป้าหมายร่วมกันระหว่างภาครัฐและภาคประชาสังคมจะต้องมีการกำหนดแผนงานให้สอดคล้องกันเพื่อนำไปสู่ความสำเร็จของเป้าหมายร่วมกัน

นางสาวนันทวัน หาญดี แกนนำเครือข่ายเกษตรกรรมทางเลือก จ.ฉะเชิงเทรา เล่าถึงการทำงานของภาคประชาสังคมในพื้นที่ให้ฟังว่า จากเดิมภาคตะวันออกมีองค์กรภาคประชาสังคมน้อยมาก การทำงานที่เกิดขึ้นเป็นการพัฒนาแบบประชาชนไม่มีส่วนร่วม ฉะนั้นแนวทางการทำงานทำให้การรับมือปัญหาค่อนข้างอ่อนแอ การนำเสนอปัญหาสู่สาธารณะยังมีข้อจำกัด ขาดแคลนงบประมาณในการดำเนินงาน คนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามาเรียนรู้การทำงานภาคประชาสังคมยังมีน้อย โดยคนในพื้นที่มองภาคประชาสังคมเป็นตัวแทนของประชาชนที่เดือดร้อน แต่ขณะเดียวกันภาครัฐหรือสังคมทั่วไปกลับมองว่าเป็นกลุ่มที่ขัดขวางการพัฒนา ดังนั้นการทำงานร่วมกันจะต้องมีความไว้วางใจและทัศนคติที่ดีต่อกัน มองเห็นความสำคัญของภาคประชาสังคมอย่างแท้จริงและมองว่าเป็นการพัฒนาความเข้มแข็งประชาธิปไตยแบบมีส่วนร่วม เพราะการที่ประชาชนสะท้อนปัญหาที่เกิดขึ้น พร้อมเสนอแนวทางการแก้ปัญหาหรือทิศทางการพัฒนาที่เหมาะสมต่อแนวทางการพัฒนาที่ยั่งยืนในพื้นที่ของตนเอง เพียงเพื่อต้องการให้เกิดการแก้ปัญหาให้ตรงจุด เพื่อแก้ปัญหาและกำหนดทิศทางการพัฒนาที่ยั่งยืน

ปัจจุบันสำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) เป็นอีกหนึ่งหน่วยงานที่สนับสนุนและส่งเสริมการทำงานของภาคประชาสังคมเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้ดีขึ้น ทั้งด้านกาย ใจ ปัญญา และสังคม ผ่านโครงการต่างๆ เช่น การสนับสนุนความเข้มแข็งและการมีสุขภาวะที่ดีในชุมชน ของสำนักส่งเสริมสุขภาวะชุมชน จึงนับได้ว่า สสส. เป็นตัวจักรสำคัญอย่างมากในเวลานี้ที่จะเป็นที่พึ่งในการนำพาให้ภาคประชาสังคมก้าวหน้าไปอย่างเป็นระบบ และเป็นหน่วยงานที่เข้าใจสามารถลงไปร่วมสนับสนุนภาคประชาสังคมได้อย่างไร้รอยตะเข็บของความขัดแย้ง

ก.แรงงานจัดบริการลูกจ้าง เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241655

x

ก.แรงงานจัดบริการลูกจ้าง เข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพ

วันพุธ ที่ 26 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

หม่อมหลวงปุณฑริก สมิติ ปลัดกระทรวงแรงงาน เปิดเผยว่า ตามที่สำนักพระราชวัง ได้ประกาศให้ประชาชนได้เข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ภายหลังจากเสร็จสิ้นพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศล ครบ 15 วันแล้วโดยเริ่มตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2559 ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. นั้น พลเอกศิริชัยดิษฐกุล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน ได้สั่งการให้แรงงานจังหวัดทุกจังหวัดร่วมกับหน่วยงานในสังกัดกระทรวงแรงงานทั่วประเทศประสานกับผู้ประกอบการ และลูกจ้างในสถานประกอบการแต่ละพื้นที่ ที่มีความประสงค์จะเดินทางมาเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ โดยให้จัดทำระบบรายงานที่ชัดเจน อาทิ รายชื่อลูกจ้าง นายจ้าง เส้นทางการเดินทาง จุดรับ-ส่งแต่ละจังหวัด การอำนวยความสะดวกและบริการระหว่างการเดินทางและรายชื่อผู้ประสานงานพร้อมหมายเลขโทรศัพท์ที่ติดต่อได้ เป็นต้น ทั้งนี้เพื่อให้ลูกจ้างได้รับความสะดวกตลอดการเดินทางและเจ้าหน้าที่แต่ละหน่วยงานสามารถปฏิบัติงานอำนวยความสะดวกด้วยระบบการตรวจสอบที่ชัดเจนรัดกุมมากยิ่งขึ้นอีกทางหนึ่งด้วย

หากมีลูกจ้าง นายจ้างในสถานประกอบการพื้นที่ใดที่มีความประสงค์เดินทางมาเข้าเฝ้าฯ ขอให้แรงงานจังหวัดอำนวยความสะดวกในการเดินทางและให้ยึดแนวปฏิบัติตามประกาศของกระทรวงมหาดไทย เพื่อให้สอดคล้องตามแผนอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนที่จะเดินทางมาเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ ทั้งนี้ ให้รายงานการปฏิบัติตามแบบรายงานที่กำหนดให้ศูนย์บัญชาการติดตามสถานการณ์ กระทรวงแรงงาน ทราบเป็นประจำทุกวันด้วย ขณะเดียวกันกระทรวงแรงงาน ยังได้จัดให้ข้าราชการ นายจ้าง ลูกจ้าง เครือข่ายภาคแรงงาน ภาคเอกชนและประชาชนทั่วไป ลงนามแสดงความไว้อาลัยผ่านทางหน้าแรกก่อนเข้าเว็บไซต์กระทรวงแรงงาน http://www.mol.go.th เพื่อรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ซึ่งรายชื่อผู้ที่ร่วมลงนามทั้งหมดจะรวบรวมให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

กอร.รสเร่งจัดระเบียบจยย.จิตอาสา ลุยทำบัตรแสดงตนป้องกันมิจฉาชีพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241723

กอร.รสเร่งจัดระเบียบจยย.จิตอาสา ลุยทำบัตรแสดงตนป้องกันมิจฉาชีพ

กอร.รสเร่งจัดระเบียบจยย.จิตอาสา ลุยทำบัตรแสดงตนป้องกันมิจฉาชีพ

วันอังคาร ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 18.34 น.

25 ต.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.00 น. พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ พรรณจิตต์ รองแม่ทัพภาคที่ 1 ในฐานะที่ได้รับมอบหมายให้กำกับดูแลความเรียบร้อยและการจราจรในพื้นที่รอบพระบรมมหาราชวัง ได้เป็นประธานการประชุมกองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.)ที่ท้องสนามหลวง  ทั้งนี้ที่ประชุมได้นำปัญหาที่เกิดขึ้นมาแก้ไขอย่างเร่งด่วน โดยเฉพาะกรณีจักรยานยนต์จิตอาสาที่ให้บริการรับส่งประชาชนที่เข้ามาร่วมไว้อาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งปรากฏว่าได้รับแจ้งจากประชาชนว่า มีคนไม่ดีเข้ามาปะปนปลอมเป็นจิตอาสาและเรียกเก็บค่าโดยสารเมื่อถึงปลายทางถือว่าเป็นการเอาเปรียบประชาชน ทางกอร.รส.จึงมีความจำเป็นต้องเปิดให้รถจักรยานยนต์ที่ต้องการเป็นจิตอาสาจริงๆ มาลงทะเบียนให้ถูกต้องเพื่อป้องกันคนแปลกปลอมแฝงเข้ามาหาประโยชน์ ซึ่งขณะนี้ได้มีเครือข่ายที่ต้องการทำความดีเข้ามาลงทะเบียนจำนวนหนึ่ง มีทั้งนักศึกษาและประชาชนที่เสียสละจริงๆ ทั้งนี้เพื่อเป็นการควบคุมให้อยู่ระเบียบและสามารถตรวจสอบได้โดยทาง กอร.รส.ได้ทำบัตรแสดงตนว่ากลุ่มจักรยานยนต์เป็นจิตอาสาจริง หากประชาชนที่ถูกมิจฉาชีพที่แฝงเข้ามาเรียกเก็บค่าโดยสาร สามารถแจ้งมาได้ที่เบอร์โทร1197

พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวอีกว่า นอกจากนี้ยังพบว่า เริ่มมีพวกฉวยโอกาส ทั้งพ่อค้าหาบเร่แผงลอยแอบมาเอาอาหารที่นำมาให้ประชาชนได้รับประทานนำไปกักตุนไว้เพื่อไปจำหน่าย ซึ่งได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่เทศกิจลงไปกวดขันคุมเข้มกลุ่มคนเหล่านี้ให้มากขึ้น นอกจากนี้ กอร.รส.ยังได้ปฏิบัติตามนโยบาย พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคสช. และพล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผบ.ทบ.ที่ต้องการอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนในเรื่องมาตรการการรักษาความปลอดภัย ซึ่งขณะนี้ได้ติดตั้งกล้องวงจรปิดเพิ่มมากขึ้น ทั้งบริเวณรอบท้องสนามหลวง และภายในท้องสนามหลวง รวมถึงรอบปริมณฑลในทุกเส้นทาง โดยให้เจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องเร่งดำเนินการตรวจเช็คสภาพกล้องที่ติดอยู่เดิมด้วยว่าสามารถใช้งานได้หรือไม่  ทั้งนี้เพื่อเป็นการเฝ้าตรวจคุมเข้มในการรักษาความปลอดภัยกับพี่น้องประชาชน รวมถึงตั้งจุดตรวจรถที่จะผ่านเข้ามาบริเวณท้องสนามหลวง ไม่เว้นแม้แต่รถทางราชการที่จะต้องลงทะเบียนกับ กอร.รส.ให้เป็นไปตามระเบียบการรักษาความปลอดภัย

สำหรับการแจกแผ่นพับซึ่งเป็นคู่มือประชาชนร่วมพิธีฯนั้น พล.ต.พงษ์สวัสดิ์ กล่าวว่าขณะนี้ได้ดำเนินการจัดพิมพ์ภาษาไทยจำนวน 100,000 แผ่น ในเบื้องต้นพร้อมแจกให้ประชาชนแล้ว ซึ่งเป็นรายละเอียดของแผนที่บริเวณรอบท้องสนามหลวงแสดงให้เห็นถึง จุดประชาสัมพันธ์ จุดแจกอาหาร เครื่องดื่ม  จุดพยาบาล จุดบริการสุขา และจุดที่เป็นคิวพักรอเพื่อเข้าสักการะพระบรมศพ พร้อมกับข้อควรปฎิบัติ 7 ข้อคือ 1.แต่งกายสุภาพเรียบร้อย 2.รับประทานอาหารจากโรงทานเพื่อความสะอาดเรียบร้อย 3.นำกระบอกน้ำมาเองหรือเติมน้ำใส่ขวดน้ำตามจุดบริการ 4.ทิ้งและแยกขยะตามจุดที่กำหนด 5.ให้ความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ 6.สุภาพและเมตตาต่อกัน และ7.ละเว้นการซื้อขายของถวายราชสักการะ  หากมีข้อสงสัยสามารถสอบถามรายละเอียดได้ที่หมายเลข 091-8142076 หรือ กองอำนวยการร่วม 1899 ศูนย์เอราวัณ 1646 และศูนย์นเรนทร 1669

(แฟ้มภาพ)

นร.รร.วัดสระเกศขอทำดีเพื่อพ่อ ลุยเก็บขยะรอบสนามหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241718

นร.รร.วัดสระเกศขอทำดีเพื่อพ่อ ลุยเก็บขยะรอบสนามหลวง

นร.รร.วัดสระเกศขอทำดีเพื่อพ่อ ลุยเก็บขยะรอบสนามหลวง

วันอังคาร ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 18.24 น.

25 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานจากบริเวณท้องสนามหลวง พบกลุ่มเด็กนักเรียน โรงเรียนวัดสระเกศ ได้พร้อมใจกันเดินเท้ามายังสนามหลวงเพื่อช่วยกันเก็บขยะ บริเวณโดยรอบ โดยเผยว่า ได้เดินมาจากโรงเรียนเพื่อช่วยเก็บขยะกันและแยกย้ายกันเก็บขยะรอบสนามหลวงเพื่อพ่อหลวงตั้งแต่ 12.00 น. พร้อมทั้งบอกว่ารู้สึกเสียใจต่อการเสด็จสวรรคตของในหลวง และขอสัญญาว่าจะเป็นเด็กดี ตั้งใจเรียน เป็นคนดีของสังคมในวันนี้และอนาคต

นายกฯขอบคุณทุกหน่วยงาน อำนวยความสะดวกปชช.ร่วมไว้อาลัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241681

นายกฯขอบคุณทุกหน่วยงาน อำนวยความสะดวกปชช.ร่วมไว้อาลัย

นายกฯขอบคุณทุกหน่วยงาน อำนวยความสะดวกปชช.ร่วมไว้อาลัย

วันอังคาร ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.50 น.
25 ต.ค. 59 เมื่อเวลา 13.45 น. ที่ทำเนียบรัฐบาล พ.อ.หญิง ทักษดา สังขจันทร์ ผู้ช่วยโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรีแถลงหลังการประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เรื่องการรองรับประชาชนที่จะมาถวายสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช วันที่ 29 ต.ค.นี้ ว่า พล.อ. ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ได้ขอบคุณหน่วยงานต่างๆ ทีช่วยดูแลสถานที่มาตลอด และขอบคุณหน่วยแพทย์ หน่วยเจ้าหน้าที่จิตอาสาที่มาช่วยเหลือบริการในด้านอาหารและน้ำดื่ม รวมถึงการอำนวยความสะดวกอื่นๆ ด้วย
นอกจากนั้นนายกฯ ได้สั่งการถึงการให้บริการห้องน้ำให้กับประชาชน ทั้งนี้มีเสียงบ่นจากประชาชนว่าห้องน้ำไม่เพียงพอต่อความต้องการของคนที่อยู่บริเวณท้องสนามหลวง จึงสั่งการให้ นางอรรชกา สีบุญเรือง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงอุตสาหกรรมติดต่อบริษัทเอสซีจี  โดยจะเข้ามาช่วยเหลือในการทำห้องน้ำน็อคดาวน์ให้กับประชาชน  โดยวันที่ 29 ต.ค. คาดว่าจะมีห้องน้ำชั่วคราวให้บริการเพิ่มเติมมากขึ้น  และวันที่ 14 พ.ย. เป็นต้นไป บริษัทเอสซีจีจะทำห้องน้ำน็อคดาวน์ให้เพิ่มขึ้นอีก 1 ยูนิต ซึ่งจะมีทั้งห้องน้ำชายและหญิงให้บริการ

กาฬสินธุ์เปิดนิทรรศการรำลึก ‘พระราชกรณียกิจพ่อหลวง’ เพื่อปวงชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241657

กาฬสินธุ์เปิดนิทรรศการรำลึก 'พระราชกรณียกิจพ่อหลวง' เพื่อปวงชน

กาฬสินธุ์เปิดนิทรรศการรำลึก ‘พระราชกรณียกิจพ่อหลวง’ เพื่อปวงชน

วันอังคาร ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.02 น.

25 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ข้าราชการ พ่อค้า และประชาชนจังหวัดกาฬสินธุ์ยังคงเดินทางมาลงนามน้อมเกล้าฯถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จ พระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช เบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ ที่บริเวณห้องโถงศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์อย่างต่อเนื่องตลอดทั้งวัน ซึ่งทางจังหวัดได้จัดสถานที่และเปิดให้ประชาชนลงนามตั้งแต่เวลา 08.00 – 16.30 น. ทุกวัน

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังได้จัดนิทรรศการพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจต่างๆของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์ มหาภูมิพลอดุลยเดช ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์ ตั้งแต่ทางเข้าหน้าศาลากลางจังหวัดไปจนถึงห้องโถงบริเวณสถานที่ลงนามถวายความอาลัย ซึ่งตลอดทั้งวันยังคงมีบรรดาข้าราชการ และประชาชน เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการอย่างไม่ขาดสาย ซึ่งทุกคนล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์เพื่อปวงชนอย่างแท้จริง ทั้งยังทรงเสียสละและทุ่มเทพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจตลอดการครองราชย์อันยืนยาว 70 ปี อีกทั้งยังมีพระราชดำรัสและมีโครงการพระราชดำริต่างๆมากมายในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์จนนำไปสู่ความยั่งยืน พลิกฟื้นพื้นดินให้อุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าว โดยเฉพาะโครงการพระราชดำริอุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ อ่างเก็บน้ำลำพะยังตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และโครงการพัฒนาแก้มลิงหนองเลิงเปือย อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณและซาบซึ้งใจไม่รู้ลืมสำหรับพสกนิกรชาวกาฬสินธุ์

นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ กล่าวว่า สำหรับนิทรรศการดังกล่าวจัดขึ้นเพื่อให้ประชาชนที่มาลงนามถวายความอาลัยบริเวณห้องโถงศาลากลางจังหวัดได้เข้าเยี่ยมชมนิทรรศการพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์ มหาภูมิพลอดุลยเดช ที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณต่อพสกนิกรชาวกาฬสินธุ์ รวมทั้งพระราชกรณียกิจด้านต่างๆและพระราชประวัติตลอดการครองราชย์ 70 ปี โดยเฉพาะโครงการพระราชดำริอุโมงค์ผันน้ำลำพะยังภูมิพัฒน์ อ่างเก็บน้ำลำพะยังตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ

ซึ่งวันที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2535 พระบาทสมเด็จพระปรมินทร์ มหาภูมิพลอดุลยเดช และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินีนาถ เสด็จพระราชดำเนินเยี่ยมราษฎร บ้านกุดสิม ตำบลคุ้มเก่า อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ และเสด็จพระราชดำเนินทอดพระเนตรสภาพภูมิประเทศของลำน้ำลำพะยัง ที่บ้านกุดสิมและอ่างเก็บน้ำห้วยสายนาเวียง ตำบลคุ้มเก่า อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ ทรงพระราชทานพระราชดำริให้กรมชลประทาน พิจารณาวางโครงการและก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำพะยังตอนบน (ห้วยวังคำ) บ้านดงหมู ตำบลคุ้มเก่าและบ้านนาวี ตำบลสงเปลือย อำเภอเขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์ เมื่อวันที่ 24 พฤศจิกายน 2535 และวันที่ 16 พฤศจิกายน 2535 ให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำลำพะยังตอนบนเพื่อช่วยเหลือราษฎรให้มีน้ำใช้เพื่อทำการเกษตรและอุปโภคบริโภคตลอดปี พร้อมทั้งพิจารณาผันน้ำจากลำห้วยยาง ลงมาเพิ่มเติมให้กับอ่างเก็บน้ำลำน้ำพะยังตอนบน อันเนื่องมาจากพระราชดำริ เพื่อสนับสนุนเกษตรทฤษฎีใหม่ ในเขตตำบลคุ้มเก่าและตำบลสงเปลือย ผ่านอุโมงค์ผันน้ำความยาว 710 เมตร เส้นผ่านศูนย์กลาง 3 เมตร จนแล้วเสร็จในปี 2533

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์ มหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานชื่ออุโมงค์ผันน้ำที่ผันจากอ่างเก็บน้ำห้วยไผ่มาให้พื้นที่การเกษตรของโครงการพัฒนาลุ่มน้ำลำพะยังตอนบนอันเนื่องมาจากพระราชดำริว่า “ลำพะยังภูมิพัฒน์” ดังนั้นจึงขอเชิญชวนประชาชนเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการพระปรีชาสามารถของพระองค์ในการบริหารจัดการน้ำเพื่อพกสกนิกรจนทำให้พื้นดินให้อุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าวจวบจนทุกวันนี้

บรรยายภาพ//นายณัฐภัทร สุวรรณประทีป ผู้ว่าราชการจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมด้วยประชาชนยังคงเดินทางมาลงนามถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จ พระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างต่อเนื่อง  ที่บริเวณห้องโถงศาลากลางจังหวัดกาฬสินธุ์ พร้อมเข้าเยี่ยมชมนิทรรศการพระราชประวัติและพระราชกรณียกิจต่างๆของพระบาทสมเด็จพระปรมินทร์ มหาภูมิพลอดุลยเดช ในพื้นที่จังหวัดกาฬสินธุ์อย่างไม่ขาดสาย ซึ่งทุกคนล้วนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ที่พระองค์ทรงเป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงเสียสละและทุ่มเทพระวรกายปฏิบัติพระราชกรณียกิจตลอดการครองราชย์อันยืนยาว 70 ปี อีกทั้งยังมีพระราชดำรัสและมีโครงการพระราชดำริต่างๆมากมายจนนำไปสู่ความยั่งยืน พลิกฟื้นพื้นดินให้อุดมสมบูรณ์ ในน้ำมีปลา ในนามีข้าวจวบจนทุกวันนี้

พระสงฆ์ช่วยกันทำความสะอาดศาลา อำนวยความสะดวกปชช. ถวายเป็นพระราชกุศล’พ่อหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241633

พระสงฆ์ช่วยกันทำความสะอาดศาลา อำนวยความสะดวกปชช. ถวายเป็นพระราชกุศล'พ่อหลวง'

พระสงฆ์ช่วยกันทำความสะอาดศาลา อำนวยความสะดวกปชช. ถวายเป็นพระราชกุศล’พ่อหลวง’

วันอังคาร ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.20 น.

25 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่วัดประชุมโยธี (พระอารามหลวง) อ.เมือง จ.พังงา พระเทพปัญญาโมลี รองเจ้าคณะภาค 17 และเจ้าอาวาสวัดประชุมโยธี (พระอารามหลวง)  นำพระสงฆ์ภายในวัด พร้อมอุปกรณ์ต่าง ๆ ร่วมกันทำความดีถวายแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช โดยช่วยกันทำความสะอาดล้าง กวาด เก็บขยะบริเวณพระอุโบสถและศาลา ซึ่งเป็นสถานที่ประกอบพิธีสวดพระอภิธรรม แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพล อดุลยเดช เพื่ออำนวยความสะดวกแก่พุทธสานิกชนที่มาร่วมฟังสวดพระอภิธรรม

‘ราชภัฏอุตรดิตถ์’แสดงความอาลัย วาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241621

'ราชภัฏอุตรดิตถ์'แสดงความอาลัย วาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ร.9

‘ราชภัฏอุตรดิตถ์’แสดงความอาลัย วาดพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ร.9

วันอังคาร ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 14.54 น.

25 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะอาจารย์และนักศึกษาศิลปกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ ได้ร่วมกันวาดภาพพระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพและพระราชกรณียกิจ

นายจาตุรันต์  จริยารัตนกูล ประธานหลักสูตรสาขาวิชาศิลปกรรม มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ กล่าวว่า ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช พระราชทานนาม “ราชภัฏ” และตราพระราชลัญจกรประจำรัชกาลให้เป็นตราสัญลักษณ์ประจำมหาวิทยาลัยราชภัฏทั้ง 41 แห่งทั่วประเทศ อธิการบดีมหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ จึงได้ให้ดำเนินการวาดรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เพื่อเผยแพร่พระอัจฉริยภาพทางด้านศิลปะ ดนตรี และพระราชกรณียกิจขณะเสด็จพระราชดำเนินจังหวัดอุตรดิตถ์ ซึ่งมีคณะอาจารย์ ศิษย์เก่าและศิษย์ปัจจุบันหลักสูตรสาขาวิชาศิลปกรรม จำนวนกว่า 20 คน รวมกันวาดภาพจำนวน 20 ภาพ รวมความยาว 24 เมตร

นายจาตุรนต์ กล่าวอีกว่า การรวมพลังวาดรูปพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชครั้งนี้ เป็นหนึ่งในการทำความดีถวายพระองค์ท่านและเพื่อบันทึกความทรงจำครั้งสำคัญของจังหวัดอุตรดิตถ์ โดยจะติดตั้งภาพวาดให้ประชาชนและนักท่องเที่ยวได้ชื่นชม ในวันที่ 31 ตุลาคมนี้ ที่บริเวณด้านหน้ามหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์

อดีตผู้ใหญ่บ้านเมืองย่าโมเดินเท้าเข้ากทม. เผยสุดซึ้งสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ’พ่อหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241612

อดีตผู้ใหญ่บ้านเมืองย่าโมเดินเท้าเข้ากทม. เผยสุดซึ้งสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ'พ่อหลวง'

อดีตผู้ใหญ่บ้านเมืองย่าโมเดินเท้าเข้ากทม. เผยสุดซึ้งสำนึกพระมหากรุณาธิคุณ’พ่อหลวง’

วันอังคาร ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 14.08 น.

25 ต.ค.59 มีรายงานว่า ทีมข่าวจิตอาสาปากช่อง-ร่วมด้วยช่วยกันฐานปากช่อง ได้รับแจ้งจากหน่วยกู้ภัย ส่วางพรหมธรรม สีคิ้วและฮุก 31 จุดสีคิ้ว ว่าพบคุณลุงเดินเท้าจากโคราชมุ่งหน้าเข้ากรุงเทพฯ เพื่อกราบถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

คุณลุงสมศักดิ์  กองทองหลาง อาศัยอยู่บ้านเลขที่ 49 ม.4 บ้านหนองงูเหลือม ต.ตะโหนด ชาว อ.โนนสูง จ.นครราชสีมา เป็นอดีตผู้ใหญ่บ้าน ซึ่งได้เดินเท้าจากบ้านพัก ตั้งแต่วันที่ 20 ต.ค.59 เพื่อเดินเท้ามุ่งหน้าเข้ากทม.  ระยะทางกว่า 259 กิโลเมตร เพื่อร่วมถวายความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ณ ศาลาหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

คุณลุงยังเผยด้วยว่า “รู้สึกเสียใจและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพ่อ อย่างหาที่เปรียบมิได้ จึงอยากถวายความอาลัยด้วยการเดินเท้าจากบ้านเกิด อำเภอโนนสูง ด้วยความตั้งใจและแน่แน่วแม้จะมีผู้คนที่พบเห็นจอดรถเพื่อรับ แต่คุณลุงได้บอกทุกคนว่าจะเดินไปเองตามที่ตั้งใจไว้”

ล่าสุดมีรายงานว่าคุณลุงสมศักดิ์ เดินทางมุ่งหน้าเข้า อ.แก่งคอย จ.สระบุรี ด้วยสภาพร่างกายที่ยังแข็งแรงดีและตลอดเส้นทางยังมีประชาชนที่ทราบข่าวให้กำลังใจตลอดเส้นทาง

 

ขอบคุณ : นักข่าวบ้านนอก ทิศทางข่าว