มธ.เปิดรับนักศึกษาพิการ 20 คณะ โครงการนักศึกษาพิการ ประจำปี 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241418

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

x

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.) เปิดรับสมัครนักศึกษาพิการสำหรับผู้กำลังศึกษาชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย เพื่อใช้สำหรับสมัครเข้าศึกษาในโครงการนักศึกษาพิการ ประจำปี 2560 ใน 20 คณะดังนี้ คณะนิติศาสตร์, คณะสหเวชศาสตร์, คณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี, คณะทันตแพทยศาสตร์, คณะรัฐศาสตร์, คณะศิลปกรรมศาสตร์,คณะเศรษฐศาสตร์, คณะสถาปัตยกรรมศาสตร์และการผังเมือง, คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์, คณะสาธารณสุขศาสตร์, คณะศิลปศาสตร์, คณะเภสัชศาสตร์, คณะวารสารศาสตร์และสื่อสารมวลชน, คณะวิทยาการเรียนรู้และศึกษาศาสตร์,คณะสังคมวิทยาและมานุษยวิทยา, สถาบันเทคโนโลยีนานาชาติสิรินธร,คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี, คณะวิศวกรรมศาสตร์, วิทยาลัยนวัตกรรมและ วิทยาลัยพัฒนศาสตร์ ป๋วย อึ้งภากรณ์ ขอรับใบสมัครออนไลน์ได้ที่ http://www.reg.tu.ac.th หรือ http://www.sa.tu.ac.th โดยผู้สมัครต้องนำใบสมัคร พร้อมหลักฐานการสมัคร มายื่นด้วยตนเองระหว่างวันที่ 25-28 ตุลาคม 2559 เวลา 09.00-14.00 น. ณ ห้องศูนย์บริการนักศึกษาพิการ อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต โดยกำหนดสอบในวันจันทร์ที่ 28 พฤศจิกายน 2559 สำหรับนักเรียนที่สนใจสามารถสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ศูนย์บริการนักศึกษาพิการ อาคารสำนักงานอธิการบดี ชั้น 1 มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต เว็บไซต์ www.sa.tu.ac.th

วธ.ประสานหอสมุด 50 ประเทศทั่วโลก รวบรวมสิ่งพิมพ์ บทความ-ข่าว-ภาพเหตุการณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241419

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการ กระทรวงวัฒนธรรม (รมว.วธ.) เปิดเผยว่าได้มอบหมายให้สำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากร ดำเนินการรวบรวมข่าว ภาพข่าวบทความเกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราชบรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต ที่ถูกตีพิมพ์และเผยแพร่ในต่างประเทศ เนื่องจากสำนักหอสมุดแห่งชาติ กรมศิลปากรได้มีเครือข่ายของสำนักหอสมุดแห่งชาติในการส่งและแลกเปลี่ยนสิ่งพิมพ์ระหว่างกันอยู่แล้ว โดยขณะนี้สำนักหอสมุดแห่งชาติ ได้ส่งหนังสือแจ้งไปยังหอสมุดที่เป็นเครือข่ายกับสำนักหอสมุดแห่งชาติในประเทศต่างๆ รวม 50 ประเทศ 62 แห่ง เพื่อให้หอสมุดฯ แต่ละประเทศที่เป็นเครือข่ายสืบค้นและตรวจสอบว่ามีสิ่งพิมพ์ใดบ้างที่เกี่ยวกับเหตุการณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคตบ้าง

นายวีระ กล่าวต่อว่า สำหรับรายชื่อหอสมุดใน 50 ประเทศ 62 แห่ง ที่จะประสานเพื่อแลกเปลี่ยนสิ่งพิมพ์นั้น ทวีปเอเชียจำนวน 25 ประเทศ 32 แห่ง อาทิ National Library of China และ The Library of Northwest University ของประเทศจีน National Library of Bhutan ประเทศภูฏาน National Diet Library ประเทศญี่ปุ่น National Library of Laos ของสาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว National Library of Korea ของสาธารณรัฐเกาหลี National Library of Vetnam ของสาธารณรัฐสังคมนิยมเวียดนาม และหอสมุดในทวีปออสเตรเลียและหมู่เกาะในมหาสมุทรแปซิฟิก คือ National Library of Australia ออสเตรเลีย รวมถึงหอสมุดในทวีปยุโรป 18 ประเทศ 21 แห่ง อาทิDet Kongelige Bibliotek (Royal Library) เดนมาร์ก Bibliothèque nationale de France (National Library of France) ฝรั่งเศส Deutsche Nationalbibliothek (German National Library) เยอรมนี Russian State Library รัสเซีย British Library ของสหราชอาณาจักร ส่วนทวีปแอฟริกา 2 ประเทศ 2 แห่ง ดังนี้ Egyptian National Agricultural Vibrary สาธารณรัฐอาหรับอียิปต์ National Library of South Africa แอฟริกาใต้ และทวีปอเมริกาเหนือ 2 ประเทศ 4 แห่ง อาทิ National Library and Archives of Quebec แคนาดา และ Library ofCongress สหรัฐอเมริกา ส่วนทวีปอเมริกาใต้2 ประเทศ 2 แห่ง ดังนี้ National Library of Brazil บราซิล และ Biblioteca Nacional (National Library) สาธารณรัฐโบลีวาร์แห่งเวเนซุเอลา

รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมกล่าวต่อว่า การดำเนินการรวบรวมข่าวภาพข่าวและสิ่งพิมพ์ที่เกี่ยวกับเหตุการณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต กระทรวงวัฒนธรรมจะนำข้อมูล ภาพ ภาพข่าวและสิ่งพิมพ์มาใช้จัดทำเป็นจดหมายเหตุ รวมทั้งจัดเก็บเป็นเอกสารสำคัญทางประวัติศาสตร์เพื่อให้ศึกษาค้นคว้าต่อไป นอกจากนี้มอบหมายให้สำนักหอสมุดแห่งชาติ สำรวจหนังสือและจัดทำมุมหนังสือที่เกี่ยวกับพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทรสยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร เพื่อเปิดให้สื่อมวลชน นักเรียนนักศึกษาและประชาชนที่ต้องการศึกษาหรือค้นคว้าข้อมูลสามารถเข้ามาใช้บริการได้สะดวกและรวดเร็วด้วย

ห้ามตร.ทุกนาย กดไลค์-แชร์-ส่งภาพหมิ่น อย่าซื้อธนบัตรเคลือบทอง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241467

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

ห้ามตร.ทุกนาย

กดไลค์-แชร์-ส่งภาพหมิ่น

อย่าซื้อธนบัตรเคลือบทอง

เมื่อวันที่ 23 ตุลาคม ที่ศูนย์ปฏิบัติการสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ศปก.ตร.) พล.ต.ท.วีรพงษ์ ชื่นภักดี รักษาราชการแทนผู้ช่วยผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผู้ช่วยผบ.ตร.) เป็นประธานการประชุม ศปก.ตร. โดยได้มีข้อสั่งการในการประชุมให้ทุกหน่วยถือปฏิบัติดังนี้ ให้ข้าราชการตำรวจทุกนายสังกัด ตร. อย่ามีส่วนร่วมในกระบวนการการกระทำที่เข้าข่ายความผิดอาญาตามมาตรา 112

โดยหากพบภาพหรือข้อความทั้ง 2 อย่างทางสื่อสังคมออนไลน์ อย่ากดไลค์, แชร์ หรือส่งลิงค์ของโพสต์นั้น แต่ให้กดรายงานแจ้งความไม่เหมาะสมต่อเฟซบุ๊ก หรือกระทรวงดิจิตอล เพื่อเศรษฐกิจและสังคม หรือดีอี เพื่อดำเนินการระงับการเผยแพร่ต่อไป

พร้อมกำชับให้ทุกหน่วยถือปฏิบัติอย่างเคร่งครัดตามหนังสือเวียนของ ตร.ที่เกี่ยวกับแนวทางปฏิบัติในการดูแลความมั่นคง ทั้งในเรื่องการตั้งจุดตรวจและจุดรักษาความเรียบร้อยเพื่อป้องกันการก่อเหตุต่างๆ

อย่าหลงซื้อ’ธนบัตรเคลือบทอง’

ทางด้านพ.อ.ปิยพงศ์ กลิ่นพันธุ์ ทีมโฆษกคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) กล่าวว่า ขอเตือนประชาชนเกี่ยวกับการซื้อธนบัตรที่มีลักษณะเคลือบทอง ซึ่งเป็นของที่ผลิตมาจากประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน โดยทำมาจากกระดาษหรือพลาสติกที่นำไปชุบทองมา และนำมาจำหน่ายให้กับประชาชนในราคาสูงถึงหลักพันบาท

ทั้งนี้ขอประชาชนอย่าหลงเชื่อ และซื้อเป็นอันขาด เรื่องนี้ถือเป็นการฉวยโอกาสกับคนไทยในช่วงนี้ อย่างไรก็ตามจากการตรวจสอบพบว่าระบาดมากที่ จ.เชียงใหม่ โดยในขณะนี้คสช.กำลังให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้องในพื้นที่เร่งตรวจสอบเพื่อดำเนินการต่อไป

กมธ.เล็งสัมมนาทำร่างกม.ลูก

ส่วนความเคลื่อนไหวทางการเมืองเกี่ยวกับการร่างพระราชบัญญัติประกอบ (พ.ร.ป.)รัฐธรรมนูญนั้น นายทวีศักดิ์ สูทกะวาทิน รองประธานคณะกรรมาธิการ (กมธ.) สามัญพิจารณาศึกษา เสนอแนะและรวบรวมความเห็นเพื่อการจัดทำร่างรัฐธรรมนูญของสนช.การถึงแนวทางการพิจาณาร่าง พ.ร.ป.รัฐธรรมนูญว่า สนช.จะทำการจัดสัมมนา โดยเชิญคณะกรรมการร่างรัฐธรรมนูญ (กรธ.) และตัวแทนจากองค์กรอิสระที่เกี่ยวข้อง มาชี้แจงเจตนารมณ์ของการจัดทำร่างกฎหมายลูก เพื่อให้สมาชิกสนช.ได้รับทราบข้อมูล แลกเปลี่ยนซักถามข้อคิดเห็นร่วมกันก่อนที่จะมีการประชุมเพื่อพิจารณาจัดทำร่างกฎหมายลูกทั้ง 3 วาระต่อไป

“การสัมมนาครั้งนี้จะจัดวันที่ 14 พฤศจิกายนนี้ ที่รัฐสภา มีตัวแทนจากกรธ.มาอธิบายภาพรวมของกฎหมายลูกทั้ง 10 ฉบับ จากนั้นก็จะให้กรธ.และตัวแทนองค์กรอิสระมาชี้แจงลงรายละเอียดแต่ละฉบับอีก 2 ครั้ง แต่ยังไม่ได้กำหนดวันแน่ชัด แบ่งเป็นรอบแรกคือ กฎหมายลูก 4 ฉบับ ที่สำคัญสำหรับการจัดการเลือกตั้ง และรอบสองกฎหมายลูกอีก 6 ฉบับ ที่เกี่ยวข้องกับองค์กรอิสระ”นายทวีศักดิ์ กล่าว

ยังไม่ได้คุยปมรีเซ็ตองค์กรอิสระ

นายทวีศักดิ์ กล่าวต่อว่า สำหรับการหาสมาชิกสนช.เพื่อเป็นตัวแทนพิจารณาร่างกฎหมายลูกวาระสอง ในชั้นกมธ.นั้น ได้มอบหมายให้กมธ.ของสนช.แต่ละคณะพิจารณาคัดเลือกส่งรายชื่อบุคคลมาให้วิปสนช.พิจารณาคัดเลือก คาดว่า ตัวแทนจากกมธ.การเมือง ที่มีนายกล้านรงค์ จันทิก เป็นประธานจะเป็นแกนหลัก เนื่องจากมีความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับเรื่องเหล่านี้โดยตรง ทั้งนี้ยืนยันว่า สนช.ยังไม่ได้มีการหารือกันเกี่ยวกับการรีเซ็ตคณะกรรมการองค์กรอิสระ ตามแนวคิดของสมาชิกสปท. เนื่องจากต้องรอดูร่างกฎหมายที่เสนอมาจากกรธ.ก่อนว่าเป็นอย่างไร แต่หากจะรีเซ็ตกรรมการองค์กรอิสระ ก็คงต้องใส่ไว้ในบทเฉพาะกาล

28ตุลาฯถกปมสอยอดีตสส.พท.

ผู้สื่อข่าวรายงานจากรัฐสภาว่า นายพรเพชร วิชิตชลชัย ประธานสนช. ได้มีคำสั่งนัดประชุมสนช.ในวันที่ 27-28 ตุลาคมนี้ โดยเป็นระเบียบวาระของวันที่ 13-14ตุลาคมที่ผ่านมา ที่ถูกเลื่อนการประชุมมา โดยในวันที่ 27 ตุลาคมนั้น จะเป็นวาระพิจารณาร่างพ.ร.บ.ป้องกันและปราบปรามการสนับสนุนทางการเงินแก่การก่อการร้ายและการแพร่ขยายอาวุธที่มีอานุภาพทำลายล้างสูง พ.ศ. .. ขณะที่ ในวันที่ 28 ตุลาคม จะเป็นวาระพิจารณาซักถามคู่กรณีในสำนวนถอดถอนนายนริศร ทองธิราช อดีตส.ส.สกลนคร พรรคเพื่อไทย กรณีการเสียบบัตรลงคะแนนแทนกัน และคดีนายอุดมเดช รัตนเสถียร อดีตส.ส.นนทบุรี พรรคเพื่อไทย กรณีสับเปลี่ยนร่างแก้ไขรัฐธรรมนูญเรื่องที่มาส.ว.ในสมัยรัฐบาลน.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกฯ

‘พท.’ค้าน’รีเซต’องค์กรอิสระ

นายสามารถ แก้วมีชัย อดีตส.ส.เชียงราย พรรคเพื่อไทย ในฐานะคณะทำงานติดตามร่างรัฐธรรมนูญ ให้สัมภาษณ์ถึงแนวคิดการรีเซตองค์กรอิสระว่า ไม่จำเป็นต้องรีเซตอะไร เพราะแต่ละฝ่ายทำงานมาพอสมควรและรู้หน้าที่ของตัวเองแล้ว อาจจะให้อยู่ในวาระไปสักระยะ แล้วค่อยดำเนินการตามรัฐธรรมนูญฉบับใหม่ มองว่าไม่ควรให้องค์กรอิสระพ้นจากตำแหน่งหลังรัฐธรรมนูญประกาศใช้ เพราะองค์กรอิสระเข้าทำงานตามกติกาเก่า แต่หากจะเริ่มเข้ากระบวนการตามรัฐธรรมนูญใหม่ ควรระบุให้ชัดเจนว่าจะให้องค์กรอิสระอยู่ถึงช่วงใด และจะเริ่มใหม่ในช่วงไหนก็อยู่ที่ความเหมาะสม แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นกับกฎหมายลูกและรัฐธรรมนูญเป็นหลัก

ถามรีเซ็ตสมาชิกพรรคเพื่ออะไร

นายสามารถ กล่าวถึงแนวคิดการรีเซตพรรคการเมืองว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ไม่ได้ระบุให้รีเซตพรรคการเมือง เพียงแต่ต้องให้สมาชิกพรรคมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายและการส่งผู้สมัครลงเลือกตั้ง การจะให้ยกเลิกสมาชิกเดิมและหาสมาชิกใหม่นั้น จะทำให้เกิดความยุ่งยาก ถามว่าทำเพื่ออะไร ทั้งนี้หากต้องการยกเลิกการเป็นสมาชิกพรรค คณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.)ควรมีเว็บไซต์ให้ประชาชนตรวจสอบว่าตัวเองสังกัดพรรคใด หากพึงพอใจก็อยู่พรรคเดิม หากไม่พอใจก็ยื่นใบลาออกผ่านนายทะเบียนพรรคการเมือง แต่ต้องดูว่าระบบข้อมูลของ กกต.มีความพร้อมมากน้อยเพียงใด

ทั้งนี้การลาออกจากพรรคเพื่อไทยทำได้ไม่ยาก แต่พรรคทำอะไรไม่ได้ เพราะมีคำสั่งคณะรักษาความสงบแห่งชาติ(คสช.)ห้ามทำกิจกรรมทางการเมือง นอกจากลาบวชถือว่าขาดสมาชิกภาพไปโดยปริยาย หากต้องการกลับเป็นสมาชิกพรรคอีกครั้งต้องรอ คสช.ยกเลิกคำสั่งห้ามทำกิจกรรมทางการเมืองก่อน ถึงจะสมัครเป็นสมาชิกได้

“สดศรี”เชียร์เซตซีโร่องค์กรอิสระ

ขณะที่นางสดศรี สัตยธรรม อดีตกรรมการการเลือกตั้ง กล่าวกรณี พล.อ.นคร สุขประเสริฐ สมาชิกสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศ (สปท.) เรียกร้องให้มีการเซตซีโร่ กรรมการองค์กรอิสระ ภายหลังมีรัฐบาลใหม่ ว่า เมื่อมีรัฐธรรมนูญใหม่ คุณสมบัติของกรรมการองค์อิสระเปลี่ยนแปลงไปมาก หากจะเริ่มต้นใหม่ เมื่อรัฐธรรมนูญมีผลบังคับใช้ ทุกองค์กรอิสระก็ควรเริ่มต้นรีเซตใหม่ทั้งหมดด้วย แต่ก็ต้องเปิดโอกาสให้กรรมการองค์กรอิสระเดิมสามารถลงสมัครสรรหาใหม่ได้ด้วย แต่อย่างไรก็ตาม เชื่อว่า กรรมการองค์กรอิสระเดิม มีเพียงไม่กี่คนที่มีคุณสมบัติครบถ้วนตามที่รัฐธรรมนูญใหม่กำหนด

ส่วนการที่ กกต. บางคนออกมาระบุว่า หากเซตซีโร่ กกต. จะทำให้กระทบการเลือกตั้ง เพราะขาดกรรมการที่มีประสบการณ์นั้น นางสดศรี กล่าวว่า ตนมองว่า เรื่องนี้ไม่มีผลกระทบอะไร เพราะ กกต. เป็นเพียงหัวโขนเท่านั้น การจัดการเลือกตั้ง ขั้นตอนการดำเนินงานทุกอย่าง ทั้งการเป็นการแบ่งเขต เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ กกต. ฝ่ายประจำที่เป็นผู้ดำเนินการทั้งสิ้น

“สมัยที่ตนเข้ามารับตำแหน่ง กกต. ถึงแม้จะเคยเป็นผู้พิพากษามาก่อน แต่ก็ไม่ได้มีความรู้เกี่ยวกับการจัดเลือกตั้งมากเท่าเจ้าหน้าที่กกต. เพราะเจ้าหน้าที่เหล่านี้เคยทำงานอยู่กระทรวงมหาดไทยมาก่อน รู้ขั้นตอนจัดการเลือกตั้งดี บางเรื่องเรายังสู้เจ้าหน้าที่ กกต. ไม่ได้เลย”นางสดศรี กล่าว

จี้5เสือเร่งตั้งเลขาธิการกกต.

นอกจากนี้นางสดศรี ยังมองว่า เรื่องที่ 5 เสือ กกต. ชุดนี้ ควรจะทำให้เร็วที่สุด คือ การตั้งเลขาธิการ กกต. ตนไม่เข้าใจเหมือนกันว่าจะรออะไร ทำไมไม่ตั้งเลขาธิการกกต.เสียทีเพราะสำนักงาน กกต. ต้องมีหัวหน้าของรองเลขาธิการทั้ง 5 ด้าน คอยสั่งการเซ็นคำสั่ง เปรียบเสมือนกับปลัดกระทรวง เมื่อถูกปฏิวัติรัฐประหาร รัฐมนตรีก็สิ้นสุดลง ปลัดกระทรวงจึงทำหน้าที่แทน เช่นเดียวกับ กกต. หากมี กกต. ถูกเซตซีโร่ เลขาธิการกกต. จะทำหน้าที่แทนทั้งหมด ซึ่งการจัดการเลือกตั้งก็สามารถเดินหน้าต่อไปได้ ไม่มีผลกระทบแต่อย่างใด

กกต.เตรียมแผนรับเลือกตั้ง

พ.ต.อ.จรุงวิทย์ ภุมมา รองเลขาธิการคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) รักษาการแทนเลขาธิการกกต.กล่าวถึงความคืบหน้าการทำงานของกกต.ว่า ขณะนี้ทางกกต.ได้ทยอยเตรียมแผนการทำงานเพื่อรองรับการเลือกตั้งที่จะมีขึ้นในอนาคต แต่เบื้องต้นทางกกต.ก็คงต้องรอดูความชัดเจนของพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งทั้ง 4 ฉบับรวมถึงกฎหมายที่เกี่ยวข้องกับการเลือกตั้งท้องถิ่นเสียก่อนว่าทางกรธ.จะยกร่างพ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญที่เกี่ยวข้องทั้งหมดไว้อย่างไร เนื่องจากเนื้อหาอาจมีความเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม

 

อย่างไรก็ตาม เท่าที่ทราบพบว่าประเด็นที่กกต.ได้เสนอความคิดเห็นไปนั้น อาทิ ระบบการหาเสียง กองทุนปราบปราบการทุจริตการเลือกตั้ง รวมทั้งนวัตกรรมต่างๆ ดูเหมือนว่าทางกรธ.จะเห็นสอดคล้องกับสิ่งที่กกต.ยกร่างไปพอสมควรด้วย

มรท.ธัญบุรีสู้ไม่ถอยช่วยนศ.เกรดต่ำ วอน‘ชัยพฤกษ์’ช่วยล้มเกณฑ์ กยศ.

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241417

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

x

รศ.ดร.ประเสริฐ ปิ่นปฐมรัฐ อธิการบดีมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคล (มทร.) ธัญบุรี กล่าวถึงหลักเกณฑ์การกู้ยืมเงินจากกองทุนกู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) ที่กำหนดให้ผู้กู้ต้องมีผลการเรียนไม่ต่ำกว่า 2.00 ว่า ที่ผ่านมา รศ.ดร.กำจร ตติยกวีอดีตปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ก็เห็นด้วยที่จะให้มีการยกเลิกหลักเกณฑ์ดังกล่าว จึงอยากฝากถึง ดร.ชัยพฤกษ์เสรีรักษ์ ปลัด ศธ.คนใหม่ ได้ช่วยผลักดันและสานต่อในเรื่องนี้ด้วย เพราะตนมองว่าการกำหนดเกรด 2.00 จะทำให้เกิดผลเสียกับเด็กมาก ถือเป็นการปิดกั้นโอกาสทางการศึกษา และควรประกาศเรื่องนี้ออกมาให้ชัดเจนโดยเร็วที่สุด เพราะเวลานี้นักเรียน นักศึกษากลุ่มที่มีเกรดเฉลี่ยต่ำกว่า 2.00 มีความกังวลถึงอนาคตของตัวเองเป็นอย่างมาก

อธิการบดี มทร.ธัญบุรี กล่าวอีกว่าส่วนเรื่องการคัดเลือกนักเรียนเข้าเรียนต่อระดับอุดมศึกษาในกลุ่มราชมงคลนั้นสำหรับตนแล้วยังคงยืนยันที่จะรับตรงเช่นเดิมซึ่งในที่ประชุมอธิการบดีกลุ่ม มทร.ก็มีความเห็นตรงกันว่า ถ้าจะให้มีการรับตรงร่วม ทางกลุ่มก็จะรับตรงโดยการสอบพร้อมกันแทน แต่ไม่ใช่ข้อสอบชุดเดียวกัน เพียงแต่สอบวัน เวลา เดียวกัน เพื่อป้องกันเด็กวิ่งรอกสอบ ส่วนการเคลียร์ริ่งเฮ้าส์ราชมงคลก็พร้อมดำเนินการไปตามนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.) อย่างไรก็ตามหากรัฐบาลยังคงเดินหน้านโยบายการพัฒนาเศรษฐกิจประเทศไทย 4.0 ตนเชื่อว่ากลุ่มราชมงคลจะเป็นทางเลือกของนักเรียนที่สนใจการเรียนภาคปฏิบัติและต้องการต่อยอดการเรียนสายอาชีพ เพราะมทร. ผลิตบัณฑิตในสายวิชาชีพ ซึ่งสายนี้จะเป็นแกนหลักในการสร้างกำลังคนและยังเป็นสายที่สร้างนวัตกรรมให้กับประเทศด้วย

มท.นำปชช.2.5แสนคน ถวายบังคม พระบรมศพ‘ในหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241470

วันจันทร์ ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 06.00 น.

มท.นำปชช.2.5แสนคน

ถวายบังคม
พระบรมศพ‘ในหลวง’

ในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

เริ่ม29ตุลาคม59-2ม.ค.60

จว.ละ600คนตามตัวอักษร

ให้ผู้ว่าฯอำนวยความสะดวก

เมื่อเวลา 07.03 น. วันที่ 23 ตุลาคม สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง พร้อมด้วยคุณพลอยไพลิน และคุณสิริกิติยา เจนเซน พระธิดาในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลถวายภัตตาหารเช้าแด่พระพิธีธรรม ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย หน้าพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร ทรงจุดธูปเทียนบูชาพระพุทธรูปประจำพระชนวารเป็นพระพุทธรูปประทับยืนแบบสมภังค์ แสดงปางห้ามญาติหรืออภัยมุทราด้วยพระหัตถ์ขวาเพียงข้างเดียว ที่หน้าพระแท่นนพปฏลมหาเศวตฉัตร จากนั้นทรงประเคนสำรับภัตตาหารแด่พระพิธีธรรม 8 รูป จากวัดบวรนิเวศวิหารและประยุรวงศาวาสวรวิหาร ที่สวดพระอภิธรรมมาตั้งแต่ค่ำวันที่ 22 ตุลาคม แล้วเสด็จพระราชดำเนินกลับ ในเวลา 07.58 น.

พระเทพฯทรงบำเพ็ญพระราชกุศล

ต่อมาเวลา 11.00 น. พล.ต.ม.จ.จุลเจิม ยุคล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพลแด่พระพิธีธรรมวัดอนงคารามวรวิหาร และวัดสระเกศราชวรมหาวิหาร

เวลา 19.00 น.สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินพร้อมด้วยพระบรมวงศานุวงศ์ไปยังพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลสวดพระอภิธรรมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิอดุลยเดช มีพระพิธีธรรม8 รูปจากวัดระฆังโฆษิตารามวรมหาวิหาร และวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร

เปิดปราสาทพระเทพบิดรวันปิยะฯ

วันเดียวกัน ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม มีประชาชนเข้าถวายบังคมพระบรมรูปกษัตริย์ในปราสาทพระเทพบิดรเพื่อความเป็นสิริมงคล เนื่องในวันปิยะมหาราช ซึ่งเป็นอภิลักขิตสมัยคล้ายวันสวรรคตของพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 ในการนี้พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯพระราชทานพระบรมราชานุญาต เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2559 ให้ประชาชนเข้าถวายบังคมสมเด็จพระบูรพมหากษัตริยาธิราชที่ปราสาทพระเทพบิดรในวันที่ 23 ตุลาคม ระหว่างเวลา 8.00- 17.00 น.

หน้าวังแน่นเข้าแถวยาวกว่า3กม.

ส่วนบรรยากาศที่ศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง ซึ่งสำนักพระราชวังเปิดให้พสกนิกรเข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และลงนามสมุดหลวงเพื่อแสดงความอาลัย แด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชตั้งแต่เวลา 08.04 น. มีประชาชนจากทั่วสารทิศมานั่งต่อแถวรอก่อนเวลาเปิดให้เข้าลงนาม ทั้งนี้ เนื่องจากเป็นวันหยุดยาวทำให้มีผู้คนมามากกว่าปกติ โดยระยะทางที่ประชาชนเข้าแถวนั้นยาวตั้งแต่หน้าประตูวิเศษไชยศรีออกไปนอกพระบรมมหาราชวังจนถึงในสนามหลวงรวมระยะทางกว่า 3 กิโลเมตร แม้สภาพอากาศร้อนจัดแต่ไม่มีใครย่อท้อ อย่างไรก็ตาม ในการเข้าลงนามถวายสักการะพระบรมศพวันนี้ กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อยเกี่ยวกับการจัดงานพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชเพิ่มมาตรการรักษาความปลอดภัยเข้มงวด ด้วยการนำแผงเหล็กกั้นพื้นที่รอบสนามหลวงและเปิดทางเข้าเพียง 4 จุด โดยนำเครื่องตรวจวัตถุระเบิด พร้อมตรวจกระเป๋าสัมภาระของประชาชนทุกคนอย่างละเอียด

แจกบัตรคิว1.1หมื่นใบหมดบ่าย2

ขณะเดียวกัน เจ้าหน้าที่สำนักพระราชวังได้จัดระเบียบการเข้าถวายสักการะและลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยแจกบัตรคิวบริเวณทางเข้าสนามหลวงฝั่งถนนหน้าพระธาตุเพียงจุดเดียว เมื่อรับบัตรคิวแล้วให้ไปต่อแถวเพื่อรอเข้าถวายสักการะทางประตูวิเศษไชยศรี ซึ่งวันนี้จัดเตรียมบัตรคิวไว้ 11,100 ใบ โดยเวลา 14.00 น. เจ้าหน้าที่ประกาศแจ้งว่า บัตรคิวหมดแล้ว เมื่อถึงเวลา 16.00 น. สำนักพระราชวังปิดการสักการะพระบรมศพหน้าพระฉายาลักษณ์ และลงนามถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีจำนวนประชาชนมาลงนามแสดงความอาลัย 36,486 คน รวม 9 วัน 288,883คน รวมเงินที่ประชาชนถวายเพื่อร่วมบำเพ็ญพระราชกุศลทั้งหมด 1,304,870 บาท รวม 9 วัน เป็นเงิน 5,479,954.25 บาท

ลูกเสือ-เนตรนารีเข็นรถคนชรา

ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศบริเวณสนามหลวงตลอดทั้งวัน มีประชาชนเดินทางมาถวายดอกไม้สักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชจำนวนมาก ขณะที่กลุ่มจิตอาสาได้ตั้งเต๊นท์แจกน้ำ อาหาร และบำเพ็ญสาธารณะประโยชน์ต่อเนื่องเช่นกัน โดยที่หน้ามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์ ถนนหน้าพระธาตุ มีกลุ่มลูกเสือ เนตรนารี กองร้อยพิเศษ เครือโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา นักเรียนจิตอาสา ช่วยเหลือบริการประชาชน อาทิ ยืนเป่านกหวีดช่วยโบกรถ เข็นรถเข็นรับส่งผู้สูงอายุ ผู้พิการเข้าไปภายในศาลาสหทัยสมาคม

สืบสานคำสอนพ่อ’พอเพียง’

สอบถามนายจำนงค์ พุทธโส วัย 73 ปี ซึ่งนั่งรถเข็นเข้ามาเป็นคันแรก โดยมีเจ้าหน้าที่คอยช่วยอำนวยความสะดวกกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือว่า เดินทางมาจากบ้านย่านลาดพร้าว มาร่วมจุดเทียนและร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีตั้งแต่เมื่อคืน แล้วรอจนถึงเช้าเพื่อเข้ามาลงนามแสดงความอาลัย ที่ผ่านมาลุงนำคำสอนของพระองค์มาเป็นแนวทางปฏิบัติในชีวิตหลายข้อ ที่เห็นชัดคือความขยันหมั่นเพียร มีน้อยใช้น้อย มีมากก็ใช้แต่พอดี

นางยุพิน บุญบวร วัย 59 ปีประชาชนคนแรกที่เข้ามาลงนามแสดงความอาลัยวันนี้กล่าวว่า พระองค์ยังอยู่ในใจเราเสมอ ทรงมองมาที่ประชาชนทรงดูแลทุกคนให้อยู่กันอย่างร่มเย็นเป็นสุข และสามัคคีกัน โดยส่วนตัวป้ายังได้น้อมนำคำสอนของพระองค์มาปฎิบัติในชีวิตประจำวันเสมอโดยเฉพาะเรื่องความประหยัด ด้วยการปลูกผักสวนครัวไว้กินเอง อีกทั้งยังสอนลูกๆ ให้รู้จักประหยัด ใช้จ่ายในสิ่งที่จำเป็นด้วย

จุฬาฯ3พันคนกราบพระบรมศพ

เวลา 11.10น. คณาจารย์ พร้อมนิสิตและบุคลากรจากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยประมาณ 3,000 คน นำโดย รศ.ดร.บัญชา ชลาภิรมย์ รองอธิการบดีด้านการพัฒนานิสิตและนิสิตเก่าสัมพันธ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยร่วมกันกล่าวบทอาเศียรวาทน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ และกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช บริเวณสนามหญ้าหน้าศาลาสหทัยสมาคม หลังรวมตัวกันที่จุฬาฯตั้งแต่เวลา 07.00 น.กระทั่งเวลา 8.30 น.ร่วมกันกล่าวอาเศียรวาท และสักการะพระบรมรูป 2 รัชกาล แล้วจึงเดินทางมาถวายบังคมพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 บริเวณลานพระราชวังดุสิต ซึ่งเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติสืบกันมาทุกปี

รศ.ดร.บัญชากล่าวว่า เนื่องจากปีนี้เกิดการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ มหาวิทยาลัยได้นัดหมายผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์กเพื่อมาสักการะพระบรมศพ ปรากฏว่ามีนิสิตพร้อมใจกันมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้กว่า 3,000 คน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชทรงเป็นองค์พระบรมราชูปถัมภกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเดินเท้าจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเข้ามาทางประตูสวัสดิโสภา ผ่านประตูมณีนพรัตน์มายังสนามหญ้าหน้าศาลาสหทัยฯ

จัดคิวถวายบังคมรอบละ100คน

จากกรณีสำนักพระราชวังออกประกาศเปิดให้ประชาชนเข้าเฝ้าฯ กราบถวายบังคมพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุยเดช ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท หลังพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลครบ 15 วัน ตั้งแต่เวลา 09.00-16.00 น. ทุกวัน เริ่มตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคม เวลา 13.00 น.ได้มีแผนจัดระเบียบประชาชนที่จะเข้าเฝ้าฯถวายบังคมพระบรมศพ โดยจะแจกบัตรคิวสำหรับผู้ต้องการเข้าไปถวายบังคมพระบรมศพ โดยจัดให้เข้าไปครั้งละ 100 คน เฉลี่ยวันละ 3-4 หมื่นคน พร้อมกำชับให้แต่งกายสุภาพ ผู้หญิงสวมกระโปรงเท่านั้น ไม่ใส่เสื้อแขนกุด ผู้ชายสวมกางเกงสุภาพ ห้ามสวมกางเกงยีนส์

จัดแผนวันละ5จว.ๆละ600คน

ด้านนายกฤษฎา บุญราช ปลัดกระทรวงมหาดไทย (มท.)เปิดเผยว่า หลังสำนักพระราชวังประกาศเปิดให้ประชาชนเข้ากราบถวายบังคมพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวรัชกาลที่ 9ตั้งแต่วันที่ 28 ตุลาคมนั้น กระทรวงกำหนดแผนอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน โดยกำหนดเป้าหมายจำนวนคนจากจังหวัดต่างๆวันละ 5 จังหวัดๆละ 600 คน รวมวันละ 3,000 คน เป็นเวลา 79 วันและกำหนดวันละ 6 จังหวัดๆละ 600 คน รวมวันละ 3,600 คนเป็นเวลา 5 วัน รวม 84 วัน ตั้งแต่วันที่ 29 ตุลาคม 2559 -20 มกราคม 2560 โดยจะสามารถอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนจากต่างจังหวัดได้รวม 255,000 คน ทั้งนี้ กำหนดวันเดินทางแต่ละจังหวัด ให้เดินทางวันละ 5 จังหวัด ครอบคลุมทั้ง 4 ภาค และจัดลำดับก่อน – หลังตามลำดับตัวอักษรชื่อจังหวัดของแต่ละภาค

สำหรับการปฏิบัติตามแผนดำเนินงานฯ ดังนี้ 1. ให้จังหวัดตั้งคณะทำงานอำนวยความสะดวกแก่ประชาชน 2. ชี้แจงแนวทางดำเนินงาน ให้นายอำเภอดูแลด้วยตนเองป้องกันผู้ไม่หวังดีนำไปบิดเบือน 3.กำชับเรื่องผู้เดินทาง สถานที่ เวลานัดหมายที่กำหนดตามแผนดังกล่าว 4. ให้จังหวัดแนะนำเส้นทางเดินทาง จุดจอดรถในกรุงเทพฯ รวมทั้งจุดบริการรับ-ส่ง ประชาชนในการเดินทาง โดยให้จังหวัดประสานศูนย์อำนวยการกรมการปกครอง หมายเลขโทรศัพท์ 02 278 – 1008 ต่อ 319 เพื่อแจ้งจำนวนคน ยานพาหนะชื่อผู้ประสานงาน พร้อมเบอร์โทรศัพท์ วัน เวลา เพื่อสนับสนุนการอำนวยความสะดวกต่อไป อย่างไรก็ตาม ได้เน้นย้ำให้จัดทำบัญชีรายชื่อ เบอร์โทรศัพท์ ลำดับประจำตัวของผู้เดินทาง เพื่อสะดวกในการจัดระเบียบและตรวจนับผู้เดินทางกรณีพลัดหลง โดยเฉพาะคนชรา เด็ก และประชาชนที่ไม่คุ้นเคยพื้นที่กรุงเทพฯ

“บิ๊กป้อม”ตรวจเยี่ยมกอร.รส.

ในส่วนการดูแลความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกให้กับประชาชนที่เดินทางมาถวายสักการะและแสดงความอาลัยพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ช่วงเช้าวันเดียวกัน ที่ กองอำนวยการร่วมรักษาความสงบเรียบร้อย (กอร.รส.) สนามหลวง พล.อ.ประวิตร วงษ์สุวรรณ รองนายกรัฐมนตรีและรมว.กลาโหม พร้อมพล.อ.อนุพงศ์ เผ่าจินดา รมว.มหาดไทย พล.อ.อุดมเดช สีตบุตร รมช.กลาโหม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร พล.อ.เฉลิมชัย สิทธิสาท ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) พล.ต.อ.จักรทิพย์ ชัยจินดา ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ (ผบ.ตร.) และพล.ท.อภิรัตน์ คงสมพงษ์ แม่ทัพภาคที่1 มาตรวจเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ที่ที่ปฎิบัติงานอำนวยความสะดวกให้ประชาชน

โดยพ.อ.มนัส จันทร์ดี รองเลขาธิการร่วม รส.บรรยายสรุปเกี่ยวกับการรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนรอบพระบรมมหาราชวังและสนามหลวงว่า มีเจ้าหน้าที่กองอำนวยการร่วมอยู่ในพื้นโดยรอบและมีจุดคัดกรองประชาชนเข้ามาในพื้นที่ 8 จุดมีกำลังของ ทหาร ตำรวจ อาสาสมัครร่วมกันดูเเล และมีจุดตรวจที่2เป็นกองอำนวยการ ซึ่งอยู่ในสนามหลวง 9 จุด เพื่อคัดกรองประชาชนอีกชั้น

ต้องไม่มีมิจฉาชีพอาละวาด

พล.อ.ประวิตรกล่าวหลังตรวจเยี่ยมว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.)ห่วงใยเรื่องการดูแลอำนวยความสะดวก และรักษาความปลอดภัยให้ ประชาชนที่มาร่วมแเสดงความอาลัยแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งจากการฟังบรรยายของกองอำนวยการร่วม กทม.และทุกภาคส่วนที่ร่วมมือกันทำให้เกิดความปลอดภัย โดยเฉพาะมิจฉาชีพต้องไม่เกิดขึ้น และที่สำคัญคือจุดแจกจ่ายอาหารและน้ำดื่มต้องให้บริการทั่วถึง ประกอบกับจากการฟังบรรยายสรุปการทำงานที่ผ่านมาทุกอย่างเป็นไปด้วยความเรียบร้อย ถ้าเกิดอะไรขึ้นกอร.รส. มีชุดเคลื่อนที่เร็วแก้ปัญหา อย่างไรก็ตาม จากการเดินตรวจคิดว่ายังไม่มีอะไรน่าเป็นห่วงที่ต้องดำเนินการเพิ่ม และจะพยายามไม่ให้เกิดเรื่องมิจฉาชีพ ตนหวังเป็นอย่างยิ่งว่าจะไม่มีเหตุการณ์ที่ไม่ดีเกิดขึ้น

สร้างสะพานหลัง’กห.’เพิ่ม

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ในที่ประชุม กอร.รส. พล.อ.ประวิตรสั่งการให้ทหารช่าง จากองพลทหารราบที่ 9 สร้าง จัดสร้างสะพานอีก 1 สะพาน บริเวณข้างสะพานช้างโรงสี หลังกระทรวงกลาโหม หลังสร้างสะพานแรก หน้าโรงแรมรัตนโกสินทร์ไปแล้ว ซึ่งสามารถช่วยจัดระบบการจราจรได้เป็นอย่างดี โดยพล.ต.วุฒิชัย นาควานิช ผู้บัญชาการกองพลทหารราบที่ 9 (ผบ.พล.ร.9)เผยว่า จะสร้างสะพานให้เสร็จเพื่อใช้งานวันที่ 24 ตุลาคม รองรับประชาชนที่จะเดินทางมาจากด้านมหาดไทยและกทม.และเพื่อระบายการเข้า-ออกของ ประชาชนที่มาทาง ถ.ราชดำเนิน หากยังไม่เพียงพอ ทหารพร้อมสร้างเพิ่มเติมอีก

ตร.ชี้3แสนคนร้องสรรเสริญฯ

ด้านพ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (ตร.)เปิดเผยผลการปฏิบัติหน้าที่ของตำรวจที่มาดูแลรักษาความปลอดภัยและอำนวยความสะดวกประชาชนที่มาร่วมร้องเพลงสรรเสริญพระบารมีและกราบสักการะพระบรมศพ บริเวณสนามหลวง เมื่อวันที่ 22 ตุลาคมที่ผ่านมา ว่าผลการปฏิบัติภาพรวมเรียบร้อยดี มีประชาชนมาร่วมร้องเพลงและกราบสักการะพระบรมศพ รวมไม่ต่ำกว่า 300,000 คน เมื่อนับจากพื้นที่ถนนตามตารางเมตร ส่วนการรักษาความปลอดภัยให้ประชาชนนั้น นายกฯเป็นห่วง จึงสั่งเพิ่มความเข้มงวดในการตรวจตราความปลอดภัย เด็กพลัดหลง ลักเด็กไม่ให้เกิดขึ้น ส่วนต่างจังหวัดที่จัดพิธีสักการะผบ.ตร.สั่งการให้ผู้บัญชาการ(ผบช.)แต่ละภาคบูรณาการกับภาครัฐและเอกชน โดยตั้งศูนย์ศปก.ตร.เฝ้าฟังตลอด 24 ชั่วโมง

เปิด“สนามม้านางเลิ้ง”ให้พักฟรี

นายพิเชฐ ดุรงคเวโรจน์ รมว.วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี(วท.)ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมจุดรองรับประชาชนที่ราชตฤณมัยสมาคมแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ (สนามม้านางเลิ้ง) ซึ่งรัฐบาลจัดสถานที่พักและเตรียมสิ่งอำนวยความสะดวก ได้แก่ อาหาร น้ำดื่ม หน่วยแพทย์ รถรับ-ส่ง บริการสำหรับประชาชนที่เข้าร่วมสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช พร้อมเปิดเผยว่า สำหรับสนามม้านางเลิ้งมีรถบริการรับ-ส่ง 8 คันนำประชาชนไปสนามหลวง เวลา 06.00-21.00 น. ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 25 ตุลาคม หากประเมินแล้วว่ามีประชาชนเข้าไปใช้บริการมากก็จะเปิดต่อไปเรื่อยๆ นอกจากนี้ วท.ยังนำยาดม ยาลม ยาหอม 10,000 ชุด มาแจกประชาชนที่สนามม้านางเลิ้ง สนามหลวงและหน้าพระบรมมหาราชวัง ช่วยบำบัดน้ำเสียจากการย้อมผ้าก่อนทิ้งลงคลองผดุงกรุงเกษม

พนักงานปตท.ร่วมอาลัยในหลวง

ส่วนบรรยากาศในต่างจังหวัด พสกนิกรแต่ละจังหวัดตั้งใจทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชอย่างต่อเนื่อง วันเดียวกัน กลุ่มพนักงานบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด หรือ ปตท.สผ.ที่แท่นบงกชในอ่าวไทย ร่วมแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยแปรอักษรเป็นรูปเลข 9ไทย บนแท่นขุดเจาะน้ำมัน โดยพนักงานได้ยกพระบรมฉายาลักษณ์ขึ้นเหนือศีรษะน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณหาที่สุดมิได้

สำหรับจุดดังกล่าวเป็นหนึ่งในพื้นที่ปิโตรเลียมนวมินทร์กลางอ่าวไทย ซึ่งปี 2544 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อพื้นที่ผลิตปิโตรเลียมของโครงการบงกช และโครงการอาทิตย์ว่า “พื้นที่ปิโตรเลียมนวมินทร์”

ม.หัวเฉียวร่วมโครงการจิตอาสา

ชมรมลูกโพธิ์อาสา สโมสรนักศึกษามหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ กำหนดจัดโครงการค่ายลูกโพธิ์อาสาพัฒนาสังคม ครั้งที่ 7 ได้รับการสนับสนุนจากการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เพื่อให้นักศึกษาเกิดกระบวนการเรียนรู้ในการปรับตัว การใช้ชีวิตร่วมกับผู้อื่น และนำทักษะความรู้ด้านวิชาการมาประยุกต์ใช้กับชุมชนด้วยจิตอาสา และทำความดีถวายเป็นพระราชกุศลพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทั้งนี้ กิจกรรม ประกอบด้วย การสร้างธนาคารปู การซ่อมแซมสะพานเส้นทางศึกษาธรรมชาติ การปลูกป่าชายเลน การให้ความรู้เรื่องการปฐมพยาบาลเบื้องต้น และช่วยชีวิตขั้นพื้นฐาน โดยมีนักศึกษาเข้าร่วมโครงการ 50 คน อาจารย์ที่ปรึกษา 1 คน

“บ่าวตา”เร่งเดินให้ถึงเร็วที่สุด

ขณะที่นายอธิตา ศรีทวีป หรือ “บ่าวตา” อายุ 30 ปี ชาวจ.สตูล ออกเดินเท้าจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา เป็นวันที่ 2 เพื่อเข้าถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ และร่วมลงนามแสดงความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งตลอดเส้นทางมีประชาชนที่ทราบข่าวนำน้ำ อาหาร และเงินมาช่วยเหลือและให้กำลังใจ โดยบ่าวตามุ่งมั่นจะเดินให้ถึงสนามหลวงเร็วที่สุดเท่าที่จะทำได้ รวมระยะทางประมาณ 1,000 กิโลเมตร

เชียงใหม่เช็ดป้ายต้นไม้ทรงปลูก

ที่ วัดศรีดอนมูล ต.ชมภู อ.สารภี จ.เชียงใหม่ พระครูสิริศีลสังวร หรือครูบาน้อย เตชปัญโญ เจ้าอาวาสวัดศรีดอนมูล สั่งเด็กวัดและลูกศิษย์ทำความสะอาดป้ายระบุวันเดือนปี ที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงปลูกต้นจำปา เมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ 2524 โดยต้นจำปานั้นยืนต้นสูงตระหง่านให้ความร่มเย็นข้างวิหารภายในวัด ซึ่งถือเป็นต้นไม้มงคล มีกลิ่นหอม แม้ผ่านมา 35 ปีแล้ว ทางวัดก็ดูแลเอาใจใส่ตลอดจนเติบโตสวยงาม

สุราษฎร์ฯจัดแสดงอนุสรณ์สถานฯ

ส่วนที่อนุสรณ์สถานแทรกเตอร์พระราชทาน ริมถ.สุราษฎร์ธานี-กระบี่ อ.พระแสง จ.สุราษฎร์ธานี ชาวบ้านร่วมกันทำความสะอาดรถแทรกเตอร์ ทาสีและตกแต่งสถานที่ พร้อมจัดนิทรรศการเมื่อครั้งพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เสด็จเยี่ยมราษฎร 4 ครั้ง พร้อมพระราชทานรถแทรกเตอร์คันดังกล่าว เมื่อวันที่ 4 ตุลาคม 2511

นายประมวล พันธุ อายุ 65 ปี ข้าราชการบำนาญ อดีตท้องถิ่น อ.ชัยบุรี ซึ่งรับเสด็จฯถึง 4 ครั้ง กล่าวด้วยความปลาบปลื้มว่า พระองค์เสด็จฯอ.พระแสง ครั้งแรกทรงเห็นความยากลำบากของประชาชน จึงพระราชทานรถแทรกเตอร์ทางเครื่องบินลำเลียง จนมีการสร้างถนนใช้จนถึงทุกวันนี้

อ่างทองทำผัดไทยเลี้ยงปชช.

 

ขณะที่ ชาวบ้านในชุมชนวัดแสนสุข ต.บางปลากด อ.ป่าโมก จ.อ่างทอง ตั้งเต็นท์ทำผัดไทย เลี้ยงประชาชนเพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีประชาชนเข้าแถวรอรับเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีผู้จัดเตรียมข้าวของทำผัดไทยกว่า 120 กิโลกรัมเพื่อแจกจ่ายให้ทั่วถึง

‘ม.กรุงเทพ’น้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ’รัชกาลที่9’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241466

วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 20.27 น.

อาจารย์เพชร โอสถานุเคราะห์ อธิการบดี คณะผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร นักศึกษา มหาวิทยาลัยกรุงเทพ พร้อมด้วยผู้แทนเขตคลองเตย และผู้แทนชาวชุมชนกล้วยน้ำไท ร่วมพิธีถวายสักการะและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ณ โรงละคร อาคาร ดร. เจริญ คันธวงศ์ มหาวิทยาลัยกรุงเทพ

 

‘ความทรงจำในชีวิตที่ไม่มีวันลืม’ ครั้ง..รับพระราชทานธงลูกเสือชาวบ้าน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241392

วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 16.09 น.

23 ต.ค.59  ผู้สื่อข่าวรายงานจากจังหวัดพิจิตร ว่า คุณเยาวลักษณ์  พัวพิทย์ศิริกุล ในวัย 74 ปี  ต.บ้านบุ่ง อ.เมือง จ.พิจิตร เล่าถึงความทรงจำสูงสุดของชีวิตที่ยังไม่มีวันลืม เมื่อครั้งมีโอกาศรับเสด็จพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งเสด็จโดยเฮลิคอปเตอร์พระที่นั่ง พร้อมกับสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิตติ์ พระบรมราชินีนาถ และสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ณ สนามโรงเรียนพิจิตรพิทยาคม เมื่อวันที่ 7 มีนาคม 2521 เวลาประมาณ 15.45 น. เพื่อเสด็จพระราชดำเนินทรงเยี่ยมราษฎรในพื้นที่จังหวัดพิจิตร รวมทั้งพระราชทานธงประจำรุ่นลูกเสือชาวบ้านรวม 61 รุ่น

ในครั้งนั้น คุณเยาวลักษณ์ ได้มีโอกาสรับเสด็จอย่างใกล้ชิดในฐานะรองประธานลูกเสือชาวบ้านรุ่น “ภัทรมหาราช” มิรู้ลืมพระราชทานกระแสพระราชดำรัสด้วยคำสามัญคล้ายพ่อสอนลูกขอให้ประชาชนมีความเสียสละ มีความรัก ความสามัคคี เพื่อความสงบสุขที่ยั่งยืน ผ่านไปเกือบ 40 ปี  ครอบครัวคุณเยาวลักษณ์ ยึดเป็นธงชัยของการดำเนินชีวิต ปัจจุบันมีฐานะที่มั่นคง ครอบครัวอบอุ่น บุตรชายต่อยอดคำสอนพ่อ ดำเนินธุรกิจขนาดเล็กผลิตน้ำดื่มและเปิดร้านจำหน่ายสินค้าในตลาดเก่าวังกรดแหล่งท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดพิจิตร

คุณเยาวลักษณ์  พัวพิทย์ศิริกุล เล่าถึง บรรยากาศการรับเสด็จมีประชาชนจำนวนมากต่างเดินทางมารับเสด็จ เพื่อชื่นชมพระบารมีแม้ว่าจะเดินทางมาลำบาก เนื่องจากการเดินทางไม่สะดวกเหมือนในปัจจุบันแต่ก็มีประชาชนนับหมื่นคนเดินทางมารับเสด็จ กระแสพระราชดำรัสที่ทรงมอบให้ประชาชนที่มารับเสด็จจับใจความได้คือ ทรงให้มีความเสียสละ ความรัก ความสามัคคี เพราะสิ่งนี้จะทำให้เกิดความสงบสุขในบ้านเมือง

ช่วงที่จำมิรู้ลืมคือช่วงที่เข้าเฝ้าอย่างใกล้ชิด ขณะนั้น นายปรีชา  พัวพิทย์ศิริกุล สามีของตนเองซึ่งขณะนี้เสียชีวิตไปแล้วเป็นประธานลูกเสือชาวบ้านและตนเองเข้ารับพระราชทานธงลูกเสือชาวบ้านจากพระหัตถ์ ทรงตรัสทักทายแบบคำพูดของสามัญชน สร้างความตื้นตันมิรู้ลืม

นายศราวุธ  พัวพิทย์ศิริกุล บุตรชาย กล่าวว่า ตั้งแต่เกิดก็เห็นบิดา มารดา ดำเนินชีวิตโดยยึดแนวพระราชดำริอยู่อย่างพอเพียง ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช เป็นหลักมาโดยตลอด ในฐานะพ่อค้าในชุมชน ไม่ทำกิจการเกินกำลังของครอบครัว ทำให้ครอบครัวของเรามีฐานะที่มั่นคง ปัจจุบันตนเองยังคงยึดแนวทาง ซึ่งนายปรีชา พัวพิทย์ศิริกุล บิดาของตนซึ่งเสียชีวิตมาใช้โดยตลอด ประกอบกิจการผลิตน้ำดื่มขนาดเล็กและเปิดร้านจำหน่ายสินค้าในตลอดวังกรด ซึ่งเป็นสถานที่ท่องเที่ยวสำคัญของจังหวัดพิจิตร มีชีวิตที่มั่นคงอยู่อย่างมีความสุข

เด็กเพาะช่างทำดี! จัดกิจกรรม’สกรีนเสื้อฟรี!!’ พรุ่งนี้ที่สนามหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241381

วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.31 น.

23 ต.ค. 59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า คณะนักศึกษามหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาลัยเพาะช่าง จะจัดกิจกรรม “ทำดีเพื่อพ่อ” เพื่อร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยจะสกรีนเสื้อให้ประชาชนที่เดินทางมาถวายความอาลัยฟรี ในวันพรุ่งนี้ 24 ต.ค. 59 ตั้งแต่เวลา 17.00 – 22.00 น. บริเวณท้องสนามหลวง ฝั่งตรงข้ามพระแม่ธรณีบีบมวยผม โดยประชาชนที่มีความประสงค์จะใช้บริการจะต้องนำเสื้อมาเอง สีใดก็ได้ จำนวนไม่เกิน 3 ตัว/ท่าน

ด้าน นายชนทัช พ่วงอินทร์ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 สาขาศิลปะภาพพิมพ์ คณะวิจิตรศิลป์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาลัยเพาะช่าง ตัวแทนนักศึกษา กล่าวว่า ในวันพรุ่งนี้ตนและกลุ่มเพื่อนนักศึกษาสาขาศิลปะภาพพิมพ์ จะไปตั้งจุดสกรีนเสื้อให้กับประชาชน บริเวณฝั่งตรงข้ามพระแม่ธรณีบีบมวยผม ตั้งแต่เวลา 17.00 – 22.00 น. โดยกิจกรรมนี้เกิดจากความตั้งใจของพวกตนที่ต้องการทำดีถวายในหลวง จึงคิดที่จะสกรีนเสื้อให้กับพี่น้องประชาชนที่มีความต้องการ แต่ไม่มีกำลังซื้อให้ได้มีเสื้อสวมใส่เพื่อถวายความอาลัยพ่อหลวงของเรา โดยค่าจัดทำทั้งหมดเป็นทุนของพวกตนที่เก็บเรี่ยไรมากันเอง

 

ชาวจุฬาฯกว่า3,000คนพร้อมใจ! ร่วมถวายสักการะพระบรมศพ (ประมวลภาพ)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241380

วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 15.27 น.

23 ต.ค.59 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 11.05 น.คณาจารย์ พร้อมด้วยนิสิต และบุคลากร จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ประมาณ 3,000 คน นำโดย รศ.ดร.บัญชา ชลาภิรมย์ รองอธิการบดีด้านการพัฒนานิสิตและนิสิตเก่าสัมพันธ์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ร่วมกันกล่าวบทอาเศียรวาทน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ และกราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บริเวณสนามหญ้าหน้าด้านหน้าศาลาสหทัยสมาคม ในพระบรมมหาราชวัง

ทั้งนี้ หลังจากมีการรวมตัวกันที่จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตั้งแต่เวลา 07.00 น.กระทั่งเวลา 08.30 น.ได้ร่วมกันกล่าวอาเศียรวาท และสักการะพระบรมรูป 2 รัชกาล แล้วจึงเดินทางมาถวายบังคมพระบรมรูปพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 5 บริเวณลานพระราชวังดุสิต ซึงเป็นธรรมเนียมที่ปฏิบัติสืบกันมาทุกปี

รศ.ดร.บัญชา กล่าวว่า เนื่องจากปีนี้เกิดการสูญเสียครั้งยิ่งใหญ่ ทางจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจึงได้มีการนัดแนะผ่านทางโซเชียลเน็ตเวิร์คเพื่อมาสักการะพระบรมศพ ปรากฏว่ามีนักศึกษาพร้อมใจกันมาร่วมกิจกรรมครั้งนี้กว่า 3,000 คน ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงเป็นองค์พระบรมราชูปถัมภกของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย โดยเดินเท้าจากอนุสาวรีย์ประชาธิปไตยเข้ามาทางประตูสวัสดิโสภา ผ่านประตูมณีนพรัตน์ มายังสนามหญ้าหน้าศาลาสหทัยสมาคม

หนึ่งในผู้เข้าร่วมกิจกรรม นายกิตติวัช พรมใจ อายุ 19 ปี นิสิตจากคณะรัฐศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า วันนี้ตั้งใจจะมากราบสักการะพระบรมศพพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลเดช ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่ทรงมีต่อประชาชนคนไทย พร้อมตั้งจิตอธิษฐานบอกพระองค์ว่า จะตั้งใจเรียนและจะเป็นคนดีของสังคม ทั้งยังจะน้อมนำคำสั่งสอนของพระองค์ท่านมาเป็นแบบอย่างในการใช้ชีวิต โดยเฉพาะเรื่องเศรษฐกิจพอเพียง เนื่องจากตัวเองเป็นเด็กต่างจังหวัด ที่ได้รับทุนจากโครงการจุฬาฯ – ชนบท จึงพยามยามใช้จ่ายอย่างประหยัด ไม่รบกวนเงินพ่อแม่ทางบ้าน

ด้าน น.ส.ชุติกาญจน์ เอกวิสิฐ อายุ 18 ปี นักศึกษาชั้นปีที่ 1 คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวว่า ตั้งแต่ทราบข่าวว่าพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 สวรรคต ก็รู้สึกเสียใจมาก แต่ยังไม่มีโอกาสเดินทางมาสักการะพระบรมศพและแสดงความอาลัยถวายพระองค์ท่าน จึงอยากมาร่วมกิจกรรมในครั้งนี้ด้วย ส่วนตัวรู้สึกภูมิใจที่ได้เข้าศึกษาในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย อันเป็นสถานศึกษาที่ในหลวงทรงเป็นพระบรมราชูปถัมภก นอกจากนี้ ยังประทับใจและซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างมาก ที่ท่านทรงงานอย่างหนักเพื่อคนไทยมาตลอดพระชนม์ชีพ ทำให้เด็กรุ่นใหม่อย่างตัวเองศึกษาองค์ความรู้จากพระองค์ได้ไม่ยาก เพราะไม่ว่าไปที่ไหนก็ตามจะมีเรื่องราวและพระราชกรณียกิจของพ่อหลวงให้เห็น หลังจากนี้จะพยานามดำรงตนเป็นคนดีและทำตามคำสอนต่างๆ ที่ทรงสอนไว้

 

เข้าสู่วันที่2!! หนุ่มสงขลาเดินเท้า มุ่งหน้ากทม.ถวายความอาลัย’พ่อหลวง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/local/241378

วันอาทิตย์ ที่ 23 ตุลาคม พ.ศ. 2559, 14.47 น.

23 ต.ค.59 เข้าสู่วันที่ 2 ของการเดินเท้าจาก อ.หาดใหญ่ จ.สงขลา ไปยังสนามหลวง ของนายอธิตา  ศรีทวีป อายุ 30 ปี หรือ บ่าวตา ชาว จ.สตูล  เพื่อถวายสักการะพระบรมศพเบื้องหน้าพระฉายาลักษณ์และร่วมลงนามถวายความอาลัยพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช

ล่าสุดเดินทางถึง อ.รัตภูมิ จ.สงขลา และกำลังมุ่งหน้าเข้าสู่ อ.ป่าบอน จ.พัทลุง และตลอดเส้นทางยังคงมีประชาชนที่ทราบข่าวและเป้าหมายที่ต้องการทำความดีเพื่อในหลวงได้นำน้ำอาหารและเงินมาช่วยเหลือและเป็นกำลังใจให้ตลอดเส้นทางและ นายอธิตา ยังคงมุ่งมั่นที่จะเดินต่อไปจนถึงท้องสนามหลวงให้เร็วที่สุด เท่าที่จะทำได้ซึ่งมีระยะทางประมาณ 1,000 กิโลเมตร

นายอธิตา บอกว่า เมื่อคืนนี้ได้นอนพักค้างคืนที่บ้านของชาวบ้านบริเวณสี่แยกคูหา อ.รัตภูมิ ซึ่งได้รับการดูแลและช่วยเหลือเป็นอย่างดี หลังจากที่เริ่มออกเดินจาก อ.หาดใหญ่ ระยะทางประมาณ 30 กิโลเมตร วันแรกของการเดินแม้จะปวดเมื่อยไปทั้งตัวและคิดว่าไม่น่าจะเดินรอด แต่พอตื่นขึ้นมาตอนเช้ากลับหายเป็นปลิดทิ้ง ซึ่งความเหนื่อยไม่ได้ทำให้ตนท้อและยิ่งทำให้แข็งแกร่งขึ้น โดยเฉพาะกำลังใจจากผู้คนตลอดเส้นทางที่ล้วนรักในหลวงและทำให้สำเร็จ

นายอธิตา กล่าวว่า สิ่งของที่ผู้คนนำมามอบให้มีทั้งน้ำ อาหาร และเงิน และมีนายพลฐานทัพเรือสงขลาท่านหนึ่งนำหมวกของฐานทัพเรือสงขลามามอบให้เพื่อเป็นกำลังใจ นอกจากนี้บางคนหวังดีจะนำจักรยานยนต์เสือหมอบมามอบให้เพื่อปั่นให้ถึงสนามหลวงเร็วขึ้นแต่ก็ปฏิเสธไปเพราะต้องการเดินเท้าตามที่ตั้งใจ แต่ขณะนี้คิดถึงลูกชาย น้องเมษา อายุ 7 ขวบ ซึ่งอยู่ที่ อ.สิชล จ.นครศรีธรรมราช ทำให้เป็นอีกหนึ่งกำลังใจที่ให้มีแรงสู้เดินทางต่อไป