อสมท สร้างสังคมอุดมปัญญา คอนเทนท์ไหน แพลตฟอร์มใด โดนใจวัยรุ่นไทยยุค 4.0

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273516

อสมท สร้างสังคมอุดมปัญญา คอนเทนท์ไหน แพลตฟอร์มใด โดนใจวัยรุ่นไทยยุค 4.0

อสมท สร้างสังคมอุดมปัญญา คอนเทนท์ไหน แพลตฟอร์มใด โดนใจวัยรุ่นไทยยุค 4.0

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พิธีปิดโครงการ U.มี IDEAS 2560 ครั้งที่ 2 อย่างเป็นทางการ มีผู้บริหารของ อสมท พร้อมด้วยผู้ประกาศข่าว
และวิทยากร มาให้ความรู้และคำแนะนำมากมายกับน้องๆ ผู้เข้าอบรม หอบกลับไปพัฒนาผลงาน เพื่อส่งมา
ชิงรางวัล MCOT Awards 2017

ในยุคของไทยแลนด์ 4.0 เทคโนโลยีถือว่าเป็นสิ่งที่มีบทบาทและมีความสำคัญอย่างมาก เพราะถูกนำมาใช้เพื่อเพิ่มมูลค่าให้กับอุตสาหกรรมต่างๆ โดยเฉพาะอุตสาหกรรมสื่อ ซึ่งปัจจุบันพฤติกรรมของผู้ชมเปลี่ยนแปลงไป หลังเกิดช่องทางใหม่ๆ ในการรับชมที่มากขึ้น และสามารถรับชมได้ไม่จำกัดเวลาและสถานที่ ส่งผลให้ผู้บริโภครับชมทางโทรทัศน์น้อยลง ดังนั้น สถานี
โทรทัศน์แต่ละช่องรวมทั้งผู้ผลิตคอนเทนท์เองก็ต้องปรับตัว โดยใช้คอนเทนท์มาเป็นกลยุทธ์เรียกเรตติ้ง ในรูปแบบของ Content is King ด้วยการปรับคอนเทนท์รายการให้มีคุณภาพ มีความน่าสนใจ และสอดคล้องกับความต้องการของผู้ชมให้มากที่สุด นอกจากคอนเทนท์ที่สำคัญแล้ว แพลตฟอร์มในการนำเสนอก็มีความสำคัญเช่นกัน เพราะเทคโนโลยีทำให้เกิดช่องทางในการรับชมใหม่ๆ ทั้งอุปกรณ์ในการรับชม อาทิ โทรศัพท์มือถือแท็บเลต หรือแม้กระทั่งการรับชมผ่านทางโซเชียลมีเดีย และแอพพลิเคชั่นต่างๆ ดังนั้น อำนาจในการเลือกรับชมจึงตกอยู่ในมือของผู้ชมเป็นหลัก

อสมท ในฐานะของสื่อสารมวลชน ได้เล็งเห็นความสำคัญของการเปลี่ยนแปลงด้านเทคโนโลยีที่เกิดขึ้นซึ่งส่งผลต่อพฤติกรรมการรับข่าวสารในปัจจุบัน โดยเฉพาะความสำคัญของคอนเทนท์รายการที่จะถูกนำเสนอให้กับผู้ชม โดย อสมท มุ่งสร้างสรรค์คอนเทนท์ที่มีคุณภาพ ควบคู่ไปกับสารประโยชน์ที่ผู้ชมจะได้รับ เพื่อมุ่งสร้างสังคมอุดมปัญญา จึงได้จัดกิจกรรม CSR ในชื่อโครงการ “U.มี Ideas” ขึ้นเพื่อให้น้องๆ จากมหาวิทยาลัยทั่วประเทศ ที่สนใจและอยากเป็นผู้ผลิตคอนเทนท์ในอนาคตได้รับความรู้และประสบการณ์เกี่ยวกับการผลิตคอนเทนท์ที่มีคุณภาพและสร้างสรรค์ ซึ่งน้องๆ ที่เข้าร่วมโครงการได้ร่วมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นและมุมมองการผลิตคอนเทนท์รวมทั้งแพลตฟอร์ม หรือช่องทางในการนำเสนอคอนเทนท์ในปัจจุบันเอาไว้ได้อย่างน่าสนใจ


ส้ม-ธันยพร นิลพังงา

ส้ม-ธันยพร นิลพังงา นักศึกษาชั้นปีที่ 4 คณะวิทยาการจัดการ มรภ.สวนสุนันทา ให้ความเห็นว่า “การนำเสนอคอนเทนท์ในปัจจุบันมีความหลากหลาย ทั้งเนื้อหาและช่องทางการนำเสนอ โดยในบางคอนเทนท์นอกจากจะออกอากาศผ่านสื่อหลักอย่างโทรทัศน์แล้วยังออกอากาศผ่านโซเชียลมีเดียเพิ่มอีกช่องทางด้วย ซึ่งถือเป็นผลดีต่อผู้ชมเอง เพราะในบางครั้งผู้ชมอาจไม่สามารถรับชมผ่านโทรทัศน์ในเวลาที่รายการนั้นๆออกอากาศได้ ขณะเดียวกัน คอนเทนต์ที่ผลิตเพื่อออกอากาศผ่านโซเชียลมีเดียเพียงช่องทางเดียวอาจจะมีการตรวจสอบความเหมาะสมน้อยกว่าคอนเทนท์ที่ออกอากาศผ่านสื่อหลักอย่างโทรทัศน์ ซึ่งหากผู้รับสารขาดการกลั่นกรองที่ดีอาจส่งผลเสียต่อกลุ่มคนที่ไม่มีภูมิคุ้มกันในการรับสื่อ เช่น เยาวชนได้”

นุ๊ก-นรา วรหิรัญ นักศึกษาปีที่ 2 คณะนิเทศศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต ให้มุมมองว่ารูปแบบการนำเสนอต้องเหมาะสมกับช่องทางสื่อหรือแพลตฟอร์มที่ใช้ “การเล่าเรื่องของสื่อโทรทัศน์ จะมีการเกริ่นนำเรื่องเพื่อโยงไปสู่จุดสำคัญตรงกลางเรื่อง แต่โซเชียลมีเดีย ต้องนำเสนอแบบกระชับเพื่อดึงดูดผู้ชมตั้งแต่เริ่มต้น และมักเป็นเรื่องตามกระแสนิยม หรือเชิงธุรกิจ ทำให้ไม่เกิดประโยชน์ต่อผู้ชมมากนักซึ่งถ้าผมได้เป็นผู้ผลิตคอนเทนท์ จะผลิตสารคดีที่มีรูปแบบแตกต่างจากปัจจุบัน และสามารถนำมาออกอากาศได้ทุกช่องทาง ทั้งสื่อหลักอย่างโทรทัศน์ และสื่อโซเชียลมีเดีย เพื่อตอบสนองผู้ชมทุกกลุ่มโดยนำเรื่องใกล้ตัว อาทิ วัฒนธรรม วิถีชีวิต และพลังงาน มาผลิต เพราะคิดว่าการรับชมรายการของคนไทยยังเน้นเรื่องของสังคมอยู่”


นุ๊ก-นรา วรหิรัญ

ซาซ่า-นภิสา หะยีวาจิ นักศึกษาชั้นปีที่ 2 คณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา อีกหนึ่งมุมมองเกี่ยวกับแพลตฟอร์มในการนำเสนอคอนเทนท์ที่มีให้ชมในปัจจุบัน “คอนเทนท์ที่มีอยู่ในปัจจุบันมีความน่าสนใจ โดยเน้นให้ความบันเทิงเพื่อเอาใจผู้ชมและมีเนื้อหาที่สามารถรับชมได้ทุกเพศทุกวัย ส่วนการนำเสนอคอนเทนท์ ปัจจุบันจะนำเน้นผ่านทางสื่อออนไลน์ ซึ่งถือเป็นเรื่องที่ดีสำหรับผู้ชม เพราะเป็นการเพิ่มช่องทางการรับชมที่ตอบโจทย์กับความต้องการของผู้ชมในยุคปัจจุบันด้วย ซึ่งสื่อออนไลน์จะมีความรวดเร็วในการนำเสนอข้อมูลและไม่มีโฆษณาคั่นระหว่างชมรวมทั้งสามารถเลือกเปิดรับสารได้เอง ตลอดจนสามารถรับชมได้ทุกที่ทุกเวลาอีกด้วย”

นี่คือส่วนหนึ่งของความคิดเห็นและมุมมองต่อสื่อในยุค 4.0 จากคนรุ่นใหม่ที่เป็นทั้งผู้ชมและผู้ผลิตคอนเทนท์ ซึ่งเป็นเสียงสะท้อนได้อย่างดีว่าการออกอากาศหลากหลายแพลตฟอร์มเป็นประโยชน์กับผู้บริโภค เพราะแต่ละแพลตฟอร์มมีข้อดีที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับผู้ชมเลือกเปิดรับสารผ่านช่องทางใด แต่ถึงแม้แพลตฟอร์มที่นำเสนอจะดีอย่างไร คอนเทนท์ที่นำเสนอจะต้องมีประโยชน์หรือสร้างสรรค์กับสังคมด้วยเช่นกัน ซึ่งน้องๆ ที่ร่วมอบรมในโครงการ U. มี IDEAS จะขอเป็นตัวแทนของคนรุ่นใหม่ ใช้ประสบการณ์ ที่ได้จากในการเข้าร่วมอบรมในโครงการ มาแสดงพลังสร้างสรรค์ ผลงานรูปแบบรายการโทรทัศน์ที่หลากหลาย ภายใต้แนวคิด “๙ ตามพ่อ สานต่อพระราชปณิธาน” เพื่อส่งผลงานชิงรางวัล MCOT AWARDS 2017 อีกด้วยร่วมเป็นกำลังใจ และติดตามแนวคิดการผลิตคอนเทนท์คุณภาพของเยาวชนหัวคิดสร้างสรรค์ได้ในเดือนกันยายนนี้หรือติดตามความเคลื่อนไหวต่างๆ ของกิจกรรมได้ที่เฟซบุ๊คแฟนเพจ U.มี IDEAS


ซาซ่า-นภิสา หะยีวาจิ

ตะลอนเที่ยว : Qavam House (Naranjestan-e Ghavam) สถานพำนักของชนชั้นสูงแห่งชีราซ (Shiraz)

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273523

ตะลอนเที่ยว : Qavam House (Naranjestan-e Ghavam) สถานพำนักของชนชั้นสูงแห่งชีราซ (Shiraz)

ตะลอนเที่ยว : Qavam House (Naranjestan-e Ghavam) สถานพำนักของชนชั้นสูงแห่งชีราซ (Shiraz)

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ชีราซคือเมืองสำคัญแห่งหนึ่ง ซึ่งตั้งอยู่ทางทิศตะวันตกเฉียงใต้ของประเทศอิหร่าน เป็นเมืองศูนย์กลางการค้าของอาณาจักรเปอร์เซียที่มีความเป็นมายาวนานกว่า 2,000 ปี และเคยเป็นเมืองหลวงของอิหร่านในยุคราชวงศ์แซนด์ (ค.ศ. 1749-1779)

เมืองชีราซได้รับการขนามนามว่าเป็นเมืองกวี (เป็นบ้านเกิดของกวีนามอุโฆษชื่อว่าซาดี และฮาเฟซ) เมืองศิลปะ เมืองการศึกษา เมืองวรรณกรรณ เมืองแห่งดอกไม้ และยังเคยเป็นเมืองที่มีไวน์องุ่นขึ้นชื่อของโลก ในนามไวน์ชีราซ และที่สำคัญอีกประการคือเป็นเมืองที่มีนครโบราณชื่อว่า เปอร์เซโปลิส (Persepolis) ตั้งอยู่ (วันหน้าจะพาคุณไปชมความมหัศจรรย์ของเมืองโบราณแห่งนี้ด้วยกัน)

ทริปนี้ Mr. Flower จะพาคุณไปชมความงดงามของ Qavam Houseสถานพำนักของชนชั้นสูงในเมืองชีราซ ที่มีสถาปัตยกรรมอันเป็นแบบฉบับของชีราซ คนอิหร่านมักจะเรียกสถานที่แห่งนี้ว่า นารานเจสถาน อี กาแวม เพราะสถานที่แห่งนี้คือสวนส้ม (ส้ม (orange) ในภาษาฟาร์ซีคือ Naranj, Narenj

Qavam House ก่อสร้างในปี ค.ศ. 1257 แล้วเสร็จในปี 1267 เริ่มสร้างโดย อาลี โมฮัมหมัด ข่าน กาแวม โอล โมล์ค แล้วมาเสร็จสมบูรณ์ในยุคมีร์ซา โมฮัมหมัด เรซา ข่าน (หลานปู่ของอาลี โมฮัมหมัด ข่าน) และได้รับการตกแต่งเพิ่มเติมมาอีกหลายครั้ง

ตระกูลกาแวมมีพื้นฐานมาจากการค้าขาย แต่ในท้ายที่สุดก็ได้เข้าไปมีอำนาจรัฐในยุคราชวงศ์แซนด์ ต่อเนื่องไปถึงราชวงศ์กาจาร์ และสืบต่อไปจนถึงราชวงศ์ปาห์เลวี

จุดเด่นของบ้าน (คฤหาสน์) หลังนี้คือการใช้กระจกเงาทั้งสีขาวและสีต่างๆ เป็นเครื่องประดับ รวมถึงยังมีภาพเขียนด้วยสี ผสมกับกระเบื้องปูพื้นและติดผนังที่ให้ลวดลายและสีสันสุดวิจิตร อันบ่งบอกถึงสถาปัตยกรรมของยุคราชวงศ์กาจาร์ได้อย่างชัดเจนที่สุด

คฤหาสน์แห่งนี้เป็นเครื่องบ่งบอกและแสดงถึงความหรูหราวิจิตรอลังการของชนชั้นสูงในยุคคริสต์ศตวรรษที่ 19 ในประเทศอิหร่านได้เป็นอย่างดี โดยแบ่งอาคารเป็นสองปีก ตรงกลางด้านหน้าเป็นห้องโถงเปิดขนาดใหญ่ ภายในโถงประดับด้วยกระจกเงาที่ตัดเป็นรูปทรงขนาดต่างๆ แล้วประดิดประดอยเป็นรูปทรงเรขาคณิต พื้นปูด้วยกระเบื้องสีขาวและน้ำเงิน ด้านหน้าคฤหาสน์มีน้ำพุใหญ่ และมีสวนแบบเปอร์เซียขนาดใหญ่ที่ให้ความรื่นรมย์กับผู้ไปเยือน ส่วนจุดเด่นอีกอย่างหนึ่งที่สามารถดึงดูดสายตาของผู้มาเยือนคฤหาสน์หลังนี้ทุกคนคือ ลายปูนปั้นสีสันสวยงามที่ประดับอยู่บนเพดานและฝาผนัง และที่ขาดไม่ได้สำหรับคฤหาสน์แห่งนี้คือ ผนังที่ทำเป็นหน้าต่างประดับกระจกสีสดสวย

ภาพที่ Mr. Flower นำมาให้คุณชมในสัปดาห์นี้นับได้ว่าเป็นแค่เพียงน้ำจิ้มเท่านั้น เพราะในความเป็นจริงยังมีภาพสวยๆ อีกมากมายในคฤหาสน์ และในสวนหน้าคฤหาสน์ รวมถึงประตูทางเข้าก่อนจะถึงบริเวณสวนสวยที่รอให้คุณไปสัมผัสด้วยสายตาของคุณเอง

ทัวร์คุณแหนโดย Mr. Flower จะพาคุณไปสัมผัสความวิจิตรของเมืองชีราซ ในช่วงต้นเดือนตุลาคมปีนี้ หากคุณสนใจร่วมทริปสุดพิเศษนี้ไปกับคณะเล็กๆ ของเรา โปรดติดต่อ 091-7233615

Science Update : นาซ่าเตรียมบุกดวงอาทิตย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273502

Science Update : นาซ่าเตรียมบุกดวงอาทิตย์

Science Update : นาซ่าเตรียมบุกดวงอาทิตย์

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
องค์การบริหารการบินและอวกาศแห่งชาติสหรัฐ หรือนาซ่า ได้เปลี่ยนชื่อยานสำรวจดวงอาทิตย์ เพื่อเป็นเกียรติแก่ ยูจีน ปาร์กเกอร์ นักวิทยาศาสตร์ผู้บุกเบิกงานวิจัยด้านลมสุริยะ ซึ่งจะมีอายุครบ 90 ปีในปีนี้ ถือเป็นครั้งแรกที่นาซ่าตั้งชื่อยานอวกาศเพื่อเป็นเกียรติแก่นักวิจัยที่ยังคงมีชีวิตอยู่ ก่อนเตรียมภารกิจส่งยานอวกาศเข้าใกล้พื้นผิวดวงอาทิตย์ ในระยะ 4 ล้านไมล์ซึ่งมีอุณหภูมิสูงถึง 2,500 องศาเซลเซียส โดยยานจะต้องใช้ฉนวนกันความร้อนที่ทำจากวัสดุคาร์บอนไฟเบอร์ มีกำหนดจะปล่อยยานจากศูนย์อวกาศเคนเนดี้ ในรัฐฟลอริดา โดยใช้จรวดเดลต้า 4 ในปีหน้า ยานอวกาศจะเดินทางผ่านชั้นบรรยากาศบางส่วนของดวงอาทิตย์และจะเข้าใกล้พื้นผิวมากที่สุดเท่าที่เคยมีวัตถุซึ่งประกอบขึ้นโดยฝีมือมนุษย์เคยสำรวจมา เพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับส่วนบนของชั้นบรรยากาศดวงอาทิตย์ที่เรียกว่าโคโรนา ซึ่งจะช่วยให้นักวิทยาศาสตร์มีความรู้มากขึ้นถึงที่มาและพัฒนาการของลมสุริยะ

น้องเหมียวท้องแล้วท้องอีก !!!!

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273524

น้องเหมียวท้องแล้วท้องอีก !!!!

น้องเหมียวท้องแล้วท้องอีก !!!!

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“เจ้าเหมียว” “น้องเหมียว” หรือ “น้องแมว” เป็นสัตว์เลี้ยงยอดนิยมอันดับสอง รองจากสุนัข แต่ไม่แน่นะครับ อีกไม่นาน ความนิยมเลี้ยงแมวอาจแซงหน้าน้องหมาไปก็ได้

เจ้าของแมวหลายท่านคงเคยประสบปัญหาน้องแมว “ท้องบ่อย”เผลอแป๊บเดียว ขนาดลูกแมวยังดูดนมอยู่เลย แม่แมวก็หง่าว และตั้งท้องอีกแล้ว ทำให้หลายๆ ท่านบ่นว่าเลี้ยงลูกเลี้ยงหลานต่อกันไม่หวาดไม่ไหวแล้ว

บางรายแก้ปัญหาด้วยการเอาลูกแมวไป “ทิ้งวัด” หรือ “เอาไปปล่อยตามแหล่งชุมชน”  เพียงแค่ขอให้ “ออกนอกรั้วบ้านตัวเอง” ไปก่อนนั้นเป็นการ “ผลักภาระและความรับผิดชอบ” ออกนอกตัว ซึ่งเป็นสิ่งไม่ควรกระทำอย่างยิ่ง แต่หลายคนก็จะบ่นว่า ก็แมวท้องบ่อยนี้ เราเลี้ยงไม่ไหวแล้วจะทำอย่างไรดีล่ะ!?!?

อยากเรียนว่า การรู้จักและเข้าใจในธรรมชาติวงจรการเป็นสัดของแมว จะช่วยให้รู้วิธีป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาประชากรแมวล้นหลามได้ดี

แต่ปัญหาก็คือ “แล้วเมื่อไหร่ควรจะพาไปทำหมันได้บ้างล่ะ???”เพราะที่ผ่านมา หาจังหวะไม่ได้เสียที เดี๋ยวหง่าว เดี๋ยวท้อง วนไปอยู่อย่างนี้จะทำหมันก็ทำไม่ทันเสียที

ผมมีคำแนะนำจาก รศ.สพญ.ดร.เกวลี ฉัตรดรงค์ รองคณบดีคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาฯ เกี่ยวกับเรื่องนี้ ดังนี้ครับ

1.การทำหมันในแมวก่อนวัยเจริญพันธุ์ ในกรณีที่ได้ “ลูกแมว” มาเลี้ยง แล้วเราไม่คิดว่าจะเลี้ยง “หลานแมว” เราควรตัดสินใจวางแผน “ทำหมันเลย” หลังจากได้รับวัคซีนป้องกันพิษสุนัขบ้าและวัคซีนป้องกันโรคอื่นๆ ครบแล้ว (ทำวัคซีนครบที่ตอนอายุประมาณ 3 เดือนกว่า) ให้ทำการนัดสัตวแพทย์ เพื่อ “ทำหมันก่อนวัยเจริญพันธุ์ที่อายุ 4-5 เดือน” เลย ซึ่งช่วงนี้เป็นอายุที่แมวมีพัฒนาการด้านร่างกายและพฤติกรรมทางสังคมแล้ว อย่างไรก็ตาม แมวบางตัวจะเข้าสู่วัยเจริญพันธุ์เร็ว คือตั้งแต่อายุ 5 เดือนได้ (อายุถึงวัยเจริญพันธุ์ปกติ 5-6 เดือน) ทำให้แผนการคุมกำเนิดพลาดได้ และอาจเกิดลูกแมวเพิ่มขึ้นอีกหนึ่งครอก หากไม่ระวัง

การทำหมันก่อนวัยเจริญพันธุ์ไม่ได้มีผลกระทบด้านลบต่อสุขภาพตามความเชื่อดั้งเดิมที่ว่า ทำหมันเร็วจะทำให้แมวมีปัญหาฉี่ไม่ออกหรือท่อปัสสาวะตีบตัน เนื่องจากยังไม่มีรายงานทางวิชาการยืนยันว่าการทำหมันก่อนวัยเจริญพันธุ์เป็นสาเหตุของปัญหาดังกล่าว

ซึ่งจริงๆ แล้ว การทำหมันก่อนวัยเจริญพันธุ์มีข้อดีที่นอกเหนือจากการคุมกำเนิด คือ สามารถลดความเสี่ยงต่อการเกิดโรคเนื้องอกและมะเร็งเต้านมได้ พบว่าโอกาสการเกิดโรคเหล่านี้ต่ำกว่าที่พบในแมวเจริญพันธุ์ และแมวที่ทำหมันหลังวัยเจริญพันธุ์หลายเท่าทีเดียว

2.การทำหมันแมวในวัยเจริญพันธุ์ หากเราตัดสินใจทำหมันแมวในวัยนี้ จะหาช่วงที่เหมาะสมได้ค่อนข้างยากแล้ว เพราะในวัยเจริญพันธุ์นี้ แมวแสดงอาการเป็นสัดทุก 2-3 สัปดาห์ และมีอาการเป็นสัดที่พร้อมรับการผสมพันธุ์อยู่นานประมาณ 5-7 วัน การป้องกันไม่ให้แมวตั้งท้อง มีเพียงการ “กักไว้จนพ้นระยะเป็นสัด” โดยไม่ให้พบกับตัวผู้เลย แต่แมวส่วนใหญ่มักไม่รอดจากการผสมพันธุ์ในระยะที่เป็นสัด ทำให้เกิดการตั้งท้องตามมา

ในบางครั้งการผสมพันธุ์ไม่ทำให้เกิดการตั้งท้อง แมวจะอยู่ในระยะที่เรียกว่า “ท้องเทียม” จึงไม่มีอาการเป็นสัดอีกใน 1 เดือน-1 เดือนครึ่งการพาแมวไปทำหมันควรเป็น “ระยะหลังอาการเป็นสัดหมดลง” ซึ่งแมวจะอยู่ในระยะเงียบ (ระยะที่ไม่มีการทำงานของรังไข่) ซึ่งจะมีระยะเวลาประมาณ 7-10 วัน เพราะในระหว่างแมวเป็นสัด จะมีเส้นเลือดไปเลี้ยงมดลูกและรังไข่มาก มีเต้านมขยาย ทำการผ่าตัดโดยควบคุมผลข้างเคียงยาก

อย่างไรก็ตาม การกำหนดว่าหลังการเป็นสัดนั้นไม่มีการทำงานของรังไข่จริง แมวไม่ตั้งท้อง หรือไม่อยู่ในระยะท้องเทียมนั้น จะต้องยืนยันด้วยระดับฮอร์โมนเพศในเลือดที่ต่ำ และยืนยันว่าแมวไม่ได้กำลังกลับเป็นสัดใหม่อีกครั้งด้วยการตรวจลักษณะเซลล์เยื่อบุช่องคลอด ทั้งหมดนี้จึงเป็น “ความยาก”เพราะต้องใช้การตรวจยืนยันหลายวิธี

3.การทำหมันในแม่แมวหลังคลอด คำถามที่พบบ่อยคือ หลังคลอดนานเท่าใดจึงพาแมวไปทำหมันได้? โดยปกติหลังคลอด แมวจะเลี้ยงลูก และหย่านมที่อายุประมาณ 2-3 เดือน แต่ในระหว่างที่แมวให้นมเลี้ยงลูกอยู่นั้นจะมีอาการเป็นสัดและอาจผสมติดได้อีก ทำให้เกิดลูกครอกใหม่ตามมาในเวลาอีก 2 เดือนถัดมา

ในความเป็นจริงแล้ว การผ่าตัดทำหมันโดยตัดรังไข่และมดลูกออกในระหว่างแม่แมวเลี้ยงลูกนั้น ไม่มีผลกระทบต่อกลไกการสร้างและหลั่งน้ำนมเพื่อเลี้ยงลูก แต่การงดอาหารก่อนเข้ารับการผ่าตัด อาจมีผลให้น้ำนมลดลงได้

นอกจากนี้ยังกระทบต่อการหายของแผลผ่าตัด เพราะเต้านมที่ขยายใหญ่ระหว่างเลี้ยงลูก ทำให้แผลบริเวณใต้ท้องระหว่างราวนมอับชื้น หรือระหว่างผ่าตัด อาจมีการสะกิดถูกต่อมน้ำนม ทำให้การหายของแผลช้าลงได้ โดยปกติเต้านมจะขยายตัวและสร้างน้ำนมสูงสุดประมาณ 1 เดือนหลังคลอด ดังนั้นจึงแนะนำให้พาแม่แมวไปทำหมันประมาณ 5-6 สัปดาห์หลังคลอด

เมื่อเราทราบดังนี้แล้ว หากท่านใดเลี้ยงแมวโดยไม่ต้องการให้มีลูกจึงควร “พาไปผ่าตัดทำหมันตั้งแต่ก่อนวัยเจริญพันธุ์” (อายุ 4 เดือน) ซึ่งมีข้อดีหลายประการ เพราะนอกจากมั่นใจในความปลอดภัยได้ว่า แมวตัวนี้จะไม่หลุดไปตั้งท้อง อันหมายถึงการเพิ่มขึ้นของจำนวนประชากรแมวจากลูกๆที่เกิดใหม่อีก ยังลดโอกาสเกิดมะเร็งเต้านม และไม่ต้องใช้การตรวจพิเศษ เช่นระดับฮอร์โมนและเซลล์เยื่อบุช่องคลอด อันเป็นการเพิ่มค่าใช้จ่ายอีกด้วยครับ

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร
ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร
คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น’ เครือข่ายภูมิปัญญาของมนุษย์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273495

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น’  เครือข่ายภูมิปัญญาของมนุษย์

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘พิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น’ เครือข่ายภูมิปัญญาของมนุษย์

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เครือข่ายดูงาน

อาทิตย์นี้ได้ตามรอยไปกับศูนย์มานุษยวิทยาสิรินธร ที่ให้ความสำคัญกับภูมิปัญญาในท้องถิ่นโดยมีเครือข่ายพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นร่วมกันระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่มีต่อคนในภาคใต้ จากแนวคิดในการจัดงานมหกรรมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นภาคใต้ “ทักษิณถิ่นไทย ใต้ร่มพระบารมี” ซึ่งจัดขึ้นที่จังหวัดสงขลา นับเป็นก้าวที่สำคัญของการทำงานร่วมกันแบบเครือข่าย ที่สร้างกระบวนการทำงานร่วมกันร่วมกันคิด ร่วมกันจัดการ ซึ่งทำให้มีการสร้างความสัมพันธ์และการสร้างพื้นที่เพื่อบอกเล่าตัวตนของพิพิธภัณฑ์แต่ละแห่งให้รู้จักถึงศิลปวัฒนธรรม และการดำรงชีวิตโดยได้รับความร่วมมือจากพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่นจากสงขลา นครศรีธรรมราช สุราษฎร์ธานี พัทลุง ภูเก็ต ยะลา ปัตตานี และนราธิวาส รวม 31 แห่งมาร่วมกันเพื่อบอกเล่าเรื่องราวของพิพิธภัณฑ์วิถีชุมชน ผ่านนิทรรศการ และวัตถุจากพิพิธภัณฑ์วงเสวนา และการแสดงพื้นบ้าน โดยแบ่งพื้นที่ในการเล่าเรื่องทรัพยากรธรรมชาติของภาคใต้ ทั้งพืช สัตว์ และพลังงานที่มีความสัมพันธ์ เกี่ยวของกับชีวิตของคนใต้เช่น พิพิธภัณฑสถานธรรมชาติวิทยา 50 พรรษาสยามบรมราชกุมารี จ.สงขลา

นำเสนอเรื่องราวของสิ่งมีชีวิตใน จ.สงขลาศูนย์การเรียนรู้การไฟฟ้าฝ่ายผลิตจะนะ จ.สงขลา นำเสนอเรื่องพลังงานและการผลิตไฟฟ้าในจังหวัดสงขลา พิพิธภัณฑ์เฉลิมพระเกียรติเพื่อพัฒนาพื้นที่ลุ่มน้ำปากพนัง จ.นครศรีธรรมราช นำเสนอความเป็นมาของลุ่มน้ำปากพนัง และ “จาก” พืชท้องถิ่นที่มีความสัมพันธ์กับวิถีชีวิตของคนปากพนัง การเล่าเรื่องอาชีพการทำมาหากิน และวิถีชีวิตของคนใต้นั้น พิพิธภัณฑ์วัดคลองแห จ.สงขลา นำเสนอกรงดักนกคุ่มเครื่องใช้พื้นบ้านที่สะท้อนภูมิปัญญา ความเชื่อ และฝีมือทางเชิงช่างพิพิธภัณฑ์นายอรุณ แก้วสัตยา จ.สงขลา นำเสนอมีดศาสตราวุธสำคัญของคนใต้ เช่น มีดจะโหนง ที่เป็นมีดแสดงตำแหน่งคนผู้นำ เช่น กำนัน หัวหน้าโจร พิพิธภัณฑ์พื้นบ้านตำบลตะโล๊ะหะลอ จ.ยะลา


พิธีเปิดมหกรรม

นำเสนอเบ้าขนมก้อ ซึ่งใช้ทำขนมก้อในการประกอบพิธีกรรมของชาวมุสลิมมะลายู เช่น การแต่งงานการเข้าสุนัต และสาธิตการทำขนมก้อ พิพิธภัณฑ์บ้านเหมืองแร่ จ.ภูเก็ต นำเสนออุปกรณ์ในการทำเหมืองแร่ซึ่งในอดีตถือว่าเป็นอาชีพที่สร้างเมืองภูเก็ต แมหรือแมะเครื่องมือสำหรับถากไม้ทำเรือจากพิพิธภัณฑ์วัดดอนจ.สงขลา สะท้อนวิถีชีวิตของชาวบ้านในอดีตที่ต้องสร้างเรือไว้สำหรับสัญจรในคลองอู่ตะเภาและทะเลสาบสงขลาตรูดหรือกรูดที่คนไชยาในอดีตใช้เกี่ยวข้าว จากพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านเมืองไชยา จ.สุราษฎร์ธานี เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการสาธิตการจัดงานประเพณีสำคัญของคนใต้ เช่น สาธิตการแกะลวดลายประดับเรือพระ ในประเพณีลากพระที่จัดขึ้นในวันแรม 1 ค่ำ เดือน 11 โดยพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านอาจารย์ศรี ธมฺมปาโล วัดโคกเหรียง จ.สงขลา เครื่องมือเครื่องใช้ในพิธีเข้าสุนัต จากศูนย์วัฒนธรรมเฉลิมราชพิพิธภัณฑ์พื้นบ้านกือเม็ง จ.ยะลา และเวทีเสวนาแลกเปลี่ยนความรู้เรื่องการลากพระและการเข้าสุนัต จากผู้รู้ท้องถิ่น ในเรื่องภูมิปัญญานั้นได้ นำเสนอข้าวของเครื่องใช้ที่สะท้อนภูมิปัญญาของชาวใต้ โดยเฉพาะศิลปะการแสดง เช่นโหม่งฟาก เครื่องดนตรีกำกับจังหวะ กำกับเสียง ของการแสดงหนังตะลุง โนราห์ ลิเกป่า ที่ครูชัย เหล่าสิงห์ ได้รื้อฟื้นวิธีการผลิตแบบดั้งเดิมมาใช้ในการทำโหม่งฟากขึ้นใช้แทนโหม่งหล่อที่มีราคาแพง พิพิธภัณฑ์บ้านหนังตะลุงสุชาติ ทรัพย์สิน จ.นครศรีธรรมราช นำเสนอรูปหนังตะลุงจากต่างประเทศ แสดงให้เห็นวัฒนธรรมร่วมของการเล่นเงาของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคนี้ และพิพิธภัณฑ์ศิลปวัฒนธรรมพื้นบ้านคลองหอยโข่งยังนำตัวตลกของหนังตะลุงและเครื่องมือการแกะตัวหนังมาให้ชมกันด้วย ความหลากหลายภูมิปัญญาดังกล่าวนี้นับเป็นการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ต่อกันแล้ว ยังเปิดโอกาสให้เครือข่ายจากภาคอื่นๆมาร่วมแบ่งปันความรู้จากภูมิปัญญาของมนุษย์ที่เกิดขึ้นทั่วประเทศ


มหกรรมพิพิธภัณฑ์ท้องถิ่น


เครือข่ายพิพิธภัณฑ์หารือ


เคียวเกี่ยวข้าว


เครื่องดักนก

 


ผอ.ศมส-เยี่ยมฮับโห้ หิ้น


แม่พิมพ์ทำด้วยไม้

Tech for life : 4 มิถุนายน 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273504

Tech for life : 4 มิถุนายน 2560

Tech for life : 4 มิถุนายน 2560

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โอเพ่นแล็ป

หัวเว่ย ขยาย ศูนย์หัวเว่ย โอเพ่นแล็ปแล้ว 6 ศูนย์ คือ ซูโจว เม็กซิโก มิวนิก สิงคโปร์ โจฮันเนสเบิร์กและดูไบ ล่าสุดได้เปิดตัว ศูนย์หัวเว่ย โอเพ่นแล็ป แบงค์กอก ที่อาคารจี ทาวเวอร์ กรุงเทพฯ ลงทุนกว่า 500 ล้านบาท

ศูนย์แห่งนี้จะเป็นศูนย์พัฒนานวัตกรรมความร่วมมือและการคิดค้นโซลูชั่นใหม่ๆ อาทิ สมาร์ทซิตี้ โครงข่ายไฟฟ้าอัจฉริยะ (Smart Grid) การเงิน ฯลฯ ตั้งเป้าจะให้การฝึกอบรมบุคลากรด้านไอซีทีไม่ต่ำกว่า 800 คนต่อปี

Surface Pro

ไมโครซอฟท์ เปิดตัว Surface Pro ใหม่ที่เซี่ยงไฮ้ โดยแล็บท็อปรุ่นนี้ เน้นอายุแบตเตอรี่ใช้ยาวนานถึง 13.5 ชั่วโมง จอสัมผัสPixelSense™ ขนาด 12.3 นิ้ว ด้วยความบางเพียง8.5 มิลลิเมตร และน้ำหนัก ที่เริ่มต้นเพียง0.76 กิโลกรัม (1.69 ปอนด์) วาดเขียนอย่างมีชีวิตชีวาด้วย Inking

Surface Pro ใหม่เปิดตัวในราคาเริ่มต้นที่ 799 ดอลลาร์สหรัฐ หรือราว 27,500 บาทกำหนดวางขายในวันที่ 15 มิถุนายน 2560 ใน 25 ประเทศ อาทิ ออสเตรเลีย ออสเตรีย เบลเยียม แคนาดา จีน ฯลฯ ส่วนไทยยังไม่กำหนด

Z17

Nubia เผยโฉม Z17 สมาร์ทโฟนเรือธงระดับพรีเมียมรุ่นใหม่ ณ ศูนย์กีฬาทางน้ำแห่งชาติ กรุงปักกิ่ง ชูจุดเด่นด้านการถ่ายภาพ สนนราคาอยู่ที่ 3,999 หยวน (ประมาณ 588 ดอลลาร์สหรัฐ)

จุดเด่นของสมาร์ทโฟนรุ่น Z17 นี้คือ ระบบกล้องหลังคู่ ที่มีขนาดพิกเซล 1.4 um ความละเอียด 12 ล้านพิกเซล และขนาดรูรับแสง F1.8 ความละเอียด 23 ล้านพิกเซล หน้าจอ 5.5 นิ้วและตัวเครื่องทำจากโลหะถึง 98%

คอมพิวเทค

ในงานคอมพิวเทค ที่ประเทศไต้หวัน เอซุส เผยโฉมแล็บท็อปซีรี่ส์ใหม่ ได้แก่ZenBook Flip S (UX370) แล็บท็อปแบบพับที่บริษัทยืนยันว่าบางที่สุดในโลก ZenBook3 Deluxe (UX490) แล็บท็อปขนาด 14 นิ้ว ZenBook Pro (UX550) ASUS VivoBook S15 ที่มาพร้อมกับหน้าจอขนาด 15.6 นิ้ว ในตัวเครื่องขนาด 14 นิ้ว และ ASUS VivoBook Pro 15 ซึ่งแล็บท็อปรุ่นที่เปิดตัวใหม่ในงานนี้ถูกออกแบบให้รองรับฟีเจอร์ใหม่ๆ ของ Windows10 อาทิ Windows Ink, Windows Hello, Cortana และ Modern Standby

Health News : ผู้เสียชีวิตจากโรคท้องร่วงทั่วโลกลดลง 1 ใน 3

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273503

Health News : ผู้เสียชีวิตจากโรคท้องร่วงทั่วโลกลดลง 1 ใน 3

Health News : ผู้เสียชีวิตจากโรคท้องร่วงทั่วโลกลดลง 1 ใน 3

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
วารสารเชิงวิชาการ เดอะแลนเซท ตีพิมพ์ผลการศึกษาที่ชี้ว่า การเข้าถึงน้ำสะอาดและสุขอนามัย เป็นกุญแจสำคัญซึ่งช่วยลดอัตราการติดเชื้อโรคท้องร่วงในเด็กที่สุขภาพอ่อนแอและขาดสารอาหาร ส่วนวัคซีนมีส่วนช่วยเพิ่มผลกระทบในเชิงบวก ด้วยเหตุผลดังกล่าวทำให้จำนวนเด็กที่เสียชีวิตจากโรคท้องร่วงลดลงถึง 1 ใน 3 ระหว่างปี 2005 และ 2015 อย่างไรก็ตาม โรคท้องร่วงก็ยังคงเป็นสาเหตุอันดับ 4ของการเสียชีวิตในเด็กทั่วโลก โดยเฉพาะคนที่เสียชีวิตก่อนอายุครบ 5 ปี มีจำนวนเกือบ 500,000 คนแต่ตัวเลขดังกล่าวอาจจะต่ำกว่าความเป็นจริงมาก เนื่องจากยังขาดข้อมูลจากแถบซับซาฮาร่า ในทวีปแอฟริกา ซึ่งมีรายงานว่า มีจำนวนผู้ป่วยมากที่สุด ทั้งนี้ โรคท้องร่วงยังเป็นสาเหตุทางอ้อมของการเสียชีวิตได้ในบางกรณี เนื่องจากโรคท้องร่วงอาจจะทำให้อาการของโรคอื่นที่แทรกซ้อน เช่น โรคปอดบวมและโรคหัดรุนแรงขึ้นมาได้

แหวกฟ้าหาฝัน : Franz Caucig ใน National Art Gallery of Ljubljana

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273498

แหวกฟ้าหาฝัน : Franz Caucig ใน National Art Gallery of Ljubljana

แหวกฟ้าหาฝัน : Franz Caucig ใน National Art Gallery of Ljubljana

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

Semiramis Fed by the Doves

โดยทั่วไปเมื่อไปเยี่ยมเยือนประเทศใดนักท่องเที่ยวส่วนใหญ่ไม่เพียงแต่อยากจะชื่นชมธรรมชาติ ถ่ายรูปสถานที่สำคัญๆ เท่านั้นก็ยังอยากเรียนรู้ประเทศนั้นๆ ด้วย ยิ่งนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบศิลปะ ก็ยิ่งอยากจะได้เห็นผลงานของศิลปินประจำชาติด้วย ศิลปินชาวสโลเวเนียที่โดดเด่นที่สุดคนหนึ่งใน National Art Galleryof Ljubljana คือ Franz Caucig หรือ Franc Kavcic ศิลปินยุคนีโอคลาสิก เขาเกิดที่ Goriziaเมืองหลวงของแคว้น Gorizia ในสมัยนั้น ท่าน Count Guido von Cobenzi ได้ส่ง Caucig ไปอยู่กับลูกชายเพื่อเรียนศิลปะ ณ กรุงเวียนนา หลังจากนั้นเขาได้ศึกษาศิลปะที่โบโลญญาและโรม ก่อนกลับมาทำงานที่เวียนนาอีกครั้ง ต่อมาในปี 1796 เขาย้ายไปอยู่เวนิสและเป็นกรรมการของ Accademia di Belle Arti เมืองเวนิส ก่อนกลับมาเป็นศาสตราจารย์ทางด้านแบบร่างที่ Vienna Academy ภายหลังเขาได้รับตำแหน่งเป็นผู้อำนวยการภาควิชาจิตรกรรมและประติมากรรมและดำรงตำแหน่งนี้จนเสียชีวิตจากโรคปอดอักเสบ

แม้ Caucig เป็นตัวแทนของศิลปินยุคนีโอคลาสิกที่สำคัญของยุโรป แต่เขาจึงชอบเขียนภาพเกี่ยวกับกรีกและโรมัน รวมทั้งเรื่องราวที่เกี่ยวเนื่องกับพระคัมภีร์ไบเบิ้ลเป็นส่วนใหญ่ ผลงานจิตรกรรมของเขาเน้นการจัดวางองค์ประกอบของภาพแบบอนุสาวรีย์ และยกย่องสตรี เช่น A Girl Rescuing Aristomenes from Captivity ภาพเขียนที่เขียนจากตอนที่ Aristomenes of Messenia ถูกชาวคลีตันจับตัวไป ก่อนที่ Aristomenes จะถูกจับตัวมาบ้านหญิงสาว เธอฝันว่าหมาป่าได้นำสิงโตที่ไร้เล็บมาที่บ้านเธอ เมื่อชาวคลีตันจับ Aristomenes มาที่บ้านเธอ เธอระลึกถึงความฝันและเข้าใจทันทีว่าเธอต้องทำอย่างไร เธอจึงมอมทหารจนเมาและปล่อยตัวAristomenes ไป ศิลปินเลือกเหตุการณ์ที่แทบไม่เคยมีศิลปินคนใดวาดมาก่อนมาบรรจงประดิดประดอยเป็นผลงานจิตรกรรมที่สวยสดงดงาม  นักท่องเที่ยวสามารถที่จะสัมผัสถึงอัจฉริยภาพของศิลปินได้จากอารมณ์ความรู้สึกของตัวละครแต่ละตัวในภาพได้อย่างไม่ยากเย็นไม่ว่าจะเป็นทหารที่เมามาย ความมุ่งมั่นของหญิงสาว และสายตาที่แสดงความขอบคุณของAristomenes


Semiramis Fed by the Doves detail

Semiramis Fed by the Doves ภาพจากนิยายปรัมปรา เรื่องมีอยู่ว่าในทะเลสาบใหญ่ไม่ไกลจากซีเรียนักอันเป็นที่อยู่ของเทพธิดาเงือกDerceto ที่มีท่อนบนเป็นหญิงงาม ท่อนล่างเป็นปลา เนื่องจาก Dercato มีใบหน้างดงามมากจนเป็นที่อิจฉาของ Aphrodite เทพธิดาแห่งความงาม จึงแกล้งเธอให้ตกหลุมรักจนมีเพศสัมพันธ์พระรูปงามในโบสถ์ใกล้ๆ ในที่สุด Derceto เทพธิดาเงือกก็คลอดธิดาออกมา เธอรู้สึกอับอายมาก จึงทิ้งตัวลงทะเลและกลายร่างเป็นปลาหนีหายไปส่งผลให้ธิดาน้อยไม่มีคนดูแล เมื่อนกพิราบซึ่งมีรังอยู่ใกล้ๆ มาพบเข้าจึงเลี้ยงทารกน้อยไว้ แต่เมื่อธิดาน้อยอายุ 1 ปี เธอจำเป็นต้องรับประทานอาหารมากขึ้น พิราบจึงไปขโมยเนยแข็งของคนเลี้ยงแกะยังความประหลาดใจให้กับคนเลี้ยงแกะมาก พวกเขาจึงตามมาหาสาเหตุ ศิลปินวาดภาพตอนที่คนเลี้ยงแกะมาพบธิดาน้อยและพาเธอกลับไปมอบให้กับหัวหน้าซึ่งไม่มีลูก เขาจึงตั้งชื่อธิดาน้อยแสนสวยว่า Semiramis ซึ่งแปลว่าพิราบนั่นเอง ภาพนี้เป็นอีกภาพหนึ่งที่มีอัตลักษณ์ของภาพเขียนยุคนีโอคลาสิกอย่างครบถ้วนและศิลปินยังจับเอาเรื่องราวที่ยากจะบอกเล่าในภาพเดียวได้มาบรรจงเขียนได้อย่างอัศจรรย์

The Tomb of Mycon ภาพนี้เขียนถึงตอนที่ Milon และเพื่อนซึ่งเดินทางจากMilet เพื่อนำของขวัญไปให้ Apollo ระหว่างทางอากาศร้อนมาก ทั้งสองจึงหยุดพักที่น้ำพุที่มีคำจารึกไว้ว่า ที่นี่คือหลุมฝังศพของ Mycon ซึ่งเป็นคนดีตลอดชีวิต และยังต้องการทำความดีต่อไปจึงสร้างบ่อน้ำพุนี้ขึ้นเพื่อให้นักเดินทางมีน้ำสะอาดดื่ม ในภาพเป็นตอนที่ทั้งสองกำลังฟังเรื่องราวของ Mycon และลูกชายที่เป็นคนดีมากจากลูกสะใภ้ของ Mycon นักท่องเที่ยวจะเห็นว่าผลงานชิ้นนี้แสดงอัจฉริยภาพของศิลปินได้อย่างลงตัวสังเกตจาก การจัดวางองค์ประกอบของภาพ รอยพับของเสื้อผ้า และรายละเอียดของสิ่งของต่างๆ ในภาพ ไม่ว่าจะเป็นต้นไม้ ท่าทางของตัวละคร รายละเอียดของรองเท้า และผลไม้สมจริงมากจนดูราวกับภาพถ่ายเลยทีเดียว


A Girl Rescuing Aristomenes from Captivity

นอกจากผลงานทั้งสามภาพแล้ว ที่นี่ยังมีผลงานของศิลปินท่านนี้ให้ชื่นชมกันอย่างเต็มอิ่มอีกหลายภาพ เช่น Phocion, His Wife and Rich Lady of Ionia, Ideal Landscape with A Bridge andAmphitheater, Socrates with A Disciple and Diotima, และ Venus, Cupid and Peristera


Ideal Landscape with A Bridge and Amphitheater


Phocion, His Wife and Rich Lady of Ionia

Socrates with A Disciple and Diotima


The Tomb of Mycon


Venus, Cupid and Peristera

หนังสือเด่น : การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจเกาหลี เรื่องที่คนไทยควรรับฟัง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273505

หนังสือเด่น : การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจเกาหลี  เรื่องที่คนไทยควรรับฟัง

หนังสือเด่น : การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจเกาหลี เรื่องที่คนไทยควรรับฟัง

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

วันนี้ในสังคมไทย กระแสความนิยมในวัฒนธรรมเกาหลีเข้ามามีบทบาทต่อคนไทยเป็นจำนวนมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งในหมู่วัยรุ่น จนเรียกได้ว่าเป็นยุคแห่งเกาหลีฟีเวอร์ โดยจะครอบคลุมเกือบทุกอย่าง ไม่ว่าจะเป็นความนิยมในตัวดารา ศิลปิน ละคร ภาพยนตร์ เพลง แฟชั่น เครื่องสำอางอาหาร ฯลฯ ดังนั้นหากเราจะได้มีการเรียนรู้และทำความเข้าใจในเรื่องราวของเกาหลี ในด้านโครงสร้างทางด้านครอบครัว, การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของเกาหลี และการเติบโตทางเศรษฐกิจของเกาหลี จึงเป็นเรื่องที่น่าจับตาอย่างยิ่งสำหรับสภาวการณ์ของสังคมไทยวันนี้ ซึ่งหากเราได้เรียนรู้และรับฟังเรื่องราวของเกาหลีแล้ว อาจจะเป็นส่วนหนึ่งในการเพิ่มประสบการณ์ของการแก้ไขปัญหา หรือการเกิดข้อคิดบางอย่างเพื่อการพัฒนาของเราให้เกิดการพัฒนามากขึ้น เนื่องจากในอดีต เกาหลีเคยเป็นประเทศที่แร้นแค้นในช่วงก่อนทศวรรษ 1960 แต่ได้เติบโตอย่างรวดเร็วเมื่อเข้าสู่ศตวรรษที่ 21 จนเป็นที่จับตามองของผู้คนทั้งโลก

หนังสือ “การเปลี่ยนแปลงของเศรษฐกิจเกาหลี และการเปลี่ยนแปลงโครงสร้างครอบครัวเกาหลี” เล่มนี้ จะช่วยวิเคราะห์สาเหตุ และปัจจัยที่ส่งผลให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจอย่างรวดเร็วของเกาหลี จนสามารถก้าวมาสู่การเป็น 1 ในมังกร 4 ตัว ของสังคมเอเชียได้ นอกจากเรื่องเศรษฐกิจแล้ว หนังสือเล่มนี้ยังให้ความสำคัญของการศึกษาความเปลี่ยนแปลงมุมมองของคน และครอบครัวชาวเกาหลีอีกด้วย เพราะการเปลี่ยนแปลงของเกาหลีนั้นมีความสัมพันธ์อย่างแนบแน่นกับการเปลี่ยนแปลงของสถาบันครอบครัวด้วย

มุมมองของการวิเคราะห์หน่วยของครอบครัวของชาวเกาหลี ในหนังสือเล่มนี้ นอกจากจะช่วยวิเคราะห์มุมมองทางเศรษฐกิจของเกาหลีแล้ว ยังสามารถใช้เปรียบเทียบกับสังคมของไทยที่มีหลายสิ่งหลายอย่างของปัญหาที่คล้ายคลึงกันได้อีกด้วย

และแน่นอนว่าการได้เรียนรู้ตัวอย่าง และได้มองเห็นการแก้ปัญหาจากตัวอย่างที่เคยเกิดขึ้นมาแล้ว ย่อมนำมาดัดแปลงให้เกิดประโยชน์ในปัญหาที่อาจจะเกิดขึ้นได้ในวันนี้ได้อย่างแน่นอน ราคาจำหน่ายเล่มละ 180 บาท เขียนโดย “Hyun Ah Moon” แปลเป็นไทยโดย “พรรณิภา ซอง” จากการพิมพ์จำหน่ายของสำนักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ยอมทุกอย่างเพราะความรักเรียกหา

จุดอ่อนของหนุ่มสาวที่กล้าเผชิญกับความเจ็บ

“อุณากรรณ” นิยายรักโรแมนติก เขียนโดย “มณีจันท์”เป็นเรื่องราวของความรักที่ต้องทำให้หญิงสาวใจอ่อนแม้จะถูกกระทำย่ำยีอย่างไร เธอก็ต้องยอมเขาทุกครั้งไป เนื้อหาอยู่ในแวดวงของหนุ่มไฮโซฯ เจ้าของกิจการใหญ่ที่รู้ว่าหญิงสาวในใต้บังคับบัญชาหลงเสน่ห์เขาอย่างถอนตัวไม่ขึ้น เขาจึงใช้ความรักเก็บเกี่ยวทุกอย่างจากตัวเธอตามที่ต้องการ เมื่อผิดใจก็เสือกไสไล่ส่งอย่างไม่ใยดี แต่เมื่อเธอจากไปแล้ว เขาก็ยังตามไปตอแย ทว่าหญิงสาวตั้งปณิธานว่าจะต้องจำความเจ็บปวดที่เขาทำกับเธอให้มั่นจะไม่เข้าไปข้องแวะอีก แต่สุดท้ายเมื่อ หัวใจเธอพร่ำหาแต่ความรักทุกอย่างก็ไร้การขัดขวาง จำหน่ายเล่มละ 420 บาท

ขุดตะกอนของชีวิตเผยแพร่เป็นบทเรียนสู่สังคม

เรื่องราวใกล้ตัวที่เป็นได้ทั้งสร้างสรรค์และทำลาย

“แม่บ้านตะกอนคะนอง” เป็นเรื่องราวของอดีตนักโฆษณาสาวที่ใช้ชีวิตโดยยึดถือตัวเอง แบบไม่ยอมฟังเสียงใคร ที่ยอมเอาเรื่องราวของตัวเองมาเขียนเผยแพร่ เพื่อเป็นอุทาหรณ์ให้คนอีกหลายคน ซึ่ง ประมาทกับชีวิตจนให้เดินทางไปไม่ถึงฝั่ง เรื่องราวของเธอในเล่มนี้ เป็นเรื่อง ปกติธรรมดาที่เกิดขึ้นกับคนส่วนใหญ่ แต่เธอนำมาปรุงแต่งด้วยสำนวน และ ข้อคิดแบบฟังง่ายๆ ด้วยอารมณ์ที่ทั้งเจ็บปวด ผิดหวัง และความขบขัน เพื่อจะบอกให้ทุกคนได้ตระหนักว่าทุกอย่างที่เราทำไปแบบขาดสติ มันจะกระทบกับทุกอย่างที่อยู่รอบๆ ตัวเรา ไม่ว่า จะลูก ครอบครัว ความสำเร็จ และปัญหา ซึ่งผู้เขียนใช้นามปากกาว่า “ตาแป๋วมองโลก”จะถ่ายทอดทุกอย่างโดยไม่ปิดบัง ราคา 230 บาท

นิยายกำลังภายในจีน ในบรรยากาศไทยๆ

เมื่อนักฆ่าพ่ายรักผจญกับคุณหนูไร้หัวใจ

“ทรราช ตื๊อรัก เล่ม 1” เขียนโดย “ซูเซี่ยวหน่วน” เป็นเรื่องราวของจอมยุทธมือทอง ในยุคสมัยของจักรพรรดิปี้ลั่วแห่งอาณาจักรจีน ซึ่งไม่มีปรากฏอยู่ในประวัติศาสตร์ชาติจีนโดยผู้เขียนเปิดเรื่องให้ จอมยุทธมือทอง ต้องพ่ายรักต่อคุณหนูแห่งตระกูลใหญ่ ที่หลายคนพากันรังเกียจว่า เป็นผู้หญิงสวยแต่โง่ บ้าผู้ชาย จนไม่อยากมีใครเข้าหน้า แต่ จอมยุทธหนุ่มกลับหลงรักเธออย่างไม่ลืมหูลืมตา แฝงตัวคอยช่วยเหลือเธอทุกอย่างที่เธอต้องมีปัญหา ทว่าในเล่มที่ 1 นี้ ผู้เขียนได้เปิดปมเอาไว้ว่า ในเบื้องหลังของคุณหนูที่ไม่เอาไหนคนนี้ เธอกำลังฝึกวิทยายุทธที่ยากจะมีใครต่อกรกับเธอได้ เรื่องราวจึงต้องดำเนินต่อไปในเล่มที่สอง ราคาจำหน่าย 370 บาท แปลเป็นไทยโดย “ยูมิน และ กอหญ้า”

การ์ตูนอารมณ์ดีเจาะกึ๋นคนบุกเบิกโลกใหม่

เรื่องราวที่ให้ทั้งความรู้และความภูมิใจกับทุกคน

“เจาะกึ๋น คนบุกเบิกโลกใหม่” เป็นหนังสือการ์ตูน และเรื่องราวของบุคคลสำคัญๆ ของโลก ทางด้านวรรณคดี วิทยาศาสตร์ และปรัชญา เช่น วิลเลียม เชกสเปียร์ กวีเอกของโลก,ไอแซก นิวตัน นักวิทยาศาสตร์ผู้ยิ่งใหญ่, พระเจ้าปีเตอร์มหาราช พระเจ้าซาร์ผู้สร้างรัสเซีย และ จอร์จ วอชิงตัน ผู้ก่อตั้งอเมริกา ทุกเรื่องราวจะถูกนำเสนอในรูปแบบของ การ์ตูนสี่สี เหมาะสำหรับเด็ก และคนทุกวัย นอกจากเรื่องราวในแบบการ์ตูน แล้วยังเป็น การบรรยายและเล่าเรื่องในแบบบรรยายโดยมีภาพประกอบตลอดทุกเรื่อง ราคา 195 บาท

เซเลบฯคนดังโชว์สเต็ปเต้นซุมบ้าท้าแดด

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/273517

เซเลบฯคนดังโชว์สเต็ปเต้นซุมบ้าท้าแดด

เซเลบฯคนดังโชว์สเต็ปเต้นซุมบ้าท้าแดด

วันอาทิตย์ ที่ 4 มิถุนายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

วิมลลักษณ์ จงรัตนเมธีกุล, จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา และ สุวรา สนิทวงศ์ฯ

เซเลบฯคนดังสุขภาพดี อาทิ จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ณ อยุธยา, คริสติน่า เศรษฐบุตร และครอบครัว, วิมลลักษณ์จงรัตนเมธีกุล, บี-ปิติภัทร สารสิน, เอมี่-รพีพร วงศ์ทองคำ และครอบครัว, กร-กติกากร วรวรรณ ณ อยุธยา และ หมิง-สุวราสนิทวงศ์ ณ อยุธยา ร่วมงาน Peanuts Zumba Dance in Bangkok ซึ่งจัดโดย บริษัท โกลบอล แบรนด์ กรุ๊ป ประเทศไทย (จำกัด) เจ้าของลิขสิทธิ์ Peanuts ร่วมกับพันธมิตรที่ซื้อลิขสิทธิ์งานนี้ได้ ครูหนุ่ม ยอดชาย ยมะคุปต์ ครูเซเลบฯคนดังแห่งปีนำทีมเต้นสุดสตรอง นำเต้นตลอดหนึ่งชั่วโมง แรงดีไม่มีตก ร่วมด้วยเหล่าดารามีชื่อเสียง อาทิ อ้น-ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์, เก๋-ชลลดาเมฆราตรี, ลูกหมี-รัศมี ทองสิริไพศรี, เป๊ก-เปรมณัช สุวรรณานนท์และปอ-ภัคพร ภูวะปัจฉิม งานนี้ได้ร่วมทำบุญกับมูลนิธิTHE VOICE (FROM US) FOUNDATION ของ เก๋-ชลลดาเฆฆราตรี เรียกได้ว่าได้ทั้งสุขภาพ และทำบุญไปพร้อมกัน


คริสติน่า เศรษฐบุตร และครอบครัว


บี-ปิติภัทร สารสิน และครอบครัว


เอมี่-รพีพร วงศ์ทองคำ และครอบครัว


กร-กติกากร วรวรรณ ณ อยุธยา


อ้น-ศรีพรรณ ชื่นชมบูรณ์


ร่วมมอบรายได้ให้มูลนิธิ THE VOICE (FROM US) FOUNDATION


วิมลลักษณ์ จงรัตนเมธีกุล โชว์สเต็ปเต้นซุมบ้า


เก๋-ชลลดา เมฆราตรี โชว์สเต็ปเต้นซุมบ้า