คุณแหน : 24 ธันวาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310532

คุณแหน :  24 ธันวาคม 2560

คุณแหน : 24 ธันวาคม 2560

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll Merry Christmast 2017 แด่ผู้อ่านทุกท่านและโดยเฉพาะคริสตชน ขอให้พระกุมารเจ้า ทรงดลบันดาลให้ทุกท่านปราศจากโรคภัยไข้เจ็บ และคิดทำในสิ่งที่ดีๆ ตลอดไป…

ll วันนี้อาทิตย์ ๒๔ ธ.ค. ครบรอบปราบดาภิเษกครบ ๒๕๐ ปี ของสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราชณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์ สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช (วงเวียนใหญ่) ตั้งแต่เวลาสี่โมงเย็น…

ll ฟังให้เข้าหู เป็นวาทะของหัวหน้าคสช. และนายกรัฐมนตรี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา “นักการเมืองที่ดีมีความซื่อสัตย์ ความผิดชอบ การพึ่งพาอาศัยกันโดยรัฐบาลที่ดีและมั่นคง การเข้าถึงจิตใจประชาชน และความโปร่งใส”คนไทยได้กรุณาตั้งสติและเลือกผู้มีคุณสมบัติเหล่านี้เป็นตัวแทน ไทยจะได้รุ่งเรือง…

ll มาฟังประธาน มีชัย ฤชุพันธุ์ ประธานกรรมการร่างรัฐธรรมนูญบ้าง “เข้าใจว่าคนทำงานก็อยากมีอำนาจ แต่อำนาจพอมีนานๆมันเป็นดาบสองคม ซึ่งอันตราย อย่ามีมากนักเลย กมธ. ที่โหวตบางทีคงไม่เข้าใจ คิดว่าสนุกดีมีอำนาจ แต่การเขียนกฎหมายนั้นจะทำให้อยู่ใช้ชั่วฟ้าดินสลายเราเห็นว่าไม่ควร”…

ll “เราจำเป็นต้องสร้างวัฒนธรรมกีฬาให้แข็งแกร่ง เพื่อเป็นตัวอย่างให้สังคมรู้จักแพ้รู้จักชนะ เพื่อช่วยสร้างประเทศไทย” ในการปาฐกถาพิเศษ ของ รมต.ท่องเที่ยวใหม่เอี่ยม วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ และแถมว่าจะมีผู้ป่วยเข้าโรงพยาบาลน้อยลงเพื่อลดค่าใช้จ่ายของรัฐ…

ll เพราะได้รับหนึ่งดาว ของมิชลินสุพินยา จันสุตะ (เจ๋ไฝ ประตูผี)เจ้าของร้านอาหารริมทางได้เป็นที่รู้จักของชาวโลก แถมยังได้ไปสอนการทอดไข่สอดไส้ปู แก่นักเทนนิสอันดับโลกหญิง ใครอยากชิมรสมือต้องกำแบงก์พันไปลิ้มรสฝีมือได้…

ll ต่อนี้ไปหลังจากปลดล็อกการเมือง ท่านๆ เราๆ คงได้ยินและได้เห็น วาจาศรีธนญชัย จากนักการเมือง,นักวิชาการ, สื่อทั้งหลายรวมถึงประชาชนบางกลุ่ม ที่ไม่ค่อยพึงพอใจ ผลงานของคสช. ตั้งแต่ ๒๒ พฤษภาคม ๒๕๕๗ ขอเตือนว่าอย่าลืมเมื่ออดีตก่อนถึงวันนั้น เป็นอย่างไร และใครเป็นผู้กระทำ เอวังก็มี…ll

น้องโน้ต

แหวกฟ้าหาฝัน : Amber Museum เมือง Gdansk

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310548

แหวกฟ้าหาฝัน : Amber Museum เมือง Gdansk

แหวกฟ้าหาฝัน : Amber Museum เมือง Gdansk

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ของตกแต่งจากอำพัน

นักท่องเที่ยวที่ได้มีโอกาสมาเยือนเมือง Gdansk เมืองท่าทางเหนือของโปแลนด์ติดทะเลบอลติกสถานที่ท่องเที่ยวหนึ่งที่ต้องไปเยี่ยมเยือนให้ได้ไม่เช่นนั้นเหมือนมาไม่ถึงเมืองนี้ก็คือ
Amber Museum ทั้งนี้เพราะเมืองนี้เป็นแหล่งใหญ่ของ Amber หรืออำพัน และเป็นเมืองที่มีการค้าอำพันมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

หลายคนคงสงสัยว่า Amber หรืออำพันคืออะไร และสำคัญอย่างไร อำพันก็คือยางของซากต้นไม้ดึกดำบรรพ์ตั้งแต่สมัย Neolithic ซึ่งมีความสวยงามจนมนุษย์นำมาทำเป็นเครื่องประดับ และของตกแต่งต่างๆ หรือแม้แต่ทำเป็นยา การถือกำเนิดของอำพันในขั้นแรกจะอ่อนนุ่มเพราะมันคือยางของต้นไม้ และมีสัตว์หรือวัตถุต่างๆ ฝังเข้าไป อำพันเป็นของที่รู้จักกันมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 4 แล้ว บันทึกในประวัติศาสตร์ของชาวเยอรมันที่ถูกเรียกว่า Gutones ซึ่งอาศัยอยู่ริมหาดกล่าวถึงอำพันไว้ว่า พวกเขาพบอำพันตามชายหาดของเกาะ Abalus ในฤดูใบไม้ผลิ และใช้มันเป็นเชื้อเพลิงหรือขายให้กับเพื่อนบ้านซึ่งก็คือชาว Teutonesบริเวณที่พบอำพันจำนวนมาก ได้แก่ Heligoland, Zealand, Bay of Gdansk, SambiaPennisula ซึ่งแหล่งเหล่านี้ก็เป็นแหล่งค้าอำพันที่ใหญ่ที่สุดของยุโรปเหนือที่เชื่อมต่อกับทะเลเมดิเตอร์เรเนียนหรือที่เรียกว่าAmber Road

อำพันมีองค์ประกอบเป็นสารเนื้อผสม แต่เนื้อของมันก็ประกอบไปด้วยสารหลายชนิดที่ละลายได้ในเอทานอล ไดเอตทิลอีเทอร์ และคลอโรฟอร์ม รวมถึงสารที่ละลายไม่ได้จำพวกบิทูเมนอำพันประกอบไปด้วยสารโมเลกุลขนาดใหญ่จากการเกิดโพลิเมอร์ด้วยการเติมอนุมูลอิสระของสารดั้งเดิมในกลุ่มของแลบเดน กรดคอมมูนิกคัมมูนอลและไบโฟร์มีน เมื่ออำพันมีอายุมากขึ้นเรื่อยๆก็จะมีการเกิดโพลิเมอร์มากขึ้นเรื่อยๆพร้อมๆไปกับปฏิกิริยาไอโซเมอร์เมื่ออำพันโดนความร้อนที่มากกว่า 200 องศาเซลเซียส จะละลายออกมาเป็นน้ำมันอำพัน อำพันบอลติกมีความแตกต่างไปจากอำพันชนิดอื่นๆ ของโลกด้วยเนื้อของมันมีกรดซัคคินิกจนเป็นที่รู้จักกันในนามของซัคคิไนต์

การพัฒนาการของยางไม้จากต้นไม้ที่ยังมีชีวิตที่ทำให้เกิดอำพันนั้นไม่ค่อยบริสุทธิ์ เพราะหลังจากที่ยางไม้ตกลงบนพื้นจะมีซากเศษของสิ่งต่างๆ อยู่ส่งผลให้ยางไม้มีสีต่างๆ กัน อำพันสามารถพบได้หลายแห่ง ส่วนใหญ่จะเป็นบริเวณที่ยุคหินรุ่งเรือง เช่น ชายฝั่ง Samland ทางทิศตะวันตกของ Konigberg ในปรัสเซียอันเป็นบริเวณที่ถูกกล่าวขวัญถึงว่ามีอำพันเป็นจำนวนมากมาตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 12 จวบจนถึงปี 1946 ส่วนวิธีการทำเหมืองอำพันก็คือการขุดเอาพื้นทะเลขึ้นมา แล้วเก็บอำพันโดยใช้มือ หรือการดำน้ำลงไปเก็บอำพันขึ้นมา

มิวเซียมอำพันหรือ Amber Museum ของเมือง Gdansk ตั้งอยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟนัก และอยู่ใกล้กับ information มาก ห่างกันเพียงแค่ข้ามถนน มิวเซียมแห่งนี้ตั้งอยู่ ณ ตำแหน่งประตูเมืองเก่าที่เคยเป็นหอคอยคุมขังและห้องทรมานนักโทษ การจัดแสดงแบ่งเป็นสองส่วนคือ ส่วนที่หนึ่งจัดแสดงเรื่องราวเกี่ยวกับอำพัน เส้นทางการค้าอำพันแถบบอลติก อำพันแบบต่างๆ ที่ภายในมีสัตว์และพืชอยู่ภายใน รวมทั้งเครื่องประดับและเครื่องไม้เครื่องมือที่ทำจากอำพันการที่ Gdansk เป็นตำแหน่งสำคัญทางการค้าอำพัน ทำให้เมืองนี้มีการทำเครื่องประดับอำพันมาตั้งแต่ปี 1477 โดยรุ่งเรืองสุดในช่วงคริสต์ศตวรรษที่ 16-18 โดยในช่วงเวลานั้น เมือง Gdansk ไม่เพียงเป็นแหล่งผลิตเครื่องประดับ แต่ยังสร้างสรรค์งานประติมากรรม งานตกแต่ง และของใช้ในชีวิตประจำวันด้วย ปัจจุบัน เนื่องจากอำพันเป็นของมีราคาสูง งานส่วนใหญ่จึงเป็นงานเครื่องประดับเท่านั้นนักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบเครื่องประดับและเรื่องราวของอำพันจะสามารถตื่นตาตื่นใจกับของจัดแสดงต่างๆ ที่แม้มีจำนวนห้องไม่มาก แต่ก็ได้ความรู้และความเพลิดเพลินเป็นอย่างดี

ส่วนที่สองเป็นเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติของอาคารตั้งแต่การถือกำเนิดของอาคาร ส่วนของหอคอยที่สร้างขึ้นตั้งแต่กลางคริสต์ศตวรรษที่ 14 ซึ่งใช้เป็นป้อมปราการป้องกันเมือง ส่วนพื้นที่ใช้สอยอันเคยเป็นที่คุมขังและทรมานนักโทษได้รับการปรับปรุงหลายครั้งในคริสต์ศตวรรษที่ 15-16 เพื่อรองรับการใช้งานที่หลากหลายมาขึ้นจวบจนถึงการปรับปรุงให้ทันสมัยระหว่างปี 2000-2006 เพื่อใช้
เป็นมิวเซียมนักท่องเที่ยวที่ไม่ชื่นชอบเรื่องคุก และการทรมานอาจสามารถได้อรรถรสที่แตกต่างแต่ก็อาจรู้สึกกระอักกระอ่วนก็เป็นได้

display พร้อมแว่นขยาย

display พร้อมแว่นขยาย
อำพันขนาดใหญ่

อำพันขนาดใหญ่
ส่วนที่เคยเป็นคุก

ส่วนที่เคยเป็นคุก
ภายในอาคารเดิม

ภายในอาคารเดิม
เครื่องประดับจากอำพัน

เครื่องประดับจากอำพัน
เครื่องดนตรีจากอำพัน

เครื่องดนตรีจากอำพัน
interactive display

interactive display

Science Update : ดาวเคราะห์น้อย‘โอมูอามูอา’อาจมีน้ำอยู่ด้านใน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310552

Science Update : ดาวเคราะห์น้อย‘โอมูอามูอา’อาจมีน้ำอยู่ด้านใน

Science Update : ดาวเคราะห์น้อย‘โอมูอามูอา’อาจมีน้ำอยู่ด้านใน

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
โอมูอามูอา ดาวเคราะห์น้อยรูปทรงประหลาด ซึ่งมาจากนอกระบบสุริยะ อาจมีน้ำในรูปของน้ำแข็งอยู่ลึกลงไปใต้พื้นผิว แม้ก่อนหน้านี้มีรายงานว่า โอมูอามูอาไม่ได้แผ่กลุ่มก๊าซหรือ
ไอน้ำออกมาโดยรอบเมื่อเข้าใกล้ดวงอาทิตย์ ทั้งที่เป็นปรากฏการณ์ที่พบได้บ่อยในดาวหางหรือดาวเคราะห์น้อยดวงอื่น ทำให้ผู้เชี่ยวชาญหลายคนสันนิษฐานว่า โอมูอามูอาไม่มีน้ำแข็งเป็นองค์ประกอบหรือมีอยู่น้อยมาก อย่างไรก็ตาม ผลการศึกษาล่าสุดจากนักดาราศาสตร์มหาวิทยาลัย Queen’s University Belfast (QUB) ในไอร์แลนด์เหนือ ซึ่งตีพิมพ์ในวารสาร Nature Astronomy ชี้ว่า
น่าจะมีน้ำแข็งอยู่ภายใต้เปลือกผิวที่เป็นคาร์บอนหนาของโอมูอามูอา โดยอาจอยู่ลึกลงไปราวครึ่งเมตรหรือมากกว่า ทั้งนี้ ดาวเคราะห์น้อยโอมูอามูอามีชื่อเป็นภาษาฮาวายซึ่งแปลว่า “ผู้ส่งสารจากแดนไกลที่มาถึงเป็นคนแรก” เนื่องจากเป็นวัตถุอวกาศชิ้นแรกที่ล่องลอยมาจากนอกระบบสุริยะที่ห่างไกล ซึ่งนักดาราศาสตร์ตรวจพบเมื่อวันที่ 19 ต.ค. ที่ผ่านมา

pet care : สิ่งที่ควรระวังสำหรับน้องแมวและน้องหมาในช่วงปีใหม่

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310569

pet care : สิ่งที่ควรระวังสำหรับน้องแมวและน้องหมาในช่วงปีใหม่

pet care : สิ่งที่ควรระวังสำหรับน้องแมวและน้องหมาในช่วงปีใหม่

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

อีกเพียงไม่กี่วันเราก็จะได้กล่าวคำว่า “สวัสดีปีใหม่ 2561” กันแล้วผมขอให้แฟนคอลัมน์ “PET CARE ดูแลสัตว์เลี้ยง” ทุกท่าน รวมถึงสัตว์เลี้ยงในสังกัดทุกตัว มีสุขภาพแข็งแรงตลอดปีนะครับ

เทศกาลปีใหม่เป็น “ช่วงเวลาแห่งความสุข” เป็นเทศกาลแห่งการรื่นเริงและการเลี้ยงฉลอง แต่สิ่งที่เรานำมาฉลองเพื่อให้เกิดความสนุกสนานในกลุ่มครอบครัวและมิตรสหายนั้น เราต้องระมัดระวังว่า จะไม่มาทำให้เกิดอันตรายกับสัตว์เลี้ยงของเรานะครับ สัปดาห์นี้ผมขอยกเรื่องที่ควรระวังสำหรับสัตว์เลี้ยงในช่วงเทศกาลมาคุยกันครับ

สิ่งแรกที่ควรระมัดระวังนั่นก็คือ “เสียงดังการจุดพลุและประทัด”เราพบว่าในช่วงเทศกาลใหญ่ๆ ไม่ว่าจะเป็นปีใหม่ ตรุษจีน หรือลอยกระทงจะเป็นเทศกาลที่มีการฉลองโดยการจุดพลุ ดอกไม้ไฟ และประทัดที่ทำให้เกิดเสียงดัง ซึ่งในช่วงนี้ของทุกปีที่ผ่านมาจะมีสุนัขวิ่งเตลิดหายไปจากบ้านเนื่องจากตกใจเสียงดังของประทัดเป็นจำนวนมาก ที่ตามกลับมาได้ก็มีบ้างที่หายสาบสูญไปก็มาก เนื่องจากสุนัขจะมีปฏิกิริยาไวต่อเสียงดัง จะมีอาการกระวนกระวาย ตื่นเต้น และหวาดกลัว สิ่งที่เราควรทำคือ พยายามปลอบและดูแลอย่างใกล้ชิดในช่วงที่มีการจุดประทัด และที่สำคัญ อย่าลืมที่จะปิดประตูและกั้นช่องทางต่างๆ ที่สุนัขสามารถลอดผ่านออกมาและวิ่งเตลิดหายออกไปนอกบ้านได้ด้วยนะครับ

เรื่องถัดมาคือเรื่อง “อาหาร ขนม และของกิน” ที่เราใช้ฉลองกันในช่วงเทศกาลนั้น มีหลายอย่างที่อร่อยสำหรับคน แต่เป็นอันตรายกับสัตว์เลี้ยงครับ ตัวอย่างสิ่งที่ “ไม่”เป็นผลดีต่อสุขภาพสุนัขก็ได้แก่…

1.ขนมเค้กและคุกกี้ช็อกโกแลต ขนมหวานแสนอร่อย ที่ทำมาจากผงโกโก้ จะมีส่วนผสมของสารธีโอโบรมีน (theobromine) และกาเฟอีน(caffeine) อยู่ โดยสารทั้ง 2 ชนิดนี้ เป็นองค์ประกอบของเมธิลแซนทีน(methylxanthine) ซึ่งออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาทส่วนกลางและระบบไหลเวียนโลหิต ผลก็คือจะทำให้หัวใจเต้นเร็ว ความดันโลหิตสูง เกิดอาการกระวนกระวาย ตื่นเต้น ตื่นตัวมากกว่าปกติ หากได้รับปริมาณมากเกินไปอาจทำให้หายใจหอบ ปัสสาวะมาก คลื่นไส้ อาเจียน ท้องเสีย กล้ามเนื้อกระตุก ไปจนถึงชักได้

2.องุ่นและลูกเกด (raisin) ในเค้กผลไม้ อาจทำให้สุนัขและแมวเกิดภาวะไตวายได้ครับ สัตว์จะมีอาการอาเจียน ท้องเสีย อ่อนเพลีย เบื่ออาหาร ตัวสั่น ขาดน้ำ ปัสสาวะน้อย จนกระทั่งไม่มีปัสสาวะเลย โดยมักเริ่มแสดงอาการหลังกินเข้าไป 6-12 ชั่วโมง  สารที่คาดว่าทำให้เกิดพิษคือฟลูออไรด์ (fluoride) ถึงแม้ว่าจะยังไม่ทราบกลไกที่แน่ชัด แต่ก็อาจทำให้สุนัขเสียชีวิตได้ เราควรต้องระวังครับ

3.กระดูกไก่ และก้างปลาโดยเฉพาะก้างกลางหรือกระดูกชิ้นใหญ่อื่นๆ ในปลาตัวโต  เนื่องจากลักษณะฟันของสุนัขและแมว ไม่ได้สร้างมาเพื่อการเคี้ยวอาหาร ดังนั้นสุนัขและแมวจะฉีกหรือกัดอาหาร เพียงแค่พอให้แตกให้พอกลืนได้ แล้วสัตว์จะ “กลืนเลย”

เราจะสังเกตได้ว่ากระดูกไก่ (โดยเฉพาะส่วนกระดูกน่อง) เมื่อกัดหรือถูกทำให้แตก จะมีลักษณะที่แหลม และพร้อมที่จะทิ่มตำทางเดินอาหารได้ง่าย ซึ่งเป็นอันตรายมากครับ กระดูกสันหลัง (กระดูกแกนกลาง) ของปลาก็มีอันตรายต่อทางเดินอาหารของทั้งน้องแมวและน้องหมาเช่นกันครับ

4.หัวหอมและกระเทียม เนื่องจากมีส่วนประกอบของ thiosulphate ซึ่งสุนัขและแมว ไม่มีเอนไซม์สำหรับย่อยสารนี้ เมื่อได้รับสารนี้เข้าไปจะไปทำปฏิกิริยากับฮีโมโกลบินในเม็ดเลือดแดง ทำให้ผนังเม็ดเลือดแดงอ่อนแอ อายุสั้น และแตกในที่สุด จะเกิดภาวะโลหิตจาง เกิดอาการหอบหายใจลำบาก เหงือกซีด หัวใจเต้นเร็ว (ส่วนกระเทียม จะมีส่วนประกอบของ thiosulphate น้อยกว่าในหัวหอม จึงอาจมีพิษน้อยกว่า)

● แต่ถ้าหากเจ้าตูบ-เจ้าเหมียวของเราเผลอไปกินอาหารต้องห้ามเหล่านั้นเข้าไปแล้ว เราก็มีหลักในการจัดการเบื้องต้น ดังนี้ครับ

– อย่าให้เจ้าตูบกินเข้าไปเพิ่มขึ้น  โดยรีบเอาของอาหารเหล่านั้นที่ยังคาอยู่ที่ปากออกมา

– พยายามทำให้สุนัขอาเจียนเอาอาหารที่กลืนเข้าไปแล้วออกมา (แต่ควรทำภายใน 1-2 ชม. แรกที่ได้รับเข้าไปเท่านั้นนะครับ เพราะเราหวังผลว่าสารพิษเหล่านั้นยังไม่ถูกดูดซึมมากนัก) แต่หากทิ้งระยะเวลาไว้นานกว่านี้ สารเคมีเหล่านั้นถูกดูดซึมไปมากแล้ว การทำให้สัตว์อาเจียนตอนนั้น จะไม่มีผลอะไร เนื่องจากสารเคมีเหล่านั้นถูกดูดซึมไปมากแล้ว

– ส่วนสารบางประเภทที่มีฤทธิ์ระคายเคืองทางเดินอาหาร
มากๆ อาจต้องใช้วิธีลดการดูดซึมสารพิษในทางเดินอาหารสู่กระแสเลือดแทนที่จะให้ขย้อนออกมา โดยการป้อนผงถ่าน (activated charcoal)

– รีบพาไปพบสัตวแพทย์ให้เร็วที่สุด อย่าปล่อยทิ้งไว้นานจนอาการแย่ จะทำให้การรักษายากมากขึ้น  และที่สำคัญต้องพยายามให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์กับคุณหมอให้มากที่สุดด้วย เพื่อการรักษาที่ถูกต้องและทันท่วงทีครับ

เมื่อเราทราบถึงอันตรายที่สามารถเกิดขึ้นได้แล้ว เราจึงควรระมัดระวัง และป้องกันผลเสียที่จะเกิดขึ้นด้วยครับ ตัวการสำคัญก็คือ “ตัวเราเอง” เมื่อฉลองปีใหม่หรือรับประทานอาหาร ขนม และผลไม้ ที่มีส่วนประกอบของสารที่กล่าวมาแล้วละก็ ห้ามเผลอและห้ามใจอ่อน เอาของเหล่านั้นให้กับน้องหมา-น้องแมวเด็ดขาด ไม่ว่าเขาจะส่งสายตาออดอ้อนแค่ไหนก็ตาม และที่สำคัญควรเก็บอาหารเหล่านั้นให้มิดชิด ไม่ให้สัตว์เลี้ยงรื้อค้นได้ด้วย รวมถึงแม้แต่เศษที่เหลือทิ้ง ก็ควรทิ้งในที่ที่สัตว์เลี้ยงไม่สามารถคุ้ยเขี่ยมากินได้  เพียงเท่านี้เราก็สามารถหลีกเลี่ยงความเสี่ยงที่สัตว์เลี้ยงจะได้รับสารที่เป็นอันตรายในอาหารในช่วงเทศกาลได้แล้วล่ะครับ

 

ผู้ช่วยศาสตราจารย์ นายสัตวแพทย์ ดร.ทิลดิสร์ รุ่งเรืองกิจไกร

ฝ่ายประชาสัมพันธ์และส่งเสริมภาพลักษณ์องค์กร

คณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

ตะลอนเที่ยว : The Christmas Time, The Happy Moment. เวลาดีๆ ในช่วงคริสต์มาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310558

ตะลอนเที่ยว : The Christmas Time, The Happy Moment.  เวลาดีๆ ในช่วงคริสต์มาส

ตะลอนเที่ยว : The Christmas Time, The Happy Moment. เวลาดีๆ ในช่วงคริสต์มาส

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

oh holy night the stars are brightly shining.
It is the night of our dear Savior’s birth.

Long lay the world in sin and error pining.
Till He appeared and the soul felt its worth.

A thrill of hope the weary world rejoices.
For yonder breaks a new glorious morn.

Fall on your knees. Oh hear the angels’ voices. Oh night divine. Oh night when Christ
was born.

Oh night divine Oh night. Oh night divine…….

(เพลง Oh Holy Night)

ช่วงเวลาแห่งเทศกาลคริสต์มาส นับเป็นช่วงเวลาที่มนุษยชาติโดยทั่วไปมีความสุข แจ่มใส ร่าเริง เพราะว่าบรรยากาศอันเนื่องมาจากความหนาวเย็นและสีสัน รวมถึงเสียงเพลงแห่งเทศกาลนี้ ต่างมีส่วนทำให้มนุษย์ทุกคนยิ้มและหัวเราะได้ ไม่ว่าเขาเหล่านั้นจะนับถือศาสนาใดก็ตาม

เมื่อพูดถึงเทศกาลคริสต์มาสแล้ว คริสตศาสนิกชนส่วนมากก็จะนึกถึงวันประสูติของพระเยซู และพร้อมๆ ไปนั้น ก็จะนึกถึงการเฉลิมฉลอง ความสนุกสนาน และที่ขาดไม่ได้คือ ตลาดคริสต์มาส

ตลาดคริสต์มาสที่ได้รับการกล่าวขานว่ามีสีสัน สวยงาม สนุกสนาน และครึกครื้นมากที่สุดของโลกใบนี้อยู่ในประเทศเยอรมนี โดยเฉพาะที่นูเรมเบิร์ก (Nuremberg) แต่ชาวเยอรมันออกเสียงว่าเนิร์นแบร์ก (Nürnberg)

รอยยิ้ม เสียงหัวเราะ เสียงพูดคุยที่ต่างคนต่างพยายามบอกเล่าความสุขเพื่อแลกเปลี่ยนระหว่างกัน กลิ่นไวน์อุ่น (Glühwine) และ Rum Punch ที่หอมกรุ่นตลบอบอวลไปทั้งตลาด กลิ่นหอมจากไส้กรอกนานาชนิดที่ย่างบนเตาไฟที่ร้อนฉ่า รสหวานมันจากเกาลัด (Maroni) อบทรายร้อนที่กินแล้วเพิ่มความอบอุ่นให้ร่างกาย ผสมกับกลิ่นหอมจากขนมปังอัลมอนด์ และขนมปังขิง รวมถึงสีสันและรสชาติของขนมหวานอีกสารพัดเกินกว่าจะบรรยายได้หมด และที่ขาดไม่ได้คือสายไหมบางเบาหวานหอมสุดแสนอร่อย รวมถึงตังเมสีสันสวยจับใจ แล้วที่จะขาดไม่ได้เลยก็คือต้นคริสต์มาสประดับไฟสวยงามที่มีความสูงเท่าตึก 4-5 ชั้น รวมถึงร้านขายตุ๊กตาสารพัดสารพันรูปลักษณ์ที่แสนจะน่ารัก

นอกจากนั้น ตลาดคริสต์มาสในเนิร์นแบร์กยังโอบล้อมไปด้วยโบสถ์ อาสนวิหารที่สร้างมาตั้งแต่ยุคกลางของยุโรป ศาลาว่าการประจำเมือง ดังนั้นจึงได้ยินเสียงระฆังตีบอกเวลาเป็นประจำทุกโมงยาม และยังมีเสียงร้องเพลงแบบประสานเสียง รวมถึงการบรรเลงดนตรีสด ทั้งแบบซิมโฟนีครบวง และแบบชนิดบรรเลงด้วยเครื่องเป่าลมเท่านั้น โดยเลือกสรรบทเพลงประจำเทศกาลคริสต์มาสมาร้องและบรรเลงตลอดเวลา ทำให้เมื่อเวลาได้อยู่ในบรรยากาศเช่นนี้แล้ว ก็อดที่จะมีรอยยิ้มปรากฏอยู่บนใบหน้าได้ตลอดทุกวินาที มองไปทางไหนก็เห็นแต่รอยยิ้ม และเสียงหัวเราะ นอกจากนี้ ถ้าหากได้มีโอกาสเข้าไปในโบสถ์ประจำเมืองแล้ว ก็ยังจะได้ฟังการเล่นคอนเสิร์ตที่บรรเลงโดยออร์แกนยักษ์ประจำโบสถ์อีกด้วย

เท่าที่บรรยายมานี้เป็นเพียงบรรยากาศคร่าวๆของเทศกาลคริสต์มาสในเมืองเนิร์นแบร์ก เยอรมนี เท่านั้น แต่ขณะเดียวกัน Mr.Flower ก็ได้นำภาพบรรยากาศของตลาดคริสต์มาสในเมืองมิวนิค และเมืองแฟรงค์เฟิร์ต เยอรมนี รวมถึงเมืองซาลซ์บูร์ก ออสเตรีย มาฝากคุณด้วย

ทริปนี้พาคุณๆ ที่เป็นแฟนหนังสือพิมพ์แนวหน้าตระเวนเที่ยวตลาดคริสต์มาสในยุโรปเพียง 3 เมืองก่อน สัปดาห์หน้าจะพาคุณไปเที่ยวชมตลาดคริสต์มาสในเมืองอื่นๆ อีก

สำหรับคุณๆ สนใจจะร่วมทริปท่องตลาดคริสต์มาสในยุโรปตะวันตกกับ Mr.Flower ในปี 2018 โปรดติดต่อจองการร่วมทริปแต่เนิ่นๆ นะครับ คณะของเราเดินทางกันเพียง 10 คนเท่านั้น เรา
เดินทางท่องยุโรปด้วยรถไฟ และนอนที่โรงแรมกลางเมืองซึ่งใกล้กับบริเวณจัดตลาดคริสต์มาส เพราะฉะนั้นเราจึงสามารถเที่ยวชมตลาดได้อย่างจุใจ หากเกิดอาการเบื่อหรือไม่อยากเดินก็กลับไปนอนพักเอาแรง เมื่อหายเหนื่อยแล้วก็ลงไปเดินชมตลาดต่อ เราเที่ยวกันสบายๆ แบบนี้ครับ สนใจร่วมทริปโปรดติดต่อ 091-7233615

ตลาดคริสต์มาส มิวนิก เยอรมนี

ตลาดคริสต์มาส มิวนิก เยอรมนี

ตลาดคริสต์มาส ที่นูเรมเบิร์ก เยอรมนี

ตลาดคริสต์มาส ที่นูเรมเบิร์ก เยอรมนี

ตลาดคริสต์มาส ที่แฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี

ตลาดคริสต์มาส ที่แฟรงก์เฟิร์ต เยอรมนี

ตลาดคริสต์มาส ซาลซ์บูร์ก ออสเตรีย

ตลาดคริสต์มาส ซาลซ์บูร์ก ออสเตรีย

‘เมซอง อาร์ทิเนี่ยน’ ฉลองครบ 1 ปี อวดประกายอัญมณีล้ำค่า คอลเลคชั่นสุดหรู

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310534

‘เมซอง อาร์ทิเนี่ยน’ ฉลองครบ 1 ปี  อวดประกายอัญมณีล้ำค่า คอลเลคชั่นสุดหรู

‘เมซอง อาร์ทิเนี่ยน’ ฉลองครบ 1 ปี อวดประกายอัญมณีล้ำค่า คอลเลคชั่นสุดหรู

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

มร.อาร์โต้ และ ศิริน อาร์ทิเนี่ยน ต้อนรับ สุวิมล มหากิจศิริ

“เมซอง อาร์ทิเนี่ยน” (Maison Artinian) มัลติแบรนด์ลักชัวรี่จิวเวลรี่บูติก ระดับเวิลด์คลาสภายใต้การบริหารของ บริษัท อาร์ทิเนี่ยน จำกัดผู้ผลิตและรังสรรค์จิวเวลรี่เครื่องประดับที่มีเอกลักษณ์เฉพาะตัว จัดงาน “กะรัต แอนด์ แคนวาส โซเชียล ไฮ ที”ฉลองครบ 1 ปี ชวนเหล่าเซเลบริตี้เอลิสต์ จิบน้ำชายามบ่าย พร้อมอวดโฉมเครื่องเพชรสุดหรูเอ็กซ์คลูซีฟคอลเลคชั่นล่าสุด ภายในงานจัดขึ้น ณ ห้องรีเจนซี่ ชั้น Gโรงแรมแมนดาริน โอเรียนเต็ล ได้รับเกียรติจากเหล่าเซเลบริตี้ระดับเอลิสต์ของเมืองไทย ที่หลงใหลในอัญมณีพร้อมใจร่วมงานคับคั่ง โดยมี มร.อาร์โต้ อาร์ทิเนี่ยน ประธานกรรมการบริหาร บริษัท อาร์ทิเนี่ยน จำกัด นำทีมผู้บริหารต้อนรับอย่างอบอุ่น

มร.อาร์โต้ อาร์ทิเนี่ยน เผยว่า งานนี้จัดขึ้นในโอกาสครบ 1 ปี “เมซอง อาร์ทิเนี่ยน” ที่นำเสนอเครื่องประดับจิวเวลรี่และอัญมณีล้ำค่ารวมไปถึงภาพศิลปะให้กับผู้ที่หลงใหลในความงามล้ำค่า ภายใต้คอนเซ็ปต์ “Carats & Canvas” เพื่อสะท้อนภาพ เมซอง อาร์ทิเนี่ยนว่าเป็นไลฟ์สไตล์บูติกจิวเวลรี่และศิลปะ ท่ามกลางบรรยากาศที่หรูหรา คลาสลิก ของโรงแรมแมนดารินโอเรียนเต็ล กรุงเทพฯ โดยนำเสนอเครื่องประดับระดับโลกอย่าง อาร์ทิเนี่ยน แบรนด์จิวเวลรี่สุดหรูสวยคลาสสิก รวมไปถึง ซาร์โตโร (Sartoro) แบรนด์ที่ออกแบบสวยงามแบบร่วมสมัย สามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส และมารี (Marli) แบรนด์เครื่องประดับสุดชิกสไตล์นิวยอร์กเกอร์ นอกจากนี้ ยังจำหน่ายภาพวาดและพอร์ชเลนคุณภาพสูงผลงานของ อลิซาเบธ โรมฮิลด์ ศิลปินระดับโลก ที่สำคัญในงานวันนี้ เรายังได้จัดให้มีแฟชั่นโชว์ เพื่อเปิดตัวเอ็กซ์คลูซีฟคอลเลคชั่น เพื่อร่วมฉลองในโอกาสพิเศษนี้ด้วย”


มร.ซาร์โร-ตาร์ลา อาร์ทิเนี่ยน

“Fashion Presentation” เหล่านางแบบชั้นนำพาเหรดออกมาอวดโฉมเอ็กซ์คลูซีฟคอลเลคชั่นให้ชื่นชมอย่างอิ่มเอมใจ พร้อมชุดเครื่องประดับที่มาอวดโฉมในดิสเพลย์สุดเก๋ โดยมีคอลเลคชั่นไฮไลต์ อาทิ โชกเกอร์และชุดต่างหูสุดหรู โดดเด่นด้วยเพชรสีเหลืองเม็ดกลางขนาดใหญ่ทรงหยดน้ำเม็ดใหญ่ส่องประกาย ล้อไปกับแสงระยิบระยับของเพชรสีเหลืองประดับสร้อยคอ น้ำหนักเพชรรวม 49.87 กะรัต เครื่องประดับชุด” Oriental moonlight” ได้รับแรงบันดาลใจจากความสวยงามของสีแห่งท้องฟ้าหยอกล้อกับประกายแห่งแสงดาว ผ่านความงามของสุขุมสีน้ำเงินบลูแซฟไฟร์ น้ำหนักรวม 165.28 กะรัต และแสงระยิบระยับของเพชร น้ำหนักรวม 160.96 กะรัต ชุดดีไซน์แบบ “Parisienne” ประดับเพชรงามสง่า ประกอบด้วยสร้อย กำไล ต่างหู และแหวนเข้าชุดกันโดดเด่นด้วยเพชรน้ำเอกเม็ดใหญ่ทรงหยดน้ำตรงกลาง ดีไซน์งดงามแบบร่วมสมัย น้ำหนักเพชรรวม 88.58 กะรัต ชุดเครื่องประดับเพชร “Etoiles D’amour” หรือ “The Stars of Love” ประกอบด้วยมงกุฎเพชร และต่างหูเข้าเซต เป็นเสมือนตัวแทนสื่อความรักและภักดี ภายหลังจบการแสดงแฟชั่นโชว์ ได้เปิดโอกาสให้ผู้ร่วมงานได้เยี่ยมชมร้าน “เมซอง อาร์ทิเนี่ยน” เพื่อชื่นชมคอลเลคชั่นต่างๆ อย่างจุใจ พร้อมเลือกซื้อตามอัธยาศัยและจบลงด้วยความประทับใจ

ปีเตอร์-อลิซาเบธ รอมฮิลด์

ปีเตอร์-อลิซาเบธ รอมฮิลด์
เมลนีย์ ศิรจินดาภิรมย์, พิมพ์ปรีชา ดีสวัสดิ์, ณชาจึงกานต์กุล และ กุสลิน ลัญจกรกุล

เมลนีย์ ศิรจินดาภิรมย์, พิมพ์ปรีชา ดีสวัสดิ์, ณชาจึงกานต์กุล และ กุสลิน ลัญจกรกุล
ศิลป์สุภา อภิรักษ์ทานนท์ และ กรวิกา ชมพูนุท ณ อยุธยา

ศิลป์สุภา อภิรักษ์ทานนท์ และ กรวิกา ชมพูนุท ณ อยุธยา
กนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช มาพร้อมครอบครัว

กนกวรรณ เศรษฐพงศ์วนิช มาพร้อมครอบครัว
อรธิรา ภาคสุวรรณ ร่วมยินดี

อรธิรา ภาคสุวรรณ ร่วมยินดี

Health News : ทารกเกิดจากตัวอ่อนแช่แข็งนาน 24 ปี

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310553

Health  News : ทารกเกิดจากตัวอ่อนแช่แข็งนาน 24 ปี

Health News : ทารกเกิดจากตัวอ่อนแช่แข็งนาน 24 ปี

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.
นางทีนา กิบสัน หญิงชาวอเมริกันวัย 26 ปี จากรัฐเทนเนสซี คลอดเอ็มมา เร็น กิบสัน ทารกหญิงสุขภาพดี เมื่อวันที่ 25 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา โดยทารกเกิดจากตัวอ่อนที่ได้รับบริจาคจากสามีภรรยาชาวอเมริกันคู่หนึ่งที่ถูกนำไปแช่แข็งไว้ และแพทย์ได้นำมาละลายก่อนจะนำไปฝังไว้ในมดลูกของทีนา ตัวอ่อนที่ได้รับบริจาคมานั้นเกิดการปฏิสนธิในปี 1992 ขณะที่นางกิบสันเองเกิดเมื่อปี 1991 ดังนั้นจึงหมายความว่ามารดาของทารกหญิงที่เพิ่งคลอดออกมานี้ มีอายุเพียง 1 ขวบ ในเวลาที่ตัวอ่อนปฏิสนธิ นอกจากนี้ นางกิบสันและสามีก็ไม่ได้มีความเกี่ยวพันทางสายเลือดใดๆ กับทารก ศูนย์บริจาคตัวอ่อนแห่งชาติของสหรัฐ ได้มอบตัวอ่อนที่เกิดจากการผสมเทียม ซึ่งแพทย์ที่นั่นเรียกตัวอ่อนว่า “ทารกหิมะ” เพราะตัวอ่อนถูกแช่แข็งไว้เป็นเวลานาน ให้แก่ผู้ที่ต้องการมีบุตร โดยศูนย์สนับสนุนให้คู่สามีภรรยาที่ไม่ต้องการมีลูกเพิ่ม มาบริจาคตัวอ่อน หลังจากที่มีครอบครัวที่สมบูรณ์แล้ว เพื่อที่คู่สามีภรรยาคู่อื่นๆ จะได้มีโอกาสเป็นพ่อแม่คนบ้าง

‘อิตาเลียน คูซีน แอนด์ ดีไซน์’ สะท้อนเสน่ห์อิตาลีผ่านศิลปะแห่งรสชาติและดีไซน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310537

บรรยากาศมื้ออาหารพร้อมเสียงดนตรี

‘อิตาเลียน คูซีน แอนด์ ดีไซน์’ สะท้อนเสน่ห์อิตาลีผ่านศิลปะแห่งรสชาติและดีไซน์

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เควิน กัมบีร์ รองประธานบริหาร บริษัทยูโรครีเอชั่นส์ จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายเฟอร์นิเจอร์แบรนด์ดังระดับโลกสัญชาติยุโรป และ ฯพณฯ ฟรานเชสโคซาเวริโอ นิสิโอ เอกอัครราชทูตอิตาลีประจำประเทศไทย ได้ร่วมกันสะท้อนเสน่ห์แห่งอิตาลีผ่านศิลปะแห่งรสชาติและดีไซน์ ในงาน “อิตาเลียน คูซีน แอนด์ ดีไซน์” ให้แขกกิตติมศักดิ์ที่มาร่วมงานได้ลิ้มลองอาหารอิตาเลียนเลิศรส ซึ่งมีเมนูพิเศษสุดคลาสสิก “Cjarsons” ที่สะท้อนรสชาติแบบอิตาเลียนแท้ๆ ในรูปแบบใหม่ รังสรรค์โดยเซเลบริตี้เชฟ Fabriozio Noniz ผู้มีชื่อเสียงในวงการอาหารอิตาเลียนแกสโตรโนมี โดยแขกที่มาร่วมงาน อาทิ สกุลธร-กมลฉัตร จึงรุ่งเรืองกิจ, ดิฐวัฒน์ อิสสระ,นันทมาลี ภิรมย์ภักดี, อนันต์ เพ็ชรดาชัย, สุทธิลักษณ์ สำราญอยู่, วราภรณ์ วีระภุชงค์, วชิรพงศ์-สุธนา อรรถยุกติ,ดร.กันธิชา ฉิมศิริ และ มร.อเล็กซานเดอร์ ปาเป้ ได้ร่วมลิ้มลองอาหารมื้อพิเศษ ณ ยูโร ครีเอชั่นส์ แกลเลอรี่ แอท ทองหล่อ ซึ่งเป็นโชว์รูมที่รวมหลากหลายแบรนด์เฟอร์นิเจอร์สัญชาติอิตาเลียนสไตล์โมเดิร์น ลักชัวรี่ไว้ด้วยกัน อาทิ จิออร์เจตตี้ (Giorgetti) ที่ขึ้นชื่อว่ามีความโดดเด่นเรื่องเส้นสายของรูปทรงการออกแบบที่ลงตัวดุจงานศิลปะชั้นเลิศ โมลเทนี่ แอนด์ ซี (Molteni & C) เฟอร์นิเจอร์สไตล์โมเดิร์นที่ซ่อนกลิ่นอายของความเรียบหรู และ คาสสิน่า (Cassina) แบรนด์ซึ่งเลื่องชื่อในการพัฒนาเทคนิคการออกแบบอย่างไม่หยุดนิ่ง จนสะท้อนถึงความงามของการออกแบบทั้งใน อดีต ปัจจุบัน และอนาคต

ดิฐวัฒน์ อิสสระ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ สายงานพัฒนาธุรกิจ บมจ.ชาญอิสสระ ดีเวล็อปเมนท์ สาวกอิตาเลียนดีไซน์ กล่าวว่า “เป็นคนที่ชอบอิตาเลียนแบรนด์ ไม่ว่าจะเป็นแฟชั่นแบรนด์หรือเฟอร์นิเจอร์ เพราะอิตาเลียนดีไซน์นั้นมีความทันสมัยแต่คงไว้ซึ่งความประณีตของงานฝีมือ ดูแล้วสวยเรียบง่ายแต่มีรายละเอียดซ่อนอยู่เฟอร์นิเจอร์แบรนด์จากอิตาลีก็มีคุณสมบัตินี้เช่นกัน คือ มีการออกแบบที่ร่วมสมัย ใส่ใจในทุกรายละเอียดเล็กๆ น้อยๆ และ ไม่ละเลยเรื่องการใช้งาน จึงเป็นความลงตัวของฟังก์ชั่นและดีไซน์จริงๆ”

อีกหนึ่งสาวผู้รักอาหารอิตาเลียนเป็นชีวิตจิตใจ นันทมาลี ภิรมย์ภักดี กรรมการผู้จัดการ บริษัท คาวาลลิโน มอเตอร์ จำกัด กล่าวว่า “วันนี้ประทับใจเมนูพิเศษของเชฟ Fabriozio Nonis มาก เพราะ Cjarsons เป็นเมนูที่คลาสสิก แต่หาชิมได้ยากในประเทศไทย และ เชฟสามารถนำเสนอเมนูนี้ได้ในรูปแบบที่แปลกใหม่น่าสนใจ ทำให้เห็นว่าวัฒนธรรมอิตาเลียนมีเสน่ห์ เพราะเขาเก็บรากเหง้าของวัฒนธรรมเดิมเอาไว้ แล้วมานำเสนอด้วยเทคนิคและรูปแบบใหม่ๆ ทำให้แก่นแท้ไม่เปลี่ยนไปแต่มีความน่าสนใจมากขึ้น ก้าวไปตามยุคสมัย”

ดินเนอร์พิเศษในงานครั้งนี้ จึงเป็นการนำเสนอจิตวิญญาณของประเทศอิตาลี ได้อย่างลงตัว ทั้งในด้าน คูซีน คือรสชาติของอาหารอิตาเลียนแท้ๆ ที่โดดเด่นไม่เหมือนชาติใดๆ และดีไซน์จากเฟอร์นิเจอร์ที่นำเสนอความงามอย่างประณีต ในการออกแบบที่ร่วมสมัย งานนี้จึงสะท้อนคำว่า “Extraordinary Italian Taste” ได้อย่างลงตัว

สกุลธร-กมลฉัตร จึงรุ่งเรืองกิจ

สกุลธร-กมลฉัตร จึงรุ่งเรืองกิจ
โกมล กัมบีร์ ประธาน กก.บริหาร บจ.ยูโรครีเอชั่น

โกมล กัมบีร์ ประธาน กก.บริหาร บจ.ยูโรครีเอชั่น
ฟรานเชสโค ซาเวริโอ นิสิโอ ออท.อิตาลีประจำประเทศไทย

ฟรานเชสโค ซาเวริโอ นิสิโอ ออท.อิตาลีประจำประเทศไทย
เควิน กัมบีร์ รองประธานบริหาร บจ.ยูโร ครีเอชั่นส์

เควิน กัมบีร์ รองประธานบริหาร บจ.ยูโร ครีเอชั่นส์
เชฟ Fabrizio Nonis และเชฟ Veronica Defilippis

เชฟ Fabrizio Nonis และเชฟ Veronica Defilippis
สุทธิลักษณ์ สำราญอยู่, มาริสา กัมบีร์, วราภรณ์ วีระภุชงค์

สุทธิลักษณ์ สำราญอยู่, มาริสา กัมบีร์, วราภรณ์ วีระภุชงค์
บรรยากาศมื้ออาหารพร้อมเสียงดนตรี

บรรยากาศมื้ออาหารพร้อมเสียงดนตรี

หนังสือเด่น : ปิดหนังสือเป็นเรื่องปกติ ที่ยังเปิดอยู่ จึงถือว่าไม่ใช่เรื่องปกติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310555

หนังสือเด่น : ปิดหนังสือเป็นเรื่องปกติ  ที่ยังเปิดอยู่ จึงถือว่าไม่ใช่เรื่องปกติ

หนังสือเด่น : ปิดหนังสือเป็นเรื่องปกติ ที่ยังเปิดอยู่ จึงถือว่าไม่ใช่เรื่องปกติ

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

การปิดตัวของ นิตยสารคู่สร้างคู่สม มีการกล่าวขานกันในแวดวงนักอ่าน มีทั้ง เห็นใจ เสียใจ เสียดาย และอื่นตามที่แต่ละคนเกิดความรู้สึก

ว่ากันไปแล้ว  ในพ.ศ.  นี้ การปิดกิจการหนังสือ ถือว่าเป็นเรื่องธรรมดา (ที่อยู่ในความคาดคิดของนักวิจัยมาหลายปีแล้ว) นับตั้งแต่สื่อออนไลน์เข้ามามีอิทธิพลแย่งลูกค้าอย่างรวดเร็ว จึงกลายเป็นคำตอบให้กับนักวิจัยว่า สื่อสิ่งพิมพ์จะต้องได้รับความกระทบกระเทือนกับวิกฤตการณ์ในส่วนนี้

เนื่องจากสื่อสิ่งพิมพ์มีการผลิตที่เป็นกระบวนการขนาดใหญ่ ไม่ใช่มีเพียงแค่นักเขียน และโรงพิมพ์เท่านั้น แต่ต้องมีฝ่ายผลิต ฝ่ายจำหน่าย ฝ่ายโฆษณา และฝ่ายบริหาร รวมกันแล้ว  ถือว่า การจัดทำหนังสือออกมาจำหน่ายได้ ไม่ใช่ใช้คนเพียงคนสองคน และไม่ใช่ใช้เงินเพียงแค่ค่าพิมพ์เท่านั้น

และแน่นอน รายได้ที่ได้รับจากการผลิตจึงต้องคุ้มกับรายจ่ายที่ต้องเสียไป เป็นรายได้ที่เกิดจาก ยอดการจำหน่าย ที่ไม่ใช่รายได้สุทธิจากราคาที่ตั้งไว้บนปก เช่นราคาหนังสือ สามสิบบาท ต้องถูกหักค่าสายส่ง ถูกหักเป็นค่าพิมพ์ ถูกหักเป็นค่าเขียน รวมแล้ว ถ้าหนังสือราคาขายเล่มละสามสิบบาท เมื่อขายได้ จะเกิดรายได้สุทธิ ไม่เกินสิบบาท บางแห่งยังไม่คุ้มค่ากระบวนการผลิตด้วยซ้ำไป แต่ที่อยู่ได้ก็อาศัยค่าโฆษณามาเป็นตัวช่วย

หนังสือที่ไม่ค่อยมีโฆษณาจึงเดือดร้อนก่อนเป็นลำดับแรก ต้องแก้ตัวการขึ้นราคาให้คุ้มพอที่จะมีกำไร หากเพิ่มราคาแล้ว  ยังมีคนติดตามซื้อถือว่าหนังสือมีคุณภาพ มีแรงจูงใจ ส่วนหนังสือที่ขาดแรงจูงใจก็อยู่ไม่ได้

ในส่วนของโฆษณา ก็เริ่มมีการเข้มงวดมากขึ้น หนังสือเล่มไหนพอรู้ว่ามีคนอ่านน้อยก็ถอนโฆษณา เลยกลายเป็นการซ้ำเติมยิ่งไปใหญ่

ว่าไปแล้ว เรื่องโฆษณาที่บริษัท ตัดสินจากปริมาณการตอบสนองของลูกค้าโดยดูจากยอดการขาย ที่จริงก็ไม่ใช่เกิดขึ้นเพราะ คนอ่านน้อย แต่ต้องดูบริษัทจากภาคเศรษฐกิจด้วย เมื่อเศรษฐกิจของคนในสังคมไม่ดีกำลังซื้อก็ลดน้อยลงไม่ใช่เพราะไม่มีคนอ่านหนังสือ

ในความเป็นจริง สื่อสิ่งพิมพ์จะมีปริมาณคนอ่านต่อตัวสื่อมากกว่า สื่อออนไลน์  กล่าวคือสื่อสิ่งพิมพ์เล่มเดียว แต่คนอ่านไม่ใช่คนเดียว หนังสือที่วางอยู่บนโต๊ะ  ไม่ใช่คนที่เป็นเจ้าของโต๊ะเท่านั้นที่อ่าน แต่มีคนอีกมากมายที่มาหยิบอ่านด้วย แต่สื่อออนไลน์ที่วางอยู่บนโต๊ะมีเพียงเจ้าของ รหัสเท่านั้นที่เปิดอ่านได้ ฉะนั้นการกระจายคนอ่านสื่อสิ่งพิมพ์จะได้โอกาสมากกว่าสื่อออนไลน์

ด้วยกระบวนการต่างๆ นี้เองจึงทำให้หนังสือต้องทยอยปิดอยู่เรื่อยๆ ซึ่งผมถือว่า เป็นเรื่องปกติธรรมดาของกระแสความนิยมยุคนี้ แต่สื่อที่ยังไม่ปิดสิน่าจับตามองถึงความผิดปกติของเขาว่า เขามีอะไรดี เขาอยู่ได้อย่างไร

เท่าที่ผมได้รับข่าวสารจากหัวหนังสือซึ่งส่งข่าวคราวมาในหน้าวรรณกรรมนี้เป็นประจำพบว่า หนังสือที่น่าจับตามองเพราะยังคงอยู่ได้ยังมีอีกมากมาย อาทิ นิตยสารสารคดี นิตยสาร อสท, นิตยสารแพรว นิตยสารสุดสัปดาห์ นิตยสารเนชั่นแนลจีโอกราฟิก นิตยาสารมาร์เก็ตเทียร์ นิตยสารโฮม นิตยสารข้ามห้วงมหรรณพ เป็นต้น

สื่อสิ่งพิมพ์ที่ยังไม่ปิดตัวเหล่านี้ต่างหากครับที่ไม่ธรรมดาและน่าติดตามอ่านว่า เขามีดีอย่างไร

ถ่ายทอดเบื้องหลังซีรี่ส์ดัง‘ศรีอโยธยา’

พร้อมความงามรับหน้าหนาวด้วยแฟชั่นหรู

“นิตยสารแพรว” ต้อนรับเดือนสุดท้ายของปีด้วยการดึงทัพนักแสดงนำจากภาพยนตร์ซีรี่ส์ชุดอิงประวัติศาสตร์  “ศรีอโยธยา” มาถ่ายทอดเรื่องราวเหตุการณ์ในประวัติศาสตร์ไทย พร้อมบทสัมภาษณ์ความในใจของนักแสดงและเบื้องหลังการถ่ายทำ อาทิ สินจัย เปล่งพานิช, ธีรภัทร์ สัจจกุล, วรนุช ภิรมย์ภักดี, เขมนิจ จามิกรณ์, อนันดา เอเวอร์ริ่งแฮม และ จิรวิชญ์ พงษ์ไพจิตร นอกจากความอลังการของภาพยนตร์ชุดอิงประวัติศาสตร์  ยังมีเรื่องราวดีๆ เกี่ยวกับความสวยความงามอย่าง Luxury beauty essential สำหรับหนาวนี้ที่สาวๆ ต้องมีไว้สำหรับบำรุงผิว พร้อมกับแฟชั่นสุดชิคที่เหล่าแฟชั่นนิสต้าต่างออกมาครีเอทลุคกันอย่างสนุกสนานและการเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับไปปาร์ตี้ส่งท้ายปี จำหน่ายเล่มละ 100 บาท

ย้อนอดีตสู่เหตุการณ์ต้นรัตนโกสินทร์

ค้นหานิยามของคำว่าชายชาตรีที่สมบูรณ์แบบ

“ชาตรี นฤมิต” เป็นนิยายย้อนยุค ที่เกิดขึ้นในช่วงสร้างกรุงรัตนโกสินทร์ เขียนโดย “หัสวีร์” จำหน่ายเล่มละ 300 บาท เป็นเรื่องที่ผู้เขียนต้องการค้นหาคำว่า ชายชาตรีในยุค รัชกาลที่ 1 ที่จัดว่ามีความเพียบพร้อมต่อคำว่า ชายชาตรี เรื่องราวนอกจากจะกล่าวถึงสภาพบรรยากาศย้อนยุดเมื่อสองร้อยปีที่ผ่านมา ยังแทรกประวัติศาสตร์ ที่เกิดขึ้นจริงในยุคนั้นออกมาให้คนยุคใหม่ได้เห็นภาพ ซึ่งผู้เขียนยืนยันว่า เป็นความจริง เนื่องจากได้ค้นคว้าหาหลักฐานมาจากพิพิธภัณฑ์อย่างเป็นรูปแบบ นิยายเรื่องนี้จึงเป็นได้ทั้งการบันทึกประวัติศาสตร์ และความบันเทิงจากการอ่าน

รวบยอดเรื่องของ‘ตลกร้าย’ที่เน้นความหม่นหมอง

จำหน่ายคราวเดียวกัน ทั้งหมด13เล่ม ในราคาสบายกระเป๋า

สำนักพิมพ์นานมี นานมีบุ๊คส์ ออกจำหน่ายนิยายสำหรับเยาวชน ผจญภัย ในชุด อยากให้เรื่องนี้ไม่มีโชคร้าย เขียนโดย “LEMONY SNICKET” แปลเป็นไทยโดย “อาริตา พงศ์ธรานนท์” โดยวางตลาดพร้อมกันครั้งเดียว 13 เล่ม จำหน่ายในราคาเล่มละ 185 บาท ซึ่งหนังสือในชุดนี้ได้รับการกล่าวขานจากนักอ่านต่างประเทศว่า ถือว่า เป็นเรื่องตลกร้าย ที่ใครๆ ก็ไม่ให้เกิดขึ้น โดยเนื้อหาหลักเป็นเรื่อง ความโชคร้ายของสามพี่น้องตระกูลโบดแลร์ ที่ต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า และเขาทั้งสามต้องเจอกับความโชคร้ายในชีวิตไม่หยุดไม่หย่อน ให้ทั้งความสนุก ชวนให้คิด และหาคำตอบ ที่อยากได้รับว่าเมื่อไรพวกเขาจะสุดสิ้นจากความหม่นหมองทั้งหลายในชีวิตเสียที

กรรมใดใครก่อกรรมนั้นย่อมคืนสนอง

ซีรี่ส์สืบสวนแนวอาชญาวิทยาขายดีของจีน

“เจาะจิตฆาตกร” นิยายในรูปแบบการสืบสวนแนวอาชญาวิทยา ของนักเขียนชาวจีน “เหลยหมี่” ซึ่งออกวางตลาด ในเล่มที่สี่ ชื่อตอนว่า “(ฆาต)กรรมตามสนอง แปลเป็นไทยโดย “อัญชลี เตชะธิติกุล” เป็นเรื่องของ ชายนิรนาม ภายใต้ชื่อว่า “แสงแห่งนคร” ที่ทนมองถึงสภาพเลวร้ายในสังคม ที่ไร้ความยุติธรรมไม่ได้ จึงต้องใช้ศาลเตี้ยของตัวเองเป็นการตัดสินโทษผู้กระทำความชั่วร้าย แต่ยังดำเนินชีวิตอยู่ในสังคมโดยไม่ถูกกฎหมายลงโทษ ในเล่มนี้ มีพฤติกรรมที่แสงแห่งนคร ได้เข้าไปจัดการในหลายรูปแบบ อาทิ ครูที่ลงโทษนักเรียนจนเด็กต้องฆ่าตัวตาย ลูกทรพีที่ไล่แม่ออกจากบ้านเมื่อแม่ไม่มีเงินให้ใช้ และเรื่องของคนที่ทำความดีแต่กลับถูกใส่ร้ายจากสังคมคนชั่วที่มีมากกว่า เรื่องราวทุกอย่างจึงเป็นเสมือการคืนสนองกรรมเวรที่คนชั่วทำไว้ให้คืนกลับสู่ตัวเอง ราคาเล่มละ 395 บาท

เซเลบริตี้ แชร์เคล็ดลับคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิว ด้วย Ruby Cell

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/310538

เซเลบริตี้ แชร์เคล็ดลับคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิว ด้วย Ruby Cell

เซเลบริตี้ แชร์เคล็ดลับคืนความอ่อนเยาว์ให้ผิว ด้วย Ruby Cell

วันอาทิตย์ ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เปิดตัวอย่างเป็นทางการ ภายใต้ธีม “Beauty Beyond Time” (บิวตี้ บียอร์น ไทม์) ณ ลานพารากอนฮอลล์ ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอน เมื่อวันศุกร์ที่ 8 พฤศจิกายน 2560 นาถรวี วงศ์ภวาภัค กรรมการผู้จัดการ บริษัท แอพโพรโซน (ไทยแลนด์) จำกัด นำเข้าผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า “Ruby Cell” (รูบี้ เซลล์) เซรั่มระดับพรีเมียมนำเข้าจากประเทศเกาหลี เพื่อคืนความอ่อนเยาว์บนใบหน้าให้สาวๆ ได้มีความมั่นใจและมีความสุขในทุกไลฟ์สไตล์ ท่ามกลางบรรยากาศภายในงานตกแต่งด้วยโทนสีขาวสะอาดตา พร้อมเสียงดนตรีแจ๊สขับกล่อมแขกผู้มีเกียรติที่มาร่วมงานคับคั่ง ต่างมาร่วมแสดงความยินดีและร่วมแชร์เคล็ดลับดูแลผิวให้อ่อนเยาว์

เริ่มต้นเทคนิคการดูแลผิวของเซเลบริตี้คุณแม่ยังสาว เบญจวรรณ ไทรงาม เผยว่า “ไม่ค่อยชอบกิจกรรมกลางแจ้งแต่ด้วยต้องไปเชียร์ลูกสาวที่เป็นนักแข่งรถทุกสนามเจอทั้งแดดและลม จึงต้องดูแลตัวเองให้ปลอดภัยจากแสงแดดทุกรูปแบบ แต่ก็ยังสู้กับแสงแดดเมืองไทยไม่ได้ เลยต้องหาครีมบำรุงที่ช่วยฟื้นฟูผิว ซึ่งเมื่อได้มาทดลองใช้ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวหน้า รูบี้ เซลล์ เพียงแค่สัปดาห์เดียวไม่น่าเชื่อว่าผิวหน้ากลับดีขึ้น อย่างเห็นได้ชัดสักกี่แดดก็ไม่กลัวค่ะ” ด้านไฮโซสาว ลินา-ภัคศรณ์ลีนุตพงษ์ แชร์เคล็ดลับการดูแลผิวหน้าใสโดดเด้งไร้สิวกระ ฝ้า ว่า “ในชีวิตประจำวันต้องเจอฝุ่นควันมากมาย และเป็นคนที่ผิวแพ้ง่ายมากจึงต้องทาครีมเช้าและก่อนนอนทุกวัน เพื่อคืนความชุ่มชื่นให้ผิว ที่สำคัญการพักผ่อนอย่างเพียงพอ และดื่มน้ำเปล่าให้ได้อย่างน้อยวันละ 1.5 ลิตรซึ่งน้ำเปล่านี้มีส่วนสำคัญที่สุดในการทำให้ผิวชุ่มชื่นและสดใส”ปิดท้ายที่คุณแม่ยังสาวที่ยังคงความสาวและสวยไม่เปลี่ยนโน้ต-ณัฐกานต์ ประสพสายพรกุล เล่าว่า “ด้วยหน้าที่การงานที่ต้องเป็นพิธีกรรายการโทรทัศน์ จึงหลีกเลี่ยงแสงไฟในสตูดิโอไม่ได้ รวมถึงต้องดูแลลูกๆ อีก 3 คนทำให้ไม่ค่อยมีเวลาได้ดูแลผิวหน้าสักเท่าไร ดังนั้นก่อนออกจากบ้านนอกจากจะทาครีมทาหน้าแล้วครีมกันแดดสำคัญที่สุด รวมถึงการรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่ และการนอนหลับพักผ่อนให้เพียงพอ นอนให้ครบวันละ 8 ชั่วโมงสิ่งเหล่านี้ล้วนช่วยยืดอายุผิวได้ทั้งสิ้น”

นาถรวี วงศ์ภวาภัค, มร.บง จุน คิม สองผู้บริหาร บจ.แอพโพรโซน จากไทยและเกาหลี

นาถรวี วงศ์ภวาภัค, มร.บง จุน คิม สองผู้บริหาร บจ.แอพโพรโซน จากไทยและเกาหลี
ดร.อารียา อัศวานันท์, เบญจวรรณ ไทรงาม, นุชนาถ ระวีแสงสูรย์, ชัญญ ธนเพ็ญชาติ, ฐานุตรา ตันอาวัชนการ,นรรจาพร จงควินิต, รัชชต เศรษฐ์วรเดช

ดร.อารียา อัศวานันท์, เบญจวรรณ ไทรงาม, นุชนาถ ระวีแสงสูรย์, ชัญญ ธนเพ็ญชาติ, ฐานุตรา ตันอาวัชนการ,นรรจาพร จงควินิต, รัชชต เศรษฐ์วรเดช
ณัฐกานต์ ประสพ สายพรกุล

ณัฐกานต์ ประสพ สายพรกุล
ลินา-ภัคศรณ์ ลีนุตพงษ์

ลินา-ภัคศรณ์ ลีนุตพงษ์
ปิยวดี มาลีนนท์-มาวิน ทวีผล

ปิยวดี มาลีนนท์-มาวิน ทวีผล
รดา-วันวิสาข์ ล่ำซำ และ สุรช ล่ำซำ ร่วมยินดี

รดา-วันวิสาข์ ล่ำซำ และ สุรช ล่ำซำ ร่วมยินดี
ประเวศวุฒิ-เกษสุดา ไรวา

ประเวศวุฒิ-เกษสุดา ไรวา
ผศ.(พิเศษ) ดร. สมชาย หาญหิรัญ รมช.กระทรวงอุตสาหกรรม มอบดอกไม้ยินดี

ผศ.(พิเศษ) ดร. สมชาย หาญหิรัญ รมช.กระทรวงอุตสาหกรรม มอบดอกไม้ยินดี