จีนปิดประตูตลาดค้างาช้างถูกกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดในโลก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/307279

จีนปิดประตูตลาดค้างาช้างถูกกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดในโลก

งาช้าง

จีนปิดประตูตลาดค้างาช้างถูกกฎหมายที่ใหญ่ที่สุดในโลกอย่างเป็นทางการ

                 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม 2561 เป็นต้นไป การซื้อขายงาช้างในประเทศจีนเป็นเรื่องผิดกฎหมาย  “การพลิกบทบาทของจีนในเรื่องนี้” ได้รับการตอบรับจากองค์การที่ทำงานอนุรักษ์จำนวนมาก ในวันที่ 31ธันวาคม 2560 นี้ เป็นวันที่จีนให้พันธะสัญญาว่าจะปิดตลาดการค้างาช้างที่ถูกกฎหมายทั้งหมด โรงงานและร้านค้างาช้างที่ได้รับอนุญาตให้ค้างาช้างอย่างถูกกฎหมายต้องยุติการค้าขายงาช้างและสินค้างาช้างทั้งหมดทั่วประเทศ

โดยเฉลี่ยแล้ว ทุกวันจะมีช้าง 55 ตัวถูกฆ่าจากการล่าเพื่อตอบสนองความต้องการสินค้าจากงาช้างที่เพิ่มมากขึ้นในจีนและประเทศเพื่อนบ้าน  การจัดการปิดตลาดงาช้างของจีน ซึ่งถือเป็นมาตรการที่ชัดเจนมากกว่ามาตรการในประเทศอื่นๆ การตัดสินใจนี้จะพลิกวิกฤติการล่าช้างเพื่อเอางาและการลักลอบซื้อขายงาช้างที่ผิดกฎหมาย รวมทั้งสร้างผลกระทบที่มีนัยยะสำคัญต่อการอนาคตการรอดชีวิตของช้างแอฟริกา

จากรายงานการสำรวจขององค์กรเครือข่ายควบคุมการค้าสัตว์ป่า (TRAFFIC) และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) พบว่าการปิดตลาดค้างาช้างครั้งนี้ได้รับการตอบรับอย่างกว้างขวางจากผู้บริโภคส่วนใหญ่ที่ตอบแบบสำรวจ และเป็นแนวโน้มที่สำคัญในการลดปริมาณการซื้อขายงาช้างในจีนอย่างจริงจัง

ปีนี้เป็นปีที่ดีในในการต่อสู้เพื่อยุติการค้างาช้างของโลก ฮ่องกง สิงคโปร์ ไทย และสหราชอาณาจักรได้ดำเนินการยกระดับการใช้กฎหมายเพื่อแก้ปัญหาการค้างาช้าง ในสัปดาห์ที่ผ่านมา (20 ธันวาคม) องค์กรเครือข่ายควบคุมการค้าสัตว์ป่า (TRAFFIC) และองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล (WWF) เรียกร้องให้ญี่ปุ่นปิดตลาดค้างาช้างที่ถูกกฎหมาย เพราะผลจาการสำรวจล่าสุดพบว่าญี่ปุ่นยังคงเป็นหนึ่งในประเทศที่มีตลาดค้างาช้างภายในประเทศที่ใหญ่ที่สุดแห่งหนึ่งของโลก

ดร. เฟรด ควาเม่ คูม่าร์ (Dr. Fred Kwame Kumah) ผู้อำนวยการองค์การกองทุนสัตว์ป่าโลกสากล สำนักงานแอฟริกา กล่าวว่าประเทศจีนแสดงให้เห็นถึงความเป็นผู้นำที่ยิ่งใหญ่ต่อวิกฤตอันเร่งด่วนนี้ เราหวังว่าจีนจะร่วมมือกับเราในการเรียกร้องให้ประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง ลาว ไทย พม่าและเวียดนามในการดำเนินการตามข้อเรียกร้องนี้เพื่อปิดตลาดค้างาช้างที่ถูกกฎหมายโดยทันที

การปิดตลาดค้างาช้างในครั้งนี้ ถือเป็นการเริ่มต้นปี 2561 ด้วยการก้าวไปข้างหน้าอีกก้าวหนึ่งเพื่อโลกที่ความต้องการงาช้างสูญพันธุ์ไป ไม่ใช่ช้างที่ต้องสูญพันธุ์ไปจากโลกนี้

ในช่วงสองสามเดือนข้างหน้าเป็นช่วงเวลาที่สำคัญอย่างยิ่งยวดของการดำเนินการปิดตลาดงาช้างในการสื่อสารและการใช้มาตรการต่างๆ เพราะมีหลักฐานที่สำคัญยืนยันได้ว่า ยังมีการค้างาช้างที่ผิดกฎหมายในวงกว้าง ทั้งการค้าในรูปแบบออนไลน์ และการค้าแบบไม่มีการขึ้นทะเบียนในประเทศจีน ถ้ายังไม่มีการแก้ไขปัญหาการค้างาช้างอย่างผิดกฎหมายเหล่านี้อย่างจริงจัง จะทำให้การประกาศปิดตลาดงาช้างในจีนไม่เกิดผลเท่าที่ควร

สำหรับประเทศเพื่อนบ้านต่างๆ ต้องดำเนินการตามอย่างประเทศจีนเพื่อปิดตลาดค้างาช้างที่ถูกกฎหมายในประเทศของตน  การปิดตลาดงาช้างในจีนเป็นก้าวย่างที่ยิ่งใหญ่ แต่อาจเป็นหนทางที่ทำให้ทิศทางของตลาดงาช้างหันเหไปยังประเทศเพื่อนบ้าน โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เวียดนาม กัมพูชา ลาว พม่า และ ไทย ซึ่งเป็นประเทศที่นักท่องเที่ยวชาวจีนจำนวนมากนิยมซื้อผลิตภัณฑ์งาช้าง และผลิตภัณฑ์จากสัตว์ป่าอื่นๆ

รัฐบาลไทยได้ดำเนินมาตรการที่ดีในการลดการซื้อขายงาช้างในประเทศ แต่ไทยยังคงไว้ซึ่งตลาดงาช้างที่ถูกกฎหมายจากผลิตภัณฑ์งาช้างที่ได้มาจากช้างในประเทศ ตลาดงาช้างที่ถูกกฎหมายดังกล่าวเป็นการสร้างโอกาสให้อาชญากรสามารถค้าขายงาช้างแอฟริกันในประเทศไทยได้ และยังสร้างความสับสนในนักท่องเที่ยวที่สามารถซื้อผลิตภัณฑ์งาช้างในประเทศไทยได้ แต่ไม่สามารถนำออกนอกประเทศได้อย่างถูกกฎหมาย

เกษตรฯ รวมสินค้าสหกรณ์จัดลงกระเช้าปีใหม่ ผ่านระบบ E-COMMERCE

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/307277

เกษตรฯ รวมสินค้าสหกรณ์จัดลงกระเช้าปีใหม่ ผ่านระบบ E-COMMERCE

กระเช้าสหกรณ์

เกษตรฯ รวมสินค้าสหกรณ์จัดลงกระเช้า ภายใต้แนวคิด “กระเช้าสหกรณ์ แทนความห่วงใย ใส่ใจสุขภาพ” ผ่านระบบ E-Commerce เป็นปีแรก

                นายกฤษฎา  บุญราช รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยว่า สำหรับช่วงเทศกาลปีใหม่ 2561 นี้ กระทรวงเกษตรฯ โดยกรมส่งเสริมสหกรณ์ยังคงจัดกิจกรรมจำหน่ายกระเช้าสินค้าสหกรณ์เช่นเดียวกับทุกปีที่ผ่านมา ในชื่อ “โครงการส่งความสุขในเทศกาลปีใหม่ด้วยสินค้าสหกรณ์” ภายใต้แนวคิด “กระเช้าสหกรณ์ แทนความห่วงใย ใส่ใจสุขภาพ” โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุน และส่งเสริมกิจกรรมด้านการตลาด สำหรับสินค้าของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร รวมทั้งเพื่อเชื่อมโยงเครือข่ายสินค้าของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกรผู้ผลิตสู่ผู้บริโภค ผ่านศูนย์กระจายสินค้าสหกรณ์เพื่อส่งต่อสินค้าไปยังผู้บริโภคได้อย่างทั่วถึง โดยคาดหวังว่าผู้บริโภคได้รับสินค้าดีมีคุณภาพ มอบให้กันเป็นของขวัญของฝากในช่วงเทศกาลปีใหม่ สร้างความสุขใจทั้งผู้ให้และผู้รับ

สำหรับสินค้าที่จะนำมาจัดลงกระเช้าในปีนี้ ได้ที่คัดสรรมาจากหลายแหล่งทั่วทุกภาคของประเทศ โดยจะคัดสรรเฉพาะสินค้าคุณภาพทั้งอุปโภคบริโภค เน้นผลิตภัณฑ์ที่ดูแลสุขภาพเป็นหลัก อาทิ ผลิตภัณฑ์ประเภทข้าวเพื่อสุขภาพ  เช่น ข้าวหอมมะลิ ข้าวหอมกะดังงา ข้าวไรซ์เบอร์รี่ ข้าวกล้องงอด ข้าวสังข์หยด ข้าวทับทิมชุมแพ และข้าวกข 43 ซึ่งเป็นข้าวที่ได้รับการวิจัยว่ามีน้ำตาลน้อย เหมาะสำหรับผู้ต้องการลดน้ำหนักและป่วยเป็นเบาหวาน นอกจากนี้ยังมีสินค้าประเภทผลไม้และอาหารแปรรูป เช่น กล้วยตาก หมี่กรอบสามรส ลำไยอบแห้งเนื้อสีทอง หมูทุบหมูฝอย กุนเชียงมะขามแช่อิ่ม เม็ดมะม่วงหิมพานต์ ทองม้วน คุกกี้ใส้สับปะรด คุกกี้ข้าวหอมะลิ 100 % ผลไม้อบแห้ง น้ำผึ้ง แยมมัลเบอรี่ ผัดหมี่โคราช น้ำพริกประเภทต่าง ๆ และสินค้าประเภทสมุนไพรและธัญพืช อาทิ ผงชงพร้อมดื่มที่ทำจากข้าวเหนียวพันธุ์ลืมผัวผสมใบเตยและต้นข้าวอ่อน ข้าวหอมมะลิผสมใบเตย สมุนไพรชงดื่ม จากใบย่านาง รางจืดและผักเชียงดา ขิงผง เก๊กฮวยผง ดอกคำฝอย เมล็ดธัญพืช ผลิตภัณฑ์ประเภทนมพร้อมดื่ม นม UHT นมถั่วเหลือง ผลิตภัณฑ์อาหารจากดอยคำโครงการหลวง ผลิตภัณฑ์จากผ้าไหมและผ้าฝ้าย เช่น ผ้าคลุมไหล่ ผ้าขาวม้า ผ้าห่ม ผ้าพันคอ สินค้าหัตถกรรม ทั้งแก้วเบญจรงค์ ถ้วยกาแฟ ผลิตภัณฑ์จักสานป่านศรนารายณ์จากสหกรณ์การเกษตรหุบกะพง จำกัด จังหวัดเพชรบุรี ทั้งกระเป๋า รองเท้า เข็มขัด และหมวก

ด้านนายพิเชษฐ์  วิริยะพาหะ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ เปิดเผยว่า ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมากรมส่งเสริมสหกรณ์     มีภารกิจในการส่งเสริมกลุ่มอาชีพในสังกัดสหกรณ์การเกษตร ผลิตและแปรรูปสินค้าการเกษตรชนิดต่าง ๆ พร้อมพัฒนากระบวนการผลิตให้มีคุณภาพได้มาตรฐาน ตรงกับความต้องการของผู้บริโภค รวมถึงการจัดหาช่องทางการจำหน่ายสินค้าให้กับสหกรณ์ ได้มีโอกาสนำเสนอผลิตภัณฑ์และสินค้าเด่นที่น่าสนใจสู่ประชาชน เพื่อสร้างรายได้กลับคืนสู่เกษตรกรที่เป็นสมาชิกของสหกรณ์ และในช่วงเทศกาลปีใหม่ของทุกปี กรมส่งเสริมสหกรณ์ได้รวบรวมสินค้าดีมีคุณภาพและเป็นเอกลักษณ์ของชุมชนและจังหวัดต่าง  ๆ มาจัดตกแต่งเป็นกระเช้าสินค้าสหกรณ์เพื่อจำหน่ายในช่วงเทศกาลปีใหม่  โดยเริ่มดำเนินการมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2560 เป็นต้นมา จนถึงปัจจุบันได้รับการตอบรับเป็นอย่างดีจากหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน และประชาชนทั่วไป โทรมาสั่งจองและมาเลือกซื้อที่กรมส่งเสริมสหกรณ์ ซึ่งในปีที่ผ่านมาสร้างยอดขายได้เกือบ 2 ล้านบาท

สำหรับรูปแบบของกระเช้าสินค้าสหกรณ์ จะนำสินค้าสินค้าของสหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร กลุ่มอาชีพต่าง  ๆ มาจัดวางและตกแต่งให้สวยงามด้วยผ้าขาวม้าหรือกระดาษสาลามี่ หรือตามวัสดุที่ลูกค้าต้องการ โดยราคากระเช้ามีหลายราคาตั้งแต่หลักร้อยไปจนถึง – 3,000 บาทขึ้นไป มีทั้งกระเช้าสำเร็จรูปที่จัดสินค้าและตกแต่งไว้เรียบร้อยแล้ว และยังเปิดโอกาสให้ลูกค้าเข้ามาเลือกสินค้าที่ต้องการจะให้จัดกระเช้าได้ด้วยตัวเองด้วย โดยทางกรมฯได้จัดเตรียมห้องจัดแสดงและจำหน่ายสินค้าที่ศูนย์จำหน่ายสินค้าสหกรณ์ อาคาร 3 ชั้น 1 ภายในกรมส่งเสริมสหกรณ์ ท่าน้ำเทเวศร์ เริ่มโครงการตั้งแต่วันที่ 1 ธันวาคม 2560 – 12 มกราคม 2561  จำหน่ายทุกวัน ยกเว้นวันอาทิตย์และวันหยุดนักขัตฤกษ์ ตั้งแต่เวลา 09.00 – 19.00 น. หรือติดต่อสอบถามได้ทางโทรศัพท์ 02 281 3095 ต่อ 157 หรือ 06 2610 7842 หรือดูรายละเอียดในเวปไซด์ www.cpd.go.th โดยทางกรมฯได้มีโปรโมชั่นพิเศษ! สำหรับลูกค้าที่สั่งซื้อสินค้าตั้งแต่ 10,000 บาทขึ้นไป บริการจัดส่งกระเช้าสินค้าสหกรณ์ฟรีในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล

นอกจากนี้ ในปีนี้ทางกรมฯได้เพิ่มช่องทางการจำหน่ายกระเช้าสินค้าสหกรณ์ ผ่านระบบ E-Commerce เป็นปีแรก โดยร่วมมือกับ 3 หน่วยงาน ได้แก่ กระทรวงพาณิชย์, บริษัท ไปรษณีย์ไทย จำกัด, กระทรวงดิจิตอลเพื่อเศรษฐกิจและสังคม โดยเปิดจำหน่ายผ่านเวปไซด์ www.coop-mart.com ซึ่งเป็นเวปไซด์ที่เปิดพื้นที่สหกรณ์และกลุ่มเกษตรกร เปิดร้านค้าออนไลน์โดยการนำสินค้าต่าง ๆ มาโพสขายผ่านเวปไซด์นี้ได้

เกษตรฯจัดติวเข้มผู้บริหารสู่ผู้นำการเปลี่ยนแปลง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/307274

เกษตรฯจัดติวเข้มผู้บริหารสู่ผู้นำการเปลี่ยนแปลง

เกษตร

เกษตรฯจัดติวเข้มผู้บริหารสร้างคุณลักษณะการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลง

               วันที่ 26 ธ.ค.นายลักษณ์ วจนานวัช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังเปิดการฝึกอบรมหลักสูตร นักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับสูง : หลักสูตรฝึกอบรม นักบริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ณ โรงแรมรามาการ์เด้นส์ ว่า ปัจจุบันสังคมโลกมีการเปลี่ยนแปลงทั้งทางเศรษฐกิจ สังคม และการเมืองอย่างรวดเร็ว ผู้บริหารในทุกภาคส่วนและทุกองค์กรจะต้องเป็นผู้นำในการปรับตัวขององค์กร เพื่อให้ทันกับกระแสการเปลี่ยนแปลงดังกล่าว ซึ่งภาคราชการก็จำเป็นต้องดำเนินการอย่างมีเป้าหมายและแผนงานที่ชัดเจน โดยเฉพาะกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เนื่องจากเป็นกระทรวงหลักในการดูแลการประกอบอาชีพและความเป็นอยู่ของเกษตรกร ซึ่งเป็นประชาชนกลุ่มใหญ่ของประเทศ ข้าราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์จึงถูกคาดหวังจากเกษตรกรว่าเป็นมืออาชีพ เป็นผู้ที่สามารถปฏิบัติงานได้อย่างมีประสิทธิภาพ โดยคำนึงถึงประโยชน์สุขของประชาชนเป็นสำคัญ จึงจำเป็นที่นักบริหารระดับสูงของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ต้องพัฒนาศักยภาพและความสามารถในการเรียนรู้ และทำความเข้าใจสภาพความเปลี่ยนแปลงต่าง ๆ ที่มีผลกระทบต่อการบริหารและการปฏิบัติงาน ต้องก้าวตามให้ทันวิทยาการใหม่ ๆ ที่มีการพัฒนาอย่างรวดเร็ว รวมทั้งจะต้องพัฒนาตนเองให้สามารถปรับเปลี่ยนทัศนคติในการเป็นผู้บริหารยุคใหม่ ซึ่งใช้ทั้งทักษะ ศิลปะ และศาสตร์ทุกแขนงที่มีอยู่ในการทำงานให้เกิดผลสำเร็จได้จริงตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้

การฝึกอบรมดังกล่าว มีกำหนดจัดขึ้นระหว่างวันที่ 18 ธันวาคม 2560 – 16 กุมภาพันธ์ 2561 ประกอบด้วย ข้าราชการในสังกัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการหรือเทียบเท่า ไม่น้อยกว่า 2 ปี มีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมพัฒนาศักยภาพและเสริมสร้างความรู้ความเข้าใจในหลักการและเทคนิคด้านการบริหาร รวมทั้งเสริมสร้างคุณลักษณะของการเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีความพร้อมด้านบริหารจัดการตามแนวทางการพัฒนาระบบราชการให้ประสบผลสำเร็จ เพื่อเป็นผู้บริหารที่มีความเป็นผู้นำการเปลี่ยนแปลงที่มีความรอบรู้ รู้ลึก รู้จริง และสามารถนำไปปฏิบัติให้เกิดผลสำเร็จอย่างเป็นรูปธรรม เพื่อประโยชน์ในการพัฒนาตนเอง ประโยชน์ของหน่วยงานในการพัฒนาคุณภาพของบุคลากร และประโยชน์ของประเทศและประชาชนจากการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพของบุคลากรภาครัฐ

สำหรับการฝึกอบรมหลักสูตร นักบริหารการพัฒนาการเกษตรและสหกรณ์ ระดับสูง : หลักสูตรฝึกอบรม นักบริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มีเป้าหมายหลักเพื่อเตรียมความพร้อมให้แก่ผู้ดำรงตำแหน่งประเภทอำนวยการหรือเทียบเท่าในการเข้าสู่ตำแหน่งประเภทบริหาร ขยายโอกาสเข้าสู่ตำแหน่งรองอธิบดี รองเลขาธิการ หรือเทียบเท่าของผู้บริหารกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ให้มีจำนวนเพิ่มขึ้น โดยจัดการเรียนรู้ในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้ผู้เข้ารับการฝึกอบรมได้เรียนรู้และพัฒนาตนเอง และมีส่วนร่วมในการพัฒนาผู้อื่น ตามบทบาทหน้าที่ทางการบริหารและการมีภาวะผู้นำในด้านต่าง ๆ

ด้านนายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ ผู้ช่วยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวเพิ่มเติมว่า หลักสูตรดังกล่าวได้ถูกพัฒนาขึ้น และจัดขึ้นเป็นรุ่นแรกในครั้งนี้ เพื่อขอรับการประเมินจาก ก.พ. หากผ่านการประเมินแล้ว ผู้ที่ผ่านการฝึกอบรมดังกล่าว และมีคุณสมบัติตามที่สำนักงาน ก.พ. กำหนด จะสามารถเข้ารับการฝึกอบรมเสริมหลักสูตรนักบริหารระดับสูง (ส.นบส.) ของสำนักงาน ก.พ. และเมื่อผ่านหลักสูตร ส.นบส. แล้ว จะถือว่าเป็นผู้มีคุณสมบัติเสมือนได้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูง (นบส.) ของสำนักงาน ก.พ. ซึ่งปัจจุบันมีหลักสูตรที่ ก.พ. พิจารณาให้ผู้ผ่านการฝึกอบรมเป็นผู้ที่มีคุณสมบัติเสมือนได้ผ่านการฝึกอบรมหลักสูตรนักบริหารระดับสูงเพียงไม่กี่หลักสูตร ประกอบด้วย กระทรวงการต่างประเทศ กระทรวงการคลัง กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงยุติธรรม สถาบันพระปกเกล้า และวิทยาลัยป้องกันราชอาณาจักร บางหลักสูตรเท่านั้น

‘อ.ยักษ์’ เปิดฝึกอบรม “ศาสตร์พระราชา สู่โคกหนองนาโมเดล”

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/307271

  ‘อ.ยักษ์’ เปิดฝึกอบรม “ศาสตร์พระราชา สู่โคกหนองนาโมเดล”

โคกหนอนนาโมเดล, อยักษ์

  ‘อ.ยักษ์’ เปิดการฝึกอบรม “ศาสตร์พระราชา สู่โคกหนองนาโมเดล”

         นายวิวัฒน์ ศัลยกำธร รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ กล่าวในโอกาสเป็นประธานพิธีเปิดการฝึกอบรมการขับเคลื่อนงาน “ศาสตร์พระราชา สู่โคกหนองนาโมเดล” ภายใต้โครงการลดต้นทุนการผลิตและพัฒนาศักยภาพเกษตรกรตามแนวทางเกษตรทฤษฎีใหม่ พร้อมมอบนโยบายและบรรยายเรื่อง “ศาสตร์พระราชา สู่การพัฒนาด้านการเกษตรในระดับพื้นที่”ณ โรงแรมบ้านเชียง อ.เมือง จ.อุดรธานี ว่า โคกหนองนาโมเดลเป็นแนวคิดที่มาจากพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงงานในด้านการจัดการน้ำและป่า โดยแนวคิดนี้จะช่วยลดพื้นที่ภูเขาหัวโล้น การปลูกพืชเศรษฐกิจที่ทำลายทรัพยากรธรรมชาติ เพื่อคืนความอุดมสมบูรณ์แก่ผืนป่าของประเทศไทย พร้อมยกระดับความเป็นอยู่ของเกษตรกรในการทำเกษตรแนวใหม่                โดยจัดการพื้นที่ให้มีความเหมาะสมกับพื้นที่การเกษตร และอาศัยแหล่งน้ำเป็นสำคัญเป็นการผสมผสานเกษตรทฤษฎีใหม่เข้ากับภูมิปัญญาพื้นบ้าน ซึ่ง จ.อุดรธานี ได้เห็นความสำคัญในการทำโคกหนองนาโมเดลมาขยายผลในพื้นที่ โดย จ.อุดรธานี มีแหล่งน้ำชลประทานสำหรับใช้ในการทำการเกษตรเพียง 6% (พื้นที่ทำการเกษตรจำนวน 4.89 ล้านไร่) เมื่อประสบภัยแล้งจึงได้รับผลกระทบด้านการทำการเกษตรเป็นจำนวนมาก ดังนั้น จึงได้จัดให้มีการฝึกอบรมการขับเคลื่อนงาน “ศาสตร์พระราชา สู่โคกหนองนาโมเดล” ขึ้น เพื่อให้เกษตรกรในพื้นที่เข้าใจหลักการนำศาสตร์พระราชามาปรับใช้ในพื้นที่การทำเกษตรของตนเองให้เหมาะสม โดยมีกลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมการฝึกอบรมจำนวน400 คน ประกอบด้วย เกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการ “5 ประสาน สืบสานเกษตรทฤษฎีใหม่ ถวายในหลวง” ปี 2560 ในกลุ่มเอ คือเกษตรกรที่สามารถพัฒนาตนเองสู่เกษตรทฤษฎีใหม่ขั้นที่ 1 และทำเป็นต้นแบบได้ ปราชญ์เกษตร ประธานศูนย์การเรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร และเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้อง

ทั้งนี้ ศาสตร์พระราชาถือเป็นตำราแห่งชีวิตที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงรวบรวมหลักการทำงานและวิธีการทำงานที่ทรงทำเป็นตัวอย่างตลอดระยะเวลา 70 ปี อย่างไรก็ตามในการแก้ปัญหาภัยแล้งนอกเขตชลประทาน จะต้องส่งเสริมให้เกษตรกรขุดสระน้ำในพื้นที่ของตัวเองในลักษณะหลุมขนมครก เพื่อเก็บกักน้ำฝนไว้ใช้ในฤดูแล้ง โดยเกษตรกรสามารถทำเองได้ รวมทั้งชุมชนต่าง ๆ ต้องให้ความสำคัญกับการขุดลอกห้วย หนอง คลอง บึง ต่าง ๆไว้รองรับน้ำฝน ทั้งหมดนี้ถือเป็นแนวทางตามศาสตร์พระราชาของในหลวงรัชกาลที่ 9 จึงได้มีการออกแบบพื้นที่ตามหลัก โคก หนอง นา โมเดล หรือการสร้างหลุมขนมครกตามที่รัชกาลที่ 9 ได้ทรงพระราชทานแนวพระราชดำริไว้เป็นแนวทางการรับมือภัยพิบัติเรื่องน้ำ ทั้งน้ำท่วม และน้ำแล้ง ได้เป็นอย่างดีและมีประสิทธิภาพ

สำหรับแผนสืบสานศาสตร์พระราชาจะดำเนินการ 3 ระดับ 5 กลไก 7 ภาคส่วน ประกอบด้วย 3 ระดับคือ ต้องมีหน่วยงานรับผิดชอบระดับชาติ ระดับจังหวัด และระดับพื้นที่ 5 กลได้ คือ 1) กลไกการประสานงาน 2) กลไกบูรณาการแผน 3) กลไกการจัดการความรู้ 4) มีนวัตกรรมและสืบสาน และ 5)การสื่อสารสู่สังคม และ 7 ภาคส่วน คือ 1) ภาคประชาชน 2) ศาสนา 3) วิชาการ 4) สื่อมวลชน 5)ประชาสังคม 6) ภาครัฐ และ 7) ภาคเอกชน ซึ่งจะต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนแผนสืบสานศาสตร์พระราชาให้เกิดผลอย่างมีประสิทธิภาพต่อไป

นักวิจัย มก.ได้รับรางวัลทุนวิจัย BRAND’S ต้านโรคอัลไซเมอร์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

http://www.komchadluek.net/news/agricultural/307198

นักวิจัย มก.ได้รับรางวัลทุนวิจัย BRAND’S ต้านโรคอัลไซเมอร์

นักวิจัยมก.

นักวิจัย มก.ได้รับรางวัลทุนวิจัย BRAND’S Health Research Awards 2017 ต้านโรคอัลไซเมอร์ จากสารสกัดผลไม้ไทย

              ดร.ดาลัด ศิริวัน นักวิจัยชำนาญการ รองผู้อำนวยการฝ่ายวางแผน สถาบันค้นคว้าและพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหาร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ (คนแรกแถวนั่งด้านซ้าย) ได้รับประทานรางวัลทุนวิจัย BRAND’S Health Research Awards 2017 จาก พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชา           ทินัดดามาตุ และได้รับเงินสนับสนุนทุนวิจัยเป็นเงินจำนวน 135,000 บาท จากผลงานวิจัยเรื่อง “การศึกษาสารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ และสมบัติต้านโรคอัลไซเมอร์จากสารสกัดผลไม้ไทย จำนวน 10 ชนิด โดยใช้วิธีทางเอนไซม์การเพาะเลี้ยงเซลล์ และแมลงหวี่ดัดแปลงพันธุกรรม” จัดโดยมูลนิธิเซเรบอสเพื่อการวิจัยสุขภาพของคนไทย และ บริษัท แบรนด์ ซันโทรี่ ประเทศไทย จำกัด เพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการค้นคว้าวิจัยทางโภชนศาสตร์ เภสัชศาสตร์ และสาขาที่เกี่ยวข้องแก่แพทย์ เภสัชกร นักโภชนาการ พยาบาล นักวิทยาศาสตร์และนักวิชาการทั่วไป ซึ่งทุนดังกล่าวจะไม่มีข้อผูกพันใดๆทั้งสิ้น เมื่อวันที่16 พฤศจิกายน 2560 ในงานประชุมวิชาการด้านโภชนาการ แบรนด์ เฮลธ์ คอนเฟอร์เรนซ์ 2017 “อาหาร โภชนาการ และการส่งเสริมสุขภาพสำหรับสังคมผู้สูงอายุยุค 4.0”  ณ อาคารเฉลิมพระบารมี 50 ปี แพทยสมาคมแห่งประเทศไทย

โรคอัลไซเมอร์เป็นโรคสมองเสื่อมชนิดที่พบมากที่สุด ราว 60 – 80 เปอร์เซ็นต์ของโรคสมองเสื่อมชนิดอื่น  คาดว่าทั่วโลกมีผู้ป่วยกว่า 50 ล้านคน สำหรับในประเทศไทย พบผู้ป่วยประมาณ 600,000 คนต่อปี และมีแนวโน้มเพิ่มขึ้น ซึ่งถือว่าเป็นความท้าทายสำคัญของระบบสาธารณสุขในไทย ซึ่งต้องเตรียมพร้อมรองรับผู้ป่วยโรคนี้ ด้วยเหตุนี้นักวิทยาศาสตร์จึงมีความสนใจในการศึกษาฤทธิ์ต้านโรคอัลไซเมอร์จากสารสกัดใหม่ๆ ซึ่งพบมากในพืช ผัก และผลไม้ ซึ่งงานวิจัยที่เกี่ยวกับประโยชน์เชิงสุขภาพของผลไม้ไทยนั้นมีจำนวนมาก  ส่วนมากจะเป็นการศึกษาฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ ฤทธิ์ต้านการอักเสบ ฤทธิ์ต้านมะเร็ง และฤทธิ์ต้านโรคอ้วน

อย่างไรก็ตามงานศึกษาเกี่ยวกับคุณสมบัติต้านโรคสมองเสื่อมชนิดอัลไซเมอร์ของผลไม้ไทยยังมีน้อยมาก ดังนั้นโครงการวิจัยนี้จึงเน้นไปที่การศึกษา สารออกฤทธิ์ทางชีวภาพ ฤทธิ์ต้านอนุมูลอิสระ และฤทธิ์ต้านโรคอัลไซเมอร์ โดยศึกษากลไกการยับยั้งโปรตีนเบต้าอะไมลอยด์และเอนไซม์ที่เกี่ยวข้องกับการทำลายสารสื่อประสาท ตัวอย่างที่ใช้ในการทดสอบจะเลือกมาจากผลไม้ไทย 10 ชนิด ที่เคยทำการวิจัยแล้วและเป็นผลไม้ที่คนไทยนิยมบริโภค ได้แก่ มะม่วงแก้ว มะม่วงพันธุ์น้ำดอกไม้ ฝรั่งพันธุ์กิมจู ฝรั่งพันธุ์ขี้นก สับปะรดพันธุ์ปัตตาเวีย สับประรดพันธุ์ภูแล ทุเรียนพันธุ์ชะนี ทุเรียนพันธุ์หมอนทอง  มะละกอพันธุ์แขกดำ  และ มะละกอพันธุ์แขกนวล

ซึ่งสมมุติฐานของผู้วิจัยคือ เมื่อผลไม้ไทยมีฤทธิ์ป้องกันมะเร็งได้ ก็น่าจะมีฤทธิ์ต้านอัลไซเมอร์ได้ เพราะจากการศึกษางานวิจัยในต่างประเทศพบว่า สารที่มีฤทธิ์ป้องกันอัลไซเมอร์ได้ก็อยู่ในกลุ่มเดียวกันกับที่ป้องกันมะเร็งได้ ผลการศึกษาจากโครงการนี้จะเป็นแนวทางในการศึกษาวิจัยต่อยอดการพัฒนาผลิตภัณฑ์อาหารฟังก์ชั่นสำหรับผู้สูงอายุ หรือผลิตภัณฑ์อาหารเพื่อสุขภาพชนิดอื่นๆ และนำไปสู่การเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบทางการเกษตรภายในประเทศ

คนดังร่วมยินดี ‘วิกรม’ เปิดตัว ‘คิดถึงแม่’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303754

คนดังร่วมยินดี  ‘วิกรม’ เปิดตัว ‘คิดถึงแม่’

คนดังร่วมยินดี ‘วิกรม’ เปิดตัว ‘คิดถึงแม่’

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
มูลนิธิอมตะ นำโดย วิกรม กรมดิษฐ์ ร่วมกับ 7-ELEVEN และ BOOKSMILE จัดงานเปิดตัวหนังสือ “คิดถึงแม่” (MY MOM) ผลงาน
การเขียนลำดับที่ 21 ของ วิกรม กรมดิษฐ์ ครั้งแรกกับการถ่ายทอดเรื่องราวของคุณแม่ ความประทับใจ การต่อสู้ ฝ่าฟัน เพื่อเป็นแรงบันดาลใจ และระลึกถึงพระคุณแม่ให้แก่ลูกๆ ผู้อ่านทุกคน โดยมีแขกรับเชิญพิเศษได้แก่ ศัลยา สุขะนิวัตติ์ นักเขียนบทละครโทรทัศน์ชื่อดัง, วสันต์ เบนซ์ทองหล่อ และ โตโน่-ภาคิน คำวิลัยศักดิ์ ร่วมพูดคุยพร้อมโชว์บทเพลง พรหมลิขิต ดำเนินรายการโดย สัญญา คุณากร ร่วมด้วยแขกรับเชิญจากทั่วทุกวงการนับร้อยท่าน ร่วมแสดงความยินดีอาทิ อานันท์ ปันยารชุน, ประวิทย์ มาลีนนท์, มาลี อุทัยกิตติศัพท์, อ.ชูศักดิ์ วิษณุคำรณ และอีกมากมาย ณ สยามพารากอน

‘จอย-ชลธิชา’ท้ารักนี้ต้อง‘วิ่ง’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303735

‘จอย-ชลธิชา’ท้ารักนี้ต้อง‘วิ่ง’

‘จอย-ชลธิชา’ท้ารักนี้ต้อง‘วิ่ง’

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
ภารกิจพิชิตหวานภารกิจ “วิ่งเพื่อรัก” ครั้งใหญ่ กำลังจะเกิดขึ้นอีกครั้งใจกลางกรุงเทพฯ โดย ดีเจจอย-ชลธิชา นวมสุคนธ์ จากคลื่น “อีซี่ เอฟเอ็ม 105.5” ชวนว่าที่เจ้าสาวเตรียมตัวให้ฟิต เพื่อมาพิชิต
ภารกิจวิ่งเพื่อรักครั้งล่าสุด ใน “อีซี่ รันนิ่ง ออฟ เดอะ ไบรด์ส ปี 6” ร่วม “รัน” กับคนสำคัญของชีวิต ชิงรางวัลรวมมูลค่ากว่า 2 ล้านบาท โดยลงทะเบียนสมัคร ได้ตั้งแต่วันนี้ ถึง 24 พฤศจิกายน 2560 หรือร่วมสนุก โพสต์รูปคู่ของคุณ ผ่านทาง Eazyfm.com หรือทาง IG (Instagram) พร้อมใส่ hashtag #EazyRunningOfTheBrides และ #SHOWDC เพื่อลุ้นเป็น 1 ใน 300 คู่ผู้โชคดี ที่จะได้มีโอกาสมาร่วม “วิ่งเพื่อรัก” ในวันเสาร์ที่ 2 ธันวาคม 2560ณ ศูนย์การค้า โชว์ ดีซี ถนนพระราม 9

‘ใหม่–ดาวิกา’ พรีเซ็นเตอร์คนใหม่ ร่วมเผยโฉมคาแร็กเตอร์ ‘แม่มณี’ นางกวักยุคดิจิทัล

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303753

‘ใหม่–ดาวิกา’ พรีเซ็นเตอร์คนใหม่ ร่วมเผยโฉมคาแร็กเตอร์ ‘แม่มณี’ นางกวักยุคดิจิทัล

‘ใหม่–ดาวิกา’ พรีเซ็นเตอร์คนใหม่ ร่วมเผยโฉมคาแร็กเตอร์ ‘แม่มณี’ นางกวักยุคดิจิทัล

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ธนาคารไทยพาณิชย์ เดินหน้าสร้างสังคมไทยไร้เงินสดหรือ Cashless Society ด้วยการมอบประสบการณ์จริงให้ลูกค้าได้สัมผัสอย่างต่อเนื่อง ล่าสุดจัดงาน “เอสซีบีแคช อิส อิน ดิแอร์” เปิดตัวแคมเปญสุดยิ่งใหญ่ “เอสซีบี อีซี่ เพย์–แม่มณีมันนี่โซลูชั่น” เพื่อสร้างภาพลักษณ์ การจดจำ และความชื่นชอบในกลุ่มเป้าหมายผู้ใช้งานคิวอาร์โค้ด พร้อมเผยโฉม “แม่มณี” ที่ดึงอินไซท์ร้านค้าที่เชื่อว่านางกวักจะช่วยหนุนให้ธุรกิจซื้อง่าย-ขายคล่อง มาสร้างเป็นนางกวักยุคดิจิทัลสุดน่ารัก พร้อมเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์ “ใหม่-ดาวิกา โฮร์เน่” ตัวแทนสาวยุคใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์รักการช็อปปิ้ง และยังเป็นเจ้าของธุรกิจ Misstar by Davika ที่จะมาร่วมบอกเล่าถึงความประทับใจกับ “SCB Easy Pay-แม่มณี Money Solution” ที่พร้อมเป็นทุกอย่างเพื่อทุกไลฟ์สไตล์การเงินแห่งยุคดิจิทัลอย่างแท้จริง

แฟนฟิน…มีทติ้ง 3 วัน 3 พระเอก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303736

แฟนฟิน...มีทติ้ง 3 วัน 3 พระเอก

แฟนฟิน…มีทติ้ง 3 วัน 3 พระเอก

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ช่อง 3 จัดกิจกรรม Meet & Greet แบบต่อติด 3 วันรวด กับ 3 พระเอกดัง มาริโอ้ เมาเร่อ, ปั้นจั่น-ปรมะ และ นาย- นภัทร ให้แฟนละครได้ฟินกันต่อเนื่อง โดยประเดิมงานแรกเป็นกิจกรรมของพระเอกใหม่ป้ายแดง นาย-ณภัทร จากละคร “รักกันพัลวัน” กับชื่องานสุดน่ารัก “สัตว์โลก นายรัก” ทั้งเล่นเกมส์อย่างใกล้ชิด พูดคุย, ตอบคำถามสด ผ่าน Facebook Live เพจ Ch3Thailand.com เมื่อวันที่ 9 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ณ อาคารมาลีนนท์1 ชั้น 10…ส่วนวันถัดมาเป็นคิวของ มาริโอ้ จากละคร “บ่วงบรรจถรณ์” ภายใต้ชื่องาน “นอนฟิน อินบนเตียง กับหลาวเปิง” โดยผู้โชคดีที่เข้าร่วมงานต้อง ใส่ชุดนอนมาร่วมงานเท่านั้น!! ทำเอาชั้น 8 อาคารมาลีนนท์2 แทบแตก ส่วนแฟนคลับกลับบ้านไปจิกหมอนกันอย่างแน่นอน และปิดท้ายด้วยงานสุด Exclusive ของ ปั้นจั่น กับงาน “ลุ้นกรี๊ดกระทบไหล่ ปั้นจั่น-ปรมะ” โดย คุณชาคริต ดิเรกวัฒนชัย Chief Corporate Affairs Officer ผู้บริหารหนุ่มไฟแรงแห่งช่อง 3 ได้จัดกิจกรรมให้แฟนๆ ละครช่อง 3 ได้ฟิน และกระทบไหล่ รับประทานอาหารแบบเป็นกันเอง กับพระเอกหนุ่มที่ MELTING POT (Beat Hotel Bangkok) สุขุมวิท 71 เรียกว่าจัดหนักจัดเต็มกันอย่างจุใจ

เวลาของ ‘นนทิยา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/entertain/303731

เวลาของ ‘นนทิยา’

เวลาของ ‘นนทิยา’

วันเสาร์ ที่ 18 พฤศจิกายน พ.ศ. 2560, 06.00 น.
มาแล้ว!! กับคอนเสิร์ตครั้งแรกของนักร้องยอดเยี่ยมแห่งประเทศไทย สยามกลการ ปี 2531 ใน คอนเสิร์ต “This is a moment” by นนทิยา จิวบางป่า โดยจะจัดขึ้นในวันอาทิตย์ที่ 26 พฤศจิกายน 2560 รอบ 14.00 น. ณ ศาลาเฉลิมกรุง มีเพื่อนศิลปินตบเท้ารับเชิญเพียบ อาทิ อุ้ย-รวิวรรณ, เบ๊กกี้-ริสา, ต้อม-ไกรวิทย์, โน้ต-ศรัณย์ ฯลฯ เพื่อนำรายได้ส่วนหนึ่งจากการขายบัตรที่ ศาลาเฉลิมกรุงและไทยทิคเก็ตเมเจอร์ สมทบทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสมูลนิธิบ้านริมกก จ.เชียงราย