นิทรรศการศิลปกรรม ‘ร.๙ ในหลวงในดวงใจนิรันดร’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/300199

นิทรรศการศิลปกรรม ‘ร.๙ ในหลวงในดวงใจนิรันดร’

นิทรรศการศิลปกรรม ‘ร.๙ ในหลวงในดวงใจนิรันดร’

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ภาพผลงาน “ในอ้อมกอดแห่งสวรรค์” โดยศิลปิน สุวัฒน์ วรรณมณี

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ และด้วยความอาลัยยิ่งใน “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร” ทาง สมาคมศิลปินทัศนศิลป์นานาชาติ แห่งประเทศไทย จับมือ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ เปิดนิทรรศการศิลปกรรม “ร.๙ ในหลวงในดวงใจนิรันดร” แสดงผลงานศิลปะอันทรงคุณค่า พระบรมสาทิสลักษณ์ และผลงานที่ได้แรงบันดาลใจจากพระราชจริยวัตร และพระราชกรณียกิจ รวมถึงภาพเชิงสัญลักษณ์ มากกว่า 50 ผลงาน โดย 50 ศิลปินแห่งชาติและศิลปินชั้นแนวหน้าของไทยที่จรดปลายพู่กันสร้างสรรค์ด้วยหัวใจแห่งความจงรัก ภักดี แสนอาลัย พร้อมชวนบริจาคเพื่อรับสูจิบัตรที่ระลึกรวมภาพผลงาน เพื่อนำรายได้สมทบมูลนิธิชัยพัฒนา

ภายในพิธีเปิดนิทรรศการ ได้รับเกียรติจาก กอบกาญจน์ วัฒนวรางกูร รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เป็นประธาน โดยมีคณะผู้จัดงานฯ อ.สมศักดิ์ รักษ์สุวรรณ นายกก่อตั้ง และประธานที่ปรึกษาสมาคมศิลปินทัศนศิลป์นานาชาติ แห่งประเทศไทย, นวลลออ ปิ่นทอง นายกสมาคมศิลปินทัศนศิลป์นานาชาติ แห่งประเทศไทย, พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร บริษัท กลุ่มเซ็นทรัล จำกัด, บรม พิจารณ์จิตร กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ ต้อนรับ โดยมีศิลปินแห่งชาติและศิลปินผู้สร้างสรรค์ผลงาน ตลอดจนบุคคลที่มีชื่อเสียงที่รักศิลปะร่วมงานจำนวนมาก อาทิ สุเทพ วงศ์กำแหง (ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง), อ.ธนิสร์ ศรีกลิ่นดี(ศิลปินแห่งชาติ สาขาศิลปะการแสดง), ม.ล.ปิยาภัสร์ ภิรมย์ภักดี, อ.สุวัฒน์ วรรณมณี, ธรรมนูญ เรืองสวัสดิ์

ศิลปินผู้ร่วมสร้างสรรค์ผลงาน อ.สุวัฒน์ วรรณมณี เจ้าของผลงานสีน้ำมัน พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 กับ สมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี ในชื่อ “ในอ้อมกอดแห่งสวรรค์” เผยด้วยน้ำตาแห่งความอาลัย ถึงแรงบันดาลใจในการสร้างสรรค์ผลงานว่า “ผมต้องการสะท้อนแบบอย่างความรักความอบอุ่น ถ้าพูดภาษาชาวบ้านคือ ลูกกับแม่ ที่จะเป็นแบบอย่างให้เราได้ดำเนินตาม ผมเลือกใช้เทคนิคสีน้ำมัน เพราะมีความสวยงาม และคงตัว ตั้งใจอยากให้ผู้ที่ได้ชมพระบรมสาทิสลักษณ์นี้ รับรู้เสมือนว่า พระองค์ท่านได้เสด็จฯ พบกับสมเด็จย่าบนสวรรค์ และบรรดาเทวดาได้ต้อนรับพระองค์อย่างอบอุ่น” ส่วน ธรรมนูญ เรืองสวัสดิ์ อีกหนึ่งศิลปิน เจ้าของผลงานภายใต้ชื่อ “King Bhumibol” รังสรรค์สีน้ำมันลงบน ผ้าลินิน เล่าว่า ความโดดเด่นของพระบรมสาทิสลักษณ์องค์นี้ อยู่ที่พระพักตร์พระองค์ท่าน กำลังแย้มพระสรวล โดยใช้สีน้ำเงินเป็นหลัก ซึ่งเป็นสีสัญลักษณ์สถาบันพระมหากษัตริย์ “ต้นฉบับเป็นขาวดำ แล้วนำแบบมาวาดโดยลงสีน้ำเงิน ความยากอยู่ที่ คือ การใส่สีซ้ำลงไปจนมีความหนักแน่น และได้แสงเงา กระทั่งได้ภาพพระพักตร์ที่ทรงพระเกษมสำราญ ภูมิใจครั้งหนึ่งได้ถ่ายทอดผลงานจากใจ ด้วยความจงรักภักดีครับ”

นอกจากนี้ ภายในงาน เพื่อเป็นอนุสรณ์ที่มีคุณค่าทางใจของชาวไทยทุกคน ขอเชิญชวนผู้ที่รักการสะสมผลงานศิลปะ ร่วมบริจาคเงิน จำนวน 599 บาท เพื่อรับสูจิบัตรรวบรวมภาพผลงานในนิทรรศการเก็บรักษาไว้เป็นที่ระลึก โดยรายได้หลังหักค่าใช้จ่าย สมาคมจะนำสมทบมูลนิธิชัยพัฒนา ในพระบรมราชูปถัมภ์ เพื่อร่วมสืบสานโครงการในพระราชดำริ ต่อไป พบกับนิทรรศการศิลปกรรม “ร.๙ ในหลวงในดวงใจนิรันดร” ณ บริเวณ ชั้น G ศูนย์การค้าเซ็นทรัล เอ็มบาสซี่ วันนี้ ถึงวันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 เวลา 10.00-22.00 น. ชมฟรี ไม่มีค่าใช้จ่ายใดๆ สอบถามเพิ่มเติม โทร. 02-1197777

ภาพผลงาน “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” โดยศิลปินรับเชิญกิตติมศักดิ์ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี

ภาพผลงาน “พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช” โดยศิลปินรับเชิญกิตติมศักดิ์ ชวน หลีกภัย อดีตนายกรัฐมนตรี
ภาพซ้าย ผลงาน “พระอัจฉริยภาพ” โดย ปิยะพงศ์ พัฒนศิริ และภาพขวา ผลงาน “บทเพลงแห่งพระราชา” โดย ชัชวาล รอดคลองตัน

ภาพซ้าย ผลงาน “พระอัจฉริยภาพ” โดย ปิยะพงศ์ พัฒนศิริ และภาพขวา ผลงาน “บทเพลงแห่งพระราชา” โดย ชัชวาล รอดคลองตัน
เหล่าศิลปินกับผลงานอันทรงคุณค่า

เหล่าศิลปินกับผลงานอันทรงคุณค่า

‘รักเรา รักษ์เข่า ไม่เก่าเลย’เพื่อผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/300169

‘รักเรา รักษ์เข่า ไม่เก่าเลย’เพื่อผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม

‘รักเรา รักษ์เข่า ไม่เก่าเลย’เพื่อผู้ป่วยโรคข้อเสื่อม

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โรงพยาบาลราชวิถี ร่วมกับ ชมรมวิ่ง โรงพยาบาลราชวิถี สมาคมนิสิตเก่าแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต จัดกิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม  “รักเรา รักษ์เข่า ไม่เก่าเลย” รณรงค์ให้ประชาชน และบุคลากรทางการแพทย์ ใส่ใจดูแลสุขภาพตนเองด้วยการออกกำลังกาย เพื่อป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม รวมทั้งส่งเสริมให้ผู้ป่วยที่ผ่าตัดเปลี่ยนข้อได้ใส่ใจการออกกำลังกาย และรายได้สมทบทุน กองทุนผ่าตัดเปลี่ยนข้อ มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี โดยมีผู้ร่วมกิจกรรมกว่า 2,000 คน และมีผู้ได้รับการเปลี่ยนข้อเข่าร่วมกว่า 200 คน ณ นอร์ธปาร์ค วิภาวดี เมื่อเร็วๆ นี้

นายแพทย์มานัส โพธาภรณ์ ผู้อำนวยการ โรงพยาบาลราชวิถี  เผยว่า โรคข้อเข่าเสื่อม ปัจจุบันพบในผู้สูงอายุและมีแนวโน้มสูงขึ้นเรื่อยๆ ในประเทศไทยพบผู้ป่วยมากกว่า 6 ล้านคน และผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปีขึ้นไป พบถึง 50% โดยผู้ที่มีภาวะข้อเข่าเสื่อม จะมีอาการเจ็บหรือปวด ข้อเข่าผิดรูป ข้อฝืด หรือข้อติด เดินได้ไม่ปกติ ทำให้เกิดความยากลำบากในการใช้ชีวิตประจำวัน ส่งผลให้ได้รับความทุกข์ทั้งด้านกาย และจิตใจ ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะยาว

“โรงพยาบาลราชวิถี ได้มีการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม มาแล้วกว่า 30 ปี โดยเฉลี่ยปีละกว่า 300 ราย ซึ่งถือเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศในการรักษาโดยการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม โดยการเปลี่ยนข้อเข่าโรงพยาบาลราชวิถีผ่าตัดโดยใช้คอมพิวเตอร์นำวิถี มากที่สุดของประเทศ ทำมากว่า 10 ปีแล้ว ทำให้มีความแม่นยำเที่ยงตรงในการผ่าตัดสูง รวมทั้งเริ่มนำการผ่าตัดแบบแผลเล็กและพื้นตัวเร็ว จาก 10-14 วัน ลดลงเหลือ 3-4 วัน

นอกจากนี้ เรามีการผ่าตัด revision แก้ไขข้อที่เคยผ่าแล้วแต่เริ่มมีการหลวมใหม่มากเป็นลำดับต้นๆ ของประเทศ ซึ่งการแก้ไขนี้มีความยุ่งยากซับซ้อนกว่าการผ่าเปลี่ยนข้อเทียมครั้งแรก อย่างไรก็ตามการรักษาโดยการเปลี่ยนข้อเข่าเทียม บางสิทธิ์ของการรักษาพยาบาลไม่สามารถเบิกได้ จึงเป็นภาระที่ผู้ป่วยต้องชำระค่าใช้จ่ายส่วนเกินนี้เอง กองทุนผ่าตัดเปลี่ยนข้อ มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี จึงได้จัดกิจกรรมเดิน-วิ่ง “รักเรา รักษ์เข่า ไม่เก่าเลย” ขึ้นเพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ในการรักษา โดยรายได้สมทบทุนกองทุนผ่าตัดเปลี่ยนข้อ นับเป็นการสร้างโอกาสให้ผู้ป่วยสามารถกลับไปใช้ชีวิตได้ตามปกติ”

ผศ.นายแพทย์พรภวิษญ์ ศรีภิรมย์ นายแพทย์ชำนาญการพิเศษ หัวหน้างานศัลยกรรมเปลี่ยนข้อกลุ่มงานออร์โธปิดิกส์ โรงพยาบาลราชวิถี เผยว่า ปัญหา โรคข้อเข่าเสื่อม เกิดจากหลายปัจจัย เช่น เสื่อมตามวัย อุบัติเหตุ ติดเชื้อ โรคเกาต์ โรครูมาตอย และเกิดจากการทำงานที่ออกแรงใช้เข่ามาก หรือมีการกระแทกหรืองอเข่าบ่อยๆ เช่น การยกของหนักขึ้นบันได เดินไกล หรือลุกนั่งบ่อย เป็นต้น แต่สาเหตุส่วนใหญ่ที่พบได้ถึงร้อยละ 50 เกิดมาจากน้ำหนักตัวที่มากเกินไป ซึ่งทำให้ข้อเข่าทำงานหนักเกินไป โดยโรคข้อเข่าเสื่อมนี้มักพบมากในผู้หญิง ประมาณ 2-3 เท่า โดยอาการโรคข้อเข่าเสื่อมนั้นเบื้องต้นจะมีอาการปวดบริเวณข้อเข่า ลุกขึ้นจากท่านั่งลำบาก ข้อขัด ฝืด ตึง มีเสียงดังกรอบแกรบเวลาขยับเข่า งอเข่าได้น้อยลง หรือเหยียดข้อเข่าได้ไม่สุด ในระยะแรกการปวดเข่ามักสัมพันธ์กับการลงน้ำหนัก การเดิน การขยับ ยกเว้นข้อเข่าเสื่อมจากโรคข้ออักเสบอาจมีอาการปวด บวม ร้อน ตลอดเวลาที่มีการอักเสบ ผู้ที่เป็นข้อเข่าเสื่อมอย่างรุนแรงในระยะท้ายๆ อาการปวดเข่าอาจเกิดได้ตลอดเวลาหรือปวดตอนกลางคืนแม้ไม่ได้มีการใช้งาน

ส่วนการรักษา “โรคข้อเข่าเสื่อม” นั้นมีหลายวิธี แต่วิธีที่เห็นผลและได้รับความนิยมคือการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียม ซึ่งการผ่าตัดจะสามารถลดอาการปวดได้มาก และทำให้ผู้ป่วยสามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ ซึ่งการดูแลตัวเองก่อนการผ่าตัดนั่น ควรรับประทานอาหารที่มีประโยชน์ ดื่มน้ำวันละ 6-8 แก้ว นอนผักผ่อนให้เพียงพอ งดยาที่มีผลต่อการแข็งตัวของเลือด เช่น ยาแอสไพริน เพื่อป้องกันภาวะเลือดออกมากขนาดผ่าตัด และหลังจากการผ่าตัดแล้ว สิ่งที่สำคัญคือการดูแลตัวเองหลังการผ่าตัด ควรนอนพักรักษาที่โรงพยาบาลประมาณ 3-5 วัน และหลังจากนั้นควรมาพบแพทย์เพื่อดูอาการตามแพทย์สั่ง และป้องกันโรคแทรกซ้อนต่างๆ

สำหรับการออกกำลังกายที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยข้อเข่าเสื่อมนั้น ควรหลีกเลี่ยงการออกกำลังที่มีแรงกระทำต่อข้อเข่ามากๆ เช่น การวิ่งบนพื้นผิวขรุขระ หรือกระโดดเชือก เป็นต้น ควรใช้การออกกำลังกายบริหารกล้ามเนื้อด้านหน้าต้นขาและรอบเข่า เช่น การเดินช้าๆ การใช้เครื่องปั่นจักรยาน ไม่แนะนำให้ปั่นจักรยานจริงๆ ซึ่งเสี่ยงกับการล้มหรือเกิดอุบัติเหตุได้ หรือการออกกำลังกายในน้ำ เพื่อช่วยให้มีแรงในการขยับข้อเข่าและพยุงให้ข้อเข่ามั่นคงขึ้น แต่ในท้ายที่สุดผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม ควรจะมีความเข้าใจในตัวโรค เพื่อที่จะดูแลตัวเองได้อย่างถูกต้อง และปรึกษาแพทย์เพื่อการได้รับการรักษาอย่างเหมาะสม

นอกจากนี้ แพทย์หญิงรัติยา พรชัยสุรีย์ ประธานชมรมวิ่งโรงพยาบาลราชวิถี เผยถึงการจัดกิจกรรมเดิน-วิ่งเพื่อผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อม “รักเรา รักษ์เข่า ไม่เก่าเลย” ว่าเกิดขึ้นจากความร่วมมือของหลายภาคส่วน ทั้งโรงพยาบาลราชวิถี ร่วมกับ สมาคมนิสิตเก่าแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยรังสิต และกองทุนผ่าตัดเปลี่ยนข้อ มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี โดยมีจุดประสงค์ เพื่อรณรงค์ให้ประชาชนใส่ใจในการดูแลสุขภาพตนเองด้วยการออกกำลังกาย เพื่อป้องกันโรคข้อเข่าเสื่อม และส่งเสริมให้ผู้ป่วยที่ผ่าตัดเปลี่ยนข้อได้ใส่ใจการออกกำลังกาย อีกทั้ง รายได้สมทบทุน กองทุนผ่าตัดเปลี่ยนข้อ มูลนิธิโรงพยาบาลราชวิถี เพื่อช่วยเหลือผู้ป่วยโรคข้อเข่าเสื่อมต่อไป ทั้งนี้ ในงานมีประชาชนเข้าร่วมกว่า 2,000 คน รวมถึงผู้ที่ได้รับการเปลี่ยนข้อฯ กว่า 200 คน เพื่อแสดงให้เห็นว่าหลังจากการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่าเทียมแล้ว สามารถกลับมาใช้ชีวิตได้ตามปกติ

ปตท.สผ.น้อมนำศาสตร์ ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ ปลูกฝังเยาวชนนักอนุรักษ์และพัฒนาชุมชน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/300178

ปตท.สผ.น้อมนำศาสตร์ ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ ปลูกฝังเยาวชนนักอนุรักษ์และพัฒนาชุมชน

ปตท.สผ.น้อมนำศาสตร์ ‘เศรษฐกิจพอเพียง’ ปลูกฝังเยาวชนนักอนุรักษ์และพัฒนาชุมชน

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

บริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตเลียม จำกัด (มหาชน) นำเยาวชนเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงและรู้จักการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติสิ่งแวดล้อม ในค่ายปิดท้าย “พีทีที อีพี ทีเนอร์จี”ปีที่ 4 ประจำภาคเหนือ เพื่อให้เยาวชนได้แข่งขันประกวดเขียนโครงการพัฒนาชุมชม โดยนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ใช้ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมชิงทุนจำนวน 10,000 บาท จำนวน 10 ทุนณ ศูนย์การเรียนรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 104 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 4 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ จ.พิษณุโลก

วรานนท์ หล้าพระบาง ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ โครงการผลิตบนฝั่ง (ประเทศไทย) ปตท.สผ. กล่าวว่า โครงการ พีทีที อีพี ทีเนอร์จี ได้เริ่มโครงการเมื่อปี 2557 เพื่อส่งเสริมให้เยาวชนกล้าคิด กล้าทำ กล้ามีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม พร้อมการเป็นนักอนุรักษ์รุ่นเยาว์ ภายใต้กลยุทธ์ 3 ป. คือ ปลูก ปั้น เปลี่ยน ซึ่งปลูก คือ การสร้างจิตสำนึกอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมให้แก่เยาวชน ปั้น คือปั้นเยาวชนจากทุกภูมิภาคให้มีใจอนุรักษ์และทำประโยชน์ให้กับสังคม เปลี่ยน คือ เปลี่ยนให้สังคมและชุมชนดีขึ้น ด้วยการทำโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม จากพลังความคิดและการลงมือทำของเยาวชนเอง ค่าย พีทีที อีพีทีเนอร์จี ปีที่ 4 นี้ จัดขึ้นมาภายใต้แนวคิด “ก้าวเพื่อรักษ์” เพื่อปลูกจิตสำนึกในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ด้วยการน้อมนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาสู่การเรียนรู้ ครั้งนี้ได้นำเยาวชนมาเรียนรู้นอกห้องเรียนที่ ศูนย์การเรียนรู้ตามแนวปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงกองพันทหารปืนใหญ่ที่ 104 กรมทหารปืนใหญ่ที่ 4 ค่ายสมเด็จพระเอกาทศรถ และสวนป่าเขากระยาง

ด้าน ศิริพงษ์ เฟื่องลิขิต ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายกิจกรรมเพื่อสังคม ปตท.สผ. กล่าวว่า กิจกรรมในครั้งนี้ได้พาเยาวชนเรียนรู้และได้เห็นตัวอย่างโครงการต่างๆ ที่นำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาประยุกต์ใช้อย่างเป็นรูปธรรม ทั้งร่วมทำกิจกรรมเพื่อสังคม ปรับปรุงทัศนียภาพสิ่งแวดล้อม ปลูกต้นไม้ในโรงเรียน และร่วมปรับปรุงสนามเด็กเล่นให้น้องๆ ที่โรงเรียนองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ 2 ทั้งนี้เป้าหมายของ ปตท.สผ. คืออยากให้โอกาสเยาวชน จึงสอนให้เยาวชนรู้จักการเป็นผู้ให้ด้วย นอกจากเปิดโอกาสให้เยาวชนภาคเหนือได้เรียนรู้และฝึกฝนแข่งขันการนำเสนอโครงการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม เพื่อรับทุนสนับสนุนจาก ปตท.สผ. แล้ว เยาวชนยังได้เพื่อนใหม่ ได้รู้การใช้ประโยชน์อย่างคุ้มค่าจากสิ่งแวดล้อม ได้รู้เรื่องปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง รู้จักวิธีการเขียนโครงการที่ถูกต้อง

ขณะที่ ดร.มลฤดี สระฏัน ผู้แทนศูนย์สถานศึกษาพอเพียง มูลนิธิยุวสถิรคุณ กล่าวว่า ส่วนใหญ่คนทั่วไปคิดว่าเศรษฐกิจพอเพียงเป็นเรื่องของการเกษตร แต่ความจริงคือ ปรัชญาที่นำมาใช้ได้กับทุกอย่าง จึงได้ให้ความรู้กับเยาวชนว่าการพอเพียงไม่ใช่การตระหนี่ แต่คือความสมดุลที่ใช้ได้กับชีวิตประจำวันไปจนถึงการบริหารประเทศ เพราะเมื่อก่อนประเทศไทยพัฒนาแบบไม่สมดุล เน้นแค่เศรษฐกิจ เรื่องสิ่งแวดล้อมจึงแย่ลง ประเทศจึงพัฒนาไม่สมดุลและไม่ยั่งยืน ในหลวง รัชกาลที่ 9 ได้เสด็จพระราชดำเนินไปทั่วทุกที่ในประเทศไทย และทรงเห็นถึงปัญหานี้ และพระราชทานปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงมาให้ ซึ่งเน้นเรื่องความสมดุล 4 มิติ คือ สิ่งแวดล้อม เศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม เพราะทุกสิ่งมีความเชื่อมโยงกันหมด เราต้องใช้สิ่งแวดล้อมในการดำรงชีวิต จึงต้องมีความสมดุลในการพัฒนาและอนุรักษ์ไปพร้อมกัน

หนึ่งในเยาวชนที่เข้าร่วมกิจกรรมในค่าย ปิ่นเงิน สะมุกุ๊ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 5 โรงเรียนแม่ตื่นวิทยาคม จ.เชียงใหม่ เผยว่า “ได้เขียนโครงการเกี่ยวกับการปลูกป่าไม้ เพราะชุมชนที่อาศัยอยู่มีการเผาป่ากันเยอะ ตั้งใจจะรวมกลุ่มกับเพื่อน และเชิญชวนคนในชุมชนไปปลูกป่ากันเพื่อทดแทนต้นไม้ที่ถูกทำลายไป สำหรับการเข้าค่ายได้เรียนรู้สิ่งใหม่มากมาย ได้เข้าฐานกิจกรรมต่างๆ และเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงเพื่อนำมาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน”

ขณะที่ วิทูรย์ หมดสังข์ นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 โรงเรียนแม่ตื่นวิทยาคม จ.เชียงใหม่ เผยว่า “ ก่อนมาเข้าค่ายได้เขียนโครงการเกี่ยวกับการทำน้ำยาล้างจานจากสมุนไพร เพราะโรงเรียนอยู่บนดอยและห่างไกลตัวเมือง ยากต่อการไปซื้อน้ำยาล้างจาน และในพื้นที่ก็มีสมุนไพรเยอะ จึงนำมาทำเป็นน้ำยาล้างจานให้เด็กในหอพักได้ใช้ โดยนำขวดพลาสติกที่เหลือใช้ในโรงเรียนมาทำเป็นขวดน้ำยาล้างจาน ถ้าโครงการประสบความสำเร็จก็จะลดต้นทุนในการซื้อของลงได้มาก ส่วนการมาร่วมเข้าค่ายกับปตท.สผ. จะนำความรู้นี้ไปบอกต่อให้กับน้องๆ ในโรงเรียน และขยายไปที่โรงเรียนใกล้เคียง ว่าการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาตินั้นมีประโยชน์อย่างไรบ้าง”

‘Still On My Mind ในดวงใจนิรันดร์’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/300196

‘Still On My Mind ในดวงใจนิรันดร์’

‘Still On My Mind ในดวงใจนิรันดร์’

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รมว. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ ประธานในงาน พร้อมด้วย พล.ต.ต.วรินทร์ บุณยเกียรติ, พล.ต.อ.สุรพล ธนโกเศศ, พจนารถ ซีบังเกิด,อรินท์มาศ บุญครองทรัพย์ ร่วมงาน โดยมี ครูกิ๊บ-เขมิษา บุณยเกียรติ ผู้บริหารสถาบัน Me Up Group ต้อนรับ

สถาบัน Dance Me Up & Play Me Up ในเครือ Me Up Group ร่วมกับ สมาคมนิสิตเก่าคณะศิลปกรรมศาสตร์ จุฬาฯ และ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ โดยครูกิ๊บ-เขมิษา บุณยเกียรติ ผู้บริหารสถาบัน Me Up Group ชวนน้องๆ เยาวชนร่วมถ่ายทอดศิลปะการแสดงบัลเลต์และบทเพลงพระราชนิพนธ์ เพื่อน้อมเกล้าฯ แสดงความไว้อาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ อันหาที่สุดมิได้ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในงาน “Still On My Mind ในดวงใจนิรันดร์” โดยมี พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ เป็นประธานในงาน พร้อมผู้มีชื่อเสียงในวงการนักธุรกิจ นักแสดงและศิลปินร่วมงานคับคั่ง ณ ลานกิจกรรมอีเดน ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

งานนี้ คณะครูและเด็กๆ ได้ร่วมขับร้องบทเพลงพระราชนิพนธ์การแสดงดนตรี และการแสดงเต้นร่วมสมัยกว่า 20 ชุดการแสดง เช่น ชุดในหลวงในดวงใจ, ชุดแสงเทียน, ชุดใกล้รุ่ง, ชุดความฝันอันสูงสุด และ ชุดการแสดงอาทิตย์อับแสง เป็นการแสดงเต้น Contemporary dance ประกอบการขับร้อง ซึ่งครูกิ๊บเป็นผู้ขับร้องและควบคุมการแสดงเองอีกด้วย ครูกิ๊บ-เขมิษา บุณยเกียรติ ผู้บริหารสถาบัน Me Up Group กล่าวว่า ในฐานะที่เกิดมาเป็นคนไทย อยู่ในแผ่นดินของประเทศไทย เรามีความสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านอย่างหาที่สุดมิได้ วันนี้ดีใจมาก ที่ได้นำคณะครูและนักเรียนของสถาบันฯ น้องๆ เยาวชนมาเป็นส่วนหนึ่งของงานนี้ ร่วมแสดงความไว้อาลัยและน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ซึ่งจะทำให้เยาวชนได้เรียนรู้ เข้าใจ ทักษะ และการทำงานร่วมกัน แม้จะเป็นฟันเฟืองเล็กๆ ที่ทำให้สังคมของเรามีความมั่นคง และเติบโตเป็นทรัพยากรมนุษย์ที่มีคุณค่าของสังคมต่อไป

แกรนด์โฮมทำดีตามคำสอนพ่อ ปันน้ำใจสู่น้องน้อยผู้ด้อยโอกาส

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/300173

แกรนด์โฮมทำดีตามคำสอนพ่อ ปันน้ำใจสู่น้องน้อยผู้ด้อยโอกาส

แกรนด์โฮมทำดีตามคำสอนพ่อ ปันน้ำใจสู่น้องน้อยผู้ด้อยโอกาส

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พีระพัฒน์ ทยานุวัฒน์

เพื่อเดินตามรอยพระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรในเรื่องการดำเนินชีวิตและการทำความดีที่ว่า “คนเราจะเอาแต่ได้ไม่ได้ คนเราจะต้องรับและจะต้องให้หมายความว่าต่อไปและเดี๋ยวนี้ด้วย เมื่อรับสิ่งของใดมา ก็จะต้องพยายามให้และให้ได้โดยพยายามที่จะสร้างความสามัคคีในหมู่คณะและในชาติ”แกรนด์โฮม (Grandhome) อาณาจักรนวัตกรรมแห่งการเลือกซื้อกระเบื้อง สุขภัณฑ์ ครัว และวัสดุตกแต่งบ้านคุณภาพเยี่ยมจากทั่วทุกมุมโลกจึงเดินหน้าสานต่อที่พ่อทำ มองเห็นความสำคัญของการสร้างคุณค่าให้กับทุกสังคม โดยเฉพาะกับ “เด็ก” ที่เป็นอนาคตของชาติซึ่งกำลังจะเติบโตมาพัฒนาประเทศ นำทีมพนักงานมอบสิ่งของเครื่องใช้ พร้อมเลี้ยงอาหารให้กับน้องๆ ผู้ด้อยโอกาส ตามโครงการปันน้ำใจสู่น้องผู้ด้อยโอกาส ณ วัดบางเพลิง ต.บางเพลิง อ.บางปะหัน จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้เด็กๆผู้ยากไร้ได้มีโอกาสและมีคุณภาพชีวิต ที่ดีขึ้น

พีระพัฒน์ ทยานุวัฒน์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ บริษัท แกรนด์โฮมมาร์ท จำกัด กล่าวว่า เรามองเห็นความสำคัญของการศึกษา จึงอยากให้เด็กและเยาวชน ซึ่งถือเป็นอนาคตของชาติ ได้รับโอกาสและพลังในการเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีศักยภาพในวันข้างหน้า จึงเกิดเป็นโครงการ ปันน้ำใจสู่น้องผู้ด้อยโอกาส โดยในครั้งนี้ได้จัดขึ้นที่วัดบางเพลิงจ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งมีเด็กกำพร้าที่อยู่ในความดูแลของท่านเจ้าอาวาสกว่า 100 ชีวิต พร้อมเชิญชวนพนักงานของแกรนด์โฮม ร่วมบริจาคสิ่งของอุปโภค-บริโภค เครื่องเขียน และเครื่องใช้ที่จำเป็น ตลอดจนเลี้ยงอาหารกลางวัน และร่วมทำกิจกรรม เพื่อสร้างความสุขและรอยยิ้มให้กับน้องๆ เพราะเราเชื่อว่าการปลูกฝังให้พนักงานมีจิตอาสา เป็นส่วนหนึ่งของการส่งเสริมให้พนักงานได้นำความรู้ ความสามารถ มาใช้พัฒนาชุมชนก่อให้เกิดการเรียนรู้ สร้างคนให้เป็นคนดีได้”

ด้าน “พ่อพระ” ตัวจริงสำหรับเด็กๆ ผู้ยากไร้ พระครูปลัดแฉล้ม ฐานวโรเจ้าอาวาส วัดบางเพลิง จ.พระนคร-ศรีอยุธยา ได้บอกเล่าสั้นๆ แต่กินใจว่า “หลวงพ่อ ก็ช่วยเหลือได้เพียงเท่านี้ นอกเหนือจากนี้ต้องไปไขว่คว้ากันเอาเอง” ซึ่งบรรยากาศตลอดกิจกรรมล้วนเต็มอิ่มไปด้วยความสุขทั้งผู้ให้และผู้รับ ซึ่งนอกจากการร่วมมือกันทำความดีในครั้งนี้แล้ว ผู้บริหารและพนักงานยังคงมุ่งมั่นผลักดัน “โครงการปันน้ำใจสู่น้องผู้ด้อยโอกาส” เพื่อเป็นการทำคุณประโยชน์แก่สังคมต่อไป เรียกได้ว่าแกรนด์โฮม ได้น้อมนำแนวทางพระราชดำริของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มาปฏิบัติใช้อย่างแท้จริง

พระครูปลัดแฉล้ม ฐานวโร เจ้าอาวาส วัดบางเพลิง

พระครูปลัดแฉล้ม ฐานวโร เจ้าอาวาส วัดบางเพลิง

รพ.จุฬาลงกรณ์ เตรียมเปิด อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/300201

รพ.จุฬาลงกรณ์ เตรียมเปิด อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์

รพ.จุฬาลงกรณ์ เตรียมเปิด อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศ.นพ.สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เป็นประธานแถลงข่าว

โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย และคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย แถลงข่าวพิธีเปิด อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ “ธ คู่ฟ้า ภูมิสิริมังคลานุสรณ์” การจัดกิจกรรมพิเศษเตรียมเปิดอาคารรักษาพยาบาลรวมเฉลิมพระเกียรติฯ และศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์แบบครบวงจร เมื่อเร็วๆ นี้ ณ ชั้น 14 ระเบียงรมณีย์ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย

โดยมีศาสตราจารย์นายแพทย์สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย เป็นประธานในงานแถลงข่าว พร้อมด้วย ศาสตราจารย์นายแพทย์รื่นเริง ลีลานุกรม รองผู้อำนวยการฯฝ่ายบริการ,รองศาสตราจารย์นายแพทย์ธีระ วัชรปรีชานนท์ รองผู้อำนวยการ ฝ่ายกายภาพ, ศิริลักษณ์ สิโยพุทธวงศ์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ด้านบริการ,
ผู้ช่วยศาสตราจารย์(พิเศษ) นายแพทย์สุรินทร์ อัศววิทูรย์ทิพย์ ผู้ช่วยผู้อำนวยการ ด้านภาพลักษณ์องค์กร, ธีรพันธ์ เตชะศิรินุกูล ที่ปรึกษาการรถไฟฟ้าขนส่งมวลชนแห่งประเทศไทย, ทศวรรณ คำวัจนัง ผู้แทนจากกรุงเทพมหานคร และพร้อมด้วย บอย โกสิยพงษ์ ผู้ประพันธ์เพลง “ภูมิสิริมังคลานุสรณ์” ร่วมงานแถลงข่าว

ศาสตราจารย์นายแพทย์สุทธิพงศ์ วัชรสินธุ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ฯ กล่าวว่า พิธีเปิดอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ “ธ คู่ฟ้า ภูมิสิริมังคลานุสรณ์” จัดขึ้นเพื่อน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบรมราชูปถัมภก ( รัชกาลที่๙ ) และองค์สภานายิกาสภากาชาดไทย, เพื่อถวายพระเกียรติ พระบรมราชูปถัมภกสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร ( รัชกาลที่๑๐ ), เพื่อสืบสานพระราชปณิธาน ให้คนไทยมีสุขภาพอนามัยที่ดีตลอดไป และเพื่อเปิดศูนย์ความเชี่ยวชาญ และศูนย์กลางทางการแพทย์ที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย วันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม 2560 ณ โถงชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

นอกจากพิธีเปิด ภายในงานยังมีกิจกรรม Endless Light award ร่วมประกวดภาพถ่าย “แสงแห่งความหวัง” แสงตลอดกาล คู่กับอาคาร ภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ชิงโล่รางวัลพระราชทาน และร่วมชมนิทรรศการ ธ คู่ฟ้า ภูมิแพทย สิริวัฒนา มังคลานุสรณ์ นำชมนิทรรศการโดย Stroke Robot ควบคุมโดย ศาสตราจารย์ พญ.นิจศรี ชาญณรงค์ (สุวรรณเวลา) โดยงานนิทรรศการจะแบ่งเป็น 2 ส่วน ส่วนที่ 1 ภูมิแพทย จะเป็นนิทรรศการภาพพระราชกรณียกิจ ในโรงพยาบาล, ภาพเสด็จพระราชดำเนินเปิดตึกในโรงพยาบาล จุฬาลงกรณ์ สู่การจารึก พระนาม ภูมิสิริมังคลานุสรณ์ และ ส่วนที่ 2 ภูมิสิริมังคลานุสรณ์ จัดแสดงนวัตกรรมทางการแพทย์ และนำเสนอข้อมูลการให้บริการ ของศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ ของอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ ร่วมฟังบทเพลง “ธ คู่ฟ้า ภูมิสิริมังคลานุสรณ์” ประพันธ์เพลง โดยบอย โกสิยพงษ์ ขับร้องโดยนักร้องชื่อดัง รัดเกล้า อามระดิษ และ กิตตินันท์ ชินสำราญ นอกจากนี้ยังมีการบรรเลงบทเพลง โดยวงออเคสตร้า CU Symphony Orchestra Conductor โดย ผศ.ดร.นรอรรถ จันทร์กล่ำ อาจารย์ภาควิชาดุริยางคศิลป์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

เหล่าพสกนิกรประชาชนคนไทยทั่วทั้งประเทศ สามารถมาร่วมชมความสวยงามในพิธีเปิด อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ “ธ คู่ฟ้า ภูมิสิริมังคลานุสรณ์” ในวันที่ 5 ธันวาคม 2560 ณ โถงชั้น 1 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย

แชร์เทคนิคฟิตร่างกายหนูน้อย พร้อมสู่การเป็นนักไตรกีฬารุ่นจิ๋ว

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/300164

แชร์เทคนิคฟิตร่างกายหนูน้อย พร้อมสู่การเป็นนักไตรกีฬารุ่นจิ๋ว

แชร์เทคนิคฟิตร่างกายหนูน้อย พร้อมสู่การเป็นนักไตรกีฬารุ่นจิ๋ว

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เด็กหญิงพัณณิตา แก้วจิน หรือ “น้องแน็ก”

“ไตรกีฬา” ถือเป็นการแข่งขันกีฬาที่คนเริ่มให้ความสนใจกันมากขึ้นเพราะนอกจากจะเป็นกีฬาที่พิสูจน์ถึงความแกร่งของร่างกายแล้ว ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความแกร่งทางด้านจิตใจของผู้เล่นอีกด้วย ปัจจุบันการแข่งขันไตรกีฬาไม่ได้จำกัดอยู่ที่ผู้ใหญ่เท่านั้น แต่เยาวชนที่สนใจและพร้อมท้าทายความสามารถทางด้านกีฬาก็สามารถลงสนามรุ่นจูเนียร์ได้เช่นกัน

“โฟร์โมสต์” ในฐานะผู้สนับสนุนหลักของการแข่งขัน “โฟร์โมสต์ ไอรอนคิดส์ ไทยแลนด์” จึงได้ชวนแชมป์ “โฟร์โมสต์ ไอรอนคิดส์ ไทยแลนด์” คนล่าสุดและเทรนเนอร์ด้านไตรกีฬา มาแชร์เทคนิคการฟิตร่างกายเพื่อให้คุณพ่อคุณแม่และหนูน้อยได้เตรียมความพร้อมสู่การเป็นนักไตรกีฬารุ่นจิ๋ว

นาวสาวพิมจันทร์ วิมุกตานนท์ ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ฟรีสแลนด์คัมพิน่า (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมโฟร์โมสต์ กล่าวว่า โฟร์โมสต์ อยู่คู่ครอบครัวคนไทยมากว่า 60 ปี มีความภูมิใจที่ได้มีส่วนในการส่งเสริมและสนับสนุนให้ครอบครัวคนไทยได้ตระหนักถึงคุณค่าของการดื่มนม ควบคู่กับการออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ เพื่อร่างกายแข็งแรงและแอคทีฟเต็มร้อย ผ่านแคมเปญ Drink.Move.BeStrong (ดื่ม ขยับ รับสุขภาพดี) ซึ่งจัดขึ้นเป็นปีที่ 4 ติดต่อกัน จากแนวคิดดังกล่าว โฟร์โมสต์ จึงได้ร่วมสนับสนุนการแข่งขัน “โฟร์โมสต์ ไอรอนคิดส์ ไทยแลนด์” รายการไตรกีฬารุ่นเล็กสำหรับเด็กที่มีอายุระหว่าง 6-14 ปี ต่อเนื่องเป็นปีที่สอง โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมให้เด็กและเยาวชนมีไลฟ์สไตล์ที่แอคทีฟและมีโอกาสทดสอบความแข็งแกร่งของร่างกายและจิตใจ รวมถึงได้สัมผัสประสบการณ์การเล่นกีฬาที่ท้าทายขีดจำกัดของตัวเอง

เป็นที่ทราบกันดีว่า การลงสนามไตรกีฬานั้นต้องผ่านการฝึกซ้อมอย่างต่อเนื่อง ควบคู่กับการเลือกรับประทานอาหารที่ถูกต้องและเหมาะสม
กับสภาวะความต้องการของร่างกายเพื่อทำให้ร่างกายแข็งแรง โฟร์โมสต์ ได้ชวนแชมป์ “โฟร์โมสต์ ไอรอนคิดส์ ไทยแลนด์” คนล่าสุดและเทรนเนอร์ด้านไตรกีฬา มาแชร์เทคนิคการฟิตร่างกาย เพื่อให้คุณพ่อคุณแม่และหนูน้อยได้เตรียมความพร้อมสู่การเป็น “นักไตรกีฬารุ่นจิ๋วในอนาคต”

เด็กหญิงพัณณิตา แก้วจิน หรือ “น้องแน็ก” นักเรียนชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 2 โรงเรียนสตรีวิทยา 2 สาวน้อยนักไตรกีฬา ผู้ชนะเลิศในรุ่น
อายุ 13-14 ปี จากการแข่งขัน “โฟร์โมสต์ ไอรอนคิดส์ ไทยแลนด์” บอกว่า “ดีใจแล้วก็ปลื้มมากๆ ค่ะ ที่รู้ว่าเราเข้าเส้นชัยเป็นที่หนึ่งของรุ่น ด้วยสถิติเวลารวม 49 นาที 16 วินาที เพราะการแข่งขันในครั้งนี้ ถือเป็นการลงแข่งไตรกีฬาครั้งแรกของหนูเลย ก่อนหน้านี้หนูเป็นนักกีฬาว่ายน้ำ แต่รู้สึกว่าตัวเองทำได้ไม่ค่อยดี พอได้มารู้จักกับไตรกีฬา ซึ่งมีกีฬาว่ายน้ำเป็นหนึ่งในสามของการแข่งขันไตรกีฬา ก็เลยอยากลองแข่งดูว่าเราจะสามารถทำได้ดีหรือเปล่า ซึ่งหนูใช้เวลาฝึกซ้อมประมาณ 2-3 เดือนก่อนการแข่งขัน

หลังจากที่เริ่มฝึกซ้อม ก็รู้เลยว่าไตรกีฬาเป็นกีฬาที่ต้องใช้ความอดทน ความพยายาม ต้องเป็นคนที่มีความแข็งแกร่งและใจสู้มากๆ การที่ได้เป็นผู้ชนะในการลงแข่งครั้งนี้ จึงเป็นเหมือนแรงผลัก ให้หนูมุ่งมั่นทำความฝันในการเป็น “นักไตรกีฬามืออาชีพ” ให้สำเร็จ และอยากฝากถึงเพื่อนๆที่ สนใจเล่นไตรกีฬา แต่ยังไม่มั่นใจว่าตัวเองจะทำได้ไหมว่าอยากให้ลองดูสักครั้ง ขอแค่มีความพยายาม และหมั่นฝึกซ้อม แน็กเป็นกำลังใจให้เพื่อนๆ ทุกคนค่ะ”

ด้านนายกิตติพงษ์ แก้วจิน คุณพ่อของน้องแน็ก กล่าวว่า “ทางครอบครัวให้กำลังใจ และสนับสนุนน้องแน็กให้ทำในสิ่งที่รักอย่างเต็มที่ สิ่งที่พ่อกับแม่เป็นห่วงก็คือ เรื่องสุขภาพ พยายามย้ำกับน้องแน็กตลอดว่าต้องดูแลตัวเองโดยเฉพาะเรื่องอาหารการกิน เพราะนักกีฬาต้องใช้แรงเป็นหลัก อยากให้ทานอะไรที่มีประโยชน์ อย่างเช่นพวกนม ผัก-ผลไม้ อีกทั้ง ต้องรู้จักแบ่งเวลาให้กับการเรียน และพักผ่อนให้เพียงพอด้วย”

“โค้ชริกกี้” นายเอกรัช พันธ์ทิพย์ ผู้อำนวยการแข่งขัน “โฟร์โมสต์ ไอรอนคิดส์ ไทยแลนด์” และหัวหน้าผู้ฝึกสอนไตรกีฬาประจำศูนย์ฝึกกีฬานานาชาติภูเก็ต ธัญญปุระ แนะนำว่า “ไตรกีฬา เป็นกีฬาที่ท้าทายและต้องเอาชนะใจตัวเอง เพราะคนเดียวจะต้องเล่นกีฬาทั้งหมด 3 ประเภท คือ ว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และ วิ่ง เรียกได้ว่ากว่าจะผ่านการแข่งในแต่ละช่วง ไปได้สภาพร่างกายและจิตใจต้องมีความพร้อมเป็นอย่างมาก เพราะฉะนั้นการมีสุขภาพที่แข็งแรง สภาพร่างกายที่สมบูรณ์ รวมถึงการมีพื้นฐานและทักษะในการเล่นกีฬาทั้งสามประเภทจึงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่น้องๆ นักไตรกีฬาทุกคนต้องให้ความสำคัญควบคู่ไปกับการวางแผนการฝึกซ้อม และต้องจำไว้ว่า คนที่จะประสบผลสำเร็จในการเล่นไตรกีฬาได้ ไม่ใช่คนที่มีพละกำลังเพียงอย่างเดียวเท่านั้น แต่ต้องเป็นคนที่มีความตั้งใจที่แน่วแน่และมุ่งมั่นที่จะพาตัวเองก้าวข้ามขีดจำกัดเพื่อพุ่งไปสู่เป้าหมายได้ตามที่ตั้งใจไว้”

ทั้งนี้ การฝึกซ้อมสำหรับนักไตรกีฬารุ่นเล็ก ควรเน้นที่ความสนุกสนาน เพื่อไม่ให้เด็กรู้สึกกดดันตัวเองมากจนเกินไป แต่ก็ต้องถูกต้องตามหลักวิทยาศาสตร์การกีฬาด้วย ส่วนใหญ่การฝึกซ้อมของเด็กจะเน้นไปที่เรื่องความเร็ว (speed) โดยจะหลีกเลี่ยงการใช้ระยะทางที่หนักหรือไกลเกินไป เพราะอาจจะส่งผลเสียต่อการเจริญเติบโตของกระดูก และกล้ามเนื้อ โปรแกรมแนะนำสำหรับน้องๆ ที่กำลังเริ่มฝึกเล่นไตรกีฬาควรจัดตารางการซ้อมให้มีความต่อเนื่องทั้งว่ายน้ำ ปั่นจักรยาน และวิ่ง อย่างละ 3 ครั้งต่อสัปดาห์ โดยเน้นในเรื่องเทคนิคการจัดท่าทางที่ถูกต้องและความเร็ว นอกจากนี้ ในระหว่างสัปดาห์ควรจะมีวันพักอย่างน้อย 1-2 วัน สำหรับเรื่องระยะทางในการซ้อมของแต่ละประเภทกีฬาจะมีความแตกต่างกันขึ้นอยู่กับอายุของเด็กแต่ละคน

นอกจากนี้ สำหรับนักไตรกีฬารุ่นจิ๋ว ควรเสริมสร้างความแข็งแรงให้กับกระดูกและกล้ามเนื้อรับประทานอาหารให้ครบ 5 หมู่และครบ 3 มื้อ
ควบคู่ไปกับการดื่มนมเป็นประจำทุกวัน เพราะ “นม” ถือเป็นเครื่องดื่มที่มีคุณประโยชน์ด้านโภชนาการครบถ้วนอุดมไปด้วยโปรตีน ซึ่งนับเป็นหนึ่งในสารอาหารที่จำเป็นสำหรับนักกีฬา เพราะร่างกายของเราจะดูดซึมโปรตีนไปใช้เพื่อช่วยฟื้นฟูร่างกายและกล้ามเนื้อที่สึกหรอให้กลับมาสมบูรณ์แข็งแรงได้เร็วขึ้น

ข้อควรระวังที่ผู้ปกครองของน้องๆ นักกีฬาไม่ควรมองข้าม คือ เรื่องความปลอดภัย ผู้ปกครองไม่ควรปล่อยให้เด็กฝึกซ้อม คนเดียวโดยไม่มีครูฝึกหรือเทรนเนอร์คอยดูแลและให้คำแนะนำในระหว่างฝึกซ้อม และควรเตรียมอุปกรณ์ป้องกันอันตราย หรืออาการบาดเจ็บที่อาจเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อในระหว่างกันฝึกซ้อมหรือลงแข่งจริง เช่น อาการตะคริวที่เกิดจากการว่ายน้ำหรือวิ่ง หรืออุบัติเหตุจากการปั่นจักรยาน เป็นต้น

สำหรับเด็กๆ ที่สนใจอยากร่วมแข่งขัน “โฟร์โมสต์ ไอรอนคิดส์ ไทยแลนด์” ซึ่งจะจัดให้ขึ้นอีกครั้ง ในวันที่ 25 พฤศจิกายน 2560 ณ ธัญญปุระ เฮลท์ แอนด์ สปอร์ตส์ รีสอร์ท จ.ภูเก็ต สามารถติดตามรายละเอียดได้ที่ http://2017.ironkidsthai.com/

“โค้ชริกกี้” ผู้อำนวยการแข่งขัน โฟร์โมสต์ ไอรอนคิดส์ ไทยแลนด์

“โค้ชริกกี้” ผู้อำนวยการแข่งขัน โฟร์โมสต์ ไอรอนคิดส์ ไทยแลนด์
พิมจันทร์ วิมุกตานนท์

พิมจันทร์ วิมุกตานนท์

‘วาดด้วยรัก ภักดิ์ด้วยใจ’สื่อถึงความรัก จากคนรุ่นใหม่ที่มีต่อในหลวง รัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/300202

‘วาดด้วยรัก ภักดิ์ด้วยใจ’สื่อถึงความรัก จากคนรุ่นใหม่ที่มีต่อในหลวง รัชกาลที่ 9

‘วาดด้วยรัก ภักดิ์ด้วยใจ’สื่อถึงความรัก จากคนรุ่นใหม่ที่มีต่อในหลวง รัชกาลที่ 9

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว ร่วมกับ นักศึกษา จากมหาวิทยาลัยชั้นนำ จะจัดแสดงนิทรรศการ The Marigold Street Art  In Bangkok :“วาดด้วยรัก ภักดิ์ด้วยใจ”  ร่วมนำเสนอผลงานภาพศิลปะที่ได้รับแรงบันดาลใจจากดอกดาวเรือง หรือ “Marigold” สื่อถึงความรักอันบริสุทธิ์ ที่ไม่มีเงื่อนไขของพลังเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่มีต่อในหลวง รัชกาลที่ 9 ระหว่างวันที่ 1 พฤศจิกายน-10 ธันวาคม 2560 ณ ลานกำแพง หน้าศูนย์การค้าเซ็นทรัล พลาซา ลาดพร้าว

ทั้งนี้ จะจัดแสดงบนกำแพงความยาวกว่า 49  เมตร และจัดแสดงในศูนย์การค้า นับเป็นการนำผลงานศิลปะเข้าหาประชาชนหรือง่ายต่อการเข้าถึงตามแนวคิด Street Art in Bangkok เพื่อร่วมแสดงออกถึงความคิดสร้างสรรค์ในงานศิลปะของนักศึกษาคณาจารย์ในสถาบันการศึกษา ในการแสดงออกต่อสังคมในช่วงระยะเวลาแห่งการร่วมน้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ โดยมีไฮไลท์ 7 ชิ้นงาน เป็นผลงานของนักศึกษาจาก 6 สถาบัน ได้แก่ มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนดุสิต, มหาวิทยาลัยกรุงเทพ, มหาวิทยาลัยธุรกิจบัณฑิตย์, มหาวิทยาลัยศรีปทุม และวิทยาลัยเทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์

การสร้างสรรค์ผลงานครั้งนี้ศิลปินได้นำเสนอแนวความคิดประกอบการจัดแสดง อาทิ วิทยาลัยเทคโนโลยีไทยวิจิตรศิลป์  คณะศิลปกรรม (Fine Arts) สาขาวิจิตรศิลป์, สาขาจิตรกรรม และสาขาออกแบบ ชื่อผลงาน “Flower of King” แนวความคิด ร้อยดวงหทัยราษฎรไทยทั่วหล้า โดยการแทนรักจากหัวใจปวงประชาด้วยดอกดาวเรืองสีเหลืองอร่ามแทนในหลวง รัชกาลที่ 9 ซึ่งดอกดาวเรืองทุกดอกนี้แทนดวงใจระลึกถึงในหลวง รัชกาลที่ 9 ให้สีทองสะพรั่งทั่วแผ่นดินไทย แสดงให้รู้ว่าประชาราษฎร์ระลึกถึงองค์ราชาผู้เป็นมิ่งขวัญแห่งปวงชนชาวไทย มหาวิทยาลัยกรุงเทพ กับผลงาน “เหลืองสะพรั่งทั้งแผ่นดิน” แนวความคิด งานออกแบบนี้นำดอกดาวเรืองมาเรียงร้อยเป็นพระบรมฉายาลักษณ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร โดยดอกดาวเรืองเปรียบเสมือนความรุ่งเรืองตลอดรัชสมัย ส่วนสีเหลืองเป็นสีประจำวันพระราชสมภพ ผลงานนี้ต้องการสะท้อนความจงรักภักดีและความภูมิใจที่ได้เกิดในแผ่นดินของพระองค์ ผลงาน “รำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ” การลงสีน้ำทาภายนอก บนกระดานไม้ แนวความคิด : กว่า 70 ปีแห่งการครองราชย์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระองค์ไม่เคยหยุดทรงงานเพื่อคนไทยเลยแม้สักวัน ในวันนี้เราคนไทยยังคงมองเห็นพระองค์ท่าน ผ่านการทรงงานที่พระองค์ทรงสร้างไว้  ในวันนี้เราคนไทยยังคงได้ยินเสียงของพระองค์ท่าน ผ่านคำสอนที่พระองค์ทรงให้ไว้ ในวันนี้เราคนไทยยังคงรำลึกถึงพระองค์ท่าน ผ่านความดีที่พระองค์ทรงทำไว้ เพื่อคนไทยทุกคน เป็นต้น

คอนเสิร์ต ‘บทเพลงสองแผ่นดิน’ ฉลองความสัมพันธ์ 130 ปี ไทย-ญี่ปุ่น

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/300198

คอนเสิร์ต ‘บทเพลงสองแผ่นดิน’  ฉลองความสัมพันธ์ 130 ปี ไทย-ญี่ปุ่น

คอนเสิร์ต ‘บทเพลงสองแผ่นดิน’ ฉลองความสัมพันธ์ 130 ปี ไทย-ญี่ปุ่น

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

วง RBSO กับ มร. โคจิ คาวาโมโต วาทยกรระดับโลกชาวญี่ปุ่น  

ไทยและญี่ปุ่นเป็นมิตรประเทศที่มีความสัมพันธ์ที่ดีงามและมั่นคงมาอย่างยาวนาน ในโอกาสที่ความสัมพันธ์ทางการทูตระหว่างสองประเทศครบ 130 ปี ในปีนี้ สถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียว ประเทศญี่ปุ่นได้จัดงานเพื่อเฉลิมฉลองวาระพิเศษนี้ และเลือกดนตรีเป็นสื่อประสานฉลองความสัมพันธ์นานกว่าศตวรรษครั้งนี้ โดยสถานทูตไทยประจำกรุงโตเกียวได้ร่วมกับวงรอยัลแบงค็อกซิมโฟนีออร์เคสตร้า (RBSO – Royal Bangkok Symphony Orchestra) จัดการแสดงคอนเสิร์ตครั้งยิ่งใหญ่ “บทเพลงสองแผ่นดิน” ณ Suntory Hall หนึ่งในหอแสดงดนตรีคอนเสิร์ตระดับโลกซึ่งตั้งอยู่ใจกลางกรุงโตเกียว โดยมี ดอน ปรมัตถ์วินัย รัฐมนตรีว่าการกระทรวงต่างประเทศ เป็นประธานเปิดการแสดงไปเมื่อเร็วๆ นี้ งานนี้ ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ “ซีอีโอฝรั่งหัวใจไทย” ประธานมูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ และประธาน บี.กริม ซึ่งให้การสนับสนุนดนตรีคลาสสิกในประเทศไทยมาอย่างต่อเนื่อง นำนักดนตรีจากวง RBSO กว่า 100 ชีวิตพร้อมทีมงานและเครื่องดนตรี บินลัดฟ้าจากเมืองไทยไปร่วมงานอย่างภาคภูมิใจ พร้อมกล่าวว่า “ดนตรีคลาสสิกเป็นศิลปะการดนตรีที่งดงาม ประเทศที่เจริญแล้วทุกประเทศ ล้วนต้องมีวงซิมโฟนีออร์เคสตร้าเป็นของตัวเอง การที่วง RBSO ได้รับเชิญให้มาแสดงที่ประเทศญี่ปุ่นในวาระพิเศษครั้งนี้ นับเป็นความภาคภูมิใจของนักดนตรีทุกคน เพราะทำให้ชาวต่างชาติที่มาชมการแสดงได้รู้จักวงซิมโฟนีออร์เคสตร้าของประเทศไทยมากขึ้น ซึ่งตอนนี้วง RBSO เป็นวงที่มีมาตรฐานสากล และมีนักดนตรีเก่งๆ เป็นที่ยอมรับของวงการดนตรีคลาสสิกในระดับนานาชาติ”

ค่ำคืนของการแสดงคอนเสิร์ตเพื่อสานสัมพันธไมตรีอันดีงามระหว่างไทยและญี่ปุ่นโดยวง RBSO ภายใต้การควบคุมวงของ มร.โคจิ คาวาโมโต วาทยกรระดับโลกชาวญี่ปุ่น เริ่มขึ้นด้วยการบรรเลงบทเพลง Serenity อันไพเราะที่พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าสิริวัณณวรีนารีรัตน์ ทรงเป็นครีอีทีฟ ไดเรคเตอร์ บทเพลงนี้ ทรงใช้ประกอบการแสดงแฟชั่นโชว์ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI ในคอลเลคชั่น Spring/Summer 2017 ที่ผ่านมา ต่อด้วยการแสดงดนตรีของสองศิลปินชาวไทย คือ ภูมิ พรหมชาติ นักเปียโนดาวรุ่งชาวไทยที่กำลังก้าวไกลระดับโลก กับการเล่นเปียโนคอนแชร์โต No. 1 ของโชแปง ตามด้วย กิตตินันท์ ชินสำราญ นักร้องเสียงเบสบาริโทนชาวไทยที่มีผลงานการแสดงทั้งในทวีปเอเชีย ยุโรป และอเมริกา กับการขับร้องบทเพลง The Trumpet Shall Sound ซึ่งเป็นผลงานการประพันธ์ของ แฮนเดิล คีตกวีชาวเยอรมัน

ไฮไลท์ของการแสดงคอนเสิร์ต คือ การนำบทเพลงชื่อ Fantasia on Themes of His Majesty King Bhumibol Adulyadej ซึ่งอัญเชิญบทเพลงพระราชนิพนธ์ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ประกอบด้วยเพลง แสงเดือน (Magic Beams),แก้วตาขวัญใจ (Lovelight in My Heart),แว่ว (Echo), ค่ำแล้ว (Lullaby),สายฝน (Falling Rain), ลมหนาว (Love in Spring), ชะตาชีวิต (H.M. Blues) และไกลกังวล (When) ที่ได้รับการเรียบเรียงโดยศิลปินนักแต่งเพลงชาวญี่ปุ่น โนริโอะ มาเอดะ มาบรรเลงอย่างไพเราะอีกครั้งโดยวง RBSO ปิดท้ายการแสดงคอนเสิร์ตอย่างยิ่งใหญ่ครั้งนี้ด้วยบทเพลงพระราชนิพนธ์ของล้นเกล้าฯ รัชกาลที่ 6 ที่เป็นที่รู้จักกันดี คือ “ยวนยาเหล” ตามด้วย “สุกี้ยากี้” เพลงฮิตที่คุ้นหูชาวไทยและชาวญี่ปุ่นซึ่งสื่อถึงสัมพันธภาพและความผูกพันที่ยาวนานของทั้งสองประเทศได้เป็นอย่างดี การแสดงคอนเสิร์ต “บทเพลงสองแผ่นดิน” ฉลองความสัมพันธ์ 130 ปี ไทย-ญี่ปุ่น ครั้งนี้ นับเป็นงานดนตรีที่งดงามประสบความสำเร็จ ได้รับเสียงปรบมืออย่างกึกก้องจากผู้ชมทั้งชาวไทยและญี่ปุ่นที่มาร่วมชมการแสดง

ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานมูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ และประธาน บี.กริม และ นักดนตรีวง RBSO

ดอน ปรมัตถ์วินัย รมว.กระทรวงการต่างประเทศ พร้อมด้วย ดร.ฮาราลด์ ลิงค์ ประธานมูลนิธิวงดุริยางค์ซิมโฟนีกรุงเทพ และประธาน บี.กริม และ นักดนตรีวง RBSO

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคร้ายที่เป็นได้ทุกเพศทุกวัย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/300166

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง  โรคร้ายที่เป็นได้ทุกเพศทุกวัย

มะเร็งต่อมน้ำเหลือง โรคร้ายที่เป็นได้ทุกเพศทุกวัย

วันอังคาร ที่ 31 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง นับว่าเป็นอีกโรคที่ไม่ควรมองข้าม เนื่องจากต่อมน้ำเหลืองในร่างกายของคนเรามีมากมายหลายจุด ดังนั้น หากพบมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเร็ว รักษาได้ทัน รักษาอย่างถูกวิธี มีโอกาสหายขาดได้

นายแพทย์ไนยรัฐ ประสงค์สุข อายุรแพทย์ด้านมะเร็งวิทยา โรงพยาบาลพระรามเก้า อธิบายว่า มะเร็งต่อมน้ำเหลือง เป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยทั่วโลก มักเกิดกับเนื้อเยื่อต่อมน้ำเหลือง ที่กระจายอยู่ทั่วร่างกาย ซึ่งหากคลำพบต่อมน้ำเหลืองโตหรือมีอาการผิดปกติ ควรรีบปรึกษาแพทย์ ในการหาสาเหตุและการรักษาจากสถิติมะเร็งชนิดนี้ เป็นมะเร็งระบบเลือด ที่พบได้มากที่สุดในประเทศไทยและในโลก ติดอันดับ 1 ใน 5 ของมะเร็งที่พบบ่อยในคนไทย โดยมีผู้ป่วยใหม่ที่ได้รับการวินิจฉัยว่า เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ปีละกว่า 1,000 คน และสามารถเกิดขึ้นในทุกกลุ่มวัย ตั้งแต่เด็กจนถึงผู้สูงอายุ และพบในผู้ชายมากกว่าผู้หญิง จัดเป็นโรคมะเร็งของระบบโลหิตวิทยา ที่สามารถกระจายตามต่อมน้ำเหลืองในร่างกาย เช่น บริเวณลำคอ รักแร้ ขาหนีบ ข้อพับแขน ข้อพับขา ในช่องอก และในช่องท้อง เป็นต้น

นอกจากนี้ ยังสามารถเกิดมะเร็งต่อมน้ำเหลืองได้ในทุกอวัยวะของร่างกาย โรคนี้จะมีอาการในระยะแรกๆ คือ มีต่อมน้ำเหลืองตำแหน่งใดตำแหน่งหนึ่งโต มักพบที่ลำคอ คลำได้ ไม่รู้สึกเจ็บ แต่เมื่อโรคลุกลาม อาจมีอาการอ่อนเพลีย ซีด หรือเมื่อเกิดกับอวัยวะอื่นๆ ที่ไม่ใช่ต่อมน้ำเหลืองจะมีอาการเหมือนอวัยวะนั้นๆ อักเสบ เช่น เมื่อเกิดกับสมองอาจปวดศีรษะ อาเจียน แขนขาอ่อนแรง หรือปวดท้อง ท้องอืดท้องเฟ้อเรื้อรัง เมื่อเกิดกับกระเพาะอาหาร ส่วนผู้ป่วยบางรายอาจมีไข้เรื้อรัง โดยไม่พบสิ่งผิดปกติ แต่อาจมีไข้สูงเป็นๆ หายๆ เหงื่อออกชุ่มตัวในตอนกลางคืน และน้ำหนักลดลงจากเดิมประมาณร้อยละ 10 ใน 6 เดือน เป็นอย่างน้อย

สาเหตุของมะเร็งต่อมน้ำเหลืองยังไม่ทราบแน่ชัด โดยปกติระบบน้ำเหลืองของร่างกายมีหน้าที่ต่อสู้เชื้อโรค โดยการขนส่งน้ำเหลืองไปตามหลอดน้ำเหลืองทั่วร่างกาย เมื่อต่อมน้ำเหลืองทำงานผิดปกติ ปัญหาที่สำคัญคือ ภูมิคุ้มกันต่ำลง ทำให้ติดเชื้อได้ง่าย สำหรับวิธีการรักษามะเร็งต่อมน้ำเหลือง จะใช้วิธีการตรวจหาชนิดของมะเร็งและระยะของโรค ซึ่งอาจใช้วิธีการรักษาเพียงวิธีเดียวหรือใช้แบบผสมผสาน ทั้งนี้ โรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองเป็นโรคที่เซลล์มะเร็งตอบสนองได้ดีต่อยาเคมีบำบัด และรังสีรักษา ดังนั้น เมื่อเทียบกับโรคมะเร็งอื่นๆ จึงมีความรุนแรงค่อนข้างต่ำ และมีโอกาสรักษาหายขาดได้

ส่วนวิธีการดูแลตัวเองสำหรับผู้ป่วยที่เป็นมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ควรปฏิบัติตัวตามคำแนะนำของแพทย์ นอนหลับให้เพียงพอ เพิ่มโภชนาการทางด้านอาหาร อาหารที่เหมาะสมสำหรับผู้ป่วยควรเป็นอาหารที่สุก สะอาด ย่อยง่าย ง่ายต่อการเคี้ยวกลืน และมีเส้นใยสูงจากผักสด และการรับประทานผลไม้ควรปอกเปลือกออก เพื่อป้องกันสารตกค้าง การออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอ รักษาความสะอาดในช่องปาก ที่สำคัญการได้รับกำลังใจจากคนในครอบครัวและเพื่อน เป็นสิ่งที่สำคัญสำหรับผู้ป่วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ที่จะมีกำลังใจในการต่อสู้กับโรคต่อไป