ม.หัวเฉียวฯ แนะแนวหลักสูตรวิทย์สุขภาพ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/299747

ม.หัวเฉียวฯ แนะแนวหลักสูตรวิทย์สุขภาพ

ม.หัวเฉียวฯ แนะแนวหลักสูตรวิทย์สุขภาพ

วันศุกร์ ที่ 27 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 16.47 น.

มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ (มฉก.) แนะแนวศึกษาต่อหลักสูตรวิทยาศาสตร์สุขภาพใน 5 คณะวิชา ได้แก่ คณะการแพทย์แผนจีน คณะเภสัชศาสตร์ คณะเทคนิคการแพทย์ คณะกายภาพบำบัด คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ให้แก่คณะนักเรียนและคุณครูจากโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว โดยมี ผู้บริหาร คณาจารย์ และนักศึกษารุ่นพี่ต้อนรับ ณ อาคารเรียน มฉก. บางพลี เมื่อเร็ว ๆ นี้

นิตยสารMEฉลองครบรอบ9ปี มอบรางวัล13นักธุรกิจชั้นนำของเมืองไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/299419

นิตยสารMEฉลองครบรอบ9ปี มอบรางวัล13นักธุรกิจชั้นนำของเมืองไทย

นิตยสารMEฉลองครบรอบ9ปี มอบรางวัล13นักธุรกิจชั้นนำของเมืองไทย

วันพุธ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 16.18 น.

บริษัท มี (ประเทศไทย) จำกัด ผู้ผลิตนิตยสาร ME MAGAZINE Thailand (Market Evolution) ดำเนินธุรกิจก้าวเข้าสู่ปีที่ 9 และได้มีการจัดงานครบรอบ โดยคุณอาภาพิชา สุวรรณปาน กรรมการผู้จัดการ จัดงานในครั้งนี้ เพื่อเป็นขอบคุณลูกค้าที่ให้การสนับสนุนนิตยสารโดยดีมาตลอดระยะ 9 ปี  และนิตยสารได้พัฒนาและขยายการรองรับเข้าสู่โลกดิจิตอล เราได้เปิดตัว “MEMAG ONLINE” ผ่านเว็บไซต์ www.memagazine.co.th ภายใต้ชื่อชื่อบริษัท WORK WITH ME CO.,Ltd.

ในโอกาสพิเศษนี้ เราได้มีโอกาสมอบรางวัลพิเศษให้กับนักธุรกิจที่โดดเด่นในปี 2017 ภายใต้ชื่องาน ME AWARDS 2017 ในคอนเซ็ป Executive of Digital Transformation Process  เพื่อมอบรางวัลอันทรงคุณค่าให้กับนักธุรกิจแต่ละบริษัทที่มีทั้งองค์ความรู้-ความสามารถด้านการบริหารจัดการ มีคุณธรรม จริยธรรม ทั้งหมด 13 ท่าน ในแต่ละสาขาอุตสาหกรรมธุรกิจในเมืองไทย ภายใต้ ธีมงาน 9 years of advancement and sustainability

เราได้คัดเลือกสุดยอดนักบริหาร CEO เพื่อมอบรางวัลอันทรงเกียรติ เพื่อเป็นแรงและกำลังใจให้กับนักธุรกิจในประเทศไทย เพื่อเชิดชูเกียรติแก่บุคคลในวงการธุรกิจที่ประสบความสำเร็จเหล่านี้  และยังเป็นแรงบันดาลใจให้กับนักธุรกิจรุ่นใหม่ที่จะเป็นพลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทยและในอนาคต ซึ่งผลงานที่เราได้เคยจัดกิจกรรวม CEO Awards 2012 และ ME AWARDs 2015

ภายในงานได้รับเกียรติจาก ฯพณฯ ไคเม่ นัวลาร์ต  เอกอัครราชทูต เม็กซิโก ประจำประเทศไทย(H.E. MR. JAIME NUALART), Mr. Jan Scheer (Deputy Head of Mission and Head of the Economic Section)  สถานทูตเยอรมัน ประจำประเทศไทย, และดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิชอดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี เป็นเกียรติขึ้นมอบรางวัลให้กับสุดนักธุรกิจที่ได้รับรางวัล  ME AWARDS 2017 นี้

รายชื่อและรางวัลสำหรับ Me Awards 2017  13 ท่าน 13 สาขารางวัล

1.เฉลิมชัย มหากิจศิริ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร
CHIEF EXECUTIVE OFFICER OF PM GROUP CO.,LTD.
CHIEF EXECUTIVE OFFICER AND PRESIDENT OF THORESEN THAI AGENCIES PLC.
รางวัล CEO Of the Year Award” ซีอีโอแห่งปี

2.อดิศร์ พฤกษ์พัฒนรักษ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท อิตัลไทยอุตสาหกรรม จำกัด
รางวัล Operational Excellence Award ผู้มีความเป็นเลิศด้านการบริหารองค์กร

3.สุกัญญา จันทร์ชู General Manager Dusit Thani Bangkok
รางวัล Best Hospitality management Award ที่สุดแห่งการบริหารจัดการอุตสาหกรรมการให้บริการ

4.สุขเทพ จันศรีชวาลา PRESISENT AND CHIEF EXECUTIVE OFFICER
บริษัท มิตรแท้ประกันภัย (มหาชน)
รางวัล Best CEO of Success Award ผู้บริหารที่สร้างความสำเร็จให้กับบริษัท

5.พรพิมล ปักเข็ม CHIEF EXCUTIVE OFFICER  MATCH HOUSE CO.,LTD
รางวัล Women of Intelligence Award ผู้บริหารหญิงแห่งสติปัญญาและความรู้

6.อรรฆรัตน์ นิติพน FOUNDED AND CHIEF EXCUTIVE OFFICER OF MUSHROOM GROUP
รางวัล Rise of Creativity Award  บริหารสร้างสรรค์แห่งวงการ

7.ภาณุ โชคอภิรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  บริษัท ฟร้อนท์ไลน์ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
รางวัล Achieving Leadership Excellence Award ความเป็นเลิศด้านผู้นำสู่ความสำเร็จ

8.ธนา ลิมปยารยะ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร  เชนธนา ซัพพลีเมนท์ จำกัด
รางวัล Young Aspiring Entrepreneur Award ผู้บริหารรุ่นใหม่กับวิสัยทัศน์ที่ก้าวไกล

9. เกียรติศักดิ์ กีรติยากรสกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เค.พี.เอ็น. มอเตอร์คาร์
รางวัล Outstanding Entrepreneurship Award ผู้บริหารองค์กรที่มีผลงานโดดเด่นในวงการ

10.สายฝน เขียวเกิด ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เอส เจ เจ กรุ๊ฟ จำกัด
รางวัลผู้ CEO of Innovative Solutions Award บริหารธุรกิจแห่งนวัตกรรม

11.พงษ์ศักดิ์ มหัทธนสกุล WM Managing Director Pace Interior services CEO and Founder
รางวัล Best Constructive Award ผู้บริหารแห่งการออกแบบสร้างสรรค์

12. ณัฐวุฒิ พึงเจริญพงศ์  CO-FOUNDER AND CHIEF EXECUTIVE OFFICER OF OOKBEE VENTURE PARTNER AT 500 STARTUPS
รางวัล Emerging Startup Award  สตาร์ทอัพดาวรุ่ง

13.รณันธร พลชาติ  CHIEF EXECUTIVE OFFICER OF MY BAG SPA (THAILAND) CO., LTD. AND BAG REPUBLIC ASIA CO.,LTD.
รางวัล Most Active Passionpreneur Award นักบริหารที่ไม่หยุดทำตาม Passion ของตนเอง

ภายในงานมีการแสดงขอน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และร่วมถวายความอาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชฯ รัชกาลที่ 9 เพื่อให้พสกนิกรชาวไทยได้ซาบซึ้งกับพระอัจฉริยะภาพด้านดนตรีของพระองค์กันให้มากขึ้น ผ่านศิลปินจากทาง True Fantasia คุณธนษิต จตุรภุช (ต้น AF8) ขับร้องเพลง Blue Day, คุณณัฐฐ์ณัชชา นำเจริญสมบัติ (แอน AF 6) ขับร้องเพลง สายฝน และศิลปินกิตติมศักดิ์ แมน วทัญญู มุ่งหมาย ขับร้องเพลง พระราชนิพนธ์ “ความฝันอันสูงสุด”

พร้อมนักธุรกิจและเซเลบริตี้ชื่อดังของเมืองไทยที่เข้าร่วมงาน อาทิ มาร์ค ธาวิน, , แม่สาย ประภาสะวัต,  คุณหญิงอิสริยาภรณ์ ปัจฉิมานนท์, คุณหญิงโรส บริบาลบุรีภัณฑ์, รัญชา บริบาลบุรีภัณฑ์, วี มาร์, หม่อมไฉไล ยุคล ณ อธุธยา, อสิตา วิมลไชยจิต, บุญญาดา กฤติยะโชติกุล, อานันทเดชน์ อมาตยกุล, พิมพ์ชิน ภัคพัฒน์, เมย์ริสสรา จันทรรัตน์, สุนทรีย์ จันทร์ศรีชวาลา,วสวัตติ์ วัฒนาศิริสมบัติ, นิมา ชิราซี, ภัสส์กุญช์ สงวนณพรรค, ดร. จินดารัตน์ ชุมสาย ณ อยุธยา  เป็นต้น โดยงาน ME AWARDS 2017 ครั้งนี้จัดขึ้นเมื่อวันที่  2 ตุลาคม ณ โรงแรม ดุสิตธานี

เดอะมอลล์ เจทั่วทิศ กุศลจิตทั่วไทย รายได้สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/299225

เดอะมอลล์ เจทั่วทิศ กุศลจิตทั่วไทย รายได้สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก

เดอะมอลล์ เจทั่วทิศ กุศลจิตทั่วไทย รายได้สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก

วันพุธ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จทรงเป็นองค์ประธานเปิดงาน “เดอะมอลล์ เจทั่วทิศ กุศลจิตทั่วไทย” ซึ่งจัดขึ้นโดย บริษัท เดอะมอลล์ กรุ๊ป จำกัด ร่วมกับ บริษัท เมืองไทยประกันชีวิต จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยน้ำทิพย์ คอมเมอร์เชียล จำกัด, บริษัท กรีนสปอต จำกัด, บริษัท แดรี่พลัส จำกัด, บริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน) และบริษัท ยูนิ-เพรสซิเด้นท์ (ประเทศไทย) จำกัด ภายในงานปีนี้คัดสรรเมนูเจสุดพิเศษรังสรรค์ขึ้นโดยใช้ข้าวจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ รวบรวมอาหารเจต้นตำรับทั้งคาวหวานจากร้านอาหาร รวมทั้งยังมีการจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริ โดยมี ผู้บริหารเดอะมอลล์ และคณะกรรมการจัดงานรับเสด็จ ณ แกรนด์ฮอลล์ ชั้น จี เดอะมอลล์ บางกะปิ เมื่อวันที่ 19 ตุลาคม 2560 ที่ผ่านมา

โอกาสนี้ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ ทรงปรุงอาหารเจเมนู “ข้าวผัดแปดเซียนเสวยเจ” ซึ่งมีส่วนผสมได้แก่ ข้าวสีนิลและข้าวหอมมะลิ 105 หุงสุก น้ำมันเมล็ดชาไชโป๊วหวานสับหยาบ เห็ดออรินจิ เห็ดหอมทรงเครื่อง เต้าหู้ออร์แกนิกทอดพอเหลือง แครอท หน่อไม้ฝรั่ง พริกฝรั่งเขียว พริกฝรั่งแดง พริกฝรั่งเหลือง ถั่วแระญี่ปุ่น แปะก๊วย เกาลัดคั่วสุก และขึ้นฉ่ายซอยซึ่งอุดมไปด้วยกรดไขมันชนิดดี โอเมก้า 3 โอเมก้า 6 โอเมก้า 9 ช่วยลดระดับคอเลสเตอรอล ป้องกันหลอดเลือดตีบตัน ลดความดันโลหิต และลดความเสี่ยงในการเกิดโรคมะเร็งได้ โดยท่านได้ตรัสว่า ข้าวที่นำมาปรุงอาหารมีกลิ่นหอมมาก หุงได้ดี และการปรุงเมนูควรมีรสชาติกลางๆ ทานเค็มมากไม่ดีต่อสุขภาพ ควรเน้นผัก ผลไม้ ทั้งเห็ด แครอท พริกมีประโยชน์ต่อร่างกาย

หลังจากนั้นเสด็จทอดพระเนตรการจัดแสดงอาหารเจร่วมสมัยที่รังสรรค์ขึ้นโดยใช้ข้าว และวัตถุดิบจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริมารังสรรค์เป็นเมนูอาหารเจ ทรงสนพระทัยการสาธิตการทำเส้นบะหมี่สดเสฉวน ร้าน Chef Man, แปะก๊วยคั่วเกลือ ภัตตาคารเล่งหงษ์ By หมวย, โตฟูสเต็กเห็ด ร้านลีฟลีฟ, ข้าวผัดแปดเซียน ร้านหลิวเซียงฟง, ข้าวยำ ร้านครัวเบญจรงค์, หมี่ผัดกระเฉด ร้านครัวเจ๊ง๊อ, ซาลาเปาทุเรียน ร้านออมออม, ร้านขนมปังเจ้าอร่อยเด็ดเยาวราช, ขนมชั้นร้านหวานดำรงค์, ขนมต้มมะพร้าวอ่อน ร้านปุ๋ยเก่งเยาวราช และสินค้าจากร้าน ภัทรพัฒน์, ดอยคำ และโครงการหลวงที่มาจัดจำหน่ายภายในงาน รวมทั้งยังมีเมนูเจจากร้านชื่อดังที่ถูกคัดสรรอย่างพิถีพิถันจากทั่วประเทศกว่า 300 ร้านค้า

โดยรายได้จากการจัดงานส่วนหนึ่งทูลเกล้าฯ ถวายสมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และกองทุนโรคมะเร็งในเด็กในพระอุปถัมภ์ ของพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ รวมทั้งยังมีกิจกรรม “๙ นี้เพื่อให้ ก้าวไปตามรอยพ่อ”ทำบุญกับผัดหมี่ฮ่องเต้เจกระทะยักษ์การกุศล เพียงชุดละ 9 บาท หรือมากกว่าตามจิตศรัทธา รายได้จากการจำหน่ายโดยไม่หักค่าใช้จ่ายมอบให้ “มูลนิธิชัยพัฒนา” พิเศษในปีนี้ ยังได้ร่วมกับไลน์แมน (Line Man) เปิดให้บริการส่งอาหารเจแบบเดลิเวอรี่ ให้บริการที่เดอะมอลล์ทุกสาขา

งาน “เดอะมอลล์ เจทั่วทิศ กุศลจิตทั่วไทย” จัดขึ้นตั้งแต่วันนี้-28 ตุลาคม 2560 ณ อีเว้นท์ ฮอลล์ และแกรนด์ ฮอลล์ ชั้น จี เดอะมอลล์ทุกสาขา และวันนี้-25 ตุลาคม 2560 ณ อีเว้นท์ พอร์ท ศูนย์การค้า บลูพอร์ต หัวหิน

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จทรงเปิดงาน พร้อมทรงปรุงอาหารเจเมนู “ข้าวผัดแปดเซียนเสวยเจ”

พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ เสด็จทรงเปิดงาน พร้อมทรงปรุงอาหารเจเมนู “ข้าวผัดแปดเซียนเสวยเจ”
กิจกรรมผัดหมี่ฮ่องเต้เจกระทะยักษ์

กิจกรรมผัดหมี่ฮ่องเต้เจกระทะยักษ์
ข้าวผัดแปดเซียนเสวยเจ

ข้าวผัดแปดเซียนเสวยเจ

รณรงค์คนไทยห่างไกลโรคเบาหวาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/299237

รณรงค์คนไทยห่างไกลโรคเบาหวาน

รณรงค์คนไทยห่างไกลโรคเบาหวาน

วันพุธ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

โรคเบาหวาน หนึ่งในโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (Non Communicable Diseases, หรือ NCDs) โรคที่มีความสำคัญระดับโลก ซึ่งนานาชาติต่างให้ความสำคัญในการดูแล รณรงค์ เพื่อลดความชุกของการเกิดโรคเบาหวาน โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) ได้ระบุให้การหยุดการเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ป่วยเบาหวานเป็นเป้าหมาย 1 ใน 9 เป้าหมายของการดูแลกลุ่มโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ซึ่งประเทศไทยก็ให้ความสำคัญเช่นกัน โดยได้บรรจุให้โรคเบาหวานอยู่ในแผนยุทธศาสตร์ประเทศไทยสุขภาพดีวิถีไทย พ.ศ.2554-2563 และรวมไปถึง UNDP หรือโครงการพัฒนาแห่งสหประชาชาติได้ร่วมมือกับรัฐบาลไทย โดยการสนับสนุนการจัดกิจกรรมต่างๆ เพื่อป้องกันและควบคุม และรับมือกับโรคเบาหวาน

โรคเบาหวานเป็น โรคที่ซับซ้อนเนื่องจากมีปัจจัยหลายอย่างที่ส่งผลต่อการรักษาและดำเนินไปของโรคเริ่มตั้งแต่อาหาร การดำเนินชีวิต การเลือกใช้ยารักษา ทั้งนี้ เป้าหมายหลักสำหรับผู้ป่วยโรคเบาหวาน คือ การควบคุมระดับน้ำตาลให้ได้ตามเป้าหมาย เพื่อที่จะลด ชะลอ ความเสี่ยงการเกิดภาวะแทรกซ้อนที่มักตามมาภายหลัง เช่น ภาวะแทรกซ้อนทางไต เป็นต้น ดังนั้นการควบคุมดูแล ปัจจัยต่างๆ ดังกล่าวส่งผลให้มีการควบคุมระดับน้ำตาลได้ตามเป้าหมาย และได้ประโยชน์สูงสุดในการรักษา ซึ่งเป็นการช่วยลดค่าใช้จ่ายรักษาพยาบาลรวมถึงค่ารักษาภาวะแทรกซ้อน อีกด้วย เป็นที่มาว่าโรคเบาหวานเป็นโรคที่ต้องการความสนใจจากหลายภาคส่วนในการที่จะทำงานร่วมมือกัน เพื่อช่วยกันดูแลให้ความรู้ ส่งเสริม ป้องกันและลดอัตราความชุกของโรคเพื่อให้กับประชานชนทั่วไปรวมถึงส่งเสริมความรู้ความเข้าใจให้ผู้ป่วยเบาหวาน เพื่อสามารถควบคุมระดับน้ำตาลได้ตามเป้าหมาย ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการรักษา

จากข้อมูลดังกล่าวมา สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย และ บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย)จำกัด จึงให้การสนับสนุนการจัดกิจกรรม “วันเบาหวานโลก ประจำปี 2560” โดยสมาพันธ์เบาหวานนานาชาติ (International Diabetes Federation : IDF) และองค์การอนามัยโลก กำหนด ประเด็นในการรณรงค์ภายใต้แนวคิด Women and Diabetes -Our right to a healthy future ประเทศไทยได้กำหนดวันจัดงานขึ้น ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 ณ สวนวชิรเบญจทัศและสวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ

นายอุฟเฟ่อ โวล์ฟเฮชเชล ฯพณฯ เอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย กล่าวว่า สถานทูตมีความตั้งใจและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้มีโอกาสร่วมสนับสนุนการจัดงานเบาหวานโลก ปี 2560 ในครั้งนี้ วัตถุประสงค์หลักอย่างหนึ่งของทางสถานทูตฯ คือ การให้การสนับสนุนและความช่วยเหลือทางธุรกิจแก่บริษัทเดนนิช ที่สนใจลงทุนหรือทำธุรกิจในประเทศไทย รวมถึง บริษัท โนโว นอร์ดิสก์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) ผู้นำทางด้านเวชภัณฑ์ระดับโลก และเป็นผู้นำแห่งนวัตกรรมในการดูแลผู้ป่วยเบาหวาน ผู้นำเข้าผลิตภัณฑ์ยาอินซูลินที่ใหญ่ที่สุดจากประเทศเดนมาร์กและเชี่ยวชาญการดูแลผู้ป่วยโรคเบาหวาน โดยในปี 2560 นี้ เป็นการทำงานที่ต่อเนื่องด้วยความมุ่งมั่นที่จะสนับสนุนที่สอดคล้อง การเสริมและป้องกันโรคเบาหวาน ซึ่งสอดคล้องและเป็นไปในทิศทางเดียวกันกับทางกระทรวงสาธารณสุข เพื่อให้เกิดความยั่งยืนในการพัฒนาระบบสุขภาพต่อไป และเป็นที่มาของการสนับสนุนร่วมกันในการจัดกิจกรรมวันเบาหวานโลกในปี 2560 เป็นงานวิ่งและเดินเพื่อสุขภาพ

มร.มิไฮ อีริเมสซู และ อุฟเฟอร์ โวล์ฟเฮชเชล ออท.เดนมาร์ก

มร.มิไฮ อีริเมสซู ผู้จัดการทั่วไป บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า บริษัทโนโว นอร์ดิสค์ ฟาร์มา ดำเนินธุรกิจในประเทศไทยมายาวนานกว่า 30 ปี นอกจากการนำเข้าผลิตภัณฑ์อินซูลินรักษาโรคเบาหวาน มีการสนับสนุนให้มีเกิดการลงทุนการศึกษา ค้นคว้าต่างๆ นวัตกรรมยารักษาเบาหวาน (clinical trials) ในประเทศ อย่างที่ทราบว่า ภายในปี 2573 ไทยได้ กำหนดเป้าร่วมกันองค์การสหประชาชาติ (WHO) ในการรณรงค์ ป้องกัน ควบคุม และลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง (NCDs) ให้ได้ 1 ใน 3 ซึ่งโรคเบาหวาน เป็นหนึ่งในนั้น บริษัทฯ ตระหนักดี และรู้สึกร่วมรับผิดชอบที่จะให้การสนับสนุน ร่วมมือเพื่อที่จะผลักดันให้บรรลุเป้าหมายนี้ร่วมกัน โดยเฉพาะการเพื่อลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคเบาหวาน ซึ่งเป็นหนึ่งในพันธกิจหลักของ บริษัทที่ยึดถือในทุก ๆ ประเทศที่ได้ดำเนินธุรกิจ

“ปัจจุบันพบว่ามีประชากรไทยวัยผู้ใหญ่เป็นโรคเบาหวานสูงถึง 4.8 ล้านราย ซึ่งครึ่งหนึ่งของผู้ป่วยไม่ทราบว่าตัวเองเป็นโรคเบาหวาน และผู้ป่วยเบาหวานจำนวนมากมีภาวะแทรกซ้อนเกิดขึ้น เช่น ภาวะโรคไตวาย โรคหลอดเลือดสมอง เป็นต้น ก่อให้เกิดค่าใช้จ่ายอื่นๆ ตามมา บริษัทโนโวฯมีการทำงานร่วมกับและองค์กรต่างๆ ทั้งในและนอกประเทศทั่วโลก เพื่อรณรงค์ให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาจากโรคเบาหวานและความสำคัญของโรคในระดับนโยบาย เพื่อให้ทุกคนได้รับรู้และมองเห็นภาพสถานการณ์โรคเบาหวานในแบบเดียวกัน โดยคำนึงถึงภาวะเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม”

สำหรับการสนับสนุนการจัดงานกิจกรรม วันเบาหวานโลกประจำปี 2560 ในวันที่ 5 พฤศจิกายน 2560 สถานเอกอัครราชทูตเดนมาร์กประจำประเทศไทย และ บริษัท โนโว นอร์ดิสค์ฟาร์มา (ประเทศไทย) จำกัด หวังว่าเป็นอย่างยิ่งว่าจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยผลักดันและสนับสนุนให้คนไทยห่างไกลจากโรคเบาหวาน สามารถลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคเบาหวานได้ตามเป้าหมายที่ได้กำหนดไว้

DITP โชว์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพรฝีมือคนไทย

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/299239

DITP โชว์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพรฝีมือคนไทย

DITP โชว์นวัตกรรมผลิตภัณฑ์สมุนไพรฝีมือคนไทย

วันพุธ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

DITP นำสมุนไพรไทยและผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยที่มีนวัตกรรมและโดดเด่น จัดแสดงในนิทรรศการ Thai Herbal Life + Style Café ในงาน STYLE ที่เพิ่งปิดฉากลงไปเมื่อสัปดาห์ ที่ผ่านมา เพื่อเป็นไอเดียให้ผู้ชมงานนำไปพัฒนาและต่อยอดในเชิงธุรกิจ พร้อมเผยแพร่ผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสมุนไพรไทยทั้งที่เป็นอาหารเสริมสุขภาพและผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ให้เป็นที่รู้จักทั้งในและต่างประเทศ

นางจันทิรา ยิมเรวัต วิวัฒน์รัตน์ อธิบดีกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) กระทรวงพาณิชย์ เผยว่า สมุนไพร นอกจากจะเป็นภูมิปัญญาไทยแล้ว ยังเป็นทรัพยากรสำคัญของประเทศ รัฐบาลจึงได้กำหนดเป็นแผนแม่บทแห่งชาติว่าด้วยการพัฒนาสมุนไพรฉบับแรกขึ้น โดยมีเป้าหมายที่จะส่งเสริมให้สมุนไพรไทยทั้งระบบมีความยั่งยืน และเป็นพืชเศรษฐกิจ ซึ่งปัจจุบันผลิตภัณฑ์ที่ทำจากสมุนไพรไทยทั้งที่เป็นอาหารเสริมสุขภาพ และผลิตภัณฑ์เสริมความงาม ได้รับความนิยมในวงกว้าง โดยเฉพาะในภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก ซึ่งมีการขยายตัวสูงถึง 9.1% ต่อปี

ด้วยเหตุนี้ DITP จึงได้ให้ความสำคัญกับผลิตภัณฑ์สมุนไพร โดยจัดให้มีโครงการส่งเสริมสินค้าและบริการที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจ Wellness & Medical Services สู่ตลาดต่างประเทศ และจัดให้มีนิทรรศการส่งเสริมสมุนไพรไทยและผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมสมุนไพรไทยภายใต้ชื่อThai Herbal Life + Style Café ในงานแสดงสินค้าไลฟ์สไตล์ “STYLE” โดยนิทรรศการได้แบ่งพื้นที่จัดแสดงออกเป็น 4 ส่วน ได้แก่ พื้นที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์สมุนไพรนำร่อง 4 ชนิด คือ ขมิ้นชัน ไพล บัวบก และกระชายดำ พื้นที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่มีนวัตกรรม พื้นที่จัดแสดงผลิตภัณฑ์สมุนไพรที่ได้รับรางวัล หรือใบรับรองจากต่างประเทศ หรือวางจำหน่ายในต่างประเทศแล้ว และพื้นที่กิจกรรมพิเศษที่จัดขึ้นในรูปแบบคาเฟ่สมุนไพรและมีการจัดสวนสมุนไพรภายในคาเฟ่

“ภายในนิทรรศการ Thai Herbal Life + Style Cafe’ ได้นำเสนอสมุนไพรไทยและผลิตภัณฑ์สมุนไพรไทยที่มีนวัตกรรมหรือมีความโดดเด่น ทั้งคุณสมบัติ การวิจัยและพัฒนาต่อยอดโดยคนไทย จดสิทธิบัตรโดยคนไทยและเป็นที่ยอมรับ ได้รับรางวัลระดับโลก รวมทั้งมีกระแสตอบรับที่ดีในเชิงพาณิชย์ในตลาดโลก เรียกได้ว่า เป็นสมุนไพรไทยหรือผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมสมุนไทยที่มีความเป็นไทยเต็มตัว แต่ได้รับการยอมรับระดับโลก อาทิ สบู่สมุนไพรธรรมชาติ แบรนด์โพร์เทน ที่ทำจากธรรมชาติ ปราศจากสารเคมี น้ำหอม และสารกันเสีย ซึ่งปัจจุบันส่งออกไปจำหน่ายในต่างประเทศแล้ว เช่น จีน พม่า มาเก๊ามัลดีฟส์

ครีมขี้ผึ้งสมุนไพรลดอาการผื่นคันและครีมสมุนไพรผ่อนคลายกล้ามเนื้อแบรนด์ SAPAที่ใช้สารสกัดจากขมิ้นและไพลที่ช่วยลดอาการอักเสบของกล้ามเนื้อ ปัจจุบันส่งออกไปจำหน่ายที่จีนและรัสเซีย, สบู่รังไหมทองคำแบรนด์ Malailux ที่มีส่วนผสมของรังไหมทองคำบริสุทธิ์และสารสกัดจากเมือกหอยทาก

นอกจากนี้ ยังมีหมอนประคบร้อนสมุนไพรเพื่อสุขภาพที่ผลิตจากสมุนไพรไทยและวัตถุดิบธรรมชาติ 100% เพื่อลดอาการเมื่อยล้าจากการทำกิจกรรมต่างๆ และน้ำยาไล่ยุงประสิทธิภาพสูงแบรนด์ Barricare ซึ่งใช้นวัตกรรม PASAR ที่สามารถกักเก็บอนุภาคโมเลกุลขนาดเล็กของน้ำมันหอมระเหยจากสารสกัดสมุนไพรที่มีฤทธิ์ไล่ยุง ทำให้มีความเสถียร ทนต่ออุณหภูมิ ความชื้น แสงแดด และอากาศไม่เสื่อมง่าย”

ทั้งนี้ นิทรรศการได้รับความสนใจจากผู้เข้าชมงานค่อนข้างมาก เพราะได้รับทั้งความรู้ ความเข้าใจ ทราบถึงคุณประโยชน์ และการนำสมุนไพรไทยที่เป็นธรรมชาติและปลอดภัยต่อสุขภาพ อีกทั้ง สามารถนำไปพัฒนาและต่อยอดเป็นผลิตภัณฑ์ต่างๆ สำหรับการบำบัดและดูแลสุขภาพ เป็นการสร้างความเชื่อมั่นให้กับสมุนไพรไทยยิ่งขึ้น

สกว.เปิดตัวหนังสือเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/299220

สกว.เปิดตัวหนังสือเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพ่อ

สกว.เปิดตัวหนังสือเศรษฐกิจพอเพียงตามรอยพ่อ

วันพุธ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

สำนักงานกองทุนสนับสุนนการวิจัย(สกว.) จัดเสวนาเปิดตัวหนังสือ “ยั่งยืนจากประโยชน์สุข ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง” หนึ่งทศวรรษครึ่งแห่งการวิจัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง (2547-2559) ซึ่งจัดทำโดย ศาสตราจารย์ดร.อภิชัย พันธเสน ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 22 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์

หลังนักวิจัยได้รวบรวมองค์ความรู้จากงานวิจัยเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียง และผลการทำงานตลอดระยะเวลากว่า 15 ปี จนสามารถสร้างองค์ความรู้เกี่ยวกับแนวคิดและเครื่องมือในการน้อมนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ปฏิบัติได้จริงในวงการต่างๆ โดยเฉพาะในภาคเอกชนและวิสาหกิจชุมชน พร้อมกับการสร้างเครือข่ายนักวิจัย-นักวิชาการทั้งในและต่างประเทศที่ร่วมกันขับเคลื่อนการนำปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปปฏิบัติ

ทั้งนี้ เพื่อนำไปสู่เป้าหมาย 3 ประการ คือ (1) สนับสนุนการสร้างและขยายฐานความรู้ด้านเศรษฐกิจพอเพียง โดยต่อยอดความรู้จากฐานความรู้ที่มีมาแล้วให้เป็นความรู้ที่มั่นคง และสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้ในวงกว้าง เพื่อช่วยให้การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพและประสิทธิผล (2) เผยแพร่องค์ความรู้ที่ได้จากงานวิจัยสู่สาธารณะ เพื่อสร้างความเข้าใจ ถ่ายทอดและต่อยอดองค์ความรู้ ทั้งในการวางนโยบาย แผน และการปฏิบัติ (3) ประสานความร่วมมือทางวิชาการระหว่างหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และสร้างเครือข่ายทางวิชาการ สร้างเวทีแลกเปลี่ยนการเรียนรู้ระหว่างภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคเอกชน และภาควิชาการ รวมถึงการสร้างนักวิจัย เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงต่อไป

หนังสือ “ยั่งยืนจากประโยชน์สุข ด้วยเศรษฐกิจพอเพียง”

สำหรับเนื้อหาของหนังสือดังกล่าวประกอบด้วย บทที่ 1 การวิจัยและพัฒนาเพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในภาพรวม บทที่ 2 ทศวรรษแห่งการพัฒนางานวิจัยเศรษฐกิจชุมชน กับ สกว. บทที่ 3 โครงการวิจัยเพื่อจัดทำแผนที่เดินทางเศรษฐกิจพอเพียง บทที่ 4 งานวิจัยที่เกี่ยวเนื่องกับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงในภาคธุรกิจ บทที่ 5 การประยุกต์ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงเข้ากับภาคการศึกษา บทที่ 6 สู่ความสุขมวลรวมประชาชาติและสังคมประโยชน์สุข บทที่ 7 บทสรุปและข้อเสนอแนะการขับเคลื่อนในทศวรรษหน้า (2560-2569)

ศ.ดร.อภิชัย พันธเสน ผู้จัดทำหนังสือฯ กล่าวว่า แนวพระราชดำริของรัชกาลที่ 9 ทำให้เราอยู่ได้โดยไม่ถูกกิเลสครอบงำ จึงอยากให้ขับเคลื่อนแนวคิดนี้ในภาคธุรกิจ ซึ่งขณะนี้นักวิจัยก็ร่วมขับเคลื่อนไปได้มากพอสมควรแล้ว แต่อยากให้นายกรัฐมนตรีขับเคลื่อนในภาคราชการทุกระดับและใช้จ่ายงบประมาณด้วยความระมัดระวังตามรอยของพระองค์ รวมถึงเดินตามรอยในการมีชีวิตอย่างมีความสุขและทำตัวเป็นประโยชน์ต่อเพื่อนมนุษย์ ดังที่พระองค์ทรงงานหนักเพื่อประโยชน์สุขปวงประชาราษฎร์ตลอดมา นั่นคือความสุขของพระองค์ที่ได้อยู่ท่ามกลางประชาชน

ขณะที่ รศ.ดร.สุธีระ ประเสริฐสรรพ์ ผู้ประสานงานชุดโครงการเพาะพันธุ์ปัญญา สกว. ระบุว่าอยากเห็นการเปลี่ยนแปลงการศึกษาของไทยที่ยึดหลักพอประมาณและทางสายกลาง จุดสำคัญที่น่าเป็นห่วงคือ ภูมิคุ้มกันทางความคิดที่จะครอบคลุมอีกสองห่วงคือ มีเหตุผล และพอประมาณ เพราะถ้าขาดความคิดที่ดีจะเป็นตัวทำลายกิเลส ขาดสติปัญญาและเหตุผล นอกจากนี้ยังห่วงการศึกษาฐานข้างล่างที่เป็นเงื่อนไข เพราะความรู้ช่วยให้คนรู้ความเป็นไปของภายนอกและเท่าทันผู้อื่น ขณะเดียวกันก็ต้องมีปัญญาภายในหรือคุณธรรมด้วย จึงต้องสร้างการเรียนรู้ของเด็กให้มากขึ้น

ด้าน รศ.ดร.ปัทมาวดี โพชนุกูล รองผู้อำนวยการ สกว. ด้านวิจัยเชิงยุทธศาสตร์ กล่าวว่า ญี่ปุ่นเป็นตัวอย่างของสังคมแห่งความพอเพียง เพราะสอนให้เด็กรู้จักคิดวางแผนการใช้ชีวิตอย่างระมัดระวัง มีเหตุผลและเข้าใจตัวเอง ซึ่งเป็นประเด็นท้าทายของเด็กไทยและคนรุ่นใหม่ที่จะต้องมองหาทางออกใหม่ๆ เพื่อก้าวไปข้างหน้าและใช้นวัตกรรมมากขึ้นในชีวิต โดยอยู่บนฐานของความพอเพียงและปรับตัวให้อยู่ได้อย่างมั่นคงในโลกที่หมุนไปอย่างรวดเร็ว

ทั้งนี้ พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้เขียนคำนิยมแก่หนังสือนี้ว่าเป็นอีกก้าวของการขับเคลื่อนสังคมภูมิปัญญา และการพัฒนาความเจริญก้าวหน้าของประเทศ ด้วยหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในรูปแบบการทำวิจัยเพื่อนำไปใช้ได้จริง ทั้งในภาคธุรกิจ ภาครัฐ และภาคประชาชน เพื่อให้สามารถนำไปประยุกต์ใช้เป็นหลักในการดำเนินชีวิตและการปฏิบัติงานให้เกิดประโยชน์สุข

ผู้สนใจสามารถหาซื้อหนังสือได้ที่ในงานมหกรรมหนังสือระดับชาติ ครั้งที่ 22 ร้านหนังสือนายอินทร์ และร้านหนังสือ สกว.

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ…จากนักเรียนทุนของพ่อ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/299222

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ...จากนักเรียนทุนของพ่อ

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ…จากนักเรียนทุนของพ่อ

วันพุธ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรทรงตระหนักดีว่าในการพัฒนาชาติบ้านเมืองให้เจริญรุ่งเรืองได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยผู้มีความรู้ความสามารถในศาสตร์ต่างๆ ที่สำคัญจะต้องเป็นคนดี มีคุณธรรม มาช่วยกันพัฒนาประเทศ จึงควรส่งเสริมและสนับสนุนผู้ที่ใฝ่ในการศึกษาที่ได้แสดงความสามารถอย่างยอดเยี่ยมให้ได้มีโอกาสไปศึกษาวิชาการชั้นสูง ณ ต่างประเทศ โดยมีพระราชดำริให้ก่อตั้ง “ทุนอานันทมหิดล” ขึ้นเมื่อปี พ.ศ. 2498 และได้มีพระบรมราชวินิจฉัยให้เปลี่ยนสภาจาก “ทุน” เป็น “มูลนิธิ” ชื่อว่า “มูลนิธิอานันทมหิดล” เมื่อวันที่ 3 เมษายน 2502 ซึ่งปัจจุบันมีผู้ได้รับพระราชทุนและสำเร็จการศึกษากลับมาทำงานและมีส่วนร่วมในการพัฒนาประเทศอย่างมาก

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณดังกล่าว “เคทีซี” หรือ บริษัท บัตรกรุงไทยจำกัด (มหาชน) โดย พจนีย์พร ชำนาญภักดี ผู้อำนวยการทรัพยากรบุคคล จึงได้จัดกิจกรรมเสวนา “ด้วยสำนีกในพระมหากรุณาธิคุณ….จากนักเรียนทุนของพ่อ” โดยได้รับเกียรติจาก 4 นักเรียนทุนของพ่อ ดร.เจน ชาญณรงค์, ดร.กฤชชลัช ฐิติกมล, ผศ.ดร.วรภรรณ เรืองผกา และ ดร.ปัญญา แซ่ลิ้ม มาบอกเล่าถึงพระมหากรุณาธิคุณและการน้อมนำคำพ่อสอนมาใช้ในชิวิตประจำวัน ให้กับผู้บริหาร พนักงานและนิสิต นักศึกษาโครงการ Learn and Earn ในการทำความดีเพื่อน้อมถวายเป็นพระราชกุศล การนี้ได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์ กิตติคุณนายแพทย์จรัญ มหาทุมะรัตน์ ประธานชมรมผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดลร่วมงาน ณ ณ เคทีซี ป๊อป ชั้น บี 1 อาคารสมัชชาวาณิช 2

ดร.เจน ชาญณรงค์ ผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกวิทยาศาสตร์และวิศวกรรมศาสตร์ ปี พ.ศ. 2532 เผยความรู้สึกว่า การได้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล นับว่าเป็นความโชคดี เป็นมงคลชีวิต ของนักเรียนทุนทุกคน เพราะทุนนี้ไม่ได้มาด้วยการแข่งขัน แต่ได้มาด้วยการคัดสรร คัดเลือกและนักเรียนทุนทุกคนไม่มีใครรู้ตัวมาก่อน ซึ่งนอกจากจะเรียนดีแล้ว ยังจะต้องดูไปถึงพื้นเพครอบครัวของนักเรียนด้วย

“ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมาสิ่งที่ผมสังเกตได้คือ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ท่านไม่ค่อยพูดถึงสิ่งที่เป็นเทคโนโลยีล้ำสมัยมากนัก แต่ทรงนำเทคโนโลยี นวัตกรรมต่างๆ มาใช้ในรูปแบบที่เหมาะสมกับพื้นฐานของคนไทย ของประเทศไทย ทำให้ผมเข้าใจว่าสิ่งที่ประเทศหรือคนไทยต้องการอาจไม่ใช่วิทยาการล้ำหน้า แต่ต้องเป็นสิ่งที่สามารถประยุกต์ใช้ให้เหมาะสมกับปัจจัยพื้นฐานของประเทศ ใช้ง่าย เข้าใจง่าย ส่วนหลักการทรงงานที่นำมาใช้ในชีวิตประจำวันของผมคือ ความเพียร ในหลวง รัชกาลที่ 9 ทรงเป็นแบบอย่างในเรื่องของความเพียร ความอดทน ความมุ่งมั่นตั้งใจ ที่เห็นชัดเจนคือ เรื่องเศรษฐกิจพอเพียง กว่าที่คนไทยจะเข้าใจว่า เศรษฐกิจพอเพียงในความหมายของพระองค์ท่านคืออะไร ดีอย่างไร พระองค์ทรงอดทนที่จะสอนพวกเรา ทรงทำให้ดูเป็นตัวอย่างทรงรอเวลา อีกสิ่งหนึ่งคือความเป็นคนเก่งอย่างเดียวไม่พอ เราต้องเป็นคนดีด้วย”

ดร.กฤชชลัช ฐิติกมล ผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกธรรมศาสตร์ ปี พ.ศ. 2533 กล่าวว่า สิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงมีความมุ่งหวังในการพระราชทานทุนอานันทมหิดลนี้ นอกจากทรงต้องการส่งนักเรียนไปเรียนเพื่อหาวิชาความรู้แล้ว ทรงอยากให้พวกเราไปดูว่า เขาทำอะไร เขาทำอย่างไร และเขาทำสำเร็จได้หรือไม่อย่างไร เพื่อนำมาปรับใช้กับบ้านเรา

“สิ่งที่ผมยึดถือมาตลอดคือ หลักการทรงงานของในหลวง 23 ข้อ ที่ ศ.เกียรติคุณ นายแพทย์เกษม วัฒนชัย องคมนตรี ท่านได้รวบรวมสรุปไว้อย่างย่อๆ ทำให้เห็นว่า ในหลวง รัชกาลที่ 9 พ่อหลวงของเราทรงมีหลักคิด หลักปฏิบัติอย่างไร ซึ่งเราคนไทยสามารถนำมาใช้ หรือเดินตามรอยเท้าพ่อได้เลย อาจจะไม่ต้องทำทีเดียวทั้ง 23 ข้อ แต่ค่อยๆ ทำ ทีละข้อสองข้อ เพียรทำไป แล้วตัวเราก็จะดี บ้านเมืองของเราก็จะดี ที่ผ่านมาเราจะได้กันว่า “ทำดีเพื่อพ่อ” คนพูดกันเยอะเลย พูดอย่างเดียวไม่พ่อ แต่เราต้องลงมือทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้เห็นผล เหมือนที่พ่อทำมาตลอดพระชนม์ชีพ”

ศาสตราจารย์ กิตติคุณ นายแพทย์จรัญ มหาทุมะรัตน์ และ พจนีย์พร ชำนาญภักดี

ผศ.ดร.วรภรรณ เรืองผกา ผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกเกษตรศาสตร์ ปี พ.ศ. 2541 กล่าวว่า คิดว่าตนเองมีบุญที่ได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดล เพราะคิดอยู่เสมอว่าคนเก่งกว่าเรามีเยอะ แล้วทำไมเราจึงได้ ทุนพระราชทานนี้เป็นทุนให้เปล่าที่ไม่มีข้อผูกมัด นั่นยิ่งเป็นพระมหากรุณาธิคุณอย่างที่สุด ในวันที่จบการศึกษากลับมาได้เข้าเฝ้าฯ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เพื่อถวายรายงานผลการศึกษา ท่านทรงมีรับสั่งว่าวรภรรณ เป็นอาจารย์ใช่ไหม ขอให้เป็นอาจารย์ต่อไปนะ จากวันนั้นถึงวันนี้ก็รับใส่เกล้าใส่กระหม่อมมาตลอด ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ สุจริตและตั้งใจมาตลอด เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9

“ในการทำงานดิฉันไม่ได้สอนนักศึกษาเฉพาะวิชาในตำรา แต่พยายามที่จะสอดแทรกพระราชกรณียกิจ คำสอนของพ่อให้กับนักศึกษาด้วย เพราะดิฉันเองก็ตระหนักแล้วว่าสิ่งที่พระองค์ทรงทำไว้เป็นแบบอย่างนั้นดีแล้ว อยากให้คนรุ่นหลังได้รับรู้และนำไปปฏิบัติ เพื่อสร้างบุคลากรที่เป็นทั้งคนดี มีความรู้ความสามารถ โดยส่วนตัวได้มีโอกาสทำงานถวายให้กับโครงการปิดทองหลังพระ ทำให้เกิดความเข้าใจในหลักการทรงงานต่างๆ มากขึ้น โดยเฉพาะการทำงานที่ไม่เอาหน้า แต่เมื่อเราทำแล้วความดีหรืองานที่เราทำนั้นจะเป็นสิ่งที่ยืนยันการกระทำของเราได้เองโดย
ไม่จำเป็นต้องป่าวประกาศ และต้องทำหน้าที่ของตนด้วยความรับผิดชอบ ทำสิ่งที่เป็นประโยชน์แก่ส่วนรวมให้ได้มากที่สุด”

ดร.ปัญญา แซ่ลิ้ม ผู้รับพระราชทานทุนมูลนิธิอานันทมหิดล แผนกเกษตรศาสตร์ ปี พ.ศ. 2548 ถือว่าเป็นน้องเล็กที่เพิ่งสำเร็จการศึกษากลับมาได้เพียง 3 เดือน กล่าวว่า ตนเองเป็นเพียงคนธรรมดา อดีตเคยเป็นเด็กหลังห้อง แต่ด้วยต้องการแบ่งเบาภาระ
พ่อแม่ จึงตั้งใจเรียนถีบตัวเองให้มาเป็นเด็กหน้าห้อง การได้รับพระราชทานทุนอานันทมหิดลจึงนับเป็นสิ่งมงคลสูงสุดในชีวิตที่คนคนหนึ่งจะมีได้ อย่างที่หลายท่านทราบว่าทุนนี้เป็นทุนให้เปล่าไม่มีข้อผูกมัด เรียนจบแล้ว จะอยู่ต่างประเทศก็ได้เพราะมีโอกาสมากมาย แต่ต้องไม่ลืมว่าโอกาสที่ได้รับนั้นเพราะอะไร ในฐานะที่เราเป็นคนไทย เกิดแผ่นดินไทย เป็นลูกของพ่อหลวง เราต้องรู้จักกตัญญู รู้จักหน้าที่ จึงต้องยิ่งตระหนักให้มากที่สุดในการที่จะกลับมาทดแทนพระมหากรุณาธิคุณ ด้วยการทำประโยชน์ให้แก่บ้านเมืองด้วยวิชาความรู้ที่เรียนมาด้วยเงินของพ่อ

“ผมมีความมุ่งหวังสองสิ่ง จะทำอย่างไรนำความรู้ความสามารถมาทำให้แผ่นดินของพ่ออุดมสมบูรณ์ไปด้วยอาหารสัตว์น้ำ สานต่องานของพระองค์ สิ่งที่สอง ทำอย่างไรจะนำความรู้ความสามารถที่มีถ่ายทอดให้กับคนรุ่นหลัง ตอนนี้ก็จะทำหน้าที่อาจารย์พิเศษให้กับมหาวิทยาลัยต่างๆ เพราะผมเชื่อว่าการจะทำสิ่งใดต่อให้เรามีความรู้ความสามารถเพียงใดก็ไม่อาจทำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงได้ ในหลวง รัชกาลที่ 9 หรือพ่อหลวงของเราพระองค์ทรงเป็นแบบอย่างใน 3 ด้านของผม ที่คล้ายๆ กับพี่ๆ ที่ได้กล่าวมา ได้แก่ ความเพียรในการทำสิ่งใดถ้าเราเกิดความท้อถอย ยอมแพ้เราก็จะหยุดอยู่แค่นั้น แต่ถ้าเราอดทนทำต่อไปเราก็จะมีโอกาสที่จะเดินถึงจุดหมายที่ตั้งใจเอาไว้ สอง คือความสามัคคี อย่างที่บอกไปตอนต้นว่า การทำอะไรคนเดียวไม่เกิดผลสำเร็จได้ยาก และสาม ความยืดหยุ่น เช่นตำราที่เรียนมากับการนำมาใช้จริง บางอย่างไม่สามารถนำมาใช้ได้ทั้งหมด เราต้องรู้จักการปรับใช้ให้เหมาะสม”

ท้ายที่สุดนักเรียนทุนของพ่อทั้ง 4 คน เห็นพ้องต้องกันว่า สิ่งที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร, ในหลวง รัชกาลที่ 9, พ่อหลวง สุดแท้แต่ใครจะเอ่ยพระนามท่านด้วยความรักเทิดทูนบูชาสักเพียงใด ก็ไม่เท่ากับการลงมือทำ นำ “หลักคิด หลักธรรม”ของพระองค์ท่านมาใช้ เพราะท้ายที่สุดแล้ว ผลดีจะเกิดขึ้นกับตัวเรา ครอบครัว และประเทศชาติของเราด้วย นั่นถือว่าเป็นการตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านได้อย่างดีที่สุด

พิธีถวายสถานที่ประสูติ เฉลิมพระเกียรติฯ เป็นพุทธบูชาและถวายเป็นพระราชกุศล รัชกาลที่ 9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/299287

พิธีถวายสถานที่ประสูติ เฉลิมพระเกียรติฯ เป็นพุทธบูชาและถวายเป็นพระราชกุศล รัชกาลที่ 9

พิธีถวายสถานที่ประสูติ เฉลิมพระเกียรติฯ เป็นพุทธบูชาและถวายเป็นพระราชกุศล รัชกาลที่ 9

วันพุธ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

พิธีถวายสถานที่ประสูติ เฉลิมพระเกียรติฯ เป็นพุทธบูชาและถวายเป็นพระราชกุศล รัชกาลที่ 9

ณ วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอฯ กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ อ.ท่าตะโก จ.นครสวรรค์

วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ จัดพิธีถวายสถานที่ประสูติเฉลิมพระเกียรติเป็นพุทธบูชา และถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร พร้อมด้วยการทอดกฐินสามัคคีมหากุศล ประจำปี 2560 เพื่อนำไปจัดสร้างสถานที่ประสูติให้แล้วเสร็จสวยงาม โดยมีพระธรรมปาโมกข์ เจ้าคณะเขตดุสิตและเจ้าอาวาสวัดราชผาติการามเป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พลเอกเทพพงศ์ ทิพยจันทร์ปลัดกระทรวงกลาโหม เป็นประธานในพิธีและมีพุทธศาสนิกชน ร่วมงานเป็นจำนวนมาก เมื่อวันที่ 14 ตุลาคม 2560

ในการนี้ยังมีนายทหารชั้นผู้ใหญ่และแขกผู้มีเกียรติร่วมงาน อาทิ พล.อ.วิสุทธิ์ นาเงิน รองปลัดกระทรวงกลาโหม, พล.อ.พรรณนพ ศักดิ์วงศ์, พล.ท.นิรันดร สมุทรสาคร,พล.ท.เถลิงศักดิ์ พูลสุวรรณ, พล.ท.สราวุธรัชตะนาวิน, พล.ท.ทวี พฤกษาไพรบูลย์,พล.ท.ศิรศักดิ์ ยุทธประเวศน์, พล.ท.ยุทธพรหมพงษ์, พล.ต.สุพจน์ บูรณจารี, พล.ต.อิทธิพลสุวรรณรัตน์, พล.ต.ธัชวิญ ธงพุทธามนต์, สุมนาอภินรเศรษฐ์ รองประธานบริหารวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ เป็นต้น

โดยในช่วงเช้าเป็นพิธีถวายสถานที่ประสูติเป็นพุทธบูชาและถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ซึ่งวัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ มีจุดมุ่งหมายสำคัญในการสร้างสังเวชนียสถานทั้ง 4 แห่ง ประดิษฐานไว้เพื่อให้พุทธศาสนิกชนทุกคนได้มากราบสักการบูชาเกิดความสังเวชและสามารถเข้าถึงหลักธรรมอันประเสริฐของพระพุทธเจ้าได้ตามสมควรบารมีและพื้นฐานปรัชญาธรรมของแต่ละคน โดยอิงอาศัยพุทธจริยาของพระพุทธเจ้าในแต่ละสังเวชนียสถานเป็นพื้นฐานรองรับพุทธปรัชญาทั้งหมดเอาไว้

ทั้งนี้ การก่อสร้างสังเวชนียสถานแห่งการประสูติของมหาบุรุษจอมศาสดาผู้ยิ่งใหญ่คือองค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้านั้น วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ ยังได้ตั้งใจสร้างขึ้นเพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาตั้งแต่ปี 2554 มีลักษณะเป็นอาคาร 4 ชั้น ชั้นที่ 1 เป็นอาคารรับรองพระเถระ ชั้นที่ 2 เป็นห้องจัดแสดงนิทรรศการภาพเขียน ชั้นที่ 3 เป็นหอพุทธศิลป์ มีภาพสีน้ำมันเกี่ยวกับพุทธจริยาอันงดงามยิ่งขององค์พระศาสดาจำนวน 73 ภาพ ผลงานของ อ.นันทพงศ์ สินสวัสดิ์ ศิลปินอิสระและวิทยากรพิเศษประจำงานจิตรกรรมต้นแบบภาพปักศิลปาชีพ และชั้นที่ 4 เป็นสถานที่ปฏิบัติธรรมของชมรมกล้าธรรม…ต้นกล้าแห่งพุทธธรรม แต่ด้วยมีปัญหาติดขัดหลายประการทำให้การก่อสร้างไม่สามารถสำเร็จได้ตามเป้าหมายในวันที่ 5 ธันวาคม 2558 จนกระทั่งวันนี้สถานที่ประสูติ เฉลิมพระเกียรติฯได้สร้างสำเร็จแล้วในระดับหนึ่งจึงได้ประกอบพิธีถวายเป็นพุทธบูชาและถวายอานิสงส์ในการจัดสร้างถวายเป็นพระราชกุศลแด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

ในวันเดียวกันพุทธศาสนิกชนนำโดย พลเอกเทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ปลัดกระทรวงกลาโหม ได้จัดองค์กฐินสามัคคีมหากุศล มาทอดถวายพระภิกษุสงฆ์ที่จำพรรษาครบถ้วนตามประเพณีเนื่องในเทศกาลออกพรรษา โดยจะได้นำปัจจัยไปสมทบทุนการตกแต่งสถานที่ประสูติให้เสร็จสมบูรณ์ต่อไป

พล.ท.ยุทธ พรหมพงษ์, พล.ท.สราวุธ รัชตนาวิน,พล.ต.สุพจน์  บูรณจารี, พล.ท.นิรันดร์  สมุทรสาคร, พล.อ. เทพ
พงศ์ ทิพยจันทร์, พระธรรมปาโมกข์, พล.อ.วิสุทธิ์ นาเงิน, พล.อ.พรรณนพ ศักดิ์วงศ์, พล.ต.ธัชวิญ ธงพุทธามนต์, พล.ท. เถลิงศักดิ์  พูลสุวรรณ, พล.ท.ทวี พฤกษาไพรบูลย์ และ พล.ท.ศิรศักดิ์  ยุทธประเวศน์

พล.ท.ยุทธ พรหมพงษ์, พล.ท.สราวุธ รัชตนาวิน,พล.ต.สุพจน์ บูรณจารี, พล.ท.นิรันดร์ สมุทรสาคร, พล.อ. เทพ พงศ์ ทิพยจันทร์, พระธรรมปาโมกข์, พล.อ.วิสุทธิ์ นาเงิน, พล.อ.พรรณนพ ศักดิ์วงศ์, พล.ต.ธัชวิญ ธงพุทธามนต์, พล.ท. เถลิงศักดิ์ พูลสุวรรณ, พล.ท.ทวี พฤกษาไพรบูลย์ และ พล.ท.ศิรศักดิ์ ยุทธประเวศน์
พระธรรมปาโมกข์ มอบของที่ระลึกแก่ประธานในพิธี

พระธรรมปาโมกข์ มอบของที่ระลึกแก่ประธานในพิธี
พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ถวายผ้ากฐินแก่พระสงฆ์ที่จำพรรษาครบถ้วน

พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ ถวายผ้ากฐินแก่พระสงฆ์ที่จำพรรษาครบถ้วน
สุมนา อภินรเศรษฐ์ ปลูกต้นไม้เป็นที่ระลึกบริเวณสถานที่ประสูติ

สุมนา อภินรเศรษฐ์ ปลูกต้นไม้เป็นที่ระลึกบริเวณสถานที่ประสูติ
วินัย ศรีปิยะรัต, จิตรา หมีทอง,พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ และบุตรสาว, พ.อ. วีรพจน์-กนิษฐา สุภธีระ และ พ.ท.ดิศยศ ศรีเมืองวงศ์

วินัย ศรีปิยะรัต, จิตรา หมีทอง,พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์ และบุตรสาว, พ.อ. วีรพจน์-กนิษฐา สุภธีระ และ พ.ท.ดิศยศ ศรีเมืองวงศ์
พ.อ.หญิง อุษากรณ์ จันทรวงศ์, พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์,ธนิดา ธรรมนิมิต และ วีณา อุปัทยา

พ.อ.หญิง อุษากรณ์ จันทรวงศ์, พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์,ธนิดา ธรรมนิมิต และ วีณา อุปัทยา
พ.ต.(หญิง) สุกัญญา เจริญชัย, บุญญาพร สาคริก, สมนึก งามนิธิพร, พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์, พล.ท.สุวินัย นิภาวรรณ, สุชน วัฒนพงษ์วานิช และ ศิริรัตน์ ศรีเมืองวงศ์

พ.ต.(หญิง) สุกัญญา เจริญชัย, บุญญาพร สาคริก, สมนึก งามนิธิพร, พล.อ.เทพพงศ์ ทิพยจันทร์, พล.ท.สุวินัย นิภาวรรณ, สุชน วัฒนพงษ์วานิช และ ศิริรัตน์ ศรีเมืองวงศ์
พ.อ.หญิง อุษากรณ์ จันทรวงศ์,พ.อ.วีรพจน์ สุภธีระ,พล.ท.เถลิงศักดิ์  พูลสุวรรณ, สุมนา อภินรเศรษฐ์,พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ – ปราณี หอมอ่อน และ พ.ต.(หญิง) สุกัญญา เจริญชัย

พ.อ.หญิง อุษากรณ์ จันทรวงศ์,พ.อ.วีรพจน์ สุภธีระ,พล.ท.เถลิงศักดิ์ พูลสุวรรณ, สุมนา อภินรเศรษฐ์,พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ – ปราณี หอมอ่อน และ พ.ต.(หญิง) สุกัญญา เจริญชัย
พล.ท.เถลิงศักดิ์ พูลสุวรรณ และ สุมนา อภินรเศรษฐ์ โปรยข้าวตอกดอกไม้เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เครื่องบวงสรวง

พล.ท.เถลิงศักดิ์ พูลสุวรรณ และ สุมนา อภินรเศรษฐ์ โปรยข้าวตอกดอกไม้เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่เครื่องบวงสรวง
พล.ท.เถลิงศักดิ์  พูลสุวรรณ ถวายเครื่องบวงสรวง

พล.ท.เถลิงศักดิ์ พูลสุวรรณ ถวายเครื่องบวงสรวง
พล.ท.เถลิงศักดิ์  พูลสุวรรณ และ สุมนา อภินรเศรษฐ์ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงและถวายสถานที่ประสูติ

พล.ท.เถลิงศักดิ์ พูลสุวรรณ และ สุมนา อภินรเศรษฐ์ เป็นประธานในพิธีบวงสรวงและถวายสถานที่ประสูติ
พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ หอมอ่อน ทำหน้าที่พราหมณ์ประกอบพิธีบวงสรวงสถานที่ประสูติ

พล.ท.ณรงค์ฤทธิ์ หอมอ่อน ทำหน้าที่พราหมณ์ประกอบพิธีบวงสรวงสถานที่ประสูติ
ศรชัย ตั้งบุตราวงศ์,พล.ต.ต.วรินทร์ บุณยเกียรติ,ศกลวรรณ นันทมนตรี, พ.อ.หญิง อุษากรณ์ จันทรวงศ์, สุจริต นันทมนตรี, พระธรรมปาโมกข์, พล.ท.เถลิงศักดิ์  พูลสุวรรณ, สุมนา อภินรเศรษฐ์, จิตรา หมีทอง และ สมนึก งามนิธิพร

ศรชัย ตั้งบุตราวงศ์,พล.ต.ต.วรินทร์ บุณยเกียรติ,ศกลวรรณ นันทมนตรี, พ.อ.หญิง อุษากรณ์ จันทรวงศ์, สุจริต นันทมนตรี, พระธรรมปาโมกข์, พล.ท.เถลิงศักดิ์ พูลสุวรรณ, สุมนา อภินรเศรษฐ์, จิตรา หมีทอง และ สมนึก งามนิธิพร
พระครูวิจิตรศีลาภรณ์ และคณะศิษยานุศิษย์วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ

พระครูวิจิตรศีลาภรณ์ และคณะศิษยานุศิษย์วัดป่าสิริวัฒนวิสุทธิ์ ในพระองค์ฯ
พุทธศาสนิกชนพร้อมใจสวมชุดขาวมาร่วมในพิธี

พุทธศาสนิกชนพร้อมใจสวมชุดขาวมาร่วมในพิธี
นาฎยลีลาปูชนียสักการคณะศิษยานุศิษย์

นาฎยลีลาปูชนียสักการคณะศิษยานุศิษย์

คุณแหน : 25 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/299266

คุณแหน

Kunnae

คุณแหน : 25 ตุลาคม 2560

วันพุธ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll พรุ่งนี้ 26 ตุลาคม 2560 วันพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร จะเป็นวันที่คนไทยทุกคนจะไม่ลืมเลือน น้ำตาจะไม่แห้งจากแผ่นดิน แต่พระองค์ท่านจะทรงอยู่กับเรา ทั้งในมโนคติของเรา ในพระบรมฉายาลักษณ์ และจากการที่เราปฏิบัติตามคำสอนของพระองค์ท่าน เราต้องไม่ฟูมฟายจนเกินไป ให้พระองค์ทรงไม่สบายพระทัย ต่อจากนี้ไปเราก็ต้องทำหน้าที่คนไทยให้ดีที่สุดอย่างที่พระองค์ทรงหวังไว้…

ll พรทิพย์ กฤษณามระ และพี่น้องสกุลไชยะโท ขายบ้านที่เพลินจิต แบ่งกัน 5 คน ได้คนละเหยียบกว่าร้อยล้านเขียนไม่ผิดค่ะ…

ll พรเพ็ญ ศิลปสมัย ปลาบปลื้มยิ่งนักที่เธอมีพระบรมฉายาลักษณ์ของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ ในรัชกาลที่ 9 ประทับอยู่หน้าร้านสมัยศิลป์ หัวหิน ของคุณพ่อ ประดิษฐ์ ศิลปสมัย…

ll กฐินสามัคคีชมรมนิสิตเก่าจุฬาฯ ปี 2510 ณ วัดบวกครกหลวง อ.เมือง จ.เชียงใหม่ อาทิตย์ 29 ต.ค.นี้ เพื่อนรุ่นเดียวกันมุ่งหน้าสู่เชียงใหม่กันเป็นแถว…

ll สายธาร หงสกุล รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้เข้ารับของพระราชทานที่ระลึกสำหรับอาสาสมัครจิตอาสาเฉพาะกิจ ณ สถานทูตไทยในสิงคโปร์ 12 ตุลาคม 2560…

ll ขนาดหลังเจ็บ ต้องทำกายภาพ อัจฉรา เสริบุตร ยังตื่นตั้งแต่ตีสามครึ่ง นั่งแท็กซี่ไปลงสี่แยกบ้านหม้อ ประมาณตี 5เกือบถอดใจแล้วเพราะแถวไม่ขยับเลย เลยได้ชมนายกรัฐมนตรีนำขบวนข้าราชการ ราชรถของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช, สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินช้าๆ ตามราชรถพระบรมศพจนสุดสายตา ขบวนนายทหารกองเกียรติยศ นักเรียนวชิราวุธ นักเรียนราชินี และขบวนราชนิกุล ไม่เหนื่อย ไม่ร้อน ไม่ลำบากอย่างที่คิดไว้แต่แรกดีใจที่ไม่ถอดใจกลับบ้านก่อน ได้เห็นการซ้อมขบวนพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ ที่ชาตินี้เพิ่งเคยเห็นแต่ไม่อยากเห็นวันที่จะมีการถวายพระเพลิงที่ไม่เคยคิดว่าจะมาถึง เสร็จจากชมซ้อมใหญ่ก็เลยมีอันต้องเข้าโรงพยาบาลเข้ารับการผ่าตัดไส้ติ่งอักเสบ ปลอดภัยกลับบ้านแล้ว…

ll ขอเชิญสมาชิก The Wisdom ธนาคารกสิกรไทย ร่วมทริปสุดพิเศษ ไทยดำเนินดอย ตามรอยพระยุคลบาท พระจอมปราชญ์สู่ยอดดอย 17-19 พ.ย. ณ สถานีเกษตรหลวงอ่างขาง เชียงใหม่ สำรองที่นั่งด่วนที่ 09-14528444 (ราคาพิเศษ)…

ll พอลงจากเครื่องบินจากออร์ลันโด้สู่ กทม. วันที่ 31 ตุลาคม ไม่ถึง 24 ชั่วโมง อมรา ศิลปิกุล เตรียมจับเครื่องบินบินไปอุบลราชธานี เพื่อร่วมในงานกฐินที่วัดพระธาตุภูเขาเงิน อ.เขมราฐที่เธอและสามี ยุทธ จันทรา เป็นประธานทันที กลับจากอุบลฯก็จัดงานครบ 96 ปี ของคุณแม่ ม.ล.ปฤษถา ศิลปิกุล ในวันที่ 11 พฤศจิกายน ที่โรงแรมดุสิตธานีต่อก่อนที่โรงแรมจะปิดในต้นปีหน้า…ll

หนูภาฯ

พอเพียง เพียงพอ ยั่งยืน : ดวงใจราษฎร์ ปราชญ์แห่งเศรษฐกิจพอเพียง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/299267

พอเพียง เพียงพอ ยั่งยืน : ดวงใจราษฎร์ ปราชญ์แห่งเศรษฐกิจพอเพียง

พอเพียง เพียงพอ ยั่งยืน : ดวงใจราษฎร์ ปราชญ์แห่งเศรษฐกิจพอเพียง

วันพุธ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

“…เราประเทศไทยถ้าสามัคคีกันดี ช่วยเหลือซึ่งกันและกันในทางที่มีเหตุผล เราเองจะเป็นที่ตั้งของความมั่นคงผาสุกของราษฎรที่เป็นประชากรแห่งประเทศนี้เป็นตัวอย่างแก่มวลมนุษย์ มวลมนุษย์ก็มนุษยชาตินี่เอง และประเทศอื่นก็อาจเอาอย่างบ้าง ก็เกิดความไม่เบียดเบียนขึ้น ความอยู่ในโลกนี้อย่างสบายพอสมควรคือไม่ใช่หรูหรา ประเทศไทยเราจะอยู่ไม่ใช่อย่างทุกคนอยู่มีบ้านหรูหรากันทุกคนและร่ำรวยกันทุกคน แต่ว่าทุกคนก็พอมีพอกิน…”(พระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร พระราชทานแก่คณะกรรมการอำนวยการสันนิบาตมูลนิธิแห่งประเทศไทย ณ พระตำหนักจิตรลดารโหฐาน วันที่ 19 ธันวาคม 2518)

พระราชจริยวัตรและพระราชกรณียกิจทั้งปวงที่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ทรงปฏิบัติและพระราชทานเป็นแบบอย่างให้พสกนิกรไทยได้ประจักษ์มาตลอดระยะเวลาที่ทรงครองราชย์ คือเครื่องนำทางให้คนไทยมีชีวิตที่ร่มเย็นผาสุก และช่วยนำพาให้สังคมไทยมีความเข้มแข็งและเติบโตอย่างยั่งยืน

แนวพระราชดำริประการหนึ่งของพระองค์คือการดำรงชีวิตด้วยความพอเพียง เพราะความพอเพียงคือเงื่อนไขพื้นฐานสำคัญที่ทำให้มนุษย์สามารถพึ่งพาตนเอง และดำเนินชีวิตอย่างมีศักดิ์ศรี มีอิสระในการกำหนดชะตาชีวิตของตน

“…คนอื่นจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา จะว่าเมืองไทยล้าสมัย ว่าเมืองไทยเชย ว่าเมืองไทยไม่มีสิ่งที่สมัยใหม่ แต่เราอยู่พอมีพอกิน และขอให้ทุกคนมีความปรารถนาที่จะให้เมืองไทยพออยู่พอกิน มีความสงบ และทำงานตั้งจิตอธิษฐานตั้งปณิธาน ในทางนี้ที่จะให้เมืองไทยอยู่แบบพออยู่พอกิน ไม่ใช่ว่าจะรุ่งเรืองอย่างยอด แต่ว่ามีความพออยู่พอกิน มีความสงบ เปรียบเทียบกับประเทศอื่นๆ ถ้าเรารักษาความพออยู่พอกินนี้ได้ เราก็จะยอดยิ่งยวดได้…” (พระราชดำรัสของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถพบิตร พระราชทานแก่ผู้เข้าเฝ้าฯ ถวายพระพรชัยมงคล เนื่องในโอกาสเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย พระราชวังดุสิต วันที่ 4 ธันวาคม 2517)

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลิอดุลยเดชบรมนาถบพิตร ทรงเห็นว่าแนวทางการพัฒนาประเทศที่เน้นเพียงการขยายตัวทางเศรษฐกิจเป็นหลักแต่เพียงอย่างเดียว อาจก่อให้เกิดปัญหาตามมา จึงทรงเน้นในเรื่องการมีพอกินพอใช้ของประชาชนส่วนใหญ่ในเบื้องต้น เป็นสำคัญ เพราะเมื่อประชาชนมีพื้นฐานที่มั่นคงพอควรแล้ว ประเทศจะสามารถสร้างความเจริญ และมีฐานะทางเศรษฐกิจที่ดีขึ้นในที่สุด

ปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงที่ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลิอดุลยเดช พระราชทานแนวพระราชดำรินี้ คือแนวทางการดำเนินชีวิตของประชาชนไทยมายาวนานหลายทศวรรษ และเมื่อครั้งที่เกิดวิกฤตการณ์เศรษฐกิจ พ.ศ.2540 ประชาชนไทยได้ตระหนักว่าปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงคือเข็มทิศที่ช่วยให้สังคมไทยรอดพ้นจากหายนะ และสามารถดำรงตนอยู่ได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน แม้กระแสโลกาภิวัตน์และความเปลี่ยนแปลงต่างๆ จะถาโถมใส่สังคมไทยอย่างรุนแรงสักเพียงใดก็ตาม

หลักคิดปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ชี้ให้คนไทยทุกระดับ ตั้งแต่ประชาชนทั่วไป ถึงผู้กำหนดนโยบายของรัฐได้ประจักษ์ชัดถึงแนวการดำรงชีวิตและปฏิบัติตนให้เหมาะสม และสอดคล้องกับทางสายกลาง โดยเฉพาะการพัฒนาเศรษฐกิจเพื่อให้ก้าวทันกับโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วและส่งผลกระทบอย่างไร้ขอบเขต

ความพอเพียงที่ในหลวง รัชกาลที่ 9 พระราชทานเป็นแนวทางสำหรับการดำเนินชีวิตหมายถึง ความพอประมาณ ความมีเหตุผล และการมีภูมิคุ้มกันตัวเองที่เหมาะสม ซึ่งจะสามารถป้องกันและลดผลกระทบด้านลบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทั้งจากภายในและภายนอกประเทศ และที่สำคัญคือ ผู้ที่ยึดหลักความพอเพียงจะต้องมีความรอบรู้ มีความรอบคอบ และมีความระมัดระวังอย่างมาก ในการนำหลักวิชาการต่างๆ ไปใช้เพื่อวางแผนและการดำเนินการทุกขั้นตอน และที่สำคัญคือต้องเสริมสร้างพื้นฐานจิตใจของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าที่ของรัฐ
นักทฤษฎี และนักธุรกิจทุกระดับ ให้มีสำนึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และมีความรอบรู้ที่เหมาะสม เพื่อให้สามารถดำเนินชีวิตด้วยความเพียร ความอดทน มีสติปัญญา และมีความรอบคอบ เพื่อให้เกิดความสมดุล และพร้อมรับการเปลี่ยนแปลงที่รวดเร็ว รุนแรง และกว้างขวาง ในเรื่องวัตถุ สังคม สิ่งแวดล้อม และวัฒนธรรมในยุคที่โลกไร้พรมแดน

ผู้ที่ยึดถือตามแนวคิดเศรษฐกิจพอเพียงจะต้องมีคุณสมบัติ ดังนี้

ความพอประมาณ ถือหลักความพอดีไม่น้อยและไม่มากเกินไป ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น เช่น เน้นการผลิตและการบริโภคที่อยู่ในระดับพอประมาณกับสังคม

ความมีเหตุผล การตัดสินใจในเรื่องของความพอเพียงต้องมีพื้นฐานของหลักเหตุผล พิจารณาอย่างรอบคอบจากเหตุปัจจัยที่เกี่ยวข้อง แล้วคำนึงถึงผลที่คาดว่าจะเกิดตามมาหลังจากการกระทำ

ภูมิคุ้มกัน ต้องเตรียมตัวให้พร้อมรับผลกระทบและการเปลี่ยนแปลงที่จะเกิดขึ้นในทุกๆ ด้าน โดยต้องศึกษาความเป็นไปได้ของสถานการณ์ต่างๆที่อาจจะเกิดขึ้นในอนาคต

แนวพระราชดำริในการดำเนินชีวิตแบบพอเพียง

1.หลักความประหยัด ตัดทอนค่าใช้จ่ายในทุกด้าน ลดละความฟุ่มเฟือยในการใช้ชีวิต

2.ถือหลักการประกอบอาชีพด้วยความถูกต้องซื่อสัตย์สุจริต

3. ละเลิกการแก่งแย่งผลประโยชน์ และการแข่งขันทางการค้าแบบต่อสู้กันอย่างรุนแรงไร้จริยธรรม

4. ไม่หยุดนิ่งกับการหาหนทางให้ชีวิตหลุดพ้นจากความทุกข์ยาก ด้วยการพยายามใฝ่หาความรู้ เพื่อสร้างรายได้เพิ่มขึ้น โดยยึดหลักของความพอเพียงเป็นเป้าหมายสำคัญ

5. ปฏิบัติตนในแนวทางที่ดี ลดละสิ่งชั่ว และประพฤติตนตามหลักศาสนา

ทั้งนี้ สามารถชมนิทรรศการ ดวงใจราษฎร์ปราชญ์แห่งเศรษฐกิจพอเพียง ได้ที่ซุ้มแสดงนิทรรศการ ณ พระลานพระราชวังดุสิต ได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. โดยนิทรรศการจะนำเสนอพระอัจฉริยภาพด้านต่างๆ และพระราชกรณียกิจของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 9 มาจัดแสดงแบบนิทรรศการหมุนเวียน