เครือข่ายลดบริโภคเค็ม เตือนกินเจ ระวังเค็ม

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/299240

เครือข่ายลดบริโภคเค็ม เตือนกินเจ ระวังเค็ม

เครือข่ายลดบริโภคเค็ม เตือนกินเจ ระวังเค็ม

วันพุธ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เครือข่ายลดบริโภคเค็มห่วงใยประชาชน เตือนใช้ช่วงเทศกาลกินเจ ระมัดระวังเรื่องการรับประทานอาหารและระวังเครื่องปรุงรสที่มีรสเค็ม เพิ่มรสชาติอาหาร เน้นให้รับประทานโซเดียมในปริมาณที่พอดีจะทำคนไทยมีสุขภาพดีถ้วนหน้า นอกจากนี้ยังฝากถึงพุทธศาสนิกชนให้หันมาใส่ใจในการถวายอาหารแด่พระสงฆ์ลดปริมาณเค็มลง หลังจากพบว่ามีพระสงฆ์ป่วยเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง ( NCDS) มากขึ้น

ผศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ 

ผศ.นพ.สุรศักดิ์ กันตชูเวสศิริ ประธานเครือข่ายลดการบริโภคเค็ม เผยว่า ในช่วงของเทศกาลกินเจ ทางเครือข่ายบริโภคลดเค็ม ขอใช้โอกาสนี้รณรงค์ให้ประชาชนทั่วไป ลดปริมาณโซเดียมในอาหารที่ตนเองบริโภคแต่ละมื้อโดยเฉพาะเครื่องปรุงรสต่างๆ เมื่อรับประทานโซเดียมในปริมาณที่พอดี ก็จะทำคนไทยมีสุขภาพดีถ้วนหน้า สามารถประหยัดงบประมาณการรักษาพยาบาลของประเทศชาติได้มากขึ้น ทั้งนี้การบริโภคเกลืออและโซเดียมในระดับสูงเป็นปัจจัยที่ก่อให้เกิดความสูญเสียทางเศรษฐกิจถึงปีละ 78,976 ล้านบาทจากโรคหัวใจและหลอดเลือด หรือสูญเสียงบประมาณในการรักษาโรคเบาหวานกว่า 24,489 ล้านบาท และสูญเสียงบประมาณจากโรคไตวายระยะสุดท้ายกว่า 15,000 ล้านบาท

ทั้งนี้ ปัจจุบันค่าใช้จ่ายในการบำบัดทดแทนไตโดยการล้างไตทางช่องท้อง หรือการฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม เฉลี่ยประมาณ 240,000 บาทต่อคนต่อปีโดยค่าใช้จ่ายนี้ยังไม่รวมถึงค่าใช้จ่ายด้วยยา ค่าใช้จ่ายทางอ้อมอื่นๆ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ ต้องใช้งบประมาณในการล้างไตเป็นการเฉพาะ แยกจากงบบริการทางการแพทย์เหมาจ่ายรายหัว (Capitation) โดยในปีงบประมาณ 2558 สูงถึง 5,247 ล้านบาทและจะเพิ่มสูงขึ้นเป็น 6,318 ล้านบาท ใน พ.ศ. 2559 ซึ่งถ้ารวมงบประมาณ สำหรับบริการผู้ป่วยไตวายเรื้อรังในสิทธิอื่นๆ ได้แก่ สิทธิประกันสังคมและสวัสดิการข้าราชการแล้ว รัฐจำเป็นต้องใช้งบสูงกว่า 10,000 ล้านบาทต่อปี ทั้งนี้สังคมไทยในปัจจุบัน มีประชาชนป่วยด้วยโรคความดันโลหิตสูงตั้งแต่อายุ 15 ปีขึ้นไปเพิ่มสูงขึ้นในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา นอกจากนี้ ยังพบว่าอัตราการเข้าพักรักษาตัวในโรงพยาบาลด้วยโรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตวายเพิ่มขึ้นอย่างมาก และพบว่าการสูญเสียปีสุขภาวะจากโรคไม่ติดต่อหรือโรคเรื้อรังคิดเป็น 50% ซึ่งสูงกว่าโรคติดต่อถึง 3 เท่า

“คนไทยได้รับเกลือเฉลี่ยจากการรับประทานอาหาร10.8 กรัมต่อวันต่อคน คิดเป็นปริมาณเกลือโซเดียมที่ได้มากถึง 4,351.69 มิลลิกรัมต่อวันต่อคน ซึ่งแสดงให้เห็นว่าคนไทยได้รับเกลือในปริมาณที่มากกว่าปริมาณที่แนะนำต่อวันเกือบ 2 เท่าโดย 8 กรัมของเกลือนั้นมาจากเครื่องปรุงรส ส่วนอีก 2 กรัม ของเกลือมาจากแหล่งธรรมชาติ และ 0.8 กรัมของเกลือมาจากอาหารข้างทาง/หาบเร่/อาหารกินเล่น ซึ่งการที่ร่างกายได้รับโซเดียมในปริมาณที่สูงทำให้เกิดภาวะความดันโลหิตสูง

นอกจากนั้น ยังทำให้เกิดภาวะกล้ามเนื้อหัวใจห้องซ้ายหนา (Left ventricular hypertrophy) และเกิดการสะสมของผังพืดในกล้ามเนื้อหัวใจ และหลอดเลือด และยังมีผลกระทบโดยตรงต่อไต ซึ่งไตเป็นอวัยวะหลักที่ทำหน้าที่กำจัดโซเดียม โดยทำให้ไตเสื่อมเร็วขึ้นจากการทำงานหนักและโปรตีนรั่วในปัสสาวะ และความเสื่อมนั้นจะคงอยู่ตลอดไปแม้จะมีการลดปริมาณโซเดียมลงในภายหลัง ซึ่งล้วนแต่มีสาเหตุจากการได้รับเกลือและโซเดียมปริมาณสูง ดังนั้นการลดความดันโลหิตและโปรตีนในปัสสาวะ จะช่วยป้องกันลดการสูญเสียการทำงานของไตและภาวะแทรกซ้อนเป็นบ่อเกิดของโรคหัวใจและหลอดเลือด

การลดการบริโภคเค็ม จะต้องครอบคลุมไปถึงพระสงฆ์ด้วย โดยที่ผ่านมาอยากให้พุทธศาสนิกชนหันมาใส่ใจในการถวายอาหาร โดยประชาชนทั่วไปที่จะทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ ให้ระมัดระวังเรื่องการใส่บาตรพระ โดยเฉพาะอาหารที่จัดถวาย ควรเป็นอาหารที่ปรุงรสให้พอดี ไม่เค็มจัดหรือหวานจัดจนเกินไป โดยอาหารที่ต้องระมัดระวังเป็นพิเศษและเป็นอาหารที่นิยมถวายแด่พระสงฆ์ เช่น พวกอาหารแห้ง ประเภท บะหมี่กึ่งสำเร็จรูปรสต้มยำต่างๆ หรือรสหมูสับ จะเค็มมาก และก็จำพวกแหนม ปลากระป๋อง ส่วนพวกที่นิยมบริโภคแบบเป็นประจำ ก็จะเป็นแกงเขียวหวาน ไข่พะโล้ พวกผัดต่างๆพวกนี้จะมีความเค็มสูงต้องระมัดระวัง เพราะฉะนั้นหากท่านจะถวายอาหาร ท่านควรจะถวายอาหารที่ดีต่อสุขภาพ ถ้าเป็นไปได้ควรทำเอง ถือว่าให้พระสงฆ์ได้ฉันอาหารที่ดีต่อสุขภาพ และหวานมันเค็มน้อย ถ้าหากเราถวายอาหารที่มีความเค็มจัดหวานจัดโดยที่เรารู้เท่าไม่ถึงการณ์ จะส่งผลต่อปัญหาสุขภาพของพระสงฆ์ได้ ดังนั้นเราควรช่วยๆ กัน หากเป็นไปได้ ควรทำอาหารด้วยตนเองหรือไม่ก็บอกแม่ค้าว่าอาหารของพระสงฆ์ควรจะมีรสชาติอ่อนๆ หรือกำลังพอดีๆ และไม่หวานไม่เค็มไม่มันจนเกินไป รวมถึงอาหารของเด็กด้วยก็เป็นสิ่งสำคัญ”

ทั้งนี้ ขอย้ำถึงความสำคัญเกี่ยวกับการบริโภคเกลือ (โซเดียม) ปริมาณมาก ซึ่งเป็นสาเหตุสำคัญที่ทำให้เกิดโรคไม่ติดต่อเรื้อรัง นอกจากนี้กระทรวงสาธารณสุขยังมี นโยบายให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการขับเคลื่อนงานตามยุทธศาสตร์ลดบริโภคเกลือโซเดียมแห่งชาติ โดยกำหนดเป้าหมายหลักในการพัฒนาลดปัญหาโรควิถีชีวิตที่สำคัญ ได้แก่ ความดันโลหิตสูง หัวใจ หลอดเลือดสมองและไตเรื้อรัง ใน 4 ด้าน คือ ลดการเกิดโรค ลดภาวะแทรกซ้อนลดการตาย ลดภาระค่าใช้จ่าย นอกจากนี้ยังเพิ่มวิถีชีวิตพอเพียงใน 2 ด้าน คือ การบริโภคที่เหมาะสมและการออกกำลังกายที่เพียงพอ ซึ่งคาดหวังผลลัพธ์ของการพัฒนาว่าจะทำให้ประชาชนมีศักยภาพในการจัดการปัจจัยเสี่ยงและสภาพแวดล้อมที่ส่งผลกระทบต่อโรควิถีชีวิต ด้วยการรวมพลังขับเคลื่อนจากทุกภาคส่วนอย่างบูรณาการ สมดุล ยั่งยืน และเป็นสุข บนพื้นฐานของหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง ตามพระราชดำรัสของ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร

‘แสงแห่งรัก’ เพื่อพ่อพร้อมกันทั้งแผ่นดิน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/299022

‘แสงแห่งรัก’ เพื่อพ่อพร้อมกันทั้งแผ่นดิน

‘แสงแห่งรัก’ เพื่อพ่อพร้อมกันทั้งแผ่นดิน

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ธนาคารออมสิน จัดกิจกรรมจุดเทียน “แสงแห่งรัก” แสดงความไว้อาลัย ภายใต้โครงการแสงแห่งรัก เพื่อน้อมรำลึกวันคล้ายวันสวรรคต ครบ 1 ปี พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช โดยมีชาวไทยร่วมสร้างปรากฏการณ์แห่งความจงรักภักดีและสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ผ่านกิจกรรมในโครงการโดยพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ

กิจกรรมจุดเทียน “แสงแห่งรัก” โดยธนาคารออมสิน ได้รับพระกรุณาธิคุณจากพระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณเสด็จเป็นองค์ประธานในพิธี ณ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ โดยมี นายชาติชายพยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน และเซเลบริตี้แถวหน้าของเมืองไทยจรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา, ม.ล.เอวิตายุคล และ จารุเดช บุญญสิทธิ์ รับเสด็จ

นายชาติชาย พยุหนาวีชัย ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน เปิดเผยว่า ธนาคารออมสิน รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ชาวไทยทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ของโครงการแสงแห่งรัก ซึ่งเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมตั้งแต่วันที่ 3 ตุลาคม ที่ผ่านมา ทั้ง บทเพลง “แสงแห่งรัก” ซึ่งสามารถมีส่วนร่วมใน MV ในรูปแบบของตนเองเพื่อเก็บเป็นที่ระลึกหรือแชร์บนสื่อโซเชียลได้, การจุดเทียนแสงแห่งรักผ่านระบบออนไลน์ ทางเว็บไซต์ธนาคารออมสิน http://www.gsb.or.th และเฟซบุ๊คแฟนเพจ GSB Society ซึ่งหากนับจนถึงวันที่ 17 ตุลาคม นี้มีประชาชนทั่วประเทศเข้าร่วมกิจกรรมจุดเทียนออนไลน์แล้วกว่า 942,110 ราย (ยอดรวมของวันที่ 17 ตุลาคม 2560 เวลา 12.30 น.)

สำหรับกิจกรรมจุดเทียน “แสงแห่งรัก” เราเลือกจัดกิจกรรมในวันคล้ายวันสวรรคตพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช รัชกาลที่ 9 ในวันที่ 13 ตุลาคม 2560 ณ ธนาคารออมสินทั่วประเทศ เพื่อสื่อถึงความรัก ความห่วงใยที่พระองค์ทรงมีต่อพสกนิกรชาวไทยมายาวนานถึง 70 ปี และเปรียบดั่งแสงทองที่ส่องนำทางให้ชาวไทยทุกคนก้าวเดินต่อไปได้อย่างมั่นคง สำหรับกิจกรรม ณ ธนาคารออมสิน สำนักงานใหญ่ ธนาคารได้รับพระกรุณาธิคุณจาก พระเจ้าหลานเธอ พระองค์เจ้าอทิตยาทรกิติคุณ เสด็จเป็นองค์ประธานในพิธีจุดเทียน “แสงแห่งรัก” และการแปรอักษรของประชาชน เป็นรูปแสงเทียนแห่งรัก พร้อมทำการถ่ายทอดสดผ่านทางแฟนเพจGSB Society เพื่อให้ประชาชนทั่วประเทศได้ร่วมสัมผัสปรากฏการณ์แสงแห่งรักครั้งนี้ด้วย

สำหรับ จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ณ อยุธยา เผยว่า “จริงๆ จุ๋ยไม่เคยออกทุกข์เลยตลอดเวลา 1 ปีที่ผ่านมา ยังทำใจต่อการสูญเสียในครั้งนี้ไม่ได้เลย และด้วยความที่เราเติบโตมาในรั้วโรงเรียนจิตรลดา ภายในบริเวณวังจิตรลดาก็จะสัมผัสได้ถึงโครงการต่างๆ มากกว่า 100 โครงการ ที่พระองค์ท่านทรงเป็นผู้ริเริ่ม ทำให้เรารู้สึกว่าพระองค์ท่านกำลังทรงงานหนัก เพื่อให้พวกเราทุกคนมีความเป็นอยู่ที่สบายที่สุด เหมือนอย่างพระราชดำรัสตอนหนึ่งที่จุ๋ยนำมาเป็นหลักในการใช้ชีวิตคือ “เวลาที่ช่วยคน ให้ช่วยไปเถอะไม่ต้องหวังอะไร แม้แต่คำขอบคุณ” คือสอนให้เราแบ่งปันและมีน้ำใจกับทุกคนโดยไม่หวังสิ่งตอบแทน และเพื่อเป็นการตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน จึงอยากให้ชาวไทยทุกคนช่วยกันผลักดันประเทศให้เดินหน้าไปอย่างเต็มภาคภูมิ และยึดเอาพระราชกรณียกิจของพระองค์มาเป็นแนวทางดำเนินชีวิตค่ะ”

ฟอร์ด-จารุเดช บุญญสิทธิ์ บอกเล่าเรื่องราวและความรู้สึกเกี่ยวกับพระองค์ท่านในแง่มุมของตัวเองว่า “ผมจำภาพบรรยากาศของวันที่ 13 ตุลาคม เมื่อปีที่ผ่านมา ได้เป็นอย่างดี และจำได้ว่าตัวเองร้องไห้หนักมากตลอดทางกลับบ้านช่วงประมาณ 18.00 น.เพราะได้ยินข่าวการเสด็จสวรรคตของพระองค์ท่านผ่านทางรายการข่าว ที่สถานีวิทยุเปิดแถลงการณ์ของนายกรัฐมนตรีพอวันที่ 14 ผมก็เห็นชาวไทยหลั่งไหลไปรวมตัวอยู่บริเวณหน้าพระบรมมหาราชวัง ซึ่งผมมองว่าเป็นเรื่องดีที่คนไทยทุกคนรักในหลวงและมีความสามัคคีกัน ตอนที่เข้าไปกราบพระองค์ท่านด้านในนั้นรู้สึกว่าพระองค์ท่านยังอยู่กับเรา เรายังสัมผัสถึงพระองค์ท่านได้ ผมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านในทุกๆ ด้าน ทั้งพระปรีชาสามารถและพระราชกรณียกิจ และจะขอน้อมนำพระราชดำริของพระองค์ท่านในเรื่องของการทรงงานหนักมาเป็นแบบอย่างในการดำเนินชีวิต ผมจะทำตัวเองให้เป็นทรัพยากรที่ดี เพื่อประโยชน์สูงสุดของประเทศชาติ ต่อไปในอนาคต ผมอยากให้ทุกคนสามัคคีกัน และทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุดเพื่อพ่อของเราครับ”

เอม-ม.ล.เอวิตา ยุคล กล่าวถึงกิจกรรมแสงแห่งรักทิ้งท้ายว่า “ส่วนตัวแล้วรู้สึกใจหายต่อการเสด็จสวรรคตของพระองค์ท่าน เอมมีโอกาสเข้าไปกราบพระองค์ท่าน 2 ครั้ง ซึ่งทุกครั้งก็ยังรู้สึกเศร้าอยู่ แต่อยากให้คนไทยทุกคนน้อมนำคำสอนของพระองค์ท่านมาปรับใช้โดยเฉพาะเรื่องความพอเพียง ที่พระองค์ท่านทรงทำให้เห็นเป็นตัวอย่าง และอยากเชิญชวนให้ทุกคนเข้าร่วมกิจกรรมต่างๆ ในโครงการแสงแห่งรัก เพื่อเป็นการระลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่านด้วยกัน”

นอกจากนี้ ประชาชนชาวไทยยังสามารถร่วมกิจกรรมจุดเทียนออนไลน์ต่อได้จนถึงวันที่ 31 ตุลาคม 2560 และกิจกรรม “แสงแห่งรัก ตามรอยเท้าพ่อ” ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ 30 กันยายน 2561 ซึ่งเป็นการรวบรวมข้อมูลที่น่าสนใจของโครงการในพระราชดำริ พร้อมแสดงพิกัดบนแผนที่เมื่ออยู่ในบริเวณใกล้เคียง โดยประชาชนที่เดินทางไปเยี่ยมชมโครงการ สามารถถ่ายภาพตนเองในรูปแบบแสตมป์ออนไลน์เพื่อเก็บเป็นที่ระลึกและแชร์บนโซเชียลมีเดีย เพื่อกระตุ้นให้เกิดการเข้าเยี่ยมชมโครงการในพระราชดำริให้มากขึ้นอีกทางหนึ่ง

ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการแสดงความจงรักภักดีต่อ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้พร้อมกันทั่วประเทศ ผ่านทางเว็บไซต์ธนาคารออมสิน www.gsb.or.th และเฟซบุ๊คแฟนเพจGSB Society สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-2998000 ต่อ 010232 หรือ โทร.1115

จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา

จุ๋ย-จรสพรรณ สวัสดิวัตน์ ณ อยุธยา
เอม-ม.ล.เอวิตา ยุคล

เอม-ม.ล.เอวิตา ยุคล
ฟอร์ด-จารุเดช บุญญสิทธิ์

ฟอร์ด-จารุเดช บุญญสิทธิ์

สมทบทุนมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/299027

สมทบทุนมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมฯ

สมทบทุนมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมฯ

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ธนจิรากรุ๊ป ครบ 6 ปี ธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด ผู้นำเข้าและจัดจำหน่ายสินค้าไลฟ์สไตล์แฟชั่นที่มีชื่อเสียงของโลก นำทีมผู้บริหาร ธาดา อายุเกษม รองประธานฝ่ายบริหารทุนมนุษย์ กลุ่มบริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด และ ธนพงษ์ จิราพาณิชกุล ผู้ก่อตั้งและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ธนจิรา รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด มอบรายได้จากการประมูลภาพของ 8 ศิลปินดังอย่าง สมนึก คลังนอก, พลอย จริยะเวช ฯลฯ ที่ออกแบบงานศิลปะที่ได้แรงบันดาลใจจากแบรนด์ในเครือของธนจิรา ให้มูลนิธิมะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ เป็นจำนวนเงิน 300,000 บาท (โดยไม่หักค่าใช้จ่าย) โดยมี นพ.กฤษณ์ จาฎามระ ประธาน มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ และ เมนิกา สัจเดวผู้จัดการฝ่ายระดมทุน มูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ รับมอบ ณ มูลนิธิมะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ

ทั้งนี้ จากสถิติปัจจุบันแสดงให้เห็นว่า โรคมะเร็งเต้านมเป็นสาเหตุ การเสียชีวิตอันดับ 1 ของผู้หญิงไทยด้วยทรงห่วงใยผู้หญิงไทย สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ จึงทรงรับมูลนิธิศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติไว้ในพระบรมราชินูปถัมภ์ เพื่อเป็นที่พึ่งของผู้หญิงไทยโดยให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยมะเร็งเต้านมทั้งร่างกายและจิตใจ โดยมี นพ.กฤษณ์ จาฎามระ ศัลยแพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านโรคมะเร็ง ที่ทำงานในสหราชอาณาจักรเป็นเวลากว่า 30 ปี เป็นผู้ก่อตั้งศูนย์มะเร็งเต้านมเฉลิมพระเกียรติ ขึ้นในปี พ.ศ. 2550 เพื่อเป็นองค์กรสาธารณกุศลที่มีจุดมุ่งหมายในการช่วยเหลือผู้ป่วยและต้านภัยจากโรคมะเร็งเต้านม โดยแนวทาง “ป้องกัน รักษา และดูแล”

นอกจากนี้ มูลนิธิฯ กำลังสร้างศูนย์บำบัดและดูแลผู้ป่วยโรคมะเร็งเต้านมอย่างครบวงจรแห่งแรกในประเทศไทย ซึ่งประกอบด้วย ที่พักของผู้ป่วยระยะสุดท้ายสำหรับผู้ด้อยโอกาส ผู้ป่วยที่กำลังทำการรักษาแต่ขาดแคลนที่พักอาศัย ศูนย์กิจกรรมในระหว่างวันเพื่อผู้ป่วยและอาสาสมัคร ศูนย์การเรียนรู้และฝึกอบรม ตลอดจนศูนย์วิจัยและวินิจฉัยโรคมะเร็งเต้านมเพื่อผู้หญิงทุกคน

น้อมถวายดอกไม้จันทน์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/299024

น้อมถวายดอกไม้จันทน์

น้อมถวายดอกไม้จันทน์

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

กลุ่มทรู น้อมถวายดอกไม้จันทน์ โครงการ “ฉันเกิดในรัชกาลที่ ๙” สำหรับพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯแด่วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก 9,999 ดอก และวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ราชวรวิหาร 9,999 ดอก

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ผู้บริหารและพนักงาน บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) นำโดย นายวิเชาวน์ รักพงษ์ไพโรจน์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ด้านการพาณิชย์ (ที่ 7 จากซ้าย) และ นายอติรุฒม์โตทวีแสนสุข กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) ด้านปฏิบัติการ(ที่ 8 จากขวา) น้อมแสดงความไว้อาลัย และน้อมถวายพระราชกุศล แด่พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตรโดยถวายดอกไม้จันทน์ ตามโครงการ “ฉันเกิดในรัชกาลที่ ๙”ที่ผู้บริหารและพนักงานกลุ่มทรูร่วมใจกันประดิษฐ์ แด่วัดพระราม ๙ กาญจนาภิเษก 9,999 ดอก และ วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม ราชวรวิหาร 9,999 ดอก สำหรับใช้ในพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯต่อไป

ทอล์กสร้างแรงบันดาลใจ เปลี่ยนแนวคิด ชีวิตเปลี่ยน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/299023

ทอล์กสร้างแรงบันดาลใจ เปลี่ยนแนวคิด ชีวิตเปลี่ยน

ทอล์กสร้างแรงบันดาลใจ เปลี่ยนแนวคิด ชีวิตเปลี่ยน

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ภานุภน บุลสุวรรณ และ วีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์

ถึงเวลาเปลี่ยนมุมมองความคิดสำหรับโลกที่ไม่เคยหยุดนิ่ง โลกที่ไม่เหมือนเดิม ล่าสุด TEDxChulalongkornUโดยคณะพาณิชยศาสตร์และการบัญชี จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงาน TEDxChulalongkornU หนึ่งในงานทอล์กสร้างแรงบันดาลใจระดับโลก ปีที่ 3 ภายใต้แนวคิด “Strive Forward : The World is Changing, Are You?” โดยมีผู้ทรงคุณวุฒิจากหลากหลายสาขา ถ่ายทอดศิลปะแห่งการปรับมุมมองแนวคิด ปรับเปลี่ยนมุมมองของผู้ฟังจากโลกใบเดิม พร้อมเติมพลังบวกด้วยไอเดียใหม่ๆ เพื่อการเตรียมพร้อมสู่อนาคตที่ดีกว่า ณ โรงละครเคแบงก์สยามพิฆเนศ สยามสแควร์วัน

ส่วนหนึ่งของผู้ทรงคุณวุฒิที่ได้จุดประกายแนวคิดใหม่ๆ ได้อย่างน่าสนใจ เริ่มที่แพทย์หญิงนาฏ ฟองสมุทร ผู้ให้ความสำคัญด้านการดูแลผู้สูงอายุในไทย ที่ชวนผู้ฟังร่วม “เกษียณอย่างเกษม” เผยว่า “จากที่ปู่ย่าเคยดุลูกหลาน อย่าก้มหน้าก้มตาเล่นแต่โทรศัพท์มือถือ แต่วันนี้เสียงเตือนจากเฟซบุ๊คและไลน์ก็มาจากโทรศัพท์ของคุณปู่คุณย่า คนเกษียณ ต้องไม่คิดว่าตัวเองไร้ค่า เป็นเมล์ป้ายสุดท้าย จริงแล้วช่วงนี้เป็นโอกาสทอง เป็นจุดเริ่มต้นที่ทำอะไรใหม่ๆ สิ่งท้าทายที่ไม่เคยทำมาก่อนในช่วงทำงาน เลิกขังตัวเองอยู่ในบ้าน เลิกคิดว่าแก่ ออกนอกกรอบ เรียนรู้สิ่งใหม่ๆ เลิกวิตกกังวลว่าจะเป็นภาระลูกหลาน เพราะทุกวันนี้กว่า 90% ของครอบครัวไทย ก็ยังอยากจะอยู่ด้วยกัน ดูแลกันไป มีปู่ย่า พ่อแม่ ลูกหลานอยู่ด้วยกัน

ยิ่งปัจจุบันนี้ ลูกหลานก็ยิ่งไม่ต้องกลุ้มอกกลุ้มใจว่าจะดูแลให้ดีอย่างไร เพราะโลกที่เปลี่ยนไป มีตัวช่วยมาก ไม่ว่าจะเป็นการปรับเปลี่ยนสภาพบ้านให้เหมาะสมกับผู้สูงวัย ติดตั้งเทคโนโลยีบ้านอัจฉริยะ หรือการเข้าร่วมกิจกรรมนอกบ้าน ที่มีให้เลือกมากมาย ฟิตเนสฝึกสมองของผู้สูงอายุ ชมรมรำมวยที่สวนลุมพินี ชมรม OPPY หรือ Old People Playing Young Club คลับแห่งความสุขของผู้สูงวัยหัวใจไฮเทค ฯลฯ แค่คิดบวก ลืมความแก่ ทำกิจกรรมใหม่ๆ เพียงแค่นี้ ผู้เกษียณสุขกาย ลูกหลานสบายใจ ครอบครัวไทยอยู่อย่างแฮปปี้ และก้าวต่อไปได้อย่างยั่งยืน”

ส่วน อภิรัตน์ หวานชะเอม ผู้นำโปรเจกท์“บีคอน อินเตอร์เฟส” (Beacon Interface) นวัตกรรมที่มีคุณค่าต่อสังคม ที่เปิดแสงสว่างธุรกรรมการเงินแก่ผู้บกพร่องทางการมองเห็น ภายใต้แนวคิด I See You และได้รับรางวัลฟินเทคเฟสติวัลที่สิงคโปร์และซิตี้กรุ๊ปมาแล้ว เผยว่า “ปัจจุบันไทยมีคนตาบอดเฉพาะที่ขึ้นทะเบียนกว่า 200,000 คน คนสายตาเลือนรางมากกว่าคนตาบอดถึง 2 เท่า ถ้ารวมกับผู้สูงอายุที่จะมีมากถึง 20% ในปี 2564 จะทำให้คนไทย 100 คน มีผู้บกพร่องทางการมองเห็นถึง 22.3 คน

วันนี้ โมบาย เฟิร์สตอบโจทย์ชีวิตหลายด้าน และในไม่ช้าอาจมีแค่โมบาย โอนลี่(Mobile Only) โดยเฉพาะหน้าจอที่เป็นระบบสัมผัส ทำให้ผู้ที่บกพร่องทางการมองเห็นใช้ชีวิตได้ยากลำบากขึ้น วันนี้ บีคอน อินเตอร์เฟส จึงได้เกิดขึ้นด้วยการทำงานของการสั่งด้วยเสียงและระบบสั่น ไม่ต้องมองหน้าจอไม่ต้องให้บุคคลที่ 3 ได้รับรู้ข้อมูลส่วนตัว เป็นแพชชั่นของการสร้างงานที่มีคุณค่า ไม่ใช่เทคโนโลยีที่สร้างขึ้นเพื่อผลกำไร หรือเพื่ออำนาจในการแข่งขัน แต่เป็นแอพพลิเคชั่นที่ช่วยเติมเต็มความเป็นคน ความเท่าเทียมกัน ทำให้ชีวิตคนดีขึ้น สามารถพัฒนาสังคมได้อย่างเท่าเทียม ผมหวังว่า บีคอน อินเตอร์เฟส จะนำไปสู่สังคมที่เห็นความสวยงามของความต่าง จากนี้ I See You จะไม่ใช่การมองเห็นด้วยสายตาเพียงอย่างเดียว แต่เป็นการมองด้วยความรักและความเข้าใจ”

วิภาวี คุณาวิชยานนท์ ผู้ร่วมก่อตั้งDesign for Disaster องค์กรไม่แสวงหาผลกำไร ที่จะช่วยรับมือกับภัยพิบัติ กล่าวว่า “เพียงแค่เราเปลี่ยนมุมมอง ประยุกต์การใช้งานของสิ่งที่มีอยู่รอบตัว ก็ช่วยให้เรารับมือกับภัยพิบัติได้ เช่น เวลาเกิดน้ำท่วม กะละมังพลาสติกที่มีอยู่ในบ้านนำมาผูกรวมกัน ใช้ราวตากผ้าเป็นฐานและคลุมด้วยแหให้ยึดติดกัน ใช้แทนเรือและนำตะหลิวมาเป็นไม้พาย,โต๊ะเขียนหนังสือ แค่หงายโต๊ะ เปลี่ยนการใช้งานแทนเรือ ติดหางเสือเพิ่ม หรือขวดพลาสติกใส่น้ำ ที่มีทิ้งไว้ในบ้าน นำมารวมกันใส่แห ผูกด้วยเชือกฟางใช้แทนทุ่นลอยน้ำ และเชื่อว่าก้าวต่อไปสำหรับการรับมือภัยพิบัติ เพียงคุณเปลี่ยนมุมมอง นำของธรรมดาในบ้านมาดัดแปลงใช้ประโยชน์ และร่วมมือร่วมใจกันก็จะช่วยให้เราผ่านพ้นเหตุการณ์ต่างๆ ไปได้ค่ะ”

พรทวี หอมเสมอ แชมป์ขิมคุณพระช่วย4 สมัย และรางวัลพระราชทานศรทอง จาก พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เผยว่า “สิ่งที่ทุกคนทำได้เพื่อรักษาของดีอย่างดนตรีไทยให้อยู่คู่กับคนไทย ก็คือ การฟังดนตรีไทยด้วยหัวใจที่ให้โอกาส ให้ดนตรีไทยมีพื้นที่ในสังคม เปิดโอกาสให้คนรุ่นใหม่สามารถรักในแบบคนรุ่นใหม่ ซึ่งอาจมีการปรับแต่งให้ร่วมสมัย เล่นได้อย่างมีความสุขและส่งต่อคนรุ่นต่อไป เลิกตีกรอบว่าจะต้องเล่นดนตรีรูปแบบดั้งเดิม ที่ยาก ทำให้คนรุ่นใหม่ ไม่อยากเล่น หรือไม่อยากแม้แต่จะเข้าใกล้ และอยากให้สื่อทุกประเภท มีโอกาสสัมผัส หรือทำความรู้จักดนตรีไทยเสียใหม่ เพื่อสื่อภาพลักษณ์ว่าเป็นศิลปะที่บ่งบอกความเป็นชาติ ทรงคุณค่า มีท่วงทำนองสละสลวย แทนการสื่อว่าเป็นเรื่องเชย หรือเป็นแค่ความบันเทิงของคนรุ่นเก่า รุ่นคุณปู่ คุณย่าค่ะ”

วีระวัฒน์ ตริยเสนวรรธน์ และ ภานุภนบุลสุวรรณ 2 เชฟหนุ่มผู้หลงใหลในธรรมชาติและการปรุงแต่งอาหาร เผยเรื่องราว “เส้นทาง ของนักปรุง” ของทั้งคู่ว่า “เรา 2 คนต้องขอบคุณหมูจากหินลาดใน ที่ปกาเกอะญอ เพราะจากที่นั่นเราได้กินและปรุงอาหารจากเนื้อหมู ที่นำทุกส่วนมาใช้อย่างคุ้มค่า ทิ้งให้น้อยที่สุด เพื่อการอยู่ร่วมกันกับธรรมชาติได้อย่างยั่งยืน และยังได้เรียนรู้ว่าธรรมชาติสร้างสิ่งที่ดีที่สุดไว้แล้ว เหลือแค่เราซึ่งเป็นผู้ปรุง ผมเชื่อว่า แหล่งที่มาของอาหารมีความสำคัญและส่งผลต่อรสชาติแน่นอน ไม่ว่าจะเป็นดิน น้ำ ระบบนิเวศต่างๆ ผมใส่ใจในการเลือกวัตถุดิบโดยเฉพาะจากธรรมชาติและตามฤดูกาลให้มากที่สุด ผมไปตลาดทำความรู้จักกับวัตถุดิบท้องถิ่นและนำมาใช้ให้เป็นประโยชน์ การปรุงอาหารสำหรับผมนั้นเป็นแค่ผู้ส่งสาร หรือผู้นำสิ่งดีๆ จากธรรมชาติมาประกอบเข้าด้วยกัน ทุกวันนี้เรา 2 คน ก็ยังคงเดินทางไปยังชุมชนต่างๆทั่วประเทศ เพื่อพบปะกับชาวบ้าน ไปให้กำลังใจไปสร้างความภูมิใจในสิ่งที่เขามี ไปช่วยส่งเสริมและแก้ไขจุดเด่นและจุดด้อย รวมถึงเสริมสร้างความสัมพันธ์ระหว่างคนผลิตวัตถุดิบและคนประกอบอาหาร สำหรับพวกเราเรื่องกินเรื่องใหญ่แต่จะกินอย่างไรให้ดีต่อเราและดีต่อโลก”

ส่วน มีนา อิงค์ธเนศ นิสิตชั้นปีที่ 4 คณะนิเทศศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ตัวแทนคนรุ่นใหม่ กับคำถาม “A Lonely Guide for a Workaholic?” ผู้ค้นพบความจริงว่า ความสมบูรณ์ของชีวิตไม่ได้เกิดจากความสำเร็จเพียงอย่างเดียว แต่คือ ความสุขที่เกิดจากสมดุลชีวิต เผยว่า “มีนาชอบทำงาน เรียกว่าบ้างานก็ได้ ตอนนี้เป็นประธานฝ่ายนานาชาติสัมพันธ์ ในองค์การบริหารสโมสรนิสิตจุฬาฯ กรรมการงานฟุตบอลประเพณี ฯลฯ เพราะไม่ชอบอยู่นิ่ง และมีความเชื่อว่าความสำเร็จมีค่าเท่ากับความสุข มีนาจะรู้สึกว่าตัวเองมีคุณค่ามากๆ ก็เมื่องานของเราสำเร็จลุล่วง จนวันหนึ่งคุณแม่ชวนปาร์ตี้ร่วมกับครอบครัว แต่เราปฏิเสธไป มองว่าการสังสรรค์ของครอบครัวเป็นเรื่องเสียเวลา จนคุณแม่บอกว่าตลอดทั้งสัปดาห์ เราคุยกันไม่ถึงชั่วโมง ทำให้รู้สึกเสียใจที่มองเห็นเรื่องของเราสำคัญที่สุด ทั้งๆ ที่คนรอบข้าง คือคนที่รักเราและพร้อมจะเป็นที่พึ่งพา วันนี้เราเปลี่ยนมุมมองรู้เวลาไหนทำงานและเวลาส่วนตัว ความสำเร็จเป็นแค่ส่วนหนึ่งของชีวิต ไม่จำเป็นต้องอยู่ลำพัง แต่ความสำเร็จที่มีคนที่รักเราและคนที่เรารักอยู่เคียงข้างนั้น สามารถเกิดขึ้นได้ค่ะ”

ติดตามชมคลิปวีดีโอแบบเต็มๆ ในงาน TEDxChulalongkornU ย้อนหลังได้ทาง Youtube พิมพ์คำว่า TEDxChulalongkornU ตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2560 เป็นต้นไป

พญ.นาฏ ฟองสมุทร

พญ.นาฏ ฟองสมุทร

วิภาวี คุณาวิชยานนท์

วิภาวี คุณาวิชยานนท์
พรทวี หอมเสมอ

พรทวี หอมเสมอ
มีนา อิงค์ธเนศ

มีนา อิงค์ธเนศ

คุณแหน : 24 ตุลาคม 2560

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/299053

คุณแหน

Kunnae

คุณแหน : 24 ตุลาคม 2560

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

ll ตัวแทนราชวงศ์ทั่วโลก เสด็จฯร่วมงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันที่ 26 ต.ค.นี้ ซึ่งมีทั้งหมด 14 ประเทศ ได้แก่ สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินี แห่งเลโซโท, สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินี แห่งภูฏาน, สมเด็จพระราชาธิบดีและสมเด็จพระราชินี แห่งตองกา, สมเด็จพระราชินีซิลเวีย แห่งสวีเดน, สมเด็จพระราชินีแม็กซิมา แห่งเนเธอร์แลนด์, สมเด็จพระราชินีมาธิลด์ แห่งเบลเยียม, สมเด็จพระราชินีโซเฟีย แห่งสเปน,มกุฎราชกุมารเฟรเดอริก แห่งเดนมาร์ก, มกุฎราชกุมารฮากอนแม็กนุส แห่งนอร์เวย์, แกรนด์ดยุค กีโยม ฌอง โจเซฟ มารี รัชทายาท แห่งลักเซมเบิร์ก, รองสมเด็จพระราชาธิบดี แห่งมาเลเซีย และสุลต่านแห่งรัฐเประและพระชายา, ดยุกแห่งยอร์ก แห่งสหราชอาณาจักร, เจ้าชายอะกิชิโนะและพระชายา แห่งญี่ปุ่น, เจ้าหญิงมาร์คการเตา แห่งลิกเกนสไตน์ นอกจากนี้มีผู้นำและผู้แทนประเทศรวม 18 ประเทศ ที่มางานพระราชพิธีถวายพระเพลิง…

ll เตรียมตัวให้ร่างกายพร้อมสำหรับการร่วมเดินในริ้วขบวนวันงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร วันที่ 26 ต.ค.นี้ ม.ล.สุกุณฑีร์ จรูญโรจน์ เป็นหนึ่งในผู้แทนราชสกุลที่เข้าร่วมการซ้อมทุกครั้งจนแม่นยำในทุกก้าวของการเดิน…เพื่อนเก่าๆ ที่วารสารฯ ธรรมศาสตร์ส่งกำลังใจไปให้เพียบ…

ll เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พ่อหลวง ร.9 มีประชาชนหลายพันคนอุปสมบทในช่วงเวลานี้ ราเชนทร์ นาคจู วิศวกรของ ทอท.ก็เป็นหนึ่งในนั้น ขออนุโมทนาบุญด้วย…ส่วน ชัชชวัล รัตนโยธา ก็ส่ง น้องแก๊บ ลูกชายวัย 11 ปี บวชเป็นเณรน้อย ถวายเป็นพระราชกุศลแด่ พ่อหลวง ร.9 ระหว่างนี้เหมือนกัน เรื่องหลัง พล.อ.อ.วิโรจน์-วรรณา วงศ์วิเศษ คุณตา-คุณยายของเณรน้อยปลาบปลื้มมาก…

ll คุณหญิงณัฐิกา วัธนเวคิน อังอุบลกุล ประธานสภาองค์การพัฒนาเด็กและเยาวชนฯ (สอ.ดย.) นัดประชุมกรรมการชุดใหม่ เพื่อวางแผนพัฒนางานเพื่อเด็กและเยาวชนให้เป็นประโยชน์ต่อส่วนรวมมากที่สุด…

ll บางครั้งที่เห็นอาจไม่ใช่ ไทคูน ทนงศักดิ์ หุตานุวัตร ประสบทั้งความสำเร็จและอุปสรรคมาก็มาก แต่การรอคอยครั้งนี้ต้องมีความอดทนสูงสุด เพียงรอจังหวะการยื่นขอดิวตี้ฟรีเซอร์วิสเคาน์เตอร์ของกลุ่มที่สนามบินสุวรรณภูมิสำเร็จ เขาก็จะขึ้นชั้นเป็นระดับ “เจ้าสัว” ได้เลย …ระหว่างนี้ก็บริหารงานเอ็นเตอร์เทนเม้นท์คอมเพล็กซ์ SHOW DC ที่ย่านพระราม 9 บนพื้นที่ปลูกสร้างมหึมา ประกอบด้วยเวทีการแสดงไลฟ์หลายรูปแบบ, พื้นที่ขายปลีกสำหรับสินค้าแบรนด์เนมต่างๆ รวมทั้งสินค้ายี่ห้อดังของเกาหลีที่วัยรุ่นนิยมบินไปช็อป และยังมีแฟรนไชส์ร้านอาหารทั้งในและต่างประเทศอีกหลากหลาย…

ll หงุดหงิดอ่านว่าหงุดหงิด จนสัปดาห์ที่ผ่านมาท่านนายกรัฐมนตรีงดให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับเรื่องนี้ คือข่าวที่ทางการประกาศออกมาว่า Mark Zuckerberg ซีอีโอของโซเชียลเน็ตเวิร์คที่ใหญ่สุดในโลก Facebook จะเข้าเยี่ยมคำนับประชุมปรึกษาหารือกับท่านนายกฯในวันที่ 30 ต.ค.นี้ แต่ผ่านไปเพียงไม่กี่วันทาง Zuckerberg กลับออกมาแถลงว่าตนยังไม่มีกำหนดการที่จะมาเมืองไทยตามข่าว … เรื่องใหญ่ระดับอินเตอร์กลไกของรัฐพลาดแบบนี้ได้อย่างไร เช็คมาล่าสุดว่าเหตุเกิดเพราะระดับเสนาบดีเจ้าของเรื่องคุยในวงกาแฟกับสื่อมวลชนใกล้ชิดกันว่าเจ้าพ่อเฟซบุ๊คจะมาไทย เพื่อเข้าพบท่านนายกฯตามกำหนดการดังกล่าวขอให้สื่อเก็บเป็นความลับไว้ก่อนนะ !?!… ll

บารอนเนส

จัดเมนู‘อาหารที่พ่อสร้างเพื่อแผ่นดิน’ให้จิตอาสารอบสนามหลวง

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/299055

จัดเมนู‘อาหารที่พ่อสร้างเพื่อแผ่นดิน’ให้จิตอาสารอบสนามหลวง

จัดเมนู‘อาหารที่พ่อสร้างเพื่อแผ่นดิน’ให้จิตอาสารอบสนามหลวง

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

นายกสมาคมวารสารฯ มธ. และกก. ศศิกร ฉันทเศรษฐ์, เขมทัตต์ พลเดช นายกสมาคมวารสารฯ, ดร.อุลิชษา ครุฑะเสน

เพื่อน้อมรำลึกครบ 365 วันสวรรคตในหลวง รัชกาลที่ 9ครัวธรรมศาสตร์อาสา โดยสมาคมวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับศิษย์เก่า และประชาคมธรรมศาสตร์ จัดกิจกรรมถวายอาลัยครั้งที่ 2 ในโอกาสครบ 1 ปื แห่งการเสด็จสู่สวรรคาลัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ในชื่องาน “อาหารที่พ่อสร้างเพื่อแผ่นดิน” โดยปรุงอาหารจากพืชผักและผลผลิตตามโครงการพระราชดำริ เพื่อบริการแก่จิตอาสาเพื่อพ่อบริเวณรอบสนามหลวง เมื่อวันศุกร์ที่ 13 ตุลาคม 2560 ณ โรงครัวธรรมศาสตร์อาสา ด้านหอประชุมศรีบูรพา (หอเล็ก) มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ท่าพระจันทร์

เขมทัตต์ พลเดช นายกสมาคมวารสารศาสตร์ธรรมศาสตร์ นำคณะกรรมการสมาคมฯ ร่วมด้วยศิษย์เก่า และประชาคมธรรมศาสตร์เปิดงานการประกอบเมนูอาหารจากโครงการในพระราชดำริของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ภายใต้แนวคิด “เมนูที่พ่อสร้าง”ประกอบด้วยเครื่องคาว เช่น แกงจืดปรัชญาพอเพียง เพื่อแผ่นดิน, แอสพารากัส (หน่อไม้ฝรั่ง) ผัดกุ้ง หน่อชีวิตใหม่ที่พ่อให้, กุ้งกุลาดำอบวุ้นเส้น พัฒนาอาชีพการประมงปลานิลแดดเดียว โปรตีนพระราชทานเพื่อคนไทย, สลัดผักในสวนเกษตรบนดอยสูง สวนผักของพ่อสูงเสียดฟ้าเพื่อประชา ส่วนเครื่องหวาน และเครื่องดี่ม เช่น มันต้มขิง เมนูพ่อทำให้ดูเป็นตัวอย่าง จากโครงการชั่งหัวมัน, กล้วยน้ำว้า (สามัคคี) ต้มคลุกน้ำตาลน้ำมะเขือเทศ, เส้นทางสายไหมของลูกแม่มูลชาอู่หลงเย็น ชาเปลี่ยนชีวิตชาวไทยภูเขา

ต่อจากนั้น ทีมครัวธรรมศาสตร์อาสาได้แจกอาหารให้แก่จิตอาสาที่มาทำงานเพื่อพ่อ บริเวณรอบสนามหลวง เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่พ่อหลวงในดวงใจชาวไทย นับเป็นกิจกรรมวาระพิเศษ เป็นครั้งที่ 2 หลังจากครั้งแรก จัดขึ้นเมื่อวันที่ 5 ธันวาคม 2559 จัดสาธิต 9 เมนูโปรด “ในหลวง ร.9” เพื่อสานปณิธานกินอย่างพอเพียง โดยเชฟจิตอาสาและส่งมอบอาหารใส่ปิ่นโตพอเพียงให้บริการแก่จิตอาสาและหน่วยงานต่างๆ รอบสนามหลวง ซึ่งปฏิบัติงานอยู่ไกลจากโรงครัวจำนวน 69 เถา พร้อมนำ 9 เมนูที่ในหลวงรัชกาลที่ 9 โปรด แจกให้กับจิตอาสาที่มาให้บริการกับประชาชนรอบสนามหลวง โดยอาหารที่นำมาแจกหมดลงอย่างรวดเร็ว

‘Always our Beloved King’ นิทรรศการศิลปะเฉลิมพระเกียรติ ร.9

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/299029

‘Always our Beloved King’ นิทรรศการศิลปะเฉลิมพระเกียรติ ร.9

‘Always our Beloved King’ นิทรรศการศิลปะเฉลิมพระเกียรติ ร.9

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เพื่อน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร และแสดงความอาลัย พันธมิตรพลังสยาม (Siam Synergy) จัดงาน “Always our Beloved King” จัดแสดงนิทรรศการ “กระต่ายแห่งความเพียร” ผลงานประติมากรรมสัญลักษณ์ปีเถาะ จากจิตรกรอาเซียนชั้นนำ พร้อมผนึกกำลังอาจารย์ นักศึกษามหาวิทยาลัยศิลปากรสร้างสรรค์พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อเป็นการแสดงออกในความจงรักภักดี ระหว่างวันนี้ถึง 31 ตุลาคม ณ ทางเชื่อมวันสยามสี่แยกปทุมวัน

นิทรรศการ “กระต่ายแห่งความเพียร” ได้นำประติมากรรมกระต่ายอันหมายถึงปีเถาะ ซึ่งเป็นปีพระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร มาจัดแสดง ประกอบด้วยกระต่ายจำนวน 5 ตัว ได้รับการออกแบบเพ้นท์ลวดลาย โดยศิลปินอาเซียน ได้แก่ ผลงาน “เมตตาค้ำจุนโลก” (Grace of mercy) จากศิลปินชื่อว่า ปัญญา วิจินธนสาร มีความหมายว่า พระบาทสมเด็จพระปรมินทร มหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงดูแลความทุกข์สุขของพสกนิกร ด้วยน้ำพระทัยอันเปี่ยมล้นด้วยเมตตาธรรม สันติภาพจะเกิดขึ้นแก่มวลมนุษยชาติได้ก็ด้วยเมตตาธรรมเช่นเดียวกัน,ผลงาน “ปัญญาแห่งความไม่สิ้นสุด” (Infinitude Wisdom) จาก Tiarma Sirait และ Marintan Sirait ศิลปินอาเซียนประเทศอินโดนีเซีย,ผลงาน “สำหรับพระเจ้าอยู่หัว” (To The King) จาก PG Timbang ศิลปินอาเซียนประเทศบรูไน, “ภูเขาทองคำ” (Golden Mountain) จาก Mick Saylom ศิลปินอาเซียนประเทศลาว, “โลกแห่งความพิศวง” (The WonderWorld) จาก Katsu Shimmin ศิลปินอาเซียนประเทศญี่ปุ่น

นอกจากนี้มหาวิทยาลัยศิลปากรได้รวมพลังน้อมจิตสร้างสรรค์พระบรมสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร เพื่อเป็นการแสดงออกในความจงรักภักดี น้อมสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณที่มีต่อปวงชนชาวไทย มอบให้แก่ประชาชนโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และยังมีกิจกรรมสอนและสาธิตการปั้นดินเหนียวให้แก่ผู้สนใจอีกด้วยประชาชนที่สนใจสามารถรับบัตรคิวเพื่อรับพระบรมสาทิสลักษณ์ได้ในทุกวันเสาร์-อาทิตย์ เวลา 16.30- 20.00 น. ตลอดเดือนตุลาคมนี้

ถอดองค์ความรู้สถาปนิกงานพระราชพิธี จาก ‘ครูสู่ครู’ กับการส่งเสด็จฯ ร.9 อย่างงดงามสมพระเกียรติ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/299033

ถอดองค์ความรู้สถาปนิกงานพระราชพิธี จาก ‘ครูสู่ครู’ กับการส่งเสด็จฯ ร.9 อย่างงดงามสมพระเกียรติ

ถอดองค์ความรู้สถาปนิกงานพระราชพิธี จาก ‘ครูสู่ครู’ กับการส่งเสด็จฯ ร.9 อย่างงดงามสมพระเกียรติ

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

หนึ่งในองค์ประกอบที่สำคัญที่เป็นเบื้องหลังของพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร คือ เหล่าสถาปนิก ผู้ที่ทุ่มเทชีวิตอุทิศให้กับงานศิลปกรรม สถาปัตยกรรมไทย โดยกลุ่มคนเหล่านี้ล้วนได้รับการถ่ายทอดองค์ความรู้ทั้งศาสตร์และศิลป์ต่างๆ จาก “ครู” ผู้มีประสบการณ์ในฐานะผู้ส่งต่อความรู้จากรุ่นสู่รุ่น นับตั้งแต่ สมเด็จพระเจ้าบรมวงศ์เธอ เจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัติวงศ์ ผู้ออกแบบพระเมรุมาศ รัชกาลที่ 6สมเด็จครูของช่างทั้งปวง จนมาถึงพระพรหมพิจิตร ผู้วางรากฐานการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมไทยอย่างเป็นระบบ ผู้ออกแบบพระเมรุมาศ รัชกาลที่ 8และต่อเนื่องมายัง อ.ประเวศ ลิมปรังษี และ พล.อ.ต.อาวุธ เงินชูกลิ่น ครูผู้ให้โอกาสโดยทั้งหมดนี้เป็นเนื้อหาส่วนหนึ่งของนิทรรศการ “ศาสตรา สถาปัตย์ไทย : พระเมรุมาศ จุดเชื่อมจักรวาลและการออกแบบ” ที่จัดโดยศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ

ทรงวาด สุขเมืองมา ภัณฑารักษ์ อาวุโส ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบเผยว่า แม้ว่างานศิลปกรรม สถาปัตยกรรมไทยจะเป็นงานที่มีแบบแผนชัดเจน “แต่เราจะพบความคิดสร้างสรรค์ในงานศิลปกรรม สถาปัตยกรรมไทยทุกชิ้น โดยเฉพาะพระเมรุมาศ ที่ถือได้ว่าเป็นศูนย์รวมของศิลปวิทยาการหลากแขนงของไทยเข้าไว้ด้วยกัน” เพราะการส่งต่อองค์ความรู้จากครูสู่ศิษย์จะเป็นการส่งทอดความรู้ในกระบวน หรืองานไทยประเพณี ที่เป็นเสมือนกรอบสำหรับการทำงาน แต่ในส่วนรายละเอียดย่อย ผู้สร้างสรรค์ผลงานเติมแต่งความสวยงามในแบบฉบับของตนเองที่ไม่ออกนอกกรอบได้อย่างอิสระ ทำให้ศิลปกรรม สถาปัตยกรรมไทยมีความเคลื่อนไหวอยู่ตลอด แต่ก่อนที่ศิลปินจะมาถึงระดับที่สามารถสร้างสรรค์ผลงานได้แบบนี้ เหล่าศิลปินในฐานะลูกศิษย์ต้องผ่านการ“ฝึกมือ” จนชำนาญการ มีฝีไม้ลายมือในการสร้างผลงานที่ดี และผ่านการ “ฝึกตา” ให้มองความงามที่เป็นไปในทางเดียวกัน สามารถบอกได้ว่า งานชิ้นไหนสวย งานชิ้นไหนไม่สวย และต้องแก้ไขอย่างไรจึงสวย

นอกจากนี้ เหล่าสถาปนิกที่มีส่วนร่วมในการก่อสร้างสถาปัตยกรรมชั่วคราวในงานพระราชพิธีถวายพระเพลิงพระบรมศพฯ เปิดเผยว่า ศิษย์ที่ต้องการเป็นศิลปินทุกคนจะมีครู 2 ประเภทที่ไม่ได้สอนด้วยตำราหรือหนังสือ นั่นก็คือ “ครูที่เป็นงาน” และ “ครูที่เป็นคน” โดยครูที่เป็นงาน หมายถึง ชิ้นงานศิลปกรรม สถาปัตยกรรมต่างๆ ที่ต้องหมั่นสังเกตและพิจารณาในการฝึกตา เพื่อให้สามารถเข้าถึงหลักการมองความงามของชิ้นงาน รู้ถึงข้อผิดพลาดและวิธีแก้ไข ขณะเดียวกัน “ครูที่เป็นคน” จะเป็นผู้ทำหน้าที่ชี้นำศิษย์ ให้เห็นถึงทักษะที่โดดเด่นและสามารถพัฒนาต่อยอดได้ของศิษย์แต่ละคนที่แตกต่างกัน โดยครูจะมีสายตาที่แหลมคม สามารถมองทะลุถึงความถนัดของแต่ละคน ก่อนที่จะมอบหมายงานให้ตามความถนัดเพื่อให้เกิดทั้งความสบายใจและความรวดเร็วในการทำงาน ทั้งสององค์ประกอบเป็นการหล่อหลอมให้ศิลปินทุกคนมีทักษะ และประสบการณ์ทางด้านงานศิลปกรรม สถาปัตยกรรม จนสามารถสร้างสรรค์ผลงานได้อย่างประสบความสำเร็จ

ด้าน อ.ก่อเกียรติ ทองผุด นายช่างศิลปกรรมชำนาญการ กรมศิลปากร ผู้ออกแบบพระเมรุมาศ รัชกาลที่ 9 กล่าวว่า การได้เจอครูผู้ให้หรือถ่ายทอดความรู้ให้อย่าง พล.อ.ต.อาวุธ เงินชูกลิ่น หนึ่งในผู้ใหญ่ที่ทรงคุณค่าที่ทุกคนให้ความเคารพ ถือเป็นบันไดที่ลดระยะทางในการก้าวสู่ความสำเร็จ การได้เรียนรู้และร่วมทำงานกับ อ.อาวุธ ผู้ที่คอยดูแลอยู่ห่างๆ และคอยแชร์ความคิดกับผู้ร่วมงาน ขณะเดียวกันก็เป็นการทำงานแบบไม่ต้องกลัวผิดใดๆ นอกจากนี้ อ.พระพรหมพิจิตร ผู้วางรากฐานการศึกษาด้านสถาปัตยกรรมไทยอย่างเป็นระบบ ผู้ออกแบบพระเมรุมาศ รัชกาลที่ 8 เคยให้สัมภาษณ์ไว้ว่า ถึงแม้เมื่อสิ้น อ.พระพรหมไปแล้ว ก็ยังมีคนรุ่นใหม่ๆ มาสืบต่อการทำงาน สิ่งเหล่านี้ไม่มีวันขาดไปจากสังคมไทย ฉะนั้นแล้วการส่งองค์ความรู้เหล่านี้ไปยังคนรุ่นหลังจึงเป็นเรื่องสำคัญ เป็นการส่งต่อเปลวเพลิงที่สามารถนำไปจุดต่อได้สืบไป

ผู้สนใจสามารถติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ในนิทรรศการ “ศาสตรา สถาปัตย์ ไทย : พระเมรุมาศจุดเชื่อมจักรวาลและการออกแบบ” (Insight | Thai | Architecture)ไม่เสียค่าใช้จ่าย ตั้งแต่วันนี้-7 มกราคม2561 เวลา 10.30-21.00 น.ทุกวันอังคาร-อาทิตย์ (ปิดทุกวันจันทร์) ณ ห้องแกลเลอรี่ ชั้น 1 อาคารส่วนหลัง ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ อาคารไปรษณีย์กลาง บางรัก สอบถามข้อมูลเพิ่มเติม โทรศัพท์ 02-1057441

อ.อาวุธ เงินชูกลิ่น และ อ.ก่อเกียรติ ทองผุด

อ.อาวุธ เงินชูกลิ่น และ อ.ก่อเกียรติ ทองผุด
อ.ก่อเกียรติ ทองผุด นายช่างศิลปกรรมชำนาญการ กรมศิลปากร ผู้ออกแบบ
พระเมรุมาศ ร. 9

อ.ก่อเกียรติ ทองผุด นายช่างศิลปกรรมชำนาญการ กรมศิลปากร ผู้ออกแบบ พระเมรุมาศ ร. 9
ทรงวาด สุขเมืองมา ภัณฑารักษ์อาวุโส ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ

ทรงวาด สุขเมืองมา ภัณฑารักษ์อาวุโส ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ

‘หนูสิ-สิริรัตน’ชวน อิ่มเจ อิ่มใจ อิ่มบุญ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

http://www.naewna.com/lady/299021

‘หนูสิ-สิริรัตน’ชวน อิ่มเจ อิ่มใจ อิ่มบุญ

‘หนูสิ-สิริรัตน’ชวน อิ่มเจ อิ่มใจ อิ่มบุญ

วันอังคาร ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2560, 06.00 น.

เทศกาลกินเจปัจจุบันหลายคนหันมาให้ความสนใจ และนิยมรับประทานกันเป็นประจำทุกปีเพราะนอกจากจะเป็นการทำบุญโดยการละเว้นเนื้อสัตว์ถือศีลภาวนาแล้ว ยังได้สุขภาพที่ดีควบคู่ไปอีกด้วย ในปีนี้ หนูสิ-สิริรัตน เรืองศรี มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2010 ที่งดรับทานเนื้อสัตว์มากว่า 7 ปี ก็ไม่พลาดที่จะขอเชิญมาร่วม อิ่มเจ อิ่มใจ อิ่มบุญ ตลอด 9 วัน

หนูสิ-สิริรัตน เรืองศรี มิสไทยแลนด์เวิลด์ 2010เล่าให้ฟังว่า เธอเลิกทานเนื้อสัตว์หลังจากได้รับตำแหน่ง และตั้งใจเลิกทานเนื้อสัตว์ตลอดชีวิตเลย ซึ่งถือว่าได้ทำบุญโดยไม่เบียดเบียนชีวิตสัตว์ ปกติจะทานอาหารที่หาง่าย แค่เราไม่ใส่เนื้อสัตว์เฉยๆ แต่พอถึงช่วงเทศกาลเจจะชอบเป็นพิเศษ เพราะแต่ละร้านมีหลากหลายเมนูให้เลือกทานตามใจชอบ

“สิเองจะชอบทานอาหารที่รสชาติจัดจ้าน ร้านแบล็คแคนยอน ก็เป็นอีกร้านที่สิมารับประทานอาหารเจ เพราะมีทั้งอาหารและเครื่องดื่มกว่า 20 เมนูให้เลือกเยอะ และถ้ามากับเพื่อนที่ไม่ทานเจก็มีเมนูอื่นๆ ให้เลือกทานได้เหมือนกันส่วนข้อดีของการงดทานเนื้อสัตว์ที่สิได้กับตัวก็คือ ร่างกายได้หยุดพักที่ต้องทำงานหนักจากการย่อยเนื้อสัตว์มาตลอด ผัก ผลไม้ยังช่วยล้างพิษในร่างกายและทำให้ระบบขับถ่ายดีขึ้น และยังช่วยลดความเสี่ยงโรคร้าย อาทิ โรคคมะเร็ง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดและสมอง ไขมันอุดตันในเส้นเลือด วิตามินจะช่วยให้ผิวพรรณชุ่มชื้น

ส่วนโปรตีนจะเน้นพวกถั่วโดยเฉพาะถั่วเหลืองและหัวบุกที่ต้องมีเกือบทุกมื้อในแต่ละวัน ซึ่งโปรตีนจากถั่วมีประโยชน์ช่วยลดคอเรสเตอรอลและระดับกลูโคสในกระแสเลือดด้วย ถือว่าเป็นการทดแทนโปรตีนจากเนื้อสัตว์เพื่อให้ได้รับสารอาหารครบทั้ง 5 หมู่ เทศกาลกินเจปีนี้สิมีความตั้งใจที่จะปฏิบัติตามอย่างเคร่งครัด นอกจากที่ไม่ทานเนื้อสัตว์อยู่แล้ว การถือศีลสวดมนต์ภาวนาให้ครบ 9 วัน เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลแด่ในหลวง รัชกาลที่ 9 อีกด้วยเพราะเป็นสิ่งเล็กๆ ที่เราสามารถปฏิบัติได้ง่ายๆ และยังทำให้มีสุขภาพที่ดีด้วยค่ะ”