แหวกฟ้าหาฝัน : Porto Cathedral

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381763

แหวกฟ้าหาฝัน : Porto Cathedral

แหวกฟ้าหาฝัน : Porto Cathedral

วันอาทิตย์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

Porto Cathedral inside

นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบเดินทางโดยรถไฟสถานที่แรกที่จะได้สัมผัสเมื่อมาถึงเมืองต่างๆ ก็คือ สถานีรถไฟกลางเมืองนั้นๆ Porto เมืองอันดับสองของโปรตุเกสก็เหมือนเมืองใหญ่อื่นๆ ในยุโรปที่มีสถานีรถไฟใหญ่ 2 แห่ง โดยสถานีที่นักท่องเที่ยวที่เดินทางจากลิสบอนมาถึงก็คือ Sao Bento ส่วนอีกสถานีเล็กกว่าชื่อ Campanha สถานีรถไฟแห่งนี้เป็นสถานีที่ถูกดำริจะสร้างขึ้นตั้งแต่ 1864 เพื่อเป็นสถานีรถไฟกลางของเมือง ในที่สุดในปี 1887 เทศบาลเมืองก็ได้ตัดสินใจใช้ Benedict Convent เป็นสถานที่ก่อสร้างสถานีรถไฟกลางแห่งใหม่โดยมอบหมายให้ Jose Marques da Silva สถาปนิกชาว Porto เป็นผู้ออกแบบโดยได้รับอิทธิพลจากสถาปัตยกรรมของฝรั่งเศส ในช่วงเริ่มแรกนั้น เทศบาลให้ก่อสร้างส่วนของอุโมงค์เพื่อให้สถานีเป็นทางเชื่อมกับสถานี Campanha ก่อน

แท่นบูชาในโบสถ์

ส่วนของตัวสถานีเริ่มก่อสร้างทีหลังในปี 1900 โดยพระเจ้า Carlos ที่ 1 เป็นผู้วางศิลาฤกษ์ เนื่องจากสถานีรถไฟแห่งนี้จะเป็นหน้าตาของเมือง การออกแบบภายในจึงมีความละเอียดอ่อนและใช้กระเบื้องจากโรงงานที่ดีที่สุดของเมืองคือ Sacavem การก่อสร้างสถานีเป็นไปอย่างเชื่องช้า กว่าจะเปิดตัวได้ก็เข้าสู่ปี 1916 ต่อมาในปี 1988 รัฐบาลกลางต้องการให้สถานีแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลกจึงตัดสินใจปรับปรุงสถานีครั้งใหญ่ในปี 1992 นักท่องเที่ยวที่มีโอกาสมาใช้สถานีแห่งนี้จะพบว่า กระเบื้องตกแต่งที่บอกเล่าเรื่องราวชีวิตความเป็นอยู่ของชาว Porto ดั้งเดิมนี้มีความสวยงามเป็นเอกลักษณ์และน่าประทับใจสมกับความตั้งใจของรัฐที่จะให้ที่นี่ขึ้นทะเบียนเป็นมรดกโลก

บรรยากาศในโบสถ์

สำหรับนักท่องเที่ยวที่เป็นคาทอลิกหรือชื่นชอบเยี่ยมเยือนศาสนสถาน สถานที่ท่องเที่ยวที่มักต้องมาเยือนเมื่อไปตามเมืองใหญ่ๆ ก็คือ Cathedral หลายคนอาจสงสัยว่า Cathedral ต่างกับ Church อย่างไร Cathedral คือโบสถ์ขนาดใหญ่ซึ่งแต่ละเมืองมักมีแห่งเดียวเพราะเป็นที่ประทับของ Bishop ผู้ดูแลโบสถ์ทั่วทั้งเมือง ส่วน Church นั้น แต่ละเมืองจะมีกี่แห่งก็ได้เพราะเป็นสถานที่ประกอบกิจของชาวคริสต์นิกายคาทอลิก และโปแตสแตนท์ Porto เป็นเมืองหนึ่งที่เคยมีความสำคัญทางศาสนาอย่างมากและมี Bishop อยู่ ที่นี่จึงมี Cathedral ขนาดใหญ่อยู่ไม่ไกลจากสถานีรถไฟมากนัก

 Baptist of Chirst by John the Baptist

Porto Cathedral ที่ตั้งอยู่กลางเมืองนี้อันเป็นอนุสาวรีย์ที่เก่าแก่ที่สุดและมีความสำคัญที่สุดของเมืองแห่งนี้ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกตั้งแต่ราวคริสต์ศตวรรษที่ 5 และถูกใช้เป็นที่ประทับของบิชอปเรื่อยมา แม้ Porto Cathedral จะมีชื่อเสียงทางด้านสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์ แต่ในความเป็นจริงแล้วทั้งงานสถาปัตยกรรมและการตกแต่งภายในล้วนเป็นแบบผสมผสาน ทั้งนี้เพราะโบสถ์แห่งนี้ถูกต่อเติมและตกแต่งอยู่หลายศตวรรษในช่วงเวลาต่างๆ กันโดยเริ่มตั้งแต่คริสต์ศตวรรษที่ 12 เป็นต้นมา ในปี 1333 โบสถ์ได้เพิ่มส่วนของหอสวดมนต์ Joao Gordo ตามชื่อของอัศวินประจำพระเจ้า Dinis ที่หนึ่งโดยตกแต่งตามสถาปัตยกรรมแบบโกธิก หลังจากนั้นมาโบสถ์ก็ได้รับการตกแต่งตามแบบสถาปัตยกรรมแบบโกธิกเรื่อยมาจนถึงคริสต์ศตวรรษที่ 15 ที่เข้าสู่ยุคบาโรค Nicolau Nasoni สถาปนิกอิตาเลียนคนแรกของยุคบาโรคได้เป็นผู้ตกแต่งด้านหน้าทั้งสองข้าง รวมทั้งแท่นบูชาในหอสวดมนต์ นอกจากนี้ภายในโบสถ์ยังมีการตกแต่งด้วยหินอ่อนสีแดงเป็นรูปต่างๆ เช่น Baptist of Chirst by John the Baptist, The Life of Virgin Mary

Porto Cathedral ด้านนอก

โบสถ์ที่มีหอสูงสองด้านที่ถูกครอบด้วยหลังคากลมนี้ แม้ด้านหน้าบันจะปราศจากการตกแต่ง แต่ส่วนระเบียงที่ถูกสร้างแบบสถาปัตยกรรมแบบบาโรค และหน้าต่างรูปกุหลาบตามอย่างสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์กลับสามารถสร้างความประทับใจอย่างยิ่งยวดให้กับผู้พบเห็น ส่วนทางเดินจนถึงหน้าแท่นบูชาภายในซึ่งมีสถาปัตยกรรมแบบโรมาเนสก์และปกคลุมด้วยหลังคาโค้งที่ทำจากหินนี้ได้กลายเป็นต้นแบบของงานสถาปัตยกรรมโปรตุเกสในยุคต่อมา นักท่องเที่ยวที่ชื่นชอบงานสถาปัตยกรรมหลายๆ ยุคจึงควรให้เวลาในการพิจารณาสถาปัตยกรรมส่วนต่างๆ รวมถึงสิ่งละอันพันละน้อยในโบสถ์เพื่อดื่มด่ำกับโบสถ์ที่ใหญ่ที่สุด เก่าแก่ที่สุดและสวยงามที่สุดของเมือง Porto แห่งนี้

ประติมากรรมหน้าโบสถ์

เมือง Porto ถ่ายจาก Porto Cathedral

ตัวอย่างกระเบื้องที่สถานีรถไฟ Porto

กระเบื้องสถานีรถไฟ Porto

Porto Train Station

หนังสือเด่น : จะบริหารเงินต้องบริหารใจตัวเองก่อน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381776

หนังสือเด่น : จะบริหารเงินต้องบริหารใจตัวเองก่อน

หนังสือเด่น : จะบริหารเงินต้องบริหารใจตัวเองก่อน

วันอาทิตย์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เงินเป็นปัจจัยสำคัญในการดำรงชีวิตของมนุษย์มาทุกยุคทุกสมัย อย่างไม่มีอะไรเทียบเท่ามีอิทธิพลต่อชีวิตทั้งด้านบวกและด้านลบ เงินทำให้เราเป็นสุข แต่ในเวลาเดียวกันเงินก็สร้างทุกข์ให้กับเราไม่ใช่น้อย

พุทธศาสนา มองว่า เงินเป็นบ่าวที่ดี แต่เป็นนายที่เลว หากรู้จักใช้เงินย่อมเกิดผลดีและประโยชน์มากมาย แต่หากไม่ระวังและไม่รู้เท่าทัน จนปล่อยให้เงินเป็นนายเรา ให้เงินบงการเรา และเราปกป้องมันอย่างไม่หยุดหย่อน ซ้ำยังยอมทำชั่ว หรือแม้แต่ยอมตายเพื่อเงิน เราก็จะตกเป็นทาสเงิน ดังนั้นหากต้องการให้เงินเป็นบ่าวที่ดี ก็ต้องรู้เท่าทัน เห็นคุณเห็นโทษรอบด้าน และบริหารเงินให้เป็น

หนังสือ “ฉลาดบริหารเงิน สไตล์ ชาวพุทธ”ของ พระไพศาล วิสาโล เป็นหนังสือที่มูลนิธิเครือข่ายพุทธิกาได้รวบรวมคำบรรยายเรื่องการบริหารเงินให้กับพนักงานธนาคารแห่งหนึ่ง ซึ่งถึงแม้ว่าท่านจะเป็นพระแต่ได้ให้ข้อคิดและคำสอนในการบริหารเงินอย่างเป็นรูปธรรมและได้ให้คำแนะนำและวิธีปฏิบัติที่เข้าถึงจิตใจฆราวาสอย่างเราๆและสามารถนำไปเป็นแนวทางในการบริหารเงิน โดยนำหลักคำสอนของพระพุทธเจ้ามาเป็นหลักในการใช้เงินได้อย่างดียิ่ง

เรื่องราวจะเริ่มต้นด้วยที่มุมมองศาสนาพุทธต่อเงินทอง การเป็นบ่าวที่ดี และนายที่เลวของเงิน ในเนื้อหา ทำให้แก้ความเข้าใจผิดที่ว่าพุทธศาสนาสอนให้คนปล่อยวางเรื่องเงินทองนั้นเป็นการเข้าใจที่คลาดเคลื่อน เงินเป็นภัยกับเพศบรรพชิต แต่เป็นสิ่งจำเป็นสำหรับคฤหัสถ์ และต้องรู้จักทำตนเป็นนายของเงิน เห็นประโยชน์ต้องรู้เท่าทันโทษของมันอย่ามัวตามหาเงินจนสูญเสียสิ่งอื่นๆ ในชีวิตไป

ในเล่มเกริ่นนำด้วยคำสอนของพระพุทธเจ้าเกี่ยวกับเรื่องเงิน คือการแบ่งทรัพย์ให้เป็น และควรแบ่งทรัพย์ออกเป็นสี่ส่วน โดยใช้เลี้ยงตนเอง ทำประโยชน์ต่อผู้อื่น ลงทุนประกอบการงาน และเก็บไว้ใช้ยามจำเป็น นอกจากเรื่องบริหารเงินแล้วต้องรู้จักบริหารใจ ต้องฝึกตัวเองให้รู้เท่าทันความอยากสิ่งกระตุ้นเร้าต่างๆ จากสื่อที่มีอยู่ท่วมตัว ทำให้เกิดความอยากโดยเฉพาะมาจากเทคโนโลยีสมัยใหม่ที่ทำให้เสียทั้งเงินและเวลา รู้จักการกำจัดจุดอ่อนและรู้เท่าทันตัวเองควบคุมตัวเองให้ใช้แต่เรื่องจำเป็น

สิ่งสำคัญที่สุดเป็นหัวใจของหนังสือเล่มนี้คือว่า เราจะทำอย่างไร จึงจะบริหารเงินได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือเป็นบ่าวที่ดีของเราได้ซึ่งทุกอย่างต้องมาจากการบริหารใจตัวเองให้ได้ก่อน หนังสือเล่มนี้จัดพิมพ์และเผยแพร่เป็นวิทยาทาน สนใจติดต่อขอหนังสือได้ที่ เครือข่ายพุทธิกา

ปลูกฝังให้เด็กคิดอย่างเป็นกระบวนการ เปลี่ยนโจทย์คณิตศาสตร์ที่น่าเวียนหัวให้สนุก

สำนักพิมพ์นานมีบุ๊คส์ ออกหนังสือเพื่อส่งเสริมวิชาการด้านคณิตศาสตร์ให้เด็กไทยได้รับรู้ โดย นำรูปแบบมาจาก หนังสือการเรียนคณิตศาสตร์ของญี่ปุ่น แปลเป็นไทย เพื่อฝึกฝนให้เด็กรู้จักการใช้สมองอย่างเป็นกระบวนการทางความคิด ในด้านคณิตศาสตร์เพื่อเป็นการพัฒนาทักษะด้านการเรียนรู้คณิตศาสตร์แบบสนุกๆ เข้าใจง่าย ด้วยโจทย์ปัญหาที่ไม่ซับซ้อนและน่าปวดหัวเหมือนเดิมๆ หนังสือในชุดนี้มีตั้งแต่ระดับชั้นป.1 ถึง ป.4 จำหน่ายในราคาเล่มละ 185 บาท ภายในเล่มประกอบด้วย รูปภาพต่างๆ และตารางการคิดที่ง่ายต่อการจดจำ

เปิดฝากฟ้าของจักรวาลล้วงลึกความลับ หนังสือสำหรับเด็กเนื้อหาหลากหลายรูปแบบ

“ทายนิสัยตามราศี” ไม่ใช่หนังสือที่จะทำนายทายทักให้คนอ่านรับรู้ถึงโชคชะตาของแต่ละคน แต่หนังสือเล่มนี้ เป็นหนังสือสำหรับเด็กๆ ที่ ผู้เขียนต้องการจะให้เด็กๆ ได้เรียนรู้เรื่องของดาราศาสตร์ที่มีอยู่ในจักรวาลอันกว้างไกล โดยจัดทำเป็นรูปแบบการ์ตูนสำหรับเด็ก ประกอบด้วย หน้าที่เป็นความรู้ ทางด้านดวงดาวต่างๆ อันได้มีการนับเนื่องโยงใยมาถึงการจัดทำเป็นจักราศีของคนทั่วไป ว่า มีราศีใดเกี่ยวกับดาวดวงใด หน้าที่มีเนื้อหาสนุกสนานในรูปแบบการ์ตูนผจญภัยท่องไปในจักรวาล และ หน้าที่เป็นการ์ตูนส่งเสริมด้านความรู้ในเรื่องดาราศาสตร์ให้เด็กได้รับรู้ เป็นหนังสือที่เหมาะทั้งการให้ความรู้ ความบันเทิง และเป็นการปลุกฝังการรักในการอ่านให้แก่เด็กๆด้วย ราคา 158 บาท

รู้เรื่องการประหยัดอย่างมีอารมณ์ขัน ครอบครัวตึ๋งหนืด เดินหน้าอย่างไม่หยุดยั้ง

“ครอบครัวตึ๋งหนืด” เป็นหนังสือการ์ตูนสำหรับเด็กที่สอนให้รู้จักการประหยัด โดยนำเสนอในแบบที่มีอารมณ์ขันและความสนุกสนานเพื่อให้เด็กติดตาม และปลูกฝังเรื่องราวไว้ในสมองของเด็กเพื่อนำไปใช้เมื่อเติบโตในภายหน้า เนื้อหาภายในเล่มจะกล่าวถึงการรู้จักการประหยัดว่าควรทำอย่างไร และ สามารถทำได้ด้วยวิธีใดบ้าง โดยกำหนดตัวละครให้เกิดขึ้นในครอบครัวตึ๋งหนืด ซึ่งมีวิธีการประหยัดแบบง่ายๆ เช่น รู้จักการทำบัญชี รายรับรายจ่าย การเก็บรวบรวมใบเสร็จทุกใบเอาไว้ให้เหมือนเป็นสมบัติล้ำค่า หนังสือในชุดนี้ ได้รับความนิยมมาอย่างต่อเนื่องจนถูกจัดทำขึ้นมานับเป็นสิบๆ ตอน จำหน่ายเล่มละ 158 บาท

อ่านวันละนิดเพื่อพิชิตภาษาอังกฤษ คู่มือสำหรับเด็กมัธยมที่มีประสิทธิภาพ

“พิชิตอังกฤษ” เป็นหนังสือภาพสำหรับเด็กในวัยเรียนระดับชั้นมัธยมที่จะจดจำ และเรียนรู้ วิชาภาษาอังกฤษแบบ สะดวกง่าย สบายสมอง โดย ผู้จัดทำจะแบ่งเนื้อหาออกเป็นส่วนๆ อาทิ ส่วนที่เป็นคำศัพท์สำคัญๆ ที่ควรจดจำ ส่วนที่เป็นประโยคในการพูด โดยผู้เขียนจะมีการใช้สีแดงมากำกับเอาไว้ให้เห็นถึงความสำคัญในประโยค และ ส่วนที่เป็น บทสนทนาระหว่างเพื่อนๆ ในสังคม โดยทุกส่วนจะแสดงออกเป็นภาพการ์ตูนที่ดูง่ายๆ นอกจากนี้ ยังมีแบบฝึกหัดเพื่อให้เด็กได้ทดสอบความรู้ความเข้าใจของตนเอง พร้อมท้ายเล่มจะมีบทเฉลยให้รับทราบว่า ที่ทำแบบฝึกหัดมา ถูกหรือผิด จำหน่ายเล่มละ 195 บาท

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘ผ้าลายอย่าง’ ภูมิมรดกสิ่งทอของอยุธยา

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381766

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ผ้าลายอย่าง’ ภูมิมรดกสิ่งทอของอยุธยา

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘ผ้าลายอย่าง’ ภูมิมรดกสิ่งทอของอยุธยา

วันอาทิตย์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ถ่ายทอดการศึกษาลายผ้าอยุธยา

อาทิตย์นี้ขอตามรอยผ้าอยุธยาจากการเดินทางทำงานของผู้รู้สนใจเรื่องผ้ามากว่า ๒๕ ปี โดยทุนวิจัย ICCR ของรัฐบาลอินเดีย และทุน JAPAN FOUNDATION นั้น ได้ทำให้นักเรียนต่างจังหวัดได้มีโอกาสเก็บเกี่ยวข้อมูลผ้าทอที่สนใจจากอินเดีย-ญี่ปุ่นความยากลำบากจากหลักฐานที่เหลืออยู่และบุคคลผู้ที่ยังถ่ายทอดผลงานมาแต่บรรพบุรุษ ตลอดจนการเดินทางไปยังประเทศต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับผ้าทอนั้นได้ทำให้ ผศ.ดร.สิทธิชัย สมานชาติ อาจารย์คณะศิลปประยุกต์และสถาปัตยกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เป็นบุคคลที่ยอมรับถึงความรู้และเป็นผู้เชี่ยวชาญเรื่องผ้าทอหรือสิ่งทอโบราณทั้งภายในประเทศและต่างประเทศ ดังปรากฏผลงานการศึกษาผ้าทอของไทย-อินเดีย และญี่ปุ่น ขึ้นคือการศึกษา “Shamuro-zome” ผ้าลายสยามในญี่ปุ่น ซึ่งกล่าวได้ว่า เป็นการบ่งชี้ความสัมพันธ์ด้านศิลปะในอดีตของชนชาติไทยที่น่าภาคภูมิใจ

ดร.สิทธิชัย สมานชาติ

นอกจากนั้นยังมีเดินทางหาความรู้ไปถึงผ้าทอจากกลุ่มชาติพันธุ์ที่อาศัยอยู่ในพื้นถิ่นต่างๆ ของประเทศอีกมากมาย แบบไม่มีวัดหรือท้องถิ่นผ้าทอใดจะตกหล่นได้เลยในแถบอยุธยา ลพบุรี สระบุรี สุพรรณบุรี อุทัยธานี ชัยนาท พิษณุโลก กรุงเทพฯโดยเฉพาะเส้นทางเรือสำเภาสยามเคยจอดส่งสินค้าที่ญี่ปุ่น มีท่าเรือในโตเกียว เกียวโต นารา ไซตามะโอซากา ฮิโรชิมา โอกินาวา รวมทั้งเกาะฮิราโดะที่เกี่ยวข้อง ส่วนในอินเดีย แหล่งต้นตอการผลิตลายผ้าอยุธยานั้น ก็เดินทางรถไฟด่วน ๓ วัน ด้วยความยากลำบากเพื่อไปคุชราต และต่อแดนถึงปากีสถานเพื่อค้นหาคำตอบและสอบค้นแหล่งผลิตผ้า

ผลงาน ผ้าลายอย่าง ที่เดินทางมาอยุธยา

ด้วยความรู้ความสามารถแบบสนใจใฝ่รู้ด้านผ้าทอโบราณ และผ้าทอจากพื้นถิ่นนี้ ทำให้อาจารย์ได้รับความไว้วางใจเป็น Vice President World Crafts Council Asia Pacific และเป็นบุคคลที่ได้รับความเชื่อถือจากนักวิชาการสิ่งทอจากประเทศต่างๆ โดยเฉพาะสมาคมสิ่งทอประเทศสหรัฐอเมริกา

ผลิตภัณฑ์จากผ้าลายอยุธยา

ตลอดเวลาที่มีการเดินทางสืบค้นนั้นมีผลงานบทความเกี่ยวกับผ้าทอนั้นเผยแพร่อยู่เสมอจนเป็นที่รู้จักกันดีในนิตยสารสกุลไทย วารสารวัฒนธรรมไทย ดังนั้นเมื่องานศึกษาผ้าอยุธยาชื่อ ผ้าลายอย่าง มรดกสิ่งทออยุธยา ถูกนำมาพิมพ์แจก จึงเป็นเรื่องยินดีของประเทศอาเซียนที่จะสนใจใคร่รู้มากขึ้น เดิมหนังสือเรื่องนี้เผยแพร่เป็นภาษาอังกฤษมากว่า ๓ ปี ไม่มีโอกาสให้คนไทยอ่านซึ่งเป็นปัญหาทั่วไปที่เกิดเสมอ หากไม่มีคนอย่าง ดร.ดุลย์พิชัย โกมลวานิช ผู้ทรงคุณวุฒิที่มีใจกับความสำคัญในเนื้อหาผ้าอยุธยาที่เป็นมรดกแผ่นดินแล้ว จะอุปถัมภ์ให้แปลทำไมโดยมี ดร.มนวิภา ประชัญคดี ช่วยปรับปรุงเนื้อหาโดยมีแรงหนุนจากผู้ใหญ่ใจดีผู้เป็นคหบดีแก้วแห่งกรุงศรีอยุธยา จัดพิมพ์แจกฟรีให้แก่หน่วยราชการและสถาบันการศึกษาทั่วไป ซึ่งหากันได้ยากยิ่งนักในสังคมปัจจุบัน

ผ้าลายอย่าง มรดกของอยุธยา

ประเด็นสำคัญนั้นคือการศึกษานี้พบว่าในสมัยสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ นั้น ทรงมีพระราชสาส์นไปถึงราชวงศ์ริวกิว ส่งผ้าลายไปในช่วงที่พระองค์ประทับอยู่เมืองพิษณุโลก ต่างจากงานวิจัยญี่ปุ่นว่าส่งไปจากลพบุรี  เส้นทางการขนถ่ายสินค้าผ้านั้นมีท่าเรือหลายแห่ง เช่น มะริด ตะนาวศรีเกี่ยวข้องด้วย และพบตราประทับตราผ้าในสมัยอยุธยาว่าการสั่งผ้าต้องผ่านพ่อค้าฮอลันดา อังกฤษ ในช่วงที่แหล่งผลิตผ้านั้นถูกยึดครอง  เมื่อเปรียบเทียบลายผ้าโบราณจากคลังผ้าที่ญี่ปุ่นกับลวดลายศิลปะอยุธยาแล้ว พบว่าเป็นศิลปะร่วมยุคสมัยในลายเดียวกันที่มีการสร้างสรรค์กันทั้งลายผ้าและลายปูนปั้น ลายแกะสลักไม้และลายรดน้ำ เป็นต้น นอกจากนี้ยังพบผ้าตัวอย่างว่ามีการวางระบบกรวยเชิงตามชั้นยศ ดังนี้ ผ้านั้นมีการทำ ๔ ชั้นเป็นกรวยเชิง ๓ กับหน้านาง ๑ ไม่ใช่ ๓ ชั้น ที่เข้าใจแต่เดิม ผ้า ๓ ชั้น เป็นกรวยเชิง ๒ กับหน้านาง ๑ ผ้า ๒ ชั้นเป็นกรวยเชิง ๑ หน้านาง ๑ ซึ่งไม่พบผ้าในไทย ซึ่งมีขอบผ้ามีกรวยเชิงทำจากโจฬะมณฑล ส่วนผ้าที่รู้จักเป็นลายหน้านางชั้นเดียวนั้นส่วนมากผลิตจากคุชราตฝั่งตะวันตก  นี่คืองานศึกษาทั้งชีวิตของผู้รู้จริง ต้องขอบคุณคนใจดีที่เกิดขึ้นในสังคมจนทำให้งานดีแบบนี้ไม่ถูกทิ้งให้จมแผ่นดิน

นักวิชาการแลกเปลี่ยนความรู้สิ่งทอกัน

ช่างทอผ้าพื้นบ้านที่สานต่อฝีมือ

Science Update : แบคทีเรียบนผิวหนังมนุษย์เริ่มกลายพันธุ์

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381778

Science Update : แบคทีเรียบนผิวหนังมนุษย์เริ่มกลายพันธุ์

Science Update : แบคทีเรียบนผิวหนังมนุษย์เริ่มกลายพันธุ์

วันอาทิตย์ ที่ 9 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

แบคทีเรียชนิดสตาฟีโลค็อกคัส เอพิเดอร์มิดิส (Staphylococcus epidermidis) ซึ่งเดิมอาศัยอยู่บนผิวหนังของมนุษย์ทุกคนโดยไม่ก่อให้เกิดอันตราย และเป็นญาติใกล้ชิดกับเชื้อกลุ่ม MRSA ที่ทนทานต่อยาปฏิชีวนะอย่างร้ายกาจ กำลังเกิดความเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมในวงกว้าง หลังทีมนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยบาธในสหราชอาณาจักร พบว่าเชื้อสตาฟีโลค็อกคัส เอพิเดอร์มิดิส เริ่มมีบางส่วนที่วิวัฒนาการจนเกิดหน่วยพันธุกรรมหรือยีนชนิดใหม่ถึง 61 ตัวที่ไม่พบในเชื้อสายพันธุ์ปกติ สามารถจะทำให้เกิดการติดเชื้อรุนแรงที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตในคนไข้ที่เข้ารับการผ่าตัด โดยเฉพาะอย่างยิ่งผู้ที่รับการผ่าตัดเปลี่ยนข้อเข่า ซ่อมแซมกระดูกสะโพกและกระดูกที่แตกหักส่วนต่างๆ รวมทั้งการผ่าตัดใส่อวัยวะเทียมอย่างลิ้นหัวใจเทียม เนื่องจากยีนตัวใหม่จะช่วยให้เชื้อหลบหลีกระบบภูมิคุ้มกันของมนุษย์ได้ดีขึ้น และสร้างฟิล์มห่อหุ้มเซลล์ที่ต้านทานยาปฏิชีวนะที่รุนแรงที่สุดอย่างยาแวนโคมัยซินและยาไรแฟมพิซินได้อีกด้วย

หัวเฉียวฯ รำไท้เก๊ก เฉลิมพระเกียรติฯ

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381615

หัวเฉียวฯ รำไท้เก๊ก เฉลิมพระเกียรติฯ

หัวเฉียวฯ รำไท้เก๊ก เฉลิมพระเกียรติฯ

วันเสาร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ (มฉก.) รวมพลนักศึกษาอาจารย์จิตอาสาจากชมรมไท้เก๊กทั่วประเทศกว่า 1,000 คนรำไท้เก๊กเฉลิมพระเกียรติ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูรพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 10 ณ สนามกีฬากลางมฉก. ซึ่งเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่มีผู้รำไท้เก๊กมากที่สุดในประเทศไทย ทั้งนี้ได้รับเกียรติจาก ศ.พิเศษประสิทธิ์ โฆวิไลกูล อดีตรัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีและผู้ดำริริเริ่มไท้เก๊กในมหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติในสมัยที่ท่านเป็นอธิการบดีของมหาวิทยาลัย พร้อมด้วยปรมาจารย์มวยบู๊ตึ๊ง (เอี๋ยน หลี เหมี๋ยน) แขกผู้มีเกียรติ สื่อมวลชนร่วมชมการรำไท้เก๊ก ณ สนามกีฬากลาง มฉก. นอกจากนี้ได้รับเกียรติจากวีระศักดิ์ โควสุรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมลงนามเป็นที่ระลึกและเป็นประธานเปิดการแข่งขัน พร้อมกล่าวถึงการแข่งขันไท้เก๊กในครั้งนี้ว่า “ผมรู้สึกเป็นเกียรติและยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้รับเกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดการแข่งขันไท้เก๊ก มฉก. ครั้งที่ 4 ในวันนี้ ขอแสดงความชื่นชมยินดีที่มหาวิทยาลัยได้จัดการแข่งขันไท้เก๊กมาแล้ว 3 ครั้งครั้งนี้เป็นครั้งที่ 4 คิดว่ามหาวิทยาลัยจะมีการจัดการแข่งขันเช่นนี้ต่อไปทุกปี เพราะมหาวิทยาลัยมีเอกลักษณ์ด้านไทย-จีน ที่โดดเด่นมาก รวมทั้งมีผู้ให้การสนับสนุนอยู่พอสมควรด้วยเป็นกิจกรรมที่เป็นประโยชน์ต่อการสร้างเสริมสุขภาพของคนในสังคม การกำหนดให้นักศึกษาทุกคนได้เรียนไท้เก๊กนั้นถือว่าเป็นวิสัยทัศน์ที่ดีมาก เพราะไท้เก๊กนอกจากจะช่วยฝึกฝนร่างกายให้แข็งแรงสมดุลดีแล้วยังช่วยเจริญสติ พัฒนาจิตใจให้มีความสงบเย็น รู้เท่าทันอารมณ์ตนเอง นับเป็นการพัฒนาคุณภาพเยาวชนไทยให้มีสุขภาพแข็งแรงไม่เป็นภาระแก่สังคม สามารถช่วยเหลือตนเอง ครอบครัว บ้านเมืองต่อไปในอนาคตได้เป็นอย่างดี และยังเป็นรากฐานที่ดีของการดำรงไว้ซึ่งศาสตร์และศิลปะการต่อสู้อันทรงคุณค่าของมวลมนุษยชาติ”

จากนั้นให้เกียรติมอบโล่และเกียรติบัตรแก่ผู้สนับสนุนการแข่งขันและอาจารย์จิตอาสาฝึกสอนรำไท้เก๊กให้แก่นักศึกษา และปิดท้ายด้วยชุดการแสดง ได้แก่ นาฏการหุ่นคนเทิดไท้องค์ราชัน และการรำมวยของปรมาจารย์มวยบู๊ตึ๊ง (เอี๋ยน หลี เมี๋ยน)

การแข่งขันเริ่มขึ้นในแต่ละประเภทการแข่งขัน ประกอบด้วย รำมวยตระกูลหยาง(ไม่จำกัดถ่วงท่า) รำมวย 24 ท่า 40 ท่า และ42 ท่า รำกระบี่มาตรฐานการแข่งขัน 32 ท่า และ 42 ท่า รำพัดกงฟู ประเภทบุคคล และรำกระบี่ตระกูลหยาง นักกีฬาเข้าร่วมแข่งขันมีตั้งแต่อายุ 5 ปี-71 ปีขึ้นไป ได้ประลองท่วงท่าการรำไท้เก๊กให้ถูกต้องตามหลักสำคัญ 10 ประการได้แก่ ศีรษะตั้งตรง แขวนลอย, เก็บทรวงอกยืดแผ่นหลัง, ผ่อนคลายเอว, แบ่งแยกเท้าเต็ม-ว่าง, จมไหล่ ถ่วงศอก, ใช้จิต ไม่ใช้แรง, บน-ล่างประสานสอดคล้อง, ในนอกประสานรวมเป็นหนึ่ง,ต่อเนื่องไม่ขาดตอน และ แสวงหาความสงบในการเคลื่อนไหว โดยคณะกรรมการทุกท่านต้องทำงานหนักเนื่องจากต้องพิจารณาท่วงท่าของทุกคนในสนามแข่งอย่างพินิจพิเคราะห์ ซึ่งจะนั่งทั้ง4 มุมของสนามการแข่งขันดำเนินไปจนสิ้นสุดลงช่วงเช้า และเริ่มภาคบ่ายด้วยการแสดงจากชมรมไท้เก๊ก 17 แห่งทั่วประเทศ ซึ่งทุกชมรมได้ฝึกซ้อมและรอคอยเวลาที่จะได้มาแสดงบนเวทีแห่งนี้ เมื่อชุดการแสดงเสร็จสิ้นก็มาถึงเวลาสำคัญของการประกาศผลการตัดสิน แบ่งเป็น 3 รางวัลในแต่ละประเภท ได้แก่ เหรียญทอง เหรียญเงิน และเหรียญทองแดง การแข่งขันปีนี้สิ้นสุดลงแต่จะเป็นการเริ่มต้นของนักกีฬารำไท้เก๊กทุกคนที่จะฝึกซ้อมเพื่อเข้าร่วมการแข่งขันครั้งต่อไปที่มหาวิทยาลัยจะจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 5ในปี 2562

มหาวิทยาลัยหัวเฉียวเฉลิมพระเกียรติ เริ่มจัดกิจกรรมไท้เก๊กตั้งแต่ปีการศึกษา 2547มีนักศึกษาผ่านการเรียนไท้เก๊กกว่า 20,000 คนปัจจุบันเป็นสถาบันอุดมศึกษาแห่งเดียวที่สอนการรำไท้เก๊กและมีนักศึกษาเรียนวิชารำไท้เก๊กมากที่สุดในประเทศไทย จัดแข่งขันครั้งแรกเมื่อปีการศึกษา 2557 มีวัตถุประสงค์เพื่อพัฒนาและเรียนรู้ศาสตร์ของไท้เก๊กเป็นเวทีแข่งขันประลองความสามารถด้านไท้เก๊ก และเป็นการบริการทางสังคม กิจกรรมไท้เก๊กของมหาวิทยาลัยได้รับการสนับสนุนอย่างดียิ่งจากมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง สมาคมไท้เก๊ก (ประเทศไทย) ชมรมไท้เก๊กมิตรสัมพันธ์ คณะที่ปรึกษาโครงการ ผู้มีอุปการคุณ คณะผู้ตัดสิน และวิทยากรจิตอาสาจากชมรมไท้เก๊กต่าง ๆ หากท่านใดสนใจการรำไท้เก๊กฝึกทั้งร่างกายและจิตใจให้แข็งแรง สอบถามได้ที่ อ.พัทธนันท์ เลิศคุณอธินนท์ และอ.อัจฉราพรรณ ช้างเขียว โทร.02-3126300-79 ต่อ 1447 หรือแผนกประชาสัมพันธ์ต่อ1140 อีเมล์ jiab.prhcu@gmail.com หรือ @Jiab1605

ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เยี่ยมชมบูธจำหน่าย ‘ดอกแก้วกัลยา’

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381617

ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เยี่ยมชมบูธจำหน่าย ‘ดอกแก้วกัลยา’

ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ เยี่ยมชมบูธจำหน่าย ‘ดอกแก้วกัลยา’

วันเสาร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พล.อ.สิงหา เสาวภาพ ประธานสภาสังคมสงเคราะห์ แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ และ พล.ต.หญิง คุณหญิงอัสนีย์ เสาวภาพ ประธานที่ปรึกษาคณะกรรมการอำนวยการสภาสังคมสงเคราะห์ฯ พร้อมคณะผู้บริหารสภาสังคมสงเคราะห์ฯ ให้เกียรติเข้าเยี่ยมชมบูธจำหน่าย “ดอกแก้วกัลยา” ดอกไม้ประดิษฐ์ที่ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานนามเพื่อเป็นดอกไม้แห่งสัญลักษณ์ของคนพิการทั่วประเทศ โดยมี สุฐิตา โชติจุฬางกูร ผู้จัดการฝ่ายขายและการตลาด บมจ.เดอะ แพลทินัม กรุ๊ป ต้อนรับ ณ บริเวณ เดอะ แพลทินัม สตรีทโซน 1 ศูนย์การค้า เดอะ แพลทินัม แฟชั่น มอลล์

ภายในบูธจำหน่ายได้จัดให้มีผลิตภัณฑ์ดอกแก้วกัลยาให้เลือกมากมาย อาทิ ช่อยาวแก้วกัลยา พุ่มพานใหญ่ แจกันแก้ว ฯลฯที่ประดิษฐ์จากคนพิการของสำนักส่งเสริมอาชีพคนพิการ จำหน่ายโดย สภาสังคมสงเคราะห์ฯ ซึ่งได้รับความสนใจจากประชาชนร่วมอุดหนุนเป็นจำนวนมาก โดยรายได้จากการจำหน่ายนำไปช่วยเหลือคนพิการในด้านต่างๆ เช่น การศึกษา อาชีพ และการฟื้นฟูสมรรถภาพ ผู้พิการทั่วประเทศ

คุณแหน : 8 ธันวาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381614

คุณแหน : 8 ธันวาคม 2561

วันเสาร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

ll งานวันสิทธิมนุษยชน วันที่ 11 ธ.ค.จัดที่ โรงแรมมิราเคิล วัส ติงสมิตร ประธานกรรมการสิทธิมนุษยชนแห่งชาติ เป็นประธานแสดงปาฐกถา 70 ปีปฏิญญาสากลสังคมไทยและมอบรางวัลเกียรติยศดีเด่นต่างๆ พร้อมกับมีนิทรรศการที่น่าสนใจให้ชมด้วย…

ll นายกสมาคมนักประชาสัมพันธ์ฯ อภินันท์ จันทรังษี ขอเชิญหน่วยงานต่างๆ ส่งปฏิทินชิงรางวัลสุริยศศิธร ครั้งที่ 39 ประจำปี 2562 ส่งผลงานได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่4 ม.ค. 62 มี ศ.ปรีชา เถาทอง ศิลปินแห่งชาติ เป็นประธานตัดสิน…ผู้สนใจรีบส่งผลงานกันโดยไวก่อนหมดเวลา…

ll ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานน้ำหลวงอาบศพ ม.ร.ว.ทิพภากร วรวรรณ พี่สะใภ้ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตร8 ธ.ค. เวลา 17.00 น. ศาลา 16 วัดธาตุทองพระอารามหลวง พิธีสวดพระอภิธรรมเวลา 18.30 น..และวันต่อๆ ไปเวลา 19.00 น….ม.ล.สุทธิ์ธรทิพย์ อ่องจริต ธิดาผู้วายชนม์ฝากมา ณ โอกาสนี้…

ll มูลนิธิลมหายใจไร้มลทิน ร่วมกับ กรมกิจการเด็กและเยาวชน พม.จัดประกวดเรียงความส่งเสริมค่านิยมซื่อสัตย์สุจริตในหัวข้อ “ซื่อกินไม่หมดคดกินไม่นาน” โดยมี อ.เกษม จันทร์น้อย เป็นประธานกรรมการพิจารณาตัดสินรอบสุดท้าย วันที่ 13 ธ.ค. ที่บ้านราชวิถี ส่วนงานมอบรางวัลกำหนด วันที่ 23 ม.ค. 62 ที่อิมแพค เมืองทองธานี งานนี้มีประกวดหลายอย่าง ทั้งเรียงความ ร้องเพลงประกอบดนตรี วาดภาพ หนังสั้นต่อต้านการทุจริตซึ่ง ขวัญชัย ปภัสร์พงษ์ จัดอย่างต่อเนื่องมาตั้งแต่ปี 2550 เป็นครั้งที่ 12 แล้ว…

llขอแสดงความยินดีกับ พล.อ.อ.อนุพันธ์ สนิทวงศ์ฯ ที่ได้รับรางวัล “คุณพ่อตัวอย่างแห่งชาติ ประจำปี 2561”…

ll ได้มีโอกาสรับชมและฟังเพลง “คิดถึงเหลือเกิน” จากการขับร้องของ Wattana Children’s Chorusเมื่องานวันพ่อ 4 ธ.ค.ที่ผ่านมา…ขอบอกว่าไพเราะและซาบซึ้งมาก เพลงนี้จากการประพันธ์ คำร้องและทำนองของ บอย โกสิยพงษ์ เรียบเรียงเสียงประสานโดยชนินทร์ รัศมิทัต หาชมได้ที่ youtube…

ll ทำโทรศัพท์มือถือหล่นหาย ภัทรจารีย์ อัยศิริ เสียดายภาพพร้อมข้อมูลมากมายที่บันทึกไว้ เพราะเป็นโทรศัพท์ที่รับใช้ “ย่านิด”มาหลายปีดีดักแล้ว…

ll ชุดผ้าปักฝีมือชาวเขาที่ จิราวรรณ ศรีวัฒนา นำมาสวมใส่เป็นประจำ สวยงามไม่ซ้ำใคร แถมได้ทำบุญอุดหนุนชาวดอย เป็นการกระจายรายได้ที่น่านิยมนัก…

ll งานหลวงไม่เคยขาด งานราษฎร์ไม่เคยเว้น เมื่อวันก่อน ม.ร.ว.หญิง จิราวดีจุฑาสมิต ต้องวิ่งรอกออก 2 งานในวันเดียวกัน เช้าไปงานมงคล ตกเย็นไปงานสีดำ…ทำตัวน่ารักแก่ผู้รู้จักมักคุ้นจริงเชียว…

ll เกษียณกันมาหลายปีแล้ว เทอดขวัญกำภูฯ, เตือนใจ ศงสภาต, รัชนี เอมะรุจินัดรวมพลนำเครื่องราชไปส่งคืน กรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อมตามระเบียบเป็นที่เรียบร้อย…

ll ว่าด้วยคนชอบปลีกวิเวก เฟซ/Line ไม่เล่น เบิร์ธเดย์ 10 ธ.ค.ปีนี้ สิทธิพร สุนทรเภสัช จะมีอายุครบ6 รอบ 72 ปีพอดี เพื่อนเก่าแสนสนิทฝาก Happy Birthday ล่วงหน้า ว่าแต่เจ้าตัวจะได้รับสารนี้ไหมเนี่ย ??…

ll ฟาดเคราะห์โครมใหญ่ เมื่อรถคันโปรดคู่ใจของ วาสกร เดชสุธรรม ถูกชนยู่พร้อมรถคันอื่นอีกรวม5 คันรวด โชคดีที่ไม่มีใครบาดเจ็บ !!…ll

บารอนเนส

วาดภาพพ่อเพราะรักในความดีที่พ่อมอบให้แผ่นดินไทยมายาวนาน

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381619

วาดภาพพ่อเพราะรักในความดีที่พ่อมอบให้แผ่นดินไทยมายาวนาน

วาดภาพพ่อเพราะรักในความดีที่พ่อมอบให้แผ่นดินไทยมายาวนาน

วันเสาร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ ในหลวงรัชกาลที่ 9

“ผมอาจจะเป็นคนที่อายุยังน้อย แต่ผมทราบมาโดยตลอดว่า ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงทำทุกอย่างให้กับประเทศไทย คนไทย และสังคมโลกมาตลอดพระชนม์ชีพของพระองค์ท่าน”

คำพูดสั้นๆ แต่ได้ความหมายลึกซึ้งจากปากของ ชวัส จำปาแสนผู้เป็นแกนนำในการวาดภาพ (พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์) ในหลวงรัชกาลที่ 9(พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร)ที่มีความสูงเท่ากับตึกหลายสิบชั้นโดยล่าสุดก่อนวันพ่อแห่งชาติปี พ.ศ.2561 เขาผู้นี้และคณะก็เพิ่งรังสรรค์ภาพวาดในหลวงรัชกาลที่ 9 และในหลวงรัชกาลที่ 10 (สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร) เมื่อครั้งทรงพระเยาว์ เสร็จสิ้น ณ อาคารสูงของเดอะเวเนเซีย อำเภอชะอำ จังหวัดเพชรบุรี

แต่กับการพูดคุยในรายการแนวหน้าวาไรตี้ โดย เฉลิมชัย ยอดมาลัยซึ่งบันทึกเทปไปเมื่อหลายเดือนก่อนนั้น เขาและคณะเพิ่งเสร็จสิ้นการรังสรรค์งานสำคัญจากอำเภอเบตง จังหวัดยะลา

พิธีกรรายการ “เฉลิมชัย ยอดมาลัย” พร้อมด้วยแขกรับเชิญ “ชวัส จำปาแสน” (ครูอะไหล่)

ชวัส หรือครูอะไหล่ เจ้าของโรงเรียนสอนศิลปะ ชื่อ Viridian Academy of Art ย่านปิ่นเกล้า ซึ่งมีอายุเพียง 33 ปี จบการศึกษาระดับปริญญาตรีจากคณะจิตรกรรม ประติมากรรมและภาพพิมพ์ มหาวิทยาลัยศิลปากร บอกว่าการทำงานเมื่อช่วงกลางปี 2561 ที่เบตงนั้นเกิดมาจากการได้เดินทางลงพื้นที่ใต้สุดแดนของสยาม คือเบตง พร้อมเพื่อนอีก 2 คน ครั้งแรกลงไปทำงาน Street Art for The King Bhumibol บนผนังอาคารโรงเรียนอนุบาลเบตง (สุภาพอนุสรณ์) ขนาด 8 คูณ 12 เมตร อนุบาลแห่งนี้อยู่ใกล้กับศาลาประชาคมหลังเก่า หรืออาคารเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา ในเทศบาลเมืองเบตง เป็นสถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งพระองค์ท่านเคยเสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจในพื้นที่อำเภอเบตง เมื่อวันที่ 17 กันยายน พ.ศ.2519 เมื่อผมและคณะทำงานทราบเช่นนั้น ก็จึงตั้งใจทำงานนี้เพื่อเป็นเครื่องเตือนใจให้คนไทยรับรู้ถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน

สำหรับผม ในหลวงรัชกาลที่ 9ทรงเป็นแรงบันดาลใจสำคัญในการสร้างผลงานครั้งนี้ ผมเชื่อว่าพระองค์ท่านทรงสถิตอยู่ในดวงใจของคนไทยไปจนชั่วนิรันดร์ และจะทรงเป็นแรงบันดาลใจให้คนไทยทุกคนทำความดีตามรอยพระบาทตลอดไป สำหรับอุปสรรคและปัญหาในการวาดภาพขนาดใหญ่มากๆ ของพระองค์ท่านคือ เรื่องความเหมาะสมของสถานที่ ซึ่งต้องเลือกที่ให้เหมาะสมกับพระเกียรติยศของพระองค์ท่านมากที่สุด และที่แห่งนั้นต้องสามารถ เชื่อมโยงกับพระองค์ท่านได้ด้วย

พระบรมฉายาสาทิสลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถพิตร และ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมหาวชิราลงกรณ บดินทรเทพยวรางกูร

ในครั้งแรกของการทำงานนี้ ผมและคณะตั้งใจใช้เวลา 5 วัน โดยที่ผมและคณะอีกสองคนไม่คิดค่าวาดแม้แต่บาทเดียว ขอให้มีผู้สนับสนุนเรื่องสถานที่ อุปกรณ์ต่างๆ และสีให้เพียงพอก็พอแล้ว ผมและคณะมีความรู้อย่างเดียวคืออยากทำ ซึ่งก็ได้ผู้ใหญ่ใจดีและชาวบ้านในพื้นที่ให้การสนับสนุนอย่างน่าอัศจรรย์ ทั้งอุปกรณ์ทุกอย่าง สี อาหาร ที่พัก และที่สำคัญคือในแต่ละวันของการทำงานนั้น จะมีผู้คนมากมายมาดูการทำงานของพวกผม และให้กำลังใจพวกผม และที่จำได้ดีคือ เมื่อทำงานเสร็จสมบูรณ์ เมื่อขึ้นรถยนต์เพื่อกลับกรุงเทพฯ ปรากฏว่าฝนตกลงมาอย่างหนัก

ผมเลือกภาพนี้เพราะรู้ว่าพระองค์ท่านเคยเสด็จฯที่อำเภอเบตง และเป็นภาพที่คนไทยได้เห็นจนชินตา โดยเฉพาะน้ำพระเสโทที่หยาดลงตรงพระนาสิกของพระองค์ เป็นภาพที่เห็นแล้วไม่ต้องบรรยายอะไรอีกแล้ว และผมได้นำเอาเรื่องเล่าของ ว่าที่ร้อยโทดิลก ศิริวัลลภ ล่ามมลายู ประจำพระองค์ ไปลงในภาพด้วย เพราะกระแสพระราชดำรัสของพระองค์ท่านที่ผมเชิญมานี้บ่งบอกว่าพระองค์ท่านทรงรักประชาชนมากเหลือเกิน โดยเฉพาะกระแสพระราชดำรัสที่ว่า “ไม่ได้จะมารบกับโจร ฉันจะมาเยี่ยมเยียนประชาชน มาช่วยเหลือคนเจ็บไข้ได้ป่วย เพราะพสกนิกรที่นี่ยากลำบากมาก” พร้อมกับทรงหันไปตรัสกับคณะผู้ติดตามว่า “หากใครกลัวก็กลับไปก่อน ฉันยังไม่กลับ” ผมประทับใจตรงนี้มากที่สุด

“ชวัส จำปาแสน” สุดภาคภูมิใจ

ผมพยายามศึกษาว่าพระองค์ท่านเสด็จพระราชดำเนินไปทรงเยี่ยมประชาชนในถิ่นทุรกันดารที่ใดบ้างทรงไปเพื่อพระราชทานความช่วยเหลือใดบ้าง ผมอยากตามรอยเสด็จพระราชดำเนินไปให้ทั่ว แล้วไปวาดภาพของพระองค์ไว้ที่นั่น เพื่อให้คนไทยระลึกเสมอว่าพระองค์ทรงรักคนไทยรักประเทศไทย แล้วคนไทยจะได้ไม่ลืมพระราชกรณียกิจของพระองค์ท่าน

สำหรับผู้ที่สนใจไม่ว่าจะเป็นภาครัฐ หรือเอกชน ที่ต้องการให้ผมและกลุ่มเพื่อนไปสร้างสรรค์งานศิลปะสตรีทอาร์ต รัชกาลที่ 9 “Street Art for King Bhumibol” สามารถติดต่อผมได้ที่ facebook ชื่อ Chawat Chumpasan แต่ผมขอพิจารณาว่าสถานที่นั้นๆ สมกับพระเกียรติของพระองค์ท่านหรือไม่ ก่อนจะให้คำตอบสุดท้ายของการทำงาน

ติดตามเรื่องราวดีๆ มีสาระและข้อคิดที่เป็นประโยชน์ได้ในรายการแนวหน้าวาไรตี้ ออกอากาศทุกวันอาทิตย์เวลา 16.00-16.25 น. ทางสถานีโทรทัศน์ TNN 2 (และช่อง 784 ดิจิทัลทีวี) หรือที่ True Visions 8 สามารถชมรายการย้อนหลังได้ที่ YouTubeผู้หญิงแนวหน้า by คุณแหน

“ชวัส จำปาแสน” พร้อมทีมงานและพี่น้องชาวเบตง

“ชวัส จำปาแสน” พร้อมทีมงานและพี่น้องชาวเบตง

ขณะปฏิบัติงาน

ขณะปฏิบัติงาน

‘เครือสหพัฒน์ ประชารัฐร่วมใจ’ ครั้งที่ 2

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381616

‘เครือสหพัฒน์ ประชารัฐร่วมใจ’ ครั้งที่ 2

‘เครือสหพัฒน์ ประชารัฐร่วมใจ’ ครั้งที่ 2

วันเสาร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

เครือสหพัฒน์ จัดงาน “เครือสหพัฒน์ ประชารัฐร่วมใจ” ครั้งที่ 2 ที่สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ลำพูน โชว์แนวคิดโครงการประชารัฐในเครือสหพัฒน์ 11 โครงการ พร้อมจัดกิจกรรมพิเศษฟรี ทั้งสอนอาชีพ อบรมความรู้ บริการทางการแพทย์ และจำหน่ายผลิตภัณฑ์ชุมชน โดยมีตัวแทนจากภาครัฐ ชุมชน รวมทั้งประชาชนในจังหวัดลำพูนมาร่วมงาน ซึ่งนับเป็นการแสดงพลังความร่วมมือตามแนวคิดประชารัฐ

บุณยสิทธิ์ โชควัฒนา ประธานเครือสหพัฒน์ กล่าวว่า เครือสหพัฒน์ได้ริเริ่มดำเนินโครงการประชารัฐมาตั้งแต่ปี 2560 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อขานรับนโยบายประชารัฐของรัฐบาลที่ต้องการขับเคลื่อนประเทศให้เข้มแข็งอย่างยั่งยืน โดยที่ผ่านมาได้สนับสนุนให้บริษัทในเครือจัดทำโครงการประชารัฐด้านการยกระดับคุณภาพวิชาชีพ และประชารัฐเพื่อสังคม ซึ่งโครงการต่างๆ มีผลการดำเนินการเป็นที่น่าพอใจด้วยเหตุนี้ เครือสหพัฒน์จึงได้จัดงาน “เครือสหพัฒน์ ประชารัฐร่วมใจ” ขึ้น เพื่อเปิดโอกาสให้ผู้สนใจได้มาศึกษาวิธีคิดและรายละเอียดการดำเนินงานของโครงการ เพื่อนำไปต่อยอดในการพัฒนาชุมชนของตนเอง

งานเครือสหพัฒน์ ประชารัฐร่วมใจ นับเป็นการจัดขึ้นครั้งที่ 2 ที่สวนอุตสาหกรรมเครือสหพัฒน์ลำพูน จังหวัดลำพูน เปิดให้ผู้สนใจเข้าร่วมงานโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งนอกจากจะมีการแสดงผลงานโครงการประชารัฐในเครือสหพัฒน์แล้ว ยังมีกิจกรรมพิเศษที่น่าสนใจ อาทิ สาธิตการเย็บถุงผ้า อบรมให้ความรู้การดูแลสุขภาพผิวอย่างถูกวิธีและสอนการแต่งหน้าขั้นพื้นฐาน อบรมให้ความรู้การดูแลสุขอนามัยช่องปาก ตรวจคัดกรองมะเร็งเต้านมและสอนวิธีตรวจมะเร็งเต้านมด้วยตนเองโดยพยาบาลผู้เชี่ยวชาญ ตกแต่งหมวกเพื่อมอบให้กับผู้ป่วยมะเร็งที่ทำคีโม กิจกรรมฐานการเรียนรู้ทางวิทยาศาสตร์ กิจกรรมทำสบู่จากสมุนไพร การจำหน่ายสินค้าจากชุมชน เป็นต้น

สำหรับโครงการประชารัฐเครือสหพัฒน์ที่นำมาจัดแสดงในงานนี้มีทั้งสิ้น 11 โครงการ ได้แก่ โครงการสถานศึกษาต้นแบบทวิภาคีสานพลังประชารัฐ (Excellent Model School)โดยบริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน)โครงการนาฏศิลป์ไทยสู่เยาวชน พัฒนศิลป์สร้างคน สืบทอดวัฒนธรรมไทย โดยความร่วมมือของ 4 บริษัทในเครือสหพัฒน์ ได้แก่ บริษัท ไอ.ซี.ซี.อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน), บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน), บริษัท ไทยเพรซิเดนท์ฟูดส์ จำกัด (มหาชน), บริษัท เพรซิเดนท์ เบเกอรี่จำกัด (มหาชน) โครงการ Sahapat Admissionโดยบริษัท สหพัฒนพิบูล จำกัด (มหาชน), โครงการ Smart Science Teacherโดยบริษัท เอส แอนด์ เจ อินเตอร์เนชั่นแนล เอนเตอร์ไพรส์ จำกัด (มหาชน), โครงการ OCC สานพลังประชารัฐ พัฒนาความรู้ สู่เส้นทางสายอาชีพ โดยบริษัทโอซีซี จำกัด (มหาชน),โครงการสอนเย็บผ้า สร้างอาชีพสู่สังคม โดยบริษัท ธนูลักษณ์ จำกัด (มหาชน), โครงการเกษตรพอเพียง ดร.เทียม โชควัฒนา จังหวัดลำพูน โดยบริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน), โครงการปลูกไผ่คืนผืนป่า สร้างอาชีพ โดยบริษัท สหโคเจน (ชลบุรี) จำกัด (มหาชน) และบริษัทย่อย, โครงการประชารัฐร่วมใจ ต้านภัยมะเร็งเต้านมเพื่อชุมชน โดยบริษัท ไทยวาโก้ จำกัด (มหาชน), โครงการ LION Oral Health Promotion and Prevention โดยบริษัท ไลอ้อน (ประเทศไทย) จำกัด และ โครงการประชารัฐร่วมใจ ILC หัวใจสีเขียว เพื่อสิ่งแวดล้อมโดยบริษัท อินเตอร์เนชั่นแนล แลบบอราทอรีส์ จำกัด

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชิม : 8 ธันวาคม 2561

ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/381622

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชิม : 8 ธันวาคม 2561

ชวนชิม ชวนช็อป ชวนใช้ ชวนชิม : 8 ธันวาคม 2561

วันเสาร์ ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2561, 06.00 น.

“อควาแมน บลูเวลเวท บราวนีย์” ชวนชิมไอศกรีมมิกซ์อินระดับพรีเมียมรสชาติใหม่ บลูเวลเวทเค้ก มิกซ์เข้ากันกับบราวนี่ช็อกโกแลตชิพ และเมทาลิก กลิตเตอร์สีทอง ต้อนรับภาพยนตร์แนวแอ๊กชั่นผจญภัยครั้งใหญ่ในโลกแห่งเจ็ดคาบสมุทร อควาแมน ในราคา 169 บาท วันนี้-8 ม.ค. 2562 ที่ร้านโคล สโตน ครีมเมอรี่ ทั้ง 18 สาขาโทร.1312

“มิสเตอร์โดนัท ช็อกโกฟันทิวัล” ชวนชิมโดนัทเนื้อแป้งช็อกโกแลต และท็อปปิ้งช็อกโกแลตเข้มข้น มีให้เลือกถึง 9 แบบ ทั้งโดนัทช็อกโกแลต ช็อกโกครั้นช์, ช็อกโกอัลมอนด์, สตรอเบอร์รี่ลาเต้, เร้ดเบอร์รี่ครัมเบิ้ล และโดนัทเค้กช็อกโกแลต ดับเบิ้ลช็อกอัลมอนด์, ไวท์ช็อกอัลมอนด์, สตรอเบอร์รี่ไวท์ช็อกชิพ และพอนเดอริง
ช็อกโกแลต คาราเมลพีนัท, คุกกี้แอนด์ครีม ในราคาเริ่มต้นที่ชิ้นละ 25-27 บาท วันนี้-31 ธ.ค. หรือจนกว่าสินค้าจะหมด ที่ร้านมิสเตอร์ โดนัท ทุกสาขาทั่วประเทศ ยกเว้นสาขา รพ.ตำรวจ และสยามพารากอน

“คริสปี้ครีม ฮอลิเดย์” ชวนชิมโดนัทต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปี 4 รสชาติ ได้แก่ ซานตาคลอส โดนัทสอดไส้บลูเบอร์รี่ เคลือบด้วยไวท์ช็อกโกแลต,ไดโนครีมฟิลล์ โดนัทสอดไส้บัทเทอร์ชีส เคลือบและตกแต่งด้วยเรดและไวท์ช็อกโกแลต, ฮอลิเดย์กรีนทีกลิทเทอร์ โดนัทเคลือบด้วยกรีนทีกลิทเทอร์สีเขียวสดใส และไวท์ฮอลิเดย์สปริงเคิลส์ โดนัทเคลือบไวท์ช็อกโกแลต โรยด้วยคริสต์มาสสปริงเคิลส์ ในราคาชิ้นละ 35 บาท หรือแบบเซต ฮอลิเดย์หรือแอสซอร์ทเตท6 ชิ้น และออริจินัลเกรซ 6 ชิ้น ในราคาเซตละ 296 บาท วันนี้-15 ม.ค. 62 ที่ร้านคริสปี้ครีม ทั้ง 33 สาขา ยกเว้นสาขาสนามบินสุวรรณภูมิและสนามบินดอนเมือง

ชวนชิม

“มหัศจรรย์ของดี 4 ภาค” ชวนชิมอาหารคาวหวานไทยโบราณนานาชนิดพร้อมช็อปสินค้าและของสะสมรุ่นเก๋าหายาก ร่วมสนุกกับกิจกรรมรำลึกความหลังมากมาย อาทิ ฉายหนังกลางแปลงย้อนเวลา,ลีลาศรำวงย้อนยุค, ละครลิง, ชักภาพขาว-ดำกับห้องภาพโบราณ, ตัดผมวินเทจ ฯลฯ และมุมถ่ายภาพที่ระลึก ให้สาวกวันวานรุ่นเก๋าเตรียมตัวแต่งชุดย้อนวันวานมาจัดเต็มพร้อมถ่ายภาพให้เข้ากับธีมเสน่ห์วันวาน ระหว่างวันที่ 14-23 ธ.ค. ที่ตลาดนัมเบอร์วันราม 2 ตรงข้ามมหาวิทยาลัยรามคำแหง 2 บางนา-ตราด กม.8 โทร.02-7409500

“Fab Fin Fest” ชวนชิมเมนูเด็ดจากร้านอาหารแสนอร่อยละลานตาในงานแฟร์ส่งท้ายปีที่รวมทุกความฟินไว้ครบในที่เดียว พร้อมช็อปสินค้าคุณภาพ ชมดนตรีอะคูสติก และร่วมกิจกรรมเพ้นท์เฮนน่าลายเก๋บนเรือนร่าง วันนี้-10 ธ.ค. ที่บริเวณลานไนน์สแควร์ ศูนย์การค้าเดอะไนน์ เซ็นเตอร์ พระราม 9

“จิม ทอมป์สัน ฟาร์มทัวร์ 2561” ชวนชิมสำรับอาหารอีสานสูตรเด็ดเฉพาะท้องถิ่น เปิดประสบการณ์แซ่บนัวอร่อยกลมกล่อม จนต้องหัวม่วนสนุกสนานอย่างมีความสุข พร้อมช็อปสินค้าคุณภาพและร่วมเวิร์กช็อปสอนวิธีสานแมลงท้องถิ่นด้วยใบลาน ชมจุดท่องเที่ยวต่างๆ อาทิ ทุ่งคอสมอสและสวนผักผลไม้ 5 สี, ลานสะพรั่งวัฒนธรรมการกินถิ่นอีสาน, หมู่บ้านอีสาน, หมู่บ้านจิม,
ตลาดจิม ฯลฯ วันธรรมดาบัตรผู้ใหญ่ราคา 180 บาท บัตรเด็กราคา 130 บาทวันเสาร์-อาทิตย์บัตรผู้ใหญ่ราคา 220 บาท บัตรเด็ก ราคา 160 บาท ผู้สูงอายุ60 ปีขึ้นไป ราคา 90 บาท วันนี้-6 ม.ค. 62 ที่จิม ทอมป์สัน ฟาร์ม ต.ตะขบ อ.ปักธงชัย จ.นครราชสีมา โทร.02-7622566

ชวนช็อป

“Cat Festival 2018” ชวนช็อปสินค้าและผลิตภัณฑ์สำหรับสัตว์เลี้ยงกว่า 50 บูธ พร้อมพบกับเจ้าแมวหลากหลายสายพันธุ์จากทั่วโลก อาทิ Maincoon, Sand Cat, British Shorthair, American Shorthair, Munchkin Cat, Persian, Exotic และกระทบไหล่แมวไอดอล พี่โบน, น้องมีบุญ, น้องบารอลและแมวซุป’ตาร์จากซีรี่ส์ชื่อดัง Meo me&youชมการแข่งขันกีฬา การประกวดแต่งตัวน้องแมว สวนสนุกน้องแมว ฯลฯ ระหว่างวันที่ 14-16 ธ.ค. ที่บางนาฮอลล์ ชั้นบี 1 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลพลาซา บางนา

“Limelight Second Hand Day” ชวนช็อปสินค้ามือสองกว่า 40 ราย อาทิ เสื้อผ้า, ของใช้, เครื่องประดับ, กระเป๋า, ของแต่งบ้าน, สินค้าแบรนด์เนม ฯลฯ ราคาพิเศษแสนถูก เพื่อแชร์ให้ผู้อื่นได้นำไปใช้ประโยชน์ต่อ ลดปัญหาของไม่ได้ใช้ทิ้งเสียเปล่า ในวันอาทิตย์ที่ 9 ธ.ค. เวลา 11.00-19.00 น.ที่ลานโปรโมชั่น ชั้น 1 ศูนย์การค้าไลม์ไลท์ อเวนิวภูเก็ต โทร.076-682900

“Playboy Sale of the Year” ชวนช็อปเสื้อผ้า กระเป๋า วัยรุ่นทั้งหญิงและชาย โปรโมชั่นพิเศษส่งท้ายปีสำหรับ Playboy VIP เมื่อซื้อครบ 5 ชิ้นOn Top 10% และสำหรับลูกค้าทั่วไป เมื่อซื้อครบ 5 ชิ้น On Top 5% วันนี้-9 ธ.ค. ที่ Playboy Shop ชั้น 1 ศูนย์การค้าจังซีลอน ป่าตอง ภูเก็ตโทร.076-600111

ชวนใช้

“เรียนรู้ กินอยู่ อย่างพอเพียง” ชวนใช้เวลาร่วมกันในครอบครัวเรียนรู้วิถีชีวิตแบบพอเพียงตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง อาทิ ชมนิทรรศการ, เพาะพืชปลูกผักสวนครัวสวนสนุก, เข้าครัวตอกไข่ใส่กระทะในเมนูไข่พระอาทิตย์, สาระน่ารู้กับเกษตรคนเมืองในวิถีพึ่งพาตนเอง ฯลฯ พิเศษ คุณพ่อจูงคุณลูกมาสมัครสมาชิกหรือต่ออายุสมาชิก 1 แถม 1 วันนี้-9 ธ.ค. ที่อุทยานการเรียนรู้ TK park ชั้น 8 ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

“สปาร์คกลิ้ง วินเทอร์ เซเลเบรชั่น 2019” ชวนใช้บัตรเครดิตและบัตรเดบิต บีเฟิสต์ ธนาคารกรุงเทพช็อปสินค้าครบทุก 1,000 บาท ลุ้นรับรางวัลมูลค่ารวมกว่า700,000 บาท อาทิ รถยนต์ Toyota Yaris Ativ,ตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-มัลดีฟส์, ที่พักพร้อมตั๋วเครื่องบินไป-กลับ กรุงเทพฯ-ภูเก็ต ฯลฯ พร้อมถ่ายรูปเช็คอินและสนุกไปกับกิจกรรมมากมาย วันนี้-15 ธ.ค. 61 ที่ซีดีซี และเดอะคริสตัลทุกสาขา โทร.02-1015999

“LG Xboom” ชวนใช้ลำโพงที่พกพาลูกเล่นและสีสันมาเต็มเปี่ยม จัดเต็มแสงสีเสียงในงานปาร์ตี้ สร้างพลังเสียงสุงสุด 1,800 วัตต์ พร้อมวูฟเฟอร์ขนาด 12 นิ้ว เอฟเฟกต์สาดแสงเพิ่มความมันสจากลำโพงคู่ รองรับการเชื่อมต่อที่หลากหลายทั้ง Bluetooth, USB, CD ปรับแต่งรูปแบบแสงสีหรือสั่งงานฟีเจอร์ต่างๆผ่านแอพพลิเคชั่นได้ รุ่น OK99, OK75 และ OK55 ในราคา 14,990, 9,990 และ 6,490 บาท ที่ร้านค้าตัวแทนจำหน่าย ที่ร่วมรายการ โทร.02-8785757

ชวนชม

“กระจกหกด้าน” ชวนชมสารคดีกระจกหกด้านตอนคับที่แต่ไม่คับใจ ด้วยความคิดสร้างสรรค์เพื่อการใช้สอยพื้นที่ขนาดเล็กไร้ประโยชน์ให้มีชีวิตก่อประโยชน์กับความสุขที่สร้างได้ ในวันพฤหัสบดีที่ 13 ธ.ค. และตอนศิลป์ถิ่นน่าน หนึ่งในเมืองแห่งอารยธรรมมีเอกลักษณ์ของล้านนา ในวันศุกร์ที่ 14 ธ.ค. เวลา 17.00-17.15 น. ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 7HD

“พุทธศิลป์จีนโบราณล้ำค่า” ชวนชมนิทรรศการงานแสดงพระพุทธรูปและศิลปะจีนโบราณอันทรงคุณค่ากว่า 100 รายการที่หาชมได้ยาก อาทิ พระศรีอาริยเมตไตรยหยก รูปปั้นพระโพธิสัตว์
พระศรีศากยมุณี พระโพธิสัตว์อวโลกิเตศวร ศิลปะสมัยราชวงศ์หมิงจากประเทศจีน รูปปั้นปูนเพชรสมเด็จพระพุฒาจารย์ พระสมเด็จวัดระฆังยุคต่างๆ ฯลฯ พร้อมชมวิวบริเวณดาดฟ้าหมุนชั้น 84 วันนี้-5 ก.พ. 2562ที่โรงแรมใบหยก สกาย โทร.02-6563000

“Bangkok Ocean In Motion Film Festival 2018” ชวนชมเทศกาลระดับโลกที่รวมทุกเรื่องราวเกี่ยวกับทะเล เจาะลึกถึงผลกระทบของวิกฤติโลกร้อน ถ่ายทอดเป็นภาพยนตร์ แอนิเมชั่น สารคดี และหนังสั้นบรรยายไทย เจ้าของรางวัลระดับโลกจากหลายเวที อาทิ Fragile, One Shot, Penguin Protectors ฯลฯ ในพุธที่ 12 ธ.ค. ที่โรงแรมฮิลตัน ภูเก็ต, วันพฤหัสบดีที่ 13 ธ.ค. ที่คาเฟ่เดลมาร์ ภูเก็ต, วันศุกร์-เสาร์ที่ 14-15 ธ.ค. ที่อาคารดูจิตแล้วอะไรก็ช่าง ช่างชุ่ย

ส่งข้อมูลกิจกรรมต่างๆ ได้ที่ ธนเดช อิงคภัทรางกูร E-mail : tanadet@outlook.com