คุณแหน : 26 ธันวาคม 2562 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/462510

650935

คุณแหน : 26 ธันวาคม 2562

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll ครอบครัวองคมนตรี อำพนกิตติอำพน ดีใจเป็นที่สุดที่ได้สมาชิกเพิ่มมาอีก1 คน จาก “พ่อมี้-แม่ดอล” คราวนี้เป็นหลานชาย..เช่นเดียวกับ คุณปู่ป้ายแดง พล.อ.ท.นพ.ชูพันธ์ชาญสมร ผอ.รพ.วิภาราม-ชัยปราการ ได้หลานชายน่ารักน่าชัง…

ll สุมณี คุณะเกษม เป็นคณะแรกที่ขอเป็นเจ้าภาพเข้ากราบพระบรมเกศาธาตุที่อัญเชิญจากประเทศศรีลังกามาประดิษฐานที่ตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศ เพื่อให้คนไทยได้เข้ากราบสักการะ ได้ถึงวันที่ 15 ม.ค. 2563…

llหลังรับตำแหน่งผู้ตรวจราชการกระทรวงเกษตรฯได้ไม่นาน ดาเรศร์ กิตติโยภาส ก็ได้รับรางวัลศิษย์เก่าผู้ประสบความสำเร็จจากสมาคมศิษย์เก่าวิศวกรรมชลประทานฯ และ สมาคมนิสิตเก่าวิศวกรรมศาสตร์ ม.เกษตรฯ..ส่วนข่าวดีรับปีใหม่ของ พีระพงศ์ ศิริเกษม ได้รับการแต่งตั้งเป็นผู้ตรวจราชการกรุงเทพมหานคร.. เพื่อนๆ ที่จะนัดเลี้ยงก็ฉลองพร้อมกับงานปีใหม่ได้เลย…

ll นพ.สุกรม ชีเจริญ รองผอ. รพ.ราชวิถีสุดปลื้มที่คอนเสิร์ตกุศล “ราชาวิถีแห่งใจ Charity Concert รวมพลังพลัส เพื่อรพ.ราชวิถี” จัดโดยเหล่าศิลปินใจบุญกว่า 20 คน อาทิ ปราโมทย์วิเลปะนะ, บี๋-คณาคำ, พลพล พลกองเส็ง,ตุ๊ก-วิยะดา, จอย-ศิริลักษณ์ ผ่องโชค ฯลฯเพื่อหารายได้สมทบทุนจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ฯ เพื่ออาคารศูนย์การแพทย์ราชวิถี และยังได้ทำเพลง “วิถีแห่งใจ” เนื้อหาของเพลงสื่อถึงความรักและให้กำลังใจชาวราชวิถีอีกด้วย…

ll ก่อนสิ้นปี รณดล นุ่มนนท์ รองผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย นัดเพื่อนๆ LSP2 กว่า 40 คน อาทิพิศิษฐ์ เสรีวิวัฒนา, สุรเดช เกียรติธนากร,นันทิยา เนียวกุล, จุฑาพร เริงรณอาษาฉลองรับปีใหม่และแลกของขวัญกันแบบลืมวัย…

ll ใครไปดูงานที่ จ.มุกดาหาร ล้วนติดใจเนื้อโคขุนจาก อ.หนองสูง มุกดาหาร ที่ ชยันต์ ศิริมาศ ผู้ว่าราชการจังหวัด พาไปชิมเพราะเป็นวัวพันธุ์เดียวกันกับเนื้อวากิวของญี่ปุ่นและ
มีรสชาติไม่แพ้กัน แต่ราคาถูกกว่ามาก…

llรักการสร้างคน ศักดา เด่นแดนโดม ปธ.บริหารกลุ่มบริษัทแดน-ไทย เดินสายมอบทุนการศึกษาให้นักเรียนที่ขาดแคลนทุนทรัพย์โดยทำพิธีมอบทุนร่วมกับท่าอากาศยานต่างๆ ในภูมิภาค เช่น หาดใหญ่ลำปาง แพร่ น่านนคร อุบลราชธานี ตรัง พิษณุโลก นครราชสีมา แม่สอด ภูเก็ต เชียงราย กระบี่ร้อยเอ็ด และนราธิวาส รวมทั้งให้ทุนแก่นักเรียนที่เรียนดีแต่ขาดแคลนของ รร.วัดสุทธิวรารามและรร.วัดราชสิงขร รวมกว่า 600 ทุน…

llความสามารถหลากหลาย ผู้บริหารหญิงคนเก่งพิตราภรณ์ บุณยรัตพันธุ์ รองกจก.บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต จัดสรรเวลาทำในสิ่งที่รักเขียนหนังสือ Homecooking การทำอาหารไทย-นานาชาติ คาว-หวานที่ทำให้ครอบครัวรับประทาน เพื่อส่งต่อความรู้เสน่ห์ปลายจวักให้ลูกสาว บัดนี้รวบรวมเป็นพ็อกเกตบุ๊ค “ครัวอิ่มอร่อย by คุณตุ๊ก”ด้วยฝีมือถ่ายรูป จัดเมนู ปรุงแต่ง การจัดจานสวยงาม อธิบายอย่างละเอียด เล่มละ 250 บาทหาซื้อได้ที่ร้านหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ…

ll เลี้ยงสังสรรค์ในหมู่เพื่อน ดนุช ศากุน บุนนาคมีของขวัญเป็นฝักบัวออกซิเจน มีหินภูเขาสีสดสวยมาแจกสมาชิกหลายคนกลับบ้านไปแล้วเอาไปให้เด็กๆ นึกว่าเป็นลูกกวาดทำให้เป็นที่ครื้นเครงกันเป็นอย่างมาก…

ll สวดพระอภิธรรม ร.อ.แปลกเพ็งจันทร์ บิดา กนกรัตน์ ตีรณสาร, กัจจาณีเพ็งจันทร์ ถึง 27 ธ.ค. 17.00 น. ฌาปนกิจ28 ธ.ค. 14.00 น. วัดลานแซะ อ.ควนขนุน จ.พัทลุง …

ll ของขวัญปีใหม่ที่ บุญชู ตรีทองได้รับปีนี้ คือภาพวาดสีน้ำมันบนผ้าแคนวาสเป็นรูปทุ่งหญ้าเขียวขจีจาก อ.ธีรยุทธ บุญมีเมื่อ 23 ธ.ค…หลายคนไม่เคยทราบว่า “อ.ธีรยุทธ”มีฝีมือวาดภาพมานานกว่า 40 ปี ตั้งแต่เรียนที่สวนกุหลาบ…ll

น้อง

โคซี่ พัทยา วงศ์อมาตย์ บีช ไลฟ์สไตล์ โฮเต็ล สุดชิค #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/462486

โคซี่ พัทยา วงศ์อมาตย์ บีช ไลฟ์สไตล์ โฮเต็ล สุดชิค

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กำลังเป็นที่เช็คอินล่าสุดของคนรุ่นใหม่ที่มีไลฟ์สไตล์เป็นของตัวเอง โรงแรมโคซี่ พัทยา วงศ์อมาตย์ บีช    โรงแรมแนวไลฟ์สไตล์สุดชิค แบรนด์น้องใหม่แห่งที่ 2  ของโรงแรมและรีสอร์ทในเครือเซ็นทารา ตั้งอยู่บนถนนฝั่งตรงกันข้ามกับชายหาดนาเกลือ พัทยา  เปิดตัวด้วยราคาห้องพักสุดว้าว 999 บาท พร้อมคูปองอาหารเช้า  สามารถจองที่พักผ่านเว็ปไซต์และเช็คอินได้ด้วยตนเอง ครบจบแค่ปลายนิ้วคลิก

เพราะเป็นโรงแรมแนวไลฟ์สไตล์ การตกแต่งจึงเต็มไปด้วยสีสันและความทันสมัย  ให้ความรู้สึกสดชื่น กระปรี้กระเปร่า และผ่อนคลายในเวลาเดียวกัน  มีบริการห้องพักทั้งสิ้น 282 ห้อง แบ่งเป็น 2 แบบคือ ห้องพักแบบโคซี่ (COSI Room) จำนวน 275 ห้อง และห้องพักโคซี่พลัส (COSI Plus)  จำนวน 7 ห้อง พร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครันที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่  เช่น สมาร์ททีวีที่สามารถเชื่อมต่อเข้ากับโทรศัพท์สมาร์ทโฟนได้อย่างง่ายดาย จอใหญ่ขนาด 43 นิ้ว   พอร์ต ยูเอสบีหลายจุดภายในห้อง เพื่อการเชื่อมต่อและชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ต่างๆ  บริการอินเตอร์เน็ทไร้สายความเร็วสูงฟรี  เตียงขนาดคิงไซส์  ห้องฟิตเนสที่เปิด 24 ชั่วโมง เพลิดเพลินกับอาหารและเครื่องดื่ม ที่ วิซซี่วิก (WYSIWYG Café) ที่มาจากคำว่า What You See Is What You Get  ในทุกช่วงเวลาทั้งกลางวันและกลางคืน ตลอด 24 ชั่วโมง ไม่ว่าจะทานอาหาร ขนมขบเคี้ยว เครื่องดื่ม และยังมีพื้นที่สวนขนาดกะทัดรัด เหมาะสำหรับการจัดปาร์ตี้บาร์บีคิวสุดชิค  รวมทั้งสระว่ายน้ำที่มาพร้อมลำโพงสุดกระหึ่มใต้น้ำ หรือจะเดินข้ามถนนไปนั่งชิลล์ดูพระอาทิตย์ตกดินที่ชาดหาดนาเกลือ ก็โรแมนติคไปอีกแบบ

ความสุขสำหรับคนชิคๆ อยู่แค่เอื้อม คลิกไปสำรองห้องพักได้ที่ เฟสบุ้ค COSI Pattaya Wong Amat Beach หรือเวปไซต์ https://www.centarahotelsresorts.com/cosihotels/pattaya/

เชฟชื่อดังระดับตำนาน ‘อลัง ดูคาส’ เปิดภัตตาคารแห่งแรกในไทย ณ ไอคอนสยาม #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/462485

เชฟชื่อดังระดับตำนาน ‘อลัง ดูคาส’ เปิดภัตตาคารแห่งแรกในไทย ณ ไอคอนสยาม

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เชฟ อลัง ดูคาส เชฟชื่อดังระดับตำนาน เจ้าของรางวัลการันตีผลงานมากที่สุดคนหนึ่งของโลก และเป็นเมนเทอร์ผู้ถ่ายทอดวิชาความรู้ให้แก่เชฟระดับมิชลินสตาร์ทั่วโลกมาแล้วมากมายหลายสิบคน วันนี้ เปิดภัตตาคารภายใต้ชื่อของตนเอง “Blue by Alain Ducasse” แห่งแรกในกรุงเทพฯ  ณ ชั้น 1 อคอนลักซ์  ไอคอนสยาม ภายหลังจากจัดงานเลี้ยงสุดเอ็กซ์คลูซีฟให้กับแขกคนสำคัญ

เชฟ อลัง ดูคาส กล่าวว่า  Blue by Alain Ducasse มีความพิเศษและอัตลักษณ์อันโดดเด่นที่จะสร้างความแตกต่างให้กับกรุงเทพฯ ด้วยการนำเสนอเมนูอาหารฝรั่งเศสร่วมสมัยที่ผมรังสรรค์ขึ้นด้วยตนเอง โดยใช้วัตถุดิบที่คัดสรรอย่างพิถีพิถัน ให้ทุกคนได้ลิ้มรสชาติอาหารที่สุดพิเศษ ท่ามกลางบรรยากาศการจัดตกแต่งร้านอันวิจิตร พร้อมชมทัศนียภาพอันงดงามของแม่น้ำเจ้าพระยา ซึ่งทั้งหมดนี้จะมอบประสบการณ์อันแสนตราตรึงให้กับทุกคน

“Blue by Alain Ducasse  ไม่ใช่ภัตตาคารที่เป็นทางการมากจนเกินไป แม้ว่าจะมีความพิเศษสุด แต่ก็พร้อมให้การต้อนรับทุกๆ คน และเป็นสถานที่ที่ผู้คนสามารถมาผ่อนคลายได้อย่างแท้จริง ดื่มด่ำไปกับประสบการณ์เหนือระดับ เพลิดเพลินไปกับบรรยากาศแสนพิเศษ ทัศนียภาพอันงดงาม และที่สุดของบริการ ไวน์ชั้นเยี่ยม และอาหารเลิศรส รังสรรค์ขึ้นด้วยเงินลงทุนมากถึง 240 ล้านบาท ซึ่งเป็นจำนวนที่มากเป็นประวัติการณ์ และคาดว่าช่วยยกระดับสถานะความแข็งแกร่งของกรุงเทพมหานคร ในฐานะจุดหมายปลายทางที่เป็นสวรรค์ของสุนทรียะแห่งอาหารเลิศรส (Gastronomic Destination) ให้แข็งแกร่งมากยิ่งขึ้น”

นางชฎาทิพ จูตระกูล กรรมการ ไอคอนสยาม และประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท สยามพิวรรธน์ จำกัด กล่าวว่า ไอคอนสยาม คือจุดหมายปลายทางที่รวบรวมสิ่งที่ดีที่สุดของไทยและสิ่งที่ดีที่สุดของโลกเข้าไว้ด้วยกัน โดยในปัจจุบันไม่มีเชฟคนใดที่ยิ่งใหญ่ไปกว่า อลัง ดูคาส ซึ่งเป็นผู้ที่ครอบครองมิชลินสตาร์จำนวนมากที่สุดในโลก เหนือกว่าเชฟทุกคนที่ยังมีชีวิตอยู่ ดังนั้น การเปิดภัตตาคาร Blue by Alain Ducasse จึงเป็นอีกหนึ่งความสำเร็จของการทำตามคำมั่นสัญญาที่ไอคอนสยามได้ให้ไว้กับประเทศไทย โดยการเปิดภัตตาคารแห่งนี้นอกจากจะเป็นการนำอีกหนึ่งที่สุดแห่งประสบการณ์อาหารเลิศรสมายังกรุงเทพฯ แล้ว ยังช่วยยกระดับกรุงเทพฯ ให้เป็นหนึ่งในเมืองชั้นนำของโลก ที่เป็นจุดหมายปลายทางที่มอบสุดยอดประสบการณ์ให้แก่ผู้มาเยี่ยมเยือนทุกคน เช่นเดียวกับในมอนติคาร์โล  ปารีส และลอนดอน ซึ่งเป็นที่ตั้งของภัตตาคารระดับ มิชลินสตาร์ของเชฟ อลัง ดูคาส รวมทั้งในโตเกียว ฮ่องกง และสิงคโปร์

“ภัตตาคาร Blue by Alain Ducasse จะช่วยส่งเสริมภาคส่วนอื่นๆ ในระบบเศรษฐกิจ เช่น โรงแรมระดับไฮเอนด์หลายแห่งในกรุงเทพฯ ที่จะมีตัวเลือกด้านประสบการณ์การรับประทานอาหารระดับไฟน์ไดนนิ่งเพิ่มขึ้น  นอกจากนั้น ภัตตาคารแห่งนี้จะช่วยขับเคลื่อนแม่น้ำเจ้าพระยา ในฐานะจุดหมายปลายทางระดับโลกแห่งใหม่ ที่ดึงดูดผู้มาเยือนที่เป็นกลุ่มผู้นำทางความคิด ให้มาชื่นชมความงดงามของแม่น้ำสายสำคัญนี้”

มร.วิลฟริด ฮ็อคเกต เอ็กเซกคิวทีฟ เชฟ ของ Blue by Alain Ducasse คือเชฟผู้มีประสบการณ์การทำงานในภัตตาคารระดับมิชลินสตาร์ที่มีชื่อเสียงมากที่สุดแห่งหนึ่งของโลก ซึ่งก็คือร้าน Le Louis XV by Alain Ducasse ภัตตาคารระดับมิชลินสตาร์ 3 ดวง ที่โรงแรม Hotel de Paris Monte Carlo  อีกทั้ง ยังมีประสบการณ์การทำงานรวมกว่า 20 ปี และเกือบทั้งหมดอยู่ในภัตตาคารระดับมิชลินสตาร์

Opening menu ประสบการณ์ความอร่อยเหนือระดับ ซึ่งจะมีการเปลี่ยนแปลงไปตามฤดูกาล อาทิ เมนูเรียกน้ำย่อย ได้แก่ หอยเชลล์จากฮอกไกโดเสิร์ฟพร้อมเฮิร์บ ผักสลัด และน้ำสลัดทรัฟเฟิล ซึ่งเป็นส่วนผสมที่ลงตัวของเฮิร์บและสลัดที่สะท้อนแนวรสนิยมของลูกค้าชาวไทย ด้วยการเลือกใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่น เป็นการผสมผสานอย่างลงตัวระหว่างผลิตผลที่ดีที่สุดของไทยและของโลก และ เมนูเนื้อปู เสิร์ฟพร้อมวุ้นน้ำมะเขือเทศและคาเวียร์ทอง ใช้มะเขือเทศ 3 ชนิด พร้อมด้วยวุ้นน้ำมะเขือเทศที่ใช้เวลาในการทำนานกว่า 12 ชั่วโมง มีกลิ่นหอมชวนรับประทาน เคล้าเครื่องเทศและพริก ประดับด้วยไข่ปลาคาเวียร์ทองอันเลอค่า

ส่วนอาหารจานหลักหลายรายการ เชฟเลือกนำเสนอ ล็อบสเตอร์ย่าง กะหล่ำปลีซาวอย และแอปเปิ้ลกาล่า ซึ่งเชฟ กล่าวว่า อาหารจานนี้เป็นตัวแทนที่สมบูรณ์แบบของสิ่งที่เราทำ นั่นคือ เรานำสูตรอาหารฝรั่งเศสแบบดั้งเดิมมาปรับให้ทันสมัยมากยิ่งขึ้น เรานำเสนอล็อบสเตอร์ย่างที่ผ่านการทำให้สุกในน้ำก่อนแล้วจึงนำมาย่างด้วยไฟอ่อนๆ เสิร์ฟพร้อมกับซอส Homardine เบาๆ ซึ่งจะเป็นที่ชื่นชอบของลูกค้าชาวไทย โดยมีส่วนผสมของน้ำแอปเปิ้ลเล็กน้อยที่ให้ความสดชื่นกำลังดี ในขณะที่เนื้อของล็อบสเตอร์จะช่วยเติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้ครบทุกมิติ และเมนูนี้เรานำเข้ากะหล่ำปลีซาวอยซึ่งเป็นที่ต้องการอย่างมาก เนื่องจากเป็นไฮไลท์สำคัญที่มีเฉพาะฤดูกาลเพียงไม่กี่เดือนในช่วงฤดูหนาวที่ประเทศฝรั่งเศส

เปิดให้บริการทุกวันสำหรับอาหารกลางวันตั้งแต่เวลา 12.00-14.00 น. และอาหารค่ำตั้งแต่เวลา 18.30 น. สำรองที่นั่งได้ที่โทร.02-005-9412 หรือ enquiries@blue-alainducasse.com

ดินแดนบริสุทธิ์ ‘จางเจียเจี้ย’มรดกโลกทางธรรมชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/462491

ดินแดนบริสุทธิ์ ‘จางเจียเจี้ย’มรดกโลกทางธรรมชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ลมหนาว มักพาให้เราอยากออกเดินทาง และ จางเจียเจี้ย ประเทศจีน เมืองท่องเที่ยวสำคัญที่น่าหลงใหล ก็เป็นอีกจุดหมายปลายทางในอุดมคติของใครหลายๆ คน เชิญชวนให้นักเดินทางเข้ามาสัมผัสและชื่นชมความมหัศจรรย์ที่ธรรมชาติรังสรรค์ขึ้น  เก็บเกี่ยวความประทับใจของร่องรอยอารยธรรมอันรุ่งโรจน์ที่ยังคงมีลมหายใจนี้

ต้องยอมรับว่าหนังดังที่สร้างประวัติศาสตร์หน้าใหม่และทำลายทุกสถิติบนโลกภาพยนตร์ อย่าง อวตาร (Avatar) สร้างแรงกระเพื่อมให้กับการท่องเที่ยวประเทศจีนอย่างมาก ไม่ใช่เพียงชาวจีนจะรู้สึกตื่นเต้นและภาคภูมิใจกับฉากหุบเขาและภูเขาแท่งสูงเสียดฟ้าประจันหน้าเมฆหมอก ซึ่งเป็นแรงบันดาลใจสร้างสรรค์ฉากสำคัญในภาพยนตร์เท่านั้น แต่ความงดงามสุดอัศจรรย์ยังเชื้อเชิญให้นักท่องเที่ยวทั่วโลก เดินทางมายัง “จางเจียเจี้ย” ดินแดนบริสุทธิ์ มรดกโลกทางธรรมชาติแห่งแรกของจีน

การเดินทางไป จางเจียเจี้ย นั้นง่ายดายดั่งใจนึก เพราะสายการบินไทยสมายล์ให้บริการบินตรงจากสุวรรณภูมิไปยังสนามบินฉางซาถึง 4 เที่ยวบินต่อสัปดาห์ (จันทร์/พุธ/ศุกร์/อาทิตย์) หลังจากได้รับความสะดวกสบายจากบริการแบบฟูลเซอร์วิสบนเครื่อง ด้วยระยะเวลาเพียง 3 ชั่วโมงนิดๆ ก็ถึงสนามบินฉางซา เตรียมตัวออกจากสนามบินฉางซาแล้วสูดอากาศบริสุทธิ์ให้เต็มปอด สัมผัสกับอากาศเย็นและลมหนาวของมณฑลหูหนานให้เต็มที่ จากนั้นเดินทางต่อไปเมืองจางเจียเจี้ยด้วยรถบัส ใช้เวลาประมาณหนึ่งชั่วโมงก็จะเข้าใกล้จุดหมายที่ตั้งใจไว้แล้ว

สไตล์การท่องเที่ยวที่พลาดไม่ได้เมื่อมาถึงจางเจียเจี้ย คือการเดินทางแบบ “Snap the Nature” เปิดประสาทสัมผัสทุกส่วนให้พร้อมชื่นชม “สวรรค์บนดิน”  เริ่มกันที่ เขาเทียนจื่อซาน หรือที่เรียกกันว่า หุบเขาอวตาร หรือ ขุนเขาจักรพรรดิ ชวนให้นักเดินทางกดชัตเตอร์รัวๆ กับภูเขาหินทรายรูปร่างแปลกตามากกว่า 3,000 ยอดสูงเกือบหนึ่งกิโลเมตรเหนือระดับน้ำทะเล อายุเก่าแก่กว่า 380  ล้านปี ต่อด้วยสถานที่ไฮไลท์ ถ้ำเทียนเหมินซาน หรือที่คนไทยรู้จักกันดีว่า ถ้ำประตูสวรรค์ ผลงานเนรมิตของธรรมชาติเกิดเป็นซุ้มประตูหรือช่องกว้างใหญ่ระหว่างภูเขา บวกกับบรรยากาศรายล้อมที่สวยงามตราตรึง ทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกเหมือนกำลังก้าวย่างอยู่ในสวรรค์จริงๆ

หากมาถึงอุทยานเขาเทียนเหมินซานแล้ว ก็ต้องแวะเที่ยวสไตล์ “Follow the Most” ด้วยการขึ้นบันไดเลื่อนยาวที่สุดในโลกกว่า 5 กิโลเมตร ระหว่างทางไป-กลับ ถ้ำเทียนเหมินซาน หรือจะเก็บระยะแนวดิ่งด้วยการขึ้นลิฟต์เพื่อชมวิวยอดเขา ซึ่งลิฟต์นี้ได้ชื่อว่าเป็นลิฟต์นอกอาคารที่สูงและเร็วที่สุดในโลก มีความสูงถึง 326 เมตร เพิ่มความตื่นตาตื่นใจด้วยการเดินเล่นบนสะพานแก้วข้ามหุบเขาที่ยาวที่สุดในโลก มีความยาวกว่า 430 เมตรและสูงจากพื้นดินถึง 300 เมตร แต่ถ้ายังต้องการให้ชีพจรเต้นเร็วขึ้นอีกนิด แนะนำให้เดินไปยัง ระเบียงผันหลงหยา ระเบียงกระจกริมหน้าผายาวกว่า 60 เมตร

ไม่ใช่แค่คนรักธรรมชาติเท่านั้น จางเจียเจี้ย ยังเหมาะสำหรับกลุ่มฮิปสเตอร์และแฟชั่นนิสต้า กับสไตล์การท่องเที่ยวแบบ “Feel the Past” ซึมซับบรรยากาศเมืองที่สร้างขึ้นในราชวงศ์ถัง อย่าง เมืองโบราณเฟิ่งหวง เต็มไปด้วยสถาปัตยกรรมเก่าแก่ ทั้งโบราณสถานและโบราณวัตถุทรงคุณค่า ตั้งแต่สมัยราชวงศ์หมิงและชิง เดินชิลชมเมืองได้เรื่อยๆ บนถนนที่ปูด้วยหินสีเขียวกว่า 20 สาย ส่วนฉากหลังบ้านเรือนเรียงรายอยู่สองฝั่งถนน ซึ่งปัจจุบันดัดแปลงเป็นร้านค้าขายของที่ระลึกและอาหารท้องถิ่นให้กับบรรดานักท่องเที่ยว ซึ่งจุดไฮไลต์ของเหล่าช่างภาพมักอยู่กันที่สะพานสายรุ้งอันเก่าแก่ และหากมีโอกาสล่องเรือในแม่น้ำถัวเจียงด้วยแล้ว รับรองว่าการเดินทางครั้งนี้จะพิเศษกว่าครั้งไหนๆ

นอกจากนี้ จางเจียเจี้ย ยังสามารถเที่ยวแบบ “Touch the Art” เพราะเป็นดินแดนศิลปะที่นักท่องเที่ยวมักเข้ามาเก็บเกี่ยวความงดงาม  ทั้งศิลปะที่บรรเลงโดยธรรมชาติ อาทิ ภาพเขียนสิบลี้ วิวธรรมชาติซึ่งเกิดจากแนวช่องแคบของทิวเขาเทียนจื่อซาน ประกอบด้วยยอดเขารูปร่างแปลกพิสดารกว่า 200 ยอดสลับซับซ้อนกันไป โดยมีลำธารเล็กๆ ไหลผ่านตามแนวทิวเขาคดเคี้ยว เกิดเป็นทัศนียภาพที่สวยงามราวกับภาพเขียนพู่กันจีน ภายในอุทยานแห่งชาติอู่หลิงหยวน

หากยังไม่แน่ใจว่าจะเริ่มสตาร์ทเมื่อไร จางเจียเจี้ย จุดหมายหนึ่งที่สามารถเที่ยวได้ตลอดทั้งปี หากเลือกเดินทางในช่วงฤดูหนาว ตั้งแต่เดือนธันวาคมถึงกุมภาพันธ์ นักท่องเที่ยวก็จะได้รับประสบการณ์จากลมหนาวที่มีอุณหภูมิเฉลี่ยประมาณ 4 องศาเซลเซียส หรืออาจจะต่ำกว่านั้น เมื่ออยู่บนที่สูงหรือขึ้นสู่ยอดเขา ซึ่งในเดือนมกราคม จะเป็นช่วงหนาวที่สุดของปีด้วยแล้ว ก็จะมีโอกาสได้ชื่นชมทิวทัศน์ธรรมชาติของภูเขาในมุมที่แปลกตาออกไป เพราะยอดเขาเหล่านั้นจะถูกปกคลุมไปด้วยหิมะนั่นเอง

เปิดสักการะพระพุทธรูป ณ วังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/462477

เปิดสักการะพระพุทธรูป ณ วังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

กระทรวงวัฒนธรรม โดย กรมศิลปากร  ขอเชิญสักการะพระพุทธรูป ณ วังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน “พิพิธทศปฏิมาอารยศิลป์”   โดยมีพระพุทธสิหิงค์ พระพุทธรูปศักดิ์สิทธิ์ประจำพระราชวังบวรสถานมงคล (วังหน้า) ประดิษฐานอยู่ ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์ เป็นประธาน พร้อมอัญเชิญพระพุทธปฏิมาโบราณอีก 9 องค์ ที่เก็บสงวนรักษาในพิพิธภัณฑสถานแห่งชาติและมีแหล่งกำเนิดจากนานาประเทศที่มีพุทธศิลป์แตกต่างกัน  มาประดิษฐานให้ประชาชนได้สักการบูชาเนื่องในเทศกาลขึ้นปีใหม่ 2563 ระหว่างนี้จนถึงวันที่ 5 มกราคม 2563 ณ พระที่นั่งพุทไธสวรรย์  พิพิธภัณฑสถานแห่งชาติ พระนคร  เวลา 9.00-16.00 น  ทุกวันไม่เว้นวันหยุดราชการ

พระพุทธรูป ณ วังหน้า พระปฏิมาแห่งแผ่นดิน “พิพิธทศปฏิมาอารยศิลป์”   ประกอบด้วย พระพุทธรูปพุทธศิลป์ต่างๆ ตามลำดับคือ  ​พระพุทธสิหิงค์ ศิลปะสุโขทัย-ล้านนา ปลายพุทธศตวรรษที่ 20-21, พระพุทธรูปประทานอภัย

​ศิลปะอินเดีย แบบคันธาระ พุทธศตวรรษที่ 6-9, พระอมิตาภพุทธเจ้า (พระอมิดะเนียวไร) ศิลปะญี่ปุ่น สมัยคามากุระ (พุทธศักราช 1728-1876), พระพุทธรูปสมาธิ ศิลปะลังกา สมัยโปลนนารุวะ พุทธศตวรรษที่ 18-20, พระพุทธศากยมุนี (เซ็กเกียมอนี้ฮุด) ศิลปะจีน สมัยราชวงศ์หมิง (พุทธศักราช 1911-2187), พระพุทธรูปทรงเครื่องมารวิชัย ศิลปะพม่า สมัยนยองยาน พุทธศตวรรษที่ 22-23, ​พระพุทธรูปมารวิชัย ศิลปะลาว  พุทธศตวรรษที่ 22-23,พระพุทธศากยมุนี ศิลปะเวียดนามเหนือ สมัยราชวงศ์หลีตอนปลาย  พุทธศตวรรษที่ 20-24,​พระพุทธรูปมารวิชัยศิลปะพม่า สมัยมัณฑะเลย์ ต้นพุทธศตวรรษที่ 25 และ พระพุทธรูปทรงเครื่องมารวิชัย ศิลปะช่างเมืองพระตะบอง ประเทศกัมพูชา กลางพุทธศตวรรษที่ 25  ทั้งนี้ ติดต่อสอบถามรายละเอียดการเข้าชมเพิ่มเติมได้ที่โทร.02-2241333, 02-2241402

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์คว้ารางวัลสิ่งประดิษฐ์บนเวทีระดับนานาชาติ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/462481

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์คว้ารางวัลสิ่งประดิษฐ์บนเวทีระดับนานาชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์คว้ารางวัลคิดค้นสิ่งประดิษฐ์จากงาน Seoul International Invention Fair 2019 ที่จัดขึ้น ณ กรุงโซล สาธารณรัฐเกาหลี เมื่อเร็วๆนี้  โดยการประกวดในครั้งนี้ ทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ส่งผลงานประดิษฐ์ทางการแพทย์ที่คิดค้นโดยทีมบุคลากรที่มีคุณภาพ โดยมีแรงบันดาลใจมาจากความต้องการรักษาประชาชนด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย รวดเร็ว ตรวจ คัดกรอง ได้แม่นยำ มีประสิทธิภาพ และให้ประชาชนทุกคนสามารถเข้าถึงการรักษาได้ทุกพื้นที่ในประเทศ ทั้งนี้มีผู้ส่งผลงานเข้าประกวดจากประเทศต่างๆมากกว่า 600 ผลงาน จาก 27 ประเทศ โดยมีผลงานประดิษฐ์คิดค้นจากประเทศไทย จำนวน 99 ผลงาน จาก 29 หน่วยงาน และทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้รับรางวัลกลับมา 2 ชิ้น ได้แก่

1. เครื่องมือตรวจคัดกรองต้อกระจกและประเมินผลภาพด้วยการเรียนรู้เชิงลึก ได้รับรางวัลGold Prize และรางวัล Special Prize จาก Taiwan Invention Associationจาก ไต้หวัน  โดยเป็นการร่วมกันคิดค้นระหว่าง ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี  หัวหน้าโครงการ ได้แก่แพทย์หญิงรินทรา หวังวิศวาวิทย์ จักษุแพทย์  โรงพยาบาลจุฬาภรณ์ วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ และผู้ร่วมโครงการ ได้แก่ ผู้ช่วยศาตราจารย์ ดร. พร พันธุ์จงหาญ อาจารย์ คณะวิศวกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี,แพทย์หญิงนวพร พูลสุวรรณ จักษุแพทย์  โรงพยาบาลเพชรบูรณ์,นางสาวภัทรวดี ตามถิ่นไทย นักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี, นางสาวปัณชญา ศิริพานทอง นักศึกษา มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี

ปัจจุบันพบว่ามีประชากรไทยที่เป็นโรคต้อกระจกมากถึง 4.3 ล้านราย ในพื้นที่ชนบทที่ห่างไกลจากตัวเมืองจะพบจำนวน3ผู้ป่วยซึ่งต้องได้รับการรักษามากกว่าในเขตเมือง เนื่องมาจากประชาชนในเขตพื้นที่ทุรกันดารนั้นมีความจำกัดการเข้าถึงสาธารณสุข และไม่มีโอกาสได้รับการตรวจโดยจักษุแพทย์ อีกทั้งการค่อยๆ ขุ่นมัวของเลนส์แก้วตานั้นทำให้ผู้ป่วยปรับตัวและเคยชิน กระทั่งรู้ตัวในภายหลังว่าตนเองเป็นต้อกระจกเมื่อเกิดระยะรุนแรงแล้ว โดยมีอาการปวดศีรษะหรือปวดตาอย่างหนักที่เกิดจากภาวะแทรกซ้อนของต้อกระจก ทำให้การรักษาทำได้ยาก และใช้เวลาในการฟื้นตัวนาน อีกทั้งต้อกระจกในระยะแรกไม่สามารถสังเกตได้ด้วยตาเปล่า จำเป็นต้องใช้เครื่องตรวจตาและจักษุแพทย์ในการตรวจคัดกรอง ผู้จัดทำจึงมีความคิดที่จะคิดค้นเทคโนโลยีที่สามารถตรวจหาต้อกระจกที่สามารถใช้งานได้ง่าย และราคาไม่แพง เพื่อนำอุปกรณ์ไปกระจายตามถิ่นทุรกันดารที่ขาดแคลนบุคลากรทางการแพทย์

2. แผ่นเจลเย็นกะหล่ำปลีแก้ปวด (Cabbage cooling gel patch) รับรางวัล Silver prize คิดค้นโดยราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์  มีอาจารย์ นายแพทย์ธนพล ชอบเป็นไทย แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านกระดูกและข้อ สังกัด คณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข เป็นหัวหน้าโครงการ   ส่วนผู้ร่วมโครงการ ประกอบด้วย นางอริญญา หฤทัย,นางขวัญดาว  อินช่วย และนางพรพิมล เลิศพานิช  พยาบาล  โรงพยาบาลจุฬาภรณ์

ปัจจุบันนั้นการรักษาอาการปวด อักเสบของกล้ามเนื้อนั้นมีได้หลายวิธี มีทั้งการใช้ยารับประทานแก้ปวดอักเสบและการใช้ยาทาภายนอก ซึ่งการใช้ยาแต่ละชนิดก็ย่อมจะมีผลแทรกซ้อนที่แตกต่างกันออกไปแต่ละตัวยา ไม่มากก็น้อย สำหรับแผ่นแปะแก้อาการปวดอักเสบกล้ามเนื้อนั้นมีทั้งแบบร้อนและเย็น ซึ่งใช้หลักการบรรเทาอาการปวดโดยทั่วไป ไม่ได้มีตัวยาที่ลดการอักเสบชัดเจน ส่วนยาที่ใช้ภายนอกแบบทาที่มีตัวยาต้านการอักเสบด้วยนั้นก็มักจะมีราคาแพงและหมดฤทธิ์แก้ปวดเร็วอาการปวดเมื่อยกล้ามเนื้อเป็นอาการส่วนใหญ่ที่พบได้บ่อย ตั้งแต่วัยรุ่นที่เกิดจากทำงานหรือเล่นกีฬาจนวัยชราที่เกิดจากความเสื่อมต่างๆ ทำให้ผู้ป่วยที่มีอาการปวดอักเสบกล้ามเนื้อนั้น จำเป็นที่ต้องได้รับยาแก้ปวดหรือทาแก้ปวดอยู่เสมอ เพราะฉะนั้นการคิดค้นวิธีบำบัดรักษาอาการปวดเหล่านั้น จึงมีความสำคัญแต่คุณภาพชีวิตของคนอย่างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากลดอาการปวดอักเสบได้และเกิดผลข้างเคียงน้อย

ประเทศไทยเป็นประเทศเกษตรกรรมมาอย่างยาวนาน การใช้สมุนไพรต่างๆ ในการรักษาอาการปวดนั้นก็มีอยู่หลายชนิดเช่นกัน หนึ่งในนั้นก็คือ กะหล่ำปลีที่มีการใช้เพื่อรักษาอาการปวดคัดตึงเต้านมในผู้หญิงหลังคลอดบุตรที่ใช้ได้ผลดีและมีงานวิจัยต่างๆรองรับมากมายในต่างประเทศ เนื่องจากในกะหล่ำปลีนั้นมีสาร glutamine และ anthocyanin ซึ่งมีฤทธิ์ต้านการอักเสบในปริมาณที่สูงและจะออกฤทธิ์ได้ดีในอุณหภูมิต่ำ นอกจากนี้ยังมีการวิจัยทดลองในต่างประเทศโดยนำกะหล่ำปลีแช่เย็นมาใช้ประคบในคนไข้ที่มีอาการปวดเข่าจากข้อเข่าเสื่อมซึ่งใช้ได้ผลดีเท่ากับการใช้ยาทาแก้ปวดอักเสบ

ผู้เชี่ยวชาญแนะสุขภาพดี เพียงยึดหลัก 4 ประการ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/462482

ผู้เชี่ยวชาญแนะสุขภาพดี เพียงยึดหลัก 4 ประการ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เรื่องของการดูแลสุขภาพกับคนไทยในหลายปีที่ผ่านมาเป็นกระแสที่ทุกคนให้ความสำคัญ มีการศึกษาหาข้อมูลเพื่อดูแลตัวเอง ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของอาหาร การออกกำลังกาย ทำให้ปัจจุบันมีผลิตภัณฑ์ที่เกี่ยวข้องกับการดูแลสุขภาพ และฟิตเนสเกิดขึ้นมากมายแต่ไม่ว่าทุกอย่างจะพร้อมแค่ไหน แต่หากตัวเราเองไม่รู้จักเริ่มต้นดูแลร่างกาย การมีสุขภาพที่ดีก็จะไม่เกิดขึ้น

ผลิตภัณฑ์เสริมอาหารและวิตามินแบลคมอร์ส จากประเทศออสเตรเลียโดยน.ส.ผุสดี สุจิตจร ผู้จัดการทั่วไป บริษัท แบลคมอร์ส จำกัด จึงได้จัดกิจกรรม“Begin Better Every Day”แบลคมอร์สเริ่มต้นตอนนี้ได้ทุกวัน เพื่อสนับสนุนให้คนไทยสนใจการดูแลสุขภาพ โดยเชิญ  ณัฐทีเทียนศิริ ผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสุขภาพและปรับพฤติกรรมตามหลักการชะลอวัย  ให้ความรู้เกี่ยวกับ “How To Begin Better Everyday”

ณัฐที   เทียนศิริผู้เชี่ยวชาญด้านการสร้างสุขภาพและปรับพฤติกรรมตามหลักการชะลอวัยกล่าวว่า  การมีสุขภาพที่ดี หากเราเริ่มต้นได้วันนี้ สุขภาพของเราก็จะดีตั้งแต่วันนี้ เทคนิคง่ายๆ ในการดูแลสุขภาพ คือ ลดเครียด กินดี นอนหลับ ขยับตัว อีกทั้งในปัจจุบันสภาพอากาศที่เปลี่ยนแปลงและมลภาวะ ทุกคนควรต้องใส่ใจดูแลสุขภาพและให้ความสำคัญกับการเสริมสร้างภูมิคุ้มกันให้กับร่างกาย อาทิ เน้นการทานผลไม้เป็นประจำ เพราะอุดมไปด้วยวิตามินซีในบางครั้งหากไม่สามารถรับประทานผลไม้ได้เพียงพอ การรับประทานวิตามินซีเสริมในปริมาณที่เหมาะสมก็สามารถช่วยได้

ส่วนผู้รักสุขภาพที่ออกกำลังกายเป็นประจำควรรับประทานอาหารที่มีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่นผลไม้ที่มีสีเข้ม เพราะเมื่อออกกำลังกายร่างกายจะมีอนุมูลอิสระมาก ซึ่งอาจส่งผลให้ผิวหนังเหี่ยว ความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ เส้นเลือดสมองตีบ ฯลฯ นอกจากนี้การออกกำลังกายไม่ควรหักโหมจนเกินไป หลายคนเมื่อออกกำลังกายและมีอาการเมื่อยล้าผิดปกติ ปวดตึง แสดงว่าระดับแมกนีเซียมในร่างกายน้อย วิธีสังเกตง่าย ๆ นิ้วมือจะมีอาการสั่นเล็กน้อยเมื่อจับดินสอ โดยผลเสียของการขาดแมกนีเซียม จะมีแนวโน้มกล้ามเนื้อตึงตัว ผ่อนคลายได้ยากและเป็นตะคริวง่าย  ซึ่งทุกคนสามารถรับประทานธัญพืช ถั่วต่างๆ เพื่อเสริมสารแมกนีเซียมให้กับร่างกาย

ทีเอ็มบี ร่วมยินดี พร้อมจัดโปรฯ สุดพิเศษ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/462474

news_default

ทีเอ็มบี ร่วมยินดี พร้อมจัดโปรฯ สุดพิเศษ

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ทีเอ็มบี ร่วมแสดงความยินดี Zen เปลี่ยนชื่อเป็น CENTRAL@centralwOrld นำโดย พัชรี กมลเวชช เจ้าหน้าที่บริหารการตลาดลูกค้าบุคคล-ผลิตภัณฑ์สินเชื่อ ธนาคารทหารไทย (จำกัด) มหาชน มอบดอกไม้แสดงความยินดีให้ ปิยวรรณ ลีละสมภพ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ ฝ่ายการตลาด บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ในโอกาส Zen เปลี่ยนชื่อเป็น CENTRAL@centralwOrld พร้อมจัดโปรโมชั่นสุดพิเศษ 2 ต่อจากบัตรเครดิต TMB โดยมี ธนภัทร ศุภสิริวรรณ ผู้ช่วยผู้อำนวยการบริหารการตลาด ผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต อธิวัตน์ อ้วนสกุลเสรี ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด และจุติพร แขรัตนะ ฝ่ายการตลาดบัตรเครดิต บริษัท สรรพสินค้าเซ็นทรัล จำกัด ร่วมแสดงความยินดี เมื่อเร็วๆ นี้

Recreational Drugs Use ความบันเทิงที่อาจถึงแก่ชีวิต #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/462480

news_default

Recreational Drugs Use ความบันเทิงที่อาจถึงแก่ชีวิต

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

บ่อยครั้งที่เรามักจะได้เห็นข่าวความเสียหายที่เกิดขึ้นกับร่างกาย ชีวิต หรือแม้กระทั่งทรัพย์สิน จากการใช้สารเสพติดตามสถานบันเทิงในหมู่วัยรุ่นและนักท่องเที่ยวในสื่อต่างๆนอกจากการใช้สารเสพติดที่ผิดกฎหมายแล้ว ยังมีการใช้ฤทธิ์ของยาควบคุมบางประเภทแบบผิดวัตถุประสงค์จนทำให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิดตามมาอีกด้วย

รศ.นพ.ครองวงศ์ มุสิกถาวร หัวหน้าศูนย์เวชศาสตร์ฉุกเฉิน โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์สภากาชาดไทย  ให้ความรู้ ในคอลัมน์ “บอกเล่าก้าวทันหมอ” วารสารฬ  รพ.จุฬาฯ สภากาชาดไทย ถึงประเด็นที่น่าสนใจเกี่ยวกับการใช้ยาและสารเสพติดเพื่อความบันเทิงในยุคปัจจุบัน รวมถึงการป้องกันความเสี่ยงและการช่วยเหลือเบื้องต้นในกรณีที่ได้รับสารดังกล่าวโดยไม่ทันตั้งตัวว่าการใช้ยาหรือสารเสพติดเพื่อความสนุกสนานและความบันเทิง หรือ Recreational Drugs Use นั้น  เป็นการใช้สารเสพติดหรือยาบางชนิดเพียงครั้งคราวเท่านั้น อาจจะไม่ได้เสพติดเป็นชีวิตประจำวัน แต่ก็มีโทษร้ายแรงต่อร่างกายจนถึงขั้นเสียชีวิตได้ ผู้ใช้บางส่วนอาจมีการใช้ยาเหล่านี้ในขนาดที่ก่อให้เกิดอันตรายโดยรู้เท่าไม่ถึงการณ์ ด้วยความคึกคะนอง หรืออยากให้ยาออกฤทธิ์ให้ตัวเองหรือผู้อื่นเกิดความสนุกอย่างรวดเร็ว อีกทั้งยังอาจมีการใช้ยาหรือสารอื่นๆ หลายชนิดพร้อมกันและเสริมฤทธิ์กันโดยปราศจากความรู้เกี่ยวกับการออกฤทธิ์ของยาแต่ละชนิดโดยเฉพาะอย่างยิ่งการใช้ร่วมกับเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ ด้วยเหตุเพราะผู้ใช้ต้องการให้ยาออกฤทธิ์อย่างรวดเร็วตามที่ต้องการนั่นเอง หากจะจำแนกประเภทของการใช้ยาหรือสารเสพติดเพื่อความสนุกสนานและความบันเทิงตามการออกฤทธิ์ของยาอาจแบ่งได้เป็น 2 กลุ่มใหญ่ ดังนี้

1.กลุ่มออกฤทธิ์กระตุ้น    กลุ่มนี้จะนำมาใช้เพื่อกระตุ้นให้เกิดอารมณ์สนุกสนาน คึกคัก ฮึกเหิม มีความกล้าและมีอารมณ์ทางเพศมากขึ้น สารเสพติดกลุ่มนี้ได้แก่ เคตามีน (Ketamine) /ยาเค, แอมเฟตามีน(Amphetamine) / ยาบ้า / ยาม้า, Methylenedioxymethamphetamine (MDMA) / ยาอี,Methamphetamine / ยาไอซ์, กัญชาและกัญชาสังเคราะห์, LySergic acid Diethylamide(LSD) / แอลเอสดี เป็นต้น  กลุ่มนี้จะออกฤทธิ์ต่อสมอง หลอดเลือดและหัวใจ  ส่งผลให้หลอดเลือดขยายตัว ชีพจรเต้นเร็ว รู้สึกเร่าร้อน เห็นภาพหลอน หากได้รับในปริมาณที่มากเกินอาจทำให้กล้ามเนื้อสลาย ไตวายและเกิดภาวะหัวใจล้มเหลว

2. กลุ่มออกฤทธิ์ง่วงซึม”ยามอม”อาจนำมาใช้เพื่อการก่ออาชญากรรม เช่น ล่วงละเมิดทางเพศ การรูดทรัพย์ เป็นต้น ตัวอย่างของสารเสพติดกลุ่มนี้ ได้แก่ Benzodiazepines หรือยานอนหลับซึ่งเป็นยาทางจิตเวชที่ต้องสั่งจ่ายโดยแพทย์เท่านั้น, Gamma-Hydroxybutyric (GHB) หรือที่เรียกกันในหมู่วัยรุ่นว่า ยาเสียสาว เป็นต้น กลุ่มนี้จะออกฤทธิ์กดระบบประสาท ทำให้เกิดอาการมึนงง ไม่มีแรง ง่วงซึม กระทั่งหลับไม่รู้สติ ไม่สามารถควบคุมช่วยเหลือตัวเองได้ อีกทั้งยังออกฤทธิ์กดระบบการหายใจและหลอดเลือด จนกระทั่งเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ยังอาจทำให้สูญเสียความทรงจำในขณะเกิดเหตุ แม้จะรู้สึกตัวแล้วก็ไม่สามารถจดจำเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้

ในปัจจุบัน ยาหรือสารเสพติดหลายประเภทอยู่ในรูปแบบที่ผู้เสพหรือได้รับยาเข้าไป อาจไม่ได้มีความระแวงสงสัย เนื่องจาก อาจอยู่ในรูปของเหลวใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น ไม่มีรส สารบางชนิดอาจสลายตัวหรือเปลี่ยนแปลงในร่างกายได้เร็วมากภายในเวลาไม่กี่ชั่วโมง ทำให้การตรวจพิสูจน์สารทำได้ยาก เมื่อเวลาเกิดเหตุผ่านไป ดังนั้นประชาชนทุกเพศทุกวัยควรรู้วิธีป้องกันตัวเองจากความเสี่ยงต่อการได้รับสารดังกล่าวเพื่อความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน หรือจากการล่วงละเมิดทางเพศ นั่นคือไม่ควรพาตัวเองเข้าไปสู่พื้นที่เสี่ยง เช่น สถานที่เที่ยวกลางคืน สถานที่พักของคนที่ไม่รู้จัก หรือไม่สนิท เป็นต้นหลีกเลี่ยงการอยู่ในสถานบันเทิงตามลำพัง ควรมีเพื่อนที่ไว้ใจได้อยู่ด้วยไม่ควรดื่มหรือรับประทานของจากคนแปลกหน้า ไม่ควรละสายตาจากเครื่องดื่มของตนเองไม่ควรดื่มอย่างรวดเร็วดื่มอย่างมีสติอยู่เสมอ ประเมินสถานการณ์รอบข้าง ถ้ามีความเสี่ยงควรพาตัวเองออกมาจากสถานที่นั้นทันที

ทั้งนี้ รศ.นพ.ครองวงศ์ ได้ให้คำแนะนำเกี่ยวกับการช่วยเหลือเบื้องต้นในกรณีที่ได้รับยาหรือสารเสพติดดังกล่าวโดยไม่ทันตั้งตัวว่า เมื่อเริ่มรู้สึกได้ว่าร่างกายมีอาการผิดปกติ ให้รีบบอกเพื่อนหรือคนใกล้ตัวที่ไว้ใจได้เพื่อให้พาออกจากสถานที่นั้นทันที หรือหากพบเห็นผู้ที่สงสัยว่าได้รับสารดังกล่าวอยู่ในภาวะหมดสติ ถ้าบุคคลนั้นยังสามารถหายใจได้อยู่ ให้ดูแลระบบหายใจโดยประคองศีรษะด้วยการแหงนหน้าเชยคาง ถ้ามีอาเจียนให้ตะแคงหน้าผู้ป่วยไปด้านข้าง เพื่อป้องกันไม่ให้สำลัก หลังจากนั้นให้รีบนำส่งโรงพยาบาลหรือแจ้งศูนย์ช่วยเหลือทางการแพทย์ฉุกเฉินหมายเลข 1669 เพื่อรับการรักษาได้อย่างทันท่วงที

‘HARNN’ ส่ง 2 ผลิตภัณฑ์บำรุงใหม่ล่าสุดรับลมหนาว #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/462478

‘HARNN’ ส่ง 2 ผลิตภัณฑ์บำรุงใหม่ล่าสุดรับลมหนาว

วันพฤหัสบดี ที่ 26 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

“HARNN” (หาญ) แบรนด์ไทยชั้นนำระดับโลก ผู้บุกเบิกบอดี้แคร์ สกินแคร์ ผลิตภัณฑ์สปาและอโรมา    เธอราพีแบบออร์แกนิครายแรกของไทย ส่ง 2 ผลิตภัณฑ์บำรุงใหม่ล่าสุดรับลมหนาวนี้ได้แก่ “KA-TI Lip Balm” (กะทิ ลิปบาล์ม) ลิปบำรุงริมฝีปาก เพิ่มความชุ่มชื่นให้กับผิว ที่ได้แนวคิดและแรงบันดาลใจมาจากภูมิปัญญาและวิถีชีวิตของคนไทยในสมัยก่อน ที่นิยมใช้สีผึ้งทาปาก มาผสมผสานกับความร่วมสมัย ภายใต้แนวคิดของ       แบรนด์หาญคือ “Pround to be Thai”  ให้โดดเด่นและเป็นสากลและเหมาะกับยุคสมัยมากขึ้น โดย KA-TI         ลิปบาล์มของหาญ อุดมไปด้วยส่วนผสมจากธรรมชาติรวมกว่า 8 ชนิด อาทิ น้ำมันมะพร้าว, สารสกัดจากใบเตย   ที่อุดมด้วยเบต้าแคโรทีน วิตามิน ซีและแคลเซียมที่มีส่วนช่วยบำรุงริมฝีปากที่แห้งให้มีสุขภาพดี นอกจากนี้ ยังมีส่วนผสมของวิตามินบี 1,2,6 วิตามิน อี ที่ช่วยล็อคความชุ่มชื้นให้ริมฝีปากให้ดูเป็นธรรมชาติ และอิ่มเอิบยาวนานตลอดทั้งวัน และส่วนผสมสำคัญอย่าง Oligopeptide จากธรรมชาติ เพื่อเน้นความชุ่มชื้นให้กับริมฝีปากถึงชั้นใต้ผิว จึงทำให้ริมฝีปากไม่แห้ง ดูสดใสเป็นธรรมชาติ และสุขภาพดีตลอดทั้งวัน นอกจากนี้ ยังมีกลิ่นให้กลิ่นกะทิและใบเตยอ่อนๆในขณะที่ทา

อีกทั้งยังรังสรรค์บาล์มจากคุณสมบัติอันเลอค่าจากสมุนไพรไทยอย่าง พริกไทยดำ ผสานภูมิปัญญาไทยและนวัตกรรมแบบนำสมัย ก่อให้เกิด HARNN Black Pepper Massage Blam (ขนาด 12g.) ผลิตภัณฑ์จากขี้ผึ้งธรรมชาติ ผสานน้ำมันหอมระเหยที่อุดมไปด้วย Black Pepper Oil น้ำมันจากพริกไทยดำที่อุดมไปด้วย Piperine และ Piperamine ดีต่อระบบทางเดินหายใจ ช่วยบรรเทาความเหนื่อยล้า Vitamin E จาก Rice Bran Oil น้ำมันรำข้าว อุดมไปด้วย Orizanol หนึ่งในสารต่อต้านอนุมูลอิสระที่สามารถพบได้เฉพาะในข้าว ช่วยบำรุงผิว และชะลอวงจรการเสื่อมอายุของผิวซึ่งเป็นสาเหตุของริ้วรอยและความหมองคล้ำ Organic Shea Butter ช่วยกักเก็บและป้องกันการสูญเสียความชุ่มชื้น ที่ก่อให้เกิดผิวแห้งเสียจากมลภาวะและแสงแดด ทั้งยังมีคุณสมบัติในการเยียวยา

บรรเทาอาการเจ็บปวดคลายกล้ามเนื้อ ลดการอักเสบ ให้ความรู้สึกสบายผิว ไม่เหนียวเหนอะหนะ และผ่อนคลายด้วยกลิ่นหอมเย็นสดชื่นจากเพพเพอร์มิ้นท์ อ่อนโยนด้วยสารสกัดจากธรรมชาติ เหมาะสำหรับผิวแพ้ง่าย ไม่ระคายเคืองผิวหนัง

พบกับ 2 ผลิตภัณฑ์บำรุงผิวใหม่ล่าสุดของแบรนด์หาญ ที่มาในรูปแบบของ Grab & Go เหมาะสำหรับพกพา เป็นไอเท็ม Must-Have ที่สาวๆควรมีติดกระเป๋าที่สุด เพื่อเพิ่มความชุ่มชื้นให้กับผิวและริมฝีปาก คงความเนียนนุ่มได้ตลอดทั้งวัน เตรียมตัวช้อปกันได้แล้วตั้งแต่วันนี้ที่ร้าน HARNN ทุกสาขาทั่วประเทศ หรือดูรายละเอียดเพิ่มเติมผ่านทางเว็บไซต์ http://www.harnn.com