รู้ไหมว่า…คนไทยค้นหาอะไรมากที่สุดในปี 2019 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/work-life-balance/609231

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2562 เวลา 17:59 น.

รู้ไหมว่า...คนไทยค้นหาอะไรมากที่สุดในปี 2019

ส่องคำค้นหาสูงสุดประจำปี 2019 โดยผลสำรวจจาก Google Trends คนไทยค้นหาอะไรมากที่สุดในปีนี้

Google Trends เปิดเผยข้อมูล Top Keywords ของปีนี้ที่คนไทยใช้ในการค้นหาผ่าน Google สำหรับประเทศไทย ได้แก่

คำค้นหาสูงสุดประจำปี 2019

  1. ชิมช้อปใช้
  2.  กรงกรรม
  3. เมียน้อย
  4. ใบไม้ที่ปลิดปลิว
  5. หัวใจศิลา
  6. ผลการเลือกตั้ง 2562
  7. คริปโต Binance
  8. แชร์ลูกโซ่ Nice Review
  9. มธุรสโลกันตร์
  10. รักฉุดใจนายฉุกเฉิน

ข่าวในประเทศประจำปี 2019

  1. ข่าวลัลลาเบล
  2. ข่าวออฟฟี่ แม็กซิม
  3. ข่าวน้องโยโย่
  4. ข่าวป๊อบ ปองกูล
  5. ข่าวปุ๊กกี้ ปริศนา
  6. ข่าวน้ําตาล เดอะสตาร์
  7. ข่าวเซนติเมตร
  8. ข่าวระเบิด
  9. ข่าวเหม ภูมิภาฑิต
  10. ข่าวแม่มณี

ข่าวต่างประเทศประจำปี 2019

  1. ข่าวพายุเข้าญี่ปุ่น
  2. ข่าวพายุปาบึก
  3. ข่าวดาวเคราะห์น้อยชนโลก
  4. ข่าวซึงรี
  5. ข่าวฮ่องกง
  6. ข่าวซอลลี่
  7. ข่าว Huawei
  8. ข่าวลิซ่า Blackpink
  9. ข่าวเจนนี่ Blackpink
  10. ข่าวนิวซีแลนด์

ร้านค้าประจำปี 2019

  1. ร้านหน่องริมคลอง
  2. ร้านกาแฟชายทุ่ง
  3. ร้านวรรณระยอง
  4. ร้านภูฟ้า
  5. ร้านป้าบุญล้อม
  6. ร้านลุงไสว
  7. ร้านปูเป็น
  8. ร้านยําแซ่บ
  9. ร้านทองออโรร่า
  10. ร้านเก๋เก๋เมืองทอง

สถานที่ท่องเที่ยวต่างประเทศประจำปี 2019

  1. จอร์เจีย
  2. สิงคโปร์
  3. ฮ่องกง
  4. อินเดีย
  5. จีน
  6. ญี่ปุ่น
  7. ไต้หวัน
  8. เวียดนาม
  9. สวิสเซอร์แลนด์
  10. ตุรกี

สถานที่ท่องเที่ยวในประเทศประจำปี 2019

  1. กาญจนบุรี
  2. นครนายก
  3. เชียงใหม่
  4. จันทบุรี
  5. สุราษฎร์ธานี
  6. ชุมพร
  7. สุพรรณบุรี
  8. ระยอง
  9. สมุทรปราการ
  10. สกลนคร

ละครประจำปี 2019

  1. กรงกรรม
  2. เมียน้อย
  3. ใบไม้ที่ปิดปลิว
  4. หัวใจศิลา
  5. มธุรสโลกันตร์
  6. รักฉุดใจนายฉุกเฉิน
  7. กลิ่นกาสะลอง
  8. ทองเอกหมอท่าโฉลง
  9. เจ้าหญิงเม็ดทราย
  10. สามีสีทอง

วิธีประจำปี 2019

  1. วิธีลงทะเบียน ชิม ช้อป ใช้
  2. วิธีเลือกตั้ง
  3. วิธีเช็คพัสดุ Kerry
  4. วิธีใส่หน้ากาก N95
  5. วิธีกดเงินบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ
  6.  วิธีเติมเกม Free Fire
  7. วิธีบูชาปี่เซียะข้อมือ
  8. วิธีทําพานไหว้ครู
  9. วิธีไหว้แม่ย่านางรถ
  10. วิธีทำต้มจับฉ่าย

เพลงประจำปี 2019

  1. รักติดไซเรน
  2. ธารารัตน์
  3. ชอบแบบนี้
  4. งัดถั่งงัด
  5. แก้มน้องนางนั้นแดงกว่าใคร
  6. ขอบใจเด้อ
  7. กอดเสาเถียง
  8. นอกจากชื่อฉัน
  9. Kill This Love
  10.  ฝนเทลงมา

ที่มา : https://trends.google.com/trends/yis/2019/TH/

ชิมติ่มซำอิ่มไม่อั้น เนรมิตมื้อกลางวันที่แสนสุข @เย่า เรสเตอรองท์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/609217

  • วันที่ 20 ธ.ค. 2562 เวลา 10:00 น.

ชิมติ่มซำอิ่มไม่อั้น เนรมิตมื้อกลางวันที่แสนสุข @เย่า เรสเตอรองท์

ห้องอาหารจีน เย่า โรงแรมแบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์ ท้าชิมติ่มซำอิ่มไม่อั้น ให้มื้อกลางวันเป็นช่วงเวลาแห่งความสุข

 

หยุดยาวนี้กินอะไรดี สำหรับคนฉลองปีใหม่ในกรุงเทพฯ อยากแนะนำให้ไปลิ้มลองสารพันติ่มซำกันที่ “ห้องอาหารจีน เย่า เรสเตอรองท์” ที่เสนอติ่มซำอิ่มไม่อั้นรสต้นตำรับกวางตุ้ง ไม่ว่าจะเป็นของนึ่ง ของทอด ซุป อาหารจานผัด และขนมหวาน เย่า จัดให้ท่านได้อร่อยอย่างจุใจไม่อั้นในมื้อกลางวัน พร้อมชมวิวกรุงเทพฯ ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2562 – 5 มกราคม 2563

 

เพราะปีใหม่นี้รัฐบาลให้หยุดยาวถึง 5 วันติด หลายร้านอาจทยอยปิด ห้องอาหารจีน เย่า เรสเตอรองท์ บนชั้น 32 โรงแรม แบงค็อกแมริออท เดอะ สุรวงศ์สวนกระแสเอาใจคนอยู่กรุงเทพ จัดโปรโมชั่นติ่มซำอิ่มไม่อั้นที่ให้คุณอิ่มอร่อยไปกับกว่า 30 เมนูไม่ว่าจะเป็น กุ้งสาหร่ายซอสเอ๊กซ์โอ ซาลาเปาลาวาไข่เค็ม ขนมจีบหมูตับห่าน ฮะเก๋าปลาไข่เค็ม เกี๊ยวกุ้งซอสหมาล่า เสี่ยวหลงเปา ซี่โครงหมูอบซอสฮอยซิน ซุปเสฉวนรสกลมกล่อม ตบท้ายด้วยขนมหวานเย็นฉ่ำคลายร้อนอย่างพุดดิ้งมะม่วง ไอศครีมกระเจี๊ยบ หรือเมนูลูกสำรองร้อนและบัวลอยอัลมอนด์ พร้อมชมทัศนียภาพอันสวยงามของกรุงเทพจากมุมสูง พร้อมเสิร์ฟตั้งแต่เวลา 11.30 น.-14.30 น. ในราคาสุดคุ้ม

 

ไม่ว่าจะมาเดี่ยว มาเป็นคู่ หรือขนกันมาทั้งครอบครัวใหญ่ เย่าก็สามารถจัดสรรค์พื้นที่ส่วนตัวให้ได้ด้วยห้องวีไอพี 5 ห้อง สามารถรับรองแขกได้ตั้งแต่ 6-20 คน  แฟนติ่มซำไปร่วมสัมผัสประสบการณ์อิ่มไม่อั้นมื้อกลางวันได้ ตั้งแต่วันที่ 21 ธันวาคม 2562 – 5 มกราคม 2563 ที่เย่า เรสเตอรองท์ ในราคาเพียง 1,288++ บาท ต่อท่าน รวมชาจีน  สำรองที่นั่งโทรศัพท์ 02 088 5666 หรืออีเมล Wimolthip.L@marriott.com

Beautiful Bangkok 2020 ปรากฏการณ์เคาท์ดาวน์สุดล้ำในรูปแบบ Interactive Installation Art #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/609567

  • วันที่ 19 ธ.ค. 2562 เวลา 13:31 น.

Beautiful Bangkok 2020 ปรากฏการณ์เคาท์ดาวน์สุดล้ำในรูปแบบ Interactive Installation Art

ปักหมุดแลนด์มาร์คเคาท์ดาวน์แห่งใหม่ส่งท้ายปีสุดอลัง ชมปรากฏการณ์การแสดงแสงสีเสียง พร้อมแอคทิวิตี้สุดล้ำในรูปแบบ Interactive Installation Art กับ “Beautiful Bangkok 2020 : A Blossom of Happiness” โดย MQDC ททท. และสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2562

กลับมาอีกครั้งเป็นปีที่ 3 แล้ว สำหรับปรากฏการณ์การแสดงแสงสีเสียงส่งท้ายปีสุดยิ่งใหญ่ใจกลางราชประสงค์ที่พร้อมสะกดทุกสายตาทั่วโลก กับงาน “Beautiful Bangkok 2020 : A Blossom of Happiness” โดยบริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) บริษัทผู้พัฒนาโครงการอสังหาริมทรัพย์ชั้นนำระดับสากล ร่วมกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) และสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ (RSTA) ร่วมกันเติมสีสันแห่งความสุข สร้างความเจิดจรัสประดับฟากฟ้ายามค่ำคืนให้กับเดสทิเนชั่นแห่งการท่องเที่ยวชั้นนำระดับโลกอย่าง “กรุงเทพมหานคร” บนตึกสูงกว่า 60 ชั้น ของโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด ภายใต้คอนเซ็ปต์สุดพิเศษที่ถ่ายทอดความน่าอัศจรรย์แห่งกรุงเทพฯ ในรูปแบบใหม่ โดยได้รับแรงบันดาลใจจากความอ่อนช้อยสวยงามของดอกแมกโนเลีย และดอกไม้นานาพันธุ์ เปรียบเสมือนเป็นการมอบช่อดอกไม้ช่อแรกแห่งปี เพื่อส่งมอบความสุขและความปรารถนาดีให้ประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยวทั้งไทยและเทศที่ได้มาเยือน

บรรยากาศในวันเปิดตัวอบอวลไปด้วยสีสันจากหมู่มวลดอกไม้นานาพันธุ์ ที่นอกจากจะสะท้อนถึงธีม A Blossom of Happiness แล้ว ยังมอบสัมผัสความเป็นเฟมินีนและดีไซน์ร่วมสมัย อันเป็นเอกลักษณ์ของโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด ก่อนเข้าสู่ช่วงไฮไลท์สำคัญแห่งการเฉลิมฉลองท่ามกลางบรรยากาศเอาท์ดอร์สุดครึกครื้น โดยมี วิสิษฐ์ มาลัยศิริรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC) กล่าวต้อนรับแขกผู้มีเกียรติอย่างเป็นกันเอง ร่วมด้วย ยุทธศักดิ์ สุภสร ผู้ว่าการการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และ ณัฏฐพร ชีวมงคล ผู้แทนสมาคมผู้ประกอบวิสาหกิจในย่านราชประสงค์ สอง พาร์ทเนอร์สำคัญที่มาร่วมผนึกกำลัง พร้อมเนรมิตความสุขส่งท้ายปีในครั้งนี้

พร้อมตื่นตาตื่นใจไปกับไฮไลท์แอคทิวิตี้ ‘The Wonder Flower Land’ ณ บริเวณลานหน้าโครงการที่มาในรูปแบบ Interactive Installation Art โดยมีนักแสดงและศิลปินชื่อดังตบเท้าร่วมงานคับคั่ง อาทิ หมาก-ปริญ สุภารัตน์, นาย-ณภัทร เสียงสมบุญ, โม-มนชนก แสงฉายเพียงเพ็ญ, 2 หนุ่มแห่ง SBFIVE เต้-ดาวิชญ์ และ ตี๋-ธนพล พร้อมด้วย บิ๊นท์-สิรีธร ลีห์อร่ามวัฒน์ นางสาวไทยผู้คว้ามงกุฎ Miss International 2019 มาร่วมสร้างสีสันภายในงาน เมื่อค่ำวันจันทร์ที่ 16 ธันวาคม 2562 ณ โรงแรมวอลดอร์ฟ แอสโทเรีย กรุงเทพ

สำหรับงาน Beautiful Bangkok 2020 : A Blossom of Happiness แบ่งการจัดแสดงออกเป็น 2 ส่วนหลักๆ คือ

  • การแสดงแสงสีเสียงสุดยิ่งใหญ่ตระการตาที่เนรมิตอาคารโครงการแมกโนเลียส์ ราชดำริ บูเลอวาร์ด 60 ชั้น ให้เจิดจ้าด้วยแสงไฟหลากโทนสี รังสรรค์ด้วยเทคนิคสุดอลังโดยทีมผู้สร้างชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น ที่ออกแบบให้แสงไฟพลิ้วไหวไปตามเส้นสายโค้งเว้าของตัวตึก เติมแต่งขอบฟ้ากรุงเทพฯ ยามค่ำคืนให้ครึกครื้นและมีชีวิตชีวาได้อย่างน่าอัศจรรย์ โดยสามารถรับชมได้ทุกต้นชั่วโมง ตั้งแต่ 18.00 น. เป็นต้นไป
  • ต่อด้วยแอคทิวิตี้ห้ามพลาดกับโซน The Wonder Flower Land ณ บริเวณลานหน้าโครงการ ที่ให้คุณตื่นตาไปกับซีเคร็ต กิฟท์บ็อกซ์ขนาดมหึมา ซึ่งภายในอัดแน่นไปด้วยมนต์เสน่ห์ของดอกไม้นานาพันธุ์ในรูปแบบ Interactive Installation Art อาทิ ดอกแมกโนเลีย, ดอกกุหลาบ, ดอกบัว, ดอกราชพฤกษ์, ดอกกล้วยไม้ และ ดอกไฮเดรนเยีย

ไฮไลท์อยู่ที่การแสดงแสงสีแบบ Interactive ด้วยเทคโนโลยี AI จากประเทศญี่ปุ่น ที่ต่างเชื้อเชิญแขก ผู้มีเกียรติให้ดื่มด่ำ พร้อมมีส่วนร่วมไปกับการแสดงแสงสีที่เปี่ยมด้วยเอกลักษณ์ โดยแต่ละดอกจะ ครีเอทขึ้นจากอัตราการเต้นของหัวใจของแต่ละบุคคล เรียกได้ว่าเป็นดอกไม้ช่อแรกแห่งปีที่พร้อมส่งมอบความสุขแบบไม่ซ้ำใครให้กับทุกคนที่มาเยือนอย่างแท้จริง

นอกจากนี้ MQDC ยังจัดให้มีกิจกรรมประกวดภาพถ่ายที่แสดงถึงความสวยงามของงาน Beautiful Bangkok 2020 : A Blossom of Happiness ที่รังสรรค์ให้กับกรุงเทพฯ กติกาง่ายๆ เพียงโพสต์รูปถ่ายมุมใดก็ได้ภายในงาน ลง Facebook หรือ Instagram พร้อมแคปชั่นที่บรรยายถึงชอตสุดเจ๋งของคุณได้ดีที่สุด เปิดเป็น Public แล้วติดแฮชแท็ก #ShotAtBeautifulBKK #BeautifulBangkok2020 ตั้งแต่วันนี้-5 มกราคม 2563 ประกาศผลวันที่ 22 มกราคม 2563 โดยภาพที่ได้รับการคัดเลือกว่าสวยงามที่สุด 3 อันดับแรก จะนำไปผลิตเป็นโปสการ์ดเพื่อโปรโมทการท่องเที่ยวประเทศไทยต่อไป ทั้งนี้ผู้ชนะเลิศจะได้รับของรางวัลตามลำดับดังนี้ รางวัลที่ 1 กล้อง Leica Q จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 2 กล้อง Leica CL จำนวน 1 รางวัล รางวัลที่ 3 iPhone 11 Pro Max (512 GB) จำนวน 1 รางวัล และรางวัลอื่นๆ อีกมากมาย รวมมูลค่ากว่า 5 แสนบาท

งาน Beautiful Bangkok 2020 : A Blossom of Happiness เปิดการแสดงรอบประชาชนทั่วไปในวันที่ 17-31 ธันวาคม 2562 เวลา 18.00-23.00 น. โดยในวันที่ 31 ธันวาคม ซึ่งเป็นวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ จะจัดการแสดงจนถึงเวลา 24.00 น. และเพื่ออำนวยความสะดวกให้กับประชาชนตลอดจนนักท่องเที่ยวที่มาเยือน MQDC ยังได้จัดรถรับส่ง Beautiful Bangkok Free Shuttle ที่ประดับประดาอย่างสวยงามด้วยดอกไม้มาคอยให้บริการอีกด้วย โดยจะวิ่งเส้นทางราชดำริ-พระราม 4-สยาม เรียกได้ว่านอกจากจะมีความสุขที่งาน “Beautiful Bangkok 2020 : A Blossom of Happiness ได้อย่างสะดวกสบายแล้ว ยังได้ท่องเที่ยวในย่านราชประสงค์อีกด้วย

สามารถติดตามรอบการแสดง Beautiful Bangkok 2020: A Blossom of Happiness และกติกาประกวดภาพถ่ายเพิ่มเติมได้ทาง http://www.mqdc.com หรือ https://www.facebook.com/mqdcforallwellbeing/

COSI Pattaya ไลฟ์สไตล์โฮเทลสุดคูล ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่นของ Young Generation #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/609432

  • วันที่ 18 ธ.ค. 2562 เวลา 09:00 น.

COSI Pattaya ไลฟ์สไตล์โฮเทลสุดคูล ตอบโจทย์ทุกฟังก์ชั่นของ Young Generation

ไลฟ์สไตล์โฮเทลน้องใหม่ใจกลางพัทยาเหนือ COSI Pattaya Wong Amat Beach (โคซี่ พัทยา วงศ์อมาตย์ บีช) พลัสชีวิตอิสระให้ไร้ข้อจำกัดตลอด 24 ชั่วโมง เชื่อมโยงโลกดิจิทัลเอาใจคนรุ่นใหม่ พร้อมมาในราคาสุดประหยัด

เรียกว่าเข้าคอนเซ็ปต์ ‘Less is More’ น้อยแต่มาก เรียบง่ายแต่ตอบโจทย์คนยุคมิลเลนเนียลแบบครบครันเลยทีเดียว สำหรับ “COSI Pattaya Wong Amat Beach” ไลฟ์สไตล์โฮเทลน้องใหม่ในเครือเซ็นทารา ที่เปิดตัวมาในราคาเบาๆ เข้าถึงง่าย เน้นสีสันบรรยากาศและการบริการที่เป็นกันเอง มีพื้นที่ส่วนกลางและสระว่ายน้ำเติมเต็มความสนุกสนาน พร้อมอัพนวัตกรรมล้ำสมัยให้เชื่อมต่อกับโลกออนไลน์เพื่อไลฟ์สไตล์คนยุคใหม่ในแบบฉบับ COSI

ที่นี่รองรับนักเดินทางด้วยห้องพักจำนวน 282 ห้อง ซึ่งแบ่งเป็นห้องพักแบบ COSI Room (ราคาเริ่มต้น 999 บาท พร้อมรับการ์ดเครดิตแทนเงินสดให้ไปใช้จ่ายตามไลฟ์สไตล์ที่ชื่นชอบ 100 บาทในแต่ละวัน) และห้องพัก COSI Plus อัพขนาน เพิ่มโซฟาไซส์ใหญ่และมุมนั่งเล่น ออกแบบในสไตล์มินิมอลให้ทุกฟังก์ชั่นใช้งานจริงได้อย่างลงตัว ทุกห้องมาพร้อมสิ่งอำนวยความสะดวกครบครัน อาทิ สมาร์ททีวี 43 นิ้ว เชื่อมต่อ Wi-Fi ความเร็วสูงให้บริการฟรี มีพอร์ต USB หลายจุดภายในห้องพักเพื่อการเชื่อมต่อและชาร์จอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ มีบริการอินเตอร์เน็ทไร้สายความเร็วสูงให้บริการฟรีคลอบคลุมทุกพื้นที่ มีฝักบัวพาวเวอร์ ตู้เซฟนิรภัย รวมทั้งตู้เย็นขนาดเล็ก ส่วนโทนสีที่นี่เลือกใช้สีฟ้า-เหลือง ดูสดใสตื่นเต้น สนุกสนาน โดดเด่นด้วยผลงานกราฟิตี้ที่ผนังสีสันโดนใจ ใครเห็นเป็นต้องอยากลั่นชัตเตอร์

เรื่องปากท้องไม่ต้องห่วง เพราะที่นี่มี “WYSIWYG” ที่ย่อมาจากคำว่า What You See Is What You Get เป็นไลฟ์สไตล์คาเฟ่ที่ไม่มีวันหลับไหล เปิดให้บริการทั้งกลางวันและกลางคืน 24 ชั่วโมง ตลอด 365 วัน เพลิดเพลินกับอาหาร เครื่องดื่ม อาทิ โจ๊กหมู ข้าวมันไก่ ข้าวหมูแดง กระเพาะปลา คนเฮลท์ตี้มีสลัดผัก สลัดคีนัวไม่กลัวอ้วน ตบท้ายด้วยเค้ก บราวนี่ ครัวซองต์ ขนมปัง ยันขนมขบเคี้ยว บะหมี่กึ่งสำเร็จรูป พร้อมเครื่องดื่ม ชา กาแฟ และอื่นๆ

อิ่มท้องแล้วอยากนั่งพัก COSI ก็มี Hub พื้นที่ส่วนกลางสำหรับพบปะสังสรรค์ให้เลือกนั่งชิลๆ หลายรูปแบบไม่ว่าจะเป็นเบาะนุ่มๆ ชิงช้าเก๋ๆ หรือจะเป็นโซนเคาน์เตอร์บาร์เท่ๆ พลาดไม่ได้กับการเล่นน้ำในสระที่มาพร้อมลำโพงสุดกระหึ่มส่งเสียงเพลงมันๆ ใต้พื้นน้ำ ใครฟิตหน่อยที่นี่ก็มีฟิตเนสให้ไปออกกำลังกายได้ตลอด 24 ชั่วโมงเช่นกัน

และเพื่อให้การใช้ชีวิตเป็นเรื่องง่าย ที่ COSI Pattaya Wong Amat Beach เพิ่มความสะดวกรวดเร็วให้ผู้เข้าพักสามารถ Check in-Check out ด้วยตัวเองง่ายๆ เพียงปลายนิ้วสัมผัส พลัสความสะดวกสะบาย ไม่ต้องรอคิวให้ฟิวส์ขาด นอกจากนี้ ภายในโรงแรมยังมีห้องซัก-รีดผ้า ประหยัดเวลาและค่าใช้จ่าย

โรงแรม COSI Pattaya Wong Amat Beach ตั้งอยู่บนพื้นที่เขตพัทยาเหนือ ห่างจากสนามบินสุวรรณภูมิเพียง 90 นาทีโดยรถยนต์ ตัวโรงแรมตั้งอยู่บนถนนฝั่งตรงกันข้ามกับชายหาดนาเกลือ ใช้เวลาเดินไปหาดวงศ์อํามาตย์เพียง 5 นาที นอกจากนี้ ยังอยู่ไม่ไกลจากจากศูนย์การค้า เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช ถนนคนเดินพัทยา วอล์กกิ้งสตรีท ร้านอาหาร แหล่งช็อปปิ้ง และสถานที่ท่องเที่ยวชื่อดังของเมืองพัทยา ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ https://www.facebook.com/cosipattaya/

ซ่วนหยางโร่ว หม้อไฟเนื้อแกะอาหารสู้ภัยหนาวของชาวจีน #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/609418

  • วันที่ 17 ธ.ค. 2562 เวลา 18:48 น.

ซ่วนหยางโร่ว หม้อไฟเนื้อแกะอาหารสู้ภัยหนาวของชาวจีน

อาหารจีนภาคเหนือไม่ค่อยถูกปากคนไทย แม้แต่ชาวโลกทั่วไปก็ไม่นิยม รสชาติของมันไม่ได้ลุ่มลึกและพิสดารเหมือนอาหารจีนภาคใต้ เช่น อาหารกวางตุ้งที่ได้ชื่อว่าเป็นหนึ่งในยุทธจักรของอาหารจีน

คนภาคเหนือยังไม่นิยมกินข้าว เพราะปลูกข้าวได้น้อย อาการหลักจึงเป็นแป้ง ทั้งในรูปของ “หมานโท่ว” (หมั่นโถว) และปิ่ง (ขนมเปี๊ยะ) แถมยังนิยมกินของมัน คนไทยเห็นแล้วไม่ค่อยเจริญอาหาร แต่ให้พลังงานมาก กินแล้วอิ่มไปสามสี่ชั่วยาม

ปักกิ่งตอนนี้กำลังหนาวเสียดกระดูก ปีนี้มีหิมะตกลงมาตั้งต้นฤดูถือว่าเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นได้ยาก เพราะปักกิ่งหนาวแห้ง ไม่มีความชื้นมากพอที่จะสร้างหิมะ แต่ความหนาวนั้นรุนแรงมาก ถึงขนาดที่ทะเลสาบในปักกิ่งทั้งหมด ลำคลองทุกสายกลายเป็นน้ำแข็งหนาเตอะ ลงไปเล่นสเก็ตกันสบายๆ

ภาพ – กรกิจ ดิษฐาน

อาหารหน้าหนาวของที่นี่จึงต้องให้พลังงานสูง ร้อนจัด และอุ่นนาน หากมันไม่อุ่นพอมันจะชืดเร็วจนกระทั่งแข็งหมดรสชาติ อย่างเช่นอาหารเช้าที่เรียกว่าเจียนปิ่ง คือเครปจีนที่มีไส้ปาท่องโก๋ (โหยวเถียว) หากทิ้งไว้นานเกินไป มันจะแข็งเหมือนกินไม้อัด แน่นอนว่าแม้แต่น้ำเปล่าก็ต้องอุ่นไว้ตลอด ไม่อย่างนั้นจะแข็งเหมือนกัน

อาหารที่นิยมกินกันมากในฤดูหนาวที่ปักกิ่งคือหม้อไฟ โดยเฉพาะหม้อไฟเนื้อแกะที่เรียกว่า “ซ่วนหยางโร่ว” หรือคนปักกิ่งเรียกว่า “ซ่วนกัวจื่อ”

ภาพ – กรกิจ ดิษฐาน

หยางโร่ว แปลว่าเนื้อแกะ ส่วน “ซ่วน” เป็นคำกิริยาแปลว่าการนำเนื้อแกะที่เต็มไปด้วยริ้วไขมันฝานบางๆ ลงไปจุ่มเร็วๆ ในหม้อไฟไม่ให้สุกนานเกินไป เนื้อจึงนุ่มแต่ไม่มีกลิ่นสาบของเนื้อ จากนั้นนำไปจิ้มกับน้ำจิ้มงาบดโรยหอมผักชี ไม่มีเผ็ดแต่หากชอบเผ็ดก็ใส่พริกได้ แต่ไม่เป็นปักกิ่งแท้ ของแท้ต้องอ่อนเผ็ด

หม้อไฟของซ่วนหยางโร่วก็แปลกหูแปลกตาดี หน้าตาเหมือนหม้อไฟโต๊ะจีนบ้านเรา เพียงแต่ปล่องตรงกลางนั้นทำเป็นรูปกรวยทรงสูงมาก ตัวหม้อเป็นทองแดง แต่ที่แปลกประหลาดคือหูหิ้วของมันเวลาจับจะไม่ร้อน ทั้งๆ ที่น้ำเดือดปุดๆ ควันโขมงออกมาจากกรวย

ภาพ – กรกิจ ดิษฐาน

ของกินหลักย่อมต้องเป็นเนื้อแกะอยู่แล้ว คนไทยอาจรู้สึกพะอืดพะอม เพราะไม่คุ้นกับเนื้อชนิดนี้ แต่มันคืออาหารหลักของคนจีนภาคเหนือที่กินกันมากกว่าหมู ความจริงเนื้อแกะไม่ได้เหม็นสาบเท่ากับเนื้อแพะ และไม่เหนียวเท่า โดยฝานบางๆ อย่างมีศิลปะพร้อมด้วยริ้วมันพอประมาณ จนะกินกับผักก็ได้ เต้าหูก็ดี อนึ่ง เนื้อแกะมีสรรพคุณร้อน จึงช่วยให้ร่างกายอุ่นได้ดีในหน้าหนาว

ร้านซ่วนหยางโร่วเก่าแก่ที่ผู้เขียน (กรกิจ ดิษฐาน) ไปรับประทานคือร้าน “หม่านเหิงจี้” บนถนนผิงอานลี่ เขตซีเฉิง อันเป็นเขตเมืองเก่าของปักกิ่ง หน้าร้านทำเป็นตึกโบราณดูคลาสสิก เป็นร้านของชาวมุสลิม หรือชาวหุย ดังนั้นจึงเป็นอาหารฮาลาล ในภาษาจีนเรียกว่า “ชิงเจิ้น ซ่วนหยางโร่ว” คำว่าชิงเจิ้นแปลว่าอิสลาม

ภาพ – กรกิจ ดิษฐาน

หม้อไฟที่นี่มีทั้งน้ำใส และน้ำข้น เนื้อแกะที่เสิร์ฟก็มีหลายประเภท และยังมีเนื้อวัวด้วย ส่วนผักที่นิยมสั่งกันคือผักกาดขาวและใบตั้งโอ๋ และอย่างที่บอกไปว่าคนแถบนี้นิยมกินแป้งหรือหมี่ เมื่อกินเนื้อแล้วก็มักจะสั่งเส้นหมี่มาใส่กินให้อิ่มท้อง

อาหารขึ้นชื่ออีกอย่างของร้านหม่านเหิงจี้คือ ขนมเปี๊ยะงาใส้น้ำตาลแดง (หมาเจี้ยงถังปิ่ง) เป็นแผ่นแป้งทำจากงาบดสอดไส้คาราเมลน้ำตาลแดง กินอุ่นแล้วอร่อยมาก ช่วยตัดรสชาติมันๆ ของหม้อไฟได้ดี จานนี้ถือเป็นซิกเนเจอร์ของร้านเลยทีเดียว หากไม่สั่งถือว่ามาไม่ถึง

ภาพ – กรกิจ ดิษฐาน

นอกจากร้านหม่านเหิงจี้ ผู้เขียนยังไปนั่งกินอีกร้านแถวๆ ถนนหวางฝูจิ่งใกล้ๆ กับจตุรัสเทียนอันเหมิน แม้ว่าจะดูคลาสสิกน้อยกว่า แต่รสชาติไม่ต่างกันนัก อันที่จริงความอร่อยของซ่วนหยางโร่วขึ้นอยู่กับเตรียมวัตถุดิบและผู้กิน หากร้านมีวัตถุดิบที่ดี มีซุปที่ดี มีน้ำจิ้มที่ดีก็มีชัยไปกว่าครึ่ง ส่วนที่เหลือขึ้นอยู่กับวิทยายุทธ์ในการจุ่มเนื้อของผู้กินแล้วว่าจะกะให้ถูกปากตัวเองได้แค่ไหน

สำหรับการกินซ่วนหยางโร่ว ราคากินอิ่ม 2 คนอยู่ที่ประมาณ 100 – 200 หยวน หรือราวๆ 500 – 1,000 กว่าบาทแล้วแต่ว่าจะสั่งมากสั่งน้อย ไม่แพงมากเกินไปสำหรับประสบการณ์ที่หาไม่ได้ง่ายนักในประเทศไทย

ลิ้มรสตำรับอาหารยอดเยี่ยมระดับโลก ณ ห้องอาหารภิรมย์ โฉมใหม่ที่มาในคอนเซ็ปต์ “อาหารไทยสี่ภาค” #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/609407

  • วันที่ 17 ธ.ค. 2562 เวลา 17:28 น.

ลิ้มรสตำรับอาหารยอดเยี่ยมระดับโลก ณ ห้องอาหารภิรมย์ โฉมใหม่ที่มาในคอนเซ็ปต์ “อาหารไทยสี่ภาค”

โพสต์ทูเดย์ ชวนสัมผัสเรื่องราวครั้งใหม่ของตำรับอาหารไทยที่จะถูกเล่าขานและเป็นที่จดจำ ณ ห้องอาหารภิรมย์ ณ อินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท ที่นำเสนอเมนูอาหารดั้งเดิมแบบไทยแท้ ซึ่งเป็นทั้งเอกลักษณ์ประจำชาติและมรดกทางวัฒนธรรมไทยที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่น กลายเป็นอาหารแต่ละจาน เมนูแต่ละภาค โดยมีความหลากหลายทั้งรสชาติและกลิ่นหอมน่ารับประทาน ยังรวมไปถึงรสสัมผัสในแต่ละคำจากวัตถุดิบที่ถูกคัดสรรมาเป็นอย่างดี สร้างความประทับใจในรสชาติ และความสวยงามประณีตในการตกแต่งจาน

ทุกเมนูของห้องอาหารภิรมย์ รังสรรค์โดยเชฟจัสวีร์ ซังเก-รา หรือรู้จักในนาม เชฟมาม่าดู๋ หนึ่งในผู้เชี่ยวชาญด้านอาหารไทยที่เป็นที่รู้จักในวงการอาหารไทยมาอย่างยาวนาน ตลอดการเป็นเชฟกว่า 30 ปี ความเชี่ยวชาญของเชฟมาม่าดู๋ ไม่ได้ชำนาญอาหารไทยสี่ภาคเพียงอย่างเดียว แต่เชฟยังสามารถทำอาหารชาววัง ขนมไทย และการแกะสลักผลไม้ เรียกได้ว่าคือผู้เชี่ยวชาญทั้งศาสตร์และศิลป์ของอาหารไทยอยางแท้จริง

เมนูอาหารที่เชฟมาม่าดู๋ได้รังสรรค์ขึ้นนั้น มีทั้งเมนูแบบดั้งเดิมต้นตำรับไทย เช่น เมี่ยงกลีบบัว ข้าวหมกไก่ และยังมีในส่วนของเมนูรูปแบบอื่นๆ เช่น เป็ดรมควันราดซอสมะขาม และพานนาคอตต้าน้าตาลโตนด

คุณไมเคิล เจนเซ่น ผู้จัดการทั่วไป โรงแรมอินเตอร์คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท กล่าวว่า “เราต้องการสร้างความแตกต่าง สร้างประสบการณ์ใหม่ในการรับประทานอาหารไทยที่ยอดเยี่ยมให้กับลูกค้าทุกท่านโดยคอนเซ็ปต์ใหม่ สิ่งสาคัญของการปรับโฉมห้องอาหารใหม่นี้คือการนำเมนูจากทั้งสี่ภาคทั่วประเทศไทยมาให้ลูกค้าได้ลิ้มลองความอร่อยที่ห้องอาหารภิรมย์ อาหารไทยนั้นเป็นที่รู้จักไปทั่วโลก แต่อาจจะมีเพียงไม่กี่เมนูเท่านั้นที่ทุกคนทราบชื่อแท้จริง แล้วอาหารไทยทั่วทั้งประเทศไทยนั้นมีมากมายหลากหลายเมนูและยังยอดเยี่ยมอีกด้วย นั้นเป็นเหตุที่ว่าเรารู้สึกโชคดีเป็นอย่างมากที่เชฟมาม่าดู๋ได้มาสร้างประสบการณ์การรับประทานไทยครั้งใหม่ให้กับลูกค้าทุกท่าน ที่ห้องอาหารภิรมย์เชฟมาม่าดู๋คืออัจฉริยะด้านอาหารไทยอยางแท้จริง”

ห้องอาหารภิรมย์พร้อมเปิดห้องอาหารรองรับนักชิมและลูกค้าจากทั่วโลก ทั้งอาหารว่าง มื้อกลางวัน และมื้อค่ำ พร้อมเครื่องดื่มสูตรพิเศษ ในกลิ่นอายความเป็นไทย เครื่องดื่มที่เน้นเพิ่มความสดชื่น สะท้อนเอกลักษณ์ของไทย ผสานกับมนต์เสน่ห์ของหัวหิน รังสรรค์ขึ้นให้กลายเป็นเครื่องดื่มสูตรพิเศษสำหรับห้องอาหารภิรมย์โดยเฉพาะ นอกจากนี้ ยังเลือกใช้วัตถุดิบที่เป็นผลไม้สดตามฤดูกาลในท้องถิ่น สมุนไพร และดอกไม้ เพิ่มมิติให้ค็อกเทลมีรสชาติและมอบความประทับใจไม่รู้ลืม

ลิ้มรสชาติไทยสี่ภาคได้ที่ ห้องอาหารภิรมย์ โรงแรมอินเตอร์ คอนติเนนตัล หัวหิน รีสอร์ท จ.ประจวบคีรีขันธ์ เปิดให้บริการทุกวัน ตั้งแต่เวลา 12.00-15.30 น. สำหรับมื้อกลางวัน และตั้งแต่เวลา 18.30 – 22.30 น. สำหรับมื้อค่ำ สำรองที่นั่ง โทร.032 616 999 หรือส่งอีเมลที่ ichh.dining@ihg.com

Cloud Dragon จากศาสตร์หยิน-หยาง สู่ภัตตาคารอาหารจีนเลิศรส #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/609235

  • วันที่ 16 ธ.ค. 2562 เวลา 11:00 น.

Cloud Dragon จากศาสตร์หยิน-หยาง สู่ภัตตาคารอาหารจีนเลิศรส

Cloud Dragon ไชนีสเรสเตอรองต์ใจกลางเมือง ใส่ใจทุกเรื่อง ครบเครื่องความอร่อย ปล่อยเมนูเด็ด “บะกุ๊ดเต๋จักรพรรดิ์-โจ๊กล็อบสเตอร์” และเซอร์ไพร์สด้วยแสงไฟไนท์ไลฟ์ยามค่ำคืน

เอาใจคนเมืองด้วยเรื่องของอาหารบำรุงสุขภาพ ปรับสมดุลหยิน-หยางในร่างกาย ผ่านเมนูอาหารจีนเลิศรส กับร้านที่ตอบโจทย์ทุกไลฟ์สไตล์ “Cloud Dragon” ไชนีสเรสเตอรองต์สุดหรูใจกลางเมือง ที่ตกแต่งในสไตล์โมเดิร์นไชนีส มาในคอนเซ็ปต์รวมพลังแห่งจักรวาลจากคู่ตรงข้าม “หยิน-หยาง” สู่สมดุลในจานอาหารที่รังสรรค์ขึ้นเพื่อสุขภาพที่ดี มีเซอร์ไพร์สด้วยการเนรมิตบรรยากาศร้านสร้างความต่างในทุกมื้ออาหาร ไม่ว่าจะเป็นมื้อเช้า กลางวัน เย็น หรือปาร์ตี้แฮงเอ้าท์เคล้าเสียงเพลงภายใต้แสงไฟที่ปรับมูทแอนด์โทนให้แตกต่างตามช่วงเวลา

เมนูชูโรงยกให้ บะกุ๊ดเต๋ ที่ลุกค้าสามารถเลือกน้ำข้น-น้ำใส ตามใจชอบ บำรุงธาตุทั้ง 5 ด้วยเครื่องเทศและสมุนไพรจีนที่พาเหรดมาถึง 16 ชนิด อาทิ เก๋ากี๋, ตังกุย, ตังเซียม หรือตานเซิน, ฮวยซัว, เง็กเต็ก, พุทราจีน,รากบัว, โป๊ยกั๊ก บำรุงร่างกายสบายท้อง อร่อยครบเซ็ตด้วยปาท่องโก๋ และชาจีนร้อนๆ จัดเต็มแบบพรีเมี่ยมกับเมนู “บะกุ๊ดเต๋สูตรจักรพรรดิ์” (999 บาท) คัดสรรมาครบ ทั้งเป่าฮื้อ หน่อไม้ทะเล เนื้อปลา ซี่โครงหมู หมูกรอบ ขาหมู สามชั้นตุ๋น ไส้อ่อน ตับ เต้าหู้ กระเพาะ เซี่ยงจี๊ หมูตุ๋น ไข่ สะใจแบบครบเครื่อง ยังมี บะกุ๊ดเต๋เนื้อปลากะพง บะกุ๊ดเต๋ซี่โครงหมู บะกุ๊ดเต๋หมูนุ่ม บะกุ๊ดเต๋เครื่องใน (ราคาเริ่มต้น 245 บาท)

ตามด้วยเมนูโจ๊ก อลังการกับ “โจ๊กล็อบสเตอร์” (1,999 บาท) คัดล็อบสเตอร์ไซส์ใหญ่มาใส่ในเมนูโจ๊กรสกลมกล่อม หอมหวานลงตัว หรือจะลองเป็นโจ๊กหมูใส่ไข่ โจ๊กปลา โจ๊กเป่าฮื้อและหน่อไม้ทะเล

ด้านเมนูตุ๋นหอมกรุ่นกลิ่นเครื่องเทศตำรับตุ๋นยาจีน ดีงามที่เนื้อนุ่มละลายในปาก ชุ่มฉ่ำเข้าเนื้อด้วยเทคนิคการตุ๋นพิเศษ มีให้ลิ้มรสทั้งขาหมูพะโล้ หมูสามชั้นตุ๋น ขาหมูตุ๋น กระเพาะตุ๋น ไส้อ่อนตุ๋น ส่วนที่ขายดีคือ เมนูตุ๋นรวม ที่กินคุ้มอร่อยครบ ตบด้วยไข่มะตูมกับเต้าหู้ คู่น้ำจิ้มรสเด็ด…เข้ากั๊นเข้ากัน

พลาดไม่ได้กับข้าวผัดหอมๆ ที่มีทั้งข้าวผัดหมูกรอบ หมูแดง ข้าวผัดปู ข้าวผัดทะเล ข้าวผัดล็อบสเตอร์ ส่วนเมนูเส้นจะเลือกเป็นบะหมี่สามสีทีมีทั้งหมี่หยก หมี่เหลือง และหมี่ซั้ว ท็อปปิ้งด้วยเป็ดย่าง หมูแดง หมูกรอบ หรือล็อบสเตอร์ ราดตามด้วยน้ำหมูแดงเลิศรส กินจนหมดโดยไม่รู้ตัว

ถึงคิวเมนูติ่มซำ เต็มคำด้วยขนมจีบกุ้ง ขนมจีบหมู เกี๊ยวกุ้งชาโคล เกี๊ยวซ่ากรีนซัมเมอร์ เกี๊ยวกุ้งซันไชน์ เกี๊ยวหมูกุ๊ยช่าย เกี๊ยวไก่สไปร์ซี่ ตามด้วยเสี่ยวหลงเปา ซาลาเปาหมูแดง ซาลาเปาลาวาไข่เค็ม เต็มอิ่มแน่นอน

นอกจากนี้ ยังมีเมนูทางเล่นน่าลอง อาทิ เปาะเปี๊ยะเป็ดย่าง เปาะเปี๊ยะขลุ่ยกุ้ง เฟรนช์ฟรายส์ 5 ขุนพล ข้าวเกรียบปลา ข้าวโพดคลุกไข่เค็ม ถั่วทอด 5 เซียน พิชิตใจสาวกหมูกรอบ ด้วยหมูกรอบสูตรพิเศษจิ้มซีอิ๊วดำ อร่อยล้ำสุดบรรยาย

ส่วนเครื่องดื่มที่ Cloud Dragon มีทั้งชาร้อน ชาเย็น ชาพีช ชานมไข่มุกที่มาพร้อมกับบุกเพื่อสุขภาพ ย่ำค่ำมีค็อกเทล ม็อกเทล ให้บริการ ปิดท้ายด้วยของหวาน อาทิ เฉาก๊วยนมสด ทาร์ตเลมอน จบมื้อแห่งความสุขและความอร่อยแบบน่ารักน่าลุ้น กับตัวเลขพร้อมคำทำนายในคุกกี้เสี่ยงทายจาก Cloud Dragon

ไปสัมผัสประสบการณ์ดีๆ ที่ Cloud Dragon ร้านอยู่ในโครงการ Velaa Sindhorn Village ร้านเปิดทุกวัน ตั้งแต่ 07:00-23:00 น. สอบถามโทร. 085-140-9999, 095-919-5966 หรือติดต่อช่องทางออนไลน์ได้ที่ @Clouddragonbkk

Top 10 รูฟท็อปบาร์ที่น่าพาคนรู้ใจไปเคาท์ดาวน์ #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/609194

  • วันที่ 15 ธ.ค. 2562 เวลา 16:40 น.

Top 10 รูฟท็อปบาร์ที่น่าพาคนรู้ใจไปเคาท์ดาวน์

ลิสต์ไว้ในใจแล้วรีบชวนคนพิเศษไปฉลองค่ำคืนเคาท์ดาวน์ในบรรยากาศสุดประทับใจ กับ Top 10 ร้านอาหารและรูฟท็อปบาร์ในโรงแรมระดับเวิลด์คลาส

เมื่อพูดถึงเทศกาลที่หลายคนต่างตั้งตารอมาตลอดทั้งปีแน่นอนว่าต้องเป็นวันส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่นั่นเอง ซึ่งเรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งเทศกาลแห่งความสุขที่ทุกคนจะได้ใช้เวลาสุดพิเศษไปพร้อมกับคนที่รักได้อย่างอิ่มเอม โดย Absolut (แอบโซลูท) ในฐานะพาร์ทเนอร์ของเครือโรงแรมระดับลักซ์ชัวรี่หลากหลายแห่งในประเทศไทยได้คัดสรรร้านอาหารและบาร์ รูฟท็อปสุดหรูใจกลางกรุงทั้ง 10 ร้านมาเพื่อส่งมอบประสบการณ์เคาท์ดาวน์อันยอดเยี่ยมให้กับคุณ แต่ละร้านนอกจากจะมีอาหารและเครื่องดื่มชั้นเลิศให้เลือกอร่อยในแบบไม่ซ้ำใครแล้ว ยังมอบบรรยากาศสุดประทับใจของดาดฟ้าโรงแรมที่มองเห็น วิวทิวทัศน์สวยๆของกรุงเทพฯในแบบพาโนรามาอีกด้วย สำหรับการเคาท์ดาวน์ที่ขาดไม่ได้ก็คือการได้ชมพลุชุดใหญ่ที่ถูกจุดไปทั่วกรุง ในคืนวันที่ 31 ธันวาคม 2562 ใครที่ชอบการดูพลุรับรองได้เลยว่าคุ้มและฟินกับความอลังการที่จัดเต็มนี้ได้อย่างแน่นอน

· Octave Rooftop Lounge & Bar – Bangkok Marriott Hotel Sukhumvit

เตรียมพร้อมสำหรับการนับถอยหลังอันน่าตื่นเต้นและก้าวเข้าสู่วินาทีแรกของปีใหม่ด้วยทิวทัศน์ที่งดงามของกรุงเทพฯกับ Octave Rooftop Lounge & Bar รูฟท็อปบาร์บนโรงแรม Bangkok Marriott Hotel Sukhumvit ที่ให้คุณเพลิดเพลินกับการจิบเครื่องดื่มรสเยี่ยมพร้อมดื่มด่ำบรรยากาศยามค่ำคืนในแบบพาโนรามาได้สองมุมสองสไตล์บนชั้น 48 และชั้น 49 ในคอนเซ็ปต์ “GLOW IN THE JUNGLE” ที่ถูกเนรมิตเป็นป่าภายใต้ท้องฟ้าอันกว้างใหญ่ พร้อมให้คุณใช้ช่วงเวลาสุด โรแมนติกร่วมกับคนพิเศษได้อย่างมีความสุข ตั้งแต่เวลา 17.00 น. – 02.00 น. Dress code สีขาวหรือนีออน พบกับเครื่องดื่มฟรี-โฟลว์และแพ็คเกจ signature bites ที่เสิร์ฟให้แบบจัดเต็มตลอดคืน

– Dress code: White or Neon color

– ชั้น 45: ราคา 8,500 บาท net/คน รับเครื่องดื่ม house wines, pouring spirits และ local beer

– ชั้น 48 และ ชั้น 49: ราคา 13,500 บาท net/คน รับเครื่องดื่ม house wines, sparkling wines, pouring spirits และ local beer

**สำหรับแขกที่สามารถขึ้นมาที่ชั้น 45-49 ได้จะต้องมีอายุ 20 ปีขึ้นไป

 

· FLOW – Millennium Hilton Bangkok

สำหรับใครที่อยากจูงมือคนพิเศษมาดินเนอร์สุดหรูใต้แสงเทียนแบบ โรแมนติกในบรรยากาศของริมแม่น้ำเจ้าพระยา ห้องอาหาร FLOW ภายในโรงแรม Millennium Hilton Bangkok ตอบโจทย์แน่นอน พร้อมให้คุณได้ฉลองค่ำคืนปีใหม่อย่างมีสไตล์ในธีมปาร์ตี้ Circus ที่มีโชว์สุดเซอร์ไพรส์จากเหล่านักแสดงละครสัตว์มาสร้างสีสันให้เป็นคืนที่น่าจดจำ ตั้งแต่เวลา 19.00 น. – 01.00 น. เพลิดเพลินไปกับบุฟเฟต์อาหารนานาชาติ

ระดับพรีเมียม พร้อมนับถอยหลังเข้าสู่ปีใหม่ร่วมกันกับดีเจและวงดนตรีสดที่มาสร้างความสนุกก่อนบอกลาปี 2019 ชมการแสดงดอกไม้ไฟอันงดงามตระการตาที่ทอดยาวในแม่น้ำเจ้าพระยา

– Dress code: Dress to impress

– ราคาผู้ใหญ่ 7,900 บาท/คน รวมเครื่องดื่มไม่มีแอลกอฮอล์

– ราคาเด็ก 3,000 บาท/คน (อายุระหว่าง 6-11 ปี)

– ราคา Early Bird ส่วนลด 20% สำหรับจองและชำระเงินก่อนวันที่ 16 ธันวาคม 2562

**พิเศษฟรี-โฟลว์เครื่องดื่มสำหรับผู้ใหญ่ราคา 2,000 บาท/คน รับ wines, spirits และ draught beer

 

· ThreeSixty Lounge – Millennium Hilton Bangkok

อีกหนึ่งสกายบาร์สุดหรูที่ให้คุณได้มาเปลี่ยนบรรยากาศการจิบค็อกเทลรับลมเย็นๆบนบาร์ริมแม่น้ำเจ้าพระยาต้องมาที่ Three Sixty Lounge ของโรงแรมดังริมแม่น้ำเจ้าพระยาอย่าง Millennium Hilton Bangkok ที่ไม่ได้มีเพียงเครื่องดื่มอร่อยๆให้ฟินแต่ยังได้สัมผัสกับวิวอันสวยงามของเมืองกรุงแบบ 360 องศาอีกด้วย โดยแบ่งเป็นสองโซนสองสไตล์ให้เลือกตามความชอบ ได้แก่

– ThreeSixty Rooftop Bar ชั้น 31 ซึ่งเป็นโซน outdoor ที่มองเห็นวิวยามค่ำคืนของกรุงเทพฯได้แบบ 360 องศา พบกับ open bar ที่มีฟรี-โฟลว์แชมเปญเสิร์ฟให้ตลอดคืน ทานควบคู่ไปกับเมนูอาหารที่ครีเอทมาสำหรับเทศกาลปีใหม่โดยเฉพาะ ไม่ว่าจะเป็น Scottish smoked salmon and scallops, ฟัวกราส์รสเลิศ และหอยนางรมชั้นดีนำเข้าจากทั่วโลก ตั้งแต่เวลา 21.00 น. – 01.00 น. ราคา 15,900 บาท/คน รวมฟรี-โฟลว์แชมเปญ อาหารและ open bar

– ThreeSixty Jazz Lounge ชั้น 32 สายเพลงแจ๊สห้ามพลาดกับโอกาสดีๆที่คุณจะได้ฟังดนตรีแจ๊สแบบสดๆจากนักร้องประจำของร้าน Donyale Renee ซึ่งมีเสียงอันไพเราะและทรงเสน่ห์เหมือน Diana Ross, Tina Turner และ Beyonce พร้อมให้ค่ำคืนเคาท์ดาวน์ของคุณมีแต่ความสวยงามกับบรรยากาศการแสดงดอกไม้ไฟสุดอลังการ ตั้งแต่เวลา 21.00 น. – 01.00 น. มีให้เลือกสองแบบ อาทิ

ราคา 15,900 บาท/คน รับเซ็ทเมนูอาหาร 7 คอร์ส และ ราคา 19,900 บาท/คน รับเซ็ทเมนูอาหาร 7 คอร์ส พร้อมรวม ฟรี-โฟลว์แชมเปญ ไวน์ และ open bar

– Dress code: Dress to impress

 

· Yao Rooftop Bar – Bangkok Marriott Hotel The Surawongse

ท่ามกลางย่านไนท์ไลฟ์ใจกลางกรุงอย่างสุรวงศ์ยังมีอีกหนึ่งบาร์ รูฟท็อปที่พร้อมมอบประสบการณ์คืนเคาท์ดาวน์อันเพอร์เฟคให้กับคุณกับ Yao Rooftop Bar บนชั้น 33 ของโรงแรมหรู Bangkok Marriott Hotel The Surawongse บาร์ค็อกเทลลูกผสมไทย-จีน สไตล์เซี่ยงไฮ้โมเดิร์นที่โอบล้อมด้วยวิวพาโนรามา จิบค็อกเทลอร่อยๆและดื่มด่ำกับวิวสองฝั่งทั้งด้านที่มองเห็นแม่น้ำเจ้าพระยาและด้านที่มองเห็นตึกสูงระฟ้ามากมาย โดยในวันส่งท้ายปีทางร้านมาพร้อมธีม Shanghainese 20’s พาคุณย้อนกลับไปสัมผัสบรรยากาศเซี่ยงไฮ้แบบโบราณ พร้อมสนุกไปกับ Live DJ และโชว์เต้นแบบจีนแท้ๆ ตั้งแต่เวลา 21.00 น. – 02.00 น. เลือกฟินได้ทั้งหมดสองแพ็คเกจสุดคูล ได้แก่ Wine&Beer Package ราคา 5,888++ บาท และ Premium Package ราคา 8,888++ บาท

 

· Vertigo and Moon Bar – Banyan Tree Bangkok

ลองจินตนาการดูว่าถ้าได้เคาท์ดาวน์กับคนพิเศษบนบาร์สุดหรูที่ได้รางวัลการันตีมามากมายจะเป็นความแสนประทับใจแค่ไหน Vertigo and Moon Bar ร้านอาหารสไตล์รูฟท็อปบาร์บนชั้น 61 ของโรงแรม Banyan Tree Bangkok พร้อมสานฝันที่เป็นจริงให้คุณแล้ว โดยที่นี่ถือเป็นหนึ่งในบาร์ที่ทั้งสูงและสวยงามที่สุดในกรุงเทพฯ ซึ่งพร้อมเติมเต็มความสุขของคุณในคืนสุดท้ายของปี 2019 ได้อย่างสมบูรณ์แบบ

– Vertigo พบกับ Degustation Menu 7 คอร์ส และการแสดงสดสุดเอ็กซ์คลูซีฟจากวงดนตรีและดีเจตลอดคืน ตั้งแต่เวลา 20.00 น. – 02.00 น. ในราคา 23,900 บาท/คน พร้อมรับเวลคัมแชมเปญรสเลิศ

**ราคา Early Bird ส่วนลด 15% สำหรับจองและชำระเงินก่อนวันที่ 23 ธันวาคม 2562

– Moon Bar จิบค็อกเทลรสเยี่ยมแบบจัดเต็มกับแพ็คเกจเครื่องดื่ม เคล้าเสียงเพลงเพราะๆจากดีเจ ตั้งแต่เวลา 00.30 น. – 02.00 น. ในราคา 3,900 บาท/คน

 

· Red Sky – Centara Grand at CentralWorld

หากจะหาดินเนอร์สุดหรูบนห้องอาหารสูงเสียดฟ้าและอยู่ใจกลางย่านสยามที่ Red Sky บนชั้น 55 ของโรงแรม Centara Grand at CentralWorld เป็นอีกหนึ่งที่เคาท์ดาวน์ที่เจ๋งที่สุดแน่นอน พบกับ Gala dinner ที่เพียบพร้อมไปด้วยเสียงดนตรีอันไพเราะจาก Live band และ DJ มาสร้างบรรยากาศให้สนุกยิ่งขึ้น ตั้งแต่เวลา 19.00 น. – 02.00 น. ราคา 16,555++ บาท/คน พร้อมรับเมนูอาหาร 8 คอร์ส และ G.H. Mumm Grand Cordon Brut แชมเปญระดับ พรีเมียม ให้จิบเพลินๆระหว่างชมพลุอันยิ่งใหญ่ในเวลาเที่ยงคืน

 

· CRU Champagne Bar – Centara Grand at CentralWorld

เติมเต็มวันส่งท้ายปีสุดเอ็กซ์คลูซีฟกับ CRU Champagne Bar บาร์รูฟท็อปที่ตั้งอยู่บนชั้น 59 ของโรงแรม Centara Grand at CentralWorld ซึ่งถือเป็นบาร์แชมเปญแห่งแรกและแห่งเดียวในประเทศไทยที่สามารถลิ้มลอง G.H. Mumm แชมเปญชื่อดังสัญชาติฝรั่งเศสได้ที่นี่ที่เดียวเท่านั้น พบกับ Grand Count Down Party ปาร์ตี้เคาท์ดาวน์สุดหรูภายใต้วิวสุดอลังการ 360 องศาของกรุงเทพฯ ตั้งแต่เวลา 22.00 น. – 02.00 น. ราคา 9,999++ บาท/คน พร้อมรับฟรี-โฟลว์แชมเปญ G.H. Mumm Grand Cordon Brut ให้จิบตลอดคืน

 

· Akira Back Restaurant and Bar – Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park

สำหรับผู้ชื่นชอบอาหารสไตล์ฟิวชั่นงานนี้คุณต้องหลงรักแน่นอน ยกระดับความอร่อยค่ำคืนส่งท้ายปีเก่ากับ Elevated Celebrations at Akira Back ภายในร้าน Akira Back Restaurant and Bar ตั้งอยู่บนชั้น 37 ของโรงแรม Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park ชวนดื่มด่ำบรรยากาศสุดหรูด้วยเซ็ตอาหารเอเชียปรุงด้วยนวัตกรรมใหม่ตามสไตล์อาคีรา แบค ตั้งแต่เวลา 18.00 น. – 23.00 น. โดยแบ่งเป็น 2 รอบ เริ่มเวลา 18.00 – 18.45 น. และ 20.30 – 21.15 น. ราคาเซ็ตละ 3,900++ บาทต่อท่าน พร้อมดื่มแชมเปญไม่อั้น ราคา 4,500++ บาท สมาชิก คลับ แมริออท รับส่วนลดอีก 15% สำหรับเด็กอายุไม่เกิน 12 ปี สามารถสั่งเป็นเมนูอะลาคาร์ตได้

 

· ABar – Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park

หากต้องการเคาท์ดาวน์ฉลองการก้าวเข้าสู่ปี 2020 ในบรรยากาศปาร์ตี้สุดเพอร์เฟคต้องชวนกันมาที่โรงแรม Bangkok Marriott Marquis Queen’s Park ซึ่งมีปาร์ตี้ถึงสามโซนให้เลือกสนุก อาทิ ABar ค็อกเทลบาร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟชั้น 37 มาในธีม Eight to the Bar Gatsby ที่พาคุณเข้าสู่ปีใหม่ด้วยการย้อนกลับไปยังปี1920 ซึ่งเป็นยุคแกสบี้ พร้อมดนตรีสดเพลงแจ๊สและโชว์เต้นสุดอลังการ ขึ้นมาอีกนิดที่ชั้น 38 พบกับ ABar Rooftop และ Sky Garden ที่ถูกเนรมิตให้กลายเป็น Neon Party สุดมันส์ คับคั่งด้วยดีเจที่มาระเบิดแด๊นซ์ฟลอร์ให้ลุกเป็นไฟ ตั้งแต่เวลา 19.00 น. – 02.00 น. ราคา 2,800 บาท net/คน รับเครื่องดื่มแบบฟรี-โฟลว์ตลอดคืน

 

· Party in the Clouds – The Westin Grande Sukhumvit

สายปาร์ตี้ห้ามหลาดกับปาร์ตี้คืนเคาท์ดาวน์สู่ปีใหม่สุดมันส์จากโรงแรม The Westin Grande Sukhumvit ในธีม Party in the Clouds ในบรรยากาศรูฟท็อปอันสวยงาม พบกับเหล่านักเต้นและโชว์สุดพิเศษมากมาย พร้อมด้วยเหล่าดีเจ เช่น Kori Mafi, Kade และ Groove ที่จะมาเล่นเพลงมันส์ๆส่งมอบความสนุกให้คุณตลอดคืน ตั้งแต่เวลา 21.00 น. – 02.00 น. ราคาบัตร Early Bird 800 บาท net/คน (ถึงวันที่ 29 ธ.ค.) และราคาหน้างาน 1,000 บาท net/คน รับ welcome drink 1 แก้ว พร้อมด้วย VIP Package อีกมายมายให้เลือก

How to เที่ยวเกาหลียังไงให้ผ่าน ต.ม. ฉลุย #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/travel/609036

  • วันที่ 13 ธ.ค. 2562 เวลา 08:00 น.

How to เที่ยวเกาหลียังไงให้ผ่าน ต.ม. ฉลุย

รวมเคล็ด (ไม่) ลับ 5 วิธีไปเที่ยวเกาหลียังไง ให้ผ่าน ต.ม. ฉลุย

 

เกาหลี เป็นอีกหนึ่งพิกัดที่เที่ยวที่น่าสนใจสุด ๆ ในช่วงหน้าหนาวตอนปลายปี  ไปเที่ยวเกาหลีฉลองเทศกาลปีใหม่  รับหิมะและลมหนาวแรกของปีน่าจะฟินดีไม่น้อย ถึงแม้ว่าข่าวคราวความโหดของการตรวจคนเข้าเมืองเกาหลี  (โดยเฉพาะสำหรับคนไทยที่เหมือนจะเข้มงวดมากเป็นพิเศษ)  ดูเหมือนจะซา ๆ ไปบ้างแล้ว  แต่เอาเข้าจริง ๆ พอใกล้ถึงวันเดินทาง  ก็คงมีหลายคนที่ยังหวั่น ๆ กลัวจะเสียเงิน  เสียเวลา  ไม่ได้เที่ยว  แล้วยังโดนกักตัวไว้และส่งกลับบ้านอีกต่างหาก  ว่าแล้วเพื่อความมั่นใจก่อนการเดินทางไปเที่ยวเกาหลี  เราต้องเตรียมตัวล่วงหน้าเอาไว้เป็นอย่างดีก่อน  ว่าแต่จะต้องทำยังไงบ้างนะหรอ  มาส่องทางนี้เลยเพราะ  ทัวร์ครับ (Tourkrub) เว็บไซต์ที่รวบรวมทัวร์ต่างประเทศที่ดีที่สุดไว้มากมาย เขาลิสต์มาให้แล้ว “5 วิธี ไปเที่ยวเกาหลี ให้ผ่าน ต.ม. ฉลุย”

 1.เตรียมเอกสารให้ครบก็จบหมดคำถาม

ก่อนอื่นเลยก็ต้องเตรียมตัวตั้งแต่ก่อนการเดินทาง  อย่างเรื่องเอกสารต่าง ๆ เพราะเป็นเรื่องที่ต้องเตรียมเอาไว้ล่วงหน้าตั้งแต่ก่อนเดินทางเท่านั้น  จะไปเตรียมทีหลังออกเดินทางไปแล้วก็คงจะไม่ได้  แถมยังต้องใช้เวลาในการเตรียมเอกสารต่าง ๆ อีกด้วย  ยิ่งถ้าข้อมูลในเอกสารไม่ถูกต้องยิ่งต้องใช้เวลาในการแก้ไขอีก  ดั้งนั้นควรเตรียมการซะตั้งแต่เนิ่น ๆ ยิ่งดี

 

โดยเริ่มจากการเตรียมเอกสารสำคัญทั้งที่จำเป็นที่ต้องใช้แน่ ๆ และต้องเตรียมเผื่อไปถึงเอกสารที่ไม่จำเป็น  แต่อาจจะต้องใช้กรณีฉุกเฉินเอาไว้ไปด้วยเลย  ถ้าเจ้าหน้าที่สงสัยไม่มั่นใจอะไร  เอาก็สามารถเอาเอกสารที่เตรียมมาเป็นหลักฐานประกอบซะเลย

 

สำหรับเอกสารที่จำเป็นต้องใช้แน่ ๆ ได้แก่

 

พาสปอร์ต

 

พาสปอร์ตเป็นบัตรประจำตัวและบัตรผ่านทางใบแรกที่สำคัญมากสำหรับการเดินทางท่องเที่ยวต่างประเทศไม่ว่าจะประเทศไหน  ที่สำคัญคืออย่าลืมว่าพาสปอร์ตต้องมีอายุเหลือมากกว่า 6 เดือนนับจากวันเดินทาง  และรูปในพาสปอร์ตควรจะต้องเหมือนกันหรือใกล้เคียงกับตัวจริงด้วย  แต่ที่ต้องตรวจสอบให้มั่นใจก่อนเดินทาง  ก็คือ  ต้องเช็คว่าชื่อและนามสกุลในพาสปอร์ตของเรานั้น  จะต้องถูกต้องตรงกันกับที่กรอกไว้ในใบ ต.ม.  กับข้อมูลของสายการบินในตั๋วเครื่องบิน  และข้อมูลการจองที่พัก  เพราะถ้าชื่อและนามสกุลในเอกสารไม่ตรงกัน  ก็อาจทำให้มีโอกาสที่เจ้าหน้าที่จะไม่อนุญาตให้ผ่านเข้าประเทศได้  สำหรับผู้ที่ประวัติเคยมีการเปลี่ยนชื่อหรือนามสกุล  ก็จะต้องเตรียมเอกสารการเปลี่ยนชื่อ – นามสกุลเอาไว้มายืนยันด้วย  ในกรณีที่เพิ่งทำพาสปอร์ตเล่มใหม่เอี่ยมกริ๊บมาเลยนั้น  ขอแนะนำว่าให้พกสปอร์ตเล่มเก่าติดเอาไปด้วย  เผื่อถ้าเจ้าหน้าที่เค้าสงสัยว่าเราเพิ่งเคยเดินทางมาต่างประเทศครั้งแรกเลยรึเปล่า?  เราจะได้เอาพาสปอร์ตเล่มเก่าให้ดูเป็นหลักฐานประกอบด้วยเลย  และอีกหนึ่งทริคแนะนำเลย  คือ  ถ้าใครเคยมีตราประทับการผ่านเข้า – ออกเกาหลีมาก่อนแล้ว  ไม่ว่าจะเป็นพาสปอร์ตเล่มเก่าหรือเล่มใหม่  ให้เตรียมเปิดพาสปอร์ตหน้านั้นยื่นให้เจ้าหน้าที่เลย  แต่ถ้ายังไม่เคยไปเกาหลีเลย  ก็สามารถเลือกเปิดหน้าที่มีตราประทับการเดินทางไปประเทศอื่น ๆ มาแล้วให้เจ้าหน้าที่ดูแต่แรกเลยก็ได้  จะได้รู้ว่าเราเป็นสายเที่ยวขาประจำ  มาเพื่อการท่องเที่ยวจริง ๆ เชื่อถือได้นะ

 

บัตรเข้า – ออกเมือง  หรือใบ ต.ม.

 

ควรกรอกข้อมูลให้ละเอียดครบถ้วน  และอย่าลืมตรวจสอบความถูกต้องของข้อมูลที่กรอกด้วยว่าตรงกันกับข้อมูลในเอกสานอื่น ๆ เช่น  ชื่อและที่อยู่ของที่พักระหว่างที่พำนักอยู่ในเกาหลี  ก็ควรจะต้องตรงกันกับที่อยู่ของโรงแรมที่พักที่ระบุไว้ในเอกสารการจองที่พัก  อย่ากรอกข้อมูลแบบผ่าน ๆ ไม่ควรเว้นช่องว่างเอาไว้เลย  เพราะข้อมูลในบัตรเข้า – ออกนี้จะได้เป็นหลักฐานเอาไว้ให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบข้อมูลการท่องเที่ยวของเราได้  จะให้ดีคือเตรียมตัวกรอกเอกสารมาตั้งแต่อยู่บนเครื่องบินเลยก็ได้  จะได้มีเวลาตรวจทานข้อมูล  เช็ครายละเอียด  หรือถ้ากรอกข้อมูลบนเครื่องบินไม่ทัน  ก็สามารถลงมากรอกข้อมูลเพิ่มเติมต่อที่สนามบินได้  เอาแบบที่ชัวร์ ๆ ชิลล์ ๆ ไม่ต้องรีบร้อนนะ  เอาที่พร้อมและมั่นใจจะดีกว่า

 

ตั๋วเครื่องบินทั้งขาไปและขากลับ

 

ตั๋วเครื่องบินทั้งขาไปและขากลับ  เป็นหลักฐานยืนยันช่วงเวลาที่เรามาเที่ยวในประเทศเกาหลี  โดยเฉพาะตั๋วเครื่องบินขากลับนี่แหละ  เป็นการรับรองว่าเราแค่มาเที่ยว  แล้วก็เดินทางกลับแน่ ๆ ตามวันที่ ๆ ระบุเอาไว้ในตั๋วเดินทางกลับนั่นแหละ  ไม่ได้แอบหนีมาอยู่เกาหลียาว ๆ แน่ ๆ ไม่งั้นไม่เสียตังค์ซื้อตั๋วเครื่องบินกขากลับเอาไว้หรอกนะเห็นมั้ย

 

หลักฐานการจองโรงแรมที่พัก  พร้อมหลักฐานการชำระเงินค่าที่พัก

 

เป็นอีกหนึ่งหลักฐานสำคัญ  สำหรับยืนยันที่พำนักของเราระหว่างท่องเที่ยวในเกาหลี  ว่าเรามาเพื่อการท่องเที่ยวจริง ๆ จองที่พักเอาไว้เรียบร้อยล่วงหน้าว่าจะพักที่ไหน  มีหลักฐานการชำระเงินค่าที่พักเอามาให้ดูด้วย  เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองจะได้มั่นใจว่าเรามาเที่ยว  มีที่พักที่แน่นอน  หากไม่มั่นใจเจ้าหน้าที่ก็สามารถโทรสอบถามข้อมูลการจองห้องพักของเรากับทางโรงแรม  ให้โรงแรมช่วยการันตีได้อีกทางด้วย  จะได้ชัวร์ว่าไม่ได้เข้าประเทศมาเพื่อแอบหลบไปอยู่ในสถานที่ผิดกฎหมายแน่ ๆ

 

เตรียมแลกเงินวอนเอาไว้ก่อนเดินทางพอประมาณ

 

อาจจะเป็นเรื่องเล็ก ๆ ที่หลาย ๆ คนมองข้าม  หรืออาจจะคุ้นชินกับการใช้บัตรเครดิตแทนเงินสดจนมองผ่านเรื่องเล็ก ๆ อย่างการแลกเงินก่อนเดินทางเอาไว้  แต่เจ้าหน้าที่เค้ามองว่าในการท่องเที่ยวยังไงก็ต้องมีการใช้เงินสดบ้างไม่มากก็น้อย  ดังนั้นเราจึงควรทำตัวเป็นนักท่องเที่ยวมืออาชีพที่ดี  เตรียมการแลกเงินวอนของเกาหลีไปประมาณหนึ่งที่มีจำนวนพอดีกับระยะเวลาการท่องเที่ยวของเราเอาไว้เลย  ส่วนแลกเอาไว้เท่าไหร่ดี  ก็ต้องขึ้นกับสไตล์การท่องเที่ยวของแต่ละคน  และระยะเวลาที่ท่องเที่ยวอยู่ในเกาหลี  แต่ขอแนะนำว่าอย่างน้อย ๆ ก็ต้องมีเงินวอนติดตัวไว้สักประมาณ 350,000 วอนเป็นอย่างต่ำ  เป็นเงินไทยก็ประมาณ 9,000 บาท (ขึ้นกับอัตราแลกเปลี่ยน ณ ช่วงเวลานั้น ๆ )

 

แผนการท่องเที่ยวแบบละเอียดเป็นภาษาอังกฤษ

 

อีกหนึ่งเรื่องเล็ก ๆ ที่หลาย ๆ คนมักจะพลาด  หรือไม่เห็นความสำคัญ  แต่เจ้าแผนการท่องเที่ยวที่เราทำไว้นี่แหละ  จริง ๆ แล้วเป็นตัวช่วยอย่างดีที่สุด  โดยเฉพาะสำหรับผู้ที่ท่องเที่ยวเกาหลีด้วยตัวเอง  เพราะนี่แหละคือคำตอบของคำถามของเจ้าหน้าที่ว่า  มาทำอะไร  ที่ไหน  ยังไง  แต่ต้องขอเน้นนะว่าต้องเป็นแพลนการเที่ยวที่เป็นภาษาอังกฤษเท่านั้นนะ  เพราะถ้ามีแต่ภาษาไทยก็คงไม่ช่วยอะไร  ก็เจ้าหน้าที่ชาวเกาหลีเค้าไม่เข้าใจภาษาไทยอยู่ดี  ส่วนใครที่เที่ยวเองแบบเดินทางเป็นกลุ่ม  ไปกันหลาย ๆ คนขอแนะนำให้พิมพ์แผนการท่องเที่ยวภาษาอังกฤษมาพกติดตัวกันไว้คนละ 1 ฉบับเลย

ครบแล้วสำหรับเอกสารจำเป็นสำคัญ ๆ ที่ต้องมีห้ามขาดโดยเด็ดขาดเลย  ว่าแล้วก็มาต่อกันเลยกับเอกสารที่ควรเตรียมไปด้วยเผื่อเอาไว้ในกรณีฉุกเฉิน  เจ้าหน้าที่มีข้อสงสัยอะไรจะได้เอาหลักฐานออกมาแสดงให้ดูได้เลย

 

สำหรับเอกสารที่ควรเตรียมติดตัวไปด้วยเผื่อจำเป็น  ซึ่งได้แก่

 

– เอกสารรับรองการทำงาน หรือเอกสารรับรองการศึกษา  (ภาษาอังกฤษ)

 

ควรมีเอาไว้กันเหนียว  เพื่อบอกให้ทราบแน่ว่า  เรามีภารกิจ  มีหน้าที่ความรับผิดชอบที่จะต้องกลับมายังเมืองไทยจริง ๆ และยิ่งถ้าในหนังสือรับรองการทำงานระบุเอาไว้ด้วยว่า  ทางบริษัททราบเรื่องการขอลาหยุดเพื่อเดินทางมาท่องเที่ยวในประเทศเกาหลีเป็นจำนวนกี่วัน  ตั้งแต่วันที่เท่าไหร่  ถึงวันที่เท่าไหร่ด้วยยิ่งดี  จะได้แทบไม่ต้องตอบคำถามใด ๆ ยื่นเอกสารให้ดูแค่นั้นพอเลย

 

– สำเนาบัญชีออมทรัพย์  หรือรายการบัญชีย้อนหลัง (Statement)

 

อาจจะดูเหมือนเป็นหลักฐานชิ้นเว่อร์วังอลังการไปซะหน่อย  ราวกับไปขออนุมัติวงเงินกู้  ขอสินเชื่อ  หรือขอวีซ่าทำงานระยะยาว  แต่เชื่อเถอะว่า  รายการบัญชีย้อนหลัง (Statement)  หรือสำเนาบัญชีออมทรัพย์ที่แสดงยอดเงินคงเหลือในบัญชี  เป็นอีกหนึ่งเอกสารที่ควรพกไว้  เพื่อบอกว่าเรามียอดเงินพอสำหรับการใช้จ่ายในการท่องเที่ยว  ไม่ได้มาเพื่อหารายได้หรือทำงานอย่างผิดกฎหมาย

 

– เอกสารประจำตัวอื่น ๆ

 

เอกสารประจำตัวอื่น ๆ ที่ควรต้องพกไปด้วยเพื่อยืนยันตัวตน  หรือหน้าที่การงาน  อาทิเช่น  บัตรประจำตัวประชาชน  ใบขับขี่  สำเนาทะเบียนสมรส  บัตรนักเรียน – นักศึกษา  หรือแม้แต่บัตรประจำตัวพนักงาน  และนามบัตร  เผื่อเอาไว้ในกรณี  เช่น  เจ้าหน้าที่ไม่มั่นใจว่ารูปในพาสปอร์ตเหมือนตัวจริง  เราก็สามารถเอารูปจากบัตรอื่น ๆ ที่เจ้าหน้าที่ราชการของไทยออกให้มาเทียบให้ดูได้  หรือถ้าไม่มั่นใจว่าเรามาแค่ท่องเที่ยวแล้วกลับ  ก็สามารถเอาบัตรพนักงานไม่ว่าจะสำเนา  หรือตัวจริง  อออกมาโชว์ให้ดูเทียบกับเอกสารรับรองการทำงานเลย  ว่าเรามีงานการทำเป็นหลักแหล่ง  ขอลางานมาเที่ยวแค่ไม่กี่วันแล้วก็ต้องกลับไปทำงานจริง ๆ นะ

 

ถ้าเอกสารครบแบบมีทั้งที่สำคัญ  ไม่สำคัญเผื่อไว้ครบทุกกระบวนท่าแบบแทบยกทั้งตู้เอกสารมาโชว์แบบนี้  รับรองได้ว่าไม่ว่าเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลีคนไหน  จะตรวจเข้มงวดโหดเบอร์ไหน  หรือมีคำถามอะไร  เอกสารต่าง ๆ ก็เอาอยู่  สามารถช่วยยืนยันและเคลียร์ให้ได้จบหมดทุกข้อสงสัยแน่นอน

2.ทำความเข้าใจขั้นตอนการตรวจคนเข้าเมืองล่วงหน้า  และเก็งคำถามพร้อมเตรียมคำตอบเอาไว้ก่อนด้วย

ไม่ว่าเอกสารที่เตรียมไว้จะพร้อมสรรพครบครันขนาดไหน  ถึงยังไงเจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองก็อาจจะต้องมีคำถาม  ถามเราสักหน่อยให้พอเป็นพิธี  ถ้าเตรียมเอกสารมาอย่างดี  แต่ดันตกม้าตายเพราะคำถามนิด ๆ หน่อย ๆ ก็คงจะเสียใจแย่  ดั้งนั้นเราควรต้องเตรียมตัวสำหรับคำถามทั่ว ๆ ไปเกี่ยวการการเที่ยวเกาหลีที่เจ้าหน้าที่น่าจะสอบถาม  หรือซักถามอีกครั้งเพื่อเป็นการย้ำว่าข้อมูลตรงกันกับในเอกสาร   โดยทั่วไปแล้วคำถามที่เจ้าหน้าที่จะถามนั้นก็ไม่ใช่คำถามยาก ๆ สิ่งที่เจ้าหน้าที่น่าจะสอบถาม  อาทิเช่น

 

  •  คุณทำอาชีพอะไร
  • คุณมากันกี่คน  มากับใคร
  • คูณมาทำอะไรที่เกาหลี
  • คุณพักที่ไหน  โรงแรมชื่ออะไร
  • คุณจะอยู่ที่เกาหลีนานแค่ไหน
  • คุณเคยมาเกาหลีมาก่อนมั้ย
  • คุณมีแผนการท่องเที่ยวอย่างไร จะไปเที่ยวที่ไหนบ้าง
  • คุณแลกเงินมาเท่าไหร่

 

โดยเฉพาะเรื่องแผนการการท่องเที่ยวที่หลาย ๆ คนละเลย  ยิ่งสำหรับคนที่เดินทางท่องเที่ยวกับทัวร์ด้วยแล้ว  อาจจะปล่อยผ่านไม่สนใจรายละเอียดการเดินทาง  ดั้งนั้นเอา Save Save ก็ควรต้องดูเอาไว้สักหน่อย  ส่วนคนที่เดินทางเที่ยวเอง  ยิ่งต้องใส่ใจในรายละเอียดการเที่ยวให้ดี  สำหรับผู้ที่เดินทางเป็นกลุ่มก็ควรเตรียมตัว  เตรียมข้อมูล  และคำตอบเอาไว้ให้เหมือน ๆ ไม่ใช่ว่าเดินทางพร้อมกัน  เที่ยวด้วยกัน  กรุ๊ปเดียวกัน  แต่พอสอบถามข้อมูลท่องเที่ยว  กลับตอบไม่เหมือนกัน  อันนี้ก็อาจจะงานเข้าเอาได้นะ

3.เตรียมสัมภาระและกระเป๋าเดินทางเที่ยวเกาหลี ให้พอดีกับจำนวนวันที่ท่องเที่ยว

ขนาดสัมภาระก็เป็นอีกหนึ่งเกร็ดเล็ก ๆ ที่พลาดกันได้ง่าย ๆ โดยเฉพาะนักเที่ยวสายถ่ายรูปที่นิยมพกพร็อพ  เตรียมเสื้อผ้าหน้าผม  และอุปกรณ์แบบจัดเต็มไปเที่ยวด้วย  ซึ่งอาจทำให้เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองของเกาหลีเข้าใจผิดเอาได้  ว่ามาเที่ยวแค่ 3 -7 วันแต่กระเป๋าสัมภาระหอบหิ้วเหมือนเตรียมมาอยู่กันหลายเดือน  ยิ่งไม่น่าเชื่อถือไปใหย๋ว่านี่สรุปมาเพื่อท่องเที่ยว  หรือตั้งใจจะมาแอบหลบทำงานในเกาหลีกันแน่  เพราะฉะนั้นขอแนะนำว่ากระเป๋าเดินทางขนาด 24 นิ้ว  น่าจะเป็นไซส์ที่กำลังพอดีกับการท่องเที่ยว

4.ควรแต่งตัวให้ภูมิฐาน  สมฐานะ  กาลเทศะ  และเหมาะกับสภาพอากาศ

เป็นอีกหนึ่งเรื่องที่อาจจะเป็นปัญหาสักหน่อยสำหรับสายชิลล์  ที่ชอบแต่งตัวสบาย ๆ แต่ก็ต้องทำความเข้าใจด้วยว่า  ด่านตรวจคนเข้าเมืองในสนามบินก็เป็นส่วนหนึ่งของสถานที่ราชการ  เจ้าหน้าที่ตรวจคนเข้าเมืองเองก็เป็นข้าราชการเช่นกัน  ดังนั้นจึงควรแต่งตัวให้เกียรติสถานที่  และกาลเทศะด้วย  อย่าให้ถึงขั้นใส่กางเกงอยู่บ้านขาสั้นลากแตะเดินทาง  เพราะเจ้าหน้าที่  ต.ม.  คงจะไม่เข้าใจและเพ็งเล็งเอาแน่ ๆ หรือไปเที่ยวเกาหลีหน้าหนาว  หิมะตก  แต่ใส่เสื้อกล้ามขาสั้น  ก็น่าจะถูกหมายหัวเอาได้  ว่าน่าจะมุ่งหวังมาหารายได้ที่เกาหลีแล้วค่อยไปซื้อเสื้อผ้าเอาก็ได้   เป็นว่าแต่งตัวพอดี ๆ ให้ดูภูมิฐานเท่านี้ก็น่าจะพอแล้ว

5.ควรตอบคำถามเที่ยวเกาหลี อย่างชัดเจน  มีสติ  ไม่ตื่นเต้น

และสิ่งสุดท้ายที่ต้องมีเลยเมื่อไปเที่ยวเกาหลี  คือ  สติ  ระหว่างที่เจ้าหน้าที่ซักถามข้อมูลต้องมีความมั่นใจ  ตอบคำถามอย่างชัดเจน  ฉะฉาน  ด้วยใบหน้าสดใสยิ้มแย้ม  ไม่วอกแวก  ตื่นกลัว  และควรต้องสบสายตาเจ้าหน้าที่  เพื่อแสดงความมั่นใจและจริงใจในการตอบคำถามด้วย  ส่วนใครที่ภาษาอังกฤษไม่คล่องแคล่วสักเท่าไหร่  ก็ควรฝึกฝนคำง่าย ๆ ทั่วไปที่ต้องใช้เอาไว้เพิ่มเติมสักหน่อย  เพื่อให้พอสามารถสื่อสารได้  ถ้าเดินทางกันเป็นครอบครัว  แนะนำว่าให้ยื่นพาสปอร์ตพร้อมกันไปเลย  จะได้ให้คนที่ภาษาแข็งแรงเป็นคนตอบคำถาม  หรือเดินทางเป็นกลุ่มพร้อมกันหลายคน  ให้คนที่เก่งภาษาที่สุดยื่นพาสปอร์ตก่อนในแถวเดียวกัน  แล้วบอกเจ้าหน้าที่ไปก่อนเลยว่ามากันกี่คน  กับใครบ้างที่ต่อคิวอยู่ด้านหลัง  จะได้ถือเป็นการตอบคำถามแทนเพื่อน ๆ ข้างหลังที่ภาษาไม่แข็งแรงด้วยเลย

 

ครบกันแล้วกับยุทธวิถีการเตรียมตัวเที่ยวเกาหลี ให้ผ่านต.ม.  แต่เหนือกว่าสิ่งอื่นใด  อย่าลืมว่าต้องพกเอาความมั่นใจไปด้วยนะ  เพียงเท่านี้รับรองว่าทริปเกาหลีคราวนี้ไม่มีพลาด  ไม่ว่าจะเดินทางเอง  เดินทางกับแก็งเพื่อน  หรือเดินทางกับทัวร์  ก็มั่นใจได้แล้วว่าได้ออกไปลุยหิมะ  เล่นสกี  ตระเวนชอปปิ้งท้าลมหนาว  ให้ฟินสุด ๆ แน่นอนเลย

10 พฤติกรรมสุขภาพน่าจับตา สาเหตุพาคนไทยป่วยในปี 2563 #ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/life/healthy/609693

  • วันที่ 21 ธ.ค. 2562 เวลา 07:00 น.

10 พฤติกรรมสุขภาพน่าจับตา สาเหตุพาคนไทยป่วยในปี 2563

สสส.เปิด 10 พฤติกรรมสุขภาพคนไทยน่าจับตาในปี 2563 อาทิ ซึมเศร้า-ภัยคุกคามออนไลน์-‘กัญชา’ เมื่อเป็น ‘ยา’ รักษาโรค-Fake News สุขภาพ-PM2.5 หมอกควัน รวมทั้งปัญหารายวันที่น่าเป็นห่วงและส่งผลพวงด้านสุขภาพของคนไทยในปีที่ใกล้จะถึงนี้

สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ ร่วมกับแผนงานสนับสนุนการบริหารจัดการข้อมูลและเทคโนโลยีสร้างเสริมสุขภาพ สำนักพัฒนาภาคีสัมพันธ์และวิเทศสัมพันธ์ บริษัทไวซ์ไซท์ ประเทศไทย และภาคีเครือข่ายทางวิชาการ จัดเวที Thaihealth Watch จับตา 10 ประเด็นพฤติกรรมสุขภาพคนไทย ปี 2563 ดร.สุปรีดา อดุลยานนท์ ผู้จัดการกองทุน สสส. เผย 10 ประเด็นพฤติกรรมสุขภาพคนไทย ปี 2563 มีประเด็นที่น่าจับตาดังนี้

ในกลุ่มวัยเด็กและเยาวชน

1.”แค่เครียด หรือซึมเศร้า”

ข้อมูลจากกรมสุขภาพจิต ปี 2562 พบว่า ทุก 1 ชั่วโมงจะมีคนพยายามฆ่าตัวตาย 6 ราย โดยมีกลุ่มเด็กเยาวชนที่ฆ่าตัวตายสำเร็จถึงปีละ 300 ราย และยังพบแนวโน้มการเข้ารับคำปรึกษาสายด่วนสุขภาพจิตเพิ่มขึ้น สิ่งที่น่าสนใจจากการกระแสบนโลกออนไลน์พบว่า สาเหตุที่ทำวัยรุ่นเครียด อันดับ 1 มาจากปัญหาความสัมพันธ์โดยเฉพาะครอบครัว ตามด้วยเรื่องหน้าที่การงาน การถูกกลั่นแกล้ง และความรุนแรง ซึ่งช่วงเวลาที่วัยรุ่นโพสต์ข้อความอยากฆ่าตัวตายมากที่สุดในสื่อทวิตเตอร์คือ วันอังคาร 4 ทุ่ม และวันศุกร์ 1 ทุ่ม หากช้อนความรู้สึกได้ทันจะสามารถลดความเสี่ยงจากการคิดสั้นได้ถึง 50%

2.”ภัยคุกคามออนไลน์ ยิ่งเสพติดออนไลน์ ยิ่งเสี่ยงสูง”

เด็กเยาวชนยุค Gen Z ใช้เวลากับอินเทอร์เน็ตเฉลี่ย 10.22 ชั่วโมง ผลสำรวจของ COPAT ร่วมกับมูลนิธิอินเทอร์เน็ตร่วมพัฒนาไทย ในปี 62 พบว่า เด็ก 31% เคยถูกกลั่นแกล้งทางออนไลน์ 74% เคยพบเห็นสื่อลามกอนาจารทางออนไลน์ และ 25% เคยนัดเพื่อนที่รู้จักในออนไลน์ ซึ่งผลวิจัยพบว่า เด็กที่ใช้เวลากับโลกออนไลน์มากยิ่งเสี่ยงต่อการถูกกลั่นแกล้งและเป็นผู้กลั่นแกล้งทางออนไลน์ถึง 3 เท่า ดังนั้นสัมพันธภาพที่ดีในครอบครัวและการป้องกันข้อมูลส่วนบุคคลจะช่วยป้องกันความเสี่ยงตั้งแต่ต้นทาง

3.ทางเลือก-ทางรอดของ ‘เด็กและวัยรุ่น’ ในการเดินทาง 

แม้แนวโน้มการใส่หมวกกันน็อกจะเพิ่มขึ้น แต่ยังไม่ถึง 50% โดยเฉพาะในกลุ่มวัยรุ่นมีแนวโน้มใส่หมวกกันน็อกลดลงจาก 32% ในปี 2553 เหลือเพียง 22% ในปี 2561 ขณะที่เด็กเล็ก 92% ไม่ใส่หมวกกันน็อก และยังพบแนวโน้มการบาดเจ็บและเสียชีวิตในกลุ่มเด็กเยาวชนจากมอเตอร์ไซด์เคลื่อนย้ายจากภาคที่มีรายได้สูงไปยังภาคที่มีรายได้ต่ำกว่า ในปี 2563 สสส.ร่วมกับภาคีเครือข่ายทำงานโดยลงลึกใน 283 อำเภอกลุ่มเสี่ยง ซึ่งครอบคลุมการเสียชีวิตถึง 81%

4.”กลัวท้องมากกว่าติดโรค”

อัตราคลอดของแม่วัยรุ่นลดลงแต่อัตราการติดโรคทางเพศสัมพันธ์เพิ่มขึ้นถึง 3 เท่าตัว โดยเฉพาะโรคซิฟิลิสและหนองใน สาเหตุสำคัญคือไม่ใส่ถุงยางทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์ ข้อมูลจากสำนักระบาดวิทยา กรมควบคุมโรค ในปี 2561 พบว่า นักเรียน ม.5 และ ปวช. 2 เมื่อมีเพศสัมพันธ์กับแฟนมีการใช้ถุงยางทุกครั้งไม่ถึง 50% ขณะเดียวกันก็ไม่ได้ใช้ถุงยาง 100% ทุกครั้งเมื่อมีเพศสัมพันธ์กับพนักงานบริการ หญิงหรือผู้ชายอื่น เหตุผลที่วัยรุ่นไม่ใช้ถุงยางเมื่อเจาะลึกในโลกออนไลน์คือ ถุงยางราคาแพง อายไม่กล้าซื้อ ใช้วิธีอื่น เช่น ฝังยาคุม ดังนั้นเพื่อลดการติดโรค สสส.จึงร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ผลักดันให้ปี 2563 คนไทย 90% ต้องเข้าถึงถุงยางอนามัย

5.”E-sport เส้นแบ่งระหว่างติดเกม และนักกีฬามืออาชีพ”

กลายเป็น 1 ใน 5 อาชีพในฝันของเด็กไทย แต่ไม่ใช่ทุกคนที่จะเป็น proplayerได้ การศึกษาพบว่า วินัยและการแบ่งเวลาเป็นเส้นแบ่งสำคัญระหว่างนักกีฬามืออาชีพกับเด็กติดเกม นอกจากนี้ยังพบการพนันออนไลน์ที่แฝงมาพร้อมกับการแข่งขัน

ในกลุ่มวัยทำงาน

6.”พฤติกรรมกิน อยู่ อย่างไทย”

เนื่องจากการเสียชีวิต 3 อันดับแรกของคนไทยยังคงเป็นโรคไม่ติดต่อเรื้อรังอย่างโรคหลอดเลือดสมอง เบาหวาน หัวใจขาดเลือด พฤติกรรมการกินและการใช้ชีวิตจึงเป็นปัจจัยสำคัญที่ก่อให้เกิดโรค ผลการสำรวจ Top Post อาหารยอดนิยมในโลกออนไลน์ในปีที่ผ่านมาพบว่า รสเผ็ดและหวานยังคงเป็นรสชาติยอดนิยมของคนไทย วัยทำงานเน้นอาหารรสจัด วัยรุ่นเน้นที่รูปลักษณ์ ขณะที่เด็ก คนโสด คนทำงานบริษัทกินผักน้อยที่สุด เพื่อปรับพฤติกรรมการกิน สสส.จึงรณรงค์เพื่อปรับพฤติกรรมการกิน รวมถึงการทำงานเชิงนโยบายเพื่อส่งเสริมสิ่งแวดล้อมที่เอื้อต่อการเข้าถึงอาหารสุขภาพมากยิ่งขึ้น

7.”กัญชาเมื่อใช้เป็นยารักษาโรค”

หลังจากที่กัญชาได้รับการปลดล็อคอนุญาตให้ใช้ทางการแพทย์เพื่อการรักษาผู้ป่วย โรคที่กรมการแพทย์ประกาศรับรองว่าสามารถใช้ผลิตภัณฑ์กัญชาทางการแพทย์มีเพียง 4 โรค คือ ภาวะคลื่นไส้อาเจียนจากเคมีบำบัด โรคลมชักที่รักษายากและโรคลมชักที่ดื้อต่อยารักษา ภาวะกล้ามเนื้อหดเกร็งในผู้ป่วยโรคปลอกประสาทเสื่อมแข็ง และภาวะปวดประสาท ขณะที่โลกออนไลน์ที่ระบุถึงสรรพคุณในการใช้กัญชาเพื่อรักษาโรคไปไกลมากกว่าที่ได้มีการรับรอง ขณะที่งานวิจัยเรื่องกัญชายังมีอีกจำนวนมากจึงต้องมีการศึกษาเพื่อใช้ประโยชน์ต่อไป

ในกลุ่มผู้สูงอายุ

8.”Fake News สุขภาพ ชัวร์หรือมั่ว เชื่อได้หรือไม่” จากการสำรวจบนโลกออนไลน์พบว่า 5 ข่าวปลอมสุขภาพที่มียอดแชร์มากที่สุดคือ อังกาบหนูรักษามะเร็ง น้ำมันกัญชารักษามะเร็ง หนานเฉาเว่ยสารพัดโรค บัตรพลังงานรักษาสารพัดโรค ความฉลาดของลูกได้จากแม่มากกว่าพ่อ เพจที่เผยแพร่ข่าวปลอมแล้วได้รับยอดแชร์มากที่สุดส่วนมากเป็นเพจที่ตั้งชื่อเป็นสำนักข่าว แต่ไม่ใช่สื่อหลัก ส่วนเพจที่ให้ข้อเท็จจริงเกี่ยวกับข่าวปลอมและได้รับยอดแชร์มากที่สุด เป็นเพจสำนักข่าวเป็นส่วนใหญ่ ยกเว้น หมอแล็บแพนด้า ที่ไม่ใช่เพจสำนักข่าว แต่ได้รับยอดแชร์มากที่สุด

ปัจจัยทางสังคม สิ่งแวดล้อมที่กระทบต่อสุขภาพ

9.”ชีวิตติดฝุ่นอันตราย PM 2.5 และหมอกควัน”

เป็นสาเหตุการเสียชีวิตอันดับ 5 ของประชากรโลกในปี 2558 องค์การอนามัยโลกประกาศให้ในปี 2559 ทั่วโลกมีผู้เสียชีวิตจากมลพิษทางอากาศ 7 ล้านคน ซึ่ง 91% เกิดในประเทศภูมิภาคเอเชียตะวันออกฉียงใต้และแปซิฟิกตะวันตก หากดูจากค่าความเข้มของฝุ่น PM 2.5 ใน กทม.ย้อนหลังจะพบแนวโน้มฝุ่นพิษเกิดขึ้นในช่วงเดือน ม.ค.-มี.ค. ซึ่งเด็กและผู้สูงอายุจัดเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง จึงร่วมกับเครือข่ายอากาศสะอาดประเทศไทยจัดทำข้อเสนvแนะในการจัดการฝุ่นตั้งแต่ต้นทางทั้งเขตเมือง ภาคการเกษตรและภาคอุตสาหกรรม

10.”ขยะอาหาร อาหารส่วนเกิน”

คนไทยสร้างขยะอินทรีย์ที่บางส่วนเป็นขยะอาหารเฉลี่ยปีละ 254 กิโลกรัมเป็นอย่างน้อย มากกว่าชาวฝรั่งเศส 30% และมากกว่าชาวอเมริกัน 40% ขณะที่การจัดการขยะจากงานวิจัยของทีดีอาร์ไอพบว่า การกำจัด โดยการเผา ฝังกลบ เป็นวิธีการที่หลายประเทศแนะนำให้ทำน้อยที่สุด ขณะที่ประเทศไทยใช้วิธีการนี้มากที่สุด ดังนั้นภาครัฐ ในระดับนโยบายควรสร้างแรงจูงใจให้ผู้ประกอบการลดขยะอาหารและการนำอาหารที่ต้องทิ้งไปใช้ประโยชน์อื่นหรือนำไปบริจาคแทนการฝังกลบ

นางเบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร ผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. กล่าวว่า Thaihealth Watch จับตา 10 ประเด็นพฤติกรรมสุขภาพคนไทย ปี 2563 มีที่มาจากการเชื่อมโยงองค์ความรู้ใน 3 ส่วน ประกอบด้วย สถานการณ์สถิติสุขภาพ (Situation) ซึ่งมาจากแนวโน้มการสูญเสียปีสุขภาวะจากรายงานภาระโรคและการบาดเจ็บของประชากรไทย รายงานสถานการณ์สุภาพคนไทย และสถานการณ์สถิติสุขภาพที่เกี่ยวข้อง จับกระแสความสนใจที่มีการพูดถึงในสังคมผ่านสื่อสังคมออนไลน์ในรอบ 1 ปี (Social Trend) เพื่อศึกษาแนวโน้มความสนใจของคนในสังคม รวมทั้งเจาะลึกถึงพฤติกรรมของคนไทยในแต่ละประเด็น และ ข้อแนะนำที่มีต่อประเด็นทางสุขภาพจากการทำงานของ สสส. (Solution) ทั้งในระดับปัจเจกบุคคลที่สามารถนำไปใช้ได้จริงและข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย ซึ่งหลังจากนี้ สสส. จะนำเสนอตัวอย่างรูปธรรมที่เกี่ยวข้องกับ 10 ประเด็นเหล่านี้อย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างประสบการณ์ตรงในการเรียนรู้ที่สามารถนำไปใช้ได้ในชีวิตจริง

 

ภาพ Freepik