ประเสริฐ จิรคูณสมบัติ ปลื้มปีติส่งท้ายปลายปี

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/404409?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ประเสริฐ จิรคูณสมบัติ ปลื้มปีติส่งท้ายปลายปี

15 ธันวาคม 2562 – 00:05 น.
ประเสริฐ จิรคูณสมบัติ,ประเสริฐ ปลื้มปีติ,มลอรดิศ สนิทวงศ์,บรรณรงค์ พิชญากร,พลอประยุทธ์ จันทร์โอชา,ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ,ประกิต วงศ์ศรีวัฒนกุล,ดรอาชว์ เตาลานนท์,ภัทรา ทองชะอม,โรงแรมสินธรเคมปินสกี้​ กรุงเทพฯ​,พิชัย จิราธิวัฒน์,วิภาดา ดวงรัตน์,อัศวิน เตชะเจริญวิกุล,เฉลิมชัย ศรีอ่อน,ร้อยตำรวจโท ดรมนัส โนนุช
เปิดอ่าน 221 ครั้ง

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานชื่อ “ชวโรจน์” แก่หลานชายคนเล็ก

** ขอเชิญร่วมงาน “เที่ยวถิ่นกินอร่อย สมุทรปราการ” งานยิ่งใหญ่ส่งท้ายปี 9 โซน 9 สไตล์ กิน ช็อป ชิล หลากหลายความอร่อยจากร้านเด็ด 6 อำเภอ และพบกับกิจกรรมมากมาย ที่ศาลากลางจังหวัดสมุทรปราการ ระหว่างวันที่ 20-22 ธันวาคม เวลา 12.00-22.00 น.

 ** พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เยี่ยมชมบูธขององค์การบริหารการพัฒนาพื้นที่พิเศษเพื่อการท่องเที่ยวอย่างยั่งยืน (องค์การมหาชน) หรือ อพท. และกรุงเทพมหานคร ในการออกบูธโรดโชว์เมืองสร้างสรรค์ โดยมี พิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา, ทวีพงษ์ วิชัยดิษฐ ผู้อำนวยการ อพท. และคณะผู้บริหาร ต้อนรับ ที่ทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันก่อน

 ** มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ จะเป็นเจ้าภาพจัดการแข่งขันโต้วาทีมหาวิทยาลัยโลก ครั้งที่ 40 ชิงถ้วยพระราชทานพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อเฉลิมพระเกียรติพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี โดยมีผู้เข้าร่วมแข่งขันกว่า 440 ทีม จาก 50 ประเทศทั่วโลก ระหว่างวันที่ 27 ธันวาคม 2562-4 มกราคม 2563 ที่มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ วิทยาเขตสุวรรณภูมิ

 ** หลังจาก บรรณรงค์ พิชญากร เอ็มดียุคดิจิทัลแห่งหลักทรัพย์บัวหลวง เปิด http://www.bualuang.co.th/knowledge ให้ความรู้ด้านการลงทุนแบบออนไลน์ “Bualuang Knowledge Sharing” ผ่านบทความให้อ่านฟรีตลอด 24 ชั่วโมง จนมีผู้ใช้งานกว่า 7 แสนคน มาอัพเดตความรู้และความเคลื่อนไหวด้านการลงทุน…ผู้บริหารก็จะหน้าบานเล็กๆ

 ** สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานชื่อ “ชวโรจน์” แก่บุตรคนที่ 3 ของ พชระ-วัลลภา วิจิตรานนท์ ยังความปลื้มปีติและสำนึกในพระมหากรุณาธิอย่างหาที่สุดมิได้ แก่ครอบครัวและคุณตาประเสริฐ จิรคูณสมบัติ

 ** ภัทรา ทองชะอม รองผู้จัดการฝ่าย บัญชี-การเงิน บมจ.โอซีซี พร้อมด้วยคณะทำงาน จัดการแข่งขัน SAP DATA ANALYTIC CONTEST การประกวดวิเคราะห์ข้อมูลจากระบบ SAP เพื่อสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับโอซีซี โดยสร้างสรรค์รูปแบบธุรกิจที่ทันสมัยสำหรับแข่งขันในตลาด และเพื่อตอบสนองความต้องการที่แท้จริงของผู้บริโภค ณ ห้องประชุม 101 อาคารโอซีซี

**  อัศวิน เตชะเจริญวิกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ และ วิภาดา ดวงรัตน์ รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร เข้าร่วมงานเชิดชูเกียรติ ผู้ที่ทำคุณประโยชน์ให้แก่มหาวิทยาลัยและวงวิชาการ ประจำปีการศึกษา 2561 โดยมี ผู้ช่วยศาสตราจารย์ชุตินันท์ ประสิทธิภูริปรีชา อธิการบดีมหาวิทยาลัยอุบลราชธานี ให้การต้อนรับ ที่ห้องบอลรูมซี อาคารเทพรัตนสิริปภา มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี เมื่อเร็วๆ นี้

 ** สำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน)  ภายใต้การกำกับดูแลของ เฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้รับรางวัลการประเมินคุณธรรมและความโปร่งใสในการดำเนินงานของหน่วยงานภาครัฐ ประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2562 โดยมี พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี เป็นประธานในพิธีมอบรางวัล ภายในงาน วันต่อต้านคอร์รัปชันสากล (ประเทศไทย) ที่ อิมแพ็คเอ็กซิบิชั่น ฮอลล์ 6 ศูนย์แสดงสินค้าและการประชุมอิมแพ็ค

 ** สภาสังคมสงเคราะห์แห่งประเทศไทย  ในพระบรมราชูปถัมภ์ จัดแถลงข่าวการจัดงาน “มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ” โดยการสนับสนุนจากโครงการสลากการกุศล โดยมี ร้อยตำรวจโท ดร.มนัส โนนุช รองประธานสภาสังคมสงเคราะห์ฯ และประธานคณะกรรมการจัดงาน “มหกรรมส่งเสริมอาชีพคนพิการ” เป็นประธานการแถลงข่าว ที่ห้องประชุมชั้น 3  ตึกนวมหาราช  สภาสังคมสงเคราะห์ฯ  เมื่อวันก่อน

** ว่าที่ ร.ต.ณรงค์ โรจนโสธร รองผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย เป็นประธานเปิดโครงการคลินิกเคลื่อนที่แบบสหสาขาวิชาชีพ 2562 ของศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย ในการนี้ ศ.กิตติคุณ นพ.จรัญ มหาทุมะรัตน์ หัวหน้าศูนย์ฯ กล่าวรายงาน โดยมี นพ.ธงชัย เลิศวิไลรัตนพงศ์ ผู้ตรวจราชการกระทรวงสาธารณสุข เขตสุขภาพที่ 1 จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผู้อำนวยการสำนักงานจัดหารายได้ ร่วมในพิธีด้วย ที่โรงพยาบาลเชียงรายประชานุเคราะห์ จ.เชียงราย

 ** จุติ ไกรฤกษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์  ประธานในการเปิดงาน Dare to Dream Fest มหกรรมด้านทักษะแห่งอนาคตสำหรับเด็กและเยาวชนครั้งใหญ่ที่สุดของยูนิเซฟ  โดยมี ฮวน แซนทานเดอร์ รองผู้แทนองค์การยูนิเซฟ ประเทศไทย ให้การต้อนรับผู้เข้าร่วมมหกรรมฯ ที่ลิโด้ คอนเน็คท์ เมื่อวันก่อน

** ส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ สวนโมกข์ กรุงเทพ จัดงานเจริญสติตลอดเดือนธันวาคม ทั้งกิจกรรมทำบุญเพื่อเจริญในทานและภาวนา ทั้งศีล สมาธิ ปัญญา ทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ 10 วันภาวนา ส่งท้ายปีเก่า ด้วยนานากิจกรรม ระหว่างวันที่ 23-31 ธันวาคม พร้อมเชิญชวนปฏิบัติบูชา สวดมนต์ข้ามปี แบบ “ซีโรเวสต์” รายละเอียดกิจกรรมเพิ่มเติม https://www.facebook.com/activitiessuanmokkhbkk/

** วันเกิดปีนี้ของ “คุณแก้ว” ม.ล.อรดิศ สนิทวงศ์ คงเป็นอีกหนึ่งปีที่เจ้าตัวจดจำไปอีกนานแสนนาน เพราะนอกจากจะได้ของขวัญและคำอวยพรจากญาติสนิทมิตรสหายแล้ว เจ้าตัวยังได้ร่วมเฉลิมฉลองวันเกิดแบบพิเศษสุดๆ พร้อมคนไทยทั้งพระเทศ ในวันพระราชพิธีบรมราชาภิเษกเบื้องปลาย แฮปปี้สองเด้งล่ะค่ะงานนี้

   ** สํานักงานกองทุนหมู่บ้านและชุมชนเมืองแห่งชาติ (สทบ.) เดินหน้าขับเคลื่อนโครงการกองทุนต้นไม้ร่วมพัฒนา โดยเป็นการผนึกความร่วมมือภาคีเครือข่าย 8 องค์กร เพื่อส่งเสริมสมาชิกกองทุนหมู่บ้านและประชาชนในหมู่บ้าน/ชุมชนในการสร้างอาชีพ สร้างรายได้ให้ยั่งยืน ภายใต้แนวคิด ต้นไม้ยั่งยืน กองทุนมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง

** ประกิต วงศ์ศรีวัฒนกุล รองอธิบดีกรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช, ดร.อาชว์ เตาลานนท์  รองประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ และ ดร.นริศ  ธรรมเกื้อกูล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส บริษัท ซีพี รีเทลลิงค์ จำกัด ร่วมเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลโครงการ ปลูกจิตสำนึกอนุรักษ์ธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมการประกวดภาพถ่าย “สัตว์มีค่า ป่ามีคุณ” ครั้งที่ 25  ประจำปี 2562  ถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี และถ้วยประทานสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอเจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ที่ห้องอเนกประสงค์  ชั้น 1 หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

** โรงแรมสินธรเคมปินสกี้​ กรุงเทพฯ​ เครือโรงแรมสุดหรูจากทวีปยุโรป​ ​ที่พร้อมอวดโฉมในปี​ 2020​ จะจัดงาน​ “Career​ Day” เพื่อเปิดรับสมัครบุคคลากร​ที่มีความ สามารถและความมุ่งมั่นกว่า​ 300​ อัตราเข้าร่วมเป็นส่วนหนึ่งของทีม pre-opening​ กับทางโรงแรมฯ​ งาน “Career​ Day” ที่ลานอเนกประสงค์​ เอเทรี่ยม​ อาคารสินทร​ ถนนวิทยุ​ ในวันที่​ 14​-15​ ธันวาคม 2562​  ตั้งแต่เวลา​ 9.00​-17.00​ น.​

 ** พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัล โดย บริษัท เซ็นทรัลแฟมิลี่มาร์ท จำกัด และ พร้อมบุญ พานิชภักดิ์ เลขาธิการมูลนิธิรักษ์ไทย ร่วมเปิดโครงการ “ครัวโรงเรียน…สร้างสุข” ที่โรงเรียนวัดกลางคลอง จังหวัดพระนครศรีอยุธยา ในวันพฤหัสบดีที่ 19 ธันวาคม เวลา 09.00 น.

ของหวานจากธรรมชาติดีต่อสุขภาพ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/404368?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ของหวานจากธรรมชาติดีต่อสุขภาพ

14 ธันวาคม 2562 – 02:05 น.
ราก,ราก RAAK,เปเป้ วาริธร กันท์ไพบูลย์,พญชวนัฐดา เกยานนท์,ฝนทิพา ศรีสมบัติ,พิมดาว พานิชสมัย,สามสรา เอี่ยมเอกดุลย์,เฌอปัฐน์ กิตติพรวริษฐ์,รัตน์ฟ้า ไชยชื่นจิตต์,ตัน ภาสกรนที,วาริธร กันท์ไพบูลย์ คมชัดลึก
เปิดอ่าน 160 ครั้ง

ตอบโจทย์สายเฮลท์ตี้ที่รักการกินขนมหวาน

จากจุดเริ่มต้นของสองหุ้นส่วนสาวเฮลตี้ “เปเป้” วาริธร กันท์ไพบูลย์ และ พญ.ชวนัฐดา เกยานนท์ ที่มีไอเดียในการนำรสชาติอันเป็นเอกลักษณ์ของน้ำตาลโตนดที่มีความกลมกล่อม หอมหวาน รวมทั้งมีสารอาหารมากมาย มาสร้างสรรค์เป็นของหวานที่ตอบโจทย์คนรักสุขภาพในคอนเซปต์ “ความหวานจากธรรมชาติที่ดีต่อสุขภาพ” ที่ทำให้คนรักของหวานทุกเพศ ทุกวัย สามารถรับประทานได้อย่างสบายใจ จึงต่อยอดมาเป็นเครื่องดื่มชานมไข่มุกที่นำ “น้ำตาลโตนด” วัตถุดิบอันเลื่องชื่อของไทยจาก จ.เพชรบุรี มาพัฒนาเป็นเครื่องดื่มและขนมที่ดีต่อสุขภาพ ภายใต้แบรนด์ “ราก (RAAK)” เครื่องดื่มและขนมสำหรับคนรักสุขภาพ โดยได้จัดงานเปิดตัวให้ชาวเฮลตี้รักของหวานได้ฟินกันถ้วนหน้า ที่ชั้น 1 ตึกที วัน ทองหล่อ เมื่อวันก่อน

วาริธร กันท์ไพบูลย์–พญ.ชวนัฐดา เกยานนท์

 “เปเป้” วาริธร เล่าว่า ด้วยไลฟ์สไตล์ของตัวเองและหุ้นส่วน ที่ให้ความสำคัญในเรื่องของการดูแลสุขภาพ ทั้งเรื่องความสวยความงาม และอาหารการกิน แต่ก็ยังชอบสรรหาอาหาร เครื่องดื่ม และขนมที่อร่อยๆ บวกกับครอบครัวมีไร่ตาลโตนดและสามีเป็นเจ้าของแบรนด์น้ำตาลโตนดตรา “ตาลสยาม” ซึ่งเป็นน้ำตาลโตนดผงแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ จาก จ.เพชรบุรี จึงเกิดเป็นไอเดียในการนำน้ำตาลโตนดมาเป็นวัตถุดิบหลักในเครื่องดื่มชานมไข่มุก ที่สำคัญยังเป็นการชูวัตถุดิบคุณภาพของคนไทยที่นับวันจะหาได้ยาก และเผยแพร่คุณประโยชน์ของน้ำตาลโตนดให้เป็นที่รู้จักในวงกว้างอีกด้วย สำหรับเครื่องดื่มซิกเนเจอร์ของร้าน ที่แนะนำให้ทุกคนได้มาลิ้มลอง TA-NODE น้ำตาลโตนดแท้ 100 เปอร์เซ็นต์ รสชาติหวานเข้มข้น หอมเย้ายวนใจ รวมถึงวุ้นตาลโตนด และชานมไข่มุกตาลโตนด รสชาติหอมหวานแบบไทยๆ นุ่มละมุนลิ้นทุกแก้วแน่นอน”

สุนิสา-ตัน ภาสกรนที

สามสรา เอี่ยมเอกดุลย์-เฌอปัฐน์ กิตติพรวริษฐ์-รัตน์ฟ้า ไชยชื่นจิตต์ 

พิมดาว พานิชสมัย

  พญ.ชวนัฐดา เผยคุณประโยชน์ของน้ำตาลโตนด ซึ่งเป็นวัตถุดิบที่อุดมไปด้วยแร่ธาตุ สารอาหารมากมาย เช่น มีดัชนีน้ำตาลต่ำ Low G.I ผู้ป่วยที่เป็นโรคเบาหวาน หรือผู้ที่กำลังควบคุมน้ำหนักจึงสามารถรับประทานได้ รวมทั้งมีวิตามินและแร่ธาตุมากมาย ไม่ว่าจะเป็น ซิงค์ โพแทสเซียม แคลเซียม เหมาะสำหรับทุกเพศทุกวัย จึงเป็นอีกทางเลือกสำหรับผู้ที่กังวลเรื่องแคลอรี่ หรือต้องการควบคุมน้ำตาล ได้กินชานมไข่มุกที่มีความอร่อยและเป็นมิตรกับสุขภาพได้อย่างสบายใจ

ฝนทิพา ศรีสมบัติ-มธุรส ก่อเกิดทรัพย์-อาทิตยา สูรพันธุ์-ทพญ.ศิริจิต โพธิรักษานนท์

ภายในงานเปิดตัว “RAAK (ราก)” คับคั่งไปด้วยหนุ่มสาวรักสุขภาพที่รักขนมหวาน อาทิ ตัน ภาสกรนที, “มัดหมี่” พิมดาว พานิชสมัย, รัตน์ฟ้า ไชยชื่นจิตต์, พลอยวารินทร์ ทรงประกอบ, ศิลป์ศุภา อภิรักษ์ทานนท์, ฝนทิพา ศรีสมบัติ, มธุรส ก่อเกิดทรัพย์, อาทิตยา สูรพันธุ์, ทพญ.ศิริจิต โพธิรักษานนท์ มาร่วมแบ่งปันความอร่อยในรูปแบบของเครื่องดื่มชานมไข่มุกและขนมหวานที่ทำจากน้ำตาลโตลดแท้ 100 เปอร์เซ็นต์

ครวญเพลงเพื่อเด็กปากแหว่งเพดานโหว่

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/lifestyle/404376?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=lifestyle

ครวญเพลงเพื่อเด็กปากแหว่งเพดานโหว่

14 ธันวาคม 2562 – 01:00 น.
ทูเกตเตอร์ แอส วัน ฟอร์ ชิลเดร็น,โรตารี่ อิน ไทยแลนด์,เจ เอส แอล,สโมสรโรตารี่,ปากแหว่งเพดานโหว่,เครื่องมือแพทย์
เปิดอ่าน 76 ครั้ง

คอนเสิร์ตการกุศลมอบให้เด็กที่เป็นโรคปากแหว่ง เพดานโหว่และจัดซื้อเครื่องมือแพทย์ในโรงพยาบาลที่ขาดแคลน

เต็มอิ่ม รับความสุข ความสนุกกันถ้วนหน้ากับคอนเสิร์ตการกุศล “ทูเกตเตอร์ แอส วัน ฟอร์ ชิลเดร็น พรีเซ็นเต็ด บาย โรตารี่ อิน ไทยแลนด์” โดย บริษัท เจ เอส แอล โกลบอล มีเดีย จำกัด ร่วมกับ สโมสรโรตารี่ บทเพลงดีๆ 23 บทเพลงจัดเพื่อระดมทุนหารายได้ โดยไม่หักค่าใช้จ่าย มอบให้เด็กที่เป็นโรคปากแหว่ง เพดานโหว่ เพียงหวังที่จะให้น้องๆ เติบโตมามีรอยยิ้มที่สดใส และจัดซื้อเครื่องมือแพทย์มอบให้โรงพยาบาลในต่างจังหวัดที่ขาดแคลนรวมทั้งสิ้นเป็นเงิน 45 ล้านบาท

ลีลาพระเอกหนุ่ม “ซี” ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์

“อุ้ย” รวิวรรณ 

ประเดิมต้อนรับคนใจกุศลในค่ำคืนนี้ด้วยพิธีกรรุ่นใหม่ “พันซ์” วิรัลพัชร ธนันประดิษฐ์กุล และ “เอ็ด” อกนิษฐ์ วิเชียรเจริญ กล่าวถึงวัตถุประสงค์ในการจัดงานครั้งนี้ จากนั้นก็ถึงเวลาแห่งความสนุกสนานบนเวที ด้วยการบรรเลงเพลงเปิดตัวจาก วงสปาย ของ “สปาย” ภาสกรณ์ รุ่งเรืองเดชาภัทร์ และโชว์สะกดทุกสายตาจากเหล่าศิลปินชายทั้ง 4 คน อาทิ “ต้น” สุชาติ ชวางกูร, “บี” พีระพัฒน์ เถรว่อง, “ซี” ศิวัฒน์ โชติชัยชรินทร์, “ต้น” ธนษิต จตุรภุช ที่มาในเพลง Imagine ก่อนจะส่งต่อให้สาวสวยดีว่าเมืองไทย เจนนิเฟอร์ คิ้ม ขึ้นโชว์พลังเสียง 3 เพลงรวด “We are family, WCan’t take my eyes off you”  และ “ไม่ยอมหมดหวัง”

“เก่ง” อธิป และวงลูกหิน

“บี” พีระพัฒน์ เถรว่อง

          ด้านพระเอกหนุ่ม “ซี” ศิวัฒน์ ขอขึ้นเวทีอีกครั้งด้วยเพลง โลกหมุนด้วยความรัก เสียงหวานละมุนได้ใจคนฟัง ส่วนรุ่นพี่เจนเวทีอย่าง “บี” พีระพัฒน์ และ “อุ้ย” รวิวรรณ มาในเพลงเจ้าหญิง และพี่ชายที่แสนดี รุ่นน้อง “ต้น” ธนษิต และ “เก่ง” อธิป (วงลูกหิน) โชว์สเต็ปแดนซ์ในเพลง “How do I live” และ รักแท้อยู่เหนือกาลเวลา

เจนนิเฟอร์ คิ้ม

สุชาติ ชวางกูร

          ปิดท้ายคอนเสิร์ตด้วยเพลงหมู่ของศิลปินทั้ง 7 ทำเอาห้องแกรนด์บอลรูมเต็มไปด้วยบรรยากาศรื่นเริง สุดประทับใจแบบจัดเต็มกันเลยทีเดียว งานนี้ต้องขอชื่นชมเหล่าศิลปินที่มาขึ้นคอนเสิร์ตในครั้งนี้ด้วยใจที่เป็นกุศล ไม่คิดค่าตัว ต่างตบเท้ามาวาดลวดลายสร้างสีสันบนเวทีมอบให้ผู้ชมที่ใจบุญซื้อบัตรเข้ามาชมแบบไม่มีหักค่าใช้จ่าย ทุกคนต่างรู้สึกสนุกที่ได้มาร่วมงานกุศลในครั้งนี้

การศึกษายุค 4.0 หมดยุคท่องจำตำราสู่การปั้นบัณฑิตทำงานเป็น

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/404723?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=edu-health

การศึกษายุค 4.0 หมดยุคท่องจำตำราสู่การปั้นบัณฑิตทำงานเป็น

15 ธันวาคม 2562 – 20:05 น.
ยุคปลาเร็วกินปลาช้า,การศึกษายุค40,แจ๊ก หม่า,ธนินทร์ เจียรวนนท์
เปิดอ่าน 43 ครั้ง

“สุวิทย์”โพสต์ถึง2นักธุรกิจชั้นนำของโลกชี้ยุคปลาเร็วกินปลาช้าเด็กจบป.ตรีอายุ18ปี รมว.อว.ย้ำการศึกษายุค 4.0 หมดยุคการท่องจำตำราสู่การปั้นบัณฑิตทำงานเป็น

ดร.สุวิทย์ เมษินทรีย์  เป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (รมว.อว.) โพสต์เฟซบุ๊กส่วนตัว ยกย่องชื่นชม “แจ็ก หม่า-ธนินทร์ เจียรวนนท์”2 ผู้นักนักธุรกิจคนสำคัญของโลก “หัวข้อว่า การศึกษาในยุค 4.0 : หมดยุคการท่องจำตำรา สู่การสร้างบัณฑิตที่ทำงานเป็น ใจความว่า

การศึกษาในยุค 4.0 : หมดยุคการท่องจำตำรา สู่การสร้างบัณฑิตที่ทำงานเป็น

วันนี้ผมมีเรื่องที่น่าสนใจเกี่ยวกับการศึกษาและการพัฒนา ‘มนุษยชน’ มาฝากทุกคนครับ ซึ่งเป็นเรื่องที่นักธุรกิจคนสำคัญของโลก 2 ท่านได้พูดไปในทิศทางเดียวกัน นั่นคือ คุณแจ็ก หม่า ผู้ก่อตั้งกลุ่ม Alibaba และคุณธนินทร์ เจียรวนนท์ ประธานอาวุโสเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ CP Group ครับ

แจ็ก หม่า – ธนินทร์

อย่างที่ทุกคนอาจทราบกันดีอยู่แล้วครับว่า คุณแจ็ก หม่า ได้เกษียณตัวเองจากการเป็นประธานบริหารบริษัท อาลีบาบา กรุ๊ป และระยะหลังนี้ได้ทุ่มเทกับการสร้างและพัฒนาคนอย่างมาก

โดยคุณแจ็ก หม่าได้ปาฐากถาในงาน Forum for World Education ที่กรุงปารีส ประเทศฝรั่งเศส เมื่อต้นเดือนที่ผ่านมาว่า “การเรียนในระดับอุดมศึกษาเพียงเท่านั้น อาจไม่ได้เป็นหลักประกันในหน้าที่การงานอีกต่อไป” โดยหลายๆบริษัทต่าง รวมทั้งอาลีบาบา กรุ๊ป จะไม่ได้จ้างคนที่จบการศึกษาจากสถาบันดีๆ เพียงเท่านั้น แต่จะจ้างคนที่มีความพร้อมจะเรียนรู้ และมีความต้องการที่จะเปลี่ยนแปลงในทางสร้างสรรค์ ซึ่งเป็นหลักคิดที่จำเป็นมากสำหรับการทำงานให้ประสบความสำเร็จ

เช่นเดียวกับ คุณธนินทร์ เจียรวนนท์ ที่ได้แสดงวิสัยทัศน์เกี่ยวกับการศึกษาในอนาคตบนเวทีเดียวกันนี้ว่า ระบบการศึกษาจะต้องปรับตัวให้ทันต่อการเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น “การลดจำนวนปีการเรียนในระบบการศึกษาอาจเป็นสิ่งจำเป็น เพราะการลงมือทำเป็นสิ่งที่ดีที่สุด”

             ในอนาคตนั้น เด็กไทยอาจจบมหาวิทยาลัยที่อายุ 18 ปีก็ได้ เพราะในยุคปลาเร็วกินปลาช้านั้น การเรียนอาจจะไม่ต้องเป็น 4 ปีอีกต่อไป หากสถาบันการศึกษาสามารถสร้างคนคุณภาพได้อย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ ก็ไม่ควรจะต้องจำกัดอยู่ในกรอบเวลาใดๆ

เป็นเรื่องที่น่ายินดีที่นักธุรกิจระดับโลกทั้ง 2 ท่าน ได้ให้ความสำคัญกับการศึกษา โดยเฉพาะอย่างยิ่งการสร้างบัณฑิตที่พร้อมทำงานได้จริง หรือ Hand-on Graduates ซึ่งเป็นเรื่องที่กระทรวงการอุดมศึกษาฯ​ ได้เริ่มดำเนินการแล้วครับ

เราได้มีโครงการ “ยุวชนอาสา” สร้างนักศึกษาให้ทำงานเป็น และโครงการ “บัณฑิตอาสา” สร้างบัณฑิตให้มีจิตสาธารณะ พร้อมทำงานให้ตอบโจทย์ตลาดและตอบโจทย์ประเทศ และโครงการยุวสตาร์ทอัพ ช่วยสร้างการเป็นนักธุรกิจหรือ startup ให้กับนักศึกษา ซึ่งนี่คือการศึกษาไทยในปัจจุบัน ที่ไม่ใช่เพียงการวาดภาพฝันแห่งอนาคต อว.เราได้ทำแล้วและจะทำต่อไป เพื่อสร้างระบบการศึกษาไทยที่มีคุณภาพในยุค 4.0 นี้ครับ

กสศ.เปิดโครงการล้านพลังคนไทย สร้างโอกาสการศึกษา

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/404471?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=edu-health

กสศ.เปิดโครงการล้านพลังคนไทย สร้างโอกาสการศึกษา

13 ธันวาคม 2562 – 19:30 น.
กสศ,โครงการล้านพลังคนไทย,สร้างโอกาสการศึกษา
เปิดอ่าน 69 ครั้ง

กสศ.จับมือศิลปินดารา เปิดตัวโครงการ ล้านพลังคนไทย มอบโอกาสทางการศึกษาเป็นของขวัญ  ชวนคนไทย บริจาคช่วยเด็กด้อยโอกาส

13  ธันวาคม 2562-กสศ.จับมือศิลปินดารา เปิดตัวโครงการ ล้านพลังคนไทย มอบโอกาสทางการศึกษาเป็นของขวัญ  ชวนคนไทย บริจาคช่วยเด็กด้อยโอกาสที่ต้องการความเหลือมากที่สุด ดร.ประสาร ชี้ การช่วยเด็กยากจนด้อยโอกาส “จำเป็น เร่งด่วนและรอไม่ได้” เด็กยากจนที่สุดมีรายได้เฉลี่ยต่ำสุดเพียง 462 บาทต่อคนต่อเดือน เสี่ยงหลุดออกนอกระบบการศึกษาทุกวัน

ที่ลานหน้า LIDO CONNECT สยามสแควร์  กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) แถลงข่าวเปิดโครงการ  “ล้านพลังคนไทย มอบโอกาสทางการศึกษาเป็นของขวัญ”  เพื่อชวนคนไทยร่วมบริจาคเงินสมทบเพื่อช่วยเหลือเด็กด้อยโอกาสที่มีความเสี่ยงหลุดออกจากระบบการศึกษาเพราะความยากจน พร้อมเปิดตัวศิลปินดาราร่วมรณรงค์ อาทิ ป๊อก-ภัสสรกรณ์ และ มาร์กี้-ราศรี จิราธิวัฒน์ หนึ่ง จักรวาล และน้องมินมินลูกสาว  ในงานยังมีคอนเสิร์ตเปิดหมวกมอบโอกาสเป็นของขวัญ นำโดย ลุลา ซีซั่นไฟว์   มาเรียมบีไฟว์ และ รุจเดอะ สตาร์

​ดร.ประสาร  ไตรรัตน์วรกุล ประธานกรรมการบริหารกองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา  กล่าวว่า ในปีที่ผ่านมากองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา (กสศ.) ได้เดินหน้าช่วยเหลือบรรเทาอุปสรรคในการเข้าถึงการศึกษาให้กับเด็กยากจนด้อยโอกาส มากกว่า 7 แสนคน ผ่านโครงการเงินอุดหนุนแบบมีเงื่อนไข หรือทุนเสมอภาค  แต่ก็ยังไม่เพียงพอเพราะจากการประเมินของคณะกรรมการอิสระเพื่อการปฏิรูปการศึกษา (กอปศ.) พบว่ากลุ่มเป้าหมายตามภารกิจของ กสศ. มีมากกว่า 4 ล้านคน และจำเป็นต้องใช้ทรัพยากรด้านงบประมาณมากกว่าปีละ 25,000 ล้านบาทต่อปี ในขณะที่ในปีงบประมาณ 2562 ที่ผ่านมา กสศ. ได้รับการจัดสรรทรัพยากรเพียง 2,537 ล้านบาทหรือเพียง 10% ของงบประมาณที่ควรจะได้รับตามภารกิจเท่านั้น

ดร.ประสาร กล่าวว่า จากการติดตามเด็กกลุ่มนี้อย่างใกล้ชิดผ่านระบบสารสนเทศเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา Information System for Equitable Education (iSEE) ซึ่งเป็นระบบฐานข้อมูลขนาดใหญ่ของกสศ. ที่สามารถรายงานผลและติดตามเด็กๆกลุ่มนี้ได้รายบุคคล   พบว่า ครอบครัวของนักเรียนที่ยากจนที่สุด มีรายได้เฉลี่ยต่ำสุดเพียง 462 บาทต่อคนต่อเดือน นั่นหมายความครอบครัวของเด็กกลุ่มนี้จะมีรายได้เพียง 5,544 บาทต่อปีหรือราว 15 บาทต่อคนต่อวันเท่านั้น เด็กกลุ่มนี้กว่า 2 แสนคนที่กำพร้าไม่ได้อยู่กับพ่อแม่  และกว่า 19,000 คนมีน้ำหนักน้อยกว่าเกณฑ์การเจริญเติบโต  หรืออยู่ในภาวะที่จำเป็นต้องติดตามสภาวะทุพโภชนาการอย่างใกล้ชิด

จากการสำรวจยังพบว่า ในจำนวนนี้เกือบครึ่งที่ไม่ได้ทานอาหารเช้า สาเหตุมาจากฐานะยากจน และต้องช่วยพ่อแม่ทำงานก่อนมาเรียน   เด็กกลุ่มนี้ต้องการความช่วยเหลือโดยเร่งด่วน และข้อเท็จจริงชี้ชัดว่าหากไม่ได้รับการช่วยเหลือที่ทันท่วงทีและพอเพียง  มีความเสี่ยงที่จะหลุดจากการศึกษาก่อนสำเร็จการศึกษาขั้นพื้นฐาน และตกอยู่วงจรความยากจนข้ามชั่วคน

ดร.ประสาร กล่าวว่า  เด็กเยาวชนที่อยู่นอกระบบการศึกษากำลังเพิ่มสูงขึ้นโดยมีมากถึง 430,000 คน (อายุระหว่าง 6-14 ปี/ป.1-ม.3) และมีแนวโน้มว่าจะเพิ่มสูงขึ้นทุกปีในอนาคต มีข้อมูลระบุชัดว่าแนวโน้มการออกจากระบบการศึกษาของเด็กไม่ได้เป็นปัญหาเฉพาะตัวเด็กเองและครอบครัว แต่ยังเป็นปัญหาที่เชื่อมโยงกับการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมในภาพรวมของประเทศ

ดังนั้น โอกาสที่สูญเสียไปทางการศึกษาของเด็กๆกลุ่มนี้ ก็คือโอกาสที่สูญเสียไปของประเทศเช่นกัน จึงเป็นเหตุผลว่าทำไมปัญหานี้จึง จำเป็น เร่งด่วนและรอไม่ได้ และลำพังเพียงกสศ.และงบประมาณแผ่นดินที่จำกัดอาจไม่สามารถช่วยเด็กทุกคนได้ทันเวลา การสนับสนุนเพิ่มเติมจากประชาชนคนไทยจะเป็นพลังสำคัญในการทำให้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาเหล่านี้ให้มีแนวโน้มลดลงอย่างยั่งยืนได้ในอนาคต

ดร.ประสาร กล่าวว่า อดีตรองผู้อำนวยการใหญ่องค์การยูเนสโก Dr.Nicholas Burnett เคยประเมินว่าปัญหาเด็กเยาวชนนอกระบบการศึกษา สร้างความเสียหายทางเศรษฐกิจให้แก่ประเทศไทยมากกว่าปีละ 1-3 % ของ GDP หากมองในมิตินี้ การลดความเสี่ยงและรักษาเด็กไว้ในระบบการศึกษา จึงไม่เพียงช่วยสร้างโอกาสในอนาคตของเด็กๆ  แต่ยังสร้างผลกระทบทางบวกในการพัฒนาประเทศในภาพรวม นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบลในปีนี้อย่าง Professor Abhijit Banerjee และ Professor Esther Duflo สรุปบทเรียนจากการศึกษาพัฒนาการทางเศรษฐกิจของหลายประเทศ ทั้งที่ประสบความสำเร็จ

และไม่ประสบความสำเร็จ จากทุกมุมโลกมาตลอดหลายทศวรรษ ไว้อย่างน่าสนใจใน Foreign Affairs ฉบับล่าสุดว่า แนวทางหนึ่งที่ดีที่สุด (The Best Bet) ในการพัฒนาประเทศ อาจมิใช่การมุ่งอัดฉีดเงินผ่านการกระตุ้นการเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจ แต่คือการยกระดับมาตรฐานความเป็นอยู่ของประชาชน โดยเฉพาะผู้มีรายได้น้อย ผ่านการลงทุนในการศึกษาและการสาธารณสุข ซึ่งจะนำไปสู่การเจริญเติมโตทางเศรษฐกิจที่แท้จริงและยั่งยืนในอนาคต ”

ด้านป๊อก-ภัสสรกรณ์ และ มาร์กี้-ราศรี  จิราธิวัฒน์ กล่าวว่า การร่วมบริจาคกับกสศ. สิ่งที่แตกต่างคือ มั่นใจได้ว่า มีระบบisee เป็นเครื่องมือช่วยชี้เป้าความช่วยเหลือ มุ่งไปยังเด็กๆที่เดือดร้อน ต้องการความช่วยเหลือมากที่สุด ลงลึกตั้งแต่ระดับ จังหวัด อำเภอ ตำบล โรงเรียน และข้อมูลปัญหาความต้องการรายบุคคล  ไม่ว่าเราจะเดินทางไปที่ไหนก็ตามในประเทศไทย บางครั้งในทริปท่องเที่ยว  ระหว่างเส้นทางในช่วงปีใหม่เรายังสามารถแบ่งปันโอกาสให้กับเด็กๆกลุ่มนี้ได้ด้วย

เราทั้งคู่สามารถยื่นมือไปเติมเต็มความช่วยเหลือได้ทันที และมั่นใจได้ว่าความช่วยเหลือจะมุ่งไปถึงเด็กๆอย่างแน่นอน  เพราะสามารถติดตามผลลัพธ์การช่วยเหลือได้จนกว่าเด็กๆรายคนจบการศึกษาขั้นพื้นฐานได้อีกด้วย ทั้งนี้ทุกเงินบริจาคยังสามารถนำไปลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า โดยทุกท่านสามารถเข้าไปที่  www.eef.or.th/donate  หรือ  โอนเงินผ่านบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาซอยอารีย์  เลขที่ บช. 172-0-30021-6  ชื่อบัญชี กสศ.มาตรา 6(6) – เงินบริจาค”

“เหนือความยากลำบาก สิ่งสำคัญที่เราทั้งคู่ประทับใจ คือ ศักยภาพที่ซ่อนอยู่ภายในของเด็กๆกลุ่มนี้  ความมุมานะ และพยายามจนสุดตัวที่จะมาเรียนหนังสือให้ได้ ในช่วงเทศกาลแห่งการให้และก้าวสู่ปีใหม่นี้ จึงขอเชิญชวนคนไทย ร่วมทำบุญครั้งสำคัญกับพวกเราและ กสศ.ในโครงการ  “ล้านพลังคนไทยมอบโอกาสทางการศึกษาเป็นของขวัญ” เพื่อน้องๆที่มีความฝัน และมีศักยภาพ ได้มีอนาคตดีขึ้น และไม่ต้องหลุดออกจากระบบการศึกษา”

กสศ.จับมือ ฟินแลนด์ พัฒนาคุณภาพครูและโรงเรียนไทย

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/404289?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=edu-health

กสศ.จับมือ ฟินแลนด์ พัฒนาคุณภาพครูและโรงเรียนไทย

13 ธันวาคม 2562 – 09:36 น.
กสศจับมือฟินแลนด์,พัฒนาคุณภาพครู,พัฒนาคุณภาพโรงเรียนไทย
เปิดอ่าน 100 ครั้ง

กสศ.จับมือ ฟินแลนด์ พัฒนาคุณภาพครูและโรงเรียนไทย สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาในห้องเรียน  วางหลักสูตรการศึกษาเชิงบวก เป็นกุญแจสำคัญ

13 ธ.ค.2562-กสศ.จับมือ ฟินแลนด์ พัฒนาคุณภาพครูและโรงเรียนไทย สร้างความเสมอภาคทางการศึกษาในห้องเรียน  วางหลักสูตรการศึกษาเชิงบวก เป็นกุญแจสำคัญ พร้อมเปิดรับโรงเรียนนำร่องร่วมกันพัฒนาหลักสูตรในประเทศไทย พร้อมเดินหน้าอย่างเต็มตัวในช่วงปี 2020

ที่โรงแรมอารีย์ฮิลล์ กองทุนเพื่อความเสมอภาคทางการศึกษา(กสศ.) จัดการประชุมเสวนาวิชาการนานาชาติด้านการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษา เรื่อง ‘การพัฒนาคุณภาพครูและโรงเรียน:บทเรียนจากประเทศฟินแลนด์’ เพื่อสร้างความร่วมมือในการพัฒนาหลักสูตร และถอดบทเรียนการจัดการศึกษาจากประเทศฟินแลนด์ โดยเฉพาะการนำเครื่องมือที่เรียกว่า ‘Positive Learning CV’ ซึ่งเป็นเครื่องมือสำหรับนักเรียนที่จะบันทึกและติดตามผลการเรียนด้วยตัวเอง ช่วยให้นักเรียนค้นพบความสามารถเฉพาะตัว ทั้งยังชี้แนะช่องทางเพื่อการปรับปรุงพัฒนาความสามารถของนักเรียนแต่ละคนได้แบบเรียลไทม์

นางสาวธันว์ธิดา วงศ์ประสงค์ ผู้อำนวยการสำนักการมีส่วนร่วม นวัตกรรม และทุนการศึกษา กสศ. กล่าวว่า ที่ผ่านมา กสศ. ได้มุ่งเน้นการสร้างความร่วมมือในการนำความรู้จากต่างประเทศ รวมถึงนวัตกรรมทางการศึกษาใหม่ ๆ เข้ามาใช้พัฒนาคุณภาพครูและโรงเรียนอยู่เสมอ สำหรับการศึกษาเชิงบวก หรือ positive education นับว่าเป็นเรื่องใหม่สำหรับประเทศไทย

ดังนั้นเมื่อเรารับเอาเครื่องมือและถอดบทเรียนจากประเทศฟินแลนด์มาแล้ว ก็เป็นโจทย์ที่จะต้องคิดกันต่อไปว่าเราจะจัดการเรียนรู้ในเชิงบวก อันเป็นหัวใจสำคัญของหลักสูตรนี้ ให้เกิดขึ้นในห้องเรียนได้อย่างไร ปัจจุบันในแวดวงการศึกษาไทยมีการพูดกันมากเกี่ยวกับการสร้างทักษะด้านสังคม (soft skill) ให้เด็ก ซึ่งสิ่งที่บ้านเรายังขาดคือการปลูกฝังทักษะดังกล่าวให้เด็กได้ตั้งแต่ในระดับห้องเรียน บทเรียนจากประเทศฟินแลนด์ที่เราจะได้รับนี้ จึงเป็นเหมือนการสาธิตให้เห็นว่า การเรียนการสอนในห้องเรียนที่ส่งเสริมเด็กทั้งในด้านวิชาการและทักษะทางสังคม สามารถทำได้ด้วยวิธีใด


“ความร่วมมือระหว่าง กสศ. กับ Positive Learning เป็นโครงการที่มีเป้าหมายในระยะยาว คือสิ่งที่ต้องใช้เวลา เบื้องต้นเราได้รับเอาเครื่องมือมาใช้ พร้อมกับบทเรียนจากต้นแบบที่เขาทำสำเร็จมาแล้ว และในปีหน้าเอกสารหรือตำราฮาวทูต่าง ๆ จะได้รับการถอดความเป็นภาษาไทย ซึ่ง กสศ. จะมีหน้าที่สนับสนุนให้ครูและอาจารย์มหาวิทยาลัยทุกแห่งได้เข้าถึงหลักสูตรและทดลองนำไปใช้ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้และสร้างความเปลี่ยนแปลงให้เกิดขึ้นกับระบบการศึกษาได้จริง ๆ” นางสาวธันว์ธิดา กล่าว

ทางด้าน ไคซา เวอริเนน(Kaisa Vuorinen)  ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และผู้ก่อตั้งบริษัท Positive Learning กล่าวว่า จากประสบการณ์หลายปีที่ได้ทำงานเป็นครูพิเศษสอนนักเรียนที่มีปัญหาต่าง ๆ กัน ทำให้ตระหนักถึงความจำเป็นที่จะต้องมีวิธีการสอนแนวใหม่ที่มีประสิทธิภาพ ในปี 2014 ไคซา และ ลอตตา อูสซิทาโล(Lotta Uusitalo) นักวิจัยเรื่องการศึกษาพิเศษ มหาวิทยาลัยเฮลซิงกิ ร่วมกันศึกษาวิจัยในสาขาความรู้ที่เรียกว่า ‘การศึกษาเชิงบวก’ จากนั้นได้ตีพิมพ์หนังสือและคู่มือสำหรับครูใช้ในการปลูกฝังทักษะทางสังคมและอารมณ์แก่เด็ก ๆ โดยสอดแทรกเข้ากับเนื้อหาวิชาการที่มีอยู่ แล้วจึงเริ่มเผยแพร่ความรู้แก่ครู ผู้บริหารสถานศึกษา ทั้งในประเทศฟินแลนด์และกระจายไปในอีกหลายประเทศทั่วโลก

“การได้สอนนักเรียนที่มีความต้องการพิเศษ ทำให้พบว่า การศึกษาเชิงบวก ทั้งในด้านคำพูด การค้นหาจุดแข็งในตัวของนักเรียนและส่งเสริมให้เขาพัฒนาตนเองจากตรงนั้น รวมถึงความรัก ความเอาใจใส่ที่ครูมีต่อศิษย์ สามารถเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในหลายด้านของเด็ก ในการศึกษาแบบเก่า ครูมักมองไปที่ปัญหาของเด็กโดยมองข้ามส่วนที่ดีของเขา ขณะที่ในการศึกษาเชิงบวก เราจะมองไปที่ความดีหรือสิ่งที่พิเศษที่อยู่ในตัวเด็กทุกคน ส่งเสริมให้เขาเกิดความเชื่อมั่น มีสุขภาพจิตที่ดี รู้สึกดีกับตนเอง นั่นจะทำให้เขารักที่จะมาโรงเรียนและพร้อมเรียนรู้ รวมถึงสามารถมีปฏิสัมพันธ์กับเพื่อนและครูได้เป็นอย่างดี”  ไคซา กล่าว

ไคซา กล่าวว่า การเริ่มต้นของความร่วมมือนี้ ถือเป็นการแลกเปลี่ยนบทเรียนระหว่างไทยกับฟินแลนด์ ในภารกิจเพื่อสร้างการศึกษาที่เสมอภาคให้เกิดขึ้น โดยที่ทุกฝ่ายไม่ว่าจะเป็น กสศ. บริษัท Positive Learning รวมถึงครูอาจารย์ทุกระดับที่เข้าร่วมกับเรา จะต้องช่วยกันสร้างบทเรียนเฉพาะสำหรับการศึกษาในแต่ละรูปแบบของประเทศไทยไปด้วยกัน โดยขณะนี้ทางเราได้เปิดรับโรงเรียนนำร่องที่จะมาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรในประเทศไทย และพร้อมเดินหน้าอย่างเต็มตัวในช่วงปี 2020

ศาสตราจารย์ นายแพทย์วิจารณ์ พานิช ที่ปรึกษาคณะกรรมการบริหาร กสศ. กล่าวว่า การศึกษาเชิงบวก ไม่ใช่การเลือกส่งเสริมด้านใดด้านหนึ่งระหว่างวิชาการหรือทักษะสังคม แต่จะต้องทำให้สองสิ่งดำเนินไปควบคู่กัน การสนับสนุนเด็กให้ค้นพบความสามารถของตัวเอง ให้เด็กได้มีสุขภาพจิตที่ดี จะเป็นรากฐานให้เด็กพร้อมเรียนรู้ทั้งวิชาการแลพัฒนาทักษะทางสังคมไปด้วย แล้วสองอย่างนี้จะก่อให้เกิดผลการเรียนรู้ที่ดีในองค์รวม

ซึ่งวิธีการศึกษาเชิงบวกนี้จะเป็นทั้งการช่วยให้เด็กค้นพบเป้าหมายไปพร้อมกับการเรียนรู้ทางวิชาการ ซึ่งเป็นหลักสูตรที่สามารถจัดทำได้ในโรงเรียนทุกขนาดและทุกระดับ การศึกษาเชิงบวกจึงเป็นอีกวิธีการหนึ่ง ที่จะมาช่วยเปลี่ยนแปลงภาพรวมของการศึกษาในอนาคต และเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความเสมอภาคทางการศึกษาของประเทศไทย

ม.วลัยลักษณ์ เอ็มโอยู มหาวิทยาลัยเก่าแก่ของจีน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/edu-health/404242?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=edu-health

ม.วลัยลักษณ์ เอ็มโอยู มหาวิทยาลัยเก่าแก่ของจีน

12 ธันวาคม 2562 – 18:40 น.
มหาวิทยาลัย Xian Jiaotong University,‎มหาวิทยาลัยรามคำแหง,่ มวลัยลักษณ์
เปิดอ่าน 88 ครั้ง

ม.วลัยลักษณ์ เอ็มโอยู กับ Xi’an Jiaotong University ประเทศจีน มีประสบการณ์ในการจัดการศึกษาแก่นักศึกษามากกว่า 20 ล้านคนทั่วโลก

เมื่อเร็วๆนี้ ศาสตราจารย์ ดร. สมบัติ ธำรงธัญวงศ์ อธิการบดีมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ และ Prof.Zheng Qing Hua Vice-President of Xi’an Jiaotong University ประเทศจีน ร่วมกันลงนามในบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ เพื่อร่วมกันขับเคลื่อนการจัดการศึกษาในยุคแห่งการเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยี

     อ่านข่าว : ม.วลัยลักษณ์ มุ่งสู่ World Class University

การใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัยในการจัดการศึกษา ให้มีความเชี่ยวชาญทางการสอนในรูปแบบใหม่ ตลอดจนการสร้างความร่วมมือทางการแลกเปลี่ยน นักศึกษา อาจารย์ และ การทำวิจัยของทั้งสองสถาบันร่วมกัน ในงาน“The Belt and Road” China -Thailand Universities Internet and Education Summit Forum ณ โรงแรมแม่น้ำ รามาดาพลาซา วินด์แฮม กรุงเทพฯ

สำหรับ มหาวิทยาลัย Xi’an Jiaotong University ก่อตั้งในปี 2439 อยู่ภายใต้กระทรวงศึกษาธิการ (Ministry of Education of China) เป็นมหาวิทยาลัยในเครือข่ายของ Beijing Ao Peng Distance Education Center หรือที่รู้จักกันในนาม OPEN EDUTAINMENT เป็นมหาวิทยาลัยที่ได้รับการจัดอันดับที่ 90 ในระดับเอเชีย (2019) อันดับที่ 501-600 ของโลก (2019)

โดยการจัดอันดับของสถาบัน THE World University Ranking จัดการเรียนการสอนทางด้าน Pharmacy, Nursing, Public Health, Forensic Science, Basic Medicine Science, Science, Aerospace, Marxism Study, Economics and Finance, Chemical Engineer, Mechanical Engineering and Technology, Continuing Education และ Public Policy and Administration และมีประสบการณ์ในการจัดการศึกษาแก่นักศึกษามากกว่า 20 ล้านคนทั่วโลก

โอกาสเดียวกันนี้ ในที่ประชุม “The Belt and Road” รองศาสตราจารย์ ดร. สุรินทร์ ไหมศรีกรด รองอธิการบดีฝ่ายกิจการต่างประเทศและพัฒนาการเรียนการสอน มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับเกียรติในการกล่าวสุนทรพจน์ในหัวข้อ “Prospects and Future of Higher Education in China and Thailand” ด้วย

นอกจากนี้ ศูนย์กิจการนานาชาติ มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ยังได้มีการจัด The IKCEST Training Program for Silk Road Science and Technology Development ระหว่างวันที่ 6-7 ธันวาคม 2562 ที่ผ่านมา ณ อาคารปฏิบัติการเทคโนโลยีและพัฒนานวัตกรรม มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์อีกด้วย

มนัญญา สานต่ออาชีพพระราชทานเกษตรอินทรีย์

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/404716?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

มนัญญา สานต่ออาชีพพระราชทานเกษตรอินทรีย์

15 ธันวาคม 2562 – 18:56 น.
มนัญญา,สานต่ออาชีพพระราชทาน,เกษตรอินทรีย์,ผู้เลี้ยงโคนม,เกษตรกร
เปิดอ่าน 14 ครั้ง

“มนัญญา” สานต่ออาชีพพระราชทาน หวังเยาวชนรุ่นใหม่ บุตรหลานเกษตรกรสนใจทำการเกษตรเพิ่มมากขึ้น พร้อมมอบนโยบายสนับสนุนการทำเกษตรอินทรีย์ พัฒนาเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม

นางสาวมนัญญา ไทยเศรษฐ์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยภายหลังมอบนโยบายการดำเนินงานให้กับผู้บริหาร พนักงาน อ.ส.ค. และเกษตรกร/สหกรณ์โคนม ณ สำนักงาน อ.ส.ค. ภาคเหนือตอนบน อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ว่า อาชีพเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม เป็นอาชีพพระราชทานจากในหลวง รัชกาลที่ 9 ตั้งแต่ปี 2505 ซึ่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ โดยองค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.)ได้สานต่อการพัฒนาอาชีพนี้ พร้อมร่วมส่งเสริมพัฒนาวงการโคนม และอุตสาหกรรมนมไทยมาอย่างต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ปัจจุบันเกษตรกรไทยส่วนใหญ่มีอายุค่อนข้างมากและก้าวสู่สังคมผู้สูงอายุ ส่งผลให้การประกอบอาชีพเกษตรกรรมมีประสิทธิภาพลดลง ขณะที่เยาวชนรุ่นใหม่และบุตรหลานเกษตรกรได้ให้ความสนใจเข้าสู่ภาคอุตสาหกรรมเพิ่มมากขึ้น ทำให้การสานต่ออาชีพเกษตรกรรมจากบรรพบุรุษมีแนวโน้มลดลง ซึ่งการเลี้ยงโคนมก็เป็นหนึ่งอาชีพที่กำลังเผชิญปัญหาดังกล่าวเช่นกัน องค์การส่งเสริมกิจการโคนมแห่งประเทศไทย (อ.ส.ค.) ในฐานะองค์กรหลักที่มีบทบาทในการส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยงโคนมของไทยมาอย่างต่อเนื่อง จึงต้องกำหนดแนวทางพัฒนาเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมให้มีความเข้มแข็งและสามารถพึ่งพาตนเองได้ ซึ่งจะเป็นการสืบสานอาชีพการเลี้ยงโคนมให้มีความมั่นคงและเกิดความยั่งยืนต่อไปด้วย

นอกจากนี้ ยังได้ให้ความสำคัญกับการส่งเสริมการตลาด โดยพยายามให้นมของ อ.ส.ค. สามารถส่งไปได้ทั่วโลก และพยายามทำให้เป็นฮาลาลด้วย โดยต้องปรับปรุงให้เป็นไปตามบทบัญญัติของโลก เพื่อหาช่องทางในการส่งออกไปตลาดโลกที่หลากหลายเพิ่มมากขึ้น

จากนั้นได้เยี่ยมชมโรงงานนมเชียงใหม่ที่ อ.ส.ค. ได้ขยายกำลังการผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ โดยนำไปปรับปรุงในส่วนของโรงงาน ระบบการผลิต และเครื่องจักรใหม่ ซึ่งปัจุบันการผลิตภัณฑ์นมพาสเจอร์ไรส์มีแนวโน้มการเติบโตเพิ่มสูงขึ้นตามความต้องการของตลาดอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นการลงทุนในการปรับปรุงและการขยายไลน์ผลิตนมพาสเจอร์ไรส์ที่โรงงานนม อ.ส.ค. จังหวัดเชียงใหม่จึงเป็นสิ่งสำคัญ เพราะทำให้สามารถรองรับปริมาณน้ำนมดิบจากสหกรณ์โคนมและเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมจากทางภาคเหนือได้มากขึ้น เนื่องจากปริมาณน้ำนมดิบภาคเหนือมีปริมาณเพียงพอและมีมากกว่ากำลังการผลิตเดิมที่เคยผลิตได้ 15 ตัน/วัน ขยายเป็น 30 ตัน/วัน จึงทำให้ อ.ส.ค. สามารถรับซื้อน้ำนมดิบจากเกษตรกรได้มากขึ้นอีกเท่าตัว

นางสาวมนัญญา กล่าวต่อไปว่า เมื่อกำลังการผลิตนมพาสจอร์ไรส์สูงขึ้น จะสามารถส่งผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดเพิ่มขึ้นด้วย จึงเป็นการช่วยเพิ่มศักยภาพการแข่งขันในตลาดเชิงรุกให้แก่ตัวแทนจำหน่ายผลิตภัณฑ์นมไทย-เดนมาร์ค ที่สามารถกระจายผลิตภัณฑ์นมพาสเจอร์ไรส์ให้เข้าถึงและทั่วพื้นที่ภาคหนือ รวมถึงภูมิภาคอื่น ๆ ทั่วประเทศได้ นอกจากนี้ ผลิตภัณฑ์นมพาสจอร์ไรส์ไทย-เดนมาร์ค ยังมีการวางแผนที่จะขยายตลาดไปยังกลุ่มโรงแรม ร้านอาหาร ร้านกาแฟ ตลอดจนร้านนมต่าง ๆ ในพื้นที่ภาคเหนืออีกด้วย

สมัชชาเกษตรกรอีสาน จี้กรมชลเร่งจ่ายชดเชยแปลงอพยพ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/404694?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

สมัชชาเกษตรกรอีสาน จี้กรมชลเร่งจ่ายชดเชยแปลงอพยพ

15 ธันวาคม 2562 – 16:26 น.
สมัชชาเกษตรกรอีสาน
เปิดอ่าน 29 ครั้ง

สมัชชาเกษตรกรอีสาน จี้กรมชลเร่งจ่ายชดเชยแปลงอพยพ

เลขานุการรมว.กษ.นำทีมรับข้อเรียกร้องแกนนำกลุ่ม สมัชชาเกษตรกรอีสาน  กรณีการจ่ายชดเชยแปลงอพยพตามมติครม. หลังเรื่องยังค้างอยู่ที่กรมชลประทานและขอให้เชิญอธิบดีกรมชลประทานมาร่วมประชุมหารือร่วมกันในวันพรุ่งนี้(16 ธ.ค.)

เมื่อวันอาทิตย์ที่ 15 ธ.ค.62 เวลา 09.10 น. นายธนา ชีรวินิจ เลขานุการ รมว.กษ. นายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ ผู้ช่วยรัฐมนตรี ประจำนายกรัฐมนตรี ผอ.สกร. และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ร่วมเจรจากับ นายศักดา กาญจนเสน แกนนำกลุ่ม สมัชชาเกษตรกรอีสาน
ผลการเจรจากับแกนนำกลุ่ม โดยแกนนำขอให้ กรมชลประทาน เสนอเรื่องให้รมว.กษ.พิจารณา กรณีการจ่ายชดเชยแปลงอพยพ นำเข้า ครม. และทำตามมติครม. เดิมเนื่องจากเรื่องยังค้างอยู่ที่กรมชลประทาน
โดยนายสุภรณ์ อัตถาวงศ์ รับจะประสานกับผู้ว่าราชการจังหวัด 5 จังหวัดอุบลราชธานี  ชัยภูมิ อุดรธานี ศรีษะเกษ และสุรินทร์ มาประชุมที่ทำเนียบรัฐบาล เพื่อรับทราบรายละเอียดข้อมูลและนัดหมายวันประชุมคณะกรรมการจังหวัด ในฐานะประธานคณะอนุกรรมการ
และในวันจันทร์ที่ 16 ธ.ค. 62 เวลา 09.00 น. ทางกลุ่มจะยื่นหนังสือและประชุมเจรจา กับรมว.กษ. และขอให้เชิญ อธิบดีกรมชลประทาน และรองอธิบดีฯ  มาร่วมประชุมหารือร่วมกัน

เปิดยิ่งใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมฯเรียนรู้สมุนไพรทั้งแผ่นดิน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/agricultural/404610?utm_source=category&utm_medium=internal_referral&utm_campaign=agricultural

เปิดยิ่งใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมฯเรียนรู้สมุนไพรทั้งแผ่นดิน

15 ธันวาคม 2562 – 08:05 น.
ศูนย์อนุรักษ์วัฒนธรรมนานาชาติ
เปิดอ่าน 52 ครั้ง

เปิดยิ่งใหญ่ศูนย์วัฒนธรรมฯเรียนรู้สมุนไพรทั้งแผ่นดิน

พิธีเปิดศูนย์อนุรักษ์ หัสดิน  เพื่อใช้เป็นสถานที่รวมองค์ความรู้สืบสานแลกเปลี่ยนสายสัมพันธ์วัฒนธรรมนานาชาติพันธ์เรียนรู้สมุนไพรทั้งแผ่นดิน​เมื่อวันเสาร์ ที่ 14 ธันวาคม 2562  เวลา 17.00 น. ณ  ศูนย์วัฒนธรรมนานาชาติ หอคำ อำเภอแม่สาย จังหวัดเชียงราย


ซึ่งบริษัทในเครือหัสดิน กรุ๊ป ดำเนินกิจการเกี่ยวกับสมุนไพรไทย เพื่อรวบรวมสมุนไพรทั่วประเทศนำมาศึกษาวิจัยให้คนไทยได้เข้าถึงยารักษาโรคที่มาิิจากภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ โดยทำความร่วมมือกับมหาวิทยาลัยราชภัฎมหาสารคาม และสถาบันภูพานฯ ในการทำวิจัยกัญชาพืชสมุนไพรเพื่อนำมาใช้ในการรักษาตลอดจนนำไปสู่ตัวผลิตภัณฑ์วิสาหกิจชุมชน และรวบรวมอนุรักษ์วัฒนธรรมนานาชาติ เพื่อเป็นแหล่งเรียนรู้และศึกษา
เมื่อเวลา 17.00 น. เริ่มพิธีเปิดศูนย์อนุรักษ์วัฒนธรรมนานาชาติ เพื่อใช้เป็นสถานที่รวมองค์ความรู้สืบสานแลกเปลี่ยนสายสัมพันธ์วัฒนธรรมนานาชาติพันธ์เรียนรู้สมุนไพรทั้งแผ่นดิน ฟังธรรมบรรยายพิเศษ โดยพระมหาสุทัศน์ วชิรญาโน(หัสดิน) ชมวีดีทัศน์ก่อเกิด หัสดิน กรุ๊ป กล่าวต้อนรับโดยนายภัทรพิบูล ใสสะอาด ประธานบริษัทในเครือหัสดินกรุ๊ป กล่าวแสดงความยินดีโดยนายทองสุข ใจภักดิ์ นายกองค์กการบริหารส่วนตำบลเกาะช้าง กล่าวแสดงความยินดีโดยนายสมศักดิ์ คณาคำ นายอำเภอเภอแม่สาย
การนี้ได้รับเกียรติจากท่านประจญ ปรัชญ์สกุล ผู้ว่าราชการจังหวัดเชียงราย ได้มอบหมายให้
นายทองสุข ใจภิภักดิ์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลเกาะช้าง เป็นประธานพิธีเปิดในครั้งนี้    ในงานชมนิทรรศการศิลปะ การละเล่นพื้นบ้าน การแสดงพี่น้องชาติพันธุ์  จำหน่ายสินค้าชุมชนภายในบริเวณศูนย์วัฒนธรรมนานาชาติ หอคำ