ภูมิบ้านภูมิเมือง : วัดสุวรรณดาราราม-ภูมินิวาสสถานพระปฐมราชวงศ์จักรี

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455912

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : วัดสุวรรณดาราราม-ภูมินิวาสสถานพระปฐมราชวงศ์จักรี

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

คณะชมวัดสุวรรณดาราราม

การเรียนรู้ประวัติศาสตร์ที่มีสีสันนั้นต้องรู้จักสถานที่จริงอาทิตย์นี้สมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย โดยนักแปลคนสำคัญ บุญญรัตน์ บุญญาธิษฐาน และ ม.ล.วีรอร วรนุช นายกสมาคมนักแปลและล่ามแห่งประเทศไทย ได้จัดให้สมาชิกไปเรียนรู้ที่ วัดสุวรรณดารารามราชวรวิหาร ซึ่งอยู่ในเกาะเมืองของกรุงศรีอยุธยาด้านทิศตะวันออกเฉียงใต้ วัดนี้มีวิหารภาพจิตรกรรมฝาผนังเป็นภาพเขียนฝีมือของมหาเสวกตรีพระยาอนุศาสน์จิตรกร ที่เขียนภาพเรื่องสมเด็จพระนเรศวรมหาราช ตามเนื้อหาในพงศาวดาร ซึ่งเป็นการเขียนภาพแนวศิลปะตะวันตกที่ประยุกต์กับจิตรกรรมไทย นับเป็นภาพจิตรกรรมสีน้ำมันบนฝาผนังปูนแห่งแรกด้านหลังของวิหารนั้นมีพระเจดีย์องค์ใหญ่บรรจุพระบรมสารีริกธาตุ

เจดีย์ พระอัฐิสมเด็จพระชนกาธิบดี

ประเด็นสำคัญคือวัดนี้ก่อนนั้นเป็นบริเวณนิวาสสถานเดิมของ สมเด็จพระชนกาธิบดี (ทองดี) ซึ่งต่อมาได้สร้าง “วัดทอง” ขึ้น และอยู่ใกล้กับป้อมเพชรป้อมขนาดใหญ่ที่มีชุมชนตลาดครึกครื้น เมื่อพ.ศ.๒๓๑๐ พม่าได้ยกกองทัพมาตีกรุงศรีอยุธยาแตก วัดทองจึงถูกพม่าทำลายทิ้งเป็นวัดร้างมานานถึง ๑๘ ปี จนเมื่อพระบาทสมเด็จพระพุทธยอดฟ้าจุฬาโลกมหาราช รัชกาลที่ ๑ ปราบดาภิเษกขึ้นเป็นพระปฐมกษัตริย์และสถาปนาราชวงศ์จักรี จึงได้มีการสร้างกรุงเทพมหานครเป็นราชธานีขึ้น ในพ.ศ.๒๓๒๘ รัชกาลที่ ๑ ทรงโปรดเกล้าฯ ให้ปฏิสังขรณ์วัดทองที่ถูกทิ้งร้างมาตั้งแต่กรุงแตกขึ้นใหม่ทั้งอาราม การปฏิสังขรณ์และการก่อสร้างครั้งนั้นกรมพระราชวังบวรมหาสุรสิงหนาท (บุญมา) พระอนุชาได้ทรงร่วมปฏิสังขรณ์และก่อสร้างพระอุโบสถ พระเจดีย์ และหมู่กุฏิทั้งหมดด้วย เมื่อการบูรณปฏิสังขรณ์แล้วเสร็จ พระองค์ได้พระราชทานนามใหม่วัดว่าวัดทอง ตามชื่อของสมเด็จพระชนกนาถ (ทองดี) และพระราชมารดา (ดาวเรือง)ต่อมารัชกาลที่ ๔ ได้เปลี่ยนเป็นชื่อ “วัดสุวรรณดาราราม” โดยนำชื่อ“ทองดี” กับ “ดาวเรือง” มาเป็นชื่อวัดนี้ ซึ่งทุกสมัยได้มีการบูรณปฏิสังขรณ์วัดนี้จนมีสภาพดีคงเดิม โดยก่อสร้างพระวิหารเจดีย์ กำแพงแก้ว และปูชนียสถานอื่นๆ จนถือกันว่าวัดสุวรรณดารารามแห่งนี้ คือ พระอารามแห่งราชวงศ์จักรี

ดาวเพดานที่สวยงามมาก

พระอุโบสถวัดสุวรรณดาราราม ยังเป็นโครงสร้างสมัยอยุธยาที่นิยมสร้างฐานให้แอ่นเป็นท้องสำเภา หลังคาพระอุโบสถประดับช่อฟ้าใบระกา หางหงส์ หน้าบันทำด้วยไม้สัก แกะสลักลายกนก เป็นรูปนารายณ์ทรงครุฑ ปิดทองประดับกระจกตลอด เฉพาะคันทวยนั้นประดับรับเชิงชายคาพระอุโบสถทุกตัว ได้แกะสลักเป็นรายนกพันรอบทวย ลวดลายอ่อนช้อยงดงาม ภาพจิตรกรรมในพระอุโบสถซึ่งมีอายุกว่า ๒๐๐ ปี เขียนเรื่องพุทธประวัติ ไตรภูมิ ทศชาติชาดก การลำดับภาพคือฝาผนังด้านข้างแบ่งเป็นสองส่วน คือ ส่วนบนเหนือขอบหน้าต่าง เขียนภาพเทพชุมนุม๒ ชั้น ชั้นละ ๑๖ องค์ ชั้นบนเป็นรูปเทพ ชั้นล่างเป็นรูปเทพและยักษ์ ซึ่งเทพชั้นนี้ถือเป็นเทพชั้นต่ำสุด เทพทุกพระองค์พนมมือหันหน้าไปทางองค์พระประธานภาพส่วนล่าง ที่ห้องภาพระหว่างช่องหน้าต่างเป็นภาพเรื่องทศชาติชาดกส่วนฝาผนังด้านหน้าเป็นภาพพุทธประวัติ ตอนมารวิชัย ที่มีขนาดใหญ่

นำสักการะพระเจดีย์สมเด็จพระชนกนาถ (ทองดี)

เมื่อรู้จักนิวาสสถานของบุคคลสำคัญแห่งราชวงศ์จักรีแล้ว ต้องเรียนรู้ถึงสถานที่กำเนิดของพระชนกนาถ ในรัชกาลที่ ๑ ที่เมืองอุไทยธานีด้วย ซึ่งยังเหลือร่องรอยชุมชนใหญ่ในสมัยอยุธยาที่เคยเป็นทางออกของเมืองหน้าด่านแห่งนี้อยู่  คือ บ้านท่าซุง ชุมชนที่เคยเป็นบ้านท่าของเมืองอุไทยธานี และเป็นท่าลำเลียงของป่า มูลค้างคาวและไม้ซุง ในสมัยรัชกาลที่ ๓ นั้นบ้านท่าซุงเป็นแหล่งถลุงแร่เหล็กส่งออก ครั้นเมื่อเลิกกิจการถลุงเหล็กคนท่าซุงจึงพากันตั้งบ้านเรือนใหม่ที่บ้านสะแกกลางบ้าน ซึ่งต่อมาบ้านสะแกกลางบ้านนั้นเป็นชุมชนใหม่และเป็นที่ตั้งของตัวจังหวัดอุทัยธานีในที่สุดเมื่อ พ.ศ.๒๓๙๑ โดยมีแม่น้ำสะแกกรังเป็นแม่น้ำสายชีพที่ไหลออกขนานกับแม่น้ำเจ้าพระยา และเข้าแม่น้ำมะขามเฒ่า ไปเป็นแม่น้ำท่าจีนออกทะเล ปัจจุบันมีอนุสาวรีย์สมเด็จพระชนกนาถ ในรัชกาลที่ ๑ ประทับนั่งในพลับพลาจตุรมุข หน้าบันตราจักรี  ที่ได้รับพระราชทานอัญเชิญมาเป็นหลักชัยให้ชาวอุทัยธานีได้สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณตราบชั่วนิรันดร

พระประธานพระอุโบสถวัดสุวรรณดาราราม

พระประธานพระอุโบสถวัดสุวรรณดาราราม
พระรูปสมเด็จพระชนกาธิบดี (ทองดี)

พระรูปสมเด็จพระชนกาธิบดี (ทองดี)
วิทยากรให้ความรู้

วิทยากรให้ความรู้
บุญญรัตน์ นักแปลผู้มีชื่อเสียง

บุญญรัตน์ นักแปลผู้มีชื่อเสียง
ม.ล.วีรอร วรนุช นายกสมาคมฯ

ม.ล.วีรอร วรนุช นายกสมาคมฯ
บริเวณป้อมเพชร

บริเวณป้อมเพชร
อยุธยา-วัดสุวรรณดาราราม

อยุธยา-วัดสุวรรณดาราราม
หน้าบันพระนารายณ์ทรงครุฑ

หน้าบันพระนารายณ์ทรงครุฑ
วิหารวัดสุวรรณดาราราม

วิหารวัดสุวรรณดาราราม
ภาพจิตรกรรมในโบสถ์วัดสุวรรณดาราราม สมัยอยุธยา

ภาพจิตรกรรมในโบสถ์วัดสุวรรณดาราราม สมัยอยุธยา

ตะลอนเที่ยว : สรรพชีวิต ณ แม่คงคา แห่งพาราณสี

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455908

ตะลอนเที่ยว : สรรพชีวิต ณ แม่คงคา แห่งพาราณสี

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

แม่น้ำพระคงคาตามความเชื่อและความศรัทธาของชาวฮินดูในชมพูทวีป (ซึ่งหมายถึงอินเดียในปัจจุบัน) คือสายน้ำศักดิ์สิทธิ์ที่หล่อเลี้ยงสรรพชีวิตให้บังเกิดความร่มเย็นเป็นสุขมาตลอดสี่ถึงห้าพันปีที่ผ่านมา ชาวฮินดูเชื่อถือว่าแม่น้ำพระคงคากับแม่น้ำยมุนาเป็นแม่น้ำศักดิ์สิทธิ์สองสายที่ไหลคู่กันมา และหล่อเลี้ยงสรรพชีวิตของผู้คน สรรพสัตว์ และทุกสรรพสิ่งในชมพูทวีปให้ราบรื่นและรุ่งเรือง นับจากเกิดจนกระทั่งถึงวันตาย แม่น้ำพระคงคงล้วนมีความสำคัญกับชีวิตของชาวฮินดูอย่างลึกล้ำ

ตะลอนเที่ยวสัปดาห์นี้ขอชวนเชิญคุณไปสัมผัสความมหัศจรรย์ของสรรพชีวิต และทุกสรรพสิ่ง ณ ริมแม่น้ำพระคงคา เมืองพาราณสี รัฐอุตรประเทศ สาธารณรัฐอินเดีย โดยจะพาคุณไปลงเรือ ณ ท่าทศอัศวเมธ แล้วล่องพระคงคาไปเพื่อลอยประทีปและดอกไม้สดบูชาแม่พระคงคาเพื่อความสิริมงคลของชีวิต (ตามความเชื่อที่กระทำสืบต่อกันมาช้านาน)

ผมจะพาคุณไปริมฝั่งแม่พระคงคาตั้งแต่เวลาตีห้า เพื่อให้เห็นว่าผู้คนมากมายต่างมุ่งหน้าไปยังแม่พระคงคาเพื่อกระทำกิจกรรมต่างๆ อาทิ อาบน้ำชำระร่างกายเพื่อความผาสุกของชีวิต บ้างก็ไปลอยประทีปและดอกไม้สด บ้างก็บริกรรมท่องมนต์คาถา ณ ริมฝั่งมหานธีศักดิ์สิทธิ์นี้บ้างก็ไปเพื่อค้าขายดอกไม้ และของต่างๆ นานาที่เกี่ยวกับพิธีกรรมในการบูชาแม่พระคงคา รวมถึงมีหลายคนก็นำปลาตัวเล็กไปขายให้กับคนไทย เพื่อให้ซื้อแล้วปล่อยลงสู่แม่พระคงคา บ้างก็ไปเพื่อเผาศพ ณ ริมฝั่งพระแม่คงคา กล่าวกันว่าตลอดระยะเวลา 4-5 พันปีมาแล้วที่กองไฟแห่งการเผาศพ ณ ริมฝั่งแม่พระคงคาไม่เคยดับสลายลงเลย เนื่องจากทุกวันยังมีพิธีกรรมนี้สืบเนื่องตลอดเวลา ซึ่งแสดงให้เห็นว่าสรรพชีวิตของผู้คนนั้นมีเกิดมีดับต่อเนื่องกันทุกวัน ไม่ว่าโลกจะมีพลวัตรหรือมีความเปลี่ยนแปลงไปอย่างไรก็ตาม แต่การเกิดการดับของมนุษย์ก็ยังคงอยู่ชั่วนิรันดร์ ส่วนพิธีการทำศพในที่อื่นๆ ของโลกจะเปลี่ยนแปลงไปมากมายเพียงใด แต่สำหรับความเชื่อของชาวฮินดูในชมพูทวีปก็ยังคงเดิมโดยเฉพาะเรื่องเกี่ยวกับพิธีกรรมการเผาศพ เพราะชาวฮินดูในอินเดียนั้นล้วนปรารถนาจะให้ร่างของตนเองนั้นได้รับการเผาให้มอดมลายไปด้วยพระอัคคี ณ ริมฝั่งแม่พระคงคา ที่เมืองพาราณสี โดยเฉพาะที่ท่าริมน้ำซึ่งมีนามว่ามณิกรรณิการ์ ฆาต (Manikarnika Ghat) และหริศจันทร์ ฆาต (Harishchandra Ghat)

ชีวิตริมฝั่งแม่พระคงคา ณ เมืองพาราณสีนั้นได้รับการยอมรับว่ามีสีสันที่หลากหลายมากที่สุดจริงๆ เป็นสีสันที่ไม่ต้องมีการแต่งแต้มใดๆ เพราะเกิดมาจากความจริง ซึ่งหลายคนบอกว่าจริงเสียยิ่งกว่าจริง เพราะเป็นที่รวมของคนทุกชั้นวรรณะ ตั้งแต่มหาราชา มหารานี ไล่ลงไปจนถึงกระยาจกเข็ญใจ แถมยังมีโคอยู่ร่วมกับมนุษย์อย่างใกล้ชิด (แต่เท่าที่สังเกตพบก็คือในระยะ 2 ปีมานี้ โคในพาราณสีจะอยู่ในเมืองน้อยลงกว่าสมัยก่อนมาก เพราะทางการพยายามจะรักษาระเบียบของเมือง ดังนั้น โค ซึ่งเชื่อกันว่าเป็นพาหนะของพระอิศวรเจ้าจึงถูกนำไปเลี้ยงไว้ในสถานที่เฉพาะ โดยไม่ปล่อยให้เดินอย่างอิสรเสรีได้อีกต่อไป)

สำหรับคนไทย และชาวตะวันตก อันที่จริงเกือบจะทุกชาวนั่นแหละ (ยกเว้นคนฮินดูแท้ๆ ในอินเดีย) เมื่อมาถึงแม่พระคงคา ณ พาราณสีแล้ว ทุกคนจะต้องลงเรือล่องแม่พระคงคา แล้วลอยประทีปและลอยดอกไม้สดเพื่อบูชาแม่พระคงคา (การลอยประทีปและลอยดอกไม้สดนั้น ส่วนใหญ่จะเป็นพฤติกรรมของชาวไทยและชาวอุษาคเนย์มากกว่า เพราะฝรั่งตะวันตกไม่นิยมกระทำ)

Mr.Flower เพิ่งไปเมืองพาราณสี และได้ไปล่องแม่พระคงคาครั้งล่าสุดเมื่อวันที่ 19 พฤศจิกายนนี่เอง ช่วงที่ไปถึงนั้นพาราณสีในยามเช้ามีอากาศแสนเย็นสบาย ยิ่งไปอยู่บนเรือล่องแม่พระคงคาในช่วงเช้าตรู่ด้วยแล้วก็ยิ่งได้สัมผัสอากาศแสนสบาย อุณหภูมิช่วงเช้าตรู่อยู่ที่ประมาณ 14-16 องศาเซลเซียส เมื่อล่องเรือออกจากท่าทศอัศวเมธไปได้สักครู่ (ประมาณ 3-5 นาที) ก็ไปถึงกลางลำน้ำแม่พระคงคา แล้วให้เรือจอดลอยลำอยู่กลางน้ำชมบ้านเรือนของผู้คน และวังเก่าของมหาราชาด้วยความดื่มด่ำในความงดงาม จากนั้นสักครู่หนึ่งดวงอาทิตย์ก็ค่อยๆ โผล่ขึ้นมา เมื่อแสงเงินแสงทองสาดส่องขึ้นมาเรื่อยๆ ฝูงนกนางนวลก็เริ่มบินว่อนเพื่อหาอาหาร (จากคนที่ซื้อเพื่อเลี้ยงนก) ภาพงามเหล่านี้มีให้เห็นเป็นประจำในช่วงต้นฤดูหนาว ณ แม่พระคงคา แห่งพาราณสี

คุณๆ ที่รักครับ คุณมีความรู้สึกอยากไปสัมผัสแม่พระคงคา ณ พาราณสีบ้างหรือไม่ครับ Mr.Flowerของเชิญชวนคุณให้ไปสัมผัสความมหัศจรรย์ของแม่พระคงคา ที่เมืองพาราณสีสักครั้ง ขอบอกว่าหากคุณได้ไปสัมผัสด้วยตัวของคุณเองแล้ว คำพูดใดๆ และคำกล่าวต่างๆ ที่คุณเคยได้ยินมามากมายเกี่ยวกับพาราณสี และอินเดียจะเป็นที่กระจ่างแก่ตัวของคุณเอง แล้วผมมั่นใจว่าคุณจะหลงรักอินเดีย

อันที่จริงผมยังมีสถานที่สำคัญอื่นๆ ในพาราณสีที่อยากจะพาคุณไปสัมผัส (โดยบินไปกับสายการบินไทยสมายล์) อาทิ ธรรมเนกขสถูป ณ ป่าอิสิปตนมฤคทายวัน เมืองสารนาถ พระมหาสถูปที่สร้างเพื่อระลึกถึงวันแสดงปฐมเทศนาโปรดปัญจวัคคีย์ ขอบอกว่าหากคุณเป็นผู้นับถือศาสนาพุทธ เมื่อคุณได้ไปอยู่ณ สถานที่ซึ่งครั้งหนึ่งพระพุทธองค์ท่านทรงเคยประทับมาก่อน คุณจะบังเกิดความรู้สึกอิ่มเอิบชื่นบานในหัวใจอย่างยากจะหาคำใดมาบรรยายได้ หากคุณสนใจร่วมทริปสุดพิเศษไปกับทัวร์คุณแหน นำทัวร์โดยMr.Flower โปรดติดต่อ 091-7233615

Gold Prize นักเรียนเก่งยามาฮ่า สุพรรณบุรี ก้าวสู่รอบชิงปี 2020 เวที ยามาฮ่า ไทยแลนด์ มิวสิค เฟสติวัล

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455897

Gold Prize นักเรียนเก่งยามาฮ่า สุพรรณบุรี ก้าวสู่รอบชิงปี 2020 เวที ยามาฮ่า ไทยแลนด์ มิวสิค เฟสติวัล

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ก้าวสู่ปี 9 กับความสำเร็จของโรงเรียนดนตรียามาฮ่า สุพรรณบุรี ได้เปิดประตูดนตรีจุดประกายความฝันเด็กๆ โดย วิศน์กานต์ขุนสุวรรณ ผู้บริหาร และ ณัฐตชา จันทกลัดผู้จัดการโรงเรียน ปั้นเด็กเยาวชนโชว์ความเป็นเลิศทางดนตรี มุ่งมั่นพัฒนาทักษะ และผลักดันเด็กเมืองสุพรรณบุรี ได้มีพลังดนตรี และความกล้าขึ้นเวทีในรอบคัดเลือกเวที “ยามาฮ่า ไทยแลนด์ มิวสิค เฟสติวัล 2020” เดินตามความฝัน เรียนรู้ และสะสมประสบการณ์ดนตรีที่ยิ่งใหญ่

เหตุผลสำคัญหลักๆ ที่ทำให้นักเรียนสุพรรณบุรี กล้าแสดงออกมาจากการเปิดเวทีอุ่นเครื่องให้น้องๆ แสดงดนตรีอย่างเต็มที่ อาทิ Music is My Life, งานคริสต์มาส งานปีใหม่ และกิจกรรมกับหน่วยงานภาครัฐ และเอกชนในพื้นที่สุพรรณบุรี โดยการวางรากฐานที่เข้มแข็งพัฒนาเด็กให้เก่งมาจากครูผู้ฝึกสอนทุกคน ที่แข็งแกร่ง เก่งมีความสามารถสูง ได้ทุ่มเทในการพัฒนาทักษะด้านดนตรี เดินเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศ ในปี 2020 โดยคว้ารางวัล Gold Prize จากประเภทการแข่งขัน Guitar Ensemble รุ่นอายุไม่เกิน 20 ปี ได้แก่ด.ช.เพียงพุทธ เมฆพิพัฒน์พร, ด.ญ.สุตาภัทรวัชรคงศักดิ์ และ ด.ญ.ณัฐณิชา สอิ้งทอง และประเภท Violin Duet รุ่นอายุไม่เกิน 14 ปี ได้แก่ ด.ญ.แคสแซนดร้า นะวาระ และ ด.ญ.กัญญาวีร์ จารุทรรศน์ รวมทั้ง ยังมีรางวัลอื่นๆ ที่ทำให้เด็กๆ มีกำลังใจในการพัฒนา ฝึกฝนตนเองต่อไป โดยในปีนี้นักเรียนเข้าร่วมแข่งขัน 2,400 คน จากการแข่งขันประเภท Piano, Electone, Guitar, Violin, Singing, Band Challenge ฯลฯ

มากกว่านั้นทุกรางวัล คือ ความภูมิใจ และกำลังใจที่ดีแก่ครอบครัวยามาฮ่าทุกคน ที่สนับสนุนในการเรียนรู้ประสบการณ์ดนตรีดีๆและทำหน้าที่ผลิตต้นกล้าดนตรีต้นเล็กๆ กลายเป็นต้นกล้าดนตรีที่มีชื่อเสียงในอนาคต ภายใต้หลักสูตรยอดนิยมยามาฮ่าที่มาแรงเป็นที่ 1 ในเมืองไทย และนักเรียนทั่วโลกกว่า 40 ประเทศ นิยมเรียนมากที่สุด การันตีโดย ยามาฮ่า มิวสิค ฟาว์เดชั่น ประเทศญี่ปุ่น และเริ่มต้นเรียนดนตรีได้ที่โรงเรียนดนตรียามาฮ่า สุพรรณบุรี โทร.035-451658-9, 081-4563447 และโรงเรียนดนตรียามาฮ่า ทุกสาขาใกล้บ้านคุณ

Tech for Life : 24 พฤศจิกายน 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455889

Tech for Life : 24 พฤศจิกายน 2562

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

แขนกล

นี่คือ หุ่นยนต์แขนกลรุ่นล่าสุด ประเภท SCARA และแขนกล 6 แกน ของเอปสัน ผลิตออกมารองรับงานผลิตกลุ่มอุตสาหกรรมยุค 4.0 ต่างๆ อาทิ ธุรกิจยานยนต์ อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ เครื่องใช้ไฟฟ้า และฮาร์ดไดรฟ์

โดยเอปสัน นำไปแสดงในงาน เมทัลเล็กซ์ 2019 (Metalex 2019) ที่ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค เมื่อเร็วๆ นี้

แสงอาทิตย์

บ้านปู อินฟิเนอร์จี จับมือ “ซิเคด้า มาร์เก็ต” (Cicada Market) สถานที่ท่องเที่ยวที่อ.หัวหิน ช่วยให้นักท่องเที่ยวประสบการณ์เกี่ยวกับพลังงานแสงอาทิตย์

โดยมีไฮไลท์คือโรงละครที่มีการติดตั้งระบบโซลาร์เซลล์พร้อมแบตเตอรี่แบบออฟกริดสำหรับแสงไฟของเวทีแสดงละครแบบมิวสิกและใช้วัสดุรีไซเคิลเพื่อตกแต่งจุดพักผ่อนแบบถาวร (BANPU Solar Rest Area) ที่มาพร้อมกับจุดบริการชาร์จแบตเตอรี่มือถือด้วย

หุ่นยนต์

นี่คือหุ่นยนต์ใต้น้ำอัตโนมัติไร้สาย (Inspection-class Autonomous Underwater Vehicle-IAUV) ของ บริษัท ปตท.สผ. ที่นำไปโชว์ในบูธนิทรรศการในงาน Abu Dhabi International Petroleum Exhibition & Conference (ADIPEC) สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์

หุ่นยนต์นี้ ช่วยเพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจสอบอุปกรณ์ใต้ทะเล อีกทั้งยังช่วยลดความเสี่ยงในการทำงานเนื่องจากไม่ต้องใช้นักดำน้ำลงไปทำงาน

อัจฉริยะ

หัวเว่ย จับมือกับ Gentle Monster แบรนด์แว่นตาชั้นนำจากเกาหลี เปิดตัวแว่นตากันแดดอัจฉริยะ HUAWEI x Gentle Monsterมาพร้อมกับลำโพงสเตอริโอแบบกึ่งปิดในตัว ให้เสียงคมชัด

ด้วยระบบเชื่อมต่อไร้สายโดยเมื่อเชื่อมต่อกับสมาร์ทโฟนที่ใช้ระบบ EMUI 10 จะสามารถรับฟังเสียงแจ้งเตือนหรือนัดหมายต่างๆ โดยไม่ต้องหยิบสมาร์ทโฟน ขณะที่ ฟังก์ชั่น double tap ที่ให้ผู้สวมใส่สามารถรับโทรศัพท์ ควมคุมการเล่นเพลงสนนราคา 11,990 บาท

Science Update : เม็กซิโกพบหลุมดักช้างแมมมอธ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455890

news_default

Science Update : เม็กซิโกพบหลุมดักช้างแมมมอธ

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

สถาบันมานุษยวิทยาและประวัติศาสตร์แห่งชาติเม็กซิโก (INAH) เผยว่าได้ค้นพบ หลุมดักช้างแมมมอธ ที่มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์สร้างขึ้น เพื่อล่าช้างดึกดำบรรพ์ชนิดนี้มาเป็นอาหารและทำเครื่องมือเครื่องใช้ต่างๆ ที่เมืองตุลตีเปก ทางตอนเหนือของกรุงเม็กซิโกซิตี้ มีอายุเก่าแก่ราว 15,000 ปี โดยในหลุมที่พบ 2 แห่ง มีชิ้นส่วนกระดูกหลงเหลืออยู่ 824 ชิ้น ซึ่งคาดว่าเป็นของช้างแมมมอธจำนวน 14 ตัวด้วยกัน ทีมนักโบราณคดีของเม็กซิโกคาดว่า มนุษย์ยุคก่อนประวัติศาสตร์ใช้คบไฟ ท่อนไม้ และอาวุธทำให้ช้างแมมมอธหวาดกลัว ก่อนจะไล่ต้อนมันให้วิ่งเตลิดจนตกลงไปในหลุมที่ขุดดักไว้ ซึ่งมีความลึกราว 1.7 เมตรและมีเส้นผ่านศูนย์กลางกว้างเกือบ 25 เมตร กะโหลกศีรษะของช้างแมมมอธตัวหนึ่งที่พบในหลุม ยังมีร่องรอยบาดแผลถูกแทงด้วยหอกที่หน้าผากอีกด้วย ถือเป็นครั้งแรกของโลกที่นักโบราณคดีพบหลักฐานการวางแผนล่าแมมมอธโดยใช้กับดักที่สร้างขึ้นโดยเฉพาะ

คุณแหน : 24 พฤศจิกายน 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455893

650935

คุณแหน : 24 พฤศจิกายน 2562

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll สมเด็จพระสันตะปาปาฟรานซิส ได้เสด็จเยือนเมืองไทย ๔ วัน๓ คืน ทำให้คริสตชนสุดปลาบปลื้มเป็นที่สุดในพระจริยวัตรงดงามด้วยพระเมตตาและความเป็นกันเองของพระองค์ ท่านยังได้ประทานวลี “ขอขอบพระคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ ๑๐รวมถึงรัฐบาลและผู้นำบริหารทั้งหลายของประเทศ ด้วยก้นบึ้งของหัวใจ ขอบใจอาสาสมัครที่ให้ความช่วยเหลือด้วยใจกว้างขวาง ขอให้พระผู้เป็นเจ้าทรงตอบแทนความมีน้ำใจ โดยสันติสุขที่พระองค์นั้นจะเป็นผู้ประทานให้”…

ll “ขอถวายพระพรมหาบพิตรสมเด็จพระสันตะปาปาผู้ทรงสมณคุณอันประเสริฐ อาตมาภาพในนามพระสงฆ์ไทยขอถวายอนุโมทนาสาธุการ ในโอกาสที่มหาบพิตร เสด็จเยือนราชอาณาจักรไทยและเสด็จมาทรงเยี่ยมอาตมาในวาระนี้” สมเด็จพระสังฆราชฯ สกลมหาสังฆปริณายก…

ll กว่าจะมาเป็นประธานสภาคราวนี้ท่าน ชวน หลีกภัย เป็นสส. มานานถึง ๕๐ ปีแล้วอดีตนายกรัฐมนตรี ๒ สมัยและประธานสภา ๑ สมัย ไม่รวมเป็นรัฐมนตรีมามากกว่า ๑๐ กระทรวง ฯลฯ คงจะไม่มีใครไม่ไว้วางใจท่านในตำแหน่งประธานสภาเป็นแน่แท้…

ll ส่วนหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยอนุทิน ชาญวีรกูล “จะทำอะไรต้องคำนึงถึงบ้านเมืองเป็นหลัก จะได้ไม่มีปัญหาอะไร ผิดตรงไหนก็ไปต่อสู้ อยู่ตรงไหนก็รับบ้านเมืองได้ ผมก็โดนตัดสิทธิ์มาห้าปีไม่เห็นบ่นสักคำและบวกโดนปฏิวัติอีกห้าปีเป็นสิบปี ถ้าเราตั้งใจทำงานให้บ้านเมืองก็มีเวทีให้ทำ” ขอให้จริง..ขอให้จริง…

ll เคยอยู่ไทยรักไทยมาก่อน ย้ายมาอยู่ประชาธิปัตย์ จนได้รับฉายาว่ามือปราบโกงจำนำข้าว คุณหมอ(โก้) วรงค์ เดชกิจวิกรม ในวัย ๕๘ บ๊าย..บาย..ประชาธิปัตย์ จะไปอยู่พรรคใดคงจะเป็นพรรครวมพลังประชาชาติไทย (รปช.) ขอให้สมหวัง…

ll เสาร์หน้าปลายเดือน ๓๐ พ.ย.กลุ่มเพื่อนกัลยาณมิตรจิตอาสา นำโดยทพ.ชาญชัย ทนต์ประเสริฐเวช ทำกิจกรรมโครงการรอยยิ้มให้น้องที่บ้านการุณยเวศม์ อ.บางละมุง จ.ชลบุรี ซึ่งได้มีกิจกรรมทุกเดือน…

ll อาทิตย์ ๒๔ พ.ย.เวลาบ่ายสองโมง ณ ศาลาเฉลิมกรุงมีการแสดงสืบสานตำนานเพลง ครั้งที่ ๑๘ชิงถ้วยพระราชทาน สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารีพร้อมด้วยรางวัลเงินสดหนึ่งแสนบาทโดย วงเฉลิมราชย์ ควบคุมวงโดยศิลปินแห่งชาติ วิรัช อยู่ถาวร จ่ายแค่ใบแดง๓ ใบ เท่านั้น…ll

น้องนิ่ง…นิ่ง…

แหวกฟ้าหาฝัน : Highlight กรุงปราก

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455911

แหวกฟ้าหาฝัน : Highlight กรุงปราก

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นักท่องเที่ยวที่มาเยือนกรุงปราก สถานที่ 2 แห่งที่ต้องเยือนให้ได้ไม่เช่นนั้นจะเหมือนมาไม่ถึงเมืองปราก นั่นคือ หอนาฬิกา และสะพานชาร์ลส์ นักท่องเที่ยวหลายคนทราบดีว่า หอนาฬิกาหลายเมืองในยุโรปมีควาน่าสนใจ แต่ไม่มีหอนาฬิกาเมืองใดสวยเท่ากับหอนาฬิกากรุงปราก หอนาฬิกาที่ถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1410 นี้เป็นหอนาฬิกาดาราศาสตร์ที่เก่าแก่ที่สุดเป็นอันดับ 3 ของโลกและเป็นหอนาฬิกาเก่าแก่ที่สุดหอเดียวที่ยังคงทำงานอยู่ในยุคปัจจุบัน

หอนาฬิกาที่ตั้งอยู่ ณ กำแพงทิศใต้ของอาคารว่าการ old town hall ที่จัตุรัสกลางเมืองนี้ประกอบด้วยส่วนต่างๆ 3 ส่วนคือ ส่วนดาราศาสตร์อันเป็นส่วนที่เก่าแก่ที่สุดถูกสร้างขึ้นครั้งแรกในปี 1410 โดย Mikuláš of Kadaň and Jan Šindel ช่างทำนาฬิกาที่ภายหลังเป็นศาสตราจารย์ทางด้านคณิตศาสตร์และดาราศาสตร์แห่งมหาวิทยาลัยชาร์ลส์ เป็นส่วนที่อธิบายวงโคจรของพระอาทิตย์และพระจันทร์ ส่วนศาสนจักรที่ถูกสร้างขึ้นภายหลังประกอบด้วยนักบุญสาวกของพระเยซูทั้ง 12 คน ได้แก่ เจมส์ ปีเตอร์ แอนดรูว์แมทธิว โธมัส จอห์น ปอล เป็นต้น ที่เดินเข้า-ออกด้านซ้ายขวาของนาฬิกาแต่ละชั่วโมงตั้งแต่ 9 โมงเช้าถึง 3 ทุ่ม และโครงกระดูกซึ่งหมายถึงความตายตีบอกเวลา และส่วนปฏิทินจะประกอบด้วยวงกลมใหญ่ 1 วงบอกถึงเทศกาลสำคัญและมีรูปหอคอยที่ประดับด้วยวงกลมเล็ก 12 วง อันแสดงถึง 12 ราศีอันหมายถึง 12 เดือน

ส่วนของนาฬิกาดาราศาสตร์อันเป็นส่วนที่ถูกสร้างขึ้นส่วนแรกนั้นเคยเกิดความเสียหลายครั้งและถูกซ่อมหลายครั้งเช่นกันโดยครั้งใหญ่สุดเกิดขึ้นในปี 1552 โดยJan Taborsky ต่อมาในปี 1629 เทศบาลเมืองจึงได้ตกแต่งหอนาฬิกาเพิ่มโดยจัดให้มีรูปแกะสลักไม้ หลังจากนั้นก็เพิ่มรูปนักบุญในปี 1781 รวมทั้งเพิ่มรูปไก่ทอง ในปี 1865 อย่างไรก็ดี หอนาฬิกาถูกทำลายลงอย่างมากในวันที่7-8 พฤษภาคม 1945 จากเหตุการณ์การเดินขบวนเมื่อนาซีบุกจัตุรัสกลางเมืองทางด้านตะวันตกเฉียงใต้โดยเข็นรถติดอาวุธจำนวนมากเข้ามาในเมือง ส่วนของห้องโถงและอาคารรวมทั้งรูปแกะสลักไม้ถูกไฟไหม้ และส่วนปฏิทินที่ถูกแกะสลักโดย Josef Manes ก็ไหม้ไปหมดหลังจากนั้นเทศบาลได้พยายามซ่อมแซมส่วนเครื่องและได้จัดทำรูปแกะสลักนักบุญใหม่โดยมอบหมายให้กับ Voitech Sucharda จนทำให้นาฬิกากลับมาเดินอีกครั้งในปี 1948

หลังจากนั้นมาหลายสิบปี นาฬิกาก็ไม่เคยได้รับการซ่อมแซมอีกเลยจวบจนฤดูใบไม้ผลิปี 2005 เทศบาลได้ทำการซ่อมแซมส่วนแกะสลักและส่วนปฏิทิน อีกทั้งยังมีการเอาตาข่ายมาคลุมรูปแกะสลักไม้เพื่อไม่ให้นกพิราบมาเกาะ เดือนตุลาคม ปี 2010 เทศบาลได้จัดให้มีการฉลองครบรอบ 600 ปีของการสร้างหอนาฬิกานี้โดยมีการจัดแสดงแสง สี และมีการฉายวีดีโอเรื่องราวเกี่ยวกับประวัติศาสตร์ของหอนาฬิกาตั้งแต่การสร้างการซ่อม การถูกไฟไหม้ ฯลฯ รวมทั้งจัดแสดงเครื่องกลภายในให้ได้ชมด้วย การซ่อมแซมครั้งล่าสุดเพิ่งเกิดขึ้นเมื่อปี 2018 นี่เองอันเป็นผลต่อเนื่องมาจากการซ่อมแซมส่วนหอคอยเก่าโดยในการซ่อมแซมครั้งล่าสุดนี้ ช่างได้ค้นพบความลับสำคัญนั่นคือ รูปนักบุญเซนต์โทมัส มีน้ำหนักมากกว่ารูปอื่นๆ และจากเอกซเรย์พบว่าภายในมีกล่องเหล็กบรรจุอยู่ เมื่อเปิดกล่องก็พบข้อความที่ถูกเขียนขึ้นโดย Vojtech Suchardaนักประติมากรรมผู้ปั้นนักบุญในช่วงสงครามโลกครั้งที่สองมีใจความว่า ตามแผนดั้งเดิมนั้น รัฐบาลต้องการให้มีประติมากรรมจำนวนมากกว่านี้ แต่หลังจากที่เช็กถูกปกครองด้วยระบบคอมมิวนิสต์ แผนการก็ถูกเปลี่ยนไป และในการซ่อมแซมครั้งสุดท้ายนี้ รัฐบาลได้มีการสร้างส่วนหอคอยใหม่และทำการแทนที่ด้วยจอ LED การซ่อมแซมเสร็จสิ้นลงพร้อมกับงานเฉลิมฉลอง 100 ปี เชโกสโลวาเกีย

นักท่องเที่ยวที่มาเที่ยวกรุงปราก จะต้องมารอชมนาฬิกาตีบอกเวลา และคอยสังเกตจุดต่างๆ ให้ออกตามที่ไกด์แนะนำ นั่นคือชั้นนอกสุดประกอบด้วยสัญลักษณ์ต่างๆเกี่ยวกับประวัติศาสตร์เวลาของเช็ก ส่วนกลางเป็นเลขโรมันที่พบได้ทั่วไป ส่วนสีฟ้าแดงจะบอกการขึ้นของพระอาทิตย์ เวลาพักกลางวัน เวลากลางวันและกลางคืน รวมทั้งข้อมูลเกี่ยวกับภูมิศาสตร์ต่างๆ ส่วนในสุดบอกข้อมูลเกี่ยวกับโลกให้ได้ครบทั้งหมดจึงจะได้อรรถรสคุ้มค่ากับการเยี่ยมเยือน

Health News : ซามัวพบผู้ป่วยโรคหัดเพิ่มขึ้นทุกวัน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455891

news_default

Health News : ซามัวพบผู้ป่วยโรคหัดเพิ่มขึ้นทุกวัน

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ทางการซามัว ประเทศหมู่เกาะในแถบมหาสมุทรแปซิฟิกตอนใต้เปิดเผยว่า ยอดผู้เสียชีวิต จากโรคหัดระบาดในซามัวเพิ่มเป็น 20 คนแล้ว เป็นเด็กอายุต่ำกว่า 4 ปี ถึง 19 ราย และมีเด็ก 11 รายอาการหนักกำลังรักษาตัวในโรงพยาบาล และยังคงพบผู้ป่วยรายใหม่ทุกวัน โดยจนถึงขณะนี้ พบผู้ป่วยโรคหัด 1,644 ราย ส่วนใหญ่เป็นเด็กเล็ก ทางการซามัวประกาศภาวะฉุกเฉินเพื่อพยายามควบคุมการแพร่ระบาดของโรค และเริ่มรณรงค์โครงการบังคับทำวัคซีน รวมทั้งปิดโรงเรียนและห้ามเด็กไปในที่สาธารณะที่มีผู้คนจำนวนมากออสเตรเลียและนิวซีแลนด์ได้ส่งผู้เชี่ยวชาญด้านแพทย์พร้อมเวชภัณฑ์ไปให้ความช่วยเหลือแล้ว ขณะที่องค์การทุนเพื่อเด็กแห่งสหประชาชาติหรือยูนิเซฟได้จัดสรรวัคซีนป้องกันโรคหัดกว่า 110,000 โดส ให้ซามัว นอกจากซามัว ยังมีตองกาและฟิจิที่พบการระบาดของโรคหัดเช่นกัน แต่ยังไม่รุนแรง และไม่พบการเสียชีวิต เนื่องจากมีอัตราการทำวัคซีนให้แก่ประชากรสูงกว่า

จิ๋วแต่แจ๋ว พาราไดซ์ พาร์ค เปิดสนามประชันความเร็ว

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455895

จิ๋วแต่แจ๋ว พาราไดซ์ พาร์ค เปิดสนามประชันความเร็ว

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

เป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์สำหรับคุณหนูๆ ที่ ศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ศูนย์การค้าในเครือเอ็ม บี เค ร่วมกับ Cruzee Thailandเปิดพื้นที่ให้น้องๆ ที่มีใจรักในความเร็ว มาประชันความสามารถในรายการแข่งขัน CRUZEEVINTAGE III RACING presented by ParadisePark ครั้งที่ 3 บนสนามแข่งจักรยานขาไถ 1,000 ตารางเมตร ณ ชั้น 3 โซน Beauty & Healthศูนย์การค้าพาราไดซ์ พาร์ค ถนนศรีนครินทร์เมื่อเร็วๆ นี้ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนให้เด็กและเยาวชนได้ทำกิจกรรมเสริมทักษะด้านกีฬาการเคลื่อนไหวร่างกาย ฝึกการทรงตัว และยังมีส่วนร่วมในการส่งเสริมสถาบันครอบครัว ภายในงานการแข่งขันจักรยานขาไถ หรือ Cruzee bike ครั้งนี้ ได้แบ่งการแข่งขันทั้งหมดจำนวน 9 รุ่น ตั้งแต่อายุต่ำกว่า 2 ปี จนถึง 6 ปี ขึ้นไป นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกอีกมากมาย อาทิ สนามสไตรเดอร์สำหรับนักกีฬาตัวน้อยได้ฝึกทักษะก่อนลงแข่งขัน,กิจกรรมเวิร์กช็อปวาดภาพระบายสี, เพ้นท์หน้า เป็นต้น ซึ่งการแข่งขันครั้งนี้มาในธีมการแต่งกายวินเทจ โดยผู้ชนะแข่งขันที่ชนะเลิศในแต่ละรุ่นจะได้รับเหรียญและถ้วยรางวัลไปพร้อมกัน

เด็กชายธรา สานนท์ หรือ น้องก้าว ได้รับรางวัลที่ 1 ของรุ่น A อายุ 2 ปี 6 เดือน ถึง 3 ปี ซึ่งวลีรัตน์ ปิ่นเกตุ คุณแม่ของน้องก้าวเล่าให้ฟังว่า“น้องก้าวมีความสนใจในการขี่จักรยานตั้งแต่อายุ2 ขวบ ซึ่งคุณแม่เป็นคนฝึกให้สอนด้วยตัวเอง ครั้งแรกน้องลองเล่นจักรยานขาไถแบบ 4 ล้อก่อน จากนั้นก็มาฝึกเป็น 2 ล้อ ใช้ระยะเวลาประมาณ 5 เดือน ก่อนมาลงสนามแข่งขันครั้งนี้ ได้รับถ้วยรางวัลพร้อมเหรียญกลับบ้าน สร้างความภาคภูมิใจให้คุณพ่อคุณแม่เป็นอย่างมาก ซึ่งทางบ้านก็จะสนับสนุนให้น้องก้าวได้พัฒนาฝีมือให้ดียิ่งขึ้นไปอีก เพราะกีฬาชนิดนี้มีประโยชน์ และสร้างทักษะที่ดีทั้งการทรงตัว การใช้สมาธิให้กับเด็กๆ อีกด้วยค่ะ”

ด้าน เด็กชายพชรนนท์ หมอเมือง หรือน้องมิวสิค รับรางวัลที่ 1 ของรุ่น C อายุ 3 ปี 6 เดือนถึง 4 ปี ซึ่งคุณแม่พนอใจ โยธิการ์ ได้พาน้องมาเข้าแข่งขัน เล่าให้ฟังว่า “น้องมีความสนใจในการขี่จักรยานขาไถมาตั้งแต่ 1 ขวบครึ่ง เพราะชื่นชอบในความสนุกสนาน ได้เจอเพื่อนและได้ออกกำลังกาย ครอบครัวช่วยกันฝึกฝนและพาน้องไปแข่งขันตามสนามต่างๆ กว่าจะถึงวันนี้ น้องมิวสิคเคยลงแข่งในสนามแข่งขันมาทั้งหมด 28 ครั้ง เรียกว่าน้องมีความพยายามและความตั้งใจทำให้คุณพ่อคุณแม่มีความภาคภูมิใจอย่างมากค่ะ”

หนังสือเด่น : ไม่ใช่คำสอนแต่เป็นสิ่งที่คนไทยควรคำนึง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/455888

news_default

หนังสือเด่น : ไม่ใช่คำสอนแต่เป็นสิ่งที่คนไทยควรคำนึง

วันอาทิตย์ ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นักชีววิทยายืนยันว่า ยีนที่เป็นความเด่นหรือความเป็นอัจฉริยะของคนคนหนึ่ง จะถ่ายทอดต่อมายังยีนของคนรุ่นหลานได้อย่างมีประสิทธิภาพมากที่สุด เข้าใจกันง่ายๆ คือ ความเป็นอัจฉริยะของปู่-ย่า จะส่งต่อมายังหลานได้มากกว่าส่งต่อมายังลูก

เรื่องราว ของ ท่านผู้หญิงสิริกิติยา เจนเซน ธิดาคนเล็กในทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญาสิริวัฒนาพรรณวดี ในนิตยสารแพรว ฉบับเดือน ตุลาคม 2562 มีเรื่องที่แฝงนัยของความเป็นคนไทยสูงมาก เป็นตัวตน และจิตวิญญาณในความเป็นไทยอย่างแท้จริง อันเกิดจากสายเลือดที่ไม่มีใครบังคับหรือตีกรอบให้เกิดขึ้น ดังตัวอย่างการให้สัมภาษณ์ดังต่อไปนี้

นัยแห่งสายเลือดไทย “ความรู้สึกนี้เกิดขึ้นตอนอายุ 30 ปี จู่ๆก็ตั้งคำถามกับตัวเองว่าเหมือนมีอะไรขาดหายไป เราไม่ได้เข้าใจเรื่องราวของตัวเองร้อยเปอร์เซ็นต์…แม้จะเข้าร่วมงานพระราชพิธีสำคัญบ้าง แต่ก็ไม่ค่อยเข้าใจประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมไทยเท่าไร”

จากนั้น “ทำไมเราไม่รู้เรื่องของตัวเอง ทำไมเข้าเมืองหลวงแล้วไม่รู้สึกถึงความยิ่งใหญ่…จึงเป็นเหตุผลที่ทำให้กลับเมืองไทยเพื่อศึกษาเรื่องราวของตัวเอง”

นัยอยากเรียนรู้ด้านประวัติศาสตร์“เราเชื่อว่าทุกอย่างที่มีอยู่ในปัจจุบันล้วนมีเรื่องราวความเป็นมาของตัวเอง อย่างอาหารไทยที่กินกันอยู่ทุกวันนี้ก็ไม่ใช่ว่าจู่ๆ ก็เกิดขึ้นเอง แต่มีวิวัฒนาการที่ยาวนาน…แต่ปัญหาใหญ่คือบางคนคิดว่าประวัติศาสตร์เป็นเรื่องที่จบไปแล้วไม่ได้เกี่ยวข้องกับปัจจุบัน ถ้าคิดแบบนั้นก็เหมือนขังประวัติศาสตร์ให้อยู่ในห้อง ถ้าเราเลิกคุยกันถึงเรื่องนี้เมื่อไรวัฒนธรรมก็จะค่อยๆ ตายไป”

นัยที่บ่งบอกให้รู้ว่า เกิดจากจิตวิญญาณ“ตอนนั้นอยากเป็นนักธุรกิจทำงานในทวีปเอเชีย เราเรียนเพื่อให้เข้าใจวัฒนธรรมของคนในภูมิภาคนี้เพื่อที่ต่อไปจะได้ทำงานร่วมกันอย่างเข้าใจ”

“จำได้ว่าชอบตั้งคำถามกับผู้ใหญ่ว่าทำไมวัฒนธรรมไทยมีส่วนผสมของหลายชาติเหตุการณ์ในสมัยโบราณเป็นอย่างไร เราได้รับอิทธิพลจากอะไรบ้าง ทำไมอาคารนี้จึงหน้าตาแบบนี้ประเทศไทยยังมีวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์อีกหลายเรื่องที่คนมองข้าม”

นัยที่อาจส่งคำตอบไปถึงคนชังชาติ“บางทีเราให้ความสำคัญแค่การอนุรักษ์สิ่งก่อสร้าง แต่เราดูแลตึกอย่างเดียวไม่ได้ ต้องให้ความสำคัญเรื่องความเข้าใจของคนด้วยว่าสมัยก่อนสร้างตึกนี้ขึ้นมาทำไม รู้ไหมว่าอาคารนี้มีส่วนผสมของอยุธยากับสุโขทัย ความเชื่อของคนในสมัยนั้นเป็นอย่างไร เราคิดว่าแม้จะรักษาตึกให้คงอยู่ได้ แต่คนไม่สนใจเรื่องเหล่านี้ แล้วคนรุ่นหลังจะอนุรักษ์ถูกต้องได้อย่างไร”

และนี่คือสิ่งที่คนไทยทุกคนควรยึดมั่นเอาไว้เป็นรากฐานของชีวิต “เราอยากให้คนเข้าใจว่าทุกอย่างที่เกิดขึ้นนั้นมีความเชื่อมโยงกัน เราทุกคนล้วนเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ที่มีการเปลี่ยนแปลงมาตลอด นี่เป็นเรื่องสำคัญที่ทุกคนต้องเข้าใจ”

ยังมีเรื่องราวอื่นๆ อีกหลายประเด็นที่อ่านแล้ว อยากเกิดเป็นคนไทยทุกชาติไป

สองสาวงามในชุดเจ้าสาว สุดสง่าเลอค่างามอย่างไทย

นิตยสารแพรว Wedding ฉบับตุลาคม 2562 พบกับ เบลล่า-ราณี แคมเปน และ แต้ว-ณฐพร เตมีรักษ์ ในลุคเจ้าสาวสุดสง่าเลอค่างามอย่างไทย พร้อมจัดเต็มลิสต์รายชื่อช่างแต่งหน้า-ช่างผมฝีมือดีราคาน่าคบ แล้วอัพเดทเทรนด์ชุดสวย 2020 สำหรับงานแต่งไม่ซ้ำใคร และจัดเต็มกับแฟชั่นชุดเจ้าสาวจากเหล่าคนดัง นำโดย นาตาลี-ณัฐฐินีเจียรวนนท์, ซอ จี ยอน, ดิว-อริสรา และ สายป่าน-อภิญญา ที่ควงคู่มากับคุณวุฒิ-นันทวุฒิ พร้อมกับ เปิดโอกาสให้ร่วมลุ้นรับสิทธิ์คูปองส่วนลดถ่ายภาพพรีเวดดิ้งและงานแต่งงานจาก 5 ช่างภาพเวดดิ้งชื่อดัง

สาระเกี่ยวกับโหราศาสตร์ ความเชื่อส่วนบุคคล ข้อดีของการไปเสริมดวงด้วยการรับพลังธรรมชาติ

“พยากรณ์ไพ่ยิปซี รวม 12 ราศี ปี 2563” เป็นหนังสือ  ที่นำเสนอเรื่องราวสาระเกี่ยวกับโหราศาสตร์ ความเชื่อส่วนบุคคล โดยนักพยากรณ์ผู้เชี่ยวชาญศาสตร์
ฮวงจุ้ย โหงวเฮ้ง และผู้คิดค้นไพ่ยิปซีลายไทยสำรับแรกของโลก “ดร.คฑา ชินบัญชร” ประจำปี 2563 โดย ที่บอกไว้อย่างละเอียดในแต่ละเดือน และแนะข้อดีของการไปเที่ยวเสริมดวงด้วยการรับพลังธรรมชาติ พร้อมเคล็ดลับวิธีเสริมดวงวันเกิด ด้วยบทสวดมนต์ และเส้นทางทำบุญตามวันเกิด พร้อมเคล็ดวิธีเสริมดวงต่างๆ ที่ได้ผลจริง จำหน่ายเล่มละ 190 บาท

ความรักของหนุ่มสาวที่มิอาจอยู่ร่วมกัน ได้แต่เก็บความคิดถึงไว้ในความทรงจำ

“อยากกู่ร้องบอกรักให้ก้องโลก” นิยายญี่ปุ่น โดยนักเขียน “เคียวอิจิ คาตายามะ” แปลไทยโดย “ฤทัยวรรณ เกษสกุล” จำหน่ายเล่มละ 299 บาท เป็นเรื่องราวความรักของหนุ่ม-สาวที่ได้พานพบและผูกพันกันอย่างลึกซึ้ง หากแต่พวกเขาไม่อาจอยู่ร่วมกัน ได้แต่เก็บความคิดถึงไว้ในความทรงจำตลอดไป เช่นเดียวกับชีวิตของคู่นักเรียนมัธยม ฮิโรเสะ อากิ กับ มัทสึโมโตะซาคุทาโร่ พวกเขารักกันและเข้าใจในกันและกันมากเกินกว่าที่ใครจะจินตนาการถึง และเมื่อใครคนหนึ่งจะต้องจากไปอย่างไม่มีวันกลับ ก็ราวกับโลกทั้งใบจะแหลกสลายลงไปต่อหน้าของคนที่เหลืออยู่ จนอยากร้องตะโกนออกไปให้ดังที่สุดในชีวิต ว่าฉันรักเธอมากแค่ไหน

เส้นสายบนลายมือของคนแต่ละคน บ่งบอกถึงเหตุการณ์ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

“ลายมือดูตัวเองก็ได้ ทายให้เพื่อนก็ดี” เป็นศาสตร์การทำนายลายมือ เขียนโดย “Shoko Ayabe” แปลเป็นไทยโดย “นาถวีณา จิราสวัสดิ์” เนื้อหาจะบอกเส้นลายมือ ที่ปรากฏอยู่ในมือของแต่ละคนอย่างละเอียดว่า เส้นใด บ่งบอกถึงอะไร ซึ่งผู้เขียน ยืนยันว่า เส้นสายบนลายมือของคนแต่ละคนจะไม่เหมือนกันและแต่ละเส้นจะมีอิทธิพลต่อวิถีชีวิตของคนแต่ละคนไปตามดวงที่ถูกกำหนดให้เกิดมา หนังสือเล่มนี้ ผู้เขียนตั้งใจที่ให้ผู้ที่ศึกษาอย่างถี่ถ้วนแล้ว สามารถนำเอาไปประกอบอาชีพ หรือทำนายทายทักให้กับคนใกล้ชิดหรือเพื่อนฝูงได้ทุกคน นำเสนอทั้งเป็นภาพลายมือ และเรื่องราวที่เป็นการ์ตูน เล่มละ 175 บาท