ขานรับธนาคารประมงสร้างแหล่งอาหารมั่นคง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/457935

news_default

ขานรับธนาคารประมงสร้างแหล่งอาหารมั่นคง

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายระพีภัทร์ จันทรศรีวงศ์ เลขาธิการสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร (สศก.) เปิดเผยว่า โครงการธนาคารผลผลิตเกษตรด้านการประมง เป็นหนึ่งในโครงการธนาคารสินค้าเกษตร ที่กรมประมง เป็นหน่วยงานรับผิดชอบหลัก โดยอาศัยแหล่งน้ำชุมชนเป็นศูนย์กลางบริหารจัดการ จากความร่วมมือของชุมชนเกษตรกร มีระยะเวลาดําเนินโครงการตั้งแต่ ปีงบประมาณ 2560 – 2564 กำหนดเป้าหมายจัดตั้งธนาคาร ปีละประมาณ 20 แห่ง และขยายจนครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ

สำหรับการดำเนินโครงการ จะจัดหาแหล่งน้ำชุมชนแบบระบบปิดที่เหมาะสมตั้งเป็นแหล่งเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำมีคณะกรรมการประจำแหล่งน้ำ จัดระบบบริหารผลผลิตแบบธนาคาร  พัฒนาความรู้ให้ชุมชนและเกษตรกรให้มีความรู้ ความเข้าใจ สามารถบริหารจัดการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำ รวมไปถึงจัดการแหล่งน้ำชุมชนให้เหมาะสมเพื่อเพิ่มผลผลิตสัตว์น้ำจืด เช่น ปล่อยพันธุ์ปลา เสริมสร้างอาหารธรรมชาติเพิ่ม การเพาะพันธุ์ปลา โดยสนับสนุนปัจจัยการผลิต เช่น พันธุ์สัตว์น้ำจืด อาหารสัตว์น้ำ การบริหารจัดการแบบหุ้นส่วนในระบบธนาคาร มีการยืม คืน และปันผลประโยชน์ร่วมกัน

สศก.ประเมินผลโครงการ พบว่า มีการดำเนินงานธนาคารผลผลิตเกษตรด้านการประมง ระหว่างปี 2560 – 2561 พื้นที่ 40 จังหวัด รวม 40 แห่ง ตามเป้าหมาย เกษตรกรเข้าร่วมโครงการรวม 3,053 ราย คิดเป็น 2.5 เท่า ของเป้าหมาย เกษตรกรจับสัตว์น้ำเพื่อจำหน่ายและบริโภค ได้หลากหลายชนิดมากขึ้น จับสัตว์น้ำได้เฉลี่ย 290 กก./ครัวเรือน/ปี คิดเป็นมูลค่า 17,008 บาท/ครัวเรือน/ปี เพิ่มขึ้น 54 กก. คิดเป็นมูลค่าที่เพิ่มขึ้น 2,898 บาท เมื่อเทียบกับก่อนเข้าร่วมโครงการ นอกจากนี้ ปริมาณสัตว์น้ำในชุมชนเพิ่มมากขึ้น ส่งผลให้เกษตรกรมีปริมาณการบริโภคสัตว์น้ำเฉลี่ย 143 กก./ครัวเรือน/ปี  คิดเป็นมูลค่า 10,497 บาท/ครัวเรือน/ปี  เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 14 กก. หรือ 689 บาท ช่วยลดรายจ่ายจากการซื้อสัตว์น้ำมาบริโภคได้ มีรายจ่ายเฉลี่ย 6,295 บาท/ครัวเรือน/ปี  ลดลง 463 บาท เมื่อเทียบกับก่อนเข้าร่วมโครงการ

ด้านนางอัญชนา ตราโช รองเลขาธิการ สศก. กล่าวเพิ่มเติมว่า จากการสอบถามความคิดเห็นเพิ่มเติมของเกษตรกรที่ร่วมโครงการ พบว่า เกษตรกรร้อยละ 93 ยังต้องการใช้บริการของธนาคารต่อไป เนื่องจากเห็นประโยชน์ชัดเจนว่า ช่วยลดรายจ่ายสร้างรายได้ให้ชุมชน อีกทั้ง ได้รับการอบรมความรู้ ในหลักสูตรที่เกี่ยวกับการบริหารจัดการธนาคารผลผลิตเกษตรด้านการประมง โดยเกษตรกรสามารถนําความรู้ไปใช้บริหารจัดการผลผลิตสัตว์น้ำให้มีคุณภาพและเพียงพอต่อความต้องการของชุมชนอีกด้วย อย่างไรก็ตาม คณะกรรมการธนาคารฯ ควรกระตุ้นการมีส่วนร่วมของคนในชุมชนช่วยดูแลรักษา ผลผลิตของชุมชน ป้องกันการลักลอบจับสัตว์น้ำ นอกจากนี้ กรมประมง ควรผลักดัน ให้ธนาคารฯดําเนินการได้ด้วยตัวเอง เพื่อสร้างความมั่นคงทางด้านอาหารโปรตีนประเภทสัตว์น้ำให้สมาชิก ซึ่งหลังจากนี้โครงการฯจะยังขยายการจัดตั้งธนาคารให้ครบ 77 จังหวัดทั่วประเทศ

หนุนทำเกษตรเชิงคู่เสริมรายได้แปลงใหญ่ภาคใต้

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/457936

news_default

หนุนทำเกษตรเชิงคู่เสริมรายได้แปลงใหญ่ภาคใต้

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

นายสิทธิพร จริยพงศ์ รองประธานสภาเกษตรกรแห่งชาติ และประธานสภาเกษตรกรจังหวัดสุราษฎร์ธานี กล่าวถึงการสร้างความมั่นคงของภาคการเกษตรว่าภาคการผลิตทางการเกษตรของประเทศไทย เช่น ปาล์มน้ำมัน ยางพารา ข้าว ข้าวโพด มันสำปะหลัง อ้อย เมื่อผลผลิตออกมาเกินความต้องการของตลาดทำให้เกิดราคาตกต่ำจนเกษตรกรหลายคนถอดใจ เมื่อมีโอกาสเดินทางไปดูงานที่มาเลเซีย ซึ่งนิยมบริโภคเนื้อแพะ/แกะ มีความต้องการแพะ/แกะอย่างมาก ตลาดยังเปิดกว้าง ปัจจุบันมาเลเซียสั่งนำเข้าแพะ/แกะจากออสเตรเลีย เทียบกับแพะ/แกะจากประเทศไทยคุณภาพดีกว่า จึงเกิดแนวคิดทำเกษตรเชิงคู่เพื่อเสริมรายได้ ด้วยการจัดการสวนยางปลูกระยะห่างอย่างเหมาะสม โดยปรับเปลี่ยนภายใต้ระเบียบของกยท. สวนปาล์มก็ เช่นกันขยายจากการปลูกแบบ 9X9 เมตร ขยายเป็น 10X10 – 12X12 เมตร วางแปลนโครงสร้างสวน แล้วปล่อยแพะ/แกะเพื่อเป็นเครื่องตัดหญ้า  มูลแพะ/แกะนำไปเป็นปุ๋ยบำรุงได้ แพะ/แกะกินอยู่ง่ายสามารถเลี้ยงควบคู่ได้ทั้งการทำสวนปาล์ม ยางพารา มันสำปะหลัง ข้าวโพด อ้อย

โดยเกษตรกรต้องศึกษาเทคนิคการเลี้ยงแบบเปิด แพะ/แกะสามารถขายได้ทุกเดือนทั้งตลาดในประเทศและต่างประเทศ ทั้งนี้ สภาเกษตรกรฯอยากให้เกษตรกรกำหนดการผลิต การตลาดและราคาได้เอง ซึ่งเมื่อวันที่ 5 ตุลาคม ได้นำเกษตรกรกลุ่มวิสาหกิจชุมชนแปลงใหญ่ภาคใต้ทำบันทึกข้อตกลงการซื้อ-ขายกับภาคเอกชนจากมาเลเซีย ตกลงซื้อแพะและแกะมีชีวิตน้ำหนัก 25-40 กิโลกรัม/ตัว ราคา 135 บาท / กิโลกรัม ต่อเดือนส่งขายไม่ต่ำกว่า150 ตัว และขยับยอดขายได้ 2,000-3,000 ตัว/เดือน ซึ่งมาเลเซียยินดีขยายตลาดไปกาตาร์และประเทศอื่นที่มีชาวมุสลิมให้ด้วย อย่างไรก็ตาม จากข้อมูลวันที่ 27 พฤศจิกายน การรับขึ้นทะเบียนองค์กรเกษตรกรของสภาเกษตรกรแห่งชาติ มีเกษตรกรรวมตัวเป็นกลุ่มวิสาหกิจชุมชนเพื่อประกอบอาชีพเลี้ยงแพะ/แกะภาคใต้รวม 44 กลุ่ม สมาชิก 2,453 คนหากเกษตรกรต้องการทำเกษตรเชิงคู่ หรือสนใจการเลี้ยงแพะ/แกะเสริมรายได้ สอบถามข้อมูลได้ที่สภาเกษตรกรจังหวัดทุกจังหวัดทั่วประเทศ

ส่องเกษตร : เงิน 1 แสนล้าน ทำอะไร

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/457940

449007

ส่องเกษตร : เงิน 1 แสนล้าน ทำอะไร

วันพุธ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ช่วงเวลานี้สำหรับหน่วยราชการเป็นเวลาของการสาละวนกับการชี้แจงงบประมาณประจำปี2563 ต่อคณะกรรมาธิการและคณะอนุกรรมาธิการต่างๆ ทั้งของสภาผู้แทนราษฎรและวุฒิสภาควบคู่กันไป ซึ่งนับว่าเป็นภาวะไม่ปกติ เพราะปีงบประมาณของราชการไทยเริ่มวันที่ 1 ตุลาคม และสิ้นสุดในวันที่ 30 กันยายนของปีถัดไป สำหรับปีนี้หากวุฒิสภารอการพิจารณาของสภาผู้แทนราษฎรให้แล้วเสร็จก็จะล่าช้าลงไปอีก ทางวุฒิสภาจึงตั้งคณะกรรมาธิการวิสามัญขึ้นมาทำการศึกษางบประมาณควบคู่กันไป

สัปดาห์ที่ผ่านมา เป็นสัปดาห์ที่งบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เข้าสู่การพิจารณาของทั้งสองสภา การชี้แจงของแต่ละหน่วยงานใช้เวลาไม่เท่ากัน ขึ้นกับความสามารถในการชี้แจงและการทำความเข้าใจของหัวหน้าหน่วยงาน บางหน่วยงานอาจถูกใบสั่งก็ต้องอดทนและใช้เวลาทำความเข้าใจกับทุกฝ่าย เข้าใจว่าทุกฝ่ายมีเจตนาดีในการใช้
งบประมาณของแผ่นดิน

หากพิจารณารายละเอียดงบประมาณของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์แล้ว จะพบว่าปีนี้ได้งบประมาณเพิ่มขึ้น รวมทั้งสิ้น 109,833.6549 ล้านบาท และเมื่อเจาะลึกไปในรายละเอียด เงินจำนวนนี้เป็นค่าใช้จ่ายประจำประมาณ 38% ส่วนที่เหลือ 62% เป็นงบดำเนินการและงบลงทุน ส่วนนี้เป็นงบประมาณที่ใช้ในการพัฒนาด้านการเกษตรจริงๆ ซึ่งจากการประเมินรายละเอียดตามยุทธศาสตร์การจัดสรรงบประมาณจะพบว่าจากแผนงานรวม 21 แผนงาน แผนงานที่ได้รับการจัดสรรงบประมาณสูงสุด 5 อันดับแรก ได้แก่ แผนบูรณาการการบริหารทรัพยากรน้ำ คิดเป็น 37.75% แผนงานยุทธศาสตร์เพื่อสนับสนุนด้านการสร้างการเจริญเติบโตบนคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม คิดเป็น 9.5% แผนงานบูรณาการพื้นที่ระดับภาค คิดเป็น 7.42% แผนงานยุทธศาสตร์เพื่อสร้างมูลค่า คิดเป็น 6.37% และแผนงานพื้นฐานด้านการสร้างความสามารถทางการแข่งขัน 5.44%

จากการจัดสรรงบประมาณดังกล่าว จะเห็นว่า กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ยังทุ่มเทงบประมาณไปยังการบริหารจัดการทรัพยากรน้ำ ซึ่งสูงถึงเกือบครึ่งหนึ่งของงบประมาณทั้งหมดของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในปี 2563ส่วนที่เหลือจัดสรรไปยังยุทธศาสตร์ต่างๆ โดยเฉพาะงานด้านยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ ซึ่งบางประเด็นแทบจะไม่เห็นปรากฏในการจัดสรรงบประมาณปีนี้เลย เช่น การจัดสรรงบประมาณให้กับประเด็นยุทธศาสตร์ชาติทั้ง 5 ประเด็น ถือว่ายังไม่มีความชัดเจนเท่าใดนัก และเมื่อพิจารณาประเด็นด้านเกษตรสร้างมูลค่า พบว่า การสร้างและการใช้ประโยชน์จากเกษตรอัตลักษณ์พื้นถิ่น ไม่ปรากฏงบประมาณในการดำเนินการเป็นการเฉพาะ แต่ปรากฏไปแทรกอยู่จางๆ ในส่วนของการส่งเสริมการเกษตรแบบแปลงใหญ่ การพัฒนากลุ่มเกษตรกร วิสาหกิจชุมชน เท่านั้น ในส่วนของประเด็นเกษตรปลอดภัย งบประมาณไปปรากฏในงานส่งเสริมการผลิตสินค้าเกษตรให้ได้มาตรฐานและปลอดภัย การส่งเสริมเกษตรอินทรีย์ การรับรองมาตรฐานความปลอดภัยพืช สัตว์ ประมง ไม่ได้ถูกหยิบยกออกมาให้เป็นงานเด่นแต่อย่างไร หรือแม้แต่ประเด็นเกษตรชีวภาพกลับพบว่าไม่ปรากฏการจัดสรรงบประมาณโดยตรง แต่เป็นการจัดสรรตามกรอบเดิมของกระทรวง เช่น การส่งเสริมพืชสมุนไพร แผนพัฒนาวิสาหกิจชุมชนจากฐานชีวภาพและภูมิปัญญาท้องถิ่นแทนหรือแม้แต่ประเด็นเรื่องเกษตรแปรรูปก็ยังเป็นประเด็นที่ซ่อนอยู่ในงานปกติของกรม/กองต่างๆ และเมื่อมองไปที่ประเด็นเกษตรอัจฉริยะ ซึ่งเป็นประเด็นที่ดูเหมือนจะเป็นงานใหม่ที่ทุกหน่วยงานพยายามยกตัวเองเข้าไปอยู่ในขอบข่ายอัจฉริยะ ก็ไม่มีการจัดสรรงบประมาณที่ชัดเจน แต่กลับเป็นการเพิ่มเติมเนื้อหาของความเป็นอัจฉริยะเข้าไปในงานเดิมๆ ไม่มีกรมไหนฉีกงานอัจฉริยะออกมาให้เห็นภาพชัดๆ แต่อย่างใด

เงิน 1 แสนล้าน ของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ในปีงบประมาณนี้ ยังคงเป็นการจัดสรรงบประมาณตามบทบาทหน้าที่ของกรม/กองแบบเดิมๆ ไม่ได้วางทิศทางตามยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี และแผนปฏิรูปประเทศแต่อย่างใด หากแต่เป็นการรวบงานเดิมๆ มาแต่งหน้าทาปากนิดหน่อย แล้วนำไปวางว่าเป็นไปตามยุทธศาสตร์ชาติและแผนปฏิรูปประเทศ บางประเด็นที่สำคัญต่อการพัฒนาการเกษตรของชาติ เช่น งานวิจัยและพัฒนานวัตกรรมต่าง พบว่ามีการจัดสรรงบประมาณไม่ถึง 1% ของงบประมาณทั้งหมด ซึ่งโดยหลักการจัดสรรงบประมาณด้านนี้ไม่ควรต่ำกว่า 3% แสดงให้เห็นว่ากระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไม่ได้ให้ความสำคัญต่อการสร้างงานวิจัยและนวัตกรรมใหม่ๆ เท่าที่ควร เราจะคาดหวังกับการพัฒนาไปสู่เกษตร 4.0 หรือ 5.0 เป็นเกษตรอัจฉริยะได้อย่างไร เมื่องานกับเงินไม่ได้รองรับ เส้นทางสู่วิสัยทัศน์ประเทศไทย 4.0 ไม่ได้เกิดขึ้นจากการพูดเท่านั้น ต้องลงมือทำด้วยกันทุกฝ่ายหรือจะสร้างวาทกรรมกันไปวันๆก็ว่าไป

สมชาย ชาญณรงค์กุล

คุณแหน : 25 ตุลาคม 2562

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449464

650935

คุณแหน : 25 ตุลาคม 2562

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ll “ทศพิธราชธรรม”ข้อหนึ่ง…“ความพากเพียร”ที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯสยามบรมราชกุมารี ทรงมีเต็มเปี่ยม…“มุ่งมั่นแต่จะบำเพ็ญเพียรทำกิจให้บริบูรณ์…”กลางอาทิตย์นี้ที่ผ่านมา…อังคารที่ 22 และพุธที่23 ต.ค. ผู้สำเร็จการศึกษาพร้อมญาติมิตรของสถาบันการพยาบาลศรีสวรินทิรา สภากาชาดไทยและสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา ต่างยิ้มแย้มแจ่มใส รื่นเริงคับคั่งหน้าอาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ รพ.จุฬาฯ เมื่อ“เจ้าฟ้า”ผู้ทรงพระกรุณาฯทรงสละสุขภาพ สละพระวรกาย“เดินหน้า”พระราชทานปริญญาแม้อยู่ในระหว่างพักจากพระอาการประชวร…

ll “3 ทศวรรษ”ชัยชนะแห่งการพัฒนา…งานของมูลนิธิชัยพัฒนาฯผลงานของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผู้ทรงถือคติ…การช่วยเหลือราษฎรให้พัฒนาช่วยเหลือตนเองได้…พ้นทุกข์…คือชัยชนะ…ดร.สุเมธ ตันติเวชกุลเลขาฯมูลนิธิ เชิญชวนเข้าชมงาน ณ Central Worldระหว่างวันที่ 29 ต.ค.-3 พ.ย. …

ll ศ.จรัญ ภักดีธนากุล เป็นตุลาการระดับ“ปรมาจารย์”…ยังเข้มแข็งกับงาน“ยุติธรรม”และ“วิทยาทาน”…วันหยุดสุดสัปดาห์…มักบินเดี่ยวไปสอนหนังสือให้มหาวิทยาลัยต่างจังหวัด…ส่วนความอบอุ่นในครอบครัว ยังวางใจในมาดามทีปสุรางค์…ที่ดูแลลูกๆ ในบ้าน…“4 หมอ”เป็นอย่างดี…2 หมอแพทย์ 1 หมอฟัน และ 1 หมอความ…

ll เห็น“น้องเปิ้ล”ลูกสาวอาจารย์ตำนานแห่งคณะพาณิชย์ฯ มธ. ศ.สังเวียน อินทรวิชัย ตั้งแต่ยังเป็นนิสิตการตลาด คณะพาณิชย์ฯ จุฬาฯ…วันนี้ขัตติยา อินทรวิชัย ขึ้นเป็น CEO หญิงคนแรกของ K Bank นายใหญ่ บัณฑูร ล่ำซำ กระซิบอย่าลืมจุดธูปไปบอกคุณพ่อ… ส่วน“คุณปั้น”คงเกษียณตัวเองไปตามฝันที่ระลึกได้ว่าชาติก่อน…เป็น“เจ้าชายน่าน”…

ll ครอบครัวมียาดีอยู่ในตำรับ“ยาหอมตราม้า”สุคนธโอสถ…ดลชัยบุณยะรัตเวช ศิลปิน-นักโฆษณา“มือดี”ได้เวลาปลุกปั้น“ของเก่า ของดี”…มาดูแล“สุขภาพ”คนรุ่นใหม่…“ไฮโซ ไฮซ้อ”คงมียาหอมแบรนด์ดังสูตร ขุนทรงสุขภาพ นักเรียนแพทย์เสือป่าที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ร.6 พระราชทานนามสกุล…

ll หน้านี้“มะขามป้อม”ออกลูกแยะ…พญ.ลลิตา ธีระสิริ ชวนดื่มรับฤดูกาลที่เปลี่ยนแปลง จะได้ไม่ป่วย…ใครที่เป็นแฟนร้าน“ภูฟ้า”คงหาได้…“น้ำมะขามป้อม”วิตามินซีสูง สินค้าจากอำเภออมก๋อย…ที่“เจ้าฟ้า”ผู้ทรงพระกรุณาสนับสนุนให้ชาวบ้านชาวเขาปลูกรักษา“ต้นน้ำ”…ชาวเมืองจะได้สุขสบาย…

ll บรรจง จิตต์ แจ้งเพิ่งมีเวลาว่างสำรวจเส้นทาง  Silk Roadฉบับโบราณ จากจีนไปรัสเซียกว่าพันกิโลเมตร…ที่แน่นอนคือ“คนเคียงข้าง”จะขี่อูฐ ขึ้นม้าขี่รถไฟเหล็ก…ยังคงเป็น“คุณนายแหม่ม”…ที่ยังไม่โบราณ เหมือนเส้นทาง…

ll “55 ปี ที่จดจำ…”สิงห์ดำรุ่น 17…สมาชิกในรุ่นใจกว้างเผื่อแผ่ชวนน้องๆ รัฐศาสตร์ จุฬาฯ มาร่วมงานโต๊ะจีนที่ Great Wall รร.Asia…พี่ใจดีมีตั้งแต่ ชรินทร์หาญสืบสาย,ศ.วิชา มหาคุณ,อดุล จันทรศักดิ์ฯลฯ…น้อง โอรส วงษ์สิทธิ์ บ่นเสียดายที่พลาด…

ll ส่วนงาน“55 ปีทวีสัมพันธ์”ของนักเรียนเก่าเตรียมอุดม รุ่น 27…สมาชิกกำลังแจ้งขนาด เสื้อโปโลสีชมพูที่เหล่า“พระเกี้ยวน้อย”จะใส่ในงานเที่ยงวันที่ 17 พ.ย. …เบญจวรรณ จารุกลัศ…มือทำเสื้อให้“จุฬาฯ”…รับอาสาจัดหา…ที่ต้องระวังคือ สมาชิกหญิงจะบอกขนาด“หน้าอก”…ผิดๆ ถูกๆ…ที่หลงก็มี…ที่“เว่อร์”จะอวดก็มาก…ll

ภิญญ์สิรี

ซีอีโอซีพี ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ ตัวแทนประเทศไทย ร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนระดับโลก ที่อังกฤษ

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449435

ซีอีโอซีพี ปลุกพลังคนรุ่นใหม่ ตัวแทนประเทศไทย ร่วมประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนระดับโลก ที่อังกฤษ

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ซีอีโอซีพี ศุภชัย เจียรวนนท์ ให้โอวาทเยาวชน

“ซีพีสานฝัน ปันโอกาส” สนับสนุนคนรุ่นใหม่เป็นตัวแทนประเทศไทยร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนระดับโลก “One Young World Summit 2019” ครั้งที่ 10 กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ
หวังจุดประกายสร้างผู้นำแห่งอนาคต ระดมพลังคิดเปลี่ยนโลกแก้ปัญหาสังคมขับเคลื่อนโลกใบนี้ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืน ซีอีโอซีพีปลุกพลัง พร้อมตอกย้ำหน้าที่สำคัญของผู้นำคือสร้างการเปลี่ยนแปลงอย่าท้อถอย หรือยอมแพ้ ความสำเร็จและความล้มเหลวเป็นเหรียญ 2 ด้านที่อยู่คู่กัน

นายศุภชัย เจียรวนนท์ ประธานคณะผู้บริหาร เครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือ ซีพี เปิดเผยว่า เครือเจริญโภคภัณฑ์ดำเนินโครงการซีพีสานฝันปันโอกาสสู่ผู้นำรุ่นใหม่ One Young World โดยสนับสนุนให้ผู้นำเยาวชนไทยได้เปิดรับประสบการณ์ใหม่ที่เป็นระดับโลกบนเวทีการประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนระดับโลก One Young World มาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 5 ซึ่งในปีนี้เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้ดำเนินการภายใต้แนวคิด “IGNITE FUTURE LEADERS” หรือ “จุดประกายผู้นำแห่งอนาคต” เพื่อตอกย้ำให้ผู้นำเยาวชนตระหนักถึงบทบาทและเชื่อมั่นในพลังของตนเองที่สามารถ“คิด เปลี่ยน โลก” เพื่อให้ทุกคนบนโลกใบนี้มีความสุขได้เพราะอนาคตโลก คือ อนาคตของเรา ทุกคนสามารถสร้างการเปลี่ยนแปลงและร่วมกันแก้ไขปัญหาต่างๆ ของโลกเพื่อขับเคลื่อนให้เกิดความยั่งยืนในทุกมิติทั้งเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อม ซึ่งในปีนี้ เครือฯได้สนับสนุนผู้นำเยาวชนไทยทั้งจากภายในเครือฯ ซึ่งคัดเลือกจากกลุ่มธุรกิจต่างๆ และเปิดรับจากภายนอกองค์กรด้วยรวมจำนวน 21 คน โดยมีการพิจารณาและคัดเลือกอย่างเข้มข้นเพื่อให้เป็นตัวแทนประเทศไทยในการร่วมประชุม One Young World Summit 2019 ซึ่งจัดขึ้นระหว่าง 22-25 ตุลาคม 2562 ณ กรุงลอนดอน ประเทศอังกฤษ

ผู้บริหารซีพี และเยาวชนรุ่นใหม่ที่เข้าร่วมการประชุมสุดยอดผู้นำเยาวชนระดับโลก

สำหรับประเด็นในการประชุม One Young World ปีนี้ ประกอบด้วยหัวข้อต่างๆ ที่เป็นปัญหาระดับโลกรวม 5 ด้าน ได้แก่ 1.การศึกษา(Education):อนาคตของการเรียนรู้ ต้องถูกจินตนาการใหม่หรือไม่2.สุขภาพของโลก (Planetary Health):การเปลี่ยนแปลงของสภาพภูมิอากาศส่งผลกระทบต่อสุขภาพของโลกอย่างไร 3.เสรีภาพของการสื่อสาร(Media Freedom): เราจะปกป้องความจริงได้อย่างไร 4.การบรรเทาความยากจน (Poverty Alleviation): นวัตกรรมกับการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางเศรษฐกิจ 5.อนาคตแห่งสันติภาพ(Peaceful Future): ในโลกที่มีการแบ่งแยกเราจะสร้างสันติภาพได้อย่างไร ทั้งนี้ ประธานคณะผู้บริหารเครือซีพี ได้ร่วมพบปะกับผู้นำเยาวชนตัวแทนประเทศไทยที่จะไปประชุม One Young World Summit 2019 ในงาน CP-One Young World : Call to Action ซึ่งจัดขึ้นเพื่อปลุกพลังและสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้นำเยาวชนไทยก่อนเดินทางไปประชุมที่ประเทศอังกฤษ โดยนายศุภชัยกล่าวว่า หน้าที่ที่สำคัญที่สุดของการเป็นผู้นำ คือ “การสร้างความเปลี่ยนแปลง” เพื่อให้สังคมดีขึ้น ทั้งนี้ ผู้นำที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลงได้จะต้องมีพื้นฐานของความรัก(Passion) และต้องมีความรู้สึกได้ถึงทุกข์สุขของผู้อื่นเสมือนเป็นตัวเรา(Compassion) อย่างไรก็ตาม ในการเปลี่ยนแปลงโลกไม่ใช่เรื่องง่ายมีทั้งความสำเร็จและความล้มเหลวเพราะความสำเร็จและความล้มเหลวเปรียบเหมือนเหรียญ 2 ด้าน ที่อยู่คู่กัน จะต้องสำรวจให้ได้ว่าอะไรคือปัจจัยที่ทำให้เรามีพลังไปสู่ความสำเร็จ และอะไรคือปัจจัยที่ทำให้เราหยุดหรือท้อแท้ ทั้งนี้เพื่อที่จะทำให้เราสามารถขับเคลื่อนและสร้างความเปลี่ยนแปลงได้

“การสร้างความเปลี่ยนแปลง การเปลี่ยนแปลงโลกให้ดียิ่งขึ้น หรือการทำเรื่องยาก ในหลายๆ เรื่องนั้น อาจจะยังไม่ทันได้เห็นผลลัพธ์ในช่วงชีวิตของเรา แต่เราต้องไม่สิ้นหวัง หรือท้อแท้ และต้องพยายามเรียนรู้จากเหรียญทั้ง 2 ด้าน คือ ความสำเร็จและความล้มเหลวซึ่งสุดท้ายแล้วจะนำเราไปสู่ความสำเร็จ  นอกจากนี้ขอให้ตระหนักด้วยว่าการเป็นผู้นำที่ดี ต้องเริ่มต้นจากการเป็นตัวอย่างที่ดี และให้เชื่อมั่นในพลังที่จะสร้างหรือส่งต่อสิ่งที่ดีให้กับคนอื่นๆ เชื่อมั่นในพลังของตนเองที่จะสร้างความเปลี่ยนแปลง อย่ายอมแพ้ และอย่าลดละในความฝันที่ทุกคนตั้งไว้”  ประธานคณะผู้บริหารเครือเจริญโภคภัณฑ์ กล่าวสรุป

นอกจากนี้ นายนพปฎล เดชอุดม ประธานคณะผู้บริหาร ด้านความยั่งยืนองค์กร เครือเจริญโภคภัณฑ์ได้กล่าวกระตุ้นผู้นำเยาวชนตัวแทนประเทศไทยด้วยว่า การเปลี่ยนแปลงโลก เปรียบเสมือนการวิ่งมาราธอน ผู้นำเยาวชนแห่งอนาคตต้องมีความมุ่งมั่นตั้งใจ อย่าคิดว่าวิ่ง 100 เมตร แล้วจะเปลี่ยนแปลงโลกใบนี้ได้ ทุกคนต้องร่วมไปสู่เส้นทางเดียวกัน อย่าหยุด และอย่าคาดหวังสิ่งที่จะคาดหวังได้อย่างเดียว คือ ตัวเราเอง ซึ่งจะต้องไม่ยอมแพ้ เพื่อให้โลกของเราดีขึ้น

สำหรับการประชุมสุดยอดผู้นำรุ่นใหม่ “One Young World Summit 2019” คาดว่าจะมีผู้นำเยาวชนรุ่นใหม่เข้าร่วมไม่น้อยกว่า 2,000 คน จากทั่วทุกมุมโลกมารวมกัน ซึ่งจำนวนประเทศที่เข้าร่วมมีมากเทียบเท่ากับประเทศที่เข้าแข่งขันกีฬาโอลิมปิก โดยในการประชุมทุกครั้งจะได้รับเกียรติจากผู้นำระดับโลก อาทิ ศาสตราจารย์มูฮัมหมัด ยูนูส ผู้ได้รับรางวัลโนเบลสาขาสันติภาพ และบุคคลที่มีชื่อเสียงในระดับโลกหลากสาขาอาชีพ ที่จะมาร่วมสร้างแรงบันดาลใจให้กับผู้นำเยาวชนจากทั่วโลก ที่พร้อมผนึกกำลังสร้างเครือข่ายผู้นำและเยาวชนคนรุ่นใหม่เพื่อผลักดันให้โลกใบนี้ให้เกิดความเปลี่ยนแปลงอย่างสร้างสรรค์และยั่งยืน โดยปัจจุบันมีเครือข่ายผู้นำเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่เกิดขึ้นจากเวทีนี้จำนวนกว่า 10,000 คนทั่วโลก และมีผู้คนมากกว่า 17.5 ล้านคน ที่ได้รับการเปลี่ยนแปลงที่ดีขึ้นจากโครงการที่ดำเนินงานโดยทูตเยาวชน One Young World

ติดตามและส่งกำลังใจให้ตัวแทนประเทศไทยได้ทาง FB Fanpage : One Young World Thailand by CPG#OYW2019 #CPGYoungLeaders # #IgniteTheFuture

ศิลปินชาวแคนาดาสอนทักษะฝีมืองานไม้ สร้างรายได้ให้ครอบครัวเด็กพิการบ้านคามิลเลียน

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449438

ศิลปินชาวแคนาดาสอนทักษะฝีมืองานไม้ สร้างรายได้ให้ครอบครัวเด็กพิการบ้านคามิลเลียน

วันศุกร์ ที่ 25 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 06.00 น.

ไฟซาล มาลิก ศิลปินนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ไม้ชาวแคนาดาที่อาศัยอยู่ในประเทศไทยร่วมกับบ้านคามิลเลียนเพื่อเด็กพิการจัดโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ เพื่อสร้างทักษะฝีมือแก่พ่อแม่ของเด็กๆ ผู้มีความบกพร่องทางร่างกาย ทั้งยังเป็นโอกาสในการสร้างรายได้ให้แก่พวกเขาเหล่านั้น

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นอย่างต่อเนื่องนับตั้งแต่เดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา โดยเน้นสอนทักษะฝีมืองานไม้ ซึ่งมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างทักษะด้านอาชีพแก่พ่อแม่และผู้ปกครองผู้มีรายได้น้อยที่อาศัยอยู่ในย่านลาดกระบัง กรุงเทพมหานครโดยในทุกๆ วัน พวกเขาต้องส่งบุตรหลานมาทำกายภาพบำบัดและรับการช่วยเหลือทางการแพทย์ที่บ้านคามิลเลียน ซึ่งเป็นองค์กรสาธารณประโยชน์สำหรับเด็ก ที่ดำเนินงานแบบไม่แสวงหากำไรในนามของมูลนิธิคณะนักบุญคามิลโลแห่งประเทศไทยก่อตั้งโดย บาทหลวงโจวันนี คอนทาริน นักบวชชาวอิตาลีผู้ซึ่งทำงานช่วยเหลือคนยากจนในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2530 โดยเฉพาะเด็กที่มีภาวะทุพพลภาพ ซึ่งบางคนก็กำพร้าหรือเผชิญสภาพที่คุกคามต่อสวัสดิภาพความเป็นอยู่ของชีวิต ซึ่งบ้านคามิลเลียน ให้การศึกษา การดูแลทางการแพทย์ กายภาพบำบัด โครงการดูแลระหว่างวันและบริการอื่นๆ อีกมากมายโดยไม่คิดค่าใช้จ่าย

ไฟซาล มาลิก ศิลปินนักออกแบบเฟอร์นิเจอร์ไม้

ไฟซาล มาลิก กล่าวว่า “การอบรมครั้งนี้ไม่ใช่การกุศล แต่เป็นการเริ่มต้นกิจการเพื่อสังคมขนาดเล็กที่ยั่งยืน ทุกคนได้รับค่าตอบแทนที่ดีระหว่างการฝึกอบรม นอกจากนี้พวกเขายังสามารถดูแลบุตรหลานของตนได้ตลอดเวลาอีกด้วย ผมรู้สึกว่านี่เป็นเวลาที่เหมาะสมที่จะเดินหน้าเพื่อตอบแทนและเพิ่มมูลค่าให้แก่สังคมเนื่องจากธุรกิจของผมเริ่มอยู่ตัวแล้ว ผมคิดว่าทุกๆ ธุรกิจที่ดำเนินงานอยู่ในประเทศไทยเป็นหนี้บุญคุณสังคม และควรตอบแทนชุมชนเมื่อมีโอกาส”

ไฟซาลเดินทางไปที่บ้านคามิลเลียนเป็นประจำเพื่อจัดการอบรมและทำเวิร์กช็อป โดยออกค่าใช้จ่ายเรื่องวัสดุที่จำเป็นทั้งหมด ผู้เข้าอบรมทุกคนได้เรียนรู้ตั้งแต่ขั้นตอนแรกของงานช่างฝีมือ อาทิ การขัดกระดาษทรายด้วยมือการวางตำแหน่งมือ การอัดแรงดัน การดูแนวเส้นใยหรือลายไม้ การใช้กระดาษทรายแต่ละเบอร์เพื่อขัดไม้ และอื่นๆอีกมากมาย

เขากล่าวเสริมว่า “ครอบครัวที่มีรายได้มีน้อยมักไม่ค่อยมีโอกาสในการทำงาน ยิ่งโดยเฉพาะงานที่มีเกียรตินั้นยิ่งยากมาก ดังนั้นพวกเขาจึงได้แต่อยู่บ้านทั้งวันเพื่อดูแลบุตรหลาน ทั้งนี้การจัดโครงการฝึกอบรมและเวิร์กช็อป ที่บ้านคามิลเลียนได้เปิดโอกาสให้พ่อแม่และผู้ปกครองเหล่านี้สามารถอยู่ดูแลลูกไปพร้อมๆ กับสร้างอาชีพและรายได้ที่จำเป็นสำหรับครอบครัว เนื่องจากโครงการช่วยเหลือทางสังคมของไทยยังมีอยู่อย่างจำกัด”

สำหรับผู้สนใจ ข้อมูลเพิ่มเติม เกี่ยวกับบ้านคามิลเลียน สามารถเข้าเยี่ยมชมได้ที่ https://www.facebook.com/Camillian.Home

‘เอ๋ นิ้วกลม’ และ ‘อ.ประมวล เพ็งจันทร์’ชวนออกเดินทางสำรวจใจตัวเอง

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449506

‘เอ๋ นิ้วกลม’ และ ‘อ.ประมวล เพ็งจันทร์’ชวนออกเดินทางสำรวจใจตัวเอง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 18.12 น.

โครงการจัดทำสารคดี The Heart Explorer: เดินทางใจ ภายใต้โครงการ New Heart New World: โลกเปลี่ยนไปเมื่อใจเปลี่ยนแปลง โดยกลุ่มบริษัทดีทีจีโอ ที่ได้รับการสนับสนุนของ สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และ Whizdom Society ถ่ายทำและผลิตโดยทีมงาน ATMOSFILM ขอเชิญผู้ที่สนใจร่วม ในงานเสวนา The Heart Explorers นักเดินทางใจ ในวันอาทิตย์ที่ 27 ตุลาคม 2562 เวลา 13.00 – 17.00 น. ณ Whizdom Club ชั้น 4 101 True Digital Park เดินทางสะดวกด้วย BTS สถานีปุณณวิถี

งานเสวนานี้จะพาผู้เข้าร่วมมาทำความเข้าใจถึงคำว่า ‘เดินทางใจ’ ผ่านการแชร์ประสบการณ์จาก เอ๋- สราวุธ เฮ้งสวัสดิ์นักเขียนชื่อดัง ในนามปากกา ‘นิ้วกลม’ และ อ.ประมวล เพ็งจันทร์ นักปรัชญาที่หาความรู้ด้วยการออกเดิน พร้อมทั้งร่วมรับชมตัวอย่างสารคดีThe Heart Explorer: เดินทางใจ ก่อนใคร ลงทะเบียนร่วมงานฟรี ไม่มีค่าใช้จ่าย ที่ https://www.ticketmelon.com/whizdom/ws-mindset

‘อุ๊-มัลลิกา’คืนสู่เหย้าเขย่าแคทวอล์คไทยในงาน Beauty Awakening show

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449467

‘อุ๊-มัลลิกา’คืนสู่เหย้าเขย่าแคทวอล์คไทยในงาน Beauty Awakening show

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 17.21 น.

หลังจากไปสร้างชื่อเสียงให้กับประเทศไทยบนเวทีระดับนานาชาติวนๆ ไป ในต่างแดน อยู่นาน ล่าสุดดีไซน์เนอร์สาวมาดมั่น “มัลลิกา อุปถัมภ์” ดีไซเนอร์ไทย แห่งเกาะอังกฤษ แบรนด์ MullikaNakaraLondon คืนสู่เหย้ากลับมาเขย่าแคทวอล์คไทยในงาน Beauty Awakening show

ซึ่งงานนี้เป็นการ ลงนาม บันทึกความเข้าใจระหว่างBeauty Awakeningและ มหาวิทยาลัยชัมยุค เฮลธ์ ประเทศเกาหลีใต้ ภายใต้แนวคิด ธุรกิจเพื่อสังคมการศึกษาสายอาชีพสุขภาพและ ความงามSocia enterprise Beauty Awakening MouSomghook Heath University South Korea ร่วมกับ คุณเฉลิมเกียรติ สันติภักดีกุลเมื่อวันที่14/10/2019  ณ The Market Bangkokชั้น Mเวลา 13.00 -15.00 ที่ผ่านมา และยังได้รับการสนับสนุนจาก ห้องเสื้อ MullikaNakara London โดย“คุณมัลลิกา อุปถัมภ์” (ดีไซเนอร์) กับคอลเลคชั่นล่าสุดจากเวที London Fashionและ International Fashion Week Milan 2019  ซึ่งได้รับรางวัล The Best Award international Designer fashion week Milan from United Kingdom แต่ง หน้าโดยInternational Top Make up Artist คุณภูมิพัฒน์ กิมฮู้ทําผม โดยทีมBeauty Awakening ผ่านแฟชั่นโชว์จาก เหล่าดารานายแบบนางแบบ และทีมฟุตบอลดารา Seeker Star FC นำโดย

Alexandra aridaMatei,GAbrielleYanisa Young , ชญาดา อุปถัมภ์,บุษยมาส เดิมหมวก,ANCHASORN Posuk, Yasmine Anderson,กนกวรรณ เนียนชำนาญ,วรวรรณ เจริญรักษ,ชนัญิดา อุปถัมภ์, อาชัญ ชัยสุวรรณ ดัชชี่บอย,บวรมินท์ อัคราภิรมย์ (วี) ดารา/นายแบบ Mr.Manhunt Thailand, กานตพนธ์ บุญเสริม (กานต์) นักร้อง/นายแบบ/ดารา ซึ่งได้รับการเทรนนิ่งมาอย่างดี จากอาจารย์ภัทร-ภัสส์ อภัสรีอาจารย์ สอน เดิน แบบ first classและนักพัฒนาบุคลิกภาพ

โดยงานนี้ได้รับเกียรติจากพลเอกกะสิณ ทองโกมล ประธานที่ปรึกษาสมาคมกีฬาคนพิการแห่งประเทศไทยฯ ผู้จัดผู้กํากับชื่อดัง “ต้อ-มารุต สาโรวาด” มาร่ามงาน ร่วมด้วยแขกผู้มีเกียรติอีกมากมายและที่ขาดไม่ได้เลย กับผู้สนับสนุนใจดี “คุณจิระวดี คุณทรัพย์”ผู้อํานวยการททท สํานักงาน สาขาLondon คุณ แคททาลีน คูลนีย แห่งสถาบัน Beauty institute vtct (vocational training charitable trust อันดับเกรด A ในประเทศอังกฤษและคุณเมตตา ชูแสงBusiness Development Manager Royel Lancaster London ที ให้การสนับสนุนมาเป็นอย่างดีมาโดยตลอด

ชุดยีนส์ดีไซน์โมเดิร์นจากแบรนด์‘อสิรา’(ASIRA) คอลเลคชั่นรับลมหนาว ออทั่ม/วินเทอร์ 2019

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449441

ชุดยีนส์ดีไซน์โมเดิร์นจากแบรนด์‘อสิรา’(ASIRA) คอลเลคชั่นรับลมหนาว ออทั่ม/วินเทอร์ 2019

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 16.50 น.

อริสา อัศวณิชย์ชากร ครีเอทีฟไดเร็คเตอร์แบรนด์ “อสิรา”

รังสรรค์ชุดยีนส์สไตล์แปลกใหม่ เพื่อให้ผู้หญิงได้สนุกกับการแต่งกายทุกวันกับแบรนด์ยีนส์คุณภาพ “อสิรา” (ASIRA) ที่ล่าสุด เบลล์-อริสา อัศวณิชย์ชากร ครีเอทีฟไดเร็กเตอร์ประจำแบรนด์ พร้อมอวดโชว์ไอเดียสุดสร้างสรรค์ที่ฉีกกรอบการออกแบบชุดยีนส์ให้มีดีไซน์ที่หลากหลาย ไม่ยึดติดกับรูปแบบเดิม ต้อนรับฤดูกาลออทั่ม/วินเทอร์2019 ด้วยคอลเลคชั่น “เดนิม 101: ฮอลล์ ออฟมิเรอร์” (DENIM 101: Hall of Mirrors) ที่เปรียบเครื่องแต่งกายเป็นเสมือนกระจกเงาส่องสะท้อนสไตล์อันโดดเด่นของหญิงสาวที่มีเอกลักษณ์สวยฉลาดและมั่นใจ

“อสิรา” (ASIRA) สร้างเอกลักษณ์อันโดดเด่นด้วยชุดยีนส์ดีไซน์โมเดิร์นที่สามารถบ่งบอกถึงสไตล์ของหญิงสาวผู้รักในความอิสระ และชื่นชอบความหรูหราอันเรียบง่าย พร้อมผสานความคลาสสิกบนโครงร่างที่สามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส ภายใต้คอนเซ็ปต์ แตกต่าง(Eccentric), ขบถ (Rebellious),เย้ายวน (Sensual) และกล้าหาญ (Brave)สี่คำที่บ่งบอกถึงเอกลักษณ์การดีไซน์ได้เป็นอย่างดีผ่านการเลือกใช้ผืนผ้าเดนิมคุณภาพเยี่ยมในทุกชิ้นของงานออกแบบ โดยการตัดเย็บที่บรรจงในทุกฝีเข็มจากทีมช่างผู้เชี่ยวชาญมากประสบการณ์ ผนวกกับเทคนิคการผลิตเสื้อผ้าให้เข้ากับทุกรูปร่างอันเป็นหัวใจสำคัญที่ทางแบรนด์ตั้งใจมอบให้กับผู้หญิงทุกคน

อริสา อัศวณิชย์ชากร กล่าวถึงจุดเด่นในคอลเลคชั่นออทั่ม/วินเทอร์ 2019 นี้ว่า “สำหรับคอลเลคชั่นล่าสุดนี้เราอยากให้สาวๆ ได้สนุกสนานและกล้าที่จะสร้างสรรค์สไตล์ที่โดดเด่นรับลมหนาวด้วยชุดยีนส์ดีไซน์โมเดิร์นแปลกใหม่ ซึ่งสาวๆ ทุกคนจะต้องลืมภาพจำเก่าๆ เกี่ยวกับยีนส์ที่มีเพียงแค่กางเกงยีนส์กับแจ๊กเกตยีนส์ในรูปแบบเดิม เพราะครั้งนี้เราได้รังสรรค์ชุดยีนส์ดีไซน์สวยหลากหลายสไตล์ พร้อมตอบโจทย์ ไลฟ์สไตล์การแต่งตัวของสาวๆ ให้ได้เลือกหยิบแต่ละชิ้นมามิกซ์แอนด์แมทช์ได้อย่างเพลิดเพลิน โดยใช้ชื่อคอลเลคชั่นว่า “เดนิม 101: ฮอลล์ออฟ มิเรอร์” (DENIM 101: Hall of Mirrors)ที่เปรียบชุดของ “อสิรา” เสมือนดั่งกระจกเงาที่พร้อมจะส่องสะท้อนสไตล์อันโดดเด่นและแปลกใหม่ให้หญิงสาวกล้าที่จะครีเอทลุคการแต่งตัวใหม่ๆ ได้อย่างมั่นใจ”

สำหรับ  คอลเลคชั่น “เดนิม 101: ฮอลล์ ออฟ มิเรอร์” (DENIM 101: Hall of Mirrors)เป็นเสมือนห้องกระจกเงาที่จะส่องสะท้อนความเป็นตัวตนของหญิงสาวหลากหลายสไตล์ผ่านชุดยีนส์ดีไซน์สวยแปลกใหม่ ด้วยการหยิบเดนิมชิ้นคลาสสิกมาตัดเย็บให้มีความแตกต่างและดูโมเดิร์น โดยโครงร่างและคัตติ้งนับเป็นจุดเด่นสำหรับคอลเลคชั่นนี้อย่างแท้จริง ที่มีทั้งการนำผ้าเดนิมมาผ่านเทคนิคการอัดพลีทให้มีความพลิ้วไหวไม่แข็งกระด้าง การตัดต่อเดนิมเข้ากับผ้าชีฟองช่วยเพิ่มลูกเล่นใหม่ รวมถึงผ้าออแกนซ่าที่นำมาตัดเย็บกับเดนิมช่วยเพิ่มเสน่ห์ความน่าค้นหา อีกทั้งการเสริมโครงชุดเดนิมด้วยคอร์เซ็ทอวดโชว์สัดส่วนได้อย่างมั่นใจ

นอกจากนี้ยังมี ชุดเดรสเกาะอกผ้าเดนิมกับกระโปรงเดนิมที่ต่อชายกระโปรงเข้ากับผ้าชีฟองแต่งระบายรัฟเฟิลให้ลุคที่ดูสวยเท่แต่ซ่อนความเฟมินีนเอาไว้ได้อย่างลงตัว ชุดจัมพ์สูทเดนิมที่มีลูกเล่นแต่งปลายขากางเกงด้วยผ้าเดนิมอัดพลีทเสริมความมั่นใจในทุกย่างก้าว อีกทั้งเสื้อครอปเดนิมเสริมลุคให้ดูเซ็กซี่เย้ายวน โดยชิ้นเด่นประจำคอลเลคชั่นนี้ยกให้เป็นแจ๊กเกตยีนส์ทรงโอเวอร์ไซส์ที่เพิ่มลูกเล่นด้วยการตัดเย็บเข้ากับผ้าเดนิมอัดพลีทเพิ่มความพลิ้วไหวยามเคลื่อนตัว รวมถึงเสื้อโค้ทผ้าออแกนซ่าที่แต่งริมด้วยผ้าเดนิมเพิ่มความสนุกสนานในการมิกซ์แอนด์แมทช์ สำหรับฤดูกาลนี้ “อสิรา” สร้างความโดดเด่นด้วยเฉดสีสุดคลาสสิกของเดนิมที่ออกแบบให้ไล่เลียงเฉดสีตั้งแต่สีเข้มอย่างสีกรมท่า ไล่ไปยังสีฟ้าบลูยีนส์ จนไปถึงเฉดสีขาว

เติมเต็มลุคของหญิงสาวให้สวยสมบูรณ์แบบจากแบรนด์ “อสิรา(ASIRA) ได้แล้ววันนี้ที่หน้าร้าน “อสิรา” (ASIRA) ทองหล่อ ซอย 10และติดตามผ่านช่องทาง Instagram: asirabkkและ LINE ID: @asira

‘กูร์เมต์ มาร์เก็ต’เปิดตัวกูร์เมต์ มาสคอต“GUMBO FAMILY” “พบ GUMBO ที่ไหน พบ โปรฯที่นั่น”

#ศาสตร์เกษตรดินปุ๋ย : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/449421

‘กูร์เมต์ มาร์เก็ต’เปิดตัวกูร์เมต์ มาสคอต“GUMBO FAMILY” “พบ GUMBO ที่ไหน พบ โปรฯที่นั่น”

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ตุลาคม พ.ศ. 2562, 16.23 น.

กูร์เมต์ มาร์เก็ต ซูเปอร์มาร์เก็ตระดับเวิลด์คลาสในกลุ่ม เดอะมอลล์ กรุ๊ป พร้อมเปิดตัว
กูร์เมต์ มาสคอต “
GUMBO FAMILY” (กัมโบ้ แฟมิลี่) ครอบครัวกัมโบ้นักช้อปสุดน่ารักที่หลงใหลในโปรโมชั่นที่จะมาทำหน้าที่เป็นตัวแทนในการค้นหาและชี้เป้าโปรโมชั่นสุดฮ๊อตสำหรับลูกค้ากูร์เมต์ มาร์เก็ต ภายใต้คอนเซ็ปต์ “พบ GUMBO ที่ไหน พบ โปรฯ ที่นั่น”พบ GUMBO FAMILY ได้แล้ววันนี้ ที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ทุกสาขา

กัมโบ้ แฟมิลี่ มาสคอตคาแร็คเตอร์สุดน่ารักใหม่ล่าสุดของกูร์เมต์ มาร์เก็ต ที่ตั้งใจครีเอทขึ้นเพื่อช่วยเพิ่มบรรยากาศที่สนุกสนานสำหรับการช้อปปิ้ง นอกจากนี้ ยังทำหน้าที่หลักคือการเป็นสัญลักษณ์และตัวแทนของโปรโมชั่นต่างๆ ภายในกูร์เมต์ มาร์เก็ต โดยมาพร้อมกับคอนเซ็ปต์ “พบ GUMBO ที่ไหนพบ โปรฯ ที่นั่น”อาทิ โปรโมชั่น ซื้อ 1 แถม 1, ซื้อ 2 แถม 1, ซื้อ 2 ชิ้นประหยัดกว่า, สินค้าราคาพิเศษสุดช็อคและโปรโมชั่นอื่นๆโดย GUMBO FAMILYประกอบด้วย

GOURMET GUMBOกับคาแร็คเตอร์DADDY GUMBO คุณพ่อสายกินที่ชื่นชอบการกินเป็นชีวิตจิตใจมีสีประจำตัวคือ สี GOURMET BURGUNDYโดยร่างกายของเขาจะมีลักษณะยืดหยุ่นและขยายได้แบบอันลิมิต GOURMET GUMBO จึงชอบสรรหาของกินและสามารถกินได้มากเท่าที่ต้องการ โดยมีลักษณะนิสัยสบายๆเข้ากับคนง่ายและยินดีเป็นเพื่อนกับทุกคนLADY GUMBOคุณแม่สายเฮลท์ตี้และนักกินที่เลือกสรรทุอย่างอย่างพิถีพิถัน เธอจึงไม่ลังเลที่จะเลือกซื้อของดีในราคาสมเหตุสมผลอาหารที่เธอชอบคือขนมปังสไลซ์ที่ปราศจากกลูเตน และอาหารเพื่อสุขภาพโดย LADY GUMBO มีสีประจำตัว คือ สี GOURMET GOLD ลักษณะนิสัยคือคุณแม่สุดเนี๊ยบที่ต้องดูแลเรื่องอาหารการกินให้กับทุกคนในครอบครัว เพราะฉะนั้น สำหรับแม่บ้านมือโปรอย่างเธอ เมื่อพบสินค้าคุณภาพจัดโปรโมชั่นเธอจึงไม่พลาดที่จะพุ่งตัวไปซื้อตุนไว้สำหรับทุกคนGUMBO JUNIORนักช้อปจูเนียร์ผู้แพ้โปรโมชั่น ลูกน้อยเพียงคนเดียวของครอบครัวกัมโบ้ โดยตอนเขาอายุ 1 ขวบ LADY GUMBO เพิ่งค้นพบว่าGUMBO JUNIOR เป็น “โรคภูมิแพ้ของแพง” ฉะนั้น เมื่อเขาพบของถูก พบโปรโมชั่นหรือสินค้าราคาพิเศษ GUMBO JUNIOR จึงไม่รอช้าที่จะพุ่งตัวไปช้อปปิ้งทันทีโดยกูร์เมต์ มาสคอตทั้ง 3 คาแร็คเตอร์ หรือ“GUMBO FAMILY”พร้อมปฏิบัติหน้าที่ช่วยขาช้อปชี้เป้าทุกโปรโมชั่นสุดคุ้มแล้ววันนี้ ที่ กูร์เมต์ มาร์เก็ต ทุกสาขา

“พบ GUMBO ที่ไหน พบ โปรฯ ที่นั่น”ติดตามความเคลื่อนไหวของโปรแรงและกิจกรรมสุดเอ็กซ์คลูซีฟได้ก่อนใครที่ https://www.facebook.com/GourmetMarketThailand