‘ครูตั้น’ ชี้เพิ่มค่าอาหารกลางวันเด็กเหมาะสม คาดใช้ได้ปี’65 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540693

'ครูตั้น'ชี้เพิ่มค่าอาหารกลางวันเด็กเหมาะสม คาดใช้ได้ปี'65

‘ครูตั้น’ชี้เพิ่มค่าอาหารกลางวันเด็กเหมาะสม คาดใช้ได้ปี’65

วันพุธ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.03 น.

เมื่อวันที่ 23 ธันวาคม 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) กล่าวว่าว่า ตามที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 22 ธ.ค.ที่ผ่านมา ได้มีมติรับทราบโครงการ/กิจกรรมต่างๆ ในแต่ละกระทรวงเสนอไว้ เพื่อเป็นของขวัญปีใหม่ ปี 2564 มอบให้แก่ประชาชน โดยในส่วนของกระทรวงศึกษาธิการ จะมีการเพิ่มค่าอาหารกลางวันของนักเรียน โดยคำนวณเพิ่มค่าอาหารกลางวันที่เหมาะสมตามขนาดโรงเรียน ในช่วง 21 – 36 บาท/คน/วัน ทั้งนี้ เพื่อให้นักเรียนได้รับอาหารกลางวันที่มีคุณค่าทางโภชนาการอย่างเหมาะสม และแบ่งเบาภาระของครู ในการใช้งบฯ เพื่อค่าใช้จ่ายในการดำเนินการเกี่ยวกับอาหารกลางวันนักเรียน

รมว.ศธ.กล่าวว่า อาหารกลางวันถือเป็นของขวัญปีใหม่สำหรับเด็กๆ ถึงแม้ว่าจะดูเป็นเงินที่ไม่มาก แต่คำนึงถึงข้อเท็จจริง ซึ่งในอดีตโรงเรียนขนาดเล็ก และโรงเรียนขนาดใหญ่ ได้รับเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันเท่ากัน คือ 20 บาท/คน/วัน ซึ่งเราดูไม่เหมาะสม ฉะนั้น โรงเรียนขนาดเล็ก ที่มีนักเรียนต่ำกว่า 40 คน ควรเพิ่มเป็น 36 บาท/คน/วัน ส่วนโรงเรียนขนาดใหญ่ ที่มีนักเรียนจำนวนมาก ซึ่งมีค่าใช้จ่ายคงที่อยู่จำนวนหนึ่งแต่ก็ไม่ได้มากเท่าไหร่ เช่น ในส่วนของค่าจ้างแม่ครัวและค่าเดินทาง ฉะนั้น หากขยับเงินอุดหนุนค่าอาหารกลางวันให้เป็น 21 บาท/คน/วันได้ เพราะในการคิดคำนวนเราคิดถึงข้อเท็จจริง และตนก็มั่นใจว่าโรงเรียนขนาดเล็กที่มีจำนวนนักเรียนต่ำกว่า 40 คน และโรงเรียนที่มีนักเรียนต่ำกว่า 300 คน ควรให้ 36 บาท และ 27 บาท ส่วนโรงเรียนขนาดใหญ่ให้ 21 บาท

“ซึ่ง ศธ.พิจารณาถึงความเหมาะสมแล้วว่าจะสามารรถดูแลบริหารจัดการอาหารกลางวันให้ดีกว่าเดิมได้แน่นอน แต่ทั้งนี้ก็ต้องรอทางสำนักงบประมาณพิจารณาความเหมาะสม คาดว่าจะทำได้ในปี 2565 หรือถ้ามีงบกลางก็สามารถนำมาทำได้ก่อน ซึ่งในการเพิ่มตรงนี้ต้องใช้งบกว่า 3 พันล้านบาท แต่ก็น้อยกว่าที่คำนวนไว้เบื้องต้นที่จะขึ้นให้โรงเรียนขนาดเล็ก 36 บาท และโรงเรียนขนาดใหญ่ 24 บาท/คน/วัน” รมว.ศธ.กล่าว

‘ในหลวง’ พระราชทานสิ่งของในโอกาสปีใหม่ แก่กำลังพลกองกำลังชายแดนเขาพระวิหาร #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540622

'ในหลวง'พระราชทานสิ่งของในโอกาสปีใหม่ แก่กำลังพลกองกำลังชายแดนเขาพระวิหาร

‘ในหลวง’พระราชทานสิ่งของในโอกาสปีใหม่ แก่กำลังพลกองกำลังชายแดนเขาพระวิหาร

วันพุธ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 13.28 น.

องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานเนื่องในโอกาสปีใหม่ มอบแก่กำลังพลกองกำลังชายแดน ที่ปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่ฐานปฏิบัติการเขาพระวิหาร จังหวัดศรีสะเกษ

23 ธันวาคม 2563 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเวลา 10.15 น. ที่จุดชมวิวผามออีแดง อุทยานแห่งชาติเขาพระวิหาร ต.เสาธงชัย อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม ให้ พล.อ.ไพบูลย์ คุ้มฉายา องคมนตรี เชิญสิ่งของพระราชทานเนื่องในโอกาสปีใหม่ 2564 จำนวน 265 ชุด มอบแก่กำลังพลเจ้าหน้าที่ ที่ปฏิบัติภารกิจกองกำลังชายแดน กองทัพภาคที่ 2 ฐานปฏิบัติการเขาพระวิหาร อ.กันทรลักษ์ จ.ศรีสะเกษ 

โดยมี พล.ท.ธเนศ วงศ์ชอุ่ม แม่ทัพกองทัพภาคที่ 2 ร่วมกับ นายวัฒนา พุฒิชาติ ผวจ.ศรีสะเกษ นายชัยวัฒน์ ลิ้มลิขิตอักษร ผอ.สำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 9 อุบลราชธานี พร้อมด้วย หัวหน้าส่วนราชการ ในจังหวัดศรีสะเกษ ให้การต้อนรับ โดยมี พ.อ. สมภพ ภารเวช ผบ.ฉก. 2 ผู้แทน ผบ.กกล.สุรนารี กล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว

การมอบสิ่งของพระราชทานเนื่องในโอกาสปีใหม่ 2564 ในครั้งนี้มีเจ้าหน้าที่ทหารและตชด. ที่ปฏิภารกิจป้องกันชายแดนในพื้นที่ฐานปฏิบัติการเขาพระวิหาร กกล.สุรนารี เข้ารับสิ่งของพระราชทานอย่างพร้อมเพรียง ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวอันหาที่สุดมิได้ เพื่อแสดงออกถึงความจงรักภักดี กำลังพลกองกำลังสุรนารีทุกนายจะจงรักภักดีพระบาทสมเด็จ พระปรเมนทรรามาธิบดี ศรีสินทร มหาวชิราลงกรฯ พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว และราชวงศ์จักรกรีทุกพระองค์ตลอดไป.  

‘กีฬา’ หนุนเศรษฐกิจท่องเที่ยว ‘บางแสน’ เมืองระดับโลก ‘สายวิ่ง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540410

‘กีฬา’หนุนเศรษฐกิจท่องเที่ยว  ‘บางแสน’เมืองระดับโลก‘สายวิ่ง’

‘กีฬา’หนุนเศรษฐกิจท่องเที่ยว ‘บางแสน’เมืองระดับโลก‘สายวิ่ง’

วันพุธ ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.45 น.

“เรามาจนถึงจุดนี้แล้ว ใช้เวลา 5 ปี ปีนี้เป็นปีที่ 6 แล้วที่เราจัดงาน เป็นไปตามวัตถุประสงค์ จริงๆ แล้วมากกว่าวัตถุประสงค์ที่เราตั้งใจไว้ด้วย เนื่องจากว่าเบื้องต้นเองเรายังไม่คาดหวังว่าจะมาไกลขนาดนี้ ปัจจุบันเราทำได้สำเร็จแล้วก็เป็นที่ชัดเจนประจักษ์แล้ว ว่าที่สุดแล้วถ้ามีความร่วมมือร่วมใจกัน แน่นอนว่าของผู้จัด โดย Race Director (ผู้จัดการสนามแข่งขัน) แล้วก็ตัวเจ้าภาพร่วมคือท้องถิ่นที่เป็นผู้ร่วมจัดด้วยสถานที่

แล้วก็ยังมีภาครัฐเข้ามาเกี่ยวข้อง แล้วก็ภาคเอกชนหลายๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็น Sponsor(ผู้สนับสนุน) ต่างๆ หน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด ถ้าเรามีการประสานงานอย่างดีแล้วทำให้เห็นศักยภาพ ก็ก่อให้เกิดประสบความสำเร็จได้ แต่ไม่ใช่ความสำเร็จเฉพาะของเทศบาล หรือของบริษัทไมซ์เท่านั้น แต่เป็นความสำเร็จของ จ.ชลบุรี ของประเทศไทย ที่เราเป็นที่แรกในประเทศไทย เป็นคนที่ริเริ่มส่งงานวิ่งของเราเข้าสู่มาตรฐานโลก”

คำกล่าวของ ณรงค์ชัย คุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข ในงานแถลงข่าวงานวิ่งฮาล์ฟมาราธอน “บางแสน 21” ประจำปี 2563 (Bangsaen21-2020) เมื่อช่วงบ่ายของวันที่19 ธ.ค. 2563 ที่ผ่านมา ณ โรงแรมและศูนย์ประชุมบางแสน เฮอริเทจ ต.แสนสุข อ.เมือง จ.ชลบุรี ท่ามกลางบรรยากาศสุดคึกคักเพราะมีประชาชนจำนวนมากที่สมัครเข้าร่วมวิ่งไว้ผ่านช่องทางออนไลน์ เดินทางมาลงทะเบียนรับเสื้อและหมายเลขประจำตัวนักวิ่ง ก่อนจะมีการวิ่งจริงในวันที่ 20 ธ.ค. 2563 เวลา 03.00 น.

งานวิ่งครั้งนี้ยังมีความพิเศษคือ “เป็นงานวิ่งงานแรกของประเทศไทยที่ผ่านการประเมินมาตรฐานโลกในระดับทอง (Gold Label) หรือระดับสูงสุด” จากองค์กรนานาชาติที่กำกับดูแลกีฬาวิ่งคือ สหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ (World Athletics หรือชื่อเดิมคือ IAAF) อีกทั้ง “บางแสนยังเป็นเมืองเดียวในทวีปเอเชีย ที่ผ่านการประเมินมาตรฐานโลกในการจัดงานวิ่งครบทั้ง 3 ระยะทาง” ได้แก่มินิมาราธอน (10 กิโลเมตร) ระดับทองแดง (Bronze Label) ฮาล์ฟมาราธอน (21 กิโลเมตร) ระดับทอง (Gold Label) และฟูลมาราธอน (42 กิโลเมตร) ระดับทองแดง (Bronze Label)

อนึ่ง การที่บางแสนสามารถมายืนอยู่ ณ จุดนี้ได้ ทั้งที่เป็นเพียงเมืองเล็กๆ เมื่อเทียบกับเมืองอื่นๆ ที่ผ่านการประเมินมาตรฐานโลกในการจัดงานวิ่งครบทั้ง 3 ระยะ ล้วนเป็นเมืองใหญ่ทั้งสิ้น เช่น กรุงมาดริด กับเมืองบาเลนเซีย ประเทศสเปน กรุงลิสบอน ประเทศโปรตุเกส และกรุงปราก สาธารณรัฐเช็ก ถือเป็นเรื่องน่าทึ่ง โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อได้ทราบว่ามาจากการผลักดันของชายคนหนึ่งที่ไม่เคยจัดงานแข่งขันวิ่งมาก่อนเลยในชีวิต

“ตั้งแต่เมื่อ 7 ปีที่แล้ว เป็นคนไม่ออกกำลังกายเลยแล้วอยากอยู่กับลูกนานขึ้น ก็เลยลองหาอะไรที่จะเปลี่ยนชีวิตตัวเอง ก็คิดว่ามาราธอนน่าจะเป็นคำตอบของการเปลี่ยนชีวิตของเรา ก็ซ้อม 4 เดือนแล้วก็ไปมาราธอน บาดเจ็บหนัก ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่แนะนำ เปลี่ยนระยะเร็วเกินไป แต่มันทำให้ผมกลายเป็นคนที่รักวิ่งโดยไม่รู้ตัว จากเดิมเป็นกีฬาที่ไม่มองว่าเป็นกีฬาด้วยซ้ำ มองว่ามันเป็นบทลงโทษ มาโรงเรียนสายร่างกายไม่ฟิต โค้ชกีฬาเราก็จะสั่ง

แต่พอเราวิ่ง มันเปลี่ยนเป็นความเข้าใจแล้วว่า วิ่งระยะไกลนี่มันมีความสุขในแบบของมันที่อธิบายยาก เพราะถ้ามันไม่สนุก คนทั้งโลกคนทั้งประเทศเขาไม่ทำกัน แล้วเราก็ไปวิ่งตามงานต่างๆ ก็มีความสุข แต่พอวิ่งสักพักหนึ่งก็จะเริ่มมองจากมุมมองของนักจัดงาน ผมเป็นสายจัดงานประชุมสัมมนา ทำไมงานโน้นอันนั้นดีแต่ขาดอันนี้ งานนั้นดีแต่ยังมีบางอย่างไม่สมบูรณ์ ทำไมมันไม่มีงานที่สมบูรณ์แบบครบจบอยู่ในงานเดียว”

เรื่องเล่าจาก รัฐ จิโรจน์วณิชชากร กรรมการผู้จัดการ บริษัท ไมซ์ แอนด์ คอมมูนิเคชั่น จำกัด (MICE & Communication Co., Ltd.) ที่กล่าวกับผู้สื่อข่าว “นสพ.แนวหน้า” ถึงก้าวแรกก่อนที่จะมีการผลักดันให้บางแสนกลายเป็นหนึ่งในจุดหมายปลายทางของนักวิ่งทั่วโลก ซึ่งก็ต้องบอกว่า “ไม่ง่าย” เพราะการทำธุรกิจรับจัดงานประชุมสัมมนาแตกต่างกับการจัดงานวิ่ง 1.จำนวนผู้เข้าร่วมงาน งานประชุมสัมมนาส่วนใหญ่มีผู้เข้าร่วมประมาณ 200-300 คน หรือมากที่สุด 1,500 คน แต่งานวิ่งอย่างน้อยๆ จะอยู่ที่ 3,000 คน ไปจนกระทั่งถึงหลักหมื่นคน

กับ 2.ประเภทของผู้เข้าร่วมงาน งานประชุมสัมมนาส่วนใหญ่ผู้เข้าร่วมจะเป็นตัวแทนขององค์กรต่างๆ ในขณะที่งานวิ่งผู้เข้าร่วมจะเป็นแต่ละบุคคล หรือต่างคนต่างมาเข้าร่วม (Personal หรือ Individual) อย่างไรก็ตาม ด้วยวิธีคิด “ผู้เข้าร่วมงานเป็นคนสำคัญ (VIP)” ที่เป็นหลักการทำงานด้านการจัดประชุมสัมมนา ทำให้เมื่อมาจัดงานวิ่งก็ได้นำหลักการนี้มาใช้ด้วย จนทำให้งานวิ่งบางแสน21 กลายเป็นงานวิ่งที่มีความพิเศษโดดเด่นขึ้นมา

รัฐ กล่าวถึงความพิเศษของงานวิ่งบางแสน21 ซึ่งเริ่มจัดครั้งแรกในปี 2558 ที่หากจะใช้คำว่า “ปฏิวัติวงการวิ่ง” ก็คงไม่ผิดนักในเวลานั้น อาทิ 1.การแบ่งสีเสื้อและลักษณะเหรียญรางวัลตามระยะทางที่ผู้เข้าร่วมสมัครลงวิ่ง จากเดิมงานวิ่งในอดีตจำนวนมากไม่ว่าจะสมัครประเภทใด เช่น ฟันรัน (Fun Run : 5 กิโลเมตร)ไปจนถึงมินิมาราธอน ฮาล์ฟมาราธอน หรือฟูลมาราธอน มักจะใช้เสื้อสีเดียวกันและเหรียญรางวัลก็มีหน้าตาเหมือนกัน

2.การอำนวยความสะดวกกับนักวิ่ง งานวิ่งหลายๆ งานในอดีตไม่มีแม้กระทั่งป้ายบอกตามเส้นทางว่าวิ่งมาได้ระยะทางกี่กิโลเมตรแล้วนับจากจุดเริ่มต้น ดังนั้นงานวิ่งบางแสน21 จึงติดป้ายบอกระยะทางทุกๆ 1 กิโลเมตร หรือเรื่องของน้ำดื่ม งานวิ่งบางแสน21นอกจากคิดเรื่องปริมาณน้ำที่เพียงพอกับจำนวนนักวิ่งแล้ว ยังเตรียมทั้งน้ำเย็นและน้ำอุณหภูมิปกติไว้ด้วยเพราะนักวิ่งก็มีทั้งผู้ที่ต้องการและไม่ต้องการดื่มน้ำเย็น

3.การจัดการขยะ งานวิ่งหลายๆ งานในอดีตมักพบเสียงวิพากษ์วิจารณ์จากสังคมว่าจัดแล้วก่อให้เกิดการทิ้งขยะเกลื่อนกลาดสถานที่จัดงาน ขณะที่นักวิ่งเองก็เคยชินกับการคิดว่าเดี๋ยวฝ่ายจัดงานคงจะทำความสะอาดเอง ดังนั้นการจัดการขยะจึงกลายเป็นหัวข้อสำคัญในการเตรียมงานวิ่งบางแสน21 ตั้งแต่ปีแรก โดยมีการจัดเตรียมถังขยะจำนวนมากไว้ตามจุดต่างๆ ที่จัดการแข่งขันรวมถึงประกาศรณรงค์เป็นระยะๆ ให้ผู้เข้าร่วมงานช่วยกันทิ้งขยะลงถังขยะ ซึ่งเป็นที่น่าภูมิใจมาก เพราะงานวิ่งบางแสน21 ในปีแรกไม่มีขยะทิ้งเกลื่อนถนน จะมีตกหล่นบ้างก็เพียงรอบๆ ถังขยะเท่านั้น

“5 ปีที่แล้ว ฟันรันถ้าพูดแบบภาษาเราก็คือลูกเมียน้อย เหมือนจ่ายเงินน้อยแล้วไม่ค่อยดูแล ไม่บริการอะไรเลย บางงานไม่ให้เหรียญ บางงานไม่ให้เสื้อ แต่เราคิดว่าไม่ได้ ใครเข้ามาสู่งานเราคุณต้อง Treat (ปฏิบัติ) อย่างเดียวกันหมด คุณจะให้อะไรก็ให้เหมือนกัน ไม่ให้ก็ไม่ต้องให้ คุณจะมีชิป (Chip) จับเวลา ซึ่งผมบอกได้เลยว่างานนี้เป็นงานแรกของประเทศที่ติดชิปจับเวลาให้กับ 5 กิโลเมตรด้วยตั้งแต่เมื่อ 5 ปีที่แล้ว เราบอกว่าเราปฏิวัติวงการ เพราะบางที 5 กิโลเมตร เขาก็อยากรู้ว่าเขาวิ่งเร็ว-วิ่งช้า สถิติเป็นอย่างไร

เพราะฉะนั้นพอเราดูแลเขาดีเขาก็อยากวิ่ง ปีหน้าเขาก็มา 10 กิโลเมตร บางคนมา 21 กิโลเมตร บางคนอีก 2-3 ปีก็มา 42 กิโลเมตร ก็ยังเป็นนักวิ่งที่เป็นแฟนคลับของเราอยู่ พอเราจัดงานจบมันเป็น Talk of the Town (เรื่องที่ถูกพูดถึงมากในสังคม) ในวงการวิ่ง มันเหมือนงานวิ่งที่คนไม่คาดคิดว่ามันจะเกิดขึ้นในประเทศไทย มันเกิดขึ้นแล้ว คือตอนนั้นความตั้งใจผมจริงๆ คิดว่าจัดครั้งเดียวเลิกนะ เพราะอาชีพหลักคือการจัดสัมมนา แต่พอจบงานแล้วดังเรามาจัดปีละครั้งก็ได้” รัฐ กล่าวถึงอีกหนึ่งความพิเศษของงานบางแสน21

รัฐ ยังกล่าวอีกว่า หลังงานบางแสน21 จัดมาได้ระยะหนึ่งแล้วมีเสียงชื่นชมว่าจัดได้ดีเทียบเท่ากับงานวิ่งหลายงานในต่างประเทศจึงประสานกับ สหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ เพื่อให้ส่งผู้แทนเข้ามาตรวจประเมิน โดยคุณสมบัติของงานวิ่งที่สามารถเข้าร่วมประเมินจะต้องจัดอย่างต่อเนื่องอย่างน้อย 3 ปีขึ้นไป “ก่อนหน้านี้ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้(อาเซียน) มีเพียงสิงคโปร์ประเทศเดียวที่มีงานวิ่งที่ผ่านการประเมินในระดับสูงสุด” จึงเริ่มนำเกณฑ์สากลมาปรับใช้ตั้งแต่การจัดงานในปีที่ 2

จากนั้นในการจัดงานปีที่ 3 (2560) จึงมีผู้แทนของสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ กระทั่งงานในปีที่ 4 (2561) จึงผ่านมาตรฐานระดับทองแดง ซึ่งเป็นงานแรกของประเทศไทยที่ได้รับการรับรองมาตรฐานสากล ก่อนจะผ่านมาตรฐานระดับเงิน (Silver Label) ในการจัดงานปีที่ 5 (2562) และในงานปีที่ 6 (2563) จึงได้รับการรับรองว่าผ่านการประเมินในระดับทองในที่สุด ทั้งนี้ ด้วยความช่วยเหลือของ ณรงค์ชัยคุณปลื้ม นายกเทศมนตรีเมืองแสนสุข ที่รับหน้าที่ประสานกับหน่วยงานต่างๆ ของภาครัฐให้ ทำให้ บ.ไมซ์ฯ สามารถทุ่มกำลังไปที่การจัดงานวิ่งได้อย่างเต็มที่

“การแพทย์” เป็นอีกเรื่องสำคัญในการสร้างความมั่นใจให้กับนักวิ่งตลอดจนบุคคลอื่นๆ ที่เข้าร่วมงาน ทั้งในสถานการณ์ปกติที่มักจะมีข่าวนักวิ่งได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตระหว่างการลงแข่งขันวิ่งอยู่เนือง และสถานการณ์พิเศษอย่างปัจจุบันที่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 โดยผู้อยู่เบื้องหลังคือ นพ.เกษม ใช้คล่องกิจศัลยแพทย์ด้านกระดูกและข้อ และผู้เชี่ยวชาญด้านวิทยาศาสตร์การกีฬา โรงพยาบาลพญาไทศรีราชา ที่มารับหน้าที่ผู้อำนวยการด้านการแพทย์ งานวิ่งฮาล์ฟมาราธอน บางแสน21 ตั้งแต่เมื่อ 4 ปีก่อน

นพ.เกษม กล่าวว่า ก่อนหน้านี้เคยทำงานด้านเวชศาสตร์การกีฬาอยู่กับ การกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) มีหน้าที่ดูแลอาการบาดเจ็บหรือเจ็บป่วยของนักกีฬา กระทั่งเมื่อทาง บ.ไมซ์ฯ ต้องการจัดงานวิ่งที่บางแสน แล้วมีผู้แนะนำให้มาพบเนื่องจากต้องการหาแพทย์ที่อยู่ในพื้นที่ไปเป็นผู้วางระบบการแพทย์ภายในงาน จึงยินดีให้การสนับสนุน โดยวางมาตรการ 1.คัดกรองภาวะสุขภาพ ว่านักวิ่งคนใดบ้างมีโรคประจำตัวซึ่งถือเป็นกลุ่มเสี่ยง เช่น โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง เพื่อเตรียมการดูแลนักวิ่งกลุ่มนี้โดยเฉพาะ

โดยมีการติดอุปกรณ์ที่มีขนาดเล็กที่ตัวนักวิ่ง เมื่อนักวิ่งกลุ่มนี้คนใดมีอาการเจ็บป่วย เช่น เจ็บหน้าอก เป็นลมล้มฟุบลง ก็จะจัดทีมกู้ชีพเข้าให้การช่วยเหลือทันที เช่นเดียวกับมาตรการลดความเสี่ยงการระบาดของไวรัสโควิด-19 มีการคัดกรองว่าในช่วง 2 สัปดาห์ก่อนถึงวันจัดงานวิ่ง ได้เข้าไปอยู่ในสถานที่ หรืออยู่ใกล้ชิดกับบุคคล หรือได้รับการวินิจฉัยทางการแพทย์ว่าเข้าข่ายความเสี่ยง ก็จะขอให้ถอนตัวจากการแข่งขันเพื่อความปลอดภัยของทุกฝ่าย

รวมถึงวัดอุณหภูมิผู้ที่เข้ามาร่วมงาน ต้องไม่เกิน 37.5 องศาเซลเซียส มีการจัดเจลแอลกอฮอล์ล้างมือ กำหนดให้ผู้เข้าร่วมงานทุกคนสวมหน้ากากปิดปาก-จมูกตลอดเวลาเมื่ออยู่ในงาน โดยสำหรับนักวิ่งจะได้รับอนุญาตให้ดึงหน้ากากลงต่อเมื่อออกจากจุดสตาร์ทไปแล้ว และการปล่อยนักวิ่งออกจากจุดสตาร์ททีละชุดเพื่อไม่ให้แออัดจนเกินไป กับ 2.จัดชุดเคลื่อนที่เร็วพร้อมเครื่องมือกู้ชีพที่จำเป็นสำหรับช่วยเหลือผู้มีอาการเจ็บป่วย ซึ่งมีพาหนะหลากหลายตั้งแต่จักรยาน มอเตอร์ไซค์และรถพยาบาล เพื่อปรับใช้ตามความเหมาะสมในการเข้าถึงพื้นที่เกิดเหตุ

อนึ่ง ในงานนี้ยังมีพิธีมอบผลการประเมินงานวิ่งบางแสน21 อย่างเป็นทางการจากสหพันธ์สมาคมกรีฑานานาชาติ โดยมี น.อ.ปารัช รัตนไชยพันธ์ รองเลขาธิการสมาคมกีฬากรีฑาแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ เป็นผู้มอบ ซึ่ง น.อ.ปารัช กล่าวว่า ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับการประเมินมาตรฐานโลกตั้งแต่ระดับทองแดง (บรอนซ์ เลเบล-Bronze Label) ระดับเงิน (ซิลเวอร์ เลเบล-Silver Label) และระดับทอง (โกลด์ เลเบล-Gold Label)เพราะต้องรักษามาตรฐานให้ได้ทุกปี ไม่ว่ามาตรฐานด้านความปลอดภัยของนักวิ่ง ด้านการจัดการ ด้านการบริการต่างๆ

“การวิ่งในไทย ผมเห็นนักวิ่งในแต่ละปีใหญ่โตขึ้นมาก สมาคมฯ เองในฐานะที่ดูแลกีฬาประเภทนี้บนถนน เราก็ใส่ใจมาตรฐานโดยเฉพาะเรื่องความปลอดภัย เราพยายาม Apply (ประยุกต์) มาตรฐานกติกาความปลอดภัยไปในทุกการวิ่ง เท่าที่เราจะมีส่วนร่วมได้มากที่สุด เหตุผลคือความปลอดภัยของนักวิ่ง ถึงแม้ทำแล้วแต่ก็มีนักวิ่งประสบอุบัติเหตุอยู่เนืองๆ ซึ่งก็เป็นงานหนักที่สมาคมฯ กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะร่วมกันพัฒนาต่อไป” น.อ.ปารัช กล่าว

ในวันที่ 20 ธ.ค. 2563 ตั้งแต่เวลาประมาณ 01.00 น. บรรดานักวิ่งหลากเพศหลายวัย ทยอยเข้าสู่จุดสตาร์ท ณ ด้านหน้าโรงแรมและศูนย์ประชุมบางแสน
เฮอริเทจ เพื่อวอร์มร่างกายเตรียมพร้อม ท่ามกลางบรรยากาศเย็นสบายจากลมที่พัดแรง ก่อนจะมีการปล่อยนักวิ่งชุดแรกในเวลา 03.00 น. ซึ่งผู้ชนะในประเภทชายโอเวอร์ออล คือ ณัฐวุฒิ อินนุ่มนักวิ่งทีมชาติไทย เจ้าของสถิติฮาล์ฟมาราธอน ประเทศไทย 1.05.19 ชั่วโมง โดยวิ่งเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 1.07.41 ชั่วโมง และประเภทหญิงโอเวอร์ออล คือ ลินดาจันทะชิต นักวิ่งทีมชาติไทย วิ่งเข้าเส้นชัยด้วยเวลา 1.22.15 ชั่วโมง

แต่สิ่งที่ได้มากกว่าความสนุกของนักวิ่งและความภาคภูมิใจของเมือง คือการกระตุ้นเศรษฐกิจภาคการท่องเที่ยวและบริการในชุมชน เห็นได้จากยอดจองโรงแรมย่านบางแสนในช่วงใกล้ถึงวันงานหลายแห่งมีผู้เข้าพักเต็ม ขณะที่ตามร้านอาหารต่างๆ ก็ยังสามารถพบเห็นนักวิ่งสวมเสื้อวิ่งที่ระลึกในงาน “บางแสน21” และญาติสนิทมิตรสหายที่ติดตามมาให้กำลังใจมาใช้บริการอย่างคับคั่ง ซึ่งน่าเสียดายว่าหากไม่มีการระบาดของไวรัสโควิด-19 จนทำให้นักวิ่งต่างชาติไม่สามารถมาร่วมงาน..ก็เชื่อเหลือเกินว่าบรรยากาศคงจะคึกคักกว่านี้!!!

3 โรงเรียนดังเมืองนนท์ ประกาศปิดเรียน หลัง ‘โควิด’ ลาม #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540473

3โรงเรียนดังเมืองนนท์ ประกาศปิดเรียน หลัง‘โควิด’ลาม

3โรงเรียนดังเมืองนนท์ ประกาศปิดเรียน หลัง‘โควิด’ลาม

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 17.39 น.

3โรงเรียนดังเมืองนนท์ ประกาศปิดเรียน หลัง‘โควิด’ลาม

22 ธันวาคม 2563 โรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม อ.เมืองนนทบุรี , โรงเรียนราชวินิตนนทบุรี อ.บางใหญ่ และโรงเรียนกสิณธรเซนต์ปีเตอร์ อ.บางบัวทอง ได้ประกาศ หยุดเรียนด้วยสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ในพื้นที่จังหวัดสมุทรสาครและจังหวัดใกล้เคียงเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง และกำหนดให้เป็นพื้นที่ควบคุมพิเศษจนถึงวันที่ 3 มกราคม 2564

ทั้งนี้ในส่วนของโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม ระบุว่า จากการสำรวจพื้นที่พักอาศัยของนักเรียนโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม พบว่า มีนักเรียนจำนวนหนึ่ง พักอาศัยอยู่ในพื้นที่เสี่ยงต่อการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 (COVID-19) ดังนั้นเพื่อเป็นการป้องกันและจำกัดการแพร่ระบาดโรงเรียนวัดเขมาภิรตาราม ให้นักเรียนทุกคนหยุดมาโรงเรียนระหว่างวันที่ 23- 24 ธันวาคม และ 28- 29 ธันวาคม 2563 และเปิดเรียนตามปกติในวันที่ 4 มกราคม 2564

ยกเลิกสอบโอเน็ต ‘ป.6-ม.3’ หนีโควิดระบาดหนัก-ส่งผลให้เด็กต้องเรียนออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540465

ยกเลิกสอบโอเน็ต'ป.6-ม.3'  หนีโควิดระบาดหนัก-ส่งผลให้เด็กต้องเรียนออนไลน์

ยกเลิกสอบโอเน็ต’ป.6-ม.3′ หนีโควิดระบาดหนัก-ส่งผลให้เด็กต้องเรียนออนไลน์

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 17.24 น.

22 ธันวาคม 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า เมื่อเร็วๆนี้ตนได้ลงนามในประกาศกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่อง การยกเลิกการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O-NET) ปีการศึกษา 2563 ถึงผู้อำนวยการสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งขาติ (องค์การมหาชน) ตามที่กระทรวงศึกษาธิการการได้มีนโยบายการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติ ในปีการศึกษา 2563 เนื่องจากการแพร่กระจายเชื้อไวรัสโลโรนา 2019 หรือ โควิด-19 ทำให้สถานศึกษาไม่สามารถจัดการเรียนการสอนได้อย่างมีประสิทธิภาพ และลดความเครียดจากการทดสอบของผู้เรียน ประกอนกับกระทรวงศึกษาธิการกำลังดำเนินโครงการโรงเรียนคุณภาพของชุมชน เพื่อลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา โดยมุ่งให้ชุมชนทุกแห่งมีโรงเรียนที่ดีคุณภาพ มีแหล่งการเรียนรู้ที่ดี มีครูผู้สอนที่มีความรู้ความสามารถสอนครบทุกชั้น มีการปรับเปลี่ยนรูแบบการจัดการเรียนกรสอนที่พัฒนาคุณภาพผู้เรียนที่สอดคล้องกับความถนัดหรือความสนใจของผู้เรียนเป็นรายบุคคลและบริบทของโรงเรียน รวมทั้งการวัดและประเมินผลที่ต้องแตกต่างกันตามบริบหของรงเรียน 

ดังนั้น ด้วยความตกต่างของรูปแบบการเรียนการสอน การวัดและประเมิยผล และศักยภาพของผู้เรียนของโรงเรียนแต่ละแห่ง จึงจำเป็นต้องมีการปรับระบบการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐานหรือโอเน็ต ดังนั้นกระทรวงศึกษาธิการการจึงเห็นควรให้มีการยกเลิกการทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (O NE) ชั้นประถมศึกษาปีที่ 6 และมัธยมศึกษาปีที่ 3 ในปีการศึกษา 2563 เป็นต้นไป

ศธ.เลื่อนจัดงานวันเด็กปี 64 ออกไป 7 วัน หวั่นโควิดระบาด วันครูรอดูสถานการณ์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540435

ศธ.เลื่อนจัดงานวันเด็กปี64ออกไป7วัน หวั่นโควิดระบาด วันครูรอดูสถานการณ์

ศธ.เลื่อนจัดงานวันเด็กปี64ออกไป7วัน หวั่นโควิดระบาด วันครูรอดูสถานการณ์

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.22 น.

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยว่า จากที่ นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ.ได้รายงานผลการประชุมคณะกรรมการจัดงานฉลองวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2564 โดยผลการประชุมมีมติให้เลื่อการจัดงานวันเด็กออกไปก่อน ซึ่งตนก็เห็นด้วย ดังนั้น ศธ.จึงขอเลื่อนการจัดงานวันเด็กออกไปก่อน เพราะต้องดูความเหมาะสมในหลายๆ อย่าง เช่น ความเหมาะสมของจำนวนเด็ก จำนวนผู้ปกครองที่จะมาจากหลายๆพื้นที่ที่เชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ โควิด-19 มีโอกาสแพร่ระบาดสูง และในปัจจุบันสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ก็ยังไม่แน่นอน ซึ่งการจัดงานวันเด็กจากเดิมกำหนดจัดในวันที่ 9 มกราคม 2564 ก็ขอเลื่อนออกไป 7 วัน เพื่อรอประเมินสถานการณ์โควิด-19 ก่อน

“การจัดงานวันเด็กผมรอดูสถานการณ์อีก 7 วัน ว่าเราจะสามารถควบคุมสถานการณ์การแพร่ระบาดได้มากน้อยแค่ไหน ส่วนการจัดงานวันครู ประจำปี 2564 ในวันที่ 16 ม.ค.2564 นี้ จะพิจารณาการจัดอีกครั้งว่าจะต้องเลื่อนออกไปด้วยหรือไม่ เพราะเกี่ยวข้องกับการรวมตัวของคนจำนวนมากที่มาจากทั่วประเทศ เพราะศธ.กังวลว่าอาจจะมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 อย่างไรก็ตาม ผมคิดว่าเรื่องนี้ไม่มีปัญหาเพราะเราทุกคนเข้าใจว่าขณะนี้สถานการณ์ไม่ได้ปกติเหมือนทุกๆปี” นายณัฐพล กล่าว

‘วัดอรุณ’ ประกาศงดสวดมนต์ข้ามปี ผุดแอปเที่ยวชมอิ่มบุญทางออนไลน์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540430

'วัดอรุณ'ประกาศงดสวดมนต์ข้ามปี ผุดแอปเที่ยวชมอิ่มบุญทางออนไลน์

‘วัดอรุณ’ประกาศงดสวดมนต์ข้ามปี ผุดแอปเที่ยวชมอิ่มบุญทางออนไลน์

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.08 น.

วันที่ 22 ธันวาคม 2563 ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) หรือ โควิด-19 ที่กำลังแพร่ระบาดในระลอก 2 อยู่ในขณะนี้ เป็นสถานการณ์อันตรายที่น่าเป็นห่วงในสุขภาพของพี่น้องประชาชนเป็นอย่างยิ่ง เพราะการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 ในครั้งนี้ เป็นการแพร่ระบาดในวงกว้าง และมีจำนวนผู้ติดเชื้อเป็นจำนวนมากในหลายจังหวัด

เพื่อความปลอดภัยของพี่น้องประชาชนโดยส่วนรวม พล.ต.อ.อัศวิน ขวัญเมือง ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร ได้ประกาศยกเลิกการจัดงานเคาท์ดาวน์ของกรุงเทพมหานคร และงดการจัดงานสำคัญในหลายพื้นที่ทั่วกรุงเทพฯ ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564

งานสวดมนต์ข้ามปี วิถีไทย วิถีพุทธ ของวัดอรุณราชวราราม ก็เป็นอีกงานสำคัญหนึ่งของกรุงเทพฯ ที่มีพี่น้องพุทธศาสนิกชนชาวไทยเดินทางมาร่วมพิธีในแต่ละปีนับหมื่น ที่คณะสงฆ์วัดอรุณราชวรารามต้องประกาศงดการจัดงาน เพื่อความปลอดภัยของพ่อแม่พี่น้องประชาชนชาวไทย และชาวต่างชาติที่จะเดินทางมาร่วมงานบุญในปีนี้

ด้วยความห่วงใยและอำนวยความสะดวกแก่ประชาชนผู้ใจบุญ ที่พลาดโอกาสเดินทางมาร่วมงานพิธีสวดมนต์ข้ามปี วิถีไทย วิถีพุทธ ของวัดอรุณราชวรารามในปีนี้ พลาดโอกาศเดินทางมาเที่ยวชมความสวยสดงดงามของโบราณสถานโบราณวัตถุสำคัญของวัดอรุณราชวราราม ในช่วงเทศกาลปีใหม่ 2564

พระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระธรรมรัตนดิลก (สมเกียรติ โกวิโท ป.ธ.9) กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าคณะภาค 9 เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม จึงได้เมตตาสั่งการให้ สำนักงานเลขานุการวัดอรุณราชวรารามโดย ท่านพระครูปลัดดิลกวัฒน์ (ชุมพร นิติสาโร) เลขานุการวัดอรุณราชวราราม – ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม

และท่านพระครูวินัยธร จีรเดช จิรเตโช ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม ประสานงานกับทางลูกหลานชาววัดอรุณ โดย นายอัครวิทย์ รัตนประสิทธิ์ หรือวิทย์ วัดอรุณ จัดสร้างแอปพลิเคชั่นการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์แบบเสมือนจริง เพื่อนำเสนอวัดอรุณราชวรารามในรูปแบบใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครนำเสนอมาก่อนในชื่อ “แก่นแก้วออนทัวร์ by กะฉ่อน”

เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ประชาชนชาวไทยและชาวต่างประเทศ ที่พลาดโอกาสเดินทางมาเที่ยวชมความงดงามของวัดอรุณราชวรารามในช่วงเทศการปีใหม่ในปีนี้ ได้มีโอกาสสำผัสเที่ยวชมความสวยสดงดงามของโบราณสถานโบราณวัตถุสำคัญของวัดอรุณ แบบเสมือนจริงทางออนไลน์เพื่อความปลอดภัยโดยไม่ต้องเดินทางมาเสี่ยงกับการติดโรค

เป็นการนำเสนอทั้งภาพและคลิปวีดีโอ ของความสวยสดงดงามวัดอรุณราชวราราม พร้อมบอกเล่าเรื่องราวประวัติความเป็นมาโดยละเอียดแบบสมบูณร์ที่สุด เท่าที่เคยมีการนำเสนอมาของโบราณสถาน โบราณวัตถุสำคัญของวัดอรุณราชวราราม ในรูปแบบเสมือนจริง 360 องศา

ท่านผู้ชมสามารถสแกน QR Code แอปเดียวเที่ยวทั่ววัด หรือเข้าเที่ยวชมได้ที่ https://360.kaenkaewontour.com/watarun เพื่อการเที่ยวชมความงดงามของวัดอรุณราชวรารามได้ทั้งพระอารามทางออนไลน์ คลิ๊กชมคลิปประวัติการสร้างและประวัติความเป็นมาวัดอรุณราชวรารามได้ทั้งพระอาราม

ว่ามีความเป็นมาอย่างไร ใครเป็นผู้สร้างโดยละเอียดตั้งแต่ครั้งอดีตจนถึงยุคปัจจุบัน เพื่อเป็นแนวทางในการเดินทางมาเที่ยวชมโบราณสถานโบราณวัตถุสำคัญของวัดอรุณราชวราราม ว่ามีสิ่งใดและตั้งอยู่ในทิศทางใด เพื่อเป็นแนวทางในการท่องเที่ยวเชิงอนุรักษ์โบราณสถานสำคัญของประเทศ หลังสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโคโรนา 2019

ทางทีมงานได้จัดทำแอปฯการท่องเที่ยววัดอรุณราชวรารามในรูปแบบดังกล่าวเป็น 3 ภาษา คือ ภาษาไทย ภาษาจีน ภาษาอังกฤษ ซึ่งในขั้นต้นพร้อมนำเสนอในส่วนของภาษาไทยก่อน เพื่อเปิดโอกาสให้พี่น้องประชาชนชาวไทยได้ทดลองใช้งานเป็นกลุ่มแรก และจะเร่งพัฒนาให้เป็นระบบ 3 ภาษา ในเร็ววันนี้

ตามปณิธานของพระเดชพระคุณหลวงพ่อ พระธรรมรัตนดิลก เจ้าอาวาสวัดอรุณราชวราราม ที่ต้องการให้แอปฯการท่องเที่ยววัดอรุณราชวราราม ก่อเกิดประโยชน์สูงสุดแก่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและต่างชาติทั่วโลก ที่ต้องการเที่ยวชมและศึกษาประวัติความเป็นมาของสิ่งศักดิ์และโบราณสถานสำคัญของวัดอรุณราชวราราม.

‘อนุชา’ เผยยกเลิกงานสวดมนต์ข้ามปี รวมถึงพิธีเจริญพระพุทธมนต์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540354

'อนุชา'เผยยกเลิกงานสวดมนต์ข้ามปี รวมถึงพิธีเจริญพระพุทธมนต์

‘อนุชา’เผยยกเลิกงานสวดมนต์ข้ามปี รวมถึงพิธีเจริญพระพุทธมนต์

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 12.33 น.

“อนุชา”เผยยกเลิกงานสวดมนต์ข้ามปี รวมถึงพิธีเจริญพระพุทธมนต์ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และงดการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก ตามมาตรการควบคุมโรคของภาครัฐ

เมื่อวันที่ 22 ธันวาคม 2563 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ จ.สมุทรสาคร ส่งผลถึงการพบจำนวนผู้ติดเชื้อในจังหวัดใกล้เคียงอีกหลายราย ทางสำนักพระพุทธศาสนา ได้มีมติยกเลิกงานสวดมนต์ข้ามปี รวมถึงพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ซึ่งจัดขึ้นทุกวันเสาร์ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และงดการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก ตามมาตรการควบคุมโรคของภาครัฐ

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วงเทศกาลวันหยุดส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ขอให้ประชาชนใช้ช่วงเวลาดังกล่าวพักผ่อนอยู่กับครอบครัว สวดมนต์อยู่ที่บ้าน ทั้งนี้ รัฐบาลมีความห่วงใยประชาชน ขอให้ทุกคนปฎิบัติตามมาตรการควบคุมโรคของภาครัฐอย่างเคร่งครัด ใส่หน้ากากอนามัย หมั่นล้างมือ ดูแลรักษาสุขภาพให้แข็งแรง หลีกเลี่ยงการพบปะสังสรรค์ในสถานที่มีคนจำนวนมาก

KOSEN KMUTT ไม่ใช่เป็นการยกระบบ KOSEN ญี่ปุ่น เป็นรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์การสร้างกำลังคนของประเทศ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540149

KOSEN KMUTT ไม่ใช่เป็นการยกระบบ KOSEN ญี่ปุ่น  เป็นรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์การสร้างกำลังคนของประเทศ

KOSEN KMUTT ไม่ใช่เป็นการยกระบบ KOSEN ญี่ปุ่น เป็นรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์การสร้างกำลังคนของประเทศ

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

KOSEN KMUTT เป็นหลักสูตรการเรียนที่เน้นการพัฒนาทักษะการคิดวิเคราะห์ สร้างสรรค์ และทักษะวิศวกรรมศาสตร์ ผ่านแนวคิด Story-based learning เรียนรู้
ในสถานที่จริง และโจทย์จริงโดยมีเป้าหมาย คือ การผลิตวิศวกรนักปฏิบัติ (Practical Engineer) สร้างสรรค์แนวคิดใหม่และลงมือผลิตนวัตกรรมได้จริง ซึ่งใความเหมาะสม สอดคล้องกันอย่างมาก ในประเทศที่กำลังต้องการสร้างอุตสาหกรรมใหม่ อย่างเช่น ในเมืองไทยในพื้นที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi)

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี (มจธ.) (KMUTT) ได้ร่วมกับสถาบัน KOSEN ประเทศญี่ปุ่นในการออกแบบการจัดการเรียนการสอนภายใต้บริบทของประเทศไทยโดย ดร.ก้องกาญจน์ วชิรพนังผู้อำนวยการสำนักงานห้องเรียนวิศว์-วิทย์ มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าธนบุรี ซึ่งเป็นหน่วยงานที่รับผิดชอบโครงการKOSEN KMUTT กล่าวว่า“เราใช้เวลา 1 ปีในการหารือกับผู้เชี่ยวชาญของ KOSENประเทศญี่ปุ่น จึงมีความเห็นร่วมกันว่า อุตสาหกรรมไทยมีบริบทที่แตกต่างจากญี่ปุ่น เป้าหมายคือการร่วมมือกันสร้างการเรียนรู้ในรูปแบบใหม่ที่ตอบโจทย์การสร้างกำลังคนชองประเทศ เราเชิญทางญี่ปุ่นมาเยี่ยมชมการดำเนินงานด้านต่างๆ ทั้งการจัดการเรียนการสอน การวิจัย และการทำงานร่วมกับภาคอุตสาหกรรมที่ มจธ.หลายครั้ง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นว่า มจธ. มีองค์ความรู้ในการออกแบบการเรียนรู้ด้านวิศวกรรมศาสตร์ที่ดีมากแห่งหนึ่ง จึงเป็นจุดเริ่มต้นในการร่วมกันออกแบบ KOSEN ในบริบทไทย”

พร้อมย้ำเสียงหนักแน่นว่า KOSEN KMUTT จึงไม่ใช่เป็นการยกระบบ KOSEN ญี่ปุ่นมาสอนในไทย แต่เป็นการออกแบบหลักสูตรร่วมกัน โดย ตอบโจทย์กับสภาพการเรียนรู้ของเด็กไทย และเราจะได้กำลังคนที่เหมาะกับบริบทของอุตสาหกรรมในอนาคตของไทย

การจัดการเรียนการสอนของ KOSEN KMUTT นั้น ส่งเสริมและเน้นการพัฒนาสมรรถนะด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี วิศวกรรมศาสตร์ และนวัตกรรม ตั้งแต่ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 ต่อเนื่องถึงระดับชั้นปีที่ 2 ของมหาวิทยาลัย รวมระยะเวลาหลักสูตร 5 ปี โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาวิศวกรนักปฏิบัติที่มีคุณลักษณะของความเป็น นวัตกรที่มีความคิดสร้างสรรค์และลงมือปฏิบัติ/สร้างนวัตกรรมได้

KOSEN KMUTT เปิดรับสมัครนักเรียนรุ่นแรกหลักสูตร Automation Engineering จำนวน 1 ห้อง โดยเริ่มปีการศึกษาแรกเมื่อเดือนมิถุนายน2563 ที่ผ่านมา มีนักเรียน 20 คนและปีที่ 2 ปีการศึกษา 2564ซึ่งอยู่ระหว่างการคัดเลือก โดยจะเปิดรับสมัครนักเรียนเพิ่มเป็น 2 ห้อง ห้องละ 26 คน สำหรับกระบวนการคัดเลือกนักเรียนที่สนใจเข้ามาเรียน KOSENKMUTT จะรับสมัครนักเรียนที่จบชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 โดยผ่านกระบวนการสอบคัดเลือกสองรอบรอบแรกจะเป็นข้อสอบที่วัดทักษะพื้นฐานด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยี การคำนวณ และรอบที่สองจะเป็นข้อสอบของ KOSEN KMUTT ซึ่งจะเป็นการค้นหานักเรียนที่ชอบและมีทักษะการสร้างสิ่งประดิษฐ์ และชอบลงมือปฏิบัติจริง

นักเรียนที่ผ่านการคัดเลือกเข้าเรียนในโครงการ KOSEN KMUTT จะได้รับทุนเรียนฟรีตลอดการศึกษาตั้งแต่ปีแรกถึงปีที่ 5 และโอกาสในการเข้าทำงานร่วมกับอุตสาหกรรมใหม่ในพื้นที่เขตนวัตกรรมระเบียงเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (EECi) อีกทั้งนักเรียน KOSEN KMUTT ทุกรุ่นจำนวน 20 เปอร์เซ็นต์ ของนักเรียนจะได้รับการคัดเลือกให้ไปเรียนปี 3-4-5 ที่ KOSEN ญี่ปุ่น โดยจะต้องผ่านการสอบของ KOSEN ญี่ปุ่นและผ่านระดับสมรรถนะภาษาญี่ปุ่น

สพฐ.วิถีใหม่ วิถีคุณภาพ ใช้นวัตกรรมสู่ความสำเร็จ ต่อยอดวิจัย และพัฒนาจัดการเรียนรู้ Active Learning #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540147

สพฐ.วิถีใหม่ วิถีคุณภาพ ใช้นวัตกรรมสู่ความสำเร็จ ต่อยอดวิจัย และพัฒนาจัดการเรียนรู้ Active Learning

สพฐ.วิถีใหม่ วิถีคุณภาพ ใช้นวัตกรรมสู่ความสำเร็จ ต่อยอดวิจัย และพัฒนาจัดการเรียนรู้ Active Learning

วันอังคาร ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ว่าที่ร้อยตรี ธนุ วงษ์จินดา รองเลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน มอบนโยบายและให้แนวคิดในการพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ขับเคลื่อนงานใน
ปีงบประมาณ 2564 ว่า สพฐ. มุ่งเน้นต่อยอดวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ Active Learning ร่วมกับภาคีเครือข่ายที่สนับสนุน โดยให้ทุกโรงเรียนในสังกัด สพฐ. จำนวน 225 เขตพื้นที่การศึกษา สามารถวิเคราะห์และเลือกใช้นวัตกรรมได้ตามความต้องการและเหมาะสมกับบริบท พร้อมทั้งใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อนโดยใช้พื้นที่เป็นฐานเพื่อนำสู่การใช้ประโยชน์จริงในพื้นที่และสอดคล้องกับผู้เรียนที่มีความหลากหลายในทุกๆ มิติ โดยได้กำหนดแผนการดำเนินงานระยะแรกร่วมกับภาคีเครือข่ายซึ่งกิจกรรมสำคัญจะประกอบด้วย การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ การถอดกระบวนการจัดการเรียนรู้ Active Learning ของภาคีเครือข่ายที่ประสบความสำเร็จ ในรูปแบบความร่วมมือรูปแบบการเรียนรู้ รูปแบบด้านเนื้อหา และบริบทที่หลากหลาย การสังเคราะห์ปัจจัยความสำเร็จในด้านการจัดการเรียนรู้ Active Learning ร่วมกับภาคีเครือข่าย รวมไปถึงการพัฒนาและออกแบบนวัตกรรมการจัดการเรียนรู้ ในรูปแบบหลากหลายและเป็นระบบ ด้วยฐานการวิจัยแบบมีส่วนร่วมให้สอดคล้องกับการนำไปใช้ตามบริบทพื้นที่ ตามแนวทางและจุดเน้น ของ ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการ กพฐ. คือ สพฐ.วิถีใหม่วิถีคุณภาพ โดยจะใช้พื้นที่เป็นฐานขับเคลื่อนคุณภาพ จะใช้นวัตกรรมขับเคลื่อนความสำเร็จ ซึ่งบูรณาการกระบวนการเรียนรู้ Active Learningในการเข้าร่วมพัฒนาศักยภาพผู้เรียนอย่างต่อเนื่อง สพฐ.จะมุ่งเน้นการขับเคลื่อน 4 ด้าน คือ ด้านความปลอดภัย โอกาส คุณภาพและประสิทธิภาพ ซึ่งสอดรับกับนโยบายของสพฐ.