‘อาย-ออกัส-ตี๋-มีน’ เผยตัวตนสุดเรียล ! ในรายการ Thailand, I Miss You! (ไทยแลนด์, ไอ มิส ยู!) #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/540678

‘อาย-ออกัส-ตี๋-มีน’ เผยตัวตนสุดเรียล !  ในรายการ Thailand, I Miss You! (ไทยแลนด์, ไอ มิส ยู!)

‘อาย-ออกัส-ตี๋-มีน’ เผยตัวตนสุดเรียล ! ในรายการ Thailand, I Miss You! (ไทยแลนด์, ไอ มิส ยู!)

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

“Thailand, I Miss You! (ไทยแลนด์, ไอ มิส ยู!)” รายการที่พาออกไปฟื้นฟูสถานการณ์การท่องเที่ยวให้กลับมาคึกคักอีกครั้ง ซึ่งเป็นการร่วมมือครั้งสำคัญของทางช่อง 3 กับการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) รายการท่องเที่ยวรูปแบบใหม่ตอบสนองคนที่ชื่นชอบในการท่องเที่ยวแบบกลุ่มเล็กๆ ที่จะพาไปสอดส่องมุม UNSEEN ถึง 2 จังหวัด เชียงใหม่และ ภูเก็ต ที่เพิ่งถ่ายทำกันไปสดๆ ร้อนๆ หลายท่านคงได้ตามไปแอบส่องเบื้องหลังกันมาแล้วจาก Instagram ของเหล่านักแสดงดาวรุ่งช่อง 3 ที่หันมาจับงานพิธีกรนำเที่ยวครั้งแรก! ของ อาย-กมลเนตร และ 3 หนุ่มสุด HOT จากเวทีSupernova ออกัส-วชิรวิชญ์, ตี๋-ธนพล และ มีน-พีรวิชญ์การรวมตัวที่แต่ละคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่าสุดติ่งใครคาดหวังเห็นมุมแซ่บๆ ไม่ผิดหวังแน่นอนพบกันหน้าจอเริ่มตอนแรก 3 กุมภาพันธ์ 2564 โดยหนุ่ม “ออกัส-วชิรวิชญ์” ได้พูดถึงการเปิดประสบการณ์การถ่ายทำครั้งนี้ว่า

“การถ่ายทำครั้งนี้ติดตราตรึงใจจริงๆ ครับ สวยมากผมอิ่มใจจริงๆ เหมือนได้มาเที่ยวไปในตัว ผมบอกเลยว่าแฟนๆ จะได้เห็นอีกมุมของทุกคนแน่นอนครับ ผมยังคิดไม่ถึงเลยว่าแต่ละคนจะมีนิสัยแบบนี้ (หัวเราะ) ในการทำงานครั้งนี้บอกเลยว่าเปิดประสบการณ์ผมจริงๆ หลังจากถ่ายทำเสร็จกลับมาเหมือนผมได้กิจกรรมกีฬาที่ชอบขึ้นมาอีกเยอะเลย แต่ขออุบไว้ก่อนนะครับ อยากให้แฟนๆ ไปรอชมในทีเซอร์ก่อนดีกว่า แต่รับรองสนุกแน่นอนครับ”

ด้าน “มีน-พีรวิชญ์” ได้เผยถึงความสนุกในรายการนี้ว่า “เชียงใหม่ กับ ภูเก็ต จะเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ดีของผมครับ กับการเปิดประสบการณ์ใหม่ๆ ทั้งการได้เป็นพิธีกรครั้งแรก และการอยู่ร่วมกับพิธีกรที่เพิ่งเจอกันครั้งแรกทำกิจกรรมที่ผมไม่เคยทำ เหมือนไม่ได้เป็นพิธีกรเลยครับ เหมือนไปเที่ยวกับเพื่อนๆ พี่ๆ มากกว่า หรือเพราะเป็นรายการที่เป็นเรียลิตี้ก็ไม่รู้นะครับที่ทำให้แต่ละคนเผยธาตุแท้ของตัวเองออกมาแบบที่ผมไม่คาดคิดจริงๆ (หัวเราะ)” ไม่นานเกินรอแฟนๆ ได้ชมกันแน่อนกับลุคพิธีกรของนักแสดงทั้ง4 คน ที่นี่ที่แรก! ในรายการ “Thailand, I Miss You!(ไทยแลนด์, ไอ มิส ยู!)” ทางช่อง 3 กด 33

ปีใหม่นี้เที่ยวตามรอย ซีรี่ส์ ‘สปาร์คใจนายจอมหยิ่ง’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/540673

ปีใหม่นี้เที่ยวตามรอย ซีรี่ส์ ‘สปาร์คใจนายจอมหยิ่ง’

ปีใหม่นี้เที่ยวตามรอย ซีรี่ส์ ‘สปาร์คใจนายจอมหยิ่ง’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

แม้ซีรี่ส์ “สปาร์คใจนายจอมหยิ่ง” จะออกอากาศแค่เพียง 8 ตอน1 เดือนเต็ม เพียง15 นาทีเท่านั้น แต่ก็ได้รับผลตอบรับที่ดีมากทั้งเรตติ้ง ทั้งกระแสในโลกโซเชียลคำชมต่างๆ จนทั้งทีมงานและนักแสดง ยิ้มแก้มปริขอบพระคุณในทุกคำติชม แถมยังภาพสวยๆ ที่คนดูเห็นแล้วถึงกับออกปากว่าอยากแพ็กกระเป๋าปีใหม่นี้ตามรอยละคร เรียกว่าการร่วมมือกันของ “บรอดคาซท์ ไทย เทเลวิชั่น, ช่อง 3 และการไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย(กฟผ.)” ประสบความสำเร็จมากจริงๆ ที่สามารถกระตุ้นให้คนไทย หันมาท่องเที่ยวเขื่อนในช่วงเทศกาลปีใหม่นี้

โดย 2 ตอนสุดท้ายนี้ ความฟินจะมาแบบจัดเต็ม เพราะ “ซัน”ที่รับบทโดย “น้องนาย-ณภัทรเสียงสมบุญ” เริ่มมีใจให้กับ “อันนา”ที่รับบทโดย “มายด์-ลภัสลัลจิรเวชสุนทรกุล” แต่ก็ดันมีเหตุให้เข้าใจผิดจนต้องหนีไปพักใจที่ เขื่อนศรีนครินทร์ จ.กาญจนบุรี แทน แต่งานนี้อันนาสายลุย ที่กล้าทำผิดก็กล้ารับ เดินหน้าตามง้อซันทุกวิถีทางเรียกว่าจะได้เห็นซีนใกล้ชิด จมูกชนจมูก ให้ได้ฟินกันหลายต่อหลายครั้งแน่นอน แล้วเรื่องราวทั้งหมด จะจบอย่างไร และพลังพิเศษที่อันนามีแท้จริงคืออะไรกันแน่

ห้ามพลาดตอนจบ “สปาร์คใจนายจอมหยิ่ง” วันอาทิตย์ที่ 27ธันวาคมนี้ เวลา 10.15-10.30 น. ทางช่อง 3 กด 33

‘เติ้ล-ตะวัน’ จัดซิตคอมย้อนยุคแนวใหม่ ‘เจาะเวลาหาผู้ใหญ่’ ฮาสนุกครบรส #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/540674

‘เติ้ล-ตะวัน’ จัดซิตคอมย้อนยุคแนวใหม่ ‘เจาะเวลาหาผู้ใหญ่’ ฮาสนุกครบรส

‘เติ้ล-ตะวัน’ จัดซิตคอมย้อนยุคแนวใหม่ ‘เจาะเวลาหาผู้ใหญ่’ ฮาสนุกครบรส

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ออกอากาศสร้างความสุขไปเรียบร้อย สำหรับซิตคอมอารมณ์ดี “เจาะเวลาหาผู้ใหญ่” ซิตคอมพีเรียดย้อนยุคทะลุมิติ ที่ผู้จัดละคร เติ้ล-ตะวัน จารุจินดา จาก ค่ายมงคลดี โปรดักชั่น เผยอยากให้แฟนละครชมแล้วมีแต่รอยยิ้ม และเชื่อว่าทุกคนจะสนุกไปกับซิตคอมเรื่องนี้แน่นอนโดยผู้จัดฯ “เติ้ล” เผยว่า

“เรื่องนี้เป็นซิตคอมแนวพีเรียดเรื่องแรกที่ผมเคยทำที่ผ่านมา เราทำซิตคอมสนุกสนานเฮฮามาหลายแบบหลายแนวทั้งแนวนักศึกษาที่อยู่หอพัก แนวทหาร หรือแนวผีเราก็มีแล้ว ก่อนที่จะทำก็เลยหาไอเดียกันว่าอะไรที่เป็นความแปลกใหม่ที่ยังไม่เคยมีใครทำมาก่อน ก็มาลงเอยที่ซิตคอมย้อนยุคทะลุมิติ ซึ่งซิตคอม เจาะเวลาหาผู้ใหญ่ จะเป็นเรื่องราวของพีท (ฟีฟ่า-เปรมอนันต์) พระเอกที่เป็นผู้ชายกะล่อนไม่ค่อยเอาไหน บังเอิญทะลุมิติย้อนเวลาไปร้อยกว่าปีก่อน และยังต้องมารับตำแหน่งผู้นำหมู่บ้าน แถมยังต้องแต่งงานกับนางเอกคือ บัวไร (เบนซ์-ชนกนันท์) แรกๆ จะไม่ค่อยลงรอยกันพระเอกก็จะมีของในยุคปัจจุบัน หรือนำความรู้ในปัจจุบันไปใช้แก้ปัญหา เป็นการนำความรู้ใหม่ไปเผยแพร่ แต่ละตอนเป็นเรื่องราวสำนวนสุภาษิตไทย เนื้อหาเข้าใจง่าย สามารถนำแง่คิดที่ได้มาปรับใช้ในชีวิตประจำวัน อย่างตัวละคร พีท เค้าก็ได้จะเรียนรู้บางอย่างที่ทำให้เค้าเป็นพีทในแบบที่ดีกว่าเดิม เชื่อว่าแฟนๆ จะชื่นชอบและสนุกไปกับซิตคอมเรื่องนี้ ฝากติดตามด้วยนะครับ”

กศน.ออกหนังสือด่วน! ให้บุคลากรปฏิบัติงานที่บ้าน หลังพบขรก.เสี่ยงติดโควิด #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540969

กศน.ออกหนังสือด่วน! ให้บุคลากรปฏิบัติงานที่บ้าน หลังพบขรก.เสี่ยงติดโควิด

กศน.ออกหนังสือด่วน! ให้บุคลากรปฏิบัติงานที่บ้าน หลังพบขรก.เสี่ยงติดโควิด

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.13 น.

“เลขาธิการ กศน.”ออกหนังสือด่วน ให้บุคลากรปฏิบัติงานที่บ้าน หลังพบข้าราชการ กศน.เสี่ยงติดโควิด-19

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2563 นายวรัท พฤกษาทวีกุล เลขาธิการสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย (เลขาธิการ กศน.) เปิดเผยว่า ตนได้ลงนามหนังสือด่วนที่สุด ถึงข้าราชการที่ปฏิบัติหน้าที่ในสำนักงาน กศน.ส่วนกลาง กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เรื่อง การปรับลดเวลาและวันทำงานของกลุ่ม ศูนย์ส่วนกลาง ด้วยสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโอควิด-19 จังหวัดสมุทรสาคร พบผู้ติดเชื้อจำนวนมากและเพิ่มขึ้นอย่างรวดเร็ว อาจส่งผลกระทบไปยังพื้นที่จังหวัดใกล้เคียง และขณะนี้พบว่าบุคลากร กศน.หลายรายเป็นผู้ที่เป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงสูง เนื่องจากเป็นผู้สัมผัสใกล้ชิดกับผู้ติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ในการนี้ เพื่อเป็นการป้องกัน ควบคุมสถานการณ์ และจำกัดการแพร่ระบาดของโควิด-19 สำนักงาน กศน.ขอให้บุคลากรดำเนินการดังนี้

1. มอบหมายให้บุคลากรในสังกัดปฏิบัติงานที่บ้านตามความเหมาะสม ตั้งแต่วันที่ 24 ธันวาคม 2563 ถึง วันที่ 4 มกราคม 2564 โดยส่งเสริมให้ใช้ระบบอินเทอร์เน็ต เช่น ประชุมทางไกล เป็นต้น รวมทั้งให้เปิดเครื่องมือสื่อสารเพื่อให้สามารถติดต่อได้ตลอดเวลา และในห้วงเวลาดังกล่าวในวันทำงานให้จัดบุคลากรหมุนเวียนมาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำงานจำนวน 25% ของบุคลากรทั้งหมด

2.กำหนดวิธีการที่ชัดเจน และหมาะสมในการมอบหมายงานให้บุคลากรในสังกัดปฏิบัติงานที่บ้าน รวมถึงการรายงานผลที่ฏิบัติงานไปในช่วงที่ไม่ได้มาปฏิบัติงาน ณ สถานที่ทำงาน โดยคำนึงถึงเป้าหมายการดำเนินงานของงานที่ได้รับมอบหมายเป็นสำคัญ

3.กำหนดตารางการทำงานของบุคลากรในสังกัดหมุนเวียนมาปฏิบัติงานตามข้อ 1 โดยการกำหนดการปฏิบัติงานของบุคลากรแต่ระดับให้เป็นไปตามตารางการมอบหมายบุคลากรในสังกัดปฏิบัติงาน และให้รายงานตารางการปฏิบัติงานเพื่อทราบโดยผ่านกลุ่มเลขานุการกรม

เลขาธิการ กศน.กล่าวต่อว่า ตนได้รายงานเรื่องนี้ให้ นายสุภัทร จำปาทอง ปลัด ศธ.รับทราบโดยวาจาแล้ว ว่าขณะนี้มีบุคลากร กศน.จำนวน 1 ราย อยู่ระหว่างการรอผลตรวจหาเชื้อโควิด-19 ซึ่งปลัด ศธ.ได้เน้นย้ำให้ กศน.ปฏิบัติตามมาตรการที่กระทรวงสาธารณสุข (สธ.) กำหนดอย่างเคร่งครัด และผมได้ให้ผู้ที่เสี่ยงติดโควิด-19 และผู้ใกล้ชิดปฏิบัติงานที่บ้าน เป็นเวลา 14 วัน เป็นที่เรียบร้อยแล้ว

เลขาธิการ กศน.กล่าวว่าตนได้รับรายงานว่า ขณะนี้ผลการตรวจหาเชื้อโควิด-19 ของข้าราชการรายดังกล่าวของ กศน.ได้ออกมาแล้ว พบว่าไม่ติดเชื้อโควิด-19 แต่ทาง กศน.จะดำเนินการตามมาตรการที่ สธ.กำหนดไว้อย่างเคร่งครัดเพื่อป้องกันเชื้อโควิด-19 ต่อไป

รมต.ประจำสำนักฯเชิญชวนปชช.สวดมนต์ข้ามปีที่บ้าน #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540942

รมต.ประจำสำนักฯเชิญชวนปชช.สวดมนต์ข้ามปีที่บ้าน

รมต.ประจำสำนักฯเชิญชวนปชช.สวดมนต์ข้ามปีที่บ้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 15.24 น.

เมื่อวันที่ 24 ธันวาคม 2563 นายอนุชา นาคาศัย รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เปิดเผยว่า จากสถานการณ์แพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ จ.สมุทรสาคร ส่งผลถึงการพบจำนวนผู้ติดเชื้อในจังหวัดใกล้เคียงอีกหลายราย ทางมหาเถรสมาคม (มส.) มีมติยกเลิกงานสวดมนต์ข้ามปี รวมถึงพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ซึ่งจัดขึ้นทุกวันเสาร์ ทั้งนี้ เพื่อความปลอดภัยของประชาชน และงดการรวมกลุ่มคนจำนวนมาก ตามมาตรการควบคุมโรคของภาครัฐ

รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี กล่าวว่า ช่วงเทศกาลวันหยุดส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ขอให้ประชาชนใช้ช่วงเวลาดังกล่าวพักผ่อน อยู่กับครอบครัว สวดมนต์อยู่ที่บ้านเพื่อความเป็นศิริมงคลแก่ตัวเอง ครอบครับ และประเทศชาติ

ทั้งนี้ มหาเถรสมาคม โดยวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร ร่วมกับรัฐบาล โดยสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ได้จัดทำหนังสือสวดมนต์ข้ามปีในรูปแบบ E-Book สามารถดาวน์โหลดได้ทางลิงค์ https://anyflip.com/yrmbz/qzlr/ และสามารถร่วมสวดมนต์ข้ามปีไปพร้อมกันทั่วประเทศ โดยการถ่ายทอดสดจากวัดอรุณราชวรารามราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร ทางสถานีวิทยุโทรทัศน์แห่งประเทศไทย และช่อง 7 HD ตั้งแต่เวลา 23.10 – 00.05 น.หรือทางเฟซบุ๊คไลฟ์ “สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ”

‘ณัฏฐพล’ ชี้งานวันเด็ก ‘ศธ.’ ต้องเลื่อน เผยปิดโรงเรียนแล้ว 768 แห่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540912

'ณัฏฐพล'ชี้งานวันเด็ก'ศธ.'ต้องเลื่อน เผยปิดโรงเรียนแล้ว 768 แห่ง

‘ณัฏฐพล’ชี้งานวันเด็ก’ศธ.’ต้องเลื่อน เผยปิดโรงเรียนแล้ว 768 แห่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 14.09 น.

“ณัฏฐพล”ชี้งานวันเด็ก”ศธ.”ต้องเลื่อน เช่นเดียวกับพื้นที่สาธารณะและเอกชน เพราะไม่สามารถระบุผู้มาร่วมงานได้ แต่เปิดโอกาสให้ชุมชนหรือโรงเรียนจัดได้เพราะรู้ตัวตน มั่นใจสถานการณ์ในสถานศึกษายังสามารถควบคุมพื้นที่ได้

เมื่อเวลา 12.20 น.วันที่ 24 ธันวาคม 2563 ที่ทำเนียบรัฐบาล นายณัฏฐพล ทีปสุวรรณ รมว.ศึกษาธิการ ให้สัมภาษณ์ถึงกรณีการจัดงานวันเด็ก ว่า งานวันเด็กของกระทรวงศึกษาธิการต้องเลื่อนไปก่อน เพราะเป็นงานวันเด็กที่ไม่สามารถระบุได้ว่าคนร่วมงานมาจากที่ใด ส่วนงานกิจกรรมวันเด็กที่สามารถระบุคนเข้าร่วมได้สามารถจัดได้ตามปกติ เนื่องจากเป็นมาตราการของศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (ศบค.) เช่น การจัดงานวันเด็กในสถานที่ชุมชนและพื้นที่ที่สามารถยืนยันได้ว่าเด็กและผู้ที่มาร่วมงานมาจากที่ใด แต่ถ้าเป็นพื้นที่สาธารณะที่ไม่สามารถระบุยืนยันตัวบุคคลได้ ก็จะเป็นเช่นเดียวกับกิจกรรมงานปีใหม่ โดยเฉพาะในพื้นที่กรุงเทพเป็นพื้นที่ที่มีความเสี่ยง

“หากจะมีการจัดงานวันเด็ก เฉพาะในบางพื้นที่ต้องเป็นไปตามมาตรการ ตามที่ ศบค.กำหนด ผู้ที่มาร่วมงานสามารถยืนยันตัวตนได้ ก็จัดได้ สำหรับโรงเรียนสามารถจัดกิจกรรมได้ เพราะสามารถที่จะยืนยันตัวตนเด็กและผู้ที่มาร่วมงาน ซึ่งขออนุญาตจากสำนักคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้อยู่แล้ว ในส่วนของภาคเอกชนที่จะเชิญชวนให้เด็กมาร่วมงานกิจกรรมวันเด็ก ยังทำไม่ได้” นายณัฏฐพล กล่าว

เมื่อผู้สื่อข่าวถามว่า การการแพร่ระบาดของเขื้อโควิด-19 ในสถานศึกษา นายณัฏฐพล กล่าวว่า สามารถควบคุมสถานการณ์ โดยเฉพาะข้อมูลที่ได้รับจากพื้นที่ ในพื้นที่เสี่ยงก็ได้มีการปิดโรงเรียน อย่างโรงเรียน ใน สพฐ.ปิดไปแล้ว 528 โรงเรียน อาชีวะ ปิดไป 20 วิทยาลัย ในภาคเอกชน มีการปิดไป 220 โรงเรียน ซึ่งก็เป็นไปตามสถานการณ์ในแต่ละพื้นที่มากสุด ได้แก่ จ.สมุทรสาคร กระทรวงศึกษาควบคุมสถานการณ์ ตามที่ ศบค.เสนอ ไม่ได้ครอบคลุมทั้งจังหวัด เพราะเรามีข้อมูลและอัตราความเสี่ยงไว้อย่างชัดเจน

‘สพฐ.’ อัพเดตล่าสุด พิษโควิดลาม ‘โรงเรียน’ ปิดแล้ว 885 แห่ง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540871

‘สพฐ.’อัพเดตล่าสุด พิษโควิดลาม ‘โรงเรียน’ปิดแล้ว 885 แห่ง

‘สพฐ.’อัพเดตล่าสุด พิษโควิดลาม ‘โรงเรียน’ปิดแล้ว 885 แห่ง

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 11.43 น.

‘สพฐ.’อัพเดตล่าสุด พิษโควิดลาม ‘โรงเรียน’ปิดแล้ว 885 แห่ง

24 ธันวาคม 2563 เพจเฟซบุ๊ก ประชาสัมพันธ์ สพฐ. หรือสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) สรุปรายงานสถานศึกษาที่ปิดการเรียนการสอน เนื่องจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ข้อมูล ณ วันที่ 24 ธันวาคม 2563 เวลา 09.00 น. ดังนี้

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) จำนวน 23 เขต รวม 651 โรงเรียน

สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา (สพม.) จำนวน 9 เขต รวม 234 โรงเรียน

ทั้งนี้ รวม 18 จังหวัด 32 เขตพื้นที่การศึกษา 885 โรงเรียน

สรุปรายงานสถานศึกษาที่ปิดการเรียนการสอน เนื่องจากสถานการณ์โรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) *ข้อมูล ณ วันที่ 24…โพสต์โดย ประชาสัมพันธ์ สพฐ. เมื่อ วันพุธที่ 23 ธันวาคม 2020

อพวช.แนะกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้ครูไทย แนวทางสร้างประสิทธิภาพติดปีกความรู้ยุคใหม่ทันสมัย #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540665

อพวช.แนะกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้ครูไทย  แนวทางสร้างประสิทธิภาพติดปีกความรู้ยุคใหม่ทันสมัย

อพวช.แนะกิจกรรมการเรียนรู้นอกห้องเรียนให้ครูไทย แนวทางสร้างประสิทธิภาพติดปีกความรู้ยุคใหม่ทันสมัย

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

การเรียนรู้นอกห้องเรียน ยังคงมีความสำคัญต่อการเรียนรู้ของนักเรียนไม่แพ้การเรียนในห้องเรียนเช่นกัน เพราะการหลุดออกมาจากพื้นที่สี่เหลี่ยมจะช่วยให้ผู้เรียนได้พบเจอกับโลกภายนอกที่มีหลายเรื่องราวให้ค้นหา และได้เปิดประสบการณ์ใหม่ที่ไม่เคยพบเจอ ซึ่งจะช่วยพัฒนาทักษะด้านต่างๆ และเกิดความเข้าใจต่อประเด็นการเรียนรู้ที่เกิดขึ้นอย่างลึกซึ้ง โดยในฝั่งของครูผู้สอนก็ต้องวางแผนว่าจะออกแบบการเรียนรู้อย่างไรให้เด็กได้มีปฏิสัมพันธ์กับกิจกรรมตามเป้าหมายที่วางไว้ เพื่อให้เกิดการเรียนรู้อย่างมีประสิทธิภาพสูงสุด

นางสาวศิรประภา ศรีสุพรรณ จากองค์การพิพิธภัณฑ์วิทยาศาสตร์แห่งชาติ (อพวช.) ในฐานะของคนที่มีบทบาทและคลุกคลีกับการสร้างประสบการณ์การเรียนรู้ ได้ให้คำแนะนำไว้ในเวิร์กช็อปออนไลน์หัวข้อ “การออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยการสร้างแก่นเรื่องโดยใช้สถานที่เป็นฐาน กรณีศึกษาการสร้างการเรียนรู้ในพิพิธภัณฑ์” ภายใต้มหกรรมทางการศึกษาเพื่อพัฒนาวิชาชีพครูครั้งที่ 13 หรือ EDUCA 2020 โดยบริษัท ปิโก (ไทยแลนด์) จำกัด (มหาชน)ที่ปีนี้ได้ปรับโหมดมาสู่การจัดงานออนไลน์เต็มรูปแบบ โดยกล่าวว่าเมื่อครูมีแผนออกแบบการจัดการเรียนรู้นอกสถานที่ หรือพานักเรียนไปทัศนศึกษานอกโรงเรียนจะต้องเตรียมข้อมูลพื้นฐานของสถานที่ดังกล่าวก่อนว่าเป็นอย่างไร และมีการนำเสนอเรื่องราวเกี่ยวกับอะไรบ้าง โดยหัวใจสำคัญคือการดึงจุดแข็งของสถานที่มาสร้างกิจกรรมต่างๆ ทั้งต้องสอดคล้องกับเป้าหมาย หรือธีมการเรียนรู้ที่จะเชื่อมโยงกับประสบการณ์ของนักเรียนระหว่างทำกิจกรรมซึ่งนี่เป็นลักษณะของการออกแบบกิจกรรมการเรียนรู้ด้วยการสร้างแก่นเรื่องโดยใช้สถานที่เป็นฐาน

คุณศิรประภา ศรีสุพรรณ

สำหรับการจัดกิจกรรม เพื่อการเรียนรู้ในพิพิธภัณฑ์นางสาวศิรประภาย้ำให้ความสำคัญว่า จุดเด่นอยู่ที่มีสิ่งจัดแสดงของนิทรรศการ และพื้นที่จัดแสดงเป็นโซนอย่างชัดเจน จึงสามารถกำหนดโซนต่างๆ เป็นฐานการเรียนรู้ได้ โดยครูต้องเลือกนิทรรศการที่ต้องการสื่อสารก่อน พร้อมทั้งสำรวจวัตถุจัดแสดงและเนื้อหานิทรรศการว่าจะผสมผสานกับการเรียนรู้ของนักเรียนได้อย่างไร แล้วสร้างความเชื่อมโยงแต่ละส่วนให้เป็นภาพใหญ่ เพื่อนำไปสู่การสร้างแก่นเรื่อง หลังจากนั้นจึงลำดับเรื่องราวประกอบข้อมูลตามแก่นเรื่องที่กำหนดไว้ และสร้างคำถามที่เน้นให้เด็กได้แสดงความคิดเห็น และใช้ประสาทสัมผัสต่างๆ ในการทำกิจกรรม

“พิพิธภัณฑ์เป็นสถานที่ที่มีตัวอย่างวัตถุและการจัดแสดงที่กระตุ้นให้ผู้ชมสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ซึ่งกระบวนการเรียนรู้โดยใช้สถานที่เป็นฐาน ควรส่งเสริมให้นักเรียนได้รู้จักการตีความ วิเคราะห์ และคิดเชื่อมโยงมากกว่าให้พวกเขาหาคำตอบจากป้ายข้อมูลและสิ่งจัดแสดงอย่างเดียว โดยการกำหนดจุดในการทำกิจรรมขึ้นอยู่กับระยะเวลาที่ใช้ในสถานที่นั้นๆ จำนวนและระดับชั้นของนักเรียน ซึ่งครูควรออกแบบการเรียนรู้และคำถามให้เหมาะสมตามวัยของเด็กหรือสอดคล้องกับหลักสูตรของระดับชั้นเป็นสำคัญ” พร้อมยกตัวอย่างประกอบคำพูดให้เห็นอย่างชัดเจนว่า “พิพิธภัณฑ์พระราม 9 มี Museum Trail หลายธีม เช่น ตามรอยโครงการพระราชดำริ, ชีวาพึ่งพาน้ำ, พืชเพื่อชีวิต, ที่พักพิง, อาชีพสร้างสรรค์…จุดประกายความรู้ โดยร้อยเรื่องของสิ่งแสดงที่เกี่ยวข้องเข้ามาเป็นธีมเดียวกัน และแต่ละธีมจะจัดเนื้อหาให้เหมาะสมกับการเรียนรู้ของเด็กแต่ละช่วงวัย เพื่อให้เด็กๆ มีปฏิสัมพันธ์กับนิทรรศการได้อย่างเต็มที่ สามารถตกผลึกออกมาเป็นความรู้ใหม่ในแบบที่เขาเข้าใจ ทำให้ได้ทั้งความสนุกและพัฒนาทักษะด้านต่างๆ ไปพร้อมกัน”นางสาวศิรประภา กล่าวสรุป

กระทบไหล่เด็กไทยไอเดียเจ๋ง! คิดค้นนวัตกรรมห่อผลไม้จากวัสดุธรรมชาติ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540664

กระทบไหล่เด็กไทยไอเดียเจ๋ง!  คิดค้นนวัตกรรมห่อผลไม้จากวัสดุธรรมชาติ

กระทบไหล่เด็กไทยไอเดียเจ๋ง! คิดค้นนวัตกรรมห่อผลไม้จากวัสดุธรรมชาติ

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เด็กเก่งจากโรงเรียนพนมสารคาม “พนมอดุลวิทยา” จังหวัดฉะเชิงเทรา ผู้คว้ารางวัลงานวิจัยดีเด่นด้านงานวิจัยที่เกี่ยวข้องกับสุขภาพและสภาวะโลกร้อน ภายใต้การสนับสนุนของ กองทุนสุขภาพกับสภาวะโลกร้อน สถาบันสิ่งแวดล้อมไทย โดยผลงานที่ได้รับรางวัลคือ “วัสดุห่อผลไม้เลียนแบบการสร้างปลอกหุ้มตัวหนอนของผีเสื้อหนอนปลอก” พร้อมรับทุนการศึกษา 50,000 บาท

น้องบลู-นางสาวผกาพรรณ ไชยวงษ์ อายุ 17 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.5 อาสาเล่าที่มาของผลงานให้ฟังว่า

“จุดเริ่มต้นของโครงงานวิจัยนี้เกิดจากการสังเกตและรับรู้ปัญหาของเกษตรกรผู้ปลูกมะม่วงซึ่งเป็นผลไม้เศรษฐกิจของชุมชนอาศัยอยู่รอบๆ บริเวณโรงเรียน และในเขตพื้นที่จังหวัดฉะเชิงเทรา ซึ่งส่วนใหญ่จะส่งขายในรูปแบบผลสด แต่ประสบปัญหาแมลงวันทองเข้าไปวางไข่ ทำให้เกิดหนอนชอนไชผลผลิตเสียหาย เกษตรกรจึงป้องกันโดยการใช้ถุงกระดาษซึ่งมีราคาสูง และขณะใช้งานอาจจะมัดปากกับขั้วผลมะม่วงไม่สนิท ทำให้มดแดงเข้าไปในถุงเป็นพาหะในการนำเพลี้ยแป้งซึ่งจะดูดน้ำเลี้ยงจากผลเข้าไปด้วย ทำให้ผลมะม่วงเจริญเติบโตไม่สมบูรณ์ นอกจากนี้ถุงกระดาษที่นำมาใช้ยังมีรูปทรงขนาดใหญ่ ต้านลม และแกว่งไป-มาทำให้ผลมะม่วงเสียดสีกับถุงกระดาษก่อให้เกิดบาดแผลและโรคแทรกซ้อนได้ จากปัญหาเหล่านี้จึงเกิดเป็นแนวคิดในการสร้าง ปลอกเทียมห่อผลมะม่วง โดยเลียนแบบการสร้างปลอกของผีเสื้อหนอนปลอก ซึ่งทำหน้าที่ป้องกันแมลงศัตรูพืชค่ะ”

น้องเต้-นายทวีทรัพย์ สร้อยสน อายุ 17 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.5 เล่าถึงขั้นตอนการผลิตว่า “วัสดุห่อผลไม้เลียนแบบการสร้างปลอกหุ้มตัวหนอนของผีเสื้อหนอนปลอก เกิดจากความคิด สร้างปลอกเทียมจากเส้นใยหญ้าเพื่อช่วยแก้ปัญหาเรื่องของแมลงต่างๆ ที่จะมารบกวนผลมะม่วงให้กลุ่มเกษตรกร พวกเราใช้เวลาคิดค้นและทดลองกว่า 2 ปี ด้วยการนำวัสดุเหลือใช้ ทรัพยากรทางธรรมชาติต่างๆ ที่อยู่รอบตัว มาปรับประยุกต์ใช้ ผิดบ้างถูกบ้าง จนกลายเป็นชิ้นงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้จริง โดยปลอกเทียม ที่พวกเราศึกษาและประดิษฐ์ขึ้นมาจากเส้นใยหญ้าแฝกที่มีอยู่เป็นจำนวนมากรอบบริเวณโรงเรียน หรือจะทดลองใช้เส้นใยหญ้าอื่นๆ ที่มีอยู่ในแต่ละท้องถิ่นแทนก็ได้ นำมาขึ้นรูปด้วยวุ้นน้ำหมักเพื่อประสานยืดเกาะเส้นใยเป็นแผ่นลักษณะคล้ายกระดาษสา และตัดเป็นทรงมีลักษณะเหมือนหนอนปลอกผนังรูปกระสวย ปากปลอกทั้ง 2 ด้านแคบและด้านบนชุบด้วยน้ำมันหอมระเหยยูคาลิปตัสที่พวกเราสกัดเอง ปลอกเทียมเคลือบด้วยน้ำยางพาราป้องกันน้ำและเชื้อราเข้าไปด้านในครับ”

น้องปลื้ม-นายธีรภัทร ศรีแก้ว อายุ 17 ปี กำลังศึกษาอยู่ชั้น ม.5 เล่าถึงความสำเร็จให้ฟังว่า “ผลงานที่พวกเราร่วมกันประดิษฐ์ขึ้น ได้ถูกนำไปให้เกษตรกรที่ปลูกมะม่วงทดลองใช้จริงในการห่อผลมะม่วงบนต้นเป็นระยะเวลา 45 วัน ตั้งแต่ห่อจนเก็บผลผลิต ปรากฏว่าปลอกเทียมป้องกันศัตรูพืชจำพวกแมลงวันทอง มดแดง และเพลี้ยแป้งศัตรูตัวร้ายของผลมะม่วงได้ 100% ในขณะที่ถุงกระดาษป้องกันแมลงวันทองได้ 100% แต่ไม่สามารถป้องกันมดแดงและเพลี้ยแป้งได้ ซึ่งปลอกเทียมใบละ 1-2 บาท แต่ถุงกระดาษห่อผลไม้ใบละ 2-3 บาท ในขั้นตอนการเก็บเกี่ยวปลอกเทียมจะทำหน้าที่ห่อหุ้มและกันกระแทกได้เทียบเท่าการห่อด้วยกระดาษ โฟม หรือวัสดุกันกระแทก หลังเก็บเกี่ยวผลผลิตเกษตรกรสามารถนำปลอกเทียมมาดัดแปลงเป็นภาชนะแทนการใช้ถุงพลาสติก เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม นอกจากนั้นปลอกเทียมยังมี QR Codeที่สามารถเก็บข้อมูลแหล่งที่มาของมะม่วงแต่ละผล เพื่อให้ผู้บริโภคมั่นใจและทราบข้อมูลก่อนรับประทาน และสุดท้ายนี้พวกเราขอขอบคุณกองทุนสุขภาพกับสภาวะโลกร้อนสถาบันสิ่งแวดล้อมไทย ที่เห็นถึงความสำคัญและได้ให้การสนับสนุนการสร้างสรรค์งานวิจัยในครั้งนี้ครับ”

วปธ.รุ่นที่ 17 เปิดอบรมรับงานภาครัฐโดยเฉพาะ พร้อมรับงานตามปีงบประมาณ 2563 สู้ภัยโควิด-19 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/540662

วปธ.รุ่นที่ 17 เปิดอบรมรับงานภาครัฐโดยเฉพาะ พร้อมรับงานตามปีงบประมาณ 2563 สู้ภัยโควิด-19

วันพฤหัสบดี ที่ 24 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

หลักสูตรวิชาชีพที่ปรึกษาธุรกิจ (วปธ.) ร่วมกับมูลนิธิเพื่อเอสเอ็มอีไทย จัดหลักสูตรที่ปรึกษา SMEs รุ่นที่ 17 เพื่อพัฒนาศักยภาพที่ปรึกษาธุรกิจสำหรับรับงานภาครัฐโดยเฉพาะ ตามปีงบประมาณ 2563 โดยมีหลายหน่วยงานราชการมุ่งส่งเสริมและพัฒนาผู้ประกอบการ พร้อมเร่งช่วยเหลือผู้ประกอบการท่ามกลางภาวะวิกฤติโควิด-19ที่ขับเคลื่อนผ่านผู้เชี่ยวชาญ โค้ช โดยเฉพาะที่ปรึกษาธุรกิจ

ดร.วิริยะ ลิขิตวงศ์ นายกสมาคมเครือข่ายที่ปรึกษาวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ในฐานะผู้อำนวยการหลักสูตรวิชาชีพที่ปรึกษาธุรกิจ กล่าวว่าหลักสูตรวิชาชีพที่ปรึกษาธุรกิจเป็นหลักสูตรแรกและหลักสูตรเดียวในประเทศที่ได้สร้างบุคลากรเป็นที่ปรึกษาธุรกิจให้คำปรึกษาแนะนำแก่ผู้ประกอบการ SME มาแล้วกว่า 500 คน ซึ่งถือได้ว่ามากที่สุดในประเทศ รวมถึงที่ผ่านมาได้สร้างและพัฒนาหลักสูตรที่ปรึกษาธุรกิจมาอย่างไม่หยุดนิ่ง โดยเฉพาะหลักสูตรรุ่นที่ 17 นี้ได้ปรับปรุงหลักสูตรให้เหมาะสมกับสถานการณ์ปัจจุบัน ด้วยการเรียนจริง ทำงานจริง เข้มข้นด้วยเนื้อหาและปรับหลักสูตรใหม่กว่า 7 วิชาพื้นฐาน 11 วิชาหลัก เสวนา 2 ครั้ง วิชาเสริมอีก4 วิชา ศึกษาดูงานอีก 8 แห่ง3 จังหวัด

ทั้งนี้ จะมีการมอบประกาศนียบัตรให้กับนักศึกษาที่จบหลักสูตรรุ่นที่ 16ในวันที่ 27 ธันวาคม 2563ที่อิมแพ็ค เมืองทองธานี ซึ่งได้รับเกียรติจากท่านอำพลเสนาณรงค์ ผู้เคยดำรงตำแหน่งองคมนตรี ในรัชกาลที่ 9มาเป็นประธานมอบประกาศนียบัตรในวันงาน

ทางด้าน อาจารย์ณกฤช วนาอินทรายุธ ผู้จัดการหลักสูตร วปธ. ได้กล่าวถึงการเรียนการสอน วปธ.17 นอกจากเข้มข้นจริงจัง แล้วยังต้องเตรียมพร้อมกับการรับงานจากหน่วยงานราชการอีกหลายหน่วยงานที่จะทยอยจัดซื้อจัดจ้างงานที่ปรึกษาตามงบประมาณปี 2563 

สำหรับผู้ที่สนใจเตรียมความพร้อมรับงานที่ปรึกษาธุรกิจ สมัครเรียนในหลักสูตรได้ตั้งแต่วันนี้ถึงวันที่ 10มกราคม 2564 และเปิดทำการเรียนการสอนในวันแรก วันอาทิตย์ที่17 มกราคม 2564 รวมระยะเวลาเรียน 6 เดือน โดยหลักสูตรวิชาชีพที่ปรึกษาธุรกิจ (วปธ.) รุ่นที่ 17 ได้รับการสนับสนุนทุนการศึกษาปีละ 1 ทุนทุนละ 135,000 บาท จากมูลนิธิเพื่อเอสเอ็มอีไทย โดยในปีนี้จะมอบพร้อมกัน 2 ทุน คือ ของปีกาศึกษา 2563 และ 2564ผู้ที่สนใจสามารถส่งประวัติเพื่อขอรับการพิจารณารับมอบทุนการศึกษาได้ที่ Facebook : หลักสูตรวิชาชีพที่ปรึกษาธุรกิจ

“เรียนหลักสูตร วปธ.ไม่เก่ง ทำงานไม่ได้ ก็ไม่รู้ว่าไงแล้วครับ” ดร.วิริยะ กล่าว