ชงทบทวนโครงการ 1 ตำบล 1 เกษตรทฤษฎีใหม่ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – ชงทบทวนโครงการ1ตำบล1เกษตรทฤษฎีใหม่ (naewna.com)

ชงทบทวนโครงการ1ตำบล1เกษตรทฤษฎีใหม่

ชงทบทวนโครงการ1ตำบล1เกษตรทฤษฎีใหม่

วันอังคาร ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ดร.ทองเปลว กองจันทร์ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เปิดเผยหลังเป็นประธานประชุมคณะกรรมการบริหารโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ครั้งที่ 7/2563 ที่ห้องประชุมโรงแรมทีเค พาเลซ & คอนเวนชั่น ว่า คณะกรรมการบริหารโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ มีมติเห็นชอบให้มีการเสนอขอทบทวนโครงการฯ ต่อคณะกรรมการกลั่นกรองการใช้จ่ายเงินกู้ (เพิ่มเติมอีก 3 ข้อ) ได้แก่ 1) ขอทบทวนพื้นที่เข้าร่วมโครงการ จาก 3 ไร่/ราย เป็น 2.5 ไร่ขึ้นไป/ราย หรือเป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารโครงการฯ กำหนด 2) การอบรมเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการจากเดิมหลักสูตร 4 วัน

3 คืน เพียงครั้งเดียว จะขอปรับเป็นการอบรมมากกว่า 1 ครั้ง เพื่อให้เกิดการพัฒนาให้เกษตรกรทำเกษตรทฤษฎีใหม่โดยปรับในรูปแบบการจัดเวทีชุมชน การศึกษาดูงานการแลกเปลี่ยนความรู้ เป็นต้น หรือเป็นไปตามที่คณะกรรมการบริหารโครงการฯกำหนด และ 3) กรณีเกษตรกรที่เข้าร่วมโครงการส่งเสริมเกษตรทฤษฎีใหม่ (5 ประสาน สืบสาน เกษตรทฤษฎีใหม่) หากพื้นที่ที่ร่วมโครงการขาดแหล่งน้ำ หรือมีแหล่งน้ำไม่เพียงพอทำเกษตร และต้องการเข้าร่วมโครงการ
1 ตำบล 1 เกษตรทฤษฎีใหม่ กระทรวงเกษตรฯ จะสนับสนุนเฉพาะการขุดบ่อเก็บกักน้ำ เพื่อทำให้เกิดจุดเรียนรู้เกษตรทฤษฎีใหม่ อย่างไรก็ตาม จะนำมติดังกล่าวเพื่อขอความเห็นชอบจากคณะรัฐมนตรีต่อไป

ทั้งนี้ (ข้อมูล ณ วันที่ 17 พฤศจิกายน 2563) กระทรวงเกษตรฯเปิดรับสมัครเกษตรกร และแรงงาน เข้าร่วมโครงการ 1 ตำบล 1 กลุ่มเกษตรทฤษฎีใหม่ ทั้ง 3 รอบ มีเกษตรกรสมัครเข้าร่วม 34,019 ราย ผ่านหลักเกณฑ์พิจารณาแล้ว 21,556 รายอยู่ระหว่างพิจารณา 792 ราย และไม่ผ่านหลักเกณฑ์การพิจารณา 11,670 ราย ในส่วนของการจ้างแรงงานมีผู้สมัครเข้าร่วมโครงการฯ 32,239 ราย ผ่านการพิจารณาแล้ว 19,996 ราย อยู่ระหว่าง การพิจารณา 2,380 ราย และไม่ผ่านหลักเกณฑ์การพิจารณา 9,863 ราย

เตือนชาวสวนรับมือหนอนชอนใบส้มโอ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – เตือนชาวสวนรับมือหนอนชอนใบส้มโอ (naewna.com)

เตือนชาวสวนรับมือหนอนชอนใบส้มโอ

วันอังคาร ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

กรมวิชาการเกษตร เตือนเกษตรกรสวนส้มโอในช่วงอากาศเย็นลงและมีลมแรงแบบนี้เฝ้าระวังการระบาดของหนอนชอนใบส้ม จะสามารถพบได้ในระยะที่ต้นส้มโอแตกใบอ่อน เกษตรกรจะพบผีเสื้อตัวเต็มวัย วางไข่ใต้เนื้อเยื่อใบใกล้เส้นกลางใบ เมื่อไข่ฟักเป็นตัวหนอนจะชอนไชเข้าไปทำลายกัดกินเนื้อเยื่ออยู่ในระหว่างผิวใบอ่อนและยอดอ่อน ตัวหนอนจะทำลายด้านใต้ใบมากกว่าบนใบ รอยทำลายจะสังเกตได้ง่ายตั้งแต่เริ่มทำลายโดยเห็นเป็น

เส้นทางสีขาวเรียวยาวในระยะเริ่มแรก และรอยทำลายจะปรากฏขยายใหญ่ขึ้นเป็นทางคดเคี้ยวไปมาบนใบ ส่งผลให้ใบมีลักษณะบิดงอลงทางด้านที่มีตัวหนอนทำลาย หากระบาดรุนแรง ตัวหนอนจะเข้าทำลายกิ่งอ่อนและผลอ่อน ซึ่งรอยแผลที่เกิดจากการทำลายของตัวหนอนจะเป็นช่องทางให้เชื้อแบคทีเรีย Xanthomonascitri subsp. citri ที่เป็นเชื้อสาเหตุของโรคแคงเกอร์เข้าทำลายซ้ำได้
เกษตรกรควรควบคุมบังคับต้นส้มให้แตกยอดพร้อมกัน เพื่อง่ายต่อการป้องกันกำจัด ช่วยควบคุมประชากรหนอนชอนใบส้มได้ดีขึ้น สะดวกในการดูแลรักษา ช่วยลดจำนวนครั้งในการพ่นสารเคมี และช่วยอนุรักษ์ศัตรูธรรมชาติที่พบมากในสวนส้ม ส่วนใบอ่อนที่พบหนอนชอนใบส้มเข้าทำลายมาก ให้เกษตรกรตัดและเก็บยอดอ่อนหรือใบอ่อนที่ถูกทำลายนำไปทำลายทิ้งนอกแปลงปลูก เพื่อลดปริมาณหนอนชอนใบส้มและช่วยในการแตกยอดของต้นส้มรุ่นต่อไป

นอกจากนี้ เกษตรกรควรหมั่นสำรวจสวนระยะที่ต้นส้มแตกใบอ่อน หากพบหนอนชอนใบส้มเข้าทำลายยอดอ่อนมากกว่า 50% ให้เกษตรกรพ่นด้วยสารฆ่าแมลงปิโตรเลียมสเปรย์ออยล์ 83.9% อีซี อัตรา 40 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารโคลไทอะนิดิน 16% เอสจี อัตรา 5 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารไทอะมีทอกแซม 25% ดับเบิลยูจี อัตรา 5 กรัมต่อน้ำ 20 ลิตร หรือสารอิมิดาโคลพริด 70% ดับเบิ้ลยูจี อัตรา 2 มิลลิลิตรต่อน้ำ 20 ลิตร โดยพ่นให้ทั่วทั้งหน้าใบและหลังใบ กรณีสำรวจพบว่ายังมีการระบาดของหนอนชอนใบส้มอยู่ให้พ่นซ้ำ อีกทั้งในการใช้ปิโตรเลียมสเปรย์ออยล์ในการป้องกันกำจัดหนอนชอนใบส้มให้มีประสิทธิภาพดีนั้น เกษตรกรต้องทำการพ่นสารโดยการใช้อัตราน้ำมากกว่าการพ่นสารฆ่าแมลงทั่วไป เพื่อให้สารน้ำมันเคลือบใบพืช

พระสงฆ์-ชาวบ้านกลุ่มฮักน้ำเลย จี้กรมชลศึกษาผลกระทบโครงการเขื่อนศรีสองรัก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ในประเทศ – พระสงฆ์-ชาวบ้านกลุ่มฮักน้ำเลย จี้กรมชลศึกษาผลกระทบโครงการเขื่อนศรีสองรัก (naewna.com)

พระสงฆ์-ชาวบ้านกลุ่มฮักน้ำเลย จี้กรมชลศึกษาผลกระทบโครงการเขื่อนศรีสองรัก

พระสงฆ์-ชาวบ้านกลุ่มฮักน้ำเลย จี้กรมชลศึกษาผลกระทบโครงการเขื่อนศรีสองรัก

วันจันทร์ ที่ 14 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 21.50 น.

เมื่อวันที่ 14 ธันวาคม 2563 ชาวบ้านในนามกลุ่มฮักน้ำเลยกว่า 150 คนและพระสงฆ์  เดินทางด้วยรถอีแต๊ก พร้อมด้วยป้ายผ้าเขียนข้อความต่างๆ ไปยังบริเวณหัวงานของโครงการก่อสร้างเขื่อนศรีสองรัก บ้านห้วยหินสอ ต.ปากตม อ.เชียงคาน จ.เลย เพื่อเรียกร้องให้กรมชลประทานทำการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม ก่อนที่จะเดินหน้าโครงการเขื่อนศรีสองรัก 

นางมุด อุ่นทุม ตัวแทนกลุ่มฮักน้ำเลยกล่าวว่า  โครงการเขื่อนศรีสองรักถูกผลักดันซึ่งกรมชลประทาน มาตั้งแต่ปี 2556 ได้ล่วงเลยมาเป็นระยะเวลามากกว่า 7 ปีแล้ว โดยกรมชลประทาน อ้างเหตุผลในการสร้างเขื่อนเพื่อแก้ปัญหาภัยแล้งและน้ำท่วม ต่อมาปี 2559 ในยุครัฐบาลคสช. ได้อนุมัติโครงการโดยใช้มูลค่างบประมาณลงทุนมากกว่า 5,000 ล้านบาท  โดยไม่ต้องการทำการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคม  ทั้งที่มีชุมชนที่ตั้งถิ่นฐานริมฝั่งแม่น้ำเลยจำนวนกว่า 70 ชุมชนอาจจะได้รับผลกระทบโดยตรงจากเขื่อนศรีสองรัก  

นางมุด กล่าวว่า การทำกิจกรรมวันนี้เพราะอยากย้ำจุดยืนเรื่องการคัดค้านโครงการเขื่อนศรีสองรัก เนื่องจากความกังวลใจโดยเฉพาะเรื่อง น้ำท่วม เพราะที่ผ่านมาชุมชนลุ่มน้ำเลยจะตกอยู่ในสถานการณ์เสี่ยงทันที หากเขื่อนเริ่มกักเก็บน้ำ ที่ผ่านมาชุมชนลุ่มน้ำเลยเคยมีประสบการณ์เผชิญกับปัญหาน้ำท่วมใหญ่มาแล้วในอดีต เมื่อปี 2521 กับ ปี 2545  นอกจากนี้ การศึกษาการวางโครงการฯ มีความผิดพลาดของกรมชลประทาน ไม่สอดคล้องกับภูมินิเวศของพื้นที่ลุ่มน้ำเลย  และยังละเลยการศึกษาความคุ้มค่าทางเศรษฐศาสตร์ของโครงการฯ ที่มีมูลค่าโครงการมากถึง 5,000 ล้านบาท รวมทั้งการปิดบังอำพรางข้อมูล “โครงการเขื่อนศรีสองรัก” และ “โครงการผันน้ำโขง เลย ชี มูล” ที่มีความเกี่ยวข้องกันโดยตรง  แต่กรมชลประทานมักอ้างเสมอว่า โครงการทั้ง 2 ไม่เกี่ยวข้องกัน และไม่สร้างความกระจ่างชัดด้านข้อมูลให้กับประชาชนในพื้นที่ จนเกิดความคลุมเครือ สิ่งเหล่านี้ได้กลายเป็นเหตุผลสำคัญในการคัดค้านโครงการฯ ของ กลุ่มฮักแม่น้ำเลย  ล่าสุดโครงการดังกล่าวยังมีแผนที่จะทำคันไดร์กั้นน้ำความยาวกว่า 21 กม.จากหัวงานเขื่อนตลอดลำน้ำเลย ซึ่งชาวบ้านมีความกังวลใจมากขึ้นกว่าเดิมเรื่องการสูญเสียที่ดินและน้ำท่วมนอกคันไดร์ดังกล่าว

ทั้งนี้เมื่อวันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2563 สถานการณ์การความขัดแย้งกรณีเขื่อนศรีสองรัก ได้นำไปสู่เวทีการพุดคุยเพื่อหาทางออกปัญหาร่วมกันระหว่าง กรมชลประทาน กับกลุ่มฮักแม่น้ำเลย โดยมีส่วนราชการจังหวัดเลย เป็นพยาน ณ ศาลากลางจังหวัดเลย  ในการประชุมวันนั้นมีข้อสรุปว่า ขอให้มีการตั้งคณะกรรมการศึกษาและประเมินผลกระทบต่อคุณภาพสิ่งแวดล้อมและสุขภาพของประชาชนหรือชุมชน ตามรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2560 มาตรา 58 ต่อโครงการเขื่อนศรีสองรัก โดยตัวแทนกรมชลประทาน ลงนามรับรองร่วมกับชาวบ้านว่า จะเป็นผู้ดำเนินการเสนอ กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อให้มีการดำเนินการแต่งตั้งคณะกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมจากโครงการเขื่อนศรีสองรัก ตามกฎหมายดังกล่าว 

ต่อมา เมื่อวันที่ 21 กันยายน 2563 มีการจัดเวทีสาธารณะ “ปัญหาความขัดแย้งของโครงการประตูระบายน้ำศรีสองรัก” ระหว่างกลุ่มฮักน้ำเลย มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ กรมชลประทาน เพื่อให้แสดงความคิดเห็นต่อการแก้ไขปัญหาระหว่างชาวบ้านและกรมชลประทานต่อโครงการดังกล่าว โดยยืนยันให้มีการศึกษาผลกระทบทางสิ่งแวดล้อมและสังคมของโครงการดังกล่าว ก่อนจะเดินหน้าโครงการ อย่างไรก็ตาม ชาวบ้านกลุ่มฮักน้ำเลยเห็นว่า  กรมชลประทานกลับใช้กลวิธีในการเตะถ่วงปัญหา ไม่ปฏิบัติการข้อตกลง และข้อเสนอของชาวบ้านในการตั้งคณะกรรมการฯ อีกทั้งบิดเบือนเจตนารมณ์การตั้งคณะกรรมการฯ โดยหันไปตั้งกรรมการในระดับจังหวัดแทน ซึ่งเคยแต่งตั้งมาก่อนและขาดประสิทธิภาพในการดำเนินการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น 

“พวกเรากลุ่มฮักแม่น้ำเลยจึงขอประณามกรมชลประทาน ที่ผิดคำสัญญาในการลงนามตามบันทึกข้อตกลงในการตั้งคณะกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมจากโครงการเขื่อนศรีสองรัก และขอเรียกร้องให้ กรมชลประทาน ดำเนินการติดตาม และประสานงานไปยัง กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในการแต่งตั้ง คณะกรรมการศึกษาผลกระทบสิ่งแวดล้อมและสังคมจากโครงการเขื่อนศรีสองรัก ตามข้อตกลงที่มีร่วมกัน”นางมุด กล่าว

คว้ารางวัลบุคคลคุณภาพแห่งปี 2020 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – คว้ารางวัลบุคคลคุณภาพแห่งปี 2020 (naewna.com)

คว้ารางวัลบุคคลคุณภาพแห่งปี 2020

คว้ารางวัลบุคคลคุณภาพแห่งปี 2020

วันอังคาร ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 16.46 น.

เป็นได้ทุกอย่าง เหนือกว่าคำว่า “ผู้หญิงเก่ง” ลาล่า-วิลาสินี ภาณุรัตน์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการตลาด อีฟ โรเช่ (ประเทศไทย) จำกัด หรือบอสสาว แห่ง อีฟ โรเช่คว้ารางวัล บุคคลคุณภาพแห่งปี 2020 ในฐานะบุคคลตัวอย่างในภาคธุรกิจแห่งปี 2020 สาขาธุรกิจของใช้ส่วนตัวและเวชภัณฑ์โดยมูลนิธิสภาวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งประเทศไทย (มสวท.)

เต็ดตรา แพ้ค จับมือพันธมิตรฉลองครบรอบ 10 ปี โครงการ ‘หลังคาเขียวเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – เต็ดตรา แพ้ค จับมือพันธมิตรฉลองครบรอบ 10 ปี โครงการ ‘หลังคาเขียวเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก’ (naewna.com)

เต็ดตรา แพ้ค จับมือพันธมิตรฉลองครบรอบ 10 ปี  โครงการ ‘หลังคาเขียวเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก’

เต็ดตรา แพ้ค จับมือพันธมิตรฉลองครบรอบ 10 ปี โครงการ ‘หลังคาเขียวเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก’

วันอังคาร ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เต็ดตรา แพ้ค ผู้นำเสนอโซลูชั่นการแปรรูปและบรรจุภัณฑ์อาหารชั้นนำของโลก จัดงานฉลองครบรอบ 10 ปี โครงการ “หลังคาเขียวเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก” ซึ่งได้รับความสำเร็จในการรวบรวมกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วจำนวน 254 ล้านกล่อง เพื่อนำไปรีไซเคิลเป็นแผ่นหลังคากว่า 66,700 แผ่น สามารถส่งไปช่วยเหลือผู้ประสบภัยพิบัติทางธรรมชาติ และชุมชนต่างๆ ที่ประสบความเดือดร้อนทั่วประเทศ โดยงานครั้งนี้จัดขึ้น ณ ห้างบิ๊กซี เอ็กซ์ตร้า รัชดาภิเษก ในงานมีทั้งนิทรรศการ เวิร์กช็อป การประกวด เกมทั้งแบบออฟไลน์และออนไลน์ ที่มาร่วมสนุกเรียนรู้วิธีการพับจัดเก็บกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วอย่างถูกต้องเพื่อการรีไซเคิลต่อไป

โครงการ “หลังคาเขียวเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก”ประสบความสำเร็จอย่างสูงในการรณรงค์จัดเก็บและรีไซเคิลกล่องเครื่องดื่มใช้แล้ว เพื่อนำไปผลิตเป็นแผ่นหลังคาสำหรับก่อสร้างบ้านและที่พักพิงให้แก่ผู้ที่ขาดแคลน ทั้งนี้เต็ดตรา แพ้ค ได้เปิดตัวโครงการหลังคาเขียวเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก เมื่อเดือนมิถุนายน พ.ศ. 2553 โดยได้รับความร่วมมือจากมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย และ บริษัท บิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) โดยมีทีวี 360 องศา เป็นพันธมิตรรายที่ 4 เข้าร่วมโครงการในปี พ.ศ.2558 ในการดำเนินงานโครงการฯ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด ยังได้รับการสนับสนุนจาก ศูนย์รีไซเคิลกล่องเครื่องดื่ม โดย บริษัท ไฟเบอร์พัฒน์ จำกัด และกรมส่งเสริมคุณภาพสิ่งแวดล้อม ในสังกัดกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม ซึ่งตลอดระยะเวลา 10 ปี โครงการหลังคาเขียวได้รับการตอบรับจากสาธารณชนอย่างดียิ่ง โดยมีอาสาสมัครนับพันรายเข้าร่วมกับโครงการ

นายฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุลกรรมการและผู้จัดการ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยกล่าวว่า มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย มุ่งให้ความช่วยเหลือผู้ที่ประสบภัยทั่วประเทศ เรามีวิธีการประเมินผลการทำงานที่เรียบง่ายมาก นั่นคือ การพิจารณาถึงจำนวนผู้คน ครอบครัว และชุมชนที่เราได้เข้าไปดำเนินการช่วยเหลือ และตลอดเวลา 10 ปีที่ผ่านมา โครงการหลังคาเขียวมีส่วนช่วยส่งเสริมการทำงานของเราเป็นอย่างมาก ด้วยการสนับสนุนแผ่นหลังคาให้แก่ผู้ที่กำลังต้องการบ้านอยู่อาศัยอย่างเร่งด่วน

นางวิภาดา ดวงรัตน์รองประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท บิ๊กซี ซูเปอร์เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) ห้างค้าปลีกในกลุ่มบีเจซี กล่าวว่า การดำเนินงานช่วง 10 ปีแรก ของโครงการหลังคาเขียว ประสบความสำเร็จเป็นอย่างมาก โดยเราเข้าร่วมโครงการในฐานะพันธมิตรถาวร เพื่อจัดตั้งจุดรับบริจาคกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วภายในห้างของเราให้ครอบคลุมทั่วประเทศ เรารู้สึกยินดีและภูมิใจว่าโครงการนี้ทำให้เราได้สร้างความผูกพันและใกล้ชิดกับลูกค้าของเรามากยิ่งขึ้น ผ่านการร่วมมือกันทำสิ่งที่ดีเพื่อสังคม

มร.เบิร์ท ยาน โพสท์ กรรมการผู้จัดการ บริษัท เต็ดตรา แพ้ค (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า เต็ดตราแพ้ค ภูมิใจที่ได้ริเริ่มโครงการหลังคาเขียวเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากและเป็นเกียรติที่ได้ร่วมงานกับพันธมิตรทุกคน ในการร่วมกันสร้างประโยชน์มากมายตลอด 10 ปีที่ผ่านมา เราจะยังคงมุ่งมั่นดำเนินงานต่อไปเพื่อรณรงค์ให้คนไทยร่วมกันช่วยเหลือชุมชนที่ขาดแคลนและร่วมปกป้องโลกของเราไปพร้อมกัน ซึ่งถือเป็นการช่วยรับมือกับความท้าทายสองเรื่องหลักในปัจจุบัน นั่นคือปัญหาสังคมและสิ่งแวดล้อมนั่นเอง

ทั้งนี้ โครงการหลังคาเขียวเพื่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากมีบทบาทสำคัญในการบริหารจัดการกล่องเครื่องดื่มใช้แล้วในประเทศไทยโครงการนี้ยังสนับสนุนความมุ่งมั่นของเต็ดตรา แพ้ค สู่การบริหารจัดการสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน ผ่านการส่งเสริมความร่วมมือระหว่างองค์กรทั้งภาครัฐและเอกชนในการสรรค์สร้างสิ่งแวดล้อมที่ดียิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังช่วยสร้างความตระหนักรู้ถึงความสำคัญของการรีไซเคิลและสร้างทัศนคติเชิงบวกต่อแนวคิดด้านความยั่งยืนในประเทศไทย สำหรับผู้ที่สนใจร่วมบริจาคกล่องเครื่องดื่ม สามารถนำมามอบไว้ได้จุดรับกล่อง ในห้างบิ๊กซีซูเปอร์เซ็นเตอร์ทุกสาขา และเรียนรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับโครงการ ได้ที่ www.greenroof.in.th หรือ www.facebook.com/thaigreenroof และศูนย์ข้อมูลของโครงการฯ เบอร์ 02-7478881

เริ่มต้นฤดูกาลที่ 16 ของ Thailand Phil ผ่านเสียงเพลงในแนวคิด ‘Beginning Again’ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – เริ่มต้นฤดูกาลที่ 16 ของ Thailand Phil ผ่านเสียงเพลงในแนวคิด ‘Beginning Again’ (naewna.com)

เริ่มต้นฤดูกาลที่ 16 ของ Thailand Phil ผ่านเสียงเพลงในแนวคิด ‘Beginning Again’

เริ่มต้นฤดูกาลที่ 16 ของ Thailand Phil ผ่านเสียงเพลงในแนวคิด ‘Beginning Again’

วันอังคาร ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา กก.อำนวยการ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล พร้อมด้วย คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย และ ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล

กลับมามอบความสุขผ่านเสียงดนตรีอีกครั้ง กับฤดูกาลที่ 16 ของ Thailand Phil ในแนวคิด “Beginning Again” ที่ประสานใจของนานาชาติให้เป็นหนึ่งเดียว A Celebration of Inter national Unity ด้วยรายการแสดงที่คัดเลือกเพลงจากหลากหลายประเทศ ผลักดันศิลปิน และนักแต่งเพลงชาวไทยสู่เวทีสากล ขับเคลื่อนจังหวัดนครปฐมเป็นเมืองดนตรี เชื่อมโยงชุมชนและสังคมด้วยเสียงเพลงจรรโลงจิตใจก้าวข้ามวิกฤติไปด้วยกัน

ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล เผยถึงเปิดฤดูกาลแสดง 16 วง Thailand Phil เผยว่า “ฤดูกาลนี้ ยังคงเน้นการพัฒนาด้านการศึกษา โดยมีโครงการศึกษาและพัฒนาสังคมร่วมกับวง Thailand Phil เช่น Master Class จากศิลปินรับเชิญ การให้นักศึกษาได้ร่วม sit in ในการซ้อมของวง และโครงการ Side by Side เปิดโอกาสให้คนทั่วไปได้ร่วมแสดง และเรียนรู้อย่างใกล้ชิดกับวงดุริยางค์-ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย ขณะที่พันธกิจในการมีส่วนร่วมกับชุมชนและสังคมยังคงทำต่อเนื่อง มุ่งเน้นการขับเคลื่อนและผลักดันให้จังหวัดนครปฐมได้รับการพิจารณาจากองค์การยูเนสโกให้เป็นหนึ่งในเมืองดนตรีจุดเด่นของรายการแสดงดนตรีในฤดูกาลที่ 16สดใหม่ เข้าถึงง่าย เพื่อให้ภาพลักษณ์ของการแสดงออร์เคสตราเป็นดนตรีสำหรับทุกคน ที่เราตื่นเต้นกันมากคือการแสดงของ อาจารย์ ณัฐ ยนตรรักษ์ บรมครูนักเปียโนของไทย เจ้าของรางวัลศิลปาธรสาขาคีตศิลป์ ประจำปี พ.ศ. 2549 ขึ้นเวทีเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีด้วยการแสดงเดี่ยวเปียโนในคอนแชร์โตของโมซาร์ต ในช่วงเทศกาลแห่งความสุข คอนเสิร์ต Christmas with the Thailand Phil รวบรวมเพลงคลาสสิกให้บรรยากาศฤดูหนาวและบทเพลงคริสต์มาสที่คุ้นเคยหลากหลายบทเพลง และเรายังสะท้อนจิตวิญญาณเทศกาลแห่งการให้

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา กก.อำนวยการ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล พร้อมด้วยคุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทยและ ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ คณบดีวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ ม.มหิดล, ศ.เกียรติคุณ พรชัย มาตังคสมบัติ, สู่ขวัญ บูลกุล และแขกผู้มีเกียรติ

โดยให้นักเรียนจากโรงเรียนที่ด้อยโอกาสได้เข้ามาชมคอนเสิร์ตฟรี และมีโปรโมชั่นพิเศษสำหรับโรงเรียนคาทอลิกและโรงเรียนนานาชาติได้เข้ามารับชม พอถึงเทศกาลวันเด็กก็เชิญเด็กๆ และครอบครัวมาชมการแสดงละครหุ่น“Pinocchio มหัศจรรย์หุ่นไม้จันทร์หอม” ซึ่งพิเศษกว่าที่ไหนๆ เป็นการผสมผสานเรื่องสุดคลาสสิกของพินอคคิโอ หุ่นกระบอก ดนตรีพื้นบ้าน ศิลปินนครปฐม ร่วมบรรเลงกับวงออร์เคสตรา แล้วก็มาถึงเทศกาลแจ๊สระดับโลก Thailand International Jazz Conference ณ ศาลายา ที่วง Thailand Phil บรรเลงกับศิลปินแจ๊สแถวหน้า ภายใต้การกำกับวงของวาทยกรหญิงดาวรุ่งประจำวงคนใหม่ดร.ภมรพรรณ โกมลภมร ส่วนคอนเสิร์ต TheLand of Smiles ก็ถือเป็นครั้งแรกของวงThailand Phil กับการแสดงอุปรากรเต็มรูปแบบยิ่งใหญ่อลังการ และสุดท้ายคือเทศกาลประจำปีThailand International Composition Festivalรวบรวมงานดนตรีของนักแต่งเพลงร่วมสมัยผู้กำลังโดดเด่นอยู่บนเวทีโลก แสดงให้เห็นว่านักแต่งเพลงนำการเปลี่ยนแปลงของโลก การแลกเปลี่ยนวัฒนธรรม และเทคโนโลยีสมัยใหม่มาเป็นแนวคิดการประพันธ์เพลง ทำให้วงการดนตรีคลาสสิกร่วมสมัยพัฒนาไปไกลมาก”

ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา

ด้าน ศ.ดร.นพ.ประสิทธิ์ วัฒนาภา กรรมการอำนวยการ วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ให้มุมมองที่น่าสนใจในการใช้ดนตรีช่วยจรรโลงสังคม “มหาวิทยาลัยมหิดล มิได้มุ่งเน้นเฉพาะด้านการแพทย์ หรือดูแลเฉพาะร่างกายของคนเท่านั้น การดูแลจิตใจก็เป็นเรื่องสำคัญ เนื่องจากดนตรีช่วยสังคมได้มากเยียวยาผู้คน ฟื้นฟูร่างกายและจิตใจได้ทั้งก่อนระหว่าง และหลังเจ็บป่วย ซึ่งนับเป็นการลดภาระทางการแพทย์อีกทางหนึ่ง ดนตรีมีบทบาทหลายๆ ด้านในช่วงสถานการณ์ COVID-19 ที่ประเทศต้องล็อกดาวน์ดนตรีก็เป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยเยียวยาผู้คนในขณะนั้นนักดนตรีเองก็มีการเล่นดนตรีร่วมกันในรูปแบบ Virtual Performance วง Thailand Phil เองก็ได้มีการนำบท “เพลงสามัคคีชุมนุม” และ “What’s a Wonderful World” มาแสดงในรูปแบบนี้เช่นกัน ซึ่งก็ได้รับการตอบรับอย่างดีในสังคม และก็เป็นตัวอย่างหนึ่งของการใช้ดนตรีในการดูแลจิตใจ”

คุณหญิงปัทมา ลีสวัสดิ์ตระกูล ประธานกรรมการวงดุริยางค์ฟีลฮาร์โมนิกแห่งประเทศไทย กล่าวเสริมถึงพันธกิจของวง Thailand Phil ว่า “การพัฒนาอย่างต่อเนื่องของวงออร์เคสตรา
ที่ได้ยกระดับดนตรีคลาสสิกของไทยให้ไปสู่ระดับนานาชาติ ไม่เพียงแค่มอบความบันเทิงทางดนตรีคลาสสิกเท่านั้น เรายังมุ่งก้าวเดินเพื่อสร้างประโยชน์ให้กับสังคมและชุมชนที่เราอยู่ร่วมกันและหลังจากสถานการณ์ โควิด-19 ดีขึ้น จะมีการเดินสายแสดงในยุโรป ซึ่งหมายถึงว่า Thailand Phil ได้ก้าวออกไปแสดงศักยภาพของวง ออร์เคสตราไทยในต่างประเทศ สร้างความภาคภูมิใจและชื่อเสียงให้ประเทศไทย “วง Thailand Philจะไป ปักหมุดหมายทางดนตรีให้กับประเทศ ซึ่งเป็นส่วนสำคัญในการผลักดันให้ จังหวัดนครปฐมได้รับการพิจารณาจากองค์การยูเนสโกให้เป็นหนึ่งในเมืองดนตรี”ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญ

ดร.ณรงค์ ปรางค์เจริญอ.ณัฐ ยนตรรักษ์ บรมครูนักเปียโนของไทย ขึ้นเวทีเป็นครั้งแรกในรอบหลายปีอ.ณัฐ ยนตรรักษ์ บรมครูนักเปียโนของไทย ขึ้นเวทีเป็นครั้งแรกในรอบหลายปี

อย่าคิดว่า ‘นอนกรน’ เป็นเรื่องปกติ อาจเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายถึงชีวิต #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – อย่าคิดว่า ‘นอนกรน’ เป็นเรื่องปกติ อาจเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายถึงชีวิต (naewna.com)

อย่าคิดว่า ‘นอนกรน’ เป็นเรื่องปกติ  อาจเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายถึงชีวิต

อย่าคิดว่า ‘นอนกรน’ เป็นเรื่องปกติ อาจเสี่ยงภาวะหยุดหายใจขณะหลับ อันตรายถึงชีวิต

วันอังคาร ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เป็นที่ทราบกันอยู่แล้วว่า คนเราควรนอนหลับให้ได้วันละไม่ต่ำกว่า 8 ชั่วโมง นอกจากการตื่นมาพร้อมกับความสดชื่น สามารถปฏิบัติภารกิจในแต่ละวันได้อย่างเต็มประสิทธิภาพแล้ว ยังลดความเสี่ยงในการเกิดโรคอีกด้วย แต่ในระหว่างที่เรานอนหลับนั้นอาจเกิดอาการต่างๆ ขึ้น โดยที่เจ้าตัวเองอาจจะไม่รู้ตัว เช่น การนอนกรน หรือภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ดูเผินๆ เหมือนจะไม่น่ากลัว แต่ในความเป็นจริงแล้วมีอันตรายถึงชีวิตได้

มีข้อมูลที่น่าสนใจจาก โรงพยาบาลพิษณุเวช อุตรดิตถ์ จังหวัดอุตรดิตถ์ในเครือ พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ โดย นายแพทย์ณัฎฐพงศ์ อื้อเศรษฐศักดิ์อายุรแพทย์ ประจำโรงพยาบาลพิษณุเวชอุตรดิตถ์ เกี่ยวกับอาการเหล่านี้มาให้ได้ลองสังเกตกัน

นอนกรน อันตรายจริงไหม ? เป็นความจริง เพราะอาการนอนกรน บ่งบอกถึงการอุดกั้นทางเดินหายใจส่วนบน ซึ่งมีความสัมพันธ์โดยตรงต่อภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ทำให้ผู้ป่วยนอนหลับไม่สนิท สะดุ้งตื่นเป็นช่วงๆ ง่วงนอนในเวลากลางวัน มีแนวโน้มเกิดอุบัติเหตุจราจรหรือจากการทำงานมากกว่าคนทั่วไป นอกจากนี้ยังพบว่ามีความเสี่ยงสูงต่อโรคความดันโลหิตสูงกล้ามเนื้อหัวใจตายเฉียบพลันจากการขาดเลือด ภาวะหัวใจเต้นผิดจังหวะ โรคหลอดเลือดสมอง และภาวะเสื่อมสมรรถภาพทางเพศอีกด้วย

นพ.ณัฎฐพงศ์ อื้อเศรษฐศักดิ์

เด็กนอนกรน สังเกตอย่างไร ?ในเด็กอาจมีอาการนอนกรนได้เช่นกัน โดยเฉพาะในเด็กที่มีท่าทางการนอนที่ผิดปกติ เช่น ชอบนอนคว่ำ นอนตะแคง หรือเด็กที่ไม่มีสมาธิที่จะทำอย่างใดอย่างหนึ่งได้นาน หรืออาการสมาธิสั้น (Attention Deficit Disorder : ADD) เด็กที่หงุดหงิดง่าย และปัสสาวะราดในเวลากลางคืน พ่อแม่ผู้ปกครองควรหมั่นสังเกตบุตรหลานว่ามีอาการข้างต้นหรือไม่

ลดอาการกรนด้วยวิธีแปะปากแปะคาง (ไม่ให้อ้า) ช่วยได้จริงไหม? วิธีดังกล่าวข้างต้น ไม่สามารถช่วยแก้อาการนอนกรนได้ ในทางการแพทย์วิธีที่สามารถรักษาอาการนอนกรนได้ คือ การใช้เครื่องมือทางทันตกรรมช่วยเลื่อนขากรรไกรลงมาทางด้านหน้า เพื่อทำให้ทางเดินหายใจกว้างขึ้น หรือการใช้เครื่องเป่าลมในทางเดินหายใจส่วนบน (Continuous Positive Airway Pressure : CPAP) ก็สามารถช่วยได้เช่นกัน โดยเป็นการนำหน้ากากครอบจมูก ขณะนอนหลับ หน้ากากจะต่อเข้ากับเครื่องที่สามารถขับลมแรงดันบวกออกมาขยายทางเดินหายใจให้กว้างขึ้น

รับประทานอาหารและเครื่องดื่มอย่างไร เพื่อหลีกเลี่ยงการนอนกรน?หลีกเลี่ยงยา หรือ เครื่องดื่ม ที่มีฤทธิ์กดประสาทส่วนกลาง เช่น เครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์ ยานอนหลับ ยากล่อมประสาท ยาลดน้ำมูกชนิดที่ทำให้ง่วง

รู้ได้อย่างไร ว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ มีอันตรายถึงชีวิตได้ เช่นกัน หากปล่อยไว้ ดังนั้นควรหมั่นสังเกตตนเองหรือให้คนใกล้ชิดช่วยสังเกต ว่ามีภาวะนี้เกิดขึ้นกับเราหรือไม่ โดยอาการที่บ่งบอกว่าอาจมีภาวะหยุดหายใจขณะนอนหลับ คือ มีอาการหายใจขัด หายใจไม่สะดวก คล้ายสำลักน้ำลาย มีอาการสะดุ้งผวาหรือหายใจแรงเหมือนขาดอากาศหลังจากหยุดหายใจ นอนกรน นอนกระสับกระส่ายมาก

การตรวจ Sleep Test สำหรับผู้ที่มีภาวะการหยุดหายใจขณะนอนหลับ ควรปรึกษาแพทย์ โดยทางการแพทย์จะใช้เครื่องมือ Sleep Test ในการตรวจ เหมาะสำหรับ ผู้ที่มีอาการนอนกรน และผู้ที่มีอาการที่บ่งบอกว่ามีภาวะหยุดหายใจขณะหลับ ได้แก่ ตื่นนอนตอนเช้าด้วยความอ่อนล้า ไม่สดชื่น นอนไม่เต็มอิ่ม ทั้งๆ ที่ได้นอนพักอย่างเต็มที่หงุดหงิดอารมณ์เสียง่าย ง่วงนอนตอนกลางวันเผลอหลับกลางวัน นอนหลับไม่ราบรื่น เช่น ฝันร้าย ละเมอ กระสับกระส่าย หายใจขัด หายใจไม่สะดวกขณะนอนหลับ มีอาการสะดุ้งผวา หายใจแรงเหมือนขาดอากาศหลังจากหยุดหายใจ ประสิทธิภาพในการทำงาน หรือผลการเรียนแย่ลง เพราะอาการง่วง ขาดสมาธิ

หากตัวเรา หรือคนใกล้ชิดมีอาการเหล่านี้ ไม่ควรนิ่งนอนใจ ควรปรึกษาแพทย์ หรือหากมีข้อสงสัยเกี่ยวกับเรื่องสุขภาพอื่นๆ สามารถขอคำปรึกษาจากทีมแพทย์โรงพยาบาลในเครือบริษัท พริ้นซิเพิล เฮลท์แคร์ จำกัด ได้ทั้ง 11 แห่ง ใน 10 จังหวัด สามารถติดตามสาระดีๆ เกี่ยวกับการแพทย์ได้ที่เฟซบุ๊ค : Principal Healthcare Company

การรับมือมหันตภัย PM2.5 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – การรับมือมหันตภัย PM2.5 (naewna.com)

การรับมือมหันตภัย PM2.5

การรับมือมหันตภัย PM2.5

วันอังคาร ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

PM2.5 เป็นมลพิษทางอากาศที่สำคัญจากการกระทำของมนุษย์ ไม่ว่าจะเป็นไอเสียจากยานพาหนะการเผาไหม้ในครัวเรือนและที่โล่งแจ้งควันและก๊าซจากโรงงานอุตสาหกรรมฝุ่นจากการก่อสร้าง และสารที่เกิดจากกระบวนการทางเกษตรกรรม โดยปริมาณฝุ่นจะเพิ่มขึ้นในช่วงปลายปีถึงต้นปีที่มีอากาศเย็นและนิ่ง สำหรับองค์ประกอบของ PM2.5 ในแต่ละพื้นที่จะมีความแตกต่างกันไปขึ้นกับแหล่งกำเนิด สารพิษที่เป็นองค์ประกอบสำคัญ คือ แบล็คคาร์บอน โพลีอะโรมาติกไฮโดรคาร์บอน และโลหะหนัก

เมื่อเข้าสู่ร่างกายจะก่อให้เกิดการอักเสบรุนแรงและการเปลี่ยนแปลงทางชีววิทยาของเนื้อเยื่อตั้งแต่จมูกลงไปจนถึงปอด ส่งผลให้ในระยะสั้นให้เกิดการระคายเคืองจมูก มีน้ำมูก เจ็บคอ และไอ ตามมาด้วยการเกิดปอดอักเสบติดเชื้อง่ายขึ้น รวมทั้งไวรัสโควิด-19 ผู้ที่มีโรคปอดเรื้อรัง เช่นโรคหืดและโรคถุงลมโป่งพองจะเกิดการกำเริบของโรค ส่วนในระยะยาวจะทำให้สมรรถภาพปอดถดถอยจนเกิดโรคถุงลมโป่งพองโดยที่ไม่สูบบุหรี่และมีโอกาสเป็นมะเร็งปอดเพิ่มขึ้น

เนื่องจาก PM2.5 สามารถหลุดรอดผ่านกระแสเลือดจากปอดไปทำลายอวัยวะต่างๆ ได้ทั่วร่างกายด้วย จึงทำให้เกิดโรคความดันโลหิตสูงโรคหลอดเลือดหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคไตเรื้อรังตามมา รวมถึงโรคสำคัญอื่นๆ อีกมากมาย เช่นเบาหวาน ผิวหนังเหี่ยวย่น ตาแห้งจอรับภาพที่ตาเสื่อม และสมรรถภาพทางเพศถดถอย ฯลฯ

ปัจจุบันประเทศไทยมีความตื่นตัวเรื่อง PM2.5 ในทุกภาคส่วนกันมากขึ้น จำเป็นต้องมีการบูรณาการของทั้งภาครัฐและภาคประชาชนเพื่อหามาตรการควบคุมแหล่งกำเนิด ลดการสูญเสียโดยมีการเฝ้าระวังคุณภาพอากาศพร้อมมีการแจ้งเตือนภัยที่รวดเร็ว รวมถึงปรับค่าเตือนภัยให้เหมาะสมกับกลุ่มคนเปราะบางคือ เด็ก คนท้อง คนชรา และคนมีโรคปอด/หัวใจ/สมอง/ไตเรื้อรัง รณรงค์ให้ประชาชนปรับเปลี่ยนพฤติกรรมกลางแจ้งพร้อมใช้หน้ากากป้องกันฝุ่นอย่างถูกต้องหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องจัดหาหน้ากากทุกชนิดให้ประชาชนมีใช้อย่างเพียงพอ ผลิตและจัดหาอุปกรณ์ป้องกันในที่พักอาศัยโดยเฉพาะเครื่องฟอกอากาศและแผ่นกรองอากาศที่มีประสิทธิภาพและราคาย่อมเยา รวมถึงจัดหาสถานที่หลบภัยสาธารณะในช่วงอากาศวิกฤติสำหรับประชาชนที่ขาดความพร้อมและมีความจำเป็นต้องทำงานกลางแจ้ง เช่น พนักงานทำความสะอาดถนน หรือผู้ขับขี่ยานพาหนะสาธารณะ ฯลฯ

ลดฝุ่น ลดโลกร้อน ยืดอายุปอดและอายุเรา

รองศาสตราจารย์นายแพทย์นิธิพัฒน์ เจียรกุล

นายกสมาคมอุรเวชช์แห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ สนองพระปณิธาน สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ สนองพระปณิธาน สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี (naewna.com)

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่  สนองพระปณิธาน สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดโครงการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ สนองพระปณิธาน สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี

วันอังคาร ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ศ.นพ.นิธิ มหานนท์

ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เปิดตัว“โครงการพัฒนาการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่หลากหลาย” ซึ่งเป็นโครงการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ให้กับประชาชนไทยอายุระหว่าง 50-70 ปี จำนวน 1,300 ราย โดยไม่มีค่าใช้จ่าย สนองพระปณิธานใน ศาสตราจารย์ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงมุ่งหวังให้ประชาชนมีสุขภาพที่ดีและมีคุณภาพชีวิตที่ได้มาตรฐาน โดยเฉพาะผู้ที่ยากไร้และด้อยโอกาสให้สามารถเข้าถึงการรักษาที่ดีเยี่ยมเทียบเท่าระดับสากล

ศาสตราจารย์ นายแพทย์นิธิมหานนท์ เลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เผยถึงพระกรุณาธิคุณใน ศาสตราจารย์ ดร.สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒนวรขัตติยราชนารี องค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ว่าทรงมีพระเมตตาและพระกรุณาธิคุณต่อประชาชนชาวไทย โดยทรงมีพระวิสัยทัศน์ในการวางรากฐานการดำเนินงานด้านต่างๆ ที่นำความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีมาประยุกต์ใช้ เพื่อยกระดับการรักษาพยาบาลให้ทัดเทียมมาตรฐานสากล พร้อมทั้งมีพระประสงค์ที่จะยกระดับการศึกษาด้านการแพทย์และวิทยาศาสตร์สุขภาพในประเทศไทย เน้นการพัฒนานวัตกรรมค้นคว้าสร้างองค์ความรู้ใหม่ผ่านกระบวนการวิจัยที่เป็นมาตรฐานสากล และนำมาปฏิบัติใช้ได้อย่างเป็นรูปธรรมเพื่อนำไปสู่การพัฒนาคุณภาพชีวิตให้กับคนไทยในทุกถิ่นฐานอย่างยั่งยืน รวมทั้งพระปณิธานอันแน่วแน่ในการช่วยเหลือผู้ที่ต้องทนทุกข์จากโรคมะเร็ง ควบคู่กับการส่งเสริมป้องกันมะเร็งเพื่อให้ผู้ป่วยมะเร็งมีโอกาสรอดชีวิตมีอายุยืนยาวขึ้น และมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น

ด้าน ศาสตราจารย์ ดร.แพทย์หญิงจิรายุ เอื้อวรากุล รองอธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ฝ่ายวิจัยนวัตกรรมและวิเทศสัมพันธ์ และคณบดีคณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข กล่าวถึงที่มาของโครงการ ว่า จากพระปณิธานขององค์ประธานราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ที่ทรงมีพระเมตตาและพระกรุณาธิคุณต่อประชาชนชาวไทยจึงได้เกิดโครงการอันสืบเนื่องมาจากพระปณิธานเกี่ยวกับการศึกษาวิจัยทางด้านโรคมะเร็งขึ้น ภายใต้โครงการบำเพ็ญพระกุศลฯ เนื่องในโอกาสวันคล้ายวันประสูติ4 กรกฎาคม ของทุกปี นับตั้งแต่ปี พ.ศ.2552 เป็นต้นมา โดยมีการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับโรคมะเร็งในหลากหลายชนิดและเคยได้ดำเนินการศึกษาวิจัยเกี่ยวกับการคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักมาแล้วถึง 2 โครงการด้วยกัน ได้แก่ โครงการบำเพ็ญพระกุศลฯ ปี 2552 “โครงการคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก” และโครงการบำเพ็ญพระกุศลฯ ปี 2556 “โครงการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่กลุ่มที่ 2” โดยจากการตรวจประชาชนชาวไทยที่มีอายุ 50-65 ปี จำนวนทั้งสิ้น 3,231 ราย พบผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนัก จำนวน 30 ราย เป็นระยะที่ 1 และ 2 ที่ยังไม่ได้มีการแพร่กระจายประมาณ 80-90% และในโครงการยังมีการตรวจพบเป็นติ่งเนื้อที่มีความเสี่ยงต่อการกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่อีก จำนวน 701 ราย ภายหลังให้การรักษาทำให้ผู้เข้าร่วมในโครงการนี้มีชีวิตยืนยาวขึ้น ต่างจากกลุ่มผู้ป่วยมะเร็งลำไส้ใหญ่ที่ไม่ได้รับการวินิจฉัยผ่านการตรวจคัดกรองซึ่งจะเป็นโรคในระยะแพร่กระจายถึง 70-80% ลดการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่และทวารหนักได้ นับเป็นพระกรุณาธิคุณจากพระองค์ท่านต่อผู้เข้าร่วมโครงการในครั้งนั้นอย่างยิ่ง จึงเป็นที่มาของการพัฒนาโครงการตรวจคัดกรองมะเร็ลำไส้ใหญ่ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่หลากหลายในครั้งนี้

ศาสตราจารย์ แพทย์หญิงจิรพร เหล่าธรรมทัศน์ รองอธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ฝ่ายประชาสัมพันธ์และการตลาด และคณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ ได้กล่าวถึงเทคโนโลยีด้านภาพวินิจฉัยที่ทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้นำเข้ามาใช้ในการตรวจในโครงการนี้ว่า การตรวจหารอยโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่อีกวิธีหนึ่ง คือ การตรวจด้วยเครื่องเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ลำไส้ใหญ่ (CT colonography) ซึ่งสามารถสร้างภาพของลำไส้ใหญ่ได้คล้ายกับการส่องกล้องและมีประสิทธิภาพสูง โดยสามารถค้นหาติ่งเนื้อในลำไส้ใหญ่ ขนาด 6 มิลลิเมตร ที่ค่า Sensitivity 82.9%, Specificity 91.4% และติ่งเนื้อขนาด 10 มิลลิเมตร ที่ค่า Sensitivity 87.9%, Specificity 97.6% ซึ่งติ่งเนื้อเหล่านี้ถ้าทิ้งนานไปอาจกลายเป็นมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ และมีเทคนิคการตรวจที่สามารถลดการตรวจจับผิดว่าอุจจาระที่ติดค้างในลำไส้เป็นติ่งเนื้อ ส่งผลให้การตรวจมีความแม่นยำเพิ่มขึ้น และวิธีการตรวจ CT Colonography นี้ยังสามารถใช้เสริมการตรวจโดยวิธีส่องกล้องในการดูมะเร็งลำไส้ใหญ่ระยะต่างๆ ซึ่งมีลำไส้อุดตันและไม่สามารถผ่านกล้องเข้าไปได้ นอกจากนี้ ยังสามารถดูผนังด้านนอกของลำไส้ใหญ่ และอวัยวะภายในช่องท้องซึ่งไม่สามารถเห็นด้วยการส่องกล้องได้ด้วย

นอกจากนี้ ผู้ช่วยศาสตราจารย์นายแพทย์บัญชร ศิริพงศ์ปรีดา หัวหน้าโครงการฯ และผู้ช่วยคณบดีฝ่ายประกันคุณภาพการศึกษาคณะแพทยศาสตร์และการสาธารณสุข ได้กล่าวถึงประโยชน์ของโครงการนี้ว่า เป็นโครงการศึกษาประสิทธิภาพของวิธีการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ซึ่งในปัจจุบันมีหลากหลายวิธีทั้งการตรวจเลือด ตรวจอุจจาระ ตรวจปัสสาวะ การตรวจทางรังสี การ
เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ โดยในโครงการนี้จะมุ่งการตรวจหลัก 2 วิธี คือการตรวจโดยใช้เอกซเรย์คอมพิวเตอร์ หรือที่เรียกว่า CT Colonography และการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ หรือการทำ Colonoscopy ซึ่งจะมีการศึกษาควบคู่ไปกับวิธีการตรวจเลือด ตรวจอุจจาระ ตรวจปัสสาวะเพื่อหาเทคโนโลยีที่มีประสิทธิภาพสูงและเหมาะสมกับประชากรที่จะมีลักษณะแตกต่างกันในแต่ละบุคคล และเหมาะสมกับสภาพเศรษฐกิจของประเทศต่อไป นอกจากนี้ ยังมีการศึกษาความสัมพันธ์ของอาหารที่รับประทาน และแบคทีเรียในทางเดินอาหารที่แตกต่างกันในแต่ละบุคคลกับการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่อีกด้วย โดยข้อมูลที่ได้จากการศึกษาเหล่านี้จะถูกนำไปใช้พัฒนาเทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ หรือ AI เพื่อช่วยในการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ต่อไป

ปัจจุบันโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เป็นโรคมะเร็งที่พบบ่อยอยู่ใน 3 อันดับแรกของโรคมะเร็งในประเทศไทย และเป็นมะเร็งที่มีแนวโน้มเพิ่มมากขึ้นเรื่อยๆ ทั้งในเพศหญิงและเพศชาย ซึ่งในรอบ 10 ปีที่ผ่านมา มีผู้เสียชีวิตจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ในประเทศไทยเพิ่มสูงขึ้นถึง 2.4 เท่า การตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ ช่วยให้เราตรวจพบผู้ป่วยได้ในระยะเริ่มแรกซึ่งยังไม่มีการแพร่กระจายได้มากขึ้น และเมื่อผู้ป่วยได้รับการรักษาตามมาตรฐานจะมีผลการรักษาดีกว่าการรักษาในระยะที่มะเร็งแพร่กระจายแล้วเป็นอย่างมากและลดอัตราการเสียชีวิตจากโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้ รวมทั้งการคัดกรองยังช่วยป้องกันการเกิดโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่เมื่อตรวจพบความผิดปกติในลำไส้ใหญ่ที่มีความเสี่ยงต่อการกลายเป็นมะเร็ง และให้การรักษาที่เหมาะสมก็จะลดโอกาสเกิดโรคมะเร็งในผู้รับการตรวจและลดอุบัติการณ์โรคมะเร็งลำไส้ใหญ่ได้อีกด้วย

สำหรับ “โครงการพัฒนาการตรวจคัดกรองมะเร็งลำไส้ใหญ่ ด้วยเทคโนโลยีทางการแพทย์ที่หลากหลาย”เป็นโครงการที่จะให้บริการตรวจคัดกรองโรคมะเร็งลำไส้ใหญ่หลากหลายวิธีทั้งการตรวจเลือด ตรวจอุจจาระ ตรวจปัสสาวะ การตรวจทางรังสี การเอกซเรย์คอมพิวเตอร์ และการส่องกล้องลำไส้ใหญ่ให้แก่ประชาชนโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ซึ่งจะเปิดรับสมัครให้ประชาชนชาวไทย อายุระหว่าง 50-70 ปี ที่ไม่เคยมีประวัติเป็นโรคมะเร็ง และไม่เคยส่องกล้องลำไส้ใหญ่มาก่อนเข้าร่วมโครงการ จำนวน 1,300 ราย สามารถสมัครผ่านช่องทางออนไลน์ได้ที่ crcscreen.cra.ac.th ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป จนกว่าจะเต็มจำนวน หรือสมัครทางโทร.ที่เบอร์ 02-5766000 ต่อ 8421-4สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมโทร.02-5766000 ต่อ 8411 ในวันและเวลาราชการ

Properties Zone by Naewna : 15 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

ผู้หญิง – Properties Zone by Naewna : 15 ธันวาคม 2563

Properties Zone by Naewna : 15 ธันวาคม 2563

Properties Zone by Naewna : 15 ธันวาคม 2563

วันอังคาร ที่ 15 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ให้เช่าที่ดินพื้นที่ 100 ตารางวาในโครงการบ้านสวนเจ้าพระยา บางปะอินพระนครศรีอยุธยา เหมาะสำหรับที่home stay หรือที่พักผู้สูงอายุที่ต้องการคนดูแลใกล้ชิด

โครงการ Victory Villaโครงการหรูระดับ Super Hi-Endเพียง 5 หลังเท่านั้น ออกแบบและตกแต่งบ้าน โดยบริษัท Create Great Design จำกัด พื้นที่ตั้งแต่ 125-155ตารางวา เลือกแบบบ้านได้ 5 แบบ สามารถติดตั้งลิฟต์และห้องนิรภัยได้ราคา 18-22 ล้านบาท โครงการอยู่ใกล้สี่แยกรวมโชค ห่างจากห้างเซ็นทรัลเฟสติวัล 1.8 กิโลเมตร)

ให้เช่าที่ดินทำโกดังสินค้า หรือสำนักงาน ระยะเวลา 5-10 ปี พื้นที่2 ไร่ บนถนนสุขุมวิท เขต ต.วัดโบสถ์ อ.พนัสนิคม ชลบุรี

คอลัมน์ Properties Zone by Naewna มีวัตถุประสงค์เพื่อเป็นช่องทางพบปะโดยตรงระหว่างผู้ขายกับผู้ซื้อ โดยไม่ผ่านนายหน้า เพื่อให้การเจรจาซื้อขายทรัพย์สินต่างๆ เกิดขึ้นโดยตรง หากคุณมีความประสงค์จะขายทรัพย์สิน อาทิ ที่ดิน บ้าน งานศิลปะ สามารถติดต่อและส่งรายละเอียดของทรัพย์สินได้ที่ คอลัมน์ Properties Zone by Naewna หนังสือพิมพ์แนวหน้า เลขที่ 96 หมู่ 3 ถนนวิภาวดีรังสิต แขวงตลาดบางเขน เขตหลักสี่ กรุงเทพฯ 10210 หรือ Line ID 0917233615 กรุณาระบุรายละเอียดทรัพย์สิน ราคาจำหน่าย ชื่อเจ้าของทรัพย์สิน และหมายเลขโทรศัพท์
หรือช่องทางการติดต่ออื่นๆ ที่สามารถติดต่อได้สะดวกมาด้วย