‘สมเด็จพระสังฆราช’ ทรงวางศิลาฤกษ์ สร้างสถานปฏิบัติธรรม-พื้นที่เกษตรทฤษฎีใหม่ คลอง 9 จ.ปทุมธานี #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541606

‘สมเด็จพระสังฆราช’ ทรงวางศิลาฤกษ์ สร้างสถานปฏิบัติธรรม-พื้นที่เกษตรทฤษฎีใหม่ คลอง 9 จ.ปทุมธานี

‘สมเด็จพระสังฆราช’ ทรงวางศิลาฤกษ์ สร้างสถานปฏิบัติธรรม-พื้นที่เกษตรทฤษฎีใหม่ คลอง 9 จ.ปทุมธานี

วันจันทร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 07.00 น.

ณ โอกาสอันเป็นมงคลยิ่ง เพื่อเฉลิมฉลองศุภมงคลสมัย 150 ปี แห่งการสถาปนาวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม และเพื่อเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระสังฆราชทั้ง 3 พระองค์แห่งวัดราชบพิธ ฯ ได้แก่ พระเจ้าวรวงศ์เธอ กรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ สมเด็จพระสังฆราชเจ้า สมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงชินวราลงกรณ และสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ (อมฺพร มหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก อีกทั้งเพื่อเฉลิมฉลองศุภมงคลสมัย ฉลองพระชนมายุครบ 8 รอบ สมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) ที่จะเวียนมาบรรจบในวันที่ 26 มิถุนายน 2566 นี้

ทางวัดราชบพิธสถิตมหาสีมารามจึงได้มีดำริสร้างสถานปฏิบัติธรรมขึ้น และอัญเชิญพระนามของสมเด็จพระอริยวงศาคตญาน (อมฺพรมหาเถร) สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เจ้าอาวาสวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม ขนานนามว่า “สถานปฏิบัติธรรมสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) ” เพื่อสร้างรมณียสถานอันสัปปายะต่อการบำเพ็ญสมณธรรมและเจริญจิตภาวนา ทั้งยังเป็นศูนย์การเรียนรู้พุทธศาสนาสำหรับพุทธศาสนิกชนทั่วไป

สถานปฏิบัติธรรมสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) ตั้งอยู่ ณ คลอง 9 ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยได้รับบริจาคที่ดินจากคุณธัญรัศมิ์ นันธนวัฒน์ และครอบครัว ได้รับการออกแบบให้มีลักษณะศิลปกรรมแบบไทยประยุกต์ เรียบง่าย เน้นประโยชน์ใช้สอย อีกทั้งยังแบ่งพื้นที่ใช้สอยเพื่อทำการเกษตรทฤษฎีใหม่ โดยบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด จะเป็นผู้ช่วยพัฒนาพื้นที่ ให้เป็นศูนย์การเรียนรู้ การดำเนินชีวิตไม่เบียดเบียนธรรมชาติ และพึ่งตนเอง

โดยโครงการสถานปฏิบัติธรรมแห่งนี้ จะประกอบไปด้วยอาคารวิหาร ซึ่งเป็นอาคารประธานที่ได้รับการออกแบบให้สอดคล้องกับลักษณะทางสถาปัตยกรรม พระอุโบสถและพระวิหารวัดราชบพิธ ฯ อันมีลักษณะเด่นที่มีรูปแบบสถาปัตยกรรมตะวันตกเข้ามาร่วมด้วย ตลอดจนศาลาปฏิบัติธรรมและหมู่อาคารอเนกประสงค์ เพื่อเป็นสถานที่ประกอบพิธีกรรมทางพุทธศาสนา และรองรับสนับสนุนกิจกรรมต่าง ๆ ของพุทธศาสนิกชนที่เข้ามา

ณ โอกาสอันเป็นมงคลยิ่งนี้ จึงขอเชิญผู้มีจิตศรัทธาร่วมบริจาคทุน โดยเสด็จพระราชกุศล เพื่อจรรโลงพระบวรพุทธศาสนา และเกื้อกูลพุทธบริษัททั้งปวง ทั้งยังได้สนองพระเดชพระคุณ เจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) สืบไป

ชื่อบัญชี วัดราชบพิธ เพื่อสร้างสถานปฏิบัติธรรม สมเด็จพระสังฆราช (อมฺพรมหาเถร) คลอง 9 จังหวัดปทุมธานี

ธนาคารออมสิน สาขามหาดไทย เลขที่บัญชี 020-2-84356-654

ธนาคารกรุงไทย สาขาถนนเฟื่องนคร เลขที่บัญชี 159-0-10328-9

ธนาคารไทยพาณิชย์ สาขาตรีเพชร เลขที่บัญชี 006-2-89900-5

คุณแหน : 28 ธันวาคม 2563 #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541543

คุณแหน : 28 ธันวาคม 2563

คุณแหน : 28 ธันวาคม 2563

วันจันทร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินแทนพระองค์ในการพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากสถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา ประจำปี 2562 ณ อาคารอำนวยการ สถาบันดนตรีกัลยาณิวัฒนา 4 ม.ค.2564 เวลา 15.00 น….

ll พญ.คุณสวรรยา เดชอุดม ปธ.โครงการอาหารไทย หัวใจดี ประชุมเตรียมงานปีหน้ากับคณะกก. อาทิ รศ.ดร.พญ.มันทนา ประทีปะเสน, รศ.ดร.เรวดี จงสุวัฒน์, ผศ.ดร. สุวัฒน์ ศรีสรฉัตร์, รศ.ดร.พัชราณี ภวัตกุล,ภญ.วีรวรรณ เรืองนิวัติศัย, ดร.เพ็ญศรี ทรรศนะวิเทศ…

ll มณเฑียร ตันตกิตติ์ ผู้บริหารไฟแรง ส่งความสุขส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ให้ทุกท่านด้วยห้องพักใหม่กับ 4 แพ็กเกจ STAYCATION นิยามใหม่ของการใช้วันหยุดในราคาสุดพิเศษเริ่มต้นที่ 999 บาทสุทธิ สำหรับการจองและเข้าพักตั้งแต่วันนี้ ถึง 31 ม.ค. 2564 ให้คุณได้เข้ามาสัมผัสหน้าประวัติศาสตร์ใหม่ของโรงแรม ก่อนใครในราคาสุดว้าว ที่โรงแรมมณเฑียร สุรวงศ์ กรุงเทพฯ โทร.02-2337060…

ll ชื่นชม ลดาวัลย์ ดำเนินชาญวนิชย์ ที่ช่วงก่อนมีข่าวโควิดที่สมุทรสาคร ได้จัดส่งหน้ากากอนามัยทางการแพทย์ Double A Care ไปให้เพื่อนๆ ถึงบ้าน ยามนี้เพื่อนๆ สุดซึ้งใจมีหน้ากากคุณภาพดีใช้กันถ้วนหน้า…

ll อนุวัตร เฉลิมไชย พร้อมคณะ กก.สมาคมการตลาดฯ อาทิ ผกาฉัตร เตชาบูรพานนท์, ดร.สมชาติ วิศิษฐชัยชาญ, ธนวัฒน์ สุธรรมพันธุ์, โอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ, ดร.ดั่งใจถวิล อนันตชัย,ณัฐสรณ์ ดำเนินชาญวนิชย์, ดร.ศรุต วานิชพันธุ์, วรนันท์ โสดานิล, พงษกรณ์ คอวนิช, ธัญญ์นิธิ อภิชัยโชติรัตน์, บังอร สุวรรณมงคล, พลภัทร ทรงธัมจิตติ, ม.ร.ว.สุทธิภาณี ยุคล มาประชุมเตรียมแผนงานปีหน้า พร้อมเยี่ยมชมสิงห์มิวเซียมและดินเนอร์ล่องเรือบุญรอด 2 ชม. วิวแม่น้ำเจ้าพระยายามค่ำ โดยมี ฉัตรชัย วิรัตน์โยสินทร์ ต้อนรับอย่างอบอุ่น…

ll ก่อนหมดปีนี้ ศ.ศรียา นิยมธรรม ปธ.มูลนิธิ ส่งเสริมเด็กปัญญาเลิศ นัดสังสรรค์และประชุม สรุปงานกับคณะกรรมการ อาทิ รศ.ดร.ประสาร มาลากุล ณ อยุธยา, รศ.ดร.ดารณี ศักดิ์ศิริผล, ผศ.ดร.ศิริพันธ์ ศรีวันยงค์, รศ.ดร.อารี พันธ์มณี, วิริยะ ผลโภค, ดร.นิภาพร กุลสมบูรณ์…

ll ช่วยกันให้ผ่านพ้นวิกฤติ COVID-19 ชูพงษ์ ลือสุขประเสริฐ กก.ผจก. บจ.มารีน โกลด์โปรดักส์ ไปบริจาคเงินให้กับ รพ.สมุทรสาคร…

ll ช่วงหยุดปีใหม่ ดร.สมิทธิ ดารากร ณ อยุธยา รักษาการ ผอ.องค์การสวนสัตว์แห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์ เชิญพาบุตรหลานไปเที่ยวชมสวนสัตว์ในสังกัดทั้ง 6 แห่ง ได้แก่ สวนสัตว์เปิดเขาเขียว, สวนสัตว์เชียงใหม่, นครราชสีมา, สงขลา, อุบลราชธานี และขอนแก่น…

ll เพราะโควิด-19 กำลังระบาด ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา ยกเลิกสองทริป เชียงรายและเกาะยาว ทั้งๆ ที่เตรียมพาคุณแม่ท่านผู้หญิงสุมาลี จาติกวนิช พร้อมลูกหลานไปพักผ่อน เพราะผู้ใหญ่ฝ่ายหญิงถูกกักตัว 14 วัน…ll

คุณแหน

‘Robb Report Thailand’ เผยโฉมฉบับภาษาไทยครั้งแรกในประวัติศาสตร์ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541496

‘Robb Report Thailand’เผยโฉมฉบับภาษาไทยครั้งแรกในประวัติศาสตร์

‘Robb Report Thailand’เผยโฉมฉบับภาษาไทยครั้งแรกในประวัติศาสตร์

วันจันทร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

นิตยสาร Robb Report Thailand (ร็อบ รีพอร์ท ไทยแลนด์) นิตยสารไลฟ์สไตล์หรูระดับลักชัวรี่ จัดงานดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟ “Robb Report Remastered, Exclusive CEO Dinner” ฉลองการเปิดตัว ร็อบ รีพอร์ท ฉบับภาษาไทยอย่างเป็นทางการครั้งแรกในประวัติศาสตร์

ในงานคับคั่งไปด้วยนักธุรกิจและเหล่าเซเลบริตี้ระดับเอลิสต์ของเมืองไทยที่ต่างมาร่วมแสดงความยินดี อาทิ ดาโต๊ะ โจจี แซมูเอล เอกอัครราชทูตมาเลเซียประจำประเทศไทย, เบน-ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล, ขจร เจียรวนนท์, ชัชวาลย์ เจียรวนนท์, วิลเลียม-แคธลีน ไฮเนคกี้, อาลก-สุจิตรา โลเฮีย, วิษณุ เทพเจริญ, กฤษฎา สวามิภักดิ์, อภิชาติ ลีนุตพงษ์,สุริยน ศรีอรทัยกุล, สุมณี คุณะเกษม, วชิระมณฑ์ คุณะเกษมธนาวัฒน์,ดร.พงษ์รพี บูรณสมภพ, เดวิด แจ็คสันและณัฐวุฒิ กรกมล เป็นต้น โดยมีดร.แมทธิว เนควาปิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร และ อัฐกร เอ้งฉ้วน บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร Robb Report Thailand ร่วมต้อนรับแขกคนสำคัญอย่างอบอุ่น ณ Côte by Mauro Colagreco (โค้ท  บาย เมาโร โคลาเกรคโค) ห้องอาหารไฟน์ไดนิ่ง ที่ตั้งอยู่ในโรงแรมบูทีคสุดหรู คาเพลลา กรุงเทพ (Capella Bangkok) ริมแม่น้ำเจ้าพระยา

ดร.แมทธิว เนควาปิล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร นิตยสาร Robb Report Thailand กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาของการดำเนินงานที่ผ่านมา นิตยสาร Robb Report ได้นำเสนอเนื้อหาด้านไลฟ์สไตล์ระดับลักชัวรี่ ที่ตอบสนองกลุ่มผู้อ่านที่ชื่นชอบความเหนือระดับและพาไปทำความรู้จักกับประสบการณ์ชีวิตในรูปแบบต่างๆ ในแบบที่ดีที่สุดผ่านมุมมองของคอลัมนิสต์และนักเขียนผู้มีประสบการณ์เฉพาะด้านอย่างครอบคลุม และสำหรับครั้งนี้เรายินดีที่จะเพิ่มทางเลือกให้กับผู้อ่านมากขึ้นจึงปรับโฉมใหม่เป็นฉบับภาษาไทยเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ โดยยังคงซิกเนเจอร์ของ Robb Report คือ “Best of the Best” หรือ “ที่สุดแห่งสุดยอด” ซึ่งเป็นการรวบรวมประดิษฐกรรมชั้นนำ นวัตกรรมล้ำยุค เทคโนโลยีใหม่ล่าสุด รวมไปถึงสุดยอดผลิตภัณฑ์แห่งปี 2020”  

ด้าน อัฐกร เอ้งฉ้วน บรรณาธิการบริหาร นิตยสาร Robb Report Thailand เผยถึงเนื้อหาในฉบับที่ 57 ประจำเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม 2563 ว่า “ได้รวบรวมเรื่องราวสุดหรูตั้งแต่รถยนต์, เรือยอชต์, เครื่องบิน, นาฬิกา ไปจนถึงไลฟ์สไตล์ แฟชั่น และเครื่องประดับที่ชวนให้หลงใหล แม้จะมีความหรูหราและราคาที่แพงระยับ ทว่ากลับมีความคุ้มค่าสำหรับการลงทุนในระยะยาวซึ่งเหล่าผู้เชี่ยวชาญของ Robb Report ได้บรรจงคัดสรรมาจากลักชัวรี่แบรนด์ชั้นนำ เมซง อันมีประวัติศาสตร์ยาวนาน และโรงงานผลิตที่ล้ำสมัยจากทั่วทุกมุมโลก เพราะการเฟ้นหารวบรวมที่สุดแห่งสุดยอดไอเท็มในหมวดหมู่สินค้า และประสบการณ์ระดับลักชัวรี่ ถือเป็นภารกิจอันยิ่งใหญ่ที่สุดแห่งปีของเรา เป็นธรรมเนียมที่สืบสานต่อเนื่องมาอย่างยาวนานกว่า 32 ปี”

และเพื่อให้สมกับเป็นค่ำคืนแห่งประวัติศาสตร์ซีอีโอดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟครั้งนี้ ได้มอบความพิเศษแก่แขกผู้มีเกียรติด้วยเมนูอาหารชั้นเลิศที่ผ่านการคัดสรรจากวัตถุดิบคุณภาพทั้ง 5 คอร์สจากCôte by Mauro Colagreco ห้องอาหารซิกเนเจอร์สไตล์ฝรั่งเศส-อิตาเลียน ริเวียร่า ที่รังสรรค์เมนูโดย เมาโร โคลาเกรคโค เชฟชาวอาร์เจนตินาเจ้าของรางวัลมิชลินสตาร์ 3 ดาว และได้รับการยกย่องให้เป็นเชฟที่มีอิทธิพลมากที่สุดของโลก เสิร์ฟคู่กับไวน์ชั้นเลิศและซิงเกิลมอลต์ระดับโลกอย่าง The Macallan ที่เพิ่มรสชาติความอร่อยให้กับมื้ออาหาร พร้อมจัดซิงเกิลมอลต์ เทสติ้งเพื่อทดสอบกลิ่นและรสชาติของ The Macallan รุ่นต่างๆ นอกจากนั้นยังมีการจัดแสดงสุดยอดยนตรกรรม Bentley Flying Spur และบริการลีมูซีนรับส่งแขกระดับวีวีไอพีภายในงาน, ส่วนแบรนด์นาฬิกาสวิสสุดหรู Bovet 1822 ส่งตรงนาฬิกาคอลเลคชั่นล่าสุดมาให้แขกผู้มีเกียรติได้ชื่นชมอย่างใกล้ชิด,ทางด้าน Azimut ก็ได้นำโมเดลเรือยอชต์รุ่น 66 Flybridge และ 77S มาจัดแสดงภายในงาน ปิดท้ายด้วยอาฟเตอร์ปาร์ตี้ริมแม่น้ำเจ้าพระยาโดย Cigar Emperor เติมเต็มความสมบูรณ์แบบให้สมกับเป็นค่ำคืนแห่งความพิเศษอย่างแท้จริง 

ร่วมติดตามไลฟ์สไตล์พร้อมนวัตกรรมที่เหนือระดับและสุดยอดความเอ็กซ์คลูซีฟจากนิตยสาร Robb Report Thailand ซึ่งวางจำหน่ายแล้วตามแผงหนังสือชั้นนำ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมและสั่งซื้อได้ที่ โทร.02-2070730 ต่อ 2011 หรือ Facebook: Robb Report Thailand

อัฐกร เอ้งฉ้วน, เบน เตชะอุบล, ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล, ดร.แมทธิว เนควาปิล, ดาโต๊ะ โจจี แซมูเอล, เดวิด แจ็คสัน, ณัฐวุฒิ กรกมลอัฐกร เอ้งฉ้วน, เบน เตชะอุบล, ธีรวัลคุ์ เตชะอุบล, ดร.แมทธิว เนควาปิล, ดาโต๊ะ โจจี แซมูเอล, เดวิด แจ็คสัน, ณัฐวุฒิ กรกมลดร.แมทธิว เนควาปิลดร.แมทธิว เนควาปิลAloke Lohia, Suchitra Lohia, แคธลีน ไฮเนคกี้, วิลเลียม ไฮเนคกี้, สมชาย
ทัศนไกรวุฒิ, Kelvin TanAloke Lohia, Suchitra Lohia, แคธลีน ไฮเนคกี้, วิลเลียม ไฮเนคกี้, สมชาย ทัศนไกรวุฒิ, Kelvin Tan

โรชเปิดตัวโซลูชั่นตรวจหาแอนติเจนเพื่อห้องปฏิบัติการ รองรับการตรวจผู้ป่วยเสี่ยงไวรัสโควิด-19 ปริมาณมาก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541490

โรชเปิดตัวโซลูชั่นตรวจหาแอนติเจนเพื่อห้องปฏิบัติการ  รองรับการตรวจผู้ป่วยเสี่ยงไวรัสโควิด-19 ปริมาณมาก

โรชเปิดตัวโซลูชั่นตรวจหาแอนติเจนเพื่อห้องปฏิบัติการ รองรับการตรวจผู้ป่วยเสี่ยงไวรัสโควิด-19 ปริมาณมาก

วันจันทร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

โรช (Roche) ประกาศเปิดตัวโซลูชั่นตรวจหาแอนติเจน หรือสารก่อภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู เพื่อช่วยในการวินิจฉัยผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจเฉียบพลันรุนแรงจากเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือ Severe Acute Respiratory Syndrome Coronavirus 2 (SARS-CoV-2) เทสต์ที่ให้ผลรวดเร็วและสามารถรองรับปริมาณการตรวจจำนวนมหาศาลนี้จะมีให้บริการในกลุ่มประเทศที่รองรับมาตรฐาน CE Mark โดยทันที พร้อมกันนี้ โรช ยังได้ยื่นเรื่องขออนุมัติการใช้งานภายใต้อำนาจตามมาตรการฉุกเฉิน(Emergency Use Authorization หรือ EUA) จากองค์การอาหารและยาแห่งสหรัฐอเมริกาอีกด้วย

เทสต์ตรวจหาสารก่อภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู เป็นการทดสอบทางวิทยาภูมิคุ้มกัน(immunoassay) สำหรับห้องปฏิบัติการเพื่อตรวจหาสารก่อภูมิต้านทาน หรือแอนติเจน ในตัวอย่างตรวจ โรชคาดว่าจะสามารถเพิ่มกำลังการผลิตเพื่อให้สามารถรองรับปริมาณการตรวจได้ถึงหลักสิบล้านเทสต์ต่อเดือนภายในต้นปี 2564 ขึ้นอยู่กับระดับความต้องการของระบบเฮลต์แคร์ทั่วโลก การตรวจนี้จะต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญโดยการป้ายเก็บตัวอย่างตรวจจากบริเวณโพรงจมูกหรือหลังช่องปากของผู้ป่วยที่มีอาการสุ่มเสี่ยงเป็นโรคโควิด-19 หรือผู้ที่คาดว่าหรือทราบแน่ชัดแล้วว่าได้รับเชื้อ ซาร์ส-โควี-ทู โซลูชั่นอัตโนมัติสำหรับห้องปฏิบัติการเพื่อการตรวจหาแอนติเจนนี้ มีให้บริการอย่างแพร่หลาย จึงไม่เพียงแต่จะช่วยลดความผิดพลาดที่เกิดจากมนุษย์ แต่ยังช่วยลดต้นทุนได้มากอีกทั้งยังให้ผลตรวจรวดเร็ว และรองรับงานตรวจปริมาณสูงได้เป็นอย่างดี

นายโธมัส ชิเนคเกอร์ ประธานบริหารของโรช ไดแอกโนสติกส์ กล่าวว่า “ผู้ให้บริการด้านเฮลต์แคร์ต่างๆ ยังคงได้รับแรงกดดันมหาศาลให้หาวิธีการตรวจที่มีความเสถียร และเพียงพอต่อจำนวนผู้ป่วย การเปิดตัวโซลูชั่นตรวจหาแอนติเจนที่สามารถรองรับปริมาณงานสูงได้ของเราจะเพิ่มขีดความสามารถในการตรวจ เป็นความสนับสนุนที่ผู้ให้บริการด้านเฮลต์แคร์สามารถวางใจได้เพื่อการตรวจหาการติดเชื้อซาร์ส-โควี-ทูและเพื่อเสริมการตรวจแบบ PCR”

เทสต์ตรวจหาสารก่อภูมิต้านทานต่อเชื้อซาร์ส-โควี-ทู ของโรช เป็นการทดสอบทางวิทยาภูมิคุ้มกัน (immunoassay) เพื่อตรวจหาเชื้อ ซาร์ส-โควี-ทูในทางเดินหายใจ บริเวณช่องจมูกหรือคอหอยหลังช่องปากเป็นการตรวจที่ต้องทำโดยผู้เชี่ยวชาญสามารถใช้เป็นทางเลือก หรือใช้ร่วมกับการตรวจ PCR ซึ่งการตรวจนี้จะมีประโยชน์อย่างมากในกรณีที่ห้องปฏิบัติการไม่สามารถตรวจแบบ PCR หรือรองรับได้เพียงจำนวนจำกัด ในกรณีที่ผลตรวจเป็นลบ แต่มีอาการหรือตัวบ่งชี้อื่นๆ ทางการแพทย์ระบุว่ามีการติดเชื้อซาร์ส-โควี-ทู อาจต้องมีการตรวจ PCR เพิ่มเติม

การตรวจแอนติเจน หรือสารก่อภูมิต้านทาน เป็นการตรวจหาโปรตีนที่เป็นองค์ประกอบสำคัญของเชื้อโรค ดังนั้น มันจึงมีความจำเพาะอย่างยิ่งกับแต่ละโรค 2 การทดสอบแบบนี้จะให้ผลเพียงว่า ในตัวอย่างตรวจของผู้ป่วยนั้น “มี/ไม่มี” เชื้อโรคอยู่ซึ่งในกรณีที่ตัวอย่างตรวจมีปริมาณของแอนติเจนที่ต้องการตรวจมากพอมันจะสามารถจับได้กับแอนติบอดีในชุดตรวจที่จำเพาะกัน จนทำให้ผลตรวจเป็นบวก ซึ่งเป็นการบ่งชี้ว่ามีการติดเชื้อแล้วในร่างกาย

อย่างไรก็ตาม ในฐานะบริษัทเฮลต์แคร์ชั้นนำของโลก โรชทำทุกวิถีทางเพื่อช่วยให้แต่ละประเทศสามารถรับมือและลดผลกระทบที่เกิดจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 โรชได้พัฒนาโซลูชั่นอันหลากหลายเพื่อช่วยในการตรวจหาและวิเคราะห์การติดเชื้อในผู้ป่วย รวมถึงการให้การสนับสนุนในเชิงดิจิทัลแก่ระบบเฮลต์แคร์ อีกทั้งยังมุ่งมั่นเสาะหา พัฒนา และส่งเสริมแนวทางการรักษาและดูแลผู้ป่วยอย่างต่อเนื่อง

โรชตระหนักดีว่าผลกระทบของโควิด-19 นั้นกว้างไกลกว่าแค่ผู้ติดเชื้อ เราจึงได้ร่วมงานกับผู้ให้บริการด้านเฮลต์แคร์ ห้องปฏิบัติการหน่วยงาน และองค์กรต่างๆ เพื่อช่วยให้มั่นใจได้ว่า ผู้ป่วยจะได้รับการตรวจตลอดจนการดูแลรักษาที่จำเป็นในภาวะที่ท้าทายเช่นนี้ เรามีบทเรียนจากภาวะโรคระบาดนี้ เราจึงได้ร่วมมือกับภาครัฐและภาคีอื่นๆ เพื่อร่วมกันเสริมสร้างรากฐานของเฮลต์แคร์ให้มีความเข้มแข็งและยั่งยืนยิ่งขึ้นต่อไปในอนาคต

เซ็นทรัลพัฒนา สร้างเคานท์ดาวน์แบบใหม่ ‘centralwOrld BangkOk cOuntdOwn 2021’ ไลฟ์สดส่งต่อพลังจากคนไทยให้กำลังใจคนทั่วโลก #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541545

เซ็นทรัลพัฒนา สร้างเคานท์ดาวน์แบบใหม่  ‘centralwOrld BangkOk cOuntdOwn 2021’  ไลฟ์สดส่งต่อพลังจากคนไทยให้กำลังใจคนทั่วโลก

เซ็นทรัลพัฒนา สร้างเคานท์ดาวน์แบบใหม่ ‘centralwOrld BangkOk cOuntdOwn 2021’ ไลฟ์สดส่งต่อพลังจากคนไทยให้กำลังใจคนทั่วโลก

วันจันทร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

เซ็นทรัลพัฒนา สร้างเคานท์ดาวน์แบบใหม่

‘centralwOrld BangkOk cOuntdOwn 2021’

ไลฟ์สดส่งต่อพลังจากคนไทยให้กำลังใจคนทั่วโลก

บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) ผู้บริหารศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลพลาซาเซ็นทรัลเฟสติวัล เซ็นทรัล ภูเก็ต และเซ็นทรัลวิลเลจ จับมือพันธมิตรธุรกิจ ได้แก่ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย, บริษัท ซันโทรี่ เป๊ปซี่โค เบเวอเรจ (ประเทศไทย) จำกัด, มาสเตอร์การ์ด, บริษัท แพลน บี มีเดีย จํากัด (มหาชน), บริษัท ไลน์ คอมพานี (ประเทศไทย) จำกัด และบริษัท วันสามสิบเอ็ด จำกัด (ช่อง ONE 31) ประกาศห่วงใยใส่ใจคนไทยทั้งประเทศ ปรับรูปแบบการจัดงาน “centralwOrld BangkOk cOuntdOwn 2021-A Symbol of Hope” สนับสนุนภาครัฐเต็มที่ งดจัดคอนเสิร์ตใหญ่ทุกแห่งทั่วประเทศ ส่วนเซ็นทรัลเวิลด์สร้างเคานท์ดาวน์ระดับโลกถ่ายทอดสดผ่าน Live Broadcast เท่านั้น พร้อมโชว์พลุตระการตาด้วยธีม “A Symbol of Hope” สร้างสัญลักษณ์แห่งความหวัง ส่งต่อพลังจากคนไทยให้กำลังใจคนทั่วโลก สมกับเป็น Times Square แห่งเอเชีย ชวนคนไทยร่วมเคานท์ดาวน์ ผ่านไลฟ์สด ช่อง ONE 31, LINE TV และ centralwOrld Facebook คืนวันที่ 31 ธ.ค. 2563 เริ่มพร้อมกัน 23.40-00.10 น.

ไฮไลท์ด้วยพลุ A Symbol of Hope ต่อเนื่องยาว 5 นาที กว่า 6,000 นัด พร้อม Digital Synchronization ผ่านจอ the panOramix จอดิจิทัลอินเตอร์แอ๊กทีฟที่ใหญ่ที่สุดในโลก พร้อมตั้งตารอชมการแสดง “เพลงแห่งความหวัง” สุดเซอร์ไพรส์ โดยสาขาอื่นๆ อีก 10 สาขา ได้แก่ เซ็นทรัลพลาซา เวสต์เกต,เซ็นทรัลพลาซา ศาลายา, เซ็นทรัลพลาซา มหาชัย, เซ็นทรัลเฟสติวัล เชียงใหม่, เซ็นทรัลพลาซาพิษณุโลก, เซ็นทรัล โคราช, เซ็นทรัลพลาซาอุดรธานี, เซ็นทรัลพลาซา นครศรีธรรมราช, เซ็นทรัลเฟสติวัล พัทยา บีช, เซ็นทรัลพลาซาระยอง จะงดกิจกรรมเคานท์ดาวน์ในรูปแบบคอนเสิร์ตใหญ่ทั้งหมด

ดร.ณัฐกิตติ์ ตั้งพูลสินธนา ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่ สายงานการตลาด บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) เผยว่า
“เราได้ติดตามสถานการณ์โควิด-19 อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด และมีความห่วงใยในความปลอดภัยและสุขอนามัยของลูกค้าทุกคน และพร้อมให้ความร่วมมือกับภาครัฐอย่างเต็มที่ในการคุมเข้มมาตรการเพื่อลดความเสี่ยงในการแพร่ระบาด ลดความแออัด เน้นวินัย รักษาระยะห่างแบบNew Normal ปีนี้ ถือเป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์ที่แลนด์มาร์คเคานท์ดาวน์ทั่วโลกจะพร้อมกันปรับเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานเคานท์ดาวน์ เพราะทุกคนตระหนักถึงสถานการณ์ COVID-19 ที่คนทั่วโลกต้องรับมือ รวมทั้งเซ็นทรัลเวิลด์ในฐานะการเป็น Time Square of Asia แลนด์มาร์คแห่งการฉลอง ตัวแทนของประเทศไทย เราได้นำเอาประสบการณ์ในการจัดงานเคานท์ดาวน์ตลอดระยะเวลากว่า 20 ปีที่ผ่านมา นำมาปรับรูปแบบงานเคานท์ดาวน์ให้เข้ากับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงไปและมีไฮไลต์ครั้งสำคัญที่จะเป็นสัญลักษณ์ที่ส่งผ่านกำลังใจจากคนไทย ให้กับคนทั้งโลกที่กำลังร่วมกันก้าวผ่านสถานการณ์ COVID-19 ไปด้วยกันพร้อมกันนี้ เรายังเน้นย้ำ สนับสนุนให้ทุกคนชมการแสดงและพลุใจกลางเมืองที่ดีที่สุด ผ่านทางทีวี และช่องทางออนไลน์เท่านั้น

31 ธ.ค.2563 กับ centralwOrld Bangkok countdown 2021 – A Symbol of Hope เคานท์ดาวน์รูปแบบ New Normal ผ่าน Live Broadcast ช่อง ONE 31, LINE TV และ centralwOrld Facebook เท่านั้น

มาช็อปเที่ยวสนุกสุขข้ามปีได้ตลอดทั้งวันทั่วทั้งศูนย์ เพลิดเพลินไปกับ International Jazz Band ภายในศูนย์ฯ พร้อมนับถอยหลังชมพลุตระการตาต่อเนื่องยาว 5 นาที กว่า 6,000 นัดภายใต้คอนเซ็ปต์ A Symbol of Hope สัญลักษณ์แห่งความหวัง โดยแบ่งเป็น 4 องก์ ได้แก่ องก์ที่ 1 SPIRIT OF TOGETHERNESS – “ความสามัคคี” ของคนทั้งโลก คือวัคซีนล้ำค่า, องก์ที่ 2 BELIEVE IN POSITIVITY – ส่งต่อ “พลังใจ” สู้ไปด้วยกัน, องก์ที่ 3 REUNITE THAILAND AND OUR WORLD – เพื่อ…พวกเรา เพื่อ…ประเทศชาติ และโลกของเราใบนี้,องก์ที่ 4 THERE IS ALWAYS HOPE – “ความหวัง” เป็นพลังของชีวิต พร้อม Digital Synchronization ผ่านจอ the panOramix ที่ยาวที่สุดในโลกให้สมกับดีกรีแลนด์มาร์คเอ็นเตอร์เทนเมนต์เคานท์ดาวน์ที่ดีที่สุดตลอดกาล

สร้างมาตรฐาน New Normal ด้วยแผนแม่บท “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” ที่ออกแบบ Journey การใช้ชีวิตของผู้คนอย่างละเอียดและรอบคอบ ทำให้สามารถนำมา Adapt ได้กับทุกสถานการณ์

เซ็นทรัลพัฒนาเดินหน้าที่จะสร้างวินัย Social Distancing และการดูแลป้องกันตัวเองของทุกคน แต่ยังคงรักษาบรรยากาศ Festive ไปพร้อมๆ กับความสะอาดปลอดภัย เราพร้อมให้ความร่วมมือกับทางสาธารณสุข และ ศบค. อย่างเต็มที่ สำหรับลูกค้าที่ต้องการมาเดินในงาน the wOrld festival & gift market ทางศูนย์การค้าได้เตรียมพร้อมคุมเข้มมาตรการความปลอดภัยตามแผนแม่บท “เซ็นทรัล สะอาด มั่นใจ” เพื่อรับมือกับสถานการณ์โควิด-19 เน้นวินัยลดการ แออัด และรักษาระยะห่างแบบ New Normal”

ระวังติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ช่วงระบาดโควิด-19 หากติดเชื้อร่วมกัน เพิ่มโอกาสการเสียชีวิตสูง #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541493

ระวังติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ช่วงระบาดโควิด-19  หากติดเชื้อร่วมกัน เพิ่มโอกาสการเสียชีวิตสูง

ระวังติดเชื้อไข้หวัดใหญ่ ช่วงระบาดโควิด-19 หากติดเชื้อร่วมกัน เพิ่มโอกาสการเสียชีวิตสูง

วันจันทร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ได้ส่งผลกระทบให้เกิดความวิตกกังวลต่อคนทั่วโลก รวมถึงประชาชนยังขาดการรับรู้และขาดความเข้าใจในเชิงป้องกันในโรคทั้งสองที่มีอาการที่คล้ายคลึงกันโดยเฉพาะไข้หวัดใหญ่ ซึ่งปีนี้ นับเป็นครั้งแรกที่มีโรคระบาดทั้งสองโรคพร้อมกัน นอกจากความเสี่ยงที่จะติดโรคใดโรคหนึ่งแล้ว ประชาชนยังมีโอกาสที่จะติดเชื้อร่วมกัน (co-infection) จากทั้งไข้หวัดใหญ่และเชื้อไวรัสโควิด-19 ได้ ซึ่งจะทำให้มีอาการรุนแรง เกิดอาการแทรกซ้อน และยิ่งทำให้การรักษามีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น

มูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ จึงได้จัดระดมแนวคิดจากผู้ทรงคุณวุฒิและแพทย์ผู้เชี่ยวชาญจากหน่วยงานภาครัฐ และสถาบันทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องเพื่อเสวนาเรื่อง “ความสำคัญของการป้องกันไข้หวัดใหญ่ในช่วงการระบาดของโควิด-19” เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้ความเข้าใจในเรื่องของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ ประโยชน์การดูแลรักษาป้องกันโรค รวมถึงมาตรฐานและความปลอดภัยของวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพื่อสร้างความตระหนักรู้ในการป้องกันไข้หวัดใหญ่สำหรับภาคประชาชน

รองศาสตราจารย์ (พิเศษ) นายแพทย์ทวี โชติพิทยสุนนท์ ประธานมูลนิธิส่งเสริมศึกษาไข้หวัดใหญ่ และนายกสมาคมโรคติดเชื้อในเด็กแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงสถานการณ์โรคไข้หวัดใหญ่ในประเทศไทย กรมควบคุมโรค ปี 2563 ท่ามกลางการระบาดโควิด-19 ตั้งแต่วันที่ 1 มกราคม-28 พฤศจิกายน 2563 มีรายงานพบผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่ 119,300 ราย คิดเป็นอัตราป่วยไข้หวัดใหญ่ 179.44 ต่อประชากรแสนคน โดยกลุ่มเสี่ยงต่อการเกิดโรคยังคงพบในเด็กเล็กกลุ่มอายุ 0-4 ปี รองลงมาคือ กลุ่มอายุ 5-14 ปี ขณะที่ข้อมูลสำคัญคือ ในจำนวนดังกล่าวนี้มีผู้เสียชีวิต 4 ราย สาเหตุเกิดจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ชนิด A ทั้ง 4 ราย มีอายุระหว่าง 36-77 ปี โดยร้อยละ 75 มีประวัติโรคประจำตัวหรือมีปัจจัยเสี่ยงร่วมด้วย ร้อยละ 50 มีภาวะอ้วน มีค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 30 และพบว่าร้อยละ 50 ไม่มีประวัติการรับวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่มาก่อน

ไข้หวัดใหญ่เป็นโรคที่ระบาดในทุกๆ ปี และตลอดปีจะระบาดมากในช่วงหน้าฝนและหน้าหนาว สำหรับในปีพ.ศ. 2563 นี้ มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ในช่วงนี้ จึงมีความน่ากังวลเพิ่มมากขึ้น เพราะอาการของทั้งสองโรคนั้นค่อนข้างคล้ายคลึงกัน โดยผู้ป่วยไข้หวัดใหญ่จะมีอาการไข้สูง38-40 องศาเซลเซียส ไอ เจ็บคอ ปวดศีรษะ อ่อนเพลีย ปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ ซึ่งจะมีอาการที่แตกต่างกันเพียงเล็กน้อย คือ ผู้ติดเชื้อโควิด-19 จะมีน้ำมูกไม่เยอะ และยังมีการแพร่กระจายสู่ผู้อื่นจากการสัมผัสน้ำมูกหรือเสมหะของผู้ป่วยเมื่อมีการไอและจามเหมือนกันอีกด้วย จากการศึกษาของประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศจีนพบว่า ผู้ที่ป่วยเป็นโรคโควิด-19 จะทำให้มีโอกาสเสี่ยงในการได้รับเชื้ออื่นๆ แทรกซ้อนเพิ่มขึ้นถึงร้อยละ 20-80 และการติดเชื้อร่วมกันกับโควิด-19 พบว่าเป็นไข้หวัดใหญ่สายพันธุ์ A มีโอกาสทำให้เกิดภาวะแทรกซ้อนของโรคเพิ่มมากขึ้น ซึ่งการติดเชื้อร่วมกันนั้นเป็นสาเหตุของการเสียชีวิตมากถึงร้อยละ 29-55  

ล่าสุดเดือนธันวาคม 2563 ในประเทศไทย พบว่ามีจำนวนผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่มากกว่าโควิด-19 ถึง 28 เท่า พบผู้เสียชีวิตด้วยไข้หวัดใหญ่ถึงร้อยละ 2 ทั่วโลก โดยในปี 2561-2562 พบผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้หวัดใหญ่มากที่สุดในช่วงฤดูฝนตั้งแต่เดือนมิถุนายน-กันยายน แต่ในปี 2563 พบผู้ป่วยที่เป็นโรคไข้หวัดมากในช่วงมกราคม และมีแนวโน้มลดลงในเดือนเมษายน เพราะเป็นช่วงที่มีการแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19 ทำให้ประชาชนหันมาใส่ใจและดูแลสุขภาพกันมากขึ้น ใส่หน้ากากอนามัยเพิ่มขึ้น เมื่อสถานการณ์โรคระบาดเริ่มคลี่คลายอาจจะทำให้คนไทยละเลยการดูแลสุขภาพ จึงแนะให้ประชาชนควรใส่ใจป้องกันตนเองและคนใกล้ชิด ควรสวมหน้ากากอนามัยเป็นประจำ หมั่นล้างมือบ่อยๆ และหลีกเลี่ยงการไปในสถานที่แออัด รวมถึงควรรับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ เพื่อลดโอกาสเสี่ยงในการป่วยเป็นไข้หวัดใหญ่ร่วมกับการติดเชื้อโควิด-19 ซึ่งปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนโควิด-19 ที่กำลังระบาดนี้

ปัจจุบันวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ มี 2 ชนิด ได้แก่ วัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิด 3 สายพันธุ์ และวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ชนิด 4 สายพันธุ์ โดยชนิด 4 สายพันธุ์ สามารถครอบคลุมเชื้อไวรัสสายพันธุ์ B ได้เพิ่มขึ้นเป็น 2 สายพันธุ์ กล่าวคือครอบคลุมเชื้อไวรัสสายพันธุ์ A ทั้ง H1N1 และ H3N2 และสายพันธุ์ B ทั้งตระกูล Victoria และ Yamagataจึงเพิ่มความสามารถในการครอบคลุมเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่มีการระบาดเพิ่มขึ้น ทำให้ลดความเสี่ยงต่อการเจ็บป่วยและเสียชีวิตได้ดีขึ้น จึงควรได้รับการฉีดเป็นประจำทุกปี เนื่องจากวิวัฒนาการของเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ที่ระบาดในแต่ละปี เป็นเชื้อต่างชนิดกันและบางสายพันธุ์คาดการณ์การระบาดได้ยาก ดังนั้น ควรฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ให้มีภูมิคุ้มกันสูงตลอดเวลาและครอบคลุมสายพันธุ์ที่คาดว่าจะระบาดในปีนั้นๆ ให้มากที่สุดโดยฉีดปีละครั้ง ซึ่งวัคซีนไข้หวัดใหญ่สามารถฉีดได้ตลอดปี โดยช่วงเวลาที่เหมาะสม คือ ก่อนฤดูฝน (เดือนพฤษภาคม) และก่อนฤดูหนาว (เดือนตุลาคม) เนื่องจากเป็นช่วงที่เริ่มมีการระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่

การฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ ถือเป็นอีกวิธีที่คุ้มค่ามากที่สุดที่สามารถป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ได้ อีกทั้งมีความปลอดภัยสูงเนื่องจากเป็นวัคซีนที่ทำมาจากเชื้อที่ตายแล้ว ทำให้หมดความสามารถในการก่อโรค และยังกระตุ้นให้ร่างกายสร้างภูมิคุ้มกัน ทั้งนี้วัคซีนจะมีประสิทธิภาพในการป้องกันโรคได้ประมาณร้อยละ 50-90 แต่ในผู้สูงอายุและผู้ที่มีภูมิต้านทานร่างกายไม่แข็งแรง การตอบสนองต่อวัคซีนอาจลดลง อย่างไรก็ตามการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ยังมีประโยชน์ในการลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อนโอกาสที่ต้องเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลและการเสียชีวิตลงได้

ศาสตราจารย์ นายแพทย์ธีระพงษ์ ตัณฑวิเชียร หัวหน้าภาควิชาอายุรศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และผู้ช่วยผู้อำนวยการสถานเสาวภา สภากาชาดไทย เปิดเผย ถึงสถานการณ์การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ของคนไทยในช่วงการระบาดโควิด-19 ว่า ตอนที่อยู่ในช่วงที่มีการ lockdown พบว่าการให้วัคซีนในเวชปฏิบัติลดลงคล้ายกับในประเทศอื่นอย่างไรก็ตาม ภายหลังการปลดlockdown ดูเหมือนความสนใจในการป้องกันโรค โดยเฉพาะการป้องกันการติดเชื้อในระบบทางเดินหายใจหรือปอดบวมมากขึ้นและทำให้การฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่ก็มากขึ้นโดยเฉพาะในผู้สูงอายุหรือมีโรคประจำตัว ซึ่งสังคมไทยกำลังจะเข้าสู่สังคมผู้สูงอายุ ทำให้ยิ่งต้องเกิดภาวะพึ่งพาด้านสาธารณสุขมากขึ้นโดยเฉพาะเมื่อมีการเจ็บปวย ดังนั้นการให้ความรู้เรื่องการดูแลสุขภาพในผู้สูงอายุและการป้องกันโดยการฉีดวัคซีนเพื่อลดความเสี่ยงในการติดเชื้อ หรือการเข้ารักษาตัวในโรงพยาบาลจึงถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะช่วยลดการทนทุกข์ทรมานต่อความเจ็บป่วยรวมทั้งช่วยลดภาระค่าใช้จ่ายด้านการรักษาพยาบาลได้อีกด้วย     

ปัจจุบันการให้วัคซีนป้องกันโรคแก่ผู้สูงอายุและผู้ที่มีโรคเรื้อรังได้รับการสนับสนุนในหลายประเทศ สำหรับประเทศไทยก็มีการสนับสนุนโดยไม่เสียค่าใช้จ่ายในผู้ที่มีความเสี่ยงที่จะมีการเจ็บป่วยรุนแรง แต่ก็ยังพบว่าอัตราการให้วัคซีนเพื่อป้องกันโรคในผู้สูงอายุหรือผู้มีโรคเรื้อรังยังอยู่ในอัตราที่ต่ำกว่าร้อยละ 60 จึง จำเป็นต้องรณรงค์สร้างความเข้าใจในวงกว้างถึงความสำคัญของการป้องกันโรคที่มีความรุนแรง และควรเริ่มจากคนในครอบครัว ซึ่งถือเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญที่จะช่วยดูแลผู้สูงอายุในบ้านให้มีสุขภาพที่แข็งแรงด้วยปัจจัยพื้นฐานด้วยการรับวัคซีนเพื่อคุณภาพชีวิตของผู้สูงอายุที่ดีขึ้นในกรณีไข้หวัดใหญ่เกิดจากเชื้อไวรัสติดต่อโดยการหายใจหรือการสัมผัสสิ่งของที่ปนเปื้อนเชื้อทั่วไปอาการมักไม่รุนแรง แต่หากเกิดในผู้สูงอายุที่มีโรคประจำตัวเรื้อรัง เช่น เบาหวาน หอบหืด ถุงลมปอดโป่งพอง โรคหัวใจ โรคไตวายเรื้อรัง และผู้ที่มีภาวะภูมิคุ้มกันบกพร่อง หรือได้รับยากดภูมิคุ้มกัน รวมถึงหญิงตั้งครรภ์ อาจมีอาการรุนแรงหรือมีภาวะแทรกซ้อน เช่น ปอดบวม ทำให้ต้องเข้ารักษาในโรงพยาบาลและอาจเสียชีวิตได้ นอกจากนี้ ยังควรฉีดวัคซีนแก่บุคคลซึ่งใกล้ชิดกับผู้สูงอายุหรือกลุ่มผู้มีปัจจัยเสี่ยงสูง เช่น ผู้ดูแลผู้สูงอายุ หรือดูแลผู้ป่วยกลุ่มดังกล่าว เพราะมีโอกาสแพร่เชื้อให้ผู้ที่มีปัจจัยเสี่ยงสูงเมื่อตนเองป่วยเช่นกัน

นายแพทย์วงวัฒน์ ลิ่วลักษณ์ ผู้ตรวจราชการกรุงเทพมหานครสูง หัวหน้าเขตตรวจราชการ 3 กล่าวว่า กรุงเทพมหานคร มีมาตรการดูแลป้องกันอย่างเข้มข้น โดยมีการเตรียมความพร้อมระบบเฝ้าระวังและควบคุมการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ในพื้นที่กรุงเทพฯ รวมถึงมีแนวทางตรวจคัดกรองผู้ป่วยโรคไข้หวัดใหญ่ในสถานพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานครในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ที่ผ่านมา และได้จัดตั้งคลินิกโรคระบบทางเดินหายใจในทุกศูนย์บริการสาธารณสุข (ARI Clinic) คัดกรองผู้ป่วยโรคระบบทางเดินหายใจทั้งหมด ไม่ให้เข้าไปในตัวอาคารของสถานพยาบาล เพื่อลดการแพร่เชื้อทั้งโรคไข้หวัดใหญ่ ไวรัสโควิด-19 และโรคระบบทางเดินหายใจอื่นๆ อีกทั้งได้ประชาสัมพันธ์ให้ความรู้แก่ประชาชนในเรื่องการดูแลรักษาสุขภาพเพื่อป้องกันตนเองจากโรคไข้หวัดใหญ่ รวมถึงโรคที่มากับฤดูฝน ผ่านช่องทางออนไลน์ต่างๆ อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ ยังได้เปิดให้บริการฉีดวัคซีนป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่แก่ประชาชนกลุ่มเสี่ยงที่ควรได้รับวัคซีน จำแนกได้ 7 กลุ่ม ได้แก่ หญิงตั้งครรภ์อายุครรภ์ 4 เดือนขึ้นไป เด็กอายุ6 เดือน ถึง 2 ปี ผู้ป่วยโรคเรื้อรังผู้สูงอายุตั้งแต่ 65 ปีขึ้นไป ผู้พิการทางสมองที่ช่วยเหลือตนเองไม่ได้ธาลัสซีเมียและผู้ที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง(รวมผู้ติดเชื้อ HIV ที่มีอาการ) และโรคอ้วน (น้ำหนักมากกว่า 100 กิโลกรัม หรือค่าดัชนีมวลกายมากกว่า 35 กิโลกรัม/ตารางเมตร) ซึ่งได้รับการจัดสรรวัคซีนไข้หวัดใหญ่ จากสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) โดยในพื้นที่กรุงเทพฯ สามารถลงทะเบียนจองสิทธิ์ล่วงหน้าเพื่อขอรับการฉีดวัคซีนผ่าน Line : @ucbkk สร้างสุข ซึ่งได้กำหนดเริ่มฉีดวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่ตามฤดูกาล 3 สายพันธุ์ ตั้งแต่วันที่ 1 มิถุนายน ที่ผ่านมา สามารถไปรับบริการได้ที่ศูนย์บริการสาธารณสุข สำนักอนามัย ทั้ง 68 แห่ง โรงพยาบาลในสังกัดกรุงเทพมหานคร และโรงพยาบาลของรัฐทั่วประเทศ โดยไม่เสียค่าใช้จ่าย

อย่างไรก็ตาม องค์การอนามัยโลก (WHO) ระบุว่า โลกมีความเสี่ยงที่จะต้องเผชิญกับการแพร่ระบาดของโรคไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่ (Pandemic Influenza) แต่ความน่ากังวลของการเกิดไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่ก็คือ ไม่มีทางรู้ว่าเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ระบาดใหญ่จะระบาดที่ประเทศไหนและจะมีการเตรียมความพร้อมในการรับมือได้อย่างเหมาะสม เนื่องจากเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่มีการกลายพันธุ์อยู่ตลอดเวลา ปัจจุบัน WHO ได้ติดตามและเฝ้าระวังเชื้อไวรัสไข้หวัดใหญ่ซึ่งกำลังดำเนินงานอยู่ใน 153 สถาบันจาก 114 ประเทศ โดยทุกๆ ปี WHO จะออกคำแนะนำว่าเชื้อที่กลายพันธุ์สายพันธุ์ใดควรถูกบรรจุอยู่ในรายการวัคซีนป้องกันไข้หวัดใหญ่เพื่อป้องกันโรคไข้หวัดใหญ่ประจำปี ในฐานะมูลนิธิส่งเสริมการศึกษาไข้หวัดใหญ่ จึงขอแนะนำประชาชนทุกท่านที่มีโอกาสรับวัคซีน โดยเฉพาะอย่างยิ่งใน7 กลุ่มเสี่ยง ควรเข้ารับการฉีดวัคซีนไข้หวัดใหญ่เป็นประจำทุกปีจากรัฐบาลโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย เพื่อลดความรุนแรงของภาวะแทรกซ้อน และลดโอกาสการสูญเสียชีวิต

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร เสด็จทอดพระเนตร โครงการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในพระราชดำริฯ #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/541495

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร เสด็จทอดพระเนตร  โครงการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในพระราชดำริฯ

สมเด็จเจ้าฟ้าฯ กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร เสด็จทอดพระเนตร โครงการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในพระราชดำริฯ

วันจันทร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จทอดพระเนตรโครงการศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในพระราชดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ณ บ้านเหล่าหลวงใต้ ตำบลวังทอง อำเภอบ้านดุง จังหวัดอุดรธานี ทอดพระเนตรนิทรรศการผลการดำเนินงานของศูนย์ฯจากภาคส่วนต่างๆ กิจกรรมกลุ่มอาชีพภายในศูนย์การเรียนรู้ฯ ทรงร่วมกิจกรรมนวดข้าวแบบโบราณ ทอดพระเนตรประเพณีบุญคูณลาน ทรงเปิดยุ้งฉางข้าว และทอดพระเนตรการแข่งขันตำส้มตำ

ด้วยพระราชดำริของ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดาในการนำหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงในพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เข้ามาช่วยในการพัฒนาชุมชน รวมถึงแก้ไขปัญหาหนี้สิน ความยากจนและขาดแคลนในพื้นที่ ตั้งแต่ปีพ.ศ.2557 ที่ได้ทรงริเริ่มโครงการ จนพัฒนาเป็นศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในพระดำริฯ ที่มีวัตถุประสงค์ในการเป็นแหล่งทดลองและถ่ายทอดองค์ความรู้เพื่อให้ประชาชนสามารถนำความรู้ไปปรับใช้ในการดำรงชีวิตเพื่อให้พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน

ปัจจุบันศูนย์การเรียนรู้เศรษฐกิจพอเพียงในพระราชดำริฯ มีสมาชิกทั้งสิ้น 400 คน จาก 9 หมู่บ้าน มีการจัดตั้ง คณะกรรมการศูนย์ฯของชุมชนเพื่อช่วยกันพัฒนาองค์ความรู้ของศูนย์ฯ และได้มีการทดลอง พัฒนา ปรับปรุงพื้นที่เพื่อแก้ไขปัญหาต่างๆ ของชุมชน อาทิการแก้ไขปัญหาขาดแคลนน้ำในพื้นที่ชุมชน การนำโคกหนองนาโมเดลมาปรับใช้เพื่อเพิ่มการกักเก็บน้ำในพื้นที่ เป็นต้น อีกทั้ง ยังมีการส่งเสริมให้เกิดกลุ่มอาชีพต่างๆ ภายในศูนย์ฯ รวมถึงการพัฒนาผลิตภัณฑ์ของสมาชิกศูนย์ฯและหาช่องทางการตลาด เพื่อสร้างอาชีพ สร้างรายได้เสริมให้แก่ชุมชน ทั้งนี้ สำนักงานโครงการส่วนพระองค์ฯ ร่วมกับคณะกรรมการศูนย์ฯ ได้วางแผนยุทธศาสตร์ที่มีเป้าหมายในการสร้างพื้นที่ศูนย์ฯ ให้เป็นพื้นที่อินทรีย์ต้นแบบ โดยได้รับความร่วมมือทั้งจากภาครัฐและภาคเอกชนในการบูรณาการองค์ความรู้และพัฒนาพื้นที่ศูนย์การเรียนรู้ฯ ให้เป็นพื้นที่ต้นแบบที่ยั่งยืน เพื่อก่อให้เกิดประโยชน์แก่ชุมชนและประเทศชาติต่อไป

แฟนคลับเฮ! ‘ตูน บอดี้สแลม’ ได้กลับบ้านแล้ว หลังเข้ารักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/541626

แฟนคลับเฮ! 'ตูน บอดี้สแลม'ได้กลับบ้านแล้ว หลังเข้ารักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

แฟนคลับเฮ! ‘ตูน บอดี้สแลม’ได้กลับบ้านแล้ว หลังเข้ารักษาหมอนรองกระดูกทับเส้นประสาท

วันจันทร์ ที่ 28 ธันวาคม พ.ศ. 2563, 09.54 น.

28 ธันวาคม 2563 จากกรณีที่ตูน บอดี้สแลม หรือ นายอาทิวราห์ คงมาลัย เข้าโรงพยาบาลเพราะมีปัญหาหมอนรองกระดูกต้นคอกดทับเส้นประสาท ทำให้แขนซ้ายมีอาการชา นิ้วมือซ้ายบังคับไม่ได้เป็นบางนิ้วต้องอยู่ในความดูแลของแพทย์ตลอด 10 กว่าวันที่ผ่านมา โดยมีภรรยาอย่างสาวก้อย รัชวิน ดูแลอยู่ข้างกายไม่ห่าง 

ล่าสุดภรรยาสาวสวย ก้อย รัชวินได้โพสต์ผ่านอินสตาแกรมส่วนตัว ‘rachwinwong’ ว่าตูน บอดี้สแลม ออกจากโรงพยาบาลและกลับบ้านได้แล้ว 

Teen Thasaporn rises above personal tragedy to win title for late dad #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

Teen Thasaporn rises above personal tragedy to win title for late dad

Dec 28. 2020Thasaporn Naklo Thasaporn Naklo

Braving a personal tragedy and odds, Thasaporn Naklo upset Kamonwan Buayam in the final of the Hua Hin Open Masters tennis tournament at the True Arena Hua Hin on Sunday and dedicated her maiden professional win to her late father. 

The 19-year-old, who lost her father in a car accident last week, had to remain mentally tough to stay in the tournament in order to realise his dream of her winning the title.

“This victory is for my dad,” a tearful Thasaporn said. “I had to have a strong will this week to try and achieve this for him. It would be my last present for him,” added the emotional Thasaporn, who fought back from a set down to beat her more experienced rival 3-6 6-2 6-0 in the women’s final.

Kamonwan Buyam, right, tries to console Thasaporn Naklo during the award presentation.

On Wednesday, her father Somchai, 52, died in a road accident when he was driving back to Bangkok after meeting his daughter in Hua Hin.

Instead of withdrawing from the competition, the teenager had to summon all her reserves of courage and concentration to stay in the tournament, believing this would be the path her father would have wanted her to pursue. She had to go back and forth between Hua Hin and Bangkok (198km) every day in order to attend the funeral and also stay in the tournament.

Even runner-up Kamonwan could not hold back tears during the award presentation.

“If this had happened to me, I don’t think I could have carried on the way she did,” she said.

Apart from the Bt55,000 prize money, Thasaporn also received a special scholarship of Bt50,000 from the Lawn Tennis Association of Thailand honorary president Suwat Liptapanlop.

Thasaporn is currently studying in the US. She returned to Thailand for a pre-season training and is scheduled to go back soon.

In the men’s singles final showdown, Pruchya Isaro finally won at this venue after he settled score with Palaphoom Kovapitukted with a straight set victory 7-5 6-0. The 25-year-old from Songkhla  had lost two finals in the previous legs including a defeat to Palaphoom in the openening circuit in early November. He also lost to Palaphoom in three sets in the round-robin stage earlier this week. 

Pruchya who won the Bt52,000 prize money for his victory has bagged two singles title this season. His previous occured last month in the Singha TATP Tour in Nonthaburi. 

Pruchya Isaro 

AWS Cloud technology offering massive benefits to auto industry, says expert #SootinClaimon.Com

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

AWS Cloud technology offering massive benefits to auto industry, says expert

Dec 28. 2020

By The Nation

The Amazon Web Services (AWS) Cloud technology is benefiting the automotive industry in five areas: agility, elasticity, global reach, cost and innovation, said Jon Allen, director of AWS Cloud’s professional services for the automotive industry.

“When you look at what’s happening in the auto industry today, what they really need is the ability to scale. What we’re seeing today, with complex data analytics and complex models around, an autonomous vehicle and driver assistance that really requires the ability to provision and scale quickly,” he added.

The original equipment manufacturers (OEMs) have not had the opportunity for that kind of computing power before. It would take weeks to be able to run a complex model and now they can do it in days, he said.

“As for elasticity, we only see the largest automakers able to invest in the future of high-processing computing and data analytics. Now, we are seeing so many new and smaller companies coming in. They use the elasticity, the agility of AWS, to build and be able to scale quicker than before.

“The second part I’d talk about is global reach. When you see companies like Volkswagen and their effort for the digital production platform to connect the factories at scale. To be able to connect 160 factories around the world, they really need that global reach to be able to do that. AWS has 24 regions and 77 availability zones. We really scale-out that reach closer to what VW is trying to do with their factories worldwide.

“In fact, nine of those 22 regions are right there in Asia. That allows customers to be closer to data centres to improve licensees and to be able to affect quicker run time with what they are trying to do,” Allen said.

As for innovation, he said automakers today want to differentiate their businesses. They want to build and give their customers new experiences, not just about their back-room data centres.

“What we are able to do is help our customers innovate not only through the Cloud but also through 125 services that we have. It’s exciting that we are able to do that,” Allen added.

Talking about the automotive industry in the near and long-term future, Allen quoted AWS customer Mary Barra, CEO of General Motors as saying that the next five years will see more disruptions than in the past five years.

“We have seen a lot of disruption in the last couple of years. What we are seeing right now in the near-term is that the automotive industry is getting much more connected,” Allen said.

He added that carmakers are becoming far more focused on customers and what they want from their vehicle. The long-term vision they have is that they want to be more than just a hardware provider for the industry. They want to be part of creating new applications and new experiences for the customers.

“So in the long-term, they are going to continue to disrupt. Companies or OEMs that have adopted the Cloud strategy are really able to introduce new capabilities. Think about quantum computing, high-process computing that is using the power of the Cloud to give a better customer experience.”

He said that we are going to see advanced driver assistance, which will lead to much more autonomous vehicles.

“In order to do that, you need a large computing capacity, a lot of storage, to make that happen. Our automotive customers are using these capabilities at AWS to make that happen,” he said.

Allen added that AWS is extending its presence in the region and it’s fascinating to see the adoption of technology in Thailand in the past couple of years.

“We want the automotive industry to build on AWS. We want our current auto customers to have the best experience using our services to build and transform the automotive industry. In the end, we want automotive customers to have the best experiences with the automotive maker through AWS.”

A couple of years ago, AWS launched the Connected Vehicle reference architecture, which is its first solution on how to connect vehicles to the Cloud.

“And then we launched the Connected Mobility solution. That has improved from the Connected Vehicle reference architecture. It allows new capabilities such as vehicle health, location of the vehicle, and battery monitoring.

“Another is WaveLength, which connects the 5G network to AWS Cloud. What WaveLength does is generally there are five hubs between the tower that connects 5G to the Cloud. WaveLength reduces it to three. We are able to work with our partners such as Verizon and telecom providers around the world to be able to implement 5G to WaveLength. So those are some new services that we currently have.”