กยศ.แจงปัญหาโอนเงินค่าครองชีพ พร้อมเร่งโอนที่เหลือทั้งหมด 30 ธ.ค.นี้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/624099

กยศ.แจงปัญหาโอนเงินค่าครองชีพ พร้อมเร่งโอนที่เหลือทั้งหมด 30 ธ.ค.นี้

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.01 น.

วันที่ 23 ธันวาคม 2564 นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา เปิดเผยว่า ตามที่มีการนำเสนอข่าวกรณีผู้กู้ยืมเงินได้รับผลกระทบจากการโอนเงินค่าครองชีพ นั้น กองทุนขอชี้แจงว่า ในปีการศึกษา 2564 มีผู้ยื่นขอกู้ยืมเงิน จำนวน 664,398 ราย เป็นเงินกู้ยืม จำนวน 37,118,189,702 บาท ผ่านสถานศึกษาจำนวน 4,128 แห่ง จากสถานการณ์ของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19) ที่มีความรุนแรงมากขึ้น สถานศึกษาจึงเลื่อนการเปิดภาคเรียนและปรับรูปแบบการเรียนเป็นออนไลน์ รวมถึงมาตรการปรับลดค่าเทอมให้แก่นักศึกษา ทำให้กองทุนต้องปรับกระบวนการให้กู้ยืมเงินโดยขยายเวลายื่นขอกู้จนถึง 31 ตุลาคม 2564  

ปัจจุบัน จากผู้กู้ยืมจำนวน 664,398 ราย กองทุนได้โอนค่าครองชีพไปแล้ว จำนวน 516,873 ราย คงเหลือผู้กู้ยืมเงินที่ได้รับเอกสารแล้วอยู่ในระหว่างดำเนินการ จำนวน 136,084 ราย สำหรับสาเหตุที่ผู้กู้ยืม ยังไม่ได้รับการโอนเงินค่าครองชีพเกิดจาก เอกสารที่ส่งมาไม่ถูกต้องหรือไม่ครบถ้วน เช่น ผู้กู้ยืมเงินลงลายมือชื่อแทนบิดา มารดา แนบไฟล์เอกสารไม่ครบถ้วนตามที่กำหนด พยานมิได้ลงนามในสัญญา ฯลฯ ในทางปฏิบัติได้มีการแจ้งข้อมูลกลับไปยังสถานศึกษาเพื่อแจ้งให้ผู้กู้ยืมแก้ไขเอกสารให้ถูกต้องแล้วส่งกลับมา เมื่อได้มีการตรวจสอบความถูกต้องและครบถ้วนของเอกสารเรียบร้อยแล้ว ผู้กู้ยืมเงินจึงจะได้รับโอนเงินค่าครองชีพต่อไป 

“นอกจากนี้ สถานศึกษายังมิได้จัดส่งเอกสารการกู้ยืมให้กองทุน  และอยู่ระหว่างการตรวจเอกสารการกู้ยืม  ทั้งนี้ เพื่อแก้ปัญหาดังกล่าว ทางกองทุนได้เร่งดำเนินการแก้ไขและจะโอนเงินค่าครองชีพให้กับ ผู้กู้ยืมเงินที่ยังไม่ได้รับค่าครองชีพ จำนวน 136,084 ราย ภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2564 นี้ ส่วนผู้กู้ยืมที่กองทุนยังไม่ได้รับเอกสารสัญญากู้ยืม จำนวน 11,441 ราย นั้น หลังจากได้รับเอกสารแล้วกองทุนคาดว่าจะโอนเงิน  ค่าครองชีพให้ได้ภายใน 7 วัน อนึ่ง หลังจากวันที่ 30 ธันวาคมนี้ ผู้กู้รายใดที่ยังตกค้างและยังไม่ได้รับเงิน ค่าครองชีพ ขอให้ติดต่อมาที่กองทุนได้ทาง Line บัญชีทางการ “กยศ.เรื่องร้องทุกข์” หรือติดต่อที่หมายเลขโทรศัพท์ 0 2016 4888” ผู้จัดการ กยศ.  กล่าว

รร.อุ้มผาง อบรมเทคโนโลยีให้กับครู พัฒนาสื่อการสอน ในช่วงโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623875

รร.อุ้มผาง อบรมเทคโนโลยีให้กับครู  พัฒนาสื่อการสอน ในช่วงโควิด

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

โรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม อ.อุ้มผาง จ.ตาก จัดอบรมเชิงปฏิบัติการการพัฒนาสื่อนวัตกรรมและเทคโนโลยีทางการศึกษา การตัดต่อวีดีโอด้วยมือถือ และคอมพิวเตอร์ให้กับคณะครูโรงเรียนอุ้มผางวิทยาคม และโรงเรียนโมโกรวิทยาคม รวม 72 คน เพื่อส่งเสริมความสามารถด้านเทคโนโลยีห้กับครู สามารถไปพัฒนาสื่อการสอน และนวัตกรรมในการถ่ายทอดความรู้สู่ผู้เรียนในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยผู้เรียนไม่สูญเสียการเรียนรู้ หรือ learning lossและส่งเสริมให้ผู้เรียนสามารถเรียนรู้จากที่บ้านhomebase leaning รวมถึงนำไปปรับใช้ในการพัฒนาครูเข้าสู่การประเมินวิทยฐานะ ว.PA

สำหรับหลักสูตรการอบรม ประกอบด้วยการทำอินโฟกราฟิกง่ายๆ ด้วย canva การตัดต่อวีดีโอด้วยมือถือผ่านแอปพลิเคชั่น kine master การตัดต่อคลิปวีดีโอด้วยคอมพิวเตอร์ด้วยโปรแกรม power director การจัดเก็บผลงานออนไลน์ด้วย Padlet และการเพิ่มทักษะการถ่ายภาพให้น่าสนใจ

มธ.เปิดคอร์สเรียนออนไลน์ ความรู้พลังงานสะอาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623876

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ (มธ.)เปิดสอน “บทเรียนออนไลน์หลัก 10 บทเรียน”เพิ่มความรู้ด้านพลังงานสะอาด เริ่มตั้งแต่การปูพื้นฐานความรู้ด้านพลังงานสะอาดสะเต็มศึกษา (STEM Education) การศึกษาเรื่องพลังงานสะอาดผ่านบริบทของชุมชนและวิถีชีวิตประจำวัน รวมถึงทบทวนความรู้เข้าใจด้านทักษะการโค้ช และเรียนรู้การออกแบบและพัฒนาสื่อการเรียนรู้แบบมืออาชีพ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสร้างความตระหนักรู้ด้านการใช้พลังงานสะอาดในชีวิตประจำวัน และนำไปสู่แนวคิด “Clean Energy for Lifeใช้พลังงานสะอาดเพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นของทุกคน” ครู นักศึกษาบุคลากรทางการศึกษา และผู้ที่สนใจเรื่องพลังงานสะอาด เรียนฟรีมีใบประกาศนียบัตร (Certificate) รับรองเมื่อเรียนครบทุกหน่วยการเรียนของแต่ละรายวิชา โดยสามารถลงทะเบียนเรียนได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป สอบถามข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่โครงการพัฒนานวัตกรรมการเรียนรู้แบบสร้างสรรค์เพื่อพลังงานสะอาด โทร.02-5644440 ต่อ 6713 หรือ อีเมล tu.cleanenergy@lsed.tu.ac.th

ตรีนุช-กัลยา หนุนร่วมมือญี่ปุ่นต่อเนื่อง หลังรร.จุฬาภรณฯ-ญี่ปุ่นสำเร็จเกินคาด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623872

ตรีนุช-กัลยา หนุนร่วมมือญี่ปุ่นต่อเนื่อง หลังรร.จุฬาภรณฯ-ญี่ปุ่นสำเร็จเกินคาด

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กระทรวงศึกษาธิการ จัดงานครบรอบ 10 ปี ความร่วมมือระหว่างโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยกับประเทศญี่ปุ่น ผ่านระบบออนไลน์ โดยมีผู้เข้าร่วมงานจากกระทรวงศึกษาธิการของญี่ปุ่น หน่วยงานของประเทศญี่ปุ่น ผู้อำนวยการ ครู และนักเรียนของโรงเรียน Super Science High Schools และสถาบัน KOSEN ผู้บริหาร ครู และนักเรียนของโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยทั่วประเทศ ในงานมีการบรรยายพิเศษจาก Professor Dr.Hiroshi Amano (ฮิโรชิ อามาโนะ) นักวิทยาศาสตร์รางวัลโนเบล สาขาฟิสิกส์ปี 2014 ผู้คิดค้น LED แสงสีน้ำเงิน รวมทั้งนำเสนอผลความสำเร็จของความร่วมมือทางวิชาการระหว่างโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยกับประเทศญี่ปุ่น และการนำเสนอผลความสำเร็จของนักเรียนทุนรัฐบาลไทยไปศึกษาต่อ ณ สถาบันโคเซ็น ประเทศญี่ปุ่น

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า ตลอด 10 ปี ความร่วมมือของโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย กับประเทศญี่ปุ่น สร้างผลสัมฤทธิ์ทางการศึกษาอย่างมากมาย โรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย สามารถพัฒนาก้าวหน้าเป็นโรงเรียนวิทยาศาสตร์ที่มีคุณภาพและเป็นที่ยอมรับของโรงเรียนวิทยาศาสตร์ในระดับนานาชาติ ทั้งยังประสบความสำเร็จในการพัฒนาคุณภาพการจัดการเรียนการสอนทางด้านคณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์ และเทคโนโลยีที่เน้นการทำโครงงานและการวิจัยทางด้านวิทยาศาสตร์มาอย่างต่อเนื่อง นักเรียนของโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัยได้รับการบ่มเพาะความรู้ ทักษะ และสมรรถนะในระดับเดียวกันกับโรงเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นนำของนานาชาติ

“ตลอด 10 ปี ความร่วมมือได้เกิดการแลกเปลี่ยนทางวิชาการขึ้นมากมาย ไม่ว่าจะเป็นการแลกเปลี่ยนทางวิชาการร่วมกับโรงเรียนในโครงการ Super Science High School และสถาบันโคเซ็น (KOSEN) ประเทศญี่ปุ่นการพัฒนาทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ผ่านการทำโครงการวิจัยร่วมระหว่างนักเรียนไทยและนักเรียนญี่ปุ่น การจัดการประชุมวิชาการทางด้านวิทยาศาสตร์ร่วมกับโรงเรียนวิทยาศาสตร์ของประเทศญี่ปุ่น Thailand-Japan Student Science Fair มหกรรมสิ่งประดิษฐ์ทางด้านไอซีที ญี่ปุ่น Thailand-Japan Student ICT Fair การแข่งขันการออกแบบเกมส์ในรูปแบบทีม Thailand-Japan Game Programing Hackathonที่สนับสนุนโดยองค์การความร่วมมือระหว่างประเทศญี่ปุ่น JICA โครงการ SAKURA Science Program ร่วมกับมหาวิทยาลัยโออิตะ รวมถึงการพัฒนาการเรียนการสอนภาษาญี่ปุ่นร่วมกับ Japan Foundation ทำให้นักเรียนเกิดการพัฒนาทักษะทางวิทยาศาสตร์ การทดลอง การวิจัย รวมถึงได้เพื่อนใหม่ เรียนรู้และเข้าใจในความแตกต่างทางวัฒนธรรมและประเพณีของทั้ง 2 ประเทศ” นางสาวตรีนุช กล่าว

ดร.คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ กล่าวว่า นักเรียนได้เข้าร่วมโครงการต่างๆ ที่สนับสนุนโดย MEXT, JST, SSHs, EOJ, KOSEN Institutes, JICA รวมถึงหน่วยงานทางการศึกษาของประเทศญี่ปุ่น สร้างให้เกิดความร่วมมือทางวิชาการ และสัมพันธภาพระหว่างนักเรียน ครู และโรงเรียน ช่วยกระตุ้นให้นักเรียนเกิดความคิดสร้างสรรค์ ทักษะการคิดวิเคราะห์ นักเรียนได้รับความรู้และประสบการณ์ที่เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีในระดับสากล

ดร.อัมพร พินะสา เลขาธิการคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน และประธานคณะกรรมการพัฒนาโรงเรียนวิทยาศาสตร์จุฬาภรณราชวิทยาลัย กล่าวว่า ที่ผ่านมาได้ลงนามความร่วมมือทางวิชาการกับ Super Science High Schools ของประเทศญี่ปุ่น จำนวน 16 โรงเรียน และสถาบัน KOSEN ของประเทศญี่ปุ่นจำนวน 10 สถาบัน และได้จัดส่งนักเรียนทุนไปศึกษาต่อ ณ สถาบันโคเซ็นประเทศญี่ปุ่นแล้วจำนวน 46 คน พบว่าได้ผลดี นักเรียนและครูได้เรียนรู้เพิ่มเติมจากการเข้าร่วมกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้นี้มาก นอกจากนี้ยังมีการนำองค์ความรู้ที่ได้จากการร่วมมือนี้มาใช้ในการพัฒนาโรงเรียนของตนเองด้วย อีกทั้งนักเรียนทุนที่ไปศึกษา ณ สถาบัน KOSEN ประเทศญี่ปุ่นได้ประสบผลสำเร็จในการเรียนเป็นอย่างดี มีผลงาน รางวัลจากการเข้าร่วมการแข่งขันในระดับชาติ และเป็นตัวแทนประเทศญี่ปุ่นในการแข่งขันระดับนานาชาติ อีกด้วย

ดร.อัมพรกล่าวต่อว่า ความร่วมมือทางวิชาการกับโรงเรียนวิทยาศาสตร์ชั้นนำทั้งในและต่างประเทศ เพื่อแลกเปลี่ยน เรียนรู้ซึ่งกันและกัน กิจกรรม ความร่วมมือทางวิชาการส่วนใหญ่ประกอบด้วย การแลกเปลี่ยนนักเรียนระยะสั้น ระยะยาว การทำงานวิจัยร่วมกันระหว่างครูกับครู และนักเรียนกับนักเรียน ทั้งในรูปแบบออนไลน์ (On-line) และออนไซต์(On-site) การแลกเปลี่ยนครูทั้งระยะสั้น และระยะยาว

นักวิทย์ไทยพัฒนา‘เซ็นเซอร์’แบบใช้ง่าย ประเมินทางอาหาร การเกษตร และการแพทย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623879

นักวิทย์ไทยพัฒนา‘เซ็นเซอร์’แบบใช้ง่าย  ประเมินทางอาหาร การเกษตร และการแพทย์

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ดร.สุดเขต ไชโย นักวิทยาศาสตร์เจ้าของรางวัลนักวิทยาศาสตร์รุ่นใหม่ ประจำปี 2564 สถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรม พันธุศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พัฒนา “เซ็นเซอร์” รูปแบบใหม่ประเมินความปลอดภัยทางอาหารและการเกษตรได้อย่างแม่นยำ ตรวจวัดง่าย พร้อมประยุกต์ใช้ทางการแพทย์ในการเฝ้าระวังโรคและตรวจวัดภูมิคุ้มกันที่มีความไวต่อเชื้อโควิด-19สำเร็จเป็นครั้งแรกของวงการวิทยาศาสตร์ไทย

ดร.สุดเขตได้ศึกษาวิจัยและพัฒนาเซ็นเซอร์อย่างต่อเนื่องมากว่า 10 ปีเพื่อให้ได้เซ็นเซอร์รูปแบบใหม่ๆ ในราคาถูกโดยเซ็นเซอร์ตัวแรกที่พัฒนาขึ้นนั้นได้ใช้อุปกรณ์ชิ้นเล็กลง พกพาสะดวก และราคาถูกเป็นเซ็นเซอร์ตรวจวัดปริมาณโลหะหนักในอาหารและสิ่งแวดล้อม ซึ่งมีการต่อยอดนำไปตรวจวัดโลหะหนักในอาหารและสิ่งแวดล้อมในโรงงาน จากนั้นก็ได้พัฒนาเซ็นเซอร์ชนิดอื่นๆ ตามมา เช่น เซ็นเซอร์ตรวจวัดยาปฏิชีวนะยาฆ่าแมลงที่ตกค้าง และเซ็นเซอร์ที่ใช้ในทางการแพทย์ เป็นต้น

ในช่วงที่เกิดสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคโควิด-19 ดร.สุดเขตได้ริเริ่มวิจัยและพัฒนาเซ็นเซอร์ที่สามารถทดสอบภูมิคุ้มกันที่มีความไวและความจำเพาะต่อเชื้อโควิด-19 ซึ่งผลการทดสอบได้รับการยืนยันว่าสอดคล้องกับวิธีมาตรฐานที่ใช้อยู่ในปัจจุบัน ผลงานวิจัยดังกล่าวได้รับการตีพิมพ์แล้ว นับเป็นงานวิจัยแรกของโลกที่ใช้เซ็นเซอร์ฐานกระดาษร่วมกับเคมีไฟฟ้าในการตรวจวัดภูมิคุ้มกันเชื้อโควิด-19 และได้นำไปใช้ในการตรวจวัดภูมิคุ้มกันของคนไข้ผู้ติดเชื้อโควิด-19 แล้ว

นอกจากนี้ ดร.สุดเขตยังได้พัฒนาเซ็นเซอร์สำหรับชุดตรวจการติดเชื้อโควิด-19 ด้วย ATK (Antigen Test Kit) ด้วย เนื่องจากชุดตรวจเดิมที่ใช้งานอยู่เป็นการตรวจวัดโดยดูจากแถบสีที่ปรากฏขึ้น แต่ในงานวิจัยจะพัฒนาเซ็นเซอร์ที่อ่านสัญญาณการตรวจพบเชื้อได้อย่างรวดเร็วด้วยการเห็นเป็นตัวเลข นอกจากการใช้งานเซ็นเซอร์ที่เกี่ยวกับโรคโควิด-19 แล้ว ดร.สุดเขต ยังพัฒนานำเซ็นเซอร์ไปใช้ในการเฝ้าระวังสาเหตุที่ทำให้เกิดโรคหรือความผิดปกติของร่างกาย เช่น ตรวจวัดระดับน้ำตาล คอเลสเตอรอล เป็นต้น

หน่วยงานที่สนใจเรื่องเซ็นเซอร์หรือต้องการสนับสนุนการพัฒนาเซ็นเซอร์ สามารถติดต่อได้ที่สถาบันวิจัยเทคโนโลยีชีวภาพและวิศวกรรมพันธุศาสตร์ จุฬาฯ โทร.02-218-8078 หรืออีเมล sudkate.c@chula.ac.th

ม.มหาสารคาม จับมือ หัวเว่ย พัฒนาเทคโนฯ ขับเคลื่อนสู่การเป็น Smart University

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623873

ม.มหาสารคาม จับมือ หัวเว่ย พัฒนาเทคโนฯ  ขับเคลื่อนสู่การเป็น Smart University

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดี มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ลงนามร่วมกับ นายวรวิทย์ จำปาไชยศรี บริษัทหัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จำกัด มีผู้ช่วยศาสตราจารย์จรวย สาวิถี ผู้อำนวยการสำนักคอมพิวเตอร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และ นางสาววิชุดา พิมพ์ลี บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ลงนามเป็นพยานความร่วมมือที่มหาวิทยาลัยมหาสารคาม

ผู้ช่วยศาสตราจารย์จรวย สาวิถี ผู้อำนวยการสำนักคอมพิวเตอร์ กล่าวว่า มหาวิทยาลัยมหาสารคาม และ บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี(ประเทศไทย) จำกัด ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการนำเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทันสมัยเข้ามาใช้งานเพื่อพัฒนาศักยภาพของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศ ครอบคลุมทั้งภายในองค์กร การพัฒนาบุคลากร ผู้เรียนและระบบการพัฒนาการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศ ของมหาวิทยาลัยอย่างต่อเนื่องและยั่งยืน จึงได้ร่วมกันจัดทำบันทึกความร่วมมือในวันนี้ขึ้น โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อนำเทคโนโลยีต่างๆ ที่ทันสมัยเข้ามาใช้งานเพื่อพัฒนาศักยภาพของระบบเทคโนโลยีสารสนเทศในมหาวิทยาลัยมหาสารคาม รวมถึงจัดหลักสูตรอบรมให้กับบุคลากรและนิสิตของมหาวิทยาลัย และพัฒนาการเรียนรู้ด้านเทคโนโลยีสารสนเทศของมหาวิทยาลัยมหาสารคามให้ต่อเนื่องและยั่งยืน 

สำหรับขอบเขตของบันทึกข้อตกลงนั้นมหาวิทยาลัยมหาสารคาม จะยื่นคำขอจดทะเบียนเพื่อเข้าร่วมกับหัวเว่ยในโครงการ หัวเว่ย ไอซีทีอคาเดมี จากนั้นจะได้ร่วมกันสร้างสรรค์หลักสูตรที่สอดรับกับความต้องการของตลาดไอซีทีที่มีการพัฒนาตลอดเวลา ร่วมกันคิดสร้างสรรค์ และเอื้อประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน เพื่อช่วยส่งเสริมการเปลี่ยนแปลงสู่ยุคดิจิทัลและก้าวสู่ประเทศไทย 4.0

ม.เกษตรฯ รับสมัครอาจารย์สาขาพืชสวน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623877

วันพฤหัสบดี ที่ 23 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ รับสมัคร อาจารย์ 1 อัตรา การศึกษาระดับปริญญาเอกสาขาพืชสวนหรือสาขาที่เกี่ยวข้อง เน้นทางด้านสรีรวิทยาการผลิตพืช (ผลไม้) มีประสบการณ์ในการทำงานวิจัย มีความสามารถในการใช้คอมพิวเตอร์ และต้องมีผลการทดสอบภาษาอังกฤษตามเกณฑ์ขั้นต่ำที่กำหนด นับจากวันประกาศผลไม่เกิน 2 ปี อย่างใดอย่างหนึ่ง ดังนี้ TOEFL, IELTS, CU-TEP, KU-EPT และ TOEIC สำหรับผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอกจากต่างประเทศ ไม่ต้องยื่นผลการทดสอบภาษาอังกฤษ ผู้สนใจขอรับและยื่นใบสมัครได้ที่ ภาควิชาพืชสวน คณะเกษตร มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ บางเขน ตั้งแต่บัดนี้ถึงวันที่ 11 มีนาคม 2565 สอบถามรายละเอียดได้ที่โทรศัพท์ 02-5790308 หรือ ดูรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ www.agr.ku.ac.th

ทำความรู้จัก! โรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากไวรัส RSV อาการคล้ายไข้หวัด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623920

ทำความรู้จัก! โรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากไวรัส RSV อาการคล้ายไข้หวัด

วันพุธ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.39 น.

กรมการแพทย์ โดยสถาบันโรคทรวงอก แนะในช่วงอากาศเปลี่ยนแปลง หมั่นทำความสะอาดเครื่องใช้และอุปกรณ์ภายในบ้าน ล้างมือบ่อยๆ ออกกำลังกายสม่ำเสมอ รับประทานอาหารปรุงสุกใหม่ ใช้ช้อนกลาง และใส่หน้ากากอนามัยเพื่อลดความเสี่ยงต่อการติดเชื้อจากโรคทางเดินหายใจ

นายแพทย์สมศักดิ์ อรรฆศิลป์ อธิบดีกรมการแพทย์ กล่าวว่า โรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส RSV เป็นโรคที่สามารถพบได้มาก ในช่วงปลายฤดูฝนไปจนถึงฤดูหนาว โรคชนิดนี้เป็นหนึ่งในโรคที่มีอาการคล้ายไข้หวัด แต่อาจก่อให้เกิดอาการรุนแรงได้ในเด็กเล็ก เด็กที่คลอดก่อนกำหนด และผู้สูงอายุมากกว่า 65 ปี รวมทั้งผู้ป่วยที่มีโรคประจำตัว เช่น โรคหอบหืด โรคหัวใจ การติดเชื้อของเชื้อไวรัส RSV เกิดจากการสัมผัสสารคัดหลั่งของผู้ติดเชื้อ สามารถเข้าสู่ร่างกายได้ทั้งทางม่านตา จมูก ปาก หรือสัมผัสเชื้อโดยตรงจากการจับมือ และแพร่กระจายได้ง่ายผ่านการไอหรือจาม สำหรับผู้ป่วยที่ติดเชื้อไวรัส RSV มักมีอาการ 4-6 วัน หลังได้รับเชื้อ อาการโดยทั่วไปคล้ายไข้หวัดธรรมดา มีไข้ ไอ เจ็บคอ มีน้ำมูก ปวดศีรษะ หากพบว่าเชื้อลงไปสู่ระบบหายใจส่วนล่าง ผู้ป่วยจะมีอาการรุนแรง หายใจเร็ว หอบเหนื่อย ไอรุนแรง ทำให้เกิดภาวะปอดอักเสบบางรายรุนแรงเกิดภาวะหัวใจล้มเหลวได้

นายแพทย์เอนก  กนกศิลป์ ผู้อำนวยการสถาบันโรคทรวงอก กรมการแพทย์  กล่าวเพิ่มเติมว่า โรคชนิดนี้เกิดได้หลายช่วงอายุ แต่ในวัยผู้ใหญ่พบว่าจะมีอาการไม่รุนแรง และจะเกิดอาการที่รุนแรงในผู้ป่วยเด็กที่มีอายุน้อยกว่า 15 ปี มีโรคประจำตัวหรือโรคเรื้อรัง เช่น โรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือปอด หรือผู้ป่วยที่มีภาวะภูมิคุ้มกันของร่างกายต่ำ เป็นต้น สำหรับการตรวจรักษาในผู้ป่วยที่พบว่ามีอาการบ่งชี้แพทย์จะทำการตรวจหาเชื้อไวรัส RSV จากสารคัดหลั่งในจมูก การรักษาโรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากเชื้อไวรัส RSV ในปัจจุบันยังไม่มีวัคซีนป้องกัน และไม่มียารักษา แพทย์จะดำเนินการรักษาตามอาการของผู้ป่วย แต่หากพบว่าอาการไม่ดีขึ้นหรือมีอาการรุนแรงต้องรีบไป  พบแพทย์ทันที และเพื่อป้องกันการติดโรคติดเชื้อทางเดินหายใจจากไวรัส RSV เราควรดูแลตัวเอง ด้วยการหลีกเลี่ยงไปในที่ชุมชนแออัด รักษาความอบอุ่นให้แก่ร่างกายในช่วงอากาศเย็น หมั่นทำความสะอาดเครื่องใช้และอุปกรณ์ภายในบ้านที่สัมผัสบ่อยๆ เช่น ลูกบิด ราวบันได รีโมท รับประทานอาหารที่ปรุงสุกใหม่มีประโยชน์ครบ 5 หมู่ และใช้ช้อนกลางเมื่อต้องรับประทานอาหารร่วมกับผู้อื่น ควรออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมอเพื่อเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ล้างมือบ่อยๆด้วยน้ำและสบู่ หรือเจลแอลกอฮอล์ ทุกคนในบ้านควรชำระร่างกายให้สะอาด เพื่อลดความเสี่ยงการเป็นพาหะนำเชื้อโรคมาแพร่กระจายให้บุคคลภายในบ้าน และควรใส่หน้ากากอนามัยเพื่อป้องกันการแพร่กระจายเชื้อ หากเรารู้จักป้องกันตนเอง เพียงเท่านี้เราก็จะสามารถลดโอกาสของการติดเชื้อจากโรคทางเดินหายใจได้

มติบอร์ดมีมติเกณฑ์ประเมินผลงาน‘บิ๊กสกสค.’ เพิ่มเกณฑ์ผ่าน65%-จี้ส่งผลงานภายใน 15 วัน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623914

มติบอร์ดมีมติเกณฑ์ประเมินผลงาน‘บิ๊กสกสค.’ เพิ่มเกณฑ์ผ่าน65%-จี้ส่งผลงานภายใน 15 วัน

วันพุธ ที่ 22 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 16.28 น.

วันที่ 22 ธันวาคม 2564 นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เปิดเผยภายหลังประชุมคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา (สกสค.) ที่มี น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกณะทรวงศึกษาธิการ(รมว.ศธ.) เป็นประธาน  ว่า ที่ประชุมมีมติเห็นชอบ การประเมินผลการฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค. ให้ใช้หลักเกณฑ์และวิธีการประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค. ตามที่คณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานเคยเสนอต่อคณะกรรมการ สกสค. ซึ่งต้องมีผลงานผ่านเกณฑ์การประเมิน ไม่น้อยกว่า ร้อยละ 65 โดยให้มีการประเมินสมรรถนะที่เกี่ยวข้องกับการปฏิบัติงานด้วย พร้อมกับให้แจ้งมติของคณะกรรมการ สกสค. ให้คณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานฯ ทราบ พร้อมสำเนาความเห็นของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ (สป.ศธ.) ให้ในคราวเดียวกัน โดยให้ถือมติการประชุมครั้งนี้เป็นที่ยุติ 

นายสุภัทร กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมมีมติมอบให้ประธานคณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานฯ แจ้งหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินฯให้เลขาธิการ สกสค. ทราบ ภายใน 15 วัน และให้เริ่มนับวันที่ส่งหลักฐานเกี่ยวกับผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค. ตั้งแต่วันที่ได้รับทราบการแจ้งหลักเกณฑ์และวิธีการประเมินฯ ดังกล่าวเป็นต้นไป และให้คณะกรรมการประเมินผลการปฏิบัติงานฯ ดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค. จากนั้นให้คณะกรรมการประเมินฯดำเนินการส่วนที่เกี่ยวข้องให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน แล้วรายงานผลการดำเนินงานให้คณะกรรมการ สกสค. ทราบต่อไป  พร้อมกับให้แจ้งมติผลการพิจารณาของคณะกรรมการ สกสค. ที่เกี่ยวข้องกับการคัดค้าน เรื่องการประเมินผลการปฏิบัติงานของเลขาธิการ สกสค. ให้แก่ผู้ร้องคัดค้านทราบ 

ผู้สื่อข่าวถามว่า การเปลี่ยนการประเมินผลงานเลขาธิการ สกสค.นี้ จะต้องเปลี่ยนเกณฑ์การประเมินผลงานของเลขาธิการคุรุสภา และผู้อำนวยการองค์การค้า ของ สกสค. ด้วยหรือไม่ เพราะใช้คณะกรรมการประเมินชุดเดียวกัน นายสุภัทร กล่าวว่า เรื่องนี้ตนไม่ทราบ แต่การเปลี่ยนเกณฑ์ประเมินครั้งนี้ เปลี่ยนเกณฑ์ประเมินผลงานของเลขาธิการ สกสค.เท่านั้น  ขึ้นอยู่กับนายดิศกุล เกษมสวัสดิ์ เลขาธิการคุรุสภา จะร้องเรียนหรือไม่ ส่วนผู้อำนวยการองค์การค้าในขณะนี้เกษียณอายุแล้ว ทำให้ต้องหลุดจากตำแหน่ง  จึงขึ้นอยู่กับคณะกรรมการบริหารองค์การค้าของ สกสค. ที่มีรัฐมนตรีว่าการ ศธ.เป็นประธาน ว่าจะสรรหา หรือแต่งตั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่ผู้อำนวยการองค์การค้าใหม

Nightmare before Christmas: Việt Nam lose to Thailand in AFF Cup

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/international/40010364


HÀ NỘI — Việt Nam have in all to do in the second leg of the AFF Cup semi-final, after losing 2-0 to Thailand in the first bout at the Singapore National Stadium on Thursday evening.

Nightmare before Christmas: Việt Nam lose to Thailand in AFF Cup

Coach Park Hang-seo sprang one major surprise with his team selection, giving pacy forward Nguyễn Văn Toàn his first start of the tournament.

On a pitch in poor condition, the match started with Thailand taking the initiative, their rapid passing leaving Việt Nam’s defenders on the back foot.

Việt Nam conceded their first goal of the tournament in the 13th minute, when Thailand’s star player Chanathip Songkrasin took advantage of a slip in defence by Nguyễn Phong Hồng Duy and got to the ball before the onrushing Vietnamese goalkeeper Trần Nguyên Mạnh.

Shellshocked, Việt Nam were 2-0 down just 10 minutes later after a display of scintillating passing football gave Chanathip a sight of goal. The Hokkaido Consadole Sapporo made no mistake and slotted home.

Việt Nam almost pulled a goal back in the 33rd minute when Nguyễn Quang Hải shot from range with a free-kick, but the ball crashed off the post and flew to safety.

The Vietnamese had a decent shout for a Thai red card in the waning minutes of the opening period when goalkeeper Chatchai Budprom took down the onrushing Văn Toàn miles out of his goal, but the referee only brandished yellow.

Coach Park brought on attackers Nguyễn Tiến Linh, Hà Đức Chinh and Phan Văn Đức in a bid to get back into the game.

Chances did come Việt Nam’s way, most notably a shot from Quang Hải which hit the woodwork again, and a wonderful chance for Văn Đức who should have scored when played in by the superb Quang Hải, but he shot wide.

Thailand looked dangerous on the counter and one breakaway resulted in Supachai Chaided winning a penalty after he was brought down by Đỗ Duy Mạnh inside the box.

Chanathip stepped up with his hat-trick beckoning, but he put a poor penalty straight down the middle which goalkeeper Nguyên Mạnh saved easily.

In the last minutes, Việt Nam had one decent shout for a penalty late on when a Thai defender handled the ball in the penalty area. The referee waved away the Vietnamese protests and soon after ended the match.

The defeat was the first time Coach Park’s Việt Nam have ever lost so a fellow Southeast Asian side. The Korean and his players have left themselves a mountain to climb in the second leg on Boxing Day. — VNS

Published : December 24, 2021

By : Vietnam News