ศธ.เตรียมพร้อมฉีดวัคซีนโคเมอร์เนตี ให้เด็กอายุ 5-11 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623529

ศธ.เตรียมพร้อมฉีดวัคซีนโคเมอร์เนตี ให้เด็กอายุ 5-11 ปี

วันอังคาร ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 10.20 น.

วันที่ 21 ธันวาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยกรณี สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ได้อนุมัติขยายขอบเขตข้อบ่งใช้ของวัคซีนโคเมอร์เนตี (COMIRNATY VACCINE) ของบริษัท ไฟเซอร์ จำกัด สำหรับกลุ่มเด็กอายุ 5-11 ปี เพื่อป้องกันเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโควิด-19 จากเดิมที่ให้มีการฉีดได้ในกลุ่มเด็กอายุ 12 ปีขึ้นไปเท่านั้น ว่า

ขณะนี้ตนได้มอบหมายให้ นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดศธ. เตรียมข้อมูลเด็กอายุ 5-11 ปี ในทุกสังกัด ว่ามีกี่คน เมื่อข้อมูลพร้อม เชื่อว่าศธ. และกระทรวงสาธารณสุข (สธ.) ก็สามารถดำเนินการฉีดให้กับเด็กกลุ่มดังกล่าวได้ทันที และสามารถทำได้อย่างรวดเร็ว เพราะ ศธ.เคยดำเนินการฉีดวัคซีนให้เด็กอายุ 12-18 ปีมาก่อนแล้ว ซึ่งการฉีดวัคซีนให้เด็กอายุ 5-11 ปี จะใช้รูปแบบเดิม คือ ต้องเป็นไปตามความสมัครใจของเด็กและผู้ปกครอง โดยผู้ปกครองต้องกรอกเอกสารให้การยินยอม จึงจะสามารถฉีดให้เด็กได้ 

‘หมอมนูญ’แนะเที่ยวอย่างมีสติ ควรหาสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ-ที่โล่งแจ้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623528

'หมอมนูญ'แนะเที่ยวอย่างมีสติ ควรหาสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ-ที่โล่งแจ้ง

วันอังคาร ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 10.11 น.

วันที่ 21 ธันวาคม 2564 นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ แพทย์เฉพาะทางด้านโรคระบบการหายใจ โรงพยาบาลวิชัยยุทธ โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊กว่า การทำงานต่อเนื่องโดยไม่มีวันหยุด อุดอู้อยู่แต่ในบ้าน ไม่ได้มีโอกาสอยู่ใกล้ชิดกับครอบครัวลูกหลานและคนที่เรารัก ไม่ได้หยุดงานไปเที่ยวพักผ่อนด้วยกัน มีผลเสียต่อสุขภาพจิตและการทำงาน ทำให้เหนื่อยหน่ายกับชีวิต หมดไฟในการทำงาน

การหยุดงานไปท่องเที่ยวไทย ช่วยคลายเครียด เพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน เหมือนกับการชาร์จแบตเตอรี่ และยังช่วยฟื้นฟูเศรษฐกิจของประเทศ แต่ก็มีผลเสีย อาจเพิ่มโอกาสติดเชื้อไวรัสโควิด-19 ระหว่างเดินทาง เพราะฉะนั้นต้องมีการเตรียมตัวที่ดี ควรเลือกสถานที่ท่องเที่ยวธรรมชาติ เช่น ป่า เขา หาดทราย ทะเล เพราะเป็นสถานที่โล่งแจ้ง พื้นที่กว้างใหญ่ อากาศถ่ายเทดี มีลมพัด มีแสงแดด

ก่อนเดินทางเตรียมหน้ากากอนามัยให้เพียงพอ ใส่หน้ากากอนามัย ตลอดเวลาระหว่างการเดินทางในสนามบิน สถานีรถไฟ สถานีขนส่ง อยู่ในเครื่องบิน รถโดยสารสาธารณะ รถตู้ ไม่ควรทานอาหาร หรือดื่มน้ำระหว่างเดินทางด้วยขนส่งสาธารณะ เพราะต้องดึงหน้ากากลง

เลือกโรงแรม รีสอร์ท ที่ได้มาตรฐาน ความปลอดภัยด้านสุขอนามัยเพื่อนักท่องเที่ยว Safety and Health Administration (SHA) หรือ SHA พลัส พนักงานทุกคนในโรงแรมใส่หน้ากากอนามัยตลอดเวลาที่ทำงาน

เลือกร้านอาหารที่อยู่ในที่โล่ง โปร่ง หรือประตูหน้าต่างเปิดตลอดเวลาเพื่อให้อากาศถ่ายเทได้ดี เวลาอยู่ชายหาด ในป่าเขา ไม่จำเป็นต้องสวมหน้ากากอนามัย

เมื่อ 5 วันที่แล้วผมและครอบครัวได้ไปเที่ยวเกาะลันตา จังหวัดกระบี่ ได้เห็นนักท่องเที่ยวมากพอสมควร แต่ไกด์ท้องถิ่นบอกว่า ก่อนหน้าการระบาดของโรคโควิด-19 มีนักท่องเที่ยวมากกว่าปัจจุบัน 6 เท่า

เชื้อไวรัสโควิด-19 สายพันธุ์โอมิครอนกำลังจะแพร่ระบาดในประเทศไทยในไม่ช้า ผมแนะนำให้ทุกคนป้องกันตัวเองให้ดี รีบฉีดวัคซีนให้ครบโดส ถ้าถึงเวลาได้เข็มกระตุ้น ควรไปรับเข็มกระตุ้นอย่ารีรอ ใส่หน้ากากอนามัย เว้นระยะห่าง หมั่นล้างมือ ถึงจะท่องเที่ยวหรือไม่ท่องเที่ยว ยังไงก็คงติดเชื้อกันทุกคน ไม่อยากให้วิตกกังวลมากเกินไป ขอให้ติดเชื้อช้าหน่อย รอให้ยากินตัวใหม่ แพ็กซ์โลวิด (PAXLOVID) ที่มีประสิทธิภาพในการรักษาโรคโควิด ที่ลดการป่วยหนักและเสียชีวิตได้มากถึง 80-90% เข้าประเทศไทยเสียก่อน

นายกฯ มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติปี65 ‘รู้คิด รอบคอบ รับผิดชอบต่อสังคม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623522

นายกฯ มอบคำขวัญวันเด็กแห่งชาติปี65 ‘รู้คิด รอบคอบ รับผิดชอบต่อสังคม’

วันอังคาร ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 09.22 น.

วันที่ 21 ธันวาคม 2564 นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เนื่องในวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565 พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี  ได้มอบคำควัญ วันเด็กให้กับเด็กไทยทุกคนน ความว่า “รู้คิด รอบคอบ รับผิดชอบต่อสังคม”  ศธ.จึงขอเผยแพร่คำขวัญวันเด็กแห่งชาติ ประจำปี 2565 ต่อสาธารณชน หน่วยงานภาครัฐ หน่วยงานราชการ สถานศึกษา ร่วมกันประชาสัมพันธ์ เพื่อเป็นแนวทางในการส่งเสริมสนับสนุนเยาวชนให้มีความรู้ด้านวิชาการ ทักษะชีวิต รู้จักคิด รู้จักเหตุผล และจักวิเคราะอย่างเป็นระบบในนบทบาทหน้าที่ของตนเองในการตั้งใจเรียนหนังสือ สามารถที่จะพัฒนาตนเองให้มีความรู้อยู่ตลอดเวลา เป็นผู้ที่มีจิตอาษา จิตสาธารณะ พร้อมที่จะปฏิบัติตนให้เกิดประโยชน์เพื่อตนเองและสังคมต่อไป

นางสาวตรีนุช กล่าวต่อว่า วันเด็กแห่งชาติ มีความสำคัญ และกระทรวงศึกษาธิการ ได้จัดงานวันเด็กแห่งชาติขึ้นทุกปี หรับปีนี้ ศธ.มีนโยบายการจัดงานวันเด็กฯในสถานศึกษา ให้อยู่ภายใต้การควบคุมดูแลของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และรูปแบบในการจัดกิจกรรมให้มีความหลากหลายเหมาะสมกับเด็ก และที่สำคัญให้คำนึงงถึงความปลอดภัยภายใต้มาตรการที่เข้มงวดของคณะกรรมการโรคติดต่อจังหวัด และมาตรการที่เข้มข้นแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่

“ศธ.จัดงานวันเด็กฯ เพื่อที่จะให้ทุกภาคส่วนได้มีโอกาสจัดกิจกรรมแลกเปลี่ยนความรู้และพัฒนาในศักยภาพของ้ด็กเพื่อให้สามารถเติบโตเป็นพลเมืองที่ดีสืบต่อไป อย่างไรก็ตาม สำหรับการจัดงานวันเด็กที่กระทรวงศึกษาฯในปีนี้ ต้องรอประเมินสถานการณ์โควิดเป็นรายวัน หากจัดได้ก็จัด แต่ถ้าจัดไม่ได้อาจจะต้องเปลี่ยนรูปแบบ เพราะต้องห่วงความปลอดภัยของเด็กเป็นอันนดับแรก” รมว.ศธ. กล่าว 

      

ม.วลัยลักษณ์ ติดอันดับ 116 มหาวิทยาลัยสีเขียว จากจำนวน 959 มหาวิทยาลัยทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623367

ม.วลัยลักษณ์ ติดอันดับ 116 มหาวิทยาลัยสีเขียว  จากจำนวน 959 มหาวิทยาลัยทั่วโลก

วันอังคาร ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

UI Green Metric World University Ranking ได้ประกาศการจัดอันดับมหาวิทยาลัยสีเขียวโลก ปี 2021 จากจำนวน 959 มหาวิทยาลัยที่เข้าร่วมทั่วโลก ผลปรากฏว่า มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ได้รับการจัดอันดับ เป็นอันดับ 1 มหาวิทยาลัยสีเขียวของภาคใต้2 ปีซ้อน และขยับมาเป็นอันดับที่ 8 ของประเทศ และอันดับที่ 116 ของโลกด้วยคะแนนรวม 7,700 คะแนน เมื่อเทียบกับปี 2020 ที่มหาวิทยาลัยได้รับการจัดอันดับที่ 16 ของประเทศ และอันดับที่ 219 ของโลก คะแนนรวม 6,650 คะแนน

จากอันดับจะเห็นได้ว่า ทั้งอันดับของประเทศที่ขยับเลื่อนดีขึ้น8 อันดับ อันดับของโลกขยับเลื่อนดีขึ้น103 อันดับ คะแนนรวมเพิ่มขึ้นถึง 1,050 คะแนน มีคะแนนเพิ่มขึ้นในทุกหมวดจากทั้งหมด 6 หมวด

มทร.ล้านนา น่าน เตรียมขยายพื้นที่ ปลูกและผลิตกัญชาเพื่อการแพทย์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623365

มทร.ล้านนา น่าน เตรียมขยายพื้นที่  ปลูกและผลิตกัญชาเพื่อการแพทย์

วันอังคาร ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลล้านนา น่าน (มทร.ล้านนา) โดยความร่วมมือและสนับสนุนด้านการเพาะปลูกกัญชาจาก บริษัท บูทิค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) ได้รับอนุญาตจากสำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.) ผลิตและเพาะปลูกกัญชาเพื่อการแพทย์และการแพทย์แผนไทยเพิ่มเติมจากเดิม โดยมีผลในวันที่ 1 มกราคม 2565 เป็นต้นไป

ภายใต้ใบอนุญาตใหม่จากอย. มทร.ล้านนาและบริษัทพันธมิตร จะได้รับอนุญาตให้เพาะปลูกกัญชาได้ 4 รอบต่อปี โดยปลูกกัญชาได้จำนวน 406 ต้น ต่อการปลูก 1 รอบ จากเมล็ดกัญชาหลากหลายสายพันธุ์ที่นำเข้ามา โดยคาดว่าการปลูกต้นกัญชาได้ประมาณ 1,624 ต้นต่อปี และยังได้รับอนุญาตให้นำเข้ากัญชา 41สายพันธุ์ จำนวนไม่เกิน 398 เมล็ด เพื่อการเพาะปลูกการวิจัยและพัฒนากัญชา และจะสามารถจำหน่ายช่อดอกกัญชาแห้งไปยังหน่วยงานของรัฐภายใต้กระทรวงสาธารณสุขที่เกี่ยวข้อง เพื่อใช้ในการผลิตยาแพทย์แผนไทยและน้ำมันที่มีส่วนผสมของกัญชา หลังจากนั้นจะนำไปจำหน่ายผ่านคลินิก และศูนย์สุขภาพในเครือข่ายของบริษัทพันธมิตร

ทั้งนี้ มทร.ล้านนา กำลังพัฒนาและขยายประสิทธิภาพในการเพาะปลูกกัญชาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นการเตรียมความพร้อมสำหรับการเติบโตของธุรกิจ และการวางแผนพัฒนาสถานที่เพาะปลูกในร่มขนาดใหญ่ ที่สามารถรองรับการเพาะปลูกกว่า 5,000 ต้น ภายในพื้นที่กว่า 6 ไร่ ของวิทยาเขตของมทร.ล้านนา ซึ่งจะพร้อมเปิดดำเนินการในช่วงครึ่งแรกของปี 2565 ที่จะถึงนี้

‘ตรีนุช’ เดินหน้าสานต่อโรงเรียนคุณภาพ เน้นผู้เรียนเป็นเป้าหมายหลักในการพัฒนา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623361

วันอังคาร ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

นางสาวตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เปิดเผยถึงการไปตรวจเยี่ยมสถานศึกษาในจังหวัดอุบลฯว่า ตนได้ไปเป็นประธานเปิดงาน “TUB-UBON : มิติใหม่โรงเรียนคุณภาพมัธยมศึกษา” ที่โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ อุบลราชธานี ได้ชมการแสดงโปงลางของนักเรียน และ นิทรรศการหลักสูตรที่หลากหลาย อาทิ ห้องเรียนพิเศษ ห้องเรียน E-Sport, ห้องเรียนภาษาต่างประเทศ, ห้องเรียนฟุตบอล, ห้องเรียนศิลปะ ทำให้เห็นถึงความสามารถที่หลากหลายของนักเรียน รวมถึงห้องเรียนทวิศึกษา ที่จัดการเรียนการสอนหลักสูตรประกาศนียบัตรวิชาชีพ (ปวช.) บวกกับ หลักสูตรมัธยมศึกษาตอนปลาย ซึ่งทำให้นักเรียนสายสามัญศึกษาได้มีโอกาสเข้ามาสัมผัสการเรียนในสายอาชีพ และเป็นการช่วยเสริมจุดแข็งให้ผู้เรียนให้ได้มีทั้งองค์ความรู้และทักษะที่จำเป็นสำหรับการทำงานและการดำรงชีวิตในศตวรรษที่ 21

“ดิฉันขอชื่นชมผู้มีส่วนเกี่ยวข้องที่ได้ผลักดันเรื่องการสร้างความเชื่อมั่น ไว้วางใจให้กับสังคม หรือ TRUST ซึ่งเป็นหนึ่งในนโยบายของกระทรวงศึกษาธิการ คือ เรื่อง “โรงเรียนคุณภาพ” โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาพัฒนาการ อุบลราชธานี หรือ TUP-UBON เป็นตัวอย่างของโรงเรียนมัธยมคุณภาพประจำจังหวัดที่มีความน่าเชื่อถือ โดยเห็นได้จากการออกแบบหลักสูตรที่มีความหลากหลาย เพื่อรองรับศักยภาพและความต้องการของผู้เรียนที่แตกต่างกัน อย่างไรก็ตามดิฉันฝากให้เน้นย้ำถึงหลักใหญ่ของการพัฒนาโรงเรียนมัธยมคุณภาพประจำจังหวัด คือ ทำอย่างไรให้โรงเรียนมีคุณภาพ และได้มาตรฐานตามบริบทของตนเอง ลดความเหลื่อมล้ำให้เกิดความเท่าเทียม มีความพร้อมในการจัดการเรียนการสอนมีอุปกรณ์และสิ่งอำนวยความสะดวกที่เอื้อต่อการเรียนรู้เน้นผู้บริหารและครูที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงส่งเสริมให้ทุกภาคส่วนมีส่วนร่วมในการจัดกระบวนการเรียนรู้ที่มีประสิทธิภาพให้แก่ผู้เรียน ซึ่งการสร้างเครือข่ายของโรงเรียนเป็นอีกเรื่องหนึ่งที่สำคัญ” รมว.ศธ.กล่าว

นางสาวตรีนุชกล่าวต่อว่า นอกจากนี้ตนยังได้เป็นประธานเปิดงาน “การเปิดตลาดน้ำซับ@UBN4 เวทีคนอวดดี อวดเก่ง อวดรู้ สู่อาชีพ”ที่สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษา (สพป.) อุบลราชธานี เขต 4 ด้วย ซึ่งพบว่า สพป.เขต 4 ได้นำนโยบายของ ศธ. และที่สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ที่มอบไว้มาปฏิบัติเป็นรูปธรรม ทั้งรูปแบบการทำงาน TRUST 12 นโยบายการจัดการศึกษา 7 วาระเร่งด่วน รวมถึง สพฐ.วิถีใหม่วิถีคุณภาพ การใช้พื้นที่เป็นฐาน ใช้นวัตกรรมในการขับเคลื่อนโดยทาง สพป.เขต 4 ได้นำแนวนโยบายดังกล่าวมาพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้แบบ PARA MODEL หรือ การเรียนรู้แบบคู่ขนาน เพื่อใช้เป็นแนวทางในการขับเคลื่อนคุณภาพการศึกษา ทั้ง 5 ON โดยเน้นความปลอดภัยของผู้เรียนเป็นสำคัญ ซึ่งช่วยพลิกวิกฤตในการจัดการศึกษา ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ให้ผู้เรียนไม่พลาดโอกาสที่จะเรียนรู้ และยังได้สร้างผลงานเป็นที่ประจักษ์

ทั้งนี้ การจัดการศึกษามีผู้เรียนเป็นเป้าหมายแห่งการพัฒนา เป็นสิ่งที่สำคัญที่สุด และเป็นโจทย์สำหรับทุกเขตพื้นที่ฯ ที่จะต้องแสวงหาวิธีการที่จะทำให้ผู้เรียนของเรามีการเรียนรู้อย่างต่อเนื่องภายใต้หลักความปลอดภัย วันนี้นอกเหนือไปจากการเรียนรู้แล้วจะต้องคิดถึงการต่อยอดองค์ความรู้ออกมาเป็นทักษะ ออกมาเป็นผลงานที่สามารถนำไปใช้ประโยชน์ หรือสร้างรายได้ให้กับผู้เรียน เพื่อให้การพัฒนาทักษะอาชีพ เป็นการศึกษาเพื่อสร้างอาชีพอย่างแท้จริง

รมว.ศธ. กล่าวด้วยว่า วันนี้เรากำลังอยู่ระหว่างการจัดการเรียนการสอนในภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564 ซึ่งเป็นการจัดการเรียนการสอนท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา (โควิด-19) ซึ่งตนได้ติดตามข้อมูลการแพร่ระบาดในสถานศึกษาของแต่ละจังหวัดมาอย่างต่อเนื่อง เพื่อเป็นข้อมูลในการประเมินความพร้อม รวมถึงกำหนดมาตรการที่จำเป็นเพื่อช่วยเหลืออย่างทันท่วงที ซึ่งทราบว่า จังหวัดอุบลราชธานี มีจำนวนโรงเรียนที่เปิดเรียนแบบ Onsite ถึง 238 โรงเรียน มากเป็นอันดับ 6 ของประเทศแต่หากมองเป็นเปอร์เซ็นต์ เมื่อเทียบกับจำนวนโรงเรียนทั้งจังหวัดที่มีอยู่ทั้งหมด 1,268 โรงเรียนแล้ว ก็คิดเป็น 19%เท่านั้น ซึ่งนับว่ายังต้องช่วยกันสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้ปกครองและประชาชนให้มากขึ้น ซึ่งการเข้ารับวัคซีน ก็เป็นทางหนึ่งที่จะช่วยให้ทุกคนผ่านพ้นสถานการณ์ในครั้งนี้ไปด้วยกัน

บทความพิเศษ : การสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมต้อง‘ปฏิรูป’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623464

บทความพิเศษ : การสอบเข้ามหาวิทยาลัย ทำไมต้อง‘ปฏิรูป’

วันอังคาร ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

1.การสอบเข้ามหาวิทยาลัย คือ การตัดสินอนาคตของนักเรียนจำนวนมาก ว่าใครจะเป็นผู้ชนะหรือแพ้ ดังนั้น ระบบการศึกษาไทยตั้งแต่ชั้นอนุบาล จึงพุ่งเป้าไปที่การสอบเข้ามหาวิทยาลัยเป็นสำคัญ เพราะวัฒนธรรมความเชื่อของคนไทยยึดถือกันมาว่า การเรียนจบมหาวิทยาลัย คือใบเบิกทางไปสู่ความสำเร็จในชีวิต จะมีงานที่ดีให้ทำ จะมีรายได้สูง จะมีอนาคตที่มั่นคง ไปจนถึงจะมีหน้ามีตาเป็นที่ยอมรับของญาติพี่น้องและสังคม ด้วยทัศนคติเช่นนี้เองได้ส่งผลให้การสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย กลายเป็นมหกรรมประจำปีที่สร้างแรงกดดันและความเครียดให้กับนักเรียน รวมไปถึงพ่อแม่ผู้ปกครองกว่าหลายแสนคนในแต่ละปี โดยเฉพาะในปีนี้ (2564) ที่นักเรียนต้องพบกับสถานการณ์ไวรัสโควิด-19 ซึ่งบังคับให้พวกเขาต้องหยุดเรียน ในบางช่วงต้องเรียนออนไลน์ และต้องสอบอีกมากมาย เพื่อเก็บสะสมคะแนนไว้ใช้ในการสมัครเข้ามหาวิทยาลัยตามเกณฑ์ที่กำหนด

ความเครียดและกดดันในปีนี้ ถึงขั้นนักเรียนจำนวนหนึ่งไปร้องศาลปกครองขอให้เลื่อนการสอบ O-Net GAT/PAT วิชาสามัญ และการสอบอื่นๆ ออกไป เพราะตารางวันสอบที่ติดต่อกันหลายวัน มันมากเกินกว่าสภาพจิตใจของนักเรียนเหล่านั้นจะรับได้ สุดท้ายศาลปกครองไม่รับคำร้อง ด้วยเหตุผลทางกฎหมาย

2.สถานการณ์ที่กดดันและชี้ขาดอนาคตของนักเรียนด้วยการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยเช่นนี้เอง ที่ทำให้เกิดการเรียกร้องมาอย่างยาวนาน เพื่อให้มีการทบทวน และแก้ไขปรับปรุงระบบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยใหม่

ระบบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย มีประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 60 ปี โดยมีจุดเด่นสำคัญคือ “ความยุติธรรม” ของการสอบคัดเลือก ในอดีตมีการกล่าวขานและยอมรับร่วมกันในสังคมไทยว่า ระบบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย เป็น “สิ่งเดียวในประเทศไทยที่ไม่มีการทุจริต” เพราะประวัติศาสตร์กดดันให้ผู้บริหารการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ต้องยอมสร้างขั้นตอนและกลไกมากมายที่สร้างความยุ่งยาก ให้แก่การทำงานของทุกฝ่ายไปจนถึงตัวนักเรียน เพื่อจะได้มั่นใจว่า กระบวนการยุติธรรมนั้นไม่มีเส้นสาย และไม่มีใครสามารถวิ่งเต้นได้

แม้ว่าจะเป็นความภาคภูมิใจของอาจารย์มหาวิทยาลัยที่รับผิดชอบในเรื่องดังกล่าวนี้ แต่ในอีกด้านระบบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยดังกล่าว ก็ต้องเผชิญกับประเด็นปัญหาในเรื่อง “ความยุติธรรมของกระบวนการสอบคัดเลือกไม่เท่ากับความยุติธรรมของผลลัพธ์” นี่เป็นปมปัญหาที่น่ากังวลสำหรับผม จึงต้องขอลงรายละเอียดเพื่อการข้ามผ่านความเหลื่อมล้ำอันเป็นอุปสรรคของนักเรียนส่วนใหญ่ได้อย่างราบรื่น ในกรณีที่ระดับนโยบาย และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมีความเข้าใจ และยินดีนำไปปฏิบัติ

3.ความยุติธรรมของผลลัพธ์ คือ การที่นักเรียนทุกคนมีโอกาส และฐานคุณภาพการศึกษาที่เท่ากัน เมื่อเป็นเช่นนั้น การสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยด้วยระบบปัจจุบัน จึงจะให้ความยุติธรรมของผลลัพธ์ได้อย่างแท้จริง แต่ในความเป็นจริงแล้ว ทุกคนก็ทราบดีว่า โอกาสในการเข้าสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยสำหรับนักเรียนทุกคนมีเท่ากัน และกระบวนการสอบคัดเลือกก็โปร่งใสยุติธรรม กระนั้น ผลลัพธ์ที่ออกมากลับมีความไม่ยุติธรรมเกิดขึ้นมากมาย เช่น

ประการแรก ระบบการสอบของสำนักทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) และการสอบเฉพาะทางวิชาชีพของคณะต่างๆ ในแต่ละมหาวิทยาลัย ล้วนแล้วแต่มีค่าใช้จ่ายทั้งสิ้นเช่น ค่าสมัคร ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าที่พัก เป็นต้น และถ้านักเรียนต้องการสมัคร 10 แห่ง เพื่อให้มีโอกาสในการเลือกที่ได้เปรียบที่สุดตามศักยภาพทางวิชาการของตัวเอง แน่นอนว่า นักเรียนต้องเสียค่าใช้จ่ายเป็นจำนวนมาก ซึ่งมีนักเรียนอีกจำนวนมากที่พ่อแม่ไม่มีเงินพอจะจ่ายให้ลูกได้ตามแผนการสมัครที่ดีที่สุดของเขา นี่เป็นความยากจนอันส่งผลให้เกิดความเหลื่อมล้ำของการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย

4.ประการที่สอง สืบเนื่องจากนักเรียนที่มีโอกาสเข้าเรียนในโรงเรียนมัธยม โดยเฉพาะมัธยมปลายที่มีคุณภาพต่างกันอย่างมาก เช่น โรงเรียนมัธยมของจังหวัดชายขอบ กับโรงเรียนมัธยมที่มีชื่อเสียงในกรุงเทพมหานคร ถ้าให้นักเรียนจากสองแห่ง (ตามตัวอย่างนี้) มาแข่งขันทำข้อสอบคัดเลือกเข้าคณะแพทยศาสตร์ หรือวิศวกรรมศาสตร์ของมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่ง แน่นอนว่า นักเรียนจากโรงเรียนชายขอบจะไม่ได้รับคัดเลือกจากเกณฑ์ และระบบการสอบคัดเลือกปัจจุบัน ดังนั้นแม้กระบวนการสอบแข่งขันจะมีความยุติธรรมและโปร่งใส แต่คำถามที่ตามมาก็คือ จะมีหลักประกันอะไรที่บอกได้ว่า นักเรียนจากโรงเรียนในกรุงเทพมหานคร ถ้าเรียนสำเร็จกลายเป็นแพทย์ หรือวิศวกรแล้วจะทำประโยชน์ต่อประเทศชาติ และประชาชนได้ดีกว่า และมากกว่านักเรียนจากโรงเรียนชายขอบ (ในกรณีถ้าเขามีโอกาสสอบเข้าเรียนแพทย์หรือวิศวะ)

ในอีกด้านหนึ่งมีคำถามว่า การที่นักเรียนจากโรงเรียนชายขอบสอบเข้าแพทย์หรือวิศวะไม่ได้ ถ้าเขามีโอกาสได้เข้าเรียนแพทย์หรือวิศวะ เขาจะไม่สามารถเรียนจนสำเร็จได้ ตามมาตรฐานของมหาวิทยาลัยหรือ ซึ่งถ้าคำตอบออกมาว่า นักเรียนจากโรงเรียนชายขอบมีความสามารถเรียนแพทย์หรือวิศวะได้สำเร็จ ดังนั้น การที่ระบบสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย “คัด” นักเรียนคนนี้ “ออก” ก็เท่ากับประเทศไทยเสียโอกาสที่จะมีแพทย์หรือวิศวะไปด้วยเช่นกันนั่นจึงหมายความว่า การไม่ผ่านการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ไม่ได้หมายถึงการที่นักเรียนคนนั้นไม่สามารถเรียนในมหาวิทยาลัยได้สำเร็จตามเกณฑ์มาตรฐาน เพราะฉะนั้นข้อสรุปนี้จึงเป็นเหตุผลสำคัญที่ “กระทรวงศึกษาธิการ” และ “กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม” จะต้องร่วมกันทบทวนระบบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยให้รอบคอบอีกครั้ง

5.สำหรับผม ข้อเสนอแนะเชิงแนวคิดต่อระบบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัยใหม่ เห็นว่าต้องยึดหลักการสำคัญ 2 ประการ คือ

1.การคัดเลือกนักเรียนเข้าศึกษาในมหาวิทยาลัยต้องพิจารณาจากเกณฑ์สำคัญ 2 เรื่อง คือ หนึ่ง คุณภาพทางวิชาการที่จะต้องผ่านมาตรฐานขั้นต่ำ เพื่อรับประกันว่านักเรียนจะสามารถเรียนสาขาวิชาที่เลือกได้สำเร็จ และสองโอกาสในการนำความรู้และทักษะจากการศึกษาในมหาวิทยาลัยออกไปใช้ทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ โดยเฉพาะในพื้นที่ที่เสียเปรียบของประเทศ

2.การคัดเลือกจะต้องมีกระบวนการที่โปร่งใส และเป็นธรรมกับนักเรียนที่สมัครเข้าแข่งขัน ภายใต้แนวคิดนี้ระบบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย จึงไม่เน้นที่การคัดเลือกนักเรียนที่เก่งวิชาการที่สุดเข้าไปก่อน แต่เน้นที่มาตรฐานวิชาการขั้นต่ำที่จะรับประกันคุณภาพ ตามเกณฑ์ประกอบวิชาชีพของนักเรียนในอนาคต และเพิ่มน้ำหนักให้กับการที่นักเรียนจะออกไปทำประโยชน์ให้กับประเทศชาติ และประชาชน ในพื้นที่เป้าหมาย เพื่อพัฒนาประเทศอย่างยั่งยืน และเป็นธรรม

ภายใต้กรอบแนวคิดเช่นนี้ ระบบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย จะใช้คะแนน GAT/PAT และ O-Net เป็นสำคัญ เพื่อการคัดกรองมาตรฐานทางวิชาการขั้นต่ำของนักเรียนที่จะต้องผ่าน ซึ่งคะแนนขั้นต่ำนี้จะเป็นหลักประกันความสามารถในการเรียนจนสำเร็จตามหลักสูตรของมหาวิทยาลัยได้ จากนั้นจะพัฒนาระบบ กลไก และเกณฑ์การคัดเลือกนักเรียนที่ผ่านเกณฑ์วิชาการแล้ว เพื่อคัดเลือกนักเรียนที่มีความพร้อมทางการปฏิบัติ และความต้องการทางจิตใจ ที่จะออกไปทำงานตามวิชาชีพที่เรียนมาในพื้นที่เป้าหมายของประเทศ

6.ดังนั้น เมื่อแนวคิดและระบบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ดังที่กล่าวมานี้ เป็นที่ยอมรับของประชาชน และผู้รับผิดชอบทางนโยบายของประเทศ การพัฒนาวิชาการ และกลไกให้เกิดขึ้นจริง ก็จะสามารถพัฒนาขึ้นตามมาได้ไม่ยากเลย

ด้วยเกณฑ์การคัดเลือกเช่นนี้ จะช่วยให้ประเทศได้บัณฑิตคุณภาพสูงไปทำงานในพื้นที่ที่เสียเปรียบของประเทศ กระบวนการสอบคัดเลือกแบบนี้จะช่วยลดช่องว่าง หรือความเหลื่อมล้ำของประเทศได้อย่างมาก ความเป็นธรรมจะเกิดขึ้นในสังคม ความสมานฉันท์จะงอกงามบนแผ่นดินไทย ความเป็นพลเมืองของคนไทยจะเข้มแข็ง

ท้ายที่สุด ผมคิดว่า ปัญหาระบบการสอบคัดเลือกเข้ามหาวิทยาลัย ไม่ใช่เรื่องที่แก้ไม่ได้ แต่เป็นเรื่องที่ต้องสร้างความเข้าใจร่วมกันให้เกิดขึ้นเสียก่อน “ภาวะผู้นำ” จึงมีความสำคัญ ไม่ว่าจะเป็นเรื่องของการมองเห็นปัญหา และการหาทางออก รวมไปถึงการบริหารจัดการคน และนโยบาย ถ้าสามารถควบคุมปัจจัยเหล่านี้ได้ ก็ง่ายต่อการทำความเข้าใจ และช่วยกันลงมือทำ

กนก วงษ์ตระหง่าน

มรภ.นครฯ หนุน Smart Farming สวนมังคุด วิจัยลดการใช้น้ำ เพิ่มผลผลิต ป้องกันเพลี้ยไฟ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623364

มรภ.นครฯ หนุน Smart Farming สวนมังคุด วิจัยลดการใช้น้ำ เพิ่มผลผลิต ป้องกันเพลี้ยไฟ

วันอังคาร ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

รศ.ดร.ปานจิต มุสิก คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราชหัวหน้าคณะวิจัย กล่าวว่า มังคุดถือเป็นสินค้าเกษตรที่สำคัญของไทยที่มีมูลค่าการส่งออกเพิ่มสูงขึ้นตามลำดับ จากข้อมูลของศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร สำนักงานปลัดกระทรวงพาณิชย์ พบว่า มูลค่าการส่งออกของมังคุดในเดือนมกราคมถึงตุลาคมที่ผ่านมา มีมูลค่ากว่า 17,059 ล้านบาท หรือขยายตัวเพิ่มขึ้นร้อยละ 13.6 เมื่อเปรียบเทียบกับปี 2563 และเพื่อเพิ่มผลผลิตของเกษตรกรให้สูงขึ้น ลดต้นทุน และเพิ่มรายได้เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของผู้ผลิตอาหารด้านการเกษตร ตนเองพร้อมคณะนักวิจัยจึงได้เริ่มต้นการวิจัยโครงการพัฒนาระบบจัดการน้ำสวนมังคุดแบบ Smart Farming เพื่อการผลิตมังคุดให้มีคุณภาพ ในพื้นที่ตำบลเกาะขันธ์ อำเภอชะอวด จังหวัดนครศรีธรรมราช โดยการสนับสนุนจากกองทุนส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจัย และนวัตกรรม (กองทุนส่งเสริม ววน.)

งานวิจัยชิ้นนี้ ได้ทำในแปลงวิจัยสวนมังคุดของเกษตรกร 3 แปลงบริเวณแหล่งน้ำมีไว้ใช้ตลอดทั้งปีผ่านระบบท่อจ่ายน้ำภายในสวนเพื่อส่งน้ำจากแหล่งน้ำสู่ปั๊มน้ำ ปั๊มน้ำสู่ท่อหลักและท่อรองไปยังสปริงเกอร์จ่ายน้ำให้มังคุด โดยมีระบบควบคุมการจ่ายน้ำ ที่เชื่อมต่อกับวงจรเซ็นเซอร์ความชื้นและอุณหภูมิ และยังเชื่อมต่อกับเครือข่ายอินเตอร์เนต ด้วยแอปพลิเคชั่นบนสมาร์ทโฟน เพื่อสั่งการให้เปิด-ปิดปั๊มน้ำ หรือสามารถตั้งเวลาได้ตามความต้องการของเกษตรกรผ่านสมาร์ทโฟน พร้อมกันนี้ ยังมีระบบการอ่านและบันทึกข้อมูลจากเซ็นเซอร์วัดความชื้นและอุณหภูมิตามเวลาที่เกิดขึ้นจริง ส่งผลให้ช่วยลดภาระและระยะเวลาในการดูแลสวนของเกษตรกร จากเดิมที่ต้องใช้เวลารดน้ำถึง 7 วันในแต่ละแปลง เหลือเพียงแค่ 30 นาทีเท่านั้น ซึ่งเกษตรกรก็สามารถนำเวลาไปทำอย่างอื่นได้มากขึ้น เช่น การให้ปุ๋ยตัดแต่งกิ่งและทรงพุ่ม ป้องกันและกำจัดศัตรูพืช การดูแลหลังการเก็บเกี่ยวและอื่นๆ

ผลจากการทำงานวิจัยในครั้งนี้พบว่า จำนวนผลผลิตของมังคุดในสวนนั้นดีมากกว่าเดิมซึ่งมาจากการวัดผลการเจริญเติบโตของมังคุดในสวนมังคุดทั้ง 3 แปลง เช่น มังคุดสวนนางลำยอง พานทอง พื้นที่ 2 ไร่ ผลผลิต 731 กิโลกรัมต่อไร่ มีขนาด 65-74กรัมต่อผล มังคุดสวนของ นายเธียรวิชญ์ชูแก้ว พื้นที่ 6 ไร่ ผลผลิต 995กิโลกรัมต่อไร่ มีผลผลิตผิวเป็นมันไม่เกิดลาย ผลสีเขียวทั้งลูกและมีขนาดมากกว่า 90 กรัมต่อผล และมังคุดสวนนางสุณีย์ วีระปัญญา พื้นที่ 6 ไร่ ได้ผลผลิต 817 กิโลกรัมต่อไร่ มีขนาด 75-89 กรัมต่อผล

ขณะเดียวกัน ระบบจัดการน้ำสวนไม้ผลแบบ Smart farming ช่วยในการให้น้ำแก่มังคุดแบบฉีดสเปรย์ละอองน้ำในอากาศเพื่อทำให้อากาศในสวนมังคุดมีอุณหภูมิและความชื้นสัมพัทธ์ตามความเหมาะสม และสามารถป้องกันการเข้าทำลายและการระบาดของเพลี้ยไฟแมลงศัตรูของมังคุด ทั้งยังช่วยในการให้น้ำแก่ลำต้นมังคุดเพื่อทำให้มังคุดเจริญเติบโตทางใบ ควบคุมปริมาณดอก ส่งเสริมการพัฒนาของผล และเพิ่มปริมาณผลผลิตที่มีคุณภาพ การให้น้ำในปริมาณที่เพียงพอ มีความสม่ำเสมอตลอดระยะเวลาที่มังคุดติดผล ยังช่วยแก้ปัญหาไม่ให้มังคุดเนื้อแก้วและยางไหลอีกด้วย และยังส่งผลให้เกษตรกรต้องการขยายงานวิจัยชิ้นนี้ไปยังสวนมังคุดแห่งอื่นมากขึ้น เพื่อให้เกิดการจัดการในรูปแบบของ Smart farming ได้ต่อไป

ทั้งนี้ การพัฒนาระบบจัดการน้ำสวนมังคุดแบบ Smart farming จะมีผลดีต่อระดับจังหวัด ที่สามารถช่วยเพิ่มคุณภาพของผลผลิตมังคุดที่เป็นพืชเศรษฐกิจได้ เกษตรกรสวนมังคุดเองก็สามารถพัฒนาตนเองได้ แต่สิ่งที่สำคัญที่สุดคือโครงการนี้ควรได้รับการส่งเสริมหรือต่อยอดในปี ถัดไปหรือในอนาคต จากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งด้านการเกษตรหรือการวิจัย เพื่อให้งานวิจัยชิ้นนี้ได้เป็นส่วนหนึ่งเพื่อพัฒนาคุณผลผลิตและชีวิตของเกษตรกรได้ต่อไปในอนาคต และมีรายได้ที่เพิ่มสูงขึ้น

คอกเทลเด็ก SPU คว้ารางวัล ‘Creative Menu’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623368

คอกเทลเด็ก SPU คว้ารางวัล ‘Creative Menu’

วันอังคาร ที่ 21 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ทีมนักศึกษาสาขาวิชาการจัดการบริการธุรกิจเรือสำราญ มหาวิทยาลัยศรีปทุม ได้ร่วมกันโชว์ฝีมือและคิดสร้างสรรค์ผลงานคอกเทล “Happy Mulberry” ซึ่งมีวัตถุดิบหลักคือมันฝรั่งจาก Potatoes USA เชฟเอียน Iron Chef ของมาสเตอร์เชฟ ได้รับรางวัล “Creative Menu” คว้าเงินรางวัล 5,000 บาท พร้อมประกาศนียบัตร จากการแข่งขันรายการทำอาหาร 2021 Potatoes USA® Young Chef Training and Competition

ลั่นระฆังความสุข! อาชีวะอุบลฯ เปิดเทศกาล ‘เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2565 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/623484

ลั่นระฆังความสุข! อาชีวะอุบลฯ  เปิดเทศกาล 'เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2565 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ'

วันจันทร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 20.08 น.

UVC PROUD : อาชีวะอุบลฯ บูรณาการผู้เรียนอาชีวศึกษาสู่โลกอาชีพรับเทศกาลปีใหม่ ภูมิใจพ่อเมืองอุบลฯและนายกเหล่ากาชาดฯ ลั่นระฆังความสุข แต่งหน้าเค้กและชื่นชมผลงานนักเรียน นักศึกษา ในพิธีเปิด รับเทศกาล“เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2565 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ”

20 ธันวาคม 2564 วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี นำโดย นางลฎาภา แสวงทรัพย์ ผู้อำนวยการวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จัดโครงการ เทศกาล“เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2565 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ” โดยวันนี้มีพิธีเปิด อย่างเป็นทางการ มีนายพงศ์รัตน์ ภิรมย์รัตน์ ผู้ว่าราชการจังหวัดอุบลราชธานี เป็นประธานเปิดงาน กิจกรรมในงานประกอบด้วย การสาธิตนำเสนอและจำหน่ายผลงานนักเรียน นักศึกษา ในแต่ละสาขาวิชา ได้แก่ แผนกวิชาการตลาด จัดกิจกรรมห่อของขวัญ,การทำริบบิ้น แผนกวิชาแฟชั่นและสิ่งทอ จัดกิจกรรมสาธิตและจำหน่ายผลิตภัณฑ์จากผ้า แผนกวิชา คหกรรม จัดกิจกรรมสาธิตและจำหน่ายการประดิษฐ์กระเช้าของขวัญรับเทศกาลปีใหม่ และพวงกุญแจน่ารัก แผนกวิชาการออกแบบจัดกิจกรรมสาธิต การออกแบบบรรจุภัณฑ์ แผนกวิชาเทคโนโลยีธุรกิจดิจิทัล จัดกิจกรรมการขายสินค้าออนไลน์,การนำเสนอขายไลฟ์สด แผนกวิชาอาหารและโภชนาการ สาธิตการแต่งหน้าคัพเค้ก แผนกวิชาการโรงแรม สาธิตการผสมเครื่องดื่ม ม็อกเทล และการพับผ้าเช็ดปาก สำหรับตกแต่งโต๊ะอาหาร เป็นต้น

นอกจากนี้ยังมีการจัดกิจกรรมการแสดงบนเวทีของนักเรียน นักศึกษา คณะวิชาศิลปกรรม พร้อมได้รับเกียรติจากนางศลิษา ภิรมย์รัตน์ นายกเหล่ากาชาดจังหวัดอุบลราชธานี ประธานแม่บ้านมหาดไทยจังหวัดอุบลราชธานี ร่วมสาธิตการแต่งหน้าเค้ก ในโอกาสนี้ด้วย

สำหรับโครงการ เทศกาล“เค้ก คุกกี้ ของขวัญปีใหม่ 2565 สุขใจผู้ให้ ถูกใจผู้รับ” วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี ด้วยการให้นักเรียน นักศึกษา ในแต่ละสาขาวิชานำทักษะวิชาชีพของตนไปประยุกต์ใช้ในการประกอบอาชีพได้อย่างมีคุณภาพ ซึ่งเน้นทักษะการปฏิบัติจริง ให้นักเรียน นักศึกษาคิดเป็น ทำเป็น แก้ปัญหาได้ และสามารถนำวิชาความรู้ในวิชาชีพสร้างรายได้ระหว่างเรียน มีประสบการณ์ในการทำงานในชีวิตจริง ได้อีกทางหนึ่ง ทั้งนี้สินค้าที่จำหน่าย ได้แก่ คุกกี้คอนเฟลก จำหน่ายกล่องขนาดใหญ่ 450 กรัม ขายในราคา 250 บาท กล่องขนาดเล็ก 220 กรัม ขายในราคา 140 บาท และจำหน่ายเป็นถุง ถุงละ 150 กรัม จำหน่ายในราคา 100 บาท ในส่วนเค้กนั้น จัดทำ 2 ชนิด ได้แก่ เค้กเนยสดหน้าครีม เค้กเนยสดหน้าแยม จำหน่ายในราคาปอนด์ละ 180 บาท สามารถสั่งจองและสั่งซื้อเค้กได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป – จนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2564 ในส่วนคุกกี้สั่งจองหรือซื้อได้ตลอดจนกว่าสินค้าจะหมด ซึ่งมีจำนวนจำกัด

ในส่วนรายได้ที่เกิดจากการจัดกิจกรรมการจำหน่ายผลิตภัณฑ์เค้กและคุกกี้ ทางวิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี จะนำรายได้มอบเป็นทุนการศึกษาให้กับนักเรียน นักศึกษา จัดสรรพัฒนาการเรียนการสอน และสถานศึกษาต่อไป ผู้ที่สนใจสามารถสั่งซื้อเค้กและคุกกี้ ผลงานนักเรียน นักศึกษา ได้ที่ห้องอาหารกาบแก้วบงกช วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ร้านเบเกอรี่ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี โรงแรมอาชีวะ( R CHEE WA HOTEL ) @วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี หรือสั่งซื้อออนไลน์ได้ผ่านเพจเฟซบุ๊ก งานประชาสัมพันธ์ วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี หมายเลขโทรศัพท์ 045-250111 และสามารถติดต่อ ครู บุคลากร นักเรียน นักศึกษา วิทยาลัยอาชีวศึกษาอุบลราชธานี ตัวแทนจำหน่ายของสถานศึกษาได้ทุกคน