มูลนิธิรามาธิบดีฯ ขอบคุณทุกกำลังใจสู่ทีมบุคลากรทางการแพทย์ ในโครงการอิ่มบุญกับ เซอร์เทนตี้ ปี 9 เพื่อผู้ป่วยโควิด-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623178

มูลนิธิรามาธิบดีฯ ขอบคุณทุกกำลังใจสู่ทีมบุคลากรทางการแพทย์  ในโครงการอิ่มบุญกับ เซอร์เทนตี้ ปี 9 เพื่อผู้ป่วยโควิด-19

วันจันทร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ท่ามกลางสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่ยังต้องเฝ้าระวัง ส่งผลกระทบอย่างยิ่งต่อสุขภาพของคนไทย โดยเฉพาะในผู้สูงอายุที่มีความเสี่ยงมากและต้องการการดูแลอย่างระมัดระวังเป็นพิเศษ รวมทั้งเครื่องมือทางการแพทย์ อย่างเครื่องให้อากาศผสมออกซิเจนอัตราการไหลสูง ถือเป็นหนึ่งในเครื่องมือแพทย์ลำดับต้นๆที่ขาดแคลนและมีความสำคัญอย่างยิ่งในการช่วยเหลือผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งหากมีเครื่องมือแพทย์ดังกล่าวที่เพียงพอ ก็สามารถเพิ่มโอกาสรอดชีวิตในผู้ป่วยภาวะวิกฤตได้

พรภัทร จิรเรืองปัญญาผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ดีเอสจี อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) จํากัด (มหาชน) กล่าวว่า ในช่วงที่ผ่านมา เราได้เห็นบทบาทที่สำคัญอย่างยิ่งของบุคลากรทางการแพทย์ในประเทศไทย ที่ทำงานกันอย่างหนักและต่อเนื่องในทุกวัน เพื่อดูแลผู้ป่วยโควิด-19 ตลอดจนผู้ป่วยที่เข้ารับการรักษาทั่วไป โครงการอิ่มบุญกับผ้าอ้อมผู้ใหญ่ เซอร์เทนตี้ ปี 9 จึงขอเป็นส่วนหนึ่งในการแบ่งเบาภาระให้กับผู้ป่วย และช่วยเหลือการทำงานของบุคลากรทางการแพทย์ ด้วยการบริจาคเงินเพื่อนำไปจัดหาเครื่องให้อากาศผสมออกซิเจนอัตราการไหลสูง จำนวน 5 เครื่อง พร้อมด้วยผ้าอ้อมผู้ใหญ่ รวมมูลค่ากว่า 1,100,000 บาท มอบให้กับทาง มูลนิธิรามาธิบดีฯ เพื่อใช้ดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 และผู้สูงอายุ
ในโรงพยาบาล โดย เซอร์เทนตี้ จัดโครงการเพื่อสนับสนุนมูลนิธิรามาธิบดีฯ มาต่อเนื่องปีนี้เป็นปีที่ 9 ตั้งแต่ปี 2556

“ในปีนี้เรายังได้ส่งกำลังใจให้บุคลากรทางการแพทย์ ซึ่งเป็นหน่วยงานสำคัญที่ทางเซอร์เทนตี้ร่วมทำงานด้วยกันมาตลอดกว่า 40 ปี ด้วยการเปิดพื้นที่เพื่อเป็นสื่อกลางให้ประชาชนทั่วไปได้ร่วมส่งความห่วงใยและให้กำลังใจกับทีมแพทย์และพยาบาลด่านหน้าได้โดยตรง เพื่อให้พวกเขาได้เห็นว่าพวกเราทางบ้านพร้อมจะอยู่เคียงข้างกันในทุกสถานการณ์ รวมไปถึงผู้ป่วยและผู้สูงอายุที่จะได้เข้าถึงการรักษาและการดูแลที่มีประสิทธิภาพอีกด้วย”

นางสินีนุช ขำดี หัวหน้าหน่วยบริการพยาบาลผู้ป่วยที่บ้าน คณะแพทยศาสตร์โรงพยาบาลรามาธิบดี เผยว่า ในช่วงที่ผ่านมา โรงพยาบาลรามาธิบดี เป็นศูนย์กลางที่รองรับผู้ป่วยโควิด-19 เป็นจำนวนมาก เครื่องมือแพทย์ต่างๆ จึงถูกนำออกมาทำการรักษาอย่างเต็มรูปแบบ แต่ยังไม่เพียงพอต่อความต้องการในการรักษา ทีมแพทย์และพยาบาลเองก็ทำงานกันตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อการดูแลรักษาผู้ป่วยอย่างทั่วถึง ไม่เพียงเท่านั้น เรายังมีหน่วยบริการพยาบาลผู้ป่วยที่บ้าน ที่รับผิดชอบบริการ Home isolation แก่ผู้ป่วยยากไร้ ซึ่งส่วนใหญ่เป็นผู้ป่วยติดเตียง จากสถานการณ์ที่เราต้องเผชิญในทุกวัน และเป็นหนึ่งในบุคลากรทางการแพทย์

“รู้สึกซาบซึ้งใจเป็นอย่างมากที่ได้รับความห่วงใยและกำลังใจจากทุกข้อความที่ส่งมา ภายใต้ โครงการอิ่มบุญกับเซอร์เทนตี้ ปีที่ 9 และ ขอขอบคุณทาง ผ้าอ้อมผู้ใหญ่ เซอร์เทนตี้ที่เป็นสื่อกลางในการถ่ายทอดและส่งต่อพลังใจนี้ให้กับทีมบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ ทั้งยังมอบเงินบริจาคเพื่อจัดซื้อเครื่องให้อากาศผสมออกซิเจนอัตราการไหลสูง ซึ่งเป็นเครื่องมือแพทย์ที่มีความต้องการสูงทำให้เราสามารถรองรับการรักษาและเพิ่มโอกาสการรอดชีวิตของผู้ป่วยได้มากขึ้น ตลอดจนผ้าอ้อมผู้ใหญ่เซอร์เทนตี้ที่ช่วยสนับสนุนการทำงานให้ราบรื่นขึ้นด้วยเช่นกัน ซึ่งทางโรงพยาบาลรามาธิบดี จะทำการส่งต่อไปยังแผนกที่มีความต้องการ เพื่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อไป”

ทั้งนี้ แคมเปญ “อิ่มบุญกับเซอร์เทนตี้ ปี 9 ส่งพลังใจ เติมรักให้เต็มปอด” ปัจจุบัน มีข้อความพลังใจจากเหล่าประชาชนที่พร้อมส่งถึงบุคลากรทางการแพทย์ทั่วประเทศ ซึ่งทีมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์สามารถคลิกเข้าไปอ่านข้อความทั้งหมดได้ที่ www.certaintybreathwithlove.com และสามารถติดตามข่าวสารกิจกรรมดีๆเพิ่มเติมจาก เซอร์เทนตี้ ได้ที่เฟซบุ๊ค https://www.facebook.com/certaintyclub

ดูแลผิวริ้วรอยรอบดวงตา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623175

ดูแลผิวริ้วรอยรอบดวงตา

วันจันทร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ผิวบริเวณรอบดวงตามีความอ่อนบางกว่าผิวในบริเวณอื่น อีกทั้ง เส้นใยคอลลาเจนและอีลาสตินที่ช่วยให้ผิวกระชับ ยืดหยุ่น และเรียบเนียนยังถูกทำลายจากอนุมูลอิสระอย่างต่อเนื่อง รวมถึงผิวบริเวณนี้มีต่อมไขมันน้อย ทำให้มีสารอาหารหล่อเลี้ยงผิวไม่เพียงพอ อันเป็นสาเหตุของการเกิดริ้วรอยแห่งวัย แต่ละวัยจะมีปัญหาผิวรอบดวงตาอะไรบ้าง  ผู้เชี่ยวชาญ จาก Aster Spring ชั้น 1 ไลฟ์เซ็นเตอร์ (อาคารคิวเฮ้าส์ ลุมพินี) มาให้ข้อมูลดีๆในการดูแลผิวริ้วรอยรอบดวงตา

ช่วงอายุกับริ้วรอยรอบดวงตา ช่วงวัย 20 ปีขึ้นไป -รอยคล้ำใต้ตา ขอบตาดำ เนื่องจากการพักผ่อนไม่เพียงพอ การนอนดึก การใช้ชีวิตประจำวันที่เป็นอันตรายต่อผิว เช่น การสูบบุหรี่ การอดอาหาร การใช้สายตามาก เป็นต้น ช่วงวัย
30 ปีขึ้นไป – เริ่มสังเกตเห็นริ้วรอยเล็กๆ ผิวรอบดวงตาดูแห้ง และหมองคล้ำ มีรอยบวมใต้ตา เนื่องจากการผลัดเซลล์ของผิวและการสร้างเซลล์ผิวใหม่เริ่มช้าลง การเคร่งเครียดกับชีวิตประจำวัน อดนอน การรับประทานอาหารไม่ครบหมู่ การหรี่ตาเมื่อเจอแสงแดด การผลิตเม็ดสีมากกว่าปกติ สารตกค้างจากเครื่องสำอาง ช่วงวัย 40 ปีขึ้นไป – ปัญหาถุงใต้ตา ริ้วรอย
รอบดวงตา รอยตีนกา หนังตาเริ่มหย่อน-ตก เนื่องจากอายุที่เพิ่มขึ้น ผิวอ่อนแอลง มีความบอบบางมากขึ้น ขาดความ
ชุ่มชื้น การสะสมของปัญหาที่มีมาตั้งแต่วัยหนุ่มสาว การปกป้องผิวที่ไม่เพียงพอจากสภาวะแวดล้อมต่างๆ

สาเหตุของริ้วรอยรอบดวงตาเกิดจากอะไร 1.อายุที่เพิ่มขึ้น 2.การสร้างคอลลาเจนและอีลาสตินลดน้อยลง 3.การผลัดเซลล์ผิวช้าลง 4.สภาวะแวดล้อม มลพิษต่างๆ เช่น แสงแดด อนุมูลอิสระ 5.การใช้ชีวิตประจำวัน เช่น การสูบบุหรี่ ความเคร่งเครียด การรับประทานอาหาร 6.การละเลยการดูแลผิวรอบดวงตา การใช้เครื่องสำอางที่มีสารตกค้าง การทำความสะอาดผิวที่ไม่ถูกต้อง 7.พฤติกรรม เช่น การขยี้ตา การหรี่ตา การขมวดคิ้ว การยิ้ม

วิธีแก้ไขปัญหารอบดวงตามีวิธีใดบ้าง 1.หลีกเลี่ยงการก่อให้เกิดปัญหาผิวรอบดวงตา เช่น การไม่สูบบุหรี่ การรับประทานอาหารให้ครบหมู่ การดื่มน้ำให้เพียงพอ การพักผ่อนอย่างเต็มที่ 2.การเลือกใช้ผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมที่ช่วยแก้ไขปัญหาและบำรุงผิวรอบดวงตา การใช้ผลิตภัณฑ์ผสมสารกันแดดที่เหมาะกับผิวบริเวณรอบดวงตา 3.การทำทรีตเมนต์เพื่อฟื้นฟูและบำรุงผิวรอบดวงตา 4.ท่านวดบริหารรอบดวงตาด้วยตัวเองแบบง่ายๆ หลับตา ถูฝ่ามือทั้ง 2 ข้าง เข้าด้วยกันไป-มา จนรู้สึกว่าฝ่ามืออุ่น ปิดตาไว้ ขณะปิดตาให้หายใจเข้า-ออกลึกๆ ตามแบบโยคะ คือ หายใจเข้าท้องป่อง หายใจออกท้องแฟบ นับจังหวะการหายใจเข้า-ออก 3 รอบ เสร็จแล้วลืมตาขึ้นแบบสบายๆ จากนั้นหลับตาใช้ปลายนิ้วชี้นิ้วกลาง และนิ้วนาง เคาะใต้ตาเบาๆ สลับนิ้วกันตามแนวกระดูกเบ้าตา เริ่มจากหางตาเข้าหาหัวตา ทำประมาณ 3-5 รอบ จากนั้นใช้นิ้วหัวแม่มือยกหัวคิ้วขึ้นเบาๆ ค้างไว้นับในใจ หนึ่ง สอง สามปล่อย ค่อยๆ ลืมตา จะรู้สึกได้ทันทีว่าดวงตาคลายความอ่อนล้า ลองนำไปปรับใช้ เพื่อดวงตาคู่สวยไร้ริ้วรอยจะได้อยู่กับเราไปนานๆ

‘ซีพีเอฟ’รักษ์นิเวศ ลุ่มนํ้าป่าสัก เขาพระยาเดินธง ร่วมลดก๊าซเรือนกระจก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623198

‘ซีพีเอฟ’รักษ์นิเวศ ลุ่มนํ้าป่าสัก เขาพระยาเดินธง ร่วมลดก๊าซเรือนกระจก

วันจันทร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

โครงการ “ซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง” จังหวัดลพบุรี โดย บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร จำกัด (มหาชน) หรือ ซีพีเอฟ ได้รับการประกาศรับรองสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจก ขององค์การบริหารจัดการก๊าซเรือนกระจก (องค์การมหาชน) หรือ อบก. มีปริมาณกักเก็บก๊าซเรือนกระจกรวม 18,807.300 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า พร้อมกันนี้ อบก.รับรองฟาร์มและโรงงานของซีพีเอฟ 57 แห่ง มีปริมาณกักเก็บก๊าซเรือนกระจก 3,448.445 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จากการดำเนินโครงการรักษ์นิเวศ ส่งเสริมการปลูกต้นไม้ในสถานประกอบการ

วุฒิชัย สิทธิปรีดานันท์ รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ด้านพัฒนาความยั่งยืนองค์กร ซีพีเอฟ เปิดเผยว่าบริษัทฯ สนับสนุนการทำกิจกรรมของโรงงานและฟาร์มทั่วประเทศร่วมลดปล่อยก๊าซเรือนกระจก เพื่อบรรเทาผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศ ซึ่งตั้งแต่ปี 2558 จนถึงปัจจุบัน ได้เข้าร่วมโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกของอบก. อย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 7 โดยปีนี้อบก.ได้มอบใบประกาศเกียรติคุณรับรองให้หน่วยงานของซีพีเอฟ 57 แห่งที่มีการประเมินปริมาณก๊าซเรือนกระจกที่ลด และกักเก็บได้จากกิจกรรมต่างๆ มีปริมาณการกักเก็บก๊าซเรือนกระจกรวม 3,448.445 ตัน คาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า จากการปลูกต้นไม้ในสถานประกอบการ ในโครงการรักษ์นิเวศ บนพื้นที่ดำเนินการรวม 1,720 ไร่ ปีนี้ เป็นปีแรกที่ซีพีเอฟนำ “โครงการซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง” ซึ่งเป็นโครงการอนุรักษ์ ฟื้นฟู และปลูกป่าใหม่ บริเวณพื้นที่เขาพระยาเดินธง 6,971 ไร่ ที่จังหวัดลพบุรี เข้าร่วมโครงการสนับสนุนกิจกรรมลดก๊าซเรือนกระจกของ อบก. โดยเลือกพื้นที่ที่ขอรับรองโซนส่งเสริมการสืบพันธุ์ตามธรรมชาติ 1,500 ไร่ ซึ่ง อบก. รับรองปริมาณการกักเก็บก๊าซเรือนกระจก 18,807.300 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า โดยในส่วนของพื้นที่ปลูกโซนอื่นๆ อาทิ แปลงปลูกป่าแบบพิถีพิถัน ปลูกป่าเชิงนิเวศ ปลูกป่าแบบเสริมป่ามีแผนทยอยส่งเข้าร่วมโครงการ LESS ในระยะต่อไป

โครงการซีพีเอฟ รักษ์นิเวศ ลุ่มน้ำป่าสัก เขาพระยาเดินธง เป็นความร่วมมือ3 ประสาน ภาครัฐ ชุมชน และภาคเอกชน โดยชุมชนรอบพื้นที่เขาพระยาเดินธง กรมป่าไม้ และซีพีเอฟ ร่วมกันอนุรักษ์ ฟื้นฟูปลูกป่าใหม่เพิ่มเติม บริเวณเขาพระยาเดินธงต.พัฒนานิคม อ.พัฒนานิคม จ.ลพบุรี เริ่มต้นโครงการฯในปี 2559 สำรวจพื้นที่ศึกษารูปแบบการปลูกป่า การวางแผนปลูกป่า ดูแลให้ต้นไม้ในพื้นที่เติบโตจนถึงกระบวนการเก็บข้อมูลด้านความหลากหลายทางชีวภาพของพืชและสัตว์เพื่อเป็นฐานข้อมูลเปรียบเทียบ จนถึงปัจจุบัน สามารถฟื้นสภาพผืนป่ากลับสู่ความอุดมสมบูรณ์ ต้นไม้ที่เติบโตขึ้นสามารถช่วยดูดซับก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์ เป็นแหล่งที่อยู่อาศัยของสัตว์ และเป็นแหล่งอาหารของชุมชน “ซีพีเอฟ ประกาศเป้าหมายกลยุทธ์ความยั่งยืน CPF 2030 Sustainability in Action ซึ่งภายใต้เป้าหมายดังกล่าวมุุ่งเน้นการมีส่วนร่วมลดก๊าซเรือนกระจกตลอดกระบวนการผลิต และมีแผนเพิ่มพื้นที่สีเขียวมากกว่า 20,000 ไร่ เพื่อสนับสนุนเป้าหมายของเครือเจริญโภคภัณฑ์ปลูกต้นไม้ให้ได้20 ล้านต้น ก้าวสู่องค์กรที่ปล่อยก๊าซคาร์บอนไดออกไซด์สุทธิเป็นศูนย์ ภายในปี 2573 และเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืนขององค์การสหประชาชาติ (SDGs)

ทั้งนี้ ตลอด 7 ปี (ปี 2558-2564)ที่ผ่านมา มีโรงงานและฟาร์มของซีพีเอฟได้รับการรับรองโครงการ LESS ด้านป่าไม้และพื้นที่สีเขียวมาอย่างต่อเนื่อง โดยมีปริมาณลดการปล่อยก๊าซเรือนกระจกรวม75,038.509 ตันคาร์บอนไดออกไซด์เทียบเท่า

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาแก้แพ้ ยาที่คุณอาจแพ้ (ก็ได้)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623179

รู้เรื่องยากับเภสัชจุฬาฯ : ยาแก้แพ้ ยาที่คุณอาจแพ้ (ก็ได้)

วันจันทร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หน้าหนาวมาแล้ว หลายคนอาจดีใจ เพราะจะได้สวมเสื้อกันหนาวสวยๆ กับเขาสักที แต่อย่าลืมว่าหน้าหนาวในบ้านเรา โดยเฉพาะกรุงเทพฯ และหลายจังหวัดในภาคเหนือมักจะมาพร้อมกับฝุ่นละออง โดยเฉพาะPM2.5 ดังนั้นหน้าหนาวจึงอาจจะทำให้คนหลายคนมีอาการโรคภูมิแพ้กำเริบได้ เพราะทั้งความเย็นของอากาศผสมกับฝุ่นขนาดเล็กจิ๋ว ทำให้เกิดอาการคัดจมูก น้ำมูกไหล ไอ จาม เป็นต้น 

อาการเหล่านี้เกิดจากร่างกายหลั่งสารฮิสตามีน (histamine) มากเกินไป แต่ทั้งนี้คนแต่ละคนก็จะมีปัจจัยกระตุ้นอาการแพ้ไม่เหมือนกัน บางคนแพ้อากาศ บางคนแพ้ฝุ่น บางคนแพ้อาหารบางชนิด คนที่มีอาการแพ้บ่อยๆ ควรสังเกตว่าตนเองถูกกระตุ้นจากปัจจัยอะไร เพื่อจะได้หลีกเลี่ยงปัจจัยนั้นให้ได้ 

เมื่อมีอาการแพ้ ก็ต้องกินยาแก้แพ้ (anti-histamine) ที่จริงยาแก้แพ้ดูเหมือนเป็นยาที่เราทุกคนรู้จักดีและมีโอกาสได้ใช้บ่อยๆ รองจากยาลดไข้แก้ปวด เพราะทุกคนคงจะเคยแพ้อะไรสักอย่างมาก่อน ยาแก้แพ้ที่คนส่วนใหญ่คุ้นเคย ได้แก่ คลอเฟนิรามีน (chlorpheniramine) หรือบางคนเรียกชื่อย่อว่ายา CPM เป็นเม็ดกลมสีเหลืองขนาดเล็ก วิธีใช้ยาคือ กินครั้งละ 1 เม็ด ทุก 6 ชั่วโมง เมื่อมีอาการแพ้ ยานี้ถูกใช้มายาวนานหลายสิบปี เพราะมีประสิทธิภาพช่วยบรรเทาอาการแพ้ที่เกิดขึ้นได้ดีลดอาการน้ำมูกไหล จาม ผื่นคันที่เกิดขึ้นจากการแพ้ต่างๆ  

แต่อาการข้างเคียงที่สำคัญหลังกินยานี้คือ ง่วงนอนมาก บางคนถึงกับหลับหลังกินยา จนบางคนประยุกต์เอายาแก้แพ้มากินเพื่อให้หลับ (ซึ่งเภสัชกรไม่แนะนำเด็ดขาด) นอกจากง่วงแล้ว ยา CPM ยังทำให้เกิดอาการปากแห้ง คอแห้ง ตาพร่าได้ด้วย จึงมีคำเตือนว่า หลังกินยานี้ไม่ควรขับขี่ยานพาหนะ ควบคุมเครื่องจักร หรือทำงานในที่สูง เพราะทำให้เสี่ยงต่อการเกิดอุบัติเหตุ 

ยา CPM เป็นยาแก้แพ้รุ่นเก่าดั่งเดิม ซึ่งผลข้างเคียงจากยาโดยเฉพาะอย่างยิ่งความง่วงส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน ในรายที่ภูมิแพ้กำเริบรุนแรงและต่อเนื่องจึงต้องกินยาตลอด ผู้ใช้ยาอาจไม่สามารถเรียนหรือทำงานได้ตามปกติ นักวิจัยจึงพยายามค้นคิดยาแก้แพ้รุ่นใหม่ที่มีประสิทธิภาพดีขึ้น ผลข้างเคียงเรื่องง่วงซึมน้อยลง จนแทบไม่ง่วง และออกฤทธิ์ได้นานขึ้น ทำให้ความถี่ของการกินยาลดลงจากวันละหลายครั้ง เป็นวันละครั้ง หรืออย่างมากไม่เกิน 2 ครั้ง เพิ่มความสะดวกสบายให้ผู้ป่วย ตัวอย่างยาแก้แพ้รุ่นใหม่ที่นิยมใช้คือ ลอราทาดีน (loratadine) เซทิริซีน (cetirizine) ส่วนราคายาแก้แพ้รุ่นแรกมีราคาถูกมาก กระปุกบรรจุ 100 เม็ดอาจมีราคาเพียง 25-30 บาทเท่านั้น แต่ยาแก้แพ้รุ่นใหม่มีราคาแพงขึ้น  

ยาแก้แพ้ทั้งสองชนิดข้างต้นมีหลากหลายยี่ห้อและราคาต่างกัน ตั้งแต่เม็ดละประมาณ 1-2 บาท จนถึงเกือบ 20 บาท ผู้ใช้ยาเลือกใช้ได้ตามเศรษฐานะของตน 

แต่อย่าลืมว่า แม้ยาแก้แพ้ดูเหมือนจะเป็นยาที่ค่อนข้างปลอดภัย แต่ขึ้นชื่อว่ายาแล้ว ย่อมต้องมีแง่มุมให้ต้องระมัดระวังเสมอ ไม่ใช่ทุกคนจะใช้ยาแก้แพ้ได้ทุกตัว ผู้สูงอายุไม่ควรใช้ยาแก้แพ้กลุ่มเก่า เนื่องจากอาจเพิ่มปัญหาเกี่ยวกับต้อหินและต่อม
ลูกหมาก เพราะยามีผลเพิ่มความดันในลูกตาและทำให้ปัสสาวะคั่งได้ อีกทั้งอาการง่วงซึมที่เกิดขึ้นอาจเพิ่มความเสี่ยงในการพลัดตกหกล้ม ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิต  

ส่วนผู้ใช้ยาที่แม้ว่าจะยังไม่สูงวัย แต่มีโรคประจำตัวหรือมีการใช้ยาที่มีฤทธิ์กดประสาท เช่น ยาคลายเครียด ยาต้านซึมเศร้า ก็ต้องระวังการใช้ยาแก้แพ้ร่วมกับยารักษาโรคประจำตัวด้วย  

นอกจากนั้นยาแก้แพ้กลุ่มใหม่ก็ต้องปรับขนาดยาในรายที่มีอาการไตบกพร่องรุนแรง ขอย้ำว่าผู้มีภูมิแพ้ที่ต้องใช้ยา โปรดปรึกษาแพทย์และเภสัชกรก่อนใช้ยาโดยเฉพาะอย่างยิ่งคนที่มีปัญหาสุขภาพซึ่งต้องใช้ยาอื่นๆ ในชีวิตประจำวัน ยิ่งต้องระวังการใช้ยาแก้แพ้ ดังนั้นจึงไม่ควรซื้อยาแก้แพ้มากินเองเป็นอันขาด

ผศ.ภญ.ดร.ณัฎฐดา อารีเปี่ยม  

คณะเภสัชศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย

สุขภาพดีรับปีใหม่ กับ 10 วิตามินที่ร่างกายต้องการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623176

สุขภาพดีรับปีใหม่ กับ 10 วิตามินที่ร่างกายต้องการ

วันจันทร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ตลอดปีที่ผ่านมา หลายคนถามตัวเองว่า เราได้ใช้งานร่างกายอย่างหนักหน่วง จนบางครั้งร่างกายเกิดอาการเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย ไม่กระปรี้กระเปร่าเหมือนเดิมหรือไม่ เพราะนั่นอาจเป็นการส่งสัญญาณว่าร่างกายของเราเริ่มอ่อนแอ เพราะขาดแร่ธาตุและวิตามิน แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า ร่างกายเราขาดวิตามินตัวไหน หรือเราควรทานอาหารเสริมตัวไหน ที่จะช่วยเติมเต็มสิ่งที่ร่างกายขาดหายไป

อินเตอร์ ฟาร์มา ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์สุขภาพครบวงจร มาแนะนำตัวช่วยดีๆ อย่าง Interpharma Multivitamin
ผลิตภัณฑ์วิตามินรวมแบบเม็ดฟู่ ตัวช่วยรีเฟรชร่างกายให้สดชื่นสดใสรับปีใหม่ เป็นไอเท็มที่ต้องมีติดบ้าน ทานได้ทั้งครอบครัว สามารถทานได้ตั้งแต่อายุ 6 ขวบ ทานได้ทุกวัน โดยไม่มีผลข้างเคียงว่าจะได้รับวิตามินมากเกินไป เป็นทางเลือกให้คนที่กำลังเลือกรับประทานได้ตัดสินใจง่ายขึ้น

Interpharma Multivitamin เป็นนวัตกรรมเม็ดฟู่ใหม่ล่าสุด พัฒนาและผลิตจากประเทศเยอรมนี ประกอบด้วยวิตามินที่จำเป็นสำหรับร่างกายในปริมาณที่เหมาะสมสำหรับการบริโภคต่อวัน ประกอบไปด้วย วิตามินรวมถึง 10 ชนิด ได้แก่ วิตามินซี วิตามินบี1 วิตามินบี2 วิตามินบี3 วิตามินบี5 วิตามินบี6 วิตามินบี7 วิตามินบี9 วิตามินบี12 และวิตามินอี ช่วยบำรุงร่างกายให้สดชื่น มีชีวิตชีวา และเสริมสร้างภูมิคุ้มกัน ด้วยนวัตกรรมล่าสุดที่ช่วยให้ละลายน้ำได้อย่างสมบูรณ์โดยไม่ทิ้งตะกอน ทำให้ดูดซึมง่ายและเร็วกว่าแบบเม็ด ที่สำคัญยังไม่มีน้ำตาลอีกด้วย

ทั้งนี้ วิตามินแต่ละชนิดมีส่วนช่วยเสริมสร้างร่างกายแตกต่างกัน อาทิ Vitamin C ช่วยเสริมสร้างคอลลาเจนให้กับผิวหนัง และเนื้อเยื่อต่างๆ เช่น ผนังหลอดเลือด ช่วยสมานแผล Vitamin B3 หรือ ไนอะซิน ช่วยให้การทำงานของเอนไซม์เป็นปกติ ช่วยลดคอเลสเตอรอล และไตรกลีเซอไรด์ และช่วยเพิ่ม HDL ให้มากขึ้น Vitamin B7 ช่วยบรรเทาอาการปวดเมื่อยตามกล้ามเนื้อช่วยบรรเทาอาการผืนผิวหนังอักเสบ และผดผื่นต่างๆ Vitamin E ช่วยต้านอนุมูลอิสระ ช่วยบรรเทาอาการเหนื่อยล้าอ่อนเพลีย Vitamin B5 ช่วยให้ระบบเผาผลาญสารอาหารทำงานอย่างมีประสิทธิภาพเสริมสร้างฮีโมโกลบิน ซึ่งเป็นโมเลกุลโปรตีนภายในเซลล์เม็ดเลือดแดง Vitamin B2 ช่วยบำรุงระบบไหลเวียนของเลือดและสมอง Vitamin B12 ช่วยในการทำงานของระบบประสาท สร้างเม็ดเลือดแดง Vitamin B1 ช่วยส่งเสริมระบบการทำงานของระบบประสาท และกล้ามเนื้อ ซึ่งหากร่างกายขาดวิตามินชนิดนี้จะทำให้ร่างกายเหนื่อยง่าย เบื่ออาหาร ปวดกล้ามเนื้อ Vitamin B6 ช่วยในการเปลี่ยนแปลงของสารสื่อประสาทซึ่งเกี่ยวข้องกับการนอนหลับ ความอยากอาหาร และอารมณ์ Vitamin B9 ช่วยในการผลิตเซลล์เม็ดเลือดแดง ซึ่งทำหน้าที่ส่งออกซิเจนไปทั่วร่างกายนั่นเอง

รายละเอียดเพิ่มเติมของผลิตัณฑ์สามารถศึกษาได้ที่ www.interpharma.co.th หรือสนใจซื้อสินค้าได้ที่ : https://lin.ee/huxD1c0

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงเปิดตัวหนังสือครบรอบ 16 ปี‘SIRIVANNAVARI:16 YEARS OF GLOR’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623183

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา  ทรงเปิดตัวหนังสือครบรอบ 16 ปี‘SIRIVANNAVARI:16 YEARS OF GLOR’

วันจันทร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา

ทรงเปิดตัวหนังสือครบรอบ 16 ปี‘SIRIVANNAVARI:16 YEARS OF GLOR’

เบื้องหลังเส้นทางแบรนด์ SIRIVANNAVARI BANGKOK

“เริ่มต้นจากการไปร้านหนังสือต่างๆ ทำให้ได้เห็นหนังสือแฟชั่นของแบรนด์ต่างๆ จึงเป็นแรงบันดาลใจที่ทำให้เกิดหนังสือเล่มนี้ ซึ่งเปรียบเสมือนความฝันที่เป็นจริง ข้าพเจ้าเคยมีความฝันไว้ว่าอยากมีหนังสือแฟชั่นเป็นของตัวเองเป็นหนังสือที่รวบรวมผลงานของข้าพเจ้าและแบรนด์ SIRIVANNAVARI BANGKOK ตั้งแต่เริ่มก่อตั้งจนถึงวันนี้ รวมทั้งตั้งใจให้หนังสือเล่มนี้มอบโอกาสให้คนในวงการแฟชั่นรุ่นหลังๆ ได้ศึกษาเรียนรู้”

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์แห่งแบรนด์ SIRIVANNAVARI BANGKOK มีพระดำรัสถึงที่มาของหนังสือครบรอบ 16 ปี ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI: 16 YEARS OF GLORY ขณะเสด็จเป็นประธานในงานเปิดตัวหนังสือ พร้อมพระราชทานสัมภาษณ์เล่าเรื่องราวเบื้องหลังการรวบรวมภาพแห่งความทรงจำสุดเอ็กซ์คลูซีฟ ตั้งแต่ก่อตั้งแบรนด์ในปีพ.ศ.2548 ณ ชั้น 5 ศูนย์สร้างสรรค์งานออกแบบ (TCDC) ไปรษณีย์กลางบางรัก

นอกจากภาพความทรงจำอันสวยงามภายในหนังสือ SIRIVANNAVARI: 16 YEARS OF GLORY ที่ทรงคัดเลือกรูปภาพหลายร้อยภาพอย่างพิถีพิถันด้วยองค์เอง เพื่อลงตีพิมพ์ในหนังสือเล่มนี้ตั้งแต่ภาพสเกตช์ภาพการฟิตติ้งนางแบบภาพเบื้องหลังเวทีภาพถ่ายแคมเปญโฆษณา ภาพรันเวย์ ฯลฯ ซึ่งล้วนแต่จะนำพาผู้อ่านไปอยู่ในดินแดนของ SIRIVANNAVARI BANGKOK หนังสือเล่มนี้ยังนำเสนอเรื่องราวและเบื้องหลังต่างๆ ของแบรนด์ที่ไม่เคยเปิดเผยที่ใดมาก่อน อาทิ บทสัมภาษณ์ขององค์ดีไซเนอร์และที่มาของสัญลักษณ์นกยูงหนังสือ “SIRIVANNAVARI : 16 YEARS OF GLORY” มีความโดดเด่นด้วยปกสีชมพูฟูเชียอันเป็นหนึ่งในเอกลักษณ์ของแบรนด์ซึ่งแสดงถึงวิสัยทัศน์และความสร้างสรรค์อันเหนือระดับขององค์ดีไซเนอร์

ด้วยความที่พระองค์ทรงเริ่มต้นอาชีพในวงการแฟชั่นตั้งแต่ทรงพระเยาว์ ในพระดำริของพระองค์หญิงคุณสมบัติของศิลปินที่ดีต้องประกอบไปด้วย “ศิลปินที่ดีต้องซื่อสัตย์ต่อตัวเอง และประวัติศาสตร์ของตัวเอง ต้องเป็นคนที่มุ่งมั่นในงาน ตั้งเป้าหมายและทำให้ได้ตามที่ตั้งใจ มีสปิริต มีการทำงานที่ต่อเนื่อง รวมทั้งต้องมีแพชชั่นในงาน ต้องรู้จริงในงานของตัวเอง รู้จักแก้ปัญหาและมีวินัย รวมทั้งต้องมีเทสต์ที่ดี และรู้เทสต์ของทั่วโลก ทุกวันนี้แม้ว่าโลกจะเต็มไปด้วยเทคโนโลยีมากมาย แต่อย่างไร ก็ต้องชอบทักษะด้านงานฝีมือซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญ ที่ทำให้ต้องฝึกฝนตัวเองตลอดเวลา เพื่อที่เราจะสามารถบอกทีมงานให้ทำตามได้ อีกอย่างคือ ผู้ใหญ่สั่งมาอย่างไร สอนมาอย่างไร ต้องไม่ลืมสิ่งที่พวกเขาสอนมา บุคคลที่เป็นแรงผลักดันพระองค์เดียวและทรงเป็นไอคอนของข้าพเจ้า ก็คือ สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง สมเด็จย่าทรงเป็นแรงผลักดันที่ทำให้ข้าพเจ้าทูลลาไปเรียนต่อด้านแฟชั่นที่ประเทศฝรั่งเศส แล้วกลับมาถวายงานรับใช้พระองค์ท่าน”

สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ทรงมีรับสั่งต่อว่า “ตลอดระยะเวลา 16 ปีที่ผ่านมา การสร้างสรรค์แฟชั่นทุกคอลเลคชั่นมีความยาก ท้าทาย กดดัน แตกต่างกันไป เพราะอยากทำให้ดีที่สุด แต่สำหรับคอลเลคชั่นที่สร้างความเปลี่ยนแปลงให้แบรนด์มากที่สุดคือ HUMAN DNA ซึ่งเป็นจุดเปลี่ยนสำคัญหลังจากห่างหายไปจากวงการแฟชั่นร่วมปี และเป็นคอลเลคชั่นที่มีความเปลี่ยนแปลงมากที่สุด อีกคอลเลคชั่นที่ชอบคือ SIRIVANNAVARI COUTURE คอลเลคชั่นพิเศษที่เป็นงานผ้าไทยที่ได้พี่ป้อม (ธีระพันธ์ วรรณรัตน์) มาช่วยให้ไอเดียในการทำผ้าไทยให้ดูเป็นสากลมากขึ้น

สำหรับสิ่งที่ท้าทายในการทำงานมากที่สุดคือ “เวลา” ซึ่งเป็นปัจจัยที่สำคัญที่สุด เพราะปฏิทินในวงการแฟชั่นเดินไปข้างหน้าอย่างรวดเร็ว ดังนั้น เมื่อต้องพบกับความกดดัน กำลังใจจากทุกคนในทีมเป็นสิ่งสำคัญ หรือเวลามีเรื่องเครียด ถ้ามีเวลาก็จะไปพักผ่อนสมองที่ทะเลแล้วค่อยกลับมาลุยงานใหม่ เพราะถ้าเรากดดันมากๆ ก็จะทำให้ลูกน้องเครียดตามไปด้วย”

ส่วนที่มาของสัญลักษณ์นกยูง ซึ่งถือเป็นโลโก้ของแบรนด์ SIRIVANNAVARI BANGKOK นั้น พระองค์รับสั่งว่า เป็นผลงานที่สเกตช์ไว้ตั้งแต่สมัยที่ทรงศึกษาที่โรงเรียนจิตรลดา ซึ่งนกยูงเป็นสัตว์ที่มีความสง่างาม แข็งแกร่ง รวมทั้งมีความเป็นนักสู้ และจากรูปสเกตช์ในวันนั้น ก็พัฒนาเรื่อยมาจนเป็นโลโก้ของแบรนด์ในที่สุด

ด้วยความตั้งพระทัยในการส่งต่อแรงบันดาลใจให้แก่คนรุ่นต่อไป และผู้ที่รักในแฟชั่น รวมทั้งส่งผ่านประสบการณ์ในวงการแฟชั่นที่สะสมมาตลอดระยะเวลา 16 ปี ผ่านหนังสือ “SIRIVANNAVARI: 16 YEARS OF GLORY” องค์ดีไซเนอร์พระราชทานข้อคิดให้แก่บุคคลที่มองพระองค์เป็นแรงบันดาลใจ ว่า “อย่างแรกคือ ต้องซื่อสัตย์กับตัวเอง ใจชอบหรือไม่ ถ้าเกิดเจอปัญหา หรือทุกข์เมื่อไหร่ แต่ทุกข์แล้วยังมีความสุข แสดงว่าเราชอบสิ่งนั้นจริง และต้องพร้อมรับมือกับเสียงวิพากษ์วิจารณ์ทั้งแง่บวกและแง่ลบ รู้จักยืดหยุ่นในทุกสถานการณ์ ที่สำคัญคือ ยึดความเป็น Identity (ตัวตน) และอย่าลืมพัฒนาตัวเอง ทั้งสมองมือ ใจ หรือแม้กระทั่งตาของตัวเอง เมื่อฝึกตัวเราแล้ว ก็จะสามารถชนะคู่แข่งได้ 

“ข้าพเจ้ามองว่า แฟชั่นคือ ความสนุก สดใส แพชชั่น เทสต์ และเป็นการทดลองที่ต้องมูฟออนและยืดหยุ่นได้ตลอดเวลา ซึ่งเป็นสิ่งที่สำคัญที่อยากบอกน้องๆ ทุกคน ก็คือ ถ้าอยากที่จะเข้ามาในวงการนี้  อยากให้ชอบวงการนี้จริงๆ ชอบอย่างที่เรียกว่า เขาจะอยู่กับเราไปจนตาย และอย่าลืมคนที่ซัพพอร์ตอยู่ข้างหลังเราว่ามีใครบ้าง” 

ทั้งนี้ เพื่อร่วมเฉลิมฉลองในโอกาสครบรอบ 16 ปี แบรนด์ SIRIVANNAVARI BANGKOK สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้า
สิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ได้ทรงนำซิลูเอทของกระเป๋าคลัทช์ เรซิน ประดับโลโก้นกยูง อันเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ ซึ่งผลิตขึ้นเป็นครั้งแรกเมื่อปี 2550 โดยทรงนำมาสร้างสรรค์ขึ้นใหม่ให้มีความพิเศษมากยิ่งขึ้น เพื่อเป็นของที่ระลึกลิมิเต็ดอิดิชั่นในวาระสุดพิเศษนี้

สำหรับความพิเศษของกระเป๋ารุ่นนี้ นอกจากผสมผสานด้วยวัสดุ 3 ชนิดได้แก่ ผ้าไหมส่วนพระองค์ หนัง และเรซิ่น แล้วยังมีวิธีการทำที่ซับซ้อนและเป็นงานคราฟต์ที่ทำด้วยมือทุกขั้นตอนเริ่มตั้งแต่การนำผ้าไหมส่วนพระองค์มาจับพลีท จากนั้นขึ้นเดรฟและกลึงลายด้วยมือ โดยช่างฝีมือชั้นครู รวมถึงการสร้างความพลิ้วไหวในชิ้นเรซิ่นล้อไปกับสีสันเพื่อชูลวดลายผ้าไหมให้มีความโดดเด่นยิ่งขึ้น จากนั้นเดินทางสู่ขั้นตอนสุดท้ายด้วยการตัดเย็บโดยช่างเฉพาะทางที่ทุ่มเทประสบการณ์ผ่านฝีจักรและเทคนิคจนออกมาเป็นกระเป๋ารุ่นนี้เพื่อฉลองครบรอบ 16 ปี แบรนด์ SIRIVANNAVARIBANGKOK โดยจะมีวางจำหน่ายที่ร้าน SIRIVANNAVARI ชั้น 1 ศูนย์การค้าสยามพารากอนตั้งแต่วันนี้
เป็นต้นไป

สำหรับหนังสือ SIRIVANNAVARI : 16 YEARS OF GLORY มีจัดจำหน่ายในช่องทางออนไลน์ดังนี้Line Official : @sirivannavari_shop, Instagram :Sirivannavari Bangkok, Facebook : Sirivannavari Bangkok, เว็บไซต์ www.sirivannavari.com, www.asiabooks.com และ https://thailand.kinokuniya.com

(ซ้าย) พัชรินรุจา จันทโรนานนท์, ม.ล.ทรงลักษณ์ สวัสดิวัตน์,
ธันย์ชนก วิริยะบูรณ์, รติรส จุลชาต และกิติภัค เกษรสิริธร(ซ้าย) พัชรินรุจา จันทโรนานนท์, ม.ล.ทรงลักษณ์ สวัสดิวัตน์, ธันย์ชนก วิริยะบูรณ์, รติรส จุลชาต และกิติภัค เกษรสิริธรธีระพันธ์ วรรณรัตน์ และ ณัฐวรรณ ทีปสุวรรณธีระพันธ์ วรรณรัตน์ และ ณัฐวรรณ ทีปสุวรรณม.ล.ภูมิใจ ชุมพล และ นีรนาท เผ่าสวัสดิ์ม.ล.ภูมิใจ ชุมพล และ นีรนาท เผ่าสวัสดิ์กุลวิทย์ เลาสุขศรีกุลวิทย์ เลาสุขศรี

มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ ส่งเสริมการผลิตแพทย์คุณภาพ มอบทุนต่อเนื่องนักศึกษาแพทย์ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623173

มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ ส่งเสริมการผลิตแพทย์คุณภาพ  มอบทุนต่อเนื่องนักศึกษาแพทย์ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด

วันจันทร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กว่า 8 ปี ที่มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ หนึ่งในองค์กรสาธารณกุศลที่มุ่งส่งเสริมการศึกษาแก่นักศึกษาแพทย์ทั่วประเทศ ด้วยการมอบทุนการศึกษาต่อเนื่องแก่นักศึกษาแพทย์ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ รวมทั้งที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 ให้ได้รับโอกาสในการศึกษาต่อจนจบหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต ซึ่งเป็นทุนแบบให้เปล่า ผู้รับทุนไม่ต้องชดใช้ทุนคืนแต่อย่างใด รวม 41 ทุน เพื่อผลิตแพทย์คุณภาพ ยกระดับงานสาธารณสุขไทย โดยมุ่งหวังให้นักศึกษาแพทย์ที่สำเร็จการศึกษา ได้คืนสู่ถิ่นฐานกลับไปช่วยเหลือประชาชน พัฒนาการแพทย์และสาธารณสุขในท้องถิ่นของตนเอง

นายประจักษ์ ตั้งคารวคุณ ประธานมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ ผู้ให้ความสำคัญต่อการศึกษาของนักศึกษาแพทย์ กล่าวว่า “ตลอดระยะเวลาที่ผ่านมามูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ ได้ให้การสนับสนุนทุนการศึกษามาอย่างต่อเนื่องโดยเฉพาะอย่างยิ่งหลักสูตรแพทย์ และในช่วงวิกฤตโควิด-19 ที่ผ่านมา ก็ยิ่งชี้ชัดว่า อาชีพแพทย์สำคัญมาก ซึ่งแพทย์เป็นผู้เสียสละ และเป็นเรี่ยวแรงสำคัญที่คอยดูแลรักษาผู้ป่วยให้หายจากโรคภัย
ไข้เจ็บ แต่ปัจจุบันจำนวนแพทย์จบใหม่แต่ละปีไม่สอดคล้องกับจำนวนประชาชนในพื้นที่ โดยเฉพาะในถิ่นทุรกันดาร ปัจจัยที่สำคัญคือ ความยากของวิชาแพทย์ที่ต้องใช้ระยะเวลาเรียนยาวนานถึง 6 ปี บวกกับค่าเล่าเรียนและค่าใช้จ่ายต่างๆ ตลอดหลักสูตรที่ค่อนข้างสูง ทำให้หลายคนต้องทิ้งโอกาสการเป็นหมอ อีกทั้ง ในช่วง 2 ปีที่ผ่านมา จากการแพร่ระบาดของโควิด-19 และเหตุอุทกภัยหนักในหลายพื้นที่ ส่งผลกระทบต่อชีวิตความเป็นอยู่ของครอบครัวนักศึกษาแพทย์หลายคน บริษัทปิดกิจการ ผู้ปกครองตกงาน ครอบครัวมีหนี้สินเพิ่มมากขึ้น จนทำให้ประสบปัญหาเรื่องค่าเล่าเรียน ดังนั้น ในปี 2564 นี้ มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ จึงได้มอบทุนการศึกษาต่อเนื่องเพิ่มเติมอีก 13 ทุน ให้แก่นักศึกษาแพทย์ที่ประสบปัญหาดังกล่าว”

นับตั้งแต่ปี 2557 จนถึงปัจจุบัน มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ ได้มอบทุนการศึกษาต่อเนื่องจนจบหลักสูตรแพทย์ (6 ปี) ให้แก่นักศึกษาแพทย์ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ทั่วประเทศ รวม 41 ทุน แบ่งเป็นทุนการศึกษาโครงการแพทย์สตรี
ร่วมกับ สมาคมแพทย์สตรีแห่งประเทศไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ รุ่นที่ 1 จำนวน 8 ทุน และรุ่นที่ 2 จำนวน 10 ทุนทุนการศึกษาเพื่อนักศึกษาแพทย์ศิริราช มหาวิทยาลัยมหิดล จำนวน 10 ทุน และทุนการศึกษาแก่นักศึกษาแพทย์ที่ได้รับผลกระทบจากวิกฤตโควิด-19 และเหตุอุทกภัย อีกจำนวน 13 ทุน รวมเป็นเงิน
ทั้งสิ้น 12,829,037 บาท

ประธานมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ กล่าวทิ้งท้ายว่า “เมื่อเราประสบความสำเร็จ มั่งมี ตราบจนทุกวันนี้ เราต้องรู้จักแบ่งปัน และตอบแทนบุญคุณแผ่นดิน ผมจึงได้ตั้งมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ ขึ้นมา เพื่อทำประโยชน์ให้แก่สังคมไทย และส่งเสริมการศึกษา เพื่อแก้ไขปัญหาความยากจนอย่างยั่งยืน ผมอยากให้สังคมไทย เป็นสังคมแห่งการแบ่งปัน คนที่ร่ำรวย มีฐานะ ก็ควรแบ่งปัน ให้โอกาสแก่คนที่ขาดแคลน สิ่งเหล่านี้จะทำให้สังคมไทยดีขึ้น พัฒนาขึ้น”

ร่วมสนับสนุนการศึกษาให้กับนักเรียนแพทย์ที่ขาดแคลนทุนทรัพย์ ผ่านมูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ ได้ที่ ธนาคารกสิกรไทย สาขาเอกมัย ชื่อบัญชี มูลนิธิคุณแม่ลี้กิมเกียว ตั้งคารวคุณ เลขที่บัญชี : 059-2-42963-4

วัฒนาวิทยาลัย รุ่น 92 ชวนกันเอาท์ติ้งกระชับความสัมพันธ์หลังโควิดผ่อนคลาย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623192

วัฒนาวิทยาลัย รุ่น 92 ชวนกันเอาท์ติ้งกระชับความสัมพันธ์หลังโควิดผ่อนคลาย

วันจันทร์ ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

เพื่อนวัฒนาวิทยาลัย รุ่น 92 ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา, ผาณิต พูนศิริวงศ์, อ.ดวงใจ ตั้งสง่า, ภาวิไล บุราวาศ, ฉวีวรรณ ช่างต่อ,ชุติมา พงษ์เลื่องธรรม, ดวงเนตร ไพโรจน์, แววตา อัมพรายน์, ศ.ดร.มาลียา เครือตราชู, รศ.ทรรศนียา ศักดิ์ดี, ยศวดี บุณยเกียรติ, จิราพร เชมนะสิริ,สายสัมพันธ์ สุวรรณประทีป ฮิลตัน, เทพิน มีศุข,นลินี คณิวิชาภรณ์ และเปรมวดี ซาลัสเบอรี่ส่งท้ายปีฉลู ต้อนรับปีเสือชวนกันแต่งกายในชุดแม่เสือสาว พร้อมหน้าสามี และลูกๆ หลานๆมาเอาท์ติ้ง กระชับความสัมพันธ์หลังโควิดผ่อนคลายสูดโอโซนให้เต็มปอดที่เขาใหญ่ โดยงานนี้ อ.ดวงใจ ตั้งสง่า ได้เปิดบ้านที่มวกเหล็กต้อนรับเพื่อนๆ พร้อมจัดปาร์ตี้เล็กๆ อย่างอบอุ่นหลังจากไม่ได้พบปะสังสรรค์กันนาน นอกจากนี้ยังชวนกันไปเดินป่า ทดสอบสมรรถภาพของร่างกายว่ายังแข็งแรงดีอยู่นะจ๊ะ เหนื่อยนักก็พักแวะชมความสวยงามของธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อย พร้อมเก็บภาพสวยๆ มาให้ได้ชมกันอย่างจุใจอีกด้วยเพื่อนวัฒนาวิทยาลัย รุ่น 92 ใส่เสื้อธีมลายเสือเก๋ไก๋ย้อนวัย ศ.ดร.มาลียา เครือตราชู, ยศวดี บุณยเกียรติ, นลินี คณิวิชาภรณ์, ภาวิไล บุราวาศ, ผาณิต พูนศิริวงศ์, อมรา ศิลปิกุล, จิราพร เชมนะสิริ, สายสัมพันธ์ สุวรรณประทีป ฮิลตัน, อ.ดวงใจ ตั้งสง่า, เปรมวดี ซาลัสเบอรี่ และ รศ.ทรรศนียา ศักดิ์ดีเพื่อนวัฒนาวิทยาลัย รุ่น 92 ใส่เสื้อธีมลายเสือเก๋ไก๋ย้อนวัย ศ.ดร.มาลียา เครือตราชู, ยศวดี บุณยเกียรติ, นลินี คณิวิชาภรณ์, ภาวิไล บุราวาศ, ผาณิต พูนศิริวงศ์, อมรา ศิลปิกุล, จิราพร เชมนะสิริ, สายสัมพันธ์ สุวรรณประทีป ฮิลตัน, อ.ดวงใจ ตั้งสง่า, เปรมวดี ซาลัสเบอรี่ และ รศ.ทรรศนียา ศักดิ์แววตา อัมพรายน์, เทพิน มีศุข, เปรมวดี ซาลัสเบอรี่, จิราพร เชมนะสิริ, ภาวิไล บุราวาศ, ยศวดี บุณยเกียรติ และอมรา ศิลปิกุลแววตา อัมพรายน์, เทพิน มีศุข, เปรมวดี ซาลัสเบอรี่, จิราพร เชมนะสิริ, ภาวิไล บุราวาศ, ยศวดี บุณยเกียรติ และอมรา ศิลปิกุลจำลอง ศักดิ์ดี, ศ.ดร.มาลียา เครือตราชู, อมรา ศิลปิกุล, สายสัมพันธ์ สุวรรณประทีป ฮิลตัน,นลินี คณิวิชาภรณ์, ภาวิไล บุราวาศ และ ฉวีวรรณ ช่างต่อจำลอง ศักดิ์ดี, ศ.ดร.มาลียา เครือตราชู, อมรา ศิลปิกุล, สายสัมพันธ์ สุวรรณประทีป ฮิลตัน,นลินี คณิวิชาภรณ์, ภาวิไล บุราวาศ และ ฉวีวรรณ ช่างต่อจำลอง-รศ.ทรรศนียา ศักดิ์ดี, ภาวิไล บุราวาศ, ยศวดี บุณยเกียรติ และ ศ.ดร.มาลียา เครือตราชูจำลอง-รศ.ทรรศนียา ศักดิ์ดี, ภาวิไล บุราวาศ, ยศวดี บุณยเกียรติ และ ศ.ดร.มาลียา เครือตราชูดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ กับลูกชาย-สะใภ้ ม.ล.วรุตม์-นิศากร วรวรรณ ณ อยุธยา และเพื่อนๆ สนุกสนานไปกับการเดินป่าดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ กับลูกชาย-สะใภ้ ม.ล.วรุตม์-นิศากร วรวรรณ ณ อยุธยา และเพื่อนๆ สนุกสนานไปกับการเดินป่าดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ กับลูกชาย-สะใภ้ ม.ล.วรุตม์-นิศากร วรวรรณ ณ อยุธยา และเพื่อนๆ สนุกสนานไปกับการเดินป่าดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ กับลูกชาย-สะใภ้ ม.ล.วรุตม์-นิศากร วรวรรณ ณ อยุธยา และเพื่อนๆ สนุกสนานไปกับการเดินป่าจำลอง-รศ.ทรรศนียา ศักดิ์ดี, จิราพร เชมนะสิริ,
ศ.ดร.มาลียา เครือตราชู, อมรา ศิลปิกุล และ ภาวิไล บุราวาศ ถ่ายรูปกับต้นไทรที่มีขนาดใหญ่จำลอง-รศ.ทรรศนียา ศักดิ์ดี, จิราพร เชมนะสิริ, ศ.ดร.มาลียา เครือตราชู, อมรา ศิลปิกุล และ ภาวิไล บุราวาศ ถ่ายรูปกับต้นไทรที่มีขนาดใหญ่เพื่อนวัฒนาวิทยาลัย รุ่น 92 พร้อมสามี และลูกหลาน ปาร์ตี้สังสรรค์อบอุ่นในธีมลายเสือเพื่อนวัฒนาวิทยาลัย รุ่น 92 พร้อมสามี และลูกหลาน ปาร์ตี้สังสรรค์อบอุ่นในธีมลายเสือเดินชมธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อยเดินชมธรรมชาติที่อุทยานแห่งชาติน้ำตกเจ็ดสาวน้อยธวัชชัย ตั้งสง่า, ศักดา พงษ์ไพโรจน์, พ.ต.อ.พลวัต บุราวาศ และ สมยศ บุณยเกียรติธวัชชัย ตั้งสง่า, ศักดา พงษ์ไพโรจน์, พ.ต.อ.พลวัต บุราวาศ และ สมยศ บุณยเกียรติแวะเก็บภาพความงามของนํ้าตกเจ็ดสาวน้อย ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ, ฉวีวรรณ ช่างต่อ,
จิราพร เชมนะสิริ, แววตา อัมพรายน์, รศ.ทรรศนียา ศักดิ์ดี, ศ.ดร.มาลียา เครือตราชู และเปรมวดี
ซาลัสเบอรี่แวะเก็บภาพความงามของนํ้าตกเจ็ดสาวน้อย ดร.คุณหญิงกษมา วรวรรณฯ, ฉวีวรรณ ช่างต่อ, จิราพร เชมนะสิริ, แววตา อัมพรายน์, รศ.ทรรศนียา ศักดิ์ดี, ศ.ดร.มาลียา เครือตราชู และเปรมวดี ซาลัสเบอรี่วาริน พูนศิริวงศ์ กับ 5 เสือสาว ผาณิต พูนศิริวงศ์, ยศวดี บุณยเกียรติ, จิราพร เชมนะสิริ, ภาวิไล บุราวาศ และ อมรา ศิลปิกุลวาริน พูนศิริวงศ์ กับ 5 เสือสาว ผาณิต พูนศิริวงศ์, ยศวดี บุณยเกียรติ, จิราพร เชมนะสิริ, ภาวิไล บุราวาศ และ อมรา ศิลปิกุลดวงเนตร พงษ์ไพโรจน์ กับลูกสาว, ธวัชชัย-อ.ดวงใจ ตั้งสง่า
พร้อมลูกชาย และหลานดวงเนตร พงษ์ไพโรจน์ กับลูกสาว, ธวัชชัย-อ.ดวงใจ ตั้งสง่า พร้อมลูกชาย และหลานลูก-หลาน สังสรรค์อย่างสนุกสนานด้วยบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองลูก-หลาน สังสรรค์อย่างสนุกสนานด้วยบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองลูก-หลาน สังสรรค์อย่างสนุกสนานด้วยบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเองลูก-หลาน สังสรรค์อย่างสนุกสนานด้วยบรรยากาศอบอุ่นเป็นกันเอง

Apex Profound Beauty คว้า 2 รางวัลยอดเยี่ยมด้านเวชศาสตร์ความงาม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623147

Apex Profound Beauty คว้า 2 รางวัลยอดเยี่ยมด้านเวชศาสตร์ความงาม

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 13.55 น.

Apex Profound Beauty คว้า 2 รางวัล คลินิกชั้นนำที่ใช้ Botox และ Filler สูงสุดในประเทศ และ คลินิกที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์ของ Allergan สูงที่สุดในประเทศ

บริษัท แอลเลอร์แกน (ประเทศไทย) จำกัด ผู้นำนวัตกรรมความงามต้นแบบจากสหรัฐอเมริกาที่มีมานานกว่า 30 ปี จัดงาน Together we shine มอบรางวัลคลินิกยอดเยี่ยมด้านเวชศาสตร์ความงาม ด้าน Apex Medical Center ผู้นำนวัตกรรมความงาม และ ทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญคว้าถึง2รางวัล สูงสุดแห่งปี ได้แก่ รางวัล Top Allergan Aesthetic Valued Customer in Total Porfolio 2021 รางวัลสำหรับคลินิกที่มีการใช้ผลิตภัณฑ์ของ Allergan สูงที่สุดในประเทศไม่ว่าจะเป็น Botox Juvederm และ coolsculpting และ รางวัล Excellent Allergan Aesthetics Valued Customer 2021 รางวัลสำหรับคลินิกที่มีการฉีด Botox และ Filler สูงที่สุดในประเทศไทย โดยมี นพ.เอกลัคณ์  ธรรมสุนทร นำทีมแพทย์ Apex Medical Center รับรางวัล และยังเป็นอีกปีที่คุณหมอเอก นพ.เอกลักษณ์ ธรรมสุนทร ได้รับเลือกเป็นเทรนเนอร์ประจำประเทศไทยติดต่อกันเป็นปีที่ 9 นับเป็นอีกวันแห่งความสำเร็จที่ทาง Apex Medical Center ตอกย้ำความเป็นผู้นำอันดับ 1 ในวงการคลินิกความงามและความเชี่ยวชาญสูงสุดของทีมแพทย์

Apex Medical Center ก่อตั้งขึ้นโดยแพทย์หญิงนันทภัทร์ สุภาพรรณชาติ ในปี 2538 ตลอดระยะเวลาในการดำเนินงานกว่า 26 ปี Apex Profound Beauty มุ่งเน้นเทคโนโลยีระดับโลก และความเชี่ยวชาญของทีมแพทย์ ก่อตั้ง AMI – Apex medical institude ศูนย์เทรนนิ่งสอนโดยอาจารย์แพทย์เอเพ็กซ์ที่คิดค้นเทคนิคการฉีดเองที่เป็นที่ยอมรับถึงประสิทธิภาพ และมีบทพิสูจน์ถึงผลสำเร็จอย่างชัดเจน เพื่อตอบสนองทุกความต้องการทึ่จะทำให้คุณดูดีที่สุดในแบบที่ต้องการ ไม่ว่าจะเป็นการยกกระชับ ปรับรูปหน้า ลดเลือนริ้วรอย ฟื้นฟูสุขภาพผิวให้เนียนใสไร้ริ้วรอย ด้วยนวัตกรรมส่าสุดระดับโลก การฉีด Botox, Filler ร้อยไหม การกระชับ ลดสัดส่วน เพื่อเรือนร่างที่สวยงาม ปลูกผมไร้แผลเป็น ปลูกผมด้วยเซลล์ และฟื้นฟูสุขภาพจากภายใน เพื่อความสวยที่ยั่งยืน

นอกจากนั้นแล้วก็ยังได้รับการยกย่องให้เป็นอันดับ 1 ในการรักษาด้วยเครื่องมือระดับโลก อาทิ Ulthera, Thermage,CoolSculpting จากการจัดลำดับทั่วโลก และเป็นอันดับ 1 ในการฉีดโบท๊อกซ์ และ filler ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ติดต่อกันหลายปี

 http://apexprofoundbeauty.com -(016)

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623017

Photo of the week : ภาพเด็ดประจำสัปดาห์

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 08.00 น.

เหมือนดูหนัง : สภาพความเสียหายจากพายุทอร์นาโดพัดถล่มบ้านเรือน ถูกถ่ายทอดผ่านภาพถ่ายที่บันทึกจากภายในโรงละครของอาคารอเมริกัน ลีเจียน ในเมืองเมย์ฟีลด์ รัฐเคนทักกีของสหรัฐฯ

ไม่ไหวแล้ว : คุณหมอรูซองดรา ดิวอง นั่งยองๆ พักร่างอยู่ด้านนอกห้องผู้ป่วยอาการวิกฤต ที่ดูแลรักษาผู้ป่วยโควิด-19 ที่โรงพยาบาลในเมืองโกลมาร์ ประเทศฝรั่งเศสโดยจำนวนผู้ติดเชื้อโควิด-19 ในฝรั่งเศสกลับมาเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จนผู้ป่วยอาการหนักแทบล้นโรงพยาบาล

ฮาร์นาซ ซานธู ตัวแทนสาวงามจากอินเดีย ร่ำไห้ขณะที่ แอนเดรีย เมซา นางงามจักรวาลจากเม็กซิโก สวมมงกุฎให้ หลังได้รับการประกาศจากคณะกรรมการให้ครองตำแหน่งนางงามจักรวาล หรือมิสยูนิเวิร์ส ปี 2021 ในการประกาศที่เมืองไอลัตเมืองตากอากาศริมทะเลแดง ประเทศอิสราเอล

พังราบ : ภาพมุมสูงแสดงให้เห็นความเสียหายของอาคารโรงงานผลิตเทียนไข ในเมืองเมย์ฟีลด์ รัฐเคนทักกีของสหรัฐฯ ที่พังราบลงมาเป็นหน้ากลอง จากพายุทอร์นาโดกว่า 30 ลูก ที่พัดถล่มรัฐเคนทักกี และอีกหลายรัฐของสหรัฐฯ เมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่แล้ว