ลูกเสือที่บ้าน 14.17 พาเที่ยวทั่วไทย อุทัยธานี : อาทร จันทวิมล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/620589

ลูกเสือที่บ้าน 14.17 พาเที่ยวทั่วไทย อุทัยธานี  : อาทร จันทวิมล

อุทัยธานี  เป็นแหล่งที่อยู่ของมนุษย์ก่อนประวัติศาสตร์ ราว 3,000 ปีมาแล้ว   ปรากฏหลักฐาน เครื่องมือหิน โครงกระดูก  และภาพเขียนที่ถ้ำประทุน เขาปลาร้า  อำเภอหนองฉาง  มีชุมชนพื้นเมืองชาวกะเหรี่ยงที่อำเภอบ้านไร่ มีการตั้งเมืองในสมัยกรุงศรีอยุธยาริมแม่น้ำสะแกกรังที่ไปบรรจบกับแม่น้ำเจ้าพระยาที่บ้านท่าซุง ทำการค้าข้าวและไม้ซุง  ชาวบ้านนิยมอยู่เรือนแพ   และตั้งเป็นจังหวัดเมื่อ พ.ศ. 2476 

1. พักกาย หย่อนใจ ที่อุทัยธานี https://www.youtube.com/watch?v=UQkSkZD6Pbw ( เที่ยวไทยไม่ตกยุค TPBS)

2 .เลี้ยงควายพันธุ์ดี https://www.youtube.com/watch?v=InbbOQ5SHoQ (TPBS)

3. หุบป่าตาด ป่าดึกดำบรรพ์ ร้อยล้านปี https://www.youtube.com/watch?v=_JBBEbEpYYI (โอ้โห ไทยแลนด์Thairath)

คุยกัน7วันหน : ครบ 10 ปี คิม จอง-อึน เถลิงอำนาจ กับทัพขีปนาวุธที่จ่ออาละวาดโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623056

คุยกัน7วันหน : ครบ 10 ปี คิม จอง-อึน เถลิงอำนาจ กับทัพขีปนาวุธที่จ่ออาละวาดโลก

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.30 น.

เมื่อ 10 ปีก่อน โลกได้รู้จัก คิม จอง-อึน เป็นครั้งแรก ชายวัย 27 ปีที่เดินเคียงข้างขบวนศพของบิดาคิม จอง-อิล ผู้ล่วงลับ ท่ามกลางความโศกเศร้าของชาวเกาหลีเหนือ ต่อการสูญเสียผู้นำอันเป็นที่รัก ภาพ คิม จอง-อึนในชุดสีดำ ทรงผมคล้ายปู่ คิม อิล-ซุล ผู้ก่อตั้งประเทศ ทำให้จับตาถึงการปกครองภายใต้คิมรุ่นหลานว่า จะทำได้เพียงเลียนแบบ และไม่ทรงพลังเหมือนบิดาและปู่หรือไม่

แต่โลกและเกาหลีใต้ คาดเดาผิดเพราะคิม จอง-อึน ทวีอิทธิพลและความหาญกล้ากับมหาอำนาจโลกอย่างรวดเร็ว จนตอนนี้ ไม่มีใครกังขาว่าเขาจะดำรงตำแหน่งตลอดไปจนกว่าชีวิตจะหาไม่

โจเซฟ ยุน อดีตผู้แทนพิเศษสหรัฐฯ ต่อเกาหลีเหนือ กล่าวกับ CNN ว่า โลกเคยมองคิม จอง-อึน เป็นตัวตลก “ทั้งเกาหลีใต้และจีนต่างก็ล้อเลียนเขา ไม่มีใครจริงจังกับชายคนนี้”แต่จากคำสบประมาท กลายเป็นความหวาดเกรง เมื่อคิม จอง-อึน ไม่รอช้าใช้อำนาจในมือกวาดล้างแนวคิดเห็นต่างประหารผู้ที่อาจเป็นภัยต่อบัลลังก์อำนาจแม้แต่คนใกล้ชิดที่สุด กระทั่งจาง ซอง แท็กอาเขยผู้มีศักดิ์เป็นผู้ฝึกสอน ก็ไม่เว้นถูกประหารชีวิตในปี 2013 จนคิม จอง-อึนขึ้นผู้นำสูงสุดทั้งทางพฤตินัย และทางเผด็จการ ส่วน คิม จอง นัม พี่ชายต่างมารดา ก็ถูกลอบสังหารด้วยอาวุธเคมี VX ที่สนามบินในกรุงกัวลาลัมเปอร์ของมาเลเซีย เมื่อปี 2017 แม้เกาหลีเหนือปฏิเสธไม่เกี่ยวข้อง

ทศวรรษผ่านไป เข้าสู่ทศวรรษใหม่แห่งระบอบคิม จอง-อึน โลกยิ่งเกรงกลัวว่า การโดดเดี่ยวที่มากขึ้นจากโควิดจะทำให้เกาหลีเหนือภายใต้ผู้นำคิม อันตรายยิ่งขึ้น

คิม จอง-อึน ปราศรัยครั้งแรกในวันคล้ายวันเกิดครบ 100 ปีของผู้นำคิม อิล-ซุง ในเดือนเมษายนปี 2012 ถือเป็นวันสำคัญที่สุดวันหนึ่งในปฏิทินเกาหลีเหนือ คิม จอง-อึน ปรากฏกายบนโพเดี้ยม ให้คำมั่นจะสร้างเกาหลีเหนือให้เป็นชาติสังคมนิยมอันทรงพลัง ผ่านไปไม่ถึงปี เดือนกุมภาพันธ์ 2013คิม จอง-อึน ทดสอบอาวุธนิวเคลียร์ครั้งแรกในสมัยของเขา และถือเป็นครั้งที่ 3 ของประวัติศาสตร์เกาหลีเหนือถือเป็นการส่งสัญญาณต่อโลก โดยเฉพาะกับสหรัฐฯ ว่า อย่าดูถูกเกาหลีเหนือ พร้อมกันนั้น เขายังประกาศเดินหน้าพัฒนาโครงการนิวเคลียร์ควบคู่กับเศรษฐกิจด้วย ช่วงไม่กี่ปีต่อจากนั้นเกาหลีเหนือทุ่มสรรพกำลังกับการพัฒนาแสนยานุภาพทางทหาร ไม่เพียงขีปนาวุธข้ามทวีป แต่รวมถึงขีปนาวุธทุกพิสัย และการทดสอบระเบิดนิวเคลียร์ใต้ดินอีก 3 ครั้ง จนสั่นสะเทือนไปทั่วภูมิภาค

คิม จอง-อึน ยังคว้าชัยชนะทางการทูตสำคัญ ที่แม้แต่บิดาและปู่ก็ทำไม่สำเร็จ นั่นคือการนั่งประชุมสุดยอดกับประธานาธิบดีสหรัฐฯ โดนัลด์ ทรัมป์ที่สิงคโปร์ในปี 2018 ถือเป็นภาพประวัติศาสตร์ที่โลกไม่คาดคิดว่าจะได้เห็นไม่เพียงผู้นำสหรัฐฯ คิม จอง-อึนยังเปิดตัวในเวทีโลก กับการประชุมร่วมกับผู้นำหลายคน ทั้ง ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ของจีน, ประธานาธิบดีวลาดีมีร์ปูติน ของรัสเซีย, ประธานาธิบดีมุนแจ-อิน ของเกาหลีใต้ ยกระดับคิม จอง-อึนในเวทีโลกอย่างมาก แต่ประเด็นสำคัญ คือ การยกเลิกโครงการนิวเคลียร์เกาหลีเหนือ กลับไม่คืบหน้า ซ้ำร้าย เกาหลีเหนือพัฒนาไม่ยอมหยุด

คิม จอง-อึน ควบตำแหน่งสำคัญของประเทศมากมาย ล่าสุด คือ เลขาธิการใหญ่พรรคแรงงาน เมื่อเดือนมกราคม ต้นปีที่ผ่านมา เพื่อเป็นการตอกย้ำถึงอำนาจ เขาปลดรูปภาพบิดาและปู่ของเขาออกจากสถานที่ประชุมใหญ่แสดงให้เห็นว่า ยุคสมัยนี้คือคิม จอง-อึน เท่านั้น คนในรัฐบาลเกาหลีเหนือ จึงเริ่มใช้คำว่า คิม จอง-อึน นิซึ่ม หรือระบอบคิม จอง-อึน กันมากขึ้น ไม่ใช่เพียงการกระชับอำนาจสู่ศูนย์กลางผู้นำคนเดียวแต่ทุกอย่างจะทำเพื่อให้ทั้งประเทศจงรักภักดี สรรเสริญ รักใคร่ ผู้นำคนนี้เสมือนเทพเจ้าจำแลง

10 ปีต่อจากนี้ จะเป็นหนทางพิสูจน์ตน ของระบอบคิม จอง-อึน กับคำมั่นสัญญาที่เขาเคยให้ไว้กับประชาชนว่า พวกเขาจะมีชีวิตที่ดีขึ้น ท่ามกลางมาตรการคว่ำบาตรทางเศรษฐกิจที่ยังหนักหน่วง กระทบกับเศรษฐกิจของประเทศ จนทำให้เกาหลีเหนือไม่ได้ทดสอบขีปนาวุธมาตั้งแต่เดือนตุลาคมแล้ว ถือว่าเงียบผิดปกติ แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่า นี่เป็นพายุที่อาจกำลังก่อตัว เพราะการที่ไม่ทดสอบขีปนาวธุ อาจเชื่อมโยงกับการที่จีน พันธมิตรสำคัญของเกาหลีเหนือจะจัดโอลิมปิกฤดูหนาวในต้นปีหน้า และการประชุมใหญ่พรรคคอมมิวนิสต์ใน 2022 ด้วย จึงอาจมองได้ว่า น้องเล็กอย่างเกาหลีเหนือไม่อยากสร้างปัญหาให้พี่ใหญ่

แต่เมื่อผ่านพ้นโอลิมปิกและการประชุมพรรคคอมมิวนิสต์ของจีนไปแล้ว ผู้เชี่ยวชาญเชื่อว่า คิม จอง-อึนจะกลับมาดำเนินยุทธศาสตร์สะเทือนโลกอีกครั้ง ด้วยการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ อาวุธเหนือเสียง ขีปนาวุธข้ามทวีปที่ใช้เชื้อเพลิงเหลว สำหรับการยิงจากเรือดำน้ำ หรือยิงขีปนาวุธใต้ทะเล เพราะมีสัญญาณว่า เกาหลีเหนือได้เปิดเตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ยองปียอนอีกครั้งแล้ว นับแต่ปิดลงในช่วงปลายปี 2018

Health News : เตือนไวรัสโอไมครอนผสมเดลต้า

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623053

Health News : เตือนไวรัสโอไมครอนผสมเดลต้า

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.20 น.

ดร.พอล เบอร์ตัน ประธานเจ้าหน้าที่การแพทย์ของโมเดอร์นา ออกมาแสดงความกังวลกรณีที่เจอไวรัสกลายพันธุ์โอไมครอน และไวรัสกลายพันธุ์เดลต้า ก่อนหน้านี้ ที่กำลังระบาดหนักพร้อมๆ กันในสหราชอาณาจักรในเวลานี้ ว่า การติดเชื้อไวรัสกลายพันธุ์ทั้ง 2 ตัวพร้อมกัน อาจเปิดโอกาสให้ไวรัสทั้ง 2 ตัว กลายเป็นไวรัสลูกผสม ซึ่งนั่นหมายความว่า อาจเกิดการแลกเปลี่ยนยีนกันและกัน ที่อาจทำให้กลายเป็นสายพันธุ์ใหม่ที่อันตรายมากกว่าเดิมได้ด้วย ความกังวลนี้มีมากโดยเฉพาะบุคคลที่มีระบบภูมิคุ้มกันอ่อนแอ และหากทั้ง 2 ตัวผสมกันจริง ก็อาจทำให้อาการต่างๆ ของการติดเชื้อโควิด-19 แย่ลงได้ด้วย

ก่อนหน้านี้ ดร.อเล็กซานเดอร์ เซมโยนอฟ หัวหน้าศูนย์วิจัยไวรัสวิทยาเวคเตอร์ของรัสเซีย ระบุว่า ปัจจุบันอาจมีใครสักคนที่พบว่าติดเชื้อทั้ง 2 ตัว พร้อมกันแล้วก็เป็นได้ แม้ว่ามันจะเป็นปรากฏการณ์ที่หายากก็ตาม แต่การกลายพันธุ์ที่มากขึ้น จะส่งผลกับอวัยะต่างๆ ในร่างกายที่แตกต่างกันออกไป ทั้งนี้ ปกติแล้ว การติดเชื้อไวรัสที่ก่อโรคโควิด-19 ในผู้ป่วยนั้นมักจะเกิดจากไวรัสโคโรนาเพียงสายพันธุ์เดียว แต่บางกรณีอาจเป็นไปได้ที่ผู้ป่วยบางรายอาจติดไวรัส 2 สายพันธุ์พร้อมกัน โดยเฉพาะคนที่มีภูมิคุ้มกันบกพร่อง ซึ่งเป็นกรณีที่เกิดขึ้นได้ยาก แต่ใช่ว่าเกิดไม่ได้ เช่นก่อนหน้านี้ เมื่อเดือนมีนาคม มีหญิงชราวัย 90 ปี ในเบลเยียม เสียชีวิตหลังติดเชื้อกลายพันธุ์อัลฟ่าและเบต้าพร้อมกัน ซึ่งเธอยังไม่ได้ฉีดวัคซีนแต่อย่างใด

Science Update : เกาหลีใต้เตรียมใช้ ‘เอไอ’ แกะรอยผู้ป่วยโควิด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623052

Science Update : เกาหลีใต้เตรียมใช้ ‘เอไอ’ แกะรอยผู้ป่วยโควิด

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.10 น.

เกาหลีใต้เตรียมเปิดโครงการนำร่องใช้ปัญญาประดิษฐ์ หรือเอไอ ระบบจดจำใบหน้า และกล้องวงจรปิดกว่าหมื่นตัว เพื่อติดตามการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยโควิด-19 ที่เมืองพูชอน ซึ่งตั้งอยู่ระหว่างเมืองอินชอนและกรุงโซลและมีประชากรหนาแน่นเป็นอันดับที่สองรองจากกรุงโซล โครงการนำร่องดังกล่าวจะเริ่มต้นขึ้นในเดือนมกราคมปีหน้า และได้รับเงินสนับสนุนจากรัฐบาลเกาหลีใต้

เจ้าหน้าที่เผยว่า ระบบดังกล่าวจะช่วยลดความตึงเครียดและภาระงานหนักหน่วงของเจ้าหน้าที่ติดตามผู้ป่วยติดเชื้อในเมืองพูซอนที่มีประชากรกว่า 800,000 คน เพื่อให้เกิดการทำงานอย่างมีประสิทธิภาพและถูกต้องแม่นยำ เพราะเอไอจะวิเคราะห์ภาพที่รวบรวมมาจากกล้องวงจรปิด 10,820 ตัวและติดตามการเคลื่อนไหวของผู้ป่วยติดเชื้อโควิด ผู้ที่มีประวัติสัมผัสใกล้ชิด รวมถึงการตรวจสอบว่าพวกเขาสวมหน้ากากอนามัยหรือไม่ ระบบดังกล่าวยังสามารถติดตามคนได้สูงสุดถึง 10 คน ภายในเวลา 5-10 นาทีช่วยร่นเวลาอย่างมากจากเดิมที่เจ้าหน้าที่ต้องใช้เวลาราว 30 นาที ถึง 1 ชั่วโมง เพื่อติดตามคน 1 คน

ด้านสิทธิมนุษยชน และสส.ของเกาหลีใต้จำนวนหนึ่งแสดงความวิตกกังวลว่า รัฐบาลเกาหลีใต้อาจนำข้อมูลที่เก็บไว้ไปใช้นอกเหนือวัตถุประสงค์ในการควบคุมการระบาดของโรคโควิด-19 ขณะที่เจ้าหน้าที่ของเมืองพูชอนแย้งว่า โครงการดังกล่าวไม่มีปัญหาข้อวิตกกังวลด้านความเป็นส่วนตัว เนื่องจากระบบจะเบลอภาพใบหน้าของบุคคลที่ไม่ใช่เป้าหมาย

เอเชีย เอรา วัน จับมือ We!Park และ มูลนิธิพุทธรักษา ส่งมอบกล้าไม้ เติมพื้นที่สีเขียวให้ชุมชนเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623025

เอเชีย เอรา วัน จับมือ We!Park และ มูลนิธิพุทธรักษา  ส่งมอบกล้าไม้ เติมพื้นที่สีเขียวให้ชุมชนเมือง

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

โครงการอนุบาลกล้าไม้โดยชุมชนย่านมักกะสัน

บริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด ร่วมกับ แพลตฟอร์ม We!Park (วีพาร์ค) และ มูลนิธิพุทธรักษาส่งมอบกล้าไม้จากโครงการ “อนุบาลกล้าไม้ชุมชนย่านมักกะสัน”ให้แก่เขตราชเทวี เพื่อสร้างพื้นที่สีเขียวแล้ว และช่วยเสริมสร้างรายได้ให้แก่ประชาชนในชุมชนอีกด้วย ณ สวนราชเทวีภิรมย์

เหว่ยเหวย หวง ผู้อำนวยการฝ่ายปฏิบัติการบริษัท เอเชีย เอรา วัน จำกัด กล่าวว่า “บริษัทขอบคุณมูลนิธิพุทธรักษา We!Park (วีพาร์ค) และพี่น้องจากชุมชนในย่านมักกะสันทั้ง 6 ชุมชน ที่ได้ร่วมแรงร่วมใจกันผลักดันให้เกิดกิจกรรมดีๆ อย่างโครงการ “อนุบาลกล้าไม้ชุมชนย่านมักกะสัน” ทั้งยังเปิดโอกาสให้เราได้ร่วมมือกันเติมพื้นที่สีเขียวให้กับชุมชนโดยรอบสถานีแอร์พอร์ต เรล ลิงก์ มักกะสัน ซึ่งเราหวังว่าต้นกล้าทุกต้นที่หยั่งรากลงบนพื้นดินในวันนี้จะเติบโตขึ้นและสร้างประโยชน์ให้แก่คนรอบข้างและสังคมได้ สำหรับกิจกรรมในวันนี้เป็นหนึ่งในนโยบายของเครือเจริญโภคภัณฑ์ ในโอกาสที่ดำเนินธุรกิจครบรอบ 100 ปี ที่เราร่วมกันผนึกกำลังจากทุกกลุ่มธุรกิจเพื่อสร้างประโยชน์และตอบแทนสังคม โดยมีหัวใจในการขับเคลื่อนนโยบายของเครือฯให้บรรลุวัตถุประสงค์ในการปลูกต้นไม้ 10 ล้านต้นภายในปี 2573 เพื่อมุ่งสู่การเป็นองค์กร Zero Carbon ตามกรอบความยั่งยืน โดยเฉพาะอย่างยิ่งในด้านสังคมและสิ่งแวดล้อมโครงการนี้จึงเป็นโครงการที่สะท้อนถึงความมุ่งมั่นของบริษัทในการทำธุรกิจโดยคำนึงถึงประโยชน์ของสังคม ประชาชน และประเทศชาติ ตามกรอบการพัฒนาอย่างยั่งยืน”

เหว่ยเหวย หวง ผอ.ฝ่ายปฏิบัติการ บจ.เอเชีย เอรา วัน

ด้าน รำพึง เอ้มะราช หัวหน้าชุมชนริมบึงมักกะสัน (ซอยหมอเหล็ง) กล่าวถึงความรู้สึกที่ได้ร่วมโครงการว่า “ต้องขอบคุณบริษัท เอเชีย เอรา วัน มูลนิธิพุทธรักษา และ แพลตฟอร์ม We!Park ที่ริเริ่มโครงการนี้ขึ้นมา เพราะเป็นโครงการที่มีประโยชน์ไม่ใช่แค่เพียงแต่จะช่วยสร้างรายได้ให้แก่ชุมชนในยามที่เดือดร้อน ยังเปิดโอกาสให้ประชาชนที่อยู่ในย่านมักกะสันทั้ง 6 ชุมชน ได้มีโอกาสได้พูดคุยแลกเปลี่ยนความรู้ใหม่ๆ ในการดูแลต้นไม้ให้แก่กันระหว่างชุมชน และยังเสริมสร้างความสามัคคีให้กับผู้คนในชุมชนอีกด้วย”

สำหรับโครงการ “อนุบาลกล้าไม้ชุมชนย่านมักกะสัน” ได้รับความร่วมมือจากอาสาสมัครชุมชนในเขตมักกะสันทั้งหมด6 ชุมชน ได้แก่ ชุมชนริมทางรถไฟมักกะสัน ชุมชนริมบึงมักกะสัน (ซอยหมอเหล็ง) ชุมชนริมคลองสามเสน ชุมชนนิคมมักกะสัน ชุมชนโรงเจ และชุมชนหลังวัดมักกะสัน ในการนำกล้าไม้ไปอนุบาล โดยชุมชนชาวมักกะสันจำนวน 150 ครัวเรือน และนักเรียนจากโรงเรียนมักกะสันพิทยาจำนวน 100 คน ที่เข้าร่วมโครงการจะได้รับกล้าไม้ 6 ต้นไปอนุบาลเป็นระยะเวลา 5 สัปดาห์พร้อมรับค่าตอบแทนรวม 1,500 บาท เมื่อจบโครงการ

“โครงการนี้นอกจากจะสามารถช่วยพัฒนาความรู้ความสามารถและสร้างรายได้ให้แก่ชาวชุมชนมักกะสันแล้วยังเป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนในชุมชนได้ฝึกฝนทักษะเพิ่มโอกาสสร้างอาชีพเพาะชำกล้าไม้ให้ชุมชนได้ในอนาคตตลอดจนเป็นการสร้างประโยชน์ให้กับสิ่งแวดล้อมด้วยการเพิ่มพื้นที่สีเขียวให้แก่ชุมชนอีกด้วย” เหวยเหว่ย หวง กล่าวปิดท้าย

รำพึง เอ้มะราช หน.ชุมชนริมบึงมักกะสัน (ซอยหมอเหล็ง)

ภูมิบ้านภูมิเมือง : ‘บ้านผาบ่อง’ ชุมชนต้นแบบพหุวัฒนธรรมไทใหญ่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623020

ภูมิบ้าน ภูมิเมือง : ‘บ้านผาบ่อง’ ชุมชนต้นแบบพหุวัฒนธรรมไทใหญ่

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

กาดซอกจ่าของชุมชน

การเดินทางไปยังชุมชนบนเขาในแม่ฮ่องสอน นั้น แม้จะต้องนั่งนานไปกับการเดินทางลัดเลาะโค้งถนนบนเขาแล้ว ด้วยความอุดมสมบูรณ์ของป่าไม้ที่มีความหลากหลายทางชีวภาพ ได้พาให้เพลิดเพลินเจริญตาไปจนถึง บ้านผาบ่อง ตำบลผาบ่อง จังหวัดแม่ฮ่องสอน ชุมชนต้นแบบยลวิถีของ กระทรวงวัฒนธรรม ที่มีความโดดเด่นหลายลักษณะ คือ  มีทิวทัศน์สวยงามตามธรรมชาติจากเทือกเขาสลับซับซ้อนและป่าไม้นานาพันธุ์ จนมีคำกล่าวว่าเปรียบว่าเสมือนกับจะเป็นสวิตเซอร์แลนด์ของเมืองไทย ที่ทำให้ แม่ฮ่องสอน นั้นได้ชื่อว่า เมืองสามหมอก จากการที่เป็นเมืองอยู่ในหุบเขา ล้อมรอบด้วยทิวเขาสลับซับซ้อน ที่ทอดยาวขนานไปกับทิวเขาถนนธงชัย และทิวเขาแดนลาว ด้วยความสูงต่างระดับนั้นทำให้มีหมอกปกคลุมอยู่ตลอดทั้งปี

จากความหลากหลายด้านพหุวัฒนธรรม และมีแหล่งท่องเที่ยวทางธรรมชาติที่น่าสนใจจึงทำให้นักท่องเที่ยวทั้งภายในและต่างประเทศต่างชอบที่จะเดินทางไปยลวิถีวัฒนธรรมจากกลุ่มชาติพันธุ์ต่างๆ ได้แก่ ชาวไทใหญ่ (ฉาน)ปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยงขาว) กะเหรี่ยงโบว์กะยัน (กะเหรี่ยงคอยาว) กะยา (กะเหรี่ยงแดง) ปะโอ(ตองสู) ลาหู่แชแล (ลาหู่ดำ) ลาหู่แดง เลอเวือะ (ละว้า) ม้ง ลีซู และ จีนยูนนาน ที่ต่างใช้ชีวิตบนความแตกต่างทางวัฒนธรรมร่วมกันในชุมชนของตนบนขุนเขาแห่งนี้อย่างมีความสุข สำหรับ ชุมชนบ้านผาบ่อง แห่งนี้ เป็นหมู่บ้านของชาวไทใหญ่ และปกาเกอะญอ (กะเหรี่ยงขาว) ส่วนใหญ่ โดยเฉพาะชาวไทใหญ่นั้นได้อพยพจากรัฐฉานเข้ามาอยู่ในทุกแห่ง (ยกเว้นสบเมย) มากกว่า ๑๕๐ ปีแล้วด้วยความสนุกสนาน อารมณ์ดี จึงมีการละเล่นอิงไปกับประเพณีต่างๆ โดยมี การฟ้อนนกกิ่งกะหร่า รำโต ศิลปะการต่อสู้ ก้าลาย ก้าแลว สำหรับประเพณีสิบสองเดือนของชาวไทใหญ่ที่รู้จักกันดีนั่นคือ ประเพณีตานข้าวหย่ากู้ ปอยส่างลอง ปอยเหลินสิบเอ็ด บูชาจองพารา ปอยหมังกะป่า(ประเพณีเขาวงกต) ปอยจ่าตี่ เป็นต้น

ครกไม้ใช้ตำถั่ว

ด้วยเสน่ห์ของพหุวัฒนธรรมจึงทำให้ชุมชนธรรมชาติแห่งนี้น่าสนใจ ประกอบกับเป็นชุมชนที่ใช้ หลัก “บวร” บริหารจัดการชุมชนและสร้างสรรค์นวัตกรรมให้นักท่องเที่ยวสนใจใคร่รู้จนเป็นที่รู้จัก จาก สะพานข้าวก้าวเพื่อสุข ซึ่งเป็นสะพานไม้ไผ่สานยาวกว่า ๑๐๐ เมตร ที่เกิดจากแรงคน ร่วมกันสานไม้ไผ่เป็นแผ่นยาววางซ้อนกันเป็นชั้นๆ ชั้นละปีนั้น จนเป็นสะพานยาวเดินเหนือแปลงนาข้าวอยู่กลางวงล้อมของทิวเขาและสายหมอก อย่างงดงาม จุดชมวิวผาบ่อง ที่ให้อารมณ์ชิมกาแฟชมทิวทัศน์ธรรมชาติป่าเขา และเขื่อนผาบ่องจากมุมสูงริมทางหลวง ๑๐๘ ที่รอเฝ้าชมอาทิตย์ขึ้นในยามเช้าบ่อน้ำแร่ผาบ่อง อาบที่ใช้อาบน้ำแร่แช่น้ำร้อนและนวดเพื่อสุขภาพ เส้นทางศึกษาธรรมชาติที่เดินเรียนรู้ระบบนิเวศแห่งขุนเขา กับการล่องน้ำแม่สะมาด ล่องเรือชมธรรมชาติสองฝั่งแม่น้ำปาย ให้สามารถไปสัมผัสวิถีชีวิตชาวกะเหรี่ยงคอยาว (กะยาน) และกะเหรี่ยงหูใหญ่ (กะยอ)ณ บ้านห้วยปูแกง แหล่งเรียนรู้ชุมชน ได้แก่ เฮินไต หรือ “ศูนย์เรียนรู้ภูมิปัญญาไทยใหญ่ ที่รวบรวม และสิ่งของสะสมโบราณให้ลูกหลาน และคนรุ่นหลังได้ศึกษาเรียนรู้ ศูนย์การเรียนรู้พันธุ์ข้าวเพื่อสุขภาพ เรียนรู้วิถีทำนา ปลูกข้าวเพื่อสุขภาพตามแนวเกษตร พร้อมกับมีวิถีวัฒนธรรมชีวิตที่ยังคงรักษาเอกลักษณ์ของไทใหญ่ดังเห็นได้จากเรือนมุงหลังคาด้วยใบตองตึง การทอผ้ากี่เอวแบบดั้งเดิม ขนมจีนน้ำเงี้ยวแบบไทใหญ่ ที่ใช้น้ำจากส่วนผสมของถั่วเน่า ที่มี “ถั่ว” เป็นพืชเศรษฐกิจของชุมชน มี ถั่วลายเสือ ถั่วลูกไก่ ถั่วเหลืองเปลือกดำ และอีกสารพัดถั่ว ที่มี “กาดซอกจ่า” เป็นตลาดแห่งวัฒนธรรมของไทใหญ่ ในพิธีเปิดชุมชนต้นแบบแห่งนี้ ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร ปลัดกระทรวงวัฒนธรรมและคณะ ผู้ร่วมเดินทางได้ไปให้กำลังใจต่อชุมชนอันไกลโพ้นแห่งนี้ และ นายอมร ศรีตระกูล กำนันตำบลผาบ่อง ผู้นำชุมชนคนขยัน ว่า “บ้านผาบ่อง มีอัตลักษณ์เป็นชุมชนกลุ่มชาติพันธุ์ไทใหญ่ (ไต) และปกาเกอะญอ อยู่ร่วมกันอย่างสามัคคีและใช้ชีวิตร่วมกันบนความแตกต่างทางวัฒนธรรมด้วยความเคารพและให้เกียรติซึ่งกันและกัน มีวิถีชีวิตวัฒนธรรม ประเพณีที่งดงามและเรียบง่าย”…บอกไว้เสียอย่างนี้แล้วใครไม่ไปคงไม่ได้แล้วโตสัญลักษณ์ของไทใหญ่โตสัญลักษณ์ของไทใหญ่งานจักสานมุงไทใหญ่งานจักสานมุงไทใหญ่คลุกงาอาหารประจำถิ่นคลุกงาอาหารประจำถิ่นสะพานไม้ไผ่สานซ้อนปีละชั้้นสะพานไม้ไผ่สานซ้อนปีละชั้้นวิธีรีดน้ำมันถั่วลิสง

วิธีรีดน้ำมันถั่วลิสงรำนกกิ่งกะหร่า

รำนกกิ่งกะหร่าพิธีบวชลูกแก้ว

พิธีบวชลูกแก้วผู้นำชุมชนและผู้ร่วมสร้างชุมชนต้นแบบผู้นำชุมชนและผู้ร่วมสร้างชุมชนต้นแบบผ้าทอจากกี่เอว

ผ้าทอจากกี่เอวบ่อน้ำแร่ผาบ่อง

บ่อน้ำแร่ผาบ่องดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวร

ดร.ยุพา ทวีวัฒนะกิจบวรชาวไทใหญ่บ้านผาบ่อง

ชาวไทใหญ่บ้านผาบ่องผังชุมชนผาบ่องวิถีวัฒนธรรมไทใหญ่ผังชุมชนผาบ่องวิถีวัฒนธรรมไทใหญ่

นักวิชาการแนะ ทานโปรตีนให้ครบ-เพียงพอเสริมภูมิคุ้มกันเอาชนะโควิด-19

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623026

นักวิชาการแนะ ทานโปรตีนให้ครบ-เพียงพอเสริมภูมิคุ้มกันเอาชนะโควิด-19

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ทุกคนคงทราบกันดีอยู่แล้วว่า “โปรตีน” มีบทบาทสำคัญต่อร่างกายอย่างมาก ช่วยเรื่องการเจริญเติบโต ซ่อมแซมเนื้อเยื่อและเซลล์ โดยเฉพาะเซลล์ภูมิคุ้มกัน นักวิชาการแนะนำว่า คนทุกช่วงวัยต้องการโปรตีนเพื่อช่วยสร้างภูมิคุ้มกันต่อสู้กับเชื้อโรคช่วยฟื้นฟูอาการเจ็บป่วยต่างๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งในสถานการณ์การแพร่ระบาดโควิด-19 ที่สำคัญอาหารที่มีโปรตีนสูงทำให้อิ่มเร็ว จึงช่วยลดความอ้วนได้

ศ.ดร.ไพโรจน์ วิริยจารี สาขาวิชาเทคโนโลยีการพัฒนาผลิตภัณฑ์ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่แนะผู้บริโภคควรรับประทานโปรตีนอย่างเพียงพอ เพราะมีบทบาทสำคัญต่อร่างกาย หากได้รับในปริมาณน้อย จะส่งผลให้ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกายลดลง ทั้งนี้ผู้บริโภคควรเลือกกินเนื้อสัตว์ที่ติดมันน้อย เน้นเนื้อปลา ไข่ นม เพื่อให้ได้รับโปรตีนอย่างครบถ้วนและสุขภาพแข็งแรง

ปกติร่างกายมนุษย์ต้องการสารอาหารทั้ง 5 หมู่ ประกอบไปด้วย โปรตีน คาร์โบไฮเดรต ไขมันวิตามิน แร่ธาตุ เพื่อช่วยให้ร่างกายเจริญเติบโตได้ดี แข็งแรง มีการสร้างเซลล์ใหม่เพื่อเพิ่มจำนวนเซลล์หรือทดแทนเซลล์เก่าตลอดเวลา แต่ร่างกายไม่สามารถเก็บสะสมโปรตีนไว้ใช้ในภายหลังได้เหมือนคาร์โบไฮเดรตและไขมัน ผู้บริโภคจึงต้องรับประทานโปรตีนให้ครบถ้วน เพียงพอ

ศ.ดร.ไพโรจน์ วิริยจารี

โปรตีนประกอบด้วยกรดอะมิโนที่ช่วยให้ผิวหนัง กระดูก และกล้ามเนื้อแข็งแรง โดยแหล่งที่มาของโปรตีนแบ่งได้ 2 ประเภท คือ โปรตีนจากเนื้อสัตว์จำพวกเนื้อไก่ เนื้อหมู ไข่ นม และโปรตีนจากพืชที่พบในอาหารจำพวกถั่วประเภทต่างๆ ธัญพืช เป็นต้น ความโดดเด่นของโปรตีนจากเนื้อสัตว์ คือ มีกรดอะมิโนสมบูรณ์ครบตามที่ร่างกายต้องการทั้ง 9 ชนิด แต่โปรตีนจากพืชจะขาดกรดอะมิโนบางชนิด หรือมีน้อยมากไม่เพียงพอต่อความต้องการของร่างกาย ดังนั้น ผู้บริโภคจึงควรรับประทานโปรตีนให้หลากหลายและเหมาะสม

นอกจากปัจจัยเรื่องเพศ ช่วงวัย ยังมีเรื่องน้ำหนัก พฤติกรรมการใช้ชีวิตและกิจกรรมต่างๆ ที่จะเป็นตัวกำหนดความต้องการปริมาณโปรตีนของร่างกายที่แตกต่างกัน เช่น ผู้หญิงสุขภาพแข็งแรงโดยทั่วไปจะต้องการโปรตีนอย่างต่ำวันละ 50 กรัม ส่วนผู้ชายประมาณ 60 กรัม หรือเด็กในช่วงวัยรุ่นจะมีความต้องการปริมาณโปรตีนประมาณ 1 กรัมต่อน้ำหนักตัว 1 กิโลกรัม การรับประทานโปรตีนเพื่อให้ได้ประโยชน์สูงสุด และมีสุขภาพที่ดี ผู้บริโภคควรใส่ใจเลือกซื้อจากแหล่งที่ได้มาตรฐาน ปลอดภัยเลือกรับประทานเนื้อสัตว์ที่มีไขมันน้อย เช่น เนื้อไก่หรือหากจะรับประทานเนื้อหมูให้หลีกเลี่ยงส่วนที่ติดมันมาก รวมถึงเนื้อปลาก็เป็นแหล่งโปรตีนที่ดี มีไขมันไม่อิ่มตัวที่มีประโยชน์ต่อร่างกาย ย่อยง่าย นอกจากนี้ยังมีไข่ ที่เป็นแหล่งโปรตีนชั้นดี หาซื้อได้ง่ายราคาไม่แพงอีกด้วย

ปัจจุบัน ด้วยความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีจึงมีนวัตกรรมอาหารรูปแบบใหม่ๆ ทำให้มีรูปแบบของผลิตภัณฑ์อาหารหลากหลายมากขึ้น เช่น เนื้อจากพืช (Plant-based meat) เทคโนโลยีการพิมพ์3 มิติ (3D-printing) และในอนาคตคงจะมีนวัตกรรมใหม่ๆ ที่จะมาตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้อย่างครบถ้วน

หนังสือเด่น : แนวทางทำกำไรหุ้นเป็นกอบเป็นกำ เทรดแบบมีความรู้ และมีความสุข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623049

หนังสือเด่น : แนวทางทำกำไรหุ้นเป็นกอบเป็นกำ  เทรดแบบมีความรู้ และมีความสุข

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

ประสบการณ์ในการเทรดหุ้นในช่วงเริ่มต้นของคนธรรมดาทั่วไปส่วนใหญ่มักจะเทรดตามตำราหรือกลุ่มเล่นหุ้นเว็บบอร์ด และคำแนะนำจากเพื่อน ต้องเสียเวลาคัดเลือกหุ้นเป็นเวลานาน และทีละเยอะๆ แบบไร้จุดหมาย เทรดอย่างไม่มีความสุข อารมณ์เหวี่ยงตามการขึ้นลงของหุ้น อดนอนเพื่อดูและคัดเลือกหุ้นและซื้อ-ขายบ่อยๆ แต่กลับได้กำไรลดลงได้หลักหมื่น เสียทีหลักแสน ได้หลักแสนเสียหลักล้านขยับตัวเมื่อไรก็เป็นจังหวะนรกทุกที เรียกว่าเทรดกันแบบไม่มีความสุข และตั้งอยู่บนความเสี่ยงตลอดเวลา ดังนั้นจะเป็นการดีกว่าไหมที่จะหาวิธีที่เทรดแบบได้กำไรและมีความสุขไปด้วยพร้อมกัน

หนังสือ “หุ้นพลิกชีวิต (ฉบับปรับปรุงใหม่)” เขียนโดย คุณสุภาพงษ์ นิลเกษ ซึ่งเป็นเทรดเดอร์อิสระ อาจารย์มหาวิทยาลัย และนักพัฒนาระบบเทรดที่มีระบบเทรดของตนเอง ที่ประสบผลสำเร็จและสามารถซื้อขายหุ้นตามระบบที่สั่งได้ตลอดเวลาและได้กำไรเป็นกอบเป็นกำและมีความสุข หนังสือนี้ออกมาเล่มแรกเมื่อ 7 ปีที่แล้ว และผู้เขียนได้มาปรับปรุงเนื้อหาโดยเพิ่มส่วนที่สำคัญและมีประโยชน์ทันสมัยทันเหตุการณ์เพื่ออัพเดตความรู้ให้เหมาะสมกับเทรดเดอร์ในยุคปัจจุบันมากขึ้น เป็นการปูพื้นฐานการเทรดหุ้นแบบ Technical Analysis แบบ Trend Following ที่เริ่มแนะนำความรู้ด้านการลงทุนหุ้นเบื้องต้นเพื่อให้เห็นภาพรวมของการลงทุน ต่อมาเป็นการแนะนำ เครื่องมือวิเคราะห์หุ้นทางเทคนิคทุกรูปแบบโดยอธิบายแบบละเอียด และมีภาพประกอบการวิเคราะห์อย่างเห็นภาพและเข้าใจง่าย เมื่อรู้เรื่องเทคนิคแล้ว ก็จะมาแนะนำการผสมผสานเครื่องมือทางเทคนิคต่างๆ ให้เหมาะสมกับความชอบและความถนัดของตัวผู้เทรดเอง เกร็ดความรู้ที่สำคัญในการเล่นหุ้นซึ่งเป็นผลกระทบต่อหุ้น จิตวิทยาการเล่นหุ้นอื่นๆข้อสังเกต จากนั้น เล่าถึงประสบการณ์ในการตัดสินใจในการเทรดหุ้นของตัวผู้เขียนเอง และหาจังหวะทำกำไรด้วย Rattlesnake Breakout Method หลังจากนั้นก็เป็นบทส่งท้ายที่ได้มากล่าวสรุปถึงเนื้อหาและให้ข้อคิดตามมุมมองของผู้เขียน

หลังจากอ่านจบแล้ว ผู้อ่านจะมีความรู้ด้านวิเคราะห์หุ้นโดยใช้ปัจจัยทางเทคนิคเพิ่มขึ้นและสามารถพยากรณ์และวางแผนเกี่ยวกับสินทรัพย์นั้นๆ ได้อย่างมีความสุข เป็นหนังสือที่ค่อนข้างอ่านง่าย คือได้ถ่ายทอดเรื่องราวที่ค่อนข้างเป็นเทคนิคเข้าใจยากมาแจกแจงอธิบายโดยละเอียดทำให้ผู้อ่านเข้าใจได้ง่ายขึ้นและเห็นภาพ นอกจากนี้ผู้เขียนได้พยายามปลูกฝังทัศนคติที่ดีสำหรับนักลงทุนว่า การลงทุนหุ้นไม่ใช่เรื่องที่ยากอย่างที่คิด คนธรรมดาสามัญก็เป็นนักลงทุนที่ดีได้ ไม่ต้องมีความรู้ด้านบัญชีการเงินระดับสูงหรือเชี่ยวชาญ หากเรียนรู้เรื่องเทคนิคการเทรดหุ้นที่ดี การลงทุนที่เหมาะสม และประยุกต์ใช้เทคนิคตามความชอบของตัวเอง ก็จะสามารถประสบผลสำเร็จในการเทรดหุ้น และถึงแม้จะมีเนื้อหาเหมือนหนังสือหุ้นทั่วไป แต่ผู้เขียนได้ใส่เกร็ดความรู้ที่เขาได้วิเคราะห์มาจากประสบการณ์ตรงด้านการเล่นหุ้นไทย และทฤษฎีที่มาจากผู้แต่งที่ได้มาตรฐานอย่างเหมาะสมและมีประโยชน์จึงทำให้หนังสือเล่มนี้แตกต่างและน่าสนใจ

“หุ้นพลิกชีวิต (ฉบับปรับปรุงใหม่)” จึงเหมาะสำหรับนักลงทุนหุ้นทั้งเก่าและใหม่ที่ต้องการเทรดหุ้นอย่างมีระบบ คัดเลือกหุ้นที่ดีเป็น ได้กำไรเป็นกอบเป็นกำ อ่านค่อนข้างง่าย นักศึกษา คนทำงานประจำ เจ้าของกิจการผู้บริหาร ก็สามารถเรียนรู้และฝึกฝน การเล่นหุ้นอย่างมีความสุขได้ จำหน่ายราคาเล่มละ 295 บาทจัดพิมพ์และจำหน่ายโดยซีเอ็ดยูเคชั่น

เลิกเป็นคนดีเพื่อให้คนอื่นยอมรับ หันกลับมาเป็นคนดี และทำดีเพื่อตัวเอง

หนังสือ “เลิกเป็นคนดีซะที” เขียนโดย Mogi Kennichiro นักวิชาการด้านสมองประจำ มหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ ที่ได้มีผลงานด้านงานวิจัย และเผยแพร่เรื่องราวของสมองต่อความคิดและการใช้ชีวิตหลายมิติ หนังสือเล่มนี้กล่าวถึงที่ปัจจุบันคนเราส่วนใหญ่ใช้ชีวิตตามบรรทัดฐานของผู้อื่น หรือสังคมกำหนดเสมอ เพื่อต้องการการยอมรับ ต้องการความรักจากคนรอบข้าง และถูกมองว่าเป็นคนดี คนส่วนใหญ่ต้องอดทนเก็บความรู้สึกที่แท้จริงของตนเอง ต้องเสแสร้งแกล้งทำ ต้องเก็บกดกับความกดดันต่างๆ ทำให้เรารู้สึกเครียดและวิตกกังวล ดังนั้น จึงไม่เป็นการดีเลยที่เราจะมีพฤติกรรมเป็นคนดี ที่อยู่ในระเบียบ หรืออยู่ในกรอบของสังคม หนังสือเล่มนี้เชิญชวนให้ผู้อ่านเปลี่ยนความคิด ฝึกการทำงานของสมองใหม่ เพื่อให้เลิกเป็นคนดีของสังคม แล้วมาเป็นทำดีกับตัวเอง เพื่อให้มีความสุขและสุขภาพดี และใช้ชีวิตอย่างมีความสุขที่เกิดจากใจของตนเอง หนังสือเล่มนี้แปลโดย ไพลิน กลิ่นเกสร ราคาเล่มละ 189 บาท

ทำความรู้จักระบบเงินดิจิทัล ‘บิตคอยน์ ’ ผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจในอนาคต

 “The Bitcoin Standard” ผู้เขียน (เซเฟเดียน แอมมัส ผู้แปล พิริยะ สัมพันธารักษ์,พีรพัฒน์ หาญคงแก้ว หนังสือจะพาผู้อ่านพบกับเรื่องราวประวัติศาสตร์ของเทคโนโลยีระบบการเงินที่น่าอัศจรรย์ ซึ่งจะทำให้เราเข้าใจว่าสิ่งใดเป็นคุณสมบัติที่สำคัญของเงิน และเข้าใจว่าบิตคอยน์ได้รับการออกแบบมาเพื่อพัฒนาเทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างไร นอกจากนี้ยังชี้ให้เห็นถึงบทบาทของบิตคอยน์ที่จะส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจดิจิทัลในอนาคต บิตคอยน์ไม่ใช่สกุลเงินสำหรับอาชญากรหรือผู้กระทำผิด แต่บิตคอยน์จะเป็นทางเลือกใหม่ของระบบตลาดเสรีที่มีการกระจายศูนย์ มีความเป็นกลางทางการเมือง ที่จะมาแทนระบบธนาคารกลาง ซึ่งมีศักยภาพที่จะส่งผลต่อสิทธิเสรีภาพและความรุ่งเรืองส่วนบุคคลอย่างมหาศาล สำหรับใครที่กำลังพยายามทำความเข้าใจระบบเงินดิจิทัลรูปแบบใหม่นี้ The Bitcoin Standard จะช่วยสร้างความกระจ่างให้คุณได้มากยิ่งขึ้น หนังสือขายดี แปลกว่า 30 ภาษาทั่วโลก ราคาเล่มละ 345 บาท

เคล็ดลับความสำเร็จในยุคศตวรรษ21 ทั้งในหน้าที่การงานและการใช้ชีวิต

หนังสือ ‘100 Things Successful People Do 100 เคล็ดลับที่คนสำเร็จทำ’ เขียนโดย ไนเจล คัมเบอร์แลนด์ โค้ชชื่อดัง ผู้แปลประภาวดี จิลลานนท์ เป็นหนังสือแนะนำมุมมองความคิดและหลักปฏิบัติในการดำเนินชีวิต และการทำงานที่ประสบผลสำเร็จในยุคศตวรรษ21  ผู้อ่านจะได้รับทราบข้อคิดและแนวทางปฏิบัติ ที่มีพลังหลากหลายรูปแบบ จะทำให้ประสบผลสำเร็จทั้งเป้าหมายใหญ่และท้าทายที่สุด หรือแม้แต่เป้าหมายเล็กๆ ธรรมดาที่สุด ซึ่งมีทั้งหมด 100 ข้อ ที่เป็นแนวทางที่ครอบคลุมทั้งเรื่องการทำงาน ความสัมพันธ์ สุขภาพ เศรษฐกิจ และหลังเกษียณ  เป็นแนวทางที่ปฏิบัติที่ทำได้ทันทีหรือทำเวลาอื่นๆ ขึ้นอยู่กับสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในช่วงชีวิตในช่วงนั้นๆ หากข้อคิดและแนวทางปฏิบัติใดยังไม่เกี่ยวข้องกับสถานการณ์ในชีวิตก็ยังไม่ต้องทำ ค่อยนำมาใช้ภายหลัง  เลือกปฏิบัติตามความเหมาะสม เป็นหนังสือ International Bestseller แปลกว่า20 ภาษีทั่วโลก ราคาเล่มละ 275 บาท

อุปนิสัยนักลงทุนที่รวยที่สุดในโลก เรียนรู้เพื่อเป็นแนวทางการลงทุน

‘อัจฉริยะภาพการลงทุนของนักลงทุนที่รวยที่สุดในโลก’ International Bestseller ผู้เขียน มาร์ก เทียร์ ผู้แปล ชัชวนันท์ สันธิเดช มาเรียนรู้อุปนิสัยแห่งชัยชนะของ “วอร์เรน บัฟเฟตต์” และ “จอร์จ โซรอส” ผู้เป็นอัจฉริยภาพด้านการลงทุนและเป็นนักลงทุนที่รวยที่สุดใน ในเล่มจะแนะนำอุปนิสัยในการลงทุนแบบผู้ชนะของทั้งคู่ รวมถึงกรณีศึกษาที่จะช่วยให้รู้ว่าการลงทุนเป็นเรื่องไม่ยากอย่างที่คิด นอกจากนี้ยังได้รวบรวมอุปนิสัย 23 ข้อที่นักลงทุนควรมี และยังจะช่วยให้ได้เห็นมุมมองจากนักเก็งกำไรระดับโลก ที่เก็งกำไรอย่างมีหลักการและเหตุผล สิ่งนี้จะทำให้กรอบของความคิดกว้างขึ้นและไม่ติดยึดกับหลักการบางอย่างตายตัว แถมยังช่วยให้คุณรู้จักกับผู้เล่นที่น่าจะเป็นส่วนใหญ่ในตลาดหลักทรัพย์ได้ดีขึ้น ลงทุนได้อย่างมีประสิทธิภาพสูงขึ้น ไม่ว่าคุณจะเป็นนักลงทุนแนวไหนก็ตาม มาเรียนรู้ความอัจฉริยภาพด้านการลงทุนของบุคคลในตำนานอย่างทั้งสองท่านนี้ หนังสือราคาเล่มละ 330 บาท

โซไซตี้ : ‘ทริพเพิล ไอ’ ภูมิใจเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือสังคมไทยตลอดปี 2564

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623027

โซไซตี้ : ‘ทริพเพิล ไอ’ ภูมิใจเป็นส่วนหนึ่งของการช่วยเหลือสังคมไทยตลอดปี 2564

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

บริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) หรือ iii เป็นอีกหนึ่งองค์กรที่มุ่งมั่น และให้ความสำคัญกับการดำเนินธุรกิจควบคู่ไปกับการทำกิจกรรมเพื่อสังคม ด้วยความเชื่อที่ว่าธุรกิจไม่อาจประสบความสำเร็จอย่างยั่นยืนหากขาดการให้ความสำคัญกับสังคม โดยช่วงครึ่งแรกของปี 2564 ในขณะที่ทุกภาคส่วนของประเทศไทยยังคงได้รับผลกระทบอย่างต่อเนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 แต่บริษัทยังตระหนักถึงความสำคัญในการช่วยเหลือผู้ที่เดือดร้อน ในปีนี้จึงมีการร่วมแรงร่วมใจทั้งทีมผู้บริหารและพนักงานจิตอาสาของทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์และบริษัทในเครือร่วมกันทำกิจกรรมดีๆ คืนสู่สังคมหลายโครงการเพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการแก้ไขปัญหาให้กับหน่วยงานต่างๆ และช่วยบรรเทาทุกข์พี่น้องประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนจากสถานการณ์โรคระบาด

ทิพย์ ดาลาล ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร กลุ่มบริษัท ทริพเพิล ไอ โลจิสติกส์ จำกัด (มหาชน) เล่าให้เราฟังว่า ตั้งแต่เกิดวิกฤตการณ์โควิด-19 แม้ว่าบริษัทเองจะได้รับผลกระทบในการดำเนินธุรกิจบางส่วน แต่ทีมผู้บริหารรวมถึงพนักงานทุกระดับชั้น ยังพยายามขับเคลื่อนกิจกรรมเพื่อสังคมอย่างต่อเนื่อง ถึงแม้การรวมตัวทำกิจกรรมจะทำได้ยากก็ตาม แต่เรามองว่าเมื่อสังคมประสบกับภาวะที่ยากลำบาก เรายิ่งต้องพยายามยื่นมือเข้าช่วยเหลือกัน

เรื่องราวดีๆ ในปีนี้ที่บริษัทได้เข้าไปมีส่วนร่วมช่วยเหลือสังคมด้านแรก คือ ด้านสาธารณสุข โดยเริ่มตั้งแต่การจัดหาวัคซีนให้แก่พนักงาน และกลุ่มคนที่ไม่สามารถเข้าถึงวัคซีน เพื่อป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ซึ่งทางบริษัทเข้าร่วมโครงการขอรับการจัดสรรวัคซีนทางเลือก “ซิโนฟาร์ม” กับทางราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์นอกจากการจัดหาวัคซีนให้แล้วนั้น ทางบริษัทยังจัดเตรียมชุด Home Isolation Kit ที่ประกอบไปด้วยอุปกรณ์พื้นฐานทางการแพทย์ และชุดยาที่ครอบคลุมอาการเจ็บป่วยส่งไปให้พนักงานที่ติดเชื้อไรวัสโควิด-19 เพื่อบรรเทาอาการเบื้องต้นในระหว่างที่พักรักษาตัวอยู่ที่บ้าน ในช่วงที่การแพร่ระบาดเริ่มรุนแรง บริษัทร่วมสนับสนุนวัสดุอุปกรณ์ได้แก่ชุด PPE หน้ากากอนามัย เฟซชิลด์ อุปกรณ์วัดออกซิเจนปลายนิ้ว ถุงมือยาง และสเปรย์แอลกอฮอล์ ให้แก่ศูนย์ปฏิบัติการเฝ้าระวังโรคติดเชื้อโควิด-19 เพื่อสนับสนุนการทำงานของหน่วยงานแพทย์ในการออกตรวจและรักษาผู้ป่วยที่ติดเชื้อโควิด-19 ในพื้นที่สาธารณสุข อ.จอมบึง จ.ราชบุรี

คุณทิพย์ เล่าต่อว่า ในช่วงเดือนสิงหาคม เป็นอีกช่วงหนึ่งที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับช่วงวิกฤต ปัญหาผู้ป่วยล้นเตียง และเครื่องมืออุปกรณ์ทางการแพทย์ในการช่วยเหลือไม่เพียงพอ ตนจึงเป็นโต้โผใหญ่ชวน วิรัช นอบน้อมธรรม ประธานเจ้าหน้าที่บริหารฝ่ายการเงิน และกรรมการบริษัทและบริษัทในเครือ นำเครื่องช่วยหายใจ High Flow Oxygen จำนวน 4 เครื่อง พร้อมอุปกรณ์ทางการแพทย์ต่างๆ ไปมอบให้กับโรงพยาบาลสิรินธร สำนักการแพทย์ กทม. เพื่อช่วยสนับสนุนเครื่องมือสำคัญแก่บุคลากรทางการแพทย์ในการช่วยเหลือผู้ป่วย อีกทั้งมีการบริจาคเครื่องผลิตออกซิเจนขนาด 10 ลิตร จำนวน 7 เครื่องให้กับหอผู้ป่วยวิกฤตโควิด-19 (ICU สนาม)โรงพยาบาลศิริราช และกระจายไปยังโรงพยาบาลพระนารายณ์มหาราช และโรงพยาบาลชัยบาดาล จ.ลพบุรี อีกจำนวน 5 เครื่อง นอกจากนี้บริษัทยังได้บริจาคอาหารเสริม น้ำดื่ม ของใช้เด็ก และสนับสนุนอาหารประจำวันจำนวนสามมื้อให้กับน้องๆ และเจ้าหน้าที่ในสถานสงเคราะห์เด็กบ้านคามิลเลียนเพื่อเด็กพิการลาดกระบัง ภายหลังจากเหตุที่มีเด็กและเจ้าหน้าที่บางส่วนติดเชื้อโควิด-19ให้กับเด็กๆ และเจ้าหน้าที่ในสถานสงเคราะห์อีกด้วย

ต่อมาในช่วงปลายปี 2564 หลังจากประชาชนจำนวนมาก ได้รับการฉีดวัคซีนเข็ม 1-2 แล้วทำให้จำนวนตัวเลขของผู้ป่วยติดเชื้อลดน้อยลงและดูเหมือนสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อโควิด-19จะเริ่มคลี่คลาย แต่หลายจังหวัดในภาคใต้กลับประสบกับอุทกภัยอย่างหนัก ทำให้ประชาชนจำนวนมากได้รับความเดือดร้อน ขาดแคลนที่อยู่อาศัย อาหาร และน้ำดื่มบริษัทได้จัดการสนับสนุนรถขนส่งน้ำดื่มให้กับสำนักงานพัฒนาภาค 4 หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา อำเภอป่าบอน จังหวัดพัทลุง เพื่อช่วยเหลือผู้ประสบภัยน้ำท่วม และล่าสุดบริษัทยังมีส่วนช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจให้กับวิสาหกิจชุมชนจากการเข้าร่วมโครงการ Rayong InfluencerChallenge 2021 เพื่อระดมรายได้สนับสนุนสินค้าชุมชนที่เป็นของดีในจังหวัดระยอง

จากความตั้งใจที่จะเป็นส่วนเล็กๆ ที่มีโอกาสช่วยเหลือสังคม ในปีนี้ ทริพเพิล ไอโลจิสติกส์ ได้จัดทำโครงการต่างๆ รวมมูลค่ากว่าสองล้านห้าแสนบาท และยังคงมุ่งมั่นที่จะเป็นองค์กรที่เติบโตอย่างยั่งยืน ไปพร้อมกับการยืนเคียงข้างภาคสังคมและชุมชนให้สามารถขับเคลื่อนไปข้างหน้าด้วยกัน เพราะเราเชื่อว่าแม้ในยามยากลำบาก เราจะสามารถผ่านวิกฤตไปพร้อมกันได้ด้วยการเกื้อกูล

ตะลอนเที่ยว : โปรดช่วยรับ น้องหมา น้องแมว (ที่ถูกทิ้ง) ไปอุปการะด้วยเถอะครับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/623047

ตะลอนเที่ยว : โปรดช่วยรับ น้องหมา น้องแมว (ที่ถูกทิ้ง) ไปอุปการะด้วยเถอะครับ

วันอาทิตย์ ที่ 19 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 06.00 น.

หมา (สุนัข) และแมว ที่เคยมีเจ้าของแล้วถูกทอดทิ้ง ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุใดก็ตาม เช่น เจ้าของจงใจทิ้ง หรือเจ้าของเสียชีวิต พวกเขาเหล่านั้นจะยังคงเฝ้าคอย และเฝ้ารอเจ้าของด้วยความทรมาน เพราะหวังว่าสักวันหนึ่งเจ้าของจะกลับมารับพวกเขากลับไปอยู่ด้วยเหมือนเช่นเคย แต่ความหวัง ความฝันของหมา และแมวที่ถูกทอดทิ้งก็ไม่ค่อยเป็นความจริงมากนัก ยกเว้นเพียงแค่บางรายเท่านั้นที่จะได้รับความรักจากเจ้าของใหม่ โดยรับพวกเขาไปอุปการะในบ้านหลังใหม่ที่ให้ความอบอุ่นและความรักกับพวกเขาอีกครั้ง 

ผมเชื่อว่าคุณๆ ที่อ่านคอลัมน์นี้ แล้วเลี้ยงสุนัข หรือแมวไว้ คุณๆ จะไม่มีวันทอดทิ้งสัตว์เลี้ยงของคุณอย่างแน่นอนเพราะคุณคงไม่ใจไม้ไส้ระกำทำได้ถึงเพียงนั้น เพราะเมื่อเราเลี้ยงดูเขาแล้ว เราก็รักและผูกพันกับเขาอย่างมากแล้วสัตว์เลี้ยงของเราก็รักและผูกพันกับเรามากเช่นกัน เราจึงทิ้งเขาไม่ลง แล้วเขาก็ไม่ต้องการจะถูกเราทิ้ง 

วันนี้ Mr. Flower ขอชวนเชิญคุณๆไปเที่ยวที่สัตหีบ แต่เป้าหมายของการเที่ยววันนี้อยู่ที่การไปช่วยเหลือสัตว์จรจัด คือหมาแมวที่ถูกทอดทิ้ง และหมาแมวที่เพิ่งเกิดใหม่แต่ก็ยังคงเป็นหมาแมวที่อยู่ในกลุ่มสัตว์จรจัดเหมือนกัน เราจะพาคุณไปที่ศูนย์ดูแลสุนัขจรจัด ของกองทัพเรือ ในหน่วยนาวิกโยธิน สัตหีบ 

ในที่แห่งนี้มีสุนัขประมาณ 460 ตัว และมีแมว 130 ตัว ซึ่งมีทั้งสัตว์ที่มีสุขภาพแข็งแรง มีความน่ารัก และสัตว์เจ็บป่วย พิการ รวมถึงแก่มากๆ นอกจากนี้ยังมีลูกสุนัขขนาดต่างๆ ทั้งที่เพิ่งอายุ 1-2 เดือน และสุนัขวัยรุ่นอายุตั้งแต่ 5-8 เดือน ส่วนแมวก็เช่นกัน 

ในแต่ละวันหมาและแมวที่นี่ได้กินอาหารวันละสองมื้อ คือเช้าและบ่าย โดยเช้าเป็นอาหารเม็ด ส่วนบ่ายเป็นอาหารสดเช่น ข้าวสุกและเนื้อสัตว์ สำหรับเนื้อสัตว์ต่างๆ ได้รับการบริจาคจากบริษัทเอกชนบางแห่งที่อยู่ในบริเวณสัตหีบ 

ค่าใช้จ่ายสำหรับอาหารและยารักษาโรค รวมถึงอุปกรณ์อื่นๆ สำหรับดูแลสัตว์ตกประมาณ 1.5 แสนบาท โดยเงินเหล่านี้ส่วนหนึ่งได้มาจากการบริจาคจากประชาชนทั่วไป และส่วนหนึ่งมาจากงบประมาณของกองทัพเรือ แต่ในช่วงที่เกิดสถานการณ์โควิด-19 แพร่ระบาดหนัก ประชาชนต่างก็ชะลอการเดินทางไปบริจาค จึงทำให้งบฯ ที่ได้รับจากส่วนนี้ขาดหายไปอย่างมาก แต่ถึงแม้จะไม่มีเงินบริจาค แต่สุนัขและแมวทั้งหมดในสถานที่แห่งนี้ก็ยังต้องกิน และต้องรักษาโรคทุกวัน  

ดังนั้น Mr. Flower จึงอยากเชิญชวนคุณๆ ได้โปรดให้ความช่วยเหลือสัตว์จรจัดเหล่านี้ ด้วยการไปเยี่ยม และบริจาคเงิน อาหาร ยารักษาโรค และน้ำยาทำความสะอาดกรงและพื้นซีเมนต์ และที่สำคัญคือขอเชิญชวนให้คุณรับสุนัขและแมวไปอุปการะ 

หากคุณได้มีโอกาสไปเยี่ยมพวกเขา คุณจะได้พบความประทับใจ และระคนกับความหดหู่ เนื่องจากได้เห็นสัตว์จำนวนไม่น้อยต่างพยายามกระโจนเข้าหาคุณด้วยความคิดถึงเจ้าของ หมาบางตัวพยายามร้องขอให้เราอุ้มเขา พยายามตะกายเพราะอยากเล่นกับคน เนื่องจากเข้าใจว่าคนที่ไปเยี่ยมอาจจะมารับเขากลับไปอยู่ในบ้านที่อบอุ่น และได้รับความรักเหมือนที่เคยได้รับมาก่อน แล้วก็ได้เห็นสัตว์แก่สัตว์บาดเจ็บสาหัส สัตว์พิการที่มองผู้ไปเยี่ยมด้วยสายตาวิงวอน  

นอกจากนี้ยังมีลูกสุนัขอายุ1-2 เดือน ถูกแยกไว้ในกรงหนึ่ง และสุนัขอายุประมาณ 4-6เดือน ถูกแยกไว้ในกรงอีกแห่งหนึ่ง สุนัขเหล่านี้ส่งเสียงร้องเมื่อเห็นคนเดินเข้าไปไกล และพยายามวิงวอนขอให้เดินเข้าไปเล่นกับพวกเขา และน่าจะวิงวอนให้ผู้ไปเยี่ยมช่วยรับเขาไปเลี้ยงดูด้วย 

สำหรับศูนย์ดูแลสุนัข (และแมว) แห่งนี้ตั้งอยู่ในเขตหน่วยบัญชาการนาวิกโยธิน สัตหีบ ชลบุรี คุณๆ สามารถเข้าไปเยี่ยม ไปบริจาค และไปขอรับสัตว์ไปอุปการะได้ทุกวันตั้งแต่เวลา 08.00-16.00 น. ไม่เว้นวันหยุดราชการ และคุณสามารถเข้าไปร่วมเป็นอาสาสมัครดูแลสุนัขและแมวในสถานที่แห่งนี้ได้ด้วยและมีข่าวฝากสำหรับคุณๆ ที่ต้องการนำสัตว์เลี้ยงแสนรักของคุณที่ตายแล้วไปรับการเผาอย่างถูกกรรมวิธี ไร้มลภาวะในสถานที่แห่งนี้ ก็สามารถนำสุนัข แมว กระต่าย ห่าน หงส์ (สัตว์เลี้ยงที่ถูกกฎหมาย) ไปขอรับบริการเผาได้ด้วย ของย้ำว่าค่าบริการก็แสนจะถูกมาก และมีข่าวฝากสุดท้ายคือ หากคุณต้องการจะบริจาคโค กระบือ ให้กับศูนย์ฯ แห่งนี้คุณก็สามารถบริจาคให้ได้เช่นกัน