บทเพลงพระราชนิพนธ์ ‘ในหลวง ร.9’กระหึ่ม 5 ธ.ค.นี้ อว.จัดแสดง’ดนตรี อว.เทิดพระเกียรติ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/620170

บทเพลงพระราชนิพนธ์ 'ในหลวง ร.9'กระหึ่ม 5 ธ.ค.นี้ อว.จัดแสดง'ดนตรี อว.เทิดพระเกียรติ'

วันเสาร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.20 น.

วันที่ 4 ธันวาคม 2564 ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) เปิดเผยว่า ในวันที่ 5 ธันวาคมนี้ อว.จะจัดงาน “มหกรรมดนตรี อว.เทิดพระเกียรติ 5 ธันวาคม 2564 ธ สถิตในดวงใจ ไทยนิรันดร์” ทั่วประเทศ โดยจะมีวงดนตรีของนิสิต นักศึกษาจากสถาบันอุดมศึกษาในสังกัดของ อว. ทั้งในรูปแบบวงซิมโฟนี ออร์เคสตร้า วงดนตรีสากล วงดนตรีไทยและดนตรีพื้นบ้านมาร่วมบรรเลงพร้อมกันทั่วประเทศ โดยปฏิบัติตามมาตรการควบคุมและป้องกันโรคโควิด-19 อย่างเคร่งครัด

โดยในส่วนกลางที่กรุงเทพมหานคร จัดระหว่างวันที่ 5-19 ธันวาคม 2564 รวม 15 วันติดต่อกัน โดยจะมีพิธีเปิดคือวันที่ 5 ธันวาคม เวลา 18.00 น. โดย ศ.(พิเศษ) ดร.เอนก เหล่าธรรมทัศน์ รมว.อว. เป็นประธานในพิธี ที่ลานพาร์คพารากอน โดยวิทยาลัยดุริยางคศิลป์ มหาวิทยาลัยมหิดล ส่วนวันที่ 6 ธันวาคม จะเป็นวงดนตรีจาก ม.สยาม และวันที่ 7 ธันวาคม จะเป็นวงจาก ม.ศรีนครินทรวิโรฒ (มศว.)

ปลัด อว.กล่าวต่อว่า จากนั้นในวันที่ 8-12 ธันวาคม จะไปจัดที่ไอคอนสยาม ริเวอร์พาร์ค แบ่งเป็น 2 ช่วงเวลา ช่วงแรกเวลา 17.30-18.30 น. และช่วงที่ 2 เวลา 19.00-20.00 น. โดยในวันที่ 8 ธันวาคม จะเป็นวงดนตรีจาก ม.รามคำแหง วันที่ 9 ธันวาคม วงดนตรีจาก มรภ.บ้านสมเด็จเจ้าพระยา วันที่ 10 ธันวาคม วงดนตรีจาก ม.เกษตรศาสตร์ วันที่ 11 ธันวาคม วงดนตรีจาก ม.รังสิต และวันที่ 12 ธันวาคม วงดนตรีจาก ม.ศิลปากร จากนั้นจะขยับมาจัดแสดงที่ลานหน้าเซ็นทรัลเวิล์ด ในวันที่ 13-19 ธันวาคม เวลา 17.00-19.00 น. โดยวันที่ 13 ธันวาคม จะเป็นวงดนตรีจากสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง วันที่ 14 ธันวาคม จาก มรภ.สวนสุนันทา วันที่ 15 ธันวาคม จาก ม.สยาม วันที่ 16 และ 17 ธันวาคม จากสถาบันเทคโนโลยีจิตรลดา วันที่ 18 ธันวาคม จากจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยและ รร. สาธิตจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และวันที่ 19 ธันวาคม จาก มทร.ธัญบุรี

“ที่สำคัญในวันที่ 5 ธันวาคม อว.จะจัดกิจกรรมจิตอาสา Clear and Clean บริเวณอนุสาวรีย์ชัยสมรภูมิ เวลา 10.00 น. โดยจะมีทุกหน่วยงานในสังกัด อว. มาร่วมทำกิจกรรมที่เกาะราชวิถี เกาะพญาไท เกาะดินแดง และเกาะพหลโยธิน เพื่อเป็นการทำความดีถวายพ่อหลวง เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศ มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราชบรมนาถบพิตร” ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ กล่าว

ปลัด อว.กล่าวอีกว่า สำหรับกิจกรรมดนตรี อว.เทิดพระเกียรติในส่วนของต่างจังหวัด จะมีการจัดพร้อมกันทั่วประเทศใน 47 พื้นที่ อาทิ ม.เชียงใหม่ จัดดนตรี อว.เทิดพระเกียรติลมหนาว เวลา 16.30-19.00 น. บริเวณลานนำ้พุศาลาธรรม มช., ม.นเรศวร ขับร้องประสานเสียงเพลงพระราชนิพนธ์ เวลา 17.00 น. ณ ลานพระบรมราชานุสาวรีย์สมเด็จพระนเรศวรมหาราช, มรภ.นครสวรรค์ แสดงดนตรีพร้อมร่วมจุดเทียนน้อมรำลึกในพระมหากรุธิคุณของในหลวงรัชกาลที่ 9 เวลา 17.00-19.00 น. ณ ลานกิจกรรมหน้าหอวัฒนธรรมจังหวัดนครสวรรค์ ภายใน มรภ.นครสวรรค์,
ม.เทคโนโลยีสุรนารี จัดแสดงดนตรีไทย ดนตรีสากลและดนตรีพื้นบ้าน ณ อาคารกาญจนาภิเษก มทส., มรภ.ลำปาง ร่วมกับ อว.ส่วนหน้า จ.ลำปาง จัดแสดงดนตรี ณ ข่วงวัฒนธรรม สำนักศิลปะและวัฒนธรรม มรภ.ลำปาง มรภ.ยะลา ร่วมกับ อว.ส่วนหน้า จ.ยะลา จัดแสดงดนตรีพื้นบ้านบรรเลงเพลงพระราชนิพนธ์ เวลา 16.30-19.30 น. ณ หอประชุมเฉลิมพระเกียรติ 50 พรรษา, ม.นราธิวาสราชนครินทร์ ร่วมกับ อว.ส่วนหน้า จ.นราธิวาส จัดแสดงดนตรีตั้งแต่เวลา 16.30-19.30 น. ณ สวนกรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ เทศบาลเมืองนราธิวาส, ส่วนมรภ.เชียงราย จัดแสดงดนตรีเวลา 17.00-19.00 น. ที่ มรภ.เชียงราย เป็นต้น
 

ปชช.ทุกหมู่เหล่าทยอยตรวจ ATK ร่วมพระราชพิธีวางศิลาฤกษ์แท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/620159

ปชช.ทุกหมู่เหล่าทยอยตรวจ ATK  ร่วมพระราชพิธีวางศิลาฤกษ์แท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9

วันเสาร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 18.52 น.

ประชาชนทุกหมู่เหล่า ทั้งเจ้าหน้าที่ทหาร ตำรวจ จิตอาสา ประชาชน รวมทั้งสื่อมวลชน ต่างเดินทางทยอยมาตรวจ ATK ร่วมพระราชพิธีววางศิลาฤกษ์แท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์ ร.9   5ธันวา  

วันที่ 4 ธันวาคม 2564 ตามที่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จะเสด็จพระราชดำเนินไปทรงประกอบพิธีววางศิลาฤกษ์แท่นฐานพระบรมราชานุสาวรีย์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ณ อุทยานเฉลิมพระเกียรติ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพล อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ในวันที่ 5 ธ.ค.2564 เวลา 16.00 น.  นั้น

ล่าสุด กรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้จัดบริการตรวจ ATK ให้กับประชาชนที่จะมาร่วมรับเสด็จในวันพรุ่งนี้ เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาด ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ตั้งจุดตรวจ ATK ไว้ 2 จุด คือ กรมทางหลวง ถนนศรีอยุธยา และโรงเรียนราชวินิตมัธยม ถนนพิษณุโลก ระหว่างเวลา 08.30-15.00 น. และวันที่ 5 ธันวาคม ตั้งแต่เวลา 07.00 น. จนถึงเสร็จพิธี ซึ่งได้จัดเตรียมชุด ATK ไว้จำนวน 14,000 ชุด รถเก็บตัวอย่างชีวนิรภัยพระราชทาน 10 คัน และรถวิเคราะห์ผลด่วนพิเศษพระราชทาน 1 คัน เพื่อเป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19   ซึ่งบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคีก ตลอดทั้งวันมีประชาชนที่ต้องการเข้าร่วมพิธีและร่วมเสด็จเดินทางมาตรวจคัดกรองเชื้อโควิดอย่างต่อเนื่อง

ทั้งนี้ ประชาชนผู้ที่จะเดินทางไปร่วมพิธีวางศิลาฤกษ์ ในวันที่ 5 ธ.ค.ทุกคนจะต้องเดินทางมาลงทะเบียนตรวจ ATK ที่ กรมทางหลวง และโรงเรียนราชวินิต ก่อนเมื่อผ่านการตรวจแล้วเจ้าหน้าที่ก็จะติดสติ๊กเกอร์เพื่อเป็นการแสดงว่าปลอดภัยไม่พบเชื้อ ทั้งนี้ก็เป็นการป้องกันการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19  โดย สำนักงานตำรวจแห่งชาติ ได้จัดสถานที่จอดรถและรับ-ส่ง ไว้บริการให้กับประชาชนผู้มาร่วมพิธีไว้ 2 จุดคือ สนามกีฬากองทัพบก และกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ รวมถึงการดูแลความสงบเรียบร้อย 

‘พระสังฆราช’ มีพระราชดำรัสวันพ่อแห่งชาติ ทรงแนะเจริญรอยตามในหลวง ร.9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/620140

‘พระสังฆราช’ มีพระราชดำรัสวันพ่อแห่งชาติ ทรงแนะเจริญรอยตามในหลวง ร.9

วันเสาร์ ที่ 4 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 17.38 น.

วันที่ 4 ธันวาคม 2564 สำนักเลขานุการสมเด็จพระสังฆราช เผยแพร่ข้อความ พระดำรัสของ เจ้าพระคุณ สมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2564 ว่า

“อภิลักขิตสมัยคล้ายวันพระบรมราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ได้เวียนมาบรรจบอีกคำรบหนึ่ง ทางราชการได้กำหนดให้เป็นวันชาติ และเป็นวันพ่อแห่งชาติอีกด้วย จึงควรที่เราทั้งหลายผู้อาศัยพระบารมีปกเกล้าปกกระหม่อมเป็นที่พึ่ง จักพึงน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ และบำเพ็ญคุณงามความดี อุทิศถวายเป็นพระราชกุศล แด่พระองค์ผู้ทรงเปรียบประดุจบิดาแห่งอาณาประชาราษฎร

ธรรมะประการที่สองในทศพิธราชธรรม ซึ่งพึงหยิบยกมาพิจารณาให้ถี่ถ้วนนั้นได้แก่ ‘ศีล’ คือการรักษากายและวาจาให้เป็นปรกติ สงบเรียบร้อย ไม่เบียดเบียนตนเองและผู้อื่น พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวพระองค์นั้น ทรงมั่นคงในการรักษาพระราชจริยวัตรให้เป็นไปโดยปรกติ อ่อนโยน และงามสง่า ทรงเปี่ยมด้วยพระราชอัธยาศัยฝักใฝ่ไปในทางเอื้อเฟื้อเกื้อกูลประโยชน์สุขของปวงประชา ทรงอุดมด้วยพระราชวาจาสุภาษิต ประกอบด้วยข้อคิดคำสอน อันเป็นประทีปนำทางสังคมไทยให้ดำเนินไปสู่ความผาสุกสวัสดีทุกขณะ ทรงรักษาพระราชสัจจะไว้ได้อย่างมั่นคง ปราศจากมุสาวาท เหตุฉะนี้จึงทรงดำรงพระองค์อยู่อย่างสง่างามด้วย ‘ศีล’ เป็นปรกติในการสั่งสมพระบารมีธรรม

เราทั้งหลายผู้เป็นไทย จึงควรเจริญรอยตามพระราชจริยาในรัชกาลที่ 9 ด้วยการรักษาศีล มีเบญจศีลเป็นอย่างน้อย คอยควบคุมกายและวาจาให้เป็นไปในทางสร้างสรรค์ อย่าใช้ไปในทางบั่นทอน ทำลาย หรือเบียดเบียนซึ่งกันและกัน ขอเราทั้งหลายจงคิด พูด และทำเฉพาะกิจอันปราศจากโทษ ด้วยปณิธานมุ่งมั่นเพื่อประโยชน์ส่วนรวมยิ่งกว่าประโยชน์ส่วนตน ซึ่งจะอำนวยผลเป็นความเจริญรุ่งเรืองของบ้านเมืองไทย สมพระบรมราชปณิธานในรัชกาลที่ 9 และสมเด็จบรมบพิตร พระราชสมภารเจ้าทั้งสองพระองค์ ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐ

ขออานุภาพแห่งคุณความดีที่สาธุชนทั้งหลายได้ร่วมกันบำเพ็ญ จงสำเร็จเป็นทิพยสุขแด่ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร และเป็นเครื่องพิทักษ์รักษาคุ้มครองประชาชาติไทยให้ประสบความเกษมสุขสวัสดี มีกำลังพรั่งพร้อมที่จะทำนุบำรุงราชอาณาจักรไทยให้วัฒนาสถาพรสืบไป ตลอดกาลนาน เทอญ.”

อว. จับมือ ป.ป.ส. ใช้ประโยชน์พืชกระท่อม เดินหน้าพัฒนาวิจัยและนวัตกรรมใหม่ เพื่อคนไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/620012

อว. จับมือ ป.ป.ส. ใช้ประโยชน์พืชกระท่อม เดินหน้าพัฒนาวิจัยและนวัตกรรมใหม่ เพื่อคนไทย

วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 19.19 น.

 นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (เลขาธิการ ป.ป.ส.) พร้อมด้วย ศ.ดร.นพ.สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม ร่วมลงนามในบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการ (MOU)  การสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมด้วยการวิจัยและนวัตกรรม ณ สำนักงาน ป.ป.ส. (ดินแดง) โดยมี ดร.วิภารัตน์ ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ และนายมานะ ศิริพิทยาวัฒน์ รองเลขาธิการคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด เป็นพยานความร่วมมือ

ศ.ดร.นพ. สิริฤกษ์ ทรงศิวิไล ปลัดกระทรวง อว. กล่าวว่า การส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยเป็นนโยบายหนึ่งที่ อว. ให้ความสำคัญ ที่ผ่านมามีการนำองค์ความรู้ที่เกิดขึ้นจากการวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ประโยชน์เพื่อแก้ไขปัญหา และพัฒนาประเทศมาอย่างต่อเนื่อง การลงนามความเข้าใจในการสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมด้วยการวิจัยและนวัตกรรมในวันนี้ จะเป็นอีกหนึ่งความร่วมมือที่สำคัญในการนำองค์ความรู้จากการวิจัยและนวัตกรรมมาใช้ เพื่อผลักดันให้พืชกระท่อมเป็นพืชเศรษฐกิจ โดยใช้การวิจัยและพัฒนาพืชกระท่อมอย่างครบวงจร ทั้งต้นน้ำ กลางน้ำ และปลายน้ำ รวมทั้งการพัฒนาด้านวิชาการ และการวิจัยที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาและสอดคล้องกับองค์ความรู้และบริบทของพื้นที่ ทั้งนี้ อว. ได้มอบหมายให้สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ซึ่งเป็นหน่วยบริหารจัดการทุนวิจัยและนวัตกรรมเป็นหน่วยงานขับเคลื่อนในการส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัย เพื่อสร้างองค์ความรู้ที่เป็นประโยชน์ภายใต้บันทึกความเข้าใจ “การสนับสนุนการใช้ประโยชน์จากพืชกระท่อมด้วยการวิจัยและนวัตกรรม” ในครั้งนี้

นายวิชัย ไชยมงคล เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวว่า ตามที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ได้ปลดล็อกพืชกระท่อมออกจากบัญชียาเสพติด ประเภทที่ 5 ตามพระราชบัญญัติยาเสพติดให้โทษ (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2564 เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2564 ที่ผ่านมา เพื่อส่งเสริมให้ประชาชนสามารถใช้ประโยชน์เป็นพืชเศรษฐกิจ ช่วยยกระดับ เพิ่มรายได้และสร้างคุณภาพชีวิตที่ดีของเกษตรกร ตลอดจนสร้างเสริมสุขภาพชีวิตที่ดีให้แก่ประชาชน การที่กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม หรือ อว. เข้ามามีส่วนร่วมในการลงนามในบันทึกความเข้าใจความร่วมมือทางวิชาการในวันนี้ ถือเป็นก้าวสำคัญในการยกระดับองค์ความรู้ต่อพืชกระท่อมของประเทศไทย โดยจะส่งผลโดยตรง ต่อการกระตุ้นให้เกิดความสนใจในการเข้ามามีส่วนร่วม ศึกษาวิจัย เพื่อพัฒนา องค์ความรู้ และนวัตกรรมต่อพืชกระท่อมในระดับ มหาวิทยาลัย อุดมศึกษา และนักวิชาการ หลังจากนี้การทำการวิจัยต่าง ๆ จะสามารถทำได้สะดวกและมีทิศทางมากขึ้น โดย อว. จะเป็นตัวกลาง ในการส่งเสริมด้านงบประมาณ และข้อมูลในการอ้างอิงที่สามารถแลกเปลี่ยนใช้ประโยชน์ระหว่างองค์กร มหาวิทยาลัย และนักวิชาการ ที่วิจัยพืชกระท่อมได้

เลขาธิการ ป.ป.ส. กล่าวทิ้งท้ายว่า “สำนักงาน ป.ป.ส. พร้อมส่งเสริมและสนับสนุนการวิจัยเพื่อให้เกิดการพัฒนาด้านวิชาการ ระบบบริการสุขภาพและการวิจัยที่เหมาะสมกับสภาพปัญหาและสอดคล้องกับองค์ความรู้และบริบทของพื้นที่ ในอนาคตงานวิจัยเหล่านี้ ประชาชนจะสามารถนำเอาข้อมูลเหล่านี้ไปใช้ประโยชน์ต่อยอด สามารถใช้ได้ในหลากหลายมิติ แต่ยังคงอยู่ภายใต้กฎหมาย และนโยบายที่เหมาะสม”

‘มหานิยม’ เผยร่อนหนังสือถึงประธานสภา-นายกฯจี้ยุติปัญหาสงฆ์กาฬสินธุ์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/619980

'มหานิยม' เผยร่อนหนังสือถึงประธานสภา-นายกฯจี้ยุติปัญหาสงฆ์กาฬสินธุ์

วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 17.53 น.

“มหานิยม เวชกามา” เผยร่อนหนังสือถึงประธานสภาผู้แทนราษฎร์และนายกรัฐมนตรีเรียกร้องให้ยุติปัญหาสงฆ์กาฬสินธุ์ ถือเป็นไม้สุดท้าย ชี้หากนายกฯไม่ทำอะไรก็ขอให้ยุติบทบาทการบริหารบ้านเมือง

วันที่ 3 ธ.ค.64 ดร.นิยม เวชกามา หรือ “มหานิยม” ส.ส.สกลนคร เขต 2 พรรคเพื่อไทย เปิดเผยว่า ตนได้ทำหนังสือถึงนายชวน หลีกภัย ประธานสภาผู้แทนราษฎร และ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ลงวันที่ 1 ธันวาคม 2564 เรื่อง ความแตกแยกในหมู่คณะสงฆ์ที่เกิดจากการที่มีการนำคลิปเสียงการสนทนาคล้ายเสียงของพระครูสุทธิญาณโสภณ (พระครูเล็ก) ตามที่ปรากฏทางสื่อออนไลน์ มาเปิดเผยให้สาธารณชนได้รับทราบ โดยไม่มีหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องแสดงความรับผิดชอบ ภายในคลิปได้อ้างถึงเบื้องสูงรวมไปถึงพระเถระผู้ใหญ่ และวิธีการกวาดล้างคณะสงฆ์กาฬสินธุ์ ส่งผลให้จิตใจของชาวกาฬสินธุ์ที่เป็นลูกศิษย์ของเจ้าคุณหลวงพ่อบัวศรี และเจ้าคุณแผน รวมไปถึงพระในจังหวัดอุดรธานี และจังหวัดหนองคาย เสียใจและหวั่นวิตกจะเกิดเหตุการลุกฮือ

ดร.นิยม กล่าวว่า กรณีนี้พระครูเล็ก คงจะจบกันดีๆคงไม่ได้เพราะ พระครูเล็กก็ไม่ยอมลาออกทั้งที่ถูกมองว่าเป็นบุคคลที่กำลังทำให้คณะสงฆ์กาฬสินธุ์แตกแยก วันนี้ตนจึงได้ทำหนังสือส่งตรงไปยัง ประธานสภาผู้แทนราษฎรและนายกรัฐมนตรี เพื่ออธิบายความเกี่ยวกันปัญหาคณะสงฆ์จังหวัดกาฬสินธุ์ ที่ยังเป็นปัญหาไม่รู้จบทำให้คนกาฬสินธุ์ทุกข์ใจเป็นอย่างมาก การส่งหนังสือไปถึงนายกฯนั้นหมายถึงเรียกร้องให้นายกฯติดตามปัญหานี้ด้วยตนเอง เพราะนายกรัฐมนตรีกำกับดูแลสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงควรที่จะมาตรวจสอบข้อเท็จจริงทั้งหมดว่าปัญหาที่ชาวกาฬสินธุ์เคลื่อนไหวนั้นเกิดจากสาเหตุอะไร 

โดยเฉพาะคลิปเสียงคล้ายพระเล็กหรือ พระครูสุทธิญาณโสภณ (เล็ก สุทธิญาโณ) เจ้าคณะอำเภอสังคม จ.หนองคาย เจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์(ธ) รูปใหม่ สนทนากับบุคคลอีกฝ่ายที่ได้กล่าวอ้างเบื้องสูง และมีชื่อของผู้ใหญ่ในบ้านเมืองหลายคนอยู่เบื้องหลังคำสั่งปลดที่ไม่เป็นธรรมต่อ เจ้าคุณหลวงพ่อบัวศรี เจ้าอาวาสวัดประชานิยม รวมไปถึงวิจารณ์พระผู้ใหญ่ไปต่างๆ นานา ที่ถึงแม้ว่าท่านเจ้าคุณหลวงพ่อบัวศรีจะขอให้ยุติเรื่องแต่คณะลูกศิษย์นั้นไม่มีใครหยุดดังจะเห็นว่ามีการเคลื่อนไหวปักป้ายไม่ต้อนรับพระครูเล็กและมีการเคลื่อนไหวที่จะขับไล่หากเข้ามาปกครองคณะสงฆ์กาฬสินธุ์ทันที

“นายกฯจึงควรที่จะใช้อำนาจที่มีทำการตรวจสอบคลิปเสียงที่กระจายไปทั้งประเทศนี้ว่า คลิปเสียงนี้เป็นของใคร ถ้าไม่เช่นนั้นปัญหานี้จะไม่สามารถทำให้แผ่นดินกาฬสินธุ์สงบลงได้ เพราะสังคมกาฬสินธุ์เกิดความแตกแยกจากคลิปเสียงนี้ จึงควรที่จะตรวจสอบว่าคลิปเสียงนี้เป็นคลิปเสียงจริงหรือเป็นคลิปเสียงที่มีการตัดต่อ ถ้าคลิปเสียงนี้เป็นของจริงคนพูดแบบนี้ต้องรับผิดชอบ ซึ่งนายกฯในฐานะกำกับดูแลจะปล่อยให้เรื่องนี้เงียบหายไปไม่ได้ นายกฯจะต้องไปฟังคลิปเสียงนี้ว่าคนพูดได้พูดอย่างไร อ้างเบื้องสูงอย่างไร อ้างพระเถระผู้ใหญ่อย่างไร เพื่อให้เกิดความกระจางชัด หากนายกฯ จะปล่อยทำเฉยไม่รู้ไม่ชี้ตามเรื่องตามราวก็ขอให้นายกฯ ไม่ต้องกำกับดูแลสำนักพระพุทธศาสนา ไม่ต้องบริหารบ้านบริหารเมือง อะไรจะเกิดช่างหัวมันไม่ได้ครับนายกฯต้องทำความกระจางแจ้งให้ชาวพุทธว่าเรื่องนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร ความไม่ชอบมาพากลในองค์กรสงฆ์เกิดจากสาเหตุอะไร วันนี้จิตใจชาวพุทธทั้งประเทศเค้าหดหู่ในหัวใจและมีการตั้งคำถามว่าทำไมถึงเกิดเรื่องนี้ขึ้นมา” ดร.นิยม กล่าว

ดร.นิยม กล่าวต่อว่า ตนได้เข้ามาประชุมสภาผู้แทนราษฎรในครั้งนี้เดินไปประชุมหรือไปที่ไหน ส.ส.ทุกคนก็จะถามว่าปัญหาสงฆ์กาฬสินธุ์จะเป็นอย่างไรจะจบอย่างไร ซึ่งตนก็ไม่สามารถที่จะตอบอะไรได้เลย เพราะไม่ใช่ผู้บริหารคณะสงฆ์ สิ่งที่จะฝากขณะนี้คือ ฆารวาสอย่างไปยุ่งกับพระให้พระบริหารจัดการกันเอง เพราะคณะสงฆ์มีผู้ปกครองอันได้แก่ เจ้าคณะหน เจ้าคณะภาค เจ้าคณะจังหวัดอยู่ในองค์กรสงฆ์และปัญหาที่เกิดขึ้นเชื่อว่ามีฆารวาสไปยุ่งกับองค์กรสงฆ์

“การนิ่งเฉยต่อปัญหาปล่อยให้เลยตามเลยเหมือนจะให้ปัญหาคณะสงฆ์กาฬสินธุ์ผ่านไปส่วนตัวคิดว่าเหมือนกับเป็นการส่งเสริมกันปล่อยให้ปัญหาไม่จบทั้งที่สามารถทำให้จบได้ด้วยความเป็นธรรม เพราะคนกาฬสินธุ์ยังไงก็ไม่ยอมให้พระครูเล็กมาปกครองสงฆ์กาฬสินธุ์ อีกทั้งคณะสงฆ์ก็ต่อต้านมีการลาออกกันไปหมดแล้ว เมื่อเข้ามากาฬสินธุ์ พระครูเล็กจะไปปกครองใคร ซึ่งก็ไม่รู้ว่าท่านพระครูเล็ก หรือนายกฯกำลังคิดอะไร โดยเฉพาะพระครูเล็กนั้นผมขอวิงวอนว่าให้หยุดปัญหานี้ด้วยตนเองอย่าไปเห็นในความโลภเหมือนต้องการเป็นเจ้าคณะจังหวัดกาฬสินธุ์ให้ได้จึงทำให้วุ่นวาย” ดร.นิยม กล่าว – 003

‘ตรีนุช’เปิดโครงการ ศธ. จิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ พร้อมร่วมทำความสะอาดรอบศธ.

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/619925

'ตรีนุช'เปิดโครงการ ศธ. จิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์  พร้อมร่วมทำความสะอาดรอบศธ.

วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.53 น.

วันที่ 3 ธ.ค.2564 น.ส.ตรีนุช  เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในพิธีเปิดโครงการ “ศธ. จิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์”  เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2564 ที่เวทีหน้าอาคาร สพฐ.3 กระทรวงศึกษาธิการ โดยมี คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รมช.ศธ. พร้อมคณะผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ บุคลากร ศธ. ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์ นักศึกษาวิชาทหาร และจิตอาสา พร้อมใจเข้าร่วมกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์ เพื่อถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ประธานในพิธีเปิดกรวยถวายราชสักการะหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี  และกล่าวสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ ในโอกาสการจัดกิจกรรมโครงการ ศธ.จิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์เนื่องในวันพ่อแห่งชาติ 5 ธันวาคม 2564  ความว่า 

ตลอดระยะเวลาในรัชสมัยของพระองค์ ได้ทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจนานับประการ ทรงตั้งพระราชหฤทัยในการดำรงไว้ซึ่งความผาสุกของประเทศชาติ ในทุกครั้งที่บ้านเมืองประสบภัยจากสถานการณ์ต่าง ๆ พระองค์ได้พระราชทานแนวทางเพื่อคลี่คลายขจัดปัญหาให้ผ่านพ้นไปได้ด้วยดี อีกทั้งยังทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจเกี่ยวกับการพัฒนาที่ดิน มาอย่างต่อเนื่องและยาวนาน  ทรงห่วงใยราษฎรที่อยู่ท่ามกลางสถานการณ์  และสภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนแปลงไป  โดยได้มีพระราชดำรัส เพื่อเตือนใจพสกนิกรชาวไทย ให้ร่วมมือกันแก้ไขปัญหาสิ่งแวดล้อมอย่างจริงจัง ด้วยความสุขุมรอบคอบ โดยให้ถือเป็นหน้าที่ของทุกคนที่จะต้องปฏิบัติ มิใช่เพียงเพื่อประเทศไทย หากเพื่อความอยู่รอดปลอดภัยของโลกด้วย

ในกาลปัจจุบันนี้ ปวงข้าพระพุทธเจ้าต่างประจักษ์ซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณของ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ได้พระราชทานแนวทาง “โครงการจิตอาสา เราทำความ ดี ด้วยหัวใจ”  ซึ่งกระทรวงศึกษาธิการ ได้น้อมนำแนวพระราชดำริ มาจัดกิจกรรมจิตอาสาในวันนี้ เพื่อให้ข้าราชการทุกหมู่เหล่า ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์ นักศึกษาวิชาทหาร และประชาชนจิตอาสา  ได้มีส่วนร่วมในการทำกิจกรรม ที่เสริมสร้างความสมัครสมานสามัคคี มีความสุข แสดงออกถึงความจงรักภักดี  และความกตัญญูกตเวทิตา ตลอดจนเพื่อถวายเป็นพระราชกุศล เนื่องในวันคล้ายวัน พระราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งรัฐบาลได้กำหนดให้วันที่ 5 ธันวาคมของทุกปี เป็น “วันพ่อแห่งชาติ” อีกด้วย

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอสืบสานพระราชปณิธาน  ของใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท และขอพระราชทานถวายพระพรชัยมงคลอัญเชิญคุณพระศรีรัตนตรัย และพลานุภาพสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายในสากลตลอดจนพระบรมเดชานุภาพ แห่ง พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร โปรดอภิบาลประทานพร ให้ใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท  ทรงพระเจริญด้วยจตุรพิธพรชัย  ทรงพระเกษมสำราญสถิตเป็นมิ่งขวัญร่มเกล้าแก่ปวงข้าพระพุทธเจ้า  และเหล่าพสกนิกรตราบกาลนิรันดร์เทอญ

จากนั้น นายสุภัทร จำปาทอง ปลัดกระทรวงศึกษาธิการ(ปลัดศธ.) กล่าวรายงาน ว่า โครงการ “ศธ. จิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์”  ได้กำหนดพื้นที่ดำเนินการจัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ในพื้นที่เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร จำนวน 4 แห่ง ประเภท จิตอาสาพัฒนา ได้แก่ การฉีดน้ำทำความสะอาดพื้นบริเวณวัดและรอบวัด การกวาดขยะเศษใบไม้ เศษขยะ และการเช็ดทำความสะอาดสิ่งของภายในบริเวณวัด เป็นต้น มีจำนวนผู้เข้าร่วมกิจกรรม ประมาณ 1,000 คน ดังนี้

1.1 กระทรวงศึกษาธิการและบริเวณโดยรอบ มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ คณะผู้บริหาร ข้าราชการ และบุคลากรทุกหน่วยงานในสังกัดกระทรวงศึกษาธิการ ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์ นักศึกษาวิชาทหาร ในสังกัดของสำนักงานปลัดกระทรวงศึกษาธิการ และสำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชน สำนักงานคณะกรรมการข้าราชการครูและบุคลากรทางการศึกษา สำนักงานเลขาธิการคุรุสภา สำนักงานคณะกรรมการส่งเสริมสวัสดิการและสวัสดิภาพครูและบุคลากรทางการศึกษา และประชาชนจิตอาสา จำนวน 550 คน

1.2 วัดอินทรวิหาร  มีผู้เข้าร่วมกิจกรรมได้แก่ คณะผู้บริหาร ข้าราชการ บุคลากร ลูกเสือ เนตรนารี นักเรียน และนักศึกษา ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการอาชีวศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนจิตอาสา จำนวน 150 คน

1.3 วัดใหม่อมตรส มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ คณะผู้บริหารข้าราชการ บุคลากร นักเรียน และนักศึกษาในสังกัดสำนักงานส่งเสริมการศึกษานอกระบบและการศึกษาตามอัธยาศัย และประชาชนจิตอาสา จำนวน 180 คน

1.4 วัดชนะสงคราม มีผู้เข้าร่วมกิจกรรม ได้แก่ คณะผู้บริหาร ข้าราชการ บุคลากร ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาซาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์ นักศึกษาวิชาทหาร ในสังกัดสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาชั้นพื้นฐาน หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และประชาชนจิตอาสา จำนวน 150  คน

2.การจัดโครงการ ศธ.จิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ในส่วนภูมิภาค กำหนดจัดระหว่างวันที่ 3 ธันวาคม 2564 ถึงวันที่ 31 กรกฎาคม 2565 โดยมอบหมายให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัดทุกจังหวัด กำหนดพื้นที่ดำเนินการจัดกิจกรรมจิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ และเชิญชวนหน่วยงานทุกสังกัดของกระทรวงศึกษาธิการ หน่วยงานท้องถิ่น และหน่วยงานเครือช่ายต่างๆ ทั้งหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมรวมทั้งขอความร่วมมือให้สำนักงานศึกษาธิการจังหวัด จัดพิธีเปิดโครงการ ศธ.จิตอาสาบำเพ็ญประโยชน์ โดยพร้อมเพรียงกันทั่วประเทศ ในวันศุกร์ที่ 3 ธันวาคม 2564 

ต่อจากนั้น น.ส.ตรีนุช และคุณหญิงกัลยา มอบอุปกรณ์บำเพ็ญประโยชน์ ให้แก่ปลัดศธ. และผู้บริหารหน่วยงานในสังกัดศธ. เพื่อนำไปมอบให้ข้าราชการ บุคลากร ศธ. ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์ นักศึกษาวิชาทหาร และจิตอาสา นอกจากนี้ น.ส.ตรีนุช และคุณหญิงกัลยา คณะผู้บริหาร ข้าราชการ บุคลากร ศธ. ลูกเสือ เนตรนารี ยุวกาชาด ผู้บำเพ็ญประโยชน์ นักศึกษาวิชาทหาร และจิตอาสา ได้ออกเดินทางไปปฏิบัติกิจกรรมอาสาบำเพ็ญประโยชน์ในกระทรวงศึกษาธิการและโดยรอบ วัดอินทรวิหาร  วัดใหม่อมตรส วัดชนะสงคราม
 

‘ทิดไพรวัลย์’เผยสาเหตุสึก ยันไม่กลับเข้าวงการสงฆ์อีก-ไม่อยากก้มหัวให้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/619920

'ทิดไพรวัลย์'เผยสาเหตุสึก ยันไม่กลับเข้าวงการสงฆ์อีก-ไม่อยากก้มหัวให้

วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 15.46 น.

กรณี “พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ” พระลูกวัดสร้อยทอง ได้ลาสิกขาเป็นที่เรียบร้อยแล้วที่วัดสระเกศ โดยมี “พระมหาสมปอง” อยู่ร่วมในพิธี เมื่อช่วงเช้าของวันนี้ (3 ธ.ค.) โดยเผยภาพแรกอยู่ดูแลคุณแม่ที่เข้ารับการผ่าตัดมะเร็ง

รายการโหนกระแสวันที่ 3 ธ.ค. 64 “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ในฐานะผู้ดำเนินรายการ ผลิตในนามบริษัท ดีคืนดีวัน จำกัด ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 12.35 น. ทางช่อง 3 กดเลข 33 สัมภาษณ์  ทิดไพรวัลย์ ถึงเรื่องราวชีวิตหลังสึก จะทำอย่างไรต่อไป โดยมาพร้อม “พระมหาสมปอง”

อยู่ดีๆ ทำไมถึงสึกวันที่ 3 ตอนแรกพระมหาสมปอง บอกว่าสึกวันที่ 4?

ทิดไพรวัลย์ : ก็พระมหาสมปองนี่แหละ ไปโพสต์ประกาศซะขนาดนั้น ว่าวันที่ 4 จะอำลา ผมเลยชิงสึกก่อนวันที่ 3 เพราะถ้าสึกวันที่ 4 สื่อตามอะไรตาม ความเป็นส่วนตัวจะไม่มี

สึกวันนี้จะรอดเหรอ นักข่าวรออยู่เยอะมาก?

ทิดไพรวัลย์ : อย่างน้อยก็รอดมารายการพี่หนุ่มก่อนไงครับ เพื่อพี่หนุ่มเลยนะ รักมาก (หัวเราะ)

พระอาจารย์ปล่อยข่าวลวงหรือเปล่า?

พระมหาสมปอง : ไม่หรอกครับ จริงๆ ท่านบอกว่า 4 หรือ 5 ธ.ค. หรืออาจจะเร็วกว่านั้น ไม่ได้เป็นลับลวงพรางอะไร น้องก็งอนหลายอย่างว่าไปพูดทำไม จริงๆ แล้วเขาก็ตัดสินใจของเขาเอง

สึกแล้วยังเป็นมหา?

พระมหาสมปอง : ใหญ่ยาวคับชักออกยาก ใหญ่คือใหญ่  ยาวคือยาวไปเรื่อยๆ สึกแล้วก็ยังเรียกได้ คับคืออยู่ที่ไหนนักข่าวก็เยอะ คับที่เลย ชักออกยาก คือพ่อมาหา แม่มาหา พี่มาหา แมวมาหา ม้ามาหา เป็นความหมายของคำว่ามหา

ทำไมถึงสึก?

ทิดไพรวัลย์ : เรื่องอื่นไม่ค่อยแคร์เท่าไหร่ แต่แคร์เงื่อนไขที่สำคัญคือแคร์แม่ วันนี้แม่เข้าผ่าตัด แม่อาตมา อุ้ย (หัวเราะ) แม่ผม คัตได้มั้ย

พระมหาสมปอง : ต้องหนึ่งอาทิตย์ถึงจะชินในการแยกศัพท์  

ใช้คำว่าอาตมาไม่ได้แล้ว?

ทิดไพรวัลย์ : ไม่ได้แล้ว ต้องขอโทษ ต้องผม จริงๆ วันนี้แม่เข้ารับการผ่าตัดใหญ่ ก้อนเนื้อมะเร็งใหญ่  ผมก็อยากสึกให้แม่ได้เห็น ได้ชื่นใจ ให้กำลังใจแม่ แม่ผ่าตัดเสร็จจะได้ดูแลแม่ยาวเลย เพราะอาตมาเป็นลูกคนเดียว

18 ปีที่ใช้คำว่าอาตมา วันนี้เป็นวันแรกที่ใช้คำว่าผม ไม่เกี่ยวกับเรื่องอึดอัดเรื่องรักษาการณ์เจ้าอาวาสเหรอ?

ทิดไพรวัลย์ : นั่นก็ประเด็นนึง  แต่เป็นประเด็นรอง อย่างที่พระมหาสมปองพูดว่าผมมีแพลนสึกหลายครั้งแล้ว แต่พอมีเรื่องแม่ก็ถึงจุดที่ต้องตัดสินใจว่าจะเลือกอยู่อย่างนี้หรือว่า.. อย่างที่รู้มะเร็งเป็นโรคที่ยากจะหายขาด แม่เหลือเวลาน้อยเต็มทีแล้ว เราอยากทำหน้าที่ตรงนี้ ถ้าครอบครัวผมมีลูกมากกว่า 1 คน ผมอาจไม่สึก แต่พอไม่เหลือใคร มีแค่แม่กับพ่อ พ่อก็อายุเยอะขึ้น มีแม่ที่ป่วยอีก ถ้าเราไม่ทำหน้าที่ ก็คงไม่มีใครดูท่านตรงนั้น

มีคนบอกว่าที่สึกเพราะต้องการกลับมาคิดบัญชี เหมือนที่เขียนบอกว่าเริ่ม?

ทิดไพรวัลย์ : เริ่มกลับมาใช้ชีวิตฆราวาสครับ เดี๋ยวเจอกันแน่นอน (หัวเราะ)

พระมหาสมปอง : ศึก ษ. มาแล้ว สอนเท่าไหร่ก็ไม่จำ

ไม่ได้เปิดศึก?

ทิดไพรวัลย์ : ไม่ได้เปิดศึกกับใคร แค่ถ้าเราพอจะพูดเป็นปากเป็นเสียงแทนคณะสงฆ์ได้ หรือหลวงพี่ที่ถูกรังแกก็จะพูดให้ แล้วผมพูดตรงด้วย พูดในสิ่งที่ควรพูด เราเป็นฆราวาส ชอบพูดกันเหลือเกินว่าพุทธศาสนาไม่ได้ฝากไว้กับพระภิกษุ แต่ฝากไว้กับพุทธบริษัท 4 เดี๋ยวเจอกันนะ

สึกมาเป็นนักวิชาการอิสระ คล้ายๆ อ.จตุรงค์มั้ย?

ทิดไพรวัลย์ : จริงๆ ไม่ได้สึกมาเพราะอยากทำงานวิชาการ  อยากเป็นนักวิชาการ แต่เป็นเพราะอยากดูแลแม่ อยากกลับไปบ้าน เราเบื่อ การบวชเป็นพระเราคิดว่าก็ทำให้เราได้ออกขาดจากทางโลกได้มั้ย การบรรพชาเป็นผลทางว่าง ฆราวาสเป็นช่องทางที่มันคับแคบ เราบวชพระดีกว่า แต่ผมมองว่าทางสงฆ์ทุกวันนี้มัน (ถอนหายใจ) มันคับแคบยิ่งกว่าฆราวาส กฎระเบียบมันเยอะ ยิ่งเป็นพระอยู่ในสังคมเมืองที่นอกจากเต้องคารพกฎหมายบ้านเมืองแล้ว ต้องเคารพกฎบัญญัติคณะสงฆ์ โน่นนี่นั่นอีก ทำให้เราไม่สามารถทำอะไร มีความคิดความอ่านเป็นตัวตนเราได้อย่างเต็มที่

การที่ไปบวชมา 18 ปี เห็นอะไรต่างๆ นานา ในวงการพระสงฆ์งี้เหรอ?

ทิดไพรวัลย์ : เห็นหรือเปล่าไม่รู้ แต่ที่สึก คิดว่าคิดถูกแล้ว สึกออกไปดีกว่า

วงการสงฆ์มีการเมืองมั้ย?

ทิดไพรวัลย์ : ต้องอยู่แล้วพี่หนุ่ม เห็นชัดอยู่แล้ว  อย่างผมกับพระมหาสมปองทำอะไรมีรีแอ็กชั่นโน่นนี่นั่น เดี๋ยวมีจดหมายร้องเรียน เอาเราไปสอบ อยากให้เราเชื่อง เหมือนเรามีจีวรไม่พอ จะเอาปลอกคอมาใส่ให้เราอีก คืออะไร เรารู้สึกว่ามันไม่ใช่ คณะสงฆ์ต้องอยู่กันโดยธรรม มีพระธรรมวินัย ปกครองกันก็จริง แต่ถ้าอยู่ในวัดก็ควรให้อำนาจหน้าที่เจ้าอาวาส ซึ่งเปรียบเหมือนพ่อที่ดูแลลูกพระลูกเณรภายในวัด ว่ามีมติยังไงต้องยอมรับนะ ไม่ใช่ว่าพอมีมติแล้ว ก็บีบๆ หาช่องทางอีก ผมว่ามันไม่ใช่ คณะสงฆ์ต้องไม่ใช่แบบฆราวาส ที่ใช้อำนาจมากกว่าความเป็นธรรม

ส่วนนี้ส่วนหนึ่งที่ทำให้สึก?

ทิดไพรวัลย์ : ก็ส่วนหนึ่งที่ทำให้ไม่อยากอยู่แล้ว ซึ่งขอเรียนด้วยความเคารพว่าถ้าพระผู้ใหญ่ที่เป็นเจ้าคณะปกครองเรา ไม่อยู่ในฐานะที่เราจะก้มหัวให้ ไม่มีคุณธรรมมากพอที่เราจะกราบไหว้ได้สนิทมือ ถ้าเป็นพระที่มีคุณธรรมและปกครองเรา ท่านเป็นผู้ใหญ่ ท่านตักเตือนเราแล้วเราอยากเชื่ออยากเคารพ เราก็อยากอยู่เป็นในฐานะพระลูกพระหลาน แต่นี่เรารู้สึกว่าไม่มี คุณธรรมก็ไม่มี ความรู้ก็ไม่มี เรียนก็ไม่เรียน หนังสือก็ไม่เรียน วันหนึ่งจับพลัดจับพลูมาเป็นเจ้าคณะผู้ปกครอง ผมว่ามันไม่ใช่

มีหลายปัจจัยที่ทำให้มหาต้องสึกออกมา คิดว่าจะกลับไปอีกมั้ย?

ทิดไพรวัลย์ : ไม่กลับครับ

จะอยู่ยากมั้ย คนนึงเคยบวชพระ 18 ปี วันนึงต้องเปลี่ยนชีวิตเลย?

ทิดไพรวัลย์ : ไม่ยากครับ ก็เหมือนกับตอนมาบวชใหม่ๆ มีคนพูดว่าอยู่ไม่ได้หรอก ก็อยู่มาได้ถึง 18 ปี ชีวิตคือการไปต่อ คือการมูฟ มันไปของมันได้ ชีวิตมันไม่ตันหรอก

มีคนลือว่าพระมี 300 ล้าน?

ทิดไพรวัลย์ : ดีนะที่ขอโทษ ไม่งั้นฟ้องไปแล้ว บอกช่องมันด้วย ไม่อยากเอ่ยชื่อ ผมขอพูดได้มั้ย (หัวเราะ) ที่จริงตั้งใจจะฟ้องมันแล้ว แต่เวลาฟ้องไปขึ้นศาล คนที่โดนคดี คือนักข่าวตัวเล็กตัวน้อย คนเขียนข่าว ช่องก็ลอยนวลก็ไม่อยากทำ สงสาร แต่เวลาเสนอข่าวอะไร รู้แหละว่าเกลียดไม่ชอบ แต่เวลาจะเสนอข่าว ต้องเสนอบนพื้นฐานความเป็นจริง ไม่ใช่เขียนมั่วซั่ว ส่งเดช

พอเห็นแล้วสะอึกมั้ย เรื่องมีเงิน 300 ล้าน?

ทิดไพรวัลย์ : โอ้โห มันคิดว่าอาตมาเป็นอะไร บวช 18 ปี มี 300 ล้าน เป็นเจ้ามือหวยใต้ดินเหรอ (หัวเราะ)

มีมั้ยพระที่มี 300 ล้าน?

ทิดไพรวัลย์ : ไม่รู้ อาจมีก็ได้ แต่ไม่ใช่ผมแน่นอน

พระสมปอง มี 150 ล้าน ไม่เห็นออกมาพูดเลย?

พระมหาสมปอง : อาตมาเห็นใจนะ ที่มีคนมาบอกว่าอาตมามี 150 ล้าน จริงๆ ด้วยหน้าตา ด้วยความสามารถอาตมา มีแสนล้าน ไม่ว่าจะบัญชีที่สวิตฯ ออสเตรเลีย เยอรมัน อังกฤษ เบลเยี่ยม ไปดูได้เลย

พระอาจารย์จะสึกตามมั้ย?

พระมหาสมปอง : ให้น้องไปดูลู่ทาง ระดับเราไม่ต้องสึกเอง น้องมีระดับสึกเอง ผมต้องมีคนสึกให้ (หัวเราะ)

มีในใจมั้ย?

พระมหาสมปอง : มีพี่ที่อาตมารักและเคารพมาก บอกว่าไม่ให้พูดเรื่องนี้ พี่หนุ่มก็อย่าไปพูด เดี๋ยวโดนพี่สาว ใครต่อใครดุ  เกิดอาตมาได้เป็นใหญ่เป็นโตขึ้นมา จริงๆ พระพูดว่าสึกบ่อยๆ จะไม่ได้สึก อย่างน้องไม่ได้พูดอะไรเยอะ แป๊บๆ ก็ไปแล้ว คนพูดสึกบ่อยๆ จะไม่ได้สึก

มหา รู้จักมานานมาก ปัจจุบันมีทั้งคนรักและไม่ชอบ รู้สึกยังไงบ้าง ที่ออกมาพูดบางเรื่องแล้วทำให้คนไม่พอใจสิ่งที่เราพูด เขาบอกไม่ใช่เรื่องของสงฆ์ ?

ทิดไพรวัลย์ : สินค้าที่อยู่ข้างหลังจะเข้าอาตมามั้ย (หัวเราะ) เป็นเรื่องธรรมดา ไม่ได้วอรี่ ไม่ได้แคร์ การไม่ทำกับไม่กล้า ผมว่ามีเส้นบางๆ กั้น ต้องถามใจคนพูดให้ดีก่อน ว่าที่ไม่ทำเพราะไม่กล้าที่จะทำ หรือไม่กล้าพูด ไม่กล้าคอลเอาต์เพื่อชาวบ้านตัวเล็กตัวน้อย เพื่อชาวบ้าน คุณไม่กล้า คุณขี้ขลาดกว่าฆราวาสบางคนอีก แล้วคุณมาบอกว่าไม่มีความกล้าหาญ เอาอะไรไปสอนคนอื่นก่อน ขี้ขลาดกว่าฆราวาสอีก

พระมหาสมปอง : ทำไมนั่งเหมือนโดนด่า อาตมาก็ไม่กล้า เราพูดกันในกุฏิ ในรถตู้ ถ้ามาคอลเอาต์ออกสื่อ ออกโหนกระแสก็ไม่กล้าหรอก เราเป็นกระบอกเสียงให้คนจน ไม่มีพระเณรที่ไหนทำ ซึ่งน้องเขาทำ อันนี้ต้องยอมรับ

ตัดสินใจนานมั้ยกว่าจะสึก?

ทิดไพรวัลย์ : ไม่นานครับ

ไม่เสียดายที่ครองบรรพชิตมานานเหรอ?

ทิดไพรวัลย์ : ไม่รู้จะเสียดายทำไม ในเมื่อสิ่งที่ผมได้มาจากความเป็นพระ 18 ปีไม่ได้หายไปไหน ก็ยังอยู่ เปรียญเก้าก็ยังอยู่ ความรู้ที่เรียนมาจนจบเปรียญเก้าก็ไม่ได้หายไป เราสามารถปรึกษากันได้ คุยกันได้

พระมหาสมปอง : อาตมาก็ยังไม่รู้ทั้งที่เป็นพี่ ว่าช็อตปึ้ง ตัดสินใจ โยมแม่หรือรักษาการณ์ ช็อตไหน

ทิดไพรวัลย์ : ต้องบอกว่าปัจจัยรวมกัน

โมเมนต์นึงที่ไม่เอาแล้ว?

ทิดไพรวัลย์ : ที่ปึ้งคือพอรู้ว่าแม่ต้องผ่าตัดวันที่ 3 ผมก็ไปวันนี้เลยดีกว่า จะได้ดูแลต่อเนื่อง

พระมหาสมปอง : แสดงว่าช็อตแม่นี่แหละ ที่ทำให้ตัดสินใจเด็ดขาด

ทรัพย์สมบัติให้วัดหรือเอากลับ?

ทิดไพรวัลย์ : ถ้าของบางส่วนที่ได้มาโดยตัวเราก็เอากลับ อย่างหนังสือเอาไว้ที่วัดใครจะอ่าน เอาไว้ก็ปลวกขึ้น เหมือนพระไตรปิฏก ใส่ตู้ไว้ก็ไม่มีใครอ่าน เอาไว้ทำไมถ้าไม่อ่าน เงินทองก็มี แต่ไม่ได้เยอะหรอกพี่หนุ่ม จริงๆ หลายคนออกมาพูดแล้วนะ ผอ. เลขาธิการ พระพยอมก็พูดได้ ได้เฉพาะที่มีจริงๆ กับช่วงที่มีพระมหาสมปองนี่แหละ ที่ออกมาบรรยายธรรมก็คิดว่าเป็นส่วนของเรา เพราะเป็นส่วนที่เราเอาความรู้เราไปให้คนอื่น และคนอื่นเขาพึงพอใจให้ปัจจัยเหล่านั้นมา แต่ของไม่ได้เยอะขนาดนั้น เขาเอารถมาน่ากลัวมาก

พระมหาสมปอง : น้องฉลาด ประกาศไปปุ๊บมาเลย

ทิดไพรวัลย์ : ตอนนี้มีบริษัทขนของติดต่อมาประมาณ 10 บริษัท

ใส่โสร่งทำไม?

ทิดไพรวัลย์ : นุ่งสบาย ใส่กางเกงชั้นใน พี่หนุ่มจะดูมั้ย (หัวเราะ)

บางรูปสึกออกไปไม่ใส่ เพราะไม่ชิน พระสมปองใส่มั้ย?

พระมหาสมปอง : เพื่ออะไร มันเรื่องส่วนตัวของอาตมา

ทิดไพรวัลย์ : รักษาท่านไว้เถอะ ให้ท่านสำรวม (หัวเราะ)

แล้วที่พี่ศรีสุวรรณเขาออกมาพูดว่าสมบัติต้องคืน?

ทิดไพรวัลย์ : จริงๆ ไม่อยากพูดถึงลุงศรี เราสึกออกมาแล้วอายุก็น่าจะรุ่นหลานแล้ว พูดตรงๆ ว่าไม่ใช่ญาติจริงๆ ไม่อยากถอนหงอกให้ เป็นนักกฎหมายยังไง กฎหมายง่ายๆ ก็ไม่รู้ แล้วจะเรียนกฎหมายไปเพื่ออะไร

ตอนพิมพ์ตอนเป็นพระใช้คำว่าโง่?

ทิดไพรวัลย์ : ก็โง่จริง

ไม่ได้ว่าเขา?

พระมหาสมปอง : ว่านั่นแหละ (หัวเราะ)

พี่ศรีขึ้นว่าขออวยพรให้ไอ้ทิดประสบความสำเร็จ ให้รอดพ้นปลอดภัยจากโอษฐภัยทั้งปวง?

ทิดไพรวัลย์ : ก็อยากให้ลุงศรีมอบพรนี้ให้ตัวเองด้วย เพราะปากลุงศรีก็ใช่ย่อย ฟ้องคนอื่นส่งเดช ฝากถึงลุงศรีในฐานะหลานให้ทุกข์แก่ท่าน ทุกข์นั้นถึงตัว ฟ้องคนอื่นมั่วซั่ว สักวันตัวเองต้องถูกฟ้องแน่นอน

ถ้าเป็นพระจะพูดแบบนี้มั้ย?

ทิดไพรวัลย์ : พูดครับ แล้วแอบดูนิดหน่อยตอนลุงศรีพูดในเที่ยงวันทันเหตุการณ์ ฝากถึงลุงศรีเหมือนกันว่าเลิกจองเวรจองกรรมชาวบ้านได้แล้ว การไปฟ้องคนอื่นก็เป็นการไปจองเวรจองกรรมชาวบ้านเหมือนกัน

“ศรีสุวรรณ จรรยา” อยู่ในสาย พี่ศรีอวยพรทิดไพรวัลย์เลย ติดใจอะไรยังไง เขาสึกมาแล้ว?

ศรีสุวรรณ : ไม่มี จะมาหาว่าผมกับท่านมหาไพรวัลย์มีเรื่องขัดใจกันตรงไหน ไม่มี เพียงแต่ว่าความคิดเห็นของเราอาจไม่สอดคล้องต้องกัน ก็แค่นั้นเอง ท่านสึกออกมาแล้วก็ยินดีด้วย และคิดว่าท่านคงใช้ความรู้ความสามารถที่ไปร่ำเรียนมามากมายมหาศาลเอามาปรับใช้กับชีวิต และเอาไปช่วยเหลือสังคม ในฐานะเป็นฆราวาสได้เต็มที่ และคิดว่าจะเป็นคุณูปการอย่างมหาศาลกับสังคมไทย เพราะไม่มีเงื่อนไข ไม่มีข้อกำหนด ไม่มีหลักเกณฑ์อะไรไปคอยกำหนด ไปปิดบังให้ท่านไม่พูดได้หรือไม่ได้เท่านั้นเอง ยินดีด้วยซ้ำไปที่ท่านออกมาเป็นฆราวาส ท่านจะได้ไม่ถูกใครมาค่อนแคะตำหนิติเตียน

ใครคนนั้นคือพี่ศรีหรือเปล่า?

ศรีสุวรรณ : ผมว่าไม่ใช่มั้ง ผมเป็นเศษเสี้ยวเล็กๆ เท่านั้นเอง

ท่านไพรวัลย์อยากเคลียร์ใจมั้ย?

ทิดไพรวัลย์ : หลังจากนี้ลุงศรีจะแล้วมั้ย

ศรีสุวรรณ : ไม่รู้ มันขึ้นอยู่กับสถานการณ์ครับท่านมหา อย่างไรเสียผมก็รักท่านมหาเหมือนท่านสมปองนั่นแหละ

ทิดไพรวัลย์ : ทำไมเวลาโพสต์เฟซบุ๊กกับออกสื่อ ลุงศรีมี 2 ปางหรือเปล่า

ศรีสุวรรณ : เป็นคนเดียวกันครับ แต่อยากจะเตือนท่านมหาว่าเวลาเป็นฆราวาส การพูดการจาการใช้คำพูดต้องระมัดระวังค่อนข้างสูงพอสมควร เพราะพูดไปบางทีอาจเข้าข่ายการหมิ่นประมาทบุคคลอื่นได้ ฉะนั้นไปศึกษาเทคนิคการพูดอย่างไรเพื่อไม่ให้ถูกฟ้องเรื่องหมิ่นประมาทได้ ทีนี้มันจะกลายเป็นโอษฐภัยได้ ก็เลยเน้นท่านไว้แค่นั้นเอง

เป็นห่วง?

ศรีสุวรรณ : ใช่ เป็นห่วง ว่างๆ จะเรียนเชิญท่านกินกาแฟที่บ้านสักมื้อสองมื้อ

ทิดไพรวัลย์ : (หัวเราะ) ตั้งแต่ครั้งที่แล้วก็ยังไม่ได้กินฮะ กาแฟบ้านลุงศรี

ศรีสุวรรณ : นั่นน่ะสิ ผมผิดหวังอย่างแรงเลย

ทิดไพรวัลย์ : ขอฝากไว้เรื่องนึงครับ อย่ายุ่งกับพระพี่ชายผมได้มั้ยครับ

ศรีสุวรรณ : ผมไม่ยุ่งอะไรอยู่แล้ว ผมก็โพสต์ก่อนหน้านี้ว่าไม่เห็นด้วย ให้สิกขาลาเพศออกมา

ตอนนี้พี่ศรีโดนไปกี่คดี?

ศรีสุวรรณ  : มีท่านเสรีพิสุทธิ์ ฟ้องผมคดีเดียวเท่านั้นแหละ ไม่มีปัญหา เราเป็นนักกฎหมาย อยู่ในสังคม ต้องมีเรื่องแบบนี้อยู่แล้ว

แสงยังมี ดับหรือยัง?

ศรีสุวรรณ : ไม่ๆ เรื่องนี้ยังเจิดจ้า

แสงในตัวยังเจิดจ้า?

ศรีสุวรรณ : พี่กำลังจะว่าผมหรือเปล่า (หัวเราะ)

ไม่มีอะไรกับทิดไพรวัลย์?

ศรีสุวรรณ : ไม่มี โอกาสว่างๆ จะเชิญท่านมาจิบกาแฟ ทานข้าวเที่ยงด้วยกัน

ชาวเน็ตวิจารณ์ว่าพี่ศรีเก่งแต่ในโซเชียล พอตัวจริง เหมือนอ่อนเลย?

ศรีสุวรรณ : ไม่อ่อน ปกตินิสัยผมก็เป็นอย่างนี้อยู่แล้ว

เป็นคนสองบุคลิก?

ศรีสุวรรณ : ไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ

ทิดไพรวัลย์ : ไม่มีอะไรตอนออกรายการ แต่มีอะไรทุกทีบนหน้าเฟซบุ๊ก

จะทำอะไรต่อ?

ทิดไพรวัลย์ : ก็คิดว่าเพจที่เรามีคงไม่สูญเปล่า ใช้เป็นพื้นที่ของเราที่จะทำอะไรเพื่อเลี้ยงชีพเราได้ ทำงานออนไลน์ก็ได้ มีคนอินบ็อกมาให้รีวิวเยอะแยะ

ต่อไปจะเป็นนักรีวิว?

ทิดไพรวัลย์ : ก็ได้ แต่ต้องดูว่าอันไหนพอเหมาะ มีทีมกรองว่าอันไหนถูกกฎหมาย ไม่ถูกกฎหมาย พูดได้แค่ไหน

กังวลใจมั้ย ก่อนหน้านี้ไลฟ์เพราะคนติดตาม หนึ่งเป็นพระมีความแปลกใหม่ แต่พอไม่ได้เป็นพระ จุดขายจะหายไป?

ทิดไพรวัลย์ : คิดว่าคนจำนวนไม่น้อย ติดตามผมเพราะความเป็นตัวเองของผม ตอนนี้ไลฟ์มีคนกดถูกใจ 2 ล้าน กดติดตาม 2.6 ล้าน ต่อไปจะดูเรื่องโซเชียลเป็นหลักในการทำงาน ช่วยทุบศาลแทนหมอปลาได้ ช่วยอ้วกแทนได้ (หัวเราะ) ฝากถึงพี่หมอปลา ต่อไปไม่ต้องอ้วกแล้ว ผมอ้วกแทน (หัวเราะ) เดี๋ยวจะไปหาหมอปลา

เย็นนี้จะกินหมูหันเหรอ ฉลองสึก?

ทิดไพรวัลย์ : (หัวเราะ) น่าจะเป็นปลากระป๋องหมอปลา ดีมาก

พระมหาสมปอง : ไลโอต้องเข้าแล้ว กรรชัยต้องกำเนิดผมให้น้องอาตมา

ทิดไพรวัลย์ : พี่ศรีครับ พระมหาสมปองรีวิวอีกแล้ว (หัวเราะ)

หลังจากนี้ใช้ชีวิตปกติ จะมีแฟนมั้ย?

ทิดไพรวัลย์ : เมื่อเช้าประกาศหาแล้ว บอกว่าโสดนะ แฟนเรื่องของอนาคต แต่เป็นฆราวาสแล้ว ก็เป็นเรื่องปกติ ดูความเหมาะสม จะพยายามทำให้สังคมเห็นว่าการที่ใครสักคนนึงสึกจากพระ ไม่ใช่การหมดบุญนะ ไม่ใช่การตายแล้ว ทุกคนควรมีสิทธิ์ในการเลือกเส้นทางชีวิตของตัวเอง ว่าจะอยู่เป็นพระหรือฆราวาส ชีวิตสามารถงอกงามเติบโตได้ ไม่ว่าจะอยู่ช่องทางไหน

พระมหาสมปอง : เพื่อนอาจารย์มีหลายคนที่สึกแล้วไปเป็นอาจารย์ เจ้าของธุรกิจ ประกัน โน่นนี่นั่น ร่ำรวย ไม่ใช่สึกแล้วด้อยค่า ไร้ค่า

ไปเล่นหนังด้วยตอนเป็นพระ ฉากถูกตัดทิ้ง เพราะเขาไม่ให้พระเล่นหนังเหรอ?

ทิดไพรวัลย์ : พระบางรูปก็เล่นได้  

พระมหาสมปอง : ไปเล่นได้ยังไง เป็นพระเป็นเจ้า อย่าลืมไปดูนะ

ทิดไพรวัลย์ : ก็อยู่ที่ไปเจอคณะกรรมการชุดไหน เท่านั้นเอง ไม่ได้มีอะไรเกินเลย แค่พรมน้ำมนต์ ตอนนี้ตัดไปแล้ว ตอนตัดยังไม่สึก สึกแล้วก็น่าจะใส่ไม่ได้

พระมหาสมปอง : อย่าตัดของอาตมาเด้อ อาตมาสวนเด้อ

เวลาออกมา ภาพที่ออกมา บางกลุ่มเขาก็ไม่ชอบ บางคนบอกว่าพระพุทธศาสนาในอดีตกาล เขาบอกเปลี่ยนไม่ได้ ต้องเหมือนเดิม?

พระมหาสมปอง : โลกมันเปลี่ยนทุกวัน แอปพลิเคชั่นมาก็เปลี่ยนแล้ว มีเด็กถามว่าพระพุทธเจ้าถ้าอยู่สมัยนี้ท่านจะไลฟ์มั้ย ก็ตอบได้เลยว่าไลฟ์ แล้วพระอานนท์จะบล็อกมั้ยถ้ามีคนด่าพระพุทธเจ้า บล็อกฮะ เชื่อเถอะ พระสารีบุตรจะส่งคนไปสแปมคนด่าพระพุทธเจ้ามั้ย ส่ง ใช้ทุกอย่างที่เป็นประโยชน์อยู่แล้ว

สึกเมื่อไหร่?

พระมหาสมปอง : มีพี่สาวที่อาจารย์รักที่สุดบอกว่าอย่าพูด

กลัวมั้ยเวลาพูดอะไรแบบนี้?

ทิดไพรวัลย์ : ถ้าเดินริมทะเลขนาดนั้น คงไม่ต้องกลัวแล้วล่ะครับ (หัวเราะ)

พระมหาสมปอง : มันเลยจุดกลัวมาแล้ว ก่อนหน้านี้กลัวจริงๆ กลัวคนด่า กลัวคนไล่สึก กลัวนั่นนี่ แต่จุดนึงเหมือนน้องบอก เราไม่อยากเชื่องเพราะเราไม่ใช่หมา เราไม่อยากม่ปลอกคอ  เราไม่ได้โง่ ที่บ้านเลี้ยงควายอยู่ ควายก็ไม่ได้โง่ด้วย เรายังไงก็ได้ ถ้าอยู่ตรงนี้มีคุณค่าทำประโยชน์ได้ เราก็อยากอยู่ แต่ถ้าสังคมคิดว่าเราไม่มีคุณค่า อย่าอยู่เลย เราก็จะออกไปก็ได้

ถ้าคนบอกว่าให้พระมหาสมปองเก็บตัวเงียบๆ สักปี ไม่ออกมาไลฟ์ ?

พระมหาสมปอง : อกแตกฮะ เราไม่ได้เกิดมาเพื่อให้คนทำอย่างนั้นอย่างนี้ เรามีจุดของเรา โดยที่พอเหมาะพอสม เรามีเวย์เล็กๆ ให้ทำประโยชน์ ทำความดี ให้เราอยู่จุดนี้ ถ้าถึงจุดที่อาตมาเคยย้ำว่าหมดประโยชน์กับสังคมนี้เมื่อไหร่ อาตมาจะไปอยู่ในสถานภาพอื่น ที่มีมากมาย พิธีกรก็เข้าท่าดี

สึกออกมา วิถีชีวิตเปลี่ยนไป ยึดโซเชียลเป็นหลัก เป็นนักวิชาการอิสระ ไปบรรยายพูดออกรายการ ผมก็เชิญมาออกรายได้?

ทิดไพรวัลย์ : ยินดีครับ โดยเฉพาะเรื่องราวที่เกี่ยวกับคณะสงฆ์ เชิญมาออกรายการได้เลย

พระมหาสมปอง : ชัดมาก

สึกมาเพื่อเปิดศึก?

ทิดไพรวัลย์ : ไม่เปิดศึกหรอกครับ แต่ถ้าอะไรไม่เป็นธรรม จะพูดให้ชัดขึ้น สำนักพุทธต้องจัดแน่นอน ถ้าพูดในรายการคงไม่พอ ผมเคยพูดว่าสำนักพุทธสร้างมาเพราะมีชาวพุทธไปร้องที่รัฐสภาจนได้สำนักพุทธมาเพื่อให้ช่วยเหลือดูแลกิจการพระศาสนา ดูแลพระหนุ่มเณรน้อย แต่ทุกวันนี้สำนักพุทธไม่เคยทำหน้าที่ตรงนี้เลย ทำหน้าที่ส่งจดหมายร้องเรียน แล้วเรื่องของผม ที่ถูกคณะกรรมการสงฆ์สอบ คนที่เป็นคนร้องคือสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ สำนักงานพุทธทำหน้าที่ร้องพระ ร้องสอบพระ ใช่หน้าที่ของมันเหรอ ผมรู้สึกว่าไม่ใช่หน้าที่ที่มันต้องทำเรื่องพวกนี้  มันต้องทำหน้าที่ส่งเสริมความเจริญความก้าวหน้าพระพุทธศาสนา ดูแลพระหนุ่มเณรน้อย เอามันมาบวชเลย คนอยู่ในสำนักงานพุทธ เอามาบวชเป็นพระแทน

ทำไมไม่คุยแบบนี้ตั้งแต่แรก?

ทิดไพรวัลย์ : อยากคุยเหมือนกัน แต่ถ้าคุยมันจะส่งจดหมายมาอีก

จัดซะหน่อยมั้ย?

พระมหาสมปอง : สำนักพุทธเกิดจากการเมือง พระรูปนึงไปร้องที่รัฐสภา แต่ตอนหลังห้ามพระเณรไปยุ่งการเมือง แต่ตัวเองไปร้องมาเอง มันย้อนแย้ง

ทิดไพรวัลย์ : พวกหัวดำอยากคุมหัวโล้น 

ตอนนี้โยมแม่เป็นยังไง?

ทิดไพรวัลย์ : คิดว่าอยู่ได้ เพราะได้ข่าวว่าพี่หนุ่มจะให้ก้อนนึงไปมีชีวิตที่ดี  (หัวเราะถูกใจ)

มติบอร์ด กพฐ.เคาะเลิกสอบเข้า’อนุบาล-ป.1′ คาดจับสลาก-แนวทางอื่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/619842

มติบอร์ด กพฐ.เคาะเลิกสอบเข้า'อนุบาล-ป.1' คาดจับสลาก-แนวทางอื่น

วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 14.29 น.

เมื่อวันที่ 3 ธันวาคม 2564 ศ.บัณฑิต เอื้ออาภรณ์ อธิการบดีจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ในฐานะประธานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (กพฐ.) เปิดเผยภายหลังการประชุม กพฐ.นัดแรก ว่า ที่ประชุมพิจารณาหน้าที่ของคณะกรรมการ กพฐ.ทำอย่างไรจึงจะทำให้การบริหารงาน และพัฒนาคุณภาพผู้เรียนมากขึ้น คุณภาพโรงเรียนให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ช่วยยกระดับบุคลากรไทยในอนาคต โดยนโยบายของคณะกรรมการ กพฐ.ชุดนี้ได้ตั้งแนวทางในการทำงานตามพันธกิจ ทั้งหมด 4 ด้าน คือ 1.ด้านความปลอดภัย ซึ่งก็ตรงกับนโยบายของ ศธ. 2.ด้านโอกาสและการลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา 3.ด้านคุณภาพ และ 4.ด้านประสิทธิภาพการบริหารงาน เนื่องจากมีนักเรียน ครู และโรงเรียรจำนวนมาก จะการบริหารงานภายใต้เงื่อนไขให้มีประสิทธิภาพได้อย่างไร จะต้องปรับเปลี่ยนอะไรบ้าง จะต้องนำเทคโนโลยีเข้ามาใช้ ในการยกระดับคุณภาพและประสิทธิภาพของระบบการศึกษาอย่างไร ซึ่งทั้งหมดนี้จะใช้เป็นแนวทางในการพัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาในอนาคตต่อไป

“ที่ประชุมหารือนโยบายการทำงานของคณะกรรมการ กพฐ.ซึ่งประกอบด้วยพัฒกิจต่างๆ โดยเฉพาะการจัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของมนุษย์และของประเทศ ตรงกับนโยบายของ น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) ทั้งด้านความปลอดภัย และด้านโอกาสและลดความเหลื่อมล้ำทางการศึกษา รวมถึงจะต้องเป็นการพัฒนาที่ให้นักเรียนสามารถใช้ศักยภาพได้อย่างเต็มที่ ซึ่งเท่าที่ดูภาพรวมนโยบายของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ค่อนข้างครอบคลุม โดยที่ประชุมได้มอบหมายให้ สพฐ.ไปดูเพิ่มเติมว่าจะทำอย่างไร จึงจะทำให้การจัดการศึกษาเป็นไปอย่างมีประสิทธิภาพ รวมถึงต้องนำเทคโนโลยีมาใช้ประกอบการจัดการศึกษาให้มีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น” ศ.บัณฑิต กล่าว

ศ.บัณฑิต กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ ที่ประชุมยังหารือนโยบายรับนักเรียนเข้าเรียนต่อในสถานศึกษาสังกัด สพฐ.ปีการศึกษา 2565 โดยที่ประชุมเห็นชอบให้ยกเลิกการสอบข้อเขียน เพื่อรับเด็กเข้าเรียนระดับขั้นอนุบาล และชั้นประถมศึกษา โดยให้อำนาจคณะกรรมการสถานศึกษาพิจารณาแนวทางการรับเด็กเข้าเรียน ซึ่งอาจใช้วิธีจับสลากหรือใช้แนวทางอื่น ตามแต่ที่สถานศึกษากำหนด

ชื่นชมเด็กไทยเก่ง คว้าอันดับ 8 จาก 200 ทีม การแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/619842

ชื่นชมเด็กไทยเก่ง คว้าอันดับ 8 จาก 200 ทีม การแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลก

วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 11.53 น.

นายกฯชื่นชมเด็กไทยเก่ง คว้ารางวัลอันดับ 8 การแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลก World Robot Olympiad 2021 ย้ำต้องสร้างบุคลากรด้านนี้ให้มาก คือความต้องการของประเทศ

3 ธันวาคม 2564 นางสาวรัชดา ธนาดิเรก รองโฆษกประจำสำนักนายกรัฐมนตรี เผยว่า พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวชื่นชมผลการแข่งขันหุ่นยนต์ระดับโลก World Robot Olympiad 2021 (WRO 2021) ในประเภทรุ่นอายุไม่เกิน 12 ปี ซึ่ง ทีม K.P.Y. Panya Robot ซึ่งเป็นแชมป์ประเทศไทย สามารถคว้ารางวัล อันดับที่ 8 มาครอง จากประเทศเข้าร่วมแข่งขัน 65 ประเทศรวมกว่า 200 ทีมทั่วโลก โดยการแช่งขันได้จัดในรูปแบบออนไลน์เมื่อวันที่ 18-21 พ.ย. ที่ผ่านมา สมาชิกในทีมประกอบด้วย ด.ญ.ลัลน์ญดา ชาญจิตรเลขา  อายุ 10 ขวบ จากโรงเรียนอำนวยศิลป์ ด.ช.นพรุจ ฉันทสกุลเดช อายุ 11 ขวบ จากโรงเรียนกรุงเทพคริสเตียนวิทยาลัย และ ด.ช.ธนกฤต มยุรฤทธิ์ภิบาล อายุ 12 ปี จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒประสานมิตร(ฝ่ายประถม)

รองโฆษกฯ กล่าวต่อว่า นายกรัฐมนตรีรู้สึกยินดีที่เด็กไทยสามารถนำความรู้และทักษะมาพัฒนาต่อยอดโดยเฉพาะในประเด็นใหม่ๆ เช่น ความรู้ด้านหุ่นยนต์ (Robotics) ซึ่งเป็นความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นปัจจัยสำคัญของการเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขันของประเทศ ซึ่งรัฐบาลจะมุ่งเน้นในการยกระดับคุณภาพการศึกษาและการเรียนรู้ให้มีคุณภาพและก้าวทันความเปลี่ยนแปลงไปของโลก อาทิ การริเริ่มการเรียนรูปแบบหุ่นยนต์ศึกษาและสะเต็มศึกษา STEM Robotics ตั้งแต่ในระดับประถม ได้ดำเนินการในหลายโรงเรียนที่มีความพร้อมแล้ว และมีกิจกรรมการเรียนการสอนหุ่นยนต์ศึกษาอย่างต่อเนื่องจนถึงชั้นอุดมศึกษา

“ประเทศไทยมีความต้องการบุคลากรด้านหุ่นยนต์และระบบอัตโนมัติอย่างมาก โดยตลาดหุ่นยนต์ในประเทศเติบโตอย่างรวดเร็ว ซึ่งจะเป็นประโยชน์ต่ออุตสาหกรรมไทยเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขันได้ในระดับโลก  ลดต้นทุนและเพิ่มกำไรโดยเฉพาะอย่างยิ่งอุตสาหกรรมในพื้นที่ EEC ซึ่งรัฐบาลได้ร่วมมือกับสถาบันการศึกษา สมาคม และภาคเอกชนหลายแห่ง สนับสนุนการพัฒนาระบบอัตโนมัติและหุ่นยนต์เพื่อเพิ่มขีดความสามารถในการผลิต ขณะนี้ มีศูนย์วิจัยและพัฒนาและศูนย์ฝึกอบรมบุคลากร อาทิ สถาบันวิทยาการหุ่นยนต์ ภาคสนาม (FIBO) สมาคมวิชาการหุ่นยนต์ไทย (TRS) และสมาคมผู้ประกอบการระบบอัตโนมัติและห่นุยนต์ไทย (TARA) ที่จะช่วยสร้างบุคลากรและผลักดันอุตสาหกรรมหุ่นยนต์ไทยให้ก้าวหน้าและเติบโตไปในอนาคต” นางสาวรัชดา กล่าว

ศธ.ทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ในหลวง ร.9

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/619812

ศธ.ทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ในหลวง ร.9

วันศุกร์ ที่ 3 ธันวาคม พ.ศ. 2564, 09.06 น.

“ตรีนุช-2 รมช.ศธ.”และคณะผู้บริหาร ข้าราชการ ศธ.ทำบุญตักบาตรถวายเป็นพระราชกุศลเนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ ในหลวง ร.9

เมื่อเวลา 07.00 น.วันที่ 3 ธันวาคม 2564 น.ส.ตรีนุช เทียนทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธานในพิธีทำบุญตักบาตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ ประจำปีพุทธศักราช 2564 ณ บริเวณสนามหญ้ากระทรวงศึกษาชิการ โดยมี คุณหญิงกัลยา โสภณพนิช รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) นางกนกวรรณ วิลาวัลย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมช.ศธ.) และผู้บริหารระดับสูง ข้าราชการ และบุคลากร ร่วมในพิธี บริเวณสนามหญ้ากระทรวงศึกษาธิการ

ที่พลับพลาพิธี บริเวณสนามหญ้ากระทรวงศึกษาธิการ พระสงฆ์ จำนวน 10 รูป ขึ้นนั่งอาสนะสงฆ์ ประธานในพิธีจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย จุดเครื่องทองน้อยหน้าพระบรมฉายาลักษณ์พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา อาราธนาศีล ประธานสงฆ์ให้ศิล
เจ้าหน้าที่กรมการศาสนา อาราชนาพระปริตร พระสงฆ์สวดพระพุทธมนต์ ประธานในพิธี และผู้บริหารระดับสูงที่ได้รับบัตรเชิญ รวม 10 ท่านประเคนจตุปัจจัยไทยธรรม ประธานในพิธี ทอดผ้าไตร จำนวน 10 ไตร พระสงฆ์สดับปกรณ์ พระสงฆ์อนุโมทนา ประธานในพิธี กรวดน้ำ ประธานในพิธี กราบลาพระรัตนตรัย ประธานในพิธี ถวายความเครพพระบรมฉายาลักษณ์ ต่อจากนั้น ประธานในพิธี ผู้บริหาร และบุคลากร ร่วมตักบาตรพระสงฆ์และสามเณรรวม 89 รูป เสร็จสิ้นพิธี

ทั้งนี้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เป็นพระมหากษัตริย์ไทย รัชกาลที่ 9 แห่งราชวงศ์จักรี เป็นพระมหากษัตริย์ที่ทรงครองสิริราชสมบัติยาวนานที่สุดในประเทศไทย และเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เสด็จพระราชสมภพ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2470 เมืองเคมบริดจ์ ในรัฐแมสซาชูเซตส์ สหรัฐอเมริกา เป็นพระราชโอรสในสมเด็จพระมหิตลาธิเบศร อดุลยเดชวิกรม พระบรมราชชนก กับสมเด็จพระศรีนครินทราบรมราชชนนี

เสด็จขึ้นครองราชย์เป็นพระมหากษัตริย์ รัชกาลที่ 9 แห่งพระบรมราชจักชีวงศ์ เมื่อวันที่ 9 มิถุนายน พ.ศ.2489 ทรงเฉลิมพระปรมาภิไธย ว่า สมด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดช ต่อมาได้ทรงประกอบ พระราชพิธีบรมราชาภิเษกตามโบราณขัตติยราชประเพณี ทรงเฉลิมพระปรมาภิไธยตามจารึกในพระสุพรรณบัฏ ว่า “พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มหิตลาธิเบศรรามาธิบดี จักรีนฤบดินทร สยามินทราธิราช บรมนาถบพิตร”

พระราชกรณียกิจด้านการศึกษา ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระราชทรัพย์ส่วนพระองค์จัดตั้งมูลนิธิอานันทมหิดลขึ้น เมื่อปี พ.ศ.2502 โดยมีวัตฤประสงค์เพื่อพระราชทานทุนแก่นิสิตนักศึกษาที่มีผลการเรียนดีเด่นในด้านต่างๆ ให้นิสิตนักศึกษาเหล่านั้นได้มีโอกาสไปศึกษาหาความรู้ วิชาการชั้นสูง ในต่างประเทศ และนำความรู้นั้นกลับมาใช้พัฒนาบ้านเมือง

ส่วนในประเทศพระองค์ทรงให้การอุปถัมภ์ในด้านต่างๆ เช่น ทรงพระราชทานพระราชทรัพย์ช่วยเหลือให้คำแนะนำ รวมทั้งเสด็จพระราชดำเนินไปเยี่ยมเยียน และพระราชทานพระบรมราโชวาท เพื่อสนับสนุนและเป็นกำลังใจแก่ครูและนักเรียนของโรงเรียน โรงเรียนในพระบรมราชูปถัมภ์ มีทั้งโรงเรียนรัฐบาล และโรงเรียนเอกชน ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้รัฐบาลเป็นผู้ดำเนินการจัดการบริหารทางการศึกษาแบบให้เปล่าตั้งแต่ระดับชั้นประถมศึกษา จนถึงระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย นอกจากนี้
ตลอดรัชสมัย พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช จะเสด็จพระราชดำเนินไปยังสถาบันอุดมศึกษาของรัฐ เพื่อพระรชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษา เพื่อเป็นกำลังใจให้แก่เหล่านิสิตผู้สำเร็จการศึกษา

นับตั้งแต่เดือนตุลาคม พ.ศ.2557 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จแปรพระราชฐานไปประทับรักษาพระอาการพระโรคไข้หวัดและพระปัปผาสะอักเสบ ณ อาคารเฉลิมพระเกียรติ โรงพยาบาลศิริราช ตลอดมา แต่พระอาการประชวรได้ทรุดหนักลงตามลำดับ และเสด็จสวรรคต เมื่อวันพฤหัสบดีที่ 13 ตุลาคม พ.ศ.2559 เวลา 15.52 น.สิริพระชนมพรรษา 88 พรรษา 313 วัน – 006