Department of Tourism announces new direction

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/pr-news/perspective/40014151


Taweesak Vanichareon (5th from left), director-general of the Department of Tourism (DOT), Ministry of Tourism and Sports, together with DOT’s executives recently organized a press conference to announce the new direction of DOT’s operation.

Department of Tourism announces new direction

Under the concept of “DOT: Step up to New Chapter”, the new direction features five key elements of  Corporate, Innovation, Creativities, Networking, and Professional to develop tourism products and services, tourism sites as well as tourism personnel.

DOT aims to promote the tourism industry, domestic guides as well as foreign filmmaking in Thailand in accordance with the BCG (Bio-Circular-Green) economic model. The press conference has been held at Sukhumvit Room 1-2, The Grande Centre Point Terminal 21 in Bangkok.

Published : April 04, 2022

By : THE NATION

เมืองปทุมฯจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/679298

วันที่ 28 มี.ค. 2565 เวลา 20:30 น.เมืองปทุมฯจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคล

ปทุมธานี-จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี

เมื่อวันที่ 28 มีนาคม ที่วัดประยูรธรรมาราม ตำบลคูตค อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี นายจรูญศักดิ์ สิงหเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ประธานฝ่ายฆราวาส ในพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ประจำปีพุทธศักราช 2565 โดยมี พระราชสุทธิธรรมาจารย์ (สำอางค์) เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ พร้อมด้วยคณะสงฆ์ นายดรณ์ สมิตะเกษตริน ปลัดจังหวัดปทุมธานี นายพิษณุ ประภาธนานันท์ นายอำเภอเมืองปทุมธานี ว่าที่ร.ต.ธีระพล โชคนำชัย นายอำเภอลำลูกกา นายเศรษฐรัชต์ เลือดสกุล อุตสาหกรรมจังหวัดปทุมธานี หัวหน้าส่วนราชการ และประชาชน เข้าร่วมพิธี

นายจรูญศักดิ์ สิงหเดช รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี ประธานฝ่ายฆราวาส เปิดกรวยถวายราชสักการะเบื้องหน้าพระบรมฉายาลักษณ์ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี จากนั้นประธานสงฆ์นำสวดพระพุทธมนต์ พระสงฆ์ให้ศีล ต่อจากนั้นเจริญจิตภาวนาเป็นพระราชกุศลฯ และกรวดน้ำ เป็นอันเสร็จพิธีสำหรับพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี เพื่อเป็นการแสดงออกถึงความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ ซึ่งเป็นสถาบันหลักของชาติ และถวายเป็นพระราชกุศลและน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ของพระมหากษัตริย์รวมถึงพระบรมวงศานุวงศ์ทุกพระองค์ของประเทศไทย ที่ทรงมีคุณูปการต่อประเทศชาติและปวงชนชาวไทย

ฃนอกจากนี้ ยังเป็นการสร้างขวัญกำลังใจ ให้พุทธศาสนิกชนที่เป็นพสกนิกรของพระองค์ และยังทำให้สังคมเกิดความสงบร่มเย็น สันติสุข ด้วยการนำหลักธรรมจากบทสวดเจริญพระพุทธมนต์มาประพฤติปฏิบัติในชีวิตประจำวัน และเป็นการสอนใจประชาชนให้มีสติ ให้ตั้งมั่นในคุณงามความดี พิจารณาถึงความไม่เที่ยงของทุกสิ่ง ไม่ประมาทกับการใช้ชีวิตจะสามารถดำรงชีวิตอยู่บนความถูกต้องตามทำนองครองธรรม ซึ่งพิธีเจริญพระพุทธมนต์ถวายพระพรชัยมงคลแด่ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ พระบรมราชินีนาถ พระบรมราชชนนีพันปีหลวง และสมเด็จพระนางเจ้าพระบรมราชินี ทั้งนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานี กำหนดจัดทุกวันที่ 28 ของทุกเดือน

“สมเด็จพระวันรัต”เจ้าอาวาสวัดบวรฯละสังขาร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/678208

วันที่ 15 มี.ค. 2565 เวลา 16:21 น."สมเด็จพระวันรัต"เจ้าอาวาสวัดบวรฯละสังขาร

สมเด็จพระวันรัต เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร มรณภาพแล้วหลังเข้ารักษาการป่วยด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์

เมื่อวันที่ 15 มีนาคม นายสิปป์บวร แก้วงาม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า ได้รับแจ้งจากทางวัดบวรนิเวศวิหารว่า สมเด็จพระวันรัต (จุนท์ พฺรหฺมคุตฺโต ป.ธ.๙)กรรมการมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหารผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนเจ้าคณะใหญ่คณะธรรมยุตประธานคณะสนองงานสมเด็จพระสังฆราชได้ถึงแก่การมรณภาพ เมื่อเวลา 14.22 น.ด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลือง ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สิริอายุ 85 ปี ส่วนพิธีการต่าง ๆ ทางวัดจะแจ้งให้ทราบต่อไป

ทั้งนี้ ก่อนหน้านี้ สมเด็จพระวันรัต เข้ารับการรักษาอาพาธด้วยโรคมะเร็งต่อมน้ำเหลืองที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ 

สำหรับ สมเด็จพระวันรัต มีนามเดิมว่า จุนท์ พราหมณ์พิทักษ์ เกิดเมื่อวันพฤหัสบดีที่ 17 กันยายน 2479 ขึ้น 1 ค่ำ เดือน 11 ปีชวด ณ บ้านเกาะเกตุ ต.ชำราก อ.เมืองตราด จ.ตราด โยมบิดา มารดา ชื่อ นายจันทร์ และนางเหล็ย พราหมณ์พิทักษ์ สำเร็จการศึกษาชั้นประถมปีที่ 4 จากโรงเรียนวัดคิรีวิหาร ต.ชำราก อ.เมืองตราด จ.ตราด

จากนั้น ได้เข้าพิธีบรรพชาเมื่อวันพุธที่ 12 พฤษภาคม 2491 ณ วัดคิรีวิหาร ต.ชำราก อ.เมืองตราด จ.ตราด โดยมีพระวินัยบัณฑิตเป็นพระอุปัชฌาย์ กระทั่งอายุครบ 20 ปีบริบูรณ์ ได้เข้าพิธีอุปสมบท เมื่อวันอาทิตย์ที่ 8 กรกฎาคม 2499 ณ พระอุโบสถวัดบวรนิเวศวิหาร โดยมีสมเด็จพระสังฆราชเจ้า กรมหลวงวชิรญาณวงศ์ เป็นพระอุปัชฌาย์ พระวินัยบัณฑิต (ถาวร ฐานุตฺตโร) วัดคิรีวิหาร จ.ตราด เป็นพระกรรมวาจาจารย์ และพระครูวิสุทธิธรรมภาณ (แจ่ม ธมฺมสาโร) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ หลังอุปสมบทได้ศึกษาพระปริยัติธรรมจนสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค จากสำนักเรียนวัดบวรนิเวศวิหาร

หนึ่งเดียวในไทย ที่วัดราชาธิวาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/678114

วันที่ 14 มี.ค. 2565 เวลา 19:01 น.หนึ่งเดียวในไทย ที่วัดราชาธิวาส

โดย…สมาน สุดโต

*******************

เรื่องหนึ่งเดียวที่วัดราชาธิวาสนี้ ผมเน้นเรื่องที่มีและเกิดที่วัดนี้ มีผลดีต่อสังคมไทยตราบถึงปัจจุบัน ตอนแรกผมเล่าเรื่อง วชิรญาณภิกขุ หรือพระบาทสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 4 ประทับ ณ วัดสมอราย ที่ทรงแลกเปลี่ยนเรียนรู้วิชาการสมัยใหม่ กับสังฆราชคริสต์ นิกายโมันคาทอลิก นามว่า ปาเลอ กัว ชาวฝรั่งเศส ซึ่งพำนักที่วัดคอนเซปชัญ สามเสน ทำให้เกิดความก้าวหน้าทันโลกขึ้น

ส่วนสังฆราชปาเลอ กัว นักภาษาศาสตร์ นักวิทยาศาสตร์ นอกจากถ่ายทอดวิชาการให้ท่านวชิรญาณภิกขุแล้ว ตนเองได้ขอเรียนภาษาไทย และบาลี กับท่านวชิรญาณภิกขุด้วย เรื่องหนึ่งเดียวในไทย ที่วัดราชาธิวาส เริ่มเมื่อพระวชิรญาณภิกขุ ทรงผนวชที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราเมื่อ พศ.2367 และเสด็ประทับที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ 3 วัน เพื่อปรนนิบัติพระอุปัชฌาย์

หลังจากสมเด็จพระปิยมหาราช รัชกาลที่ 5 ได้สร้างพระพุทธสัมพรรณี กาไหลทองคำมาเป็นพระประธานองค์ใหม่ผู้ที่ออกแบบปั้นพระพุทธสัมพรรณี ได้แก่ พระวรวงศ์เธอพระองค์เจ้าประดิษฐวรการ โดยจำลองแบบจากพระพุทธสัมพรรณี ในพระอุโบสถวัดพระศรีรัตนศาสดาราม ที่รัชกาลที่ 4 ทรงสร้างขึ้น

ในการจัดสร้างนั้น สมเด็จพระปิยะมหาราช ทรงกำกับด้วยพระองค์เอง เช่น ทรงบรรจุพระบรมสารีริกธาตุในผอบทองคำแล้วนำไปบรรจุที่พระเกศพระสัมพุทธพรรณี แต่ยังไม่อันอัญเชิญมาประดิษฐานที่พระอุโบสถวัดราชาธิวาส ได้เสด็จสวรรคตก่อน

ต่อมาพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาล 6 ทรงให้อัญเชิญมาประดิษฐ์เป็นพระประธานในพระอุโบสถ วัดราชาธิวาส เมื่อวันที่ 8 ตุลาคม 2462 พระครูสุนทรธรรมพิทักษ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส ชี้ชวนให้ชมผนังหลังคูหา พระพุทธสัมพรรณี ที่เป็นปูนปั้นปิดทอง จำลองพระราชลัญจกร 5 รัชกาล คือรัชกาลที่ 1 ถึงรัชกาลที่ 5 ที่ผนังในคูหาเป็นภาพจิตรกรรมพระพุทธเจ้า ลอยในอากาศ เทวดาเฝ้าสักการะ ทั้ง 2 ข้าง ที่พื้นดินเขียนภาพกษัตริย์ศากยวงศ์นั่งอยู่ ถ้ามองด้านบน เกิดจินตนาการเหมือนพระพุทธเจ้าลอยมาบนเศียรศากยวงศ์

ผนังพระอุโบสถเป็นจิตรกรรมเล่าเรื่องพระเวสสันดรชาดก 13 กัณฑ์ ภาพในชาดกแตกต่างจากภาพที่เราเห็นทั่วไป เพราะพระเวสสันดรก็ดี พระนางมัทรีก็ดี ชูชกก็ดี พรานเจตบุตก็ดี รวมทั้งบุคคลอื่นๆ เช่น กัณหาชาลี มีความเป็นธรรมชาติแบบมนุษย์ หน้าตาแต่ละองค์มองดูคล้ายฝรั่ง หรือชาวตะวันตก ลักษณะเป็นธรรมชาติ เป็นคนจริงๆ เพราะศิลปินคนลงสีและขยายภาพเป็นจิตรกรชาวอิตาลี ที่มีชื่อว่า นายคาร์โล ริโกลี (Carlo Rigoli)

ส่วนผู้ออกแบบ ลงลายเส้นได้แก่ สมเด็จเจ้าฟ้า กรมพระยานริศรานุวัดติวงศ์ ภาพเวสสันดรชาดก ชุดนี้จึงแปลกจากที่เราชาวไทยคุ้นเคย เช่นภาพที่เขียนโดย เหม เวชกร ที่มีความอ่อนช้อยสรวมชฎา เหมือนละครแม้ว่าจะเดินดงก็ตาม ส่วนประวัติจิตรกร คาร์โล ริโกลี ชาวอิตาลีนั้น ได้เข้ามาเขียนภาพในสยาม ในสมัยรัชกาลที่ 5 

ภาพที่มีชื่อเสียงได้แก่ ภาพผนังเพดานโดมในพระที่นั่งอนันตสมาคมภาพประดับเพดานพระที่นั่งบรมพิมาน และภาพพระอาทิตย์ชักราชรถ ออกแบบโดยสมเด็จเจ้าฟ้ากรมพระยานริศรานุวัดติสงศ์ และ คาร์โล ริโกลี ขยายแบบและลงสีภาพนี้จะเห็นในตาลปัตร พัดรอง ที่สร้างถวายพระสงฆ์ ปัจจุบัน จัดแสดงที่วังปลายเนิน และพิพิธภัณฑ์สถานแห่งชาติพระนคร

เรื่องที่ผมเล่านี้อ้างอิงจากที่พระครูสุนทรธรรมพิทักษ์ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดราชาธิวาส เอกสารอ้างอิงของวัด และจากการบรรยายโดย รศ.ดร. ปรีดี พิศภูมิวิถี แห่งมหาวิทยาลัยมหิดล

ขอบคุณท่านทูตธานี แสงรัตน์ อธิบดีกรมสารนิเทศ กระทรวงการต่างประเทศ ที่จัดโครงการให้ศึกษาความเป็นพหุสังคมวัฒนธรรม ของไทยที่มีมาแต่อดีต และจะยังอยู่คู่ประเทศไทยตลอดไป

เดินหน้าสร้างความเกื้อหนุนระหว่างวัด-ชุมชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/676524

วันที่ 24 ก.พ. 2565 เวลา 15:25 น.เดินหน้าสร้างความเกื้อหนุนระหว่างวัด-ชุมชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน

สมเด็จพระมหาธีราจารย์ ปลัดกระทรวงมหาดไทย ร่วมลงนามความร่วมมือบทบาทในการเกื้อหนุนระหว่างวัดและชุมชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืนหนุนเสริมชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ให้เป็นสถาบันหลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความสุข

เมื่อวันที่ 24 ก.พ. เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กรรมการมหาเถรสมาคม ประธานคณะกรรมการฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม เจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย และ ดร.สุรินทร์ คำฝอย รักษาการแทนรองอธิการบดีฝ่ายแผนงาน สถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง (สจล.) ร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือบทบาทในการเกื้อหนุนระหว่างวัดและชุมชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน โดยมี พระธรรมวชิรโมลี เจ้าอาวาสวัดยานนาวา รองประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศของมหาเถรสมาคม พระเทพวชิรโมลี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระเชตุพนฯ พระปัญญาวชิรโมลี เจ้าอาวาสวัดป่าศรีแสงธรรม ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย พระพิพัฒน์วชิโรภาส ผู้อำนวยการศูนย์พุทธธรรมสมเด็จพระมหาธีราจารย์ ป่าดงใหญ่วังอ้อ ที่ปรึกษาปลัดกระทรวงมหาดไทย พระเถรานุเถระ พร้อมเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องร่วมในพิธี ณ ที่พระอุโบสถวัดพระเชตุพนวิมลมังคลาราม ราชวรมหาวิหาร 

เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กล่าวว่า เป็นนิมิตมงคลที่ดีอย่างสำคัญยิ่งที่หน่วยงานภาคีเครือข่ายได้ตั้งกุศลและเจตนาในการที่จะสนองงานภารกิจของคณะสงฆ์ ในฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม โดยกระทรวงมหาดไทย ถือว่าเป็นหน่วยงานหลักที่ดูแลบำบัดทุกข์ บำรุงสุขของประชาชนในประเทศ พร้อมหน่วยงานเกี่ยวข้องมาร่วมลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือบทบาทในการเกื้อหนุนระหว่างวัดและชุมชนให้มีความสุขอย่างยั่งยืน และเป็นสักขีพยาน ซึ่งพระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติไทย พระมหากษัตริย์ไทยทุกพระองค์ ทรงให้ความสำคัญและอุปถัมภ์พระพุทธศาสนาตลอดมา พระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงมีพระราชปณิธานอันแน่วแน่ในการทรงงานเพื่อสืบสาน รักษา และต่อยอด โครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริและแนวพระราชดำริต่าง ๆ ของพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เพื่อความอยู่ดีมีสุขของประชาชน สร้างความมั่นคงและความวัฒนาสถาพรให้กับประเทศชาติ

ทั้งนี้ ฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม ได้ขับเคลื่อนงานปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา ด้วยการดำเนินโครงการยุทธศาสตร์ 2 โครงการ คือ โครงการส่งเสริมความร่วมมือภาคีเครือข่าย และโครงการสาธารณสงเคราะห์เพื่อสังคมที่ยั่งยืน ตามหลักการดำเนินการ 4 ประการ คือ 1.สงเคราะห์ 2.เกื้อกูล 3.พัฒนา และ 4.บูรณาการ โดยเจ้าพระคุณสมเด็จพระอริยวงศาคตญาณ สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ทรงเมตตาประทานคติธรรม ในการประชุมสัมมนาขับเคลื่อนงานฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม ตามแผนปฏิรูปกิจการพระพุทธศาสนา จากนโยบายสู่การปฏิบัติงานระดับจังหวัด ความตอนหนึ่งว่า “บุคคลพึงบำเพ็ญกรณียกิจเพื่อเกื้อกูลกันและกัน ด้วยการละคลายความเป็นตัวตนให้มากที่สุด ให้สมดังพุทธศาสนีที่ว่า “ภูตํ เสสํ ทยิตพฺพํ” แปลความว่า เมื่อยังมีชีวิตอยู่ควรเกื้อกูลกัน”

“ในการลงนาม MOU ร่วมกันในวันนี้เป็นการประสานพลังความร่วมมือเพื่อสนับสนุนส่งเสริมบทบาทหน้าที่ซึ่งกันและกัน โดยใช้หลักแห่งความเมตตาธรรม คือความหวังดี ความปรารถนาดีต่อกัน ในการจะอนุเคราะห์ช่วยเหลือซึ่งกันและกันบรรเทาทุกข์ ทั้งในส่วนของวิชาการและพัฒนา เพื่อก่อให้เกิดทิฏฐธัมมิกัตถะประโยชน์ อันหมายถึงประโยชน์ในปัจจุบัน ประกอบด้วย 1) อุฏฐานสัมปทา คือ ความถึงพร้อมในการขยันหา ทั้งในความรู้และการทำหน้าที่ 2) อารักขสัมปทา มีความพร้อมในการรักษาสิ่งต่าง ๆ ที่ได้มาโดยถูกวิธี รู้จักประหยัด รู้จักเก็บ อดออม 3) กัลยาณมิตตตา รู้จักคบคนดีเป็นมิตร 4) สมชีวิตา ประกอบสัมมาอาชีพ เลี้ยงชีวิตให้เหมาะสมกับฐานะ โดยอาศัยหลักคำสอนในทางพระพุทธศาสนาเป็นต้นทาง สร้างสังคมชุมชนให้เอื้อต่อการพัฒนา ทั้งนี้ เพื่อต่อยอดและสืบสานพระราชปณิธานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว ที่ได้ทรงประกาศเป็นปฐมบรมราชโองการว่า “เราจะสืบสาน รักษา และต่อยอด และครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งอาณาราษฎร” ตลอดไป เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ กล่าวในช่วงท้าย

ด้าน นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย กล่าวว่า วัตถุประสงค์ของการลงนามบันทึกข้อตกลงเพื่อให้คณะสงฆ์ซึ่งเป็นฝ่ายสาธารณสงเคราะห์ของมหาเถรสมาคม ได้หนุนเสริมความหวังของประเทศชาติ คือ ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ ให้เป็นสถาบันหลักในการพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนให้มีความสุข ตลอดจนพัฒนาชุมชนให้มีความเข้มแข็งตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง นับตั้งแต่อดีตถึงปัจจุบัน วัดและพระสงฆ์ได้ดำเนินงานด้านสาธารณะสงเคราะห์ คือ เป็นครู คลัง ช่าง หมอ ด้วยการอบรมสั่งสอน เป็นคลังอาหาร สรรพวิทยาการ โดยพระสงฆ์ที่มีความสามารถทางด้านงานช่าง และวัดเป็นศูนย์กลางของความรู้ทางด้านยาสมุนไพร แพทย์ทางเลือก ดังเช่นที่วัดพระเชตุพนฯแห่งนี้ โดยที่จะนำองค์ความรู้นวัตกรรมของสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง มาเป็นเครื่องมือที่สำคัญในการหนุนเกื้อนำมาใช้นำแก้ปัญหาความเดือดร้อนของพี่น้องประชาชนในหลากหลายมิติ สอดคล้องกับนโยบายของรัฐบาลในปัจจุบัน ซึ่งถือเป็นการดำเนินการที่เป็นภารกิจหลักของกระทรวงมหาดไทยในการหน้าที่บำบัดทุกข์ บำรุงสุข และพัฒนาคุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชน ซึ่งกระทรวงมหาดไทยพร้อมที่จะขับเคลื่อนและดำเนินการอย่างต่อเนื่อง เพื่อประโยชน์สุขของประชาชนอย่างยั่งยืน

“กระทรวงมหาดไทยและสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง ตลอดจนภาคีเครือข่ายทั้งข้าราชการฝ่ายปกครอง กำนัน ผู้ใหญ่บ้าน ผู้บริหารองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น อาสาสมัครต่าง ๆ และภาคประชาชนในทุกจังหวัด จะได้ร่วมกันขับเคลื่อน สิ่งที่เจ้าประคุณสมเด็จพระมหาธีราจารย์ และคณะสงฆ์ ได้ตั้งใจในการที่จะบำบัดทุกข์ บำรุงสุข ให้พี่น้องประชาชนมีคุณภาพชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืนอย่างเต็มสติกำลัง ร่วมแรง ร่วมใจ สานพลังร่วมกันระหว่างภาครัฐ วัด และชุมชน เพื่อเกื้อหนุนส่งเสริมให้ชุมชนมีความเข้มแข็ง พึ่งพาตนเอง และสามารถปรับตัวได้ต่อบริบทความเปลี่ยนแปลงท่ามกลางภาวะวิกฤตในปัจจุบัน ด้วยการน้อมนำเอาแนวพระราชดำริและพระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว มาเป็นหลักในการทำงาน ซึ่งความเข้มแข็งของชุมชนจากภายในนี้ จะเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญที่จะขยายผลไปสู่การพัฒนาสังคมไทยและสังคมโลกด้วยความเมตตาของพระเดชพระคุณคณะสงฆ์ต่อไปอย่างยั่งยืน” นายสุทธิพงษ์กล่าว

โปรดเกล้าฯพระราชทานราชทินนามพระราชาคณะเจ้าคณะรอง 3 รูป

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/675245

วันที่ 09 ก.พ. 2565 เวลา 20:41 น.โปรดเกล้าฯพระราชทานราชทินนามพระราชาคณะเจ้าคณะรอง  3 รูป

เว็บไซต์ราชกิจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศโปรดเกล้าฯพระราชทานราชทินนามพระราชาคณะเจ้าคณะรอง 3 รูป พระพรหมวชิรปัญญาจารย์ วัดราชโอรสารามฯ พระพรหมวชิรเจดีย์ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุฯ และ พระพรหมวชิรเจดีย์ วัดสุทัศนฯ

เมื่อวันที่ 9 ก.พ. เว็บไซต์ราชกิจานุเบกษา เผยแพร่ประกาศพระราชทานราชทินนาม ความว่า พระบาทสมเด็จพระปรเมนทรรามาธิบดีศรีสินทรมหาวชิราลงกรณ มหิศรภูมิพลราชวรางกูร กิติสิริสมบูรณอดุลยเดช สยามินทราธิเบศรราชวโรดม บรมนาถบพิตร พระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว มีพระบรมราชโองการโปรดพระราชทานราชทินนามพระราชาคณะเจ้าคณะรอง จำนวน 3 รูป ดังนี้

พระมหาโพธิวงศาจารย์ มีราชทินนามว่า พระพรหมวชิรปัญญาจารย์ ปริยัติกิจ วิธานปรีชา ศีลาจารวิมล โสภณธรรมานุสิฐ ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสีสถิต ณ วัดราชโอรสาราม ราชวรวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร

พระพุทธิวงศมุนี มีราชทินนามว่า พระพรหมวชิรเจดีย์ ศรีพุทธศาสตรโกศล วิมลพุทธชินราชธำรงวิศิษฎ์ พิพิธศาสนกิจจาทร ตรีปิฎกวราลงกรณ์ มหาคณิสสร บวรสังฆารามคามวาสี สถิต ณ วัดพระศรีรัตนมหาธาตุ วรมหาวิหาร พระอารามหลวง จังหวัดพิษณุโลก

พระวิสุทธาธิบดี มีราชทินนามว่า พระพรหมวชิรมุนี ศรีธรรมสาธก ดิลกปัญญาโกศล วิมลธรรมโวทานธารี ตรีปิฎกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆาราม คามวาสี สถิต ณ วัดสุทัศนเทพวราราม ราชวรมหาวิหาร พระอารามหลวง กรุงเทพมหานคร

ทั้งนี้ ตั้งแต่วันที่ 8 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2565

ประกาศ ณ วันที่ 9 กุมภาพันธ์ พุทธศักราช 2565 เป็นปีที่ 7 ในรัชกาลปัจจุบัน

Bangkok Design Week: Dazzling events to light up your weekend

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ The Nation.

https://www.nationthailand.com/life/40012234


Bangkok Design Week reaches a crescendo this weekend when five areas of the capital will light up with bright exhibitions and dazzling new ideas.

Bangkok Design Week: Dazzling events to light up your weekend

Talks, workshops, events and creative markets will roll out in Phra Nakhon, Charoen Krung-Lat Noi, Samyan, Ari-Pradiphat and Thonglor-Ekkamai at five exhibitions.

Phra Nakhon

Future Paradise: A window on the future opens at the Rama V-era Bamrungnukulkit Printing House, where an exhibition unveils changes in consumer goods over the next decade (11am-9pm).

Bangkok Design Week: Dazzling events to light up your weekend
Bangkok Design Week: Dazzling events to light up your weekend

The 2nd New World x Old Town: The New World Mall reveals Bang Lamphu district’s journey from historic neighbourhood to backpacker haven via multimedia installations created by design experts and Silpakorn students (5pm-9pm).

Bangkok Design Week: Dazzling events to light up your weekend

Re-frontage shophouse: Everyday Architect Studio designers unveil alternative looks for commercial buildings in the new normal era on Samsen Road (11am-8pm).

Revitalise the First Post Office: Urban Ally lights up the derelict Praisaniyakarn Post Office Building on the riverside to reveal its hidden potential for future development (6pm-9pm).

Bangkok Design Week: Dazzling events to light up your weekend

Old Town Illumination: Interactive flower mapping from 27 June Studio blooms on the canal bridge near Rajini School (5pm-9pm).

Charoen Krung-Lat Noi

Co With Garden: A public green space connecting people with nature, relieving stress and improving life quality springs up at the General Post Office thanks to CEA x Kernel Design (11am-10pm).

Bangkok Design Week: Dazzling events to light up your weekend

SIT/VID/ME: AP Thailand offers guidelines and innovations to boost community spirit and happiness during the Covid-19 era at the General Post Office (11am-10pm).

Bangkok Design Week: Dazzling events to light up your weekend
Bangkok Design Week: Dazzling events to light up your weekend

The Standard Presents Jaime Hayon: The Standard, Bangkok Mahanakhon presents “Circus Fantasy”, innovative shadow theatre created by influential artist and designer Jaime Hayon (11am-9pm).

Caladiumlism: Learn how caladium, a plant popular with Thais since the Sukhothai era, can be adapted to condominiums and houses, at Chaipatanasilp building (11am-9pm).

The Wall 2022: Lighting Designers Thailand bring a dazzling new look to Khlong Phadung Krung Kasem canal (6pm-10pm).

Bangkok Design Week: Dazzling events to light up your weekend
Bangkok Design Week: Dazzling events to light up your weekend
Bangkok Design Week: Dazzling events to light up your weekend
Bangkok Design Week: Dazzling events to light up your weekend

Made in Charoenkrung: Old and new generations showcase the handicrafts and specialities for which this old neighbourhood is famous (General Post Office, 5pm and 9pm).

Bangkok Design Week: Dazzling events to light up your weekend

Jewellery (path) maker: Ten Fingers and five famous designers unveil cutting-edge jewellery designs at Ten Fingers Factory and Design (10am-9pm).

Seat Scape & Beyond: One Bangkok invites visitors to relax into the future with public seating designs at the General Post Office (11am-10pm).

Bangkok Design Week: Dazzling events to light up your weekend

Mental-verse: Eyedropper Fill envisions a society that hears everyone’s problems and never leaves anyone behind, via documentary films, installation arts and more at River City Bangkok (11am-8pm).

Bangkok Design Week: Dazzling events to light up your weekend

Samyan

Digital Arts Laboratory: FAAMAI presents an immersive 360-degrees film at FAAMAI Digital Arts Hub (5pm-9pm).

Bangkok Design Week: Dazzling events to light up your weekend

Bingo! Samyan: Treasure by Humanice invites game players to taste three delicacies in the Samyan, Suan Luang and Banthat Thong areas while witnessing unique street arts. Pick up your bingo map at Chulalongkorn University’s Faculty of Architecture on the Samyan side between 11.30am and 6pm.

Bangkok Design Week: Dazzling events to light up your weekend

Ari-Pradiphat

AriCoin Kindness Exchange: Exchange your plastic bottles, aluminium cans and books for coins to buy vegetables, desserts, discounts or activities with artists at Feast Ratchakru (11am-5pm).

Bangkok Design Week: Dazzling events to light up your weekend
Bangkok Design Week: Dazzling events to light up your weekend
Bangkok Design Week: Dazzling events to light up your weekend
Bangkok Design Week: Dazzling events to light up your weekend

Thonglor-Ekkamai

ThongEk x Metaverse: Visitors can enter the Thonglor-Ekkamai metaverse of furniture stores, restaurants, cafes and design studios (https://www.facebook.com/THONGEKdesigndistrict).

Published : February 11, 2022

By : THE NATION

เกจิดังนั่งปรกอธิษฐานจิตพิธีพุทธาภิเษกเหรียญ”หลวงพ่ออ๊อด”

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/674258

วันที่ 28 ม.ค. 2565 เวลา 18:28 น.เกจิดังนั่งปรกอธิษฐานจิตพิธีพุทธาภิเษกเหรียญ"หลวงพ่ออ๊อด"

ปทุมธานี-เกจิดังแห่งยุคนั่งปรกอธิษฐานจิต พิธีพุทธาภิเษกเหรียญมงคลบารมี 38 พ.ศ.2565 “หลวงพ่ออ๊อด”วัดสายไหมสมทบทุนสร้างอุโบสถวัดสายไหมแห่งที่ 2 พระนครศรีอยุธยา

พระครูโสภณภัทรเวทย์,ดร. (หลวงพ่ออ๊อด ปธานิโก) เจ้าอาวาสวัดสายไหม ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี จัดพิธีบวงสรวงเทวาภิเษกซึ่งเป็นพิธีกรรมทางศาสนาพราหมณ์โดยมีพราหมณ์มาบวงสรวงอัญเชิญทวยเทพเทวาทั้งหลายให้มารับรู้เป็นสักขีพยานและอำนวยอวยพร เพื่อความเป็นสิริมงคลใน พิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคล“เหรียญมงคลบารมี 38 พ.ศ.2565 ” “หลวงพ่ออ๊อด วัดสายไหม โดยมี พล.ต.ต.ชุมพล ชาญชนะโยธิน ผบก.ภ.จว.ปทุมธานี และประชาชนเข้าร่วมพิธี

ทั้งนี้ เวลา 15.09 น. ท่านเจ้าประคุณสมเด็จพระมหารัชมงคลมุนี เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดไตรมิตรวิทยารามวรวิหาร เดินทางมา “เป็นประธานจุดเทียนชัยมงคล โดยมี พระเกจิภาวนาจารย์ดังแห่งยุค มาร่วม นั่งอฐิษฐานจิตปลุกเสกวัตถุมงคล อาทิ พระเดชพระคุณ พระราชสุทธิธรรมาจารย์ (สำอางค์) ตานะทินโน วัดประยูรธรรมาราม เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี พระภาวณาวิสุทธิ์ธิโสภณ ( พระมหาสุรศักดิ์ อติสักโข ) เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม เจ้าอาวาสวัดประดู่ พระครูโสภิตวิริยาภรณ์ (หลวงพ่ออิฏฐ์) วัดจุฬามณี จ.สมุทรสงคราม พระครูโสภณสันติคุณ (พระอาจารย์หน่อย) เจ้าอาวาสวัดหัวคุ้ง จ.พระนครศรีอยุธยา พระครูอาคมสิทธิสุนทร (วิชัย ปญฺญาทีโป) วัดสันติวิหาร จ.สระบุรี พระโสภณ พัฒนคุณ (เศรษฐีเรือทอง) เจ้าอาวาสวัดพุน้อย จ.ลพบุรี พระนันทวิริยาภรณ์ (อ่าง สิริจนฺโท ) เจ้าอาวาสวัดใหญ่สว่างอารมณ์ จ.นนทบุรี สวดพระมหานาดพิธีมหาพุทธาภิเษก โดย พระสรภาณกวี (เฉลียง จิตฺตธมฺโม) รองเจ้าคณะแขวงพระบรมมหาราชวัง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ราชวรมหาวิหาร ในพิธีพพุทธาภิเษกเหรียญรุ่น “มงคลบารมี 38 พ.ศ.2565” ณ พระอุโบสถวัดสายไหม

เวลา 16.09 น.พระเดชพระคุณ พระราชสุทธิธรรมาจารย์ (สำอางค์) ตานะทินโน วัดประยูรธรรมาราม เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ดับเทียนชัย จากนั้น หลังเสร็จพิธีพระครูโสภณภัทรเวทย์,ดร. (หลวงพ่ออ๊อด ปธานิโก ได้แจกวัตถุมงคล“เหรียญมงคลบารมี 38 พ.ศ.2565 ” (แจกทาน) กับประชาชน ที่เข้าร่วมพิธี โดยในพิธีพุทธาภิเษก “เหรียญมงคลบารมี 38 พ.ศ.2565 ” “หลวงพ่ออ๊อด วัดสายไหม ในครั้งนี้ได้มีการจัดควบคุมตามมาตรการ Social Distancing การจัดระเบียบด้วยวัดอุณหภูมิ ติดสติ๊กเกอร์ ก่อนเข้าร่วมงานพิธีพุทธาภิเษกดังกล่าวอย่างเคร่งครัดพระครูโสภณภัทรเวทย์,ดร. (หลวงพ่ออ๊อด ปธานิโก) แห่งวัดสายไหม ตำบลคูคต อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี ท่านได้จัดสร้างวัตถุมงคล “เหรียญมงคลบารมี 38 พ.ศ.2565 ”เพื่อให้ญาติโยมเช่าบูชาเพื่อเป็นสิริมงคลและสมทบทุนสร้างอุโบสถ วัดสายไหมแห่งที่ 2 อำเภอท่าเรือ จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

สำหรับ ลักษณะเหรียญ เป็นพิมพ์เสมา ขนาด 4.2×2.8 เซนติเมตรด้านหน้า เป็นรูป หลวงพ่ออ๊อด ปธานิโก ครึ่งองค์ พร้อมชื่อ-ฉายา ลงคำว่า หลวงพ่ออ๊อด ปธานิโก ด้านขวาและด้านซ้าย ประดับรายล้อมด้วยศิลปะ ไทย-จีน ด้านบน ลงยันต์หัวใจพระรัตนตรัย หรือหัวใจแก้วสามดวงที่ว่า “อิ สวา สุ” ซึ่งย่อมาจาก พุทธคุณ ธรรมคุณ และสังฆคุณโดยหลวงพ่ออ๊อด ท่านใช้ยันต์ตัวนี้ในการบริกรรมและปลุกเสกตะกรุดลูกปืนของท่าน โดยบริกรรมควงกัน 3 บท คือ “อิ สวา สุ สุ สวา อิ สวา สุ อิ” กลายเป็นพระคาถาคุ้มกันภัย (อิ) มาจากบทพระพุทธคุณ 56 คือ อิติปิโส (สวา) มาจากบทพระธรรมคุณ 38 คือ สวาขาโต (สุ) มาจาก บทพระสังฆคุณ 14 คือ สุปะฏิปันโน รวมกันคือ พุทธคุณ ธรรมคุณ สังฆคุณ ครบองค์แห่งพระรัตนตรัย และรวมคุณแห่งเลข ก็จะได้ 108 เท่ากับ บทอิติปิโสรัตนมาลา 108 หมายถึง อักขระอิสวาสุ นี้ได้มาจากตัวต้นของบทสรรเสริญพระพุทธคุณ (อิติปิโสฯ) พระธรรมคุณ (สวากขาโตฯ) พระสังฆคุณ (สุปะฏิบันโนฯ) นั่นเอง นับถือกันว่ามีคุณวิเศษทางคุ้มครองป้องกันภัยเป็นสิริมงคลยิ่ง ด้านล่าง มังกร เปรียบเสมือน โชคลาภ รุ่งเรือง มังกร ถือว่าเป็นสัตว์สำคัญที่สุดของชาวจีนและเป็นสัตว์ชนิดเทพที่ศักดิ์สิทธิ์ สามารถเหาะเหินเดินอากาศและแหวกน้ำดำดินได้ มังกรจึงเหมาะมากสำหรับการส่งเสริมธุรกิจการค้าให้รุ่งเรืองโดยเฉพาะสำนักงานหรือร้านค้า ช่วยเรียกโชคลาภให้มาเยือน

การนำสัญลักษณ์มังกรมาใช้จะเป็นรูปปั้น, รูปวาด ไม่ว่าจะเป็นอะไรมังกรยังเป็นตัวแทนของความแข็งแกร่ง ความตั้งใจ ความพยายาม กล้าหาญ อดทน ชาวจีนจึงถือว่า มังกร คือ จิตวิญญาณของการเปลี่ยนแปลงและฟื้นฟูให้ดีขึ้น ด้านหลัง รูปพระควัมปติทรงเครื่อง (พระปิดตา) ด้วยความเลื่อมใสศรัทธาในหลวงพ่ออ๊อด ที่มีต่อพระควัมปติเป็นอย่างสูง ท่านว่าปิดตา ปิดกิเลส ทั้งยังเป็นเมตตาโชคลาภมงคลดีนักแล เหรียญรุ่นนี้ ในตะกรุด ลงยันต์หัวใจธาตุทั้ง4 นะ มะ พะ ทะ เป็นคาถาที่ย่ออักษรหน้าของคาถา เพื่อง่ายต่อการท่องจำ คาถานี้เป็นคาถาสรรเสริญพระคุณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเทียบกับธาตุทั้ง 4 – นะ ธาตุน้ำ มีปกติไหล คือ สายธารแห่งพระเมตตาบารมี – มะ ธาตุดิน มีความแข็งแกร่งประดุจเพชร หรือเขาศิลาล้วน คือพระขันติบารมี – พะ ธาตุไฟ มีปกติร้อน คือ ปัญญาย่อมแผดเผากิเลสให้สิ้นไป คือ พระปัญญาบารมี- ธะ ธาตุลม มีปกติไม่มีสิ่งใดขวางกั้น คือ พระทศพลญาณ พระญาณของพระสัมมาสัมพุทธเจ้าที่ไม่มีสิ่งใดในจักรวาลต้านทานได้

พระครูโสภณภัทรเวทย์,ดร. (หลวงพ่ออ๊อด ปธานิโก) เจ้าอาวาสวัดสายไหม จัดเป็นพระเกจิชั้นแนวหน้าของเมืองไทยในยุคปัจจุบัน ที่มีจริยาวัตรงดงามเป็นที่เลื่อมใสศรัทธาของชาวบ้าน ท่านได้สร้างผลงานไว้มากมาย มีนัยเป็นรูปธรรมโดดเด่นอยู่ในบวรพุทธศาสนา ท่านเป็นพระที่มีเมตตาสูง ทำบุญช่วยสนับสนุนกิจการงานของสงฆ์ เผยแผ่พระพุทธศาสนา ระยะเวลาที่ผ่านมาท่านสร้างวัตถุมงคล สร้างถาวรวัตถุ เพื่อสังคมส่วนรวมทั้งทางโลกและทางธรรม โดยเฉพาะการสร้างวัตถุมงคลทรงคุณภาพ นับได้ว่าวัตถุมงคลทุกรุ่นของหลวงพ่อที่ท่านอธิษฐานจิตนั่งปรกปลุกเสก นั้นเป็นสิริมงคลแก่ผู้ครอบครอง เต็มเปี่ยมไปด้วยพุทธคุณอย่างแท้จริงหลวงพ่ออ๊อด ปธานิโก ท่านได้นำปัจจัยทุกบาททุกสตางค์ มาเพื่อทำนุบำรุงรักษาศาสนสถานอย่างแท้จริง โดยปัจจัยการสร้าง“เหรียญมงคลบารมี38 พ.ศ.2565”ทั้งหมด ท่านจะนำไปก่อสร้างอุโบสถวัดสายไหมแห่งที่ 2 จ.พระนครศรีอยุธยา หากท่านใดต้องการร่วมทำบุญสร้างวัดสายไหมแห่งที่2 สามารถติดต่อได้ที่พระอาจารย์ อ๊อด ที่วัดสายไหม อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี หรือ ร่วมสมทบทุนทำบุญได้ที่ ธนาคารไทยพาณิชย์ ชื่อบัญชีวัดสายไหม สาขาคูคต เลขบัญชี 351-258550-2 เพราะงานสร้างวัดเป็นงานใหญ่ที่ยังจำเป็นต้องใช้ปัจจัยอีกเป็นจำนวนมาก ในการดำเนินการให้แล้วเสร็จ เพื่อเป็นการสืบสาน ให้พุทธศาสนาได้อยู่คู่กับพุทธศาสนิกชนตราบนานเท่านาน

พิธีใหญ่!เกจิดังร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิตพุทธาภิเษก เหรียญหลวงพ่อพัฒน์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/671785

วันที่ 28 ธ.ค. 2564 เวลา 20:25 น.พิธีใหญ่!เกจิดังร่วมนั่งปรกอธิษฐานจิตพุทธาภิเษก เหรียญหลวงพ่อพัฒน์

ปทุมธานี- เกจิดังแห่งยุคร่วมพิธียิ่งใหญ่นั่งปรกอธิษฐานจิต พิธีพุทธาภิเษก เหรียญหลวงพ่อพัฒน์ รุ่นเลื่อนตำแหน่ง ยกฐานะและรุ่นปลอดภัย วาระที่ 2

เมื่อวันที่ 28 ธ.ค. ที่วัดชินวรารามวรวิหาร จ.ปทุมธานี นายพิษณุ ประภาธนานันท์ นายอำเภอเมืองปทุมธานี พร้อมด้วย นายณรงค์เวทย์ ลาภวิไล นายกเทศมนตรี ตำบลบางขะแยง นายฉัตรบดี รัตนเกื้อ ปลัดอำเภอเมืองปทุมธานี น.ส.กาญจนา สุดชารี ปลัดอำเภอเมืองปทุมธานี พร้อมคณะกรรมการจัดสร้างเหรียญหลวงพ่อพัฒน์ รุ่น เลื่อนตำแหน่ง ยกฐานะและรุ่นปลอดภัย ได้จัดพิธีบวงสรวงเทวาภิเษกซึ่งเป็นพิธีกรรมทางศาสนาพราหมณ์ โดยมีพราหมณ์มาบวงสรวงอัญเชิญทวยเทพเทวาทั้งหลายให้มารับรู้เป็นสักขีพยานและอำนวยอวยพร เพื่อความเป็นสิริมงคลใน พิธีพุทธาภิเษกวัตถุมงคลเหรียญหลวงพ่อพัฒน์ รุ่น เลื่อนตำแหน่ง ยกฐานะและรุ่นปลอดภัย วาระที่ 2ต่อมา เวลา 14.00 น.

นายเอกวิทย์ มีเพียร รองผู้ว่าราชการจังหวัดปทุมธานี มาเป็นประธานในพิธีพุทธาภิเษก โดยมี พระครูสมุห์วัชระ ภทฺทธมฺโม (พระครูต้น) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดระฆังโฆสิตาราม พ.ต.อ.นิรุธ ประสิทธิเมตต์ รอง ผบก.ส.2 พ.อ.บุญเลิศ เอมน้อย ผู้อำนวยการกองพิธีการกรมเสมียนตรา สำนักงานปลัดกระทรวงมหาดไทย นายพิษณุ ประภาธนานันท์ นายอำเภอเมืองปทุมธานี หัวหน้าส่วนราชการ ประชาชน เข้าร่วมพิธี พระสงฆ์เจริญพระพุทธมนต์ และธัมมจักกัปปวัตนสูตร ประพรมน้ำพระพุธมนต์ โปรยข้าวตอกดอกไม้ พระสงฆ์สวดมหานาค 4 รูป จากวัดระฆังโฆสิตาราม ร่วมประกอบพิธีพิธีพุทธาภิเษก โดยมี พระเกจิภาวนาจารย์ดังแห่งยุค อาทิ พระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต(พระอารามหลวง) พระภาวนาวิสุทธิโสภณ (สุรศักดิ์ อติสกฺโข) เจ้าคณะจังหวัดสมุทรสงคราม เจ้าอาวาสวัดประดู่พระอารามหลวง

พระมงคลวโรปการ (หลวงพ่อชำนาญ) ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เจ้าอาวาสวัดชินวรารามวรวิหาร พระครูสุวรณโชติวุฒิ (หลวงพ่อตี๋) เจ้าอาวาสวัดหูช้าง อ.บางกรวย จ.นนทบุรี พระครูวีรญาณประยุต (หลวงพ่อทองสุข) เจ้าคณะอำเภอนาดี เจ้าอาวาสวัดโพธิ์ศรี พระครูโสภณภัทรเวทย์ (หลวงพ่ออ๊อด) เจ้าอาวาสวัดสายไหม อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี พระครูสิทธิสรคุณ (หลวงพ่อแก้ว)เจ้าอาวาสวัดตะโก อ.ภาชี จ.พระนครศรีอยุธยา พระครูสุนทรคุณธาดา (หลวงพ่อทองกลึง) วัดเจดีย์หอย อ.ลาดหลุดแก้ว จ.ปทุมธานี พระครูสุวัฒนวิสุทธิสารคุณ หรือพระอาจารย์เทียนชัย ชัยทีโป เจ้าอาวาสวัดเทพสรธรรมาราม (บาย ตึ๊ก เจีย) อ.เมือง จ.ปทุมธานี นั่งปรกอธิฐานจิตในพิธีพุทธาภิเษก

จากนั้นเวลา 16.09 น.พระธรรมรัตนาภรณ์ เจ้าอาวาสวัดเขียนเขต(พระอารามหลวง) ดับเทียนชัย หลังเสร็จพิธี พระมงคลวโรปการ (หลวงพ่อชำนาญ) ได้แจกวัตถุมงคลเหรียญปลอดภัยให้กับข้าราชการ ประชาชน ที่เข้าร่วมพิธี โดยในพิธีพุทธาภิเษกในครั้งนี้ได้มีการจัดควบคุมตามมาตรการ Social Distancing การจัดระเบียบด้วยวัดอุณหภูมิ ติดสติ๊กเกอร์ ก่อนเข้าร่วมงานพิธีพุทธาภิเษกดังกล่าวอย่างเคร่งครัด

นายพิษณุ ประภาธนานันท์ นายอำเภอเมืองปทุมธานี เปิดเผยว่า การจัดสร้างวัตถุมงคลเหรียญหลวงพ่อพัฒน์ รุ่น เลื่อนตำแหน่ง ยกฐานะและรุ่นปลอดภัย มีวัตถุประสงค์นำรายได้สมทบทุน บูรณปฏิสังขรณ์ วัดบางหลวงหัวป่า (ร้าง) เพื่อเป็นสาขาของ วัดระฆังโฆสิตาราม และยกฐานะวัดร้างขึ้นเป็นวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา และนำรายได้สมทบทุน สร้างเมรุ และศาสนสถานวัดธารทหาร (ห้วยด้วน) นำรายได้ สมทบทุน ปรับปรุงห้องผู้ป่วยอาคารศูนย์การแพทย์ 18 ชั้น โรงพยาบาลปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี นำรายได้ปรับปรุงซ่อมแซมที่ว่าการอำเภอเมืองปทุมธานี และเป็นทุนสนับสนุนใช้จ่าย ในกิจการสาธารณประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี และเพื่อให้หน่วยงานภาครัฐ เอกชน และประชาชนผู้มีจิตศรัทธา ได้ร่วมทำบุญ พร้อมกับผู้ที่เคารพนับถือในพระเดช พระคุณของพระราชมงคลวัชราจารย์ หลวงพ่อพัฒน์ ปุญฺญกาโม จะได้มีเหรียญที่ระลึกดังกล่าวไว้สักการะบูชา เพื่อความเป็นสิริมงคลแก่ตนเอง และครอบครัวต่อไป

สำหรับ ผู้มีจิตศรัทธาร่วมบูรณปฏิสังขรณ์ วัดบางหลวงหัวป่า (ร้าง) เพื่อเป็นสาขาของ วัดระฆังโฆสิตาราม และยกฐานะวัดร้างขึ้นเป็นวัดที่มีพระภิกษุอยู่จำพรรษา และนำรายได้สมทบทุน สร้างเมรุ และศาสนสถานวัดธารทหาร (ห้วยด้วน)นำรายได้ สมทบทุน ปรับปรุงห้องผู้ป่วยอาคารศูนย์การแพทย์ 18 ชั้น โรงพยาบาลปทุมธานี และโรงพยาบาลธัญบุรี จังหวัดปทุมธานี นำรายได้ปรับปรุงซ่อมแซมที่ว่าการอำเภอเมืองปทุมธานี และเป็นทุนสนับสนุนใช้จ่าย ในกิจการสาธารณประโยชน์ในพื้นที่จังหวัดปทุมธานี สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมหรือโทรสั่งจองได้ที่ ที่ทำการปกครองอำเภอเมืองปทุมธานี โทร. 02-5816130 ต่อ 203 คุณบุญส่ง เนียมหมวด โทร. 081-4316196 คุณจงจิต อินถา โทร. 088-2526923 คุณกาญจนา สุดชารี โทร. 089-8819395 รับวัตถุมงคล กลางเดือนมกราคม 2565 เป็นต้นไป

“สมเด็จช่วง”มรณภาพ สิริอายุ 96 ปี 76พรรษา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์โพสต์ทูเดย์

https://www.posttoday.com/dhamma/670180

วันที่ 09 ธ.ค. 2564 เวลา 09:13 น."สมเด็จช่วง"มรณภาพ สิริอายุ 96 ปี 76พรรษา

สงฆ์ไทยสิ้นเสาหลัก พระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) มรณภาพ สิริอายุ 96 ปี พรรษา 76

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) สมเด็จพระราชาคณะฝ่ายมหานิกาย เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ (พระอารามหลวง) ประธานสมัชชามหาคณิสสร และอดีตผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้มรณภาพ สิริอายุ 96 ปี พรรษา 76

ทั้งนี้ หลังจากอาพาธ และรักษาตัวที่โรงพยาบาลมาเป็นระยะเวลาหลายปี

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นหนึ่งในบรรดาสมเด็จพระราชาคณะ รัตตัญญู ทรงคุณธรรม แตกฉานในพระไตรปิฎก เป็นเสาหลักแห่งคณะสงฆ์ไทย เคยดำรงตำแหน่งสูงสุด คือ ประธานกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

สำหรับประวัติ เกิดเมื่อวันพุธที่ 26 สิงหาคม 2468 ที่จังหวัดสมุทรปราการ บรรพชาเมื่ออายุได้ 14 ปี วันที่ 1 พฤษภาคม 2482 ณ วัดสังฆราชา เขตลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร โดยมีพระครูศีลาภิรัต (ทอง) วัดลาดกระบัง กรุงเทพมหานคร เป็นอุปัชฌาย์

อุปสมบทเมื่อที่ 11 พฤษภาคม 2488 ณ พัทธสีมาวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร พระครูบริหารบรมธาตุ (ป่วน เกสโร) วัดนางชี เป็นพระอุปัชฌาย์ พระมงคลเทพมุนี (สด จนฺทสโร) เมื่อครั้งดำรงสมณศักดิ์ที่พระครูสมณธรรมสมาทาน เป็นกรรมวาจาจารย์ ได้รับฉายานามว่า “วรปุญฺโญ”

เป็นผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เมื่อปี 2499 และเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เมื่อปี 2508 สร้างสำนักเรียนวัดปากน้ำให้มีชื่อเสียงด้วยเป็นสำนักเรียนที่สอบเปรียญธรรม 9 ประโยค ได้มากเป็นอันดับต้นๆ ของประเทศ จนได้รับความไว้วางใจให้เป็นสนามสอบบาลีชั้นประโยค ป.ธ.5 ในภูมิภาค

เจ้าประคุณสมเด็จช่วง มีความแตกฉานทางภาษาบาลี สามารถสนทนาภาษาบาลีได้ และได้รับแต่งตั้งให้เป็นแม่กองบาลีสนามหลวง เมื่อปี 2539 ถือเป็นตำแหน่งสำคัญยิ่งของการศึกษาพระปริยัติธรรมแผนกบาลีของพระภิกษุสงฆ์

ท่านยังได้มอบปัจจัยให้สร้างพระไตรปิฎกจารึกในแผ่นหินอ่อน เจดีย์ วิหาร เพื่อธำรงรักษาพระพุทธศาสนาให้ยั่งยืน รวมถึงหอประชุมสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ซึ่งเป็นที่ประชุมกรรมการ มส.ทุกวันนี้

เจ้าประคุณสมเด็จช่วง ได้รับการถวายสมณศักดิ์จากหลายประเทศ อาทิ

พ.ศ. 2520 ได้รับสมณศักดิ์จากบังกลาเทศ ที่พระศาสนธชมหาปัญญาสาระ

พ.ศ. 2524 ได้รับสมณศักดิ์จากศรีลังกา ฝ่ายอมรปุรนิกาย ที่ พระชินวรศาสนโสภณเตปิฏกวิสารทคณปาโมกขาจริยะ

พ.ศ. 2525 ได้รับสมณศักดิ์จากศรีลังกา สยามวงศ์ ฝ่ายอัสสคิริยะ ที่ พระศาสนโชติกสัทธัมมวิรทวิมลกิตติสิริ และได้รับสมณศักดิ์จากศรีลังกาสยามวงศ์ ฝ่ายมัลลวัตตะ ที่ พระธรรมกิตติสิริเตปิฏกวิสารโท

พ.ศ. 2526 ได้รับสมณศักดิ์จากศรีลังกา ฝ่ายรามัญวงศ์ ที่ พระติปิฏกบัณฑิตธัมมกิตติสสิริยติสังฆปติ

พ.ศ. 2526 ได้รับสมณศักดิ์จากศรีลังกา สยามวงศ์ ฝ่ายโกฏเฏ ที่ พระอุบาลีวังสาลังการะอุปัชฌายธรรมธีรราชมหามุนีเถระ

พ.ศ. 2558 รัฐบาลเมียนมา ถวาย “อัคคมหาบัณฑิต” ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

พ.ศ. 2560 สมเด็จพระสังฆราช มีพระบัญชาตั้ง เป็นประธานอำนวยการโครงการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ โดยใช้หลักธรรมทางพระพุทธศาสนา หรือหมู่บ้านรักษาศีล 5

ส่วนสมณศักดิ์นั้น เริ่มจากพระราชาคณะชั้นสามัญ ที่ พระศรีวิสุทธิโมลี วันที่ 5 ธ.ค. 2499 และได้รับการสถาปนาให้เป็นสมเด็จพระราชาคณะ เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2538 ในราชทินนามว่า “สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ไพศาลหิตานุหิตวิธาน ปฏิภาณสุธรรมภาณีศรีสังฆโสภณ วิมลศีลาจารนิวิฐ ตรีปิฏกบัณฑิต มหาคณิสสร บวรสังฆารามคามวาสี อรัญวาสี”