กรมส่งเสริมฯเน้น การพัฒนาเครือข่าย เกษตรปลอดการเผา ใช้เทคโนโลยีทดแทน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701391

วันศุกร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

นายเข้มแข็ง ยุติธรรมดำรง อธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร กล่าวว่า ปัญหาหมอกควันปกคลุมและมลพิษทางอากาศเกิดขึ้นทุกปี ช่วงเดือนมกราคม-พฤษภาคมมีสาเหตุหลักจากการเผาทำลายทั้งในพื้นที่ป่าและพื้นที่การเกษตร จึงส่งเสริมการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร มีเป้าหมายในการการเสริมสร้างความรู้ ความเข้าใจให้กับเกษตรกร เกิดความตระหนักถึงผลกระทบ พร้อมเสนอทางเลือกในการใช้เทคโนโลยีการเกษตรทดแทนการเผา สร้างการมีส่วนร่วมของเกษตรกรในการป้องกันและแก้ปัญหาการเผา รวมทั้งสร้างต้นแบบในการทำการเกษตรปลอดการเผาเพื่อสนับสนุนการหยุดเผาในพื้นที่การเกษตร

นายเข้มแข็งกล่าวต่อว่า ในปี 2566 ได้ขับเคลื่อนการแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร โดยใช้กลไกของศูนย์เรียนรู้การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตสินค้าเกษตร (ศพก.) หรือศูนย์จัดการดินปุ๋ยชุมชน (ศดปช.) หรือกลุ่มเกษตรกรในพื้นที่ส่งเสริมการทำการเกษตรแปลงใหญ่ หรือเกษตรกร Young smart farmer หรือเกษตรกร Smart farmer หรือเครือข่ายวิสาหกิจชุมชน หรือเกษตรกรที่สนใจเข้าร่วมโครงการอบรมให้ความรู้ทแก่เกษตรกร 17,640 ราย เพื่อสร้างเครือข่ายเกษตรกรปลอดการเผา และสร้างกลไกในการขับเคลื่อนการแก้ปัญหาการเผาในพื้นที่การเกษตร รวม 337 เครือข่าย ในพื้นที่ 62 จังหวัด ประกอบด้วย พื้นที่ 10 จังหวัดภาคเหนือตอนบน และพื้นที่ 52 จังหวัดที่มีการเผาในภาคการเกษตรสูง โดยการถ่ายทอดเทคนิคและวิชาการด้านการใช้เทคโนโลยีการเกษตรทดแทนการเผา สาธิตการจัดการเศษวัสดุเหลือใช้จากภาคการเกษตร สนับสนุนจุดสาธิตเรียนรู้ด้านการทำการเกษตรแบบปลอดการเผาตามบริบทของชุมชน

กษ.มอบของขวัญปีใหม่’เหนือ-อีสาน’ เดินหน้า 83 โครงการ ปี 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701357

กษ.มอบของขวัญปีใหม่'เหนือ-อีสาน' เดินหน้า 83 โครงการ ปี 2566

กษ.มอบของขวัญปีใหม่’เหนือ-อีสาน’ เดินหน้า 83 โครงการ ปี 2566

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 21.48 น.

กษ.มอบของขวัญปีใหม่เหนือ-อีสาน เดินหน้า 83 โครงการ ปี 2566 รับมือการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศแม่น้ำโขง

เมื่อวันที่ 29 ธันวาคม 2565 นายอลงกรณ์ พลบุตร ที่ปรึกษารัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการบูรณาการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อภาคการเกษตรจากการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขง เป็นประธานการประชุม ครั้งที่ 4/2565 โดยกล่าวว่า ที่ผ่านมา นายเฉลิมชัย ศรีอ่อน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ มอบนโยบายการป้องกันและแก้ไขปัญหาผลกระทบต่อภาคการเกษตรจากการเปลี่ยนแปลงของแม่น้ำโขง โดยทำงานบูรณาการในพื้นที่กลุ่มลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัด ในภาคเหนือและภาคอีสาน ร่วมทำงานกับภาคีเครือข่ายสภาองค์กรชุมชน องค์กรปกครองท้องถิ่น หน่วยงานรัฐในจังหวัด ร่วมกับศูนย์เทคโนโลยีและนวัตกรรม (AIC) ประจำจังหวัด โดยที่ประชุมมีมติเห็นชอบแผนการดำเนินงานโครงการตามแผนพัฒนาด้านการประมงในพื้นที่แม่น้ำโขงอย่างยืน จำนวนทั้งสิ้น 83 โครงการ งบประมาณ 13,082,440 บาท ปีงบประมาณ พ.ศ.2566

ทั้งนี้ ที่ประชุมยังได้หารือถึงแนวทางปฏิบัติในการใช้เครื่องมือจับสัตว์น้ำที่มีประสิทธิภาพสูงในพื้นที่แม่น้ำโขง (อวนลากทับตลิ่ง) จากประกาศกรมประมง เรื่อง กำหนดขนาดช่องตาอวนก้นถุงเครื่องมืออวนลากที่ให้ใช้ทำการประมง พ.ศ.2558 ลงวันที่ 28 ธ.ค.2558 ถึงเครื่องมือประมงอวนลากที่มีช่องตาอวนก้นถุงเล็กกว่าขนาดต่ำกว่า 4 ซม.และเป็นเครื่องมือทำการประมงที่ไม่สามารถทำการประมงในที่จับสัตว์น้ำที่เป็นสาธารณสมบัติของแผ่นดินโดยทั่วไปได้ โดยมีข้อยกเว้นที่กรมประมงสามารถอนุญาตให้ใช้เครื่องมือเหล่านี้ทำการประมงเพื่อการศึกษาวิจัยได้ การสร้างทางผ่านปลาในกรณีที่มีการก่อสร้างประตูน้ำปิดกั้น ทางเข้า-ออก ของสัตว์น้ำ ระหว่างแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา กรมประมง ได้มีข้อเสนอว่า ในทุกโครงการก่อสร้างเกี่ยวกับการสิ่งกีดขวางทางน้ำใหม่ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต ต้องมีการศึกษาและก่อสร้างทางผ่านปลาทุกโครงการเพื่อลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับสัตว์น้ำ ในส่วนฝายเดิมหรือฝายเก่าที่เกิดขึ้นแล้ว ให้พิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่จะดำเนินการศึกษาหรือออกแบบโดยอาศัยข้อมูลต่างๆ และความร่วมมือจากกรมประมง เพื่อให้ทางผ่านปลาที่จะเกิดขึ้นนั้นมีประสิทธิภาพและคุ้มค่ามากที่สุด

การสร้างทางผ่านปลาในกรณีที่มีการก่อสร้างประตูน้ำปิดกั้นทางเข้า-ออกของสัตว์น้ำ ระหว่างแม่น้ำโขงและลำน้ำสาขา ในปีงบประมาณ พ.ศ.2565 กรมประมงได้รับงบประมาณจากกรมชลประทาน จำนวน 500,000 บาท เพื่อศึกษารูปแบบทางผ่านปลา โครงการประตูระบายน้ำบ้านวังชัน จังหวัดปราจีนบุรี ซึ่งได้ทำการศึกษาชนิดพันธุ์ปลา ปริมาณปลาที่พบ และข้อมูลอุทกวิทยาของแม่น้ำปราจีนบุรี ทั้งนี้ กรมประมง จะจัดทำรายงานเสนอ เพื่อประกอบการตัดสินใจออกแบบทางผ่านปลาที่เหมาะสม รวมถึงการจัดการควบคุมการเปิด-ปิดประตูระบายน้ำ รวมทั้งแนวทางการเพาะพันธุ์ปลาบึก เพื่อปล่อยในแหล่งน้ำธรรมชาติ วิธีการที่จะให้ผลดีที่สุดและมีผลกระทบต่อพันธุกรรมของประชากรธรรมชาติไม่มาก คือ การดำเนินการในลักษณะระบบเพาะพันธุ์เคลื่อนที่ (Mobile – Hatchery) เป็นการนำพ่อแม่ปลาที่มีความพร้อมในการเพาะพันธุ์ที่จับจากแม่น้ำโขงในช่วงฤดูการอพยพขึ้นมาวางไข่ของปลาชนิดต่าง ๆ มาเพาะพันธุ์และปล่อยลูกปลาที่ได้กลับสู่แม่น้ำโขงโดยไม่มีการอนุบาลจนเจริญเติบโต

นอกจากนี้ ยังมีการหารือในด้านความแปรปรวนทางพันธุกรรมจากการนำพลับพลึงแม่น้ำโขงที่ได้จากการเพาะเลี้ยงเนื้อเยื่อกลับไปปลูกในธรรมชาติ จะทำให้เกิดความแปรปรวนทางพันธุกรรม หากมีการนำต้นพันธุ์ที่กรมประมงผลิตได้จากห้องปฏิบัติการไปปลูกคืนถิ่นเดิม จะไม่เป็นการก่อให้เกิดความแปรปรวนทางพันธุกรรมแต่อย่างใด โดยกรมประมง ได้ดำเนินการตามแผนการนำต้นพันธุ์พลับพลึงแม่น้ำโขงที่กรมประมงผลิตได้จากห้องปฏิบัติการนำไปปลูกคืนถิ่น ในพื้นที่ตำบลบ้านม่วง อำเภอสังคม จังหวัดหนองคาย และบริเวณหาดคำภีร์ อำเภอปากชม จังหวัดเลย

ขณะเดียวกัน ยังได้รับทราบ ถึงรายงานความก้าวหน้าการดำเนินการของคณะอนุกรรมการขับเคลื่อนเพื่อพัฒนาการเกษตรในพื้นที่แม่น้ำโขงอย่างยั่งยืนทบทวนแผนพัฒนาการเกษตร ในพื้นที่แม่น้ำโขงอย่างยั่งยืนระดับจังหวัด ปี 2566 – 2570 โดยวิเคราะห์ผลกระทบที่เกิดจากการเปลี่ยนแปลงระบบนิเวศแม่น้ำโขง สถานการณ์ปัจจุบัน และความต้องการจากผู้มีส่วนได้เสีย จัดลำดับความสำคัญของกลุ่มเป้าหมายโดยให้ความสำคัญกับกลุ่มพื้นที่ที่มีพื้นที่ติดแม่น้ำโขงเป็นลำดับแรก ซึ่งสำนักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้จัดทำสรุปแผนงานและโครงการภายใต้แผนพัฒนาการเกษตรในพื้นที่แม่น้ำโขงอย่างยั่งยืนระดับจังหวัด ปี 2566 – 2570 (ฉบับทบทวน) เรียบร้อยแล้ว และนำเสนอปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เพื่อลงนามหนังสือถึงหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อพิจารณาบรรจุไว้ในคำของบประมาณประจำปีต่อไป และรายงานผลการดำเนินงานโครงการและกิจกรรม ด้านการประมงในพื้นที่แม่น้ำโขง ปีงบประมาณ พ.ศ.2565 จำนวนโครงการ 23 โครงการ จำนวนงบประมาณ 9,204,796 บาท

โดยคณะกรรมการฯ มีมติให้การสนับสนุนการศึกษาดูงานโครงการสัมมนาสร้างความเข้มแข็งในการบริหารจัดการชุมชนเพื่อการมีส่วนร่วมในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำในพื้นที่ แม่น้ำโขง ภายในโครงการผู้เข้าร่วมสัมมนาจะได้รับองค์ความรู้และประสบการณ์ไปปรับใช้ในการบริหารจัดการทรัพยากรสัตว์น้ำ และการรวมกลุ่มกันผลิต อันจะส่งผลต่อการเพิ่มประสิทธิภาพของการร่วมกันบริหารจัดการทรัพยากรให้เกิดความยั่งยืน ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ จะลงพื้นที่ดูงานร่วมกัน ณ ศูนย์วิจัยและพัฒนาการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำจืดนครพนม จังหวัดนครพนม ภายในเดือนกุมภาพันธ์ พ.ศ.2566

นายอลงกรณ์ กล่าวด้วยว่า การประชุมครั้งนี้ ผู้แทนเครือข่ายสภาองค์กรชุมชนลุ่มน้ำโขง 7 จังหวัดได้กล่าวขอบคุณและชื่นชมกระทรวงเกษตรฯ และกรมประมง สำหรับการสนับสนุนกิจกรรมต่างๆ และการทำงานร่วมมือกันอย่างมุ่งมั่นทำงานจริงจังเกินคาดหมายตลอดปี 2565 ที่ผ่านมาด้วย

กรมชลฯเดินหน้าจ้างงานปี66 ตั้งเป้าจ้างแรงงานเกษตรกรทั่วประเทศ 86,000 คน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/701280

กรมชลฯเดินหน้าจ้างงานปี66 ตั้งเป้าจ้างแรงงานเกษตรกรทั่วประเทศ 86,000 คน

กรมชลฯเดินหน้าจ้างงานปี66 ตั้งเป้าจ้างแรงงานเกษตรกรทั่วประเทศ 86,000 คน

วันพฤหัสบดี ที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 11.55 น.

กรมชลฯเดินหน้าจ้างงานปี66 ตั้งเป้าจ้างแรงงานเกษตรกรทั่วประเทศ 86,000 คน 

29 ธันวาคม 2565 นายประพิศ จันทร์มา อธิบดีกรมชลประทาน เปิดเผยว่า ตามที่กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ได้มีนโยบายช่วยเหลือเกษตรกรทั่วประเทศ ให้มีรายได้เสริมในช่วงฤดูแล้ง ด้วยการจ้างแรงงานชลประทาน เพื่อช่วยเหลือเกษตรกร ในปีงบประมาณ พ.ศ.2566 สำหรับปฏิบัติงานด้านต่างๆ อาทิ งานซ่อมแซม บำรุงรักษา ขุดลอก ปรับปรุงงานชลประทาน โครงการส่งเสริมการดำเนินงานอันเนื่องมาจากพระราชดำริ งานก่อสร้างแหล่งน้ำและระบบส่งน้ำเพื่อชุมชน แก้มลิง การจัดการคุณภาพน้ำ รวมทั้งโครงการป้องกันและบรรเทาภัยจากน้ำ เพื่อให้เกษตรกรมีรายได้ทดแทนการว่างเว้นจากการทำการเกษตร

ในปีนี้มีแผนจ้างแรงงานวงเงิน 5,336 ล้านบาท สามารถจ้างแรงงานได้ประมาณ 86,000 คน ระยะเวลาการจ้างอยู่ระหว่าง 3 – 10 เดือน วงเงินจ้างแรงงานอยู่ระหว่าง 26,100 – 87,000 บาท/คน(ขึ้นอยู่กับระยะเวลาในการจ้าง/คน) โดยเกณฑ์การจ้างแรงงานจะพิจารณากลุ่มเป้าหมาย 4 กลุ่ม ดังนี้ 1. เกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนกับกรมส่งเสริมการเกษตรหรือเกษตรกรในพื้นที่ 2. สมาชิกกลุ่มผู้ใช้น้ำของกรมชลประทานในพื้นที่ 3. ประชาชน และผู้ใช้แรงงานทั่วไป และ 4. หากแรงงานในพื้นที่มีไม่เพียงพอให้พิจารณาจ้างเกษตรกรหรือแรงงานในพื้นที่ใกล้เคียง จากหมู่บ้าน ตำบล อำเภอ จังหวัด และลุ่มน้ำ ตามลำดับปัจจุบันมีการจ้างแรงงานทั่วประเทศไปแล้วประมาณ 16,408 คน หรือคิดเป็นร้อยละ 19 ของแผนฯ โดยจังหวัดที่มีผลการจ้างแรงงานมากที่สุด 3 ลำดับ ได้แก่ จังหวัดนครพนม 1,861 คน จังหวัดอำนาจเจริญ 1,191 คน และจังหวัดเชียงใหม่ 1,110 คน

อย่างไรก็ตามกรมชลประทาน ขอเชิญชวนเกษตรกรและประชาชนทั่วไป เข้าร่วมโครงการฯ เพื่อเป็นการสร้างรายได้เสริมหรือทดแทนจากการสูญเสียรายได้ด้านการเกษตร หากเกษตรกรหรือประชาชนที่สนใจเข้าร่วมโครงการฯ สามารถติดต่อสอบถามหรือสมัครได้ที่โครงการชลประทานใกล้บ้าน หรือทางสายด่วนกรมชลประทาน 1460

CNN เลือกกรุงเทพฯ และการแสดงพลุรักษ์โลก ไอคอนสยาม เป็น 1 ใน 10 Countdown Destination เทียบเท่ามหานครอื่นทั่วโลก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/701337

CNN เลือกกรุงเทพฯ และการแสดงพลุรักษ์โลก ไอคอนสยาม  เป็น 1 ใน 10 Countdown Destination เทียบเท่ามหานครอื่นทั่วโลก

CNN เลือกกรุงเทพฯ และการแสดงพลุรักษ์โลก ไอคอนสยาม เป็น 1 ใน 10 Countdown Destination เทียบเท่ามหานครอื่นทั่วโลก

วันศุกร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.15 น.

สำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น (CNN)ได้ประกาศผ่านเว็บไซต์ให้ กรุงเทพมหานคร เป็น 1 ใน 10 เมืองเด่นของโลก และการแสดงพลุตระการตาริมแม่น้ำเจ้าพระยาของงาน Amazing Thailand Countdown ณ ไอคอนสยาม เป็นสถานที่ที่ผู้คนทั่วโลกต้องปักหมุดร่วมนับถอยหลังขึ้นปีใหม่ ตอกย้ำให้ไอคอนสยามเป็น Global Countdown Destination หนึ่งเดียวในประเทศไทย ที่เป็นแลนด์มาร์คของการฉลองค่ำคืนส่งท้ายปีสุดยิ่งใหญ่ได้อย่างเต็มภาคภูมิเพื่อสร้างความทรงจำและความประทับใจที่สุดแห่งหนึ่งเทียบเท่ามหานครอื่นทั่วโลก ได้แก่ ซิดนีย์, ไทเป, ดูไบ,เคปทาวน์, โรม, ลอนดอน, ริโอ เดอจาเนโร, นิวยอร์ค และลาสเวกัส

ไอคอนสยาม สร้างมหาปรากฏการณ์งานเคาท์ดาวน์ระดับโลก นำประเทศไทยสู่เวทีโลกอีกครั้ง กับ “Amazing Thailand Countdown 2023” ผนึกกำลังความร่วมมือกับ การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย กลุ่มบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ดีเวล็อปเม้นต์ คอร์ปอเรชั่น ภาครัฐภาคธุรกิจโรงแรมริมแม่น้ำเจ้าพระยา และชุมชน เนรมิตให้แม่น้ำเจ้าพระยาเป็นจุดหมายปลายทางแห่งการท่องเที่ยวที่สำคัญของกรุงเทพมหานครและประเทศไทย ตอกย้ำการเป็น Global Countdown Destination ให้ทั่วโลกได้รับชมความงดงามของค่ำคืนแห่งการก้าวสู่ศักราชใหม่บนโค้งน้ำเจ้าพระยาที่สวยที่สุด และเป็นการรวมพลังคนไทยเพื่อพลิกฟื้นเศรษฐกิจพร้อมกระตุ้นการท่องเที่ยวจากทั่วโลกอีกด้วย

ไฮไลต์และมหกรรมความบันเทิงพร้อมสะกดทุกสายตา ด้วยการแสดงพลุรักษ์โลกสุดตระการตาสว่างไสวบนโค้งแม่น้ำเจ้าพระยาที่สวยที่สุดความยาว 1,400 เมตร รวมจำนวนกว่า 30,000 ดอก ภายใต้แนวคิด “พลังแห่งหัวใจไทยยิ่งใหญ่สะกดโลก Win the World for Thailand” ครั้งแรก!! กับ Hybrid World Countdown การนำเทคโนโลยีโลกเสมือนผสานโลกแห่งความจริง เปิดประสบการณ์การรับชมพลุสุดตระการตา ที่ผสมผสานเป็นหนึ่งเดียวกับเทคโนโลยี AR หรือ Augmented reality ถ่ายทอดความหมายของพลุทั้ง 7 องก์ ผ่านทาง ONESIAM SuperApp

นอกจากนี้ ไอคอนสยาม ยังได้เตรียมของขวัญพิเศษให้กับคนไทยด้วยมหกรรมความบันเทิงจากศิลปินระดับโลกมาร์ค ต้วน (Mark Tuan) หนึ่งในสมาชิกGOT7 กับการแสดงแบบ First Solo ครั้งแรกในเมืองไทย พร้อมด้วยศิลปินแถวหน้าของเมืองไทยอีกมายมาย อาทิ อิ้งค์-วรันทร, มิว-ศุภศิษฏ์, หยิ่น-วอ,เจ-เจตริน-เจ้านาย-จินเจษฎ์, อะตอม-ชนกันต์, โปเตโต้, ออฟ-ปองศักดิ์,TYTAN-ไทแทน ทีปประสาน Last Idolและ Pretzelle เพื่อสร้างความสุขความหวัง กลับสู่หัวใจคนไทยและคนทั่วโลกอีกครั้ง

สัมผัสความยิ่งใหญ่ของงาน “Amazing Thailand Countdown 2023” ที่ตอกย้ำการเป็นแลนด์มาร์ค Global Countdown Destination ทั้งนี้ ผู้ที่จะเข้าร่วมชมกิจกรรมและการแสดงบนเวที ณ ไอคอนสยาม ในวันที่ 31 ธันวาคม 2565 ต้องทำการลงทะเบียนล่วงหน้า สำหรับประชาชนทั่วไปสามารถติดตามรับชมความอลังการของงานผ่านการถ่ายทอดสด (Live) ทางไทยรัฐ ทีวีช่อง 32HD พร้อมช่องทางออนไลน์ผ่านเฟซบุ๊ก ICONSIAM และช่องทางแอปพลิเคชั่น TrueID

เจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระกุศล ‘สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ องค์ประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/701359

เจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระกุศล ‘สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’  องค์ประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

เจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระกุศล ‘สมเด็จเจ้าฟ้าพัชรกิติยาภาฯ’ องค์ประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

วันศุกร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย จัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์ ถวายเป็นพระกุศล สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย ให้ทรงหายจากพระอาการประชวรทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน จัดขึ้น ณ สำนักงานมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เมื่อวันที่ 28 ธันวาคม 2565

ในการนี้ได้รับเมตตาจาก พระธรรมวชิราจารย์(สุชาติ กิตฺติปญฺโญ ป.ธ.8, ดร.) พระราชาคณะชั้นธรรม เจ้าอาวาสวัดสุวรรณารามราชวรวิหาร เป็นประธานสงฆ์, ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา และประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นประธานในพิธิ โดยมีคณะกรรมการมูลนิธิฯ อาทิ ศ.กิตติคุณ นพ.ดำรง เหรียญประยูร,ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ, ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, ผาณิต พูนศิริวงศ์,สาโรจน์ พรประภา, นงลักษณ์ พงศ์พิสุทธิ์, อดิศักดิ์ภาณุพงศ์, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, ดร.รอยล จิตรดอน,รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช, สายสม วงศาสุลักษณ์ และ ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯทีมเครือข่ายจากจังหวัดต่างๆ มาร่วมพิธีโดยพร้อมเพรียงกัน

พระธรรมวชิราจารย์ และคณะสงฆ์ เจริญพระพุทธมนต์

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษา และประธานกรรมการบริหารมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทยประธานในพิธี ภายหลังจุดธูปเทียนบูชาพระรัตนตรัย ถวายธูปเทียนแพ เปิดกรวยกระทงดอกไม้ หน้าพระรูป สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดีกรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา ได้นำกล่าวบำเพ็ญกุศลถวายเป็นพระกุศล ความว่า

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย กล่าวคำบำเพ็ญกุศลหน้าพระรูป

“ข้าพระพุทธเจ้า ศาสตราจารย์พิเศษสุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษาและประธานกรรมการบริหาร มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย พร้อมด้วยคณะกรรมการและเจ้าหน้าที่มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ตลอดจนผู้มีอุปการคุณต่อมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย ที่มารวมกัน ณ ที่นี้ ล้วนสำนึกในพระกรุณาธิคุณของใต้ฝ่าพระบาทเป็นล้นพ้นหาที่สุดมิได้ ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมจิตอธิษฐาน ถวายบุญกุศลในวันนี้ ขอพระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวร และทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงในเร็ววัน”

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย ประธานในพิธีเจ้าหน้าที่เครือข่ายเตือนภัยพิบัติชุมชนเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ร่วมพิธี

สำหรับบทสวด “โพชฌังคปริตร” มีความหมายว่า “องค์แห่งการตรัสรู้” หรือ “ธรรมที่เป็นองค์ประกอบแห่งการตื่นรู้” เป็นธรรมที่เกี่ยวกับปัญญา จัดเป็นธรรมชั้นสูง ทำให้ใจสว่างใส เมื่อใจสว่างสงบ ร่างกายก็จะดี ตามหลักที่ว่า “จิตเป็นนายกายเป็นบ่าว” และชาวพุทธเชื่อกันว่าบทสวดโพชฌังคปริตร เป็นบทที่ช่วยให้ผู้ป่วยหายจากโรคได้เพราะเป็นบทสวดที่มีเสียงสระแค่สองจังหวะตลอดทั้งบท ทำให้คลื่นเสียงที่เกิดขึ้นจากการสวดมีความสม่ำเสมอซึ่งส่งผลต่อการเยียวยาอวัยวะและระบบต่างๆ ในร่างกายได้ดี โดยในพิธีวันนี้ คณะสงฆ์ได้สวดทั้งสิ้น 19 จบ เพื่อให้มีพลานุภาพสูงสุดถวายแด่องค์ประธานมูลนิธิฯ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย นำคณะกรรมการ เจ้าหน้าที่ เครือข่ายมูลนิธิฯ สวดเจริญพระพุทธมนต์และเจริญจิตตภาวนาถวายองค์ประธานมูลนิธิฯ

มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เป็นองค์กรการกุศลไม่แสวงหาผลกำไร จัดตั้งตามพระดำริของ พระเจ้าวรวงศ์เธอ
พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถโดยทรงดำรงตำแหน่งเป็นนายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพและ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภานเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชรมหาวัชรราชธิดา ทรงดำรงตำแหน่งประธานกรรมการ โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อสนับสนุนและเชื่อมโยงให้ภาครัฐ เอกชน และชุมชน ร่วมกันเกื้อหนุนช่วยเหลือซึ่งกันและกันในยามทุกข์ยากจากอุทกภัย และภัยพิบัติที่รุนแรง อันได้แก่การร่วมกันระดมองค์ความรู้ นวัตกรรม กำลังแรงกายทุนทรัพย์ และจิตสาธารณะ เพื่อช่วยเหลือและฟื้นฟูอย่างครบวงจร รวมทั้งการพัฒนาอาชีพและคุณภาพชีวิตอย่างยั่งยืน นอกจากนี้ยังสนับสนุนให้ผู้ทุกข์ยากน้อยกว่าช่วยเหลือผู้ทุกข์ยากมากกว่าผู้ที่แข็งแรงช่วยผู้อ่อนแอ เป็นต้น โดยมุ่งเน้นการประทังชีวิตและการฟื้นฟูสภาพจิตใจ มูลนิธิฯ ปฏิบัติงานและยึดหลักภายใต้แนวคิด “แบ่งปัน พอเพียงยั่งยืน”

คณะกรรมการมูลนิธิฯ นำโดย ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย, ศ.กิตติคุณ นพ.ดำรง เหรียญประยูร, ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ, ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, ผาณิต พูนศิริวงศ์,
สาโรจน์ พรประภา, นงลักษณ์ พงศ์พิสุทธิ์, อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, ดร.รอยล จิตรดอน, รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช, สายสม วงศาสุลักษณ์ และ ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล

คณะกรรมการมูลนิธิฯ นำโดย ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย, ศ.กิตติคุณ นพ.ดำรง เหรียญประยูร, ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ, ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, ผาณิต พูนศิริวงศ์, สาโรจน์ พรประภา, นงลักษณ์ พงศ์พิสุทธิ์, อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, ดร.รอยล จิตรดอน, รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช, สายสม วงศาสุลักษณ์ และ ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล
พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ

ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย, วีระศักดิ์ โควสุรัตน์, ฉัตรชัย พรหมเลิศ, ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ

ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย, รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช
และ ผาณิต พูนศิริวงศ์ ร่วมลงนามถวายพระพร
หน้าพระรูป ภายในร้าน PAfe’

ศ.กิตติคุณ ดร.อัจฉรา จันทร์ฉาย, รศ.สุทธิมา ชำนาญเวช และ ผาณิต พูนศิริวงศ์ ร่วมลงนามถวายพระพร หน้าพระรูป ภายในร้าน PAfe’

สาโรจน์ พรประภา, ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ และ
อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์

สาโรจน์ พรประภา, ศ.พิเศษ ธงทอง จันทรางศุ และ อดิศักดิ์ ภาณุพงศ์

โรบินสันไลฟ์สไตล์สร้างสรรค์พื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียน กับกิจกรรมสุดสนุกเสริมทักษะและประสบการณ์‘STUDENT FUN FAIR’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/701328

โรบินสันไลฟ์สไตล์สร้างสรรค์พื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียน  กับกิจกรรมสุดสนุกเสริมทักษะและประสบการณ์‘STUDENT FUN FAIR’

โรบินสันไลฟ์สไตล์สร้างสรรค์พื้นที่การเรียนรู้นอกห้องเรียน กับกิจกรรมสุดสนุกเสริมทักษะและประสบการณ์‘STUDENT FUN FAIR’

วันศุกร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ จับมือ ห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ในเครือเซ็นทรัล รีเทล เดินหน้าสานต่อนโยบาย CRC GREEN & SUSTAINABLE RETAIL พร้อมตอกย้ำการเป็น LIFESTYLE & EXPERIENTIAL COMMUNITY หรือ ศูนย์กลางการใช้ชีวิตของทุกคนในชุมชนอย่างแท้จริง ด้วยการเปิดพื้นที่ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ ราชพฤกษ์ซึ่งเป็นสาขาแห่งใหม่ล่าสุด จัดกิจกรรมดีๆในชื่อ “STUDENT FUN FAIR เปิดประสบการณ์ความสนุก ส่งต่อความสุขนอกห้องเรียน” เพื่อเสริมสร้างการเรียนรู้นอกห้องเรียนของเด็กและเยาวชนชาวราชพฤกษ์และพื้นที่ใกล้เคียงอย่างสร้างสรรค์ โดยมี 3 กิจกรรมหลักที่มุ่งเน้นในเรื่องของการกล้าแสดงออก การใช้เวลาว่างให้เป็นประโยชน์ การส่งเสริมด้านความคิดสร้างสรรค์ การสร้างจิตสำนึกและการมีส่วนร่วมเกี่ยวกับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างยั่งยืน รวมไปถึงการพัฒนาทักษะต่างๆ ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน และขยายขีดความสามารถและโอกาสในการประกอบอาชีพในอนาคตต่อไป

กิจกรรมดังกล่าวได้รับเกียรติจาก ภิรมย์ ชุมนุม นายอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี เป็นประธานเปิดกิจกรรมอย่างเป็นทางการ ร่วมด้วย สุวรินทร์ เพ็ญธัญญการรองศึกษาธิการจังหวัดนนทบุรี, พ.ต.ท.พันธ์ศักย์ขาวงาม รองผู้กำกับสืบสวนปราบปรามสถานีตำรวจภูธรชัยพฤกษ์, ผู้อำนวยการ
สถานศึกษา ตัวแทนครู และนักเรียนจาก 6 โรงเรียนในชุมชนราชพฤกษ์ ได้แก่ โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า นนทบุรี, โรงเรียนวัดใหญ่สว่างอารมณ์, โรงเรียนวัดท่าเกวียน, โรงเรียนนนทบุรีวิทยาลัย, โรงเรียนปากเกร็ด และโรงเรียนบดินทรเดชา(สิงห์ สิงหเสนี) นนทบุรี โดยมี ทีมผู้บริหารศูนย์การค้าโรบินสัน ไลฟ์สไตล์ และห้างสรรพสินค้าโรบินสันในเครือเซ็นทรัลรีเทล นำโดย กมลทิพย์สรวยสุวรรณ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่สายการตลาดและพัฒนากลยุทธ์ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์ สเตฟานจูเบิร์ท ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการใหญ่อาวุโส ฝ่ายสื่อสารการตลาด บริษัท โรบินสัน จำกัด (มหาชน) ต้อนรับ

ภิรมย์ ชุมนุม นายอำเภอปากเกร็ด จังหวัดนนทบุรี กล่าวถึงกิจกรรมในครั้งนี้ว่า “ในฐานะตัวแทนจังหวัดนนทบุรี ต้องขอขอบคุณ ศูนย์การค้าโรบินสันไลฟ์สไตล์และห้างสรรพสินค้าโรบินสัน ที่ได้จัดกิจกรรมดีๆ เพื่อชุมชนมาโดยตลอดโดยเฉพาะโครงการล่าสุดอย่าง “STUDENT FUN FAIR เปิดประสบการณ์ความสนุก ส่งต่อความสุขนอกห้องเรียน” ที่ถือเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมสร้างสรรค์ในการเปิดพื้นที่ศูนย์การค้าให้เป็น COMMUNITY ของเด็กและเยาวชนชาวราชพฤกษ์และพื้นที่ใกล้เคียงที่นอกจากจะเป็นแหล่งพบปะสังสรรค์กันแล้ว ยังสามารถเป็นพื้นที่ในการสร้างและแลกเปลี่ยนความรู้ที่จะช่วยพัฒนาทักษะ ความสามารถ และยกระดับคุณภาพชีวิตของพวกเขาให้มีศักยภาพเพิ่มขึ้นทางหนึ่งด้วย ซึ่งผมหวังเป็นอย่างยิ่งว่าเราจะได้มีโอกาสร่วมมือสร้างสรรค์กิจกรรมดีๆ เช่นนี้เพื่อสร้างความเข้มแข็งอย่างยั่งยืนแก่ชุมชนและสังคมต่อไป”

สำหรับกิจกรรม “STUDENT FUN FAIR เปิดประสบการณ์ความสนุก ส่งต่อความสุขนอกห้องเรียน” ประกอบด้วย 3 กิจกรรมหลักที่น่าสนใจ ซึ่งผสมผสานทั้งความรู้ ความสนุก และสอดคล้องไปกับความสนใจและความถนัดของน้องๆ ในชุมชนราชพฤกษ์และพื้นที่ใกล้เคียง ไม่ว่าจะเป็น ตลาดนัดวัยทีน กับการเปิดพื้นที่ให้เด็กและเยาวชนได้พัฒนาทักษะ การเรียนรู้ผ่านการลงมือปฏิบัติจริง ด้วยการสวมบทบาทเป็นพ่อค้า แม่ค้าตัวน้อย “นำสินค้ามาเปลี่ยนเป็นทุนการศึกษา”

การเปิดเวทีให้เด็กและเยาวชนได้แสดงออกอย่างสร้างสรรค์ เพื่อฝึกฝนให้น้อง ๆ กล้าคิด กล้าทำ กล้าแสดงออก และใช้เวลาว่างจากการเรียนให้เป็นประโยชน์สูงสุด ผ่านการแสดงหลากหลายรูปแบบทั้งการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทย การแสดงร่วมสมัย และการแสดงในรูปแบบสากล อาทิ การแสดงชุด “ลีลาพัสตราภรณ์”เป็นการแสดงจินตลีลาภายใต้ชุดพัสตราภรณ์หรือ ชุดแสดงโขน ซึ่งถือเป็นศิลปะการแสดงชั้นสูงของไทย โดยชุดพัสตราภรณ์ที่ใช้ในการแสดงเป็นฝีมือการประดิษฐ์จากฝีมือของนักเรียนโรงเรียนนนทบุรีวิทยาทั้งหมด, การแสดงชุด “เซิ้งกะโป๋” การละเล่นที่เน้นความสนุกสนานเป็นหลัก โดยใช้ “กะโป๋ หรือ กะลำมะพร้าว เป็นอุปกรณ์ที่สำคัญในการเล่น ซึ่งถ่ายทอดวิถีชีวิตจากประเทศในแถบเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ เช่น มาเลเซีย อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ที่นำการละเล่นนี้มาฉลอง เมื่อเสร็จจากการเก็บเกี่ยวเพื่อสร้างความรื่นเริงและฉลองร่วมกัน นอกจากนี้ ยังมีการแสดงจินตลีลาประกอบเพลง การบรรเลงดนตรีไทย การแสดงดนตรีโฟล์คซอง การเต้น COVER DANCE เป็นต้น

กิจกรรมไฮไลต์อย่าง “MERRY ECO CHRISTMAS TREE CONTEST” การประกวดโชว์ไอเดียผลงานการตกแต่งต้นคริสต์มาสจากวัสดุเหลือใช้ในชุมชนชิงทุนการศึกษาและบัตรของขวัญจากร้านค้าชั้นนำภายในศูนย์การค้า มูลค่ารวมกว่า 19,000 บาท ซึ่งกิจกรรมนี้นอกจากจะเป็นการฝึกความคิดสร้างสรรค์ในเชิงศิลปะแก่เด็กและเยาวชนแล้ว สิ่งที่สำคัญที่สุดคือการสร้างจิตสำนึกให้พวกเขาได้เรียนรู้ และมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติ หรือ REDUCE และนำวัสดุเหลือใช้ในชุมชนมา REUSE และ RECYCLE อย่างคุ้มค่าและก่อให้เกิดประโยชน์ อันเป็นส่วนหนึ่งของการรักษาสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างยั่งยืน โดยทางศูนย์การค้าและห้างฯ ได้นำผลงานการตกแต่งต้นคริสต์มาสจากวัสดุเหลือใช้สุดสร้างสรรค์ทั้งหมดของน้องๆ มาจัดแสดงโชว์ในเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่และเพื่อเป็นการรณรงค์ส่งต่อจิตสำนึกการรักษาสิ่งแวดล้อมในชุมชนอย่างยั่งยืนแก่คนสังคมต่อไป

โดยผลงานที่ได้รับรางวัลจากการประกวด มีดังนี้ รางวัลชนะเลิศอันดับ 1 ผลงานจากนักเรียนโรงเรียนวัดใหญ่สว่างอารมณ์, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 1 ผลงานจากนักเรียนโรงเรียนนนทบุรีวิทยาลัย, รางวัลรองชนะเลิศอันดับ 2 ผลงานจากนักเรียนโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้า นนทบุรี และรางวัลชมเชยผลงานจากนักเรียนโรงเรียนบดินทรเดชา (สิงห์ สิงหเสนี) นนทบุรี, โรงเรียนวัดท่าเกวียน และโรงเรียนปากเกร็ด

ทั้งนี้ สามารถติดตามข่าวสารเพิ่มเติมได้ที่ FACEBOOK PAGE: ROBINSON LIFESTYLE RATCHAPHRUEK และ ROBINSON DEPARTMENT STORE RATCHAPHRUEK

บางกอกแอร์เวย์ส เสิร์ฟความสุขวันปีใหม่ ฟินรับปีกระต่ายร่าเริง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/701329

บางกอกแอร์เวย์ส เสิร์ฟความสุขวันปีใหม่ ฟินรับปีกระต่ายร่าเริง

บางกอกแอร์เวย์ส เสิร์ฟความสุขวันปีใหม่ ฟินรับปีกระต่ายร่าเริง

วันศุกร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

บริษัท การบินกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือสายการบินบางกอกแอร์เวย์ส ร่วมเฉลิมฉลองเทศกาลแห่งรอยยิ้มสู่ศักราชใหม่ให้ก้าวไปอย่างราบรื่น ด้วยบริการเสิร์ฟเมนูขนมหวาน “ค้กแครอทหน้าคัสตาร์ดในซอสส้ม” (Carrot Cake with Custard & Orange Glaze) ที่ตกแต่งลงบนหน้าเค้ก ด้วยลวดลายสัญลักษณ์ประจำปีนักษัตร 2566 รูปแสตมป์การ์ตูนกระต่ายร่าเริง ที่มาพร้อมกับข้อความ “Happy Healthy New Year 2023” และรสชาติที่รังสรรค์จากใจ แทนคำขอบคุณถึงผู้โดยสารทุกท่านที่ไว้วางใจสายการบินบางกอกแอร์เวย์สโดยเสมอมา ซึ่งจะพร้อมให้บริการสำหรับ

ผู้โดยสารชั้นธุรกิจและชั้นประหยัดบนทุกเที่ยวบินเส้นทางภายในประเทศ และระหว่างประเทศบนเที่ยวบินของบางกอกแอร์เวย์ส ในวันที่ 1 มกราคม 2566

สามารถเข้าชมรายละเอียดเที่ยวบินและสำรองที่นั่งได้ที่เว็บไซต์ https://www.bangkokair.com 

หรือ ติดต่อตัวแทนการท่องเที่ยว-ศูนย์บริการข้อมูลลูกค้า(Call Center)โทร.1771 หรือ 02-270-6699 ตั้งแต่เวลา 08.00-20.00 น. PG Live Chat: https://bit.ly/PGLiveChatTH พร้อมกันนี้ยังสามารถติดตามข่าวสารและอัปเดตโปรโมชั่นสุดพิเศษได้ที่เฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/FlyBangkokAir 

หรือ Line Official Account: @flybangkokair คลิก https://bit.ly/addfriend_pgline

Jim Thompson คอลเลคชั่นฉลองเทศกาลแห่งความสุขปลายปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/701335

Jim Thompson คอลเลคชั่นฉลองเทศกาลแห่งความสุขปลายปี

Jim Thompson คอลเลคชั่นฉลองเทศกาลแห่งความสุขปลายปี

วันศุกร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

แบรนด์ไลฟ์สไตล์สุดไอคอนนิคของไทย Jim Thompson (จิม ทอมป์สัน)เผยโฉมคอลเลคชั่น ready-to-wear ล่าสุดส่งท้ายปี “THE VIBRANT DREAM” collection ถ่ายทอดสไตล์ใหม่ผ่านเรื่องราวความฝันอันสดใส ด้วยคอนเซ็ปต์ลายปริ้นท์และสีสันสุดจัดจ้านซิกเนเจอร์ของแบรนด์ พร้อมนำเสนอมาในซิลลูเอตแพทเทิร์นใหม่ให้เหล่าแฟชั่นนิสต้าได้สไตล์ลุคสนุกๆ เพิ่มชีวิตชีวาสำหรับช่วงเทศกาลแห่งการเฉลิมฉลอง

คอลเลคชั่น “THE VIBRANT DREAM” บอกเล่าถึงความฝันอันสดใสสวยงาม เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลส่งท้ายปีเก่าต้อนรับปีใหม่ ด้วยการเลือกใช้สีสันที่มีเฉดสีโดดเด่นชัดเจนอันเป็นเอกลักษณ์ของแบรนด์ ผสานเข้ากับลายปริ้นท์ใหม่ ที่ได้รับแรงบันดาลใจในการรังสรรค์ลวดลายมาจากกล้วยไม้ 2 สายพันธุ์ ได้แก่ กล้วยไม้แคทลียา (Cattleya Orchids) ซึ่งได้รับการยกย่องว่าเป็นราชินีแห่งกล้วยไม้ และเป็นสัญลักษณ์สากลของบรรดาเหล่ากล้วยไม้ทั้งมวล ด้วยลักษณะดอกที่ใหญ่และมีสีสันที่สวยงาม และกล้วยไม้ฟาแลนนอปซิส(Phalaenopsis Orchids) ที่มีความหมายถึงความรัก การเติบโต และความมั่งคั่ง และยังมีความเชื่อว่าเป็นพันธุ์ไม้แห่งการนำพาโชคลาภอีกด้วย

นอกเหนือจากลวดลายปริ้นท์ใหม่ คอลเลคชั่นนี้ยังได้นำเสนอไอเทมส์ที่มีดีไซน์แพทเทิร์นใหม่เป็นครั้งแรก ได้แก่ One Shoulder Ruffle Dress ซิลลูเอต ที่ฉีกภาพเดิมของแบรนด์ ด้วยแพทเทิร์นเดรสไหล่เดี่ยวเข้ากับช่วงล่างซึ่งเป็นกระโปรงชายระบาย มาพร้อมโบผูกช่วงไหล่ช่วยเพิ่มให้ลุคดูสดใสยิ่งขึ้น และให้ความรีแลกซ์เบาสบายด้วยทรงหลวม ผ้าลินินน้ำหนักเบา Sleeveless Mandarin Top อีกหนึ่งซิลลูเอตใหม่ โดยเติมลูกเล่นด้วยคอจีนซ่อนกระดุมที่สามารถนำไปมิกซ์แอนด์แมทช์ได้หลากหลายลุค โดยมีให้เลือกทั้งแบบผ้าไหม เรยอน และลินิน Pull On Pant กางเกงขายาวที่ออกแบบให้สวมใส่ได้แบบสบายๆ มีให้เลือกทั้งลายปริ้นท์และสี solid สดใส และ Silk Classic Tank Top ดีไซน์ในแพทเทิร์นเสื้อกล้ามคอกว้างและเพิ่มความสดใสด้วยลาย field stripes และเลือกใช้ผ้าไหม habotai ที่มีน้ำหนักเบา เนื้อสัมผัสนุ่มลื่นมอบความความโปร่งสบายเมื่อสวมใส่เหมาะกับอากาศของเมืองไทย

และอีกหนึ่งความพิเศษของคอลเลคชั่นนี้ ทางแบรนด์ยังได้เพิ่มดีกรีความสดใสและมีชีวิตชีวา ด้วยการวางลวดลายหน้าหลังแบบไม่เหมือนกัน โดยด้านหน้าดีไซน์เป็นลายกล้วยไม้ ทั้งสายพันธุ์แคทลียาและฟาแลนนอปซิส พร้อมตีความใหม่ด้วยการเลือกใช้สีสันที่ตัดกันอย่างสดใส ซึ่งให้ความร่วมสมัยแต่ยังคงเอกลักษณ์ลายปริ้นท์ของแบรนด์อย่างเต็มเปี่ยม และด้านหลังดีไซน์ให้เป็นลายทาง (field stripes) ซึ่งได้รับแรงบันดาลใจจากลายผ้าไหมทอมือแบบเส้นในอดีต ผสานกับการเลือกเฟ้นสีสันอันฉูดฉาดแต่โดดเด่นสวยงามไม่ซ้ำใคร เพื่อความสนุกอีกขั้นเมื่อได้สวมใส่

คอลเลคชั่นเสื้อผ้า ready-to-wear ใหม่ ของ Jim Thompson มาพร้อมกับนวัตกรรม “Easy Care” โดยสามารถซักทำความสะอาดได้ด้วยเครื่องซักผ้าปกติ ไม่จำเป็นต้องส่งซักแห้ง (dry cleaning)สามารถซักน้ำและรีดให้เรียบได้ง่าย เหมาะกับยุคปัจจุบันและเพิ่มความสะดวกสบายในการดูแลรักษาเสื้อผ้าตัวโปรดได้อย่างง่ายดายยิ่งขึ้น

สดใสไปกับคอลเลคชั่นล่าสุดจาก Jim Thompson ได้แล้ววันนี้ ที่ Jim Thompson Flagship store สาขาสุรวงศ์ The Iconic Store ที่ Jim Thompson Heritage Quarter และสาขาในห้างสรรพสินค้าชั้นนำ อาทิ สาขาสยามพารากอน เซ็นทรัลเวิลด์ เซ็นทรัลเอ็มบาสซี ไอคอนสยาม และดิ เอ็มควอเทียร์หรือบนทางช่องทางออนไลน์ www.jimthompson.com

วาโก้เปิดป๊อปอัพ สโตร์ อวดคอลเลชั่นเอาใจวัยรุ่น

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/701330

วาโก้เปิดป๊อปอัพ สโตร์ อวดคอลเลชั่นเอาใจวัยรุ่น

วาโก้เปิดป๊อปอัพ สโตร์ อวดคอลเลชั่นเอาใจวัยรุ่น

วันศุกร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

วาโก้ เปิดตัว WACOAL MOOD POP UP STORE ชุดชั้นในคอลเลคชั่น “DO IT YOUR MOOD” พร้อมนำเสนอความสนุก ด้วยสีสันสดใสเอาใจกลุ่มวัยรุ่น

วาโก้ เปิดตัว WACOAL MOOD POP UP STORE ชุดชั้นในคอลเลคชั่น “DO IT YOUR MOOD” พร้อมนำเสนอความสนุก ด้วยสีสันสดใสเอาใจกลุ่มวัยรุ่น

แบรนด์ชุดชั้นใน วาโก้ ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขต้อนรับปีใหม่เปิดป๊อปอัพ สโตร์พื้นที่แหล่งช้อปปิ้งใจกลางกรุงเทพฯ โดยมี นายประณต
เวสารัชวิทย์ กรรมการบริหารและผู้อำนวยการฝ่ายบริหารการขายและนางอินทิรา นาคสกุล ผู้อำนวยการฝ่ายการตลาด บริษัท ไทยวาโก้จำกัด (มหาชน) พร้อมด้วย นายเอกวิทย์ชันวรานุรักษ์ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการผู้บริหารหน่วยธุรกิจ สยามเซ็นเตอร์เเละสยามดิสคัฟเวอรี่
ร่วมเปิดตัว Wacoal Mood Pop up Store @Siam Center เพื่อเพิ่มยอดขายและเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายที่เป็นวัยรุ่น พร้อมเชิญ นักเรียนนักศึกษาที่ร่วมทำ Survey คอลเลคชั่น Do It Your Mood และ Influencers ร่วมกิจกรรม แชะ ช้อป แชร์ สนุกสนานกับกิจกรรมและสุขใจกับการช้อปชุดชั้นในสีสันสดใสจาก Wacoal Mood: Do It Your Mood ตามคอนเซ็ปต์ Fun ทุก Mood…กู๊ดทุกฟิลลลล นอกจากนี้ยังมีโปรโมชั่นพิเศษเมื่อซื้อสินค้า WacoalMood ครบ 2,000 บาท (สุทธิ) ขึ้นไปต่อใบเสร็จ รับฟรี หูฟัง Mood Earpods มูลค่า 490 บาท ตั้งแต่วันนี้จนถึงวันที่ ถึง 8 มกราคม 2566 ที่ Wacoal Mood Pop up Store ศูนย์การค้าสยามเซ็นเตอร์ ชั้น G

เปิดแล้ว Dog Park สวนป่าเบญจกิติ แลนด์มาร์คใหม่ของคนรักน้องหมา กับกฎกติกาง่ายๆ ที่เจ้าของต้องรู้! ก่อนจูงน้องเข้าใช้สวนสาธารณะในเมือง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/701336

เปิดแล้ว Dog Park สวนป่าเบญจกิติ แลนด์มาร์คใหม่ของคนรักน้องหมา  กับกฎกติกาง่ายๆ ที่เจ้าของต้องรู้! ก่อนจูงน้องเข้าใช้สวนสาธารณะในเมือง

เปิดแล้ว Dog Park สวนป่าเบญจกิติ แลนด์มาร์คใหม่ของคนรักน้องหมา กับกฎกติกาง่ายๆ ที่เจ้าของต้องรู้! ก่อนจูงน้องเข้าใช้สวนสาธารณะในเมือง

วันศุกร์ ที่ 30 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

(ซ้าย) เก๋-ชลลดา สิริสันต์ และ เพชรลดา พูลวรลักษณ์

หลังจาก สวนป่าเบญจกิติสวนสาธารณะใจกลางเมือง ที่ กทม.เปิดให้ชาว Dog Lovers มาใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเท่าเทียม ล่าสุด เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ผู้นำคอนโดเลี้ยงสัตว์ได้ จับมือพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยง ผลักดันให้เกิดกิจกรรมเพื่อคนรักน้องหมากับงาน “Major Dog Day 2022” กิจกรรมพิเศษเพื่อคนเมือง คนรักน้องหมามุ่งสร้างกติกาเพื่อส่วนรวมสู่การใช้ชีวิตในสังคมอย่างเท่าเทียม โดยมี นายพรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์ ที่ปรึกษาของผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร, เก๋-ชลลดาสิริสันต์, หนิง-ปณิตา ธรรมวัฒนะที่ควงลูกสาวสุดที่รัก “น้องณิริน” รวมถึง Influencer สาย Dog และกลุ่มคนรักสัตว์มาร่วมงานคับคั่ง

(ซ้าย) ปาจริยา มหากาญจนะ

นางสาวเพชรลดา พูลวรลักษณ์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บริษัท เมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จำกัด (มหาชน) กล่าวว่าทุกโครงการคอนโดมิเนียมในเครือเมเจอร์ดีเวลลอปเม้นท์ เป็นคอนโดมิเนียมเลี้ยงสัตว์ได้ 100% ทำให้บริษัทมีความเชี่ยวชาญด้านการบริหารจัดการเกี่ยวกับสัตว์เลี้ยง เนื่องจากทุกโครงการของเราจะมีผู้อาศัยทั้งที่มีสัตว์เลี้ยง และไม่มีสัตว์อาศัยอยู่ร่วมกัน ทำให้เรามีแนวทางการจัดการที่เรียกว่า “MAJOR PETSCAPE”ที่ใช้ในการบริหารจัดการพื้นที่ให้ตอบโจทย์ทุกบริบทการอยู่อาศัยร่วมกับสัตว์เลี้ยงภายในโครงการคอนโดมิเนียม รวมถึงตั้งกฎระเบียบการเลี้ยงสัตว์ที่ชัดเจน เช่นการลงทะเบียนสัตว์เลี้ยง และสัตว์เลี้ยงของลูกบ้านต้องฉีดวัคซีนทุกปี หลังจาก กทม.มีนโยบายขยายพื้นที่รองรับเจ้าของและสัตว์เลี้ยงจะได้ใช้พื้นที่สาธารณะในเมืองร่วมกันเมเจอร์ ดีเวลลอปเม้นท์ จึงอยากร่วมส่งเสริมและสนับสนุน กทม. อย่างเต็มที่ในทุกด้าน

สพ.ญ.ดร.วัลลิยา กาญจนพงศ์กิจ และเหล่าคนรักน้องหมา

“ครั้งนี้ถือเป็นครั้งแรกที่ร่วมมือกับ กทม. ในการจัดงาน Major Dog Day 2022 เพื่อเปิดพื้นที่ให้คนรักน้องหมาได้มาพบปะสังสรรค์ ภายในงานมีกิจกรรมให้ร่วมสนุกมากมาย อาทิ กิจกรรม DOG FUN RUN ให้เจ้าของกับน้องหมาได้ FUN RUN ในพื้นที่สีเขียวขนาดใหญ่เป็นครั้งแรก, เสวนาพิเศษในหัวข้อ “เมืองกับหมาหมากับเมือง” ร่วมกับพันธมิตรผู้เชี่ยวชาญด้านสัตว์เลี้ยง โรงพยาบาลสัตว์คชาเว็ท,กิจกรรม Meet & Great น้องหมาเนตไอดอลชื่อดังกว่า 10 ชีวิต, บริการ Dog Grooming บริการฉีดวัคซีนฟรี พร้อมโชว์ดนตรี ร้านค้า และกิจกรรมมากมายตลอดทั้งงาน รวมทั้งยังได้มอบเงินสมทบทุนให้กับองค์กรการกุศลที่ดูแลสุนัขจร ซึ่งการจัดงานครั้งนี้ได้รับการตอบรับดีมากๆคนรักน้องหมาเดินทางร่วมงานอย่างล้นหลามสะท้อนให้เห็นว่าจำนวนคนเลี้ยงน้องหมาในเมืองเยอะขึ้น ดังนั้น พื้นที่ที่รองรับกิจกรรมพวกเขาที่ดีและเปิดกว้างที่สุด ก็คือ สวนสาธารณะ ล่าสุดเราเตรียมติดตั้งอุปกรณ์อำนวยความสะดวกให้กับคนรักสัตว์ภายในโซนพื้นที่ Dog Park ณ สวนป่าเบญจกิตินำร่องเป็นที่แรก และพร้อมติดตั้งในสวนฯ อื่นต่อไปอีกด้วย” นางสาวเพชรลดา กล่าว

พรพรหม ณ.ส. วิกิตเศรษฐ์

เพื่อรองรับไลฟ์สไตล์คนเมืองที่เปลี่ยนไป สวนป่าเบญจกิติ จึงเป็น 1 ใน 4สวนฯ ที่ กทม. ยกระดับสภาพแวดล้อมที่ดีให้คนและสัตว์อยู่ร่วมกันได้ โดย นางสาวปาจริยา มหากาญจนะ ผู้อำนวยการส่วนสวนสาธารณะ1 สำนักงานสวนสาธารณะสำนักสิ่งแวดล้อม กรุงเทพมหานคร กล่าวว่า กทม. เริ่มเปิดโซน Dog Park ในสวนสาธารณะโดยรอบกรุงเทพฯ แห่งแรกคือ สวนวัชราภิรมย์ แห่งที่สองเป็นสวนบางแคภิรมย์ แห่งที่สามสวนเทียนทะเลพัฒนา พฤกษาภิรมย์ และล่าสุดแห่งที่สี่ คือ สวนป่าเบญจกิติ ถ.รัชดาภิเษก แห่งแรกที่อยู่ใจกลางเมือง ปัจจุบันมีสุนัขที่ลงทะเบียนเป็นสมาชิก แล้วกว่า 3,000 ตัว

หนิง-ปณิตา ธรรมวัฒนะ และน้องณิริน

“การใช้พื้นที่ส่วนกลางร่วมกัน แน่นอนเราต้องมีกฎระเบียบการใช้งานที่ชัดเจน เพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขโดยขอความร่วมมือง่ายๆ ในเบื้องต้น 4 มาตรการดังนี้ 1.ลงทะเบียนให้สุนัขก่อนเข้าใช้บริการ 2.ฉีดวัคซีนให้น้องหมาอย่างสม่ำเสมอ โดยเฉพาะหน้าร้อนทุกตัวต้องได้รับวัคซีนพิษสุนัขบ้า 3.เมื่อเข้ามาในโซน Dog Park ก็ต้องมีสายจูงตลอดเวลาการทำกิจกรรม 4.หากน้องขับถ่าย เจ้าของสุนัขต้องดูแลรักษาความสะอาด พกถุงสำหรับจัดเก็บมูลสุนัขให้เรียบร้อย ซึ่งที่ผ่านมาก็ได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี ถือว่าเป็นกติกาง่ายๆ ที่สามารถสร้างความสุขร่วมกัน ซึ่งอนาคต สวนรถไฟ คืออีกหนึ่งสวน ที่ทางกทม. ต่อยอดเข้าไปพัฒนาพื้นที่ Dog Park ต่อไป” นางสาวปาจริยา กล่าว

Influencer สาย Dog

สพ.ญ.ดร.วัลลิยา กาญจนพงศ์กิจ สัตวแพทย์และประธานฝ่ายบริหารโรงพยาบาลสัตว์คชาเว็ท กล่าวเสริมว่า ความรักเท่ากับความรับผิดชอบ ซึ่งการนำน้องหมาออกมาใช้ชีวิตร่วมกับคนอื่นข้างนอก สิ่งแรกที่ต้องคำนึงถึง คือการฝึกอบรมพฤติกรรมการเรียนรู้การเข้าสังคมปัจจุบันมีโฮมสคูล หรือมีโรงเรียนสุนัขให้ไปฝึก น้องต้องได้รับการฝึกให้คุ้นเคยจนเคยชินสามารถเข้าสังคมได้ และอีกหนึ่งอย่างที่สำคัญคือ การดูแลสุขภาพของน้องๆมีการตรวจสุขภาพ มีการฉีดวัคซีน เพื่อลดความเสี่ยงของโรคติดต่อต่างๆ จากสัตว์ถึงคน นี่คือจุดเริ่มต้นของสังคมในการแบ่งปันความสุขของคนเมือง

ด้าน เก๋-ชลลดา สิริสันต์ พิธีกรและนักแสดงที่อุทิศตัวเองเพื่อดูแลสุนัข กล่าวว่า รู้สึกดีใจแทนคนรักสัตว์ทุกคนที่จะมีแลนด์มาร์คการทำกิจกรรมร่วมกันระหว่างน้องหมาในสวนสาธารณะในกรุงเทพฯ โดยทั่วถึง ซึ่ง กทม. มีสวนสาธารณะที่จัดโซน Dog Park ที่สวย ร่มรื่นสะอาดมากมาย ต้องขอขอบคุณ เมเจอร์ดีเวลลอปเม้นท์ ที่เปิดโอกาสให้พวกเราได้มาใช้ชีวิตร่วมกันอย่างเท่าเทียมในงานครั้งนี้ แต่สิ่งหนึ่งที่เก๋อยากฝากไว้ คือ หากเรารักลูกเรา เราต้องรับผิดชอบต่อสังคมด้วยทุกครั้งที่เราพาลูกๆ ออกมาสู่สังคมภายนอกเราต้องเป็น trendsetter ที่ดี ไปไหนใส่ใจส่วนรวม เช่น พกสเปรย์กำจัดกลิ่น มีสายจูงติดตัวตลอดเวลา พาเขาไปฝึกอบรมในโรงเรียนสุนัข ติดแท็กปลอกคอป้ายชื่อ ถือเป็นการลงทุนระยะยาว ทำให้สังคมเกิดความเข้าอกเข้าใจ ถ้อยทีถ้อยอาศัย ซึ่งอนาคตกลุ่ม Dog Lovers จะมีเยอะมากขึ้นตามเทรนด์และการเปลี่ยนแปลง และที่สำคัญที่สุดก่อนที่จะเริ่มเลี้ยงน้องหมาสักตัว ขอให้มั่นใจว่าได้เตรียมปรับรูปแบบการใช้ชีวิตที่จะมีเวลาดูแล พาไปออกกำลังกายมีที่อยู่อาศัยที่เหมาะสม ถ้าเป็นคอนโดก็ต้องเป็นคอนโดที่เลี้ยงสัตว์ได้ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีตลอดไป