H&M HOME เปิดสาขาที่ 2 ที่สยามพารากอน สัมผัสดีไซน์ทันสมัย คุณภาพเยี่ยม และราคาจับต้องได้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696722

H&M HOME เปิดสาขาที่ 2 ที่สยามพารากอน สัมผัสดีไซน์ทันสมัย คุณภาพเยี่ยม และราคาจับต้องได้

H&M HOME เปิดสาขาที่ 2 ที่สยามพารากอน สัมผัสดีไซน์ทันสมัย คุณภาพเยี่ยม และราคาจับต้องได้

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เอาใจคนรักการแต่งบ้าน H&M HOME เปิดตัวสาขาที่ 2 ที่สยามพารากอนบนพื้นที่กว่า 826 ตารางเมตรด้วยคาแร็กเตอร์และบรรยากาศที่เป็นเอกลักษณ์ โดยได้รับแรงบันดาลใจมาจากโรงแรมบูทีคที่อบอุ่นและเป็นกันเอง รวบรวมทั้งของตกแต่งบ้านและไลฟ์สไตล์ที่มาพร้อมกับสินค้ามากมาย และมีสินค้าจากทุกคอลเลคชั่นของ H&M HOME เพื่อให้คุณตกแต่งบรรยากาศของบ้านให้ดูโมเดิร์นได้ดั่งใจ

ไอด้า ลินดาห์ล (Ida Lindahl)ผู้จัดการทั่วไปของ H&M HOME กล่าวว่า “H&M HOME มีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ได้ประกาศเปิดตัวร้านแห่งที่สองในประเทศไทย ที่สยามพารากอนกรุงเทพฯ ซึ่งเป็นเมืองที่มีสีสันและมีความเป็นสากล เราพร้อมแล้วที่จะเชิญชาวกรุงเทพฯ และลูกค้านานาชาติมาพบกับโลกของ H&M HOME เพื่อสัมผัสดีไซน์ที่ทันสมัย คุณภาพเยี่ยม และราคาจับต้องได้สำหรับเทศกาลแห่งความสุขนี้ เราหวังว่าจะได้ต้อนรับทุกท่านสู่ร้านของเรา” 

ร้าน H&M HOME แห่งใหม่ที่สยามพารากอนเป็นอาณาจักรแห่งสินค้าตกแต่งบ้านและสินค้าดีไซน์ พร้อมนำเสนอไอเทมสำหรับทุกพื้นที่และทุกสไตล์ให้คุณสามารถตกแต่งห้องนั่งเล่นด้วยเฟอร์นิเจอร์ ไฟชนิดต่างๆ แจกัน และเทียนหรือสำหรับห้องนอนก็มีผ้าปูเตียงและของใช้อื่นๆ ให้เลือกมากมาย ส่วนห้องน้ำก็มีให้เลือกทั้งผ้าเช็ดตัวและเสื้อคลุมอาบน้ำ ห้องครัวและพื้นที่รับประทานอาหารมีสินค้าหลากหลาย ตั้งแต่ของใช้บนโต๊ะอาหารชิ้นคลาสสิก ผ้าเช็ดปาก แก้วน้ำ ไปจนถึงถาดวางอาหาร ส่วนห้องสำหรับเด็กก็มีสินค้าให้เลือกตั้งแต่วัยแรกเกิดไม่ว่าจะเป็นของเล่นเด็ก ผ้าปูที่นอน พรมและอุปกรณ์จัดเก็บของดีไซน์น่ารัก รวมถึงยังมีสินค้าสำหรับพื้นที่อื่นๆ ในบ้านอีกด้วย อีกทั้งยังมีมุมร้านดอกไม้ประจำร้านเพื่อให้คุณได้จัดดอกไม้สดตามฤดูกาลเพื่อสร้างช่อดอกไม้ตามความชอบของคุณอีกด้วยและเพื่อเติมเต็มทุกประสบการณ์ ภายในร้านยังมี D’ARK Café ร้านอาหารและสถานที่ชิลล์เอาท์ชื่อดังของกรุงเทพฯ โดดเด่นด้วยเมนูกาแฟที่ใช้เมล็ดคั่วบดเองประจำร้านและขนมแสนอร่อย สร้างบรรยากาศสบายๆ ด้วยเสียงผู้คนและเสียงเครื่องเอสเพรสโซตั้งแต่เช้าถึงค่ำ โดยทางร้านจะมีโปรโมชั่นพิเศษ สำหรับวันเปิดตัวร้านรอคอยทุกท่านอยู่

นอกจากนี้ทางร้านยังมีบริการส่งสินค้าถึงบ้าน เมื่อช้อปครบตามเงื่อนไขที่กำหนด, บริการปักโมโนแกรมจาก H&M HOME ที่ให้ลูกค้าสามารถปักสินค้าชิ้นโปรดได้, บริการจัดดอกไม้โดยนักจัดดอกไม้จากร้าน Bunchery เพื่อให้ลูกค้าจัดช่อดอกไม้ด้วยดอกไม้สดตามฤดูกาลได้ในสไตล์ที่ต้องการ

ฉลอง 88 ปี ธรรมศาสตร์ ชวนลูกแม่โดม ชมรายการโทรทัศน์‘วันธรรมศาสตร์ 9 ธันวาคม’ร่วมงานปาฐกถาพิเศษ พร้อมรำลึกความหลัง‘10 ธันวา งานคืนสู่เหย้าชาวธรรมศาสตร์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696732

ฉลอง 88 ปี ธรรมศาสตร์ ชวนลูกแม่โดม ชมรายการโทรทัศน์‘วันธรรมศาสตร์ 9 ธันวาคม’ร่วมงานปาฐกถาพิเศษ พร้อมรำลึกความหลัง‘10 ธันวา งานคืนสู่เหย้าชาวธรรมศาสตร์’

ฉลอง 88 ปี ธรรมศาสตร์ ชวนลูกแม่โดม ชมรายการโทรทัศน์‘วันธรรมศาสตร์ 9 ธันวาคม’ร่วมงานปาฐกถาพิเศษ พร้อมรำลึกความหลัง‘10 ธันวา งานคืนสู่เหย้าชาวธรรมศาสตร์’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ โดย นายชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคม ร่วมกับ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ โรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ สมาคม/มูลนิธิ ชมรมในเครือธรรมศาสตร์ เชิญชวนลูกแม่โดมร่วมชมรายการพิเศษ “วันธรรมศาสตร์ 9 ธันวาคม” ทางสถานี

โทรทัศน์ MCOT HD หมายเลข 30 และในวันเสาร์ที่10 ธันวาคม 2565 ขอเชิญร่วมงานปาฐกถาพิเศษและงานคืนสู่เหย้าชาวธรรมศาสตร์ ณ สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซอยงามดูพลี ถนนพระราม 4 แขวงทุ่งมหาเมฆ เขตสาทร กทม.

ชาญศิลป์ ตรีนุชกร นายกสมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ กล่าวว่า จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา2019 (COVID-19) หน่วยงานภาครัฐและเอกชนไม่สามารถจัดกิจกรรมต่างๆ ระหว่างปี 2563-2564 ปีนี้สถานการณ์โควิด-19 เริ่มคลี่คลาย สมาคมฯได้กำหนดจัดกิจกรรมเนื่องในวันธรรมศาสตร์ 2 วันคือในคืนวันศุกร์ที่ 9 ธันวาคม 2565 เวลา 22.00- 23.30 น. จะมีการจัดรายการพิเศษทางสถานีโทรทัศน์ MCOT HD หมายเลข 30 เพื่อนำเสนอความเจริญก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์และโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติ และในวันเสาร์ที่ 10 ธันวาคม 2565 เวลา 15.00-18.00 น.จะมีการจัดปาฐกถาพิเศษ โดย ดร.สมคิด จาตุศรีพิทักษ์ หัวข้อ “โลกเปลี่ยน สถานการณ์เปลี่ยน ประเทศไทยจะเปลี่ยนไหม” และ เกรียงไกร เธียรนุกุล ประธานสภาอุตสาหกรรมฯ หัวข้อ “อุตสาหกรรมไทย ก้าวไกลในอนาคต” เวลา 18.00-21.00 น. จากนั้นชาวธรรมศาสตร์จะได้ร่วมรำลึกความหลังกับงาน “คืนสู่เหย้าชาวธรรมศาสตร์” เวลา 18.00-21.30 น. ชมโชว์ชุดพิเศษจากศิลปินนักร้อง และนักร้องกิตติมศักดิ์ชาวธรรมศาสตร์ ณ สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซอยงามดูพลี

ประกิต อภิสารธนรักษ์ ประธานจัดรายการพิเศษทางโทรทัศน์ กล่าวว่า ในรายการจะมีการขับร้องเพลงหมู่สถาบัน VTR การนำเสนอความเจริญก้าวหน้าของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ เพื่อประชาสัมพันธ์วิทยาเขตที่ 5 ของมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ Thammasat Metaverse Campus ที่ทุกคนสามารถเข้าไปหาความรู้ที่หลากหลายในรูปแบบออนไลน์ ไปจนถึงการเปิดพื้นที่ให้แลกเปลี่ยนความรู้ทางธุรกิจ เพื่อก่อให้เกิด Start up หรือพัฒนาจนสามารถกลายเป็น Unicon ได้ในที่สุด นอกจากนี้ยังนำเสนอความเจริญก้าวหน้าของคณะแพทยศาสตร์กับหลักสูตรเข้มข้น พร้อมทั้งวิทยาการใหม่ๆ ที่ใช้ผลิตแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ รวมถึงการพัฒนาแบบก้าวกระโดดของโรงพยาบาลธรรมศาสตร์เฉลิมพระเกียรติเพื่อประชาชน

ชัยศักดิ์ อังค์สุวรรณ ประธานจัดงานวันคืนสู่เหย้าชาวธรรมศาสตร์ กล่าวว่า ปีนี้สมาคมฯได้กำหนดจัดวันคืนสู่เหย้าชาวธรรมศาสตร์ ในวันเสาร์ที่10 ธันวาคม 2565 เวลา 18.00-21.30 น. ณ สมาคมธรรมศาสตร์ ในพระบรมราชูปถัมภ์ ซอยงามดูพลี โดยเปลี่ยนรูปแบบการจัดงานแบบซุ้มอาหาร เป็นแบบโต๊ะจีน ในงานเริ่มต้นด้วยการขับร้องเพลงหมู่สถาบันร่วมกับสมาคม ชมรมธรรมศาสตร์ทั่วประเทศ โดยมี ดร.อภิชาติ ดำดี ขับกลอนก่อนเริ่มแต่ละเพลง มีการแสดงจากเชียร์ลีดเดอร์ ทูตกิจกรรมบำเพ็ญประโยชน์แห่งมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศิลปินนักร้อง อลิศ
ธนัชศลักษณ์ The Golden Song เวทีเพลงเพราะ 3 และ ธัช-กิตติธัช แก้วอุทัย แชมป์เพลงเอก คนแรกของรายการเพลงเอก นอกจากนี้ ยังมีการจับสลากรางวัลกัลปพฤกษ์และมีบูธสินค้าของชาวธรรมศาสตร์จำหน่ายในราคาย่อมเยาในบริเวณงานด้วย ทั้งนี้บัตรเข้าร่วมงาน จำหน่ายโต๊ะละ 10,000 บาท (สำหรับ 10 ท่าน) สามารถจองบัตรล่วงหน้าได้ที่ สมาคมธรรมศาสตร์ฯ โทร.02-2860861, 02-6798322 และมีจำหน่ายที่บริเวณงาน

กรมควบคุมโรค ร่วมรณรงค์วันเอดส์โลก 2565 ‘Equalize : ทำให้เท่าเทียม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696719

กรมควบคุมโรค ร่วมรณรงค์วันเอดส์โลก 2565  ‘Equalize : ทำให้เท่าเทียม’

กรมควบคุมโรค ร่วมรณรงค์วันเอดส์โลก 2565 ‘Equalize : ทำให้เท่าเทียม’

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 06.00 น.

วันที่ 1 ธันวาคม ของทุกปีองค์การอนามัยโลกกำหนดเป็น“วันเอดส์โลก” (World AIDS Day)โดยปี 2565 นี้ UNAIDS ชูประเด็นรณรงค์คือ “Equalize: ทำให้เท่าเทียม”เพื่อนำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมและดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

นายแพทย์ธเรศ กรัษนัยรวิวงค์ อธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวว่าเนื่องในวันเอดส์โลก 1 ธันวาคม ที่ผ่านมา UNAIDS ชูประเด็นรณรงค์คือ “Equalize: ทำให้เท่าเทียม”เพื่อสร้างความตระหนักถึงความสำคัญของการป้องกันโรคเอดส์ การยอมรับ และเข้าใจผู้ติดเชื้อเอชไอวีทั่วโลก โดยใช้โบแดงเป็นสัญลักษณ์สากล ที่แสดงถึงการตระหนักรู้ การสนับสนุนและความเป็นน้ำหนึ่งใจเดียวกันกับผู้ติดเชื้อเอชไอวี อีกทั้งยังเป็นการย้ำเตือนว่า เอชไอวี/เอดส์ยังคงอยู่

ประเทศไทยได้ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ ปี พ.ศ. 2560-2573มีเป้าหมายหลัก 3 ประการ คือ ไม่ติดไม่ตาย ไม่ตีตรา โดยมีเป้าหมายลดจำนวนผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ไม่ให้เกิน 1,000 คนต่อปี ลดการเสียชีวิตจากเอดส์ไม่เกิน 4,000 รายต่อปี และลดการตีตราและการเลือกปฏิบัติอันเกี่ยวเนื่องจากเอชไอวี และเพศภาวะลง เหลือไม่เกินร้อยละ 10 จากการคาดประมาณสถานการณ์เอชไอวี/เอดส์
ประเทศไทยในปี 2564 คาดว่าจะมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีรายใหม่ ประมาณ 6,500 คน/ปี (เฉลี่ย 18 คน/วัน) ผู้เสียชีวิตเนื่องจากเอดส์ 9,300 ราย/ปี (เฉลี่ย 26 ราย/วัน) และมีผู้ติดเชื้อเอชไอวีที่ยังมีชีวิตอยู่ ประมาณ 520,000 คน โดยผู้ติดเชื้อรายใหม่ ร้อยละ 97 เกิดจากการมีเพศสัมพันธ์ที่ไม่ป้องกัน นอกจากนี้จากการสำรวจสถานการณ์เด็กและสตรีในประเทศไทย (Multiple Indicator Cluster Survey: MICS) ในปี 2562 พบว่า คนไทยมีทัศนคติการเลือกปฏิบัติต่อผู้ติดเชื้อเอชไอวี ร้อยละ 26.7 ซึ่งยังสูงกว่าเป้าหมายยุทธศาสตร์แห่งชาติว่าด้วยการยุติปัญหาเอดส์ ปี พ.ศ.2573 ถือเป็นประเด็นสำคัญที่ส่งผลต่อการเข้าสู่ระบบบริการสุขภาพ ทั้งด้านการป้องกันและการดูแลรักษา

ด้าน นายแพทย์ปรีชา เปรมปรี รองอธิบดีกรมควบคุมโรค กล่าวเพิ่มเติมว่า การขับเคลื่อนสังคมไทยภายใต้แนวคิด “Equalize : ทำให้เท่าเทียม”ได้มุ่งเน้นการจัดบริการเพื่อให้ทุกคนมีสิทธิ์ในการเข้าถึงบริการป้องกัน การตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี และบริการรักษาด้วยยาต้านไวรัส จนสามารถกดไวรัสได้สำเร็จ โดยการสร้างความตระหนักและความเข้าใจอย่างถูกต้องว่า “เอดส์เป็นเรื่องปกติ” ดังนั้น ทุกบริการที่เกี่ยวเนื่องกับเอชไอวี/เอดส์ ไม่ว่าจะเป็นการเข้าถึงและการใช้ถุงยางอนามัยในการป้องกัน การกล้าที่จะตรวจหาการติดเชื้อเอชไอวี รวมไปถึงการเข้ารับบริการดูแลรักษาเป็นสิ่งที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ง่าย อย่างเท่าเทียม นำไปสู่คุณภาพชีวิตที่ดี และสามารถอยู่ร่วมกันในสังคมและดำเนินชีวิตได้ตามปกติ

ทั้งนี้ การทำให้เกิดความเท่าเทียมในเรื่องที่เกี่ยวข้องกับเอชไอวี/เอดส์นั้นต้องอาศัยความร่วมมือจากหลายภาคส่วนทั้งผู้รับบริการ ผู้จัดบริการ ภาคีเครือข่ายภาครัฐ เอกชน และภาคประชาสังคม รวมไปถึงความร่วมมือจากองค์กรทุกระดับ ชุมชน สังคม และนโยบายระดับประเทศ อันจะส่งผลให้ผู้ติดเชื้อเอชไอวีสามารถเข้าถึงบริการด้านสุขภาพ และได้รับบริการที่ทั่วถึง เท่าเทียม ครอบคลุม และเหมาะสม นำไปสู่ความเท่าเทียมเพื่อมุ่งสู่การยุติปัญหาเอดส์ของประเทศไทย ภายในปี 2573 ต่อไป สำหรับประชาชนที่สนใจข้อมูลเพิ่มเติม สามารถดาวน์โหลดข้อมูลและสื่อต้นแบบได้ที่เว็บไซต์กรมควบคุมโรคddc.moph.go.th/das/ พร้อมบริการปรึกษาปัญหาได้ที่สายด่วน กรมควบคุมโรค1422

EVE’S คว้า ‘ไอซ์ อภิษฎา’ ว่าที่คุณแม่มือใหม่นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ เจาะตลาดคุณแม่ยุคใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696778

EVE’S คว้า ‘ไอซ์ อภิษฎา’ ว่าที่คุณแม่มือใหม่นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ เจาะตลาดคุณแม่ยุคใหม่

EVE’S คว้า ‘ไอซ์ อภิษฎา’ ว่าที่คุณแม่มือใหม่นั่งแท่นพรีเซ็นเตอร์ เจาะตลาดคุณแม่ยุคใหม่

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.43 น.

EVE’S ผลิตภัณฑ์เพื่อสุขภาพและความงาม โดย บริษัท อีฟส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด ปรับกระบวนทัพกลยุทธ์บุกตลาดความงามรับลมหนาว จัดงาน “EVE’S Celebrate A New Mom” เปิดตัวผลิตภัณฑ์ “EVE’S OIL” (EVE’S STRETCH MARK BODY OIL GEL) บอดี้ออยล์เจลบำรุงผิวซึ่งมีคุณสมบัติพิเศษช่วยเพิ่มความชุ่มชื้น ป้องกันและลดรอยแตกลาย อีกทั้งยังช่วยลดรอยแผลเป็น อัดแน่นด้วยนวัตกรรมที่รวมสารสกัดจากธรรมชาติที่มอบประโยชน์ต่อผิวพรรณอย่างเต็มประสิทธิภาพ ชูกลยุทธ์การตลาดบนแพลตฟอร์มออมนิชาแนล ที่สามารถเข้าถึงผู้บริโภคกลุ่มเป้าหมายบนช่องทางการสื่อสารการตลาดที่ครอบคลุมครบ 360 องศา พร้อมเปิดตัวซุปตาร์ว่าที่คุณแม่มือใหม่ ไอซ์-อภิษฎา เครือคงคา นักแสดงสาวชื่อดังนั่งแท่นพรีเซ็นตอร์ ร่วมตอกย้ำคุณภาพผลิตภัณฑ์ผ่านสโลแกนสุดปังสนั่นโซเชียล! #อีฟส์แตกลายหายเรียบ #ถ้าท้องต้องอีฟส์

โดยจากกระแสตอบรับที่ดีเกินความคาดหมายจากกลุ่มผู้บริโภคที่ได้ลองใช้ EVE’S OIL รวมถึงการทดลองใช้ด้วยตัวเองของ 2 ผู้บริหารสาวคุณจ๋า และคุณอีฟ จึงเดินหน้าเสริมแกร่งกลยุทธ์การตลาดอย่างเต็มรูปแบบ โดยการเปิดตัวพรีเซ็นเตอร์คนล่าสุด โดยได้นักแสดงสาวมากความสามารถระดับแถวหน้าของเมืองไทย ไอซ์-อภิษฎา เครือคงคา ซึ่งกำลังจะกลายเป็นคุณแม่มือใหม่เร็วๆนี้ ที่เป็นผู้ใช้ผลิตภัณฑ์จริงด้วยตัวเองตั้งแต่เริ่มตั้งท้องจนถึงปัจจุบัน  มารับหน้าที่พรีเซ็นเตอร์ให้กับผลิตภัณฑ์ EVE’S OIL เพื่อการันตีคุณภาพของผลิตภัณฑ์ที่ช่วยป้องกันและลดรอยแตกลาย อีกทั้งลดรอยแผลเป็น ซึ่งเป็นปัญหาผิวของเหล่าคุณแม่และคนรักผิวได้อย่างตรงจุด พร้อมเชิญชวนเหล่าคุณแม่ทั้งมือใหม่ และมือโปร ดูแลผิวบริเวณท้องตั้งแต่เริ่มตั้งท้อง โดยใช้ EVE’S OIL เพื่อผิวท้องเนียนสวย ไม่ต้องกังวลเรื่องปัญหาผิวพรรณ และรอยแตกลายที่จะเกิดขึ้นระหว่างตั้งท้องอีกด้วย

วลัยพรรณ รัศมี ประธานกรรมการ บริษัท อีฟส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด กล่าวถึงความเป็นมาของผลิตภัณฑ์ EVE’S OIL ว่า “จากความสำเร็จของผลิตภัณฑ์เพื่อความงามจากแบรนด์ EVE’S ที่ได้รับการตอบรับอย่างดีเยี่ยม ทำให้ EVE’S ก้าวทะยานสู่การเป็นผู้นำตลาดผลิตภัณฑ์ความงามในกลุ่ม Dealership Business เราจึงถือโอกาสนี้ นำเสนอผลิตใหม่ออกสู่ตลาด ในชื่อ EVE’S OIL (EVE’S STRETCH MARK BODY OIL GEL) ผลิตภัณฑ์บํารุงผิวล่าสุดจาก EVE’S อุดมไปด้วยนวัตกรรมการผสานคุณค่าด้วยสารสกัดจากไข่มุกบริสุทธิ์, Black Mulberry , Astaxanthin, สารสกัดจากใบบัวบกที่ผ่านการ Encapsulation ด้วยเทคโนโลยี Niosome ทําให้สารสกัดมีขนาดเล็ก 20-40 nm สามารถซึมเข้าสู่ผิวได้ทันทีเมื่อทา

อีกทั้งยังมี Vitamin E ปกป้องเนื้อเยื่อเซลล์จากอนุมูลอิสระ ,Organic Rosehip Oil , Jojoba Oil , น้ำมัน Babassu, Pracaxi และ Alpha Bisabolol อุดมไปด้วยไตรกลีเซอไรด์, Lauric Acid และ Behenic Acid ที่ช่วยลดการสูญเสียน้ำในผิวหนัง ทําให้รอยดําหรือแผลเป็นจางลงได้ และบํารุงให้ผิวชุ่มชื้น เปรียบเสมือนการสร้างเกราะป้องกันผิวจากธรรมชาติ จึงมีคุณสมบัติช่วยย้อนวัยผิว เพิ่มความยืดหยุ่น ช่วยลดรอยแตกลายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ลดเลือนริ้วรอยร่องลึกอย่างชัดเจน ช่วยบํารุงล้ำลึกถึงโครงสร้างผิวชั้นกลาง ช่วยกระตุ้นการสร้างคอลลาเจนในผิวชั้น Dermis ให้ยึดติดแน่น ผิวดูกระชับมากยิ่งขึ้น

“ด้วยนวัตกรรมที่ EVE’S OIL (EVE’S STRETCH MARK BODY OIL GEL) ได้รวบรวมสารสกัดที่ทรงประสิทธิภาพ อัดแน่นไปด้วยคุณประโยชน์ต่อผิวพรรณ นี่คือผลิตภัณฑ์สำหรับลดรอยแตกลายที่เหมาะสำหรับคุณแม่ที่กำลังตั้งครรภ์ และหลังคลอดซึ่งมีปัญหาเรื่องรอยแตกลายบริเวณหน้าท้อง แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นผลิตภัณฑ์ที่สามารถใช้ได้กับผู้บริโภคทุกเพศทุกวัย ที่มองหาผลิตภัณฑ์บำรุงผิว ซึ่งเป็นมิตรต่อสุขภาพและสิ่งแวดล้อมด้วยสารสกัดจากธรรมชาติแบบ organic ที่เราคิดค้นและพัฒนาเพื่อให้ได้สูตรบอดี้ออยล์เจลที่ดีที่สุด สำหรับทุกสภาพผิวและแก้ไขทุกปัญหาผิวได้อย่างตรงจุด”

ด้าน ดวงใจ พิจิตอำพล กรรมการผู้จัดการ บริษัท อีฟส์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด เปิดเผยถึงภาพรวมตลาดความงามอาเซียนว่า “ในปัจจุบันธุรกิจในกลุ่มผลิตภัณฑ์ความงามนับเป็นตลาดสินค้าที่เติบโตอย่างต่อเนื่อง ปัจจุบันประเทศไทยนับเป็นผู้นำด้านการส่งออกสินค้าความงามอันดับ 10 ของโลก และอยู่ในอันดับที่ 2 ของอาเซียน และแม้แนวโน้วจำนวนประชากรเกิดน้อยลง แต่ภาพรวมตลาดสินค้าแม่และเด็กยังขยายตัวต่อเนื่อง โดยเฉพาะตลาดผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คุณแม่ยุคใหม่ที่ใส่ใจดูแลตัวเองเป็นอย่างดี รวมถึงการศึกษา Consumer Insight  ของกลุ่มลูกค้าทำให้ EVE’S ใช้เป็นข้อมูลอ้างอิงเพื่อพัฒนาผลิตภัณฑ์ที่ตอบโจทย์ความต้องการที่ตรงจุดของผู้บริโภค สอดรับกับเทรนด์ความงามใหม่ซึ่งเป็นค่านิยมที่เกิดขึ้นในปัจจุบัน ไม่ว่าจะเป็น Beauty Beast ที่ว่าด้วยค่านิยมความงามที่เป็นกลาง สนองความต้องการของผู้บริโภคทุกเพศทุกกลุ่ม Demand  เทรนด์ที่กล่าวถึงความต้องการบริโภคสินค้าที่ตอบสนองการแก้ปัญหาเฉพาะบุคคล Clean Beauty เทรนด์ที่ผู้บริโภคให้ความสำคัญเรื่องของสารสกัดหรือส่วนประกอบที่ใช้ในผลิตภัณฑ์เครื่องสำอางที่ต้องมีความเป็น organic extract  เป็นส่วนผสมที่มาจากธรรมชาติและเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม เป็นต้น”

“จากภาพรวมมูลค่าทางการตลาด รวมทั้งค่านิยมด้านความงามของผู้บริโภคที่สำรวจพบ จึงนำมาสู่การพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดคือ EVE’S OIL โดยเราถือโอกาสเปิดตัวผลิตภัณฑ์นี้ในช่วงปลายปีสอดรับกับช่วงฤดูหนาวของประเทศไทยซึ่งเป็นไฮซีซั่นของกลุ่มผลิตภัณฑ์ให้ความชุ่มชื้นแก่ผิว ภายใต้กลยุทธ์การสื่อสารการตลาดบนแพลตฟอร์มออมนิชาแนล ที่สามารถเข้าถึงกลุ่มผู้บริโภคได้ครบ 360 องศา ทั้งในรูปแบบออฟไลน์ อย่างสื่อโฆษณา out of home media รวมถึงทำการตลาดให้สอดคล้องกับเทรนด์ผู้บริโภคที่เปลี่ยนไปสู่ดิจิทัลมากขึ้น เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายบนแพลตฟอร์มออนไลน์ เช่น ติ๊กต๊อก(TikTok) เฟซบุ๊ก(Facebook) อินสตาแกรม(IG) ฯลฯ และการตลาดในรูปแบบ Dealership ผ่านตัวแทนจำหน่ายที่ EVE’S ให้ความสำคัญที่สุด เนื่องจากเป็นกลุ่มผู้สนับสนุนการเติบโตของแบรนด์ EVE’S ได้อย่างรวดเร็วทั้งในด้านยอดขาย และการสร้างฐานลูกค้าได้เป็นวงกว้าง รวมถึงการจำหน่ายผ่านช่องทางอีคอมเมิร์ช และช่องทางโซเชียลมีเดีย ทั้ง influencer และ own media ของ EVE’S ที่มียอดฟอลโลเวอร์กว่า 5 ล้านราย และใน official website ที่สร้างความน่าเชื่อถือในตัวผลิตภัณฑ์ ทำให้เราเชื่อมั่นว่า EVE’S OIL ผลิตภัณฑ์ล่าสุดของเรา จะได้รับผลตอบรับที่ดีเยี่ยมจากกลุ่มผู้บริโภคที่ให้การสนับสนุน EVE’S ในทุกช่องทางของเราอย่างแน่นอน” ดวงใจ กล่าวทิ้งท้าย

-(016)

‘กระทรวงมหาดไทย’ เชิญชวนเที่ยวชมงาน ‘เพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ประจำปี 2565’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/696777

'กระทรวงมหาดไทย' เชิญชวนเที่ยวชมงาน 'เพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ประจำปี 2565'

‘กระทรวงมหาดไทย’ เชิญชวนเที่ยวชมงาน ‘เพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ประจำปี 2565’

วันพุธ ที่ 7 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 19.40 น.

สนองพระดำริ “สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา” กระทรวงมหาดไทย เชิญชวนเที่ยวชมงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ประจำปี 2565” และเลือกซื้อสินค้าร้านค้าชุมชน ตั้งแต่วันนี้ – 11 ธ.ค.65 ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ รายได้ทั้งหมดสมทบมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย

7 ธ.ค.65 เวลา 18.00 น. ที่สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ ปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า เนื่องในโอกาสวันประสูติ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย กระทรวงมหาดไทย และสมาคมแม่บ้านมหาดไทย น้อมสำนึกในพระกรุณาธิคุณของพระองค์ท่านที่ทรงมีความห่วงใยในคุณภาพชีวิตของประชาชนคนไทย ด้วยพระปณิธานที่มุ่งมั่นในการทรงสืบสาน รักษา และต่อยอด พระราชปณิธานของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เพื่อทำให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมีความสุข แก้ไขในสิ่งผิด สืบสานในพระราชปณิธาน ภายใต้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง การพระราชทานความช่วยเหลือ และแนวทางในการแก้ไขปัญหาเพื่อบรรเทาสถานการณ์สาธารณภัย ผ่านมูลนิธิเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ด้วยพระกตเวทิตาคุณอันสูงยิ่งที่ทรงมีต่อ พระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย เพื่อแบ่งเบาพระราชภาระ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ในการทำให้คุณภาพชีวิตของพี่น้องประชาชนดีขึ้น มีสวัสดิภาพ และความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ได้รับการช่วยเหลือให้กลับมาใช้ชีวิตได้อย่างเป็นปกติสุขโดยเร็ว 

นายสุทธิพงษ์ จุลเจริญ กล่าวว่า สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย ทรงมีพระดำริให้มีการจัดงาน “เพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565 ภายใต้แนวคิด “เพื่อนไม่ทิ้งกัน ในยามยาก” ในระหว่างวันที่ 2 – 11 ธ.ค. 2565 เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ เพื่อบรรเทาความเดือดร้อน และช่วยเหลือพี่น้องประชาชนที่ได้รับผลกระทบทั้งในด้านการลดรายจ่าย โดยในวันนี้ (7 ธ.ค. 65) สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เสด็จฯ เยี่ยมชมการจัดงานฯ นำมาซึ่งขวัญกำลังใจของทุกฝ่าย และประชาชนผู้เที่ยวชมงานฯ ที่มาคอยเฝ้ารับเสด็จด้วยความมุ่งมั่นตั้งใจที่เปี่ยมไปด้วยความยงรักภักดีเป็นอย่างยิ่ง 

“กระทรวงมหาดไทย และสมาคมแม่บ้านมหาดไทย ได้รับโอกาสให้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการจำหน่ายสินค้าบริโภคที่มีความจำเป็นในการดำรงชีพในชีวิตประจำวันในร้านค้าชุมชนกระทรวงมหาดไทย – สมาคมแม่บ้านมหาดไทย เช่น ข้าวสาร อาหารแห้ง และเครื่องปรุงต่าง ๆ รวมถึงยังมีสินค้าตามคำเรียกร้องของพี่น้องประชาชนภาคีเครือข่ายกระทรวงมหาดไทย อย่าง “กะปิคลองโคน สมุทรสงคราม และกะปิเกาะช้าง ตราด” รวมทั้งสิ้น 12 รายการ และประการที่สำคัญ คือ สินค้าทุกรายการลดราคามากกว่า 50% ซึ่งได้รับความสนใจจากพี่น้องประชาชนเดินทางมาจับจ่ายใช้สอยเลือกซื้อสินค้าเป็นจำนวนมาก โดยตลอด 5 วันที่ผ่านมา ร้านค้าชุมชนกระทรวงมหาดไทย-สมาคมแม่บ้านมหาดไทย ภายในงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ปี 2565 สามารถจำหน่ายสินค้ารวมแล้วกว่า 12,466 ชิ้น เป็นจำนวนเงินทั้งสิ้น 598,280 บาท จำแนกรายการ ได้แก่ 1. ข้าวหอมมะลิ (ถุงละ 110 บาท) จำหน่ายแล้ว 2,766 ถุง 2. ไข่ไก่ (แผงละ 70 บาท) จำหน่ายแล้ว 2,100 แผง 3. น้ำพริกปลาร้าบอง (กระปุกละ 60 บาท) จำหน่ายแล้ว 500 กระปุก 4. ไชโป๊หวาน  (ถุงละ 20 บาท) จำหน่ายแล้ว 1,300 ถุง 5. น้ำพริกทูน่า (กระป๋องละ 10 บาท) จำหน่ายแล้ว 1,000 กระป๋อง 6. น้ำมันหอย (ขวดละ 15 บาท) จำหน่ายแล้ว 1,000 ขวด 7. น้ำมันพืช (ขวดละ 35 บาท) จำหน่ายแล้ว 1,300 ขวด 8. ซอสปรุงรส (ขวดละ 15 บาท) จำหน่ายแล้ว 1,000 ขวด 9. น้ำตาล (ถุงละ 10 บาท) จำหน่ายแล้ว 1,000 ถุง 10. นมไวตามิลล์ (แพ็คละ 10 บาท) จำหน่ายแล้ว 500 แพ็ค 11. ปลากระป๋อง (กระป๋องละ 5 บาท) จำนวน 500 กระป๋อง จำหน่ายหมดแล้ว 12. กะปิเกาะช้าง (กระปุกละ 30 บาท) จำหน่ายแล้ว 400 กระปุก โดยรายได้ทั้งหมด ไม่หักค่าใช้จ่ายใด ๆ จะนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย สมทบทุนมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย” นายสุทธิพงษ์ฯ กล่าว

ดร.วันดี กุญชรยาคง จุลเจริญ นายกสมาคมแม่บ้านมหาดไทย กล่าวว่า ขณะนี้เหลือเวลาอีก 5 วัน ที่พี่น้องประชาชนสามารถมาร่วมในงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565  ในโอกาสนี้ จึงขอเชิญชวนพี่น้องประชาชนทุกท่านมาร่วมเลือกซื้อสินค้าที่ร้านค้าชุมชนกระทรวงมหาดไทย – สมาคมแม่บ้านมหาดไทย ในงานเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) 2565 “เพื่อนไม่ทิ้งกัน ในยามยาก” ถึงวันที่ 11 ธ.ค. 2565 ตั้งแต่เวลา 09.00 – 20.00 น. ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ เขตจตุจักร กรุงเทพฯ โดยสามารถเดินทางด้วยขนส่งมวลชน ทั้งรถไฟฟ้า BTS ลงสถานีหมอชิต รถไฟฟ้าใต้ดิน MRT ลงสถานีสวนจตุจักร รถไฟฟ้าสายสีแดง ลงสถานีกลางบางซื่อ รวมถึงรถประจำทาง และรถสาธารณะอื่น ๆ เพื่อร่วมกันสนองพระดำริ สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา องค์ประธานกรรมการมูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาดไทย และพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี กรมหมื่นสุทธนารีนาถ องค์นายกกิตติมศักดิ์ตลอดชีพ มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง (ภาฯ) ยามยาก สภากาชาด พระผู้ทรงห่วงใยพสกนิกรชาวไทย ด้วยทรงปรารถนาให้คนไทยทุกคนมีความปลอดภัยจากสถานการณ์สาธารณภัย ซึ่งการร่วมเลือกซื้อสินค้าในร้านค้าชุมชนกระทรวงมหาดไทย-สมาคมแม่บ้านมหาดไทย นอกจากจะได้สินค้าคุณภาพในราคาประหยัดแล้ว ยังได้เป็นส่วนหนึ่งในการร่วมทำบุญโดยเสด็จพระกุศลฯ อีกด้วย

#WorldSoilDay #วันดินโลก #soilswherefoodbegins #Soils4Nutrition #FAO #MOI #กระทรวงมหาดไทย #บำบัดทุกข์บำรุงสุข #SDGsforAll #ChangeforGood

‘ซัน’ปิดหาดส่วนตัว เปลี่ยนฟิลนอนรถบ้าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/696901

'ซัน'ปิดหาดส่วนตัว เปลี่ยนฟิลนอนรถบ้าน

‘ซัน’ปิดหาดส่วนตัว เปลี่ยนฟิลนอนรถบ้าน

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.41 น.

เปลี่ยนบรรยากาศมานอนรถบ้านสุดชิลฟิลแคมป์ปิ้งริมทะเล ทำเอาพิธีกร ซัน-ประชากร เลิฟมาก อยากพาสาวๆ ในสต๊อก เอ้ย! พาแก๊งเพื่อนมาหนีเที่ยวกันสุดๆ งานนี้ยังบุกเช็กอิน “คาเฟ่ติดทะเล” สัมผัสประสบการณ์ใหม่ ชิมเมนู ไข่เค็มลาเต้ห้ามพลาด “หนีเที่ยวกัน” วันเสาร์ที่ 10 ธ.ค. นี้ 9 โมงเช้า ทาง Workpoint ช่อง 23 ดูย้อนหลังทาง YouTube FlukeLee https://www.youtube.com/c/FlukeLee/featured และไปหนีเที่ยวกันแบบจุใจในเฟซบุ๊ก https://www.facebook.com/nheetiew/ และอินสตาแกรม @nheetiewgun.th

Tipco x MuvMiวิตามินจูซ สู้มลพิษ จับมือกับ รถไฟฟ้าลดมลพิษ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/696900

Tipco x MuvMiวิตามินจูซ สู้มลพิษ จับมือกับ รถไฟฟ้าลดมลพิษ

Tipco x MuvMiวิตามินจูซ สู้มลพิษ จับมือกับ รถไฟฟ้าลดมลพิษ

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.40 น.

“ตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า” MuvMiต้นแบบความคิดของคนรุ่นใหม่ เพื่อแก้ปัญหาการเดินทาง ให้สะดวก ประหยัด ปลอดภัย มากยิ่งขึ้นและใช้พลังงานสะอาด ซึ่งเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมจากเทรนด์รักษาสุขภาพ และต่อต้านการก่อมลพิษ จึงเป็นเหตุผลให้ “ทิปโก้” (Tipco) ยักษ์ใหญ่ในตลาดน้ำผลไม้เมืองไทยและ “มูฟมี” (MuvMi)รถตุ๊กตุ๊กไฟฟ้า Smart mobility สัญชาติไทย ต้นแบบความคิดของคนรุ่นใหม่  เพื่อแก้ปัญหาการเดินทาง และลดปัญหาด้านการปล่อยมลพิษ จับมือกันเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกค้าในเมืองกรุงโดยทิปโก้ได้ส่งสินค้าน้องใหม่ “Tipco C Double Plus”วิตามินจูซในรูปแบบกล่อง ที่ไม่ได้มีแค่  Vitamin C 200%  เท่านั้น แต่ยังเพิ่ม Vitamin A และ Vitamin E อีกอย่างละ 100% ช่วยให้เสริมให้ร่างกายมีภูมิต้านทาน ป้องกันมลพิษทั้งทางฝุ่นควัน ในขณะที่ทาง มูฟมี นั้นมีรถตุ๊กตุ๊กระบบไฟฟ้าที่ลดการก่อมลพิษ เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม พร้อมระบบ smart ride sharing ทางเดียวกันไปด้วยกันเรียกรถผ่านแอพฯ ทั้งสะดวก คุ้มค่า และปลอดภัยรถไฟฟ้า Tipco xMuvMiจะเริ่มวิ่งในเส้นทาง อารีย์-ประดิพัทธ์ และ เส้นสีลม ตั้งแต่เดือน ธค. 2565 เป็นต้นไป

ไม่มีแผ่ว!! แจ๊ส – จ๊ะ – กวาง มันส์ส่งท้าย เวที ‘Farm Festival On The Hill ครั้งที่ 9’เอ็นดู fc หอบพวงมาลัยอาหาร-ผลไม้ มามอบให้

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/696898

ไม่มีแผ่ว!! แจ๊ส - จ๊ะ - กวาง มันส์ส่งท้าย เวที 'Farm Festival On The Hill ครั้งที่ 9'เอ็นดู fc หอบพวงมาลัยอาหาร-ผลไม้ มามอบให้

ไม่มีแผ่ว!! แจ๊ส – จ๊ะ – กวาง มันส์ส่งท้าย เวที ‘Farm Festival On The Hill ครั้งที่ 9’เอ็นดู fc หอบพวงมาลัยอาหาร-ผลไม้ มามอบให้

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.38 น.

ยิ่งใหญ่ อลังการ สมการรอคอย 2 ปี!! สำหรับความสุข ความฟินตลอดทั้ง 5 วัน 5 คืน ในงาน “Farm Festival On The Hill ครั้งที่ 9” (ฟาร์ม เฟสติวัล ออน เดอะ ฮิลล์) เทศกาลดนตรีกลางแจ้งที่ใหญ่ที่สุดของภาคเหนือ ต้อนรับลมหนาวแรกของปี ท่ามกลางบรรยากาศหุบเขา ณ สิงห์ปาร์ค เชียงราย ระหว่างวันที่ 30 พฤศจิกายน – 4 ธันวาคม ที่ผ่านมาโดยปีนี้ปิดเวทีด้วยศิลปินโซฮอต เริ่มด้วย กวาง จิราพรรณ มันส์กันต่อกับลูกทุ่งสาวสุดแซ่บ จ๊ะ นงผณี ที่ลงไปทักทายแฟนๆ กันอย่างใกล้ชิดถึงด้านล่างเวที ด้านแฟนเพลงต่างพร้อมใจกันหอบพวงมาลัยอาหารเมนูต่างๆ และผลไม้ มามอบให้เหล่าศิลปินบนเวที เรียกเสียงฮาไปไม่น้อย และคอนเฟิร์มว่าอิ่มไปทั้งคืนแน่นอนจ้า ก่อนจะส่งมอบเวทีให้นักร้องเสียงดีดีกรีตลกดัง แจ๊ส สปุ๊กนิค ปาปิยองกุ๊กกุ๊ก ส่งท้ายความสนุกได้แบบมันส์โคตรๆ ด้านเวที MY World stage ในช่วงเย็นก็ฟังเพลินไปกับ หนู มิดด้าม และ เมฆแจ็ค

เรียกว่าอัดแน่นความฟิน ไม่มีคำว่าแผ่วกันตั้งแต่เปิดเวทีในค่ำคืนแรก (30 พ.ย.) เริ่มด้วยเวที MY World stage ในช่วงเย็นกับศิลปิน เอ๊ะ จิรากร, WEEED BOMB และ Sirpopa บนเวทีใหญ่เปิดด้วย ป๊อบ ปองกูล, ละมุนต่อกับ นนท์ ธนนท์ และคู่เพื่อนซี้ ซานิ – โอ๊ต ปราโมทย์ ที่เรียกเสียงฮาได้ตลอดทั้งโชว์คืนที่ 2 (1 ธ.ค.) MY World stage กับ รุจ ศุภรุจ, ที Jetset’er และ ติ๊ก Playground เวทีใหญ่ กับ วงลาบานูน, วง ZEAL, วงไททศมิตร โดยทาง รุจ ศุภรุจ และ ติ๊ก Playground ร่วมแจมกับ วง ZEAL ในเพลง สองรัก คืนที่ 3 (2 ธ.ค.) เวที MY World stage ค่ำคืนนี้มีเหล่าศิลปินมาร่วมแจมเพียบ อย่าง ซินซิน ไอรดา, RubyTan, เบล วริศรา, Palm และ โฟล์ค เขมภูมิ เวทีใหญ่กับ ซีเรียสเบคอน, บีน นภัสสร, เบล วริศรา, มายด์, โบกี้ไลอ้อน มีเซอร์ไพร้ส์น่ารักๆ จาก FC ชาวเชียงราย แก๊งสาวสองหอบขันโตกมามาคล้องคอให้หน้าเวทีคืนที่4 (3 ธ.ค.) เวที MY World stage กับ เมฆแจ็ค, Xmas, ซินซิน ไอรดา, Talay และวันที่สองวันของหนุ่ม โฟล์ค เขมภูมิ เวทีใหญ่ เริ่มด้วย หนุ่ม อะตอม ชนกันต์ ตามด้วยนักร้องสาว ลุลา และ ปิดท้ายด้วยเจ้าพ่อเพลงดิสโก้อย่าง บุรินทร์ บุญวิสุทธิ์ โดยมี คุณเต้ – ภูริต ภิรมย์ภักดี ขึ้นไปแจมบนเวที เป็นเซอร์ไพร้สให้แฟนๆ ในค่ำคืนนี้นอกจากความสุขจากบนเวทีคอนเสิร์ตแล้ว ภายในงานก็ยังได้อิ่มท้องไปกับซุ้มอาหารร้านอร่อยชื่อดัง โซนอาหาร 4 ภาคจากทั่วประเทศ รวมถึงลาน Cargo BBQ ร้านอาหารปิ้งย่าง สไตล์บาร์บีคิว ท่ามกลางบรรยากาศสุดชิลบนขุนเขารับลมหนาว พร้อมโซนปิกนิกริมทะเลสาบ ตื่นตาตื่นใจไปกับโชว์สุดพิเศษ เช่น การโชว์บอลลูน และ เวลา 17.00 น. เริ่ม Open Stage ของเหล่าศิลปินจากค่าย Muzik Move บริเวณลานกิจกรรมริมน้ำส่วนเวทีใหญ่เริ่มเวลา 19.00 น. พร้อมสนุกกันต่อกับ เบอร์ 8 After Party ที่ยกทัพเหล่า DJ มาเขย่าความมันส์ สร้างสีสันให้ชาวปาร์ตี้เลิฟเว่อร์ได้เพลิดเพลินกัน ในแนวเพลงสไตล์ฮิปฮอปผสมผสานเพลงรีมิกซ์ติดตามรายละเอียดเพิ่มเติม ได้ที่ http://www.facebook.com/SinghaparkChiangrai

เปิดฉากเทศกาลหนังสือมอบความสุขส่งท้ายปลายปี BIG BAD WOLF BOOK FESTIVAL

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/696895

เปิดฉากเทศกาลหนังสือมอบความสุขส่งท้ายปลายปี BIG BAD WOLF BOOK FESTIVAL

เปิดฉากเทศกาลหนังสือมอบความสุขส่งท้ายปลายปี BIG BAD WOLF BOOK FESTIVAL

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.32 น.

เริ่มแล้ว!! เทศกาลหนังสือสุดยิ่งใหญ่ส่งท้ายปลายปี บิ๊ก แบด วูล์ฟ บุ๊ค เฟสติวัล ชวนทุกคนร่วมแบ่งปันของขวัญแห่งความรู้ ด้วยหนังสือคุณภาพจากสำนักพิมพ์ไทยและต่างประเทศกว่า 1 ล้านเล่มมาให้เลือกชมและช้อปในราคาลดสูงสุด 95ครอบคลุมทุกหมวดหมู่หนังสือ เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย พร้อมกิจกรรมพิเศษ เสวนาให้ความรู้ พบปะนักเขียน มุมเล่านิทาน และโซนของเล่น บอร์ดเกม, ไดโน เพลย์ สเปซ, แข่งขันต่อจิ๊กซอร์และอีกมากมาย ตั้งแต่วันที่ 7–18 ธันวาคม 2565 เวลา 10.00–24.00 น. ณ อาคาร 4 อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

นางแจ็คเกอลีน อึ๊งผู้ร่วมก่อตั้งและผู้อำนวยการบริหาร Big Bad Wolf Books เปิดเผยถึงการจัดงานเทศกาลหนังสือ บิ๊ก แบด วูล์ฟ บุ๊ค เฟสติวัล(BIG BAD WOLF BOOK FESTIVAL)ในประเทศไทย สืบเนื่องจากการจัดงานเมื่อต้นปี ช่วงเดือนมีนาคมที่ผ่านมา เป็นการกลับมาจัดงานบนพื้นที่จริงในต่างประเทศครั้งแรกหลังจากสถานการณ์ระบาดของโควิด-19 ซึ่งได้รับผลตอบรับที่ดี มีการต่อเวลาการจัดงานเพิ่มขึ้นจากเดิม 12 วันเป็น 15 วัน และจากภาพรวมผลลัพธ์ที่ดีนี้ จึงได้ตัดสินใจกลับมาจัดงานอีกครั้งช่วงปลายปีและขยายเวลาเปิดเข้าชมงานเพิ่มขึ้นเป็นตั้งแต่เวลา 10.00-24.00 น. ตลอดทั้ง 12 วันของการจัดงาน ระหว่างวันที่ 7-18ธันวาคม 2565 บนพื้นที่จัดงานเดิม ณ อาคาร 4 อิมแพ็ค ฟอรั่ม เมืองทองธานี

รูปแบบการจัดงานครั้งนี้ได้เพิ่มความหลากหลายของกิจกรรมในงานให้เป็นมากกว่างานหนังสือทั่วไป แต่ยังคงคอนเซ็ปต์BIG BAD WOLF BOOKS IS A DELIVERER OF A BETTER FUTUREส่งเสริมการอ่านเพื่ออนาคตที่ดีกว่า ซึ่งเป็นงานเดียวที่รวมหนังสือนานาชาติจากสำนักพิมพ์ทั่วโลก รวมถึงสำนักพิมพ์ไทย จัดแสดงหนังสือภาษาไทยและภาษาอังกฤษกว่าล้านเล่ม มาให้เลือกชมเลือกซื้อในราคาลด50-95%ครอบคลุมทุกหมวดหมู่หนังสือ เหมาะกับทุกเพศ ทุกวัย ไม่ว่าจะเป็น หนังสือสำหรับพัฒนาการเด็ก การออกแบบ ดนตรี  กีฬา ภาพยนตร์ กราฟฟิคโนเวล แฟชั่น  ธุรกิจและเศรษฐศาสตร์  จัดสวน ทำอาหาร  งานอดิเรก จิตวิทยาและแรงบันดาลใจ  หนังสือป๊อบอัพ รถยนต์ นวนิยาย ความรัก สืบสวน ชีวประวัติ วรรณกรรมเยาวชน และอื่นๆ อีกมากมาย

การได้ร่วมจัดงานกับพันธมิตรที่สำคัญอย่าง ไทยบุ๊ค ยูไนเต็ด นี่เป็นครั้งแรกที่คนรักหนังสือจะได้มาเลือกซื้อหนังสือภาษาอังกฤษและภาษาไทยในพื้นที่เดียวกัน นั่นคือ อิมแพ็ค ซึ่งเป็นสถานที่ยอดนิยมในการจัดแสดงงานพร้อมสรรพด้วยสิ่งอำนวยความสะดวก พื้นที่กว้างใหญ่ และมีที่จอดรถรองรับได้กว่า 15,000 คัน มีความปลอดภัย สามารถเที่ยวชมงานได้ถึงเที่ยงคืน นอกจากนี้ ยังมีกิจกรรมบนเวทีที่น่าสนใจ สำหรับทุกครอบครัวได้มาร่วมสนุกตลอดทั้ง 12 วันจัดงาน

“มหกรรมหนังสือ บิ๊กแบ๊ดวู๊ฟ มีมาแล้วกว่า 13ปี จัดขึ้นครั้งแรกที่ประเทศมาเลเซีย เติบโตขึ้นในทุกๆ ปี และขยายการจัดงานไปทั่วโลกถึง37 เมืองใน 15ประเทศ ไม่ว่าจะเป็น อินโดนีเซีย ฟิลิปปินส์ ศรีลังกา ไต้หวัน สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ เมียนมาร์ ปากีสถาน ไทย กัมพูชา เกาหลีใต้ ฯลฯและการจัดที่ไทยในโอกาสส่งท้ายปีเราได้เตรียมกิจกรรมร่วมสนุกกับลูกค้า เพียงถ่ายภาพคู่หนังสือในงานพร้อมโพสต์โซเชียลมีเดียและติด #BookhallBKKลุ้นเป็นผู้โชคดีรับบัตรกำนัล 1,000 บาท เพื่อซื้อหนังสือในงานทุกวันๆ ละ 1 รางวัล และจะคัดเลือกผู้โชคดีจากทุกวันอีกครั้ง รับรางวัลใหญ่สิทธิ์ซื้อหนังสือเต็มหนึ่งรถเข็นไปเลย คาดว่าตลอด 12 วันของการจัดงานครั้งนี้จะยังได้รับความสนใจมียอดขายหนังสือและลูกค้าเยี่ยมชมงานจำนวนมากเช่นเดิม”

นางสาวตรัสวิน จิตติเดชารักษ์ ผู้อำนวยการ สำนักพิมพ์ซิลค์เวอร์ม หนึ่งในผู้ก่อตั้ง ไทย บุ๊ค ยูไนเต็ด (Thai Book United: TBU) ซึ่งเป็นทีมงานผู้เชิญชวนและบริหารพื้นที่สำหรับสำนักพิมพ์ไทยที่ประสงค์จะเข้าร่วมจัดแสดงหนังสือ Big Bad Wolf Event ในประเทศไทยกล่าวถึงความร่วมมือจัดแสดงงาน BIG BAD WOLF BOOK FESTIVAL ทาง TBU ได้นำทีมสำนักพิมพ์ไทยและผู้ผลิตของเล่นกว่า 50 รายเข้าร่วมแสดงหนังสือและกิจกรรม ได้แก่ แปลน ฟอร์ คิดส๋, แปลน พลัส,แปลน ทอยส์, อมรินทร์ บุ๊ค เซ็นเตอร์, นานมีบุ๊คส์, เคล็ดไทย, บริษัท สถาพรบุ๊คส์, สุขภาพใจ ไดฟูกุ, สำนักพิมพ์ยิปซี, สำนักพิมพ์บิงโก, สำนักพิมพ์แซลมอน, สำนักพิมพ์ซิลค์เวอร์ม, พาสเอ็ดดูเคชั่น, ริเวอร์บุ๊คส์, สกายบุ๊กส์,สำนักพิมพ์ห้องเรียน

ห้างหุ้นส่วนสามัญ คิดดีพลัส,ณ บ้านวรรณกรรม กรุ๊ป, บริษัท ดวงกมลสมัย จำกัด, เอเซียบุ๊คส, เพอลังอิ พับลิชชิ่ง,สำนักพิมพ์แม่บ้าน, สำนักพิมพ์บุ๊คส์ ทู ยู, สำนักพิมพ์โปรวิชั่น และ ดีพลัสไกด์, สำนักพิมพ์ไดโนคิดส์, บริษัท ไอดีซี พรีเมียร์ จำกัด, สำนักพิมพ์ลีฟริช, วงศ์สว่างพับลิชชิ่ง แอนด์ พริ้นติ้ง จำกัด, สำนักพิมพ์สานอักษร,ศูนย์กิจการสร้างสุข (สสส.), I draw & travel Publishing, บริษัท บียอนด์ มาสเตอร์ เทรดดิ้ง จํากัด, V.R.TOYS Co., Ltd., บริษัท เอ.สมาร์ทเบรน คิดส์เวิลด์ จำกัด,บริษัทไซเบอร์ดิก เทคโนโลยี จำกัด, บริษัท คิวบ์ทริคซ์ (ไทยแลนด์) จำกัด,บริษัท ไพร์ม แอสโซซิเอทส์ จำกัด, บริษัท สยามบอร์ดเกม จำกัด, เซนชู พับลิชชิ่ง, บงกชพับลิชชิ่ง,สำนักพิมพ์ 1168  , อนิไทม์,สกาแล็บ,เกมฟิกส์,เป็นหนึ่ง สำนักพิมพ์,สำนักพิมพ์สารคดี-เมืองโบราณ, สำนักพิมพ์แม็คเอ็ดดูเคชั่นและคาเฟ่ผีเสื้อ by King Farm

นอกจากหนังสือไทยและต่างประเทศจากสำนักพิมพ์ต่างๆ กว่าล้านเล่มให้เลือกแบบจุใจแล้ว ภายในงานฯ ยังมีโซนของเล่น บอร์ดเกม, ไดโน เพลย์ สเปซ โดย แปลนทอยส์ และกิจกรรมประจำวันที่น่าสนใจ เช่น การเปิดตัวหนังสือนิทานตัวกลม โดย อ.ปรีดา ปัญญาจันทร์, กิจกรรมเล่านิทาน โดย kinder Music,พบปะนักเขียนจากสำนักพิมพ์ต่างๆ สาธิตการทำอาหาร โดย สนพ. แม่บ้าน, สาธิตการเลี้ยงผีเสื้อ โดย คิงฟาร์ม, กิจกรรมเล่านิทาน โดย บรรณาธิการ อมรินทร์ คิดส์, กิจกรรม อ่าน ท่อง ร้อง เล่น โดย ตุ๊บปอง, กิจกรรมเล่านิทานภาคภาษาอังกฤษ โดย kinder Musik, ไดโนแก๊ง โชว์, กิจกรรมแข่งการต่อจิ้กซอว์ โดยAksornsil เป็นต้น

พร้อมกันนี้ ยังมีการเสวนาให้ความรู้ในประเด็นต่างๆ อาทิ ตอบคำถามชีวิตด้วยไพ่เมเจอร์ ไม่ต้องเป็นนักพยากรณ์ ก็ทำนายไพ่ได้ ร่วมเสวนาโดย อ.กามล แสงวงศ์ อ.พงษ์พันธ์ วงศ์หนองเตย(Pallas) อ.ลัทธนันท์ สันทนาคณิต (Phainon) แห่งเพจคนมองฟ้า Star Seer, การเสวนา จีนหลังยุคสมัย เหมา โดย อ.วาสนา วงศ์สุรวัฒน์ เป็นต้น โดยกิจกรรมพิเศษเหล่านี้จัดอยู่ระหว่างช่วงเวลา 11.30-17.00 น. ทุกวันสลับหมุนเวียนเปลี่ยนกันไป ทั้งนี้ สามารถติดตามตารางกิจกรรมต่างๆ ได้ผ่านทาง    เฟซบุ๊ก www.facebook.com/bbwbooksthailand

‘เอ-แป้ง’เตือน ระวัง! ผูกบัญชีธนาคารกับแอปฯ หรือเว็บไซต์ ชวน ‘หมวดวิน-หมวดคลิ้น’ รู้ทันก่อนเงินหมดบัญชี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/696893

'เอ-แป้ง'เตือน ระวัง! ผูกบัญชีธนาคารกับแอปฯ หรือเว็บไซต์ ชวน 'หมวดวิน-หมวดคลิ้น' รู้ทันก่อนเงินหมดบัญชี

‘เอ-แป้ง’เตือน ระวัง! ผูกบัญชีธนาคารกับแอปฯ หรือเว็บไซต์ ชวน ‘หมวดวิน-หมวดคลิ้น’ รู้ทันก่อนเงินหมดบัญชี

วันพฤหัสบดี ที่ 8 ธันวาคม พ.ศ. 2565, 14.23 น.

หลังจากที่มีกระแสเงินหาย แถมสมัยนี้คนก็เลือกผูกบัญชีบนโลกออนไลน์กันเยอะ งานนี้ “เอ ไชยา” และ แป้ง ศรันฉัตร์ เลยอยากออกมาเตือนพ่อแม่ พี่น้องแฟนๆรายการ “ปากท้องต้องรู้ ดูแล้ว ร้วย รวย” ช่วง “ปากท้อง เตือนภัย” ทางสถานีโทรทัศน์ช่อง 8 ให้รู้เท่าทันกลลวงหลอกเงินจากการผูกบัญชีธนาคารไว้กับแอปฯ หรือเว็บไซต์ ก่อนเงินในบัญชีของเราจะเกลี้ยงหาย แบบไม่รู้ตัว กับสองผู้หมวดหล่ออย่างผู้หมวดวินและผู้หมวดคลิ้นกันจ้า

โดยสองผู้หมวดวินหรือ ร.ต.ท.นนทพัทธ์ อินทรศวร รอง สว.ฯ ปฏิบัติราชการ กก.สสน.บก.ป.  และ ผู้หมวดคลิ้น หรือร.ต.ท.นัสวัฒน์ เลิศมณีภา รอง สว.ฯ ปฏิบัติราชการ กก.สสน.บก.ป. จากตำรวจสอบสวนกลาง CIBออกปากเตือนผ่านรายการว่า “หลังจากผู้เสียหาย กว่า 10 รายนำเอกสารหลักฐานการแจ้งความ และเอกสารยอดเงินจากบัญชีธนาคารที่ถูกหักเงินอัตโนมัติ เข้าขอความช่วยเหลือปรึกษาแนวทางกฎหมาย กับทนายความรายหนึ่ง โดยผู้ใช้บริการ ยืนยันว่าไม่ได้มีคำสั่งซื้อสินค้าผ่านแอปพลิเคชัน แต่เงินในบัญชีธนาคารที่ผูกไว้เพื่อชำระค่าสินค้าและบริการต่าง ๆ เกิดปัญหาถูกตัดจ่ายอัตโนมัติเป็นจำนวนหลายหมื่นบาท โดยไม่ทราบสาเหตุวันนี้พวกผมเลยอยากมาบอกพ่อแม่พี่น้อง ถึงวิธีป้องกันไม่ให้ตกเป็นเหยื่อ ถูกหลอกให้สูญเสียเงินได้โดยมี 8 ข้อด้วยกันคือ1.เลี่ยงการหักเงินในบัญชีอัตโนมัติให้เก็บเงินปลายทาง หรือจ่ายผ่าน QR code 2.บัญชีที่ผูกกับแอปฯ สำหรับซื้อของออนไลน์ควรมีเงินไม่มาก 3.อย่ากดลิงก์ หรือติดตั้งแอปฯ ที่ไม่รู้จัก 4.ตั้งค่าการแจ้งเตือน เมื่อมีการทำรายการทาง SMS หรือทางไลน์ 5.หลีกเลี่ยงการทำธุรกรรมที่ไม่น่าเชื่อถือทางออนไลน์ ที่ต้องกรอกข้อมูลเลขด้านหน้าบัตร และรหัส 3 ตัวหลังบัตร (CVV)6.ระวังการกรอกข้อมูลหมายเลขบัตร ผ่านเว็บไซต์ปลอม 7.นำแผ่นสติกเกอร์ทึบแสง ปิดรหัส 3 ตัวด้านหลังบัตร (CVV) เพื่อความปลอดภัยในการใช้จ่ายประจำวัน8.หากพบสิ่งผิดปกติของบัญชีธนาคาร บัตรเครดิต ให้แจ้งอายัดบัตร และปฏิเสธการชำระเงินค่าบริการทางออนไลน์ครับ แถมไม่พอนอกจากเราจะเสี่ยงผูกเงินผ่านโลกออนไลน์แล้ว สติ๊กเกอร์ไลน์ฟรีก็น่ากลัวเช่นกัน แถมเราอาจจะกลายมาเป็นผู้ต้องหาเสียเอง แต่จะน่ากลัวขนาดไหน สามารถไปดูย้อนหลังรายการ “ปากท้องต้องรู้ ดูแล้ว ร้วย รวย” ช่วง “ปากท้อง เตือนภัย” ทางช่องทางยูทูบของช่อง 8”