SCG รับ 9 รางวัลความเป็นเลิศด้านบริหารจัดการองค์กร จาก ‘TMA Excellence Awards 2022’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/694017

SCG รับ 9 รางวัลความเป็นเลิศด้านบริหารจัดการองค์กร จาก ‘TMA Excellence Awards 2022’

SCG รับ 9 รางวัลความเป็นเลิศด้านบริหารจัดการองค์กร จาก ‘TMA Excellence Awards 2022’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.44 น.

เอสซีจี รับ 9 รางวัล จากงาน TMA Excellence Awards 2022  ประกอบด้วยรางวัล Thailand Corporate Excellence Awards 2022 หรือองค์กรที่เป็นเลิศด้านการบริหารจัดการ  ถ้วยรางวัลพระราชทาน สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี รวม 2 รางวัล  สาขาความเป็นเลิศด้านผู้นำ (Leadership Excellence)  ความเป็นเลิศด้านการจัดการทรัพยากรบุคคล (Human Resource Management Excellence) ต่อเนื่องเป็นปีที่ 20 รางวัลความเป็นเลิศ Thailand Digital Excellence Awards สาขา company of the future และ 5 รางวัลดีเด่น สาขาความเป็นเลิศด้านสินค้า-การบริการ (Product / Service Excellence)  ความเป็นเลิศด้านการบริหารทางการเงิน (Financial Management Excellence)  ความเป็นเลิศด้านนวัตกรรมและการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ (Innovation Excellence)  และความเป็นเลิศด้านการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Excellence) จำนวน 2 รางวัล โดยเอสซีจี และบริษัทเอสซีจี ซิเมนต์–ผลิตภัณฑ์ก่อสร้าง จำกัด รวมทั้งรางวัล SMEs Excellence Awards ระดับดีเด่น จากการสนับสนุนองค์กรขนาดเล็กหรือกลางให้ดำเนินธุรกิจเติบโตอย่างมั่นคง  ร่วมกับ บริษัท ซีเอ็นไอ เอ็นจิเนียริงซัพพลาย จำกัด

รางวัลดังกล่าวจัดขึ้นโดยสมาคมการจัดการธุรกิจแห่งประเทศไทย (TMA) ร่วมกับสถาบันบัณฑิตบริหารธุรกิจศศินทร์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย  มาจากการสำรวจความคิดเห็นของผู้บริหารระดับสูงทั่วประเทศและกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ  โดยมีพลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีมอบรางวัลและกล่าวแสดงความยินดี

9 รางวัลข้างต้นสะท้อนถึงความมุ่งมั่นของพนักงานเอสซีจีที่มุ่งมั่นทุ่มเทพัฒนานวัตกรรมสินค้าและบริการ โซลูชันที่หลากหลายและครบวงจร ตอบความต้องการของผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็วได้ทันท่วงที พร้อมรับมือและเดินหน้าแก้วิกฤตโลกร้อน ตามแนวทาง ESG 4 Plus ด้วยการใช้ความรู้ ความเชี่ยวชาญ ควบคู่ไปกับการดูแล รักษาสิ่งแวดล้อม ทั้งยังยกระดับคุณภาพชีวิตของคนในสังคมให้มีความความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น

-(016)

โคเซ่ปกป้องเต่าทะเลผ่านโครงการ‘Save The Blue Project’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693900

โคเซ่ปกป้องเต่าทะเลผ่านโครงการ‘Save The Blue Project’

โคเซ่ปกป้องเต่าทะเลผ่านโครงการ‘Save The Blue Project’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

โคเซ่ “KOSE” แบรนด์เครื่องสำอางชั้นนำจากประเทศญี่ปุ่น จัดกิจกรรมเพื่อการอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเลเป็นประจำอย่างต่อเนื่อง กับโครงการ Save The Blue Project (เซฟ เดอะ บลู โปรเจค) ฉลองครบรอบ 1 ทศวรรษ โดย นายเคอิจิโร่ คะวะฮะระ กรรมการผู้จัดการ บริษัทโคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด พร้อมด้วยทีมผู้บริหาร และพนักงาน ของทางบริษัท โคเซ่ ประเทศไทย ได้เข้าร่วมเยี่ยมชมนิทรรศการตามโซนต่างๆของ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออกเกาะมันในจังหวัดระยอง และ บ่ออนุบาลเต่าเพื่อเตรียมความพร้อมในการปล่อยเต่ากลับคืนสู่ทะเลใต้ท้องทะเลไทยในกิจกรรม Save The Blue Project (เซฟ เดอะ บลู โปรเจค) ครั้งนี้

นอกจากนี้ ทางบริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด ยังได้มอบอุปกรณ์สำหรับใช้ในการดูแลเต่าทะเล, สัตว์ทะเลหายาก และเพาะพันธุ์เพิ่มจำนวนปะการังให้กลับคืนสู่ธรรมชาติอย่างสมบูรณ์ตามระบบนิเวศ รวมเป็นมูลค่า 120,000 บาท (หนึ่งแสนสองหมื่นบาทถ้วน)ให้กับศูนย์วิจัยฯ ณ บริเวณ ศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออกเกาะมันใน จังหวัดระยอง เพื่อสำหรับใช้เป็นประโยชน์สูงสุดในการอนุรักษ์สัตว์ทะเลหายาก เช่น เต่าทะเล และติดตามผลของปะการังในระบบนิเวศใต้ท้องทะเลไทย และพัฒนาทรัพยากรทางทะเล และชายฝั่งอ่าวไทย

นายเคอิจิโร่ คะวะฮะระกรรมการผู้จัดการ บริษัท โคเซ่ (ประเทศไทย) จำกัด กล่าวว่า “สำหรับโครงการ “Save The Blue Project นี้ทางบริษัทฯ จัดขึ้นมาอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน เป็นกิจกรรมที่ทางบริษัทมีความมุ่งเน้นในเรื่องรณรงค์ ส่งเสริม และอนุรักษ์สิ่งแวดล้อมทางทะเล เพื่อให้การดูแลและฟื้นฟูธรรมชาติทางทะเลเป็นไปอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้ธรรมชาติทางท้องทะเลสมบูรณ์ต่อไปอีกนาน และทางบริษัท จะดำรงส่งเสริมกิจกรรมนี้ต่อไปเพราะเราตระหนักถึงความสำคัญของระบบนิเวศทางท้องทะเลเป็นสิ่งหนึ่งของระบบนิเวศทางธรรมชาตินอกจากนี้ ต้องขอขอบคุณลูกค้าทุกท่านๆที่ให้การสนับสนุนผลิตภัณฑ์ โคเซ่“KOSE” มาอย่างต่อเนื่องเช่นกันนะครับ และลูกค้าทุกๆท่าน ยังมีส่วนสนับสนุนในกิจกรรมนี้อีกด้วย”

นายสุเทพ เจือละออง นักวิชาการประมงชำนาญการพิเศษ ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่งอ่าวไทยฝั่งตะวันออก กล่าวว่า “ทางศูนย์วิจัยฯ ต้องขอขอบคุณทาง บริษัท โคเซ่(ประเทศไทย) จำกัด ที่จัดโครงการ “Save The Blue Project ซึ่งได้จัดกิจกรรมนี้กับทางศูนย์ฯ มายาวนานถึง12 ปี ทำให้ทางศูนย์ได้พัฒนา และ ติดตามผลการพัฒนาโครงการนี้ได้อย่างต่อเนื่อง และได้ร่วมกันพัฒนาระบบนิเวศ
ทางท้องทะเลให้เป็นไปได้ด้วยดี เพื่อให้ท้องทะเลไทยได้มีธรรมชาติทางทะเลได้อย่างสมบูรณ์ต่อไปอีกนาน”

วช.จับมือ โซเชียล แล็บ รับมือสังคมอายุยืน โชว์นวัตกรรมพร้อมใช้คุณภาพชีวิตผู้สูงวัย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693874

วช.จับมือ โซเชียล แล็บ รับมือสังคมอายุยืน  โชว์นวัตกรรมพร้อมใช้คุณภาพชีวิตผู้สูงวัย

วช.จับมือ โซเชียล แล็บ รับมือสังคมอายุยืน โชว์นวัตกรรมพร้อมใช้คุณภาพชีวิตผู้สูงวัย

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ดร.อุดม หงส์ชาติกุล

ปัจจุบันสังคมไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้ว  จะทำอย่างไรเพื่อให้ผู้สูงวัยมีคุณภาพชีวิตที่ดี  สามารถก้าวทันการเปลี่ยนแปลง พึ่งตนเองได้ และมีพลัง มีส่วนร่วมดูแลและพัฒนาสังคม รวมถึงส่งต่อประสบการณ์ที่มีคุณค่าให้คนรุ่นหลังได้ สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) จึงได้สนับสนุนให้โซเชียล แล็บ (ประเทศไทย) ถอดบทเรียน“โครงการวิจัยโปรแกรมพัฒนาผู้สูงวัย”ซึ่งมีความโดดเด่น มีนวัตกรรมพร้อมใช้ และมีศักยภาพที่จะพัฒนาเป็น “ต้นแบบ” เพื่อขยายผลการพัฒนาคุณภาพชีวิตผู้สูงวัย

โดยเมื่อเร็วๆ นี้ มีการนำเสนอผล“โครงการถอดบทเรียน 3 งานวิจัยโปรแกรมพัฒนาผู้สูงวัยที่มีนวัตกรรมพร้อมใช้” และนำเสนอสู่สาธารณชนแล้วโดยมีภาคส่วนต่างๆ ให้ความสนใจเข้าร่วมทั้ง ผู้ทรงคุณวุฒิ วช. ผู้บริหารมหาวิทยาลัย ผู้นำชุมชน นายกเทศมนตรี และกลุ่มผู้สูงอายุจากหลายพื้นที่ อาทิชุมชนตำบลเจ็ดเสมียน จังหวัดราชบุรี, กลุ่มผู้สูงอายุ ชุมชนคลองมหาสวัสดิ์ ชุมชนบานหัวอ่าว จังหวัดนครปฐม,  ชุมชนเทศบาลตำบลป่าไผ่ จังหวัดลำพูน,  และชุมชนแม่มอก จังหวัดลำปาง อีกทั้ง ยังได้รับเกียรติจาก ศาสตราจารย์คลินิก แพทย์หญิงโฉมศรี โฆษิตชัยวัฒน์อธิการบดีวิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ศาสตราจารย์แพทย์หญิงจิรพร เหล่าธรรมทัศน์ รองเลขาธิการราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์  คณบดีคณะเทคโนโลยีวิทยาศาสตร์สุขภาพ  วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ เข้าร่วมฟังการถอดบทเรียนครั้งนี้ด้วย

การถอดบทเรียนความสำเร็จการขับเคลื่อน 3 โครงการวิจัยในครั้งนี้ประกอบด้วย 1.โครงการพัฒนาศักยภาพชุมชนต้นแบบสู่วิสาหกิจชุมชนด้านการบริบาลผู้สูงอายุ โดย ดร.อุดมสุวรรณพิมพ์  วิทยาลัยวิทยาศาสตร์การแพทย์เจ้าฟ้าจุฬาภรณ์ ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ความน่าสนใจ คือ การสร้างความร่วมมือของคนในชุมชน กลุ่มแม่บ้านแม่มอก อำเภอเถิน จังหวัดลำปางนำไปสู่การสร้างวิสาหกิจชุมชนด้านการบริบาลผู้สูงอายุ และมีหลักสูตรนักบริบาลผู้สูงอายุ หรือ “แม่มอกโมเดล” สามารถสร้างงาน สร้างอาชีพ จากการถอดบทเรียนพบว่า ปัจจัยสำคัญที่เอื้อต่อความสำเร็จ คือ จะต้องมีคนที่มีใจอยากทำจริง โดยเฉพาะครูพี่เลี้ยง คณะกรรมการวิสาหกิจชุมชน ต้องมาจากคนในพื้นที่ที่มีจิตอาสาสูง และมีช่องทางให้แม่บ้าน และคนในชุมชน ก้าวมาเป็นนักบริบาลผู้สูงอายุได้ง่าย เช่น โครงการ “เรียนก่อนผ่อนทีหลัง” เมื่อเรียนแล้วมีพื้นที่ให้ฝึกประสบการณ์วิชาชีพจริง ผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องมีการทำงานร่วมกัน มีการติดตามผล แลกเปลี่ยนเรียนรู้ประสบการณ์อย่างต่อเนื่อง  รวมทั้งการดึงผู้เชี่ยวชาญด้านบัญชีและการเงินมาช่วย

2.โครงการโรงเรียนผู้สูงอายุต้นแบบพึ่งตนเอง การเปลี่ยนเกษียณเป็นพลัง โดย ผศ.ดร.กัมปนาท บริบูรณ์ ภาควิชาการศึกษาผู้ใหญ่และการศึกษาตลอดชีวิต คณะศึกษาศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ที่สามารถยกระดับ “โรงเรียนผู้สูงอายุ” ในหลายจังหวัดให้เป็น “กิจการเพื่อสังคม” โดยมีหลักสูตรผู้ประกอบการทางสังคมสำหรับผู้สูงอายุ มีการสอนออนไลน์ และการฝึกปฏิบัติ รวมถึงการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ทำให้ผู้สูงอายุสะดวกในการเรียน ซึ่งในการถอดบทเรียนพบว่า ปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญ คือ คนในชุมชนและคนที่เข้าร่วม มีความมุ่งมั่น ศรัทธา และมีเป้าหมายที่จะพัฒนาศักยภาพของผู้สูงอายุจริงๆ พร้อมทั้งมีการพัฒนาสื่อการเรียนรู้ที่ช่วยให้ผู้สูงอายุได้เรียนรู้อย่างเต็มที่

3.โครงการพลังเกษียณสร้างชาติ : ระบบนิเวศการเรียนรู้ตลอดชีวิตเพื่อพัฒนาทักษะงานในยุคดิจิทัลสำหรับผู้สูงวัยและระบบสนับสนุนเชิงเทคนิคของคนรุ่นใหม่ สู่การนําไปใช้ที่ยั่งยืน โดย รศ.ดร.นัทธี สุรีย์ รองผู้อำนวยการวิทยาลัยการศึกษาตลอดชีวิตมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ ที่มีการพัฒนาแพลตฟอร์มออนไลน์  ชื่อ “มีดี” เปิดโรงเรียนผู้สูงอายุดิจิทัล “เกษียณมีดี”  ให้ผู้สูงอายุสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้แบบดิจิทัล มีทักษะ และสามารถใช้โซเชียลมีเดีย จนถึงการเป็นพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ สร้างอาชีพและมีรายได้ในวัยเกษียณ โดยพบว่า ปัจจัยความสำเร็จที่สำคัญของโครงการนี้ คือความร่วมมือจากหลายหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชน มีการเซ็น MOU เพื่อโอกาสใหม่ๆ การสร้าง Branding เพื่อให้เป็นที่จดจำและรู้จักในวงกว้าง รวมทั้งการใช้ Digital Marketing เผยแพร่กิจกรรมผ่านช่องทางต่างๆ โดยแอปพลิเคชั่นที่พัฒนาขึ้นใช้งานได้จริง ง่าย และสวยงาม

ดร.อุดม หงส์ชาติกุล ผู้ก่อตั้ง โซเชียล แล็บ (ประเทศไทย) กล่าวว่า การสรุปผลวิจัยการถอดบทเรียน ทำให้ได้แบ่งปันข้อมูลและองค์ความรู้ที่ได้ทำวิจัยกับนักวิจัยทั้ง 3 แผนงาน ในภาพรวมจะเห็นถึงพลังความร่วมมือของทุกภาคส่วนในแต่ละท้องถิ่นที่เห็นความสำคัญในเรื่องสังคมผู้สูงอายุจริงๆ ซึ่งเป็นมาตรฐาน ต้นทุนเดิมที่มีอยู่แล้ว พร้อมนำความรู้ ความสามารถ มาร่วมกันพัฒนา เอื้อให้งานวิจัยทั้ง 3 แผนเกิดความสำเร็จที่เป็นประโยชน์แก่ผู้สูงอายุอย่างแท้จริงงานนี้เราจึงมีการเชิญผู้นำที่เป็นกลุ่มเป้าหมาย ที่น่าจะมีโอกาสนำผลงานวิจัยนี้ไปต่อยอดให้เกิดประโยชน์กับผู้สูงวัยในพื้นที่หรือชุมชนของตนเอง โดยเห็นได้ชัดว่า ทุกท่านตระหนักและเห็นความสำคัญโดยจะนำองค์ความรู้ที่ได้จากการถอดบทเรียนไปประยุกต์ใช้ต่อ ซึ่งเป็นหนึ่งในเป้าหมายสำคัญของงานวิจัยชิ้นนี้

“ตามปกติหลายครั้งงานวิจัยเป็นเรื่องวิชาการ ซึ่งในการนำไปใช้จริงอาจจะมีความซับซ้อน เข้าใจคลาดเคลื่อนจากเป้าหมายงานวิจัยแต่ละชิ้น ดังนั้นความสำคัญของการถอดบทเรียน เป็นการช่วยให้ความซับซ้อนมีความเรียบง่ายขึ้นโดยเฉพาะจุดมุ่งหวัง คือ การขยายผล และมีเป้าหมายอยู่ที่ความสำเร็จของงานวิจัยต่างๆ ทำให้เกิดประโยชน์อย่างแท้จริง ทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคม และวัฒนธรรม”

มูลนิธิรักษ์ตับเปิดตัว ‘Voice for Change หนึ่งเสียง เปลี่ยนชีวิตผู้ป่วยมะเร็งตับ’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693876

มูลนิธิรักษ์ตับเปิดตัว ‘Voice for Change หนึ่งเสียง เปลี่ยนชีวิตผู้ป่วยมะเร็งตับ’

มูลนิธิรักษ์ตับเปิดตัว ‘Voice for Change หนึ่งเสียง เปลี่ยนชีวิตผู้ป่วยมะเร็งตับ’

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

(ขวา)รศ.พญ.วัฒนา สุขีไพศาลเจริญ

ปัจจุบัน โรคมะเร็งตับถือเป็นภัยคุกคามทางสุขภาพอันดับ 1 ของประเทศไทยด้วยอุบัติการณ์สูงถึง 27,394 ราย และอัตราการเสียชีวิต 26,704 ราย ภายในปี พ.ศ. 2563 เพียงปีเดียว โดยยอดผู้ป่วยใหม่และเสียชีวิตยังคงมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ด้วยตระหนักถึงผลกระทบที่เกิดขึ้นกับผู้ป่วย ครอบครัวผู้ป่วย ผลิตภาพทางเศรษฐกิจ และระบบสาธารณสุขของประเทศ มูลนิธิรักษ์ตับในฐานะกลุ่มผู้ป่วยโรคตับและมะเร็งตับจึงจัดงานเปิดตัวแคมเปญ Voice for Change: หนึ่งเสียง เปลี่ยนชีวิตผู้ป่วยมะเร็งตับ ขึ้น เพื่อผลักดันการเข้าถึงยานวัตกรรมสำหรับโรคมะเร็งตับให้เข้าไปอยู่ในสิทธิการรักษาพยาบาลของคนไทย ซึ่งจะช่วยให้ผู้ป่วยมีอัตราการรอดชีวิตที่ยาวนานขึ้น มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น โดยมี รศ.พญ.วัฒนา สุขีไพศาลเจริญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารและตับโรงพยาบาลศรีนครินทร์ คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่นและประธานมูลนิธิรักษ์ตับ เป็นผู้แถลงเปิดตัวแคมเปญ

ประเทศไทยพบผู้ป่วยโรคมะเร็งตับสูงที่สุดเมื่อเทียบกับมะเร็งชนิดต่างๆ ทั้งนี้ สำนักงานพัฒนาระบบข้อมูลข่าวสารสุขภาพยังระบุว่าโรคมะเร็งตับที่พบในประเทศไทยมีความชุกอยู่ที่ 22.6 คนต่อประชากรหนึ่งแสนคน ซึ่งจัดว่าสูงเป็นอันดับที่ 6 เมื่อเทียบกับประเทศต่างๆ ทั่วโลกมะเร็งตับพบได้ทั้งเพศชายและเพศหญิงผู้ป่วยส่วนใหญ่มักได้รับการวินิจฉัยเมื่ออายุ 40-70 ปี ปัจจัยเสี่ยงที่อาจนำไปสู่การเกิดโรคมะเร็งตับ ได้แก่ ภาวะตับอักเสบเรื้อรัง การติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซี การบริโภคอาหารที่มีไขมันสูงและโรคอ้วน การสูบบุหรี่ การบริโภคแอลกอฮอล์เกินปริมาณที่เหมาะสมซึ่งนำไปสู่โรคตับจากพิษสุราเรื้อรัง รวมถึงการรับประทานอาหารที่ปนเปื้อนสารอะฟลาท็อกซินซึ่งเป็นสารก่อมะเร็ง

ชนิดของมะเร็งตับที่พบมากที่สุดในประเทศไทย คือ มะเร็งเซลล์ตับ ซึ่งคิดเป็นร้อยละ 90 โดยผู้ป่วยมักตรวจพบเมื่อโรคอยู่ในระยะลุกลามแล้ว เพราะภาวะตับอักเสบเรื้อรังจากการติดเชื้อไวรัสตับอักเสบบีและซีมักไม่แสดงอาการปัจจุบันนี้ ถึงแม้ว่าจะมีแนวทางการรักษามะเร็งตับที่หลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นการผ่าตัด การปลูกถ่ายตับ การอุดหลอดเลือดที่ไปเลี้ยงก้อนมะเร็ง การรักษาด้วยเคมีบำบัดการรักษาด้วยยามุ่งเป้า และการรักษาด้วยยาภูมิคุ้มกันบำบัด ร่วมกับยาต้านการสร้างหลอดเลือด ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของแพทย์ที่จะเลือกแนวทางการรักษาให้เหมาะสมกับระยะของโรคและความพร้อมทางร่างกายของผู้ป่วยแต่ละคน แต่อย่างไรก็ตาม ผู้ป่วยมะเร็งตับจำนวนไม่น้อยกลับไม่สามารถเข้าถึงยานวัตกรรมเพื่อการรักษามะเร็งตับที่มีผลการวิจัยรับรองถึงประสิทธิภาพด้านการเพิ่มอัตราการรอดชีวิตได้ เนื่องจากข้อจำกัดด้านสิทธิเบิกจ่ายการรักษาพยาบาลของคนไทยที่ยังไม่ครอบคลุม ซึ่งหากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องขยายโอกาสการเข้าถึงแก่ผู้ป่วยมะเร็งตับมากยิ่งขึ้น ผู้ป่วยอาจไม่ต้องทนทุกข์ทรมานจากอาการเจ็บป่วยเรื้อรัง สูญเสียความสามารถในการทำงานและการช่วยเหลือตัวเองในชีวิตประจำวัน หรือเสียชีวิตก่อนวัยอันควร

รศ.พญ.วัฒนา สุขีไพศาลเจริญ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านระบบทางเดินอาหารและตับ โรงพยาบาลศรีนครินทร์คณะแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยขอนแก่นและประธานมูลนิธิรักษ์ตับ กล่าวว่า “มะเร็งตับถือเป็นภัยเงียบทางสุขภาพที่คุกคามชีวิตของคนไทยจำนวนมากอย่างต่อเนื่องมานับสิบปี ดังนั้น การรับมือกับโรคมะเร็งตับจึงเป็นความท้าทายของผู้มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายในระบบดูแลสุขภาพของประเทศไทย ที่จะต้องร่วมมือกันขับเคลื่อนสิทธิเบิกจ่ายยาให้สอดคล้องกับสถานการณ์ความรุนแรงของโรคและได้มาตรฐานเทียบเท่าสากล แคมเปญ “Voice for Change” เล็งเห็นว่าเสียงสะท้อนจากภาคประชาชนก็มีบทบาทในการผลักดันความเปลี่ยนแปลงต่อเส้นทางการรักษาของผู้ป่วยมะเร็งตับได้เช่นกัน โดยร่วมลงชื่อ10,000 รายชื่อ สนับสนุนแคมเปญเรียกร้องให้หน่วยงานที่พิจารณาสิทธิการรักษาพยาบาลของไทยให้ตระหนักถึงความสำคัญของยานวัตกรรมที่มีต่อคุณภาพชีวิตของผู้ป่วยมะเร็งตับ และบรรจุยาที่มีประสิทธิภาพตามหลักมาตรฐานสากลลงในรายการเบิกจ่าย ซึ่งจะช่วยขยายโอกาสการเข้าถึงการรักษาและเพิ่มคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้นให้แก่ผู้ป่วยมะเร็งตับคลายความกังวลใจด้านต่างๆ ของผู้ดูแล ลดการสูญเสียทรัพยากรแรงงานของประเทศ และช่วยให้ระบบดูแลสุขภาพของประเทศไทยรับมือกับภัยคุกคามทางสุขภาพนี้ได้อย่างยั่งยืน”

โดยประชาชนสามารถร่วมลงชื่อได้ผ่านทางเว็บไซต์ change.org และแบบฟอร์มกระดาษ โดยแคมเปญมีเป้าหมายที่รวบรวมให้ได้ 10,000 รายชื่อ เพื่อนำไปประกอบจดหมายเปิดผนึกและยื่นต่อหน่วยงานภาครัฐที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการพิจารณาสิทธิรักษาพยาบาลของคนไทย อันจะนำไปสู่โอกาสในการเข้าถึงตัวเลือกการรักษาที่มีประสิทธิภาพตามมาตรฐานสากล ซึ่งมีส่วนช่วยเพิ่มอัตราการรอดชีวิตของผู้ป่วย

ทุกเสียงมีความสำคัญต่อการผลักดันการพิจารณาสิทธิรักษาพยาบาล ร่วมลงชื่อในแคมเปญ “Voice for Change: หนึ่งเสียง เปลี่ยนชีวิตผู้ป่วย
มะเร็งตับ” ทางเว็บไซต์ change.or

วันเบาหวานโลก 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693871

วันเบาหวานโลก 2565

วันเบาหวานโลก 2565

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย เป็นประธานเปิดกิจกรรม เนื่องในวันเบาหวานโลก 2565 “World Diabetes Day2022” จัดโดย ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์ด้านเบาหวาน ฮอร์โมน และเมตะบอลิสมโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย โดยมี ศาสตราธิคุณ นพ.สมพงษ์ สุวรรณวลัยกร กล่าวถึงความสำคัญของการจัดกิจกรรมให้ความรู้แก่ประชาชนเกี่ยวกับโรคเบาหวานเพื่ออนาคต ต่อด้วยการเสวนาการดูแลเบาหวานแบบครบวงจร และการใช้เทคโนโลยีในผู้ป่วยเบาหวาน โดยผศ.พญ.พัชญา บุญชยาอนันต์, อ.พญ.ณิชกานต์ หลายชูไทยและ อ.นพ.วิทวัส แนววงศ์ เป็นผู้ดำเนินรายการ ณ ห้องประชุม 1209 อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ เมื่อเร็วๆ นี้

คุณแหน : 24 พฤศจิกายน 2565

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693902

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ll พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนิน ทรงบำเพ็ญพระราชกุศลและวางพวงมาลา ถวายพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเนื่องในโอกาสวันคล้ายวันสวรรคต วันที่ 25 พฤศจิกายน เวลา 17.00 น. ณ หอประชุมวชิราวุธวิทยาลัย…

ll สำนักพระราชวังแถลงการณ์ถวายการรักษา สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ภาวะพระหทัยเต้นเร็วผิดปกติด้วยวิธีจี้ไฟฟ้าพระหทัยด้วยคลื่นวิทยุความถี่สูง ในช่วงเช้าของวันอังคารที่ 22 พฤศจิกายน 2565 ผลการรักษาประสบผลสำเร็จดี ไม่พบภาวะแทรกซ้อน … ปวงข้าพระพุทธเจ้า ขอน้อมเกล้าฯอาราธนาคุณพระศรีรัตนตรัยและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ทั้งหลายได้โปรดคุ้มครองปกป้องรักษาให้พระองค์ทรงหายจากพระอาการประชวรในเร็ววัน ทรงมีพระพลานามัยสมบูรณ์แข็งแรงขอทรงพระเจริญยิ่งยืนนาน..การนี้เปิดให้ประชาชนร่วมลงนามถวายพระพรถึงวันที่ 24 พ.ย. ณ อาคารภูมิสิริมังคลานุสรณ์ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย…

ll มูลนิธิอาสาเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) ยามยากสภากาชาดไทย โดย ศ.พิเศษ ดร.สุรเกียรติ์ เสถียรไทย รองประธานกรรมการที่ปรึกษาและประธานกรรมการบริหาร พร้อมด้วย ฉัตรชัย พรหมเลิศ รองประธานกรรมการ วีระศักดิ์ โควสุรัตน์ กรรมการและ ฐิติวัฒน์ ว่องวรรณกุล กรรมการและผู้จัดการมูลนิธิฯ แถลงข่าว “งานเพื่อนพึ่ง(ภาฯ) 2565” แนวคิด “เพื่อนไม่ทิ้งกัน ในยามยาก” 24 พ.ย.10.00-11.00 น. ณ ห้อง Eternity Daylight Ballroom โรงแรม Pullman Bangkok King Power กรุงเทพฯ รางน้ำ งานจะจัดขึ้นระหว่าง2-11 ธ.ค. ณ สวนสมเด็จพระนางเจ้าสิริกิติ์ฯ จตุจักร…

ll เตช บุนนาค เลขาธิการสภากาชาดไทย เปิดงานแถลงข่าว งานกาชาดประจำปี 2565 “9 ทศวรรษ ใต้ร่มพระบารมี สดุดีสภานายิกาสภากาชาดไทย” ในรูปแบบ Avatar โดยมี จันทร์ประภา วิชิตชลชัย รองผอ.สำนักงานจัดหารายได้ ร่วมพูดคุยกับความพิเศษของการจัดงาน รวมทั้งชมโชว์พิเศษชุด “จากงานกาชาดรื่นเริงในวันวาน สู่งาน Hybrid Event ในวันนี้” ชมมินิคอนเสิร์ตจากวง TWINSPLUS และวง 98 percent วันที่ 24 พ.ย.17.00 น. ณ สวนลุมพินี…

ll สมาคมนักเขียนแห่งประเทศไทย จัดงานมอบรางวัลบรรณาธรเกียรติยศประจำปี 2565 แด่ รศ.วิทยากร เชียงกูล 26 พ.ย. 10.00 น. พร้อมฟังปาฐกถาหัวข้อ “เรายังมความหมาย..มีชีวิต..และยังใฝ่ฝันอยู่” ที่สมาคมฯ ซ.กรุงเทพนนท์ 33…

ll สวด พล.ร.อ.ม.ร.ว.พันธุม ทวีวงศ์ 22-27 พ.ย. 18.30 น. ศาลา 10 วัดมกุฏกษัตริยาราม…

ll ขอแสดงความเสียใจกับ บุรินทร์ วงศ์สงวน ที่สูญเสียภริยา พัฒศรี (แพทซี่) วงศ์สงวน อดีตนางเอกดังของฮ่องกง ศาลา 1 วัดผาสุกมณีจักร ปากเกร็ด นนทบุรี 22-24 พ.ย. 18.00 น. ฌาปนกิจ26 พ.ย.15.00 น. …

ll ฉลองครบ 20 ปี มหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี รศ.ดร.บังอร เบ็ญจาธิกุล อธิการบดี ขอเชิญศิษย์เก่าทุกรุ่น และนักศึกษา มาร่วมงานเลี้ยงฉลอง โดยมีดารา นักร้อง นักกีฬาทีมชาติมาร่วมด้วย 27 พ.ย. 17.00 น. ณ.หอประชุมมหาวิทยาลัยกรุงเทพธนบุรี…

ll งานกีฬาสีจัดโดยสมาคมนักเรียนเก่ามาแตร์ฯ มาแตร์เดอี We are 95!On the road to Mater Dei Centenary 100 Years of Service and Excellence ได้รับเกียรติจาก ท่านผู้หญิงวิวรรณ วรวรรณ เศรษฐบุตรดรัมเมเยอร์กิตติมศักดิ์ ซึ่งได้รับคำชื่นชมจากรุ่นน้องๆ ว่าท่านยังงามสง่าแข็งแรงสดใส กระฉับกระเฉง เดินนำขบวนพาเหรดศิษย์เก่านักกีฬาสี เชียร์ลีดเดอร์กิตติมศักดิ์ ล้วนสวยงามตามสไตล์สาวมาแตร์ เมื่อ 19 พ.ย. …ll

น้อง

กลุ่มเซ็นทรัลส่งมอบโลหิต 14.57 ล้านซีซี แก่สภากาชาดไทย ปลื้ม!!จับคู่ผู้รับบริจาคสเต็มเซลล์กับพนักงานกลุ่มเซ็นทรัลสำเร็จ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693885

กลุ่มเซ็นทรัลส่งมอบโลหิต 14.57 ล้านซีซี แก่สภากาชาดไทย  ปลื้ม!!จับคู่ผู้รับบริจาคสเต็มเซลล์กับพนักงานกลุ่มเซ็นทรัลสำเร็จ

กลุ่มเซ็นทรัลส่งมอบโลหิต 14.57 ล้านซีซี แก่สภากาชาดไทย ปลื้ม!!จับคู่ผู้รับบริจาคสเต็มเซลล์กับพนักงานกลุ่มเซ็นทรัลสำเร็จ

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

กลุ่มเซ็นทรัล นำโดย พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหาร และ สุพัตราจิราธิวัฒน์ รองกรรมการผู้จัดการใหญ่ฝ่ายองค์กรสัมพันธ์และภาพลักษณ์ จัดพิธีส่งมอบโลหิต 14,570,800 ล้านซีซีพร้อมงบประมาณสนับสนุนมูลค่ารวม 600,000 บาท ในโครงการ “เซ็นทรัลอาสา บริจาคโลหิตด้วยใจ” ประจำปี 2564 ให้แก่ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติสภากาชาดไทย พร้อมตั้งเป้าหมายเปิดพื้นที่จุดรับบริจาคในศูนย์การค้าเครือเซ็นทรัลทั่วประเทศ เพิ่มจาก 52 สาขาเป็น 74 สาขาในปี 2566 ตอกย้ำจุดยืนศูนย์การค้าแห่งแรกที่ให้การสนับสนุนพื้นที่จุดรับบริจาคโลหิตมาอย่างต่อเนื่องและยาวนานกว่า 35 ปี

ในงานได้รับเกียรติจาก รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ และ ปิยนันท์ คุ้มครองผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านจัดหาโลหิตและภาพลักษณ์องค์กร เป็นผู้รับมอบโลหิตจากกลุ่มเซ็นทรัล พร้อมด้วย ผศ.นพ.กวิรัช ตันติวงษ์ รองคณบดี คณะแพทยศาสตร์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และศิลปินชั้นนำ อาทิ บอย-ตรัย ภูมิรัตน และ ต้นหยาง-ธีรัตม์ นิลวดี ร่วมงานและร่วมบริจาคโลหิตด้วย ณ ศูนย์การค้าเซ็นทรัลเวิลด์

นอกเหนือจากการส่งมอบโลหิตจำนวน 14.57 ล้านซีซี และงบสนับสนุนมูลค่า 6 แสนบาทนั้น อีกหนึ่งความภาคภูมิใจของกลุ่มเซ็นทรัลคือการได้พบว่ามีพนักงานอาสาของกลุ่มเซ็นทรัล ได้แก่ เมธประจักษ์ เติมกิจขจรสุข ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการสื่อสารภายในองค์กร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หนึ่งในพนักงานกลุ่มเซ็นทรัลผู้ที่บริจาคสเต็มเซลล์ ประสบความสำเร็จในการจับคู่ผู้รับบริจาคได้ตรงกัน นับเป็นเคสหายากเพราะมีอัตราส่วนเพียง 1 ใน 5หมื่นคนที่จะจับคู่ได้ สร้างความปลื้มปีติให้แก่ผู้บริหารและเพื่อนพนักงานในกลุ่มเซ็นทรัลเป็นอย่างมาก

พิชัย จิราธิวัฒน์ กรรมการบริหารกลุ่มเซ็นทรัล กล่าวว่า กลุ่มเซ็นทรัลภายใต้โครงการ “เซ็นทรัลทำ” ได้ขับเคลื่อนนโยบายทางด้านสุขภาพ การแพทย์ และ สาธารณสุข มุ่งหวังที่จะบรรเทาความเดือดร้อนในช่วงวิกฤตโรคระบาด รวมทั้งการขาดแคลนโลหิตในช่วงที่ผ่านมา โดยได้ทำงานร่วมกับสภากาชาดไทยมาตลอดทั้งเรื่องการตั้งจุดบริจาคโลหิตจนกลายเป็นเทรนด์ให้เด็กรุ่นใหม่ได้ตระหนักถึงความสำคัญของการบริจาคโลหิต และยังได้เชิญชวนให้พนักงานอาสามาสมัครเป็นผู้บริจาคสเต็มเซลล์ เพื่อช่วยต่อชีวิตต่อลมหายใจให้ผู้ป่วยได้ หากเจอคู่แท้สเต็มเซลล์ได้สำเร็จ

ขณะที่ รศ.พญ.ดุจใจ ชัยวานิชศิริ ผู้อำนวยการ ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ กล่าวว่า การที่จะหาคู่แท้สเต็มเซลล์สำหรับผู้ป่วยสักคนหนึ่งเป็นเรื่องยากมากเพราะต้องเข้ากันได้ในรายละเอียดของเม็ดโลหิต หรือที่เรียกว่ากระบวนการ HLA (Human Leukocyte Antigen) คือ ตัวที่แสดงลักษณะเฉพาะของเม็ดโลหิตชนิดต่างๆ ในคนที่จะมอบเซลล์สำหรับปลูกถ่าย จนมั่นใจว่ารายละเอียดของเซลล์ส่วนต่างๆ จะต้องมีความเข้ากันได้ การรอคอยนี้จึงยาวนาน พนักงานของกลุ่มเซ็นทรัลที่เป็นผู้บริจาคสเต็มเซลล์ กว่าจะได้แมทชิ่งใช้เวลานานถึง 5 ปี

นายเมธประจักษ์ เติมกิจขจรสุข ผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการสื่อสารภายในองค์กร บริษัท เซ็นทรัล รีเทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) พนักงานคู่แท้สเต็มเซลล์ ได้เปิดใจถึงเหตุผลที่บริจาคสเต็มเซลล์ว่า ตนเริ่มจากการบริจาคโลหิตก่อนจนช่วงปี 2560 ทางบริษัทฯ ได้มีการประชาสัมพันธ์รับสมัครอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ จึงลงทะเบียนไว้ ซึ่งใช้ระยะเวลานานถึง 5 ปี ในที่สุดก็มีเจ้าหน้าที่สภากาชาดไทยติดต่อมาแจ้งว่า เราเจอคู่แท้สเต็มเซลล์แล้ว รู้สึกดีใจมากเพราะคิดว่าการช่วยเหลือผู้อื่นเป็นเหมือนการเติมเต็มให้ชีวิตการเกิดมาเป็นมนุษย์ของเราสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้น และเป็นการสร้างคุณค่าและความภาคภูมิใจให้ตัวเอง

“การช่วยเหลือของเราคือการต่อชีวิตให้เขาได้มีชีวิตอยู่บนโลกนี้ต่อไปและยังหมายถึงครอบครัวและคนที่เขารักได้มีความสุขจากสิ่งที่เรามอบให้นี้ สิ่งนี้จึงเป็นสิ่งที่ทำให้ผมภาคภูมิใจและอยากจะให้ทุกคนได้มีโอกาสแบ่งปันสิ่งดีๆ เหล่านี้กับผู้อื่นต่อๆ ไปครับ.. ผมอยากขอขอบคุณกลุ่มเซ็นทรัล และ เซ็นทรัล รีเทล ที่ให้การสนับสนุนอย่างดี และสุดท้ายขอเชิญชวนให้มาลงทะเบียนเป็นอาสาสมัครบริจาคสเต็มเซลล์ เพื่อเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยเพื่อนมนุษย์ เพราะยังมีผู้ต้องการอีกมากที่ต้องการความช่วยเหลือจากเราอีกมาก”เมธประจักษ์ กล่าวถึงความรู้สึกที่เจอคู่แท้สเต็มเซลล์

วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัด Open Day 2023 แนะนำหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตแนวใหม่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693872

วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์  จัด Open Day 2023 แนะนำหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตแนวใหม่

วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ จัด Open Day 2023 แนะนำหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิตแนวใหม่

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

ศ.ดร.แพทย์หญิงจิรายุ เอื้อวรากุล คณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน และนักศึกษาแพทย์

วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้จัดโครงการแนะนำหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2563) ประจำปีการศึกษา 2566 (PSCM MD Open Day 2023) เพื่อแนะนำแนวทางการศึกษาต่อ โดยมี ศาสตราจารย์ ดร. แพทย์หญิงจิรายุ เอื้อวรากุล คณบดีวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน เป็นประธานเปิดงาน ณ อาคารศูนย์ประชุมสถาบันวิจัยจุฬาภรณ์ โดยมีนักเรียน มัธยมศึกษาตอนปลายจำนวน 200 คน เข้าร่วมโครงการฯ ภายในงานนอกจากจะมีกิจกรรมทำความรู้จักและแนะนำหลักสูตรแล้ว ยังมีกิจกรรมแบ่งฐานให้นักเรียนที่สนใจได้เรียนรู้ทางแพทยศาสตร์ ฝึกทักษะทางคลินิก ฟังเสียงปอดและเสียงหัวใจจากหุ่นจำลอง ร่วมสนุกกับเกม และให้คำแนะนำการเรียนการใช้ชีวิตประสบการณ์ในมหาวิทยาลัยโดยคณาจารย์และนักศึกษาแพทย์รุ่นพี่อย่างอบอุ่นและเป็นกันเอง

 วิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ ได้ดำเนินโครงการแนะนำหลักหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ. 2563) สู่โรงเรียนมัธยมศึกษาอย่างต่อเนื่องเป็นปีที่ 4 โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อให้ผู้เข้าร่วมโครงการได้รับความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบทบาทหน้าที่และภารกิจของวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒน ด้วยความมุ่งมั่นผลิตบัณฑิตที่เป็นผู้นำด้านสุขภาพมีความสามารถด้านการวิจัยและพัฒนานวัตกรรม รวมทั้งมีจิตวิญญาณอุทิศตนเพื่อประโยชน์ต่อสังคม

ทั้งนี้ ทางวิทยาลัยฯ ได้เปิดรับสมัครบุคคลเข้าศึกษาหลักสูตรแพทยศาสตรบัณฑิต (หลักสูตรใหม่ พ.ศ.2563) โดยความร่วมมือกับ University College London สหราชอาณาจักร ปีการศึกษา 2566 จำนวน 32 คน โดยรอบที่ 1 จำนวน 28 คน เปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 1 พฤศจิกายน 2565-15 ธันวาคม 2565 และ รอบที่ 2 จำนวน 4 คนเปิดรับสมัครตั้งแต่วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2566-15 มีนาคม2566 

ผู้ที่สนใจ สามารถสอบถามข้อมูลเพิ่มเติม ได้ที่ โทร. 0-2576-6600 ต่อ 8477, 8481 (ในวันและเวลาราชการ)หรือ ติดตามข่าวสารของวิทยาลัยแพทยศาสตร์ศรีสวางควัฒนราชวิทยาลัยจุฬาภรณ์ได้ทาง https://www.facebook.com/PSCM.CRA และ http://pscm.cra.ac.th

เปิดภาพประวัติศาสตร์‘ในหลวง พระราชินี’ทรงรับผู้นำเอเปก ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693903

เปิดภาพประวัติศาสตร์‘ในหลวง พระราชินี’ทรงรับผู้นำเอเปก ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

เปิดภาพประวัติศาสตร์‘ในหลวง พระราชินี’ทรงรับผู้นำเอเปก ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เจ้าชายมุฮัมมัด บิน ซัลมาน บิน อับดุลอะซีซ อัลซะอูด มกุฎราชกุมาร และนายกรัฐมนตรีซาอุดีอาระเบีย และคณะเฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

เมื่อวันที่ 18 พฤศจิกายน 2565 พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรีนารีรัตนราชกัญญา ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวังทรงรับพระประมุข ประธานาธิบดี และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ นายกรัฐมนตรี และผู้แทนประเทศซึ่งเป็นผู้นำเขตเศรษฐกิจ และแขกพิเศษ พร้อมด้วยคู่สมรส เฝ้าฯ ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนิน และเดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) ครั้งที่ 29 ระหว่างวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2565 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

สมเด็จพระราชาธิบดีแห่งเนการา บรูไนดารุสซาลาม และ เจ้าชายอับดุล มาทีน รัชทายาทลำดับที่ 6

ในการนี้ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้า ฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญาฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับผู้นำเขตเศรษฐกิจ และแขกพิเศษ พร้อมด้วยคู่สมรส

นายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีนและภริยา ศ.เผิง ลี่ หยวน

เอเปก (Asia-Pacific Economic Cooperation) หรือ “ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก” เป็นกรอบความร่วมมือระหว่างประเทศที่มีเป้าหมายในการส่งเสริมการเปิดเสรีทางการค้าและการลงทุน การรวมตัวทางเศรษฐกิจ รวมทั้งความร่วมมือด้านวิชาการและการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ระหว่างสมาชิก ปัจจุบันเอเปกจึงมีสมาชิกทั้งหมด 21 เขตเศรษฐกิจ ซึ่งในปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพจัดการประชุมเอเปก ครั้งที่ 29 โดยกำหนดหัวข้อหลักคือ “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” (Open Connect Balance) เพื่อเปิดกว้างสู่ทุกโอกาสด้านการค้าและการลงทุน การส่งเสริม การรวมตัวทางเศรษฐกิจในภูมิภาคผ่านมุมมองใหม่ที่ได้เรียนรู้จากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเชื้อไวรัสโคโรนา 2019 หรือโรคโควิด-19 เพื่อสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจให้แก่ทุกภาคส่วนในสังคม สร้างความมั่นคงทางอาหารและการเกษตรเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอเจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา ณ พระที่นั่งจักรีมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ทรงรับพระประมุข ประธานาธิบดี และพระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และผู้แทนประเทศ ซึ่งเป็นผู้นำเขตเศรษฐกิจ และแขกพิเศษ พร้อมด้วยคู่สมรส เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท ในโอกาสที่เสด็จพระราชดำเนิน และเดินทางมาเยือนประเทศไทย เพื่อเข้าร่วมการประชุมกรอบความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก หรือเอเปก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) ครั้งที่ 29 ภายใต้แนวคิด “เปิดกว้าง สร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล” เมื่อวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2565 ณ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ กรุงเทพมหานคร

นายกาบริเอล โบริก ฟอนต์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐชิลี

นายกาบริเอล โบริก ฟอนต์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐชิลี

พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ดินา เอร์ซิเลีย โบลัวร์เต เซการ์รา รองประธานาธิบดี คนที่ 1 แห่งสาธารณรัฐเปรู เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ดินา เอร์ซิเลีย โบลัวร์เต เซการ์รา รองประธานาธิบดี คนที่ 1 แห่งสาธารณรัฐเปรู เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ตัน ซรี ดาโตะ
เซอรี โมฮามัด ซูกี อาลี เลขาธิการรัฐบาลแห่งประเทศมาเลเซีย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ตัน ซรี ดาโตะ เซอรี โมฮามัด ซูกี อาลี เลขาธิการรัฐบาลแห่งประเทศมาเลเซีย เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ฮัน ด็อก-ซู นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐเกาหลี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ฮัน ด็อก-ซู นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐเกาหลี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ อันเดรย์ เบโลอูซอฟ รองนายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซีย คนที่ 1 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ อันเดรย์ เบโลอูซอฟ รองนายกรัฐมนตรีสหพันธรัฐรัสเซีย คนที่ 1 เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เจมส์ มาราเป นายกรัฐมนตรีแห่งรัฐเอกราชปาปัวนิวกินี และภริยา ราเชล มาราเป เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ เจมส์ มาราเป นายกรัฐมนตรีแห่งรัฐเอกราชปาปัวนิวกินี และภริยา ราเชล มาราเป เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศญี่ปุ่น และภริยา ยูโกะ คิชิดะ
เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ฟูมิโอะ คิชิดะ นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศญี่ปุ่น และภริยา ยูโกะ คิชิดะ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ จัสติน พีเอร์ เจมส์ ทรูโด นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศแคนาดา
เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ จัสติน พีเอร์ เจมส์ ทรูโด นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศแคนาดา เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ จาซินดา เคต ลอเรลล์ อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศนิวซีแลนด์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ จาซินดา เคต ลอเรลล์ อาร์เดิร์น นายกรัฐมนตรีแห่งประเทศนิวซีแลนด์ เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ
พระบรมราชินี เสด็จออกพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ลี เซียนลุง
นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ เฝ้า
ทูลละอองธุลีพระบาท

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จออกพร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าสิริวัณณวรี นารีรัตนราชกัญญา พระราชทานพระบรมราชวโรกาสให้ ลี เซียนลุง นายกรัฐมนตรีแห่งสาธารณรัฐสิงคโปร์ เฝ้า ทูลละอองธุลีพระบาท

นายแอนโทนี แอลบาเนซี นายกรัฐมนตรีประเทศออสเตรเลีย

นายแอนโทนี แอลบาเนซี นายกรัฐมนตรีประเทศออสเตรเลีย

นายเฟอร์ดินานด์ โรมูอัลเดซ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ และภริยา มาเรีย หลุยส์ ลิซ่า อราเนตา มาร์กอส

นายเฟอร์ดินานด์ โรมูอัลเดซ มาร์กอส จูเนียร์ ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฟิลิปปินส์ และภริยา มาเรีย หลุยส์ ลิซ่า อราเนตา มาร์กอส

นายเหวียน ซวน ฟุก ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐ
เวียดนาม และภริยา นางเจิน ถิ เหงียน ถู

นายเหวียน ซวน ฟุก ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐ เวียดนาม และภริยา นางเจิน ถิ เหงียน ถู

นายโจโก วีโดโด ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย และภริยา อีรียานา โจโกวิ วีโดโด

นายโจโก วีโดโด ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐอินโดนีเซีย และภริยา อีรียานา โจโกวิ วีโดโด

นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และสามี นายดักลาส เอ็มฮอฟฟ์

นางคามาลา แฮร์ริส รองประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกา และสามี นายดักลาส เอ็มฮอฟฟ์

นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส

นายเอ็มมานูเอล มาครง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส

นิทรรศการ Warbie Yama นกสีเหลืองจอมกวน เต็มรูปแบบครั้งแรกในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693888

นิทรรศการ Warbie Yama นกสีเหลืองจอมกวน เต็มรูปแบบครั้งแรกในไทย

นิทรรศการ Warbie Yama นกสีเหลืองจอมกวน เต็มรูปแบบครั้งแรกในไทย

วันพฤหัสบดี ที่ 24 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 06.00 น.

เรียกได้ว่าเป็นปรากฏการณ์ความน่ารักที่ชวนหลงใหลไปกับคาแร็กเตอร์ของ “Warbie Yama(วอร์บี้ ยามะ)” เจ้านกสีเหลืองจอมกวน จาก Cheez…z แอนิเมชั่นเรื่องสั้นที่คว้ารางวัลมามากมาย และสติ๊กเกอร์ไลน์ที่คนทุกเพศทุกวัยชื่นชอบ ล่าสุดเจ้าวอร์บี้ได้ปรากฏตัวมอบความสุขและความอบอุ่นให้กับผู้คนในพื้นที่กรุงเทพมหานคร ที่ใครได้พบเห็นเป็นต้องอยากรู้จักและเข้ามาทักทาย 

ด้วยความน่ารักของ “Warbie Yama (วอร์บี้ ยามะ)” เจ้านกสีเหลืองจอมกวน ที่ได้ปรากฏตัวในพื้นที่ต่างๆทั้งในสวนสาธารณะ สถานีรถไฟหัวลำโพง วัดอรุณฯ โรงเรียนและชุมชนต่างๆ  ได้จุดประกายความสงสัยและสร้างความสนใจให้กับผู้คนเป็นอย่างมาก จนทำให้หลายคนอยากรู้จักและถ่ายภาพเพื่อถ่ายทอดความน่ารักของเจ้านกสีเหลืองจอมกวนไปอวดในโลกโซเชียลผ่านแฮชแท็ก #Warbie YamaBangkok #WarbieYama และแบ่งปันประสบการณ์พร้อมกับติดตามความเคลื่อนไหวของเจ้านกวอร์บี้ได้ในช่องทางสุดฮิตอย่าง TikTok: River City Bangkok

ล่าสุดความน่ารักของ“Warbie Yama (วอร์บี้ ยามะ)”ก็ยังได้สร้างความน่าสนใจให้กับผู้คนอย่างต่อเนื่อง เพื่อเชิญชวนทุกคนมาร่วมโอบกอดและท่องโลกของ Warbie Yama (วอร์บี้ ยามะ)ไปด้วยกัน ในนิทรรศการ It’s me, Warbie! The Inside World of Warbie Yama ที่เต็มไปด้วยความสนุกสนาน สร้างแรงบันดาลใจ และเติมเต็มความสุขในหัวใจในช่วงเทศกาลแห่งความสุขส่งท้ายปีนี้ พร้อมแล้วที่จะส่งมอบความน่ารักและความอบอุ่นของเจ้าวอร์บี้และเพื่อนๆ ที่มากันครบเพื่อให้ผู้ชมได้เพลิดเพลินกับการท่องโลกของพวกเขามากถึง 9 โซนในนิทรรศการ อีกทั้ง ได้ทำความรู้จักกับจุดเริ่มต้นจนถึงความสำเร็จของศิลปินผู้สร้างสรรค์ที่ทำให้คาแร็กเตอร์สุดน่ารักนี้เข้าไปอยู่ในใจของคนทั่วโลก…แล้วคุณล่ะ?

นิทรรศการเปิดให้เข้าชมวันที่ 25 พฤศจิกายน2565-25 มกราคม 2566 ที่RCB Galleria 2 ชั้น 2 ริเวอร์ซิตี้แบงค็อกชมวีดีโอความน่ารักของ “WarbieYama (วอร์บี้ ยามะ)” ได้ทาง https://bit.ly/3VlyZax และติดตามอัปเดตนิทรรศการครั้งสำคัญนี้ได้ที่www.rivercitybangkok.com