Airbnb-พช. สานต่อความร่วมมือ กระตุ้นการเดินทางสู่ชุมชนฟื้นฟูการท่องเที่ยวเมืองรอง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693978

Airbnb-พช. สานต่อความร่วมมือ กระตุ้นการเดินทางสู่ชุมชนฟื้นฟูการท่องเที่ยวเมืองรอง

Airbnb-พช. สานต่อความร่วมมือ กระตุ้นการเดินทางสู่ชุมชนฟื้นฟูการท่องเที่ยวเมืองรอง

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 20.11 น.

Airbnb จับมือ กรมการพัฒนาชุมชน กระทรวงมหาดไทย สานต่อความร่วมมือเพื่อส่งเสริมแหล่งท่องเที่ยวเมืองรอง ภายใต้โครงการ “เปิดหมู่บ้านนวัตวิถีไทยสู่ตลาดโลก นอกเหนือจากเมืองใหญ่” เดินหน้าผลักดันเป้าหมายเสริมแกร่งชุมชนท้องถิ่น และฟื้นฟูการท่องเที่ยวของประเทศพร้อมกัน รุกโปรโมทที่พักและจุดหมายปลายทางการท่องเที่ยวที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนักใน 4 จังหวัด เชียงราย ชุมพร แม่ฮ่องสอน และตราด

นางมิช โกห์ หัวหน้าฝ่ายนโยบายสาธารณะ ประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อินเดีย ฮ่องกง และไต้หวันของ Airbnb กล่าวว่า ประเทศไทยมีจุดหมายปลายทางที่น่าสนใจหลายแห่งที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก แต่มีศักยภาพและพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวได้ออกไปสำรวจอีกมากมาย และเล็งเห็นถึงความต้องการที่เพิ่มมากขึ้นในหมู่นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ ที่ต้องการออกไปเปิดประสบการณ์ที่ใส่ใจและสัมผัสกับความแท้จริงของชุมชนนั้นมากขึ้น การท่องเที่ยวชุมชน จึงนับเป็นเรื่องที่

ทุกคนในอุตสาหกรรมสามารถมีส่วนร่วมได้ จึงนับว่าเป็นเวลาที่เหมาะสม ในการทำงานร่วมกันเพื่อฟื้นฟูภาคการท่องเที่ยว ในส่วนของเมืองรองต่างๆ ในไทยต่างก็ได้รับผลกระทบจากช่วงโควิดที่ผ่านมา นี่จึงเป็นสิ่งสำคัญที่ Airbnb  จะช่วยให้ชุมชนท้องถิ่นมีโอกาสได้รับผลประโยชน์จากการฟื้นตัวด้านการท่องเที่ยวให้มากกว่าที่เคย

โดยความร่วมมือเชิงกลยุทธ์ในครั้งนี้ มุ่งเน้นการขับเคลื่อนด้านการเดินทาง และจำนวนบ้านพักในแหล่งท่องเที่ยวที่ยังไม่เป็นที่รู้จักมากนัก โดยแรกเริ่มทั้งสององค์กรได้ทำงานร่วมกับผู้ให้บริการที่พักท้องถิ่นนำเสนอที่พักพร้อมประสบการณ์การเข้าพักไปแล้วในจังหวัดนครราชสีมาและบุรีรัมย์ ซึ่งเป็นการนำเสนอที่พักพร้อมมอบประสบการณ์ที่โดดเด่นของแต่ละท้องถิ่น อาทิ เรียนรู้วิธีการทำอาหารพื้นเมือง วิธีการเก็บชา ไปจนถึงการย้อมผ้าบารายพันปี

นายสมคิด จันทมฤก รองปลัดกระทรวงมหาดไทย เปิดเผยว่า “กระทรวงมหาดไทยและ Airbnb ได้เป็นพันธมิตรในการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนมายาวนานกว่า 4 ปี ผมมีความยินดีเป็นอย่างยิ่งที่ Airbnb เล็งเห็นถึงความสำคัญในการส่งเสริมการท่องเที่ยวชุมชนและเศรษฐกิจฐานราก เราทำงานร่วมกันในการโปรโมทชุมชนท้องถิ่นสู่สายตานักท่องเที่ยวทั่งในประเทศไทยและต่างประเทศ เสริมแกร่งให้กับชุมชนในการนำเสนอที่พักและวัฒนธรรมที่มีอัตลักษณ์ ตลอดจนสร้างโอกาสทางเศรษฐกิจด้วยการกระตุ้นให้เกิดการเดินทางไปสู่จุดหมายใหม่ ๆ มากขึ้น”

จากความร่วมมือดังกล่าวยังเป็นการสร้างแรงบันดาลใจและกระตุ้นให้นักเดินทางชาวไทยและชาวต่างชาติได้ร่วมผจญภัยนอกเหนือจุดหมายปลายทางท่องเที่ยวยอดนิยมทั่วไป ซึ่ง Airbnb และกรมการพัฒนาชุมชนได้ร่วมกันส่งเสริมการประชาสัมพันธ์บ้านพักที่มีอัตลักษณ์โดดเด่น โดยโฮสต์คนไทยในท้องถิ่น บนหมวดหมู่ต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นฟาร์ม ริมทะเล ไปจนถึงแบบทรอปิคอล ในจังหวัดเชียงราย ชุมพร แม่ฮ่องสอน และตราด  คาดว่าจะนำที่พักที่มาพร้อมประสบการณ์การเข้าพักอีกกว่า 20 แห่งเปิดบน Airbnb ได้ในปี 2566 ทาง Airbnb และกรมการพัฒนาชุมชน พร้อมเปิดตัวเว็บเพจ https://www.airbnb.com/thailandshiddenvillages เพื่อประชาสัมพันธ์สู่สายตานักท่องเที่ยวทั้งในประเทศและทั่วโลก

นอกจากร่วมกันผลักดันและกระตุ้นการท่องเที่ยวในท้องถิ่นเป้าหมายแล้ว จากผลสำรวจล่าสุดในประเทศไทยที่มีการสนับสนุนการจัดทำโดย Airbnb* ยังพบข้อมูลที่น่าสนใจว่า คนไทยต่างกำลังมองหาโอกาสเปิดบ้านพักและเป็นโฮสต์เพื่อเพิ่มช่องทางสร้างรายได้ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่ปัจจุบันนักท่องเที่ยวกลับมามีจำนวนมากขึ้น และนักเดินทางในปัจจุบันกำลังมองหาความยืดหยุ่นในการเลือกสถานที่และวันเวลาในการเข้าพักที่มากกว่าเดิม

นอกจากนี้ พบว่าคนไทยกว่า 80 % ที่ทำแบบสำรวจกำลังมองหาทางในการจัดการปัญหาค่าครองชีพที่เพิ่มสูงขึ้น ขณะที่การท่องเที่ยวกำลังฟื้นตัว เจ้าของที่พักคนไทยมากกว่าครึ่ง มองเห็นถึงโอกาสในการเปิดบ้านตัวเองป็นที่พักบน Airbnb และมองเห็นโอกาสจากการกลับมาเติบโตของการท่องเที่ยว และคนไทยกว่า 1 ใน 4 (28 %) กำลังมองหาช่องทาง สร้างรายได้ที่มากขึ้นเพื่อใช้จ่ายในการเดินทางท่องเที่ยว

อีกทั้ง คนไทยกว่า 40 %  ระบุว่ามีวางแผนท่องเที่ยวในปีหน้าไว้แล้ว โดยเฉพาะช่วงวันหยุดยาว และเกือบ 2 ใน 3 (63%) มีความยืดหยุ่นในการเลือกสถานที่ และช่วงเวลาในการเดินทาง ขณะที่ 29% ให้เหตุผลว่าที่พักที่มีความเป็นเอกลักษณ์ มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจเดินทาง 

ด้าน ดร.จุฑามาศ วิศาลสิงห์ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ด้านการจัดการการท่องเที่ยวและผู้ก่อตั้งสถาบันการท่องเที่ยวโดยชุมชน กล่าวว่า “สิ่งสำคัญสำหรับอนาคตของการท่องเที่ยวไทยคือ การที่เรามีส่วนร่วมกับนักท่องเที่ยวในชุมชนท้องถิ่นมากขึ้น เพื่อให้เราสามารถปรับปรุงบริการของเราร่วมกันได้ เราพบแนวโน้มที่ชัดเจนว่านักท่องเที่ยวต้องการประสบการณ์การเดินทางที่หลากหลายยิ่งขึ้น และพื้นที่ในท้องถิ่นของไทยก็มีศักยภาพที่จะตอบสนองความต้องการนี้ได้ ตลอดจน ความร่วมมือระหว่างภาครัฐและเอกชน เช่น ความร่วมมือระหว่าง Airbnb และกระทรวงมหาดไทย นับเป็นการริ่เริมความร่วมมือที่ดีเยี่ยม อันนำไปสู่แนวทางที่ยั่งยืนยิ่งขึ้นด้วยการกระจายรายได้จากการท่องเที่ยวสู่เศรษฐกิจฐานรากได้อย่างแท้จริง”

โดย Airbnb และกรมการพัฒนาชุมชน ได้แต่งตั้งนายอติรุต สิงหอำพล (นัท) อินฟลูเอ็นเซอร์และคอนเท้นท์ครีเอเตอร์ด้านการเดินทาง เพื่อเป็นทูตด้านการท่องเที่ยวอย่างเป็นทางการของแคมเปญ โดยจะรับหน้าที่เป็นผู้เล่าถึงการเดินทางและประสบการณ์ดีๆ ที่มีต่อ 3 ชุมชนท้องถิ่น ภายใต้ความร่วมมือของ Airbnb และกรมการพัฒนาชุมชน

นายอติรุจ สิงหอำพล คอนเท้นท์ครีเอเตอร์ และทูตการท่องเที่ยวของแคมเปญ เปิดหมู่บ้านนวัตวิถีไทยสู่ตลาดโลก เปิดเผยว่า  “แคมเปญนี้น่าสนใจเป็นอย่างยิ่งและผมรู้สึกตื่นเต้นที่ได้ร่วมงานกับ Airbnb และกรมการพัฒนาชุมชน ประเทศไทยมีชื่อเสียงไปทั่วโลกและดึงดูดนักท่องเที่ยวหลายล้านคนในแต่ละปี ที่สำคัญประเทศไทยเรามีสถานที่ท่องเที่ยวที่น่าสนใจอีกมากมายรอให้หลายๆ คนได้ค้นพบ ผมเองก็เฝ้ารอที่จะได้ออกไปสำรวจแหล่งท่องเที่ยวเหล่านั้นและได้มีส่วนร่วมกับชุมชนท้องถิ่นหลายๆ แห่ง ผมอยากเชิญชวนให้นักท่องเที่ยวชาวไทยทำแบบเดียวกันคือออกไปสำรวจและเปิดประสบการณ์ในหลายๆ ด้านของประเทศไทยด้วยกันครับ”

พร้อมกันนี้ในเดือนกันยายนที่ผ่านมา ได้มีการจัดอบรมและให้คำแนะนำเกี่ยวกับการนำบ้านพักบนแพลตฟอร์ม Airbnb เพื่อช่วยให้ชุมชนท้องถิ่นสามารถเข้าถึงเทคโนโลยีการท่องเที่ยวผ่านช่องทางดิจิทัล ภายใต้ความร่วมมือของกรมการพัฒนาชุมชน ในโครงการ “เสริมแกร่งการจัดการท่องเที่ยวนวัตวิถี เพื่อเตรียมพร้อมต่อการขยายตัวของภาคอุตสาหกรรมการท่องเที่ยว”

การจัดอบรมดังกล่าวได้ให้ความรู้และแนะแนวทางต่าง ๆ ได้แก่ การเตรียมตัวสำหรับการให้บริการที่พัก วิธีโปรโมทบ้านพักบนแพลตฟอร์ม Airbnb การทำให้แขกผู้เข้าพักหรือนักท่องเที่ยวเข้าใจถึงข้อเสนอของที่พักและบริการได้ดียิ่งขึ้น โดยแพลตฟอร์มระดับโลกอย่าง Airbnb ได้วางแผนที่จะจัดประชุมออนไลน์เพื่อแบ่งปันข้อมูลกับกลุ่มโฮสต์หรือผู้ให้บริการที่พักชาวไทยเกี่ยวกับแนวโน้มของการท่องเที่ยวชุมชน และวิธีที่โฮสต์สามารถให้บริการและส่งเสริมชุมชนท้องถิ่นของตนได้ดียิ่งขึ้นต่อไป

ผู้ที่สนใจสามารถเยี่ยมชมที่พักภายใต้โครงการ เปิดหมู่บ้านนวัตวิถีไทยสู่ตลาดโลก ต่อยอดแคมเปญนอกเหนือจากเมืองใหญ่ ได้ที่ https://www.airbnb.com/thailandshiddenvillages

*อ้างอิงจากผลสำรวจออนไลน์กับคนไทย 1,041 คน จัดทำโดย YouGov ซึ่ง Airbnb เป็นผู้สนับสนุนการทำสำรวจ ระหว่าง 5-10 ตุลาคม 2565 

หมายเหตุ: ที่พักและเอ็กซ์พีเรียนซ์ที่อ้างถึงในข่าวประชาสัมพันธ์นี้มีจุดประสงค์ในการสร้างแรงบันดาลใจและแสดงให้เห็นภาพรวมของแคมเปญเท่านั้น ทั้งนี้ไม่ได้มีจุดประสงค์ชี้แนะหรือรับรองที่พักและเอ็กซ์พีเรียนซ์ใดๆ บนแพลตฟอร์ม Airbnb โดยเฉพาะ

 -(016)

ARUNN ร้านอาหารไทยที่ถ่ายทอดความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ More Than Meets The Eye

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693943

ARUNN ร้านอาหารไทยที่ถ่ายทอดความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ More Than Meets The Eye

ARUNN ร้านอาหารไทยที่ถ่ายทอดความอร่อยจากรุ่นสู่รุ่น ภายใต้คอนเซ็ปต์ More Than Meets The Eye

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 18.30 น.

อรุณ – ARUNN ร้านอาหารไทยสไตล์คาเฟ่ มินิมอล ภายใต้คอนเซ็ปต์แนวความคิด More than meets the eye  “มากกว่าที่ตาเห็น-สัมผัสทั้งศาสตร์และศิลป์ของอาหาร”  ด้วยความที่เติบโตมากับความปราณีตของการทำอาหาร และ รายละเอียด ขั้นตอนของอาหารทุกจาน  ทำให้วันนี้  คุณหนู – แสงอรุณ มนตรีวัต ผู้บริหารร้านไก่ทอง ออริจินัล  เลือกที่จะเปิดร้านอาหารแนวคาเฟ่ นั่งสบาย เน้นอาหารอร่อย  และ ถ่ายรูปสวย ชื่อว่า อรุณ – ARUNN

 มองจากภายนอกอาจจะคิดว่า อรุณ – ARUNN เป็นคาเฟ่สวยสุดชิค สไตล์มินิมอล แต่ถ้าได้ลิ้มลองเมนูอาหารที่มีให้เลือกหลากหลายกว่า 40 รายการที่คัดสรรมาเพื่อนักชิมโดยเฉพาะ  โดยเมนูที่ถือเป็นไฮไลท์  อาทิ สลัดหมูเมาคลี,แกงกระหรี่(สูตรคุณแม่),ต้มยำไก่ทอง,หมูผัดกะปิน้ำพริกจีน, แกงเหลืองขาหมูมะละกอ, อรุณน้ำพริก , ข้าวหน้าไก่สไตล์ฮ่องกง, วุ้นเส้นอบเบคอน , กุ้งสะดุ้งซอส, หนวดปลาหมึกผัดกะเพราแซ่บ เป็นต้น อาหารทุกจาน  เน้นคัดสรรวัตถุดิบคุณภาพ   พรีเมียม มาตรฐานเดียวกับไก่ทอง ออริจินัล  เพราะได้สูตรต้นตำรับความอร่อยมาจากคุณแม่จิ๋ม-อรุณี มนตรีวัต โดยมี คุณหนู-แสงอรุณ มนตรีวัต ผู้ถ่ายทอดสูตรทั้งหมด เป็นผู้ควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน และปรับรสชาติความอร่อยดีไซน์ให้ตอบโจทย์ กลุ่มวัยรุ่น, กลุ่มครอบครัว และคนทั่วไป ที่มีเวลาไม่มากนัก ในการเดินห้างช่วงวันหยุดพักผ่อน  ในขณะที่ยังรักษามาตรฐาน “ไก่ทอง” ไว้  รับรองว่าถ้าใครได้ชิมจะต้องตกหลุมรักและกลับมาทานซ้ำอย่างแน่นอน นอกจากอาหารคาวหวานที่มีให้เลือกสรรแล้ว ยังมีกาแฟและเครื่องดื่มนานาชนิด ที่สามารถนั่งชิลพร้อมถ่ายรูปอัพลงโซเชียลมีเดียได้ด้วย

โดย บรรยากาศการตกแต่งร้านอรุณ เน้นสไตล์มินิมอล เรียบง่าย โปร่ง โล่ง สบาย ไม่แออัด  ให้ความรู้สึกแตกต่างจากการนั่งรับประทานอาหารในห้างแบบเดิมๆ เน้นการใช้โทนสีขาว  ครีม  เทาอ่อน  ตัดกับโลโก้ ARUNN สีส้ม เพิ่มความทันสมัยแต่เรียบง่าย  และแฝงไปด้วย ความอบอุ่น มีที่นั่งแบบโซฟาไว้รองรับลูกค้าที่มาเป็นครอบครัว  หรือเป็นกลุ่มใหญ่ โต๊ะที่นั่งขนาดใหญ่พอสำหรับการรับประทานอาหารแบบจริงจัง   แต่สำหรับใครที่มาคนเดียวก็ไม่ต้องกลัวเหงา   เพราะมีโซนเคาน์เตอร์บาร์ที่ตั้งอยู่หน้าร้านไว้ สำหรับนั่งจิบกาแฟ หรือนั่งกินเบเกอรี่แสนอร่อยแบบสบายๆ

สำหรับ ร้านอรุณ เปิดให้บริการตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป  จันทร์-อาทิตย์ ตั้งแต่เวลา 10.00 – 22.00 น. ณ ชั้น G เดอะมอลล์ ไลฟ์สโตร์  งามวงศ์วาน ติดตามข้อมูลข่าวสารเพิ่มเติม ได้ที่ facebook: https://m.facebook.com/arunn.thailand/ https://www.instagram.com/arunn.thailand/ โทร. 083-989-6514

-(016)

ใหม่! เพ็ญภาคซีซ่า เครื่องดื่มวิตามินซี มะขามป้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693887

ใหม่! เพ็ญภาคซีซ่า เครื่องดื่มวิตามินซี มะขามป้อม

ใหม่! เพ็ญภาคซีซ่า เครื่องดื่มวิตามินซี มะขามป้อม

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.33 น.

บริษัท เพ็ญภาค เบฟเวอเรจ จำกัด ผู้จัดจำหน่ายเครื่องดื่มสมุนไพรพญานาคและพญานาค พร้อมท์ ในเครือบริษัท ขายยาเพ็ญภาค จำกัดผู้เชี่ยวชาญด้านสมุนไพรที่อยู่คู่คนไทยมานานกว่า 105 ปี ตอกย้ำการเป็นผู้ผลิตเครื่องดื่มสมุนไพรอัดก๊าซซ่าเจ้าแรกของประเทศไทย ส่งตรงผลิตภัณฑ์ใหม่ล่าสุดเอาใจสาวๆ ที่รักสุขภาพด้วย เครื่องดื่มวิตามินซี มะขามป้อม เพ็ญภาคซีซ่ามิติใหม่ของการผสานคุณประโยชน์จากสมุนไพรและความซ่าของโซดาอย่างลงตัว มาพร้อมความรสชาติกลมกล่อม อร่อย ซ่า สดชื่น ชุ่มคอ หอมกลิ่นสมุนไพร ไม่มีน้ำตาล ไม่มีแอลกอฮอล์ ดื่มได้ทุกเวลา อุดมด้วยส่วนผสมของมะขามป้อมที่ให้วิตามินซีสูงกว่าส้มและมะนาว 20 เท่ามีใยอาหารสูง7,000มิลลิกรัม และหญ้าหวาน ซึ่งมีส่วนช่วยในการเสริมสร้างภูมิต้านทาน ป้องกันการติดเชื้อไวรัสและแบคทีเรียช่วยเพิ่มสารต้านอนุมูลอิสระช่วยสร้างคอลลาเจนให้ผิวสวยใส เนียนนุ่มอย่างมีสุขภาพดี ช่วยให้การขับถ่ายดีขึ้นช่วยบำรุงสายตา ลดคอเลสเตอรอล ลดน้ำตาล ลดไขมันในเลือด รวมถึงช่วยในการปรับประจำเดือนให้มาเป็นปกติร่วมสัมผัสประสบการณ์ใหม่ของเครื่องดื่มสมุนไพรอัดก๊าซของเพ็ญภาคซีซ่าได้แล้ววันนี้ วางจำหน่ายแล้วในรูปแบบขวดแก้ว ขนาด 150 มิลลิลิตรราคา 18 บาทในร้านสะดวกซื้ออาทิ Lotus’s go fresh และ Lawson ร้านค้าปลีก-ส่ง ซูเปอร์มาร์เก็ต และห้างสรรพสินค้าชั้นนำทั่วประเทศ

พร้อมจัดเต็มถึง 2 โปรโมชั่นได้แก่โปรโมชั่นสะสมแต้มเพ็ญภาคซีซ่า แลกของรางวัลโดนใจสายแฟ เพียงสแกนคิวอาร์โค้ดบนฉลากข้างขวดเครื่องดื่มวิตามินซี มะขามป้อม เพ็ญภาคซีซ่า หรือทาง Line OA: penparkcza พร้อมกรอกรหัสใต้ฝาและข้อมูลส่วนตัว เพื่อสะสมแต้มแลกของโดนใจ อาทิ กระเป๋าเพ็ญภาคซีซ่า เสื้อครอปเพ็ญภาคซีซ่า และเซ็ตแปรงแต่งหน้าเพ็ญภาคซีซ่า พิเศษ! สำหรับผู้ที่ลงทะเบียนครั้งแรก รับแต้มเพ็ญภาคซีซ่า ทันที 5 แต้ม สะสมคะแนนได้ตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป และโปรโมชั่นสุดพิเศษที่แม็คโครทุกสาขา! เมื่อซื้อเครื่องดื่มวิตามินซี มะขามป้อม เพ็ญภาคซีซ่าแบบแพ็ค 6 ขวดจากราคาแพ็คละ 89 บาท ลดเหลือเพียง86 บาท ตั้งแต่วันนี้ – 29 พฤศจิกายนนี้เท่านั้นติดตามข้อมูลหรือสอบถามรายละเอียดโปรโมชั่นเพิ่มเติมได้ทาง02-153-4115-20 ต่อ 321 หรือทางFacebook : PenparkCZaหรือ IG @penpark_cza

รวมสูตรลับความอร่อย ขนมหวานสไตล์ไทยทุกรูปแบบ ในพ็อกเก็ตบุ๊ก ‘50 เมนูขนมไทยและขนมไทยประยุกต์’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693882

รวมสูตรลับความอร่อย ขนมหวานสไตล์ไทยทุกรูปแบบ ในพ็อกเก็ตบุ๊ก ‘50 เมนูขนมไทยและขนมไทยประยุกต์’

รวมสูตรลับความอร่อย ขนมหวานสไตล์ไทยทุกรูปแบบ ในพ็อกเก็ตบุ๊ก ‘50 เมนูขนมไทยและขนมไทยประยุกต์’

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.29 น.

“เมนูขนมไทย” ของหวานยอดฮิตของใครหลายคน นานวันยิ่งเป็นที่นิยม ด้วยเอกลักษณ์เฉพาะที่โดดเด่น สีสันสวยงาม รสชาติหวานมันเค็มครบรส รวมไปถึงวิธีการทำที่พิถีพิถันไม่เหมือนใคร และยิ่งในปัจจุบันมีร้านใหม่ๆ ที่เติบโตขึ้นจากเมนูขนมไทยมากมาย ทั้งขนมไทยดั้งเดิมที่เราคุ้นเคยและขนมไทยแบบประยุกต์ที่ดูทันสมัย กลายเป็นขนมไทยรูปลักษณ์ใหม่ที่ต้องตาต้องใจผู้คนทุกวัย และขายดีจนเป็นกระแสนิยมไม่เว้นแม้ในโลกออนไลน์ 

นิตยสาร Gourmet & Cuisine เปิดตัวพ็อกเก็ตบุ๊ก “50 เมนูขนมไทย และขนมไทยประยุกต์ 50 Tasty Thai Dessert Recipes” ได้รวบรวมและคัดสรรสูตรเมนูขนมไทยไว้ถึง 50 สูตร ทั้งสูตรคลาสสิกในแบบดั้งเดิม และสูตรซึ่งประยุกต์ให้เข้ากับภาชนะและอุปกรณ์เครื่องใช้สมัยใหม่ เพื่อให้การทำขนมไทยสะดวกง่ายดายมากขึ้น โดยได้มีการจัดแบ่งหมวดหมู่ไว้ชัดเจน ทั้งเมนูขนมหวานสไตล์ไทย อาทิ ขนมเบื้อง ทองม้วนใบเตยมะพร้าวอ่อน อาลัวกุหลาบนมสด ขนมหวานน้ำกะทิ อาทิ กล้วยทับน้ำเชื่อมกะทิมะพร้าวอ่อน ขนมเปียกปูนใบเตยกะทิสด แกงบวดมัน 3 สี ขนมกินเล่น อาทิ เต้าหู้เย็นผลไม้สด ไข่เต่า 2 สี ทุเรียนชิปเคลือบช็อกโกแลต วุ้นหลากรส อาทิ วุ้นกล้วยบวชชี วุ้นผลไม้น้ำตาลมะพร้าว วุ้นกรอบดอกไม้        นอกจากนี้ ยังมาพร้อมกับเคล็ดลับ 3 สิ่งสำคัญในการเตรียมพร้อมสู่ครัวขนมไทย เพื่อให้ง่ายต่อการตัดสินใจเลือกซื้อภาชนะ อุปกรณ์ในการทำขนม และวัตถุดิบหลักในการทำขนมมาฝากกันในเล่ม

สำหรับใครที่อยากเริ่มต้นเข้าครัวขนมไทยไว้ทำกินในครอบครัว หรืออยากนำไปพัฒนาต่อยอดฝีมือเพื่อประกอบอาชีพ ต้องไม่พลาด! กับพ็อกเก็ตบุ๊ก “50 เมนูขนมไทย และขนมไทยประยุกต์ 50 Tasty Thai Dessert Recipes” เล่มนี้ รับรองว่าทำตามได้ไม่ยาก วางแผงแล้ววันนี้บนแผงหนังสือชั้นนำทั่วประเทศ Shopee และในรูปแบบ e-book หรือสั่งซื้อโดยตรงที่ Line my shop : @gourmetandcuisine โทร. 02-691-4126-30 ต่อฝ่ายสมาชิก 1310, 1313

-(016)

‘ยูบิลลี่ ไดมอนด์’ ส่งเครื่องเพชรคอลเลกชั่นใหม่ ฉลองการเปิดตัว ‘The New Sparkling Club’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693878

‘ยูบิลลี่ ไดมอนด์’ ส่งเครื่องเพชรคอลเลกชั่นใหม่ ฉลองการเปิดตัว ‘The New Sparkling Club’

‘ยูบิลลี่ ไดมอนด์’ ส่งเครื่องเพชรคอลเลกชั่นใหม่ ฉลองการเปิดตัว ‘The New Sparkling Club’

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.27 น.

กลับมาอีกครั้งอย่างยิ่งใหญ่ ! “ยูบิลลี่ ไดมอนด์” เปิดคอลเลกชั่นใหม่ล่าสุด “The Sparkling Celebration Collection” รังสรรค์จากความงดงามของธรรมชาติและผสมผสานความทันสมัย พร้อมเปิดตัว “The New Sparkling Club” โฉมใหม่ สิทธิประโยชน์สุดพิเศษสำหรับคนรักเพชร เพื่อแทนคำขอบคุณและมอบประสบการณ์ที่ดีที่สุดแก่ลูกค้าคนสำคัญ ในงาน The New Sparkling Club Celebration สัปดาห์สุดพิเศษที่พร้อมมอบสิทธิประโยชน์มากมายสำหรับสมาชิก ระหว่างวันที่ 24-30 พฤศจิกายน 2565 เวลา 10.00 – 20.00 น. ณ Jubilee of Siam Flagship Store โฉมใหม่ ถนนสีลม

-(016)

‘ไตรทิพย์’ ย้ำ!การพัฒนา TOD รัฐต้องนำหน้า เพื่อปลุกปั้นให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693875

‘ไตรทิพย์’ ย้ำ!การพัฒนา TOD รัฐต้องนำหน้า เพื่อปลุกปั้นให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

‘ไตรทิพย์’ ย้ำ!การพัฒนา TOD รัฐต้องนำหน้า เพื่อปลุกปั้นให้เกิดการพัฒนาอย่างยั่งยืน

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.23 น.

แหล่งเงินทุนเป็นหนึ่งในปัจจัยสำคัญ ในการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานของประเทศทุกระดับ ซึ่งเงินทุนอาจจะได้มาจากการจัดเก็บภาษี จากแหล่งกองทุนระหว่างประเทศ การออกพันธบัตร หรือแม้กระทั่งการเปิดประมูลให้เอกชนเข้าไปลงทุน และให้ผลตอบแทนในรูปแบบต่างๆ แต่มีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานรูปแบบหนึ่งที่มีความพิเศษแตกต่างกันออกไป นั่นคือการพัฒนาในรูปแบบ TOD (Transit-Oriented Development) หรือการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งสาธารณะ ซึ่งจัดว่าเป็นพื้นที่ ที่มีความพิเศษ เพราะจะต้องเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาชนเท่านั้น ถึงจะพัฒนาได้สำเร็จ เมื่อเรามองกลับมาที่ประเทศไทยจึงเกิดคำถามตามมาว่า เราจะหาแหล่งเงินทุนในพัฒนา TOD ในรูปแบบใดถึงจะเหมาะสมมากที่สุด

นางสาวไตรทิพย์ ศิวะกฤษณ์กุล กรรมการบริษัท และรักษาการกรรมการผู้จัดการ บริษัท เอสอาร์ที แอสเสท จำกัด (SRTA) เปิดเผยถึงรูปแบบการลงทุนในโครงการพัฒนาพื้นที่รอบสถานีขนส่งสาธารณะว่า การลงทุนในการพัฒนา TOD จะต้องเริ่มจากการวางแผนการพัฒนาให้เรียบร้อยก่อนว่า พื้นที่ที่เราจะพัฒนา เป็นพื้นที่ที่มีศักยภาพเหมาะกับอะไร และในรัศมี 600 เมตร จากสถานีขนส่งสาธารณะจะพัฒนาในภาพรวม หรือมีคอนเซปต์ไปในทิศทางไหน จะเป็นการพัฒนาเชิงอนุรักษ์ เชิงเทคโนโลยี หรือเชิงการท่องเที่ยว ก็ต้องศึกษาให้เสร็จเรียบร้อย และเตรียมความพร้อมประสานงานทุกฝ่าย รวมถึงทำผังเมืองว่าต้องมีอะไรบ้างที่จำเป็นในพื้นที่

โดยหลักๆ ก็จะกำหนดให้มีพื้นที่สีเขียว พื้นที่เศรษฐกิจ พื้นที่อยู่อาศัย พื้นที่อาคารสำนักงาน หรือต้องเป็นพื้นที่แบบผสมผสาน การขยายพื้นที่โครงข่ายทางเดินเท้า พื้นที่ถนน การแก้กฎหมายหรือกฎระเบียบบางอย่างที่เป็นตัวล็อกไม่ให้เกิดการพัฒนา เช่น การปรับผังสีเมือง กฎหมายการสร้างอาคาร และประสานงานกับหน่วยงานต่างๆ

ในรายละเอียดเหล่านี้ส่วนไหนที่จำเป็นต้องใช้เงินงบประมาณของภาครัฐ ก็ต้องเสนอสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) อนุมัติถึงจะได้งบประมาณมาพัฒนา นี่คือการได้มาซึ่งแหล่งเงินทุนอันดับแรก เพราะภาครัฐจะต้องเป็นผู้นำในการลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานทั้งหมด โดยเฉพาะในส่วนของระบบการคมนาคมขนส่ง ระบบไฟฟ้า น้ำประปา ถนน โครงข่ายทางเดินเท้า และเส้นทางจักรยาน ที่จำเป็นต่อการสร้างแรงจูงใจให้ประชาชนหันมาใช้ระบบขนส่งสาธารณะตามเป้าหมายของแนวทาง TOD

เมื่อทุกอย่างถูกกำหนดออกมาเป็นนโยบาย และมีหน่วยงานที่ทำหน้าที่เป็นผู้ประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการพัฒนา ถึงจะสามารถจูงใจภาคเอกชนให้เข้ามาร่วมลงทุนในการพัฒนา ซึ่งอาจจะเข้ามาพัฒนาในพื้นที่เศรษฐกิจ เช่น ศูนย์การค้า ร้านค้าที่จำเป็นในพื้นที่ หรือในส่วนของการพัฒนาพื้นที่อยู่อาศัย ว่าจะเป็นการร่วมลงทุนในรูปแบบใด

“แหล่งที่มาของเงินทุนอาจมาได้จากหลายแหล่ง ในกรณีที่งบประมาณแผ่นดินไม่พอก็อาจจะต้องระดมเงินทุนสำหรับการพัฒนาในรูปแบบของการออกพันธบัตรรัฐบาล การออกหุ้นกู้ หรือจะออกในรูปแบบ ทรัสต์เพื่อการลงทุนในอสังหาริมทรัพย์ Real Estate Investment Trust (REIT) แต่หลักๆ แล้ว ภาครัฐจะต้องเป็นผู้นำร่องในเรื่องการพัฒนาและลงทุน เพราะต้องเป็นผู้วางระบบโครงสร้างพื้นฐาน อย่างเช่นระบบขนส่งสาธารณะ ดังนั้นผู้นำในการลงทุน จึงควรจะเป็นภาครัฐถึงจะดีที่สุด เพราะสามารถบริหารเชิงนโยบาย ที่จะปรับให้เอื้อต่อการพัฒนาตามแนวทาง TOD ได้ง่ายกว่า” นางสาวไตรทิพย์ กล่าว

อย่างไรก็ตามการพัฒนาตามแนวทาง TOD ไม่ได้เป็นการพัฒนาเพียงแค่ครั้งเดียวจบ แต่จะแบ่งแผนการพัฒนาออกเป็นระยะต่างๆ หรือเรียกว่าแบ่งเฟสในการพัฒนา ว่ามีส่วนใดที่ต้องสร้างให้เสร็จเรียบร้อยก่อนในเฟสแรก ถึงจะนำไปสู่การระดมทุนพัฒนาในเฟสถัดๆ ไป ยกตัวอย่างการพัฒนา TOD ที่ประเทศญี่ปุ่น ก็มีการแบ่งเฟสในการพัฒนาเป็นระยะๆ เพื่อให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชน การเติบโตของเมือง และสภาพเศรษฐกิจอย่างเหมาะสม

เริ่มจาก ในช่วงปี ค.ศ. 1980-1999 เป็นช่วงเริ่มต้นการปฏิรูป จากปัญหาการเติบโตของเมืองอย่างไร้ทิศทาง (Urban Sprawl)  เป็นช่วงแรกที่ประเทศญี่ปุ่นมุ่งเน้นการปฏิรูประบบสาธารณูปโภค การจัดระเบียบผังเมืองใหม่ จึงมีการอนุมัติงบประมาณประเทศ เข้ามาอุดหนุนโครงการพัฒนาพื้นที่ในด้านต่างๆ ออกนโยบายปล่อยเงินกู้ปลอดดอกเบี้ยให้ภาคเอกชนกู้เงินมาลงทุน

หลังจากการพัฒนาเริ่มสำเร็จเป็นรูปร่างตามที่ต้องการ ถึงจะนำมาสู่การพัฒนาในเฟสต่อมา คือช่วงปี ค.ศ. 2000 ถึงปัจจุบัน ซึ่งเป็นช่วงที่เศรษฐกิจเริ่มชะลอตัว และการเติบโตของประชากรลดลง การระดมเงินทุนจึงเป็นไปในรูปแบบให้ภาคเอกชนเข้ามาพัฒนาพื้นที่ต่างๆ โดยมุ่นเน้นการฟื้นฟู และยกระดับการบริการให้ดีขึ้น ตามนโยบายที่ทางภาครัฐได้กำหนดเอาไว้ โดยภาครัฐของญี่ปุ่นจะผันตัวจากการเป็นผู้นำการลงทุนในโครงสร้างพื้นฐาน ซึ่งทำเสร็จเรียบร้อยแล้วในเฟสแรก มาเป็นการสนับสนุนภาคเอกชนเข้ามาลงทุน เช่น สนับสนุนเงินกู้ ช่วยเรื่องมาตรการทางภาษี ดอกเบี้ย มาตรการทางกฎหมาย หรือผลประโยชน์ในแง่ค่าธรรมเนียมต่างๆ เป็นต้น ซึ่งจะเห็นได้ว่าจุดเริ่มต้นทุกอย่างต้องมาจากภาครัฐเป็นผู้กำหนดนโยบาย และออกเงินในการพัฒนาในช่วงแรก จากนั้นถึงเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามามีส่วนร่วมในการพัฒนา ขณะที่ภาคประชาชนก็จะเข้ามาลงทุนในรูปแบบการซื้อที่พักอาศัย การเช่าพื้นที่ และใช้บริการในพื้นที่รอบสถานีขนส่งสาธารณะที่ได้รับการพัฒนาแล้ว ให้มีเงินทุนและผลกำไรหมุนเวียนในระบบต่อไป

ดังนั้นการพัฒนาตามแนวทาง TOD ในประเทศไทยก็เช่นกัน เราสามารถหาแหล่งเงินทุนจากที่ต่างๆ ได้มากมาย แต่สิ่งสำคัญก็คือเราต้องมีนโยบายในการพัฒนาที่ชัดเจน ภาครัฐจะต้องเป็นผู้ลงทุนก่อน แล้วภาคเอกชน และประชาชนถึงจะเดินตามไปสู่ความสำเร็จในการพัฒนาประเทศร่วมกัน

ประกาศผลแล้ว! คลิปวิดีโอรณรงค์สุดเจ๋ง ภายใต้หัวข้อ ‘ไทยพร้อม’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693866

ประกาศผลแล้ว! คลิปวิดีโอรณรงค์สุดเจ๋ง ภายใต้หัวข้อ ‘ไทยพร้อม’

ประกาศผลแล้ว! คลิปวิดีโอรณรงค์สุดเจ๋ง ภายใต้หัวข้อ ‘ไทยพร้อม’

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 16.03 น.

ประกาศผลรางวัลอย่างเป็นทางการแล้ว สำหรับกิจกรรมประกวดคลิปวิดีโอรณรงค์ภายใต้หัวข้อ “ไทยพร้อม” ที่จัดขึ้นโดย กรมประชาสัมพันธ์ ในการกำกับดูแลของนายกรัฐมนตรี ซึ่งผลการตัดสินปรากฏว่า รางวัลชนะเลิศอันดับ 1  ได้แก่ทีม The Super Production Man ประเภทบุคคลทั่วไป ส่วนรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ทีม Thungsong Hometown จาก โรงเรียนทุ่งสง จังหวัด นครศรีธรรมราช และรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3 ได้แก่ทีม CliChe จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร

สำหรับ รางวัลชนะเลิศอันดับ 1  ทีม The Superproductionmans ประเภทบุคคลทั่วไป นำเสนอวิดีโอสั้นในแนวความคิดใหม่ “ข้าวรักษ์โลก” ชูวิธีปลูกข้าวแบบใหม่ที่ผสมผสานวิทยาการสมัยใหม่ เข้ามาช่วยส่งเสริมการปลูกข้าวแบบเป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อมและโลกมากที่สุดโดยไม่ก่อให้เกิดก๊าซเรือนกระจก ตอกย้ำเรื่องประเทศไทยเป็นผู้นำในด้านความมั่นคงทางอาหารแบบไม่ทำร้ายโลกได้อย่างแท้จริง ซึ่งหลังจากประชุม APEC จบลง เชื่อมั่นว่า จะมีออร์เดอร์สั่ง “ข้าวรักษ์โลก” เพิ่มมากขึ้น ที่สำคัญประเทศไทยจะกลายเป็นแหล่งแลกเปลี่ยนองค์ความรู้ และศึกษาดูงานอย่างแน่นอน

ด้านรางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 2 ได้แก่ทีม Thungsong Hometown จาก โรงเรียนทุ่งสง จังหวัดนครศรีธรรมราช นำเสนอวิดีโอในแนวความคิดภาพยนตร์สั้นเรื่อง “Come ไทย” ต้องการสื่อถึงความพร้อมของประเทศไทยในการต้อนรับการประชุม APEC 2022 โดยสื่อออกมาในรูปแบบของหนังสั้นอารมณ์ดี ทันสถานการณ์ พร้อมยกโมเดลการดำเนินเศรษฐกิจแบบ BCG มาอธิบายในรูปแบบที่เข้าใจง่าย เพื่อเป็นแนวทางให้ประชาชนคนไทยใช้ในการเดินหน้าขับเคลื่อนและดำเนินการต่างๆ ในทุกมิติอย่างยั่งยืนต่อไป 

ตบท้ายที่ รางวัลรองชนะเลิศ อันดับ 3 ได้แก่ทีม CliChe จากโรงเรียนสาธิตมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ ประสานมิตร นำเสนอวิดีโอในแนวความคิด ความพร้อมและมิตรภาพของคนไทยที่พร้อมรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ เชิญชวนให้เข้ามาสัมผัสในหลากหลายมิติของประเทศไทย ทั้งในแง่ของซอฟต์ พาวเวอร์ ด้านอาหาร, แหล่งท่องเที่ยว, รอยยิ้ม รวมไปถึงนวัตกรรมต่างๆ 

สามารถติดตามรับชมผลงาน รางวัลชนะเลิศอันดับ 1  จากทีม The Superproductionmans ประเภทบุคคลทั่วไป ได้ที่ https://www.youtube.com/watch?v=y3k5Y_fWRZc 

สามารถติดตามข่าวสารย้อนหลัง และติดตามข่าวสารกิจกรรมต่าง ๆ ได้ทางเว็บไซต์ของกรมประชาสัมพันธ์ APEC2022.prd.go.th หรือทาง Facebook: APEC พร้อม ไทยพร้อม

-(016)

ยุ้ย ไพพรรณ ชวนร่วมสนุกชมบอลโลกจอยักษ์ Escape Bangkok

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693858

ยุ้ย ไพพรรณ ชวนร่วมสนุกชมบอลโลกจอยักษ์ Escape Bangkok

ยุ้ย ไพพรรณ ชวนร่วมสนุกชมบอลโลกจอยักษ์ Escape Bangkok

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.55 น.

เปิดฉากฟาดแข้งกันอย่างเป็นทางการไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว มหกรรมลูกหนังที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในโลก สำหรับ “ฟุตบอลโลก 2022” หรือ World Cup Qatar 2022 คุณยุ้ย-ไพพรรณ หลักแหลม กรรมการผู้จัดการ ศูนย์การค้า ดิ เอ็มโพเรียม – ดิ เอ็มควอเทียร์ ชวนทุกท่านมาดื่มด่ำไปกับบรรยากาศยามเย็นสุดชิลล์ชมบอลโลกจอยักษ์ พร้อมเมนูอาหารและเครื่องดื่มก็มีความหลากหลายมาก จะมีทั้งอาหารจานหลักและอาหารทานเล่น ให้ได้เลือกอิ่มอร่อยกันมากมาย มีทั้งในรูปแบบสั่งมาแชร์กับเพื่อนหรือกับแกล้มคู่เครื่องดื่ม ส่วนเมนูเครื่องดื่มก็จัดเต็มไม่แพ้กันกับค็อกเทลซิกเนเจอร์สูตรพิเศษตามแบบฉบับ เอสเคป แบงค็อก  (Escape Bangkok) รูฟท็อปบาร์ใจกลางกรุงเทพฯที่ตั้งอยู่บน ชั้น 5 ของศูนย์การค้าดิ เอ็มควอเทียร์ (The EmQuartier) ตั้งแต่เวลา 17.00 น. เป็นต้นไปของทุกวัน จนถึงวันที่ 18 ธันวาคม 2565 นั่งเชียร์อยู่หน้าจอกับบ้าน บางทีมันก็น่าเบื่อและเงียบเหงาไม่เร้าใจ!! สำรองจองที่นั่งโทรศัพท์ 063-816-6969

-(016)

KingBridge Tower มั่นใจมิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ฯ ด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัยกลมกลืนพื้นที่สีเขียว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693857

KingBridge Tower  มั่นใจมิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ฯ ด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัยกลมกลืนพื้นที่สีเขียว

KingBridge Tower มั่นใจมิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ฯ ด้วยนวัตกรรมที่ล้ำสมัยกลมกลืนพื้นที่สีเขียว

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.51 น.

นางสาวคาโอริ ทาคาฮาชิ  กรรมการผู้จัดการ บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด ร่วมลงนามในสัญญากับ นายวิชัย กุลสมภพ กรรมการผู้จัดการใหญ่ บริษัท สหพัฒนาอินเตอร์โฮลดิ้ง จำกัด (มหาชน) และ กรรมการผู้จัดการ บริษัท สห แคปปิตอล ทาวเวอร์ จำกัด เครือสหพัฒน์ โดยให้ความไว้วางใจให้ติดตั้งลิฟต์และบันไดเลื่อนแบรนด์ มิตซูบิชิ รวมจำนวน 32 ตัว เป็นลิฟต์ 22 ตัว บันไดเลื่อน 10 ตัว ภายในโครงการ คิงบริดจ์ ทาวเวอร์ (KingBridge Tower) อาคารสำนักงานให้เช่า สัญลักษณ์แห่งใหม่ (Iconic Building) บนถนนพระราม 3

สำหรับ โครงการ คิงบริดจ์ ทาวเวอร์ (KingBridge Tower)  ภายใต้การบริการงานของ บริษัท สห แคปปิตอล ทาวเวอร์ จำกัด เครือสหพัฒน์ เป็นโครงการอาคารสำนักงานให้เช่าสูง 52 ชั้น  เต็มเปี่ยมด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย ระบบ Destination Control สำหรับลิฟต์จากแบรนด์มิตซูบิชิ และบันไดเลื่อนที่มีคุณภาพ เพื่อรับรองความปลอดภัยสูงสุดของผู้ใช้งาน โดยโครงการได้รับการพัฒนาบนความใส่ใจในด้านคุณภาพชีวิตของผู้ใช้อาคาร ผสานเข้ากับเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ล้ำสมัย ที่กลมกลืนไปกับพื้นที่สีเขียว ภายใต้แนวคิด “The Spirit of Synergy”

โครงการ คิงบริดจ์ ทาวเวอร์ เป็นอาคารสำนักงานให้เช่าในรูปแบบ Smart Building  ริมแม่น้ำเจ้าพระยา บนถนนพระราม 3 ภายในอาคารประกอบด้วย พื้นที่สำนักงาน, Co-working Space, ห้องประชุม, Healthy Canteen, สวนแนวตั้ง, ลู่วิ่ง และ Rooftop Restaurant ออกแบบโดยบริษัท สถาปนิก 49 จำกัด (A49) ก่อสร้างโดยบริษัท นันทวัน จำกัด (Thai Obayashi) ขณะนี้ได้เริ่มดำเนินงานก่อสร้างแล้ว และคาดว่าจะแล้วเสร็จในปี 2567 ทั้งนี้ บริษัท มิตซูบิชิ เอลเลเวเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด รู้สึกเป็นเกียรติและภูมิใจที่ได้รับความไว้วางใจให้เป็นส่วนหนึ่งของ โครงการ คิงบริดจ์ ทาวเวอร์

-(016)

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพรปีใหม่และ ส.ค.ศ.ภาพฝีพระหัตถ์ ‘กระต่ายหมายจันทร์ฉาย’ เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693822

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพรปีใหม่และ ส.ค.ศ.ภาพฝีพระหัตถ์ ‘กระต่ายหมายจันทร์ฉาย’ เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2566

กรมสมเด็จพระเทพฯ พระราชทานพรปีใหม่และ ส.ค.ศ.ภาพฝีพระหัตถ์ ‘กระต่ายหมายจันทร์ฉาย’ เนื่องในโอกาสขึ้นปีใหม่ 2566

วันพุธ ที่ 23 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.48 น.

23 พฤศจิกายน 2565 ร้านภูฟ้าขออัญเชิญพรพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา ฯ สยามบรมราชกุมารี พระราชทานแด่พสกนิกรชาวไทยทุกคนเพื่อเป็นสิริมงคล เป็นความสุขกายสุขใจตลอดปีเถาะ พุทธศักราช 2566 ที่กำลังจะวนมาถึงอีกครั้งหนึ่งในไม่ช้านี้

นอกจากพรพระราชทานที่ สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี  ที่ทรงเล่าเรื่องราวของสุนัขและเพื่อนกระต่ายที่ยืนสองขาชมพระจันทร์ในคืนพระจันทร์วันเพ็ญแล้ว พระองค์ยังพระราชทานภาพวาดฝีพระหัตถ์ประกอบพรพระราชทานดังกล่าว ดังนี้

เพื่อความเป็นสิริมงคล และความสุขยิ่งแก่พสกนิกรไทยทุกคน ทางร้านภูฟ้าจึงได้ขอพระราชทานพระราชานุญาต  สมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี นำภาพวาดฝีพระหัตถ์ กระต่าย และสุนัขเพื่อนรักที่ชอบแหงนหน้ามอง “จันทร์ฉาย” ด้วยกันในคืนวันเพ็ญอย่างมีความสุข นำมาปักบนกระเป๋าเสื้อโปโล 9 สี และเสื้อทีเชิ้ต 4 สี แถมด้วยนำภาพฝีพระหัตถ์ชุดนี้มาตัดเสื้อฮาวาย 2 สี และเสื้อกันหนาวเพิ่มความอบอุ่นอีก 2 สี เพื่อให้ลูกค้าของร้านภูฟ้าจะได้มีความสุข สนุกสนาน ร่าเริง และอบอุ่นยิ่ง ตลอดปีเถาะ พุทธศักราช 2566

เพื่อให้ลูกค้าของร้านได้รับความสุขจากพรพระราชทานของสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ในปีเถาะ พุทธศักราช 2566 อย่างแท้จริง ทางร้านจึงได้ปักภาพวาดฝีพระหัตถ์บนกระเป๋าของเสื้อสีต่างๆที่ออกแบบและให้สีอย่างสวยงามยิ่ง ให้สอดคล้องกับบรรยากาศและแนวคิดของ “กระต่ายหมายจันทร์ฉาย” ที่เพื่อนรักสองสหาย กระต่ายและสุนัข ชวนกันเฝ้ามอง “พระจันทร์วันเพ็ญ” อย่างมีความสุข และชวนกันมาอวยชัยให้พรแก่ลูกค้าของร้านภูฟ้า ในปีเถาะ พุทธศักราช 2566 นี้

สีเสื้อต่างๆมีดังนี้

เสื้อโปโล 9 สี

– เสื้อโปโลสีเหลือง กระต่ายหมายจันทร์เจ้า                        

– เสื้อโปโลสีฟ้า กระต่ายหมายจันทร์ฉาย

– เสื้อโปโลสีส้ม กระต่ายหมายจันทร์เพ็ญ

– เสื้อโปโลสีน้ำเงิน กระต่ายหมายจันทร์แรม

– เสื้อโปโลสีเขียว กระต่ายหมายจันทร์แจ่ม

– เสื้อโปโลสีชมพู กระต่ายหมายจันทร์กระจ่าง

– เสื้อโปโลสีขาว แขนเหลือง กระต่ายหมายจันทร์นวล

– เสื้อโปโลสีขาว แขนส้ม กระต่ายมณีจันทร์

– เสื้อโปโลสีขาวพิมพ์ลาย กระต่ายเพลินจันทร์

เสื้อทีเชิ้ต 4 สี

– เสื้อทีเชิ้ต สีฟ้าเดือนเด่น

– เสื้อทีเชิ้ต สีชมพูเดือนพราว

– เสื้อทีเชิ้ต สีน้ำเงินเดือนแรม

– เสื้อทีเชิ้ต สีส้มเดือนเพ็ญ

เสื้อฮาวาย 2 สี

– เสื้อฮาวาย สีส้มพระจันทร์ยิ้ม

– เสื้อฮาวาย สีเขียวพระจันทร์แย้ม

เสื้อกันหนาว 2 สี

– สีขาว กระต่ายอุ่นจิต

– สีกรมท่า กระต่ายอุ่นใจ

นอกจากเสื้อหลากสีและหลายแบบแล้ว ทางร้านภูฟ้ายังได้รับพระราชทานพระราชานุญาต ให้นำภาพวาดฝีพระหัตถ์ดังกล่าว นำมาพิมพ์ลงในสินค้าชนิดต่างๆ เพื่อให้ผู้ซื้อสินค้าเป็นของขวัญ จะได้รับพรพระราชทานอันประเสริฐและเป็นสิริมงคลยิ่ง ทั้งผู้ให้และผู้รับ จะได้มีความสุข ลืมความทุกข์ และ สิ่งร้ายๆต่างๆที่ผ่านมาในปีเถาะ พุทธศักราช 2566 โดยทั่วหน้ากัน สินค้าดังกล่าวได้แก่ สมุดบันทึก นาฬิกาตั้งโต๊ะ สายคล้องหน้ากาก กระบอกน้ำ ร่มพับ และเครื่องใช้อื่น ๆ รวมทั้ง ยังจัดจำหน่าย กระเป๋าผ้า รูปแบบต่าง ๆ ซึ่งออกแบบ และให้สีโดยผู้ออกแบบจากแบรนด์ “KLOSET” สินค้าชุดนี้เริ่มวางจำหน่ายตั้งแต่วันนี้เป็นต้นไป โดยผู้สนใจสามารถเยี่ยมชม และเลือกซื้อสินค้า ได้ที่ร้านภูฟ้าทั้ง 19 สาขา และสั่งซื้อออนไลน์ได้ที่ http://www.phufa.org/shop หรือผ่านทางแอปพลิเคชั่น ONESIAM SuperApp และติดตามข่าวสารทาง Facebook: PHUFA

-(016)