สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ จัดงาน ‘PHOTO FAIR 2022’ ภายใต้คอนเซ็ปต์งาน ‘Create your content’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693394

สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ จัดงาน 'PHOTO FAIR 2022' ภายใต้คอนเซ็ปต์งาน ‘Create  your  content’

สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ จัดงาน ‘PHOTO FAIR 2022’ ภายใต้คอนเซ็ปต์งาน ‘Create your content’

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 15.14 น.

พบกันอีกครั้ง กับงานที่ยิ่งใหญ่แห่งปี PHOTO FAIR 2022  สมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ จัดใหญ่ จัดหนัก จัดเต็มให้สมกับที่ทุกคนรอคอย มีทั้งกล้อง เลนส์  ขาตั้งกล้อง อุปกรณ์เสริม เครื่องปริ้นภาพ ซึ่งมีสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ มาให้เลือกช้อปมากมาย ตอบโจทย์ทั้งนักถ่ายภาพมือใหม่ มือสมัครเล่น  มืออาชีพ สายทำคอนเทนต์ แม่ค้าออนไลน์ ภายใต้คอนเซ็ปต์งาน  “Create  your  content”  เรียกได้ว่ามีให้เลือกครบจบในที่เดียว PHOTO FAIR 2022  จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 -27 พฤศจิกายน 2565 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา ภายในงานจะมีบูธแบรนด์กล้องจากทุกค่าย แบรนด์ดัง  สินค้าเทคโนโลยีกล้องถ่ายภาพและอุปกรณ์การถ่ายภาพ นอกจากนี้ยังมีโซนกล้องมือสอง กล้องฟิล์มหายาก ฟิล์มกล้องหลากหลายรุ่นกล้องดิจิทัลมือสอง  อุปกรณ์ไลฟ์สด  อุปกรณ์สำหรับนักขายออนไลน์ มาให้ผู้ที่มาในงานได้สัมผัสทดลองก่อนตัดสินใจ   และยังมีกิจกรรมสัมมนาเทคนิคการถ่ายภาพ  กิจกรรมประกวดการถ่ายภาพและคลิปวีดีโอสั้นแบบเรียล มูลค่า 200,000 บาท , กิจกรรมคอสเพลย์ ในชื่อ Cos Arena 2022 กิจกรรมแจกส่วนลด และลุ้นรับของรางวัลกล้องและอุปกรณ์ถ่ายภาพ รางวัลมูลค่ากว่า 400,000 บาท

นายวิเชียร ตั้งธรรมสถิต นายกสมาคมธุรกิจการถ่ายภาพ กล่าวว่า  การจัดงาน  Photo Fair 2022 ในปีนี้ จัดขึ้นหลังห่างหายไป 3 ปี แต่ถือว่าอยู่ในสถานการณ์ที่ค่อนข้างยาก ทั้งการระบาดของโรคโควิด-19 ยังไม่จบ อีกทั้งปัญหาสงครามรัสเซีย-ยูเครน และความขัดแย้งของจีนและสหรัฐฯ แต่ถือเป็นงานเดียวในโลก โดยขณะนี้นับว่ามีความพร้อมในการจัดงานถึง 95%และมีการจับจองบูธเกือบ 100%  งานนี้สามารถมาชมได้ทั้งครอบครัว มีทั้งเทคโนโลยีเก่าและใหม่มานำเสนอในงาน ได้สัมผัสพัฒนาการความก้าวหน้าของเทคโนโลยีกล้องและการถ่ายภาพ ที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา แม้ช่วงสถานการณ์โควิด ได้เห็นได้ลองใช้ของจริงที่ไม่สามารถทำได้ในงานแบบออนไลน์  งานนี้มาได้ตั้งแต่เด็กถึงผู้ใหญ่ มาได้ทั้งครอบครัว  ร้านค้า ผู้ประกอบการจะสมัครสมาชิกสมาคม หรือร่วมกิจกรรมหลากหลายมีครบในงานเดียว  ทั้งนี้คาดหวังว่าจะมีเงินสะพัดในงานราว 700-800 ล้านบาท หรือประมาณ 20% ของมูลค่าตลาดรวมที่ประมาณ 3,000 ล้านบาท

นายบุญเลิศ สมบัติพิบูลพร อุปนายกกำกับฝ่ายประชาสัมพันธ์ กล่าวเสริมว่า ผู้ประกอบการให้ความสนใจเข้าร่วมงานจองบูธเกือบ 100% ซึ่งเกินความคาดหมาย เนื่องจากธุรกิจต่างๆ กำลังฟื้นตัว สำหรับรูปแบบการจัดงานยังคงจัดเต็มอัดแน่นด้วยกิจกรรมเหมือนเดิม  ซึ่งคอนเซ็ปต์ของงาน Photo Fair จะบ่งบอกถึงเทรนด์เทคโนโลยีในปัจจุบัน นั่นคือ การมีสินค้า กล้องและอุปกรณ์ต่างๆ ที่เอื้อต่อการทำคอนเทนต์ เหมาะกับผู้ใช้หลากหลาย ทั้งนักท่องเที่ยว นักเรียนนักศึกษา แม่ค้าออนไลน์ ร้านค้า กลุ่มธุรกิจถ่ายภาพทั้งขนาดเล็กและใหญ่ โดยกล้องและอุปกรณ์ถูกพัฒนาให้มีความชัดความละเอียดสูงขึ้น คุณภาพเสียง ความไวของไมค์และมีกิจกรรม อบรม ตลอดทั้ง 5 วันของการจัดงาน ทั้งนี้ทางสมาคมฯได้สร้างความมั่นใจโดยทุ่มงบประมาณหลายล้านบาทเพื่อประชาสัมพันธ์งานหลายช่องทางในช่วง 3-4 เดือนที่ผ่านมา เจาะทุกกลุ่มเป้าหมาย และขอเชิญชวนทุกท่านมาร่วมกิจกรรมงาน Photo Fair 2022 ตั้งแต่วันที่ 23 – 27 พฤศจิกายน 2562 ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุม ไบเทค บางนา

นายสรจรส ฐิติเวส  Product and Branding Manager กล่าวว่า STM เป็นบริษัทตัวแทนนำเข้าและจัดจำหน่ายอุปกรณ์กล้อง และอุปกรณ์เสริม สามารถแบ่งได้เป็นสองกลุ่มใหญ่ๆ คือหนึ่ง ส่วนของอุปกรณ์ในด้านการถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ การทำ Live Streaming รวมถึงอุปกรณ์ที่สนับสนุน การทำ Content ในรูปแบบต่างๆ อีกกลุ่มหนึ่งก็คือ อุปกรณ์ในด้านสุขภาพและกีฬา เรามีเก้าอี้และโต๊ะทำงานเพื่อสุขภาพ อุปกรณ์กีฬาอย่าง STM E-Board และยังมีแผนขยายอุปกรณ์เพิ่มขึ้น ภายในงาน Photo Fair ครั้งนี้ ทาง STM ได้เชิญวิทยากรจากหลายแขนงมาขึ้นเวทีเพื่อแชร์ประสบการณ์การทำ Content ในรูปแบบต่างๆ ทั้งเพื่อสนับสนุนการทำธุรกิจ ไปจนถึงเพื่อเป็นงานอดิเรก โดยวิทยากรมีทั้ง Influencer ช่างภาพ อาจารย์มหาวิทยาลัย และผู้เชี่ยวชาญในแต่ละด้านมารวมกันบนเวทีของ STM ที่จะช่วยให้ทุกคนที่มางาน ได้รับความรู้ในงานถ่ายภาพ ถ่ายวิดีโอ การสร้าง Content  กลับไปอย่างเต็มที่

ทาง STM มีสินค้าใหม่หลายตัวที่นำมาเปิดตัวในงาน  Photo Fair รวมถึงการจัด Solution สินค้าที่จะทำให้ลูกค้าได้เข้าใจ และสามารถเลือกสินค้าได้ตรงตามการทำงานของตัวเองได้มากขึ้น สินค้าไฮไลท์ตัวหนึ่งที่เราอยากจะพูดถึงก็คือ Atomos ที่ได้รวมเอาเทคโนโลยี Cloud เข้ามาช่วยให้การทำงานเป็นทีม ทำได้สะดวกและรวดเร็วขึ้น หรือ Nanlite ไฟสตูดิโอที่สามารถควบคุมสภาพแสงได้จากมือถือเพียงเครื่องเดียว ในเรื่องของโปรโมชั่น เรามีโปรโมชั่นราคาพิเศษเพื่อต้อนรับการกลับมาของงานโฟโต้แฟร์ หลังจากที่ห่างหายกันไปถึง 2 ปี ลดสูงสุดถึง 70% และยังมีกิจกรรมลุ้นรับ iPhone 14 Pro Max อีกด้วย

ไม่ว่าใครที่ต้องการทำ Content ของตัวเอง จะเป็นเพื่องานอดิเรกหรือธุรกิจ อยากให้มาลองอุปกรณ์ที่เราจัดไว้เพื่อเป็นแนวทางที่จะเลือกซื้ออุปกรณ์ไปสนับสนุนงานต่อไป พร้อมกับผู้เชี่ยวชาญของเรา ที่พร้อมให้คำแนะนำที่ บูธ The Digital STM A3-A5 ในงาน Photo Fair 2022

และในงานนี้ทางสมาคมฯ ขอเชิญทุกท่านร่วมกิจกรรมประกวดภาพในงาน Photo Fair 2022 แบ่งเป็น  2  ประเภท  ของรางวัลมูลค่ารวมกว่า  200,000  บาท

ประเภทที่ 1 ภาพนิ่ง กิจกรรมถ่ายภาพต่างๆ ที่จัดภายในงานโฟโต้แฟร์ 2022

ดูกติกาได้ที่ : https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSexdi0M4GA0LTGLBS8pH84a56l9gFUKLqPGyK1sq6zgrFjC0A/viewform

ประเภทที่ 2 วีดีโอสั้นแบบ real video บนโซเชียลมีเดีย  

ดูกติกาได้ที่  : https://docs.google.com/forms/d/e/1FAIpQLSdwb-P4_Lf4JacJZVOfsMpCDsQui4BjY6QCSy69DdZwrDq2YA/viewform

ห้ามพลาดสำหรับผู้รักการถ่ายภาพ พบกันได้ที่งาน PHOTO FAIR 2022 จัดขึ้นระหว่างวันที่ 23 -27 พฤศจิกายน 2565  ณ ศูนย์นิทรรศการและการประชุมไบเทค บางนา

-(016)

‘โอ เทพรัตน์’ ผู้รังสรรค์ของขวัญของที่ระลึกจากราชอาณาจักรไทย สำหรับผู้นำและแขกพิเศษของเขตเศรษฐกิจ APEC Thailand 2022

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693390

‘โอ เทพรัตน์’ ผู้รังสรรค์ของขวัญของที่ระลึกจากราชอาณาจักรไทย สำหรับผู้นำและแขกพิเศษของเขตเศรษฐกิจ APEC Thailand 2022

‘โอ เทพรัตน์’ ผู้รังสรรค์ของขวัญของที่ระลึกจากราชอาณาจักรไทย สำหรับผู้นำและแขกพิเศษของเขตเศรษฐกิจ APEC Thailand 2022

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.54 น.

การประชุม APEC Thailand 2022 นอกจากการเตรียมงานในด้านต่างๆ แล้ว การจัดเตรียมของขวัญ ของที่ระลึก สำหรับผู้นำ และแขกพิเศษของเขตเศรษฐกิจที่เข้าร่วมประชุมก็เป็นอีกหนึ่งส่วนงานสำคัญที่จะสร้างภาพลักษณ์ที่ดีของประเทศและมอบความประทับใจให้กับผู้มาเยือน ภายใต้แนวคิดหลัก BCG ( Bio-Circular-Green Economy Model ) 

โดย เทพรัตน์ สงเคราะห์ หรือ โอ เทพรัตน์ ได้รับมอบหมายจากกระทรวงวัฒนธรรมในนามรัฐบาลให้เป็นผู้สร้างสรรค์และผลิตของขวัญในวาระพิเศษนี้ เพื่อมอบให้กับผู้นำ คู่สมรส และแขกพิเศษของเขตเศรษฐกิจ ซึ่งเป็นชุดของขวัญหลัก มีด้วยกัน 3 อย่าง ได้แก่ ภาพดุนโลหะ “รัชตะแสนตอก” กล่องใส่เครื่องประดับดุนโลหะ “รัชตะหมื่นตอก” และชุดเครื่องผ้า “จตุราภรณ์” ที่ประกอบไปด้วยผ้าคลุมไหล่ “รติระหง” หน้ากากอนามัย “สุขารมณ์” เน็คไท “ศักยบุรุษ” และผ้าเช็ดหน้า “ผกาพักตร์”

จับความเป็นไทยที่ปราณีตทรงคุณค่ามาใส่ความเป็นปัจจุบันที่งามสง่าโก้หรู

โอ เทพรัตน์ กล่าวว่า “ผมตั้งชื่อโครงการว่า ของขวัญจากราชอาณาจักรไทย ซึ่งโดยชื่อแล้วย่อมแสดงถึงว่า ของขวัญทุกชิ้นที่จะถูกรังสรรค์ต้องมีรากเหง้ามรดกภูมิปัญญาจากราชอาณาจักรไทยอันงดงามแห่งนี้ ที่ไม่เพียงจะสร้างความประทับใจให้กับผู้นำทุกชาติแล้ว แต่ของทุกชิ้นต้องคู่ควรค่ามากประโยชน์ที่จะได้ถูกนำไปใช้สอย หรือเผยแพร่สู่สาธารณะในงานครั้งนี้และต่อเนื่องไปยังประเทศนั้น ๆ ซึ่งนั่นหมายถึงการถ่ายทอดเอกอัตลักษณ์ไทยสู่สายตาชาวโลกนับหลายร้อยล้านคน”

ไฮไลท์ของการออกแบบของขวัญชุดนี้อยู่ที่ “ชะลอมโมโนแกรม” ที่พัฒนาจากรูป ‘ชะลอม’ ตราสัญลักษณ์การประชุมเอเปค ร้อยเรียงเป็นลายประจำยามหนึ่งในอัตลักษณ์ลายไทยพื้นฐาน สื่อถึงการค้าที่อยู่บนพื้นฐานค่านิยมเชิงวัฒนธรรมที่ดีงาม ลวดลายหลักที่จะประกอบกับการออกแบบจัดทำบนวัสดุรีไซเคิลเกือบ 100% ซึ่งสอดคล้องกับแนวคิด BCG หรือเศรษฐกิจชีวภาพ แก่นสารหลักของการจัดประชุมในครั้งนี้

ละเอียดอ่อนในชิ้นงานลึกซึ้งในแนวคิด

ของขวัญจากราชอาณาจักรไทยถูกรังสรรค์จัดทำขึ้นมาสามชุด ได้แก่

1. ภาพดุนโลหะ “รัชตะแสนตอก”

 ความงดงามเรืองรองของพระบรมมหาราชวังและกระบวนเรือพยุหยาตราทางชลมารค อันสง่าภูมิอัตลักษณ์วัฒนธรรมไทยที่เด่นก้องไกลไปทั่วโลก ที่มองจากประชุมกองทัพเรืออันเป็นสถานที่จัดเลี้ยงอาหารค่ำ (Gala Dinner) อย่างเป็นทางการแก่ผู้นำที่เข้าร่วมประชุม

กลายเป็นแนวคิดสำคัญที่นำมาสร้างสรรค์ผ่านฝีมือดุน (ตอก) เงิน มรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติที่สืบทอดมากกว่า 700 ปี บนพื้นหลังลายนูนต่ำ กรอบตอกด้วยลายพื้นเมืองล้านนา บนวัสดุโลหะ (รัชตะ) รีไซเคิลสีเงิน ด้วยการตอกนับแสนครั้งต่อหนึ่งภาพ จึงเป็นที่มาของชื่อภาพ “รัชตะแสนตอก”

ภาพดุนโลหะ รัชตะแสนตอก ขนาดกว้าง 25 ซม. ยาว 55 ซม. ลึก 2 ซม. ผลิตจากโลหะรีไซเคิลสีเงิน 100% พร้อมโครงกรอบรูปด้านในทำจากแผ่นไม้ยางพารารีไซเคิลผ่านการฆ่าเชื้อตามมาตรฐานการส่งออก จัดทำสำหรับผู้นำและแขกพิเศษของเขตเศรษฐกิจ รวม 25 ชิ้น

กล่องใส่เครื่องประดับดุนโลหะ “รัชตะหมื่นตอก”

ด้วยแนวคิดที่ว่า ผู้นำคือผู้สร้าง คู่สมรสเปรียบดังผู้รักษา และเครื่องวัตถุตั้งแต่ยุคการค้าของโลกเก่าที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการเก็บรักษาคือหีบหรือกล่อง กล่องใส่เครื่องประดับสำหรับคู่สมรสผู้นำเอเปค ได้รับแรงบันดาลใจจากพันธะหน้าที่ของคู่สมรสผู้นำที่เป็นผู้เก็บรักษาทั้งทรัพย์และความอบอุ่นในครอบครัว เป็นงานดุนโลหะด้วยมือทั้งชิ้นบนแผ่นโลหะรีไซเคิลสีเงิน เดินลวดลายตอกนูนต่ำ ด้วยการตอกนับหมื่นครั้งต่อหนึ่งชิ้นงาน

กล่องใส่เครื่องประดับดุนโลหะ “รัชตะหมื่นตอก” นี้ จัดทำขึ้นเพื่อเป็นของขวัญสำหรับคู่สมรสของผู้นำ จำนวน 25 ชิ้น ผลิตจากโลหะรีไซเคิลสีเงิน 100% มีขนาดกว้าง 13 ซม. ยาว 23 ซม. ลึก 5 ซม. ลายหลักสัญลักษณ์เอเปค ดุนนูนด้วยเทคนิคการดุนโลหะด้วยมือ บนพื้นหลังลวดลายชะลอมโมโนแกรมที่จัดทำด้วยเทคนิคการกัดกรดโลหะนำร่องก่อนตอกย้ำลวดลายให้เด่นชัดด้วยมือ ด้านในบุด้วยผ้าไหมทอมือสีแดงชาด

ชุดเครื่องผ้า “จตุราภรณ์”

ด้วยแนวคิดการทำชุดเครื่องใช้จากผืนผ้าไหมไทยพื้นบ้านภูมิปัญญาพื้นถิ่นที่สืบสานยาวนานให้สามารถใช้ร่วมกับยุคสมัยกับประโยชน์ใช้สอย ผู้สร้างสรรค์จึงคัดเลือกผ้าไหมปักธงชัยที่ย้อมด้วยสีธรรมชาติจากเปลือกมะพร้าวเหลือทิ้ง มาพิมพ์ลายประจำยาม “ชะลอมโมโนแกรม” แล้วนำไปออกแบบตัดเย็บเป็นเครื่องใช้จากผ้าประเภทต่าง ๆ ตามยุคสมัย โดยเพิ่มมูลค่า และสนับสนุนแนวคิดหลักด้วยการร้อยต่อผ้าจากเส้นใยรีไซเคิลของโลหะประกายสีทองรุ่งโรจน์กับปลายผ้าคลุมไหล่ แต่งชายด้วยลูกปะเกือมสีเงินที่เป็นมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมของชาติแห่งจังหวัดสุรินทร์ ปิดปลายด้วยผ้าทอแบบทวิตจากเศษผ้าไทยเหลือทิ้ง แสดงให้เห็นถึงการผสานงานผ้าไหมและวัฒนธรรมไทยกับประโยชน์ใช้สอยและแนวคิดร่วมสมัยได้อย่างลงตัวงดงาม

ชุดเครื่องผ้า “จตุราภรณ์” เป็นผลิตภัณฑ์ผ้าสำหรับผู้นำเอเปค จำนวน 25 เซ็ต ในแต่ละเซ็ต ประกอบไปด้วยงานผ้า 4 แบบ ได้แก่ ผ้าคลุมไหล่ “รติระหง” ขนาดกว้าง 30 ซม. ยาว 180 ซม. หน้ากากอนามัย “สุขารมณ์” ขนาดกว้าง 8 ซม. ยาว 12 ซม.  เน็คไท “ศักยบุรุษ” ขนาดกว้าง 6 ซม. ยาว 120 ซม. และผ้าเช็ดหน้า “ผกาพักตร์” ขนาดกว้าง 20 ซม. ยาว 20 ซม.

โดยชุดของขวัญทั้งหมดถูกบรรจงบรรจุในกล่องที่ทำจากไม้ยางพารารีไซเคิลด้านในบุด้วยผ้าสักหลาดสีทองแชมเปญ ฝากล่องติดโลหะสีเงินตัดฉลุลายตราสัญลักษณ์ APEC 2022

ความภูมิใจในผลงานอันทรงคุณค่า

โอ เทพรัตน์ หัวหน้าคณะทำงานสร้างสรรค์ของขวัญจากราชอาณาจักรไทย กล่าวเพิ่มเติมถึงชุดของขวัญที่จัดทำขึ้นว่า “โจทย์ที่ยากของงานนี้มีสามเรื่อง หนึ่งคือ การผสานคุณค่าดั้งเดิมแห่งวัฒนธรรมไทยเข้ากับความร่วมสมัยที่่โก้หรู ใช้งานได้จริง สองคือการเล่าเรื่องประเทศไทยผ่านลวดลายในพื้นที่ไม่กี่ตารางเซนติเมตร สามคือการนำทั้งสองเรื่องมาวางให้สวยงามลงตัวบนวัสดุรีไซเคิลอย่างสอดคล้องกับแนวคิดหลักของการจัดการประชุมครั้งนี้ เราใช้เวลาเตรียมการกว่าสามเดือน และ จัดทำให้เสร็จทุกชิ้นงาน 75 ชุด รวม 175 ชิ้นงาน ในเวลาแค่หนึ่งเดือน ทั้งหมดเป็นงานทำมือทำให้มีความยากในเรื่อง QC ที่ของขวัญทุกชิ้นจะต้องมีความเหมือนหรือคล้ายกันมากที่สุด เราลงพื้นที่มากกว่า 20 ครั้ง เพื่อทำงานอย่างใกล้ชิดร่วมกับชุมชน ใช้เวลาทำงานรวมไม่น้อยกว่า 1,000 ชั่วโมง เราเสาะหาอย่างละเอียดจนได้พบกับทีมสร้างสรรค์มืออาชีพในทุกเจเนอเรชั่นอีกหลายท่าน ทั้ง พี่โชษณ แห่งแบรนด์ AUSARA ผู้ทำวัสดุชนิดพิเศษเส้นใยรีไซเคิลจากโลหะให้กับแบรนด์ชั้นนำระดับโลก เช่น หลุยส์ วิตตอง และ คาร์เทียร์ พี่สิฐ ชนะชัย นักออกแบบแฟชั่นระดับตำนานแห่งแบรนด์ 27 FRIDAY สล่าดิเรก บรมครูแห่งงานดุนเงินของประเทศ รวมถึงน้องๆ ทีมไม้หน้าสาม นักออกแบบรุ่นใหม่ที่เป็นนิสิตเหรียญทองของสถาปัตยกรรมจุฬา  ฯ และ การสนับสนุนอย่างดีของกระทรวงวัฒนธรรม ด้วยองค์ประกอบอันยอดเยี่ยมทั้งหมดทำให้งานสำเร็จด้วยดีในเวลาที่กำหนด … แม้ผมจะผ่านงานสร้างสรรค์ระดับโลกมามากมายแต่สำหรับงานนี้เป็นความภูมิใจมากที่สุดงานหนึ่ง ภูมิใจที่ได้เห็นผู้มาเยือนที่เป็นผู้นำระดับโลกชื่นชอบของขวัญจากราชอาณาจักรไทย ภูมิใจที่ได้มีส่วนสร้างรายได้ให้ชุมชน และที่ภูมิใจที่สุดคือได้มีส่วนสืบทอดมรดกภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมไทยให้อยู่ในวิถีการบริโภคของคนในปัจจุบันได้ทั้งในประเทศและผู้คนทั่วโลก…”

คณะทำงานที่มีผลงานระดับโลก

คณะทำงานสร้างสรรค์ของที่ระลึกสำหรับผู้นำ คู่สมรส และแขกพิเศษของเขตเศรษฐกิจ ดำเนินการภายใต้แนวทางและการกำกับดูแลโดยกระทรวงวัฒนธรรม  ได้แก่

•             เทพรัตน์ สงเคราะห์ ผู้บริหารสูงสุด ผู้สร้างสรรค์และหัวหน้าคณะนักออกแบบ นักสร้างสรรค์ ผู้มีผลงานกำกับการแสดงแฟชั่นโชว์ครั้งแรกของโลกบนกำแพงเมืองจีน โครงการกรุงเทพฯ เมืองแฟชั่นมีผลงานที่ได้รับการบันทึกลงกินเนสส์บุ๊ก 2 ครั้ง จัดงานให้กับแบรนด์ระดับโลก อาทิ VAN CLEEF & ARPELS, CHANEL, GIORGIO ARMANI นักสร้างมูลค่าเพิ่มผลิตภัณฑ์ชุมชนมากกว่า 2,000 ชุมชน 10,000 ผลิตภัณฑ์ นักเขียนเบสต์เซลเลอร์ผู้ได้รับการคัดเลือกจากนิตยสารเปรียวให้เป็นหนึ่งในสิบอัจฉริยะของประเทศในฐานะนักคิดและนักเขียน

•             วรวิทย์ นัยสำราญ ผู้บริหารโครงการ

•             นฤภัทร บูรณวนิช ผู้จัดการโครงการ

•             สล่าดิเรก สิทธิการ ครูภูมิปัญญาไทยด้านศิลปกรรม (การดุน สลักเงินและโลหะ) ผู้ดำเนินการผลิตงานดุนโลหะ ครูช่างด้านศิลปกรรม ผู้สืบทอดมรดกภูมิปัญญาไทย 700 ปี การดุนเงิน และ โลหะแห่งชุมชนวัวลาย จังหวัดเชียงใหม่

•             สิฐ ธนะชัย จรียะนา ที่ปรึกษาอาวุโสด้านแฟชั่นและผู้ผลิตชุดผ้าจตุรภรณ์ เจ้าของแบรนด์ 27 FRIDAY

•             เจนณรงค์ ไชยสิงห์ ส่วนสร้างสรรค์และออกแบบลวดลายกราฟฟิก บริษัท ไม้หน้าสาม จำกัด

•             โชษณ ธาตวากร ผู้สร้างสรรค์เส้นใยผ้าจากโลหะรีไซเคิล ที่มีผลงานทำเส้นใยพิเศษให้กับแบรนด์ดังระดับโลกเช่น Louis Vuitton และ Cartier

•             ฮิโตชิ ฟูนาดะ ผู้ผลิตบรรจุภัณฑ์

สำหรับประวัติ“โอ เทพรัตน์”

“โอ เทพรัตน์” หรือ เทพรัตน์ สงเคราะห์  เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านกลยุทธ์สร้างสรรค์ และบริหารโครงการขนาดใหญ่ของรัฐบาลและเอกชน มีผลงานการสื่อสารการตลาดและงานสร้างสรรค์กิจกรรมทางการตลาดระดับโลก และ มีผลงานที่ได้รับการบันทึกลงในกินเนสส์บุ๊กถึง 2 ครั้ง เขาเคยทำงานให้กับองค์กรชั้นนำทั้งภาครัฐและเอกชน รับผิดชอบงานโครงการตั้งแต่ระดับชุมชน ระดับประเทศ ระดับภูมิภาค ไปจนถึงระดับนานาชาติ มาแล้วหลายโครงการ โดยโครงการที่รับผิดชอบมีมูลค่าสูงสุดถึง 2 พันล้านบาท

นอกจากงานด้านสื่อสารการตลาดและงานสร้างสรรค์กิจกรรมทางการตลาดแล้ว โอ เทพรัตน์ ยังเป็นอาจารย์พิเศษหลักสูตรผู้นำขององค์กรยั่งยืนอันดับหนึ่งของโลกหลายองค์กร เป็นนักคิด นักเขียน นักอภิปรัชญา นักวิทยาศาสตร์ผู้สร้างแนวคิด “ธุรกิจจิตสาธารณะ” ได้รับการยกย่องให้เป็นผู้ปฏิวัติอุตสาหกรรมโฆษณาและแฟชั่นของประเทศไทย และยังได้รับการจัดอันดับให้เป็นหนึ่งในสิบอัจฉริยะของประเทศในฐานะนักคิดและนักเขียนอีกด้วย ผลงานล่าสุดของโอ เทพรัตน์ คือการสร้างสรรค์เพิ่มมูลค่าสินค้าชุมชนโดยทุนวัฒนธรรมและทุนชุมชน สำหรับผลิตภัณฑ์ CCPOT (Community Cultural Product of Thailand) ระดับเพชร อันได้แก่ ฐานเทียนอโรมาอุบลราชธานีศรีวนาลัย กระจกลิเก ชุดโนราราตรี ปูนปั้นเพชรอาลัว กระเป๋าเรซิ่นตีนจก ฉากใหญ่ ช็อกโกแลตทุเรียนนนท์ แมวไทยกวักมงคล ชุดมวยไทยฤดูหนาว และ เก้าอี้เงินแสนตอก ที่ใช้งานฝีมือดั้งเดิม ค่าและคุณค่าจากภูมิปัญญาทางวัฒนธรรมมาจัดทำเป็น ของกินของใช้ และ เครื่องตกแต่งร่วมสมัย เพื่อให้วัฒนธรรมไทยดำรงอยู่ได้ผ่านห่วงโซ่การบริโภคของยุคสมัยปัจจุบัน

-(016)

วช.หนุนนวัตกรรมเส้นใยจากใบอ้อย สู่ผลิตภัณฑ์แฟชั่นจากธรรมชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693381

วช.หนุนนวัตกรรมเส้นใยจากใบอ้อย สู่ผลิตภัณฑ์แฟชั่นจากธรรมชาติ

วช.หนุนนวัตกรรมเส้นใยจากใบอ้อย สู่ผลิตภัณฑ์แฟชั่นจากธรรมชาติ

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 14.31 น.

ปัญหามลพิษภายในประเทศทุกวันนี้ส่วนหนึ่งมาจากการเผาทำลายวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรที่มีคุณลักษณะแตกต่างกันไปในแต่ละพื้นที่แต่ละภูมิภาค ทำให้อาจารย์นักวิจัยจากหลายสถาบันได้พยายามคิดค้นนวัตกรรมที่สามารถใช้ประโยชน์และสร้างมูลค่าเพิ่มจากวัสดุเหลือใช้เหล่านั้น รวมไปถึงนวัตกรรมผลิตภัณฑ์จากเส้นใยใบอ้อย โดยอาจารย์จากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ซึ่งได้รับการสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ ( วช.) กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม โดยใช้เทคโนโลยีและองค์ความรู้ผสมผสานกับภูมิปัญญาของชาวบ้านที่มีอยู่เดิมสร้างเป็นผลิตภัณฑ์สิ่งทอสร้างรายได้เพิ่มศักยภาพเศรษฐกิจฐานราก ควบคู่ไปกับการดูแลรักษาระบบนิเวศในชุมชน ซึ่งขณะนี้ได้นำกลไกการตลาดมาพัฒนาผลิตภัณฑ์ดีไซน์รูปแบบตามแนวแฟชั่นที่ลูกค้าต้องการเน้นเอกลักษณ์ความเป็นไทย

ดร.วิภารัตน์  ดีอ่อง ผู้อำนวยการสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ กล่าวว่า วช . เป็นกลไกสำคัญของรัฐในการขับเคลื่อนให้การสนับสนุนงานวิจัย สิ่งประดิษฐ์คิดค้นหรือนวัตกรรมต่าง ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อประชาชน และสามารถถ่ายทอดเป็นองค์ความรู้สู่ชุมชน รวมถึงการส่งเสริมพัฒนาคุณภาพชีวิตและสิ่งแวดล้อม จากปัญหามลพิษจากการเผาวัสดุเหลือใช้ทางการเกษตรเป็นสิ่งที่หลายหน่วยงานได้ตระหนักและให้ความสำคัญ ในขณะที่นักวิจัยเองก็พยามคิดค้นนวัตกรรมเพื่อใช้ประโยชน์จากวัตถุดิบเหล่านี้ และผลิตภัณฑ์จากเส้นใยใบอ้อยก็เป็นอีกนวัตกรรมที่นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร ได้นำองค์ความรู้สู่กระบวนการแปรรูปเส้นใยจากใบอ้อยมาสร้างมูลค่าเพิ่มสร้างเป็นผลิตภัณฑ์สิ่งทอหลายแบบ ซึ่งกำลังเป็นที่นิยมของผู้ใช้ผลิตภัณฑ์ HANDMADE โดยมีการดีไซน์รูปลักษณ์ผลิตภัณฑ์ให้ดูทันสมัย ซึ่งขณะนี้มีการขยายผลต่อยอดองค์ความรู้ไปอย่างแพร่หลายในหลายชุมชน สามารถสร้างรายได้เสริมศักยภาพเศรษฐกิจในชุมชน และนวัตกรรมนี้เป็นหนึ่งใน 50 ชิ้นงานที่นำมาแสดงที่สำนักงานการวิจัยแห่งชาติ เนื่องในโอกาสวันสถาปนาครบรอบ 63 ปี เมื่อวันที่ 25-28 ตุลาคม 2565 ที่ผ่านมา 

ดร.ศรัณย์ จันทร์แก้ว อาจารย์คณะอุตสาหกรรมสิ่งทอและออกแบบแฟชั่น มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลพระนคร เปิดเผยว่าทางทีมวิจัยเล็งเห็นถึงความสำคัญตามคุณลักษณะของใบพืชที่มีเส้นใยสามารถนำมาแปรรูปเป็นผลิตภัณฑ์ และสาเหตุที่เลือกใบอ้อยเนื่องจากมีไฟเบอร์ในปริมาณที่เยอะพอสมควร จากการรณรงค์ของภาครัฐเพื่อขจัดปัญหาฝุ่นละอองในอากาศจากการเผาใบอ้อย แม้ว่าขณะนี้ทางโรงหีบอ้อยจะรับซื้อใบอ้อยสดนำไปเป็นเชื้อเพลิงในโรงงาน แต่ก็ได้เสนอทางเลือกให้กับเกษตรกรชาวไร่อ้อยหากนำใบอ้อยเข้าสู่กระบวนการแปรรูปสร้างผลิตภัณฑ์ต่าง ๆ จะได้มูลค่าสูงขึ้นหลายเท่าตัว สามารถพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์สร้างรายได้ให้กับชาวชุมชน โดยการเลือกวัตถุดิบใบอ้อยที่นำมาแปรรูปจะใช้ใบที่ไม่อ่อนหรือแห้งจนเกินไปจากนั้นดึงก้านออกก่อนนำไปหมักเป็นเวลา 4 เดือน สำหรับพันธุ์อ้อยที่นิยมนำใบมาใช้คือ พันธุ์ขอนแก่น  สุพรรณบุรี และลำปาง โดยเฉพาะพันธุ์ขอนแก่นจะมีลักษณะใบใหญ่หนา ไฟเบอร์เยอะ เมื่อครบระยะเวลาหมักจะนำมาปั่นผสมกับฝ้ายจากนั้นนำไปย้อมสีธรรมชาติใช้เวลาต้มประมาณ 30 นาที สาเหตุที่นำมาปั่นทอผสมกับฝ้ายจะทำให้เนื้อผ้านุ่มเป็นเงางาม นำมาทำเป็นผลิตภัณฑ์หลายประเภททั้งเสื้อผ้า กระเป๋า หมวก รองเท้า โดยมีการออกแบบดีไซน์ให้เป็นไปตามแฟชั่นที่ตลาดต้องการ

ปัจจุบันนี้ได้รับความสนใจจากชาวบ้านมีการรวมกลุ่มกันจัดตั้งเป็นวิสาหกิจชุมชนที่ทำผลิตภัณฑ์สิ่งทอ จากเส้นใยใบอ้อย อย่างเช่นวิสาหกิจชุมชนกลุ่มสตรีทอผ้า ตำบลเขาสามสิบ อำเภอเขาฉกรรจ์ จังหวัดสระแก้ว จากเดิมทำผ้าทอขายได้เมตรละ 100 บาท เมื่อเสริมด้วยนวัตกรรมการพัฒนาเส้นใยจากใบอ้อย ผ้าที่ทอสามารถขายได้ในราคาเมตรละ 350-600 บาท โดยในปัจจุบันได้เปิดจำหน่ายในช่องทางออนไลน์ภายใต้ ชื่อแบรนด์ NATHA สำหรับใครที่สนใจนวัตกรรมหรือองค์ความรู้นี้สามารถติดต่อสอบถามได้ โทร 0945653256

-(016)

ตัวท๊อปทุกวงการเมืองไทย รวมตัวใน งาน 40 ปี ธีรพรคลินิก

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693359

ตัวท๊อปทุกวงการเมืองไทย รวมตัวใน งาน 40 ปี ธีรพรคลินิก

ตัวท๊อปทุกวงการเมืองไทย รวมตัวใน งาน 40 ปี ธีรพรคลินิก

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.15 น.

นับเป็นการเดินทางที่รวดเร็วของธีรพรคลินิกที่มีมายาวนานกว่า 40 ปี ที่เป็นเสมือนบ้านหลังใหญ่ ของลูกสาวบ้านธีรพรจากทุกวงการ ได้มารวมตัวกัน ปีที่ รศ.นพ. ชลธิศ สินรัชตานันท์ ผู้อำนวยการธีรพรคลินิก นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งอาเซียน นิมนต์พระสงฆ์จำนวน 12 รูป โดย พระครูวิศิษฏ์วิทยาคม หรือ พระอาจารย์วราห์ ปุญญวโร แห่ง วัดโพธิทอง ประธานฝ่ายสงฆ์ เจริญพุทธมนต์ ให้กับ บรรดาลูกสาวบ้านธีรพร อาทิ แพนเค้ก  ดร.เขมนิจ จามิกรณ์ , สารวัตรหมี พ.ต.ท. ศักดิ์สุนทร เปรมานนท์ , ชนานา นุตาคม, อรวี สัจจานนท์, อรอนงค์ ปัญญาวงศ์, เงาะ-กชกร นิมากรณ์ , ลูกหมี รัศมี ทองสิริไพรศรี, คุณแชมเปญ เอ็กซ์, แอน ชนิตา สุภาพันธุ์   ณ แผนกผิวพรรณ ชั้น 3 ธีรพรคลินิก เมื่อวันที่ 17 พ.ย. 2565 ที่ผ่านมา


รศ.นพ. ชลธิศ สินรัชตานันท์ ผู้อำนวยการธีรพรคลินิก นายกสมาคมศัลยกรรมตกแต่งใบหน้าแห่งอาเซียน กล่าวพร้อมรอยยิ้มว่า “ก่อนอื่นต้องขอขอบคุณทุกๆท่านที่มาร่วมบุญกันในวันนี้ด้วยครับ งานครบรอบ 40 ปี ธีรพร เป็นงานเล็กๆที่อบอุ่นเพราะได้เจอบรรดาลูกๆหลานๆจากทุกวงการ ที่มารวมตัวกัน ได้ทำบุญร่วมกันทุกปี ต่อด้วยการทานอาหารรวมกัน ต่างคนต่างอัพเดทชีวิตให้กันและกัน มีแต่รอยยิ้ม เสียงหัวเราะตลอดทั้งงาน สร้างความสุขให้ผมทุกครั้งที่ได้เจอกับทุกคนเสมอครับ ”
อรอนงค์ ปัญญาวงศ์  นางสาวไทยปี พ.ศ. 2535 และ พรีเซนเตอร์ธีรพรคลินิก กล่าวว่า “พี่อร ขอเป็นตัวแทน พี่น้องในทุกวงการที่มารวมตัวกันในงานวันนี้เลยนะคะ เริ่มจากขอขอบคุณ คุณหมอชลธิศ คุณพ่อ และ คุณหมอ สุวรรณี จิรยั่งยืน คุณแม่ ของพวกพี่ที่คอยดูแล ห่วงใย บรรดาลูกสาวบ้านธีรพร ตลอดเวลา  เทศกาลบ้านธีรพร มีการจัดงานต่อเนื่องมา 40 ปี แล้วคะ ช่วงเช้าเป็นการทำบุญ ถวายเพล เสร็จแล้วร่วมรับประทานอาหารด้วยกัน ทุกปีก็จะมีคนมารวมงานมากขึ้น แต่ความสนิท ก็ยังเหมือนเดิมไม่เคยเปลี่ยนคะ  มีแต่เสียงหัวเราะกันตลอดทั้งงานเลย เพราะแต่ละคนก็ตัวท๊อปของแต่ละวงการ ก็ได้งานเทศกาลธีรพรนี้ละคะได้มาเจอกันพร้อมหน้ากัน พอเจอกันที่ก็มีเรื่องเม้าท์ยาวคะ โดยเฉพาะเรื่องความสวยที่มีความเห็นตรงกันว่าต้องมาให้ ธีรพรคลินิก ดูแลนี้ละคะ มั่นใจ ปลอดภัย ด้วยบรรดาแพทย์ที่มีประสบการณ์ ในแต่ละด้านเฉพาะทาง การรักษามาตราฐานระดับโรงพยาบาล และบริการที่เหนือความคาดหมาย ใส่ใจทุกคนเหมือนคนในครอบครัว ”

‘โครงการพี่ช่วยเติมฝันน้อง’ มอบทุนสนับสนุนครูอัตราจ้าง และ ทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนบ้านดอนพุทรา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/693358

'โครงการพี่ช่วยเติมฝันน้อง' มอบทุนสนับสนุนครูอัตราจ้าง และ ทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนบ้านดอนพุทรา

‘โครงการพี่ช่วยเติมฝันน้อง’ มอบทุนสนับสนุนครูอัตราจ้าง และ ทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนบ้านดอนพุทรา

วันจันทร์ ที่ 21 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 13.12 น.

โรงเรียนบ้านดอนพุทรา  ต.ยุ้งทะลาย อ.อู่ทอง จ.สุพรรณบุรี  นายเสกสรร  ถนอมกิตติ นายอำเภออู่ทอง  จ.สุพรรณบุรี  เป็นประธานเปิดงาน  “โครงการพี่ช่วยเติมฝันน้อง”  มอบทุนสนับสนุนครูอัตราจ้าง และ ทุนการศึกษาให้แก่โรงเรียนบ้านดอนพุทรา  โดยมีนายประเสริฐ ลาวัณย์วิสุทธิ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสุพรรณบุรี เขต 2 , นายปณชัย  ศรีเหรา นายก อบต.ยุ้งทะลาย และ ผอ.เปรมระดา  นกแก้ว  ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านดอนพุทรา  พร้อมผู้ปกครองร่วมพิธีและต้อนรับคณะผู้ใจบุญ โดยมี คุณธีระพงค์ พุกกะจันทร  ผู้สื่อข่าวอาวุโส กรรมการผู้จัดการ  บริษัทโทเทิล เบสท์ ไลน์ เป็นผู้ประสานงานโครงการดังกล่าว 

นางสาวณิญาวีย์  กาลดิษฐ์ นักเรียนชั้นมัธยม 6 โรงเรียนสาธิตแห่งมหาวิทยาลัยรังสิต ปทุมธานี ผู้ริเริ่มโครงการนี้ร่วมกับ บริษัท ยูโนการด์เซอร์วิส จำกัด ได้มอบทุนครูอัตราจ้าง 1 อัตรา เป็นเวลา 12 เดือน จำนวน 75,000 บาท และทุนการศึกษาแก่เด็กนักเรียนจำนวน 47 ทุน ทุนละ 500 บาท พร้อมกับมอบอุปกรณ์ การเรียน และ จักรยาน ให้แก่นักเรียนที่เรียนดี ซึ่งนางสาวณิญาวีย์  กาลดิษฐ์ ได้มองเห็นถึงความสำคัญทางการศึกษา จึงอยากมอบโอกาสสานฝันให้น้อง ๆ โครงการนี้จึงเป็นการเริ่มต้นของการให้ที่มีคุณค่าทางจิตใจเป็นอย่างยิ่ง

พร้อมกันนี้ทาง Nesta Thailand  ยังมีกิจกรรม  Agility  ที่เสริมสร้างความแข็งแรงให้กล้ามเนื้อ สร้างความอดทน ฝึกสมาธิ เพื่อเป็นพื้นฐาน สำหรับกีฬาทุกชนิด  โดย  ครูแมว  จารุสิริ กิรัตนรักษ์ Authorize Instructor จาก Nesta Thailand  ให้แก่นักเรียนได้ร่วมกิจกรรมอย่างสนุกสนาน

เชลล์ฮัทฯ จับมือ จุฬาฯ นำ’เชลล์ดอน’บรรจุลงคอร์สออนไลน์ สร้างความตระหนักรักษ์สิ่งแวดล้อม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/693580

เชลล์ฮัทฯ จับมือ จุฬาฯ นำ'เชลล์ดอน'บรรจุลงคอร์สออนไลน์ สร้างความตระหนักรักษ์สิ่งแวดล้อม

เชลล์ฮัทฯ จับมือ จุฬาฯ นำ’เชลล์ดอน’บรรจุลงคอร์สออนไลน์ สร้างความตระหนักรักษ์สิ่งแวดล้อม

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.15 น.

บริษัท เชลล์ฮัท เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัด ร่วมกับ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย จัดงาน“Shelldon ชวนน้องรักษ์โลก เรื่องมลพิษทางทะเล” ด้วยการนำคอนเทนต์ซีรี่ส์แอนิเมชั่น เชลล์ดอน เข้ามา เป็นหนึ่งในคอนเทนต์ที่ให้ความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมทางทะเล ผ่านคอร์สเรียนออนไลน์ยอดนิยมอย่าง CHULA MOOCโดยมีเจตนารมณ์ร่วมกันในการทำให้ทุกคนตระหนักถึงปัญหาสิ่งแวดล้อม และการเรียนรู้ที่จะแก้ปัญหาอย่างยั่งยืนที่ ตึกเพกาซัส ชั้น 5 อาคาร 101True Digital Park เมื่อวันที่ 21 พฤศจิกายน 2565

โดยในงานได้  พีเคปิยะวัฒน์ เข็มเพชรมารับหน้าที่เป็นพิธีกรซึ่งตัวพีเคเองนั้น นอกจากจะเคยได้รับหน้าที่เป็นผู้พากย์เสียง เฮอร์แมน ปูเสฉวนเพื่อนซี้ของเชลล์ดอน แล้วตัวเขาเองยังรู้สึกมีส่วนร่วมและตระหนักในเรื่องรักษ์สิ่งแวดล้อมด้วยเช่นกัน โดยพีเคได้กล่าวเชิญชวนว่า  โปรเจกต์นี้เป็นโปรเจกต์ที่น่าสนใจ และน่าลงทะเบียนเรียนคอร์สนี้มาก ๆ เพราะเป็นการนำเอาเหตุการณ์ด้านสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในเชลล์แลนด์ มาร้อยเรียงเป็นชุดความรู้ตามหลักวิชาการโดยคณาจารย์ และนักวิชาการที่มีชื่อเสียงระดับประเทศและระดับโลก เพื่อให้ง่าย น่าสนใจและเข้าถึงคนทั่วไปได้อย่างง่ายดาย โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการดูและรักษาสิ่งแวดล้อมในอนาคต  โดยเผยแพร่ผ่านแพล็ตฟอร์มการเรียนการสอนออนไลน์ของจุฬาฯ หรือ CHULA MOOCซึ่งเป็นการผนึกกำลังกันครั้งยิ่งใหญ่ในการพัฒนานวัตกรรมการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อม ซึ่งก่อนหน้านี้ได้เคยแถลงข่าวความร่วมมือกันไปเมื่อปี 2021 ที่ผ่านมา

“เชลล์ดอน”เป็นแอนิเมชั่นฝีมือคนไทย ที่สร้างโดยดร. ชวัลวัฒน์ อริยวรารมย์ CEO & Founder บริษัท เชลล์ฮัท เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัด ซึ่งประสบความสำเร็จทั้งในประเทศไทย และได้รับการจัดฉายทางช่อง NBC ประเทศสหรัฐอเมริกา รวมทั้งกว่า 180 ประเทศทั่วโลก พร้อมถูกแปลไปกว่า 35 ภาษา ด้วยตัวละครที่น่ารัก เนื้อเรื่องที่สนุกสนาน พร้อมสาระความรู้เกี่ยวกับสิ่งมีชีวิตใต้ท้องทะเล และยังคงอยู่ในใจผู้ชมมาตลอด 14 ปี พร้อมกับการได้รับการคัดเลือกให้ดำรงตำแหน่งเป็นทูตสิ่งแวดล้อมที่ยังคงส่งต่อความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมมาจนถึงปัจจุบัน

เพราะเหตุนี้ศ.ดร.สุพจน์ เตชวรสินสกุล คณบดีคณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยซึ่งมีความเชื่อว่าทุกคนมีสิทธิที่จะเรียนรู้ และสามารถจะเรียนรู้ได้ตลอดชีวิต ก็ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญในการสร้างความร่วมมือกันในรูปแบบของการนำคอนเทนต์ของซีรี่ส์แอนิเมชั่นเรื่องเชลล์ดอน เข้ามาเป็นหนึ่งในคอนเทนต์ที่ให้ความรู้เรื่องสิ่งแวดล้อมทางทะเล ผ่านคอร์สเรียนออนไลน์ยอดนิยมอย่าง CHULA MOOC จนเกิดเป็นโปรเจกต์Shelldon ชวนน้องรักษ์โลก เรื่องมลพิษทางทะเล ขึ้นนั่นเอง

พร้อมกันนี้ ดร.ชวัลวัฒน์ในฐานะของผู้สร้าง AnimationShelldon เผยว่า ตนเองมีความยินดีอย่างยิ่งที่เรื่องราวของเชลล์ดอน โดยเฉพาะเหตุการณ์ต่างๆที่เกี่ยวข้องกับสิ่งแวดล้อม ได้ถูกนำมาพัฒนาเป็นชุดความรู้ตามหลักวิชาการโดยคณาจารย์ นักวิชาการระดับประเทศและระดับโลก ซึ่งมีการนำเสนอได้น่าสนใจ สนุก และเข้าถึงคนทั่วไปได้ง่าย โดยเฉพาะเยาวชนคนรุ่นใหม่ที่จะเป็นกำลังสำคัญในการดูและรักษาสิ่งแวดล้อมในอนาคต

นอกจากนี้ ในตัวเอกสารประกอบการเรียนรู้ ทางทีมงานได้มีการออกแบบเนื้อหาและแบบฝึกหัดเพื่อเข้าถึงเด็กเล็กที่จะสามารถเรียนรู้ร่วมกันกับผู้ใหญ่ภายในครอบครัวได้ หรือเด็กโตที่จะสามารถเรียนรู้ได้ด้วยตนเองอีกด้วย ซึ่ง ดร.ชวัลวัฒน์หวังว่าโครงการ Shelldon 3E จะเป็นส่วนหนึ่งของการร่วมแก้ปัญหาสิ่งแวดล้อมทางทะเล ผ่านการสร้างความรู้ ความตระหนัก และความรักในท้องทะเล เพื่อที่จะทำให้เกิดแรงบันดาลใจในการเปลี่ยนแปลงพฤติกรรมในการใช้ชีวิตให้เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม และมีจิตสาธารณะในการร่วมดูแลรักษาท้องทะเลให้มีความยั่งยืนต่อไป

อีกหนึ่งไฮไลท์สำคัญของงาน นั่นคือช่วง Environmental Education Talk ที่มีการร่วมพูดคุยกันระหว่าง ดร.ณัฐวิญญ์ ชวเลิศพรศิยา ผู้อำนวยการโครงการ Industrial Liaison Pro-gram (ILP) คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, ศ.ดร.สุชนา ชวนิชย์อาจารย์ภาควิชาวิทยาศาสตร์ทางทะเล คณะวิทยาศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, คุณสุมนา ขจรวัฒนากุล ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยและพัฒนาทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง และ คุณคณิน แก้วอินทร์ ที่ปรึกษาด้านความยั่งยืนและความรับผิดชอบต่อสังคม บริษัท เชลล์ฮัท เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัดในประเด็นสิ่งแวดล้อม และการร่วมมือกันระหว่าง จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย และ บริษัท เชลล์ฮัท เอ็นเทอร์เทนเม้นท์ จำกัด เพื่อพัฒนาสื่อการสอนออนไลน์ด้านสิ่งแวดล้อมศึกษา ซึ่งนับว่าจุดประเด็นและได้สร้างแรงบันดาลใจให้กับทุกคนในงาน รวมถึงสร้างความตระหนักรู้และอยากมีส่วนร่วมในการรักษ์โลกไปด้วยกัน

ผู้ที่สนใจสามารถเริ่มเรียนได้ตั้งแต่วันที่ 15 ธันวาคม 2565 เป็นต้นไป#Shelldon3E #Shelldon #ShellhutEntertainment #TandBKids #จุฬา #CU #CUMOOC #MOOC #คอร์สเรียนฟรีจุฬา #เรียนแล้วได้ใบเซอร์ #MarinePollution

Mainstand จัดแคมเปญสุดพิเศษรับฟุตบอลโลก World Pop World Cup

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/693577

Mainstand จัดแคมเปญสุดพิเศษรับฟุตบอลโลก World Pop World Cup

Mainstand จัดแคมเปญสุดพิเศษรับฟุตบอลโลก World Pop World Cup

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.09 น.

เทศกาลฟุตบอลโลกที่คอบอลรอคอยกำลังจะมาถึง  “บริษัท เมนสแตนด์ ครีเอเตอร์ (ประเทศไทย) จำกัด”ผู้ผลิตด้านสื่อกีฬาออนไลน์และ Content Creator Hub จึงได้จัดแคมเปญสุดพิเศษอย่าง “World Pop World Cup เทศกาลของคนบ้าบอล” ต้อนรับเทศกาลฟุตบอลโลก 2022  ด้วยการส่งคอนเทนต์เกี่ยวกับฟุตบอลโลกพร้อมเสิร์ฟผ่านรายการของช่องยูทูป Mainstand Thailand แบบจัดหนักจัดเต็ม

เริ่มที่รายการแรก “Footballista World Cup Series” คอนเทนต์สุดว๊าวกับเรื่องราวเกี่ยวกับฟุตบอลโลกทั้งในอดีตและปัจจุบัน ตามแบบฉบับรายการ Footballistaรายการยอดนิยมอันดับ 1ของ Mainstand  ออกอากาศให้ได้ชมทุกวัน ดำเนินรายการโดย“ยักษ์ จิตกร ศรีคำเครือ”ที่จะเล่าเรื่องฟุตบอลโลกทุกเรื่องราว ทั้งน่าทึ่ง น่าประทับใจให้ผู้ชมสนุกไปกับฟุตบอลมากกว่าเดิม

รายการ “Main Stand Club Live”  ออกอากาศตลอดช่วงการแข่งขันฟุตบอลโลก ทุกวันเวลา 1 ทุ่มตรง ดำเนินรายการโดยฟรอนต์แมนทั้ง15 คนของMainstandมาพูดคุยผ่านไลฟ์สด แบบครบรส ทุกมิติของการแข่งขันฟุตบอลโลก

มาที่รายการ “Main Stand Preview Live” จะพาทุกท่านไปร่วมพูดคุยเรื่องราวต่าง ๆ ของฟุตบอลโลก ออนแอร์ทุกวันที่มีการแข่งขัน ออกอากาศช่วงเวลาประมาณ 4 ทุ่ม รูปแบบรายการเน้นพูดคุยเรื่องราวในสนามหลังเกมแรก และก่อนเกมที่จะลงแข่งขันของวันนั้น ๆ

ถัดมาที่รายการ “Main Stand Talk” ออกอากาศทุกวันพฤหัสบดีและวันอาทิตย์ เวลา1 ทุ่มตรง พบกับเหล่าคนดัง เซเล็ป และอินฟลูเอนเซอร์ชื่อดัง ทั้งสายกีฬาและสายบันเทิง เกี่ยวกับเรื่องทีมรัก ทั้งฟุตบอลสโมสร และทีมเชียร์ในฟุตบอลโลกครั้งนี้ โดย “ยักษ์-จิตกร ศรีคำเครือ” ที่มาปรุงแต่งบทสนทนาให้กลมกล่อมและสาระความสนุกยิ่งขึ้นแถมยังมีแขกรับเชิญสุดพิเศษที่จะมาเสริมทัพความสนุก อาทิ นิค NRsports, เกมส์ ขอบสนาม, แจ็ค แฟนฉัน, ต้า ชัยโสโร, ยัต ชัยโสโร, อ็อฟ ชัยนนท์, แจ็คกี้ อดิศร

ปิดท้ายที่รายการ “My World Cup” ดำเนินรายการโดยเหล่าฟรอนต์แมนของMainstandมาเล่าเรื่องฟุตบอลโลกในความทรงจำของแต่ละคน รวมถึงแบ่งปันประสบการณ์ที่ประทับใจที่เกี่ยวกับฟุตบอลโลก งานนี้แฟน ๆ ยังได้ร่วมแบ่งปันความประทับใจกับเรื่องของฟุตบอลโลกไปกับบรรดาฟรอนต์แมน ออกอากาศให้ได้ชมเวลา 21.00น. ทุกวันความสนุกของรายการยังไม่จบเพียงเท่านี้ สามารถติดตามได้ในทุกรายการในแคมเปญ World Pop World Cup เทศกาลของคนบ้าบอลทางช่องยูทูบ Mainstand Thailand และทุกช่องทางของ Mainstand ห้ามพลาดเด็ดขาด!!! 

‘วิโอเลต วอเทียร์’สู้สุดใจ!! รัน Perform’Acoustic Show’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/693576

'วิโอเลต วอเทียร์'สู้สุดใจ!! รัน Perform'Acoustic Show'

‘วิโอเลต วอเทียร์’สู้สุดใจ!! รัน Perform’Acoustic Show’

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.07 น.

เรียกว่าช่วงนี้ “วิโอเลตวอเทียร์”ศิลปินมากความสามารถจากค่าย “ยูนิเวอร์ซัล มิวสิค(ประเทศไทย)”เดินสายทัวร์ทั่วประเทศแน่นเอี๊ยดตลอดทั้งเดือนแบบจัดเต็ม หลังปล่อยอัลบั้ม “Your Girl” ออกมาไม่นานมานี้ ล่าสุดเธอบินไปทัวร์ที่งาน “เชียงใหญ่เฟส ครั้งที่ 3”จัดขึ้นที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อช่วงวีคเอนที่ผ่านมา แต่เจ้าตัวดันเจอสภาพอากาศฟ้าฝนไม่เป็นใจ ตกหนักลงมากลางงานเรียกได้ว่าโชว์ Fullband ที่วางไว้ต้องพับกลางอากาศ เพราะเครื่องดนตรีได้รับความเสียหายจากฝนตกหนัก แต่ The Show Must Go Onทุกอย่างต้องไปต่อ!! “วิโอเลตวอเทียร์”ตัดสินใจแก้ปัญหาเฉพาะหน้า สู้สุดใจเพื่อแฟนเพลง รัน Perform แบบ “Acostic Show”แทน พร้อมเล่นเพลงจากอัลบั้มใหม่ล่าสุดอย่าง “Your Girl” อาทิเพลงระวังเสียใจ (Warning), ยื้อเพื่อ? (Be Honest)บนเวทีเชียงใหญ่เฟสเป็นครั้งแรก พร้อมร้องเพลงฮิตที่มากับท่าตัวเลื้อยเอกลักษณ์เฉพาะของเธอกับเพลง Smoke, I’d Do It Againต่อด้วยเพลงประกอบภาพยนตร์เรื่อง One For The Road แก้วสุดท้าย ก่อนบายเธอ อย่างเพลง ถ้าเธอ

และถึงแม้จะเจออุปสรรคหน้างานที่ต้องแก้ไขแบบด่วนๆ แต่สปิริตความเป็นมืออาชีพที่แก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในทันทีของ “วิโอเลต” กลับได้รับเสียงชื่นชมจากแฟนเพลงอย่างล้นหลาม อีกทั้งยังได้รับคำชมจากโลกโซเชียล ที่คอมเมนท์ ชื่นชมความสามารถในตัวของเธอ ไม่เว้นแม้กระทั่งทีมนักดนตรีที่ซัพพอร์ตเธออยู่เบื้องหลัง ต่างให้กำลังใจเธอแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่มีความกดดันสูง แต่เธอก็สามารถผ่านมันไปได้แบบสวยงามนี่ซิ!! ที่เขาเรียกว่ามืออาชีพตัวจริง แฟนเพลงสามารถฟังเพลงจากอัลบั้มYour Girl”ได้ที่นี่:https://VioletteWautier.lnk.to/YourGirlPR

แฟนเพลงสามารถติดตาม “ วิโอเลต วอเทียร์” ได้ที่
FACEBOOK  INSTAGRAM|  TWITTER| YOUTUBE

ติดตาม Universal Music Thailand ใน Platform ต่างๆ ได้ที่
FACEBOOK| INSTAGRAM| TWITTER|  TIKTOK

‘นิว กีรติกร’การันตี ‘รักกันวันโลกแตก’3 ตอนนำร่อง สุดแรง.!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/693575

'นิว กีรติกร'การันตี 'รักกันวันโลกแตก'3 ตอนนำร่อง สุดแรง.!

‘นิว กีรติกร’การันตี ‘รักกันวันโลกแตก’3 ตอนนำร่อง สุดแรง.!

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.06 น.

ปล่อยไปแล้วกับ 3 ตอนนำร่องของซีรีส์วายจากค่าย “คอมเมทีฟ พลัส”  #รักกันวันโลกแตก หรือ Till The World Ends เรียกเสียงฮือฮาทันทีตั้งแต่เอพพิโสตแรกที่เปิดตัวกันในโรงภาพยนตร์ช่วงปลายเดือนที่ผ่านมา เล่นเอาคนดูช็อคกันทั้งโรงและบนโลกออนไลน์ ด้วยเนื้อหาที่แปลกใหม่บวกกับตอนจบที่ไม่มีใครคาดคิด คนดูทั้งไทยและต่างชาตินึกไม่ถึงกับการพลิกล็อคของเรื่องราวที่ไม่เคยเกิดขึ้นในซีรีส์เรื่องไหนๆ จนทำให้เกิดกระแสบอกต่อในวงกว้าง ติดเทรนต์ทวิตเตอร์และขึ้นเป็นซีรีส์อันดับ 1 ประจำสัปดาห์บนเว็บไซต์สตรีมมิ่งอย่าง WeTV

รักกันวันโลกแตก บอกเรื่องราวการใช้ที่ชีวิตที่เหลืออยู่ของ 5 หนุ่มที่มีเหตุจำเป็นต้องมาอยู่ด้วยกัน ท่ามกลางความโกลาหลวุ่นวายเพราะโลกกำลังจะแตก บางคนอยากมีความรักซักครั้งก่อนตาย บางคนอยากกลับบ้านเกิด มันอาจจะดูเหมือนไม่มีหวัง เพราะอีกเพียง 13 วัน พวกเขาจะต้องจบชีวิตลงก็ตาม…

ผลงานซีรีส์ลำดับที่ 4 ของอาม อนุสรณ์ ซึ่งซีรีส์ “รักกันวันโลกแตก” เป็น 1 ใน 2 ซีรีส์ของโลกที่คว้ารางวัล Tokyo Gap Finalcial Market ซึ่งถือว่าเป็นซีรีส์วายเรื่องแรกของโลกที่ได้รับโอกาสนี้ ความพิเศษนอกเหนือจากนั้นยังมี “นิว กิตติกร” ขึ้นแท่นเป็นผู้อำนวยการสร้างเป็นครั้งแรก เนื้อเรื่องจะเซอร์ไพร์สคนดูขนาดไหนนั้น ต้องติดตามทุกวันเสาร์ 22.30 น. ทางช่องอมรินทร์ ทีวี 34 และ 23.30 น. บนแอพ WeTVในแบบฉบับอันเซนเซอร์….

คู่จิ้น ‘สวีเจิ้งซี-เหอหงซาน’ พร้อมฉายบนช่องMONO29 ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ ‘ประกาศิตหงสาปี1’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/693574

คู่จิ้น 'สวีเจิ้งซี-เหอหงซาน' พร้อมฉายบนช่องMONO29 ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ 'ประกาศิตหงสาปี1'

คู่จิ้น ‘สวีเจิ้งซี-เหอหงซาน’ พร้อมฉายบนช่องMONO29 ซีรีส์ฟอร์มยักษ์ ‘ประกาศิตหงสาปี1’

วันอังคาร ที่ 22 พฤศจิกายน พ.ศ. 2565, 12.05 น.

พบสุดยอดซีรีส์พีเรียดฟอร์มยักษ์ ที่ผสมผสานความสนุกแอ็คชั่น คอมเมดี้ โรแมนติก ดราม่า ได้อย่างลงตัว ผ่านโปรแกรม ซูเปอร์ ซีรีส์ (Super Series)จากช่องMONO29ที่คัดสรรของดีจากท็อปลิส มาให้แฟนคลับคอซีรีส์ได้ชมกันแบบฟรี ๆในซีรีส์เรื่อง“ประกาศิตหงสา” (Legend of The Phoenix)ผลงานฉายแสงแสนยานุภาพของอุตสาหกรรมซีรีส์จีน ที่ถ่ายทำใน เหิงเตี้ยน เวิล์ด สตูดิโอ (Hengdian World Studios)สถานที่ที่ถูกยกให้เป็นฮอลลีวูดแดนมังกรที่ใหญ่ที่สุดในโลกเนรมิตบ้านเมืองและพระราชวังได้อย่างเสมือนจริง พร้อมด้วยส่วนผสมที่สำคัญของภาพยนตร์ ด้วยคู่พระนางเคมีหวานปานน้ำผึ้ง เหอหงซาน พลิกบทบาทมาเป็นสาวนางในสุดโก๊ะ โคจรมาพบรักกับ สวีเจิ้งซีหรือ เจเรมีโจนส์ที่ผลงานละครการันตีมากมาย สู่บทบาทแม่ทัพผู้มีใจรักนางโลม ที่ขัดกับพระราชโองการของกษัตริย์ เมื่อนางผู้เป็นที่รักถูกแต่งตั้งขึ้นเป็นพระสนมโดยมิชอบ ศึกหัวใจครั้งนี้รอให้ทุกคนไปสัมผัสความสนุกพร้อมกัน ทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15เริ่มออกอากาศตอนแรก วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายนนี้

ประกาศิตหงสา (Legend of The Phoenix)ในยุคราชวงศ์เหลียงเย่หนิงจือ (รับบทโดย เหอหงซาน) สาวน้อยแห่งคณะการแสดงเร่ได้รับเลือกให้เข้าไปแสดงถวายในงานวันเกิดต่อหน้าพระพักตร์ไทเฮาแต่นางกลับถูกใส่ร้ายจนเกือบเอาชีวิตไม่รอดโชคดีที่ได้ขุนนางเว่ยกว่าง (รับบทโดย สวีเจิ้งซี) มาช่วยเอาไว้ชะตาชีวิตที่พลิกผันทำให้นางได้กลับเข้าวังอีกครั้งในฐานะนางกำนัลเย่หนิงจือร่วมมือกับเว่ยกว่างวางแผนกำจัดคนชั่วที่คิดล้มล้างราชบัลลังก์แต่แล้วฮ่องเต้กลับมีบัญชาแต่งตั้งเย่หนิงจือให้เป็นพระสนมทั้งที่นางและเว่ยกว่างได้ให้คำมั่นสัญญาว่าจะรักและอยู่ครองคู่กันตลอดไป

พิสูจน์ความรักที่มีหน้าที่และราชบัลลังค์ขวางกั้น ในประกาศิตหงสา (Legend of The Phoenix)ออกอากาศทุกวันจันทร์-ศุกร์ เวลา 14.15 เริ่มตอนแรก วันพฤหัสบดีที่ 24 พฤศจิกายนนี้ ทางช่อง MONO29หรือแอพพลิเคชั่น MONO29เท่านั้น

#Mono29 #SuperSeries #Cdrama #LegendofThePhoenix#XuZhengxi #JeremyJones#Hongshan