เปิดลิส 5 คู่รักดาราที่ตัวเลขอายุห่างกันเป็น 10 ปี เพราะรักลงตัว อายุจึงไม่ใช่อุปสรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774627

เปิดลิส 5 คู่รักดาราที่ตัวเลขอายุห่างกันเป็น 10 ปี เพราะรักลงตัว อายุจึงไม่ใช่อุปสรรค

เปิดลิส 5 คู่รักดาราที่ตัวเลขอายุห่างกันเป็น 10 ปี เพราะรักลงตัว อายุจึงไม่ใช่อุปสรรค

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 12.06 น.

แม้อายุจะห่างกันแค่ไหน บอกเลยแค่รักลงตัวอายุก็เป็นเพียงแค่ตัวเลขเท่านั้นแหละค๊า เรื่องอายุกับความรัก สำหรับหลาย ๆ คู่ที่มีแฟนอายุมากกว่า อาจจะคิดว่าเป็นอุปสรรค เพราะบางครั้งอายุที่ห่างกันอาจจะทำให้ทัศนคติ และความคิดที่ไม่ตรงกันได้ ทำให้บางคนคบกันแล้วอาจมีปัญหาให้ต้องเลิกรากันไป แต่ถึงอย่างนั้นก็ยังมีคู่รักต่างวัยอีกหลาย ๆ คู่ที่คบกันแล้วสามารถเอาชนะเรื่องอายุที่ห่างกันได้ แม้ว่าอีกฝ่ายจะมีอายุมากกว่าก็ตามเป็นเพราะความรักและความเข้าใจที่มีให้กันนั่นเองอย่างคู่รักในวงการบันเทิงบ้านเราก็มีหลาย ๆ คู่ให้เห็น ที่ถึงแม้จะมีแฟนที่อายุมากกว่า แต่ความรักก็ลงตัวและน่าอิจฉาแบบสุด ๆ จะมีคู่ไหนบ้าง ? ไปดูกันเลย


1 แอฟ ทักษอร ภักดิ์สุขเจริญ นน ชานน สันตินธรกุล

สำหรับคู่นี้หลายคนลุ้นให้เป็นคู่จริง รักต่างวัยไม่ใช่ปัญหา สำหรับสาวเอฟกับหนุ่มนนกุล ถึงอายุจะห่างกันถึง 16 ปี แต่ความจิ้นไม่ลดลงเลยและดูเหมือนว่าช่วงหลังๆ จะสนิมสนมกันมากเป็นพิเศษ จนล่าสุดตัวพ่อสายเปย์ อย่างหนุ่มกรรชัยประกาศถ้าแอฟแต่งงานจ่ายให้เลย 1 ล้านบาท โอกาสได้รับเงินน่าจะอยู่ไม่ไกลแล้ว ล่าสุดสาวเอฟโพสรูปคู่นนกุลครั้งแรก ทำเอาแฟนคลับคอมเมนต์แซวกันสนั่น 


2. เคลลี่ ธนะพัฒน์  กับสาวพลอย พลอยไพลิน ภมรมนตรี 

หวานกว่านี้ไม่มีอีกแล้ว หนุ่มเคลลี่ในวัย 53 กับภรรยาคนสวย พลอยสาวนอกวงการตระกูลดังแม้อายุจะห่างกัน 10 ปี แต่รักไร้อุปสรรค ล่าสุดเข้าพิธีแต่งงานบรรยากาศเป็นอย่างเรียบหรูโรแมนติกและอบอุ่นมากๆ
 

3. พีเค ปิยะวัฒน์ กับโยเกิร์ต ณัฐฐชาช์

เป็นอีกหนึ่งคู่รักของวงการบันเทิง ที่คอยเสริฟความหวานให้กันอยู่ตลอดๆ ถึงแม้อายุจะห่างกันถึง 14 ปี ไม่ได้เป็นอุปสรรคทำให้การใช้ชีวิตคู่ลดลงเลยแม้แต่น้อย ความรักยังสดใส และเป็นอีกคู่ที่แต่งงานแล้วยังหวานไม่ยั้งเลยทีเดียว ถึงฝ่ายชายอายุเข้าเลข5 พอดิบพอดี ถือว่าดูแลตัวเองให้ดีมากๆ ยังดูหล่อ ดูดี แถมหน้าเด็กไม่เปลี่ยนไปเลย อยากรู้เลยว่ามีเคล็ดลับอะไร แต่แอบได้ข่าวช่วงนี้ภรรยาคนสวยแอบหวงหนักมาก



4. จิ๊บ วสุ กับจ๊ะจ๋า พริมรตา

เรียกว่าช่องว่างระหว่างวัย ไม่ได้เป็นปัญหาสำหรับคู่รักคู่นี้เลยจริงๆ ถึงแม่อายุจะห่างกันมากถึง16ปี ไม่เป็นอุปสรรคใดๆ กลับยิ่งมีโมเมนต์ความหวานเพิ่มมากขึ้นทุกวัน สำหรับคุณจิ๊บ วสุ ที่ยอมรับตรงๆ เลยว่าอายุปาเข้าไป 55 ปีแล้ว ยังหล่อดูดีไม่เปลี่ยน



5อ้วน รีเทิร์น กับหมอย้ง เพิ่มศักดิ์

ปิดท้ายด้วยคู่รักคู่นี้ อ้วน รีเทิร์น กับหมอย้ง เพิ่มศักดิ์ กับความรักที่ยาวนานถึง 11 ปี เต็มไม่มีจืดจางแม้แต่น้อย ต่อให้ทั้งคู่อายุจะห่างถึง24 ปี แถมยังหวานตลอดๆ จัดเซอร์ไพร์ให้บ่อยแบบจัดเต็ม ทำเอาคู่รักวัยหนุ่มสาวถึงกับอิจฉาไปตามๆกัน เรียกว่าแม่อ้วนอยากได้อะไรหม้อย้งจะซื้อให้ทันที พร้อมทั้งเอ่ยบอกว่าชีวิตนี้สามารถตายแทนได้ ไม่เรียกว่าหลงหัวปรักหัวปรำได้หรอคะแบบนี้ แต่หรืออาจจะเป็นเพราะช่วงนี้แม่เเซ่บมาก ถึงอายุจะปาเข้าไป 66 ปี แต่ยังสวยวันสวยคืนจริงๆ ดูแลตัวเองได้ดีมากๆ

รายการ ‘ฟ้ามีตา’ ตอน…ศัตรูหมายเลขหนึ่ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/774625

รายการ 'ฟ้ามีตา' ตอน...ศัตรูหมายเลขหนึ่ง

รายการ ‘ฟ้ามีตา’ ตอน…ศัตรูหมายเลขหนึ่ง

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 12.05 น.

รายการ “ฟ้ามีตา” ผลิตโดย “ดาราวิดีโอ” ขอเสนอตอน “ศัตรูหมายเลขหนึ่ง” กำกับการแสดงโดย “คณวัชร สังวริบุตร” เป็นเรื่องราวของ อุ๊(ไอซ์-ณธษา เวชประสิทธิ์) ที่เกลียด คุณจ๋า(รัน-ณัทธมนกาญจน์ ศรีนิกรโชติ)มาก เพราะคุณจ๋าชอบดูถูกแม่(เอ๋-วชิรา เพิ่มสุริยา)ของอุ๊ ที่เป็นแม่บ้าน เลยคิดจะแก้แค้นคืนโดยเข้าไปยุ่งกับ คุณวิทย์ (จอร์จ-ฐปนัท สัตยานุรักษ์)สามีของคุณจ๋า ความพยายามของอุ๊ก็สัมฤทธิ์ผล แต่อุ๊ความรู้สึกผิดชอบชั่วดี ที่เวลานึกถึงลูกๆของคุณจ๋ากับคุณวิทย์ อุ๊เลิกตัดสินใจตัดขาดกับคุณวิทย์ ซึ่งมันก็ทำให้อุ๊รู้แล้วว่า ศัตรูอันดับ 1 ของอุ๊ไม่ใช่คุณจ๋า หรือใครๆ หากแต่เป็นความชั่วภายในใจของอุ๊ต่างหาก โปรดติดตามชมละครสั้นรายการ “ฟ้ามีตา” ตอน…ศัตรูหมายเลขหนึ่ง ได้ในวันเสาร์ ที่ 16 ธันวาคม 2566เวลา 14.30 น. ทางช่อง 7HD 35 เท่านั้น

‘เพิ่มพูน’ตามติดความคืบหน้านโยบายรัฐบาล-ศึกษาธิการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774899

'เพิ่มพูน'ตามติดความคืบหน้านโยบายรัฐบาล-ศึกษาธิการ

‘เพิ่มพูน’ตามติดความคืบหน้านโยบายรัฐบาล-ศึกษาธิการ

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.50 น.

เมื่อวันที่ 13 ธันวาคม 2566 นายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) ในฐานะโฆษก ศธ.เปิดเผยภายหลังการประชุมผู้บริหารระดับสูงของ ศธ.ที่มี พล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ (รมว.ศธ.) เป็นประธาน ว่า ที่ประชุมได้รายงานความคืบหน้าการดำเนินการตามนโยบาย แก้หนี้ทั้งระบบของรัฐบาล ซึ่งในส่วนของหนี้ครูและบุคลากรทางการศึกษา พล.ต.อ.เพิ่มพูน ก็มีความห่วงใย และได้กำชับให้ นายสุรศักดิ์ พันธ์เจริญวรกุล รมช.ศธ.ในฐานะประธานคณะกรรมการแก้ไขปัญหาหนี้สินครูและบุคลากรทางการศึกษาของ ศธ.ติดตามเร่งแก้ไขปัญหาอย่างใกล้ชิด ทั้งหนี้ในระบบและหนี้นอกระบบ ส่วนตัวเลขครูและบุคลากรทางการศึกษา ที่มีเป็นนอกระบบและไปลงทะเบียนแก้หนี้กับกระทรวงมหาดไทย (มท.) นั้น ขณะนี้ยังไม่ทราบจำนวนที่แน่นอน แต่เชื่อว่าเรื่องนี้จะได้รับการแก้ไข เพราะถือเป็นนโยบายสำคัญของรัฐบาล และ ศธ.ที่ต้องเร่งดำเนินการ

“ที่ประชุมยังมีการรายงานผลการดำเนินงานที่ผ่านมา ทั้งการดำเนินการ โครงการ “กล่องความรู้ คู่ความสุข” ของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ซึ่งได้มีการจัดติวข้อสอบความถนัดทั่วไป หรือ TGAT และข้อสอบความถนัดทางวิชาการ/วิชาชีพ หรือ TPAT ซึ่งจัดสอบไปเมื่อวันที่ 9 – 11 ธันวาคม ที่ผ่านมา ซึ่งมีนักเรียนเข้าถึงข้อมูลการจัดติวจำนวนมาก ขณะเดียวกันที่ประชุมยังหารือรูปแบบการจัดงานวันเด็ก และวันครู การติดตามการแก้ปัญหาภาษาอังกฤษ การแก้ปัญหาผลสอบผลการประเมินสมรรถนะนักเรียนมาตรฐานสากล หรือ PISA ซึ่งเด็กไทยมีคะแนนลดลง โดยสถาบันส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี (สสวท.) อยู่ระหว่างวิเคราะห์ข้อมูล ที่ทางองค์กรความร่วมมือทางเศรษฐกิจและการพัฒนา หรือ OECD ส่งมาเพิ่มเติม เพื่อนำผลการวิเคราะห์ที่ได้ไปแก้ปัญหาการสอบในครั้งต่อไป” นายสิริพงศ์ กล่าว

นายสิริพงศ์ กล่าวต่อว่า ส่วนกรณีที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เห็นชอบรายละเอียดงบประมาณรายจ่ายประจำปีงบประมาณ พ.ศ.2567 ตามที่สำนักงบประมาณเสนอ มีกรอบวงเงินรวม 3.48 ล้านล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีงบประมาณ 2566 ซึ่งมีวงเงิน 3.185 ล้านล้านบาท จำนวน 295,000 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 9.3% โดยในส่วนของศธ. ได้รับงบประมาณ 328,384 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปี 2566 จำนวน 1,010 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 0.31% ถือว่าเป็นกระทรวงที่ได้รับงบประมาณ เป็นอันดับ 2 รองจากกระทรวงมหาดไทย (มท.) ที่ได้รับงบอยู่ที่ 353,127 ล้านบาท เพิ่มขึ้นจากปีก่อน 27,881 ล้านบาท หรือเพิ่มขึ้น 8.57% นั้น สำหรับงบที่ได้รับอนุมัตินั้นเพิ่มขึ้นจากปี 2566 ทั้งนี้ การจัดทำงบดังกล่าว ศธ.ได้มีการปรับลดลงจากเดิมก่อนที่รัฐบาลจะเข้ามาบริหารงาน ประมาณ 0.3% โดยได้มีการไปปรับปรุงงบประมาณบางรายการ เช่น การลงทุน เรื่องการจัดทำฐานข้อมูลผ่านระบบคลาวด์ ซึ่งราคาสูง ก็เปลี่ยนไม่ลงทุนเอง แต่ให้บริษัท โทรคมนาคมแห่งชาติ จำกัด หรือ NT ลงทุน แล้ว ศธ.ไปเช่าของ NT ใช้ เพื่อจัดเก็บข้อมูลและพัฒนาแพลตฟอร์มเพื่อการเรียนรู้ เพราะเห็นว่าเป็นหน่วยงานรัฐเช่นเดียวกัน  ซึ่งการดำเนินการดังกล่าวคาดว่าจะสามารถประหยัดงบประมาณไปได้กว่า 3,000 – 4,000 ล้านบาท

“ทั้งนี้ การปรับลดงบดังกล่าวหลักๆ จะเป็นงบลงทุน ส่วนเงินอุดหนุนรายหัว หรืองบรายจ่ายประจำ ก็ไม่ได้มีการเปลี่ยนแปลง อย่างไรก็ตาม ในส่วนของงบประมาณปี 2567 จะยังไม่มีการจัดซื้อโน๊ตบุ๊ค หรือแท็บเล็ต แต่จะเป็นการพัฒนาแพลตฟอร์มหรือคอนเทนต์ เพื่อรองรับการจัดซื้อโน๊ตบุ๊ค หรือแท็บเล็ต ในปี 2568” โฆษก ศธ.กล่าว

สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่1แม่ฮ่องสอนจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์’พฤกษามหามงคล’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774864

สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่1แม่ฮ่องสอนจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์'พฤกษามหามงคล'

สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่1แม่ฮ่องสอนจัดพิธีเจริญพระพุทธมนต์’พฤกษามหามงคล’

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 12.09 น.

สำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน จัดโครงการพิธีเจริญพระพุทธมนต์ “พฤกษามหามงคล”ขึ้น เพื่อจัดเตรียมกล้าไม้มงคลที่ผ่านพิธีเจริญพระพุทธมนต์สำหรับเป็นของขวัญวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ.2567ให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตลอดจนเป็นการสร้างคุณค่าให้กับกล้าไม้ของกรมป่าไม้ สนับสนุนให้ประชาชนรักการปลูกต้นไม้และหวงแหนกล้าไม้ที่ได้รับ สามารถนำกลับไปปลูกในพื้นที่ของตนเพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับครอบครัว

วันที่ 13 ธ.ค.66 เวลา 09.00 น.นายเกษม คำมา ผู้อำนวยการสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน ได้มอบหมายให้ ว่าที่ร้อยตรี กฤต วงษาลังการ ผู้อำนวยการส่วนส่งเสริมการปลูกป่า เป็นประธานในพิธี เจริญพระพุทธมนต์ “พฤกษามหามงคล”พร้อมด้วย นายสุรัชฐนพ สิงหาคำ ผู้อำนวยการส่วนจัดการป่าชุมชน, นายทวีชัย กันทใจผู้อำนวยการศูนย์ป่าไม้แม่ฮ่องสอน , นายอนุสรณ์ ปูเครือ หัวหน้าสถานีเพาะชำกล้าไม้แม่ฮ่องสอน และ นายนิพนธ์ เฟื่องฟู ผู้อำนวยการส่วนการอนุญาต เพื่อจัดเตรียมกล้าไม้มงคลที่ผ่านพิธีเจริญพระพุทธมนต์สำหรับเป็นของขวัญวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2567ให้แก่ประชาชนในพื้นที่จังหวัดแม่ฮ่องสอน ตลอดจนเป็นการสร้างคุณค่าให้กับกล้าไม้ของกรมป่าไม้ สนับสนุนให้ประชาชนรักการปลูกต้นไม้และหวงแหนกล้าไม้ที่ได้รับ สามารถนำกลับไปปลูกในพื้นที่ของตนเพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับครอบครัว

ทั้งนี้ทางด้านกรมป่าไม้ โดยสำนักส่งเสริมการปลูกป่า มีภารกิจหลักด้านงานผลิตกล้าไม้ เพื่อสนับสนุนให้ประชาชนหน่วยงานภาครัฐ-ภาคเอกชน รัฐวิสาหกิจ ศาสนสถาน สถานศึกษา และหน่วยงานต่างๆ นำไปปลูกในพื้นที่รับผิดชอบร่วมกันเพื่อเพิ่มพื้นที่สีเขียว ดังนั้น จึงได้จัดทำ โครงการพิธีเจริญพระพุทธมนต์ “พฤกษามหามงคล” ขึ้นเพื่อจัดเตรียมกล้าไม้มงคลที่ผ่านพิธีเจริญพระพุทธมนต์สำหรับเป็นของขวัญวันขึ้นปีใหม่ พ.ศ. 2567 ให้แก่ประชาชนทั่วประเทศ ตลอดจนเป็นการสร้างคุณค่าให้กับกล้าไม้ของกรมป่าไม้ สนับสนุนให้ประชาชนรักการปลูกต้นไม้และหวงแหนกล้าไม้ที่ได้รับ สามารถนำกลับไปปลูกในพื้นที่ของตนเพื่อเสริมสร้างความเป็นสิริมงคลให้กับครอบครัวและดูแลรักษากล้าไม้ให้เติบโตเป็นต้นไม้ใหญ่ เมื่อประเทศไทยมีต้นไม้เพิ่มขึ้น ก็จะช่วยลดปัญหามลพิษ ลดบัญหาภาวะโลกร้อน

หลังเสร็จพิธี ทางสำนักจัดการทรัพยากรป่าไม้ที่ 1 สาขาแม่ฮ่องสอน ได้มอบกล้าไม้ให้กับผู้นำชุมชนในพื้นที่เพื่อนำไปปลูกในพื้นที่ของตนเอง เพื่อเป็นสิริมงคล ต่อไป 

จุฬาฯออกแบบ ‘แก้วน้ำกันสำลัก’ หวังลดอันตรายของผู้ป่วยระบบประสาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774750

จุฬาฯออกแบบ ‘แก้วน้ำกันสำลัก’  หวังลดอันตรายของผู้ป่วยระบบประสาท

จุฬาฯออกแบบ ‘แก้วน้ำกันสำลัก’ หวังลดอันตรายของผู้ป่วยระบบประสาท

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

แพทย์จุฬาฯ ออกแบบแก้วน้ำกันสำลัก เพิ่มคุณภาพชีวิต และความปลอดภัย ผู้ป่วยด้วยโรคทางระบบประสาท เช่น โรคพาร์กินสัน โรคอัลไซเมอร์ เป็นต้น โดยคำนวณมุมการไหลของน้ำ ปริมาณ และระยะเวลาการไหลของน้ำจากแก้วถึงริมฝีปาก หวังลดอัตราการสำลักที่อาจนำไปสู่ภาวะปอดบวม ปอดติดเชื้อ ติดเชื้อในกระแสโลหิต จนเป็นสาเหตุการเสียชีวิต

 ศาสตราจารย์ นายแพทย์ รุ่งโรจน์ พิทยศิริ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญทางด้านประสาทวิทยา และปัจจุบันดำรงตำแหน่งหัวหน้าศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันและกลุ่มโรคความเคลื่อนไหวผิดปกติ โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยกล่าวว่า อาการสำลักที่เกิดขึ้นในผู้สูงอายุผู้มีอาการกล้ามเนื้อคออ่อนแรงผู้ป่วยระบบประสาทที่กล้ามเนื้อทำงานไม่ประสานกัน เช่น คนไข้โรคพาร์กินสันและผู้มีภาวะกลืนยาก ผู้สูงวัยบางรายมีปัญหาเรื่องการกลืนยากและมีความเสี่ยงที่จะสำลักสูง จนแพทย์วินิจฉัยว่า เขาถึงจุดที่ควรใส่สายให้อาหารทางจมูก หรือเจาะหน้าท้องให้อาหารได้แล้ว แต่ครอบครัวคนไทยส่วนใหญ่กลัวการทำแบบนี้ และมักให้เหตุผลว่า สงสารผู้สูงวัย แต่ความสงสารนี้นำมาซึ่งความเสี่ยงที่สูงมากๆ

ศ.นพ.รุ่งโรจน์ กล่าวต่อไปว่า แก้วน้ำกันสำลัก ผลิตด้วยวัสดุประเภทเดียวกับขวดนมของเด็กทารก ดีไซน์ให้เหมือนแก้วน้ำปกติทั่วไป และใช้สีสันสดใสเพื่อกระตุ้นให้ผู้ใช้อยากดื่มน้ำมากขึ้น ให้ผู้ป่วยไม่รู้สึกว่ากำลังใช้อุปกรณ์ทางการแพทย์อยู่ สามารถพกไปใช้ที่ไหนก็ได้ ภายนอกจะดูไม่แตกต่างจากแก้วน้ำทั่วไป แต่ภายในมีกลไกพิเศษเพื่อกันการสำลัก ที่ทีมวิจัยได้ศึกษาและคำนวณอย่างละเอียด ไม่ว่าจะเป็นมุมการไหลของน้ำ ปริมาณน้ำ และระยะเวลาการไหลของน้ำจากแก้วมาถึงริมผีปากผู้ใช้งานที่เหมาะสม ผู้สูงวัยสามารถดื่มน้ำได้โดยไม่ต้องเงยคอ จะช่วยลดการสำลักลงได้มาก และที่สำคัญสามารถควบคุมปริมาณน้ำต่อการดื่มแต่ละครั้งให้ไม่มากจนเกินไป  และกำหนดเวลาในการดื่มให้ไม่เร็วเกินไปได้ด้วยปริมาณการดื่มที่เหมาะสม มุมที่เหมาะสม ท่าดื่มที่เหมาะสม เวลาดื่มที่ไม่เร็วจนเกินไป สิ่งที่จะช่วยให้ผู้สูงวัยหรือผู้ป่วยสำลักน้อยลง และแก้วน้ำกันสำลัก ยังมีดีไซน์พิเศษเพื่อช่วยผู้ป่วยพาร์กินสันด้วย โดยหูของแก้วน้ำมีลักษณะนูนขึ้นมา เพื่อช่วยคนไข้พาร์กินสันที่มีภาวะเกร็งกำมือได้ไม่สุด สามารถจับแก้วน้ำได้ถนัด มั่นคง และมั่นใจในการดื่มน้ำมากยิ่งขึ้น

ปัจจุบัน แก้วน้ำกันสำลักยังเป็นต้นแบบ (Prototype) ที่ผ่านการวิจัยขั้นแรก และกำลังอยู่ในช่วงการวิจัยทดสอบ (Testing) กับผู้ใช้งานจริงจำนวนมาก ทั้งคนไข้ที่อยู่ในโรงพยาบาลและคนไข้ที่นำแก้วน้ำไปใช้ในชีวิตประจำวัน โดยมีการติดเครื่องเซ็นเซอร์จับพฤติกรรมขณะดื่มน้ำไว้  และจะนำมาพัฒนาดีไซน์ที่เหมาะสมกับการใช้งานในชีวิตประจำวันให้มากที่สุด แล้วจึงต่อยอดการผลิตในระดับโรงงานอุตสาหกรรมต่อไป

สำหรับผู้ที่ต้องการเป็นส่วนหนึ่งของการทดสอบวิจัยแก้วน้ำกันสำลัก ติดต่อได้ที่  ศาสตราจารย์ นายแพทย์รุ่งโรจน์ พิทยศิริ ศูนย์ความเป็นเลิศทางการแพทย์โรคพาร์กินสันฯโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทยโทร.02-2564000 ต่อ 70702-3 โทรสาร 02-2564000 ต่อ 70704  โทรศัพท์มือถือ 081-1079999 Website : www.chulapd.org

นักศึกษาแพทย์ ม.วลัยลักษณ์ ชนะเลิศนวัตกรรมแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774751

นักศึกษาแพทย์ ม.วลัยลักษณ์  ชนะเลิศนวัตกรรมแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต

นักศึกษาแพทย์ ม.วลัยลักษณ์ ชนะเลิศนวัตกรรมแก้ไขปัญหาสุขภาพจิต

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นักศึกษาสำนักวิชาแพทยศาสตร์ชั้นปีที่ 1 มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ (มวล.) ประกอบด้วย นายกรวิชญ์ ด้วงฉีด นางสาวนันทน์ณิชา หยังหลัง นางสาวจีรณัชย์ ฤทธิเดช และนางสาวณิชาดา ตันติบรรพกุล ภายใต้ชื่อทีมป้าข้างบ้าน คว้ารางวัลชนะเลิศโครงการ Thailand Youth Policy Initiative (TYPI) เวทีประกวดนโยบายและนวัตกรรมทางสังคมของคนรุ่นใหม่ในการแก้ไขปัญหาสุขภาวะทางจิตในชุมชน ผ่านการจัดทำร่างนโยบายสาธารณะและนวัตกรรมทางสังคมในหัวข้อ “Community Mental Wellbeing” ซึ่งสมาพันธ์นิสิตนักศึกษาแพทย์นานาชาติแห่งประเทศไทย (International Federation of Medical Students’ Associations – Thailand) ร่วมกับภาคีเครือข่ายจัดขึ้น เมื่อเร็วๆ นี้ ที่กรุงเทพมหานคร

นวัตกรรมและนโยบายสาธารณะด้วยการแก้ปัญหาสุขภาวะทางจิตอย่างเป็นระบบ (Mental Wealth) ที่ได้รับรางวัลชนะเลิศดังกล่าว เป็นผลงานที่สร้างนวัตกรรมที่เกิดจากค่านิยมของคนไทยที่มองว่า “ป้าข้างบ้าน” เป็นคนอื่นที่มาสนใจเรื่องชาวบ้าน โดยการศึกษาชุมชนต้นแบบพบปัญหาสำคัญต่อสุขภาพจิต คือ ขาดแคลนความรู้และขาดการเข้าถึง ความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจและความปลอดภัย และการซ่อนเร้นความรู้สึกและผู้ป่วยแอบแฝง โดยมีหลักสำคัญคือ นโยบาย Community Heroes คือ ด้วยการให้อสม. เป็นแกนนำในการส่งเสริมสุขภาวะทางจิตร่วมกับทางกาย นโยบายวัคซีนใจคือ การมีพื้นที่ในการเป็นที่ปรึกษาทางใจให้กับชาวบ้าน พัฒนาการสื่อสารสร้างความเข้าใจ และ Protect your Heart เสนอให้มีการตรวจสุขภาพจิตในการตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อการคัดครอง Family First Safe หน่วยงานที่เกี่ยวกับเด็กและครอบครัว เข้ามาให้ความรู้พ่อแม่ในการมีบุตรตั้งแต่ก่อนและหลังตั้งครรภ์ เพื่อให้เด็กเติบโตอย่างมีคุณภาพ และ Mental Wealth for Education ส่งเสริมหลักสูตรที่เกี่ยวข้องกับสุขภาวะทางจิตในสถานศึกษา รวมทั้งสนับสนุนให้มีนักจิตวิทยาในโรงเรียน

‘ครูเบล’ครูติวสอบ AEIS สิงคโปร์ แนะการเตรียมตัวผู้สนใจเรียนต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774752

‘ครูเบล’ครูติวสอบ AEIS สิงคโปร์  แนะการเตรียมตัวผู้สนใจเรียนต่อ

‘ครูเบล’ครูติวสอบ AEIS สิงคโปร์ แนะการเตรียมตัวผู้สนใจเรียนต่อ

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ครูเบล ครูติวสอบ Admissions Exercise for International Students (AEIS) ของการเรียนประเทศสิงคโปร์ แนะผู้ปกครองที่ต้องการส่งบุตร-หลานไปเรียนต่อที่ประเทศสิงคโปร์ ที่มีระบบการศึกษาอยู่ในอันดับต้นๆ เด็กต้องเตรียมตัวตั้งแต่เนิ่นๆ 1-2 ปี ทั้งการติวภาษาอังกฤษ-คณิตศาสตร์ เพื่อสอบเข้าโรงเรียนรัฐบาล โรงเรียนเอกชน และโรงเรียนนานาชาติ ในประเทศสิงคโปร์

ศุภนุช ชือรัตนกุล (ครูเบล) อดีตนักศึกษาทุนแลกเปลี่ยน 10 ประเทศ และเป็นครูติวสอบ Admissions Exercise for International Students (AEIS)เข้าเรียนที่สิงคโปร์ เปิดเผยว่า ปัจจุบันการส่งลูกเข้าไปเรียนที่ประเทศนี้เป็นที่สนใจมากขึ้นทั่วโลก หลังจากจีนเปิดประเทศ โรงเรียนที่สิงคโปร์ ที่มีอยู่ 3 ประเภท คือ โรงเรียนรัฐบาล โรงเรียนเอกชน และโรงเรียนอินเตอร์ แต่ละแห่งจะมีความแตกต่างกัน

โรงเรียนรัฐบาลเป็นระบบการศึกษาที่ถือว่าดีมาก และคุ้มค่าที่สุดค่าเล่าเรียนพร้อมกินอยู่ งบประมาณอยู่ที่ 8-9 แสนบาทต่อปี แต่ต้องสอบแข่งขันกับเด็กทั่วโลกให้ผ่าน AEIS ให้ได้ก่อน ถือว่าสอบเข้ายากที่สุด มีทุนเรียนฟรี คือทุนอาเซียน (ASEAN Scholarship)ที่รัฐบาลให้จำนวนประมาณ 10 คนต่อปีสำหรับเด็กระดับชั้น ม.3 และ ม.5ที่เรียนเก่ง มี Profile ดี ทางรัฐบาลสิงคโปร์จะดูกิจกรรมที่ทำ (Portfolio) ไม่ว่าจะเป็นกิจกรรมวิชาการ การแข่งขันกีฬาและมีการสอบข้อเขียน เมื่อสอบข้อเขียนผ่านแล้ว ทางรัฐบาลสิงคโปร์จะเรียกไปสัมภาษณ์ที่สถานทูต เมื่อผ่านการสัมภาษณ์แล้วจะจัดหาโรงเรียนให้ตามลำดับต่อไป เช่น ถ้าได้ทุนเรียนฟรี ม.3 จะได้เข้าเรียน ม.3-ม.6 และอยู่ที่นั่นประมาณ 4 ปี ส่วนคนไหนที่อายุเกิน ยังสามารถสมัครรับทุนเรียนฟรี ม.5 ได้อีก ก็จะเรียนแค่ม.5-ม.6 ก็จบทุน ทุนอาเซียนเป็นที่นิยมกันอย่างมาก น้องๆ จึงควรเตรียมตัวให้พร้อมสำหรับการสอบ

โรงเรียนเอกชนที่ประเทศสิงคโปร์ ที่มีชื่อเสียงจะมี 2 แห่ง ได้แก่ โรงเรียน SANYU Adventist School, โรงเรียน St Francis Methodist School ทั้ง 2 โรงเรียนนี้มีข้อดีคือใช้ระบบการเรียนของรัฐบาลสิงคโปร์ แต่ต้องสอบเข้าตรงกับทางโรงเรียน มีค่าใช้จ่ายสูงกว่าโรงเรียนรัฐ ผู้ปกครองต้องเตรียมประมาณ 1.2 ล้านบาทต่อปี (รวมค่าเรียนและกินอยู่) ที่ผ่านมามีเด็กไทยนิยมเข้าโรงเรียน SANYU มากพอสมควร

สำหรับโรงเรียนอินเตอร์ที่สิงคโปร์ จะใช้ระบบเช่นเดียวกับโรงเรียนของรัฐบาล เป็นที่นิยมของเด็กไทย เช่น ACS International School, Hwa Chong International School โรงเรียนนานาชาติก็ต้องสอบเข้า แต่ข้อสอบไม่ยากเท่าโรงเรียนของรัฐบาล ข้อเสียคือค่าใช้จ่ายสูงประมาณ 1.6 ล้านบาทต่อปี (ทั้งค่าเทอม และค่ากินอยู่) อีกอย่างการไปเรียนที่ประเทศสิงคโปร์ หอพักภายในโรงเรียนจะไม่มี เพราะเป็นประเทศเล็ก เดินทางสะดวก เด็กๆ จะพักกับ Host Family ซึ่งเป็นมืออาชีพในการดูแลเด็ก ทำอาหารให้ ดูแลความเป็นอยู่

ม.มหาสารคาม ทำบุญครบรอบ 55 ปี

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774753

ม.มหาสารคาม ทำบุญครบรอบ 55 ปี

ม.มหาสารคาม ทำบุญครบรอบ 55 ปี

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม ทำบุญตักบาตรพระสงฆ์ จำนวน 9 รูปในโอกาส วันคล้ายวันสถาปนามหาวิทยาลัยมหาสารคาม ครบรอบ 55 ปีวันที่ 9 ธันวาคม 2566 โดยมี รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล ผู้รักษาราชการแทนอธิการบดี เป็นประธานในพิธี พร้อม กรรมการสภามหาวิทยาลัย ผู้ทรงคุณวุฒิ ผู้บริหาร คณาจารย์ บุคลากร ศิษย์เก่า นิสิต และนักเรียนมหาวิทยาลัยมหาสารคาม ร่วมพิธี

กรุงศรี-สจล. ร่วมมือทางวิชาการ และสร้างนวัตกรรมด้าน Tech Ecosystem

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774755

กรุงศรี-สจล. ร่วมมือทางวิชาการ  และสร้างนวัตกรรมด้าน Tech Ecosystem

กรุงศรี-สจล. ร่วมมือทางวิชาการ และสร้างนวัตกรรมด้าน Tech Ecosystem

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรุงศรี (ธนาคารกรุงศรีอยุธยาจำกัด (มหาชน) และบริษัทในเครือ)ร่วมมือกับสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง หรือ สจล. สร้างความเข้มแข็งให้กับ Tech Ecosystem ของประเทศไทย ผ่านการสนับสนุนด้านการศึกษา งานวิจัย การสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ รวมถึงการแบ่งปันความรู้และโอกาสให้กับนักศึกษา ชุมชน และสังคม เพื่อต่อยอดการเติบโตของทั้งสองสถาบัน พร้อมเป็นส่วนหนึ่งที่ช่วยขับเคลื่อนประเทศไทยสู่โลกอนาคตอย่างยั่งยืนด้วยองค์ความรู้และนวัตกรรม

ดร.วศิน อุดมรัชตวนิชย์ ประธานคณะเจ้าหน้าที่ด้านทรัพยากรบุคคล ธนาคารกรุงศรีอยุธยา จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า ตลาดแรงงานด้านเทคโนโลยีสารสนเทศหรือ Tech Talent มีความต้องการสูง กรุงศรี และบริษัทในเครือ จึงเปิดโอกาสให้นักศึกษาได้พัฒนาต่อยอดความรู้ความสามารถ และได้ลงมือทำงานในสภาพแวดล้อมจริง แก้ไขปัญหาไปกับทีมงาน นอกจากนี้ ยังพร้อมส่งเสริมงานวิจัยทางด้านเทคโนโลยี เพื่อนำไปต่อยอดเป็นนวัตกรรมใหม่ๆ ทั้งนี้เพื่อเป้าหมายในการสร้าง Tech Ecosystem ที่เอื้อต่อการพัฒนาธุรกิจและประเทศต่อไป

รศ.ดร.คมสัน มาลีสี อธิการบดีสถาบันเทคโนโลยีพระจอมเกล้าเจ้าคุณทหารลาดกระบัง กล่าวว่า การร่วมมือกับกรุงศรีในครั้งนี้ สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ของ สจล. ในการเป็นผู้นำนวัตกรรมระดับโลก หรือ The World Master Of Innovation และด้วยความมุ่งมั่นที่จะพัฒนาประเทศด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรม วิจัย สจล. พร้อมเดินหน้าร่วมสร้างเครือข่ายการทำงานทั้งในระดับประเทศและระดับโลก เพื่อผลิตทรัพยากรมนุษย์ที่มีความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีควบคู่จริยธรรม และรักษาไว้ซึ่งศิลปวัฒนธรรมอันดีของประเทศ

โครงการความร่วมมือในครั้งนี้มีการดำเนินงานแบบเป็นรูปธรรมผ่านกิจกรรมต่างๆ อาทิ การจัดตั้งโครงการศึกษาและวิจัยร่วมกัน เพื่อพัฒนาเทคโนโลยีทางด้านวิทยาศาสตร์ วิศวกรรมศาสตร์ และสารสนเทศ และด้านอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องการจัดตั้งโปรแกรมการฝึกอบรม สัมมนา พัฒนาบุคลากรและนักศึกษาร่วมกัน การสนับสนุนการเริ่มต้นธุรกิจใหม่ (Startup) ให้แก่นักศึกษาและบุคลากรจากทั้งธนาคารและบริษัทในเครือ และสจล. เป็นต้น

สมศ. รับสมัครประธานและกรรมการ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774754

สมศ. รับสมัครประธานและกรรมการ

สมศ. รับสมัครประธานและกรรมการ

วันพุธ ที่ 13 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา หรือ สมศ. รับสมัครบุคคลเพื่อเข้ารับการคัดเลือกเป็นประธานกรรมการและกรรมการพัฒนาระบบการประเมินคุณภาพการศึกษาระดับอุดมศึกษา จำนวน 10 ตำแหน่ง ดังนี้ ประธานกรรมการ จำนวน 1 ตำแหน่ง และ กรรมการ จำนวน 9 ตำแหน่ง ผู้ที่สนใจสมัครได้ตั้งแต่บัดนี้จนถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566 สอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ ฝ่ายเลขานุการฯ โทรศัพท์ 02-2163955 ต่อ 264 หรือต่อ 290