กองทุนพัฒนาสื่อฯ เร่งพัฒนาบุคลากรวงการสื่อ จัดเสวนา ‘Bridging Humanity and AI’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774808

กองทุนพัฒนาสื่อฯ เร่งพัฒนาบุคลากรวงการสื่อ จัดเสวนา 'Bridging Humanity and AI'

กองทุนพัฒนาสื่อฯ เร่งพัฒนาบุคลากรวงการสื่อ จัดเสวนา ‘Bridging Humanity and AI’

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 20.19 น.

กองทุนพัฒนาสื่อฯ เร่งพัฒนาบุคลากรวงการสื่อ จัดเสวนา “Bridging Humanity and AI”

กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์เร่งพัฒนาบุคลากรวงการสื่อ เตรียมรับมือเทคโนโลยี AI (Artificial intelligence) หรือ ปัญญาประดิษฐ์ที่ก้าวมาสู่สังคมดิจิทัลอย่างรวดเร็ว จัดเสวนา “Bridging Humanity and AI” จะเป็นอย่างไร เมื่อปัญญามนุษย์และ ปัญญาประดิษฐ์ร่วมมือกันสร้างสรรค์สื่อ เพื่อพัฒนาให้เกิดการใช้งานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เจาะกลุ่ม ผู้ผลิตสื่อทั้ง Pre-Production, Production และ Post-Production โดยเชิญวิทยากรผู้เชี่ยวชาญมาให้ความรู้ ตลอด 2 วันเต็ม ณ โรงแรมโซฟิเทล กรุงเทพ สุขุมวิท 

ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ กล่าวว่า “ในปัจจุบัน เทคโนโลยี AI [Artificial intelligence] หรือ ปัญญาประดิษฐ์เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันและถูกนำมาใช้ในการทำงาน มากขึ้น กองทุนสื่อ ได้เล็งเห็นถึงความสำคัญต่อการพัฒนาศักยภาพบุคลากรด้านสื่อ จึงจัดงานเสวนา “Bridging Humanity and AI” จะเป็นอย่างไร เมื่อปัญญามนุษย์และปัญญาประดิษฐ์ร่วมมือกันสร้างสรรค์สื่อ เพื่อเตรียมความพร้อมให้บุคลากรในวงการสื่อได้ปรับตัว เสริมความรู้ ความเข้าใจ และสามารถใช้งาน  AI ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ซึ่งจะส่งผลดีต่อภาพรวมของเศรษฐกิจและสังคมไทยในระยะยาวต่อไป

ในการจัดเสวนา “Bridging Humanity and AI” จะเป็นอย่างไรเมื่อปัญญามนุษย์และปัญญาประดิษฐ์ ร่วมมือกันสร้างสรรค์สื่อ ได้เชิญวิทยากรผู้มีความรู้และประสบการณ์ในการทำงาน มาแลกเปลี่ยนประสบการณ์ ในการใช้งาน ได้แก่

เสวนาหัวข้อ“การเข้ามาของ AI ในวงการสื่อแบบ 360 องศา โดย ดร.ธนกร ศรีสุขใส ผู้จัดการกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์, ผศ.ดร. สุกรี สินธุภิญโญ กรรมการสมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) อาจารย์คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย, นายนพ ธรรมวานิช กรรมการสมาคมผู้ประกอบการแอนิเมชั่นและคอมพิวเตอร์ กราฟฟิกส์ไทย (TACGA) อาจารย์คณะดิจิทัลมีเดียและศิลปะภาพยนตร์  มหาวิทยาลัยกรุงเทพ และนางสาวภาพเพรง เลี้ยงสุข Program Director บริษัท เทคซอส มีเดีย จํากัด

• บรรยายในหัวข้อ AI กับ Data-driven เตรียมพร้อมทุกการแข่งขัน โดย นายพงษ์ปิติ ผาสุขยืด ผู้ก่อตั้ง Ad Addict

• บรรยายในหัวข้อ AI ผู้ช่วยบริหารกับการจัดการมืออาชีพ” โดย นายโชค วิศวโยธิน กรรมการผู้จัดการ บริษัท บัณฑิต เซ็นเตอร์ จํากัด

• บรรยายหัวข้อ ใช้ AI Tools ทางเลือกใหม่ในงาน Pre-Production  โดย ผศ.ดร.กิตติพงษ์ สุวรรณราช ผู้อำนวยการโครงการจัดตั้งศูนย์เทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏพิบูลสงคราม 

• บรรยายหัวข้อ “ศาสตร์ & ศิลป์ การสร้างภาพจาก AI” โดย นายเมธากวี สีตบุตร Prompt Engineer ผู้สร้างสรรค์ผลงานจาก AI 

• บรรยายหัวข้อ “เล่าเรื่องด้วย Generative AI” โดย 
คุณกุลพงษ์ ไวยามัจมัยกุล Virtual Art Director และคุณกฤษฏิ์พิชญ์ นิพิษฐานันท์ ผู้อำนวยการฝ่ายสร้างสรรค์ บริษัท กันตนา โพสต์ โปรดักชั่น (ไทยแลนด์) จํากัด 

• บรรยายหัวข้อ “จริยธรรมในการใช้ AI” โดย 
ผศ.ดร.รัชฎา คงคะจันทร์ อุปนายก สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) ผู้อำนวยการหลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิตสาขาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ข้อมูล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์

• เสวนาหัวข้อ “Generative AI ใช้อย่างไรไม่ละเมิดลิขสิทธิ์” โดย ผศ.ดร.รัชฎา คงคะจันทร์ อุปนายก สมาคมปัญญาประดิษฐ์ประเทศไทย (AIAT) ผู้อำนวยการหลักสูตรวิทยาศาสตร์บัณฑิตสาขาวิทยาศาสตร์และนวัตกรรม ข้อมูล มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์, ตัวแทนกรมทรัพย์สินทางปัญญา และ นายอัศวิน อัศวพิทยานนท์ Senior Graphic Designer บริษัท ดาต้าเอ็กซ์ จำกัด

กลุ่มเป้าหมายที่เข้าร่วมงานเสวนา “Bridging Humanity and AI” จะเป็นอย่างไร เมื่อปัญญามนุษย์และ ปัญญา ประดิษฐ์ร่วมมือกันสร้างสรรค์สื่อ โดยมุ่งเน้นไปที่กลุ่มบุคลากรในวงการสื่อไม่ว่าจะเกี่ยวข้องทางใด ทั้งทางตรงหรือทางอ้อม เช่นสื่อมวลชน, สื่อออนไลน์, คอนเทนครีเอเตอร์ หรือผู้ผลิตสื่อ ทั้งในส่วนของ Pre-production ,Production และ Post-Production และอื่น ๆ ทั้งนี้ คาดหวังว่า ผู้เข้าร่วมงานครั้งนี้ จะได้ความรู้เพิ่มเติมเกี่ยวกับ AI และเห็นถึงมุมมองต่าง ๆ ได้รู้จัก พร้อมทดลองใช้ Tools และสามารถเลือก ลักษณะ AI ที่สอดคล้องกับการทำงาน นำมาปรับใช้เพื่อช่วยในการผลิตสื่อได้อย่างปลอดภัยและสร้างสรรค์ 

สำหรับกองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ มีพันธกิจสนับสนุนและสร้างการมีส่วนร่วมของภาคีเครือข่าย ทุกภาคส่วนในการผลิต พัฒนาเนื้อหา และส่งเสริมผู้ผลิตสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ด้วยนวัตกรรม เพื่อพัฒนาไปสู่สังคมแห่งการ เรียนรู้ อีกทั้ง พัฒนาองค์ความรู้ด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ การเฝ้าระวังสื่อไม่ปลอดภัย และทักษะการรู้ เท่าทันสื่อแก่เด็กและเยาวชน รวมถึงประชาชนทั่วไป อีกทั้งพัฒนาองค์กรไปสู่องค์กรที่มีขีดสมรรถนะสูง เพื่อการขับเคลื่อนภารกิจด้านสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ ผ่านยุทธศาสตร์ 5 ด้าน ได้แก่  ส่งเสริมการผลิต, ส่งเสริมการวิจัย, เสริมสร้างการรู้เท่าทันสื่อ, ส่งเสริมการมีส่วนร่วม และสร้างมูลค่าเพิ่มของสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์  ทั้งนี้ ในการจัด ร่วมงานเสวนา “Bridging Humanity and AI” นับเป็นอีกกิจกรรมในการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ ของ  กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์ สำหรับผู้สนใจ กิจกรรม หรือ ข้อมูลรายละเอียด สามารถติดตามได้ที่  Website : www.thaimediafund.or.th  FACEBOOK : กองทุนพัฒนาสื่อปลอดภัยและสร้างสรรค์

‘ท่านอ้น’ซึ้งใจ!! คุณลุงหนองคาย ‘ขอซับเหงื่อ’ เหมือนที่เคยทำให้ท่านตอนเด็กๆ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774722

'ท่านอ้น'ซึ้งใจ!! คุณลุงหนองคาย 'ขอซับเหงื่อ' เหมือนที่เคยทำให้ท่านตอนเด็กๆ

‘ท่านอ้น’ซึ้งใจ!! คุณลุงหนองคาย ‘ขอซับเหงื่อ’ เหมือนที่เคยทำให้ท่านตอนเด็กๆ

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 16.48 น.

“ท่านอ้น”ซึ้งใจ คุณลุงจังหวัดหนองคาย “ขอซับเหงื่อ” เหมือนที่เคยทำมา

“ท่านอ้น” วัชเรศร วิวัชรวงศ์  มีโอกาสเดินทางไปร่วมกิจกรรมในพื้นที่จังหวัดหนองคาย โดยได้มอบเครื่องผลิตออกซิเจน 10 ลิตร ให้กับโรงพยาบาล 5 แห่ง ในจังหวัดหนองคาย หลังจากนั้น ได้เปิดโอกาสให้ชาวบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ จังหวัดหนองคาย ได้พบปะพูดคุยและถ่ายรูปอย่างเป็นกันเอง โดยระหว่างพูดคุยกับชาวบ้านมีคุณลุงท่านหนึ่งได้มา “ขอเช็ดเหงื่อ” ให้ท่านอ้น ซึ่งแม้จะแปลกใจแต่ท่านอ้นก็ได้เปิดโอกาสให้คุณลุงได้เช็ดเหงื่อท่านด้วยผ้าขาวม้าที่ชาวบ้านเตรียมมาอย่างดี จากการพูดคุยสอบถามจึงได้ทราบว่า สาเหตุที่คุณลุงได้มา “ขอเช็ดเหงื่อ” ให้ท่านอ้น เนื่องจากตอนท่านอ้นเด็กๆ คุณลุงก็เคยได้เช็คเหงื่อให้ท่านอ้นมาแล้ว 

เรืออากาศโท สุริยะ ใจดี หรือ คุณลุงเช็ดเหงื่อ เดิมทำงานเป็นช่างประจำเครื่องบิน F5 ที่เคยเข้าเฝ้ารับใช้ใกล้ชิดเมื่อตอนที่ท่านอ้นยังเป็นเด็กๆ ทำให้มีโอกาสได้เจอกับท่านอ้นและพี่น้องที่มายังลานจอดเครื่องบิน ด้วยอากาศในลานจอดเครื่องบินที่ค่อนข้างร้อน ทำให้ท่านอ้นมักมีเหงื่อออกมาก คุณลุงสุริยะ จึงได้มีโอกาสช่วยเช็ดเหงื่อให้กับท่านและในวันนี้แม้เกษียณอายุราชการมานาน แต่การได้กลับมาพบกับท่านอ้นที่เติบโตเป็นผู้ใหญ่แล้ว ได้เดินทางมาถึงหมู่บ้านที่ตนอยู่ ทำให้คุณลุงสุริยะ ยังคงคิดถึงเหตุการณ์ตอนที่ท่านอ้นยังเป็นเด็ก ยิ่งได้มาเห็นท่านให้ความเป็นกันเอง พบปะผู้คุยกับชาวบ้านท่ามกลางอากาศที่ร้อน ทำให้คุณลุงอยากเข้าไปช่วยเช็ดเหงื่อให้ท่าน เหมือนที่เคยได้ทำตอนที่ท่านยังเด็กๆ เรื่องราวดังกล่าว ได้สร้างความประทับใจให้กับท่านอ้นเป็นอย่างมาก จึงได้พูดคุยย้อนอดีตอย่างมีความสุขกับคุณลุงสุริยะ นับเป็นภาพประทับใจที่ชาวบ้านหม้อ อำเภอศรีเชียงใหม่ หนองคายได้พบในวันนี้

‘ทิชา’ นำทีมยื่น 7 ข้อ เรียกร้อง รมว.ศึกษาฯ รื้อใหญ่ระบบแจ้งเหตุ วอนศธ. ปกป้องเด็กมากกว่าห่วงชื่อเสียงโรงเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/774668

'ทิชา' นำทีมยื่น 7 ข้อ เรียกร้อง รมว.ศึกษาฯ รื้อใหญ่ระบบแจ้งเหตุ  วอนศธ. ปกป้องเด็กมากกว่าห่วงชื่อเสียงโรงเรียน

‘ทิชา’ นำทีมยื่น 7 ข้อ เรียกร้อง รมว.ศึกษาฯ รื้อใหญ่ระบบแจ้งเหตุ วอนศธ. ปกป้องเด็กมากกว่าห่วงชื่อเสียงโรงเรียน

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 13.26 น.

‘ทิชา’ นำทีมยื่น 7 ข้อ เรียกร้อง รมว.ศึกษาฯ รื้อใหญ่ระบบแจ้งเหตุ  วอนศธ. ปกป้องเด็กมากกว่าห่วงชื่อเสียงโรงเรียน เป็นเจ้าทุกข์ช่วยคดีนักเรียนถูกละเมิดทางเพศ ประสานช่วยเหลือ เยียวยา พร้อมวางมาตรการป้องกันแก้ไขที่ปฏิบัติได้จริง

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค.2566 ที่กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) นางทิชา ณ นคร ที่ปรึกษามูลนิธิเด็ก เยาวชน และครอบครัว พร้อมด้วย น.ส.อังคะนา อินทะสา หัวหน้าฝ่ายส่งเสริมความเสมอภาคระหว่างเพศ มูลนิธิหญิงชายก้าวไกล พร้อมด้วยตัวแทนภาคีเครือข่ายองค์กรด้านเด็ก  สตรี ครอบครัว กว่า 40 คน ยื่นหนังสือที่มีองค์กรด้านเด็ก สตรี ครอบครัว และภาคประชาสังคม กว่า 100 องค์กร ร่วมลงชื่อ ถึงพล.ต.อ.เพิ่มพูน ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อแสดงจุดยืน และข้อเรียกร้องต่อ ศธ. ภายหลังศาลจังหวัดมุกดาหาร มีคำพิพากษา เมื่อวันที่ 8 ธ.ค.2566 ให้จำคุกจำเลย 6 ราย แบ่งเป็นครู 4 คน รุ่นพี่ 2 คน ตลอดชีวิต และให้ชดใช้ค่าเสียหายทางแพ่งรวมกว่า 3 ล้านบาท พร้อมดอกเบี้ยร้อยละ 7.5 ต่อปี ฐานก่อเหตุข่มขืน รุมโทรม นักเรียน 3 คนต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2562-2563 โดยมีนายสิริพงศ์ อังคสกุลเกียรติ ผู้ช่วยรัฐมนตรีประจำศธ. ในฐานะโฆษกศธ. รับเรื่องแทน 

นางทิชา กล่าวว่า การที่ศาลตัดสินถือเป็นความสำเร็จระดับปัจจัยเจก แต่หากต้องการให้โรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดภัยสำหรับเด็กอย่างแท้จริง ศธ. ต้องส่งสัญญาณเพื่อแก้ปัญหาเรื่องดังกล่าว ทั้งนี้ทางเครือข่ายยุติความรุนแรงทางเพศในสถานศึกษา กว่า 100 องค์กร เห็นว่า เหตุการณ์แบบนี้เกิดขึ้นบ่อยกับนักเรียนในความดูแลของศธ. และเกิดจากการกระทำของบุคลากรทางการศึกษาเอง สะท้อนถึงความรุนแรงทางเพศที่ฝังรากลึกในระบบการศึกษาไทย เครือข่ายจึงมีข้อเรียกร้อง ดังนี้

1.เมื่อเกิดเหตุความรุนแรงต่อเด็กนักเรียนที่เป็นการละเมิดกฎหมายให้ศธ. ทำหน้าที่เป็นเจ้าทุกข์ร่วมในการแจ้งความและฟ้องดำเนินคดีทางอาญา ประสานให้ความช่วยเหลือทางกฎหมายแก่เด็กผู้เสียหายและผู้ปกครอง ช่วยจัดการให้ถึงความคุ้มครองสวัสดิภาพและได้รับการเยียวยาทางจิตใจโดยด่วน

2.หากสอบสวนพบครูหรือบุคลากรทางการศึกษาอื่นล่วงละเมิดทางเพศต่อนักเรียน  ให้ศธ.ลงโทษทางวินัยขั้นสูงสุด ถอดถอนใบอนุญาตประกอบวิชาชีพครู ไม่ให้ปฏิบัติงานในตำแหน่งที่เกี่ยวข้องกับนักเรียนโดยเด็ดขาด

3. รัฐมนตรีหรือผู้บริหารระดับสูงของศธ.รีบดำเนินการเอาผิด ป้องกันไม่ให้เกิดการแทรกแซงช่วยเหลือผู้กระทำผิด ต้องรีบลงพื้นที่สร้างขวัญกำลังใจให้กับผู้เสียหาย ครอบครัว รวมถึงครู นักเรียนที่ไม่ได้กระทำผิด  

4.เร่งจัดเวทีระดมสมองจากภาคส่วนที่เกี่ยวข้อง เพื่อพัฒนานโยบาย และมาตรการเชิงรุกในการป้องกัน แก้ไขปัญหาที่ปฏิบัติได้จริง สำหรับโรงเรียนทุกแห่งทั่วประเทศ

5.ทบทวนการทำงานของศูนย์คุ้มครองและช่วยเหลือนักเรียนซึ่งถูกล่วงละเมิดทางเพศ (ศคพ.) และพัฒนาให้มีความเป็นอิสระ เป็นมิตรต่อผู้เสียหาย มีองค์กรภายนอกที่เชี่ยวชาญด้านสิทธิเด็กและแก้ปัญหาความรุนแรงทางเพศเข้าร่วมตรวจสอบข้อเท็จจริง 

6.ให้การศึกษาแก่ครูและผู้บริหารโรงเรียนทั่วประเทศเกี่ยวกับหลักการและแนวปฏิบัติเพื่อคุ้มครองสิทธิเด็ก การเคารพความเสมอภาคมทางเพศ และมีแนวปฏิบัติเพื่อสร้างให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยจากความรุนแรงทางเพศ 

และ7.ขอให้ประชาชน ผู้ปกครอง ช่วยจับตา สอดส่องความผิดปกติของครู นักเรียน และโรงเรียนที่อาจนำไปสู่การคุกคามทางเพศ เพื่อให้เกิดการป้องปราม ตัดวงจรที่จะนำไปสู่ความเสียหาย 

ด้าน น.ส.อังคะนา กล่าวว่า ทางมูลนิธิฯ เคยมาที่นี่เมื่อหลายปีก่อน และพยายามจะให้การแก้ปัญหาความรุนแรงในโรงเรียน ซึ่งเกิดขึ้นจริง มีข้อมูลว่า ผู้ก่อเหตุ ส่วนใหญ่จะเป็นบุคลากรทางการศึกษา ทั้งนี้ทางมูลนิธิฯ เราคาดหวังและมีความหวังให้ศธ.มีกลไกทำงานขับเคลื่อนทั้งเชิงรุกและเชิงรับ ให้โรงเรียนเป็นพื้นที่ปลอดภัยกับเด็กๆ อย่างแท้จริง

อย่างไรก็ตาม จากการรวบรวมข่าวความรุนแรงทางเพศ ปี2564 จากหนังสือพิมพ์ 13 ฉบับ พบข่าวความรุนแรงทางเพศรวม 98 ข่าว กว่าครึ่งหนึ่งกลุ่มผู้ถูกกระทำอายุระหว่าง 11-15 ปี ร้อยละ 60 ผู้ถูกกระทำเป็นเด็ก วัยรุ่น และนักเรียน ร้อยละ 16 ของข่าวผู้กระทำเป็นบุคลากรทางการศึกษา และเมื่อลงรายละเอียดพบว่า เครื่องดื่มแอลอฮอล์ ยาเสพติดเป็นปัจจัยสำคัญในการก่อเหตุถึงร้อยละ 38 และร้อยละ 19 ตามลำดับ สอดคล้องกับกรณีมุกดาหาร ที่พบว่าหลังบ้านพักครูจะพบกองขวดเหล้าเบียร์จำนวนมาก จุดที่น่าสังเกตุคือเหตุการณ์นี้ไม่ได้เพิ่งเกิดขึ้นแค่ครั้งเดียว ทำไมคนในพื้นที่จึงไม่เห็นความผิดปกติ ดังนั้นการมีส่วนรวมของชุมชน คนในพื้นที่ นักเรียนรวมถึงครูที่ไม่ได้อยู่ในขบวนการจึงมีความสำคัญมาก  

นายสิริพงศ์ กล่าวว่า  รัฐมนตรีว่าการศธ.ให้ความสำคัญกับเรื่องนี้เป็นพิเศษ ตามนโยบายเรียนดี มีความสุข และแน่นอนว่าความสุขในสถานศึกษา และความสุขของผู้เรียนจะเกิดขึ้นไม่ได้ ถ้ายังมีการใช้ความรุนแรงในโรงเรียน หรือมีการคุกคามทางเพศในสถานศึกษา ทั้งนี้กรณีที่ศาลมีคำพิพากษาออกมาแล้ว ส่วนตัวมองว่า ไม่ใช่เรื่องที่น่ายินดี แต่เป็นเรื่องที่น่าเศร้าสลดที่สุดในกระบวนการศึกษา ตลอดเวลา 3 เดือนที่ผ่านมา รัฐมนตรีว่าการศธ. ให้ความสำคัญกับเรื่องเหล่านี้มาก ทุกวันจะมีเรื่องร้องเรียนเข้ามาที่ ศูนย์ความปลอดภัย หรือ MOE Safety Center  ซึ่งจะมีเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแลโดยเร็วที่สุด

โดยจะมีบางกรณีที่คล้ายกับมุกดาหาร แนวทางของศธ. มีความชัดเจนว่า เมื่อมีประจักษ์พยายนชัด จะแยกผู้ล่วงละเมิดออกจากเหยื่อก่อน และสั่งให้ออกจากราชการไว้ก่อน โดยที่ยังไม่ต้องเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ตรงนี้แสดงให้เห็นว่า ศธ.ใช้ยาแรงเพื่อที่จะป้องปรามผู้ที่ก่อเหตุในลักษณะนี้ อย่างไรก็ดีเรื่องนี้เป็นเรื่องใหญ่ศธ. ยินดีที่จะเป็นกลไกสำคัญที่จะทำให้โรงเรียนเป็นสถานที่ปลอดภัยอย่างแท้จริง —017

บุคคลในข่าว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/lifestyle/2747282

"ธีระพงศ์-วัลลิยา ปังศรีวงศ์" มอบเงินและเวชภัณฑ์ให้โรงพยาบาล 100 แห่ง

13 ธ.ค. 2566 04:54 น.

“ธีระพงศ์-วัลลิยา ปังศรีวงศ์” มอบเงินและเวชภัณฑ์ให้โรงพยาบาล 100 แห่ง

@ธีระพงศ์-วัลลิยา ปังศรีวงศ์ มอบเงินและเวชภัณฑ์ให้โรงพยาบาล 100 แห่ง รวมมูลค่า 20 ล้านบาท ในโอกาสครบรอบ 100 ปี บริษัท บี.เอ็ล.ฮั้ว โดยมี รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์, นพ.ขจร อินทรบุหรั่น และ ผศ.นพ.สนั่น วิสุทธิศักดิ์ชัย มารับมอบด้วย ที่โรงแรมเคปเฮาส์ วันก่อน.@

หนังสือพิมพ์ ไทยรัฐ ยักษ์ใหญ่ สารพัดสีขายดีที่สุด ยุคนักการเมืองตระบัดสัตย์เฟื่องฟู ฉบับนี้ประจำวันพุธที่ 13 ธันวาคม 2566

  • สภาผู้แทนราษฎรยุคนักการเมืองตระบัดสัตย์ เพิ่งเปิดสมัยประชุมเทอมสองไปเมื่อวาน โดยที่ ยังไม่มีผลงานเป็นชิ้นเป็นอัน ที่ เป็นประโยชน์ต่อประเทศชาติและประชาชน ถือเป็น สภาผู้แทนราษฎรชุดที่ไร้ประสิทธิภาพยิ่งกว่าสภายุค คสช. ทั้งที่ ฝ่ายรัฐบาลมีเสียงข้างมากในสภา แต่กลับไร้ผลงาน
  • เละเป็นโคลน ก๊อ พรรคประชาธิปัตย์ จากการตระบัดสัตย์ เมื่อ เฉลิมชัย ศรีอ่อน อดีตเลขาธิการพรรค ที่เคยประกาศจะเลิกเล่นการเมือง หลังนำพรรคประชาธิปัตย์พ่ายแพ้การเลือกตั้งยับเยิน ได้ สส.เพียง 25 คน เป็น สส.บัญชีรายชื่อแค่ 3 คน จับมือกับ 21 สส.ในพรรคได้รับเลือกเป็น หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ ส่งผลให้ อภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ อดีตหัวหน้าพรรค ประกาศลาออกจากสมาชิกพรรคกลางที่ประชุม ล่าสุดสมาชิกพรรคลาออกกัน 7 คนแล้ว รวมทั้ง สาธิต ปิตุเตชะ และ สาทิตย์ วงศ์หนองเตย
โอทอป ชาดา ไทยเศรษฐ์ รมช.มหาดไทย แถลงข่าวจัดงาน OTOP City 2023 “ช้อปสนุก…ส่งสุขท้ายปีสินค้าดีจากภูมิปัญญาไทย” ระหว่าง 16-24 ธ.ค. ที่ศูนย์แสดงสินค้าอิมแพ็คเมืองทองธานี โดยมี ชัยวัฒน์ ชื่นโกสุม มาร่วมแถลงด้วย ที่ลานอีเดน เซ็นทรัลเวิลด์ วันก่อน.
  • ชวน หลีกภัย อดีตนายกฯ อดีตหัวหน้าพรรคประชา ธิปัตย์ ให้สัมภาษณ์นักข่าวกรีดยับ ที่ประชาธิปัตย์ได้รับการยอมรับความเป็นสถาบันการเมืองไม่ใช่เพราะอยู่นานเสมอไป ถ้าอยู่นานแล้วโคตรโกง โกงทั้งโคตร หัวหน้าติดคุก ก็ไม่มีใครยอมความเป็นสถาบันการเมือง ก็ไม่รู้ นายหัวชวน กรีดพรรคไหน “ไต้ฝุ่น” ฟังแล้วงง
  • แต่ที่ไม่งงเมื่อ นายหัวชวน ให้สัมภาษณ์ต่อว่า หัวหน้าพรรคคนใหม่ก็ยืนยันในที่ประชุมเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ตนก็ฝากให้กรรมการบริหารพรรคหลายท่านในชุดนี้ช่วยกันดูแล เพราะที่ผ่านมามีข่าวลือเกี่ยวกับรัฐบาลในส่วนที่ประชาธิปัตย์ ดูแลอยู่ไม่น้อย อันนี้ “ไต้ฝุ่น” ก็ไม่รู้ นายหัวชวน หมายถึงใครในพรรคประชาธิปัตย์ แต่ดูรูปทรงที่แตกกันแบบนี้ อนาคตพรรคประชาธิปัตย์คงจะกลับมารุ่งยากแน่นอน
ภูมิใจที่สุด ดร.อาทิตย์ อุไรรัตน์ อธิบการบดีกิตติคุณผู้ก่อตั้งมหาวิทยาลัยรังสิต เป็นประธานในพิธีประสาทปริญญาให้ผู้สำเร็จการศึกษา ประจำปี 2566 โดยมี ประกิต หลิมสกุล เข้ารับปริญญาศิลปศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชานิเทศศาสตร์ ที่มหาวิทยาลัยรังสิต วันก่อน.
  • ขยันออกโปรเจกต์ใหม่ออกมาเรื่อย นายกฯนิด เศรษฐา ทวีสิน เมื่อวานก็แถลงใหญ่ โครงการแก้หนี้ในระบบ อีกโปรเจกต์ จุลพันธ์ อมรวิวัฒน์ รัฐมนตรีช่วยคลัง เผย เป็นลูกหนี้เอสเอ็มอีรหัส 21 ที่อยู่ใน โครงการสินเชื่อสู้ภัยโควิด ที่ปล่อยกู้ผ่าน ธนาคารออมสิน และ ธ.ก.ส. คนละ 10,000 บาท พบว่าลูกหนี้ 1 ล้านรายเป็นหนี้เสียวงเงิน 50,000–60,000 ล้านบาท กระทรวงการคลังจะเข้าไปตัดหนี้ให้ ก๊อเอาเงินภาษีของประชาชนไปใช้หนี้แทนอีกตามเคย หาเสียงแบบไม่ต้องรับผิดชอบอย่างนี้ใครๆก็ทำเป็น
  • ฮัดเช้ย นายกฯนิด เศรษฐา ทวีสิน อุตส่าห์ไปอ้อนถึงอเมริกา วันวาน เจนเซน หวง ซีอีโอของ Nvidia บริษัทผลิตชิปปัญญาประดิษฐ์ยักษ์ใหญ่ของสหรัฐฯ ออกมาประกาศชัดเจน เอ็นวิเดียตัดสินใจเลือกไปลงทุนที่เวียดนามแทนประเทศไทย จะร่วมมือกับบริษัทเทคโนโลยีชั้นนำของเวียดนามพัฒนาบุคลากรด้าน AI และโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลมากขึ้น เสน่ห์ประเทศไทยมีแต่จางลงไปเรื่อยๆในสายตาของนักลงทุนยักษ์ใหญ่ เพราะอะไร “ไต้ฝุ่น” ว่า รัฐบาลเพื่อไทย และ นายกฯเศรษฐา คงต้องกลับไปพิจารณานโยบายรัฐบาลเสียใหม่มั้ง ทำไมนักลงทุนต่างชาติไม่ชอบ
ครบวงจร สุเวทย์ ธีรวชิรกุล, วิจักษณ์ ประดิษฐวณิช, ศ.นพ.ปิยะมิตร ศรีธรา และ รศ.นพ.สุรศักดิ์ ลีลาอุดมลิปิ เปิด “Ramathibodi Health space@ Paradise Park” ศูนย์ดูแลสุขภาพครบวงจรนอกพื้นที่ รพ.เพื่อประชาชนพื้นที่ศรีนครินทร์ให้เข้าถึงบริการได้สะดวกรวดเร็วมากขึ้น ที่พาราไดซ์ พาร์ค วันก่อน.
  • บรรทัดนี้ “ไต้ฝุ่น”ขอแสดงความยินดีกับ สาระ ล่ำซำ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.เมืองไทยประกันชีวิต ที่ได้รับเลือกเป็น นักการเงินแห่งปี 2566 Financier of the Year 2023 จาก วารสารการเงินธนาคาร ด้วยผลงานยอดเยี่ยมมากมาย ทั้งต่อสังคมส่วนรวมและองค์กร เป็นการรับรางวัล “นักการเงินแห่งปี” จาก วารสารการเงินธนาคาร เป็นครั้งที่ 2 ครั้งแรกได้รับเมื่อปี 2566
  • แชมป์อีกปี “ไต้ฝุ่น” ขอแสดงความยินดีกับ สารัชถ์ รัตนาวะดี รองประธานกรรมการและประธานเจ้าหน้าที่บริหาร บมจ.กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลลอปเมนท์ (GULF) ที่คว้าแชมป์ “เศรษฐีหุ้นไทย 2023” ไปครองอีกปีเป็นปีที่ 5 ด้วยความมั่งคั่งกว่า 190,000 ล้านบาท รวยลดลงจากปีที่แล้วกว่า 28,000 ล้านบาท ทิ้งห่างที่ 2 นิติ โอสถานุเคราะห์ ที่มีความมั่งคั่งกว่า 61,000 ล้านบาท ไปถึง 3 เท่าตัว เฉพาะหุ้น GULF ตัวเดียวก็มีมูลค่า 190,000 ล้านบาทแล้ว ถ้านับครบถ้วนทุกตัวจะรวยกว่านี้อีกหลายเท่า
ร้อยปี ธีระพงศ์-วัลลิยา ปังศรีวงศ์ มอบเงินและเวชภัณฑ์ให้โรงพยาบาล 100 แห่ง รวมมูลค่า 20 ล้านบาท ในโอกาสครบรอบ 100 ปี บริษัท บี.เอ็ล.ฮั้ว โดยมี รศ.นพ.ฉันชาย สิทธิพันธุ์, นพ.ขจร อินทรบุหรั่น และ ผศ.นพ.สนั่น วิสุทธิศักดิ์ชัย มารับมอบด้วย ที่โรงแรมเคปเฮาส์ วันก่อน.
  • งานนี้ใครอยากกู้ไปกู้ได้ ใครอยากลงทุนไปลงทุนได้ กฤษฎา จีนะวิจารณะ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงการคลัง เป็นประธานเปิดงาน มหกรรมการเงินส่งท้ายปี ครั้งที่ 6 Money Expo Year–End 2023 จัดโดย วารสารการเงินธนาคาร ภายใต้แนวคิด Green Finance for Green Living “การเงินสีเขียว เพื่อชีวิตสีเขียว” ณ Hall 7 ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันพรุ่งนี้ พฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม เวลา 11.00 น. มีโปรโมชันพิเศษมากมายสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ เงินฝากดอกเบี้ยสูง โดยเฉพาะ การลงทุนในกองทุนรวมเพื่อลดหย่อนภาษี ในงานนี้ถือเป็นโค้งสุดท้ายแล้ว
  • พรอนงค์ บุษรา ตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. เปิดเผยว่า กองทุนรวมไทยเพื่อความยั่งยืน (TESG) ที่ออกมาใหม่ล่าสุด เปิดขายตั้งแต่ 8 ธันวาคมที่ผ่านมา มีทั้งหมด 22 กองทุนจาก 16 บลจ. ถ้าลงทุนใน กองทุนรวม TESG ภายในวันที่ 31 ธันวาคมปีนี้ สามารถนำไปหักลดไปลดหย่อนภาษีเงินได้ในปีภาษี 2566 ได้อีก 100,000 บาท หรือไม่เกิน 30% ของเงินได้พึงประเมิน ถ้าใช้สิทธิเต็มที่ จะหักลดหย่อนได้ทั้ง หมดสูงถึง 600,000 บาทเลยทีเดียว คุ้มยิ่งกว่าคุ้ม อนาคตมีเงินก้อนโตใช้อีกต่างหาก
แม่นยำ มาซาทากะ อากิยามะ, ทัตสึฮิโกะ เซเอกิ และ โซ มารูโอะ เปิดตัวเทคโนโลยี AI ของฟูจิฟิล์ม สำหรับส่องกล้องทางเดินอาหารเพิ่มความแม่นยำในการวินิจฉัยเพื่อตรวจหามะเร็งในระยะเริ่มต้น ในงาน The Asian Pacific Digestive Week 2023 ที่ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ วันก่อน.
  • อรรถพล ฤกษ์พิบูลย์ ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. จัดงานฉลองครบรอบ 45 ปี ปตท. อย่างยิ่งใหญ่อลังการเมื่อวานนี้ ที่เพลนนารี ฮอลล์ ศูนย์การประชุมแห่งชาติสิริกิติ์ มีการแสดงละครเวทีเรื่อง “Power of Love 45 ปี รักนี้ไม่มีหมด” และ คอนเสิร์ตเบิร์ด ธงไชย × อิ้งค์ วรันธร ด้วย
  • มูลนิธิร่วมจิตต์ น้อมเกล้าฯ เพื่อเยาวชน กำหนดจัดพิธีบำเพ็ญกุศลอุทิศถวาย พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าสุทธสิริโสภา และ พระวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าวิมลฉัตร อดีตประธานมูลนิธิร่วมจิตต์น้อมเกล้าฯ วันศุกร์ที่ 15 ธันวาคม เวลา 15.00 น. ที่พระวิหารวัดราชบพิธสถิตมหาสีมาราม
กินปลาทู ศิริศักดิ์ ศิริมังคะลา รอง ผวจ.สมุทรสงคราม เปิดงาน “เทศกาลกินปลาทูและของดีเมืองแม่กลอง” ครั้งที่ 25 เพื่อชูอัตลักษณ์ของดีประจำจังหวัด โดยมี กรกฎ วงษ์สุวรรณ, สำฤทธิ์ ราชสมณะ, อุทัย ดำรงธรรม และ ทสม์ เจริญช่าง มาร่วมงานด้วย ที่หน้าศาลากลาง จ.สมุทรสงคราม วันก่อน.
  • บนแผงวันนี้ วารสารการเงินธนาคาร ฉบับธันวาคม 500 เศรษฐีหุ้นไทย 2023 และ นักการเงินแห่งปี 2566 ภาพพิธีมอบรางวัลเกียรติยศในตลาดทุนไทย SET Awards 2023 และเศรษฐกิจโลกปี 2024, Gourmet & Cuisine ส่งท้ายปีเก่าด้วยการ ชวนไปปาร์ตี้ทาปาสรับปีใหม่ 2024 จองเชฟเทเบิลไปฉลองที่บ้าน รู้จักแฮมหมูดำสุดยอดของสเปน, ข้ามห้วงมหรรณพ พาสัมผัสเส้นทางธรรมชาติในดินแดนแห่งประวัติศาสตร์เมืองผู้ดีที่ Scotland, ต่วยตูนพิเศษ มนต์ดำจากแม่มดคำสาปนางเงือกและผู้ครองชีวิตอมตะ, หนังสือ การพัฒนาองค์กร โดยเดชา เดชะวัฒนไพศาล
เพลิดเพลิน ปริญ มาลากุล ณ อยุธยา และ ภัททภาณี เอกะหิตานนท์ เปิดตัว “Heineken Experience Pop-Up Store” พร้อมเสิร์ฟประสบการณ์สดใหม่ไม่เหมือนใคร เติมเต็มทุกไลฟ์สไตล์ให้คนรุ่นใหม่ โดยมี อรธิรา ภาคสุวรรณ และ สุธาวดี ศิริธนชัย มาร่วมงานด้วย ที่เอ็มสเฟียร์ วันก่อน.


“ไต้ฝุ่น”

ยิว-ฮามาสอาจหยุดโจมตีช่วงวันคริสต์มาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2747482

ยิว-ฮามาสอาจหยุดโจมตีช่วงวันคริสต์มาส

13 ธ.ค. 2566 10:13 น.

ยิว-ฮามาสอาจหยุดโจมตีช่วงวันคริสต์มาส

เมื่อ 12 ธ.ค. สำนักข่าวต่างประเทศรายงานการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติ (ยูเอ็นจีเอ) นครนิวยอร์ก สหรัฐฯ มีการเจรจาหารือและลงมติที่ไม่มีผลผูกพันทางกฎหมาย โดยเรียกร้องให้มีการหยุดยิงเพื่อมนุษยธรรมระหว่างกองทัพอิสราเอลกับกองกำลังติดอาวุธปาเลสไตน์กลุ่มฮามาสทันทีในฉนวนกาซา เน้นย้ำให้ทั้งอิสราเอลและกลุ่มฮามาสปฏิบัติตามกฎหมายระหว่างประเทศ โดยเฉพาะการปกป้องพลเรือน เรียกร้องให้ปล่อยตัวประกันที่กลุ่มฮามาสและกลุ่มอื่นๆ คุมขังในฉนวนกาซาทันทีอย่างไม่มีเงื่อนไข รวมถึงเปิดช่องทางช่วยเหลือด้านมนุษยธรรม

ก่อนหน้านี้เมื่อ 8 ธ.ค. มีการลงมติเรียกร้องการหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาทันที ในการประชุมคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติ (ยูเอ็นเอสซี) ที่นายอันโตนิโอ กูเตร์เรส เลขาธิการองค์การสหประชาชาติ (ยูเอ็น) ใช้อำนาจตามกฎบัตรยูเอ็น มาตรา 99 เรียกประชุมยูเอ็นเอสซี เนื่องจากเห็นว่าการสู้รบระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาเสี่ยงเป็นภัยคุกคามต่อสันติภาพและความมั่นคงระหว่างประเทศ แต่สหรัฐฯ ซึ่งเป็นสมาชิกถาวรของยูเอ็นเอสซีใช้สิทธิวีโตขัดขวางมติดังกล่าว บ่งชี้ว่าในการประชุมสมัชชาใหญ่สหประชาชาติครั้งนี้ สหรัฐฯ ก็ไม่เห็นด้วยกับการหยุดยิงในฉนวนกาซา กระนั้นสหรัฐฯ มีจุดยืนเรียกร้องให้อิสราเอลคำนึงถึงความปลอดภัยของพลเรือนในฉนวนกาซา

ขณะที่สำนักข่าวการ์เดียนรายงานอ้างผู้แทนในการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสว่า การกลับมาเจรจาหยุดยิงระหว่างทั้ง 2 ฝ่ายในฉนวนกาซาอาจยังไม่เกิดขึ้นในเร็ววันนี้ คาดว่าการเจรจาจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่ออิสราเอลปฏิบัติการทางทหารจนบรรลุเป้าหมายคือการจับกุมหรือสังหารผู้นำกลุ่มฮามาสให้สิ้นซาก ทั้งนี้ สหรัฐฯ เชื่อว่าอิสราเอลจะกำจัดฮามาสได้สำเร็จ ซึ่งจะส่งผลให้มีการเจรจาข้อตกลงหยุดยิงในช่วงก่อนวันคริสต์มาส ขณะที่ยังคาดการณ์ช่วงเวลาอื่นๆ ที่เป็นไปได้เช่นกัน

ด้านสำนักข่าวบีบีซีรายงานอ้างเจ้าหน้าที่ระดับสูงปาเลสไตน์ว่า ยังไม่มีการกลับมาเจรจาหยุดยิงระหว่างอิสราเอลกับกลุ่มฮามาสอีกครั้งในเวลานี้ แต่ผู้ไกล่เกลี่ยการเจรจาอย่างกาตาร์และอียิปต์กำลังวินิจฉัยความเป็นไปได้ของข้อตกลงที่จะไม่ส่ง

ผลเสียต่อการเจรจาพักรบ ทั้งนี้ กลุ่มฮามาสพร้อมยอมรับข้อตกลงที่รับประกันว่าจะมีการหยุดการโจมตีทันทีในฉนวนกาซา โดยฮามาสเชื่อว่าอิสราเอลจะจำยอมต่อข้อตกลงหยุดยิง เพราะอิสราเอลไม่สามารถใช้กำลังทางทหารเพื่อช่วยเหลือตัวประกันทั้งหมดที่ยังถูกคุมขังในฉนวนกาซาได้อย่างแน่นอน.

สั่งเจ้าชายแฮร์รีจ่ายค่าดำเนินคดีฟ้องหมิ่นประมาท

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2747479

สั่งเจ้าชายแฮร์รีจ่ายค่าดำเนินคดีฟ้องหมิ่นประมาท

13 ธ.ค. 2566 10:11 น.

สั่งเจ้าชายแฮร์รีจ่ายค่าดำเนินคดีฟ้องหมิ่นประมาท

ความคืบหน้าคดีความที่เจ้าชายแฮร์รี ดยุกแห่งซัสเซกซ์ พระโอรสองค์เล็กของสมเด็จพระเจ้าชาร์ลส์ที่ 3 กษัตริย์แห่งสหราชอาณาจักรและเครือจักรภพ ยื่นฟ้องต่อสื่ออย่างน้อย 7 คดี ตั้งแต่ปี 2562 นั้น สำนักข่าวต่างประเทศรายงานเมื่อ 12 ธ.ค.ว่า ผู้พิพากษาศาลไฮคอร์ท กรุงลอนดอน อังกฤษ มีคำสั่งให้เจ้าชายแฮร์รีชำระค่าใช้จ่ายทางกฎหมายจำนวน 48,447 ปอนด์ (ราว 2.172 ล้านบาท) ให้กับบริษัทแอสโซซิเอเต็ด นิวสเปเปอร์ส ผู้จัดพิมพ์ นสพ.เดลี เมล์ ภายในวันที่ 29 ธ.ค.นี้ หากทั้ง 2 ฝ่าย ไม่สามารถ ตกลงเรื่องจำนวนเงินกันได้

ก่อนหน้านี้เจ้าชายแฮร์รีและเมแกน มาร์เคิล พระชายา ที่ขอถอนตัว จากการเป็นสมาชิกชั้นสูงของราชวงศ์อังกฤษตั้งแต่ปี 2563 ฟ้องหมิ่นประมาทจากบทความที่พูดถึงคดีที่เจ้าชายแฮร์รีฟ้องรัฐบาลอังกฤษที่ทำให้พระองค์ไม่ได้รับการอารักขาจากตำรวจอังกฤษในระดับเดิมเทียบเท่าสมาชิกราชวงศ์ชั้นสูงพระองค์อื่นในระหว่างพระองค์ประทับในอังกฤษ ด้านทนายของสื่ออังกฤษโต้ว่าเป็นการแสดงความคิดเห็นอย่างตรงไปตรงมาและไม่ทำให้พระองค์เสื่อมเสียชื่อเสียง อย่างไรก็ตาม ศาลสั่งให้ไต่สวนคดีนี้อย่างเต็มรูปแบบในเดือน พ.ค.-ก.ค.ปีหน้า ใช้เวลาประมาณ 3-4 วัน.

ปล่อยข่าวเปลี่ยนตัว “โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี” ผู้นำยูเครน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2747476

ปล่อยข่าวเปลี่ยนตัว "โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี" ผู้นำยูเครน

13 ธ.ค. 2566 10:09 น.

ปล่อยข่าวเปลี่ยนตัว “โวโลดิเมียร์ เซเลนสกี” ผู้นำยูเครน

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. สื่อท้องถิ่นรัสเซียรายงานบทสัมภาษณ์นายเซอร์เก นาริชกิน ผู้อำนวยการสำนักงานข่าวกรองฝ่ายต่างประเทศ (SVR) ของรัสเซีย ถึงทิศทางของความขัดแย้งในยูเครน โดยนายนาริชกินอ้างว่ารัฐบาลชาติตะวันตกกำลังพิจารณาหารือความเป็นไปได้เรื่องการเปลี่ยนตัวผู้นำยูเครน หลังเชื่อว่านายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ล้ำเส้นมากไปในการสร้างภาพลักษณ์ว่าตนคือนักการเมืองสายเหยี่ยวที่จะไม่ยอมประนีประนอมกับรัสเซีย และจากข้อมูลข่าวกรองของสหรัฐฯนั้นพบว่าชาติตะวันตกกำลังชั่งน้ำหนักเรื่องการแช่แข็งสงครามยูเครนเอาไว้ก่อน

ทั้งนี้ นายนาริชกินยังอ้างต่อไปว่า การเปลี่ยนตัวผู้นำยูเครนยังมาจากปัจจัยที่ว่า นายเซเลนสกีไม่สามารถคว้าชัยชนะในปฏิบัติการตีโต้ช่วงเดือน มิ.ย.-ต.ค.ได้ตามที่สัญญาไว้ รวมถึงปัญหาการคอร์รัปชันวงกว้างในยูเครน และความกระด้างกระเดื่องของนายเซเลนสกีที่มีต่อสปอนเซอร์ชาติตะวันตก ประเด็นการเปลี่ยนตัวผู้นำยูเครนถูกหยิบยกมาหารือในการประชุม รมว.ต่างประเทศชาติสมาชิกองค์การสนธิสัญญาแอตแลนติกเหนือ (NATO) ที่กรุงบรัสเซลส์ เบลเยียม เมื่อเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา โดยมีการเสนอว่าผู้ที่จะมารับบทบาทแทนอาจเป็นได้ทั้ง พล.อ.วาเลรี ซาลุชนี ผู้บัญชาการสูงสุดกองทัพยูเครน หรือนายคิริล บูดานอฟ ผู้อำนวยการข่าวกรองยูเครน.

ออสเตรเลียคัดกรองเข้มต่างชาติ รวมทั้ง นร. หวังจำกัดจำนวนผู้อพยพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2747143

ออสเตรเลียคัดกรองเข้มต่างชาติ รวมทั้ง นร. หวังจำกัดจำนวนผู้อพยพ

13 ธ.ค. 2566 08:00 น.

ออสเตรเลียคัดกรองเข้มต่างชาติ รวมทั้ง นร. หวังจำกัดจำนวนผู้อพยพ

  • รัฐบาลออสเตรเลียตั้งเป้าจะลดการรับผู้อพยพลงครึ่งหนึ่งภายในสองปี เพื่อพยายามแก้ไขระบบตรวจคนเข้าเมืองที่ขาดประสิทธิภาพของประเทศ
  • โดยตัวเลขที่ตั้งเป้าเอาไว้ให้เกิดขึ้นภายในปี 2025 คือการลดจำนวนผู้อพยพให้เหลือเพียง 250,000 ราย ซึ่งใกล้เคียงกับระดับก่อนเกิดการแพร่ระบาดของโควิด-19
  • มาตรการใหม่ครั้งนี้จะมีผลกับนักเรียนนักศึกษาต่างชาติที่จะศึกษาต่อในออสเตรเลีย รวมถึงแรงงานทักษะต่ำที่จะเข้ามาทำงาน ซึ่งจะต้องเจอกับกฎใหม่ในการออกวีซ่าที่เข้มงวดมากขึ้น เพื่อเป็นการคัดกรองเบื้องต้น

ออสเตรเลียมีการเพิ่มจำนวนผู้อพยพรายปีเมื่อปีที่แล้ว เพื่อช่วยให้ภาคธุรกิจต่างๆ สามารถรับพนักงานเพิ่มเพื่อเติมเต็มปัญหาการขาดแคลน หลังจากการระบาดใหญ่ของโควิด-19 ทำให้มีการควบคุมชายแดนที่เข้มงวด จนกีดกันนักเรียนและแรงงานต่างชาติไม่ให้เข้าประเทศเป็นเวลาเกือบสองปี แต่การหลั่งไหลเข้ามาอย่างกะทันหันของแรงงานต่างชาติและนักศึกษา ได้เพิ่มแรงกดดันต่อตลาดการเช่าที่อยู่อาศัยที่คับคั่งอยู่แล้ว ส่งผลให้คนไร้บ้านเพิ่มมากขึ้นในประเทศ

จากผลสำรวจของหนังสือพิมพ์ซิดนีย์ มอร์นิง เฮรัลด์ เมื่อเร็วๆ นี้ ระบุว่า ผู้มีสิทธิเลือกตั้งชาวออสเตรเลีย 62% ต่างเห็นว่าจำนวนผู้อพยพในประเทศมากเกินไปแล้ว

ออสเตรเลียต้องเผชิญกับปัญหาผู้อพยพที่พุ่งสูงทำสถิติตลอดช่วงหลายปีที่ผ่านมา จนเกิดปัญหาต่อการจัดการที่อยู่อาศัยและเบียดเบียนระบบโครงสร้างพื้นฐานของชาวออสเตรเลีย ซึ่งถึงแม้จะมีผู้อพยพเข้ามาเป็นพลเมืองออสเตรเลียมากขึ้น แต่ออสเตรเลียกลับยังต้องเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงานที่มีทักษะขั้นสูง จนทางการต้องหาวิธีในการดึงดูดใจคนกลุ่มนี้

แคลร์ โอนีล รัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทยของออสเตรเลีย ระบุว่า ทางรัฐบาลได้วางกลยุทธ์รับมือผู้อพยพเป็นแผน 10 ปีขึ้นมาใหม่ หลังจากที่พบว่ารัฐบาลชุดก่อนได้สะสมปัญหาเรื่องนี้เอาไว้ใต้พรม โดยจากการตรวจสอบพบว่าระบบในการคัดกรองผู้อพยพที่ผ่านมาไร้ประสิทธิภาพ ทั้งมีความซับซ้อนยุ่งยากโดยไม่จำเป็น ดำเนินการล่าช้า และขาดประสิทธิภาพ จนต้องมีการปฏิรูปครั้งใหญ่

จากข้อมูลที่บันทึกไว้จนถึงเดือนมิถุนายน ปี 2023 พบว่ามีผู้อพยพเข้ามาทำงาน หรือตั้งรกรากยังออสเตรเลียสูงถึง 510,000 คน ในช่วง 1 ปี ซึ่งรัฐบาลชุดนี้ตั้งเป้าที่จะลดจำนวนผู้อพยพให้อยู่ในจำนวนจำกัด โดยจะตัดลดลงมาราว 50 เปอร์เซ็นต์

หนึ่งในมาตรการใหม่เพื่อคัดกรองผู้อพยพก็คือ การเพิ่มระดับความยากในการทดสอบความสามารถด้านภาษาอังกฤษ สำหรับนักเรียนนักศึกษาจากต่างชาติที่จะมาศึกษาต่อที่ออสเตรเลีย และการมีการตรวจสอบอย่างรัดกุมมากขึ้น สำหรับผู้ที่จะขอต่อวีซ่าเป็นครั้งที่ 2 โดยจะต้องมีหลักฐานยืนยันการศึกษาต่อ และให้เหตุผลหรือแรงบันดาลใจที่ต้องการศึกษาต่อ หรือเพื่อต่อยอดในอาชีพ โดยปัจจุบันมีนักเรียนนักศึกษาต่างชาติศึกษาต่อในออสเตรเลียราว 650,000 คน โดยส่วนใหญ่มีการต่อวีซ่าครั้งที่ 2

นอกจากนี้การยื่นขอวีซ่าสำหรับแรงงานที่มีความเชี่ยวชาญพิเศษ หรือทักษะที่จำเป็น โดยเฉพาะแรงงานที่มีทักษะสูงในด้านแวดวงเทคโนโลยี และด้านสาธารณสุข จะมีการปรับข้อเสนอหรือแรงจูงใจด้วยโอกาสที่ดีขึ้นในการเป็นผู้พำนักถาวร ซึ่งคาดว่ามาตรการใหม่นี้จะช่วยดึงดูดแรงงานในสาขาอาชีพที่เป็นที่ต้องการในออสเตรเลีย ลดความเสี่ยงของการแสวงหาผลประโยชน์สำหรับผู้ที่มาอาศัย ทำงาน และเรียนหนังสือในประเทศลงได้

แดน เทฮาน โฆษกฝ่ายค้านด้านการย้ายถิ่น ระบุว่า รัฐบาลทำงานช้าเกินไปในการปรับปรุงนโยบายผู้อพยพ เพราะถ้าเปรียบเทียบผู้อพยพเป็นม้า มันก็วิ่งควบไปไกลแล้ว ไม่ใช่แค่รัฐบาลจะจับมันไม่ได้ แต่ยังหามันไม่เจออีกด้วย

โดยความนิยมของรัฐบาลพรรคแรงงานลดน้อยลง นับตั้งแต่การเลือกตั้งเมื่อปีที่แล้ว และในช่วงไม่กี่สัปดาห์ที่ผ่านมา รัฐบาลยิ่งถูกกดดันจากหลายภาคส่วนให้ลดการอพยพย้ายถิ่นชั่วคราว เพื่อช่วยบรรเทาวิกฤติที่อยู่อาศัยของออสเตรเลีย

อย่างไรก็ตาม สภาธุรกิจแห่งออสเตรเลีย มองว่าประเด็นผู้อพยพกำลังถูกใช้เป็นแพะรับบาป จากการขาดการลงทุนในที่อยู่อาศัยราคาไม่แพง และนโยบายที่อยู่อาศัยที่ไม่ตอบโจทย์คนในพื้นที่มานานหลายทศวรรษ การแก้ปัญหาด้วยการจำกัดจำนวนผู้อพยพเพียงอย่างเดียว จึงอาจจะยังไม่เพียงพอที่จะแก้ปัญหาให้ครอบคลุมทั้งหมด แต่เป็นเพียงงานแรกๆ ที่รัฐบาลต้องเร่งมือแก้ปัญหา มิเช่นนั้นอาจจะกระทบต่อเสถียรภาพและคะแนนความนิยมของรัฐบาล ทั้งๆ ที่เพิ่งเข้ามาบริหารประเทศได้เพียงไม่นาน.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : BBCReuters1news

ที่ประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็น ผ่านมติเรียกร้องหยุดยิงอิสราเอล-ฮามาส เพื่อมนุษยธรรม

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2747457

ที่ประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็น ผ่านมติเรียกร้องหยุดยิงอิสราเอล-ฮามาส เพื่อมนุษยธรรม

13 ธ.ค. 2566 07:38 น.

ที่ประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็น ผ่านมติเรียกร้องหยุดยิงอิสราเอล-ฮามาส เพื่อมนุษยธรรม

ที่ประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็น ลงมติเสียงส่วนใหญ่ รับรองมติเรียกร้องให้มีการหยุดยิงในสงครามอิสราเอล-ฮามาส ตามจุดประสงค์ด้านมนุษยธรรม หลังจากเมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมาทางคณะมนตรียูเอ็นพยายามผ่านมติคล้ายกันนี้ แต่ถูกสหรัฐฯ ใช้สิทธิวีโต้

เมื่อวันที่ 12 ธ.ค. 2566 ที่ประชุมสมัชชาใหญ่องค์การสหประชาชาติ ลงมติเสียงส่วนใหญ่ หรือเกิน 2 ใน 3 รับรองมติ เรียกร้องให้มีการหยุดยิงในสงครามอิสราเอล-ฮามาส ตามจุดประสงค์ด้านมนุษยธรรม โดยในการลงมติครั้งนี้ มีประเทศสนับสนุน 153 เสียง ไม่เห็นด้วย 10 เสียง และงดออกเสียง 23 เสียง

โดยร่างมติฉบับนี้มีเนื้อหาที่แสดงถึง ความวิตกกังวลอย่างมากเกี่ยวกับสถานการณ์ด้านมนุษยธรรมในระดับวิบัติหายนะในฉนวนกาซา และความทุกข์ทรมานของพลเรือนปาเลสไตน์ นอกจากนี้ ยังเน้นย้ำความจำเป็นที่จะปกป้องพลเรือนทั้งอิสราเอลและปาเลสไตน์ ภายใต้อำนาจของกฎหมายระหว่างประเทศ

สำนักข่าว CNN รายงานว่า มตินี้ยังเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวประกันทั้งหมดโดยเร็วแบบไม่มีเงื่อนไข และให้มีการเปิดทางให้กับความช่วยเหลือด้านมนุษยธรรมทั้งหลายด้วย

ทั้งนี้ เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา คณะมนตรีความมั่นคงยูเอ็นไม่สามารถผ่านมติคล้ายๆ กันนี้ออกมาได้ หลังสหรัฐฯ ใช้สิทธิ์วีโต้ แต่ในการประชุมสมัชชาใหญ่ยูเอ็นนั้นไม่มีการให้สิทธิ์วีโต้ใดๆ.

ปิดการประชุม COP28 แบบไร้ข้อสรุปหลังการถกเถียงเรื่องแผนลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2747458

ปิดการประชุม COP28 แบบไร้ข้อสรุปหลังการถกเถียงเรื่องแผนลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

13 ธ.ค. 2566 07:38 น.

ปิดการประชุม COP28 แบบไร้ข้อสรุปหลังการถกเถียงเรื่องแผนลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

การประชุมสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 28 หรือ “COP28” ปิดฉากลงอย่างไร้ข้อสรุป ในขณะที่คณะเจรจาต้องต่อเวลาเพื่อจัดทำร่างปฏิญญาที่ประชุม หลังจากนานาประเทศยังมีความคิดเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับแผนการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล

เมื่อวันที่ 12 ธันวาคม 2566 การประชุมสมัชชาประเทศภาคีอนุสัญญาสหประชาชาติว่าด้วยการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศสมัยที่ 28 หรือ COP28 ที่นครดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ ปิดฉากลงอย่างไร้ข้อสรุป ในขณะที่คณะเจรจาต้องต่อเวลาเพื่อจัดทำร่างปฏิญญาที่ประชุม หลังจากนานาประเทศยังมีความคิดเห็นแตกต่างกันเกี่ยวกับแผนการลดการใช้เชื้อเพลิงฟอสซิลและหาข้อสรุปไม่ได้

โดยการประชุมครั้งนี้ได้รับการจับตามอง เนื่องจากเป็นครั้งแรกที่ตัวแทนจากเกือบ 200 ประเทศ ตั้งแต่สหรัฐฯ สหภาพยุโรป และประเทศหมู่เกาะขนาดเล็ก พยายามจะผลักดันการยุติการใช้น้ำมันเป็นการถาวร แต่กลับเจอกระแสต่อต้านจากประเทศสมาชิกกลุ่มเอเปกและพันธมิตร

ทางด้านคณะทำงานเปิดเผยว่า ร่างปฏิญญาฉบับใหม่จะเสร็จสิ้นในวันพรุ่งนี้ หลังการหารือต่อเพื่อจัดทำข้อสรุปในประเด็นการลดใช้เชื้อเพลิงฟอสซิล.