Silver Voyage Club ผนึกกำลังเชฟดังระดับโลก เนรมิตงานดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกลางทะเลทรายซาอุฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774499

Silver Voyage Club ผนึกกำลังเชฟดังระดับโลก เนรมิตงานดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกลางทะเลทรายซาอุฯ

Silver Voyage Club ผนึกกำลังเชฟดังระดับโลก เนรมิตงานดินเนอร์สุดเอ็กซ์คลูซีฟกลางทะเลทรายซาอุฯ

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ลักซ์ซัวรี่ไลฟ์สไตล์ เซอรวิส สุดหรู Silver Voyage Club ร่วมกับ Dinner Incredible และ Royal Protocol แห่งราชอาณาจักรซาอุดีอาระเบีย กับครั้งแรกของโลกในการเนรมิตดินเนอร์สุดพิเศษกลางเมืองทะเลทราย อัลลูล่า ดินแดนที่เต็มไปด้วยประวัติศาสตร์ยาวนานกว่า 7,000 ปีกับการนำเชฟระดับโลก 12 คนจากทั่วทุกทวีป ทั้งประเทศ บราซิล กานาอิตาลี ฝรั่งเศส เยอรมนี รัสเซีย ญี่ปุ่น ออสเตรเลีย อียิปต์ มารวมตัวกันรังสรรค์อาหารในแบบฉบับของตัวเองและการใช้วัตถุดิบจากท้องถิ่นเป็นส่วนผสม โดยใช้เวลาการเตรียมงานกว่า 6 เดือนของทีมท้องถิ่นและทีมเชฟจากทั่วโลก

งานครั้งนี้ถูกรังสรรค์ขึ้นในฉบับ Dinner incredible ที่ถูกจัดขึ้นเป็นครั้งที่ 3 และได้เลือกประเทศซาอุดีอาระเบียเป็นที่จัดงาน นอกจากการจัดกลางทะเลทรายเมืองอัลลูล่าแล้วและยังได้จัด Exclusive Dinner ใน โซนพิเศษของอาคาร King Abdullah Financial District โดยเป็นการจัดงาน Sit Down Dinner แบบ Exclusive ครั้งแรกให้กับแขกของ Royal Protocol ของประเทศซาอุดีอาระเบีย อีกทั้ง ดินเนอร์สุดพิเศษในครั้งนี้ยังได้รับการสนับสนุนจาก Ministry of Cultural ของประเทศซาอุดีอาระเบียและมีแขกคนสำคัญเข้าร่วมมากมายจากหลายประเทศ

จักรพันธ์ รัตนเพชร CEO ของกลุ่มธุรกิจดับบลิวอาร์เอส (World Reward Solutions) เจ้าของแบรนด์ Silver Voyage Club กล่าวว่าการจัดงานบนความท้าทายท่ามกลางทะเลทรายอันห่างไกลและการตั้งครัวเคลื่อนที่ ที่ต้องมีความพร้อมในการรองรับการทำอาหารบนมาตรฐานของเชฟระดับโลกนี้คือที่สุดของการจัดงานในแบบ Dinner Incredible และ Silver Voyage Club แบรนด์ที่รังสรรค์ประสบการณ์ที่เงินไม่อาจจะซื้อได้มอบให้กับลูกค้าคนพิเศษและพร้อมที่จะเนรมิตประสบการณ์สุดพิเศษในสถานที่ต่างๆ ทั่วทุกมุมโลก

ผู้สนใจในประสบการณ์สุดพิเศษทั้งในรูปแบบการท่องเที่ยวและงานอีเวนต์ระดับโลกสามารถติดต่อ Silver Voyage Club 02-0169975

กทม. จับมือ ททท. พร้อมภาคีเครือข่ายภาคเอกชน จัดกิจกรรมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ‘พ่อแห่งแผ่นดิน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774496

กทม. จับมือ ททท. พร้อมภาคีเครือข่ายภาคเอกชน  จัดกิจกรรมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ‘พ่อแห่งแผ่นดิน’

กทม. จับมือ ททท. พร้อมภาคีเครือข่ายภาคเอกชน จัดกิจกรรมน้อมรำลึกพระมหากรุณาธิคุณ ‘พ่อแห่งแผ่นดิน’

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย ภาคีเครือข่ายภาคเอกชน จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ผ่านการเผยแพร่พระราชประวัติ พระอัจฉริยภาพ พระราชกรณียกิจ ณ บริเวณ EM GLASS ชั้น G อาคาร EM TOWER ศูนย์การค้า เอ็มสเฟียร์ พร้อมการแสดง “ม่านน้ำแห่งพระมหากรุณาธิคุณ พ่อแห่งแผ่นดิน” เปิดให้ชมโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย ตลอดเดือนธันวาคม นี้ ณ อุทยานเบญจสิริ ตลอดเดือนธันวาคม นี้

เนื่องในวันคล้ายวันพระราชสมภพ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร วันพ่อแห่งชาติ วันที่ 5 ธันวาคม 2566 กรุงเทพมหานคร การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย พร้อมด้วยภาคีเครือข่ายภาคเอกชน โดย เดอะมอลล์ กรุ๊ป เอ็มดิสทริค และพันธมิตรภาคเอกชนชั้นนำกว่า 60 องค์กร อาทิ ปตท., บริษัท ไทยเบฟเวอเรจ จำกัด (มหาชน), ธนาคารกรุงเทพ, ธนาคารออมสิน, ธนาคารกรุงไทย, เอ็มโพเรียม สวีท บาย ชาเทรียมและ บริษัท ซิตี้ เรียลตี้ จำกัด, AIS., ทรู-ดีแทค, บริษัท บุญรอดบริวเวอรี่, บริษัท กัลฟ์ เอ็นเนอร์จี ดีเวลล็อปเมนท์ จำกัด (มหาชน), บริษัท เอสซี แอสเสท คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน), บริษัท แมกโนเลีย ควอลิตี้ ดีเวลล็อปเม้นท์ คอร์ปอเรชั่น จำกัด (MQDC),บริษัท ดับเบิ้ล เอ (1991) จำกัด (มหาชน), และอีกกว่า 60 องค์กรชั้นนำเชิญชวนประชาชนร่วมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณอันหาที่สุดมิได้ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศรมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เผยแพร่พระราชประวัติพระอัจฉริยภาพ พระราชกรณียกิจพ่อแห่งแผ่นดิน ผ่าน 2 กิจกรรม ได้แก่ งานนิทรรศการและการจำหน่ายผลิตภัณฑ์โครงการในพระราชดำริ และการจัดแสดงดนตรี การแสดงม่านน้ำ น้ำพุดนตรี ประกอบแสง สี เสียงสุดตระการตา

ภายในงานนิทรรศการน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตรได้รับเกียรติจาก ดร.สุเมธ ตันติเวชกุลกรรมการและเลขาธิการ มูลนิธิชัยพัฒนา เป็นประธานเปิดงาน โดยเป็นการนำเสนอพระราชประวัติพระอัจฉริยภาพ และพระราชกรณียกิจ ในหลวงรัชกาลที่ 9 และการจัดแสดงพระบรมฉายาลักษณ์ พระบรมรูปปั้นผลงานจิตรกรรมและประติมากรรมของศิลปินแห่งชาติ โดยมีเหล่าศิลปินเจ้าของผลงาน มาร่วมงานมากมาย อาทิ อาจารย์ปรีชา เถาทอง, อาจารย์อำมฤทธิ์ ชูสุวรรณ, ศักดิ์วุฒิ วิเศษมณี, จิตรสิงห์ สมบูรณ์, พไรวา ไรวา, ชลิต นาคพะวัน และ นที ทับทิมทอง เป็นต้น พร้อมแขกผู้มีเกียรติ อาทิ ภัทรา ศิลาอ่อน, สุภาพรรณ พิชัยรณรงค์สงคราม, สายสม วงศาสุลักษณ์, กนกพร รอดรุ่งเรือง, กมลนัย ชัยเฉนียน และ สาระ ล่ำซำ พร้อมกันนี้ ยังร่วมน้อมรำลึกถึงพระราชกรณียกิจด้านการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม ชุมชน ผ่านนิทรรศการมูลนิธิชัยพัฒนา และการจำหน่ายผลิตภัณฑ์โครงการภัทรพัฒน์ ซึ่งเป็นโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริที่ยังประโยชน์ให้พสกนิกรไทยถึงปัจจุบัน บริเวณ EM GLASS ชั้น G อาคาร EM TOWER ศูนย์การค้า เอ็มสเฟียร์

ขณะที่ บริเวณอุทยานเบญจสิริ ถนนสุขุมวิท ได้จัดกิจกรรมน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ ผ่านการจัดแสดง “ม่านน้ำแห่งพระมหากรุณาธิคุณพ่อแห่งแผ่นดิน” ด้วยการถ่ายทอดพระราชประวัติ พระราชกรณียกิจ พระอัจฉริยภาพด้านต่างๆ รวมถึงพระบรมฉายาลักษณ์ที่ หาชมได้ยากของในหลวงรัชกาลที่ 9 ผ่านการแสดงม่านน้ำ และน้ำพุดนตรี ประกอบเข้ากับดนตรีในบทเพลงพระราชนิพนธ์ ด้วยเทคนิคแสง สี เสียง สุดตระการตา พร้อมการแสดง “พระมาตุเรศวสุนธรา เทวีแห่งแผ่นดิน” สะท้อนวัฒนธรรมไทยเป็นครั้งแรกของ แอนโทเนีย โพซิ้วรองอันดับที่ 1 มิสยูนิเวิร์ส 2023 ครั้งแรกในประเทศไทย ประกอบการขับเสภาของ เก่ง ธชยประทุมวรรณ สวมชุด “เทพธิดาอาณาจักรอยุธยา” ชุดเดียวที่ใช้บนเวทีการประกวดมิสยูนิเวิร์ส ที่ประเทศเอลซัลวาดอร์ หรือ คนไทยรู้จักกันดีในชุด “แม่พระธรณีบีบมวยผม” โดยแสดงร่วมกับ คณะหุ่นละครเล็ก โจหลุยส์ ออกแบบการแสดงโดย ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี ได้แรงบันดาลจากภาพจิตรกรรมฝาผนัง พระแม่ธรณีบีบมวยผม ที่เก่าแก่สมัยอยุธยาที่ขึ้นชื่อว่ามีความงดงามที่สุดในโลก ณ วัดชมภูเวก จังหวัดนนทบุรีมาเป็นหลักในการร้อยเรียงเรื่องราวจากทางประวัติศาสตร์ สู่การแสดงที่ผสมผสมผสานศิลปะในหลากหลายมิติ ออกมาเป็นการแสดง “พระมาตุเรศวสุนธรา เทวีแห่งแผ่นดิน” สร้างความประทับใจให้กับผู้เข้าชมการแสดง

สำหรับการแสดง “ม่านน้ำแห่งพระมหากรุณาธิคุณ พ่อแห่งแผ่นดิน”จะสร้างความประทับใจให้คนไทยได้ชมอีกครั้ง ตลอดเดือนธันวาคม 2566 โดยระหว่างวันที่ 12-31 ธันวาคม จัดแสดง 2 รอบ ในเวลา 19,00-20.00 น.พร้อมร่วมฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์ “คีตราชัน” ที่ถ่ายทอดโดยศิลปิน ชั้นนำได้แก่ ธรรพ์ณธร ปาลกะวงศ์ ณ อยุธยา, ทัช ณ ตะกั่วทุ่ง, คิง พิเชษฐ์, กิต กิตตินันท์ และอีกมากมาย ณ อุทยานเบญจสิริ ถนนสุขุมวิท

นอกเหนือจาก 2 กิจกรรมสำคัญ ในการร่วมน้อมรำลึกถึงในหลวงรัชกาลที่ 9 ศูนย์การค้า เอ็มสเฟียร์ ยังร่วมกับ ดร.ดอยธิเบศร์ ดัชนี จัดแสดงนิทรรศการนอกผืนผ้าใบแนวใหม่ โดยการนำผลงานมาสเตอร์พีซ ของศิลปินระดับตำนาน อาจารย์ถวัลย์ ดัชนี ศิลปินแห่งชาติ สาขาทัศนศิลป์ มาจัดแสดงภายใน IMMERSIVE DOME ซึ่งเป็นการแสดงผลงานศิลปะของศิลปินไทยชั้นครูในรูปแบบ Immersive Art การนำเสนองานศิลปะรูปแบบคล้ายกับการสร้างโลกเสมือนจริงอีกใบ ให้สามารถดื่มด่ำกับบรรยากาศรอบตัว ให้ชมงานศิลปะดั่งเช่นดูภาพยนตร์สามมิติโดยไม่ต้องใช้แว่น โดยนำงานศิลปะออกมาทำเป็น AR (Augmented reality) ที่มีความสวยงาม มีความหลากหลายจึงนับเป็นการผสานมนต์ขลัง และพลังในภาพวาดเข้ากับเทคโนโลยีที่ล้ำสมัย และเป็นศิลปะนอกผืนผ้าใบที่ตอบโจทย์คนรุ่นใหม่ในยุคดิจิทัล ซึ่งจัดแสดงให้ประชาชนร่วมชม บริเวณ EM YARD ชั้น G อาคาร EM TOWER

ผู้สนใจสามารถร่วมกิจกรรมโดยไม่มีค่าใช้จ่าย และสามารถติดตามรายละเอียดกิจกรรมได้ที่ช่องทางโซเชียลมีเดีย ศูนย์การค้าเอ็มสเฟียร์ Facebook : Emsphere at EMdistrict และ Line @EMDISTRICT

Bally เปิดตัวคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2023 ครั้งแรกในไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774494

Bally เปิดตัวคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2023 ครั้งแรกในไทย

Bally เปิดตัวคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2023 ครั้งแรกในไทย

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Bally ลักซ์ชัวรี่แบรนด์สัญชาติสวิส ที่มีประวัติศาสตร์มาอย่างยาวนาน จัดงานเปิดตัวคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2023 เป็นครั้งแรกในประเทศไทย นำเสนอความงดงามอันโดดเด่นเหนือกาลเวลา ผ่านเสื้อผ้า กระเป๋า และเครื่องประดับ แสดงภาพลักษณ์แห่งความหรูหราแบบสวิสในบริบทใหม่ ที่มีความทันสมัยและสามารถสวมใส่ได้ในทุกโอกาส โดยมีดารา นักแสดง ชื่อดัง เดียร์น่าฟลีโป, ท็อปแท็ป-จิรกิตติ์ คูอาริยะกุล,ดาว-พิมพ์ทอง วชิราคม, เมทัลสุขขาว รวมไปถึงนักแสดงดาวรุ่งอย่าง ก้าวหน้า-กิตติภัทร แก้วเจริญ, เบญจมินทร์ เบรเซียร์ และ โจ-กวินพัฒน์ ธนาหิรัญศิลป์ เข้าร่วมงานในครั้งนี้ด้วย โดยทั้งหมดสวมใส่ชุดและแอคเซสซอรี่จาก Bally Autumn/Winter 2023 คอลเลคชั่น

โดยคอลเลคชั่นนี้ เป็นการเฉลิมฉลองให้กับการสร้างสรรค์ ผลงานเครื่องหนังและเครื่องประดับ จากช่างฝีมือชั้นยอดของสวิสในยุคสมัยใหม่ นำเสนอความแข็งแกร่งและความเย้ายวนใจเข้าไว้ด้วยกัน ทั้งในเสื้อผ้าบุรุษและสตรี ผสมกับกลิ่นอายของฮอลลีวู้ดตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบันได้อย่างลงตัว สะท้อนภาพแห่งความสง่างามอันเป็นนิรันดร์แบบสวิสในบริบทของความหรูหราสมัยใหม่ ผ่านการเลือกใช้วัสดุทั้งหนัง เมทัลลิก และไหมพรมรังสรรค์เป็นลุคใหม่อันมีสไตล์เฉพาะตัว

นอกจากเสื้อผ้าแล้ว ในคอลเลคชั่นนี้ยังประกอบไปด้วยกระเป๋า รองเท้า และ จิลเวลรี่ที่งดงามสะดุดตาไม่ซ้ำใครไม่ว่าจะเป็นกระเป๋า Tilt Bag สำหรับสุภาพสตรี และกระเป๋า Arkle Tote สำหรับสุภาพบุรุษที่สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลาย เช่นเดียวกับรองเท้าบู๊ทของคอลเลคชั่นนี้ ที่มีทั้งความยาวถึงต้นขาและข้อเท้า รวมถึงแอคเซสซอรี่ที่แปลกตาแสดงออกถึงความมั่นใจของผู้สวมใส่ได้อย่างลงตัว

โดยงานเปิดตัวคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2023 ของ Bally ประเทศไทยในครั้งนี้ จัดเป็นค็อกเทลปาร์ตี้สุดเอ็กซ์คลูซีฟ โดยเนรมิตพื้นที่ร้าน Ballyที่ชั้น 2 ห้างสรรพสินค้าเอ็มโพเรียมดีพาร์ทเม้นท์สโตร์ เป็นพื้นที่สำหรับต้อนรับแขกผู้มีเกียรติทุกท่าน พร้อมนำเสนอคอลเลคชั่น Autumn/Winter 2023 เป็นครั้งแรกในประเทศไทยอีกด้วย

เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ เปิดตัวแคมเปญ ‘Eyes Don’t Lie’ นิยามใหม่ของ ‘การฟื้นฟู’ ด้วยการปลอบประโลมกายและใจ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774492

เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ เปิดตัวแคมเปญ ‘Eyes Don’t Lie’  นิยามใหม่ของ ‘การฟื้นฟู’ ด้วยการปลอบประโลมกายและใจ

เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ เปิดตัวแคมเปญ ‘Eyes Don’t Lie’ นิยามใหม่ของ ‘การฟื้นฟู’ ด้วยการปลอบประโลมกายและใจ

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ แบรนด์สุขภาพระดับพรีเมียมชั้นนำของโลก ยังคงพัฒนาตามความมุ่งมั่นในการเป็นมากกว่าสถานที่สำหรับออกกำลังกาย โดยยึดความตั้งใจที่จะเป็นทั้งคลับออกกำลังกาย (exercise club) จุดฟื้นฟูและผ่อนคลายร่างกาย (recovery) และคอมมิวนีตี้อันอบอุ่น (community) เพื่อครอบคลุมความต้องการของสมาชิกทุกคน โดย เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ จัดเตรียมคลาสออกกำลังกายที่หลากหลาย ที่มาพร้อมเครื่องออกกำลังกาย อุปกรณ์ต่างๆ แบบพรีเมียม เพื่อช่วยให้การออกกำลังกายที่เวอร์จิ้น แอ็คทีฟเป็นประสบการณ์การดูแลสุขภาพทั้งร่างกายและจิตใจ ยิ่งไปกว่านั้น เวอร์จิ้น แอ็คทีฟยังเล็งเห็นถึงความสำคัญของการฟื้นฟูร่างกายหลังการออกกำลังที่จะช่วยให้ทุกคนสามารถมีสุขภาพที่แข็งแรงได้อย่างยั่งยืน

จูเลียน เบรา ผู้อำนวยการประจำภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ของ เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ กล่าวว่า ด้วยความมุ่งมั่นที่จะสร้างนิยามใหม่ของ “การฟื้นฟู” เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ จึงเปิดตัวแคมเปญ “Eyes Don’t Lie” ที่มุ่งเน้นไปที่การถ่ายทอดความสบายใจและผ่อนคลายผ่านดวงตา ในฐานะแบรนด์ที่สร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ อย่างต่อเนื่อง เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ กำลังเปลี่ยนแปลงมุมมองในแง่ของการฟื้นฟูร่างกายด้วยสิ่งใหม่ อาทิ ซาวด์ บาธ (Sound Bath) และคลาส Reformer Recovery โดยล่าสุดทางคลับได้นำเอาเทคโนโลยีใหม่ล่าสุดจาก Hypericเข้ามาให้บริการเพื่อยกระดับการดูแลสุขภาพและการฟื้นฟูร่างกายของให้เหนือไปอีกขั้น

Hyperice คือเทคโนโลยีเครื่องนวดแบบพกพาสุดพรีเมียมใหม่ล่าสุดจากอเมริกา ที่ เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ เลือกนำมาเป็นอีกหนึ่งอุปกรณ์ในการช่วยฟื้นฟูร่างกายและผ่อนคลายกล้ามเนื้อแก่สมาชิกทุกคนภายในคลับทุกสาขาโดยไม่มีค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมโดยอุปกรณ์จาก Hyperice จะสามารถช่วยบรรเทาอาการปวดกล้ามเนื้อเฉพาะจุดกระตุ้นการไหลเวียนของเลือด รวมถึงช่วยปรับปรุงการเคลื่อนไหวของร่างกาย ซึ่งสมาชิกสามารถใช้บริการเครื่องนวด Hyperice แบบต่างๆ เพื่อผ่อนคลายกล้ามเนื้อเฉพาะจุด บรรเทาอาการปวดตึง และลดความเมื่อยล้าหลังออกกำลังกายได้

ทั้งนี้ แต่ละจุดของร่างกายอาจต้องการเครื่องช่วยผ่อนคลายในแบบที่แตกต่างกัน เวอร์จิ้น แอ็คทีฟ เข้าใจถึงความต้องการที่แตกต่างกันในร่างกายของแต่ละคน จึงได้นำเอาเครื่องนวดถึง 3 ชนิดจาก Hyperice เข้ามาเพื่อตอบโจทย์ในทุกส่วนของร่างกาย เริ่มด้วย Hypersphere หรือลูกบอลนวดสั่นที่ช่วยในการนวดคลึง กดจุด และคลายปมกล้ามเนื้อเฉพาะจุดที่อาจเกิดขึ้นได้ในหลายส่วน เช่น ใต้ฝ่าเท้า หลังล่าง สะโพก ต่อด้วย Vyper หรือแผ่นโฟมโรลสั่นที่ถูกนำมาใช้เพื่อการนวดตามส่วนของร่างกายที่มีพื้นที่กว้างแบบไม่เฉพาะจุดและไม่ได้ต้องการเน้นย้ำถึงปมกล้ามเนื้อ เช่น แผ่นหลัง สีข้าง น่อง เป็นต้น เครื่องนวดชิ้นสุดท้าย Hypervolt หรือปืนนวดเฉพาะจุด มาพร้อมกับหัวปืนที่สามารถเปลี่ยนและปรับใช้ได้ตามความต้องการ รวมถึงความหนักเบาของการสั่นและทิศทางในการกดนั้นก็สามารถควบคุมโดยผู้ใช้งานได้ตามความต้องการด้วยเช่นกัน

Hypervolt สามารถใช้ได้กับหลากหลายบริเวณ เช่น ฝ่ามือ ท้องแขนหัวไหล่ บ่า และยังมีระบบสั่นที่จะช่วยกระตุ้นการคลายปมของกล้ามเนื้อให้ดียิ่งขึ้นอีกด้วย ทั้งนี้สมาชิกสามารถใช้เครื่องนวดได้ด้วยตนเองฟรี หรือให้เทรนเนอร์ส่วนตัว (personal trainer: PT) นำมาให้บริการแก่สมาชิกที่สมัครบริการ PT ได้เช่นกัน โดยเริ่มให้บริการแก่สมาชิกทุกคนแล้วในคลับเวอร์จิ้น แอ็คทีฟทุกสาขา

คุณแหน : 12 ธันวาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774504

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

●● แล้วเธอก็กำลังจะก้าวขึ้นบันไดทอง… ผู้คนในสังคมชั้นสูงที่นิยมเรียกกันว่า “ไฮโซ” ในยุโรปและสหรัฐฯ ตระหนักดีว่าเท่านั้นยังไม่พอ ต่างมีความใฝ่ฝันจะได้รับการยอมรับให้เป็นสมาชิกของ “JET SET OF LONDON-PARIS” เมื่อนั้นเขาจะได้รับการยอมรับและปฏิบัติเฉกเช่นคนสำคัญยิ่งจากทุกวงการ สิ่งเหล่านี้ซูเปอร์สตาร์ไทย ลิซ่า แบล็กพิงก์ ได้รับอภิสิทธิ์เต็มที่อยู่แล้ว เมื่อเร็วๆ นี้เธอได้รับเชิญให้เข้าไปรับประทานอาหารในพระราชวังเอลิเซ และต่อเนื่องไปจิบน้ำชาตอนบ่ายที่พระราชวังบักกิ้งแฮมยิ่งกว่านั้น ขณะนี้เธอกำลังเป็นข่าวในยุโรปว่าเธอใช้เวลาเยอะในการบินไปมาระหว่างสองมหานครเจ็ตเซ็ตเพราะเธอกำลังมีโรมานซ์กับ เฟรเดอริก อาร์โนลด์ ทายาทตระกูลอภิมหาเศรษฐีอันดับหนึ่งของยุโรป เจ้าของสินค้าชั้นนำของโลก อาทิ เครื่องดื่มแอลกอฮอล์ กลุ่ม “เฮนเนสซี”, กลุ่มสินค้าแฟชั่นในตำนาน “หลุยส์ วิตตอง”, และทีมฟุตบอลเจ้าบุญทุ่ม “PSG” ล่าสุดลิซ่าแอบไปเชียร์การแข่งขันฟุตบอลของทีมดังกล่าวที่กรุงปารีส แม้เธอจะพยายามปลอมตัวไปนั่งหลบมุมบนอัฒจันทร์แต่ก็ไม่อาจพ้นเลนส์กล้องของปาปารัสซี่ได้…

●● ตามที่องค์สังฆราชแห่งราชอาณาจักรกัมพูชาเสด็จเยือนประเทศไทย ได้ทรงมอบความไว้วางใจให้โครงการ จิณณ์ เวลบีอิ้งเคาน์ตี้ (โรงพยาบาลธนบุรีบูรณา) จ.ปทุมธานี เพื่อตรวจสุขภาพและรับคำแนะนำจากแพทย์ผู้เชี่ยวชาญในเรื่องของการบำรุงรักษาสุขภาพ มี ยุพิน หัตถี ACTING CHIEF OPERATING OFFICER ถวายการประสานงานทั่วไป โดย COO หญิงเก่งได้เปิดเผยเพิ่มเติมว่า องค์สังฆราชทรงมีเมตตาสูงมากให้ความสนใจเจ้าหน้าที่ขององค์กรอย่างไม่ถือพระองค์ และเมื่อมีโอกาสก็ทรงตรัสประทานธรรมเพื่อเป็นมงคลต่อครอบครัวของสตาฟ นอกจากนั้นยังได้ประทานวัตถุมงคลซึ่งในวงการพระเครื่องพระบูชาไทยถือว่าวัตถุมงคลสายราชวงศ์เขมรขลังมาก อาทิ ใบโพธิ์ศักดิ์สิทธิ์, สีผึ้งอเนกประสงค์ และ ผ้ายันต์ติดยานพาหนะเดินทางปลอดภัย ซึ่งเจ้าหน้าที่ทุกคนน้อมรับไว้ด้วยความประทับใจเป็นที่สุด…

●● กรมการเปลี่ยนแปลงสภาพภูมิอากาศและสิ่งแวดล้อม ขอเชิญชวนผู้ที่สนใจเข้าร่วมชมนิทรรศการ เนื่องในวันสิ่งแวดล้อมไทยและวันอาสาสมัครพิทักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมหมู่บ้านแห่งชาติ ประจำปี 2566 ภายใต้แนวคิด “เปลี่ยนเรา เปลี่ยนโลก ลดโลกเดือด” 14 ธ.ค. 09.00-12.00 น. ณ ห้องประชุมวายุภักษ์ 2-4 ชั้น 4 รร.เซ็นทรา บาย เซ็นทารา ศูนย์ราชการฯ ถ.แจ้งวัฒนะ…

●● จากสหรัฐฯ สุรพล วัฒนพฤกษ์ ศิษย์เก่าสิงห์ดำ รุ่น 21 กลับมาเยี่ยมบ้านเกิดเมืองนอนหลายวัน…เพื่อนๆร่วมสถาบันนัดเลี้ยงแถมสังสรรค์เสวนากับคนแดนไกล อาทิ รุ่งนภา จักรพันธ์ุ, ฉมานุติ เวคะวากยานนท์, อนงค์ในวัฒนา ตัณฑิกุล, พิมลพรรณ กุญชรฯ ที่ห้องอาหารจีนซุยเซียน รร.แลนด์มาร์ค…

●● ไปทริปพิษณุโลก-แม่ฮ่องสอน ครั้งนี้ พล.ต.ท.วสันต์-รัชนี วัสสานนท์ ได้รับการดูแลเป็นอย่างดีจากครอบครัวบุตรชาย พ.ต.อ.วัสสา และศรีสะใภ้…บุพการีบอกติดใจ และอยากจะไปอีกบ่อยๆ !!…●●

บารอนเนส

SHEIN จัดโปรพิเศษท้ายปี พร้อมส่งต่อเสื้อผ้าให้มูลนิธิกระจกเงา

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774495

SHEIN จัดโปรพิเศษท้ายปี พร้อมส่งต่อเสื้อผ้าให้มูลนิธิกระจกเงา

SHEIN จัดโปรพิเศษท้ายปี พร้อมส่งต่อเสื้อผ้าให้มูลนิธิกระจกเงา

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

SHEIN (ชีอิน) จัดเต็มไปกับโปรสุดพิเศษส่งท้ายปี SHEIN 12.12 Mega Year End Sale ที่มอบส่วนลดสูงสุดถึง 90% พร้อมส่งฟรีแบบไม่มีขั้นต่ำ ตั้งแต่วันนี้ถึง12 ธันวาคม 2566 บนเว็บไซต์และแอป ให้ทุกคนได้สวยจัดเต็มไปกับเทศกาลแห่งความสุขเฉลิมฉลองไปกับหลากหลายลุคจาก SHEIN แบบจัดเต็ม เท่านั้นยังไม่พอปีนี้พิเศษกว่าปีไหนๆ เพราะ SHEIN ได้ร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการส่งต่อเสื้อผ้าให้กับทางมูลนิธิกระจกเงาเพื่อสร้างความสุขให้ผู้รับได้สนุกไปกับการแต่งตัวให้มั่นใจและสนุกกว่าที่เคย สำหรับการมอบเสื้อผ้าในครั้งนี้ ถือเป็น CSR จากชีอินที่ตอกย้ำถึงคอนเซ็ปต์ SHEIN for everyone และเป็นอีกหนึ่งกิจกรรมที่ชีอินตั้งใจอยากให้ทุกคนที่ได้สวมใส่ชีอินมีความมั่นใจและมีความสุขไปกับการแต่งตัวอีกด้วย

สำหรับคอลเลคชั่นต้อนรับเทศกาลแห่งความสุขนี้ ได้ดึงความโดดเด่นของเลื่อม และสีสันที่สื่อถึงความสดใสและความสนุกสนาน การเฉลิมฉลองช่วงเวลาแห่งความสุขไปกับกลุ่มเพื่อน ครอบครัวหรือคนสนิทได้อย่างจัดเต็มให้สมกับช่วงเวลาที่สำคัญของปีที่ทุกคนรอคอย นอกจากนี้เสื้อผ้าที่ออกแบบมาเพื่อให้สามารถ Mix & Match ไปกับเครื่องประดับต่างๆ ได้อย่างลงตัว ไม่ว่าจะเป็น รองเท้า กระเป๋า สร้อยคอ สร้อยข้อมือ กิ๊ฟติดผม แหวน แต่ละสไตล์ที่นำมาสร้างลุคได้หลากหลาย จุดเด่นอีกข้อสำหรับชีอินคือการที่สามารถเลือกช้อปได้ทุกอย่างให้ได้ลุคดั่งใจภายในแอปเดียว

มาสนุกกับการแต่งตัวให้สุดเหวี่ยงไปกับ SHEIN 12.12 Mega Year End Sale และพร้อมเป็นดาวเด่นในทุกปาร์ตี้ตลอดเทศกาลแห่งความสุขนี้ไปด้วยกัน

Garmin ดึง ‘เกรซ-กาญจน์เกล้า’ เจ้าแม่แอคทิวิตี้ ชวนทุกคนออกกำลังกายวันละนิดเพียง A Dose A Day

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774489

Garmin ดึง ‘เกรซ-กาญจน์เกล้า’ เจ้าแม่แอคทิวิตี้ ชวนทุกคนออกกำลังกายวันละนิดเพียง A Dose A Day

Garmin ดึง ‘เกรซ-กาญจน์เกล้า’ เจ้าแม่แอคทิวิตี้ ชวนทุกคนออกกำลังกายวันละนิดเพียง A Dose A Day

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

Garmin ผู้นำด้านผลิตภัณฑ์จีพีเอสสมาร์ทวอทช์ระดับโลก ส่งแคมเปญ “GARMIN A DOSE A DAY” ที่ดึงเอา “เกรซ-กาญจน์เกล้า” เจ้าแม่แอคทิวิตี้มาร่วมครีเอทชาเลนจ์สุดสนุกพร้อมให้คนสายมูรักสุขภาพได้ฟิตปังไปพร้อมกัน ผ่าน 2 ชาเลนจ์หลัก ได้แก่ ชาเลนจ์ที่ 1) “DOSE OF LUCKY COLOR CHALLENGE” ที่ชวนใส่ชุดสีมงคลร่วมออกกำลังเบาๆ และ ชาเลนจ์ที่ 2) “GARMIN LUCKY NUMBER DOSE CHALLENGE” ชวนส่งจำนวนสเต็ปลุ้นเป็นคนดวงดีในโค้งสุดท้ายของปี พร้อมเปิดพื้นที่โซเชียลมีเดียแบ่งปัน Exercise Snacking Idea จุดประกายรูทีนเพื่อสุขภาพไม่รู้จบ ตอกย้ำความตั้งใจที่อยากให้คนหันมาใส่ใจสุขภาพด้วยการออกกำลังกายก่อนที่จะเจ็บป่วย

“DOSE OF LUCKY COLOR CHALLENGE” มีความเชื่อว่าเพราะสีมีอิทธิพลต่อชีวิตประจำวันของผู้คนทั้งในด้านความเชื่อและความรู้สึกของตนเอง และความรู้สึกเป็นปัจจัยสำคัญที่ทำให้เรามีพลังลุกขึ้นมาออกกำลังกาย Garminจึงชวนทุกคนสวมชุดออกกำลังกายหรือใช้อุปกรณ์ออกกำลังกายตามตารางสีมงคล พร้อมบอกว่า สีมงคลทำให้การออกกำลังกายของคุณสนุกขึ้นอย่างไร คำตอบที่โดนใจกรรมการมากที่สุดจะได้รับของรางวัลสุดเอ็กซ์คลูซีฟไปครอง โดยกิจกรรมจัดขึ้นตั้งแต่ 20-30 พฤศจิกายน 2566 บนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรม Garmin Thailand

ขณะที่ “GARMIN LUCKY NUMBER DOSE CHALLENGE” เกิดขึ้น เพราะความเชื่อที่ว่าเลขนำโชคก็อาจจะเปลี่ยนชีวิตของคนได้ในชั่วข้ามคืน การออกกำลังกายก็สามารถเปลี่ยนชีวิตคุณได้เช่นกัน Garmin จึงชวนทุกคนแชร์จำนวนก้าวที่มากที่สุดในแต่ละวันแต่มีข้อแม้ว่าต้องเดินให้ครบ 6,000 ก้าวเป็นอย่างต่ำ และเลข 2 ตัวท้ายของจำนวนก้าว ต้องตรงกับเลข 2 ตัวที่ GARMIN ประกาศออกไป พร้อมแชร์แรงบันดาลใจการเริ่มต้นออกกำลังกายของคุณ คำตอบที่โดนใจกรรมการมากที่สุดจะเป็นผู้โชคดีได้รับรางวัล โดยกิจกรรมจัดขึ้นตั้งแต่ 6-15 ธันวาคม 2566 บนเฟซบุ๊กและอินสตาแกรมGarmin Thailand

หรรษา อาภานุกูล ผู้จัดการฝ่ายกลยุทธ์การตลาดการ์มิน ประเทศไทย กล่าวว่า “เฮลธ์ตี้รูทีน เป็นสิ่งที่ Garmin ให้ความสำคัญ มาตลอด และเราเชื่อว่าการจะมีเฮลธ์ตี้รูทีนได้เกิดจากการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมทีละเล็กน้อย จึงเกิดเป็นแคมเปญ GARMIN A DOSE A DAY ที่มาในคอนเซ็ปต์ของชาเลนจ์เชิญชวนทุกคนออกกำลังกายวันละนิดเพียง A Dose A Day เท่านั้นก็จะสามารถสร้างรูทีนเพื่อสุขภาพได้ไม่รู้จบ โดยในแคมเปญยังมีการถ่ายทอดเกร็ดความรู้เกี่ยวกับ Exercise Snacking Idea หรือ ไอเดียการออกกำลังกายเมื่อมีเวลาน้อย ให้กับทุกคนบนพื้นที่บนโซเชียลมีเดีย เฮลธ์ตี้รูทีนจะเกิดได้โดยขึ้นอยู่กับว่าคุณจะทำมันได้บ่อยแค่ไหน ไม่ใช่ว่าทำมันได้หนักแค่ไหน (It’s how often you do it, not how much) และแคมเปญ GARMIN A DOSE A DAY จะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยให้ทุกคนออกมาเอ็กเซอร์ไซส์ได้บ่อยขึ้น”

เกรซ-กาญจน์เกล้า ด้วยเศียรเกล้า เจ้าแม่แอคทิวิตี้และเฟซออฟแคมเปญ GARMIN A DOSE A DAY กล่าวว่า “เกรซก็มีช่วงเวลาที่ไม่อยากออกกำลังกาย อยากอยู่นิ่งๆ เฉยๆ และก็รู้สึกผิดรู้สึกแย่ เพราะเหงื่อไม่ออก และก็ไม่รู้ว่าจะจัดการกับความคิดนั้นอย่างไร แต่พอได้ยินแคมเปญ GARMIN A DOSE A DAY ที่พูดว่าแค่เริ่ม 5 นาที 10 นาทีก็ได้ มันทำให้เราสบายใจขึ้น แค่ขยับตัว เดินให้เยอะขึ้นมันก็ถือเป็นการเอ็กเซอร์ไซส์แล้ว เวลาเพียง 5-10 นาที เราอยู่บนโซเชียลก็หมดไปอย่างรวดเร็ว แต่ถ้าเราเปลี่ยนมาทำกิจกรรมที่แอ๊กทีฟเช่น แกว่งแขวน หรือเต้น มันถือเป็นเวลาที่มีคุณภาพขึ้นมากๆ จึงอยากให้ทุกคนคอยติดตามแคมเปญ GARMIN A DOSE A DAY ตลอด 2 เดือนสุดท้ายของปีว่า Garmin จะมีกิจกรรมและเกร็ดความรู้อะไรมาแชร์ให้เราทำตามได้บ้าง”

ติดตาม Exercise Snacking Idea และแคมเปญ GARMIN A DOSE A DAY ผ่านสินค้ากลุ่มเวลเนสซีรี่ส์ของ Garmin ที่จะมาช่วยจุดประกายรูทีนเพื่อสุขภาพตอกย้ำความตั้งใจที่อยากให้คนหันมาใส่ใจสุขภาพด้วยการออกกำลังกายก่อนที่จะเจ็บป่วยได้แล้วตั้งแต่วันนี้บน เฟซบุ๊กแฟนเพจ Garmin Thailand และ อินสตาแกรม Garmin Thailand หรือติดตามเพิ่มเติมได้ที่ https://gar.mn/zZw97B7

อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ จัดงานเปิดไฟต้นคริสต์มาส ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774498

อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ จัดงานเปิดไฟต้นคริสต์มาส ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข

อนันตรา สยาม กรุงเทพฯ จัดงานเปิดไฟต้นคริสต์มาส ต้อนรับเทศกาลแห่งความสุข

วันอังคาร ที่ 12 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ จัดงานพิธีเปิดไฟประดับต้นคริสต์มาสไปอย่างยิ่งใหญ่ เพื่อเฉลิมฉลอง และต้อนรับเข้าสู่เทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ที่กำลังจะมาถึง โดยในปีนี้ตกแต่งภายใต้แนวคิด “Light of Hope” ที่เน้นโทนสีเขียว ขาวและทอง สื่อถึงความชุ่มชื่นอุดมสมบูรณ์ แต่ยังคงความคลาสสิกและเรียบหรู นอกจากนี้ ยังตกแต่งต้นคริสต์มาสด้วยเม็ดคริสตัลระย้า ร้อยเรียงประดับประดาอยู่บนต้นคริสต์มาส ทั้งขนาดเล็กและใหญ่รวมกว่า 800,000 ชิ้น เพื่อมอบความสว่างไสว และเป็นตัวแทนแห่งความหวัง ที่ส่องประกายระยิบระยับ

หม่อมหลวงสราลี กิติยากร ให้เกียรติเป็นประธานในพิธีเปิดไฟประดับต้นคริสต์มาส โรงแรมอนันตรา สยาม กรุงเทพฯ ในงาน Christmas Tree Lighting Ceremony 2023 เพื่อเฉลิมฉลองเทศกาลคริสต์มาสและปีใหม่ และสร้างสีสันความสุขให้กับนักท่องเที่ยว โดยมี นายดิลิป ราชากาเรีย ประธานเจ้าหน้าที่บริหารกลุ่มบริษัทไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล จำกัด (มหาชน), นายมาร์ค โอซูลิวาน, นายมาร์ติน ซาริบนิคกี้ผู้จัดการทั่วไป ต้อนรับ พร้อมด้วยคณะผู้บริหารจากหน่วยงานภาครัฐและเอกชน เซเลบริตี้ร่วมงานคับคั่ง อาทิ ซินดี้-สิรินยา บิชอฟ, เฟิร์ส-ภัทราพรหวัง, ธีรชยา พิมพ์กิติเดช, ธ็อป-ณฐนน ณรธัญวิรุณ, เอสม่อน-กัญญ์วรา แก้วจีน,ปิ๊บ-รวิชญ์ เทิดวงส์, แบงค์ อนุสิทธิ แสงนิ่มนวล ฯลฯ

ภายในงานยังมีการแสดงจากคณะนักร้องประสานเสียงเยาวชน Star Maker Voice Academy รวมถึงกิจกรรมเพื่อการกุศลภายใต้แคมเปญ CSR “ดอลลาร์ ฟอร์ดีดส์” หนึ่งดอลลาร์ หลายความดี ซึ่งเป็นโครงการที่เชิญชวนให้แขกผู้เข้าพัก ได้มีส่วนร่วมในการตอบแทนสังคม ด้วยการบริจาคเงินจำนวน 1 ดอลลาร์ หรือ 30 บาท หรือตามความสมัครใจ โดยรายได้จากแคมเปญในครั้งนี้ จะนำไปสมทบทุน “ศูนย์สมเด็จพระเทพรัตนฯ แก้ไขความพิการบนใบหน้าและกะโหลกศีรษะโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ สภากาชาดไทย” เพื่อส่งมอบความสุข และยกระดับคุณภาพชีวิตของเด็กและเยาวชนไทย ให้ดีขึ้นอย่างยั่งยืนอีกด้วย

สำหรับในปีนี้ โรงแรมอนันตราสยาม กรุงเทพฯ ได้ตกแต่งต้นคริสต์มาสขนาดใหญ่จำนวน 3 ต้น ประดับไว้ทั้งบริเวณภายใน และด้านหน้าของโรงแรม เพื่อเป็นสัญลักษณ์ของการเริ่มต้นเทศกาลแห่งความสุขให้นักท่องเที่ยวทั้งชาวไทย และชาวต่างชาติได้ชื่นชมความสวยงามของไฟประดับ และถ่ายภาพเป็นที่ระลึก ตั้งแต่วันนี้ถึง 31 ธันวาคม 2566 เรียกได้ว่าเป็นอีกหนึ่งแลนด์มาร์คบนถนนราชดำริที่ต้องมาเช็คอิน

‘ศุภมาส’ ลุยเหนือ ชูอัตลักษณ์พื้นถิ่นพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษใน 4 ภูมิภาค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774536

‘ศุภมาส’ ลุยเหนือ ชูอัตลักษณ์พื้นถิ่นพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษใน 4 ภูมิภาค

‘ศุภมาส’ ลุยเหนือ ชูอัตลักษณ์พื้นถิ่นพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษใน 4 ภูมิภาค

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 17.47 น.

“ศุภมาส” ลงพื้นที่อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ ชูอัตลักษณ์พื้นถิ่นเชื่อมโยงนโยบาย Soft Power ของรัฐบาล  หนุนนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมในพื้นที่เพื่อพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษใน 4 ภูมิภาค มอบอุทยานวิทย์เป็นหัวหอกจัดทำแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจในภูมิภาคอื่นๆ เพื่อกระจายความเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยในทุกพื้นที่

11 ธันวาคม 2566 น.ส.ศุภมาส อิศรภักดี รมว.การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมการดำเนินงานของอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) พร้อม น.ส.สุชาดา แทนทรัพย์ เลขานุการ รมว.อว. รศ.ดร.วีระพงษ์ แพสุวรรณ ประธานคณะที่ปรึกษาด้านวิทยาศาสตร์ รมว.กระทรวง อว. โดยมี ศ.ดร.นพ.พงษ์รักษ์ ศรีบัณฑิตมงคล อธิการบดีมหาวิทยาลัยเชียงใหม่ (มช.) ผู้บริหาร มช. และ ผอ.อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคทั่วประเทศให้การต้อนรับ โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคัก มีการนำเสนอนิทรรศการผลงานความสำเร็จภายใต้การดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคและพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (Economic Corridor) นวัตกรรมเพื่อการเรียนการสอนหุ่นยนต์และการเขียนโปรแกรมของอีซี่คิดส์หรือชุดหุ่นยนต์ 3 in 1 Easykids  Robot kids ขึ้น ซึ่งเป็นชุดหุ่นยนต์ฝึกทักษะการเขียนโปรแกรม 3 ภาษาคอมพิวเตอร์ 3 ระดับ ในหุ่นยนต์ชุดเดียว Block-Based Programming – Python – C/C++ สำหรับเด็กแต่ละช่วงวัย เป็นต้น

ทั้งนี้ รศ.ดร.วีระพงษ์ นำเสนอภาพรวมกรอบนโยบายและยุทธศาสตร์ด้านการอุดมศึกษา วิทยาวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรมและการดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ว่า การดำเนินงานอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคในช่วงปี 2556-2566 ภายใต้การดูแลรับผิดชอบของกองส่งเสริมและประสานเพื่อประโยชน์ทางวิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม กระทรวง อว.ส่งผลให้เกิดการกระจายการเข้าถึงเพื่อนำงานวิจัยและเทคโนโลยีไปสร้างมูลค่าเพิ่มให้แก่ธุรกิจ มีการจัดกิจกรรมด้าน ววน.ไปแล้วกว่า 35,000 กิจกรรม มีประชาชนเข้าร่วมกิจกรรมกว่า 530,000 คน ส่งเสริมให้เกิดผู้ประกอบเทคโนโลยีรายใหม่มากกว่า 1,000 ธุรกิจ เกิดการจ้างงานกว่า 50,000 อัตรา สร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับประเทศมากกว่า 56,000 ล้านบาท สามารถผลิตผลงานวิจัยสู่เชิงพาณิชย์ จำนวน 1,355 ผลงาน และเพิ่มขึ้นร้อยละ 13 ในทุกปี โดยมีผลตอบแทนจากการลงทุน (ROI) ถึง 14 เท่า กล่าวคือเงินลงทุนในอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค 1 บาท สร้างผลตอบแทนคืนให้กับเศรษฐกิจไทย 14 บาท 

จากนั้น น.ส.ศุภมาส ให้นโยบายว่า อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค ช่วยส่งเสริมการกระจายโอกาสในการเข้าถึงเทคโนโลยีให้กับประชาชน ในการพัฒนาธุรกิจนวัตกรรมให้เกิดมูลค่าเพิ่มในพื้นที่ต่าง ๆ ของประเทศ ถือเป็นการกระจายโครงสร้างพื้นฐานด้าน ววน. สู่ภูมิภาค ลดความเหลื่อมล้ำทางเทคโนโลยีและนวัตกรรมและสามารถสร้างผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมให้กับพื้นที่ภูมิภาคอย่างมหาศาล เกิดการจ้างงาน เกิดการพัฒนาคุณภาพชีวิตด้วยนวัตกรรม เกิดการพัฒนาของธุรกิจทุกขนาดในพื้นที่ด้วยระบบนิเวศนวัตกรรมที่เติมเต็มอยู่อย่างต่อเนื่อง

“ที่สำคัญ อุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาค มีจุดเด่นในการการเชื่อมโยงอัตลักษณ์พื้นถิ่นซึ่งสามารถที่จะเชื่อมโยงกับนโยบาย Soft Power ของรัฐบาลได้อย่างดี และมีการส่งเสริมนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมในพื้นที่ เพื่อพัฒนาพื้นที่ระเบียงเศรษฐกิจพิเศษ (Economic Corridor) ใน 4 ภูมิภาค ซึ่งจะเป็นการเปิดประตูเศรษฐกิจภูมิภาคที่มีศักยภาพในการเชื่อมโยงโครงข่ายการคมนาคมขนส่งและการค้าของประเทศ ซึ่งอุทยานวิทยาศาสตร์จะมีบทบาทสำคัญในการสร้างนวัตกรรม เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจในพื้นที่บนฐานนวัตกรรม” น.ส.ศุภมาส กล่าวและว่า

กระทรวง อว. ให้ความสำคัญกับอุทยานวิทยาศาสตร์ภูมิภาคและพร้อมจะผลักดันอย่างเต็มที่เพื่อการพัฒนาผู้ประกอบการไทย ให้อุทยานวิทยาศาสตร์มีบทบาทนำในการจัดทำแผนพัฒนาระเบียงเศรษฐกิจในภูมิภาคอื่นๆ เพื่อกระจายความเติบโตทางเศรษฐกิจ ลดความเหลื่อมล้ำ สร้างความเข้มแข็งให้เศรษฐกิจไทยในทุกพื้นที่ เพื่อพัฒนาผู้ประกอบการด้วยวิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี และนวัตกรรมซึ่งจะทำให้ประเทศไทยเป็นฐานการผลิตและส่งออกบริการที่สำคัญในภูมิภาคอาเชียนและระดับโลกด้วยการ “ใช้นวัตกรรมนำประเทศ” อย่างเป็นรูปธรรม

-(016)

รพ.บำรุงราษฎร์ เชิญกูรูด้านสุขภาพ ร่วมงานเสวนา ‘Longevity Medicine’ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการแพทย์และสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/774475

รพ.บำรุงราษฎร์ เชิญกูรูด้านสุขภาพ ร่วมงานเสวนา 'Longevity Medicine' ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการแพทย์และสุขภาพ

รพ.บำรุงราษฎร์ เชิญกูรูด้านสุขภาพ ร่วมงานเสวนา ‘Longevity Medicine’ ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการแพทย์และสุขภาพ

วันจันทร์ ที่ 11 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.22 น.

ตอกย้ำความเป็นผู้นำด้านการแพทย์และสุขภาพ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ จัดงานเสวนา “Longevity Medicine” เชิญวิทยากรผู้ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติ ร่วมแชร์ความรู้และยกระดับเวชศาสตร์การมีอายุยืน

 ทุกวันนี้ประชากรมีอัตราการเกิดน้อยลง และประชากรมีอายุยืนยาวขึ้น ส่งผลให้ผู้สูงอายุมีสัดส่วนเพิ่มขึ้น โดยข้อมูลจากสำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ  ระบุว่า ในปี 2566 ประเทศไทยเข้าสู่สังคมสูงอายุอย่างสมบูรณ์แล้ว โดยมีจำนวนผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป คิดเป็น 20% ของจำนวนประชากรทั้งประเทศ และในปี 2583 ประเทศไทยจะเข้าสู่ “สังคมสูงอายุระดับสุดยอด” คาดการณ์ว่าจะมีผู้สูงอายุถึง 30% ซึ่งแน่นอนว่าผลที่ตามมาจากจำนวนผู้สูงอายุที่มากขึ้นคือการเพิ่มขึ้นของโรคและภาระทางเศรษฐกิจและสังคมที่เกี่ยวข้องกับความชรา ในขณะเดียวกันผู้สูงวัยมีความต้องการที่จะมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ จึงตระหนักถึงปัจจัยทั้งทางวิทยาศาสตร์-เทคโนโลยีที่จะช่วยชะลอวัยรวมทั้งฟื้นฟูสุขภาพเพื่อยืดอายุขัยให้ยืนยาวขึ้น

ทั้งนี้ องค์การอนามัยโลก รายงานว่า โรค NCD หรือ โรคที่เกิดจากความเสื่อมของร่างกาย นับเป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตของประชากรโลก ซึ่งสอดคล้องกับข้อมูลจากกองควบคุมโรคไม่ติดต่อ กระทรวงสาธารณสุข โดยแสดงให้เห็นถึงจํานวนผู้เสียชีวิตจากโรคเหล่านี้ในประเทศไทยที่ยังคงเพิ่มขึ้นจากพฤติกรรมเสี่ยง อาทิเช่น การรับประทานอาหารหวานจัด มันจัด อาหารปิ้งย่าง การดื่มแอลกอฮอล์ การสูบบุหรี่ ไม่ออกกําลังกาย นอนดึก มีความเครียดสูง พฤติกรรมเหล่านี้ล้วนเป็นสาเหตุหลักของการทําลายเซลล์ในร่างกาย ดังนั้น การส่งเสริมเรื่องการดูแลสุขภาพที่ดีอย่างยืนยาวควบคู่ไปกับการมีสุขภาพแข็งแรงและมีคุณภาพชีวิตที่ดีจึงเป็นเรื่องที่ควรให้ความสำคัญ

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ ในฐานะที่เป็นผู้นำด้านการบริบาลสุขภาพระดับโลกมากว่า 43 ปี และ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ในฐานะผู้บุกเบิกการแพทย์ด้านเวชศาสตร์การมีอายุยืน (Longevity Medicine) อย่างมีคุณภาพมากกว่า 20 ปี เล็งเห็นความสำคัญในการพัฒนาองค์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์ โดยใช้ประโยชน์จากการวิจัยล่าสุดและความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีการแพทย์ เพื่อป้องกันหรือชะลอปัจจัยต่าง ๆ ซึ่งอาจมีผลต่อสุขภาพ และ เพื่อเสริมสร้างการมีสุขภาพดีและอายุยืนยาว

โดยล่าสุด โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ จัดงาน Exclusive Talks หัวข้อ “Longevity Medicine: Upskilling the Physicians of Tomorrow” และ หัวข้อ “Longevity Medicine: Shaping the Future of Healthy Aging” เพื่อแลกเปลี่ยนความรู้และยกระดับการแพทย์ด้าน Longevity Medicine โดยได้รับเกียรติจาก พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน สตรีหมายเลข 1 ของประเทศไทย และ แพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและความงามด้านผิวพรรณ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ มากล่าวเปิดงานและปาฐกถาพิเศษ และ ได้รับเกียรติจากผู้ชำนาญการด้านสุขภาพและนักวิทยาศาสตร์ที่มีชื่อเสียงระดับนานาชาติด้าน Longevity medicine 3 ท่าน ได้แก่ ดร. ไบรอัน เคนเนดี้, ดร. คอลลิน อีวาลด์ และดร. เอเวอร์ลีน บิสชอฟ มาเป็นวิทยากรรับเชิญในงาน

พญ.พักตร์พิไล ทวีสิน สตรีหมายเลข 1 ของประเทศไทย และแพทย์ผู้ชำนาญการด้านเวชศาสตร์ชะลอวัยและความงามด้านผิวพรรณ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ กล่าวว่า การแพทย์เพื่ออายุยืนยาวแสดงถึงการเปลี่ยนแปลงวิธีคิดเกี่ยวกับการดูแลสุขภาพ และเป็นการยกระดับการดูแลสุขภาพไปอีกขั้น ซึ่งไม่ใช่แค่การรักษาโรคเมื่อเจ็บป่วยเท่านั้น แต่มุ่งเน้นไปที่การป้องกันและส่งเสริมสุขภาพที่ดีตลอดชีวิตของเรา ความรู้ทางการแพทย์ในเรื่อง Longevity Medicine นี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการกำหนดอนาคตด้านการดูแลสุขภาพ ทำให้แพทย์สามารถนำองค์ความรู้ไปปรับใช้เพื่อให้การดูแลสุขภาพที่ครอบคลุม เป็นการดูแลสุขภาพเชิงรุกและเฉพาะบุคคลมากขึ้น

ดร.ไบรอัน เคนเนดี้ เป็นบุคคลที่มีชื่อเสียงในสาขาการวิจัยเรื่องอายุ ซึ่งมีส่วนสำคัญในการศึกษาเกี่ยวกับกระบวนการทางชีววิทยาของการสูงวัย และมีส่วนร่วมในการวิจัยที่เน้นเรื่องการชะลอปัจจัยที่ทำให้เกิดความชรา รวมถึงงานวิจัยเรื่องการศึกษาพันธุศาสตร์ ชีววิทยาของเซลล์ บทบาทของยีนบางชนิดและสารประกอบต่างๆ ที่อาจส่งผลต่อความชรา ตลอดจนประสิทธิผลของการอดอาหารและการจำกัดแคลอรี่ และศักยภาพของยา เช่น ราปามัยซิน ในการยืดอายุขัย ควบคู่ไปกับความสำคัญของวิธีการออกกำลังกายอย่างยั่งยืน อาหารเพื่อสุขภาพ การจัดการความเครียด และการนอนหลับที่มีคุณภาพเพื่อการมีอายุยืนยาว

ดร.คอลลิน อีวาลด์ นักวิทยาศาสตร์ชาวสวิสที่โด่งดังจากงานวิจัยเกี่ยวกับกลไกระดับโมเลกุลของการสูงวัยอย่างมีสุขภาพดี งานวิจัยของดร. คอลลิน ได้สำรวจความสัมพันธ์ระหว่างเซลล์ประสาทและความชรา และเขาได้มีส่วนสำคัญในการทำความเข้าใจบทบาทของการส่งสัญญาณอินซูลิน/IGF-1 ต่อโรคอัลไซเมอร์และภาวะสมดุลของคอลลาเจนในช่วงอายุยืนยาว รวมถึงการกำหนดโปรตีนที่สร้างเมทริกซ์นอกเซลล์ ทีมงานของดร. คอลลิน ใช้ข้อมูลการแสดงออกของยีนเพื่อทำนายยาที่สามารถชะลอความชราได้

ดร.เอเวอร์ลีน บิสชอฟ ศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยแพทยศาสตร์และวิทยาศาสตร์สุขภาพเซี่ยงไฮ้ มีความเชี่ยวชาญด้านอายุรศาสตร์ และเป็นผู้นำในการบูรณาการด้านการใช้ AI มาช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูลทางสุขภาพให้ละเอียดมากยิ่งขึ้นในเชิงการแพทย์อายุยืนยาว งานของดร.เอเวอร์ลีน ในด้านวิทยาผู้สูงอายุและการพัฒนาตัวบ่งชี้ทางชีวภาพสำหรับการวินิจฉัย กำลังปฏิวัติแนวทางการปฏิบัติทางคลินิกในเรื่องผู้สูงวัยและมะเร็งโดยใช้ข้อมูลเฉพาะบุคคล ซึ่งมีส่วนสำคัญในการศึกษาเกี่ยวกับการป้องกันโรคมะเร็งในคนอายุ 100 ปี ที่มีประวัติทางพันธุกรรมได้อย่างไร

นอกจากนี้ ดร.เอเวอร์ลีน บิสชอฟ ยังเน้นย้ำถึงความจำเป็นในการพัฒนาและใช้ประโยชน์จากตัวชี้วัดทางชีวภาพต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับความชรา เช่น นาฬิกาแสดงการแก่ชรา เพื่อบูรณาการเข้ากับการปฏิบัติทางคลินิก แนวทางนี้มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อการพัฒนาด้านการแพทย์เพื่อการมีอายุยืนยาวและพัฒนาวิธีการรักษาที่มีประสิทธิผลมากยิ่งขึ้น

นักวิทยาศาสตร์ทั้งสามท่านนี้ไม่เพียงแต่ผลักดันขอบเขตของการวิจัยทางวิทยาศาสตร์เท่านั้น แต่ยังให้ข้อมูลเชิงลึกที่สามารถนำไปปฏิบัติได้ในเรื่องสุขภาพและการดูแลป้องกันอีกด้วย ผลงานวิจัยของพวกเขาเป็นสัญญาณแห่งความหวังสำหรับผู้ที่ต้องการทำความเข้าใจและเปิดรับศักยภาพสูงสุดของการแพทย์เพื่อการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ

โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์ และ ศูนย์ส่งเสริมสุขภาพไวทัลไลฟ์ ยังคงมุ่งมั่นพัฒนาศาสตร์ด้านการดูแลสุขภาพอย่างต่อเนื่อง ด้วยนวัตกรรมและวิธีการที่ทันสมัย ตลอดจนทุ่มเททำการวิจัย เพราะความจำเป็นในการดูแลสุขภาพในแต่ละช่วงอายุมีความแตกต่างกัน การส่งมอบการดูแลสุขภาพจึงต้องปรับเปลี่ยนตาม เพื่อจุดหมายแห่งการมีอายุยืนยาวอย่างมีคุณภาพ และเต็มไปด้วยพลังสร้างสรรค์ในทุกช่วงวัย

-(016)