BLACKPINK ไปต่อ อัลบั้มใหม่มาแน่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2746176

BLACKPINK ไปต่อ อัลบั้มใหม่มาแน่

7 ธ.ค. 2566 09:21 น.

BLACKPINK ไปต่อ อัลบั้มใหม่มาแน่

หลังจากมีรายงานข่าวมาอย่างต่อเนื่องตั้งแต่ช่วงกลางปี เรื่องค่ายบันเทิงวายจีเอนเตอร์เทนเมนต์ ของเกาหลีใต้ พยายามต่อสัญญาแบบกลุ่มกับสมาชิกวง “แบล็กพิงค์” ในที่สุดเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. ค่ายวายจีได้ออกแถลงการณ์ยืนยันแล้วว่า สมาชิกเกิร์ลกรุ๊ปชื่อดังได้ลงนามทำสัญญากับค่ายอย่างเป็นทางการสำหรับสิทธิในการแสดงแบบครบวงในฐานะ “แบล็กพิงค์” แต่มิได้ลงรายละเอียดเพิ่มเติม ระบุเพียงว่าเป็นสัญญาที่ดีที่สุดของวงการเพลงเกาหลีใต้ในปีนี้ และสมาชิกวงทั้งจีซู เจนนี่ โรเซ่ ลิซ่า ต้องการตอบแทนแฟนๆทั่วโลกด้วยการ จัดกิจกรรมต่างๆให้เหมาะสมกับชื่อเสียงอันโด่งดัง ซึ่งรวมถึงการออกอัลบั้มใหม่ๆ และการเดินสายแสดงคอนเสิร์ตเวิลด์ทัวร์อีกหลายครั้งในอนาคตจากนี้

ทั้งนี้ สื่อท้องถิ่นเกาหลีใต้ไปจนถึงสำนักข่าวซีเอ็นเอ็นสหรัฐฯและบีบีซีอังกฤษพากันรายงานว่า ค่ายวายจียังไม่เปิดเผยว่าสมาชิกแบล็กพิงค์ได้ทำสัญญาแบบรายบุคคลหรือไม่ แต่มีรายงานข่าวเพียงว่า สัญญาแบบรายบุคคล ยังอยู่ระหว่างการเจรจาเพิ่มเติม อย่างไรก็ตาม มีกระแสในแวดวงบันเทิงเกาหลีใต้ ก่อนหน้านี้ว่า ทั้งจีซู เจนนี่ โรเซ่ และลิซ่า ไม่ต่อสัญญารายบุคคลกับค่ายวายจี และทั้ง 4 คนมีสิทธิที่จะไปทำสัญญากับตัวแทนอื่นๆไล่ตามความฝันได้อย่างอิสระ และจะมาแสดงแบบครบวงแบล็กพิงค์ตามที่ตารางงานจะเอื้ออำนวย ซึ่งเป็นเรื่องที่ยากจะเกิดขึ้นในวงการเกิร์ลกรุ๊ปเกาหลี.

ความสัมพันธ์ระหว่างยูเครน-สหรัฐฯ ยังคงไม่ลงรอย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2746173

ความสัมพันธ์ระหว่างยูเครน-สหรัฐฯ ยังคงไม่ลงรอย

7 ธ.ค. 2566 09:13 น.

ความสัมพันธ์ระหว่างยูเครน-สหรัฐฯ ยังคงไม่ลงรอย

ความสัมพันธ์ระหว่างยูเครน-สหรัฐฯ ยังเกิดความไม่ลงรอยอย่างต่อเนื่อง จากกรณีสภาคองเกรส สหรัฐฯยังไม่สามารถลงมติผ่านร่างงบประมาณช่วยเหลือยูเครนก้อนใหม่ได้สำเร็จ โดยเมื่อวันที่ 6 ธ.ค. นายโวโลดิเมียร์ เซเลนสกี ประธานาธิบดียูเครน ตัดสินใจไม่เข้าร่วมการประชุมออนไลน์กับวุฒิสมาชิกและเจ้าหน้าที่ทำเนียบขาวสหรัฐฯแบบกะทันหันตอนที่การประชุมกำลังจะเริ่มขึ้น ระบุว่ามีธุระด่วนกะทันหัน จนทำให้ตัวแทนการ เมืองสหรัฐฯต้องจัดหารือกับคณะที่ปรึกษาของรัฐบาลยูเครนแทน ก่อนที่นายมิตต์ รอมนีย์ และนางเดบ ฟิชเชอร์ วุฒิสมาชิก เดินออกจากห้องประชุม เนื่องจากตัวแทนสหรัฐฯมองว่าไม่มีประโยชน์ ถามอะไรก็ไม่ได้รับคำตอบ.

ระทึก มือปืนกราดยิง ม.เนวาดา ลาสเวกัส ตาย 3 ราย คนร้ายเสียชีวิตแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2746161

ระทึก มือปืนกราดยิง ม.เนวาดา ลาสเวกัส ตาย 3 ราย คนร้ายเสียชีวิตแล้ว

7 ธ.ค. 2566 07:26 น.

ระทึก มือปืนกราดยิง ม.เนวาดา ลาสเวกัส ตาย 3 ราย คนร้ายเสียชีวิตแล้ว

คนร้ายกราดยิงคนในวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยเนวาดา ในลาสเวกัส ทำให้มีผู้เสียชีวิต 3 ศพ ส่วนมือปืนถูกประกาศว่าเสียชีวิตในเวลาต่อมา

เมื่อ 6 ธ.ค. 2566 เควิน แมคมาฮิล นายอำเภอเขตเทศบาลนครลาสเวกัส เผยแพร่ผ่านเครือข่ายสังคมออนไลน์ว่า เกิดเหตุคนร้ายใช้อาวุธปืนบุกเข้าไปยิงภายในวิทยาเขตของมหาวิทยาลัยเนวาดา ในนครลาสเวกัส (UNLV) เป็นเหตุให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บถูกนำตัวส่งโรงพยาบาลอย่างน้อย 3 ราย โดยยังไม่ทราบแน่ชัดว่าเหยื่อทั้ง 3 คนบาดเจ็บมากน้อยเพียงใด และจำนวนอาจเพิ่มขึ้นได้

นายแมคมาฮิลบอกด้วยว่า ผู้ต้องสงสัยเป็นผู้ก่อเหตุถูกพบตัวและเสียชีวิตแล้ว แต่ไม่ระบุว่าเขาเสียชีวิตได้อย่างไร นอกจากนั้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบแรงจูงใจในการก่อเหตุของมือปืนรายนี้ด้วย

ในเวลาต่อมา สำนักงานตำรวจเทศบาลนครลาสเวกัสอัปเดตข้อมูลว่า ผู้บาดเจ็บ 3 รายจากเหตุการณ์นี้เสียชีวิตแล้ว และยังมีผู้บาดเจ็บอาการอยู่ในขั้นวิกฤติกำลังรักษาตัวอีก 1 ราย

ทั้งนี้ เจ้าหน้าที่ท้องถิ่นได้รับแจ้งเหตุยิงกันในเวลาประมาณ 11.45 น. ตามเวลาท้องถิ่น ใกล้พื้นที่ บีม ฮอลล์ (Beam Hall) ซึ่งเป็นที่ตั้งโรงเรียนธุรกิจ ลี ของมหาวิทยาลัยเนวาดา ตำรวจยังได้รับแจ้งเหตุยิงกันอีกที่อาคารสหภาพนักเรียนซึ่งอยู่ติดกัน ซึ่งทางมหาวิทยาลัยประกาศเตือนให้นักศึกษาและเจ้าหน้าที่อพยพไปยังที่ปลอดภัย

ต่อมาในเวลาประมาณ 12.37 น. ตำรวจก็ออกมาบอกว่า คนร้ายเสียชีวิตแล้ว และไม่มีภัยคุกคามเพิ่มเติม

ด้านประธานาธิบดี โจ ไบเดน ออกมาพูดถึงเหตุกราดยิงที่ UNLV และที่เท็กซัส ซึ่งทำให้มีผู้เสียชีวิต 6 ศพ ก่อนหน้านี้ ได้กล่าวแสดงความเสียใจต่อครอบครัวของผู้เสียชีวิตและผู้ที่ได้รับผลกระทบ พร้อมทั้งเรียกร้องให้สมาชิกสภาคองเกรสฝั่งรีพับลิกันผ่านกฎหมายแบนอาวุธปืนจู่โจม และซองกระสุนที่ความจุกระสุนมากด้วย

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

กองทัพไนจีเรียเข้าใจผิด ส่งโดรนโจมตีงานเทศกาล 2 ครั้ง ตาย 88 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2746159

กองทัพไนจีเรียเข้าใจผิด ส่งโดรนโจมตีงานเทศกาล 2 ครั้ง ตาย 88 ศพ

7 ธ.ค. 2566 06:45 น.

กองทัพไนจีเรียเข้าใจผิด ส่งโดรนโจมตีงานเทศกาล 2 ครั้ง ตาย 88 ศพ

กองทัพไนจีเรียทำพลาด ส่งโดรนโจมตีงานเทศกาลทางศาสนาถึง 2 ครั้ง เหตุนึกว่าเป็นกองโจร ตายอื้อ 88 ศพ บาดเจ็บอีกหลายสิบราย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันที่ 6 ธ.ค. 2566 ว่า กองทัพไนจีเรียออกมายอมรับความผิดพลาด กรณีส่งโดรนโจมตีหมู่บ้าน ตูดุน บีรี ในรัฐคาดูนา ซึ่งชาวบ้านจาก 4 ชุมชนมารวมตัวกันเพื่อจัดพิธีเฉลิมฉลอง วันคล้ายวันประสูติของศาสดามูฮัมหมัด เมื่อคืนวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (3 ธ.ค.)

“หลังการโจมตีทางอากาศ 2 ครั้ง มีผู้เสียชีวิตประมาณ 88 ศพ และมีผู้บาดเจ็บหลากหลายระดับอีกไม่น้อยกว่า 68 ราย” สำนักงานจัดการสถานการณ์ฉุกเฉินแห่งชาติของไนจีเรียระบุในแถลงการณ์ โดยบรรยายว่า นี่เป็นอุบัติเหตุอันน่าเศร้า และ “ผู้เสียชีวิตมีทั้งเด็ก, ผู้หญิง และผู้สูงอายุ”

ผู้เห็นเหตุการณ์คนหนึ่งบอกกับสำนักข่าว บีบีซี ว่า อากาศยานลำหนึ่งบินมาทิ้งระเบิดลงกลางสถานที่จัดงาน ทำลายและสังหารผู้คนจำนวนมาก ก่อนที่ระเบิดลูกที่ 2 จะถูกทิ้งลงมา ในขณะที่ชาวบ้านจำนวนหนึ่งเข้าไปนำศพผู้เสียชีวิตจากระเบิดลูกแรกออกมา ทำให้เขาเสียสมาชิกในครอบครัวไปกว่า 34 คน และมีอีก 66 คนต้องเข้าโรงพยาบาล

ด้านกองทัพไนจีเรียออกแถลงการณ์แสดงความเสียใจ สำหรับความผิดพลาดที่เกิดขึ้น โดยระบุว่า กองทัพวิเคราะห์และตีความการทำกิจกรรมของผู้คนผิดไป “ทหารกำลังออกปฏิบัติการลาดตระเวนทางอากาศในตอนที่พวกเขาพบเห็นคนกลุ่มหนึ่ง และวิเคราะห์กับตีความรูปแบบกิจกรรมผิดว่า เหมือนกิจกรรมของกลุ่มโจร ก่อนจะส่งโดรนไปโจมตี”

กองทัพไนจีเรียอ้างด้วยว่า ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา บางพื้นที่ของเมือง ตูดุน บีรี และหมู่บ้านใกล้เคียงเต็มไปด้วยกลุ่มโจรติดอาวุธ ซึ่งเคยก่อการร้ายตามชุมชนต่างๆ

เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา เสนาธิการกองทัพไนจีเรียเดินทางไปยังชุมชนที่ได้รับผลกระทบจากการโจมตีครั้งนี้ เพื่อแสดงความเสียใจด้วย อย่างไรก็ตาม กระแสความไม่พอใจในประเทศยังคงอยู่ในระดับสูง โดยชาวไนจีเรียบางคนใช้โซเชียลมีเดียในการแสดงความโกรธและตั้งคำถามในความผิดพลาดของกองทัพ

“กองทัพในจีเรียเข่นฆ่าประชาชนด้วยการโจมตีทางอากาศ แล้วมาอ้างทีหลังว่าเป็นความผิดพลาดได้อย่างไร?” ผู้ใช้งานอินเทอร์เน็ตคนหนึ่งระบุ ขณะที่อีกคนเขียนข้อความว่า “เป็นเรื่องยากที่จะเข้าใจจริงๆ”

อนึ่ง ตามผลการศึกษาของ SB Morgan ซึ่งเป็นองค์กรข่าวกรองด้านภูมิรัฐศาสตร์ของไนจีเรีย มีผู้เสียชีวิตจากการโจมตีที่ผิดพลาดของกองทัพอย่างน้อยกว่า 300 ศพแล้ว นับตั้งแต่ปี 2560 โดยรัฐบาลรัฐคาดูนา ประกาศจัดตั้งคณะกรรมการขึ้นมาเพื่อสืบสวนข้อเท็จจริงของเหตุการโจมตีครั้งล่าสุดนี้แล้ว

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : abcnews

การตัดสินใจพลาดของมินอ่องหล่าย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745938

การตัดสินใจพลาดของมินอ่องหล่าย

7 ธ.ค. 2566 06:25 น.

การตัดสินใจพลาดของมินอ่องหล่าย

เจ้ากรรมนายเวร เจ้าเกณฑ์ดวงชะตา บันดาลให้พลเอกอาวุโส มินอ่องหล่ายทำปฏิวัติรัฐประหารเมื่อ 1 กุมภาพันธ์ 2021 ก่อนหน้านั้นชีวิตครอบครัวและการงานของมินอ่องหล่ายดำเนินมาด้วยดี เป็นผู้บัญชาการทหารสูงสุดในประเทศประชาธิปไตยที่มีการเลือกตั้ง พม่าเป็นประเทศที่เหมือนเครื่องบินที่กำลังเทกออฟ การทำรัฐประหารทำให้ประเทศถอยหลังย้อนกลับไปหลายสิบปี แถมมีการต่อสู้ระหว่างกองทัพพม่ากับกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์และกองกำลังพิทักษ์ประชาชน ทั้งในรัฐฉานตอนเหนือ รัฐกะยา รัฐชิน รัฐยะไข่ และภูมิภาคสะกาย

ดูจากคลิปวิดีโอที่ส่งต่อกันมา ทหารของกองทัพพม่าถูกฆ่าตายกลายเป็นผีนอนเกลื่อนกลาดดาษดื่นอยู่สองข้างทางในหลายพื้นที่ ทั้งในรัฐฉานเหนือและรัฐกะยา บริเวณชายแดนของพม่ามีการสู้รบอย่างดุเดือดเลือดพล่านอยู่หลายจุด พรมแดนพม่าที่ติดกับจีนก็รบกัน ในรัฐฉานเหนือ ที่ติดกับไทยรบกันที่รัฐกะเหรี่ยงและรัฐกะยา ใกล้กับพรมแดนอินเดียก็รบกันที่รัฐชิน

ที่ได้เปรียบก็คือกลุ่มพันธมิตรสามพี่น้องภราดรภาพหรือ Three Brotherhood Alliance ซึ่งประกอบด้วย 1.กองทัพพันธมิตรประชาธิปไตยแห่งชาติเมียนมา (MNDAA) ซึ่งรู้จักกันในนามกองทัพโกก้างที่นำโดยเผิงต้าซุน 2.กองทัพแนวร่วมปลดปล่อยแห่งชาติตะอาง (TNLA) ที่เรียกกันสั้นๆ ว่ากองทัพตะอาง และ 3.กองทัพอาระกัน (AA) นำโดยพลโททุนเมี๊ยตหน่าย

กองทัพโกก้าง กองทัพตะอาง และกองทัพอาระกัน ร่วมปฏิบัติการ 1027 ผลก็คือยึดเมืองในรัฐฉานเหนือได้เบ็ดเสร็จเด็ดขาดถึง 8 เมือง ทำลายที่ตั้งกองทัพของรัฐบาลมินอ่องหล่ายได้มากกว่า 100 แห่ง การสู้รบอย่างดุเดือดเลือดพล่านในรัฐฉานเหนือทำให้การทำมาค้าขายชายแดนพม่า-จีนทางมณฑลยูนนานพลอยลำบาก ด่านหลายแห่งถูกปิด เดิมทหารพม่ามีรายได้จากแก๊งคอลเซ็นเตอร์ของตระกูลหมิง ซึ่งเป็นแก๊งคนจีนในเมืองเล้าก์ก่าย เมื่อกองทัพโกก้างเข้ามาทำให้แก๊งคอลเซ็นเตอร์ตระกูลหมิงแตกกระจัดพลัดพราย ส่งผลให้ทหารพม่ารายได้ลดตามไปด้วย

ผู้อ่านท่านที่อ่านข่าวในอินเตอร์เน็ตจะพบกับการปฏิบัติการ 1027 ขอเรียนครับว่าปฏิบัติการนี้ก็คือการรบของสามพี่น้องภราดรภาพ ขณะที่รัฐฉานเหนือมีปฏิบัติการ 1027 ในรัฐกะยาหรือที่บางคนเรียกรัฐกะเรนนีก็มีปฏิบัติการ 1111 เป็นปฏิบัติการร่วมของกองกำลังผสมภายใต้สภาบริหารชั่วคราวแห่งรัฐกะเรนนี รัฐบาลเฉพาะกาลแห่งรัฐกะเรนนีประกอบด้วย 4 กองกำลังผสมคือ 1.กองทัพกะเรนนี (KA) 2.กองกำลังป้องกันแห่งชาติกะเรนนี (KNDF) 3.แนวร่วมปลดปล่อยประชาชนแห่งชาติกะเรนนี (KNPLF) และ 4.กองกำลังพิทักษ์ประชาชน (PDF)

ปฏิบัติการทหารภายใต้รหัส 1111 ประสบความสำเร็จอย่างสูง กองกำลังผสมฝ่ายต่อต้านทหารพม่ายึดพื้นที่ในรัฐกะยาได้แล้วมากกว่าร้อยละ 80 ทหารพม่าของพลเอกอาวุโสมินอ่องหล่ายดูแลพื้นที่ได้เพียงร้อยละ 10 ซึ่งเป็นพื้นที่ในเมืองหล่อยก่อ เมืองเอกของรัฐกะยา กำลังรบกันอย่างแรงอีกร้อยละ 10

กองกำลังแห่งชาติชิน (CNA) ยึดพื้นที่ชายแดนพม่า-อินเดียไว้ได้แล้ว 3 เมือง กองทัพอาระกัน (AA) ยึดพื้นที่แถวอ่าวเบงกอลบริเวณชายแดนพม่า-บังกลาเทศ กองทัพกะเหรี่ยง (KNU) และกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (PDF) กำลังสู้เพื่อยึดเมืองกอกะเร็ก จังหวัดเมียวดี ที่อยู่บนทางหลวงเอเชียสาย AH1 กองทัพอิสรภาพกะฉิ่น (KIA) และกองกำลังพิทักษ์ประชาชน (PDF) กำลังโจมตีที่มั่นของทหารพม่าบนทางหลวงเอเชียสาย AH1 ที่เชื่อมภาคสะกายกับรัฐมณีปุระ ของอินเดีย

การต่อสู้กับกองกำลังของรัฐบาลในหลายประเทศประสบความสำเร็จเพราะความมีเอกภาพ แต่ผู้อ่านท่านลองดูการต่อสู้ในพม่า มีตัวละครเยอะแยะ หากกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์และกองกำลังพิทักษ์ประชาชนชนะ ผมไม่เชื่อว่ากองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์จะเข้าร่วมกับรัฐบาลเอกภาพแห่งชาติ (NUG) ซึ่งรัฐบาลนี้สนับสนุนนางอองซานซูจี

หลังจากชนะแล้ว อาจมีกองกำลังกลุ่มชาติพันธุ์บางแห่งใช้โอกาสนี้ประกาศเอกราช.


นิติการุณย์ มิ่งรุจิราลัย
songlok1997@gmail.com

อิสราเอลอ้าง กองทัพล้อมบ้านผู้นำฮามาส แต่เจ้าตัวหนีลงไปใต้ดินแล้ว

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2746148

อิสราเอลอ้าง กองทัพล้อมบ้านผู้นำฮามาส แต่เจ้าตัวหนีลงไปใต้ดินแล้ว

7 ธ.ค. 2566 04:30 น.

อิสราเอลอ้าง กองทัพล้อมบ้านผู้นำฮามาส แต่เจ้าตัวหนีลงไปใต้ดินแล้ว

อิสราเอลเผย กองทัพปิดล้อมบ้านของผู้นำระดับสูงสุดของกลุ่มฮามาสในฉนวนกาซาได้สำเร็จ แต่เจ้าตัวหนีลงไปใต้ดินแล้ว

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า นายเบนจามิน เนทันยาฮู นายกรัฐมนตรีอิสราเอล กล่าวในวันพุธที่ 6 ธ.ค. 2566 ว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) เข้าปิดล้อมบ้านของนายยาห์ยา ซินวาร์ ผู้นำระดับสูงที่สุดของกลุ่มฮามาส ซึ่งอยู่ในภาคใต้ของฉนวนกาซาเอาไว้แล้ว

“เมื่อคืนนี้ ผมบอกว่ากองทัพของเราสามารถไปถึงที่ใดก็ได้ในฉนวนกาซา” เนทันยาฮูกล่าวในคลิปวิดีโอแถลงการณ์สั้นๆ “ตอนนี้ พวกเขาปิดล้อมบ้านของซินวาร์ไว้แล้ว บ้านหลังนี้ไม่ใช่ป้อมปราการของเขา และเขาสามารถหนีได้ แต่มันก็ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้น ก่อนที่เราจะได้ตัวเขา”

เนทันยาฮูไม่ได้ระบุว่าบ้านของนายซินวาร์อยู่ที่ใดในกาซา อย่างไรก็ตาม พลเรือตรี แดเนียล ฮาการี โฆษกของ IDF กล่าวในงานแถลงข่าวว่า บ้านของนายซินวาร์อยู่ในพื้นที่เมืองข่านยูนิส “มีโครงสร้างพื้นฐานและสำนักงานใหญ่ของผู้ก่อการร้ายอยู่ที่นั่น ซินวาร์ไม่ได้อยู่บนดิน เขาอยู่ใต้ดิน ผมไม่อยากพูดว่าอยู่ที่ไหน และเราได้ข่าวกรองอะไรมา”

“หน้าที่ของเราคือไปให้ถึงซินวาร์แล้วสังหารเขา เราจำเป็นต้องทำเรื่องนั้นโดยเร็วที่สุดเท่าที่จะเป็นไปได้” พลเรือตรีฮาการีกล่าวเสริม

ด้านนาย มาร์ก เรเกฟ ที่ปรึกษาระดับสูงของนายเนทันยาฮู และอดีตเอกอัครราชทูตอิสราเอลประจำสหราชอาณาจักร บอกกับสำนักข่าว ซีเอ็นเอ็น ว่า การปิดล้อมบ้านของนายซินวาร์ได้ถือเป็นชัยชนะเชิงสัญลักษณ์ และ “มันจะเป็นชัยชนะที่แท้จริงในไม่ช้า” “ขึ้นอยู่กับเวลาเท่านั้นก่อนที่เราจะได้ตัวชายคนนี้”

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

ปูตินเย้ยหมายจับ ICC เดินทางเยือนยูเออี-ซาอุฯ สานสัมพันธ์ชาติอาหรับ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2746147

ปูตินเย้ยหมายจับ ICC เดินทางเยือนยูเออี-ซาอุฯ สานสัมพันธ์ชาติอาหรับ

7 ธ.ค. 2566 03:20 น.

ปูตินเย้ยหมายจับ ICC เดินทางเยือนยูเออี-ซาอุฯ สานสัมพันธ์ชาติอาหรับ

ปูตินเยือนตะวันออกกลางครั้งแรกในรอบกว่า 2 ปี เข้าพบประธานาธิบดียูเออี ก่อนมุ่งหน้าไปซาอุดีอาระเบีย หวังกระชับความสัมพันธ์ท่ามกลางสถานการณ์สงคราม

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า เมื่อวันพุธที่ 6 ธ.ค. 2566 ประธานาธิบดี วลาดิเมียร์ ปูติน แห่งประเทศรัสเซีย เดินทางเยือนตะวันออกกลางเป็นครั้งแรกนับตั้งแต่สงครามในยูเครนเริ่มต้นขึ้น โดยจุดหมายแรกของเขาคือสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ (ยูเออี) ซึ่งเขาเข้าพบประธานาธิบดี โมฮัมเหม็ด บิน ซาเยด อัล นาห์ยาน ที่กรุงอาบูดาบี

ระหว่างการพบปะกับประธานาธิบดียูเออี ปูตินกล่าวชื่นชมความร่วมมือกันระหว่างทั้ง 2 ประเทศ พร้อมบรรยายว่า ยูเออี คือ “หุ้นส่วนทางการค้าหลักของรัสเซียในโลกอาหรับ”

หลังจากนั้น ปูตินเดินทางต่อไปยังกรุงริยาดห์ และเข้าพบเจ้าชาย โมฮัมเหม็ด บิน ซัลมาน มกุฎราชกุมารแห่งซาอุดีอาระเบีย อันเป็นส่วนหนึ่งของการเดินสายระยะสั้น เพื่อสานความสัมพันธ์กับชาติอ่าวอาหรับ ท่ามกลางสถานการณ์สงครามที่กำลังเกิดขึ้นในอิสราเอลและในยูเครน

ทั้งนี้ การเยือนยูเออีของปูตินนับเป็นการเดินทางไปต่างประเทศซึ่งเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก นับตั้งแต่ศาลอาชญากรรมระหว่างประเทศ (ICC) ออกหมายจับเขาในข้อหา ก่ออาชญากรรมสงครามในยูเครน ซึ่งจำกัดความสามารถในการเดินทางไปต่างประเทศของปูตินอย่างมาก และทำให้เขาไม่ได้ไปร่วมประชุมสุดยอด BRICS เมื่อสิงหาคม เนื่องจากแอฟริกาใต้เป็นสมาชิกของ ICC

อย่างไรก็ตาม สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์และซาอุดีอาระเบีย ไม่ได้ให้สัตยาบันกับ ICC จึงไม่มีข้อผูกมัดให้ดำเนินการจับกุมปูตินตามหมายจับ นอกจากนั้น ชาติอ่าวอาหรับยังวางตัวเป็นกลางในสงครามยูเครนมาตลอด แม้ชาติตะวันตกจะพยายามกดดันให้พวกเขาร่วมคว่ำบาตรรัสเซียก็ตาม

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : cnn

นิตยสาร Time เลือก ‘เทย์เลอร์ สวิฟต์’ เป็นบุคคลแห่งปี 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2746144

นิตยสาร Time เลือก ‘เทย์เลอร์ สวิฟต์’ เป็นบุคคลแห่งปี 2023

7 ธ.ค. 2566 01:58 น.

นิตยสาร Time เลือก ‘เทย์เลอร์ สวิฟต์’ เป็นบุคคลแห่งปี 2023

นิตยสาร Time เลือก เทย์เลอร์ สวิฟต์ นักร้องสาวชื่อดังระดับโลก เป็นบุคคลแห่งปี 2023 เจ้าตัวเผยเป็นช่วงเวลาที่ภูมิใจและมีความสุขที่สุดในชีวิต

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานในวันพุธที่ 6 ธ.ค. 2566 ว่า นิตยสาร Time เลือก เทย์เลอร์ สวิฟต์ ซุปเปอร์สตาร์สาว นักร้อง และนักแต่งเพลงชื่อดัง เป็นบุคคลแห่งปี 2023 จากผลงานตลอดปีของเธอ โดยเฉพาะ คอนเสิร์ต ‘ดิ เอราส์ ทัวร์’ (The Eras Tour) ซึ่งสร้างแรงสั่นสะเทือนไปทั่วโลก

เทย์เลอร์ สวิฟต์ ให้สัมภาษณ์กับ Time หลังได้รับเลือกเป็นบุคคลแห่งปีว่า “ฉันรู้สึกภูมิใจและมีความสุขที่สุดเท่าที่เคยมีมา”

นักร้องสาวยังยอมรับกับ Time ด้วยว่า คอนเสิร์ต The Eras Tour ซึ่งแต่ละรอบมีความยาว 180 นาที และเธอต้องร้องเพลงถึง 45 เพลง มักทำให้เธอรู้สึกเหนื่อยล้าทางกายอย่างหนัก “หลังจากโชว์ ฉันไม่ลุกจากเตียงเลย นอกจากเพื่อไปหาอาหารแล้วพามันกลับมาที่เตียงและกินมันที่นั่น”

“ฉันพูดแทบจะไม่ได้ เพราะฉันต้องร้องเพลง 3 โชว์ติดต่อกัน ทุกครั้งที่ฉันก้าวเดิน เท้าของฉันจะมีเสียงกร๊อบแกร๊บจากการเต้นขณะใส่ส้นสูง”

สาวเทย์เลอร์ยังพูดถึงเรื่องความรักที่เบ่งบานกับทราวิส เคลซ์ นักอเมริกันฟุตบอลหนุ่มด้วย โดยทั้งคู่ตกเป็นข่าวหน้า 1 ในเดือนกันยายน หลังมีคนเห็นสวิฟต์นั่งชมการแข่งขันของหนุ่มทราวิสข้างแม่ของเขา

“ตอนที่ฉันไปดูเกมแรกนั้น เราก็คบกันแล้ว” นักร้องสาวเผย “ฉันคิดว่ามีคนคิดว่าเห็นเราเดตกันครั้งแรกในเกมนั้นใช่มั้ย? แต่เราไม่บ้าพอเปิดตัวแรงขนาดนั้นในเดตแรกหรอก”

อย่างไรก็ตาม ชีวิตรักของสวิฟต์เป็นเพียงส่วนประกอบเล็กๆ เท่านั้น เมื่อเทียบกับผลกระทบทางด้านศิลปะของเธอ โดยอาชีพการงานของสาวเทย์เลอร์ซึ่งอยู่ในระดับสูงมากอยู่แล้ว พุ่งสูงขึ้นไปอีกเพราะคอนเสิร์ต ‘ดิ เอราส์ ทัวร์’ ซึ่งตั๋วขายดีจนเว็บไซต์ Ticketmaster ล่ม นำไปสู่การสืบสวนของคณะกรรมการวุฒิสภา เรื่องการทำธุรกิจของเว็บไซต์นี้

ในตอนที่ทัวร์เริ่มขึ้นเมื่อช่วงฤดูร้อนที่ผ่านมา เหล่าแฟนๆ ที่ไม่มีตั๋วถึงขั้นไปรวมตัวกันที่ลานจอดรถ เพียงเพื่อให้ได้ยินเสียงดนตรีที่ดังมาจากคอนเสิร์ต ส่วนการแสดงที่ซีแอตเติลก็สร้างปรากฏการณ์ ทำให้เกิดแรงสั่นสะเทือนเทียบเท่าแผ่นดินไหวระดับ 2.3 แมกนิจูด

“มันรู้สึกเหมือนกับว่า ช่วงเวลาฝ่าทางตันในอาชีพของฉัน เกิดขึ้นในตอนที่ฉันอายุ 33 ปี” สวิฟต์บอกกับ Time “และเป็นครั้งแรกในชีวิต ที่ฉันมีจิตใจเข้มแข็งพอรับสิ่งที่ตามมาพร้อมกับมัน”

ช่วงสูงสุดในอาชีฟของสวิฟต์เกิดขึ้นหลังจากเธอถูกให้ร้ายเรื่องจุดยืนทางการเมืองและสิทธิสตรีของเธอ ซึ่งนักร้องสาวเงียบมาตลอดเนื่องจากความไม่มั่นใจที่จะพูดออกมา

แต่หลังจากที่เธอออกมากล่าวแสดงความไม่เห็นด้วยกับโดนัลด์ ทรัมป์ และสนับสนุนสิทธิในการทำแท้ง เธอก็มือขึ้นมาตลอด เริ่มจากปล่อยอัลบั้มในยุคโควิดอย่าง Folklore และ Evermore ก่อนจะตอกย้ำการกลับมาอย่างยิ่งใหญ่ด้วยการปล่อยอัลบั้ม Midnights เมื่อปีก่อน

แซม เจคอบส์ หัวหน้าบรรณาธิการของ Time กล่าวว่า เทย์เลอร์ สวิฟต์ เป็นบุคคลหายากผู้เป็นทั้งผู้แต่งและตัวเอกในเรื่องราวของตัวเอง และไอคอนเพลงป๊อปสาวชาวอเมริกันผู้นี้ได้ค้นพบวิธีก้าวข้ามเส้นแบ่งเขต และไปเป็นต้นกำเนิดแสงด้วยตัวเอง

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

สลด พบร่างนักปีนเขาคนสุดท้าย เหยื่อภูเขาไฟมาราปีเพิ่มเป็น 23 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2746141

สลด พบร่างนักปีนเขาคนสุดท้าย เหยื่อภูเขาไฟมาราปีเพิ่มเป็น 23 ศพ

6 ธ.ค. 2566 23:59 น.

สลด พบร่างนักปีนเขาคนสุดท้าย เหยื่อภูเขาไฟมาราปีเพิ่มเป็น 23 ศพ

จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุภูเขาไฟมาราปี ในประเทศอินโดนีเซียปะทุเมื่อช่วงสุดสัปดาห์ที่ผ่านมา เพิ่มเป็น 23 ศพ หลังพบร่างนักปีนเขาที่หายตัวไปคนสุดท้าย

สำนักข่าวต่างประเทศรายงานว่า สำนักงานค้นหาและกู้ภัยแห่งชาติของประเทศอินโดนีเซีย เปิดเผยในวันพุธที่ 6 ธ.ค. 2566 ว่าพวกเขาพบร่างนักปีนเขาคนสุดท้ายที่หายตัวไป หลังภูเขาไฟมาราปีปะทุเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมาแล้ว ทำให้จำนวนผู้เสียชีวิตล่าสุดอยู่ที่ 23 ศพ

เจ้าหน้าที่กู้ภัยอินโดนีเซียกลับมาปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหายที่เหลืออีก 10 คน อีกครั้งเมื่อวันอังคาร หลังจากระงับไปด้วยเหตุผลด้านความปลอดภัย และพบศพของผู้สูญหายรายสุดท้าย ซึ่งเจ้าหน้าที่ระบุว่าเป็นผู้หญิง ในวันพุธ

ภูเขาไฟมาราปีปะทุเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา (3 ธ.ค.) พ่นเถ้าถ่านขึ้นฟ้าสูงถึง 3 กม. และตกลงมาปกคลุมหมู่บ้านใกล้เคียง โดยในเวลาเกิดเหตุ มีนักปีนเขาอยู่ในพื้นที่ทั้งหมด 75 คน ส่วนใหญ่อพยพลงมาได้สำเร็จ แต่หลายรายได้รับบาดเจ็บเป็นแผลไฟไหม้ และมีผู้บาดเจ็บ 12 คนที่ยังต้องรับการรักษาในโรงพยาบาล

อนึ่ง ภูเขาไฟมาราปี มีความหมายว่า ภูเขาแห่งไฟ เป็นหนึ่งในภูเขาไฟที่มีความเคลื่อนไหวมากที่สุด จากทั้งหมด 127 แห่งของประเทศอินโดนีเซีย เคยปะทุมาแล้วหลายครั้ง ซึ่งครั้งที่ทำให้มีผู้เสียชีวิตมากที่สุดเกิดขึ้นในปี 2542 มีผู้เคราะห์ราย 60 ศพ

มาราปียังเป็นสถานที่ปีนเขายอดนิยมด้วย แต่ในปีนี้เส้นทางปีนเขาบางจุดเปิดถึงเดือนมิถุนายนเท่านั้น เนื่องจากเกิดการปะทุขึ้นระหว่างเดือนมกราคมถึงกุมภาพันธ์

ติดตามข่าวต่างประเทศ : https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา : bbc

อิสราเอลตั้งเครื่องสูบน้ำพร้อมแล้ว แต่ยังลังเล อัดน้ำท่วมอุโมงค์ฮามาส

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2746086

อิสราเอลตั้งเครื่องสูบน้ำพร้อมแล้ว แต่ยังลังเล อัดน้ำท่วมอุโมงค์ฮามาส

6 ธ.ค. 2566 18:41 น.

อิสราเอลตั้งเครื่องสูบน้ำพร้อมแล้ว แต่ยังลังเล อัดน้ำท่วมอุโมงค์ฮามาส

เผยกองทัพอิสราเอลติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่พร้อมแล้วถึง 5 เครื่อง แต่ยังไม่ตัดสินใจ แผนอัดน้ำทะเลท่วมอุโมงค์ใต้ดิน ‘อาวุธลับ’ กลุ่มฮามาส

เว็บไซต์ Time of Israel (ไทม์ ออฟ อิสราเอล) รายงานอ้างการเปิดเผยของThe Wall Streat Journal (วอลล์ สตรีท เจอร์นัล) สื่อทรงอิทธิพลในสหรัฐอเมริกาว่า กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) หรือกองทัพอิสราเอลยังไม่ตัดสินใจว่าจะเดินหน้าตามแผนสูบน้ำทะเลเข้าไปในอุโมงค์ใต้ดินของกลุ่มฮามาสดีหรือไม่ เพื่อหวังทำลายเครือข่ายอุโมงค์ ซึ่งถือเป็น ‘อาวุธลับ’ ที่กลุ่มฮามาสใช้เป็นเส้นทางลักลอบบุกโจมตีอิสราเอล

วอลล์ สตรีท เจอร์นัล อ้างการเปิดเผยของเจ้าหน้าที่ทหารสหรัฐฯ ว่า กองทัพอิสราเอลได้ติดตั้งเครื่องสูบน้ำขนาดใหญ่ 5 เครื่องใกล้กับค่ายผู้ลี้ภัยอัลชาตี ในเมืองกาซาซิตี้ ทางตอนเหนือของฉนวนกาซา เพื่อสูบน้ำทะเลจากทะเลเมดิเตอร์เรเนียนมายังอุโมงค์ใต้ดิน เพื่อทำให้น้ำท่วมอุโมงค์ โดยเจ้าหน้าที่สหรัฐฯ อ้างด้วยว่ากองทัพอิสราเอลได้แจ้งให้รัฐบาลสหรัฐฯ ทราบแผนการนี้ตั้งแต่เดือนที่แล้ว แต่กองทัพอิสราเอลยังไม่ได้ตัดสินใจว่าจะดำเนินการตามแผนหรือไม่

ทหารอิสราเอลพบปากอุโมงค์ใต้ดินกลุ่มฮามาส

รายงานข่าวตั้งข้อสังเกตด้วยว่า ยังไม่แน่ชัด กองทัพอิสราเอลจะสูบน้ำทะเลลงไปท่วมอุโมงค์ ก่อนที่ตัวประกันทั้งหมดที่ถูกกลุ่มฮามาสจับไปยังฉนวนกาซาตั้งแต่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา จะถูกปล่อย ได้รับอิสระหรือไม่ เนื่องจากมีความเสี่ยงที่ตัวประกันบางคนอาจยังคงถูกคุมตัวไว้ในอุโมงค์

ติดตามข่าวต่างประเทศได้ที่ :https://www.thairath.co.th/news/foreign

ที่มา: timesofisrael