สงครามยูเครนยังโหด ปูตินเสีย นายพลทหารอีกนาย โดนฆ่าตายในสมรภูมิรบ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2746063

สงครามยูเครนยังโหด ปูตินเสีย นายพลทหารอีกนาย โดนฆ่าตายในสมรภูมิรบ

6 ธ.ค. 2566 17:19 น.

สงครามยูเครนยังโหด ปูตินเสีย นายพลทหารอีกนาย โดนฆ่าตายในสมรภูมิรบ

สงครามยูเครนยังดุเดือด พลตรีวลาดิเมียร์ ซาวาดสกี ถูกสังหารในสมรภูมิรบที่ยูเครน นับเป็นนายทหารยศนายพลคนที่ 7 ที่โดนปลิดชีพ นับตั้งแต่ปูตินทำสงครามในยูเครน เมื่อ ก.พ. 2565

เมื่อ 6 ธ.ค. 2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน พลตรีวลาดิเมียร์ ซาวาดสกี รองผู้บัญชาการเหล่าทหารที่ 14 ของกองทัพรัสเซีย ถูกสังหารระหว่างปฏิบัติหน้าที่ในเขตปฏิบัติการพิเศษ ในประเทศยูเครน โดยนายอเล็กซานเดอร์ กูเซฟ ผู้ว่าการจังหวัดโวโรเนซ ทางตอนใต้ของรัสเซียได้ยืนยันข่าวร้ายการเสียชีวิตของพลเรือตรีซาวาดสกีในวัย 45 ปี ผ่านแอปพลิเคชัน เทเลแกรม แต่ไม่ได้อธิบายรายละเอียดเกี่ยวกับสาเหตุที่ทำให้นายทหารระดับสูงรัสเซียสิ้นชีพ

ขณะที่สำนักข่าวบีบีซี ภาคภาษารัสเซีย เปิดเผยว่า มีรายงานที่ไม่ได้รับการยืนยันเกี่ยวกับการเสียชีวิตของพลเรือตรีซาวาดสกีออกมาเป็นครั้งแรกตั้งแต่ช่วงปลายเดือนพฤศจิกายนที่ผ่านมา โดยมีการแจ้งข่าวกันในกลุ่มแชตทางออนไลน์ของเหล่านายทหารที่เรียนจบจากโรงเรียนนายร้อยทหารในรัสเซีย ซึ่งพลตรีซาวาดสกีเคยเล่าเรียนที่โรงเรียนนายร้อยทหารแห่งนี้ด้วย ซึ่งจากการส่งข่าวกันในห้องแชตออนไลน์ แจ้งกันว่า พลเรือตรีซาวาดสกี สิ้นชีพเนื่องจาก ‘กับระเบิด’

นอกจากนั้น บีบีซี ภาคภาษารัสเซีย ยังรายงานขัดแย้งกับรายงานในสื่อหลายแห่ง ที่ระบุว่า พลตรีซาวาดสกีถูกสังหารในแคว้นคาร์คิฟ ทางภาคตะวันออกของยูเครนหรือไม่ก็ที่แคว้นเคอร์ซอน

จากรายงานของบีบีซีภาษารัสเซีย และเว็บไซต์ Mediazona สื่ออิสระที่รวบรวมข้อมูล ระบุว่า พลตรีซาวาดสกี นับเป็นทหารระดับสูงยศนายพลรายที่ 7 ของกองทัพรัสเซียที่ถูกสังหารในยูเครน นับตั้งแต่ประธานาธิบดีวลาดิเมียร์ ปูติน เปิดฉากทำสงครามในยูเครนเมื่อเดือนกุมภาพันธ์ 2565

Cr ภาพ : Russian Defense Ministry

ที่มา : themoscowtimes

ทหารอิสราเอลบุกถึงกลางเมืองข่านยูนิสแล้ว ยอมรับปะทะกลุ่มฮามาสหนักสุด

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745978

ทหารอิสราเอลบุกถึงกลางเมืองข่านยูนิสแล้ว ยอมรับปะทะกลุ่มฮามาสหนักสุด

6 ธ.ค. 2566 14:22 น.

ทหารอิสราเอลบุกถึงกลางเมืองข่านยูนิสแล้ว ยอมรับปะทะกลุ่มฮามาสหนักสุด

ทหารอิสราเอลบุกถึงกลางเมืองข่านยูนิสแล้ว ยอมรับปะทะฮามาสหนักสุด ตั้งแต่บุกภาคพื้นดินเข้าฉนวนกาซา ด้านนายกฯ เนทันยาฮู เผยมีตัวประกันยังถูกฮามาสจับกุม 138 ราย

เมื่อ 6 ธ.ค.2566 สำนักข่าวต่างประเทศรายงาน กองกำลังป้องกันอิสราเอล (IDF) หรือกองทัพอิสราเอลออกแถลงการณ์กำลังทหารอิสราเอลสามารถบุกเข้าใจกลางเมืองข่านยูนิส (Khan Younis) เมืองใหญ่สุดทางตอนใต้ของฉนวนกาซาแล้ว ขณะที่กองทัพอิสราเอลยอมรับว่า การสู้รบระหว่างทหารอิสราเอลกับกลุ่มฮามาส เมื่อวันอังคารที่ 5 ธันวาคม ที่ผ่านมา เป็นการปะทะกันหนักที่สุด นับตั้งแต่กองทัพอิสราเอลส่งทหารราบปฏิบัติการภาคพื้นดิน บุกเข้าไปทางตอนเหนือฉนวนกาซา เพื่อหวังปราบกลุ่มฮามาส ตั้งแต่ปลายเดือนตุลาคม ที่ผ่านมา

แดเนียล ฮาการี โฆษกกองทัพอิสราเอลอธิบายเกี่ยวกับเมืองข่านยูนิสว่า เป็นเมืองฐานที่มั่นของกลุ่มฮามาสทางตอนใต้ของฉนวนกาซา และกองทัพอิสราเอลมีเป้าหมายจะกำจัดกลุ่มก่อการร้ายและทำลายระบบพื้นฐาน เหมือนกับที่ทหารอิสราเอลปฏิบัติการทางตอนเหนือของฉนวนกาซา

ทหารอิสราเอลปะทะกับกลุ่มฮามาส ที่เมืองข่านยูนิส ทางตอนใต้ของฉนวนกาซา เมื่อ 5 ธ.ค.2566 ขณะทหารอิสราเอลบุกเข้าสู่ใจกลางเมืองข่านยูนิส

ขณะที่ นายกรัฐมนตรีเบนจามิน เนทันยาฮู แห่งอิสราเอล เปิดเผยว่า จนถึงขณะนี้ยังมีตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับกุมอยู่ 138 ราย จากจำนวนตัวประกันที่ถูกกลุ่มฮามาสจับกุมมายังฉนวนกาซา ประมาณ 240 ราย ตั้งแต่ 7 ตุลาคม ที่ผ่านมา อย่างไรก็ตาม ตอนนี้ ยังไม่มีความเป็นไปได้ที่อิสราเอลจะช่วยตัวประกันที่เหลือทุกคนได้กลับบ้าน

ด้านสำนักงานฝ่ายสื่อของกลุ่มฮามาส แจ้งว่า กองทัพอิสราเอลโจมตีฉนวนกาซา เป็นเหตุให้มีชาวปาเลสไตน์เสียชีวิตเพิ่มขึ้นเป็นอย่างน้อย 16,248 รายแล้ว ในจำนวนนี้เป็นเด็กกว่า 7,000 ราย และผู้หญิงเกือบ 5,000 ราย

ที่มา : BBC

คิม จอง อึน หลั่งน้ำตาลูกผู้ชาย วอนขอคุณแม่เกาหลีเหนือมีลูกเพิ่มขึ้น (คลิป)

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745984

คิม จอง อึน หลั่งน้ำตาลูกผู้ชาย วอนขอคุณแม่เกาหลีเหนือมีลูกเพิ่มขึ้น (คลิป)

6 ธ.ค. 2566 14:04 น.

คิม จอง อึน หลั่งน้ำตาลูกผู้ชาย วอนขอคุณแม่เกาหลีเหนือมีลูกเพิ่มขึ้น (คลิป)

สำนักข่าวต่างประเทศเผยคลิปหาชมยาก ขณะที่ นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือ หลั่งน้ำตากลางที่ประชุมแห่งชาติเพื่อคุณแม่ วอนขอให้หญิงชาวเกาหลีเหนือมีลูกมากขึ้น แก้ปัญหาอัตราการเกิดต่ำ

สถานีโทรทัศน์แห่งชาติเกาหลีเหนือ เผยคลิปภาพขณะที่ นายคิม จอง อึน ผู้นำสูงสุดของเกาหลีเหนือ ถึงกับหลั่งน้ำตา และต้องนำผ้าเช็ดหน้าขึ้นมาเช็ดน้ำตา ในระหว่างการประชุมแห่งชาติเพื่อคุณแม่ครั้งที่ 5 ซึ่งจากภาพจะเห็นว่า คิม จอง อึน นั่งก้มหน้า และร้องไห้ ขณะที่บรรดาสตรีที่เข้าร่วมการประชุมก็ร้องไห้ตาม

ชมคลิป ที่นี่

สำหรับการกล่าวสุนทรพจน์ของ นายคิม ทั้งในช่วงการเปิดงาน และปิดงานในปีนี้ ได้เน้นย้ำถึงความต้องการที่จะให้อัตราการเกิดเพิ่มมากขึ้น โดยผู้นำเกาหลีเหนือได้อ้อนวอนให้บรรดาสตรีเร่งมีลูกกันมากขึ้น เนื่องจากขณะนี้เกาหลีเหนือมีอัตราการเกิดที่ต่ำลง ซึ่งอาจจะส่งผลกระทบต่อจำนวนแรงงานในประเทศ และอยากให้มีเด็กๆ และเยาวชนเพิ่มขึ้นทั่วประเทศ หลังจากที่มีรายงานก่อนหน้านี้ว่า ภายในปี 2070 ประชากรของเกาหลีเหนือจะลดลงราว 2 ล้านคน เนื่องจากอัตราการเกิดต่ำ ซึ่งจะส่งผลกระทบต่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างมาก

ทั้งนี้ สื่อของทางการเกาหลีเหนือไม่มีการเปิดเผยเกี่ยวกับเรื่องราวของมารดาของ นายคิม จอง อึน ในรายงานมากนัก ขณะที่ผู้เชี่ยวชาญต่างชาติระบุว่า มารดาของ นายคิม คือนางโก ยอง ฮุย ชาวเกาหลีเหนือที่เกิดในประเทศญี่ปุ่น

โดยหลังจาก นายคิม จอง อึน ได้ขึ้นมาเป็นผู้นำสูงสุดเกาหลีเหนือในปี 2012 ก็มีการกำหนดวันแม่แห่งชาติขึ้นใหม่เป็นวันที่ 16 พฤศจิกายนของทุกปี.

ที่มา : เอพี

รถบัสฟิลิปปินส์หลุดโค้งตกเขา ดับ 16 ศพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745977

รถบัสฟิลิปปินส์หลุดโค้งตกเขา ดับ 16 ศพ

6 ธ.ค. 2566 13:42 น.

รถบัสฟิลิปปินส์หลุดโค้งตกเขา ดับ 16 ศพ

เกิดเหตุรถบัสโดยสารหลุดโค้งมรณะบนภูเขาสูง จนพลัดตกลงไปในเหวลึก ทางตอนกลางของฟิลิปปินส์ เมื่อวานนี้ เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต 16 ศพ ในจำนวนนี้รวมถึงคนขับรถบัสด้วย

เกิดอุบัติเหตุสลดเมื่อรถบัสโดยสารสูญเสียการควบคุมขณะวิ่งไปบนเส้นทางเลียบเขา ส่งผลให้รถเสียหลักพุ่งตกลงไปในเหวลึก จนทำให้มีผู้เสียชีวิตอย่างน้อย 16 ศพ และมีผู้บาดเจ็บอีก 12 คน ในจำนวนนี้บาดเจ็บสาหัสถึง 8 คน

โดยผู้เห็นเหตุการณ์เปิดเผยว่า คนขับได้บีบแตรรถดังต่อเนื่องหลายครั้ง เนื่องจากรู้ตัวว่าสูญเสียการควบคุมรถ จนกระทั่งรถพุ่งชนกับราวคอนกรีตก่อนที่จะตกลงไป โดยขณะนี้เจ้าหน้าที่กู้ภัยซึ่งสนธิกำลังกับตำรวจ และทหาร ได้เสร็จสิ้นการค้นหาและกู้ภัยแล้วหลังใช้เวลานานหลายชั่วโมง โดยสามารถช่วยลำเลียงผู้บาดเจ็บขึ้นมาได้หลายคน ขั้นตอนต่อไปจะเป็นการกู้ซากรถขึ้นมาจากหุบเขา พร้อมขอให้ชาวบ้านในพื้นที่ช่วยแจ้งเหตุหากพบเห็นผู้บาดเจ็บเพิ่มเติม เนื่องจากพื้นที่ด้านล่างเหวเป็นพื้นที่ป่ารกทึบทำให้ยากต่อการเข้าถึง ส่วนสาเหตุของอุบัติเหตุครั้งนี้ยังอยู่ระหว่างการสอบสวน.

ที่มา : เอพี

เลือกเพศลูก สาเหตุที่เวียดนามยังครองแชมป์ทำแท้งสูงสุดในเอเชีย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745772

เลือกเพศลูก สาเหตุที่เวียดนามยังครองแชมป์ทำแท้งสูงสุดในเอเชีย

6 ธ.ค. 2566 12:07 น.

เลือกเพศลูก สาเหตุที่เวียดนามยังครองแชมป์ทำแท้งสูงสุดในเอเชีย

  • เวียดนาม ยังคงครองแชมป์ทำแท้งในอัตราที่สูงที่สุดในเอเชีย และสูงสุดเป็นอันดับสองของโลก สืบเนื่องมาจากประชาชนยังคงนิยมเลือกเพศลูก โดยต้องการจะมีลูกชายมากกว่าลูกสาว
  • วัฒนธรรมเวียดนามยังคงได้รับอิทธิพลจากลัทธิขงจื๊อ และคู่รักมักมีแนวโน้มที่อยากจะได้ลูกชาย เพราะเชื่อว่าลูกชายจะมาช่วยสืบทอดทรัพย์สมบัติของครอบครัว มาดูแลพ่อแม่ที่แก่ชรา และประกอบพิธีกรรมเพื่อยกย่องบรรพบุรุษได้ดีกว่าลูกสาว
  • จากข้อมูลการสำรวจสำมะโนประชากรของเวียดนามพบว่า เวียดนาม จะมีประชากรที่เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิงถึง 1.5 ล้านคน ภายในปี 2034 และจะเพิ่มไปอีกราว 4.3 ล้านคน ภายในปี 2050 หากอัตราการเลือกเพศของบุตรยังสูงเหมือนในปัจจุบันนี้

จากข้อมูลล่าสุดของ องค์การสหประชาชาติ พบว่า เวียดนาม มีอัตราการทำแท้งสูงที่สุดเป็นอันดับสองของโลก ด้วยอัตราการทำแท้ง 35.2 ต่อประชากรหญิง 1,000 คน รองจากรัสเซียที่มีอัตราการทำแท้งมากที่สุดในโลกด้วยอัตรา 53.7 ต่อประชากรหญิง 1,000 คน โดยการทำแท้งเป็นเรื่องที่ถูกกฎหมายในทั้งสองประเทศ

ปัญหาการเลือกเพศบุตรที่เกิดขึ้นในเวียดนามยังคงเป็นปัญหาใหญ่ของความสมดุลของประชากรเวียดนามมาต่อเนื่องยาวนานหลายสิบปี ตราบใดที่ครอบครัวส่วนใหญ่ยังคงให้ความสำคัญกับการเลือกเพศของบุตรที่จะต้องเป็นเพศชายมากกว่าเพศหญิง อัตราการทำแท้งบุตรที่ไม่ได้เกิดมามีเพศตรงตามความต้องการก็ยังคงพุ่งสูงต่อไป เนื่องจากการทำแท้งเป็นเรื่องถูกกฎหมายในเวียดนามมาตั้งแต่ช่วงปี 1960 ซึ่งแม้ว่าการทำแท้งโดยเหตุผลที่ต้องการจะเลือกเพศจะผิดกฎหมาย แต่พ่อแม่ก็มักหาวิธีการหลบเลี่ยง และทำทุกวิถีทางให้ได้ลูกชายจนได้

วัฒนธรรมเวียดนามยังคงได้รับอิทธิพลอย่างมากจากลัทธิขงจื๊อ โดยคู่สามีภรรยามักมีแนวโน้มที่อยากจะได้ลูกชาย เพราะลูกชายจะมาช่วยสืบทอดทรัพย์สมบัติของครอบครัว พาภรรยามาดูแลพ่อแม่ที่แก่ชรา  และประกอบพิธีกรรมเพื่อยกย่องบรรพบุรุษได้ดีกว่าลูกสาว ขณะที่ลูกสาวเมื่อแต่งงานไปก็ต้องออกจากบ้านไปอยู่กับครอบครัวสามี

จากข้อมูลการสำรวจสำมะโนประชากรของเวียดนามพบว่า เวียดนามจะมีประชากรที่เป็นผู้ชายมากกว่าผู้หญิงถึง 1.5 ล้านคน ภายในปี 2034 และจะเพิ่มขึ้นอีกราว 4.3 ล้านคน ภายในปี 2050 หากอัตราการเลือกเพศของบุตรยังสูงเหมือนในปัจจุบันนี้ ขณะที่ข้อมูลทางสถิติที่เผยแพร่ในปี 2022 พบว่า อัตราการเกิดของเพศชายต่อเพศหญิงเพิ่มขึ้นเป็น 112.1 ต่อ 100 จากในปี 2006 ที่อัตราการเกิดระหว่างเพศชาย และหญิง อยู่ที่ 109 ต่อ 100 คน

ดร.หง ผู้อํานวยการสถาบันเพื่อการพัฒนาสังคมศึกษาในกรุงฮานอยระบุว่า เวียดนาม จะต้องเผชิญปัญหาเดียวกับที่จีนเคยเผชิญมาก่อน เพราะผู้ชายจะมีปัญหาในการหาภรรยา ซึ่งปัญหานี้จะกลายเป็นปัญหาสังคมของเวียดนาม ทั้งปัญหาการค้าประเวณี และการค้ามนุษย์ต่อไปในอนาคต

ขณะที่ กองทุนประชากรแห่งสหประชาชาติ เปิดเผยว่า เวียดนาม มีการทำแท้งราว 300,000 เคสต่อปี ซึ่งคาดว่าตัวเลขที่แท้จริงที่ไม่ได้บันทึกเป็นสถิติน่าจะสูงกว่านี้มาก ขณะที่หนังสือพิมพ์ท้องถิ่นของเวียดนามระบุว่า ตัวเลขการทำแท้งจริงๆ ของเวียดนามน่าจะอยู่ที่ราว 1.2-1.6 ล้านเคสต่อปี

สำหรับซากของตัวอ่อนเพศหญิงที่ถูกทำแท้งในเวียดนามจะถูกนำไปฝังในสุสานตามประเพณี โดยทางตอนเหนือของเวียดนามจะมีสุสานขนาดใหญ่ที่สุดที่ใช้สำหรับฝังตัวอ่อนที่ถูกทำแท้งโดยเฉพาะ โดยสุสานแห่งนี้มีพื้นที่กว้างใหญ่มากกว่า 1,000 ตารางเมตร และต้องรับตัวอ่อนมาฝังราว 15-20 ร่างต่อวัน โดย 9 ใน 10 ของตัวอ่อนจะเป็นเพศหญิง

ที่สุสานแห่งนี้จะมีตู้แช่แข็งขนาดใหญ่ความจุขนาด 400 ลิตร 2 ตู้ ที่เก็บซากตัวอ่อนของเด็กราว 300 ร่าง ขณะที่บริเวณสุสานด้านนอกจะเต็มไปด้วยหลุมฝังศพที่แน่นขนัด โดยตามประเพณีของเวียดนาม ผู้เสียชีวิตจะถูกฝังไว้อย่างน้อย 3 ปี หลังจากนั้นกระดูกของพวกเขาจะถูกขุดขึ้นมา และนำมาบรรจุไว้ในโถอัฐิ ซึ่งโถดินเหนียวขนาดเล็กเหล่านี้ก็จะใช้ในการฝังร่างซากของเด็กที่ไม่ได้ลืมตามาดูโลกเหล่านี้ด้วย โดยหลุมศพส่วนใหญ่จะเป็นหลุมฝังแบบหมู่ บางหลุมอาจจะมีตัวอ่อนทารกถูกฝังอยู่ด้วยกันมากถึง 10,000-30,000 ร่าง

นอกจากปัญหาการทำแท้งเพราะการเลือกเพศแล้ว กระทรวงสาธารณสุขของเวียดนาม ยังชี้ด้วยว่า ปัญหาการขาดความรู้ในด้านเพศศึกษาก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ทำให้อัตราการทำแท้งในกลุ่มวัยรุ่นสูงขึ้นด้วยเช่นกัน เนื่องจากเยาวชนปัจจุบันมีความคิดเปิดกว้างมากขึ้นในเรื่องเพศ การรักนวลสงวนตัวลดลง เมื่อมีเพศสัมพันธ์โดยไม่พร้อมและพลาดตั้งครรภ์ ก็นำไปสู่การทำแท้งโดยสมัครใจ โดยจากข้อมูลการวิจัยพฤติกรรมของเด็กวัยรุ่นในเวียดนามของกระทรวงสาธารณสุขเวียดนาม และองค์การอนามัยโลก พบว่าในช่วง 6 ปีที่ผ่านมามีจำนวนของเด็กวัยเรียนมีเพศสัมพันธ์ก่อนอายุ 14 ปี เพิ่มมากขึ้นเป็นสองเท่า โดยเพิ่มจาก 1.45 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2013 มาเป็น 3.51 เปอร์เซ็นต์ ในปี 2019

ขณะเดียวกัน ดร.เหงียน ที เย็น ที่ทำงานในศูนย์อนามัยการเจริญพันธุ์ในกรุงฮานอย ระบุว่า หญิงที่แต่งงานแล้วที่มาปรึกษาที่ศูนย์ฯ มักจะพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า การเลี้ยงดูลูกทุกวันนี้มีค่าใช้จ่ายสูงมาก ทำให้คนนิยมมีลูกกันน้อยลง และในบางเคสหากเกิดการตั้งครรภ์โดยไม่ตั้งใจขึ้น ก็มักจะลงเอยด้วยการทำแท้งเช่นกัน โดยอัตราการตั้งครรภ์ในเวียดนามลดลงเกือบครึ่ง จากอัตราเด็ก 3.8 คน ต่อผู้หญิง 1 คน ในปี 1989 มาอยู่ที่เด็ก 2.1 คน ต่อผู้หญิง 1 คน ในปี 2021 อย่างไรก็ตามยังมีผู้หญิงอีกจำนวนไม่น้อยที่ถูกบังคับให้ตั้งครรภ์หลายครั้ง เพื่อให้ได้ลูกชายให้ได้ ขณะที่บางรายก็ถูกบังคับให้ต้องทำแท้งอีกหลายครั้งเพื่อให้ได้ลูกชายตามที่ตั้งเป้าหมายเอาไว้ ซึ่งแม้การทำแท้งจะถือเป็นเรื่องปกติ แต่ก็ไม่ใช่ประสบการณ์อันน่าจดจำสำหรับผู้หญิง โดยพบว่ามีผู้หญิงจำนวนไม่น้อยที่ต้องทนทุกข์ทรมานทั้งทางร่างกาย และจิตใจ ซึ่งเป็นผลมาจากการทำแท้งโดยที่เธอไม่ได้สมัครใจ.

ผู้เขียน : อาจุมมาโอปอล

ที่มา : SCMPNIKKEI

ยูทูบเบอร์ปล่อยเครื่องบินตกโหม่งโลก โดนศาลสั่งจำคุก 6 เดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745925

ยูทูบเบอร์ปล่อยเครื่องบินตกโหม่งโลก โดนศาลสั่งจำคุก 6 เดือน

6 ธ.ค. 2566 10:38 น.

ยูทูบเบอร์ปล่อยเครื่องบินตกโหม่งโลก โดนศาลสั่งจำคุก 6 เดือน

ยูทูบเบอร์ชาวอเมริกันสร้างคอนเทนต์ ขับเครื่องบินไปคนเดียวบริเวณหุบเขา แล้วโดดร่มลงมา ปล่อยเครื่องบินตกโหม่งโลก คลิปนี้มีคนเข้าไปดูกว่า 4.4 ล้านวิว ขณะที่ล่าสุดเขาถูกดำเนินคดี และศาลสั่งจำคุกเป็นเวลา 6 เดือน

สำนักข่าว BBC รายงานว่า นายเทรเวอร์ เจค็อบ ยูทูบเบอร์ชาวอเมริกัน และอดีตนักกีฬาสโนว์บอร์ดโอลิมปิก วัย 30 ปี โพสต์คลิปวิดีโอนี้เมื่อเดือนธันวาคม 2564 มีคนเข้าไปดูแล้วกว่า 4.4 ล้านวิว เป็นเหตุการณ์ที่เขาขับเครื่องบินเล็กที่มีกล้องติดหลายมุม ออกจากสนามบินเมืองซานตาบาร์บารา ในรัฐแคลิฟอร์เนีย ขึ้นไปบริเวณหุบเขา ก่อนที่เขาจะโดดร่มลงมาพร้อมไม้เซลฟี่ ในขณะที่เครื่องบินถูกติดเครื่องทิ้งไว้กลางอากาศ และในที่สุดเครื่องบินก็ตกโหม่งโลกบริเวณหุบเขา ของอุทยานแห่งชาติลอส ปาเดรส

ล่าสุดเมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ศาลในรัฐแคลิฟอร์เนียสั่งจำคุกนายเจค็อบเป็นเวลา 6 เดือน ในข้อหาทำลายทรัพย์สินและปกปิดความผิดทางอาญา 1 กระทง โดยมีเจตนาขัดขวางการสอบสวนของรัฐบาลกลาง อัยการระบุว่า จำเลยมีความผิดฐานไม่ได้ตั้งใจที่จะบินไปถึงจุดหมายอยู่แล้ว แต่ตั้งใจที่จะปล่อยเครื่องบินตก โดยเป็นการสร้างคอนเทนต์ในสังคมออนไลน์ เพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์ทางการเงิน นอกจากนี้ หลังเกิดเหตุเขารายงานเกี่ยวกับอุบัติเหตุนี้ต่อคณะกรรมการความปลอดภัยการขนส่งแห่งชาติ โดยโกหกว่าไม่ทราบจุดที่เครื่องบินตก แต่ต่อมาเขาเดินทางด้วยเฮลิคอปเตอร์ไปเก็บและขนย้ายซากเครื่องบิน ก่อนจะทำลายทิ้งในเวลาต่อมา.

ยอดเหยื่อภูเขาไฟมาราปี ในอินโดฯ เพิ่มเป็น 22 ศพ กู้ภัยยังค้นหาต่อ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์ไทยรัฐ

https://www.thairath.co.th/news/foreign/2745922

ยอดเหยื่อภูเขาไฟมาราปี ในอินโดฯ เพิ่มเป็น 22 ศพ กู้ภัยยังค้นหาต่อ

6 ธ.ค. 2566 10:34 น.

ยอดเหยื่อภูเขาไฟมาราปี ในอินโดฯ เพิ่มเป็น 22 ศพ กู้ภัยยังค้นหาต่อ

จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ระเบิดของภูเขาไฟมาราปี ในอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้นเป็น 22 ศพแล้ว หลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบเพิ่มอีก 9 ศพ ระหว่างการค้นหา

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. 2566 นายอับดุล มาลิก หัวหน้าสำนักงานค้นหาและกู้ภัยเมืองปาดัง ของอินโดนีเซีย เปิดเผยว่า จำนวนผู้เสียชีวิตจากเหตุการณ์ภูเขาไฟมาราปีระเบิดในอินโดนีเซีย เพิ่มขึ้นเป็น 22 ศพแล้ว หลังจากเจ้าหน้าที่กู้ภัยพบเพิ่มอีก 9 ศพ ระหว่างการค้นหาเมื่อช่วงบ่ายวานนี้ และกำลังมีการเคลื่อนย้ายศพลงมา ขณะที่เจ้าหน้าที่กู้ภัยยังคงค้นหาผู้สูญหายอีก 1 ราย

ภูเขาไฟมาราปี บนเกาะสุมาตราเกิดปะทุเมื่อวันอาทิตย์ที่ผ่านมา ส่งเถ้าถ่านลอยสูง 3 กิโลเมตร ปกคลุมไปทั่วบริเวณ ซึ่งขณะเกิดเหตุมีนักปีนเขาอยู่บนนั้น 75 คน โดยภารกิจค้นหาและกู้ภัยเป็นไปอย่างยากลำบากในช่วงสองวันที่ผ่านมา เนื่องจากการปะทุของภูเขาไฟยังไม่สงบนิ่งและสภาพอากาศที่เลวร้าย

อาห์หมัด รีฟานดี หัวหน้าฝ่ายติดตามตรวจสอบภูเขาไฟแห่งนี้ กล่าวว่า เกิดการปะทุอีก 5 ครั้งตั้งแต่ช่วงเที่ยงคืนถึงแปดโมงเช้าวันอังคาร จากนั้นมีฝนตกและควันจากภูเขาไฟปกคลุมทัศนวิสัยในบริเวณนั้น.

ผลสำรวจ เลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ “มาดามเดียร์” เต็ง 1 หัวหน้าพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564901

06 ธ.ค. 2566

ผลสำรวจ เลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ "มาดามเดียร์" เต็ง 1 หัวหน้าพรรค

มรภ.วไลยอลงกรณ์ ร่วมกับ IFD เปิดผลสำรวจ เลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ “มาดามเดียร์” เต็ง 1 หัวหน้า – “ชัยชนะ” เลขาฯ

มรภ.วไลยอลงกรณ์ ร่วมกับ IFD เปิดผลสำรวจ เลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ "มาดามเดียร์" เต็ง 1 มรภ.วไลยอลงกรณ์ ร่วมกับ IFD เปิดผลสำรวจ เลือกหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์คนใหม่ “มาดามเดียร์” เต็ง 1

สมาคมสังคมศาสตร์แห่งประเทศไทย  คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎวไลยอลงกรณ์ในพระบรมราชูปถัมภ์  เปิดเผยผลสำรวจโพล “การเลือกตั้งผู้บริหารชุดใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์”

โดยดำเนินการสำรวจในช่วงวันที่ 1-4 ธันวาคม 2566 ในกลุ่มประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป  กระจายใน 6 ภูมิภาค เพศ อายุ อาชีพ และระดับการศึกษาทั่วประเทศ รวมจำนวน 1,216 ตัวอย่าง การสุ่มตัวอย่างใช้การสุ่มโดยใช้ความน่าจะเป็น ด้วยวิธี Stratified Five-Stage Random Sampling แต่ละตัวอย่างที่ถูกเลือกมีค่าถ่วงน้ำหนัก (sampling weight) ที่แตกต่าง วิธีการสำรวจเป็นแบบผสม โดยลงพื้นที่สำรวจ 50% และสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ 50% ค่าความผิดพลาด (error) ของการสำรวจอยู่ที่ 3%  ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%

 เปิดเผยผลสำรวจโพล “การเลือกตั้งผู้บริหารชุดใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์”เปิดเผยผลสำรวจโพล “การเลือกตั้งผู้บริหารชุดใหม่ของพรรคประชาธิปัตย์”

โดยดำเนินการสำรวจในช่วงวันที่ 1-4 ธันวาคม 2566 ในกลุ่มประชาชนที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป  กระจายใน 6 ภูมิภาค เพศ อายุ อาชีพ และระดับการศึกษาทั่วประเทศ รวมจำนวน 1,216 ตัวอย่าง การสุ่มตัวอย่างใช้การสุ่มโดยใช้ความน่าจะเป็น ด้วยวิธี Stratified Five-Stage Random Sampling แต่ละตัวอย่างที่ถูกเลือกมีค่าถ่วงน้ำหนัก (sampling weight) ที่แตกต่าง วิธีการสำรวจเป็นแบบผสม โดยลงพื้นที่สำรวจ 50% และสัมภาษณ์ทางโทรศัพท์ 50% ค่าความผิดพลาด (error) ของการสำรวจอยู่ที่ 3%  ที่ระดับความเชื่อมั่น 95%

ผลการสำรวจ ผู้ท้าชิง/แคนดิเดต “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์”ผลการสำรวจ ผู้ท้าชิง/แคนดิเดต “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์”ทั้งนี้ ผลการสำรวจ ผู้ท้าชิง/แคนดิเดต “หัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์” พบว่า 
ประชาชน ร้อยละ 71.56 ให้ความเห็นว่าผู้ที่เหมาะสมในการดำรงตำแหน่งหัวหน้าพรรค คือ นางสาว วทันยา บุนนาค (มาดามเดียร์) และ ร้อยละ 28.44 คือ นาย นราพัฒน์ แก้วทอง
 
ผู้ท้าชิงแคนดิเดต “เลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์” พบว่า ประชาชน ร้อยละ 44.52 ให้ความเห็นว่าผู้ที่เหมาะสมในการดำรงตำแหน่งเลขาธิการพรรค คือ นายชัยชนะ เดชเดโช  รองลงมาพบว่า ร้อยละ 25.79 คือ นาย เดชอิศม์ ขาวทอง และ ร้อยละ 29.69 ไม่มีความเห็น

จุดเด่น/จุดแข็งของพรรคประชาธิปัตย์  

อันดับ 1 เป็นพรรคที่จัดตั้งขึ้นมายาวนาน มีความน่าเชื่อถือ อยู่คู่การเมืองไทย ร้อยละ 65.58%

อันดับ 2 มีสมาชิกพรรคจำนวนมากกระจายทั่วประเทศ  ร้อยละ 36.07%

อันดับ 3 มีผู้บริหารพรรค กรรมการพรรค และคนดำเนินงานพรรคที่มีความรู้ความสามารถในการขับเคลื่อนและพัฒนาพรรค ร้อยละ 25.29%

‘อุ๊งอิ๊ง’ เชื่อ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ปี 57 ดี แค่ปรับหาจุดร่วมยุติขัดแย้ง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564900

06 ธ.ค. 2566

‘อุ๊งอิ๊ง’ เชื่อ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ปี 57 ดี แค่ปรับหาจุดร่วมยุติขัดแย้ง

‘อุ๊งอิ๊ง’ แพทองธาร เชื่อ ร่าง พ.ร.บ.นิรโทษกรรม ปี2557 เนื้อหาดีมาก แค่เอามาปรับหาจุดร่วม ยุติความขัดแย้ง ไม่เอื้อประโยชน์ใครแน่นอนพร้อมสนับสนุน

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย เปิดเผยถึงที่พรรคเพื่อไทยการเสนอ ร่างพ.ร.บ.นิรโทษกรรม ประกบ กับพรรคก้าวไกลว่า ต้องหาจุดที่หยุดความขัดแย้งของทุกฝ่ายอย่างแท้จริง ซึ่งต้องพูดคุยในรายละเอียดอีกมาก ยืนยันว่าพรรคเพื่อไทยสนับสนุนเรื่องดังกล่าวมาโดยตลอดและยืนยันจะไม่ทิ้งเรื่องนี้ 

“แต่ต้องหาจุดยืนที่ทำให้ทุกฝ่ายเข้าใจกันอย่างแท้จริง แต่ในรายละเอียดบางอย่างที่ยังไม่เข้าใจกันต้องมีการพูดคุยเพิ่มเติม ซึ่งถือเป็นเรื่องปกติอยู่แล้ว”

พร้อมยืนยันว่าร่าง พ.ร.บ.ฉบับนี้จะไม่ได้มีจุดประสงค์ เพื่อช่วยเหลือบุคคลใดบุคคลหนึ่งอย่างแน่นอน

เมื่อถามว่ากังวลหรือไม่ เพราะพ.ร.บ.นิรโทษกรรมเคยเป็นแผลของพรรคเพื่อไทยเมื่อปี 2557 มาก่อน น.ส.แพทองธาร ระบุว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นมาหลายปีแล้ว และในขณะนั้นได้ทำเนื้อหาในร่าง พ.ร.บ.ไว้ดีมาก ซึ่งเราจะสามารถเอามาแก้ไขเนื้อหาใหม่ได้แน่นอน เเต่เนื่องจากช่วงเวลาที่เปลี่ยนไปเราก็ต้องกลับมาคุยเรื่องนี้กันใหม่แน่นอน

ส่วนกรณีของอดีตนายกรัฐมนตรี นายทักษิณ ชินวัตร ไม่เกี่ยวข้องกับเรื่องนี้ เพราะนายทักษิณได้รับอภัยโทษไปก่อนหน้านี้แล้ว และในวันที่ 5 ธันวาคมที่ผ่านมา ก็ไม่มีการอภัยโทษอีก และพิสูจน์แล้วว่าเป็นเรื่องจริง ที่ก่อนหน้านี้ผู้สื่อข่าวพยายามสอบถามว่านายทักษิณจะได้รับการอภัยโทษอีกหรือไม่ และตนตอบไปว่าไม่รู้เรื่อง เพราะวันนี้วันที่ 6 แล้วก็ไม่มีการอภัยโทษ

อย่างไรก็ตามภายหลังสัมภาษณ์เสร็จสิ้นเป็นจังหวะเดียวกับที่ นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลัง เดินทางเข้าร่วมสัมมนาพอดีทำให้น.ส.แพทองธาร เดินไปต้อนรับและกล่าวทักทายพร้อมขอบคุณนายกรัฐมนตรีที่เดินทางมาร่วมสัมมนาสส.พรรคเพื่อไทยด้วย

ขณะที่นายกรัฐมนตรี ระบุว่า “ต้องมาอยู่แล้ว” จากนั้นนายกฯก็เดินเข้าห้องประชุมสัมมนาสส.พรรคเพื่อไทยพร้อมกัน

ศาลไต่สวนคดี ‘ศักดิ์สยาม’ ถือหุ้น ให้เฉพาะผู้เกี่ยวข้อง ร่วมฟัง

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564897

06 ธ.ค. 2566

ศาลไต่สวนคดี ‘ศักดิ์สยาม’ ถือหุ้น ให้เฉพาะผู้เกี่ยวข้อง ร่วมฟัง

ศาลรัฐธรรมนูญ แจงไต่สวนพยานคดี ‘ศักดิ์สยาม’ ถือหุ้นบุรีเจริญ สอบอีก 4 ปากสำคัญ 14 ธ.ค.นี้ ให้เฉพาะคู่กรณี-ผู้เกี่ยวข้อง เท่านั้น เข้าร่วมรับฟังการไต่สวน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งว่า ศาลได้มีการอภิปรายเพื่อเตรียมการไต่สวนพยาน ในวันพฤหัสบดีที่ 14 ธ.ค.2566 ในคดีที่ สส.พรรคร่วมฝ่ายค้าน จำนวน 54 คน ยื่นคำร้องต่อประธานสภาผู้แทนราษฎรว่า นายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม (รมว.คมนาคม) ยังคงไว้ซึ่งหุ้นส่วน และ เป็นผู้ถือหุ้นและเจ้าของห้างหุ้นส่วนจำกัด บุรีเจริญคอนสตรัคชั่น 

ทำให้เข้าไปเกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการหุ้นหรือกิจการของห้างหุ้นส่วน เป็นการกระทำต้องห้ามตามรัฐธรรมนูญมาตรา 187 ประกอบพระราชบัญญัติการจัดการหุ้นส่วนและหุ้นของรัฐมนตรี พ.ศ. 2543มาตรา 4(1)เป็นเหตุให้ความเป็นรัฐมนตรีสิ้นสุดลงเฉพาะตัว ตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคหนึ่ง (5) หรือไม่ ซึ่งศาลได้รับคำร้องไว้พิจารณาวินิจฉัย และมีคำสั่งให้นายศักดิ์สยาม ผู้ถูกร้อง หยุดปฏิบัติหน้าที่รัฐมนตรี ตั้งแต่วันที่ 3 มีนาคม 2566 จนกว่าศาลรัฐธรรมนูญจะมีคำวินิจฉัย

อย่างไรก็ตาม ศาลรัฐธรรมนูญแจ้งว่า การไต่สวนพยานบุคคล 4 ปากในวันที่14 ธ.ค. 2566 เวลา 09.30 น. ศาลอนุญาตให้เฉพาะคู่กรณีและผู้ที่เกี่ยวข้องเท่านั้นเข้าร่วมรับฟังการไต่สวน