‘อุ๊งอิ๊ง’ มูฟออนคำนิยาม ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ย้ำสงกรานต์ไม่ใช่สาดน้ำทั้งเดือน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564896

06 ธ.ค. 2566

‘อุ๊งอิ๊ง’ มูฟออนคำนิยาม ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ย้ำสงกรานต์ไม่ใช่สาดน้ำทั้งเดือน

‘อุ๊งอิ๊ง’ แจง งบซอฟต์พาวเวอร์ 5,100 ล้านบาท ไม่ได้ขอเพิ่ม เป็นของแต่ละกระทรวงอยู่แล้ว บอกอีเวนต์สงกรานต์ไล่จัดกิจกรรม ไม่ใช่สาดน้ำทั้งเดือน ขอมูฟออนคำนิยามซอฟต์พาวเวอร์ ยินดี ‘มาดามเดียร์-มาดามแป้ง’ ชิงตำแหน่งสำคัญ สะท้อนความเท่าเทียมทางเพศ

วันที่ 6 ธ.ค. 2566 เมื่อเวลา 14.20 น. ที่ รร.เดอะ กรีนเนอร์รี รีสอร์ท เขาใหญ่ จ.นครราชสีมา น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย (พท.) ให้สัมภาษณ์ถึงการจัดสัมมนา สส.พรรคเพื่อไทย ว่า เกินความคาดหมาย เพราะทางทีมงานจัดกิจกรรมได้สนุกสนาน และทุกคนให้ความร่วมมือเป็นอย่างดี เป็นการละลายพฤติกรรม และทุกคนจะได้พุดคุยกันง่ายขึ้น ซึ่งพาร์ทต่อไปจะเริ่มซีเรียสขึ้นแล้ว 

ประชุมสส.เพื่อไทยประชุมสส.เพื่อไทย

‘อุ๊งอิ๊ง’ มูฟออนคำนิยาม ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ย้ำสงกรานต์ไม่ใช่สาดน้ำทั้งเดือน
‘อุ๊งอิ๊ง’ มูฟออนคำนิยาม ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ย้ำสงกรานต์ไม่ใช่สาดน้ำทั้งเดือน

แจง งบซอฟต์พาวเวอร์ ไม่ได้ขอเพิ่ม

เมื่อถามถึงกรณีงบประมาณในการจัดทำซอฟต์พาวเวอร์กว่า 5,100 ล้านบาทว่า ชุดขับเคลื่อนซอฟต์พาวเวอร์ที่ตนเป็นประธาน ขั้นตอนต่อไปคือเข้าสู่การพิจารณาของคณะกรรมการยุทธศาสตร์ซอฟต์พาวเวอร์ชุดใหญ่ที่มี นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรี เป็นประธาน ก่อนจะพิจารณาเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) ซึ่งคาดว่างบจะเสร็จสิ้นในเดือน พ.ค.2567 สำหรับงบประมาณ 5,100 ล้านบาท  เป็นงบประมาณที่ใช้ใน 11 อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ โดยไม่ได้ของบประมาณเพิ่ม

น.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทยน.ส.แพทองธาร ชินวัตร หัวหน้าพรรคเพื่อไทย

เนื่องจากเป็นงบที่อยู่ในแต่ละกระทรวงที่เกี่ยวข้องอยู่แล้ว ไม่ได้เป็นตัวเลขที่รัฐบาลคิดขึ้นมา แต่เป็นงบประมาณที่มาจากผู้รู้จริงในแต่ละสาขานั่นคือภาคเอกชน และรัฐบาลเป็นเพียงผู้อำนวยความสะดวก อีกทั้งภาคเอกชนก็มีความตั้งใจทำ และระมัดระวังเรื่องการใช้งบประมาณอยู่แล้ว

เมื่อถามว่าจากเสียงวิพากษ์วิจารณ์จะมีโอกาสปรับลดงบประมาณลงหรือไม่ น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ต้องรอดูคณะกรรมการชุดใหญ่จะเห็นควรอย่างไร แน่นอนว่าเสียงวิพากษ์วิจารณ์เรารับฟัง และดีใจที่ทุกคนให้ความสนใจกับ 11 อุตสาหกรรมซอฟต์พาวเวอร์ เพราะมีความหลากหลาย และเมื่อมีคนสนใจเชื่อว่าอุตสาหกรรมเหล่านี้ต้องแข็งแรงและดีขึ้นอย่างแน่นอน 

‘อุ๊งอิ๊ง’ มูฟออนคำนิยาม ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ย้ำสงกรานต์ไม่ใช่สาดน้ำทั้งเดือน


โดยงบประมาณที่จะดึงมาจากกระทรวงหลักๆ คือ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กระทรวงพาณิชย์ และกระทรวงวัฒนธรรม ย้ำว่าเป็นงบที่อยู่ในแต่ละกระทรวงอยู่แล้ว และนำมาจัดแจงว่าจะนำไปดำเนินการอย่างไรบ้าง

อีเวนต์สงกรานต์ ไม่ใช่สาดน้ำทั้งเดือน

เมื่อถามถึงกรณีที่มีเสียงวิจารณ์ แนวคิดในการจัดงานสงกรานต์ตลอดเดือน เม.ย. น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า ตนได้สื่อสารไปในช่องทางเฟซบุ๊ก และเห็นการตีความมาว่าสาดน้ำกันทั้งเดือน ซึ่งส่วนตัวมองว่าก็คงจะหนาวเหมือนกัน หากสาดน้ำทั้งเดือน แต่ในความเป็นจริงไม่ใช่แบบนั้น จะเป็นการจัดกิจกรรม 77 จังหวัดทั่วประเทศ โดยวันที่ 13-15 เม.ย. ที่เป็นวันสงกรานต์จะมีกิจกรรมเหมือนเช่นที่จัดขึ้นทุกปี เพียงแต่การจัดกิจกรรมที่จะจัดขึ้นตลอดทั้งเดือน เป็นการดึงนักท่องเที่ยวให้มีจุดเที่ยวในประเทศไทยยาวนานขึ้น อยู่นานขึ้น นั่นคือจุดมุ่งหมาย พร้อมย้ำด้วยว่าการสาดน้ำ 30 วันคงจะเป็นไปไม่ได้ มันไม่ใช่อย่างนั้น ขอให้ทุกคนไปอ่านให้ดี

อุ๊งอิ๊ง ขอบคุณ มาดามเดียร์

เมื่อถามถึงกรณีที่ น.ส.วทันยา บุนนาค ประธานคณะทำงานนวัตกรรมการเมืองกรุงเทพฯ พรรคประชาธิปัตย์ (ปชป.) ระบุว่า ซอฟต์พาวเวอร์ที่จริงแล้ว คือ น.ส.แพทองธาร ไม่ใช่สิ่งอื่นใด โดย น.ส.แพทองธาร กล่าวว่า นี่เป็นการให้เกียรติกัน ก็ต้องขอขอบคุณมาก และอย่างที่ตนพูดไปทุกเวทีว่าซอฟต์พาวเวอร์ไม่ใช่สินค้า แต่เราจะทำให้สินค้าของไทยสร้างซอฟต์พาวเวอร์ ตนอาจจะพูดไปพูดมาหลายครั้ง ทำให้เกิดการงงกันบ้าง 

แต่ถ้าตามดูการให้สัมภาษณ์ของตนที่ไม่ได้ฟังเพียงแค่ท่อนเดียว จะเข้าใจว่าตนสื่อแบบนี้มาตลอดว่าซอฟต์พาวเวอร์ ไม่ใช่สินค้า หรือไม่ใช่ชี้อะไรก็เป็นซอฟต์พาวเวอร์ไปหมด และเมื่อเกิดพลังอำนาจที่ทำให้คนคล้อยตามโดยไม่ต้องบีบบังคับนั่นแหละคือซอฟต์พาวเวอร์ และอยากให้ทุกคนมูฟออนคำนิยามของซอฟต์พาวเวอร์ได้แล้ว เพราะเรากำลังทำเรื่องที่ใหญ่กว่านั้น เพื่อพัฒนาประเทศ เรามองไปที่จุดข้างหน้า แล้วปักหมุดแล้วว่าจะดันซอฟต์พาวเวอร์ให้คนทั่วโลกรู้จักเรา เข้าใจและชอบวัฒนธรรมของไทย นี่คือสิ่งที่เรากำลังทำอยู่ เราไม่ได้พยายามนิยามคำว่าซอฟต์พาวเวอร์

ยินดี ‘มาดามเดียร์-มาดามแป้ง’ ชิงตำแหน่งสำคัญ

นอกจากนี้ น.ส.แพทองธาร ยังกล่าวถึงกรณีที่ น.ส.วทันยา บุนนาค ลงสมัครหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ และนางนวลพรรณ ล่ำซำ ลงสมัครนายกสมาคมกีฬาฟุตบอลแห่งประเทศไทย ว่าการที่ผู้หญิงเข้ามามีบทบาทเป็นเรื่องที่ดี เพราะภาพจำของคนไทยในอดีตมองว่าอาชีพนั้นหรืออาชีพนี้เหมาะกับเพศชายเท่านั้น แต่เธอมองว่านิยามเหล่านั้นไม่สามารถใช้ได้ในปัจจุบันแล้ว ทั้งผู้หญิงและผู้ชายมีสิทธิ์ในทุกๆ อาชีพเมื่อมีใจรักมีความสามารถ และได้รับโอกาส เพราะฉะนั้นจะผู้หญิง หรือผู้ชาย ก็สามารถทำได้หมด ส่วนตัวรู้สึกยินดีที่มีผู้หญิงเข้ามาเสนอตัวทำงานในตำแหน่งสำคัญๆ ทางด้านการเมือง และด้านอื่นๆ มากขึ้น ซึ่งเป็นเครื่องหมายว่าผู้หญิง และผู้ชาย ทำได้เท่ากัน แต่ไม่ได้แปลว่าผู้หญิงทำทั้งหมด เป็นการเปิดโอกาสให้ทุกคนมีสิทธิ์เท่ากัน

เมื่อถามว่าหากมาดามเดียร์ได้เป็นหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์จะถือว่ากลายมาเป็นคู่แข่งทางการเมืองกันหรือไม่ น.ส.แพทองธาร ระบุว่า ส่วนตัวไม่คิดอย่างนั้น เพราะมองว่าหากใครได้เป็นหัวหน้าพรรคก็ถือว่าเป็นงานสำคัญในพรรคประชาธิปัตย์ และจะไม่ใช่ภาพลักษณ์ของการแข่งขันกันระหว่างผู้หญิง

นายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เข้าร่วมกิจกรรมประชุมสส.พรรคเพื่อไทยนายเศรษฐา ทวีสิน นายกรัฐมนตรีและรมว.คลัง เข้าร่วมกิจกรรมประชุมสส.พรรคเพื่อไทย

‘อุ๊งอิ๊ง’ มูฟออนคำนิยาม ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ย้ำสงกรานต์ไม่ใช่สาดน้ำทั้งเดือน
‘อุ๊งอิ๊ง’ มูฟออนคำนิยาม ‘ซอฟต์พาวเวอร์’ ย้ำสงกรานต์ไม่ใช่สาดน้ำทั้งเดือน

ไพฑูรย์ ชี้ ‘หัวหน้า ปชป.คนที่ 9’ ต้องเป็น ‘คนรุ่นใหม่’ ผู้แพ้ไม่ทิ้งพรรค

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์คมชัดลึก

https://www.komchadluek.net/news/politics/564890

06 ธ.ค. 2566

ไพฑูรย์ ชี้ 'หัวหน้า ปชป.คนที่ 9' ต้องเป็น ‘คนรุ่นใหม่’ ผู้แพ้ไม่ทิ้งพรรค

ไพฑูรย์ บิดา ‘นราพัฒน์ แก้วทอง’ คู่ชิงผู้นำประชาธิปัตย์ ชี้ ‘หัวหน้า ปชป.คนที่ 9’ ต้องเป็น คนรุ่นใหม่ แนะผู้แพ้ต้องไม่ทิ้งพรรค ผู้ชนะต้องใจกว้างเชิญมาร่วมงานด้วย ไม่ทำให้เกิดปัญหาเหมือนในอดีต ทำให้พรรคอ่อนแอ

เมื่อวันที่ 6 ธ.ค.2566 นายไพฑูรย์ แก้วทอง กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์ บิดานายนราพัฒน์ แก้วทอง รักษาการรองหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ ที่จะลงสมัครชิงตำแหน่งหัวน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9 ให้สัมภาษณ์ ถึงการเลือก หัวหน้า ปชป.คนที่ 9 ในวันที่ 9 ธันวาคม นี้ว่า เป็นเรื่องของคนรุ่นใหม่ ซึ่งทุกคนก็อยากให้คนรุ่นใหม่ขึ้นมาบริหารพรรคประชาธิปัตย์ จึงขึ้นอยู่กับสมาชิกพรรค 

นายไพฑูรย์ แก้วทอง กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์นายไพฑูรย์ แก้วทอง กรรมการสภาที่ปรึกษาพรรคประชาธิปัตย์

“เพราะตอนนี้พรรคประชาธิปัตย์ ต้องนำคนรุ่นใหม่มาทำงาน เพื่อให้ถึงลูกถึงคน และอะไรที่เปลี่ยนแปลงไป ก็จะต้องรับฟังได้ทุกอย่าง ไม่ใช่เมื่อความเห็นไม่ตรงกัน ก็ถอดใจไม่ได้ ดังนั้น จึงจะต้องเปลี่ยนแปลงไปตามเหตุการณ์ และต้องใช้คนรุ่นใหม่ ผมก็มีหน้าที่สนับสนุน และทุกคนนับถือผมเป็นเสมือนพ่ออยู่แล้ว”

ไพฑูรย์ ชี้ 'หัวหน้า ปชป.คนที่ 9' ต้องเป็น ‘คนรุ่นใหม่’ ผู้แพ้ไม่ทิ้งพรรค

นายไพฑูรย์ ยังกล่าวถึงนิสัยใจคอของนายนราพัฒน์ว่า นายนราพัฒน์ มีความนิ่งกว่าตน และถือเป็นคนรุ่นใหม่ที่มีประสบการณ์ แม้จะอายุ 54 ปี แต่ผ่านประสบการณ์มามากทั้ง สส.4 สมัย และผู้ช่วยรัฐมนตรี 2 สมัย และยังมีแนวคิดที่จะรื้อฟื้นโครงการยุวประชาธิปัตย์ ที่ทำให้พรรคฯ เข้มแข็งด้วย ซึ่งหากนายนราพัฒน์ ไม่ได้เป็น หัวหน้า ปชป.คนที่ 9 ก็ไม่เป็นไร เพราะอยู่ตำแหน่งใดก็สามารถทำงานได้ แต่นิสัยใจคอของนายนราพัฒน์ สามารถอยู่กับใครก็ได้ สามารถทำงานได้ไม่มีปัญหา

นายนราพัฒน์ แก้วทอง  ลงชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9นายนราพัฒน์ แก้วทอง ลงชิงหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9

ส่วนหากนายนราพัฒน์ แพ้การเลือกตั้งหัวหน้าพรรคฯ แล้ว ก็จะยังคงอยู่กับพรรคประชาธิปัตย์ต่อใช่หรือไม่นั้น นายไพฑูรย์ ยืนยันว่า ไม่มีปัญหา เพราะอย่างตนเอง ก็ยังเคยทำงานกับพล.ต.สนั่น ขจรประศาสน์ อดีตเลขาธิการพรรคประชาธิปัตย์ ซึ่งทุกคนสามารถทำงานกันได้หมด 

นายไพฑูรย์ ปฏิเสธที่จะคาดการณ์ว่า การเลือกตั้ง หัวหน้า ปชป.คนที่ 9 จะทำให้เกิดความขัดแย้งครั้งใหม่หรือไม่ เพราะเป็นเรื่องของอนาคต แต่นายนราพัฒน์ ยืนยันแล้วว่า หากชนะก็จะเชิญ น.ส.วทันยา บุนนาค มาร่วมทำงานด้วย หรือหากไม่มีสิทธิ์ชนะก็พร้อมช่วยงานผู้ชนะ

มาดามเดียร์ น.ส.วทันยา บุนนาค ลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9มาดามเดียร์ น.ส.วทันยา บุนนาค ลงชิงตำแหน่งหัวหน้าพรรคประชาธิปัตย์ คนที่ 9

นายไพฑูรย์ ยังยืนยันด้วยว่า นายนราพัฒน์ ไม่ได้มาหารือกับตนอย่างเฉพาะเจาะจง เพียงแต่มีการพูดคุยทั่วไป และตนไม่ได้เข้าข้างใคร แต่การช่วยหาเสียงเป็นเรื่องธรรมดา และไม่ใช่การหาเสียงว่า ลูกตนเองดีอย่างไร แต่ให้สมาชิกพรรค ได้พิจารณาตัดสินใจเอาเอง

นายไพฑูรย์ ยังย้ำว่า ไม่ว่าใครจะแพ้หรือชนะ ก็จะต้องยอมรับ ไม่ใช่แพ้แล้วหนีออกจากพรรค เหมือนที่ผ่าน ๆ มา เพราะพรรคประชาธิปัตย์ไม่มีเจ้าของ ดังนั้น ผู้แพ้ก็ควรอยู่กับพรรค และผู้ชนะจะต้องใจกว้างเชิญมาร่วมงานด้วย ไม่ทำให้เกิดปัญหาเหมือนในอดีตที่ผ่านมา ซึ่งไม่ใช่เฉพาะนายนราพัฒน์ เพียงคนเดียว แต่จะต้องใช้คนหลาย ๆ ฝ่ายทำงานร่วมกัน และจะต้องใจเย็น ไม่ทะเลาะกัน 

“เพราะที่ผ่านมา ผู้แพ้ก็จะลาออกจากพรรคประชาธิปัตย์ ผู้ชนะก็ไม่ได้ชักชวนผู้แพ้มาร่วมงานด้วย กลายเป็นคนละพวก จึงไปไม่รอด และหวังว่า การสื่อสารของผมจะเป็นแนวทางให้ทุกคน และผู้ใหญ่ในพรรคฯ ได้พิจารณาด้วยครับ”นายไพฑูรย์ กล่าวย้ำ

เกษตรฯพร้อมโชว์ผลงาน ครม.สัญจรอีสานตอนบน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773463

วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังเป็นประธานการประชุมผู้บริหารระดับสูงกระทรวงเกษตรฯ ครั้งที่ 2/2566 โดยมีนายไชยา พรหมา รมช.เกษตรฯ นายอนุชา นาคาศัย รมช.เกษตรฯ พร้อมด้วยนายประยูร อินสกุล ปลัดกระทรวงเกษตรฯ เข้าร่วม ว่าได้กำชับทุกหน่วยงานในสังกัดเตรียมความพร้อมในการต้อนรับคณะรัฐมนตรี (ครม.) โดยมีการนำเสนอความก้าวหน้าการดำเนินโครงการของกระทรวงเกษตรฯ ที่สำคัญหลายโครงการ ในจังหวัดภาคอีสานตอนบน อาทิ จ.บึงกาฬ หนองบัวลำภู และจ.อุดรธานี ซึ่งล้วนเป็นโครงการที่ยกระดับคุณภาพชีวิตของเกษตรกร โดยเฉพาะ จ.หนองบัวลำภู ได้เตรียมโครงการนำร่อง “หนองบัวลำภูโมเดล” เพื่อเป็นการพัฒนาเกษตรกรให้มีรายได้อย่างยั่งยืน

สำหรับของขวัญปีใหม่ที่กระทรวงเกษตรฯ เตรียมมอบให้แก่เกษตรกรและประชาชนในปี 2567 ได้เตรียม “โครงการส่งความสุขปีใหม่ มอบให้เกษตรกรกระทรวงเกษตรฯ ประจำปี 2567” อาทิ การมอบโฉนดเพื่อการเกษตรทั่วประเทศ นอกจากนี้ได้สั่งการให้ทุกหน่วยงานสรุปข้อมูลผลการดำเนินงาน เพื่อแถลงข่าวผลงานกระทรวงเกษตรฯ ในรอบ 3 เดือน วันที่ 22 ธันวาคม 2566 ที่กรมชลประทาน สามเสน อาทิ ผลการปราบปรามการนำเข้าสินค้าเกษตรเถื่อนทุกชนิด ที่ส่งผลให้ราคาผลผลิตทางการเกษตรตกต่ำ ซึ่งเชื่อมั่นว่าหลังจากดำเนินงานตามมาตรการต่างๆ อย่างเข้มข้น จะช่วยให้ GDP ภาคเกษตรขยับขึ้นตามลำดับ

กรมส่งเสริมฯเดินหน้างาน มุ่งพัฒนาคุณภาพชีวิตเกษตรกร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773461

วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นายวิศิษฐ์ ศรีสุวรรณ์ อธิบดีกรมส่งเสริมสหกรณ์ กล่าวถึงแผนงานที่จะดำเนินการขับเคลื่อนในปี 2567 ว่ามีแผนงานสำคัญที่จะพัฒนาสหกรณ์และดำเนินการขับเคลื่อนมาตรการการพักหนี้เกษตรกรตามนโยบายของรัฐบาล นำมาขับเคลื่อนให้เกิดผลสำเร็จ ซึ่งได้สำรวจหนี้สินของสมาชิกสหกรณ์ที่จะสามารถเข้าร่วมโครงการพักชำระหนี้ตามนโยบายของรัฐบาล และเสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) เพื่อดำเนินการให้เกิดผลสำเร็จ ควบคู่กับการส่งเสริมอาชีพ สร้างรายได้ให้กับพี่น้องสมาชิกสหกรณ์ระหว่างการพักหนี้ เพื่อให้เกษตรกรเหล่านี้มีรายได้เพิ่มขึ้น สามารถที่จะแก้ปัญหาหนี้สินได้อย่างยั่งยืน ซึ่งในปี 2566 ได้นำร่องทดลองทำไปแล้ว จากยอดหนี้ประมาณ 5,800 ล้านบาท สามารถลดหนี้ให้กับเกษตรกร ปลดหนี้ไปได้กว่า 4,700 ล้านบาท ซึ่งจะนำมาขับเคลื่อนต่อไปในปี 2567 โดยที่ขมวดเข้าไปกับนโยบายของรัฐบาล

นอกจากนี้ เรื่องการจัดที่ดินทำกินให้แก่สมาชิกนิคมสหกรณ์ ในพื้นที่นิคมสหกรณ์การเช่า 13 นิคม 14 ป่า เพื่อออกเอกสารสิทธิกสน.3 และ กสน.5 ให้แก่เกษตรกรสมาชิกนิคมสหกรณ์ และการสิ้นสภาพนิคมสหกรณ์ซึ่งในเรื่องนี้เป็นนโยบายของรัฐบาลที่ต้องการให้พี่น้องประชาชนมีโฉนด ซึ่งเป็นหลักทรัพย์ที่มั่นคงในการประกอบอาชีพ รวมถึงการนำไปเพื่อให้เกิดมูลค่าเพิ่ม ไม่ว่าจะเป็นเรื่องการขอสินเชื่อจากสหกรณ์เพื่อมาใช้ประกอบอาชีพ สามารถใช้หลักทรัพย์ตัวนี้เป็นหลักประกันในการเอาสินเชื่อมาเพื่อสร้างรายได้ในที่ดินที่ได้รับจัดสรรไป เนื้อที่ทั้งหมดประมาณ 1,500,000 ไร่ มีพี่น้องประชาชนที่เกี่ยวข้องที่เป็นสมาชิกสหกรณ์อยู่เดิมแล้วประมาณ 160,000 ราย ซึ่งเรื่องนี้จะขับเคลื่อนให้เป็นรูปธรรมโดยเร็ว อีกทั้ง นโยบายการสนับสนุนการแปรรูปสินค้าเกษตรและการเป็นผู้ประกอบการธุรกิจเกษตร ส่งเสริมให้สหกรณ์ที่ได้รับสนับสนุนอุปกรณ์การตลาดใช้ประโยชน์อย่างเต็มศักยภาพ และสนับสนุนอุปกรณ์การตลาดที่จำเป็น พร้อมทั้งสนับสนุนกลุ่มอาชีพ สมาชิกสหกรณ์มีการแปรรูปสินค้าเกษตร เกิดการเชื่อมโยง แลกเปลี่ยนระหว่างเครือข่ายสหกรณ์เป็นห่วงโซ่อย่างครบวงจร ทั้งการผลิต การรวบรวม การแปรรูป และการตลาดเพื่อกระจายสินค้าคุณภาพของสหกรณ์ มากกว่า 100 ล้านบาท/จังหวัด โดยทำต่อเนื่องตลอดทั้งปี

รวมทั้งเรื่องการป้องกันและปราบปรามการทุจริตในสหกรณ์ ตั้งเป้าหมายว่าจะไม่ให้เกิดการทุจริตขึ้นในสหกรณ์ โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม โปรแกรมบัญชีของกรมตรวจบัญชีสหกรณ์ ซึ่งมีการทำงานร่วมกันระหว่าง 2 หน่วยงาน และเรื่องของการสนับสนุนให้สหกรณ์ทุกแห่งมีแอปพลิเคชั่นเพื่อที่จะตรวจสอบสถานะทางการเงินของสหกรณ์ และสมาชิกสหกรณ์ โดยเฉพาะสหกรณ์ทุกประเภทที่มีทุนการดำเนินงาน 100 ล้านบาทขึ้นไป จะต้องมีแอปพลิเคชั่นให้บริการสมาชิก 90% ใช้ตรวจสอบสถานะทางบัญชีของตนเอง ตรวจสอบสถานะของสหกรณ์ รวมถึงสหกรณ์ที่ขาดทุนสะสม ต้องตั้งผู้ตรวจการสหกรณ์เข้าไปกำกับดูแล ไม่ให้เกิดการทุจริต มีการจัดตั้งสหกรณ์อย่างมีคุณภาพ การควบรวมสหกรณ์ขนาดเล็กให้เป็นสหกรณ์ขนาดใหญ่ที่มีศักยภาพมีความเข้มแข็ง ส่งเสริมสหกรณ์ที่มีอยู่ให้เติบโตไปจนถึงการพัฒนาบุคลากร

รมว.เกษตรฯรับฟัง ปัญหาที่สมุทรสาคร เดินหน้ามาตรการ ให้เร่งมือช่วยเหลือ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773460

วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ กล่าวภายหลังตรวจราชการในพื้นที่ จ.สมุทรสาคร รับฟังสถานการณ์ด้านประมงและหารือแนวทางแก้ปัญหา โดยมี นายผล ดำธรรม ผวจ.สมุทรสาคร นายเศรษฐเกียรติ กระจ่างวงษ์ รองปลัดกระทรวงเกษตรฯ และผู้เกี่ยวข้อง เข้าร่วมที่บ่อปลากะพง นายเฉลิมพล เกิดปั้นหมู่ 5 ต.ยกกระบัตร อ.บ้านแพ้ว จ.สมุทรสาคร ว่าเรื่องเร่งด่วนที่สามารถสั่งการทันที ได้มอบหมายหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ 1.มอบหมายกรมวิชาการเกษตร เร่งรัดการออกใบรับรองสุขอนามัยพืช (Phyto Certificate) สำหรับกล้วยไม้ที่จำหน่ายในท่าอากาศยานนานาชาติในประเทศไทย เนื่องจากนักท่องเที่ยวจะสามารถซื้อกล้วยไม้ไทย และถือเข้าประเทศปลายทาง โดยมีใบรับรองสุขอนามัยแนบ

2.มอบหมายกรมประมง แก้ปัญหาราคาปลากะพงขาวตกต่ำ ซึ่งเป็นผลมาจากการนำเข้าปลากะพงขาวจากต่างประเทศ จนกระทบต่อกลไกราคาในประเทศ รวมทั้งขอให้มีการตรวจวิเคราะห์สารตกค้างอย่างเข้มงวดก่อนการอนุญาตนำเข้า หามาตรการปราบปรามปลาหมอสีคางดำ ที่ทำลายระบบนิเวศ 3.การแก้ปัญหาต้นทุนการผลิตสูง จากสาเหตุปุ๋ยแพง ราคาอาหารปลาสูงและค่าแรงงานสูงและ 4.กลุ่มเกษตรกรนาเกลือ ภายใต้การกำกับดูแลของคณะกรรมการพัฒนาเกลือทะเลไทย โดยปรับปรุงคำสั่งแต่งตั้งใหม่ ซึ่ง รมว.เกษตรฯ จะเป็นประธานกรรมการชุดนี้ ทั้งนี้ ได้เตรียมให้จัดประชุมนัดแรก มีประเด็นการหารือที่สำคัญหลายเรื่อง เช่น การสนับสนุนการแปรรูปสู่ภาคอุตสาหกรรม การสนับสนุนด้านเทคโนโลยี เป็นต้น

‘ธรรมนัส’จัดที่ดินทำกินให้พื้นที่กระบี่

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773462

วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ร.อ.ธรรมนัส พรหมเผ่า รมว.เกษตรและสหกรณ์ ลงพื้นที่ตรวจราชการโครงการจัดที่ดินทำกินให้ชุมชนตามนโยบายรัฐบาล (คทช.) ต.เหนือคลอง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ มอบอาคารอเนกประสงค์ให้สหกรณ์การเกษตรเมืองใหม่เขาพนม จำกัด และมอบหนังสืออนุญาตให้เข้าทำประโยชน์ในเขตปฏิรูปที่ดิน (ส.ป.ก. 4-01) ให้เกษตรกรในเขตปฏิรูปที่ดิน จ.กระบี่ 100 ราย ที่แปลง ต.เขาพนม อ.เขาพนม จ.กระบี่ ประกอบด้วย 1.แปลง ต.เขาพนม เนื้อที่ประมาณ 976 ไร่ ที่หมู่ 3 ต.เขาพนม อ.เขาพนม จ.กระบี่ ส.ป.ก.อนุญาตให้สหกรณ์การเกษตรเมืองใหม่เขาพนม จำกัด เข้าทำประโยชน์ในที่ดิน มีเกษตรกรซึ่งเป็นสมาชิกของสหกรณ์ได้รับการจัดที่ดิน 210 ราย 2.แปลงที่ดินหมายเลข 601 เนื้อที่ประมาณ 973 ไร่ ที่ดินตั้งอยู่หมู่ 9 ต.กระบี่น้อย อ.เมืองจ.กระบี่ ส.ป.ก.อนุญาตให้สหกรณ์การเกษตรกระบี่น้อยพัฒนา จำกัดเข้าทำประโยชน์ในที่ดิน มีเกษตรกรซึ่งเป็นสมาชิกของสหกรณ์ได้รับการจัดที่ดิน 99 ราย

3.แปลงที่ดินหมายเลข 602 เนื้อที่ประมาณ 683 ไร่ ที่ดินตั้งอยู่หมู่ 4 และ 6 ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ และหมู่ 1 ต.ห้วยยูง อ.เหนือคลองจ.กระบี่ ซึ่งมีการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภคในเขตปฏิรูปที่ดิน และ 4.แปลงที่ดินหมายเลข 603 ที่ดินตั้งอยู่หมู่ 4 และ 10 ต.กระบี่น้อย อ.เมือง จ.กระบี่ และหมู่ 1 ต.ห้วยยูง อ.เหนือคลอง จ.กระบี่ เนื้อที่ประมาณ 3,617 ไร่ พัฒนาโครงสร้างพื้นฐานและสาธารณูปโภค

ทั้งนี้ แปลงที่ดินหมายเลข 602 และแปลงหมายเลข 603 คณะอนุกรรมการนโยบายที่ดิน จ.กระบี่ (คทช.จังหวัดกระบี่) มีมติเห็นชอบแผนแม่บทการพัฒนาพื้นที่ผังแปลงที่ดินทั้ง 2 พื้นที่แล้ว สามารถรองรับการจัดสรรที่ดินทำกินให้แก่เกษตรกร 500 ราย ซึ่ง ส.ป.ก.จะดำเนินการปูผังแบ่งแปลงการใช้ประโยชน์ในที่ดิน และนำเสนอ คทช.จังหวัด พิจารณาดำเนินการจัดสรรที่ดินให้แก่เกษตรกรต่อไป

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯไปทรงเปิดอาคารกิติยาคาร และพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปีการศึกษา 2564

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773434

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯไปทรงเปิดอาคารกิติยาคาร และพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปีการศึกษา 2564

ในหลวง-พระราชินี เสด็จฯไปทรงเปิดอาคารกิติยาคาร และพระราชทานปริญญาบัตร ประจำปีการศึกษา 2564

วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารกิติยาคาร ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงเปิดอาคารกิติยาคาร ณ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี ต่อจากนั้นเสด็จพระราชดำเนินไปพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2564 ในการนี้ สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานปริญญาบัตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาวิชาเคมี) ณ หอประชุมอาคารกิติยาคาร มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 29 พฤศจิกายน 2566

อาคาร “กิติยาคาร” เป็นอาคารหอประชุมหลัก และอาคารหอประชุมเล็กซึ่งได้รับพระราชทานชื่ออาคารจากสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา เดิมเป็นอาคารยิมเนเซียม 1 ที่ใช้เป็นสถานที่สำหรับการแข่งขันกีฬาเอเชียนเกมส์ ครั้งที่ 13 เมื่อปี 2541 และใช้ประโยชน์ในกิจกรรมกีฬา การเรียนการสอน และกิจกรรมอื่นๆ ของมหาวิทยาลัย ต่อมาเมื่อปี 2554 อาคารได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์น้ำท่วม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ศูนย์รังสิต จึงได้ดำเนินการปรับปรุงอาคารดังกล่าวให้เป็นหอประชุมใหญ่ ซึ่งประกอบด้วยห้องจัดนิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชรกิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี
กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา หอดนตรี ห้องจัดเลี้ยงอเนกประสงค์ห้องประชุมสัมมนา ห้อง “แอคทีฟ เลินนิ่งรูม” (Active-Learning Room) และอาคารหอประชุมเล็ก ซึ่งจะใช้เป็นพื้นที่สำหรับการเรียนการสอนและการเสนอผลงานของนักศึกษา โดยจัดเป็นโรงละครเชิงทดลองของคณะศิลปกรรมศาสตร์

พิธีพระราชทานปริญญาบัตรแก่ผู้สำเร็จการศึกษาจากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ประจำปีการศึกษา 2564 จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ มีผู้สำเร็จการศึกษา จำนวนทั้งสิ้น 9,497 คน ประกอบด้วยผู้สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาตรี 8,062 คน ปริญญาโท 1,304 คน ปริญญาเอก 113 คน และระดับประกาศนียบัตร 18 คนในการนี้ สภามหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์มีมติทูลเกล้าฯ ถวายปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ สาขาวิชาเคมี และผู้ทรงคุณวุฒิอีก 7 ราย เขารับพระราชทานปริญญาบัตรกิตติมศักดิ์

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เฝ้าฯรับเสด็จ

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เฝ้าฯรับเสด็จ

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่บัณฑิต

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว พระราชทานพระบรมราโชวาทแก่บัณฑิต

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานปริญญาบัตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาวิชาเคมี)

สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ อัครราชกุมารี กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี เฝ้าทูลละอองธุลีพระบาท รับพระราชทานปริญญาบัตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ (สาขาวิชาเคมี)

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงร่วมยินดีกับสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ในโอกาสรับพระราชทานปริญญาบัตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ทรงร่วมยินดีกับสมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอ เจ้าฟ้าจุฬาภรณวลัยลักษณ์ฯ ในโอกาสรับพระราชทานปริญญาบัตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับคณะผู้บริหาร ม.ธรรมศาสตร์

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี พร้อมด้วย สมเด็จพระเจ้าน้องนางเธอฯ กรมพระศรีสวางควัฒน วรขัตติยราชนารี ทรงฉายพระบรมฉายาลักษณ์ร่วมกับคณะผู้บริหาร ม.ธรรมศาสตร์

อาคาร “กิติยาคาร”

อาคาร “กิติยาคาร”

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชร กิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

นิทรรศการเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเจ้าลูกเธอ เจ้าฟ้าพัชร กิติยาภา นเรนทิราเทพยวดี กรมหลวงราชสาริณีสิริพัชร มหาวัชรราชธิดา

ห้องประชุมสัมมนา

ห้องประชุมสัมมนา

คุณแหน : 6 ธันวาคม 2566

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773437

วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ll สุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ,วิทยา ผิวผ่อง และ ดร.ฉวีรัตน์ เกษตรสุนทร พร้อมคณะกรรมาธิการวิสามัญการพิทักษ์และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์ วุฒิสภา ร่วมกับหน่วยงานภาครัฐและเอกชน จัดพิธีเปิด“แหล่งเรียนรู้พระมหากรุณาธิคุณโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย ศูนย์วิสาหกิจชุมชนกลุ่มเกษตรปลอดภัยฯและอุทยานต้นไม้พระราชทาน ประจำจังหวัด 76 จังหวัด”ณ พื้นที่ตั้งโฉนดที่ดินฉบับแรกของประเทศไทย ต.วัดยม อ.บางปะอิน จ.พระนครศรีอยุธยา โดยมี จิรชัย มูลทองโร่ย,กอบกุล อาภากร ณ อยุธยา,ภาสภณ เหตระกูล,รศ.พญ.เยาวลักษณ์ ชาญศิลป์,พิริยาภรณ์ ธรรมมารักษ์,ภัทธิรา หาญสกุล ร่วมงาน..

ll มิตรสหายร่วมยินดีกับ ภก.รศ.(พิเศษ) กิตติ พิทักษ์นิตินันท์ ที่ได้รับอนุมัติการให้ปริญญาเภสัชศาสตรดุษฎีบัณฑิตกิตติมศักดิ์ จากสภา ม.บูรพา..ll อำพล พงศ์สุวรรณ ผวจ.ยะลา เป็นประธานเปิดมินิธัญญารักษ์ รพ.สมเด็จพระยุพราชยะหา Quick Win 100 วันบำบัดรักษาและฟื้นฟูสมรรถภาพผู้ป่วยยาเสพติดด้วยความสมัครใจ พร้อมทั้งเยี่ยมชมการบริหารจัดการภายในรพ. โดยมี นพ.วิเศษ สิรินทรโสภณ,นพ.ทินกร หะยีอารง ต้อนรับ..

ll ชาตรี วงษ์วิบูลย์สิน รองนายกเทศมนตรีนครนครราชสีมา เข้ารับมอบใบประกาศจากดีป้าที่ประกาศให้เทศบาลนครนครราชสีมา เป็นเขตส่งเสริมเมืองอัจฉริยะ และเป็นเมืองที่มีความพร้อมเข้าสู่การประเมินและการพัฒนาเมืองอัจฉริยะ ณ งาน Thailand Smart City Expo2023..

ll ดร.ปรีสาร รักวาทิน นำคณะหลักสูตร DJS#1 กว่า 50 คน เช่น ดร.มหิศร ว่องผาติ,ฉัตรชัย ลิ้มสังคมเลิศ, ดร.จอมพล ทองแป้น,รศ.นพ.ไชยวัฒน์ ช่วยชูสกูล,พญ.ธัญนุช สัญชาติ,นิธิรุจน์ จิระปรีชาสิทธิ์, จักรทอง ตั้งจิตรเจริญ,สินีลาภิศ ธีรพิทยานนท์, สิทธา อาภาศิริกุล,พัชรินทร์ นิสยะพันธุ์,ทวีศักดิ์ หินอ่อน,พจน์ รงค์นพรัตน์,พัชรพร พงษ์ทัดศิริกุล,สดุดี ลิ่มวิไลกุล,พญ.มัลลิกา ชวนเสงี่ยม,ณภัทร รัตนกุล,เมทินี หัตถิ,ร.ท.ภูวิภพ ทองท่าฉาง,ศรุต อุดมการ,ยศพล มาลีมงคล,จารุวรรณ ภูวจรูญกุล,ณัฐวัฒก์ ฤทธิ์เรืองนาม,สิริกัญญ์เจริญศิริ ได้ไปศึกษาดูงานที่ Hong Kong Cyberport,The Hong Kong Trade Development Council และ Hong Kong Science & Technology Parks..

ll พ.ท.หนุนศันสนาคม เป็นประธานเปิดอบรม“สุดยอดนักข่าวสายพันธุ์ดิจิทัล”รุ่น 1 จัดโดยสมาคมผู้สื่อข่าวเศรษฐกิจร่วมกับองค์กรพันธมิตรโดยมีผู้เชี่ยวชาญกลยุทธ์ด้านออนไลน์ อุกฤษฎ์ตั้งสืบกุล ผู้ร่วมก่อตั้ง บจ.เรียล สมาร์ท เป็นวิทยากรรับเชิญ..

ll ชื่นชม พล.ต.นพ.โชคชัยขวัญพิชิต ที่หลังจาก รพ.ค่ายวชิราวุธ ได้รับรางวัลเลิศรัฐสาขาพัฒนาคุณภาพบริการ หัวข้อเรื่องเฮลิคอปเตอร์พยาบาล กองทัพภาคที่ 4 ได้ไม่นาน ล่าสุดก็ได้รับใบประกาศคุณภาพระบบเทคโนโลยีสารสนเทศโรงพยาบาล(HA IT) จาก นพ.ชลน่าน ศรีแก้ว รมว.กระทรวงสาธารณสุข..

ll ภก.ปรีชาแก้วคำปา ยามนี้จากบ้านที่เชียงราย ขับรถเที่ยวแบบทัวร์นกขมิ้นแบบชิวๆ ลงแวะเที่ยวทุกจังหวัดภาคใต้และกลาง เป็นเวลา 1 เดือน..ll

น้องใหม่

Life & Health : สาวกคาเฟ่..กินหวานเกินระวังจะทำร้ายสุขภาพ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773424

Life & Health : สาวกคาเฟ่..กินหวานเกินระวังจะทำร้ายสุขภาพ

Life & Health : สาวกคาเฟ่..กินหวานเกินระวังจะทำร้ายสุขภาพ

วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

เมื่อเราเข้าร้านคาเฟ่ สิ่งที่อยู่ตรงหน้าคือ ขนมหวาน เบเกอรี่สวยงาม น่ากิน ที่ละลานตาไปหมด กินได้ไหมเนี่ย? เหล่าผู้เชี่ยวชาญสายสุขภาพมักแนะนำอยู่เสมอว่า ควรเลี่ยงของหวาน มัน เค็ม บริโภคน้ำตาลได้ ไม่เกิน 6 ช้อนชาต่อวัน แต่ในชีวิต บางครั้งของหวานเหล่านี้เหมือนเป็นการให้รางวัลที่ทำให้ชีวิตมีความสุขปัจจุบันเกิดร้านสไตล์ ที่เรียกว่า “DessertCafé” ขึ้นอย่างกับมาก เพื่อตอบสนองความต้องการความสุขจากผู้บริโภคที่หลงใหลขนมหวาน

ข้อมูลจาก สมศรี เตชะวรกุล นักกำหนดอาหารวิชาชีพ และกรรมการโครงการอาหารไทย หัวใจดี มูลนิธิหัวใจแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ แนะนำว่าความหวานที่ร่างกายได้รับเกินกว่า 6 ช้อนชาต่อวัน ส่วนเกินนั้นจะเหมือนพิษที่สะสมในร่างกาย ซึ่งค่อยๆ ส่งผลเสียต่อสุขภาพ(ดังภาพ) ขนมหวาน-เบเกอรี่ ซึ่งนอกจากจะมีน้ำตาลปริมาณมากแล้วยังมีปริมาณไขมันมากด้วย

Dessert Café นอกจากบรรยายกาศ เครื่องดื่มแล้วขนมหวาน เบเกอรี่ สวยๆ เป็นสิ่งที่ดึงดูดลูกค้า เพื่อถ่ายรูป post และ share ในสังคมมีเดีย รูปแบบของขนมหวาน เบเกอรี่ ได้รับอิทธิพลมาจาก ฝรั่ง ญี่ปุ่น หรือเกาหลี ที่อุดมไปด้วย แป้ง ไขมัน นม เนย น้ำตาลที่ให้พลังงานสูง การบริโภคของเหล่านี้มากเกินไปก่อให้เกิดโรคเรื้อรังร้ายแรง คงจะไม่สนุกนักถ้าต้องใช้ชีวิตร่วมกับโรค ถ้ายังรักที่จะกินขนมหวาน เบเกอรี่ อย่างมีความสุข ควรต้องทำความเข้าใจเกี่ยวกับการกินขนมหวานเบเกอรี่อย่างไรไม่ให้เสียสุขภาพ ดังนี้

l รู้จักร่างกายตนเอง แต่ละคนมีรหัสพันธุกรรมที่แตกต่างกัน ความสามารถการย่อย การเผาผลาญพลังงานจึงแตกต่าง มีแนวโน้มการเป็นโรคต่างกัน จึงควรสังเกตตนเอง และประวัติสุขภาพครอบครัว

l ไม่ควรกินขนมหวานเหล่านี้ ช่วงค่ำ หรือก่อนนอน เพราะช่วงนี้การเผาผลาญได้ไม่ดีนัก ควรบริโภคช่วงระหว่างวันจะดีกว่า

l ควรเลือก ขนมหวาน เบเกอรี่ ที่ผลิตจากวัตถุดิบที่ดีต่อสุขภาพ ตัวอย่างเช่น แป้ง อาจใช้แป้งไรซ์เบอร์รี่ ที่ไม่มีกลูเตน หรือใช้แป้งต้านทานการย่อย (resistant starch) เพราะเป็นแป้งที่สามารถต้านการย่อยด้วยเอนไซม์ ทำให้ไม่ถูกดูดซึมที่ลำไส้เล็ก จึงทำให้การควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดของผู้เป็นเบาหวาน หรือผู้มีปัญหาสุขภาพได้ดีขึ้น

l ใช้สารให้ความหวานทดแทนน้ำตาล เช่น หญ้าหวาน ถ้าไม่ชอบสารให้ความหวานทดแทน อาจใช้น้ำตาลไม่ขัดสี

l การเลือกใช้ไขมัน เนยแท้ ซึ่งเป็นไขมันจากสัตว์ ดีกว่าที่จะเลือกผลิตภัณฑ์ที่มีส่วนผสมของเนยเทียม หรือ มาการีน เนยขาว ที่มีไขมันทรานส์ ซึ่งส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่า เพิ่มความเสี่ยงของโรคหัวใจและหลอดเลือด

l รักการกินขนมหวาน เบเกอรี่ ต้องรักการออกกำลังกายควบคู่ อย่างน้อย 30 นาทีต่อครั้ง โดยมีความถี่ 3-5 ครั้งต่อสัปดาห์

l เวลากินขนมเหล่านี้ เราคงไม่อยากต้องมานั่งคำนวณเป็นตัวเลข จนต้องเกิดภาวะเครียด สิ่งที่เราควรทำ คือ สมดุลอาหารในวันนั้นถ้าเรามีนัดไป Dessert Café กับแก๊งเพื่อน การกินขนมหวาน เบเกอรี่จึงเป็นสิ่งที่ต้องทำแน่นอน ก็ลองลดอาหารมื้ออื่น เพื่อให้มีพื้นที่การรับพลังงานจากขนมที่เราชื่นชอบ

l การกินอย่างมีสติ เป็นข้อสำคัญที่จะทำให้การกินขนมเหล่านี้ได้โดยไม่ทำให้เสียสุขภาพ เช่น

-ถ้าไปคนเดียว ต้องเลือกขนมที่อยากกินมากที่สุด เพียงชิ้นเดียวหรือแบ่งกิน

-ถ้าไปเป็นแก๊ง สั่งน้อยชิ้น แล้วแบ่งกันกิน

-เครื่องดื่ม พยายามสั่งเครื่องดื่มที่เป็นน้ำสมุนไพรหรือเครื่องดื่มที่หวานน้อย

-ลดความถี่ในการกินขนมเหล่านี้ เช่น เดือนละครั้ง หรือ 2 ครั้งต่อเดือน

-เพิ่มการกิน ผัก ลดปริมาณ ข้าว แป้ง น้ำตาล ในมื้อหลัก

สิ่งที่ดีที่สุด คือ การทำความเข้าใจการกินอาหารอย่างสมดุล ให้ได้พลังงานหรือแคลอรี่เพียงพอกับอายุและสภาวะของร่างกาย

เคล็ดลับคุณค่าสารอาหารของขนมในคาเฟ่

l เค้ก 1 ชิ้นมาตรฐาน (เค้กกลมตัด 8 ชิ้น) มีน้ำตาลไม่ต่ำกว่า 20 กรัม หรือ 4-5 ช้อนชา

l ชูครีมรสวานิลา มีน้ำตาล 14.1 กรัม หรือ 3-3.5 ช้อนชา

l แพนเค้กเสิร์ฟพร้อมไอศกรีมมีน้ำตาล 32.25 กรัม หรือ 6.5-8 ช้อนชา

l มาการอง 100 กรัม มีน้ำตาล 49 กรัม หรือ 10-12 ช้อนชา

l ฮั่นนี่โทส มีน้ำตาล 36.75 กรัม หรือ 7-8.5 ช้อนชา

สำหรับตราสัญลักษณ์ “อาหารรักษ์หัวใจ” เป็นส่วนหนึ่งของโครงการอาหารไทย หัวใจดี ถูกก่อตั้งขึ้นโดยมีวัตถุประสงค์เพื่อช่วยให้ผู้บริโภคง่ายในการเลือกผลิตภัณฑ์อาหารที่ไม่เพิ่มปัจจัยเสี่ยงต่อการเกิดโรคหัวใจและหลอดเลือดเมื่อบริโภคในปริมาณที่แนะนำตามหลักโภชนาการ ปัจจุบันโครงการอาหารไทย หัวใจดี ได้ครบรอบ 20 ปี และมีการปรับเปลี่ยนโลโก้ อย่างไรก็ตามในช่วงเปลี่ยนผ่านอาจพบผลิตภัณฑ์ที่มีตราสัญลักษณ์เก่าได้ในท้องตลาด สำหรับผู้บริโภคที่กำลังมองหาทางเลือกในการดูแลสุขภาพ มองหาสัญลักษณ์ “อาหารรักษ์หัวใจ” ได้ที่ผลิตภัณฑ์

ผศ.(พิเศษ)ดร.อภิสิทธิ์ ฉัตรทนานนท์

ประธานกรรมการ มูลนิธิคุณแม่คุณภาพ

ILO ร่วมกับ UN Women และภาคีเครือข่าย รณรงค์สิทธิเพื่อแรงงานหญิงข้ามชาติ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/lady/773427

ILO ร่วมกับ UN Women และภาคีเครือข่าย  รณรงค์สิทธิเพื่อแรงงานหญิงข้ามชาติ

ILO ร่วมกับ UN Women และภาคีเครือข่าย รณรงค์สิทธิเพื่อแรงงานหญิงข้ามชาติ

วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ปนัดดา บุญผลา

องค์การแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) และ UN Women (องค์การเพื่อการส่งเสริมความเสมอภาคทางเพศและเพิ่มพลังของผู้หญิงแห่งสหประชาชาติ) ร่วมมือกับสหภาพยุโรป (EU) จัดงานภายใต้ชื่อ “Safe Journey with Her : Ending Violence against Women for Safe and Fair Migration” (“ช่วยพวกเธอเดินทางอย่างปลอดภัย : หยุดความรุนแรงต่อผู้หญิงเพื่อการย้ายถิ่นทำงานที่ปลอดภัยและเป็นธรรม”) เพื่อปลุกจิตสำนึก ความสนใจของสาธารณชน ให้รับรู้ถึงปัญหาและความท้าทายที่แรงงานข้ามชาติหญิงในประเทศอาเซียนต้องเผชิญ งานนี้จัดที่หอศิลปวัฒนธรรมแห่งกรุงเทพมหานคร

ปนัดดา บุญผลา รองผู้อำนวยการองค์การสำนักงานแรงงานระหว่างประเทศ (ILO) ประจำภูมิภาคเอเชียแปซิฟิก กล่าวว่าจากความร่วมมือของหน่วยงานที่เกี่ยวข้องในการขับเคลื่อนการทำงาน เพื่อแรงงานข้ามชาติหญิง รวมทั้งรัฐบาลประเทศต่างๆ ในกลุ่มอาเซียน ภาคประชาสังคมและสื่อมวลชน มีส่วนช่วยให้แรงงานสตรีข้ามชาติได้รับการปกป้องที่ดีขึ้น

ซาราห์ นิบส์

“องค์การแรงงานระหว่างประเทศให้ความสำคัญกับการคุ้มครองในมิติของงานที่มีคุณค่า หรือที่เราใช้คำว่า decent work คือเรื่องของความเป็นธรรม ในสภาพของการทำงาน เช่น ค่าจ้าง ต้องได้รับความเท่าเทียม ที่สำคัญคือต้องมีส่วนจัดตั้งองค์กร หรือตั้งกลุ่มของตัวเอง เพื่อที่จะสะท้อนสิทธิ์ของตัวเองได้ มีกลไกของสหภาพแรงงาน ที่จะเปิดโอกาสให้เวทีของตัวเอง ในการนำเสนอปัญหา ร่วมคิดหาทางออก เพื่อสิทธิอันพึงมีพึงได้ อย่างไรก็ตาม มิติของแรงงานข้ามชาติ การตั้งสหภาพแรงงานไม่ใช่เรื่องง่าย แต่ก็มีบางประเทศ เช่น มาเลเชีย หรือไทย สหภาพแรงงานได้พยายามให้แรงงานต่างด้าวเข้ามามีส่วนด้วย” ปนัดดากล่าวเสริมว่า การขับเคลื่อนเพื่อสิทธิของแรงงานหญิง ต้องทำอย่างต่อเนื่อง เพื่อช่วยให้ทุกคนได้รับความปลอดภัยและเป็นธรรม ทั้งในแง่ของนโยบาย กฎหมายและอื่นๆ

“เป็นเรื่องที่น่ายินดี ขณะนี้มีภาคีองค์กรต่างๆร่วมช่วยกันหาทางออก ทั้งภาครัฐ แรงงาน นายจ้าง ชุมชน ภาคีระดับชาติ และในระดับอาเซียน ซึ่งให้ความสำคัญและทำงานร่วมกัน เพื่อหาทางออกให้กับแรงงานหญิง”

ด้าน ซาราห์ นิบส์ (Ms.Sarah Knibbs) รองผู้อำนวยการประจำภูมิภาค UN Women กล่าวว่า โครงการนี้ จึงถือเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีของการร่วมมือกันที่จะเปลี่ยนแปลง ทำให้คนเข้าใจชีวิตจริงของผู้หญิงที่สมควรได้รับการปกป้อง

“ในช่วง 5-6 ปีที่ผ่านมา โครงการ Safe and Fair (“ปลอดภัยและเป็นธรรม”) ซึ่งเป็นความร่วมมือของ ILO, UN Women และ UNODC (สำนักงานว่าด้วยยาเสพติดและอาชญากรรมแห่งสหประชาชาติ) ได้ประสบความสำเร็จระดับหนึ่ง โดยมีเป้าหมายที่จะทำให้การเคลื่อนย้ายแรงงานหญิงมีความปลอดภัยและเป็นธรรม แต่ก็ยังมีอุปสรรคอีกมากที่ทำให้แรงงานหญิงที่เป็นเหยื่อความรุนแรงไม่ได้รับความช่วยเหลือเท่าที่ควรโดยเฉพาะแรงงานต่างด้าวที่ไม่สามารถพูดภาษาของประเทศที่ตัวเองไปทำงานอยู่ แม้ว่าหนทางที่จะลดความรุนแรงต่อสตรียังอีกยาวไกล แต่อยากเรียกร้องให้ทุกคนในสังคมรวมทั้งสถาบันและองค์กรต่างๆร่วมมือกันทำให้ความรุนแรงต่อสตรีหมดไป” รองผู้อำนวยการประจำภูมิภาค UN Women กล่าว

ภายในงาน ยังมีการจัดนิทรรศการภาพถ่าย เพื่อบอกเล่าเรื่องราวและประสบการณ์ การแก้ปัญหาของแรงงานหญิงข้ามชาติ จำนวนหนึ่งในประเทศอาเซียนที่ตกเป็นเหยื่อความรุนแรง ขณะทำงาน เช่น ที่ประเทศมาเลเซีย ฮ่องกงและในประเทศไทย รวมถึงการแสดงผลงานภาพศิลปะ ของ ชนารดีฉัตรกุล ณ อยุธยา โดยได้สะท้อนชีวิตแรงงานข้ามชาติหญิงในแขนงต่างๆ เช่น ประมง เกษตร และใช้สัญลักษณ์ดอกไม้ สีที่สดใส ใส่ไว้ในผลงานเพื่อแสดงถึงความหวัง