‘สมาร์ท’ วอนหยุดใช้ความรุนแรง! ทุ่มเกินร้อยถ้าคนดูเกลียดถือว่าสอบผ่าน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/773419

‘สมาร์ท’ วอนหยุดใช้ความรุนแรง! ทุ่มเกินร้อยถ้าคนดูเกลียดถือว่าสอบผ่าน

‘สมาร์ท’ วอนหยุดใช้ความรุนแรง! ทุ่มเกินร้อยถ้าคนดูเกลียดถือว่าสอบผ่าน

วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นอกจากเรื่องมือที่สามที่ทำให้ชีวิตคู่ต้องมีปัญหากันแล้ว อีกสิ่งหนึ่งที่ปัญหาใหญ่ไม่แพ้กัน คือการใช้ความรุนแรงในครอบครัว ซึ่งพระเอกหนุ่ม “สมาร์ท-กฤษฎา พรเวโรจน์” ได้ถ่ายทอดออกมาอีกพาร์ทหนึ่งกับบท “เรวัต” สามีของนางเอกสาว “โดนัท-มนัสนันท์ พันธ์เลิศวงศ์สกุล”ในซีรี่ส์เรื่อง “เปลือกรักปมลวง HANGOUT” ภายใต้การผลิตของ “บริษัทแอค อาร์ต เจเนเรชั่น จำกัด” ออกอากาศทาง MONOMAX (โมโนแมกซ์) ผลงานกำกับของ “อ๊อฟ-พงษ์พัฒน์ วชิรบรรจง” ได้อย่างสุดฝีมือสมาร์ท เผยให้ฟังว่า

“เหตุผลอย่างแรกเลยที่รับเรื่องนี้ คือได้ร่วมงานกับพี่อ๊อฟและโดนัทครับ ซึ่งเคยร่วมงานกันมานานมากแล้ว รวมทั้งตัวบทน่าสนใจมาก ปกติผมจะเล่นแบบผู้ชายใจดี
อันนี้มันฉีกเลย คือการใช้ความรุนแรงในครอบครัวเป็นอีกตัวละครหนึ่งซึ่งปกติเราไม่ค่อยได้เล่นแบบนี้ อันนี้จึงคิดว่าน่าสนุกคงได้แสดงฝีมือได้เยอะ สำหรับตัวเรวัตมันยากนิดหนึ่ง ตรงที่ใช้ความรุนแรงโดยไม่รู้สึกผิด ทั้งที่เป็นคนรักลูกรักเมีย แต่การที่ลงมือกับเมียตัวเองไม่ได้ทำให้เรารู้สึกว่าเราทำร้ายเขานะ มันจะยากตรงนี้ล่ะครับ ซึ่งเรวัตเป็นคนเงียบๆ ไม่ยุ่งกับใคร กับเพื่อนของเมียหรือว่าสามีของเพื่อนเมียก็ไม่ยุ่งด้วยเลย เป็นพวกเสือยิ้มยากคนอื่นเขาหัวเราะกันนี่ก็ออกแนวนิ่งๆ เฉยๆ ไม่พูด จะเป็นแบบนั้นครับ ผมมองว่าถ้าผู้ชมดูแล้วแบบไอ้นี่มันเลวมากเลย เกลียด ก็แสดงว่าเราเล่นถึงตัวละครนี้ได้ดี ถือว่าสอบผ่าน ส่วนการดีไซน์ตัวละครตอนแรกก็คุยกับพี่อ๊อฟนะครับต้องการตัวละครนี้แบบไหน อยากให้ออกมาเป็นอย่างไร สำหรับการใช้ความรุนแรง ผมมองว่ามันไม่ถูกต้องไม่จำเป็นเฉพาะครอบครัว การใช้ความรุนแรงไม่ว่าจะกับใคร มันไม่ถูกต้อง ต้องหยุดใช้ความรุนแรงต่อกันดีกว่าครับ มีอะไรก็หันหน้าคุยกันดีกว่า การลงไม้ลงมือกระทำต่อกันไม่เกิดประโยชน์ ฝากติดตามผลงานด้วยนะครับ นอกจากจะได้ความบันเทิงความสนุกแล้วมันได้ข้อคิดด้วย มันก็เหมือนชีวิตคนจริงๆ มันก็มีที่ใช้ความรุนแรงแบบนี้หรือว่าอาจจะครอบครัวอื่นที่เขาไปมีภรรยาน้อย มันก็ทำให้ครอบครัวมันไม่มีความสุข มีปัญหา มันก็ได้ดูเป็นตัวอย่างว่าถ้าไปเดินในทางแบบนี้ ผลลัพธ์มันจะเป็นยังไงรับรองว่าสนุกครบรสครับ” ติดตามชมซีรี่ส์ “เปลือกรักปมลวง HANGOUT” ทาง MONOMAX (โมโนแมกซ์) 

เสิร์ฟความสนุกสุดมันส์ส่งท้ายปีกับกิจกรรมต่อต้านยาเสพติด ‘โครงการทูบีนัมเบอร์วัน’

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/773415

เสิร์ฟความสนุกสุดมันส์ส่งท้ายปีกับกิจกรรมต่อต้านยาเสพติด  ‘โครงการทูบีนัมเบอร์วัน’

เสิร์ฟความสนุกสุดมันส์ส่งท้ายปีกับกิจกรรมต่อต้านยาเสพติด ‘โครงการทูบีนัมเบอร์วัน’

วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

จัดเต็มความมันส์ตลอดเดือนธันวาคมนี้ในกิจกรรมต่อต้านยาเสพติด โครงการทูบีนัมเบอร์วัน โดยมี ทูลกระหม่อมหญิงอุบลรัตนราชกัญญา สิริวัฒนาพรรณวดี เป็นองค์ประธานโครงการ จัดโดยกรมสุขภาพจิตกระทรวงสาธารณสุข เสิร์ฟความสุขพร้อมความสนุกแบบไม่มีกั๊กกับคอนเสิร์ตจากศิลปินสุดฮอตที่ขนเพลงฮิตมากมายนำทีมโดยฟอร์ด อรัญญ์ และ หลุยส์ ธณวิน ในวันศุกร์ที่ 8 ธันวาคม 2566 ณ โรงเรียนทุ่งศุขลาพิทยา “กรุงไทยอนุเคราะห์” จ.ชลบุรี ต่อเนื่องความสนุกกับ กวิน แคสกี้ และ ภูมิ พงศ์รชตะ (ภูมิ The Star Idol) ในวันอังคารที่ 12 ธันวาคม 2566 ณ โรงเรียนพะเยาพิทยาคม จ.พะเยา ส่งท้ายกับ ฟลุ๊ค-ณัฐนนท์ และภูมิ-พงศ์รชตะ (ภูมิ The Star Idol) ในวันพฤหัสบดีที่ 14 ธันวาคม 2566 ณ โรงเรียนดำรงราษฎร์สงเคราะห์ จ.เชียงรายพร้อมเสริพทัพด้วย 4 หนุ่ม วง 4TEEN ที่มาเรียกเสียงกรี๊ดทุกจังหวัดอีกด้วย

หลุยส์ ธณวิน เปิดเผยว่า “ดีใจมากครับที่ได้มีโอกาสร่วมกิจกรรมต่อต้านยาเสพติด ของโครงการทูบีนัมเบอร์วันในครั้งนี้ขอบคุณที่ให้ผมได้เป็นส่วนหนึ่งในกิจกรรมดีๆ ให้น้องๆ ห่างไกลจากยาเสพติดครับใครที่ไม่อยากพลาดความสนุกครั้งนี้ เตรียมตัวให้พร้อม และอย่าลืมมาเจอกันเยอะๆ นะครับ”

กวิน แคสกี้ เปิดเผยว่า “ตื่นเต้นมากครับที่จะได้ไปสนุกกับน้องๆ ในคอนเสิร์ตครั้งนี้ พวกเราเตรียมเพลงสนุกๆ มาให้ ทุกคนได้เต้นไปด้วยกัน นอกจากจะได้มาเอ็นจอยไปกับพวกเรา ยังเป็นการใช้เวลาว่างให้เกิดประโยชน์โดยไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดอีกด้วย แล้วมาเจอกันนะครับ ครั้งนี้รับประกันความมันส์แน่นอน”

‘บอสโจ-อุ๋งอิ๋ง’เพชรบ้านแพง เคลียร์ข่าวลือ? หัวหน้าคณะขอนอนกับนางเอก แลกอัพค่าตัวจริงไหม?!

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/entertain/773381

'บอสโจ-อุ๋งอิ๋ง'เพชรบ้านแพง เคลียร์ข่าวลือ? หัวหน้าคณะขอนอนกับนางเอก แลกอัพค่าตัวจริงไหม?!

‘บอสโจ-อุ๋งอิ๋ง’เพชรบ้านแพง เคลียร์ข่าวลือ? หัวหน้าคณะขอนอนกับนางเอก แลกอัพค่าตัวจริงไหม?!

วันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 14.39 น.

บอสโจ – อุ๋งอิ๋ง เพชรบ้านแพง เคลียร์ข่าวลือหัวหน้าคณะขอนอนกับนางเอกแลกกับการอัพค่าตัวจริงไหม?!

อุ๋งอิ๋ง สาวน้อยเพชรบ้านแพง สุดยอดหมอลำรุ่นใหม่ สาวน้อยมาลัยเงินล้าน ที่วันนี้ควงบอสโจ ยมนิล เปิดใจหลังดังเป็นพลุแตกเพียงชั่วข้ามคืน พร้อมเล่าเส้นทางการเป็นหมอลำของอุ๋งอิ๋ง พร้อมเคลียร์ความสัมพันธ์ข่าวลือ บอสโจแอบกินเด็กในวง ผ่านทางรายการ คุยแซ่บshow ทางช่องวัน31 ที่มีเบนซ์ พรชิตา และเป็กกี้ ศรีธัญญา เป็นพิธีกรดำเนินรายการ

ตอนนี้ไม่มีใครไม่รู้จักอุ๋งอิ๋ง เพชรบ้านแพง จะบอกว่าเป็นนางเอกเบอร์1 ได้ไหม?

บอสโจ : ยังไม่ถึงขนาดนั้นหรอกครับ

เข้ามาเป็นหมอลำไม่ถึงปี อายุ 16 ปี เรารับมือกับความดังชั่วข้ามคืนแบบนี้ยังไง?

อุ๋งอิ๋ง : ทีแรกเข้ามาก็ยังปรับตัวไม่ได้ ไม่รู้ว่าดังไม่ดัง

แล้วตอนนี้รู้หรือยังว่าอุ๋งอิ๋งดังมาก?

อุ๋งอิ๋ง : รู้แล้วค่ะ

รู้แล้วเป็นยังไงบ้าง นี่เป็นความฝันของเราเลย ตั้งแต่มาสมัครหมอลำ?

อุ๋งอิ๋ง : ใช่ค่ะ ก็ดีใจที่กระแสการตอบรับดี หน้าเวทีพ่อๆ แม่ๆ fc ก็มาให้กำลังใจหลาย

น้องอุ๋งอิ๋งเดินเข้ามาสมัครหลังเวทีกับบอสโจหลังเวทีเลย?

อุ๋งอิ๋ง : ใช่ค่ะ หนูไปกับแม่ 2 คน

ทำไมถึงเลือกมาสมัครกับบอสโจ?

อุ๋งอิ๋ง : ทีแรกก็คิดจะไปวงอื่น เพราะเคยทักหาพ่อ แต่พ่อไม่ตอบ

ทำไมบอสโจไม่ตอบ?

บอสโจ : เชื่อไหมอุ๋งอิ๋งเคยทักเฟซบุ๊กไปหาผม เมื่อปี2564 ผมไปไล่ดูไทม์ไลน์ คือมันไม่ได้เป็นเพื่อนกันทางเฟซบุ๊ก มันไปอยู่ที่สแปม เนื่องด้วยศิลปินลา เจ็บไข้ได้ป่วย ผมเลยประกาศรับสมัครทางเฟซ อยากได้ศิลปินมาสมทบ เสริมทัพบนเวทีสาวน้อยเพชรบ้านแพง พอดีอุ๋งอิ๋งทักมา ผมก็หาไม่เจอหรอกมันอยู่ที่สแปม เราไม่เห็น พอคุยกันแล้วไล่ไทม์ไลน์โอ้โห..ลูกเคยทักมาเมื่อปี 2564 คือหลังจากที่เห็น ผมกดไลก์ให้ ต่างกันต่างตอบกลับแบบนั้น ไม่ได้คุยกัน แล้วลูกทักมา 4-5 ครั้งเลย พอผมประกาศอีกทีเดือน สองเดือน นางก็ทักมาอีก คือมันเป็นที่มาถ้าคุณมาถึงจุดนี้มันอยู่ที่ความพยายามจริงๆ

แต่เราก็ไม่ได้ตอบกลับกันในแชท จนสุดท้ายอุ๋งอิ๋งบุกมาหา?

บอสโจ : สุดท้ายผมมีสิ่งที่อะไรมาสะกิดใจ ก็เป็นการสนทนากันละ แต่ตอนปี64 แค่กดไลก์ แล้วนางก็ไม่ตอบกลับ ผมก็ไม่ตอบกลับเหมือนกัน จนผมบอกว่าขอดดูคลิป ฟังเสียง และส่งรูป 2-3 รูป เดี๋ยวติดต่อกลับครับ แล้วก็ทักมาอีก 2-3 ครั้ง

เราไม่ใจเสียเหรอ ทักไปหลายครั้งบอสไม่ตอบหนูเลย?

อุ๋งอิ๋ง : ไม่ค่ะ เพราะช่วงนั้นหนูยังเรียนอยู่ แล้วก็ลำซิ่งอยู่ ถ้าพ่อโจไม่ตอบหนูก็ลำซิ่งตามปกติ 

บอสโจ : ผมรู้สึกว่าเด็กคนนี้แค่อายุ 16 ปี มีความสามารถเหมือนผมต้องการก็คือ ร้องลำซิ่งได้ด้วย มีความสามารถมากกว่าศิลปินที่ทักมาสมัครเกือบพัน เด็กคนนี้มีความน่าสนใจ ผมรับแล้ว ผมจะออดิชั่นทางเฟซ แล้วเรียกมาพบตัวเลย หลังจากที่เราคิดไว้ อายุ 16 ปี ถ้าอยู่วงใหญ่ไม่ได้ ก็ให้ไปอยู่รถแห่ ซึ่งสาวน้อยเพชรบ้านแพงเรามีรถแห่ 2 คัน ซึ่งหลังจากที่ได้ฟังคลิป ผมเลยโทรหาลูกเลย พรุ่งนี้เจอกัน เพราะคืนนี้พ่ออยู่เมืองเลย แล้วเดินทาง 506 กิโลเมตร เพื่อจะไปเจออุ๋งอิ๋ง

ครั้งนั้นที่บอสโจโทรมารู้สึกยังไง?

อุ๋งอิ๋ง : ดีใจค่ะ นอนอยู่บนที่นอน รีบออกไปบอกแม่ แม่ก็ถามว่าเป็นอะไร 

บอสโจ : กระโดดลุกขึ้นจากที่นอนเลย

เราก็เลยคุยกับบอส?

อุ๋งอิ๋ง : ใช่ค่ะ คุยกับพ่อทางโทรศัพท์

เหตุผลของอุ๋งอิ๋งทำไมเลือกสาวน้อยเพชรบ้านแพง?

อุ๋งอิ๋ง : ตอนแรกหนูไปสมัครอีกวงนึง

บอสโจ : เห็นว่าไปหลายที่ มีค่ายเพลงด้วย

อุ๋งอิ๋ง : ตอนนั้นหนูตัดสินใจกำลังจะเก็ยเสื้อผ้าไปอยู่ที่ไปสมัคร

บอสโจ : พ่อโจไม่ตอบไง

อุ๋งอิ๋ง : พ่อเลี้ยงหนูบอกว่าทำไมไม่ลองสมัครใกล้ๆ บ้าน

เหตึผลที่ทำให้เป็นดาวดังของสาวน้อยเพชรบ้านแพงเลย คือบ้านใกล้?

บอสโจ : ไม่ใกล้นะ แต่ใกล้กว่าคณะที่น้องจะไป

ตอนแรกบอกจะให้ไปอยู่วงเล็กก่อน แต่ทำไมสุดท้ายให้ขึ้นวงใหญ่?

บอสโจ : หลังจากที่คุยกัน เดินทาง 506 กิโล เลยนัดเจอกันหลังเวที ประมาณ 2 ทุ่มเขาบอกว่ามาถึงแล้วนะ พอดีดนตรีกำลังซาวด์เช็ค เขาเดินมากับแม่ ก็เลยให้ขึ้นไปฟังเสียงสดๆ เช็คซาวค์กันไปเลย มันเป็นจังหวะพอดี

อุ๋งอิ๋งวินาทีนั้นตื่นเต้นแค่ไหน?

อุ๋งอิ๋ง : ตื่นเต้นค่ะ หนูก็ไม่เคยขึ้นวงใหญ่ ส่วนมากขึ้นแต่รถแห่ หน้าเวทีคนก็เยอะ หนูต้องคุมสติก่อน เพราะว่าขึ้นครั้งแรก พ่อโจก็ไปยืนอยู่หน้าเวที หนูก็ไม่รู้จะทำยังไง ทำตัวไม่ถูก

บอสโจฟังเสียงแล้วเป็นยังไง?

บอสโจ : ผมก็พูดในคลิป ป๊าด ตัวเล็กแต่เสียงดี เสียงมีพลัง คิดว่าศิลปินข้างหลังกำลังเขียนคิ้วก็ต้องหยุดวางดินสอเขียนคิ้ว…ใครร้องวะ เหมือนเด็กมันมีพาวเวอร์

หลังจากฟังเสียงแล้ว อีกนานไหมกว่าจะได้ขึ้นเวทีใหญ่?

บอสโจ : เอาตรงๆ มันตอบตกลงกันอยู่แล้ว เลยให้น้องกลับบ้านไปเก็บเสื้อผ้าวันนึง แล้วยาวมาถึงทุกวันนี้เลย

วันรุ่งขึ้นก็ได้ขึ้นเวทีใหญ่เลยเหรอ?

บอสโจ : ครับ

มันเหมือนที่เราฝันไหมลูก เราได้ใส่ชุดหมอลำใหญ่ๆ ครั้งแรกเป็นยังไงบ้าง?

อุ๋งอิ๋ง : ดีใจจนบอกไม่ถูกค่ะ หนูบอกครอบครัวว่าหนูอยากขึ้นวงใหญ่แล้วทีนี้ทสงครอบครัวหนูไม่ค่อยมีงบ ไม่ค่อยมีทุน เห็นคนอื่นเขาตัดชุดงามๆ ก็อยากใส่เหมือนเขา

บอสโจ : ก่อนขึ้นผมให้นางไปคัฟเวอร์เพลง กอดเขาอุ่นบ่ แล้วหลังจากนั้นก็ทำคอนเทนต์มาเรื่อยๆ แล้วก็ขึ้นเวที

น้องเขาทำได้อย่างที่เราคิดไหม?

บอสโจ : ช่วงขึ้นเวทีถือว่าทำได้โอเคครับ แล้วมันจะมีศิลปินน้องใหม่ไต่ดาวเหมือนกัน แต่อุ๋งอิ๋งอาจจะมีความโดดเด่นมากกว่าเพื่อน

สิ่งหนึ่งที่อุ๋งอิ๋งกลัวที่สุด คือมีความเขินอยู่จุดนึง มีปมด้อย ขออนุญาตนะคะ กว่าที่เราจะกล้าเปิดเผยตอนนั้นเรากลัวไหม?

อุ๋งอิ๋ง : กลัวค่ะ หนูกลัวเขาพูดว่าเด็กคนนี้ทำไมไม่เหมือนเพื่อน

บอสโจ : หลังจากที่คุย ส่งคลิปเสียงแล้วนะ เขาบอกว่าพ่อจะรับหนูไหม หนูไม่สมบูรณ์นะ เอาตรงๆ หนูนิ้วมือไม่สมบูรณ์เหมือนคนทั่วไปนะ เอาจริงๆ อยู่นี่ทั้งคนตาบอด คนแก่ คนอ้วน คนแคระ พ่อก็เลี้ยงอยู่นี่หมด เพราะผมทำรายการแมวล่า แล้วลูกส่งรูปมา ผมบอกไม่เป็นอะไรเลยลูก แต่ไม่มีใครรู้ ผมไม่เปิดเผยไง เดี๋ยวจะมองว่าผมหากินกับคนไม่สมบูรณ์แบบ มีปมด้อย อะไรประมาณนี้ ให้มองความสามารถเหมือสิ่งที่เขามีปมด้อย

ตอนนี้เรื่องราวของอุ๋งอิ๋งที่มือปลดล็อกหรือยัง?

อุ๋งอิ๋ง : สบายใจแล้วค่ะ

เขามีจุดเด่นตรงไหนที่เขามีคนมาชอบแล้วมามอบพวงมาลัยให้เขาเยอะๆ?

บอสโจ : อย่างผมอยู่กับวงการผมอลำมาตั้งแต่เกิด เราเห็นศิลปินมาหลายรุ่น อุ๋งอิ๋งมีความแตกต่างจากหลายๆ ศิลปินก็คือ ความเป็นบ้านๆ ธรรมชาติดิบๆ โดยไม่ได้ปรุงแต่งอะไร แล้วด้วยอายุด้วย น่าจะเป็นวงแรกๆ ที่สนับสนุนอายุประมาณนี้ แล้วขึ้นสู่วงการอย่างเป็นทางการ แล้วได้รับความเมตตาจากพ่อๆ แม่ๆ นางมีพรสวรรค์ มีของอยู่ในตัวนางอยู่แล้ว บวกกับมาเจอกับเวทีสาวน้อยเพชรบ้านแพง เราให้โอกาสลูก แล้วมาถึงทุกวันนี้ก็ถือว่าด้วยแรงผลักดันของพ่อๆ แม่ๆ fc สาสน้อยเพชรบ้านแพง

พอดังเร็ว ได้ขึ้นมาร้องเร็ว หลายๆ คนในวงเขาอยู่กันเยอะ ก็จะมีบางคนที่เขาอยากจะมายืนตรงที่อุ๋งอิ๋ง มันจะมีคนอิจฉาไหม แล้วเขาอยู่อย่างนี้จะอึดอัดไหม?

บอสโจ : มนุษย์เนาะ จิตใจลูกทีมหลายๆ คนถ้าอุ๋งอิ๋งไม่ดัง ผมก็จะโดนข้อครหาจากลูกทีมอยู่นะ ไม่รู้เป็นใคร มาจากไหน ทำไมต้องรับเป็นลูกบุญธรรม ทำไมต้องปั้นแบบ วัน สองวัน สามวัน แล้วมีผลงานเลย มันเป็นบันไดขึ้นไปเรื่อยๆ เพราะปกติกว่าจะปั้นใคร ผมเคยพูดหลายๆ ครั้ง มันอาจจะมีสิ่งที่มองไม่เห็น ด้วยอาจจะเป็นบุญสัมพันธ์ ดวงสัมพันธ์ ทำให้ผมต้องผลักดันอุ๋งอิ๋ง จากวันนั้นจนถึงวันนี้ แต้ถ้าอุ๋งอิ๋งไม่ดังผมโดนแน่ๆ 

พอเราเมตตาเขา มันก็มีข่าวลือ คนเม้าท์?

บอสโจ : แต่ผมก็เรียกลูกทีมมาประชุมกันครับ ไม่อยากให้เกิดการเปรียบเทียบ ให้อยู่ในบริบทนางเอก หรือพระเอก หรือศิลปินในวง อย่างอุ๋งอิ๋ง น้องเขาเพิ่งมา ก็ไม่อยากให้เกิดการอิจฉากัน ให้ทำหน้าที่ของแต่ละคนให้ดีที่สุด

แต่มันไม่ใช่ในวง กระทู้เขาเขียนว่าหัวหน้าคณะหมอลำชื่อดังมีเมียแล้ว แต่ขอนอนกับนางเอกในวง แลกกับการอัพค่าตัว ทีนี้มันกระจายไปหลายวง หนึ่งในนั้นก็เป็นวงของบอสโจ?

บอสโจ : ข่าวนี้น่าจะประมาณ 2-3 อาทิตย์ที่แล้ว หรือเกือบเดือนที่แล้ว มันปฏิเสธไม่ได้ว่าคนต้องมาเพ่งเล็งที่สาวน้อยเพชรบ้านแพง ด้วยความโดดเด่นทางด้านโซเชียล หรือผมอาจจะทำคลิปทุกวัน เคลื่อนไหวทุกวัน มันก็เลยเจอข่าว ก็ปฏิเสธไม่ได้ว่าผมก็เป็นหนึ่งในมี่คนมอง แต่ว่าเรื่องกินเด็กในวง ผมพูดตรงๆ เลย ผมเคยตั้งปณิธานกับตัวเอง ตั้งแต่อายุ 20 ต้นๆ ถ้าผมเป็นผู้บริหาร หรือเป็นหัวหน้าวง ศิลปินภายในวง หรือคำว่าสมภารกินไก่วัด หรือแอบแซ่บกับเด็กในวง ผมพูดกับตัวเอง ผมจะไม่ทำเด็ดขาด ถ้าทำแล้วมันจะไม่เจริญ หรือวงสาวน้อยเพชรบ้านแพงจะไม่เจริญเด็ดขาด ผมพูดกับตัวเองสัญญากับตัวเองผมจะไม่ทำจนถึงวันตาย แล้วกับแฟนผม ผมบริหารวงมาก่อน แต่จริงๆ คบกันมานานแล้วก่อนที่จะบริหารวงอย่างจริงจัง ผมพูดกับแม่ลำเพลินอย่างจริงจัง ถึงจะเป็นนางเอกสวยขนาดไหน นางงามระดับประเทศอะไรมาทำงานอยู่สาวน้อยเพชรบ้านแพง หรือมาเป็นลูกทีม ผมไม่แตะต้อง คุยกันเฉพาะเรื่องงาน ลูกก็คือลูก ลูกทีมคือลูกทีม ให้แฟนผมสบายใจ อันนี้ก่อนจะเป็นผู้บริหาร 100% ผมพูดกับแฟนนะ ต่อจากนี้ไป และเราเคยปวารณากับตัวเองว่าลูกทีมภายในวง คำว่าสมภารกินไก่วัด ไม่เกิดขึ้นกับหนุ่มโจ แน่นอนล้านเปอร์เซ็นต์จนถึงวันสิ้นลมหายใจ ให้แฟนผมทำงานให้สบายใจ ไม่ต้องมาระแวงเรื่องนี้

มีอะไรจะบอกคนที่โยงไหม?

บอสโจ : ทุกคนมีสิทธิ์คิดได้ มันเป็นสิทธิของแต่ละบุคคลที่จะคิดว่าคนนั้นเป็นอย่างนั้น แต่คุณต้องมาสัมผัสผมก่อน 

อุ๋งอิ๋งได้ยินข่าวนี้ตกใจไหม?

อุ๋งอิ๋ง : ข่าวหนูไม่ได้ยิน หนูทำงานอย่างเดียว

มันมีอะไรที่ทำให้เราเมตตาถึงขนาดรับเป็นลูกบุญธรรมเลย?

บอสโจ : มันธรรมชาติเหวี่ยงให้มาเจอกัน ไม่ใช่เราต้องการลูกเพื่อเป็นธุรกิจ หรือหวังผลประโยชน์ในการทำงาน จุดเริ่มต้นของอุ๋งอิ๋งไม่ใช่ลูกดังแล้วเราจะรับเป็นลูก ไม่ใช่ครับ คือตั้งแต่วันแรกจนถึงทุกวันนี้ เราหยอกล้อกันพ่อลูกสนุกสนาน สิ่งไหนที่ปรึกษา สิ่งไหนที่ลูกกับพ่อ หรือสิ่งไหนที่ลูกทำตัวไม่เหมาะสม การวางตัว เราก็บอกเขา ไม่ห่างสายตา

เห็นบอกว่าอุ๋งอิ๋งมีความกังวลนิดนึงรู้สึกว่าตัวเองไม่ใช่นางเอกพิมนิยม เดิมทีกลัวแฟนๆ จะไม่รัก?

อุ๋งอิ๋ง : ถามว่าเสียงหนูดีบ่ หนูเป็นคนคนนึงที่เสียงบ่ดี กว่าจะดังได้ต้องผ่านดราม่า แต่ละอย่างกว่าจะมาถึงวันนี้ได้ ถามว่าหนูต้องการเป็นที่1 ของวงการบ่ หนูตอบเลยว่าหนูบ่ต้องการเป็นที่1 ของวงการ ขอแค่ทุกคนเข้าใจ และยอมรับในสิ่งที่หนูเป็น หนูก็พอใจแล้ว

บอสโจ : นี่ก็ผ่านดราม่ามาเยอะเหมือนกันนะ กว่าจะมาถึงทุกวันนี้

เขาโดนดราม่าเรื่องอะไร?

บอสโจ : เรื่องพัดลม แบบอากาศมันร้อนบนเวที ผู้ดูแลก็ถือพัดลมไปใกล้ๆ นาง ก็จะมีคนบอกว่าทำไมไม่ถือแอร์ขึ้นไปเลย อีกช่วงนึงนางเจ็บท้อง ตอนนั้นนางเริ่มมีกระแสแล้ว ความเป็นผู้หญิงเจ็บท้อง แต่ fc ก็รอชมอยู่ในสังกะสีหลายพันคน แต่ถ้านางไม่ขึ้นยิ่งจะเป็นปัญหาหนัก คนมารอแล้ว พอนางขึ้นเวที แล้วพอคนที่คิดลบ ไม่รู้จักตัวตนนาง คอมเมนต์ไว้ก่อน กูมีความสุขในการเติมเน็ตมาด่าคน มาว่าให้คน ปวดท้องขนาดนี้มาร้องทำไม ทำไมไม่นอนโรงพยาบาล แล้วก็กลายเป็นโรคเยอะ มันมีคนฮักก็ต้องมีคนชัง มีคนที่หวังดีและไม่หวังดี ก็เลยกลายเป็นดราม่า เลยบอกให้ลูกเข้งแข็ง

เวลาอุ๋งอิ๋งเจอดราม่าพวกนี้เรารับมือยังไง?

อุ๋งอิ๋ง : ตอนแรกก็ดูแล้วเอามาคิด นั่งซึมจนพ่อบอกว่าถ้าไม่อยากเห็นคอมเมนต์ลบๆ ก็ไม่ต้องเข้าไปดู คนที่ให้กำลังใจก็พี่ๆ ในวงแล้วก็แม่ก็เลยผ่านดราม่ามาได้

บอสโจ : ผ่านดราม่ามาได้จนมาเป็นเพลงที่ผมแต่งที่มันเกิดขึ้นจากชีวิตเรื่องราวจริงๆ คือน้ำตาอิหล่าน้อย เปลี่ยนวิกฤติเป็นโอกาสไปเลย

จริงๆ วงหมอลำสาวน้อยเพชรบ้านแพง สร้างหมอลำที่โด่งดังมาหลายคน แต่ก็มีไทม์มิ่งก็มัน หมายความว่าช่วงนึงเขาก็จะอยู่กับเรา พอเขาเติบโตเขาก็แยกย้ายไปเติบโตของเขาเองในบริบทของเขา กลัวไหมว่าลูกสาวคนนี้จะจากเราไปอีกคน?

บอสโจ : ทุกวันนี้ผมปลงแล้วครับ เราคือลูกหมอลำ เราเห็นการเปลี่ยนถ่าย กว่าจะมาถึงอุ๋งอิ๋งมันกี่รุ่นแล้ว วงการนี้ศิลปินเก่าไปใหม่มาเป็นเรื่องธรรมดา และธรรมชาติมากที่สุด เรามีหน้าที่ก็คือผลักดันและสร้างสรรค์ ส่งเสริมมันเป็นหน้าที่เรา การจากกัน มันจากกันทุกคน แต่จากเป็นหรือจากตายแค่นั้น หรือจากกันด้วยดีหรือไม่ด้วยดีแค่นั้นไม่วันใดก็วันหนึ่ง ศิลปินเก่าไปใหม่มา แต่เราขอให้ทำหน้าที่เราให้ดีที่สุด ศิลปินคนนี้ออก คนนั้นออก แต่สิ่งที่ยืนยัดและมั่นคงคือองค์กร ความเป็นสาวน้อยเพชรบ้านแพงมันต้องอยู่สืบต่อรุ่นต่อรุ่น

หลายองค์กรเขามีกฎเหล็ก บอสเองก็มีเหมือนกันคือห้ามมีแฟน?

บอสโจ : เอาตรงๆ มันเป็นกฎ แต่ความเป็นจริงแล้วนี่มันอยู่ที่ศิลปินที่จะเลือกมากกว่า ผมจะพูดกับลูก และลูกทีมเสมอว่า พ่อชี้ทางให้แล้วนะ ถ้าคุณเลือกแฟน คุณก็ได้แค่แฟน แต่ถ้าเลือกงาน ถ้าคุณไม่มีแฟน คืองานการแสดงมันเป็นงานบริหารเสน่ห์ ดีว่าทุกวันนี้สังคมมันเปิดรับ ถึงจะมีแฟนแล้วเขาก็รับ รักเขาก็ให้เหมือนเดิม แต่ปกติจะคล้องมาลัย 10,000 มันมีผัวแล้วให้ 100 จริงๆ นะครับ คนส่วนมากมีความรู้สึกแบบนี้จริงๆ ผมก็เลยพยายามจะพูด อยู่ที่เลือกเอาลูก หนูจะเลือกแบบไหน ถ้าหนูเลือกแฟน หนูไม่ได้มาลัยแล้วหนูจะไปนอยด์ตัวเองไม่ได้นะ เห็นเพื่อนคนที่เขาไม่มีแฟน เขามีแฟนคลับเยอะๆ พอขึ้นเวทีไม่มีมาลัย อยู่ที่ตัวหนูนะ แล้วอย่างลูกยังไม่ถึงเวลา หนูจะมีตอนไหนก็ได้ให้สร้างครอบครัว พ่อผ่านมาเยอะ แล้วเด็กน้อย 16-17 ช่วงหัวเรี่ยวหัวต่อ

อุ๋งอิ๋งโดนลวนลามหน้าเวที?

อุ๋งอิ๋ง : ใช่ค่ะ ตอนนั้นหนูร้องเพลงอยู่ หนูมองไปข้างๆ เวที เพื่อไปรับทิปด้านหน้าเวที เขาเมานั้นแหละค่ะ เขาเอามือมาลูบขาหนู

บอสโจ : บ่แม้นมาขอเลขบ่ ทุกวันนี้หน้าเวที อุ๋งอิ๋งขอเลขหน่อย

อุ๋งอิ๋ง : ตอนแรกหนูตกใจ แต่ก็เก็บอาการและสีหน้าไว้ เพราะกล้องหน้าเวทีมันจับหลาย ขึ้นเวทีหนูมีผู้ติดตามอยู่ข้างหลัง พี่หมอนอิงผู้ติดตามหนู เขาเป็นคนมาปัดออก บอกว่าอย่าทำแบบนี้

แบบนี้บอสโจทำยังไง?

บอสโจ : เอาตรงๆ ตั้บแต่รู้ว่าลูกเริ่มมีกระแสแล้ว เราก็เลยวางแผนมันต้องมีผู้ติดตาม ผู้ดูแล อันนี้เราถอดแบบจากค่ายใหญ่ๆ มีศิลปินดูแล มีแอดมิน มีผู้ติดตาม มีช่างแต่งหน้า ถ้าบนเวทีก็จะมีน้องหมอนอิงขึ้นไปอยู่บนเวทีดูแลตรงนี้ด้วย และเราส่วนมากก็จะอยู่บนเวทีกับลูกด้วย ดูเพื่อความปลอดภัยอะไรต่างๆ  สาวน้อยเวลาไปแสดง มันก็หนีไม่พ้นกล้องยูทูบเบอร์ 20-30 ช่องในแต่ละวัน แล้วทางวงเราก็ทำไลฟ์สดอยู่แล้วเป็นบางสัปดาห์ บางครั้งที่ลูกโดนลวนลาม มันก็มีไม่กี่ครั้งหรอก โดนลวนลามแค่ลูบขาใช่ไหม

อุ๋งอิ๋ง : ใช่ค่ะ แล้วก็ถูกหยิก

น้องอุ๋งอิ๋งนับถือบอสเป็นเหมือนพ่อ วันนี้มีอะไรจะบอกคุณพ่อไหม?

อุ๋งอิ๋ง : ตั้งแค่หนูเข้ามาในวงก็มีพ่อโจและแม่นุช พี่ๆ ในวงคอยบอก คอยสอน แล้วคอยเตือนหนูในทางที่ดี หล่าขอขอบคุณพ่อโจที่มอบโอกาสดีๆ ให้หนู จนมีหนูในวันนี้ และที่ลืมไม่ได้เลยคือ ขอบคุณ fc สาวน้อย fc น้องอุ๋งอิ๋ง ที่มอบโอกาสให้หนู รักพ่อจ๊ะ

บอสโจ : ก็ขอให้ลูกสมหวังดั่งใจปอง ขอให้เป็นศิลปินอยู่กับแฟนๆ อยู่กับ fc สาวน้อยเพชรบ้านแพงไปนานๆ รักษาสุขภาพทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด คิดดี ทำดี สิ่งดีๆ เข้ามาแน่นอน

ติดตามชมรายการคุยแซ่บShow ทุกวันจันทร์-วันศุกร์ เวลา13.15-14.15 น. ทางช่อง one31 Facebook Page : คุยแซ่บShow รับชมย้อนหลังได้ที่ Youtube Channel : Orange Mama

นักวิจัยจุฬาฯ รับรางวัลนักวิจัยดีเด่น องค์ความรู้ใหม่รักษา HIV เด็ก-เยาวชน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773392

นักวิจัยจุฬาฯ รับรางวัลนักวิจัยดีเด่น  องค์ความรู้ใหม่รักษา HIV เด็ก-เยาวชน

นักวิจัยจุฬาฯ รับรางวัลนักวิจัยดีเด่น องค์ความรู้ใหม่รักษา HIV เด็ก-เยาวชน

วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

ศ.พญ.ธันยวีร์ ภูธนกิจ ภาควิชากุมารเวชศาสตร์ คณะแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ได้รับการประกาศเกียรติคุณจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) รางวัลนักวิจัย ดีเด่นแห่งชาติ ประจำปี 2567 สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ จากผลงานวิจัยที่ศึกษาต่อเนื่องเรื่ององค์ความรู้ใหม่ด้านคลินิกเกี่ยวกับการดูแล รักษา และป้องกันการติดเชื้อไวรัสเอชไอวีในเด็กและเยาวชน

ศ.พญ.ธันยวีร์ เผยว่า รู้สึกเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลนักวิจัยดีเด่นแห่งชาติ สาขาวิทยาศาสตร์การแพทย์ แต่สิ่งสำคัญกว่ารางวัลที่ได้รับก็คือ การทำให้เรื่องราวเกี่ยวกับโรคเอดส์ที่เกิดจากการติดเชื้อไวรัสเอชไอวี (HIV – Human Immunodeficiency Virus) ได้รับการเผยแพร่ เพื่อให้ประชาชนได้รับทราบข้อมูลที่ทันสมัยและตระหนักรู้ว่า การติดเชื้อเอชไอวีในปัจจุบันมีแนวทางป้องกันและรักษาที่ก้าวหน้าไปอย่างมาก โดยหวังว่าจะช่วยทำให้คนทั่วไปได้เข้าใจและรับรู้ว่า เมื่อได้รับการรักษาที่ถูกต้องด้วยยาต้านไวรัส จะไม่เจ็บป่วยเป็นโรคเอดส์ ไม่สามารถแพร่เชื้อไวรัสให้กับคนอื่นๆ รวมถึงมีสุขภาพดี ไปโรงเรียน ทำงานมีครอบครัวมีบุตร อายุยืนยาวได้ เมื่อเข้าใจและยอมรับในประเด็นนี้แล้ว หวังว่าการตีตราหรือเลือกปฏิบัติต่อผู้อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีในสังคมจะลดลงได้

“องค์ความรู้ในปัจจุบัน อย่างเช่น เด็กอยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี เมื่อได้ทานยาต้านไวรัส สามารถควบคุมไวรัสในร่างกายได้ภายในระยะเวลา 6 เดือนหลังเริ่มยา หลังจากนั้นยังต้องกินยาต้านไวรัสต่อเนื่องทุกวันเพื่อควบคุมไวรัสไว้ไม่ให้มาทำลายเซลล์ระบบภูมิคุ้มกันของร่างกาย เด็กที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีตั้งแต่วัยทารก สามารถเติบโตเป็นผู้ใหญ่ มีครอบครัวได้โดยไม่ส่งต่อเชื้อให้คู่สามีภรรยาหรือบุตร” ศ.พญ.ธันยวีร์ กล่าว

นอกการรักษาที่ ศ.พญ.ธันยวีร์ ได้ร่วมวิจัยพัฒนาและเก็บรวบรวมข้อมูลกับเครือข่ายทีมวิจัยต่างๆ ได้มีการนำไปใช้ในแนวทางการรักษาเด็กในประเทศไทยแล้วในทุกวันนี้ สูตรยาต่างๆ ที่อาจารย์ได้ทำการวิจัยพัฒนาร่วมกับหน่วยงานต่างๆ มาอย่างต่อเนื่องและยาวนานยังได้รับการยอมรับจากองค์การอนามัยโลก (WHO) และนำไปใช้ในประเทศอื่นๆ ด้วย สอดคล้องกับเป้าหมายระดับนานาชาติเรื่องของการยุติโรคเอดส์ ซึ่งตั้งเป้าไว้ในปี พ.ศ 2573 ว่า ผู้ได้รับเชื้อเอชไอวีรายใหม่จะต้องน้อยลง ผู้ที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวีก็จะมีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และอัตราเสียชีวิตจะต่ำลงไปอีกมาก

ปัจจุบัน ศ.พญ.ธันยวีร์ ยังคงทำงานวิจัยทางคลินิกในการรักษาและดูแลเยาวชนที่อยู่ร่วมกับเชื้อเอชไอวี การดูแลในเรื่องของการรักษา จากเดิมที่เป็นยารับประทานวันละครั้ง ปัจจุบันเริ่มมีงานวิจัยยาต้านไวรัสชนิดฉีดทุกสองเดือน หรือ ทุกหกเดือน เป็นต้น รวมทั้งเรื่องของการป้องกันการติดเชื้อเอชไอวี จากเดิมที่เน้นในเรื่องการป้องกันทารกที่อาจจะรับเชื้อจากคุณแม่ในระหว่างการตั้งครรภ์หรือการคลอด ก็มาเน้นในเรื่องของกลุ่มเยาวชนอายุ 15-24 ปี ซึ่งกลายเป็นกลุ่มหลักในการรับเชื้อเอชไอวี ให้เยาวชนได้เรียนรู้ที่จะมีสุขภาวะทางเพศที่ดีรู้จักป้องกันการติดเชื้อทางเพศสัมพันธ์ โดยการใช้ถุงยางอนามัย รวมทั้งการให้ยาต้านไวรัสเพื่อป้องกันการติดเชื้อที่เรียกกันว่า “ยาเพร็พ” ซึ่งเป็นงานวิจัยที่อาจารย์และทีมวิจัยทำร่วมกับกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข

หัวเว่ย -จ.นครศรีธรรมราช และ สกมช. จัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านดิจิทัลนักเรียน

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773394

หัวเว่ย -จ.นครศรีธรรมราช และ สกมช.  จัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านดิจิทัลนักเรียน

หัวเว่ย -จ.นครศรีธรรมราช และ สกมช. จัดกิจกรรมให้ความรู้ด้านดิจิทัลนักเรียน

วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี่ (ประเทศไทย) จํากัด ร่วมกับจังหวัดนครศีธรรมราช และ สำนักงานคณะกรรมการการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ (สกมช.) จัดโครงการ “รถดิจิทัล กิจกรรมเพื่อสังคมในพื้นที่ห่างไกล” ในระหว่างปลายเดือน พฤศจิกายน พ.ศ. 2566 ที่โรงเรียนขนอมพิทยา ตำบลขนอม อำเภอขนอม จังหวัดนครศรีธรรมราช โครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในโครงการเรือธงที่หัวเว่ยดำเนินการอย่างต่อเนื่องมาเป็นเวลา2 ปี เพื่อลดปัญหาความเหลื่อมล้ำด้านการศึกษาองค์ความรู้เทคโนโลยีในพื้นที่ห่างไกลของประเทศไทย ในปีนี้ได้เพิ่มเนื้อหาเกี่ยวกับไซเบอร์และพลังงานสะอาด พร้อมทั้งต่อยอดเรื่องพลังงานสะอาดและการอนุรักษ์ธรรมชาติให้แก่คนรุ่นใหม่ ตั้งเป้าสิ้นปี ฝึกอบรมความรู้ด้านดิจิทัลให้แก่นักเรียน ได้ถึง 3,000 คน

นายขจรเกียรติ รักพานิชมณี ผู้ว่าราชการจังหวัดนครศรีธรรมราช กล่าวว่า การเร่งพัฒนาบุคลากรของประเทศถือเป็นหนึ่งในวาระสำคัญ โดยเฉพาะในช่วงการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัล ซึ่งการสร้างบุคลากรทางดิจิทัลถือเป็นกุญแจสำคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับประเทศ โครงการครั้งนี้สร้างความรู้ความเข้าใจด้านเทคโนโลยีดิจิทัลทั้งในเชิงทฤษฎีและปฎิบัติให้กับเยาวชนในพื้นที่ห่างไกล รวมถึงการปลูกฝังจิตสำนึกและความรู้ในเรื่องพลังงานสะอาดและการอนุรักษ์ธรรมชาติให้กับเยาวชนของจังหวัดนครศรีธรรมราช ซึ่งจะสามารถผลักดันบุคลากรให้ก้าวสู่การเป็นบุคลากรไอซีทีที่มีคุณภาพของประเทศไทยต่อไปในอนาคต สอดคล้องกับแผนพัฒนาจังหวัด 5 ปี (พ.ศ.2566-2570) ซึ่งมีหนึ่งในเป้าหมายสำคัญคือการบริหารจัดการทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมอย่างยั่งยืน

พลอากาศตรีอมร ชมเชย เลขาธิการคณะกรรมการรักษาความมั่นคงปลอดภัยไซเบอร์แห่งชาติ ได้กล่าวถึงโครงการความร่วมมือในครั้งนี้ว่าทุกวันนี้ไทยมีประชากรอินเตอร์เนตมากถึง 61.21 ล้านคน คิดเป็น 85.3% ของประชากรทั้งประเทศ ผู้คนใช้เวลาบนโลกออนไลน์และดิจิทัลสูงถึง 8 ชั่วโมงต่อวัน และใช้ โมบายแบงก์กิ้ง ติดอันดับ 1 ใน 5 ของโลก ดังนั้น การให้ความรู้ความเข้าใจในเรื่องความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์ ถือเป็นหนึ่งในพันธกิจสำคัญของประเทศและเป็นสิ่งที่สกมช. กำลังดำเนินการอย่างเร่งด่วน ซึ่งรวมถึงการสร้างองค์ความรู้ให้กับเยาวชนไทยในพื้นที่ห่างไกลให้มีความพร้อมในการรับมือกับภัยบนโลกไซเบอร์ ทั้งด้านการป้องกันและการรับมือเมื่อเกิดเหตุ โครงการรถดิจิทัล กิจกรรมเพื่อสังคมในพื้นที่ห่างไกลซึ่งริเริ่มโดยหัวเว่ย ถือเป็นโครงการที่สะท้อนถึงความร่วมมือระหว่างภาครัฐและองค์กรชั้นนำ ที่จะช่วยยกระดับการพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัลรุ่นใหม่ของประเทศ และมุ่งสู่การสร้างบุคลากรไอซีทีคุณภาพเข้าสู่ตลาดแรงงานของไทยต่อไปในอนาคต

นายสุรชัย ฉัตรเฉลิมพันธุ์ ผู้บริหารระดับสูงฝ่ายความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์และความเป็นส่วนบุคคล บริษัท หัวเว่ย เทคโนโลยี (ประเทศไทย) จำกัด ได้ให้ข้อมูลว่า ไทยยังคงเผชิญปัญหาความเหลื่อมล้ำทางด้านดิจิทัล โดยเฉพาะอย่างยิ่งในพื้นที่ห่างไกล การบ่มเพาะทักษะด้านเทคโนโลยีดิจิทัลจึงถือกุญแจในการเปลี่ยนผ่านสู่ยุคดิจิทัลของประเทศ ซึ่งหัวเว่ย ประเทศไทย มุ่งมั่นขับเคลื่อนประเทศไทยสู่ความเสมอภาคและยกระดับคุณภาพผ่านเทคโนโลยีดิจิทัล ผ่านโครงการต่างๆ ซึ่งรวมถึงโครงการเรือธงอย่างรถดิจิทัลเพื่อสังคม โดยโครงการนี้ถือเป็นหนึ่งในองค์ประกอบสำคัญ ในการส่งมอบองค์ความรู้พัฒนาทักษะ และผลักดันการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีดิจิทัลที่จะพัฒนาประชาชนในพื้นที่ห่างไกลให้ได้รับองค์ความรู้อย่างเท่าเทียม ซึ่งหัวเว่ยมองว่าในปัจจุบัน ทักษะด้านเทคโนโลยีคือสิ่งสำคัญที่ควรเรียนรู้และนำมาประยุกต์ใช้ให้เกิดประโยชน์ต่อชีวิตประจำวัน รวมถึงต่อยอดการประยุกต์ไปสู่สายอาชีพของผู้เรียนด้วย

ม.เซนต์จอร์จ เกรนาดา จัดเวิร์กช็อป ปฐมพยาบาลและช่วยชีวิตนักเรียนไทย

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773395

ม.เซนต์จอร์จ เกรนาดา จัดเวิร์กช็อป  ปฐมพยาบาลและช่วยชีวิตนักเรียนไทย

ม.เซนต์จอร์จ เกรนาดา จัดเวิร์กช็อป ปฐมพยาบาลและช่วยชีวิตนักเรียนไทย

วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอร์จ (SGU) เกรนาดา แคริบเบียนจัดเวิร์กช็อปการปฐมพยาบาลที่พัทยาและภูเก็ต ให้นักเรียนในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย ได้เรียนรู้ทักษะการปฐมพยาบาลขั้นพื้นฐานแลทักษะการช่วยชีวิต และมุ่งหวังที่จะสร้างแรงบันดาลใจให้กับนักเรียนที่มีความสนใจในเส้นทางด้านการแพทย์ การอบรมครั้งนี้เป็นภาคภาษาอังกฤษ นักเรียนที่เข้าร่วมอบรมได้รับประกาศนียบัตรรับรองผ่านการฝึกอบรมทั้งหมด 45 คน

คณะแพทยศาสตร์ มหาวิทยาลัยเซนต์จอร์จ เปิดหลักสูตรแพทยศาสตร์บัณฑิต (พ.บ.) 4 ปี และเปิดหลักสูตรขั้นสูง 5, 6 และ 7 ปี โดยรับนักศึกษาจากระบบการศึกษาทั่วโลก มีเครือข่ายโรงพยาบาลและศูนย์สุขภาพขนาดใหญ่ในเครือมากกว่า 75 แห่งในสหรัฐอเมริกาและอังกฤษ และเปิดโอกาสพิเศษให้นักศึกษาได้เริ่มต้นวิชาชีพแพทย์ในเกรเนดาหรือ ประเทศอังกฤษ ปัจจุบัน มีผู้สำเร็จการศึกษาชาวไทยที่กำลังเป็นแพทย์ฝึกหัดอยู่ในประเทศไทย สหรัฐอเมริกา และสหราชอาณาจักร และจากข้อมูลตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566 มีนักศึกษาไทยจำนวน 34 คนกำลังศึกษาอยู่ที่วิทยาเขตของ SGU ในเกรนาดาหรือที่มหาวิทยาลัย Northumbriaในสหราชอาณาจักร (สถาบันพันธมิตรของ SGU)

ม.วลัยลักษณ์-ภาคเอกชนร่วมพัฒนา องค์ความรู้การเลี้ยงและดูแลรักษาสัตว์

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773393

ม.วลัยลักษณ์-ภาคเอกชนร่วมพัฒนา  องค์ความรู้การเลี้ยงและดูแลรักษาสัตว์

ม.วลัยลักษณ์-ภาคเอกชนร่วมพัฒนา องค์ความรู้การเลี้ยงและดูแลรักษาสัตว์

วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

รศ.ดร.ศราวุธ ปาลิโภชน์ รองอธิการบดี มหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ ลงนามร่วมมือกับ นายสัตวแพทย์กิตติ บัวเพชร กรรมการผู้จัดการโรงพยาบาลสัตว์หมอกิตติ สงขลา นางสาวกฤติยาฟุ้งตระกูล เจ้าของกิจการ PG Dairy Farm และนายจอม กิจวิบูลย์เจ้าของกิจการ Nakhon SiRiding Club เพื่อพัฒนาวิชาการด้านการเลี้ยงและดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยง สัตว์เลี้ยงชนิดพิเศษโดยมี ศาสตราจารย์ คลินิก ดร.น.สพ.สุวิชัย โรจนเสถียร คณบดีวิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์อัครราชกุมารี ร่วมเป็นพยาน ณ ม.วลัยลักษณ์ อ.ท่าศาลา จ.นครศรีธรรมราชเมื่อเร็ว ๆ นี้

รองศาสตราจารย์ ดร.ศราวุธ ปาลิโภชน์ รองอธิการบดี กล่าวว่า ม.วลัยลักษณ์ เป็นมหาวิทยาลัยที่มีจุดประสงค์ในการผลิตบัณฑิตที่เป็นทั้งคนดีและคนเก่ง เพื่อสร้างสรรผลงานนวัตกรรมให้แก่สังคม โดยเน้นงานด้านการวิจัยเพื่อมุ่งสู่การพัฒนาประเทศเป็นสำคัญผ่านวิสัยทัศน์ “เป็นองค์การธรรมรัฐเป็นแหล่งเรียนรู้ เป็นหลักในถิ่นเป็นเลิศสู่สากล” การร่วมมือในวันนี้ถือเป็นจุดเริ่มต้นของความร่วมมือทางวิชาการระหว่างมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์และผู้ประกอบการภาคเอกชน อันจะนำไปสู่การพัฒนาองค์ความรู้ทางวิชาการ การผลิตนวัตกรรม ความก้าวหน้าทางการวิจัยเพื่อส่งเสริมการเลี้ยงและดูแลสุขภาพสัตว์ให้ดียิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนการผลิตบัณฑิตให้มีคุณภาพ และเป็นการพัฒนาบุคลากรของแต่ละองค์กรร่วมกัน

ศาสตราจารย์ คลินิก ดร.น.สพ.สุวิชัย โรจนเสถียร กล่าวว่า วิทยาลัยสัตวแพทยศาสตร์อัครราชกุมารีมีการจัดการเรียนการสอนรายวิชาด้านสัตว์ใหญ่ สัตว์ปีก สัตว์เล็ก สัตว์น้ำ และสัตว์ป่า โดยเน้นด้านการเลี้ยงและดูแลสุขภาพ การรักษาการป้องกันและควบคุมโรคในสัตว์ ได้มีนโยบายจัดทำ MOU ร่วมกับผู้ประกอบการภาคเอกชนที่มีประสบการณ์ในการทำงานจริง และประสบความสำเร็จในด้านธุรกิจด้วย ส่งเสริมและพัฒนานวัตกรรมร่วมกัน เสริมและสนับสนุนงานด้านการเรียนการสอน การวินิจฉัย การรักษา และการควบคุมโรค ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีชีวภาพและการจัดการทางพันธุกรรม การพัฒนาบุคลากร การวิจัย และการฝึกอบรมแลกเปลี่ยนทักษะในการปฏิบัติงานร่วมกัน เพื่อความก้าวหน้าทางการวิจัย และการพัฒนาบุคลากรและนักศึกษาต่อไป

โรงเรียนบ้านเนินทองฯ จ.พิษณุโลก ได้รองแชมป์เครื่องร่อน ถ้วยพระราชทานฯ

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773391

โรงเรียนบ้านเนินทองฯ จ.พิษณุโลก  ได้รองแชมป์เครื่องร่อน ถ้วยพระราชทานฯ

โรงเรียนบ้านเนินทองฯ จ.พิษณุโลก ได้รองแชมป์เครื่องร่อน ถ้วยพระราชทานฯ

วันพุธ ที่ 6 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 06.00 น.

นางชฑรัช วงษ์ยอด ผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านเนินทองราษฎร์พัฒนา สังกัดสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพิษณุโลก เขต 2 เปิดเผยว่า ได้นำนักเรียนเข้าร่วมการแข่งขันเครื่องร่อนพุ่งด้วยมือระดับประถม “โครงการส่งเสริมพัฒนาสุภาพกายจิตปัญญากระบวนการเรียนรู้และศักยภาพด้านวิทยาศาสตร์การบินโรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า” ชิงถ้วยพระราชทานสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี”ณ โรงเรียนนายร้อยพระจุลจอมเกล้า จังหวัดนครนายก เมื่อกลางเดือนพฤศจิกายน 2566

จากผลการแข่งขัน โรงเรียนบ้านเนินทองราษฎร์พัฒนา ได้รับรางวัลรองชนะเลิศอันดับที่ 1เครื่องร่อนพุ่งด้วยมือ ระดับประถมศึกษา ด้วยสถิติ 47.38 วินาที โดยทีมนักเรียนประกอบด้วย นักบินที่ 1 เด็กชายจีรพัฒน์ เรืองฤทธิ์ นักบินที่ 2 เด็กชายนักชัย ไชยศรีรัมย์ นักบินที่ 3 เด็กชายพีรศิลป์ เนินนาค ผู้ฝึกสอนนายทรงวุฒิ เจริญลาภ ผู้ควบคุมทีม นางชฑรัชวงษ์ยอด

’อว.’ เปิดงาน ‘ดนตรีในสวน : H.M. Song บรรเลงเพลงของพ่อ’ น้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่9 บินโดรน 100 ลำแปรอักษร

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773474

’อว.’ เปิดงาน ‘ดนตรีในสวน : H.M. Song  บรรเลงเพลงของพ่อ’ น้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่9 บินโดรน 100 ลำแปรอักษร

’อว.’ เปิดงาน ‘ดนตรีในสวน : H.M. Song บรรเลงเพลงของพ่อ’ น้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่9 บินโดรน 100 ลำแปรอักษร

วันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 19.51 น.

บทเพลงพระราชนิพนธ์กระหึ่มทั่วทุกทิศ! ’อว.’ เปิดงาน ‘ดนตรีในสวน : H.M. Song  บรรเลงเพลงของพ่อ’ เทิดพระเกียรติ-น้อมรำลึกในหลวงรัชกาลที่9 บินโดรน100ลำแปรอักษร

วันที่ 5 ธันวาคม 2566 เวลา 17.00 น. ที่สวนหลวงพระราม 8 เชิงสะพานพระราม 8 ติดริมน้ำเจ้าพระยา ถนนอรุณอมรินทร์ เขตบางพลัด กทม. กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม(อว.) จัดงาน “ดนตรีในสวน : H.M. Song อว. บรรเลงเพลงของพ่อ” เทิดพระเกียรติ และน้อมรำลึกในพระมหากรุณาธิคุณ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เนื่องในวันคล้ายวันพระบรมราชสมภพ 5 ธันวาคม 2566 วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ มี น.ส.ศุภมาส อิสรภักดี รมว.อว. เป็นประธาน พร้อมมีนายจักรพงษ์ แสงมณี รมช.ต่างประเทศ และผู้บริหาร อว. เข้าร่วม โดยบรรยากาศเป็นไปอย่างคึกคักมีประชาชนเข้ามาร่วมงานจำนวนมาก มีวงดนตรีสากล KU BAND จากมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ มหาวิทยาลัยศิลปากรและมหาวิทยาลัยราชภัฏวไลยอลงกรณ์นำบทเพลงพระราชนิพนธ์อันแสนไพเราะ มาร่วมขับร้องและบรรเลงเพลง อาทิ ใกล้รุ่ง ยามเย็น เสี่ยงรัก พร้อมกับบทเพลงร่วมสมัย อาทิ ในหลวงของแผ่นดิน แก้วเกษตร หลงคอย เป็นต้น

โดบนายศุภชัย ปทุมนากุล รองปลัด อว.กล่าวรายงานว่า อว. จัดงาน “ดนตรีในสวน : H.M. Song อว. บรรเลงเพลงของพ่อ” เพื่อแสดงดนตรีบรรเลงบทเพลงพระราชนิพนธ์ของ พระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ทั่วประเทศ ซึ่งกิจกรรมภายในงาน ประกอบด้วย การแสดงดนตรี H.M.song อว.บรรเลงเพลงของพ่อ การเทิดพระเกียรติในหลวงรัชกาลที่ 9 ได้แก่ การแสดงโขน การแสดงบินโดรนแปรอักษร การแสดงการวาดภาพ และศิลปกรรมช่างไทย และการแสดงนิทรรศการเทิดพระเกียรติ ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระบิดาแห่งศาสตร์ต่างๆ 9 ด้าน และพระอัจฉริยภาพด้าน การดนตรี ด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านเทคโนโลยีและนวัตกรรม และด้านการช่างไทย โดยในปีนี้ อว. มีการจัดงานมากกว่า 62 จังหวัด ครอบคลุมทั่วประเทศ โดยมีสถาบันการศึกษา และหน่วยงานในพื้นที่เข้าร่วม เช่น โรงเรียน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น การท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย และส่วนราชการอื่นๆ ในพื้นที่มากกว่า 75 องค์กรเข้าร่วม

ขณะที่ น.ส.ศุภมาส กล่าวเปิดงานว่า วันที่ 5 ธันวาคม ของทุกปี เป็นวันสําคัญของประเทศใน 3 โอกาส ได้แก่ วันพระบรมราชสมภพพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดช มหาราช บรมนาถบพิตร วันชาติ และวันพ่อแห่งชาติ เพื่อรําลึกถึงพระมหากรุณาธิคุณ ของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนาถบพิตร ทรงอุทิศ พระวรกาย พระราชหฤทัย และพระสติปัญญาของพระองค์ บําเพ็ญพระราชกรณียกิจ อันยังประโยชน์สุขให้แก่ราษฎรของพระองค์มาโดยตลอด รัฐบาลจึงได้น้อมนําพระปฐมบรมราชโองการมาเป็นเข็มทิศนําทางในการ บริหารประเทศ ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงของโลกอย่างรวดเร็ว และก้าวกระโดด อันมีความความท้าทายให้กับความสามารถในการแข่งขันของประเทศ และได้กลายเป็น ปณิธานที่สะท้อนผ่านพระปฐมบรมราชโองการในการกําหนดภูมิทัศน์ทางเศรษฐกิจที่รัฐบาลจะต้องกําหนดทิศทางในการพัฒนาจุดแข็งของประเทศ โดยมอบหมายนโยบายการดําเนินงานผ่านข้าราชการได้ทําสิ่งที่ดีให้กับผืนแผ่นดินไทย เพื่อเป็นแผ่นดินทอง เป็นสุวรรณภูมิที่ประชาชนมีความอยู่ดี กินดี มีชีวิตที่ดีอย่างยั่งยืน

“นอกจากนโยบายต่างๆ ในเชิงการพัฒนาประเทศแล้ว การศึกษา ศิลปะและวัฒนธรรม ก็ถือเป็น “Soft power” ที่สําคัญต่อการสร้างคน สร้างประเทศ และเป็นแรงผลักดันสําคัญของประเทศไทยสู่เวทีโลก วันนี้จึงเป็นการนําพลังด้านดนตรีที่ซึ่งเป็น Soft power ที่รัฐบาลให้ความสําคัญ มีศักยภาพอันโดดเด่นของแต่ละพื้นที่ทั่วประเทศ นํามาถ่ายทอดความจงรักภักดีต่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอ ดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ทรงมีพระอัจฉริยภาพทางดนตรี ทรงเป็นสังคีตกวี และนักดนตรีที่ชาวโลกยกย่อง ทรงพระปรีชาสามารถในการทรงดนตรี ทรงพระราชนิพนธ์เพลงแยกและเรียบเรียงเสียงประสาน ทรงเป็นครูสอนดนตรีแก่ข้าราชบริพารใกล้ชิดและทรงซ่อมเครื่องดนตรี ตลอดจนทรงเชี่ยวชาญในศิลปะแขนงต่าง ๆ อย่างแท้จริง สมกับที่พสกนิกรชาวไทยน้อมเกล้าฯ ถวายพระราชสมัญญา “อัครศิลปิน” รมว.อว.กล่าว 

น.ส.ศุภมาส กล่าวด้วยว่า สำหรับการจัดแสดง “ดนตรีในสวน : H.M. Song อว. บรรเลงเพลงของพ่อ” อว.จะจัดต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี เพื่อถวายความจงรักภักดีต่อสถาบันพระมหากษัตริย์ และเทิดพระเกียรติต่อพระบาทสมเด็จพระบรมชนกาธิเบศร มหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ซึ่งเป็นที่รักของประชาชนชาวไทยทุกคน”

จากนั้น ได้มีการใช้โดรนกว่า 100 ลำแปรอักษรเป็นคำว่า “ร.9” เรียกเสียงฮือฮาจากผู้มาร่วมงานอย่างมาก ต่อมา น.ส.ศุภมาส ได้ร่วมรับฟังบทเพลงพระราชนิพนธ์พร้อมกับประชาชนจนกระทั่งเสร็จสิ้นงาน

นวัตกรรม สสส. ‘Home Coming’ นิทรรศการทางเลือก พาใจกลับบ้าน สุดเจ๋ง! คว้ารางวัลแอดแมน อวอร์ส 2023

#SootinClaimon.Com : ขอบคุณแหล่งข้อมูล : หนังสือพิมพ์แนวหน้า

https://www.naewna.com/local/773442

นวัตกรรม สสส. 'Home Coming' นิทรรศการทางเลือก พาใจกลับบ้าน สุดเจ๋ง! คว้ารางวัลแอดแมน อวอร์ส 2023

นวัตกรรม สสส. ‘Home Coming’ นิทรรศการทางเลือก พาใจกลับบ้าน สุดเจ๋ง! คว้ารางวัลแอดแมน อวอร์ส 2023

วันอังคาร ที่ 5 ธันวาคม พ.ศ. 2566, 18.18 น.

นวัตกรรม สสส. “Home Coming” นิทรรศการทางเลือก พาใจกลับบ้าน สุดเจ๋ง!!  คว้ารางวัลแอดแมน อวอร์ส 2023 สาขา Good for people ส่งเสริมกลยุทธ์สื่อสารรูปแบบใหม่สู่สังคม ช่วยวัยทำงาน มูฟออนจากภาวะหมดไฟ เสี่ยงปัญหาสุขภาพจิต

นางเบญจมาภรณ์ ลิมปิษเฐียร ผู้ช่วยผู้จัดการอาวุโส สำนักงานกองทุนสนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพ (สสส.) และรักษาการผู้อำนวยการศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. กล่าวว่า นิทรรศการสร้างประสบการณ์ Home coming พาใจกลับบ้าน ได้รับรางวัลแอดแมน อวอร์ส 2023 รางวัล Bronze ในสาขา Good for people ประเภทงานสุขภาพ และสุขภาวะ (Health & Well-being) รางวัลแอดแมนอวอร์ส จัดขึ้นเป็นประจำทุกปี โดยสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย เพื่อส่งเสริมให้เห็นถึงการสื่อสารด้านการตลาด และกลยุทธ์สื่อสารรูปแบบใหม่ๆ ในสังคม ทั้งนี้ ผลงานนิทรรศการ Home coming พาใจกลับบ้าน เป็นนวัตกรรมที่ สสส. เห็นถึงความสำคัญของภาวะหมดไฟ (Burnout) ในกลุ่มวัยทำงานที่กระทบต่อปัญหาสุขภาพจิต สอดคล้องกับข้อมูลทิศทางสุขภาพคนไทย (Thai Health Watch 2023) พบแนวโน้มปัญหาสุขภาพจิตใจของวัยทำงานที่กำลังเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่องจากภาวะหมดไฟ สะท้อนถึงการขาดวิธีจัดการชีวิตและการทำงานที่สมดุล

“นิทรรศการ Home coming พาใจกลับบ้าน จัดแสดงระหว่างวันที่ 1-30 มิถุนายน 2566 ที่ผ่านมา ณ River city กรุงเทพฯ มีผู้เข้าร่วมมากถึง 40,450 คน ปรากฏการณ์นี้จึงไม่ได้เป็นเพียงแค่สถานที่พักใจเท่านั้น แต่ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงทางสังคม เศรษฐกิจ การเมือง และความเหลื่อมล้ำในสังคม นิทรรศการนี้ จึงเป็น 1 นวัตกรรมทางสังคมและพื้นที่เชิงสร้างสรรค์ ที่มีวิธีการจัดการชีวิตอย่างสมดุล ทำความเข้าใจอารมณ์ ความรู้สึก และการดูแลใจเบื้องต้น นำไปสู่การตระหนักถึงคุณค่าในตนเองมากขึ้น ทั้งนี้ สามารถติดตามข้อมูลเพิ่มเติมได้ทางเฟซบุ๊กแฟนเพจ ศูนย์เรียนรู้สุขภาวะ สสส. เว็บไซต์ https://resourcecenter.thaihealth.or.th/ และแอปพลิเคชัน Persona Health” นางเบญจมาภรณ์ กล่าว